(ELSA x JACK FROST) PROMISE . JELSA

ตอนที่ 4 : PROMISE | JELSA | CHAPTER 02

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 264
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    25 ม.ค. 62

_______PROMISE_______

JELSA

CHAPTER 02

WHAT SHOULD I DO ?

__________________________

 

 



 

          ยามราตรีในคืนแสนเงียบเหงา มีเพียงดวงจันทร์ดวงสวยเป็นเพื่อนคู่ใจในวันที่ต้องลำพัง เสียงนกฮูกร้องเป็นช่วงๆ บ่งบอกถึงความมืดที่เริ่มคืบคลาน พร้อมกับร่างของใครบางคนลอยขึ้นมาเหนืออากาศ 


          จากก้นบึ้งลึกสุดจากบ่อน้ำแข็งกว้างขวาง ที่เริ่มละลายอย่างหาสาเหตุไม่ได้ ร่างสูงเบาบางในชุดเก่าสีน้ำตาลอ่อนกับกางเกงสีเข้มตามด้วยผ้าคลุมทับอีกหน ค่อยๆ เลื่อนตัวจากการลอยขึ้นเป็นลุกขึ้นยืนราวกลับถูกปลุกให้บังคับร่างกายได้ทำตามคำสั่งของใครบางคนจากเบื้องบน

 


ความมืด คือสิ่งแรกในความทรงจำ ..

 


          ใบหน้าขาวซีดมีเส้นเลือดไหลเวียนเห็นชัดเจนกว่าปกติ เหตุด้วยเพราะความหนาวที่ถูกสะสมเป็นเวลานานเกินกว่าที่มนุษย์ทั่วไปจะสามารถอยู่รอดได้ เปลือกตาหนาค่อยๆ กระพริบถี่และเปิดออกพลางส่ายสำรวจไปโดยรอบอย่างนึกแปลกใจ นัยน์ตาสีฟ้าสดใสแต่ไร้ซึ่งแววของการมีชีวิตอยู่ เริ่มกลับมาทำงานอีกครั้งเมื่อเริ่มได้สติ 


          ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนมามองสำรวจร่างกายตัวเองราวกลับไม่เคยเห็นมาก่อน ลมหายใจของเขาสูดฉีดเข้าออกเร็วเช่นเดียวกับก้อนเนื้อในอกด้านซ้าย เรือนผมสีขาวเฉดเช่นกองหิมะขาวนวลสะอาด ปลิ่วรับแรงสะบัดที่ร่างของเจ้าของกระสับกระส่ายไปมาไม่หยุดหย่อน

 


เขายังไม่ตายรึ ?

 


          คำถามที่ใสซื่อหลุดออกมาในหัวเมื่อเริ่มรู้สึกเข้าที่เข้าทางแม้ยังรู้สึกแปลกอยู่ก็ตาม แต่ยังไม่ทันที่จะได้เคลียคำถามที่เกิดขึ้น สายตาคู่สวยก็เอะใจเห็นอะไรบางอย่างที่คุ้นเคยที่ปลายเท้าซีดของตน ร่างสูงใช้ปลายเท้าเขี่ยมันหวังเหยียบปลายให้มันกระดกขึ้นมารับกลับมือ

 

          แต่ทว่ามันกลับผิดคาดเสียแทน เหตุเพราะไม้เท้ายาวคู่ใจที่นอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้นน้ำแข็งเมื่อสักครู่กลับมีเกล็ดหิมะเกิดขึ้นยาวไปตามรูปลักษณะของไม้เมื่อปลายเท้าของเขาไปแตะมันเข้า

 

          แน่นอนมีหรือที่คนอย่างเขาจะไม่ตกใจและถอยห่างไปสักระยะช่วงวินาทีหนึ่ง ก่อนจะทำทีเป็นกล้าๆ กลัวๆ เดินเข้าไปใกล้ แล้วใช้เท้าเขี่ยอีกหนด้วยความใจดีสู้เสือ แม้มันจะไม่มีชีวิตก็ตาม กระนั้นความอยากรู้อยากลองในวัยหนุ่มก็ผุดขึ้น ทำให้ชายหนุ่มเจ้าของร่างสูงกลางป่าและพื้นน้ำแข็งต้องย่อตัวเข้าไปจับไม้เท้ายาวนั้น และยังไม่ทันได้ทำอะไรมากนักด้วยความตกใจกะทันหัน ส่งผลให้ปลายไม้เท้าตกไปกระทบกับพื้นน้ำแข็ง แต่ไม่เพียงเท่านั้นมันกลับมีลายน้ำแข็งไล่เป็นทางยาวสวยราวกลับดินปั้นสลัก ซึ่งมันก็ตามด้วยความแปลกประหลาดปะปนความตื่นเต้นในสิ่งแปลกใหม่ ชายหนุ่มหยิบจับไม้นั้นขึ้นมามองให้ใกล้กว่าเก่า และคลี่ยิ้มออกมาเฉดคนพึงใจ

