OTHER UNKNOWN STORIES #ไพรเวทหวี

ตอนที่ 4 : ไพรเวทหวี [18.1] : We Are [แบคฮวี part]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 57,355
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    27 ต.ค. 60

B
E
R
L
I
N
 

= อ่านตรงนี้ก่อนนะคะ =



ตอนนี้ไม่ใช่ตอนพิเศษนะ แต่เป็นตอนที่(คิดว่า)จำเป็นต้องอ่าน เนื่องจากต่อเนื่องกับตอนที่ 17 ในแอพจอยลดานะคะ อนุญาตเขียนเป็นบทบรรยายเนื่องจากเป็นเนื้อหาส่วนที่ไม่สามารถคุยในแชทของน้องหวีได้นะคะ เพราะฉะนั้นเราจะนับตอนนี้เป็นตอนที่ 18.1 นะคะ เป็นหนึ่งในพาร์ทจบ



สำหรับตอนที่ 18 นี้จะแบ่งเป็นหลายพาร์ททั้งบทบรรยายและในจอยลดา


เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องและต่อเนื่องขออนุญาตให้อ่านเรียงตามนี้นะคะ


18.1 : We Are [แบคฮวี] ในเด็กดี *ตอนนี้*


18.2 : อยู่ในแอพจอยลดานะคะ





Title : We Are

Pairing : DONGHO x DAEHWI

Author : GOMUGOMI No.1

Music : ตอนนี้ไม่มี bgm แต่มีเพลงที่เราฟังตอนเขียนบ่อย ชอบฟีลเพลงนี้เลยอยากแนะนำเผื่อใครอยากฟังนะคะ

Word count : 7207 words


















โห...มันเมนบอร์ดพังอ่ะน้อง ไม่คุ้มซ่อมหรอก เชื่อพี่


“...ขนาดนั้นเลยเหรอคะ


เนี่ยค่าเปลี่ยนก็เกือบหมื่นแล้ว เปลี่ยนมาก็ไม่รู้จะพังอีกป่าว...ซื้อใหม่เหอะ


พี่ไม่ได้พยายามจะขายเครื่องเก็บยอดใช่ป่าวคะ


บ้า พี่พูดจริง ดีแค่ไหนแล้วน้องไม่ไปเจอร้านที่เห็นแก่เงินแล้วเชียร์ให้ซ่อม




ร่างเล็กเดินตามไปดูไอโฟนเจ็ดที่ลดราคาอยู่อีกมุมหนึ่งของร้าน ก่อนจะหัวเราะแห้งๆใส่พนักงานขายแล้วขอตัวออกเดินมาก่อนเมื่อเห็นราคาห้าหลักที่แปะเอาไว้ด้านหนัง พูดง่ายจังวะ ทำอย่างกับเครื่องละห้าร้อย อยู่ๆจะให้ซื้อใหม่ หน้านี่เหมือนลูกเศรษฐีหรือไง



อีแดฮวี กดเบอร์ของแม่ลงบนแป้นโทรศัพท์เก้าช่องรุ่นแม่ของโนเกียที่ไปขอยืมที่บ้านกอนฮีมาใช้ชั่วคราวชีวิตก็ไม่คิดว่าจะได้ใช้โทรศัพท์ฝาพับกับเขาหรอกจนกระทั่งไอโฟนเจ๊งคามือนี่แหละ มันก็ไม่ได้แย่อะไร ยกเว้นเสียแต่เสียงโน้ตดนตรีเวลากดแป้นที่เด็กหนุ่มใช้เวลาครึ่งวันในการหาที่ปิดแต่ก็หาไม่เจอ...นั่นทำให้แดฮวีไม่อยากใช้มันโทรเข้าออกถ้าไม่จำเป็น




ฮัลโหลค่ะ ม๊าเหรอ...นี่หนูหวีนะ อื้อ มันพังไปแล้วอ่ะ เนี่ยไปขอยืมของแม่ไอ้หญิงก้อนมาใช้ก่อนช่วงนี้แดฮวีกรอกเสียงใส่มารดาที่อยู่อีกฝั่งสายโทรศัพท์ระหว่างที่เดินไปตามทางเชื่อมห้างสรรพสินค้า ดูดชานมไข่มุกในมืออึกใหญ่ก่อนจะตอบกลับเมนบอร์ดพังเลยอ่ะ ซ่อมไม่คุ้ม



ค่าซ่อมเหรอ...ก็เกือบหมื่นอ่ะค่ะ พี่เขาบอกว่ามันอาจจะไม่เสถียรด้วยค่ะถ้าไปเปลี่ยน หนูก็เลยคิดว่าไว้ค่อยไปซื้อเครื่องใหม่ทีเดียวเลยดีกว่าอ่ะม๊า



แดฮวีแอบเอาโทรศัพท์ออกห่างจากหูเล็กน้อยเมื่อคุณนายปลายสายเริ่มพร่ำบ่นถึงความสะเพร่าที่ทำให้โทรศัพท์พัง แต่สุดท้ายก็กลับมาพูดด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใยจนต้องลอบยิ้ม...หม่าม๊าน่ะน่ารักเสมอนั่นแหละ ทุกวันนี้ถึงตัวจะอยู่สุโขทัยแต่ก็ดูแลลูกอย่างกับอยู่ใกล้ตัว ทั้งเงินในบัญชีทั้งข้าวของที่ส่งพัสดุมาไม่เคยขาด ไหนจะฝากผ่านญาติเวลามากรุงเทพอีก



ตอนนี้? ไม่ลำบากค่ะๆ  จริงๆพวกเฟสบุ๊ค ทวิตเตอร์ไรงี้หนูก็เล่นในคอมได้อยู่แล้วค่ะไม่มีปัญหาเลย แค่ไลน์มันเข้าในคอมไม่ได้เพราะหนูลืมรหัสเฉยๆอ่ะค่ะ



แดฮวีตอบไปตามตรง ก่อนจะเสริมว่าช่วงนี้เป็นช่วงสอบด้วยเลยถือเป็นเรื่องดีที่จะห้ามตัวเองไม่ให้เล่นโทรศัพท์อย่างเด็ดขาด...แต่ก็เก็บความจริงที่ว่าเขาอยากหลีกเลี่ยงเรื่องที่ทำให้สมองปั่นป่วนไปสักพักก่อนที่สมองเจ้ากรรมมันจะทำให้ทุกอย่างแย่ไปกว่านี้เอาไว้



และเพราะว่าแม่ถามถึงมื้อเที่ยง คนตัวเล็กจึงตัดสินใจเดินเลี้ยวเข้าแมคโดนัลด์เพื่อหาอะไรกินเป็นข้าวเย็นเพราะยังไม่มีอะไรตกถึงท้องตั้งแต่เช้า แดฮวีสั่งแมคฟิชส่งๆไปแบบไม่ได้คิดอะไร กินเพราะโดนบอกให้กินเท่านั้นแหละ เอาเข้าจริงก็เครียดจนกินอะไรแทบไม่ลง




ราคาไอโฟนเจ็ดค่ะม๊า ไม่ใช่แปด...ค่ะ มันใหม่ไปอ่ะ หนูไม่ได้จะใช้อะไรมากอยู่แล้วด้วยค่ะ  ก็ ประมาณสองหมื่นกว่าๆค่ะแต่มีโปรลดราคาอยู่...ซื้อวันนี้เลยเหรอคะ?”




