ขันทีซ่าป่วนรัก

ตอนที่ 5 : บทที่ 5 ลงโทษ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 112
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    20 ม.ค. 63

บทที่ 5

จูหยวนจางแทบจะพ่นชาออกมา เมื่อได้ยินข่าวเรื่องการทะเลาะวิวาทของกลุ่มขันทีฝึกหัด มิหนำซ้ำหัวโจกยังเป็นฉินจิ้ง เขาเอามือมากุมขมับพลางนวดคลึงเบาๆ

ก็พอจะรู้ว่าฉินจิ้งเป็นเด็กแก่แดดที่ซนได้ไร้ขีดจำกัด แต่ไม่คิดว่ามันจะซนไร้ขีดจำกัดได้ขนาดนี้ เวินกงกงที่เห็นท่าทางของจูหยวนจางก็ได้แต่เอ่ยถามว่าควรจะจัดการอย่างไร เพราะที่แน่ๆ เด็กพวกนั้นคงต้องโดนโบยอย่างน้อยก็ห้าสิบไม้

"ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ..."

"เวินกงกง ท่านว่าข้าควรจะทำอย่างไรดีกันนะ แทนที่จะตั้งใจอ่านตำราที่ข้าสอน กลับต่อยตีกันเสียนี่"

เวินกงกงกำลังจะตอบ แต่กลับสะกิดคำว่า'ที่ข้าสอน'เสียก่อน จูหยวนจากเหมือนพึ่งรู้ตัวจึงได้กระแอมออกมาครั้งหนึ่ง แล้วแสร้งทำเป็นก้มอ่านฎีกา แต่ทว่าโจรสารภาพออกมาเองเสียขนาดนี้ ย่อมโดนเวินกงกงมองอย่างจับผิด

"เอ่อ...เวินกงกง ข้าเพียงแค่เห็นใจเท่านั้น"

"กระหม่อมยังไม่ได้กล่าวอันใดเลยนะพ่ะย่ะค่ะ"

จูหยวนจางกระแอมออกมาอีกครั้ง ยิ้มออกมาอย่างต้องการเอาใจท่านเวินกงกงเสียหน่อย แต่ดูเหมือนนอกจากคนแก่ขี้งอนแล้ว เวินกงกงก็ไม่มีปฏิกิริยาอื่น เขาจึงได้แต่ถอนหายใจ นึกไปถึงบทลงโทษของเด็กพวกนั้น เขาคงต้องช่วยอีกสักครั้งแล้วกระมัง

เมื่อคิดได้แบบนั้นก็ละงานในมือ แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปาก เวินกงกงก็เดินออกมา ประสานมือคำนับ กล่าวว่า"กระหม่อมจะไปจัดการให้พ่ะย่ะค่ะ"

จูหยวนจางยิ้มก่อนจะพยักหน้า สมแล้วที่เวินกงกงดูแลเขามาแต่เล็กแต่น้อย นอกจากจะจัดการทุกอย่างเรียบร้อยดีชนิดหาที่ตำหนิไม่ได้ ยังรู้ใจเป็นที่หนึ่ง

พ้นเวินกงกงเดินออกไป จูหยวนจางก็หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมา เขียนข้อความลงไป เกิดเรื่องขนาดนี้ไม่สั่งสอนเด็กพวกนี้คงไม่ได้กระมัง เมื่อร่างจดหมายเสร็จ จูหยวนจางก็เรียกองครักษ์ประจำกายออกมา ให้นำจดหมายไปให้ฉินจิ้ง

...กองสอบสวนฝ่ายใน

ตอนนี้ฉินจิ้งอยู่ในสภาพที่เหมือนโดนหมาฟัดมาก็ไม่ปาน หางตาเขียวช้ำ มุมปากยังมีเลือดไหลอยู่เลย ผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อผ้าหลุดลุ่ย มีรอยเท้าอยู่เป็นย่อมๆ คนอื่นก็สภาพไม่ต่างกัน ยกเว้นเหรินหรูกับเฉาหมั่นที่ไม่ค่อยมีรอยขีดข่วน

พวกเขา รวมทั้งกลุ่มของไอ้หน้าหยกนั่นด้วย นั่งคุกเข่าอยู่คนละฝั่ง แต่หันหน้าเข้าหากัน ฉินจิ้งมองอย่างโกรธแค้นไม่ต่างกับอีกฝ่าย ยิ่งตำแหน่งที่นั่งของเหรินหรูอยู่ฝั่นเดียวกันกับพวกเขา ไอ้หน้าหยกก็ยิ่งถลึงตาใส่เป็นวรรคเป็นเวร ท่านกงกงชุดเขียวที่คอยควบคุมดูแลขันทีฝึกหัดตอนนี้เดินวนพวกเขารอบแล้วรอบเล่า สายตาบ่งบอกว่าจะฆ่าพวกเขาเสียให้ได้

