(Fic one piece) Training two years of Zoro /Var/

ตอนที่ 25 : Special chapter (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 447
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    25 มิ.ย. 63

ดวงตานิลจับจ้องร่างสูงที่กำลังแข่งขันเคนโด้อย่างไม่วางตา เจ้าตัวจ้องเขม็งไม่สนใจสิ่งรอบข้าง เขาพยายามมองการเคลื่อนไหวของอีกคนอย่างจริงจัง ฝีมือคู่ต่อสู้ก็เก่งไม่ใช่เล่น ขณะที่ความสนใจทั้งหมดถูกดึงออกไป ก็มีเสียงคล้ายๆกับแมลงหวี่แมลงวันมารบกวนข้างๆหูของเขา มือของคนขี้รำคานปัดมันออก

 

 

เพี๊ยะ!

 

 

มั่นใจได้อย่างแน่นอนว่าเสียงเมื่อครู่ไม่ใช่เสียงของมือกระทบกับแมลงชนิดใดๆ แค่สัมผัสก็รู้ได้แล้วว่ามีพื้นผิวมากกว่าแมลงวี่หลายสิบตัว ทั้งยังมีเสียงแน่นๆของของลงน้ำหนักมือของเขาเป็นเรื่องยืนยัน

 

 

 

"โว้ย ! นี่แกจะหาเรื่องกันใช่ไหมเจ้าหัวสาหร่ายเอ้ย!" คนโดนตบหน้าตะโกนออกมาทันที หลังจากที่เมื่อครู่ตนแค่กำลังเรียกร่างที่เหมือนจะโดนสะกดจิตของมิตรคู่กัด อย่าไม่คาดคิด ว่าจะโดนคนไม่ได้สติตบเข้ามาจังๆ

 

 

 

"แกตั้งหากที่เอาหน้ามาโดนมือฉันตบน่ะ หนวกหูเฟ้ย เงียบทีซิ" ตอนแรกเจ้าตัวก็ตกใจแล้วกะจะหันไปขอโทษคนเคราะห์ร้ายอยู่ แต่ความคิดนั้นก็หายไปเป็นปิดทิ้งเมื่อเห็นว่าเป็นใคร ทั้งยังแอบสะใจนิดๆด้วย แต่เพราะเสียงโวยวายของอีกคนเขาเองก็ไม่ค่อยชอบใจนัก

 

 

 

 

"ห๋าา แล้วทำไมฉันต้องเชื่อฟังแกด้วยฟ่ะ ? " เสื้อของคนพูดถูกดึงขึ้นมาให้ถนัดๆกับการเคลื่อนไหวร่างกาย พร้อมเจ้าตัวก็เลิ่กคิ้วขึ้นมาอย่างท้าทาย

 

 

 

 

"ก็ดี ฉันจะได้ทำให้แกหุบปากเร็วๆไปเลยแล้วกัน" เมื่อโดนท้า คนถูกท้าก็ดูจะไม่มีท่าทียอมหรือล่าถอยเลยแม้แต่น้อย ทั้งยังมีท่าทีว่าจะคำรับท้านั่นเสียด้วย

 

 

 

 

"เดี๋ยวสิยะ !? พวกนายจะมาก่อเรื่องในงานเปิดตัวที่นี่ไม่ได้นะยะ โดยเฉพาะนาย โซโล! " สาวผมส้มเข้ามายุติก่อนจะเกิดเรื่องวุ่นวายจนพวกเธอทั้งหมดถูกไล่ออกไปเสียก่อนได้ดูการแข่งขันครั้งนี้

 

 

 

 

"แกรอดได้เพราะคุณนามิหรอกนะ เจ้าโมริโมะ" ซันจิหันไปขานรับกับสาวสวยหน้าอกเด่นด้วยน้ำเสียงหวาน ก่อนจะหันมาพูดคนละน้ำเสียงกับเมื่อกี้

 

 

 

"ไอ้กุ๊กหื่น" โซโลสถบออกมาเมื่อเห็นท่าทีชวนสะอิดสะเอียดของคนผมทอง แล้วหันหน้าไปมองเวทีการเปิดตัวต่อ แต่ทุกอย่างก็จบแล้ว คนผมเขียวจิ๊ปากอย่างไม่สบอารมณ์

 

 

 

คนถูกต่อว่าคิ้วกระตุกหลังจากโดนเรียกว่ากุ๊กหื่น เขาแทบจะปรี่เข้าไปหาเรื่องคนปากปีจรอีกครั้ง แต่ก็ต้องหยุดลงเมื่อได้ยินสิ่งที่หน้าสนใจมากกว่า

 

 

 

"นี่โซโล นายน่ะชอบคนคนนั้นใช่ไหมล่ะ ? " เจ้าของน้ำเสียงสดใสพูดพร้อมยังชี้นิ้วไปหาบุคคลที่สาม โดยเป็นที่สิ้นสุดของสายตาของเจ้าของชื่อเช่นกัน ทั้งยังกอดคออีกคนแม้ส่วนสูงจะห่างกันได้ซักถ้าถึงห้าหกเซ็นต์ก็ตาม

 

 

 

"ห๋า พูดอะไรของนายเนี่ย ? " โซโลเลิ่กคิ้วขึ้นอย่างไม่เข้าใจคำถาม

 

 

 

"ก็ฉันเห็นนายจ้องแต่คนคนนั้นมาซักพักแล้วนี่น่า แล้วก็มีประกายๆในตานายด้วย เหมือนตอนที่ฉันเห็นกินเนื้อเลยแล้วฉันก็ชอบเนื้อด้วย!" คนตัวเล็กกว่าที่มีผมสีดำมีสัญลักษณ์เป็นเอกลักษณ์คือรอยแผลเป็นใต้ตาและสวมฟางใบสำคัญของเจ้าตัว เขาพูดบอกเหตุผลไป พร้อมเปรียบเทียบกับอาการชอบของตนให้คนฟัง

 

 

 

"เฮ้ อย่าเอาความชอบของแกมาเปรียบเทียบกับของคนอื่นสิ อีกอย่าง เจ้าหมอนั่นสำหรับฉันแล้- " คนถูกกล่าวหายส่ายหน้าปฎิเสธ กับความคิดสุดหลุดโลกของเพื่อนสนิท ซึ่งนั่นก็เป็นปกติของเจ้าตัวอยู่แล้ว คิดอะไรง่ายๆ ไม่ซับซ้อน หรือไม่ก็พูดตามที่คิดโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง เจ้าตัวพูดตามที่เห็นแล้วแสดงความคิดเห็นออกมามาดื้อ ถึงมันจะมีถูกบ้างหรือผิดบ้าง ซึ่งในกรณีนี่เป็นอย่างหลังนั่นแหละ

 

 

 

 

"โอ๊ะ เจ้าหัวมอสชอบผู้ชายคนนั้นเองหรอ ?" ซันจิได้โอกาส ก็รีบคว้าแล้วปั่นหัวอีกคนเล่นบ้าง พร้อมมองไปคนคนที่กล่าว