เด็กชายชะงักเล็กน้อยเมื่อคนปลายสายเสนอว่าจะโอนเงินเข้าบัฐชีให้อีกสามหมื่นเพื่อที่จะได้ซื้อโทรศัพท์ไปเลยทีเดียว...แดฮวีแทบตะครุบปากตัวเองตอนที่เกือบจะแสดงความดีใจและตอบตกลงไปหนูว่าอย่าเพิ่งดีกว่าค่ะม๊าสอบก็ยังไม่ติด แถมโง่ทำพังเอง จะเอาความกล้าที่ไหนไปรับของแพงขนาดนั้นมา หนูอยากมีสมาธิกับการอ่านหนังสือสอบก่อน






พนักงานนำอาหารมาเสริ์ฟพอดีตอนที่แม่พยายามจะทักท้วงแดฮวีอ้างไปว่าหิวมากเพื่อตัดบทสนทนาแต่ก็พูดต่อไปด้วยว่าตนนดีจะฟังสิ่งที่แม่อยากเล่า แค่อาจจะไม่อยากพูดตอบตอนที่อาหารเต็มปาก...คนปลายสายดูสงสัยแต่ก็ไม่ได้แย้งอะไร เธอเริ่มเล่าเรื่องของตัวเองบ้าง



ร่างบางใช้มือหนึ่งถือโทรศัพท์แนบหู ส่วนอีกมือจึงใช้จับแฮมเบอเกอร์เข้าปาก  ถึงจะดูลำบากไปหน่อยแต่เขาก็ไม่อยากจะพลาดแม้แต่คำพูดเดียวของมารดาไม่รู้ว่าเขาคิดถึงหรืออะไร ถึงได้รู้สึกว่าเสียงหวานติดแหบของแม่และเรื่องเล่าต่างๆเธอพูดเจื้อยแจ้วเหมือนช่วยปลอบประโลมใจของเขาไปด้วยมีคนหลายคนบอกว่าแดฮวีน่ารักและพูดเก่งเหมือนหม่าม๊า แต่ไม่รู้ว่าเสียงพูดของเขาจะทำให้คนอื่นสบายใจเหมือนที่แม่ทำได้ด้วยหรือเปล่า



มีแค่เสียงฮึมฮัมในลำคอที่คอยตอบกลับให้อีกคนรู้ว่าเขายังถือสายอยู่ปกติเขาคงจะเสียบหูฟังไว้คุยโต้ตอบกับปลายสาย แล้วสลับเข้าอีกแอพพลิเคชั่นไปด้วยแก้เบื่อตามประสาคนอยู่ไม่นิ่ง  แต่กับโทรศัพท์เครื่องนี้แดฮวีทำได้แค่แนบมันไว้กับหู ส่วนตาก็เหลือบลงมองกระดาษที่ใช้รองถาด ไล่สายตาอ่านข้อความบนนั้นไปเรื่อยๆที่ละประโยคแบบจับใจความไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ละความสนใจจากความคิดที่เป็นเหมือนกับข้อความที่พรั่งพรูอยู่ข้างในหัวได้เลย




คิดถึงม๊าจัง ม๊าคิดถึงหนูมั้ย


ม๊าก็ต้องคิดถึงหนูสิลูก เธอตอบ นั่นทำให้แดฮวีรู้สึกอุ่นขึ้นมาทั้งหัวใจและขอบตา


ม๊ารักหนูมั้ย


รักสิลูก ม๊าจะไม่รักหนูได้ยังไง


หนูคิดถึงม๊า หนูคิดถึงบ้านแดฮวีหายใจเข้าเฮือกใหญ่ไม่ให้เสียงสั่นหนูเหนื่อย



อีแดฮวีคิดมาตลอดว่าตัวเองโอเค คิดว่าทุกๆอย่างที่เกิดขึ้นมันรับมือได้ ทั้งเรื่องเรียนและเรื่องความรู้สึกแต่ไม่ได้คิดว่ามันจะกดดันถึงขนาดที่ต้องมาร้องไห้แค่เพราะว่าได้ยินเสียงของแม่ ร่างบางหยิบเสื้อกันหนาวขึ้นมารองท้องแขนแล้วก้มหน้าสะอื้นกับตัวเองแบบเงียบๆ ปล่อยให้น้ำตาไหลซึมเข้าเนื้อผ้าสีเทาจนเปียกชื้น แต่ก็เอาโทรศัพท์เครื่องเก่าออกจากหูเพราะไม่อยากให้อีกคนได้ยินว่าตัวเองกำลังร้องไห้อยู่ มีหวังโดนตีตายถ้ารู้ว่ามาแอบร้องไห้ในร้านแมค



หม่าม๊าไม่ชอบให้แดฮวีร้องไห้ หม่าม๊าบอกว่ามันทำให้หม่าม๊ารู้สึกไม่ดี




ในบางครั้ง สิ่งที่ทำให้เราฟุ้งซ่านมากกว่าสิ่งที่ดึงความสนใจอย่างเช่นสมาร์ทโฟน ก็คือการที่ไม่มีอะไรที่จะมาดึงความสนใจออกไปจากห้วงความคิดของตนเองเมื่อเริ่มคิดเรื่องที่หนึ่ง นั่นหมายความว่าเรื่องที่สอง สาม สี่จะตามมาเรื่อยๆโดยไม่ปล่อยให้สมองได้พัก...นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาในช่วงหลายวันมานี้  เขาสามารถคิดวิเคราะห์เรื่องของใครหลายๆคนได้ มันไม่ใช่เรื่องยากที่แดฮวีจะนั่งคิดว่าจะช่วยจีฮุนได้ยังไงหรือควรปฏิบัติตัวอย่างไรไม่ให้คนที่ก้ำกึ่งอย่างฮยอนบินรู้สึกแย่ แต่เมื่อมันมาถึงเรื่องของตัวเอง เหมือนกับว่าจะตัดสินใจอะไรก็ผิดพลาดไปหมด



แน่ล่ะ เขาอดคิดไม่ได้ว่าท้ังหมดเป็นความผิดของตัวเอง และไม่ว่าจะหาเหตุผลอะไรมาแต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรไปมากกว่าผลจากการกระทำของตัวแดฮวีเองข้อความของคังดงโฮและคิมซามูเอลยังคงวนเวียนอยู่ในสมองเพื่อตอกย้ำข้อผิดพลาด ในขณะเดียวกัน ก็ดูเหมือนว่าข้อความให้กำลังใจของเพื่อน ไม่ว่าจะพัคจีฮุน อีกอนฮี อันฮยองซอบหรืออีกหลายๆคนจะไม่สามารถแทรกเข้ามาระหว่างความคิดแง่ลบเหล่านี้ได้เลยสักนิดเดียว



ที่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ มันส่งผลต่อการอ่านหนังสืออย่างมากสมาธิในการท่องภาษาจีนหายไปทุกครั้งที่เผลอคิดเรื่องของสองคนนั้น ประสิทธิภาพในการอ่านหนังสือของเขามันลดลงเรื่อยๆในขณะที่วันเวลาเดินไปข้างหน้า  เขานำเรื่องนี้ไปปรึกษากอนฮีในวันที่ไปยืมโทรศัพท์เมื่อรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะประสาทกินเข้าจริงๆ...คะแนนจากการทำตัวอย่างข้อสอบภาษาจีนในวันนี้ต่ำที่สุดเท่าที่เคยทำมา แน่นอนว่ามันต่ำจนไม่ถึงเกณฑ์ที่จะใช้ยื่นเข้าคณะอักษรศาสตร์อย่างที่หวังทั้งๆที่วันสอบใกล้เข้ามาทุกทีและมันทำให้เครียดจนรู้สึกเหมือนจะอ้วกตลอดเวลา



เขาเลือกที่จะให้กอนฮีเก็บเป็นความลับ



เพื่อนของเขาดูไม่สบายใจเสียยิ่งกว่าเมื่อได้ยิน คืนนั้นกอนฮีบังคับให้นอนที่บ้านตนเอง เอาหนังสือภาษาจีนไปซ่อนในห้องเก็บของแล้วบังคับให้เขากินข้าวเย็นอย่างจริงจังมึงจะเครียดตายจริงๆ ถ้ามึงไม่หยุดคิดฟุ้งซ่าน มันว่าแบบนั้น...และแดฮวีก็คิดแบบนั้น แล้วก็รู้ด้วยว่าต่อให้อยากหยุดคิด มันก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี



วันรุ่งขึ้นเขาขอตัวกลับหอด้วยรอยยิ้ม ตอบกอนฮีไปว่าตัวเองโอเคกอนฮีทำหน้าเหมือนไม่เชื่อเท่าไหร่แต่ก็ยอมไปเอาหนังสือจีนที่ซ่อนไว้มาคืนพร้อมกำชับว่าห้ามกดดันตัวเองจนเครียดแบบนั้นอีก แดฮวียิ้มรับแล้วเดินออกมาขึ้นแท็กซี่ด้วยสีหน้าพะอืดพะอมเขาไม่ได้บอกเรื่องที่ตัวเองตื่นมาอาเจียนมื้อเย็นเมื่อคืนนี้ รวมถึงความจริงที่ว่า ทุกอย่างมันไม่โอเค