"พวกเจ้ามีเรื่องอะไรกัน"

ทันทีที่จบคำ ทั้งเขาทั้งไอ้หน้าหยก ต่างพรั่งพรูสรรหาคำมาแก้ตัว ยิ่งกว่าตลาดแตกจนท่านกงกงต้องยกมือห้าม เพราะไม่อย่างนั้นอีกสองวิ ได้ลุกขึ้นต่อยกันอีกรอบตรงนั้นแน่

เพราะอารมณ์เดือดทำให้ฉินจิ้งลืมคิดไป เขาหันกลับมามองเฉาหมั่นที่นั่งหน้าเศร้ามองพัดที่ขาดหลุดออกเป็นสามส่วน มีรอยเท้าประดับเสริมมาด้วย เห็นแบบนี้แล้วก็รู้สึกผิดไม่น้อย เฉาหมั่นพยายามจะห้ามเขาหลายครั้ง แต่เขากลับไม่ฟัง เหรินหรูแม้ว่าะไม่มีบาดแผล แต่ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่พยายามจะกันให้ไอ้หน้าหยกออกจากเขา เห็นเจ้านี่ต้องมานั่งก้มหน้าแบบนี้แล้วละอายใจยิ่งกว่าอีก

ท่านกงกงเดินมาตรงหน้าเขา ก่อนจะนั่งย่องลงมามองดูหน้าเขา"ฉางฉินจิ้ง เจ้าจะตอบข้าได้หรือไม่ว่าเจ้ามีเรื่องอะไรกัน ถึงได้ก่อเรื่องราวใหญ่โตเช่นนี้"

ฉินจิ้งมองไปที่ไอ้หน้าหยก กัดฟันให้เล็กน้อยพอเป็นพิธี"เขาต่อยข้าก่อนนะขอรับ ถ้าเขาไม่ต่อยข้า ข้าก็จะอยู่เฉยๆ "

ไอ้หน้าหยกนั่นพอได้ยินเขาตอบแบบนี้ ก็ตะโกนสวนทันที"เพราะเจ้าต่างหากที่ต่อยพวกข้าก่อน เจ้าซาหยีเป็นคนเริ่ม"

เจอคำนี้ไปก็ปฏิเสธไม่ได้ เพราะซาหยีเป็นคนเริ่มจริง ไม่รู้เพราะอะไรซาหยีที่ดูจะไม่ค่อยกล้าแสดงออกถึงขั้นต่อยหน้าไอ้หน้าหยกแบบนั้น สุดท้ายก็กลายเป็นการตะลุมบอนกันจนเละเทะ

ท่านกงกงเหมือนจะฟังความหลายข้างจนปวดประสาท ค่อยๆ ลุกขึ้นก่อนจะหันหลังไป"โบยคนละห้าสิบที!! "

จบคำสั่งไม้ก็ฟาดเข้าหลังทันที เจ็บจนจุก จุกจนแทบจะทรงตัวนั่งไม่ได้ ไม้ที่สอง ไม้ที่สาม เจ็บกว่าในหนังซะอีก แต่โบยได้ไม่ทันไร เวินกงกงก็เร่งเท้ามา พร้อมกับองครักษ์คนหนึ่ง เวินกงกงรู้ว่าตนเดินช้าเกินไป รีบยื่นจดหมายที่ฮ่องเต้ให้มา พอท่านกงกงได้อ่าน ก็แทบจะวิ่งมาหยุดไม้ที่ตีฉินจิ้งด้วยตัวเอง ทุกคนต่างงงกับเหตุการณ์ แต่ก็ยังคงเงียบไม่พูดอะไร

ฉินจิ้งหันกลับหลังไป ยังตีได้ไม่ถึงสิบไม้เลย ท่านกงกงดูหอบแปลกๆ ปาดเหงื่อที่หน้า ก่อนจะกระแอมออกมาเล็กน้อย"....เอ่อ...พวกเจ้ากลับไปได้ อย่ามีเรื่องทะเลาะกันอีกเล่า! "

เฉาหมั่นที่นั่งกุมหลังอยู่ เป็นฝ่ายลุกขึ้นมาก่อน เขารีบประคองซาหยี เหรินหรู ก่อนจะมาประคองเขาเป็นลำดับสุดท้าย ฉินจิ้งลุกขึ้นช้าๆ เจ็บใช่เล่น ถ้าโดนห้าสิบไม้ไปจริงๆ ได้ลงไปนอนคุยกับรากมะม่วงแน่ เขาเดินพร้อมเอามือกุมหลัง ไม่ต่างจากพวกของไอ้หน้าหยก เจ้านั่นหันมามองเหรินหรู ก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนีไป โดยมีพวกคอยประคอง