 

 

 

"เฮ้ยๆ ! ฉันก็บอกอยู่ว่าไม่ใช่ไงฟ่ะ! นี่แกจะเอายังไงห๊ะ !? " โซโลที่ได้ยินเริ่มมีน้ำโห เส้นเลือดขมับเริ่มปูดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื้อมันออกมาจากปากคนที่เขาไม่ชอบหน้าอย่างแรง

 

 

 

"เย่! ฉันชนะ อุซปนายต้องเลี้ยงบุฟเฟ่ต์เนื้อฉันตามสัญญานะ! " ส่วนตัวสร้างปัญหาก็ร้องตะโกนออกมาอย่างเดียว แล้วหันไปพูดเสียงดังกับคนข้างหลังซึ่งเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน ทันทีที่โซโลได้ยินคิ้วตนก็กระตุกรัวๆ เมื่อตนตกเป็นเป้าหมายการพนันอะไรซักอย่างของเจ้าสองตัววุ่นวายตรงนั้น พร้อมจะหันไปปฎิเสธ

 

 

 

"เฮ้ พวกแก!" โซโลกัดฟันกรอด ไปหาตัวเป้าหมายทั้งสองคน

 

 

 

 

"อ๊ะ! จริงดิ อย่ามาหลอกมั่วเพราะอยากกินบุฟเฟ่ฟรีสิ" เพื่อนจมูกยาวเจ้าของชื่ออุซป พูดด้วยความตกใจ แต่ก็ยังไม่ปักใจเชื่อ

 

 

 

 

"ลูฟี่พูดความจริงแล้วอุซป เจ้าบ้านี่มันชอบคนตรงนั้นจริงๆ" ซันจิรีบเสริมใส่ไฟอย่างไว เมื่อถึงคราวเขา เขาต้องเล่นงานเจ้าหัวเขียวให้สาสมที่สุด

 

 

 

 

"จ๊าก ! โซโลเปลี่ยนไปชอบแบบนั้นแล้วเรอะ ! " อุซปเมื่อได้ยินคำยืนยันเพิ่มมาอีกคนก็เปลี่ยนเป็นเชื่อสนิทใจ พร้อมมือทั้งสองข้างขึ้นมาตบหน้าตาทั้งสองข้างว่าตนไม่ได้ฝันไป พร้อมสีหน้าตกใจสุดขีด

 

 

 

 

"โอ้ว ถ้าอย่างงั้นก็ซูเปอร์ไปเลย ! " คนวิกลจลิตที่นอกจะใส่กางเกงสีกากีแล้ว ยังสวมกางเกงในทับเข้าไปอีก เขาอยู่ในลิสเป็นเพื่อนในกลุ่มเช่นเดียว เจ้าตัวสูงพูดพร้อมท่าทางประกอบกับคำพูดว่า ซูเปอร์ของตนเอง

 

 

 

 

"อ๊ะ เอ่อ ฉันก็เข้าใจอยู่นะ ในช่วงนี้ฮอร์โมนมันเปลี่ยนบ่อย นาย เอ่อ จะสับสนก็ไม่แปลกหรอก ไม่สิ ต่อให้รสนิยมนายเป็นยังไง มันก็ไม่ผิดหรอกนะ พวกฉันรับได้แน่นอน" เสียงหนุ่มตัวเล็กที่มักจะศึกษาเรื่องการแพทย์เป็นพิเศษ พูดกะตุกกะตักในตอนแรก พร้อมพยายามอธิบายด้วยความรู้ที่ตนมี ก่อนตอนท้ายสุดจะปลอยโยนอย่างเห็นใจแล้วร้องไห้มีท่าจะจะโผเข้ากอดเพื่อให้กำลังใจ บุคคลที่กำลังถูกเข้าผิดอยู่

 

 

 

 

 

 

 

"เฮ้ย!? นี่พวกแกจะตลกกันมากเกินไปแล้วเฟ้ย ! เจ้าพวกบ้านี่!" โซโลตะตวาดเสียงดังใส่กลุ่มเพื่อนของตนที่ทำตัวรับมุกทุกคน ไม่สิ ยิ่งกว่าการรับมุกคือเหมือนทุกคนจะเชื่อไปแล้วว่าเขาชอบผู้ชาย ใบหน้าคนตะโกนแดงจัดจากอารมณ์เดือดและการใช้คอเพื่อตะเบงเสียง

 

 

 

 

 

 

"เฮ้ ไม่ได้ล้อเล่นนะ แต่ว่านายน่ะ เขินจนหน้าแดงไปหมดแล้วไม่ใช่รึไง ?" เมื่อซันจิเห็นหน้าอีกคนแดงเถือกด้วยโทษะ ก็ยิ่งใส่ไฟล้อเลียนออกไปอย่างสนุกปาก

 

 

 

 

"แก! ไอ้-" ไม่ทันที่คำนานาสารพันนึกจะได้พูดออกไปตามอารมณ์ ก็มีเสียงใสของหญิงสาวผมส้มดังขึ้น

 

 

 

"ความจริง ถ้านายได้คบกับคนระดับนั้นล่ะก็ ต้องมีเงินจ่ายหนี้ฉันที่ค้างอยู่แน่ๆเลย" เธอพูดพร้อมดวงตาที่ประกลายขึ้นพร้อมสัญลักษณ์รูปเงินในตา คล้ายจะทวงหนี้คนยืนอยู่กลาย จากการกู้ไปซื้อดาบไม้ให้ครบ3ดาบ ซึ่งเธอก็ไม่เข้าใจนักว่าจะฝึกใช้สามดาบทำไมกัน แต่เมื่อเห็นฝีของอีกคนเธอเองเริ่มยอมรับฝีมือของคนตรงหน้า นั่นไม่ใช่ประเด็น ประเด็นก็คือดอกเบี้ยที่เธอจะได้เก็บขูดเลือดจากอีกคนจากหาก




"เธอเองก็เป็นไปด้วยเร๊อะ ยัยหน้าเลือด ! " โซโลหันไปว้ากกับความคิดของเจ้าหนี้ 


 



"แน่นอนสิยะ เงินเชียวนะ เงิน- อ๊ะ ไม่ใช่สิฉันหมายถึงอนาคตที่สุขสบายของนายต่างหาก" ดวงตาเธอยังคงเปร่งประกายเป็นสัญลักษณ์รูปเงินอยู่ พร้อมใช้นิ้วเคาะอกคู่สนทนา




"ที่พูดมาน่ะ เพราะแต่เงินทั้งนั้นไม่ใช่รึไง!?" อุซปกับช็อปเปอร์ตกมุกนั้นทันที





"แต่ถึงยังไงก็เถอะ..." โซโลหลุบตาหลงพร้อมก้มหน้าอีกเล็กน้อย เหล่าตัวป่วนทั้งหลายหันมาหาเขาเพื่อรับฟังว่าเขาต้องการจะบอกอะไรต่อ