 

          ความนึกสนุกอยากลองของใหม่ยิ่งกว่าชีวิตที่ได้ตื่นมาก็เกิดขึ้น เขาใช้ไม้เท้าประจำตัวไปแตะต้นไม้ชนิดหนึ่งใกล้ๆ กับพื้นที่ที่เขาอยู่ และก็เป็นได้ดังใจนึก ลวดลายหิมะสวยเกิดขึ้นอีกครั้งในบริเวณที่เขาใช้ไม้เท้ายาวของตัวเองไปแตะสัมผัส ดวงตากลมโตเบิกกว้างเช่นเดียวกับเลือดที่สูบฉีด ฝีเท้าเริ่มฉุดไม่อยู่นิ่ง วิ่งเลาะไปทั่วบริเวณพร้อมกับใช้ไม้เท้าลากไปตามแผ่นพื้นน้ำแข็ง เสียงหัวเราะก็เกิดขึ้นตามๆ มาด้วยเกล็ดหิมะลวดลายสวยสดดุจภาพวาด เขาทำตัวราวกลับเด็กน้อยเพิ่งเจอของเล่นชิ้นโปรดชิ้นใหม่ วิ่งวนไปวนมาในพื้นที่กว้างอย่างนึกเพลิดเพลินใจ

 

          แต่แล้ว จังหวะหนึ่งในช่วงลมหายใจเข้าออก ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นจากอะไร ตัวของเขาก็กลับเกิดเด้งขึ้นสูงไปกลางอากาศเสียอย่างงั้น ชายหนุ่มตกใจขวัญแทบเสีย ด้วยอาการที่คิดไม่ตก พร้อมกับคำถามที่ค้างคาไว้ในหัวเสมือนกับร่างของเขาที่ลอยค้างอยู่กลางชั้นบรรยากาศสูงเหนือต้นไม้

 


เขาลอยได้ยังไงกัน !?

 

หรือว่าเขาลอยได้ด้วยงั้นรึ !?

 


          ทว่าไม่ถึงนาทีในส่วนช่วงเวลาที่กำลังตะลึงงัน ร่างของชายหนุ่มก็เกิดปรากฎการณ์ขึ้นอีกครั้ง ด้วยการที่ดิ่งตกลงไปกระแทกเข้ากับกิ่งไม้หนาของต้นไม้ต้นหนึ่งเข้าให้อย่างจัง จนใบหน้าได้ที่ของเขาสั่นไม่เป็นท่า ซึ่งมันก็ไม่เป็นผลร้ายต่อระบบประสาทของเขาแต่อย่างใด 


          แถมทั้งยังหัวเราะออกมาให้กับการกระทำของตัวเองได้อย่างง่ายดายอีกด้วย แน่นอนว่าเขาดันตัวให้ลุกขึ้นอย่างไว ดูเหมือนที่คนกำลังคิดที่อยากจะลองทำอีก ลองในสิ่งที่ไม่เคยพบเจอในชีวิต

 


มันทำให้เขาอดคิดไม่ได้เลยว่า.. ที่จริงแล้วเขาอาจจะไม่ได้ฟื้นหรอก

เขาอาจจะตายไปแล้วจริงๆ แล้วกำลังฝันอยู่แน่ๆ

 


          และเมื่อลุกขึ้นได้สำเร็จ ด้วยความที่อยู่ในที่สูงกว่าปกติ สายตาก็ฉับพลันดันผ่านพบไปเห็นกับหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่อยู่ไกลๆ ด้วยแสงไฟที่ระยิบระยับจับต้องสายตา ชายหนุ่มยืนกำไม้เท้าไว้หลวมๆ แล้วยกยิ้มที่มุมปาก หวังคิดว่ามันคงเป็นเรื่องที่ดีหากเขาฟื้นขึ้นแล้วได้พบเจอกับใครสักคนที่สามารถพูดคุยกันได้ปกติอีกครา เขาไม่รอช้าคิดลองดีใช้พลังที่ได้มาจากแห่งใดก็ไม่ทราบได้ ลอยสูงขึ้นตรงไปยังเป้าหมายที่เคยจ้องไว้ทันใด

