คัดลอกลิงก์เเล้ว

Fic reborn (R56) (Reborn x Colonnello)

โดย Uosi

เปิดอีกเรื่อง... หลังจากแต่ง1833 พี่ฮิกับพี่เรียว วันนี้ก็มาแต่งr56 ครูรีกับครูโค ทำไมมันแหม่งๆ ช่างงง วันนี้เราจะมาแต่งคู่นี้ >

ยอดวิวรวม

349

ยอดวิวเดือนนี้

7

ยอดวิวรวม


349

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


5
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  11 เม.ย. 61 / 02:06 น.
Fic reborn (R56) (Reborn x Colonnello) | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
โอ๊ะๆๆ เจอกันอีกครั้งเน๊อะ หลังจากที่แต่งคู่ฮิกับเรียวก็เกิดพิเรนแต่งต่อคู่นี้555 หาอ่านยากจิมๆ~_~ ใครสงใจคู่  1833  <~~ จิ้มเลยยย เชิญปักธงรอจร้าาา

เนื้อเรื่อง อัปเดต 11 เม.ย. 61 / 02:06


ชายหนุ่มรูปร่างสูงสมส่วน กับหมวกสีดำทมินล้อมด้วยสีเหลืองอ่อนๆ ผมสีดำตั้งเล็กน้อย นัยตาสีทองเลื่อนไปที่เพื่อนสนิทของตน ที่กำลังคุยกับสาวสวยสีเรียบ สาวผมสีเรียบดูแล้วมีท่าทางโกรธๆใส่คู่สนทนา ส่วนชายหนุ่มผมทองก็ยิ้มร่าอย่างมีความสุข

"อะไรกัน? ไม่เข้ามาทักดีๆแบบนั้นจะมาลอบฆ่าพวกฉันรึไง" ชายผมทองอร่ามเอ่ยลอยๆแต่คนฟังก็รู้ได้เลยว่าเอ่ยถึงตน

"โอ๊ะโอ ถูกจับได้ซะแล้ว" รีบอนยิ้มออกมาตามนิสัยตน

"แล้วนายมีอะไรรึป่าวรีบอน" รันถามคนมาใหม่

"ฉันมาขอยืมเจ้านี่ไปหน่อยสิ" ว่าจบก็วางมือบนไหลของเพื่อนสนิท

"เจ้าหมอนี่น่ะหรอ จะเอาไปทำอะไรก็เอาไปเถอะ" เธอพูดแบบเบื่อๆ ราวกับไม่สนใจคนที่ถูกยืม(?)ไป

"ฉันไม่ใช่ผักปลานะเว้ยเฮ้ย ใจร้ายกันฉันจริงๆ" โคโรเนโร่ยิ้มออกมาก่อนจะจิ้มหน้าผากร่างบาง

"เจ้าบ้า!" เหมือนมียักต์ลงมาจุติในร่างหญิงสาว จู่ๆบริเวณนั้นก็ร้อนเป็นเพลิงเสียแล้ว

"เดี๋ยวฉันกลับมานะเว้ยเฮ้ย" ชายผมทองยิ้มให้รันก็จะดึงแก้มนียนของอีกคน

'โป๊ก!' ไม่ต้องบอกก็รู้ ศีรษะของโคโรเนโร่โนขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

"พามันไปไกลๆเลยเฟร้ย" รันบอกอย่างรำคานไม่สนใจใยดีอีกคน ก่อนจะเดินหนี

"ไม่เจ็บตัวนี่จะนอนไม่หลับใช่ไหม" เพื่อนสนิทบอกแบบเอือมๆ กับคนตรงหน้าที่ยังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

"ฉันว่าคงจะเป็นแบบนั้นแหละ" ยิ้มจนดอกไม้เริ่มเบิ่งบาน

บางทีมันก็มากไปแล้วนะเฮ้ย!