"พวกแกจะสนุกกันมากเกินไปแล้ว !?" โซโลมีฝีหน้าที่แทบจะโมโหจนกินหัวคนได้ ร่างโปร่งตวาดออกมาแล้ววิ่งไล่เจ้าตัวป่วนที่มีอยู่สองสามคน




ลูฟี่และอุซปพากันวิ่งหนีโซโล ส่วนซันจิก็ เรียกว่าแซวล้อไปแล้วหลบไปเสียมากกว่า




เสียงหัวเราะบางๆของสาวอีกคนของกลุ่ม หล่อนมีผมสีดำสนิทยาวสรวย และมักจะศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์อยู่บ่อยครั้ง เธอมองกลุ่มผองเพื่อนตนเองที่ดูร่าเริงทุกวัน ก่อนจะเคลื่อนสายตาถึงใครอีกคนที่ตกเป็นหัวข้อนี้เช่นกัน ร่างสูงของชายหนุ่มกำลังเดินกลับไปหลังเวที เพื่อให้รายการอื่นจัดแสดงต่อ




จูราคิล มิฮอว์ค





ชายร่างสูง ใบหน้าเรียวคม ผมสีดำสนิท ไว้เคราเล็กน้อยขับเสน่ห์ให้เจ้าของได้ไม่ยาก อายุไม่ถึงเลขสาม แต่ฝีมือการใช้ดาบของเขาทำให้เขาขึ้นแท่นเป็นที่หนึ่งของเคนโด้ แต่บรรยากาศรอบตัวของคนๆนั้นค่อนข้างที่จะไม่เป็นมิตรกับคนมากนัก ดูสุขุม เยือกเย็น จนคนหลายๆคนหวาดกลัว เรื่องนิสัยไม่แน่ชัด ค่อนข้างที่จะพูดโพลงๆ ตรงๆอย่างไม่สนใจความคิดคนอื่น เป็นบุคคลที่เข้าถึงและเข้าใจยาก




โรบิ้นหยิบกระดาษนิตยาสารสีฉบับหนึ่งขึ้นมา ซึ่งปรากฏเป็นรูปเจ้าของร่างสูงที่กำลังเดินออกไม่อย่าไม่สนใจนักข่าวมากนัก ก่อนจะช้อนตาขึ้นมองแผ่นหลังกว้างที่ค่อยๆเดินห่างออกไป





ตัวป่วนทั้งสามยังคงวิ่งวุ่นหนีคนที่วิ่งไล่ราวกับปีศาจตามล่าเหล่าวิญญาณ แต่จู่ๆ คนที่ชอบปั่นหัวปีศาจยักษ์สาหร่ายก็บังเอิญเห็นอะไรที่น่าสนใจขึ้นมา ซึ่งสมองของเขาก็กำเนิดไอเดียใหม่ มากกว่าแค่ล้อเลียนอีกฝ่าย คิดเสร็จมุมปากของเจ้าของความคิดก็ยกขึ้น ราวกับรอยของสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์





คนบงการแผน วิ่งไปหาตัวป่วนอีกสองคนที่วิ่งหนีป่าราบอยู่ 



"พวกนายแยกทางกันไปเถอะ เดี๋ยวตรงนี้ฉันจัดการต่อเอง" ซันจิเร่งฝีเท้าจนเข้าหาตัวลูฟี่และอุซปได้ ก่อนจะยกนิ้วโป้งหาตัวเอง ว่าตนจะรับช่วงต่อแทน




"โอ้ว ฝากด้วยนะ !? " ลูฟี่ยิ้มอย่างสนุกสนานราวกับไม่มีความเหนื่อยกับการวิ่งไล่จับครั้งนี้เลย



"ซันจิ นายช่วยชีวิตฉันไว้แล้ว" ผิดกับอุซปที่หายใจแทบจะไม่ทันกับการวิ่งหนีเจ้ากรรมนายเวร



"อือ เชื่อมือได้เลย" รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏอีกรอบ ก่อนหนุ่มผมทองจะหันไปตะโกนหาคนวิ่งไล่เขาอยู่




"นี่ เจ้าสาหร่ายทะเล แกวอมก่อนแข่งได้แค่นี่รึไง อ่อนชะมัด" น้ำเสียงพร้อมสีหน้าหยามเหยียดเต็มสูบ มีหรือคนที่โมโหอยู่แล้วจะไม่เร่งฝีเท้าตามคนพูดจาดูถูกตน




"ได้ ถ้าฉันจับแกได้แกน่าจะหยุดเรียนไปอาทิตย์หนึ่งนะเจ้าคิ้วพิลึก" โซโลเริ่มวิ่งตามใกล้คนที่ตนอยากซัดขึ้นเรื่อยๆ ซันจิรู้ดีว่าความไวของพวกเขามันพอๆกัน แต่ยังไงเสีย เขาก็คิดว่าความไวของเขานำกว่าคนไล่ตามอยู่ก้าวหนึ่งนั่นแหละ




"แกว่าใครคิ้วพิลึกห๊ะ ! " ซันจิลดความเร็วลงมาเล็กน้อย พร้อมเบียดคนที่กล่าวถึงอวัยวะเหนือดวงตาของที่มีเอกลักษณ์ของตน



"แล้วแกว่าใครเป็นสาหร่ายทะเลห๊ะเจ้างั่ง ! " โซโลเบียดกลับอย่างไม่เกรงกลัว หน้าตาทั้งองคนอยู่ในอารมณ์บูดทั้งคู่ จากคำสารพันฉายาที่คนไม่ชอบหน้าตนตั้งให้ 




แต่แล้วซันจิก็ดึงสติกลับมาได้เมื่อเจอตัวแปรของแผนการณ์นี้อยู่ไม่ไกลนัก




"โอ๊ะ เข้าไปทักทายเขาหน่อยดีกว่า คนดังนี่เนอะ" ซันจิหันไปหาเป้าหมายที่เดินออกมาจากห้องน้ำ เสื้อผ้าเคนโด้ถูกเปลี่ยนเป็นเชิร์ตขาวสะอาดๆกับกางเกงขายาว เหมือนกำลังจะเดินออกไปจากจุดนั้น





โซโลหันไปมองตามสายตาของอีกคน คิ้วขวากระตุกรัวๆบอกได้เป็นอย่างดีถ้าปล่อยให้เจ้าตัวแสบนี่ไปเหมือนจะเกิดขึ้นวุ่นวายขึ้นกับเขาแน่ๆ แต่คิดไม่ทันจบ ร่างของอริที่ตัวสูงพอๆกับตนก็วิ่งไปหาบุคคลที่สามนั้นทันที




"งั้นฉันจะขอลายเซ็นต์ให้แกหน่อยก็ได้" ไม่วายตัวป่วนหันมายิ้มเยาะ พร้อมแสดงความมีน้ำใจหากแต่ปราศจากความปรารถนาดี