ความจริงแล้วที่ตัดสินใจพลาดที่สุดก็น่าจะเป็นการเลือกที่จะยิ้มรับทุกปัญหานี่แหละ






We Are






แดฮวีพบว่าแม่ยังไม่ได้วางสายตอนที่เงยหน้าขึ้นจากเสื้อกันหนาว





ฮัลโหลร่างเล็กพูดพลางสูดน้ำมูกทำไมม๊าไม่วางสาย ค่าโทรศัพท์ไม่รู้เท่าไหร่แล่ว



หญิงวัยกลางคนหัวเราะกลับมา เธอตอบว่าค่าโทรศัพท์แค่นี้ไม่ทำให้ขนหน้าแข้งร่วงไม่ต้องหัวเราะเลย หนูผิดเองที่ลืมวางสายอ่ะ...ม๊าอย่าแซวดิแดฮวีควานหาทิชชู่ในกระเป๋าเป้ขึ้นมาเช็ดคราบน้ำตาที่เปรอะแก้มอือ อยู่ๆก็ร้องอ่ะไม่รู้ดิ แต่ร้องไห้แล้วก็รู้สึกดีขึ้นค่ะ



ก็มันหลายเรื่องอ่ะค่ะ เรื่องเรียนด้วย...ใกล้สอบแล้วก็เครียดแบบนี้แหละ



ผู้เป็นมารดาบ่นสวนกลับมาทันทีที่พูดจบ เธอบอกว่า ถึงยังไงนี่ก็ไม่ใช่การสอบเข้าอักษรศาสตร์รอบสุดท้าย และไม่อยากให้แดฮวีเอาตัวเองไปกดดันกับมันขนาดนั้นโดยไม่จำเป็น รวมไปถึงเรื่องอาหารการกินม๊าบอกว่าเขาเป็นคนที่จะไม่ยอมกินข้าวถ้าเครียด แดฮวีจึงสารภาพไปว่าช่วงนี้รู้สึกเบื่ออาหารจริงๆ ส่วนเบอร์เกอร์เมื่อกี้ นั่นเป็นมื้อแรกของวัน



ขอโทษค่ะ เดี๋ยวจะกินเยอะๆเลย สัญญาแดฮวีพูดพลางหยิบเฟรยช์ฟรายที่เริ่มแห้งและเย็นขึ้นมากินตามที่พูดเออม๊า จำแซมได้มั้ย...แซมอ่ะ ที่หน้าฝรั่งๆหน่อย ใช่ค่ะ นั่นแหละ



แม่ถามกลับว่ามีอะไรหรือเปล่าส่วนแดฮวี ก็ถามตัวเองว่าตกลงคิดถูกหรือไม่ที่จะเล่า แม่ของเขาไม่ได้มีปัญหาเรื่องรสนิยมทางเพศหรอก แต่ปัญหาคือเหตุผลที่จะเล่าต่อจากนี้ต่างหาก





ตอนแรกไม่รู้จะเล่าดีมั้ย คือแซมกับหนูเคยคบกันอยู่พักนึง แบบ เคย...อือ นั่นแหละ เลิกไปแล้วค่ะ อื้อ ก็...ไม่ได้ทะเลาะหรอก จบกันดีแหละม๊า แต่หนูเหี้ยเอง



พี่ดงโฮ? ใช่ คนนั้นแหละ ที่บ้านอยู่แถวโรงเรียน...ชอบดิ ก็เพราะว่าชอบเขาอยู่ ก็เลย...”



อื้อ อย่างที่คิดแหละ เป็นไง นิสัยเสียเนอะ





คนปลายสายเงียบไป ถอนหายใจ ก่อนจะกดตัดสายไป


แดฮวียกโทรศัพท์ออกจากหู ถอนหายใจ พลางคิดว่าเป็นแบบนี้ก็ถูกต้องแล้ว









Rrrrrrrrrr


เลขสิบหลักที่คุ้นเคยปรากฏขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์




ฮัลโหลค่ะ


[“ฮัลโหล ขอโทษทีที่ม๊าวางสาย....ต้องคุยอีกยาว เดี๋ยวโทรศัพท์หนูเงินหมดก่อน”]


ม๊า…”


[“เครียดขนาดนั้นทำไมไม่บอกม๊าล่ะลูก หนูโอเคมั้ยเนี่ย”]


หนูโอเคแดฮวีรู้สึกคัดจมูกขึ้นมาดื้อๆฮือ...แต่ตอนนี้ไม่โอเคแล้ว


[“ม๊าก็นึกว่าอ่านหนังสือจนเครียดซะอีก...ว่าแล้วเชียว”]


หนูไม่รู้จะทำไงแล้ว หนูรู้สึกว่าหนูจัดการอะไรไม่ได้เลย


[“ไม่เป็นไรนะลูก”]


หนูไม่มีสมาธิอ่านหนังสือ หนูทำคะแนนทดสอบออกมาแย่ หนูทำคนอื่นเสียใจเพราะหนู...ทั้งๆที่หนูพยายามจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุดแล้วแท้ๆ มันผิดพลาดไปหมดเลย


[“แดฮวี...”]


ตอนนี้หนูก็ไม่กล้าสู้หน้าเพื่อน ไม่กล้าสู้หน้าใครเลยเพราะหนูไม่รู้หนูต้องทำตัวยังไง หนูไม่ชอบสายตาสงสาร...ไม่ชอบสายตาที่มองแบบนั้น หนูรู้ว่าถึงทุกคนจะบอกว่าหนูไม่ผิดแต่ก็ไม่มีใครอยากให้มันเป็นแบบนี้เหมือนกัน ทั้งหมดเป็นความผิดของหนูเอง


[“ต่อให้มันจะเป็นความผิดของหนูจริงๆ แต่การกดดันตัวเองแบบนี้มันก็ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นมาเลยนะลูก”] แม่ค่อยๆตอบ พูดช้าๆชัดๆทีละคำ [“หนูต้องจัดการความรู้สึกตัวเองก่อน”]


หนูพยายามแล้ว แต่หนูทำไม่ได้


[“ไม่มีใครถูกผิดร้อยเปอร์เซนต์หรอกลูก ในเรื่องความรู้สึก”]


หนูชอบพี่ดงโฮ ทำยังไงหนูก็เลิกชอบเขาไม่ได้ แต่หนูก็ไม่อยากให้ไอ้แซมเสียใจ


[“มันผ่านไปแล้วลูก”]


หนูไม่ชอบตัวเองตอนนี้เลยม๊า...”


[“เอางี้ เสาร์อาทิตย์นี้กลับบ้านเราดีไหมลูก เดี๋ยวม๊าจองตั๋วให้”]


ฮื่อ...”


[“เนอะ ม๊าอยากเจอหนู โอ๋นะลูก ไม่ต้องคิดมาก...ตอนนี้ก็ฮึบแล้วทำตามความฝันของหนูให้ได้ก่อน แบบที่เคยบอกม๊าไงว่าอยากเข้ากรุงเทพ อยากเรียนที่นั่น อยากเรียนอักษร”]


หนูก็อยากเจอม๊า


[“ถึงหนูจะเคยบอกม๊าว่าอยากเข้าอักษรเพราะอยากเรียนที่เดียวกับพี่ดงโฮแต่หนูไม่ชอบสายวิทย์ แต่ม๊าเชื่อว่าถึงตอนนี้แล้วหนูก็กำลังทำเพื่อความฝันตัวเองไม่ได้ทำเพื่อใคร...ม๊าไม่อยากเห็นหนูเครียดแบบนี้เลย จริงๆนะ ถ้ายังไม่อยากเจอใครก็เอาตามที่หนูอยาก กลับบ้าน”]


“…”


[“โอเคนะคะ?”]


ม๊าถ้าม๊าเป็นพี่ดงโฮ ม๊าจะเกลียดหนูมั้ย?”


[“ทำไมถึงคิดว่าดงโฮจะเกลียดหนูล่ะคะ?”]


หนู…”


[“ม๊าว่าหนูก็รู้อยู่แก่ใจนะว่าดงโฮเป็นคนยังไง เขาไม่ใช่คนไม่มีเหตุผลหรอกใช่มั้ย?”]