เขาส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะรู้สึกเหมือนมีอะไรมาแตะที่หลัง ฉินจิ้งหันกลับไปก็เห็นเหรินหรู ที่คลำๆ จับๆ หลังเขา เขาแค่ซีดปากเพราะแม่งเจ็บจริงๆ เหรินหรูพยักหน้ากล่าวว่า"ไม่มีแผล"

ครู่ต่อมา ก็มีชายหนุ่ม? สวมชุดองครักษ์เดินเข้ามาหาพวกเขา ฉินจิ้งมองลูกเดียวจนกระทั่งเห็นคนอื่นๆ ประสานมือคำนับ ถึงค่อยรู้ว่าตัวเองคงเสียมารยาทอยู่ แต่ยังไม่ทันจะได้ประสานมือ ท่านองครักษ์ก็ยื่นกระดาษมาให้เสียก่อน ฉินจิ้งรับมาก็เปิดอ่านมันซะตรงนั้น

' ยามจื่อ หอตำรา ข้าจะลงโทษพวกเจ้า กล้าทะเลาะวิวาทงั้นหรือ

จูหยวนจาง '

ฉินจิ้งพลันหน้าซีด คนอื่นก็เริ่มสนใจยื่นหน้าเข้ามาดูกันอย่างมีมารยาท (...) พอได้อ่าน ก็เกิดปฏิกิริยาเดียวกัน ยกเว้นก็แต่เฉาหมั่นที่ไม่ได้ยื่นหน้าเข้ามาอ่าน แต่ทว่า..

เฉาหมั่นมองท่านองครักษ์เสียหวานเยิ้ม มือที่ถือพัดสามส่วนก็บิดเสียจนมันจะไม่เหลือซากอยู่แล้ว ปากนี่ยิ้มจนถึงหูแล้วมั้ง ยืนบิดไปบิดมาอยู่นั่นแหละ ส่วนท่านองครักษย์ก็ยืนนิ่ง มองเฉาหมั่นอย่าง...สงสัย ใจไม่ได้ตรงกันเลยนี่หว่า แถมพี่องครักษ์ยังหน้านิ่งหน้าตายได้อีก สุดท้ายมองกันไปมองกันมา พี่องครักษ์ก็ประสานมือคำนับแล้วหมุนตัวเดินกลับ เฉาหมั่นพออีกฝ่ายประสานมือให้ตัวเอง แทนที่จะปฏิบัติแบบเดียวกันดันเอาพัดในมือมากัดซะงั้น

ข้าว่าซ่อมไม่ได้แล้ว ซื้อใหม่อย่างเดียวแล้วล่ะ!

เราทั้งสี่คน ต่างพากันหอบสังขารกลับมายังห้องพัก หาหยุกยาทาให้เรียบร้อย มีขึ้นรอยแน่ๆ ฉินจิ้งทาให้เฉาหมั่นอยู่ ไม่ว่าจะลงน้ำหนักมือเท่าไหร่เจ้านี่ก็ไม่หือไม่อือ เอาแต่นั่งยิ้มจนน่ารำคาญแล้วยังทำท่าบิดไปบิดมา ทีแรกเขาก็นึกว่าเจ็บ

ฉินจิ้งค่อยๆ ก้มลงมาข้างหูของเฉาหมั่น ถามว่า"เจ้าคิดอะไรอยู่"

เหมือนเฉาหมั่นจะเคลิ้มอยู่เลยเผลอตอบออกมา"ก็คิดถึงท่านองครั...เอ้ย!! ลูกพี่"

"อะไร ข้าเห็นเจ้านั่งยิ้มตั้งแต่ออกมาจากกองสอบสวนแล้ว เจ้าคงไม่ได้แอบชอบ.."

"ข้าเปล่านะ"

ว่าไปก็โบกไม้โบกมือปฏิเสธ แต่ที่เอ็งทำบ้านข้าเรียกมีพิรุธเว้ย! ฉินจิ้งยิ้มแซว แต่จู่ๆ เหรินหรูก็โยนหมอนมาทางพวกเขาเฉยเลย กล่าวเหมือนกับไม่พอใจอะไรสักอย่าง"พวกเจ้าจะทายาอีกนานไหม ข้าก็จะใช้เหมือนกันนะ"

ว่าแล้วก็เดินกระแทกเท้า เข้ามาหยิบเอากระปุกยา ก่อนจะมองเฉาหมั่นเขม็ง เฉาหมั่นถึงกับหน้าเสีย รีบคลำหาพัด แต่เจ้าตัวคงลืมไปแล้วว่ามันเหลือแต่ซาก ฉินจิ้งมองตามหลัง คงจะหงุดหงิดที่เขาพาไปเจอไม้มั้ง อารมณ์คุณหนูของเหรินหรูนี่ดูยากชะมัด

พอทายาเสร็จพวกเราก็พากันออกมาทบทวนหนังสือต่อ โดยที่คราวนี้ไม่มีใครมากวน แม้ว่าจะมีสายตาอาฆาตจากไอ้หน้าหยกมาเป็นระยะ แล้วไงใครแคร์ อยากจ้องก็จ้องไป อยากไฟต์ก็เข้ามา ใช่ว่าเขาจะไม่พร้อมสู้