"เฮ้ย เดี๋ยวสิเจ้าคิ้วม้วน ! " โซโลรีบวิ่งตามไล่คนวิ่งไว แต่ทันทีที่จะถึงตัวคนผมทอง เขาก็วิ่งไปถึงเป้าหมายของตัวเองไปแล้ว





"เฮ้ นี่คุณ เจ้าหมอนี่น่ะมั-" ทั้งๆที่วิ่งนานขนาดนั้น แต่ดูเหมือนความต้องการกลั่นแกล้งจะนำสูงลิ่วจนลืมเหนื่อย ประโยคคำพูดที่ไม่ได้พักหายใจถูกปิดไว้ด้วยมือของคนที่ถูกลากเข้าไปในการสนทนานั้น





"หุบปากไปเลยเจ้าบ้านี่ แกคิดจะพูดอะไรห๊ะ! " โซโลที่รีบวิ่งมาสุดชีวิตก็จัดการปิดปากพร้อมจมูกคนพูดไม่รู้เรื่องทันที มือโปร่งของคนจะขาดอากาศหายใจ ทั้งตบทั้งดึงมือเขาออก แต่ก็ไร้หนทางเมื่อพลังกายของอีกคนดูจะเยอะกว่าตนไปหน่อย





โซโลให้ความสนใจและทะเลาะกับคนในการควบคุมของตนตอนนี้มากกว่า จนละเลยสายตาคมที่มองมาหาเขา ดวงตาสีสันประหลาดส้มดำนิ่งไปเพียงชั่วครู่ ก่อนจะเบนสายตาไปทางอื่นโดยไม่แสดงท่าทีสนใจคนเสียงดังทั้งสอง 




คนโดนปั่นหัวง่วนอยู่กับอริตน โดยไม่ได้ใส่ใจเขาดึงตาสายไปมองภาพตรงหน้าบ้าง ซึ่งนั่นทำให้เจ้าตัวตระหนักได้ว่ามีบุคคลอีกคนที่ยืนอยู่ด้วย 



ใบหน้าเรียวยาวกำลังมองทางอื่น คล้ายไม่รับรู้ถึงตัวตนของสองคนที่กำลังทะเลาะกันอยู่ใกล้ เด็กหนุ่มมองคนตรงหน้าด้วนแววตาที่หลากหลายความหมาย ทั้งเป้าหมาย ชื่นชม เคารพ ความมุ่งมั่น 



เพราะบุคคลตรงหน้าคือคนนี้เขาต้องชนะและขึ้นเป็นที่หนึ่ง เพื่อคำสัญญาและคำสาบานกับเพื่อนวัยเด็ก




คนถูกจ้องรับรู้ได้ถึงสายตาที่มองมาหาตน ใบหน้าคมหันกลับมาสบตากับคนที่จ้องหน้าเขาอยู่



ดวงตานิลกระตุกขึ้นมาอย่างไม่คาดคิด ทั้งคู่สบตาเพียงครู่เดียว และเป็นเด็กหนุ่มที่มีสีหน้าเดี๋ยวม่วงเดี๋ยวเขียว พะอืดพะอมอย่างบอกไม่ถูก เมื่อจู่ๆคำล้อเลียนแกล้งกันของเพื่อนฝูงก็พากันไหลเข้ามาในความคิดเพียงเสี้ยววิ



มือโปร่งกุมปากตัวเอง คล้ายว่าท้องไส้ปั่นป่วนและหมุนกลับตะละปัตรกันไปหมด อาหารที่ควรย่อยลงต่อกลับย้อนขึ้นมาแทน โซโลรีบลากคนก่อเรื่องและก่อความคิดนี้วิ่งเข้าห้องน้ำก่อนจะได้อาเจียนออกมากองในที่สาธารณะ













"เฮ้ย อย่าอ้วกใส่เสื้อฉันจะเฟ้ย" ซันจิทำได้แค่ตบหลังหนักๆคละแกล้งคละช่วยไปพลางๆ เมื่อจู่ๆก็โดนฉุดลากตัวเข้าห้องน้ำแล้วต้องเป็นคนดูแลคนอาหารย้อนออกอีก




"เพราะพวกแกนั่นแหละ -" โซโลพูดได้นิดหน่อยก่อนจะไอออกมา




"หา แกจะบอกว่าที่แกอ้วกตอนเจอหมอนั่นเพราะพวกฉันบอกว่าแกชอบเขางั้นสินะ" โซโลจากตอนแรกที่อาการเริ่มดีขึ้นกลับแย่ลงอีกรอบ ใบหน้าเริ่มเหยเก และมีอาการจะอาเจียนมาอีกครั้งเมื่อคิดถึงใบหน้าคนเมื่อครู่ประกอบคำพูดเพื่อนตัวแสบทั้งหลาย





"บอกว่าอย่าอ้วกใส่เสื้อฉันไงเจ้าหัวมอสนี่!!" เสียงโวยวายดังอีกรอบ 




ซึ่งดูเหมือนว่าชัดตัวเก่งของซันจิจะได้ถูกทิ้งในวันนี้เสียแล้ว

















ร่างสูงโปร่งเดินออกมาจากห้องน้ำไปหาเพื่อนชี้ที่ยืนรออยู่



"ดีใจนะเนี่ยที่นายไม่ได้ทิ้งฉันไว้เหมือนคราวก่อนๆ" คนผมแดงยิ้มกว้างออกปากแซวเพื่อนตัวเองทันที



"ไม่ใช่ว่าแกเมาแล้วโดนเพื่อนแกลากไปเก็บรึไง ?" คนโดนสวนยักไหล่ไม่ใส่ใจ ก่อนมีสีหน้าครุ่นคิดครู่หนึ่ง




"จริงสิมิฮอว์ค เมื่อกี้เหมือนฉันเห็นคนหน้าตาคุ้นๆวิ่งผ่านไปเลยแหะ" เจ้าตัวยังเค้นความคิดต่อ พร้อมนึกย้อนถึงเรื่องเมื่อครู่ที่ตนเพิ่งออกจากห้องน้ำแล้วสวนทางกับใครบางคน




คนได้ยินเหลือบตามองคนพูด ก่อนจะเบนความสนใจตนเอง



"พูดเหมือนว่าแกมีคนรู้จักอยู่สองสามคนงั้นสิ" เขาเค้นเสียงหัวเราะประชดอีกฝ่าย





"โวๆ อย่าพูดแทงใจดำสิ- โอ๊ะ เจ้าหนูผมเขียวคนนั้นไง" แชงค์หันมาตอบกลับ ก่อนเสี้ยวความคิดจะระลึกขึ้นมาได้กับสีผมเอกลักษณ์ของคนเมื่อครู่




"คืนนี้ฉันไม่ไปนะ อยากพักหน่อย" มิฮอว์คไม่ได้สาวความอะไรกับเรื่องเด็กหนุ่มต่อ




"เฮ้ ได้ไงเล่า! นายจะปล่อยทิ้งให้ฉันเหงาแบบนี้ไม่ได้นะ" คนผมแดงพอจู่ๆก็โดนปฎิเสธการสังสรรค์ จึงก็ตัดเรื่องที่กำลังพูดอยู่ทิ้งไปทันที แล้วพุ่งตัวไปกอดคอเพื่อนตน