หนูรู้...แต่เขาก็มีสิทธิ์โกรธ มีสิทธิ์เกลียดหนูจริงๆ


[“คนเราไม่ได้เปลี่ยนไปง่ายขนาดนั้นหรอกลูก อย่างน้อยก็ไม่ใช่ทุกๆอย่างที่เปลี่ยน”]







We Are







[“กลับบ้าน? ทำไมอยู่ๆกลับอ่ะ นี่มึงจองตั๋วแล้วเหรอ”]


กลับสามวันเองเดี๋ยวก็กลับแล้วสัส นี่อยู่ดอนเมือง


[“ดอนเมือง? นี่มึงจะกลับสุโขทัยแต่กูไม่รู้อะไรเลยนอกจากตอนมึงถึงสนามบินเนี่ยนะ”]


อย่าบ่นค่ะอีก้อนร่างเล็กกลอกตาแม่กูจองให้ เพิ่งรู้ว่าจะกลับเมื่อสองวันก่อนเอง กูโทรมาบอกมึงไว้นี่ไงจะได้บอกเพื่อนๆพี่ๆได้ว่ากูหายไปไหน ไม่ได้โทรมาให้มึงบ่น


[“เอ้าอีนี่ คนอุตส่าห์ห่วง”] ปลายสายทำเสียงสูง [“กูก็กลัวมึงจะหนีไปประชดชีวิต”]


กูก็ไม่ได้คิดสั้นขนาดนั้นมั้ยอิหวึ่ง


[“แล้วนี่มึงโอเคแล้วเหรอวะ ห้ามโกหก”]


ไม่โอเค...ก็เลยจะกลับบ้านนี่ไง กูเหนื่อย คิดถึงบ้าน คิดถึงม๊าด้วย


[“อ๋อ เออดีละ กลับไปก็พักผ่อนนะมึงจะได้หายเครียด แดกไก่มาการีนของโปรด”]


สัส จุดนี้กูไม่อยากแดกแล้วมั้ย


[“แดกแล้วเดี๋ยวคิดถึงเขา?”]


เออ


กอนฮีหัวเราะเบาๆ [“กูว่าละ แล้วนี่...ยังไม่ได้คุยกัน?”]


คุยอะไร กูจะเอาหน้าที่ไหนไปคุย...เขาไม่ต่อยกูเปรี้ยงก็ดีแล้วเนี่ย


[“มึงก็ไปว่าบาปเขา แหม่ ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงเอาหน้าไปยื่นรอให้พี่เขาต่อยละ”]


ถ้าเป็นเมื่อก่อน เออใช่ไง ตอนนี้กูก็ไม่อยากโดนต่อยละ กูเปลี่ยนใจ


[“มึงก็คิดมาก เขาไม่ใช่คนแบบนั้นหรอก นอกจากเรื่องเป็นแอคเค่อแล้วก็นับว่าเป็นคนดี”]


มึงนั่นแหละว่าบาปเขาแดฮวีส่ายหัวแล้วนี่คุยอะไรกันบ้างในไลน์ คิดถึงว่ะ อัพเดทๆ








เหยด ฮอตเว่อร์ นึกหน้าไอ้อันอันโกรธหน้าดำหน้าแดงออกเลย



แดฮวีระเบิดหัวเราะออกมาตอนที่กอนฮีเล่าเรื่องที่มีเด็กสาวร่วมโรงเรียนชั้นมัธยมสี่วิ่งเอาเค้กที่ทำเองมาให้อูจินที่หน้าโรงเรียนสอนพิเศษเมื่อวันก่อน ภาพไอ้เพื่อนทึ่มอ้าปากหวอลอยเข้ามาในหัวพร้อมๆกับอันฮยองซอบที่ทำหน้าเหมือนกระต่ายโดนหิ้วหูกูนึกภาพละขำ


[“เออ แต่คิดๆไปก็เข้าใจน้องเขานะมึง พี่มอหกใกล้จบแล้วงี้...ชอบก็ต้องบอกให้รู้ว่าชอบ เพราะเดี๋ยวเทอมหน้ามีเรียนก็เหมือนไม่มีละ”]


จริง พลาดจุดเดียวคือแม่งดันมีแฟนแล้วแค่นั้นแหละ






เรื่องราวในแชทย้อนหลังที่กอนฮีเล่าให้ฟังก็ไม่มีอะไรไปมากกว่าเรื่องเดิมๆ อย่างเช่นพวกแซนวิชตีกัน ความอึดอัดของพี่มินฮยอนและพี่แจฮวานที่ลดลงเรื่อยๆ ความคืบหน้าระหว่างพี่แจฮวานกับพี่ยองมินที่ดูจะพัฒนาขึ้นมาก รวมไปถึงเรื่องยอดฮิตอย่างชีวิตการเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยของพวกแก๊งค์มอหกที่ฟังแล้วก็อดเครียดตามย้อนหลังไม่ได้ถึงจะค่อนข้างมั่นใจว่าเพื่อนๆในกลุ่มตัวเองจะไม่มีใครน่าเป็นห่วงด้านการเรียน พูดง่ายๆคือ ยังไงก็มีที่เรียนแน่ๆแต่จะได้ที่ๆต้องการหรือไม่ก็เท่านั้น  หลังๆมานี้ ทุกคนก็มีเวลาว่างน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดเพราะเวลาเรียนพิเศษเริ่มมากขึ้น  ส่วนใหญ่ทุกๆคนก็อยากเข้ารั้วมหาลัยสีชมพูเหมือนกัน เหตุผลอย่างหนึ่งคือเพื่อจะได้อยู่ใกล้ๆกันต่อ ยกเว้นแต่กอนฮีที่ยังตัดสินจะไม่ได้ว่าจะเลือกอะไรเป็นอันดับหนึ่งระหว่างมหาวิทยาลัยแถบสามย่านหรือศิริราชพยาบาล (เอาเข้าจริง ไม่ว่าจะได้ที่ไหนทุกคนก็พร้อมจะขนกันไปหามันที่ศาลายาถ้าเกิดอยากจะเจออยู่ดี)




สัส เม้าท์เพลิน เดี๋ยวอีกครึ่งชั่วโมงกูต้องขึ้นเครื่องละเนี่ย


[“เอ้าเหรอ เออว่ะ กูก็ว่าคอมันแห้งๆ”]


ไปแดกน้ำไป ปากกว้างแบบมึงอ่ะแดกมหาสมุทรเข้าไปเลยก็ได้


[“พ่อมึงสิ ไม่เอาหรอก เค็ม!”]


อ่ะตบมุกเก่งปลายสายหัวเราะลั่นกลับมาเออมึง แล้ว...เรื่องพี่ดงโฮ ไม่มีเหรอ


[“แน่ะ”]


แน่ะอะไร ก็มึงไม่พูดถึงเขาเลย อย่ามากวนตีน


กอนฮีส่งเสียงแซวสักพักก่อนจะเริ่มพูดต่อ [“ก็ไม่มีอะไรอ่ะ นอกจากเข้ามาตอบ มาชงมุกเพื่อนเขาอะไรตามปกติ...แต่ก็ไม่ค่อยเข้ามาเท่าไหร่อ่ะ พอไม่เข้า ไม่เล่า มันก็เลยไม่มีไร”]


เขารู้สึกใจแป้วนิดหน่อย “...ไม่ถามถึงกูเลยเหรอ


[“ไม่อ่ะ แต่มึงอย่าเพิ่งน้อยใจนะ คืองี้”]


กูจะพยายาม


[“เรื่องมึง แซม พี่ดงโฮมันเป็นเรื่องเซ้นซิทีฟอ่ะ เข้าใจใช่ป่ะ คือทุกคนก็พยายามหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงต่อหน้าถ้าไม่จำเป็นอ่ะ เพราะมันคงกระอักกระอ่วนใจชอบกล...แต่เมื่อกี้กูเข้าไปบอกในกลุ่มแล้วนะว่ามึงจะกลับสุโขทัย”]


แล้ว...” สัส กูไม่ควรหวังอะไรสิ


[“ก็ไม่ทำไม ทุกคนก็ฝากบอกให้มึงเดินทางปลอดภัย แล้วก็มีอีฮุนขอให้มึงชิบหาย”]


กูว่าละ ซื้อหวยไม่เคยถูกหรอกอีนี่อ่ะ


[“แต่พี่เขาไม่ได้เข้ามานะ ไม่ได้เข้าแชทเลยวันนี้ตั้งแต่เช้าอ่ะ”]


ก็ควรเป็นแบบนั้นแหละเออ นั่นแหละๆ ช่างมัน ฝากตอบว่ากูรับรู้แล้วด้วยจ้า




คุยกับเพื่อนรักต่ออีกเล็กน้อยก่อนจะขอตัวไปจัดการตัวเองก่อนขึ้นเครื่อง แดฮวีวางสาย เก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าก่อนจะถอนหายใจออกมายาวๆกับตัวเอง เลิกคิดถึงพี่เขาได้แล้วน่า