เหรินหรูกล่าวขึ้น"นี่ เจ้าเข้าใจบทนี้หรือไม่"

ฉินจิ้งหันไปมองเนื้อหาที่เหรินหรูชี้ เขาพยักหน้า แปลกจังเหรินหรูน่าจะเข้าใจแล้วหนิ แต่ช่างมัน ยังไงซะก็ต้องมีช่วงที่อยู่ๆ ก็ลืมเรื่องง่ายๆ บ้างแหละ

ฉินจิ้งขยับไปนั่งข้างเหรินหรูจะได้สอนสะดวก เฉาหมั่นกับซาหยีก็ถึงกับหันไปกระซิบกัน

"เจ้าคิดเหมือนข้าไหม"

"ข้าว่าไม่ใช่หรอก เฉาหมั่นเจ้าคิดมากไปแล้ว"

"เจ้ารู้ได้ไงว่าข้าจะพูดอะไร หรือเจ้า..."

"เงียบเลย ไม่ว่าเจ้าจะคิดอะไร ข้าไม่! "

เฉาหมั่นขยับห่างออกเมื่อเห็นซาหยีทำท่าอารมณ์ไม่ดี พยักหน้าเป็นอันว่าเข้าใจ หันกลับไปมองฉินจิ้งแล้วก็ถอนหายใจ

ฉินจิ้งใช้เวลาในช่วงบ่ายจนถึงเย็น จนกระทั้งเข้านอนกับพวกเฉาหมั่น ซาหยี และเหรินหรู เมื่อถึงยามจื่อ ก็เป็นเหรินหรูที่เป็นฝ่ายลุกขึ้นมาปลุกเขา เหรินหรูนอกจากจะเขย่าจนเขานอนไม่เป็นสุขแล้ว ยังยกเท้าขึ้นมาถีบเขาอีก เขาจำต้องลืมตา ให้เฉาหมั่นมาปลุกเหมือนเดิมจะดีกว่า แล้วที่ถีบไปน่ะ เขาพึ่งโดนโบยมานะ แถมก่อนหน้าก็โดนอัดมาหลายหมัดเหมือนกัน

ฉินจิ้งกล่าวว่า"เจ้าก็เบาๆ หน่อยสิ ข้าเจ็บอยู่นะ"

เหรินหรูลืมไปเสียสนิท แต่ก็ยังวางท่าใส่เขาอยู่ดี กล่าวว่า"ขอโทษ...แต่เจ้ามันแส่หาเรื่องเองมิใช่หรือ"

"แต่คนที่พาเรื่องมามันเจ้านะ"

"เจ้า..!! "

ซาหยีกับเฉาหมั่นที่กำลังแต่งตัวรีบเข้ามาห้ามเสียก่อนที่เขากับเหรินหรูจะทะเลาะกันจนพาลทำให้คนอื่นตื่นมาเสียก่อน เขายังนั่งอยู่ที่เดิม มองเหรินหรูหาเสื้อผ้ามากองตรงหน้าเขา เขามองอย่างจนใจ ฝืนลุกขึ้นมา พอยืนขึ้น ก็บิดขี้เกียจอยู่นาน เหรินหรูเหมือนทนไม่ไหว เข้ามาใส่เสื้อตัวนอก ไม่ลืมจะผูกผ้าคาดเอวให้อีก ถ้าไม่บอกว่าเหรินหรูเป็นลูกคุณหนูเขานึกว่าเขาได้คนใช้มานะเนี่ย

เฉาหมั่นกำลังจะหันไปคุยกับซาหยี แต่ดันโดนซาหยีตัดบทเสียก่อน"เจ้าว่า..."

"ไม่"

ว่าแล้วก็พากันจุดตะเกียง แต่คราวนี้เป็นเขาที่เดินนำหน้า ก็เคยมาแล้วจะรู้ทางก็ไม่แปลก ติดแค่อาจารย์สอนพิเศษจะลงโทษอะไรพวกเขานี่สิ แค่ทะเลาะกันเอง เรื่องปกติของวัยรุ่นอยู่แล้ว โดยโบยมาแล้วเขาไม่มีทางมาเจ็บตัวอีกแน่

เมื่อมาถึง ทหารก็ไม่มี มีเพียงไฟจากคบเพลิงเท่านั้น พวกเขาเดินเข้ามาในหอตำราได้ก็พากันปิดประตูเดินเข้ามา คนเดิมนั่งตำแหน่งเดิมเพิ่มเติมคือหน้าดุขึ้น

ฉินจิ้งยิ้มนำวิ่งเข้าไปหาอีกฝ่ายก่อน"ตาแก่คือ..."