 


ไม่นานนักเขาก็มาถึง

 


          มันเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีคนเดินไปมาแม้มันจะยามวิกาลแล้วก็ตามที ชายหนุ่มทิ้งตัวลงให้เท้าเปล่าแตะกับพื้นให้นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งโชคดีที่เขาเรียนรู้วิธีการลงจอดได้ดีกว่าหลายนาทีก่อนหน้านี้ สิ่งแรกที่ผุดเข้ามาปะทะความคิดในหัว คือสิ่งที่ชายหนุ่มต้องการหวังจะเข้าไปทักทายผู้คนที่กำลังเดินตรงดิ่งมาทางเขา แน่นอน, เขายกมือเตรียมกล่าวทักทาย ทว่ามันกลับไม่เป็นดังความคิด


          หญิงสาวที่กำลังเดินมาได้เกิดดันวิ่งผ่านเขาไปอย่างง่ายดายราวกลับภาพหลอน ชายหนุ่มตกอยู่ในสภาวะพูดอะไรไม่ออก มีเพียงสีหน้าและอาการอ้ำอึ้งพร้อมมองต่ำลงมาเรือนร่างผอมบางของตน

 


หวังจะคาดหาคำตอบจากเรือนร่างตัวเอง

 

แต่มันก็ไร้ซึ่งคำตอบใดๆ ออกมา..

 


          เขาตายจริงๆ แล้วงั้นรึ ? คำถามนี้เกิดขึ้น ชายหนุ่มก็พยายามวิ่งไปทั่ว พยายามยกมือทักทายผู้คนในหมู่บ้านอย่างคนที่ยังไม่ยอมแพ้ แต่มันก็กลับไร้ประโยชน์..

 


ไม่มีใครเห็นเขาแม้แต่คนเดียว

 


          ฝีเท้าเปล่าหยุดเดินแล้วก้มศีรษะต่ำลงมองพื้น ด้วยแววตาที่เศร้าลงราวกับสั่งได้ ตกลงแล้วเขาฟื้นขึ้นมาจริงๆ หรือเขาตายโดยที่ไม่รู้ตัวกันแน่.. จะว่าไปอีกอย่างเขาก็จำอะไรไม่เลยสักอย่างเดียว แต่มันก็มีเพียงอย่างเดียวที่เขารู้สึกได้คือชื่อของเขา ยามตอนจ้องมองที่พระจันทร์ ณ ตอนนี้

 


ชื่อของเขาคือ แจ็ค ฟรอสต์

 

นี่มันอะไรกัน.. ?

 


          เขาคิดในหัวอย่างทวนถามตัวเองเพียงลำพัง มันไม่มีอะไรเศร้าไปกว่าการที่ฟื้นขึ้นมาแล้วต้องมีพลังพิเศษ แต่กลับไร้ซึ่งชีวิตเฉดมนุษย์ปกติทั่วไป แม้จะได้มีพลังที่เหนือความคาดหวังก็ตาม..

 


เขาเหมือนตายทั้งเป็นด้วยซ้ำไป

 

แถมทั้งยังแย่ที่ไม่สามารถจำอะไรได้

 

ไม่มีใครมองเห็นเขา..

 


ใช่, ไม่มีเลย.. สักคนเดียว

 


 




 

 

 

 

          เป็นครั้งที่เท่าไรแล้วก็ไม่ทราบได้ที่ราชินีสาวแสนสวย ได้ยืนจ้องมองด้วยความเหม่อลอยไปยังบานหน้าต่างที่สูงชัน เพื่อมองดูประชาชนในเมืองของตนจากด้านใน ผ่านไปหลายปีเธอโตขึ้น แต่ความกล้าในการปกครองยังคงน้อยนิดเท่าเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง นัยน์ตาสีฟ้าราวเกล็ดน้ำแข็งไหววูบชั่วนาทีหนึ่ง เมื่อเห็นชีวิตคนในเมืองเดินกันเต็มทางของหมู่บ้าน จากวันนั้นที่รับตำแหน่ง จนตอนนี้ที่ผ่านไปนานหลายปี มันไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยสักนิดเดียว..