"หมัดของรันคงไม่ได้ทำให้สมองนายกระทบกระเทือนใช่ไหม?" รีบอนถามอีกคนอย่างกวนๆ

"เปล่าเว้ยเฮ้ย มีอะไรก็เข้าเรื่องสิ" คนผมทองตอบแบบปัดๆก่อนจะเข้าเรื่องจริงๆจังๆ

"นายจำการสังหารแก๊งมาเฟียเมื่อวานได้ไหม?"รีบอนเกิ่นนำเรื่อง

"ที่นายเล่าให้ฟังงั้นหรอ" คนผมทองเอ่ยอย่างปกติ ทั้งที่ตนเป็นทหาร

"ใช่ พอดีว่าบอสให้เงินมาก้อนใหญ่ ฉันอยากจะไปคลายเครียดซักหน่อย" รีบอนว่าอย่างง่ายๆ

"จะชวนฉัน?" ทหารหนุ่มเอ่ยพร้อมเลิ่กคิ้วถาม

"รึนายจะไม่ไปก็ได้นะ ฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอก" นักสังหารเอ่ยก่อนจะเปลี่ยนมาหันหลังให้เพื่อน

"เดี๋ยวสิเว้ยเฮ้ย!?" อีกคนแทบจะวิ่งไปล็อคคอเพื่อนที่ชวนตนเอง ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นกอดคอแทน

"เหอะๆ" ส่วนคนชวนขำกับท่าทางของเพื่อนตัวแสบ

"แล้วจะไปไหน?" ชายผมทองเอ่ยอย่างสงใส

"ร้านประจำของฉัน" พูดแค่นี้อีกคนก็ร้องอ๋อออกมา










รถเก๋งสีดำถูกขับเคลื่อนให้ออกเดินทางไปยังจุดหมาย การเดินทางครั้งปกคลุมไปด้วยความเงียบ มีเพียงเสียงของเครื่องปรับอากาศที่ดังออกมา ถึงจะเป็นเพื่อนสนิทกันแต่ต่างคนต่างไม่ยุ่งเกี่ยวกับงานของกันเลย

เวลาเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว

"โอ๊ะ! ถึงแล้วสินะ" คนหลับแบบเอาเป็นเอาตายราวกับไม่ได้นอนมาสามวันสามคืน ลื่มตาตื่น

ส่วนคนขับรถได้แต่ถอนหายใจอย่างเอือมๆกับคนนอนที่แน่นิ่งเมื่อ5นาทีก่อน

"นายเนี่ยหลับตลอดเลยนะ" รีบอนว่าพลางพลางไปเปิดประตูให้อีกคน

"เชิญลงครับ คุณทหาร" นักฆ่าเอ่ยขึ้นด้วยเสียงโทนสุภาพ

"หึ" ส่วนคนที่ถูกปฎิบัติก็สะแหยะยิ้มออกมา

"ได้ใจไปแล้วเจ้าบื้อ" รีบอนที่ทนไม่ไหวกับความกำเริบได้ใจของอีกคนก็เคาะหน้าผากอีกคน

"เจ็บนะเว้ยเฮ้ย" คนเป็นทหารหมาดเข้มร้องโอดครวญกับการกระทำของอีกคนพร้อมกับลูบหน้าผากตนเอง

"โอ๊ะ แดงเลย" ส่วนคนที่เป็นคนทำแสร้งทำน้ำเสียงตกใจ ทั้งที่ยังยิ้มเยาะออกมา

"นายนี่มัน!" โคโรเนโร่ได้แต่หาคำเถียงแต่เถียงไม่ออก

"พอๆ เข้าร้านเถอะ" คนก่อเรื่องตัดบทสนทนาก่อนจะเดินนำหน้าคนถูกชวน

ทำไมเขาถึงโดนปล่อยให้ยืนคนเดียวเล่าเว้ยเฮ้ย!








"ขอแบบเดิมนะ" ลูกค้าประจำเอ่ยแบบไม่คิดอะไรแล้วก็นั่งรอเรื่อยๆ

"อะไรก็ได้ที่มันแรงๆ" ส่วนพ่อเพื่อนสนิทก็สั่งอะไรที่มันเหนือกว่าอีกคน พร้อมยักคิ้วกวนๆให้เสร็จสรรพ

"งั้นเป็นวอสก้าสองแก้วเพียวๆนะครับ" ชายอายุมากกว่าถามลูกค้าทั้งสอง

"ใช่" รีบอนตอบบราเทนเนอร์ ก่อนจะหันมายิ้มให้เพื่อนสนิทที่คิดจะเกทับของพรรคนี้ ซึ่งดูอีกคนทำหน้าขัดใจเล็กน้อย

หัวเราะหลังดังกว่าใช่ไหม?