"เพื่อนแกมีเป็นโหลเลยไม่ใช่รึไง ? " มือหนายกไหล่อีกคนออกไปจากคอตน 



"มันก็ใช่อยู่ แต่ว่าขาดนายไปก็เหมือนขาดตัวดึงดูดสาวๆสิ" คนผมแดงพยายามยื้อต่อ



"แค่พวกแกก็เหลือเฟือแล้ว วันนี้ฉันอยากพัก" มิฮอว์คยังคงยืนกรานที่จะปฎิเสธ





























"หมดแก้ว ๆ! นั่นแหละอย่างงั้นสิ" เสียงเชียร์ดังขึ้นพร้อมช่วยจับมือให้คนดื่มได้ดื่มหมดแก้ว




"แชงค์ ฉันกลับเร็วนะ" คนที่พึ่งโดนเชียร์ให้ดื่มน้ำเมาเมื่อครู่วางแก้วลง 




"ไม่เอาน่ามิฮอว์ค ไหนๆก็มาแล้ว" คนผมแดงตบบ่าเพื่อนซี้ที่คิดจะหนีไปอีกรอบ 




โดยไม่ต้องอธิบายให้มากความ บุคคลที่ยืนกรานปฎิเสธแล้วปฎิเสธอีก ปัจจุบันกำลังนั่งอยู่ในวงเหล้าจากความตื้อและดื้อดึงของคนที่กำลังตบบ่าและพูดให้เขาอยู่ต่ออีก






เวลาไหลผ่านไป โดยไม่ทันสังเกต ร่างของตัวป่วนตัวต้นเรื่องก็ไหลหายไปตามเวลาเช่นเดียว มิฮอว์คหรือคนอื่นๆไม่ได้ใส่แม้แต่น้อย เพราะพวกเขารู้ดีว่าเจ้าตัวป่วนถ้าไม่ได้กำลังไปชนแก้วกับโตะอื่นก็อาจจะคุยอย่างร่าเริงกับสาวซักคนอยู่ก็ได้ ซึ่งก็ถูกต้องแต่ในเวลานี้เป็นอย่างแรกแทน





"ไงเจ้าหนู มาคนเดียวรึไง หึ? " ผมสีเขียวสดุดตากำลังนั่งดื่มอยู่คนเดียว ซึ่งโต๊ะก็ห่างจากวงของตนซักสองถึงสามโต๊ะ แต่มีหรือคนอย่างแชงค์จะมองไม่เห็น




"อือ ทำนองนั้น" คนถูกถามตอบกลับอย่างไม่คิดอะไรมาก เขาพอจะคุ้นหน้าคุ้นตากับคนตรงหน้าอยู่ มีศักดิ์เป็นผู้มีพระคุณที่ลูฟี่เคยพูดถึงอยู่บ่อยๆ



"บังเอิญชะมัด ฉันก็มาคนเดียว ขอนั่งด้วยสิ" แชงต์ยิ้มอย่างเป็นมิตรพร้อมกับคำโกหกคำโต ส่วนอีกคนก็วางแก้วลงหลังจากกระดกไปหลายอึกแล้ว เขาไหวไหล่ ซึ่งนั่นก็ถือว่าเป็นคำอนุญาต




"อายุถึงแล้วหรอเจ้าหนู?" หลังจากนั่งลงบนเกาอี้ไม่ถึงสามวิ เจ้าตัวก็ถามคำถามคาใจออกมาก่อน ส่วนคนที่ได้ยินแทบจะสำลัก เพราะไม่คิดว่าอีกคนจะถามคำถามนี้



"ไม่ถึงหรอก ฉันแค่อยากดื่มมันเท่านั้นนั่นแหละ" คนผมแดงหัวเราะออกมาเบาๆจากคำตอบ



"งั้นก็ดีสิ ให้ฉันเลี้ยงไหมล่ะ?" แชงค์ยื่นข้อเสนอให้โดยคนที่ได้ประโยชน์เต็มๆก็เป็นใครไม่ได้นอกเสียจากเด็กตรงหน้า



"เหล้าฟรีงั้นสิ" รอยยิ้มถูกยกขึ้นทันทีเมื่อได้ยินคำพูดถูกใจ ซึ่งแชงค์ถือว่ารอยยิ้มดีใจของคนตรงหน้าคือคำตอบรับ




"คนสวย ฉันขอซักสามขวดนะ" แชงค์หันไปพูดกับสาวบริกรที่คอยดูแลเรื่องอาหารเครื่องดื่ม



"เอ้า มานั่งโต๊ะนี้แทนแล้วหรอ คุณแชงค์?" เหมือนทั้งสองสนิทกับพอสมควร หญิงสาวดูตกใจเล็กน้อยที่เห็นแขกคนสนิทเปลี่ยนที่นั่ง




"ก็... นะ" แชงค์ขยิบตาให้นิดหน่อย ซึ่งเธอก็ไม่ได้กล่าวอะไรเพิ่มเติมแล้วตอบรับออเดอร์ใหม่ของเธอ






"มาบ่อยหรอ?" เด็กที่เขาขอร่วมโต๊ะด้วยเป็นคนเปิดทำถาม 




"ถ้าว่างๆก็จะมา แต่ไม่บ่อยหรอก ช่วงนี้ฉันหยุดพักร้อนพอดี" แชงค์ตอบ แม้เขาจะไม่ได้มาบ่อยๆ แต่ก็เป็นร้านประจำร้านหนึ่งก็ว่าได้





"ถ้าจำไม่ผิดนายคงจะเป็นเพื่อนลูฟี่ใช่ไหมล่ะ ชื่อ..." คนผมแดงมีท่าทีครุ่นคิด ซึ่งเขาก็จำไม่ได้จริงๆ แม้เคยได้ยินบ้างแต่ก็ผ่านหูไปเสียมากกว่า



"ฉันชื่อโซโล โรโรโนอา โซโล" เมื่อดูเหมือนว่าอีกคนจำชื่อตนไม่ได้โซโลจึงบอกชื่อออกไป




"งั้นให้ฉันเรียกชื่อนายแล้วกัน ให้เรียกโรโรโนอามันยาวไปหน่อยน่ะ" แชงค์เสนอความคิดพร้อมมองเด็กตรงหน้าไปด้วย




"ตามใจเลย" แม้จะไม่ได้สนิทกันมาก แต่ตัวของโซโลก็ชินแล้ว ทั้งตัวเขาก็ไม่ได้สนใจเรื่องเล็กๆน้อยๆขนาดนั้น




แก้วใบที่สองเพิ่มขึ้นมาบนโต๊ะเนื่องจากมีคนเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน 



มือของร่างโปร่งถือแก้วแอลกอฮอล์ไม่ต้องเสียตัง ยกขึ้นดื่ม ครั้นสายตากลับเคลื่อนไปพบกับร่างคุ้นตาของใครซักคนหนึ่ง แก้วในมือหยุดชะงักลง เพื่อให้สมาธิเพ็งมองด้วยความสงสัย




"นี่ ชอบเจ้าหมอนั่นหรอ?" 