 


เธอยังคงอ่อนแอยังไงก็อย่างงั้น

 

เธอไม่สมควรเป็นราชินีด้วยซ้ำ..

 


          มันเหมือนเป็นภาพทับซ้ำระหว่างตอนนั้นกับตอนนี้ไม่มีผิดเพี้ยน ทั้งความหม่นหมองและความเศร้าในใจราชินีสาว ผู้ซึ่งที่ในตอนนี้เลือกที่จะเดินกรีดกรายในชุดกระโปรงยาวไปนั่งทิ้งตัวลงบนเก้าอี้สีขาวที่อยู่ถัดไปจากบานหน้าต่าง

 


          ก๊อก ก๊อก..

 


          พี่เอลซ่า..”

 


          แต่ยังไม่ทันนั่งได้ถึงนาที ประตูที่อยู่ด้านหลังของหญิงสาวร่างผอมก็เกิดดังขึ้น พร้อมกับเสียงหวานที่ถูกเปล่งออกมา เป็นการบ่งบอกให้รู้ถึงฐานะคนที่ยืนเคาะอยู่ด้านนอกได้เป็นอย่างดี

 

          ราชินีสาวตัวน้อยเอียงศีรษะที่มีมงกุฎหันไปมองด้านหลังตัวเองพร้อมทั้งเอนตัวไป

 


          เข้ามาสิ

 


          เมื่อสิ้นเสียงอนุญาต คนเจ้าของเสียงเคาะก็ถือโอกาสผลักประตูให้เปิดออกพร้อมเสียงที่ดังขึ้น ไม่ถึงวินาทีประตูก็ถูกแง้มให้เปิดออกจนเกือบสุด และมันเผยให้เห็นหญิงสาวเจ้าของเรือนผมที่มีโทนสีแตกต่างกันอย่างมาก หากเทียบในฐานะพี่น้องกับคนที่นั่งอยู่ วันนี้เจ้าหญิงอันนาอยู่ในชุดกระโปรงยาวสีเขียวตัดเขียวเข้มเช่นทุกวันที่อยู่ในวัง ความสวยสดยังคงที่ไม่มีเปลี่ยน แต่ความสดใสกลับดูจืดจางลงอย่างเห็นได้ชัด หากเป็นปกติอันนาคงกระโดดโลดเต้นเข้ามากอดคอเธอเป็นแน่แล้วแท้ แต่ตอนนี้มันกลับตรงข้าม เจ้าหญิงองค์น้องเพียงแต่เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกับท่าทางที่เจี๋ยมเจี่ยมเสมือนคนเจียมตัวเท่านั้น กระนั้นเอลซ่าก็เลยพยายามฝืนยิ้มไปให้ทันที

 


          ฉันแค่จะตามพี่ไปทานมื้อค่ำ เอ่อ.. ฉันเห็นพี่ไม่ทานอะไรหลายวันแล้ว ฉันเป็นห่วงก็เลย..”

 


          ….

 


นั้นสิ, เธอยังไม่ได้ทานอะไรเลย

 


          ไม่เป็นไ…” 

 


          จ่อกกก

 


          ในขณะที่ราชินีสาวเตรียมตัวที่จะตอบปัดปฏิเสธให้อีกฝ่ายได้สบายใจ ท้องน้อยเจ้ากรรมก็ดันไม่เป็นใจ ทำตัวเสียแผน ส่งเสียงเรียกร้องดังออกมาทักทาย จนอันนาแอบเล่สายตามองเล็กน้อย พร้อมยิ้มกรุมกริ้มมาให้เจ้าของเสียงเรียกนั้น เอลซ่าถึงกลับมีอาการเขินอายเกิดขึ้นทดแทน

 


          ถ้าพี่ตอบว่าไม่หิว ก็คงจะไม่เชื่อกันสินะ

 


          ฉันว่า ฉันมีหลักฐานจากเมื่อสักครู่นะคะ  เจ้าหญิงอันนาตัวน้อยพูดโต้ตอบอย่างนึกขบขัน

 


          งั้น.. เดี๋ยวพี่จะตามออกไปก็แล้วกัน

 