"ขอสองขวดเลย" เพื่อนตัวดียังไม่ยอมแพ้ ก่อนจะมายิ้มเยาะอีกคน

"ไหวรึไง" รีบอนไม่ได้ว่าอะไรเพียงแต่ถามจากความอวดดีของเพื่อน

"หึ ยังไงก็ไม่ใช่เงินฉัน แค่นี้ขนหน้าแข่งป๋าฉันไม่ล่วงหรอก" ว่าจบก็โอบอีกคนพร้อมเอามือตบบ่า

"ไม่ล่วงก็จริง แต่มันไร้ประโยนช์" ส่วนนักลอบสังหารได้แต่เอือมๆกับเพื่อนจอมอวดดี

"เดี๋ยวก็รู้" ส่วนทหารผู้เกียงไกรเอ่ยพร้อมยิ้ม



เลือดร้อนของทหารเทแล้วยกดื่มเป็นน้ำเปล่า

ส่วนนักลอบสังหารค่อยๆลิ้มรสชาติ ด้วยความบันเทิงใจ

เวลาผ่านไปพร้อมจำนวนขวดที่เพิ่มตาม




ซึ่งผลตามมาค่อนข้างจะต่างกัน...

เพื่อนสนิทตัวป่วนที่กระดกเอากระดกเอา

ส่วนอีกคนก็จิบเรื่อยๆ ปล่อยให้ปลายลิ้มสัมผัสกับรสชาติ

หากแต่... เจ้าวอสก้ามันไม่ได้มีรสชาติเลยแม้แต่น้อย

ปล.แถม มันยังบาดลิ้นอีก



สภาพทั้งคู่จึงไม่ต่างกันเท่าไหร่เว้นแต่คนจิบยังคุบสติอันเลือนรางได้เล็กน้อย




"นายเมาแล้วนะเว้ยเฮ้ย" เสียงแหบๆแห้งๆจากการดื่มน้ำอันบาดคอบาดใจเสียเหลือเกิน หน้าตาของคนเมายังคงยิ้มร่าต่อ

"นายก็ไม่ต่างกันหรอกน่า" ส่วนอีกคนที่ออกอาการเช่นกันหากแต่กลับตีหน้าขรึม

"ฮ่าๆๆๆ" เสียงหัวเราะรั่วๆของชายผมทอง แล้วก็กอดคออีกคนพร้อมกับตบบ่า

"เหอะ" ส่วนคนชวนแค่แค้นหัวเราะในลำคอเล็กน้อย



แล้วก็จบลงที่เขาต้องแบกร่างเพื่อนตัวดีที่สลบคาโต๊ะ ทั้งๆที่อาการพอๆกันแต่จำต้องแบกสติสัมปชัญญะอันเลือนลาง พาร่างหนักที่ไม่ต่างจากตนเองไปยังรถเก๋งสีดำ

"ภาระ" คนแบกพูดเสียงงัวเงียเล็กน้อย จากฤทธิ์แอลกอฮอล์

"ดีใจที่ได้ยินแบบนั้น" ส่วนตัวภาระที่ว่ากลับไม่มีความสำนึกผิดเลยแม้แต่น้อย แถมยังกวนประสาทเหมือนเดิมด้วยซ้ำ

ใครบอกว่าแอลกอฮอล์ไปสกิดต่อมใต้สำนึกฟร่ะ! หรือไม่ไอ้คนที่เขาแบกอยู่มันจะไม่มีสำนึกด้วยซ้ำ