ร่างเล็กตัดสินใจเดินเข้าร้านอะเมซอนเพื่อซื้อน้ำสักแก้วกับแซนวิชไว้กินรองท้องวันนี้คนแน่นเต็มร้านจนไม่มีที่นั่ง  แดฮวีจ่ายเงินค่าโกโก้เย็นให้แคชเชียร์ รับใบเสร็จ แล้วจึงเดินเบี่ยงออกมาเพื่อให้คนด้านหลังสั่งเครื่องดื่มต่อและมายืนพิงกระจกเพื่อรอรับเครื่องดื่มของตัวเอง



โนเกียเครื่องเก่าได้ใช้ประโยชน์อีกครั้งเพื่อแก้เบื่อ นิ้วโป้งเล็กๆกดลูกศรบนแป้นตัวเลขเพื่อบังคับเจ้างูสีดำในจอให้เลี้ยวตามเหยื่อด้วยหน้าตาเคร่งเครียดแดฮวีจำได้ว่าเคยเล่นมันแค่ไม่กี่ครั้งสมัยยังเด็ก แต่ไม่คิดว่ามันจะเป็นเกมฆ่าเวลาที่ดีพอๆกับแอพพลิเคชั่นในไอโฟนขนาดนี้  ข้อเสียอย่างเดียวของมันก็คือ มันเป็นเกมที่ทำให้หัวเสียทุกครั้งที่งูกินหางตัวเองแบบโง่ๆ แต่สุดท้ายแล้วก็อดใจไม่ได้ที่จะกด replay อีกครั้ง และอีกครั้ง ถึงแม้ว่าจะไม่เคยชนะเลยสักรอบและไม่รู้ว่าการชนะในเกมงูนี่มันเป็นยังไงก็ตาม แน่ล่ะ อีแดฮวีเป็นคนประเภทที่โคตรทู่ซี้



ทำอะไรแล้วก็ได้แต่ทำซ้ำไปเรื่อยๆ





เสียงขานเรียกของพนักงานดังขึ้นพอดีกับตอนที่เจ้างูหน้าโง่ชนหางตัวเองเป็นครั้งที่แปด แดฮวีโยนโทรศัพท์ลงในกระเป๋าด้วยความรู้สึกหัวเสียเล็กน้อยก่อนจะเดินไปรับแก้วน้ำ




คุณแดฮวี โกโก้เย็นนะคะ?” เขาพยักหน้าขออนุญาตดูใบเสร็จหน่อยนะคะ


นี่ครั....”


ขอโทษนะครับ





เสียงทุ้มเนือยพูดแทรกขึ้นมาจากอีกฟากเคาท์เตอร์



พอดีน้ำตาลถุงตรงนั้นมันหมด ไม่ทราบว่าขอตรงนี้ได้เลยมั้ยครับ?”







พี่ดงโฮ...




ชายหนุ่มร่างหนาในเสื้อแขนยาวสีเทาเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์ตอนที่ได้ยินเสียงเรียกชื่อตัว เขาหันซ้ายหันขวารอบตัวเพื่อมองหาต้นเสียงที่เรียก ก่อนจะต้องเบิ่งตาเมื่อพบว่าเจ้าของเสียงเรียกที่คุ้นเคยยืนอยู่อีกฟากของเคาท์เตอร์แดฮวี?”



คังดงโฮยืนอยู่ตรงนั้น สบตาเขาด้วยสีหน้ามึนงง ให้ตายเถอะพี่ดงโฮแม่งยืนอยู่ตรงนั้น 






อยู่ๆก็มายืนอยู่ตรงนั้นในวันที่เขาบอกตัวเองไม่ให้คิดถึงแบบนี้ได้ยังไงวะ





เอ่อ...”


เอ่อ...”


พี่ดงโฮมาทำอะไรเหรอคะ


มึงมาทำอะไรที่นี่



ทั้งคู่พูดออกมาพร้อมกัน หุบปากฉับก่อนจะพูดขึ้นมาอีกครั้งพร้อมๆกันแบบไม่ได้ตั้งใจ  แคชเชียร์สาวแอบขำคิกคักตอนที่แดฮวีเอามือตบหน้าผากของตัวเองเพราะไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ตรงไหน  ส่วนผู้เป็นพี่ก็ได้แต่เกาหัวแกรกๆ รับถุงน้ำตาลจากพนักงานแล้วคว้าแก้วกาแฟร้อนเดินอ้อมเคาท์เตอร์มาหาน้องที่ยืนทำหน้าเหวอเหมือนเห็นผี



มึงหุบปากได้ละเดี๋ยวแมลงวันเข้าปากดงโฮส่ายหน้าเบาๆหลบมานี่มา เกะกะคนอื่น


เอ่อ....ค่ะ



แดฮวีเดินตามไปยังโต๊ะคู่ริมกำแพงที่อีกคนจองเอาไว้ก่อนหน้านี้ เขาเลือกที่จะเดินเว้นระยะห่างจากคังดงโฮมากกว่าปกติเสียหน่อยเพราะไม่รู้จะต้องปฏิบัติตัวยังไงกับสถานการณ์แบบนี้ โดยเฉพาะกับคนที่ยังไม่เคลียร์กันแม้แต้คำเดียว พูดตรงๆว่าอึดอัด แต่ถามว่าดีใจไหม



ก็ค่อนข้าง






มึงนั่งก่อน


คนตัวเล็กกว่าเลื่อนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ยังคงไม่กล้าสบตาขอบคุณค่ะ


มาส่งเพื่อนเหรอ?”


เปล่าค่ะพี่ พอดีวันนี้จะบินกลับสุโขทัย


อ๋อ


เอ่อแล้ว พี่มาทำอะไรเหรอคะ?”


แดฮวีได้ยินเสียงดื่มกาแฟอึกใหญ่และเสียงกรอบกรอบของถุงน้ำตาลกลับบ้าน


บังเอิญจังเลย แหะ...”


มึงเลิกก้มหน้าก้มตาได้ละ คนที่มองหน้าไม่ติดควรจะเป็นกูไม่ใช่หรือไง


คะ?”



ผู้เป็นน้องสะดุ้งเงยหน้าทันทีที่จบประโยค  คังดงโฮมองเขาด้วยสายตานิ่งๆพลางจิบกาแฟในมือไปด้วย  ผมด้านหน้าเสยขึ้นและถูกเก็บอยู่ภายใต้หมวกแก๊ปสีดำใบโปรดที่ใส่บ่อยเสียยิ่งกว่าอะไร  สีหน้าเหมือนคนที่เพิ่งตื่นนอน และรวมไปถึงไรเคราที่ยังไม่ได้โกนออกนั่นด้วย...เป็นพี่ดงโฮในแบบที่มักจะเห็นตลอดช่วงที่ต้องอดนอนทำโปรเจคส่ง



พี่…” กินกาแฟ หน้าตาอดนอน แต่งตัวแบบไม่ใส่ใจตัวเองแบบนี้งานหนักมั้ยคะ


อืม ก็ประมาณนึง...แล้วมึงเป็นยังไงบ้าง เรื่องเรียน?”


ก็ ใกล้สอบแล้วค่ะแดฮวีดูดโกโก้เย็นในมือที่เริ่มละลายเพื่อบดบังความลุกลี้ลุกลน


มึง...หน้าตาไม่ค่อยโอเคดงโฮหยุดไปครู่หนึ่งไปได้ไม่ค่อยดีเหรอ ที่จะสอบน่ะ


ก็เหนื่อยๆอ่ะค่ะ มันหลายเรื่องถาโถมมาช่วงเดียวกัน อยากกลับไปพักหน่อย


รวมถึงเรื่องกูด้วยหรือเปล่า?”


พี่ดงโฮ...”