'พรวด'


ราวกับโดรหลอกหลอน โซโลปล่อยของเหลวในปากออก ทั้งยังสำลักไปอีกหลายครั้ง คนสำลักไอจนมีสีหน้าแดงเทือกอย่างน่าสงสาร แต่บุคคลที่น่าสงสารกว่าคือคนที่รับเคราะห์จากน้ำมนตร์เมื่อครู่ 



"ไม่ดื่มแล้วก็บอกกันสิเจ้าหนู" เจ้าตัวไม่ได้กล่าวโทษอะไรกับเด็กหนุ่มเขาเพียงหัวเราะเบาๆแล้วเสยผมที่เปียกขึ้น 




"ขอโทษที ฉันตกใจ" หลังจากอาการไอและสำลักได้หายไปเป็นที่เรียบร้อย คนทำเรื่องจำต้องก้มศีรษะขอโทษคนอวุโสกว่า



"ไม่หรอก ฉันผิดเองที่ถามอะไรแปลกๆ" เจ้าตัวว่าแล้วก็ยิ้มกว้างสดใสเหมือนเพื่อนสนิทของเขาอย่างลูฟี่



"แต่ว่านะ ฉันก็ยังสงสัยอยู่" โซโลหายใจอย่างสบายใจได้ไม่ถึงนาที แชงค์ก็เปิดคำถามเดิมต่อ




"? ฉันยังมองไม่เห็นด้วยซ้ำว่าเป็นใคร" โซโลไหวไหล่ไม่สนใจ เป็นเรื่องจริงที่เขามองไม่เห็น เพราะมีฉากเป็นโต๊ะตรงหน้าเขากำลังนัวเนียกันอยู่ แม้จะดูคุ้นแค่ไหนแต่ก็โชคร้ายที่เป็นโต๊ะหลังที่ดูบดบังด้วยฉากหน้าแบบนี้เขาจึงไม่สามารถมองเห็นได้




"มิฮอว์คไง เจ้าตาเหยี่ยวน่ะ" แชงค์พูดออกมาราวกับเรื่องปกติ ซึ่งเขารู้อยู่ก่อนแล้วว่าโต๊ะหลังตรงนั้นคือโต๊ะของวงตน




คนได้ยินชื่อชะงักครู่หนึ่ง ก่อนคิ้วจะถูกขมวดขึ้น 



"ฉันนับถือเขาในเรื่องฝีมือเคนโด้" โซโลตอบตามความคิดของตน หลังจากได้รับคำตอบที่น่าพึงพอใจแล้ว คนถามก็ยกยิ้มมุมปากขึ้นมา




"เคนโด้งั้นหรอ?" แชงค์ทวนคำถาม




"ใช่ ฉันฝึกมาตั้งนานแล้วล่ะ ด้วยเหตุผลหลายๆอย่าง" คำของเด็กหนุ่มเริ่มมีความรู้สึกสนุกขึ้นทันที แชงค์รู้ได้เลยว่าเด็กนี่สนใจในเคนโด้มากแค่ไหน ซึ่งตัวเขาเองก็เคยเป็นอดีตแชมป์เหมือนกันแต่ก็วางมือไปได้ซักพักแล้ว




"นายรู้ใช่ไหมว่าฉันก็เคยเล่นกีฬาชนิดนี้เหมือนกัน?" แชงค์เกริ่นขึ้นดูเชิงเด็กตรงหน้า




"แน่นอนสิ" ดวงตานิลมีประกายอยู่ลึกๆ นั่นทำใหเแชงค์เข้าใจทันที 



พวกเขาเริ่มพูดคุยกันมากขึ้นในเรื่องนี้ แชงค์ยิ้มกว้างพร้อมตอบคำถามบางคำถามที่โซโลสงสัย ในวิธีการของเขา ซึ่งแชงค์เองก็ได้รู้เรื่องราวในอดีตของโซโลมากขึ้น 



เมื่อเวลาผ่านไปหัวข้อก็เปลี่ยนมาเป็นคนที่เป็นตำแหน่งแชมป์ที่ครองตำแหน่งมาหลายปี




"ดีแล้วที่นายไม่ได้ชอบหมอนี่น่ะ เพราะว่าเจ้าตาเหยี่ยวเนี่ยมีสาวเยอะจะตาย" แชงค์ว่าพร้อมเท้าคางพลางเหล่ตามองคนที่ตนใส่ร้ายอยู่




มิฮอว์คถูกชวนชนแก้วจากสาวสวยอยู่




"อ่าหะ" เด็กหนุ่มเพียงขานรับแล้วมองตามสายตาของอีกคน ก่อนจะดึงสายตากลับมาหาคู่สนทนาตนอีกครั้ง



ทันทีกับที่คนโดนชวนชนแก้วปฎิเสธไป มิฮอว์คไม่ต้องการดื่มกับใครเป็นพิเศษหรือกับคนที่ไม่รู้จัก เขาอยากจะอยู่เงียบๆคนเดียวเสียมากกว่า




"ฉันล่ะสงสารคนที่หลงรักเจ้านั่นจริงๆ" แชงค์ใส่ไฟอย่างไม่หยุดยั้ง เขายกแก้วขึ้นมาชนกับเด็กหนุ่มตรงหน้าก่อนจะยกขึ้นดื่ม




"ขนาดนั้นเลยหรอ?" โซโลไม่ได้สนใจเจ้าของหัวข้อเป็นพิเศษ แต่ความอยากรู้ก็มีเช่นกัน




"แน่นอนสิ เจ้าตาเหยี่ยวเคยจริงจังกับใครซักที่ไหนกัน" แชงค์ตอบพร้อยยิ้มกว้าง ก่อนจะให้นิ้วเคาะโต๊ะเรียกคนที่มองแพะอยู่ โซโลโดนเสียงดึงความสนใจ เขาหันกลับมาหาเจ้าของเสียง




"ไม่เหมือนกับฉันหรอก" แชงค์พูดด้วยเสียงที่ทุ้มลง ขยิบตาให้อย่างขี้เล่น และประดับไปด้วยรอยยิ้มหลอกล่อ



คนหันไปมองชะงักในทันที ทั้งๆที่คนพูดบอกนักบอกหนาว่าตัวเองไม่เจ้าชู้ แต่ความเจ้าเล่ห์ของคนตรงหน้ากลับพุ่งสูงจนมองเห็นได้ชัด



มือหนายกขึ้นมาหวังจะยีผมคนเหม่อให้มีสติขึ้นมา 




















"แชงค์" แต่สุดท้ายก็โดนหยุดไว้ ด้วยน้ำเสียงเรียบๆแต่เย็นยะเยือกของคนสนิท มือของเขาถูกปัดออกไปโดยบุคคลที่สามที่เข้ามา