ในเมื่อกลบเกลื่อนไม่ได้ ก็ตามน้ำไปเสียก่อนก็แล้วกัน

มันคงไม่ใช่เรื่องน่าอายอะไร เธอคิดอย่างหาทางออกไม่ได้

 


          ได้ค่ะ รีบตามมานะคะ เดี๋ยวอาหารจะเย็นซะก่อน

 


          ขอบใจจ้ะ  ว่ากล่าวดังนั้นแล้ว อันนาก็รีบถอยเท้าก้าวหลังแล้วปิดประตูไปอย่างเบามือที่สุดเท่าที่จะทำได้ 


          ไม่นานหลังจากบานประตูแนบชิดติดกัน เสียงดีใจที่ปิดไม่อยู่ก็ดังขึ้นลอดช่องบานประตูเล็กๆ เข้ามาในหูของเอลซ่า ถ้าให้เดา อันนาคงจะดีใจอยู่ไม่น้อยที่ได้คุยกับพี่สาวของตน และชวนเธอไปทานอาหารได้สำเร็จดั่งที่ใจหมายไว้ เอลซ่าจึงได้แต่ส่ายหน้าระอา ก่อนจะตามด้วยการที่หันสายตากลับไปที่บานหน้าต่าง ดวงตากลับมาล่องลอย

 


เธอยังไม่พร้อมเปิดใจให้กับอันนาอีกครั้ง

เธอไม่อยากให้ใครต้องมาเจ็บปวดอีกแล้ว

 

ขอแค่เพียงเธอที่เป็นฝ่ายเจ็บปวด ก็พอ

 


          กลิ่นของความกลัวเช่นนี้ คืออะไรกันน้า..”

 


          ใครหนะ !?”

 


          แต่จู่ๆ ในจังหวะนั้นเองที่เอลซ่ากำลังคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ก็กลับดันมีเสียงปริศนาเกิดขึ้นที่บริเวณด้านหลังใบหูของเธอ จนเธอต้องหันไปมองหาด้วยความหวาดระแวง พร้อมตื่นกลัว

 

          ทว่ากลับไร้ซึ่งเรือนร่างของสิ่งมีชีวิตใดๆ ในห้องของเธอ ยกเว้นเพียงแค่ตัวของเธอเองเท่านั้น

 

          ดวงตาสีฟ้าราวกลับท้องฟ้ายามรัตติกาล สั่นระริกด้วยความไม่ไว้ใจ เธอคงไม่ได้คิดมากจนประสาทหลอนไปเสียแน่ๆ เพราะเธอได้ยินชัดเต็มสองหูของตนว่ามีเสียงผู้ชายมากระซิกอยู่ข้างๆ เป็นแน่แท้ หากให้เธอไปสาบานต่อพระเจ้า เธอก็ยอมเสียจริงๆ ว่าตนเองไม่ได้พูดปด

 


          ตกใจรึ ?”  แต่แล้วในตอนนั้นเองที่เอลซ่าได้ยินเสียงเอ่ยทักอีกรอบ มันอยู่ด้านหลังเธออีกครั้ง หญิงสาวไม่รอช้า รีบหันขวับ ทันใดนั้นไม่ถึงวินาทีดวงตาสวยก็เบิกกว้าง สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเธอในตอนนี้คือชายร่างสูงผอม ไหล่กว้าง เนื้อผิวซีดเทา เรือนผมดำเสยเซ็ตดูลุคผู้ดี จมูกโด่งแหลม เฉดเช่นกับคางที่ยาวผิดปกติจากมนุษย์ทั่วไป ดวงตาเจ้าเล่ห์เฉี่ยวคมราวกลับอินทรีย์กำลังมองตรงมาที่เธอ ร่างสูงของเขาอยู่ภายใต้เสื้อยาวสีดำสนิท ที่มาพร้อมกับรอยยิ้มไร้ซึ่งความน่าไว้วางใจ เอลซ่าแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็น สิ่งแรกที่นึกขึ้นได้ 


          เธอสะบัดหัวและขยี้ตาเล็กน้อย หวังจะไล่ภาพลวงตาตรงหน้าได้จางหายไป แต่ทว่าทำเท่าไหร่ ร่างของชายหนุ่มตรงหน้าเธอนั้นก็ยังคงอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน ครานี้คิ้วเรียวสวยถึงกลับขมวดเข้าหากันเสียแทน

 


          จะ-เจ้าเป็นใครกัน เข้ามาได้ยังไง !?”