เปล่า คือกูจะบอกว่ากูโอเค มึงไม่ต้องคิดมากเรื่องกูเลย


ไม่คิดมากได้ยังไงล่ะค่ะแดฮวีทำหน้าง้ำพี่ทั้งคน


ร่างหนาเลิกคิ้ว ยิ้มบางๆให้กับคำพูดของน้องมึงก็เป็นแบบนี้ตลอด


พี่…”


กูขอโทษด้วยแล้วกันที่วันนั้นกูเอาแต่ใจ กูแม่งควบคุมตัวเองไม่อยู่เองแหละ


ไม่เป็นไรเลยค่ะพี่ ไม่ใช่ความผิดพี่เลยจริงๆ


จริงๆวันนั้นกูส่งข้อความไปคังดงโฮเกาหลังคอแต่มึงคงไม่ได้อ่าน แต่ดีแล้วล่ะ


แดฮวีครางฮือในลำคอโทรศัพท์หนูเสียไง แล้วทำไมยังส่งมาอีกล่ะค่ะ


ไม่รู้ดิ อาจจะเพราะว่ารู้ว่ามึงจะไม่อ่านด้วยมั้ง ก็เลยส่งไป


พี่ส่งมาว่าอะไรคะ


กูจำไม่ได้แล้ว


โกหกอ่ะ


กูพิมพ์ไปยาว จำไม่ได้จริงๆ


ไม่เชื่อ


ไว้วันไหนกูอยากบอกอีก เดี๋ยวกูบอกเอง




ร่างเล็กอ้าปากเหมือนจะตอบอะไรบางอย่าง แต่ก็เปลี่ยนใจ หุบปากฉับแล้วดูดโกโก้ในมือในมือต่อท่ามกลางบรรยากาศระหว่างสองฟากโต๊ะที่เงียบลงจนน่าอึดอัด  แดฮวีแอบเหลือบมองอีกคน แต่ก็พบว่าดงโฮกำลังก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์อยู่แบบไม่ได้สนใจอะไรนัก เพื่อไม่ให้บรรยากาศมันเดดแอร์ไปมากกว่านี้ แดฮซีจึงตัดสินใจเป็นคนลุกขึ้นก่อนเสียงขาเกาอี้ลากพื้นดังครืด ทำให้ผู้เป็นพี่เงยหน้าขึ้นจากจอโทรศัพท์




จะไปไหน?”


เดี๋ยวหนูไปห้องน้ำแล้วเตรียมขึ้นเครื่องแล้วค่ะแดฮวียิ้มแหยๆยังไงหนูไปก่อนนะคะ


เดี๋ยวก่อน


คะ?”


“...แอร์เอเชียหรือเปล่า?”


อะไรเชียๆนะคะ


อีกคนถอนหายใจแรงใส่กูถามว่าบินกับแอร์เอเชียหรือเปล่า?”


เอ่อ ใช่ค่ะทำไมต้องดุตลอดเลยวะเนี่ยพี่มีอะไร...”


เดี๋ยวไปด้วยกัน กูก็แอร์เอเชีย ขอเก็บของแป๊บ



ดงโฮตอบพลางคว้าเป้ขึ้นสะพายไหล่  โดยที่ไม่รู้ตัว แดฮวีเผลอยืนรอให้อีกคนเดินอ้อมโต๊ะแล้วนำไปก่อนจึงค่อยเดินตามหลังด้วยความเคยชินและเพราะว่าคนพี่ไม่ได้พูดอะไรเขาเลยไม่ได้พูดอะไรต่อ ได้แต่เดินก้มหน้างุดตามไปเงียบๆ  ในระยะสายตาเห็นเพียงแผ่นหลังกว้างกับเสื้อสีเทาและสายสะพายเป้ที่สะบัดไปมาจนดูน่ารำคาญ แต่เพราะสายสีดำที่ดึงดูดสายตา ทำให้แดฮวีเห็นวัตถุสีฟ้าที่ห้อยต่องแต่งอยู่ที่ซิปกระเป๋า...ร่างเล็กอดไม่ได้ที่จะเร่งสับเท้าอีกนิดเพื่อที่จะเข้าใกล้มันให้เห็นชัดๆ


แดฮวีแอบลอบยิ้มกับตัวเอง พวงกุญแจรูปโดเรม่อนอันนั้น


อันที่คู่กับเจ้าตัวสีเหลืองข้างในกระเป๋าสะพายของแดฮวี



“พี่ว่าเราจะเริ่มกันใหม่ได้มั้ยคะ






We Are





พี่ดงโฮได้ที่นั่งตรงแถวหน้าของเครื่อง ส่วนแดฮวีนั่งข้างหลังสุด




และเพราะว่าอย่างนั้น ทำให้แดฮวีไม่เจออีกคนตอนที่เครื่องแลนดิ้งเขาตัดสินใจไม่ตามหา กดโทรศัพท์หาหม่าม๊าเป็นคนแรก และออกมาจากสนามบินทั้งอย่างนั้น



เขาหวังว่าระยะห่างจะช่วยอะไรในความสัมพันธ์นี้ได้ไม่มากก็น้อย






แดฮวีไม่ได้เจอกับพี่ดงโฮอีก จนกระทั่งกลับมาถึงกรุงเทพแล้วก็ตาม






We Are








น้องมอสี่ที่มาถึงแล้วเข้าไปนั่งตามสายการเรียนของตัวเองเลยนะครับ




มึงมานั่งกับกูทำไมเนี่ย มึงเรียนวิทย์คุณหรือไง


กูขอนั่งด้วยก่อน...เขาจับไม่ได้หรอก แต่กูเหงาอ่ะไม่มีเพื่อน


มึงก็ควรจะหาเพื่อนใหม่ไง ไม่ก็ย้ายมาเรียนสายวิทย์มา สัส


พูดอะไรเกรงใจขี้เลื่อยในสมองกูด้วยค่ะ




อีกคนทำหน้าเหม็นเบื่ออย่างรุนแรงใส่เสียน่าหมั่นไส้จนต้องฟาดมือไปทีหนึ่ง อีกอนฮี ถลึงตามองตาเขียวปั้ดแล้วฟาดกลับด้วยแรงที่ไม่น้อยไปกว่ากันเดี๋ยวกูไล่กลับสายเลย อีนี่






อีแดฮวี ตั้งใจสอบเข้าสายศิลป์จีนที่โรงเรียนแห่งนี้ด้วยความตั้งใจที่ว่าอยากจะเข้าเรียนต่อในคณะอักษรศาสตร์ของมหาวิทยาลัยข้างๆ เขาจึงยอมย้ายจากสุโขทัยมาอยู่ในกรุงเทพตัวคนเดียวด้วยความมั่นใจ แต่ไม่ได้ตั้งใจว่าจะต้องแยกกับกอนฮีที่คบกันมาตั้งแต่เด็กๆเพราะลืมถามก่อนว่าเพื่อนจะสอบเข้าในสายวิทย์หรือศิลป์ ถึงจะกัดกันเป็นบ้าเป็นบอแต่ก็สนิทกับมันที่สุดมาตลอด...พอคิดว่าต้องไปหาเพื่อนใหม่ในห้องแล้วก็รู้สึกกลัวขึ้นมานิดๆ




เดี๋ยวขออีกสิบนาทีแล้วจะไป ตามตารางมันอีกตั้งสิบห้านาที


อีห่า แค่ไปนั่งในแถวนี่มันจะตายมั้ยเนี่ย


อย่าไล่กูสิ กูเหงา กูไม่ได้มนุษยสัมพันธ์ดีแบบมึงนะ!”


ไม่ใช่ ก็ถ้าเกิดเขาทำกิจกรรมอะไรก่อนเวลามาแล้วมึงจะไม่...”


น้องๆลุกขึ้นเป็นวงกลมเลยนะครับ วู้วววว




ชิบหาย



คำแรกที่ลอยเข้ามาในหัวแดฮวีกำลังจะหันไปมองกอนฮีด้วยสีหน้าขอความช่วยเหลือแต่ก็ถูกรุ่นพี่ตัดหัวแถวตรงที่ๆมันยืนพอดี อีกคนที่ถูกลากไปยืนอีกที่ก็ทำอ้าปากค้างไม่ต่างกัน แต่ก็ยังมีสติพอที่จะขยับปากแบบไม่มีเสียงสื่อสารกันก่อนจะไป



มึง ยืน เนียน ไป เลย



กว่าแดฮวีจะตั้งสติได้ ตัวเองก็ถูกจัดเป็นวงกลมใหญ่รวมไปกับเพื่อนๆสายวิทย์แล้ว  พอคิดจะวิ่งหนีออกไป พี่ๆก็เริ่มเดินเข้ามาซ้อนเป็นวงกลมอีกวงแล้วจับคู่กับน้องทีละคนแล้วเหมือนว่าแดฮวีจะเป็นปลายแถวของรอบนี้ทำให้แถวของรุ่นพี่ยังไม่มาถึง  พี่หน่วยพยาบาลที่ยืนเยื้องๆกันมองด้วยสายตาเหมือนจะถามว่าต้องการความช่วยเหลือมั้ย (สงสัยว่าสีหน้าแดวีก็ไม่สู้ดีนัก...คำตอบก็คือช่วยพาออกจากวงนี้ทีแต่ด้วยความเป็นน้องใหม่ที่ทำอะไรก็กลัวไปหมดเลยได้แต่ยืนขาแข็งตรงที่เดิมจนกระทั่งเพื่อนที่อยู่ถัดไปได้รุ่นพี่มายืนตรงหน้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