ร่างโปร่งได้ยินคนปากดีกล่าวจบก็วาง(โยน) คนตรงหน้าเข้าไปในรถ 

โชคดีมากโขที่ยังสามารถประคองสติให้แบกร่างตรงหน้าเข้ารถได้

แต่โชคร้ายที่เขาไม่สามารถพาร่างพวกเขาให้กลับบ้านไม่ได้ แถมดันสดุดฐานขึ้นรถทำให้ร่างโปร่งต้องไถลตนโถมเข้าไปใส่เพื่อนตรงหน้า

'ปัง!' เท้าที่ดันไปเกี่ยวกับที่เปิดประตูเข้าให้เกิดเสียงดังขึ้น พร้อมกับบานประตูรถยนต์ที่ปิดลง

"แหม นายโกรธฉันจนต้องทับให้ฉันหายใจไม่ออกเลยหรอ" คนใต้ร่างที่เมาพูดด้วยเสียงขี้เล่น แต่รอยยิ้มก็ยังปรากฎบนใบหน้าของทหารหนุ่มอยู่

"ฉันขออยู่แบบที่ซักพัก" ความเหนื่อยล้าหลังแบกคนที่ตัวพอๆกับตนเอง ทำให้ร่างเขาล้มใส่โดยไม่ลังเล

"ฮะๆ เดี๋ยวนี้พวกลอบสังหารเขาเปลี่ยนมาทับให้ขาดอากาศหายใจแล้วหรอ" คนโดนล้มทับใส่ได้แต่หัวเราะแห้งๆพร้อมพูดกวนๆ ก่อนจะปล่อยให้สมองพักผ่อน

ผ่านไปไม่นานนัก

ร่างของนักสังหารจำต้องตะเกียดตะกาย(?) ลุกขึ้นมาเนื่องจากการแย่งอากาศหายใจของพวกเขาทั้งคู่โดยปราศจากการเพิ่มขึ้นของอากาศ

และท้ายสุดร่างโปร่งต้องประคองตัวลุงขึ้นทั้งที่สมองเขาอยากจะพักผ่อนเต็มที่ 

จนแล้วจนรอดเขาก็เปลี่ยนต่ำแหน่งมาเป็นคนขับดังเดิม ร่างโปร่งรีบเปิดแอร์ แล้วขับรถตรงไปยังบ้านตนให้ไวที่สุด

โชคร้ายก็รถชนตายทั้งคู่ แต่เหมือนคนทั้งสองจะดวงแข็งราวกับนรก(?)ยังไม่ต้องการให้ลงมา ต้องให้ทั้งคู่ชดใช้กับชีวิตต่อไป

แน่นอนทั้งคู่เดินทางอย่างปลอดภัย

'ปัง!'

'เอ๋ง!'

'ครือ!'

ใช่.... อย่างมากแค่เฉี่ยวหมาเท่านั้นเอง.... มีรถบุบเล็กน้อยถึงปางกลางเพราะไปชนต้นไม่แต่ไม่แรงมาก ขอบรถดันไปขูดกับฟุตบาทเล็กน้อยสร้างสีสันแก่รถสีทมินไม่ยาก

ส่วนคนเมาก็ขับกลับบ้านแบบมึนๆงงๆ ราบกับไม่รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย เขาไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น หนังตาที่หนังอึงแทบทำให้ร่างโปร่งหลับคารถอีกครั้ง

ไม่รู้ว่าบุญหรือกรรมที่ยังทำให้ทั้งคู่ไม่ตายจากอุบัติเหตุทั้งสิ้น หากแต่คิดไปอีกทีก็คงเป็นกรรมมากกว่า

เขาจำต้องลุกขึ้นมาตั้งสติทั้งหมดถึงแม้จะไม่ได้ช่วยอะไรเลย ร่างสูงของคนเมารีบแบกร่างอันไร้วิญญาณ(?) ของตัวภาระลงจากรถอย่างลำบาก

"ปากดีจริง แต่เมาเป็นหมาแล้ว" ฤทธิ์สุราเข้าปากก็อดจะบ่นเพื่อนแรงๆไม่ได้

"โอ้ย! ไม่เมาเว้ยเฮ้ย ฉันลุกไหว" ส่วนคนเมาที่ไม่ยอมรับตัวเองยังปากแข็งพลางพลักอีกคนออกไปแล้วเดินเอง

"ก็ดี" คนที่รับภาระขับรถถอนหายใจเหนื่อยๆ

ตอนนี้มีแค่อย่างเดียวที่ทั้งคู่อยากทำคือ นอน!