"ไงตาเหยี่ยว มีอะไรรึเปล่า?" แชงค์พูดอย่างเป็นปกติราวกับตนไม่เคยนินทาว่าร้ายเพื่อนสนิทตนเองเลยแม้แต่น้อย ถึงจะตกใจในตอนแรกกับการปรากฎตัวของเพื่อนรัก แต่ก็ดึงความปกติกลับมาได้




สายตาคมปรายตามองเด็กที่ยังงงๆกับสถานการณ์ตรงหน้า แล้วกลับมาที่เพื่อนตัวแสบของตน




"ฉันจะกลับแล้ว" 




"อ้อ งั้นโชคดีนะ" แชงค์แกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องแล้วโบกมือบอกลา




"แกต้องไปกับฉัน" พูดจบคนเผด็จการก็ล็อกคอลากเพื่อนตัวเองออกมา




"เดี๋ยวๆ น้องคนสวยจ๋า โต๊ะนั้นมาเก็บเงินกับฉันนะ" แชงค์เป็นคนรักษาสัญญาเขาไม่ลืมโบกมือเรียกบริกรสาวมาเก็บเงินตน มือคนพูดพยายามล้วงหากระเป๋าแต่เพราะถูกลากตัวไว้อยู่จึงหยิบอย่างยากเย็น 



"ฉันจ่ายเอง" มิฮอว์คพูดกลับอย่างรวดเร็ว จนแชงค์เองก็ตกใจ



"วุ่นวายนักนะแก" คนถูกดุถึงบางอ้อที่มิฮอว์คหันสายตากลับมามองมือที่พยายามควานหากระเป๋า




"อ่า ฝากทีนะ ไว้ชั้นจะคืนเงินให้"หลังจากชำระเงินเสร็จแชงค์ก็บอกว่าตนจะชดใช้คืน




"ไม่จำเป็น" มิฮอว์คพูดเรียบๆคล้ายว่าไม่ได้สนใจจะเป็นผู้มีพระคุณใคร



"โอ้..." แชงค์แปลกใจเล็กน้อย ก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้




"อยากเลี้ยงเหล้าเด็กมันก็พูดไปสิ"




"อะไรของแก" มิฮอว์คหันขวับมาที่แชงค์ทันทีด้วยสายตาเอาเรื่อง




"ฮ่าๆ ใจเย็นๆ ฉันแค่ล้อเล่น" แชงค์หัวเราะออกมากับท่าทีของอีกคน



"นี่ ไวน์ขวดโปรดนายก็ว่าอยู่บนโต๊ะเจ้าหนูนั่นไม่ใช่หรอ?" แชงค์เลิกคิ้วถามอยากสงสัย แม้จะเป็นแค่ช่วงเวลาเล็กๆแต่ก็ไม่สามารถพ้นสายตาของเขาได้



"งั้นหรอ" น้ำเสียงเรียบตอบกลับ โดยไม่มีท่าทีสนใจเรื่องขวดไวน์นั่นเท่าไหร่นัก




"หว้า น่าเสียดายแย่เลยนะนั่น กลับไปเอามาไหม?" แชงค์พูดอย่างเสียดายแต่ก็รู้ได้เลยว่ากำลังแกล้งอยู่




"ถึงรถแล้ว นั่งนิ่งๆแล้วทำตัวดีๆซักที" มิฮอว์คตัดบทอย่างรำคานแล้วลากคนปากมากขึ้นรถ



แชงค์ยิ้มกว้าง ที่บอกว่าเสียดายนั่นคือเรื่องจริงถ้าเพื่อนเขาลืม ก็เพราะ...
















โซโลนวดขมับตัวเองเบาๆ ด้วยเหตุการณ์หลายๆที่เข้ามาและออกไปอย่างรวดเร็ว จนเขายังคงงงอยู่ แต่ไม่ทันไร มือของเขาก็ยกแก้วขึ้นมาดื่มแล้วปล่อยทุกอย่างไปอย่างไม่ใส่ใจ



วันนี้ในการแข่งขันเขาชนะมาได้อย่างง่ายดาย เลยอยากจะฉลองให้กับตัวเองในนัดแรกที่ชนะ ถึงแม้จะชินชากลับความชนะ แต่ก็เป็นการเริ่มต้นที่ดีในการเอาฤกษ์เอาชัย เมื่อลองถามเพื่อนๆว่าจะมีใครมาด้วยกันเขาไหม ก็พบว่าทุกคนจะมีเรื่องต้องทำกันเสียหมด แม้สองตัวแสบอย่างลูฟี่และอุซปจะมีแผนจะไปบุฟเฟ่ต์จากการพนันในเรื่องที่ไม่เป็นจริงของเขา และเอ่ยปากชวนเขา แต่ว่าโซโลอยากดื่มเหล้ามากกว่า ซึ่งทั้งสองคนก็ให้เหตุผลที่คล้ายกันว่าอยากกินบุฟเฟ่ต์มากกว่า จึงตกลงที่จะแยกกันไปแทน โซโลไม่ใช่พวกที่ต้องมีพวกพ้องไปด้วยทุกครั้ง เขาเคยโดดเดี่ยวมาก่อนเนื่องจากเป็นคนสันโดษ เมื่อไม่มีใครว่าง นั่นจึงไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาเลยแม้แต่น้อย เพราะคำว่าอยากดื่มเหล้ามันค้ำอยู่



ซึ่งเขาก็ดื่มได้ซักพักก็เกิดเรื่องราวตามมา



โซโลหลับตาลงเผื่อลิ้มรสชาติแอลกอฮอล์ในปากตน 



ครั้นทันทีที่หลับดวงตาสีสัยประหลาดก็โผล่ขึ้นมาราวกับจั๊มสแกร์ ดวงตาคมปรายตามองเขาแค่ครู่เดียวแต่ทุกอย่างกับชะงักนิ่ง 
















'แกชอบเขางั้นสินะ' เสียงหลอนของเพื่อนที่ถูกบิดเปือนไปครึ่งหนึ่งยังคงหลอนเข้าศีรษะเข้า โซโลมีสีหน้าเดี๋ยวคล้ำเดี๋ยวซีดอาการไม่ดีเหมือนท้องไส้เริ่มปั่นป่วนรีบละรอบ




โซโลพยายามไม่คิดอะไรแล้วกวาดตามองอะไรไปเรื่อยเปื่อย ทันทีกับที่สายตาที่หยุดกับขวดไวน์ทรงสวยที่วางอยู่บนโต๊ะตน คิ้วคนสงสัยถูกเลิกขึ้น เขาแน่ใจว่าตนไม่ได้สั่ง เพราะเขาไม่รู้จักแบรนด์นี้ ฝาถูกปิดสนิทไม่มีรอยเปิกแสดงว่าไวน์ขวดนี้ยังเต็มอยู่ หรือก็คือไม่ใช่ของเหลือของใครซักคน