ส่วนเขายังไม่มี





โอเค ต่อไปนะครับเราจะให้พี่อวยพรต้อนรับน้องๆเข้าสายกัน หลังจากนั้นจึงค่อยให้ของขวัญสุดพิเศษกับน้องๆของเรากันนะ—”


มินโฮ มึง แปบๆพี่ที่ยืนถัดจากเขายกมือพูดแทรกพี่ที่กำลังกำโทรโข่ง


ครับผม เพื่อนซึงยุนตรงนั้นว่าอย่างไรคร้าบ


อย่าเพิ่งเริ่มพี่คนที่ชื่อซึงยุนชี้นิ้วน้องคนนี้ยังไม่มีพี่มายืนเลย





ขอบคุณพระเจ้า น้องคนนั้นก็คืออีแดฮวีนั่นเอง


ขอบคุณกับผีน่ะสิ!





พี่มินโฮหนีบโทรโข่งไว้กับแขนแล้ววิ่งเหยาะๆมาตรงหน้าเขา (แดฮวีรู้สึกว่าตัวเองเหงื่อไหลจนมือลื่นไปหมดเขาทำหน้าสงสัยเล็กน้อย ก่อนจะหันไปถามเพื่อนตัวเองนับคนขาดเหรอ


เออไม่แน่ว่ะ...ไปหาคนมายืนก่อนดิ๊ ของขวัญอ่ะมีสำรองอยู่ในลังตรงกลองอ่ะ


หาคนห่าไรล่ะ กูจ่ายงานอื่นไปให้หมดแล้วเนี่ยมินโฮพูดเสียงเบาเกือบกระซิบ


เอ้า แล้วไม่มีคนเหลือเลยเหรอ


มีแต่กูนี่แหละ สัส กูมานี่แล้วใครจะดำเนินงาน


พี่คะ คือ...”


รุ่นพี่ตาตี่เงียบไปนิดหน่อย ก่อนจะทำหน้าอ๋อไปให้พวกพี่จงฮยอนมาช่วยได้ปะวะ




แดฮวีกำลังจะอ้าปากตอบไปว่า ไม่ต้องค่ะหนูอยู่ห้องจีน แต่พี่มินโฮก็วิ่งกลับไปก่อน ส่วนพี่ซึงยูนก็ยิ้มให้เขาแบบอบอุ่นจนไปกล้าพูดทำลายความตั้งใจของพี่เขา...ไว้ค่อยบอกทีหลังละกัน



คนตัวเล็กยืนก้มหน้างุดเมื่อเริ่มรู้สึกว่าเป็นจุดสนใจของคนอื่น อีกใจก็กลัวจะโดนจับได้แล้ต้องอายกว่าเดิม แต่อีกใจก็อยากจะออกไปให้รู้แล้วรู้รอด พี่จงฮยอนอะไรนั่นจะได้ไม่ลำบาก...ยิ่งได้ยินเสียงพี่สายศิลป์จีนที่ลอยมาแว่วๆยิ่งอยากจะเป็นลมให้รู้แล้วรู้รอด มือข้างหนึ่งถูกยกขึ้นมาไว้ที่ปากและกัดเล็บตัวเองด้วยความกังวล กว่าจะรู้ตัวก็มีคนวิ่งเหยาะมายืนอยู่ตรงหน้าแดฮวีเรียบร้อยแล้ว 






โตแล้วยังกัดเล็บอยู่อีก เดี๋ยวก็เจ็บหรอก...มา เขาเริ่มกันแล้ว



แดฮวีสะดุ้งเฮือก รีบเอานิ้วออกจากปาก พยักหน้าหงึกหงักตอบกลับแต่ก็ยังไม่เงยหน้าขึ้นมาจากพื้นว่าแต่ ทำไมพี่คนนี้ใส่กางเกงขายาว?



สงสัยซึงยูนมันนับคนขาดเลยไปตามพี่มาช่วย...เพิ่งเดินมาจากคณะเลย ไม่เป็นไรเนอะ


อ๋า พี่ศิษย์เก่านี่เองเอ่อ...ค่ะ ไม่เป็นไรค่ะขอบคุณนะคะ


แล้วนี่เราอยากเป็นอะไรอ่ะถึงเข้าวิทย์คุณ หมอ? เภสัช?”


อยากเป็นคนแปลหนังสือค่ะพี่หนูอยากเป็นอะไรดีวะเนี่ยน่าจะ...วิศวะมั้งคะ


เออ เหมือนกันเสียงออกทุ้มหัวเราะเบาๆเข้าสายนี้มีแต่คนคิดว่าจะเป็นหมอ พี่ก็วิศวะ


อ๋อ พี่อยู่วิศวะนี่เอง แหะ ดีจังค่ะ โอย...เหงื่อหยุดไหลเดี๋ยวนี้


อ้าวแสดงว่าเราไม่ได้เงยหน้ามองพี่เลยสิเนี่ย ก็ใส่เสื้อช็อปอยู่นะพี่ชายตรงหน้าหัวเราะหนักกว่าเดิม แต่เป็นเสียงหัวเราะที่คุ้นหูยังไงไม่รู้แฮะขี้อายเหรอ เงยหน้ามาคุยกันก่อนดิ


เอ่อ...เพิ่งไปกดสิวมาอ่ะค่ะก็เลย...”







มือหนาสองข้างคว้าหมับที่แก้มของคนเป็นน้องแล้วจับเงยหน้าขึ้นพร้อมกับหัวเราะเสียงดังสิ่งแรกที่แดฮวีเห็นหลังจากนั้นก็คือ คิ้วหนาเข้มสองข้าง และตาที่หยีโค้งตามรอยยิ้มกว้าง





บ้าไปแล้ว


คังดงโฮ?




ผู้ชายคนนี้คนที่อยู่ในใจแดฮวีมาตั้งแต่ป.สี่อยู่ๆแม่งมาโผล่ตรงหน้าทั้งๆที่ไม่ได้เจอหน้ากันมาตั้งหลายปีหลังจากที่พี่เขาย้ายจากสุโขทัยไปเรียนที่กรุงเทพ แม่งอยู่ตรงหน้าเขา



แดฮวีไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพี่เขามากนักนอกจากเรื่องที่ย้ายไปเรียนมัธยมที่กรุงเทพ แล้วก็รู้อีกทีตอนที่คนข้างบ้านมีเม้าท์กับแม่ของเขาว่าคังดงโฮนั้นเพิ่งสอบติดคณะวิศวกรรมศาสตร์ในมหาวิทยาลัยชื่อดัง แต่ไม่รู้ว่าโรงเรียนที่ว่านั่นจะเป็นที่เดียวกับที่ๆเขายืนอยู่ตอนนี้




นี่มันโคตรบ้าเลย





พี่ดงโฮหรือเปล่าคะ


หืม? รู้จักพี่ด้วยเหรอคนตรงหน้าเลิกคิ้วจะว่าไปเราก็หน้าคุ้นๆนะเนี่ย


ฮือ เสียงสั่นไปหมดแล้วกูพี่ดงโฮจำหนูได้มั้ย หนูหวีไงคะ




ที่เขาว่าเวลาเราเจอคนที่ใช่แล้วจะเหมือนโลกหยุดหมุนก็คงจะเป็นเรื่องจริงคังดงโฮไม่ได้เปลี่ยนไปมากนักจากครั้งสุดท้ายที่เราเจอกัน  คิ้วสองข้างยังคงหนาและขมวดเกือบตลอดเวลาเหมือนคนอารมณ์เสีย(แต่พี่ดงโฮน่ะใจดีที่สุดตายังคงโค้งขึ้นทุกครั้งที่เจ้าตัวยิ้มกว้างด้วยความดีใจ และยังคงเป็นพี่ชายตัวใหญ่เป็นหมีเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน  ยกเว้นแต่ส่วนสูงที่เพิ่มขึ้นตามอายุที่โตขึ้น  สันกรามที่เด่นชัดและตอหนวดเคราสีอ่อนนี่เห็นได้ชัดในระยะใกล้  ชุดนักเรียนเสื้อขาวกางเกงกากีก็เปลี่ยนเป็นเสื้อช็อปประจำคณะและกางเกงยีนส์ฟอกสีตามแบบนิยม