"นั่ง"

คำสั้นๆ และมีประสิทธิภาพมาก เฉาหมั่น เหรินหรู และซาหยี รีบโกยกันมานั่ง เรียงกันเป็นแถว เขาเองก็จำใจนั่งลงไป ยอมรับเลยว่าตอนนี้ตาแก่ดูน่ากลัวสุดๆ

ทุกอย่างตอนนี้ดูเงียบสุดๆ เหมือนอยู่ในหนังผีสักเรื่อง แล้วก็มีมือโผล่ออกมาจากใต้โต๊ะ ฉินจิ้งคิดไปร้อยแปด จนอดไม่ได้ที่จะส่องดูใต้โต๊ะซะหน่อย พอเห็นว่าไม่มีอะไรถึงได้ถอนหายใจออกมา ก็นึกว่าจะมีอะไรเสียอีก จนกระทั้งจูหยวนจางวางหนังสือลง แล้วมองมาที่พวกเขา ต่างคนต่างพากันหลบตา แม้แต่เขายังไม่กล้าสบตาเลย เฉาหมั่นไม่มีพัดก็กระพือมือแทน ซาหยี ก้มหน้าจนหัวจะจรดกับโต๊ะอยู่แล้ว เหรินหรูไม่ต้องพูดถึง สติคงหายไปดาวอังคารแล้วมั้ง

จูหยวนจางถอนหายใจออกมาทีหนึ่ง เหล่าเด็กน้อยที่นั่งรอบทลงโทษยิ่งเกร็งเข้าไปอีก จูหยวนจางจึงเอ่ยขึ้นว่า"พวกเจ้าเจ็บหรือไม่ ได้ยินว่าถูกโบยมาหรือ"

ฉินจิ้งรีบหันกลับมาตอบ"เจ็บ เจ็บมากเลยตาแก่ ถ้าท่านเวินกงกงไม่มานะ หลังข้าต้องขาดแน่เลย"

เฉาหมั่นได้ฟังแล้วก็นิ่วหน้า ถามออกมาอย่างสงสัย"แต่เวินกงกงทำหน้าที่ดูแลฮ่องเต้ ทำไมถึง..."

จูหยวนจางกระแอมออกมา เฉาหมั่นก็หดหัวลงกระดองเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือตัวสั่นไปหมดแล้ว จูหยวนจางหันมาหาฉินจิ้งที่ทำหน้าเหมือนเจ็บปวดนักหนา เขายิ่งถอนหายใจออกมาหนักขึ้น ก่อนจะคว้าหนังสือขึ้นมาตามเดิม

"เอาเถอะ...ไหนๆ พวกเจ้าก็ถูกโบยมาแล้ว ข้าจะละเว้นไว้"

จูหยวนจางพูดจบ พวกเขาก็พร้อมใจลุกขึ้น มือประสานกันก้มหัวลง กล่าวพร้อมกันว่า"ขอบคุณท่านอาจารย์"

จูหยวนจางพอถูกเรียกว่าอาจารย์ก็รู้สึกเขินอายขึ้นมา ยิ้มจนปากจะฉีก ฉินจิ้งเหมือนจับทางได้ รีบเขาไปเกาะแขนอย่างถือวิสาสะ กล่าวว่า"เช่นนั้น พวกข้าเจ็บอยู่ งั้นขอกลับไปนอนนะอาจารย์"

จูหยวนจางหันมา สีหน้าที่ยิ้มแย้มแต่ตานี่จิกกัดอย่างกับจะฆ่าให้ตาย ฉินจิ้งหัวเราะแห้งๆ ออกมา ค่อยๆ ปล่อยมือออกจากแขนของจูหยวนจาง แล้วกลับไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม

"ข้าไม่ลงโทษพวกเจ้าที่กาย แต่คืนนี้ พวกเจ้าจะต้องท่องตำราเล่มนี้ให้ได้ ไม่เช่นนั้นข้าจะไม่ให้นอนสักคน!!! "

ฉินจิ้งและคนอื่นๆ ยิ้มค้างไปแล้ว นึกว่าจะไม่โดนลงโทษแล้วเชียว ฉินจิ้งแทบอยากจะเข้าไปกัดหัวจูหยวนจางให้มันรู้แล้วรู้รอด ให้ท่องหนังสือทั้งเล่มเนี่ยนะ ต่อให้อัจฉริยะขนาดไหน ก็ท่องไม่ได้ป่าววะ

แต่ทว่าผิดถนัดไป เมื่อเหรินหรูลุกขึ้น ก่อนจะเริ่มท่องออกมาโดยไม่เปิดหนังสือเลยแม้แต่น้อย ฉินจิ้งเปิดอ่านไปด้วย เหรินหรูท่องไม่ผิดแม้แต่คำเดียว จนกระทั่งจบเล่ม เขาอ้าปากค้างไปแล้ว ได้แต่มองเหรินหรูอย่างอึ้งๆ เหรินหรูหันมายักคิ้วให้เขา ก่อนจะประสานมือให้จูหยวนจางแล้วเดินออกไป