 


          ไม่ต้องแปลกใจว่าสิ่งใดจะหลุดออกเป็นคำถามอย่างแรก ที่มีบุคคลแปลกหน้าโผล่เข้ามาในห้องของตัวเอง ทว่าขณะเดียวกันผู้ที่ถูกทักเช่นนั้น กลับนิ่งและขบขำออกมาราวเป็นเรื่องตลกเรื่องหนึ่ง

 


          ฮะฮะ.. อย่าสนใจเรื่องของข้าเลย ไม่สิ, มันคงจะดูเสียมารยาทกับราชินีสาวเช่นเจ้ามากกว่า งั้นข้าจะแนะนำตัวเสียหน่อย  ว่าแล้วเสียงที่นุ่มละมุนของชายหนุ่มก็เอ่ยตอบขึ้นมาอย่างทีเล่นทีจริง

 

          เขาย่างเท้าเปล่าเข้ามาใกล้เอลซ่าที่ยังคงอาการตื่นกลัวไว้ได้เป็นอย่างดี ก่อนจะตามด้วยโน้มตัวลงมาเช่นหวังว่าจะแนะนำตัว เสมือนเจ้าชายที่ต้องกระทำต่อหญิงสาวอย่างเป็นมิตร

 


          “!!”

 


          เขาคว้ามือของเอลซ่าไปจุมพิตอย่างนุ่มนวล แต่แน่นอนราชินีมีอันต้องตกใจจนสะดุ้งแทบชักมือกลับเข้าที่เกือบไม่ทัน แต่อีกฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามตัวเธอนั้นก็กลับมีเพียงรอยยิ้มที่ผุดขึ้นมาทักทาย

 


          หม่อมฉันมีนามว่า พีช แบล็คข้าต้องควรพูดแบบนี้สินะ

 


          เอลซ่ารู้ได้ในทันทีว่าบุคคลตรงหน้านั้นกำลังกวนประสาทเธอ

 


          แล้วเจ้าต้องการอะไรกัน !?”

 


          แหม อย่าเสียงดังไปเลย ข้าแค่อยากมาทักทายราชินีสาวคนใหม่นิดหน่อยก็เท่านั้นเอง

 


          “!?”

 


          เอลซ่ายังคงไม่เข้าใจเหตุการณ์ต่างๆ ที่อยู่ตรงหน้าเธอ ดวงตากลมโตทำหน้าที่อย่างต่อเนื่องด้วยการกระพริบถี่เช่นคนสงสัยทุกอย่างที่ไม่ชัดเจน

 


          เจ้าดูสวยกว่าที่คาดคิดไว้นะ เอลซ่า ? นี่คงเป็นชื่อของเข้าสินะ ยินดีที่ได้รู้จักเสียจริงๆ

 


          “…” 

 


          ข้าว่าอย่าเสียมารยาทด้วยการที่จะร้องเรียกคนมาช่วยดีกว่านะ

 


          และในจังหวะหนึ่งที่เอลซ่าเกือบกำลังจะเปิดปาก ร้องเรียกให้คนด้านนอกให้เข้ามาช่วยเหลือ บุคคลตรงหน้าก็กลับดักทางเธอไว้เสียก่อนราวกลับอ่านใจได้ หญิงสาวชะงักไปในบัดดล

 


          “!!”

 


          ก็อย่างที่บอก ข้าแค่อยากมาทักทาย  คราวนี้เสียงของชายหนุ่มกระซิบหูข้างใบหู พร้อมกับเกิดความรู้สึกที่ปลายผมของเอลซ่า เขาเข้ามาใกล้เธอขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน !? เอลซ่าคิดด้วยความตกใจ จนเธอต้องสะบัดตัวให้ออกห่าง แล้วหันมาเผชิญกับบุคคลแปลกหน้าอีกครั้ง

 

          เขาดูเผยยิ้มพึงใจ จนชวนให้หญิงสาวรู้สึกขนลุก สัญชาตญาณของเธอทำเอาเอลซ่าต้องจับมือตัวเองให้นิ่งไว้ เธอไม่อยากใช้พลังพร่ำเพรื่อสักเท่าไหร่นัก

 


          ดูเหมือนเจ้าจะมีพลังบางอย่างที่ซ่อนไว้สินะ อยากรู้วิธีควบคุมมันไหมล่ะ ?”