ด้วยความอยากรู้ มือคนซนเปิดฝาขวดไวน์นั้นแล้วเทใส่แก้วตน น้ำสีทับทิมค่อยๆไหลลงมาอย่างต่อเนื่อง กลิ่นองุ่นเบาๆฟุ่งหอมขึ้นจมูก ความรู้สึกคุ้นเคยปรากฎขึ้นแก่ใจโซโล มือโปร่งยกแก้วขึ้นมาดื่มเผื่อรับรสชาติ



ความหวานอมขมปรากฏขึ้น มีกลิ่นราสเบอรี่สผมเล็กน้อย เมื่อลองกลืนลงไป ก็พบกับความนุ่มละมุนก่อนความแสบร้อนเล็กๆจะปรากฏปิดท้าย





"น้า ฉันขออีกสองขวดสิ" โซโลชูขวดไวน์ให้บริกรสาวดู




"หืม? ร้านเราไม่มีขายนะจ๊ะ แต่เธอจะซื้อมาดื่มในร้านก็ได้นะ ทางเราอนุญาติ" เธอส่ายหัวปฎิเสธ ก่อนจะบอกกฎอย่างใจกว้าง




ไวน์ดี แถมฟรีไม่ต้องจ่ายอีก แม้ที่มาจะน่าสงสัย แต่เมื่ออยู่บนโต๊ะของเขา โซโลก็นับว่ามันเป็นของตนด้วย






"ติดใจซะแล้วสิ" โซโลมองขวดในเมื่อด้วยดวงตาเป็นประกาย


























______________________________________________







ตอนพิเศษอีกแล้ว///หลบ หลังจากหายไปนานมากๆ จากสถานการณ์โควิด//เกี่ยวมั้ย? แต่ตอนนี้ก็กลับมา คิดว่าถ้าไม่ติดตอนพิเศษน่าจะแต่งได้นานแล้ว//ต่อให้แต่งเนื้อเรื่องแกก็ขี้เกียจแล้วก็ดอง!! 


ไม่ค่อยยาวแบบจุใจเท่าไหร่//ขออภัยคับ 


คือฟังเพลงนึงละมีพล็อตฟิคในหัวเลยเอามาแต่ง แต่งไปแต่งมา เอ๊ะทำเนื้อเรื่องต่อกันดีมั้ยนะ //หัวเราะ 


น้องมีความคลื่นไส้หนักมาก สงสารรร ฮ่าๆๆ 



แต่เฮียมิฮอว์คมายังไงอ่ะ เอ๊ะๆ /// ตอนนี้เขาให้แชงค์เป็นพระเอกต่างหาก///หยอกกก










A&A



yugijudai (@0868864816)  : วู้ว เราจำได้แค่โซโลมาจากญี่ปุ่นตัวเดียวเอง 555 โอ้ยฉากบรรยายสายตานี้สุดจัด เหมือนหลอกให้ดีใจแล้วตบหัวอะ เพโร่น่าก็...คิดว่าใช้ผีเป็นปกตินะ แต่ดูใจเย็นกับโซโลเป็นพิเศษ แบบเมื่อก่อนอยู่ปราสาทตัวเงาใช้ผีไปทั่ว อยู่นี้ไม่ค่อยใช้(หรือเพราะกลัวมิฮ.) ตอนนี้สงสารใครสุด โซโล? ไม่ เจ้าลิงบาบูนที่โดนแทน 5555



: หู้ยยย จำได้ขนาดนั้นก็ดีแล้วววว ตรงบรรยายตาคือพยายามไม่ให้มันซ้ำ กลัวคนอ่านจะเบื่อ// ไม่ได้หลอกเล๊ยยย เพโรน่าจะบอกว่ากลัวก็แหม่งๆนิด เรียกว่าเกรงใจเจ้าของปราสาทหน่อยๆด้วย ถถถ  ถูกต้อง ลิงดูน่าสงสารจริงๆ555







tsubakihime (@tsubakihime)  : ฟินระดับ 10 ทุกคนล้วนอยากแกล้งโซโล แม้กระทั่งลิงบาบูน น่ารัก มีแต่คำว่าน่ารักเต็มไปหมด แง๊




: หึ้ยยย เห็นคนอ่านมีความสุขก็ดีใจแล้วววว ป๊าวววว ไม่มีใครอยากแกล้งน้องเล้ยยยย จริมๆนะ///










B.TEm (@AmshipperShip)  : ตาเหยี่ยวคือกวน55555555555555 หมั่นไส้มาก ทำมาเปนนะคะ / เราเอ็นดูทุกครั้งที่น้องโซโลโดน nagative horror ของเพโรนา คือน้องแบบ น้องงงงงง น่ารักกกกกก 5555555555




: ไม่มี๊ เฮียไม่มีความกวนเลยจริ๊งๆนะ//ย้อนกลับดูตอนสู้กับโซโลตอนแรก

แน่ะเด๊ะบอกให้เพโรน่าใช้บ่อยๆ 

โซโล:อย่าจะเฟ้ย แค่นี้ชั้นก็จะบ้าตายอยู่แล้ว!
















แล้วก็ขอบคุณคอมเม้นต์ที่รอให้แต่งต่อนะค๊าบบ ขอบคุณทุกกำลังใจเด้ออ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

146 ความคิดเห็น

  1. #143 plaizzz26 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 / 20:01
    เป็นspecialที่น่าติดตามมากเลยค่ะ อยากอ่านต่อมากกกก มันต้องมีต่อใช่มั้ยคะ!!!!
    #143
    0
  2. #139 peach_ki (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2563 / 00:39
    แงงง อยากอ่านต่อเลยย แต่งสนุกมากๆเลยค่า
    #139
    0
  3. #137 yugijudai (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 15:37
    มาช้าแต่มานะ ตอนนี้ยาวมากกกกกก(ก.ไก่ล้านตัว) เป็นมิฮวอกคงแปลกใจอะ อยู่ๆก็มีใครที่ไหนไม่รู้มาหา แถมอีกคนก็จะอ้วกเอาๆ ร้านเหล้าคือดีย์ แชงค์ช่างแกล้ง(ก็ปกติเนอะ) แต่ชอบความพี่แกช่างสังเกต ขำความเลี้ยงเหล้าเด็ก แถมให้อีกขวดด้วยนะนั้น
    #137
    0
  4. #136 Piratehunter (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2563 / 13:28

    พึ้งเห็นว่าอัพ55555

    #136
    0
  5. #135 praewwypppp (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 05:21
    คุณแชงค์เต๊าะคุณหลงหรอคะ ดีนะใครบางคนมาทัน 5555
    #135
    0
  6. #134 tsubakihime (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 19:12

    ทำไมตอนนี้เทใจไปให้แชงค์อ่าาาา รู้สึกแบดมาดอ่าาา ใจเหลวไปหมดแล้วค่าาา น่ารัก โซโลตอนมึนแล้วน่ารักมาก 5555

    #134
    0
  7. #133 secret shadow (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 17:11
    ละมุนมากเลยค้าบบบ สู้ๆน้า!
    #133
    0