เขามองตามหลังไป เจ้านั่นคงจะกลับไปนอนบำรุงผิว ถึงได้ท่องติดปากขนาดนั้น กลัวผิวเสียหรอพ่อคุณ ฉินจิ้งหันไปมองเฉาหมั่นกับซาหยีที่ตั้งหน้าตั้งตาจดจำ ส่วนเขาก็ถูกจดถูกจำโดยการจ้องมองเช่นกัน จ้องกันขนาดนี้ใครมันจะไปมีสมาธิอ่านกันวะ

เวลาผ่านไปเท่าไหร่แล้วไม่รู้ ฉินจิ้งนั่งห้าววอดๆ ในขณะที่เฉาหมั่นพยักหน้าให้ตัวเอง ก่อนจะลุกขึ้นอีกราย เฉาหมั่นความจำดี ถ้าทบทวนหน่อยก็ท่องได้สบาย และก็เป็นแบบนั้นจริงๆ หลังจากที่เฉาหมั่นท่องบรรทัดสุดท้ายจบ จูหยวนจางก็พยักหน้าให้ เฉาหมั่นที่เริ่มตาคล้ำนิดๆ ก็ยิ้มออกมาอย่างดีอกดีใจ รีบวิ่งออกไปอย่างกับกลัวใครจะมาดึงเอาไว้

ทีนี้ก็เหลือแค่เขากับซาหยี ซาหยีเป็นคนความจำไม่ค่อยดี อย่างน้อยก็มีเพื่อนแล้วโว้ย ฉินจิ้งอ่านไปได้สักพักก็พอจะมั่นใจว่าท่องได้ เขายืนขึ้น หน้าซาหยียิ่งซีดเข้าไปอีก แต่พอท่องมาประมาณครึ่งเล่มได้ จูหยวนจางกลับยกมือบอกให้พอ

"ทำไมตาแก่ ข้าท่องผ่านแล้วใช่ปะ งั้น..."

"ท่องใหม่ เจ้าลืมไปวรรคหนึ่ง"

"ห๊ะ!! "

จูหยวนจางชี้ตรงที่เขาลืมท่องให้ดู และมันก็จริง ท่อนนี้เขาจำไม่ได้ พยายามจำหลายรอบแต่ก็ไม่ได้เสียที หน้าซาหยีดูโล่งใจขึ้น แต่เขานี่สิ นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว เขายังเด็กนะ ต้องกินมากๆ นอนเยอะๆไม่รู้หรือไง

ฉินจิ้งหน้าบูดทันที ท่องใหม่กี่ทีก็ผิดตรงเดิมตลอด นี่สินะการลงโทษที่โหดกว่าการโบย ไม่น่ามาเลย อ้างว่าเจ็บหลังมากจนลุกไม่ได้ก็รอดแล้วแท้ๆ เหลือแค่สองวันก็จะได้สอบแล้ว กะจะให้ได้ร้อยเต็มเลยรึไง พวกเขาต้องการให้สมองปลอดโปร่งนะ

ท่องผิดไปก็เริ่มท้อ เขานั่งลงเหมือนเดิม เท้าคางมองหน้าจูหยวนจางมันซะเลย ซาหยีเริ่มจะง่วงมาก จนสุดท้ายก็ลุกขึ้น ซาหยีเริ่มท่อง ตะกุกตะกักขั้นสุด แต่ถึงกะนั้นก็ประค้ำประคองจนมาถึงครึ่งเล่ม จูหยวนจางก็ยกมือขึ้น ซาหยีหน้าเสียจะนั่งลง แต่จูหยวนจางเอ่ยขึ้นมาก่อน

"เจ้าไปได้"

ซาหยียิ้มจนตาหยี ฉินจิ้งเห็นแบบนั้นก็รู้เลยว่าจูหยวนจางจงใจแกล้งตนเองชัดๆ เขาตบโต๊ะยืนขึ้นทันที"อาหยียังท่องไม่จบเลย ท่านแกล้งข้านี่"

"เขาท่องยังไม่จบ แต่ไม่ผิดแม้แต่ครึ่งคำ ส่วนเจ้าผิดแล้วผิดอีก"

ฉินจิ้งเถียงไม่ออก เพราะมันดันเป็นความจริง ซาหยีถึงจะท่องติดๆ ขัดๆ แต่ไม่ผิด ส่วนเขาถึงจะท่องได้ติดปากก็จริง แต่ผิดอยู่หลายรอบ

ฉินจิ้งทิ้งหัวลงกับโต๊ะอย่างไม่กลัวเจ็บ ป่านนี้เหรินหรูคงกำลังฝันดี ป่านนี้เฉาหมั่นคงจะกำลังโบยบินในฝัน และป่านนี้ซาหยีคงกำลังล้มตัวลงนอน ทำไมถึงมีแต่เขาที่นั่งอยู่ตรงนี้เพราะแค่ลืมตัวหนังสือแค่วรรคเดียวเนี่ย!!