 


          วิธีควบคุม ? คำนี้โลดแล่นเข้ามาในหัวของเอลซ่าอย่างรวดเร็ว จนคิ้วเรียวของนางกระตุกรับความรู้สึก และเหมือนพีช แบล็คเอง ก็รับรู้ถึงความอยากรู้ของเอลซ่าได้ชัดเจน

 



          เหมือนเขาจะมาถูกทางเสียแล้ว

 



           ยังไง ?”  


          ราชินีสาวถามเสียงแข็งเฉดทดลองทิศทางของอีกฝ่าย แล้วกอดอกแน่นด้วยความไม่วางใจซะทีเดียว

 


          อ่า, มันจะง่ายเกินไปหรือเปล่า ของแบบนี้มันก็ต้องมีอะไรแลกเปลี่ยนนะ ว่าไหม ?”

 


ว่าแล้วเชียว หญิงสาวร้องอยากรู้ทันภายในหัว

เธอกะไว้อยู่แล้วว่าคนไม่ปกติเช่นนี้ มีหรือที่จะมายื่นข้อเสนออะไร

ที่น่าสนใจ โดยใช่หาข้อแลกเปลี่ยน

 


          “…”

 

          เอลซ่าคิดทบทวนอย่างคนมีเวลา แน่นอนว่าเธอสามารถถูกล่อลวง แต่เธอไม่เข้าใจว่าทำไมบุคคลนี้ถึงรู้ในความต้องการของเธอ และจู่ๆ ก็โผล่มาหาเธอเสียเฉยๆ อย่างไม่มีเหตุผล

 

          แต่ถ้าเธอไม่ได้ถูกหลอก เธอก็สามารถควบคุมตัวเองไม่ให้ใช้พลังได้ และไม่เป็นอันตรายกับใคร

 


ทว่ามันก็มีข้อแลกเปลี่ยนที่เธอยังไม่รู้

 

เขาเป็นใครกัน.. คนที่เกิดจากความกลัวงั้นรึ ?

 


          ดูเหมือนเจ้าจะคิดไม่ตกเสียทีเดียวนะ ข้อแลกเปลี่ยนมันไม่ได้ร้ายแรงอะไรหรอกสาวน้อย เพราะงั้นข้าจะให้เวลาคิดสักหน่อยก็แล้วกันนะ และถ้าอยากพบกัน ก็โปรดจงนึกถึงชื่อข้า”  เมื่อสิ้นประโยค ไม่ถึงครู่นาทีต่อจากนั้นร่างของชายหนุ่มก็ค่อยๆ มลายจางหายไปราวกลับเป็นฝุ่นละออง ความวิตกกังวลรวมถึงทั้งความน่าตกใจ มากองรวมอยู่ที่ใบหน้าของเอลซ่าอย่างเลือกปฏิเสธเสียมิได้ เธอแทบไม่อยากเชื่อว่าตัวเองกำลังคุยอยู่กับสิ่งประหลาด

 


ผีงั้นรึ !?

 


          เธอคิดเฉดเด็กน้อย แต่ก็เป็นอันต้องส่ายหน้าระอา มันจะเป็นแบบนั้นไปได้อย่างไร?’ หญิงสาวว่ากล่าวตนในใจเล็กๆ เธอยังคงคิดไม่ตกกับคำพูดทุกอย่างเมื่อก่อนหน้านี้

 



แต่ต่อให้เป็นผี หากเขาช่วยเธอได้ มันก็น่าสนใจยิ่งนัก..







? cactus


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

25 ความคิดเห็น

  1. #22 MIKHASEA (@Mikhasea) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 14:30
    แจ็คกับเอลซ่าเจอกันนอกวังหรอคะ
    #22
    0
  2. #14 Puryartist (@purida_black) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 22:03

    ฮือ กลับมาอัพแล้ว ดีใจมาก รอตอนต่อไปค่ะ ขอให้แจ๊คเจอเอลซ่าไวๆ นางจะถูกล่อลวงแล้วววว

    #14
    0
  3. #13 Aiya_chan (@Aiya_chan) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 15:28
    อร้ายยย ดีใจเหลือล้นนน ภาษาสวยมากค่ะ><
    #13
    0