การเข้าบ้านอย่างทุลักทุเลเนื่องจากเจ้าของบ้านตัวดีรอบคอบจัดล็อคเรีบบร้อย มือหนาสั่นเล็กน้อยจากความมึนเมา ทำให้การไขมาช้าอย่างมาก

ส่วนคนรอก็ถูกฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ใช้กำลังด้วยความใจร้อน น้ำเปลี่ยนนิสัยจริงๆ

'ปัง!' เสียงของตีนทหารเตะลงบนประตูไม้สัก

"มันแพงนะเว้ย" เจ้าของบ้านโวยวายออกมา

"พรุ่งนี้อยากได้กี่บานเดี๋ยวฉันเอามาเอง" เท้าหนารีบเดินไปพักยังโซฟา

"เหอะ" เค้นเสียงหัวเราะเล็กน้อยก็จะเดินตามไป พร้อมปล่อยร่างล้มทับใส่อีกคนอย่างจัง

'อั่ก' คงไม่ต้องบรรยายว่าเสียงของใครหรอกมั้ง

คนที่พึ่งจะพักผ่อนได้ทะหลนตามองอีกคนอย่างเคืองๆ

"เฮ้ๆ! จะฆ่ากันเลยรึไง" อดโวยวายไม่ได้ตามฤทธิ์ของน้ำมึนเมา

"หุบปาก" ส่วนอีกคนไม่สนใจเลย แถมเอ่ยอย่างรำคาน

ก่อนจะปิดปากอีกคนเอง

"อื้อ!" เพื่อนตัวดีตกใจเอามากไม่คิดว่าจะถูกริมฝีปากหนาของอีกคนทาบลงมา ร่างโปร่งเลยดิ้นให้หลุด

เหมือนยิ่งดิ้นอีกคนยิ่งล็อกตัวเขาใว้แน่น จากตอนแรกเพียงริมฝีปากทาบเฉยๆ แต่ตอนนี้ลิ้นร้อนเริ่มแทรกเข้ามาในโพลงปาก

"!" เร็วกว่าความคิด เท้าหนาๆของทหารก็ประเคนใส่ลงบนใบหน้าของเพื่อนสนิท

'พลั่ก!' จบด้วยร่างสูงถูกเตะลงไปกองกับพื้น แล้วสลบลงไป

ส่วนคนถีบก็หมดสติเช่นกันจากแอลกอฮอล์









เช้าอันสดใสเสียงนกร้องแจ่วๆกันจ้าระวัน

ส่วนคนที่แฮ็งจากการเมาทั้งสองยังไม่มีท่าทางจะตื่น

'ปัง!' ประตูไม้สักบานเดิมถูกเปิดอย่างรวดเร็วจากหญิงสาวผมเรียบ ที่ตระหนกจากบานประตูจนเผลอคิดว่ามีคนบุกรุกเข้ามา

และเมื่อร่างบางเดินเข้ามาก็หัวเสียกับเพื่อนตัวแสบทั้งคู่ที่นอนแอ้งแม้งอย่างคนไร้สติ

'โป๊ก ๆ!' หมัดหนักๆของหญิงสาว(?) เรียกสติอันสลืมสลือได้เล็กน้อย

"โอ้ย..." โคโรเนโร่ร้องออกมาอย่างเจ็บๆ แต่เสียงกับเบาอย่างงัวเงีย

"ยัยรัน..." รีบอนที่เอ่ยอย่างงงๆเสียงไม่ต่างจากเพื่อนคอเหล้าเลยแม้แต่น้อย

"พวกนายเนี่ยนะ! ไปกินเหล้ากันเมาจนนอนแอ้งแม้งแบบนี้!?" 




เช้าอันสดใสคงจะไม่ใช่ของเพื่อนตัวแสบอย่างรีบอนและโคโรเนโร่แล้วสิ....



























ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Uosi จากทั้งหมด 21 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น