เขาเงยหน้าขึ้นมามองจูหยวนจางทั้งๆ ที่หน้ายังแนบโต๊ะ มองดูแล้วจูหยวนจางก็หล่อ หล่ออยู่แล้ว เจอครั้งแรกก็หล่อขนาดนั้น คิดภาพไม่ออกเลยว่าคนที่จะมาเป็นแฟนตาแก่นี่ต้องสวยขนาดไหนถึงจะคู่ควร ไวเท่าความคิด ฉินจิ้งถามออกไปทันที

"ตาแก่ท่านอายุเท่าไหร่"

จูหยวนจางละสายตาจากหนังสือเล็กน้อย กล่าวว่า"สามสิบหก"

ฉินจิ้งดีดตัวขึ้นมานั่งหลังตรงทันที"โห แปลว่าตาแก่ก็มีเมีย...อ้อ ลืมไปตาแก่เป็นขันที จะไปมีได้ยังไง"

จูหยวนจางวางหนังสือลง มองฉินจิ้งตรงๆ จะว่ามีเมียหรือยังก็นับว่าฮองเฮาคือภรรยา ส่วนสนมชายาก็มี แต่ทว่าเขากลับกำลังคาดหวังบางอย่าง บางอย่างที่เขาเองก็ไม่แน่ใจว่าคืออะไร พอมองเด็กตรงหน้า รู้สึกเหมือนอยากทำความรู้จัก อยากจะรู้สึกว่าตนสนิทกับเด็กคนนี้ยิ่งกว่าใคร

ฉินจิ้งเห็นจูหยวนจางจ้องตนนานแล้วชักทำอะไรไม่ถูก ยื่นมือไปแตะหน้าผากของจูหยวนจาง จูหยวนจางดูจะอึ้งไปเล็กน้อย แต่มิได้พลักออก โทษของการแตะต้องศีรษะฮ่องเต้มีโทษอันใดกันหนา

ฉินจิ้งยิ้มออกมา กล่าวว่า"ตาแก่ ท่าน...ผิวหน้าเรียบจังถ้าไม่บอกว่าเป็นขันทีข้านึกว่าเป็น..."

"แล้วหากว่าข้าไม่ใช่ขันที เจ้าจะว่าอย่างไร"

ฉินจิ้งจู่ๆ ก็รู้สึกหน้าตึงๆ ขึ้นมา อาการร้อนผ่าวตามหูนี่มันอะไรเนี่ย มุมปากก็ยกยิ้มขึ้นมา หุบก็ไม่ได้ราวกับว่ากำลังเขินอะไรบางอย่าง จนกระทั่งได้ยินเสียงฆ้องป่าวประกาศว่ายามสองแล้ว

ชิบหายนี่เขาอยู่นานขนาดนี้แล้วหรอเนี่ย

ฉินจิ้งชักมือกลับ ทำท่าเลิกลั่กเหมือนไม่รู้ว่าจะพูดอะไร จูหยวนจางยิ้มออกมาทันที เขารู้สึกชอบปฏิกิริยาแบบนี้ของฉินจิ้งยิ่งนัก เด็กอวดดีที่จู่ๆ ก็เหมือนแมวน่ารักตัวหนึ่งขึ้นมา

"เจ้ากลับไปนอนเถอะ ข้าหวังว่าเจ้าจะสอบได้ ไม่ใช่จงใจสอบตก"

ฉินจิ้งยิ้มค้าง หันควับไปมองจูหยวนจางที่ยิ้มอยู่เช่นกัน รู้ได้ไงว่าเขาจะจงใจสอบตก มีตาทิพย์เรอะ หรือว่าส่งนักสืบมาสอดแนมแบบในหนัง หรือว่า...สโต๊กเกอร์!

คงไม่ใช่..

"ฮ่าๆ ใครจะสอบตก ข้า...ไม่...เอ่อ...ข้าง่วง"

"เช่นนั้นก็จงกลับไปนอนเถิด"

ฉินจิ้งลุกขึ้นทันที เดินออกจากโต๊ะ ทั้งมองทั้งเดินออกไปชนโน่นนี่ไปทั่ว แต่ก็ยังหันกลับมาหาจูหยวนจาก ปากกล่าวงึมงำว่า"ข้าไม่ตกหรอก ข้าไม่ตก ฮ่าๆ ๆ "

จนกระทั่งลับตาไป จูหยวนจางหัวเราะออกมาเล็กน้อย"ต่อให้เจ้าอยากสอบตก ข้าก็ไม่ให้ตกหรอก"

เวลาล่วงผ่านไปจนกระทั่งถึงวันสอบแล้ว เหล่าขันทีฝึกหัดต่างแต่งตัวอย่างสุภาพเรียบร้อย ทุกคนล้วนพกป้ายเข้าสอบกระชับมือ เขาเองก็เช่นกัน ฉินจิ้งเดินนำกลุ่มบอยแบน...ไม่ใช่ๆ กลุ่มคนหัวดีมา ก็มาเจอกับไอ้หน้าหยกหน้าห้องสอบเข้า เจ้านั่นหันมามองเหรินหรูเล็กน้อย ทำหน้าเหมือนผิดหวัง ก่อนจะมองหน้าเขาอย่างท้าทาย ราวกับมีสายฟ้าประจุที่ตาของเขากับไอ้หน้าหยก

ฉินจิ้งยิ้มยั่วไปก่อน ดูสิว่าเจ้านี่จะปรี๊ดแตกหรือเปล่า แต่ผิดคาดเจ้านี่กลับยิ้มเยาะกลับมา กล่าวว่า"หนังสือสี่เล่ม จะทำอะไรได้กัน คอยดูเถอะเหรินหรู ข้าจะทำให้เจ้ารู้ว่าเจ้าเลือกข้างผิด"

ว่าจบก็สะบัดตูดเดินเข้าห้องสอบไป เขาส่ายหัวเบาๆ ไม่ลืมหันไปมองเหรินหรูที่ทำหน้าลำบากใจ หน่อยยย..กล้ามาข่มขวัญแก๊งเขาก่อนสอบหรอ เอ็งยังไม่รู้ฤทธิ์เดชของอาจารย์พิเศษข้าซะแล้ว

ฉินจิ้งนำกลุ่มเดินเข้ามาข้างในเรียบร้อยก็นั่งประจำที่ ก่อนที่ท่านกงกงจะเริ่มเข้ามาเก็บหนังสือที่แจกไป พอครบแล้วก็เริ่มประกาศการสอบ

"ต่อไปนี้คือการวัดความรู้ ยิ่งเจ้าได้คะแนนมาก โอกาศที่เจ้าจะได้รับใช้ฝ่ายในหรือราชวงศ์ก็มากตามไปด้วย จงตั้งใจ และผู้คุมสอบในวันนี้คือ...เอ่อ...คือ....องค์ฮ่องเต้"

ทันทีที่พูดจบ คนทั้งห้องเงยหน้าขึ้นทันที ก็เห็นบุคคลหนึ่งที่อยู่หลังฉากกั้นบางๆ เห็นเป็นรูปร่างชัดเจน แต่ก็เห็นแค่เงา

แค่เงาก็น่ากลัวแล้ว!!

บางคนถึงกับจะร้องไห้ ที่ฮ่องเต้มีน้ำพระทัยมาสนการสอบของขันทีฝึกหัดด้วย ท่านกงกงเองก็เหงื่อตกไม่แพ้กัน ก่อนจะเอ่ยขึ้นอีก"ฝ่าบาททรงมีน้ำพระทัย ออกข้อสอบให้พวกเจ้าด้วยตัวเองถึงสองส่วน คือ...เอ่อ...ฉางฉินจิ้ง เจ้าออกมานั่งข้างหน้า"

ฉินจิ้งชี้นิ้วเข้าตัวเอง สายตาทั้งห้องจับจ้องมาที่เขาเป็นตาเดียว นี่เขาเปรี้ยวตีนขนาดต้องให้มานั่งใกล้ชิดกับฮ่องเต้เลยหรอ ตรงหน้าเลย ชนิดที่เงยหน้ามาเจอเงาเลย!

ฉินจิ้งจำใจลุกขึ้นมา มองไปทางลูกน้องแสนรักเสียหน่อย ก็เห็นพวกเขาส่งกำลังใจมาเต็มเปี่ยม มีแค่เฉาหมั่นที่ทำหน้าเคลิ้มมองไปด้านข้าง ตามสายตาไปก็เจอพี่องครักษ์คนนั้นนั่นเอง

อาเฉา เห็นผู้ชายดีกว่าข้าเรอะ!!

พอนั่งปุ๊บ เขาก็ก้มหน้าทันที จนกระทั่งเหมือนได้ยินเสียงหัวเราะของคนตรงหน้า เขาเงยหน้าขึ้นมาอย่างลืมตัว จนท่านกงกงต้องส่งสายตาน่ารักมาตักเตือน เล่นเอาเขาก้มแทบไม่ทัน

"การสอบจะเริ่ม...ณ บัดนี้!!! "













มีฟามมานั่งคุมน้องสอบ5555

ใครชอบก็ติดตามไรท์ไปเรื่อยๆ นะจ๊ะ ความซนของน้อง และความหลงน้องของฮ่องเต้ยังมีให้ชมเพียบ แค่ไรท์คิดก็หัวเราะไว้รอแล้ว5555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น