แต่โดยรวมๆพี่ดงโฮก็ยังเป็นคนที่ทำให้แดฮวีใจสั่นได้เหมือนเดิม


ออกจะมากขึ้นด้วยซ้ำ





หวี? ไอ้หวีไก่มาการีนอ่ะนะ เฮ้ย


โอ้ยพี่อย่าเรียกชื่อนั้น อายเขาาาา


เฮ้ย จำแทบไม่ได้เลยอ่ะดงโฮทำตาโตไม่ได้เจอกันมากี่ปีละวะ


ก็ตั้งแต่พี่ย้ายมาเรียนเนี่ยอ่ะค่ะ โคตรนาน...แต่หนูจำพี่ได้แม่นเลยนะเพราะหนูชอบพี่


เออว่ะ นานจริง ไม่ค่อยได้กลับบ้านด้วยแหละ...โห โคตรบังเอิญอ่ะ


บังเอิญจริงค่ะ นึกว่าจะไม่ได้เจอแล้ว


แต่มึงเปลี่ยนไปจริงๆนะเนี่ย ไหนดูดิ๊มือใหญ่จับไหล่เขาหมุนตัวไปมาน่ารักขึ้นนะ


ฮือ พี่อ่ะ อย่าชม เดี๋ยวลอย


หัวเกรียนด้วย ฮ่าๆๆๆๆ


ชิบหายโอ๊ย เราไม่ควรเจอกันตอนหนูทำผมทรงนี้อ่ะเอาจริง แม่ง


แล้วนี่ ไม่คิดเลยว่ามึงจะเข้าวิทย์


เอ่อคือ จริงๆหนูอยู่ศิลป์จีนค่ะแดฮวียิ้มแห้งหนูมานั่งกับเพื่อนแล้วเดินออกไม่ทันง่ะ


เวรกรรม แทนที่จะบอกพี่เขาไป


ก็หนูไม่กล้าอ่ะ...”


ต่อไปให้พี่ๆเอาของขวัญแจกให้น้องเลยนะครับ เวลาเรามีไม่มากคร้าบ



เสียงพิธีกรที่ดังขึ้นแทรกบทสนทนาทำให้ร่างหนาหันไปมองตรงกลาง แดฮวีชะเง้อมองตามแล้วพบว่ารุ่นพี่รอบวงเริ่มเอาของที่อยู่ในถุงส่งให้รุ่นน้องแล้ว คนตัวเล็กรีบพูดขึ้นมาด้ยความเกรงใจพี่เก็บไว้เถอะค่ะ ยังไงหนูก็ไม่ใช่สายนี้อยู่แล้วเสียดายของ



เอ้ย ไม่เป็นไรหรอก เขาเตรียมไว้เกิน...เนี่ย


ดงโฮเปิดถุงที่เตรียมไว้แล้วหยิบของออกมาทีละชิ้นในนั้นมีสมุดโน้ต ปากกา แล้วก็พวงกุญแจตุ๊กตาสองตัวอ่ะ แบมือ


ไม่เอาอ่ะพี่


รับไปเหอะน่าอีกคนก้มตัวลงมาแล้วกระซิบกระซาบมึงไม่อยากได้แต่กูอยากได้


คะ?”


คนตรงหน้าชี้เจ้าก้อนสีฟ้าๆที่ยู่ในมือเห็นนี่มั้ย กูชอบถ้ามึงไม่เอากูจะดอย


ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนอย่างพี่แม่งชอบโดเรม่อน


เรื่องของกูพี่ดงโฮยิ้ม แล้วยัดของที่เหลือลงในมือของเขาที่เหลือมึงเอาไป


เอาไอ้เหลืองนี่ไปด้วยดิพี่ หนูเอาแค่ปากกาสมุดก็ได้


ไม่เอาอ่ะ กูไม่ชอบโดเรมี รำคาญมัน




แดฮวีได้แต่ยิ้มแห้งใส่อีกคนที่ดูมีความสุขกับโดเรม่อนนั่นเหลือเกิน อีกใจก็เอ็นดูที่อีกคนก็ไม่ได้โตแล้วมีนิสัยดูน่ากลัวขึงขังเหมือนภาพลักษณ์ ดูไปดูมาก็ยังเป็นพี่ชายที่เข้าถึงง่ายเหมือนเดิม  “อือ ชอบก็เอาไปเดี๋ยวหนูเก็บโดเรมีไว้เอง...แต่ต้องแลกกับการเอาไลน์พี่มาให้ดู



แค่นี้เอง...เอาไปแอดดิ อ่ะ



ชายหนุ่มล้วงกระเป๋าเสื้อส่งให้แดฮวีกดไอดีแอดไลน์ตัวเองแบบไม่คิดอะไรมาก แต่ใจคนเป็นน้องนี่สั่นไปหมดด้วยความดีใจ คิดไว้แล้วว่าถ้าหลุดจากเรื่องบ้านี่เมื่อไหร่จะต้องรีบไปฝอยให้ไอ้หญิงก้อนฟังแบบด่วนๆ  แต่ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะรู้แล้วแดฮวีเงยหน้ามาพบกอนฮีที่มองตาเขม็งจากอีกฝั่งด้วยสายตาที่เหมือนมีคำว่า ใครวะ แปะอยู่กลางหน้าผาก




เดี๋ยว เล่า ให้ ฟัง แดฮวีตอบกลับแบบไม่มีเสียง





เสร็จแล้วค่ะ


เอ้อคนเป็นพี่เงยหน้าจากกระเป๋าของตัวเองแล้วชี้ให้ดูด้วยแววตาประกายน่ารักมะ


แดฮวีฉีกยิ้มกว้างน่ารักค่ะพี่


เออ นี่ยังไม่ได้อวยพรมึงเลย...มัวแต่พูดเรื่องอื่น เขาจะเปลี่ยนกิจกรรมกันละคังดงโฮหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพายโดเรม่อนห้อยต่องแต่งอยู่ตรงซิบช่องหน้าเดี๋ยวกูก็ต้องไปละ


ขอบคุณนะคะพี่ เดี๋ยวหนูจะเนียนๆหนีไปแล้วเหมือนกัน


ฮ่าๆ วันหลังอย่าเด๋องี้อีกชายหนุ่มยิ้มจนตาปิดดีใจด้วยนะที่สอบติด


ฮือ ยิ้มงี้ใจสั่นไปหมดแล้วขอบคุณค่ะ



ไว้เจอกันใหม่นะมึง


ไว้เจอกันอีกนะคะ









มึง เมื่อกี้ใครวะ ดูสนิทสนม...กูไม่เห็นหน้าอ่ะ


พี่ดงโฮอ่ะ พี่ดงโฮที่หน้าดุๆอ่ะ มึงจำได้ป่ะ


เชี่ย


กูก็ทำหน้าเหมือนมึงอ่ะตอนเห็น


พี่คนนั้นที่มึงชอบตั้งแต่ประถมอ่ะนะ


เออ


แล้วมึงยังชอบเขาอยู่ป่ะเนี่ย...เชี่ย จะเรียกพรหมลิขิตหรือเหี้ยไรดีวะ


ไอ้สัส ชอบดิวะ ถามอะไรแปลกๆ




กูก็ชอบของกูแบบนี้มาตั้งนานแล้ว










อย่าลืมเข้าไปอ่านตอนที่ 18.2 ต่อในจอยนะคะ ตอนจบแล้วค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,050 ความคิดเห็น

  1. #1035 bowboat35 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 23:51
    อย่าปิดเรื่องในนี้เลยนะคะ เราชอบตอนนี้มากจริงๆ เห็นปิดในจอยแล้วเราปวดใจจริงๆ(เราไม่ได้ไปอ่านรอบ2ที่ไรท์เปิดแต่ได้อ่านตอนพิเศษนะ) เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราชอบมากๆเรื่องหนึ่งเลยนะคะ จะเป็นเรื่องที่เราจะไม่มีวันลืมเลยค่ะ
    #1,035
    0
  2. #1030 summer_004 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มีนาคม 2561 / 00:01
    มันดีมากๆเลยค่ะ ไรท์บรรยายเก่งมาก อินตามสุด หน่วงๆนิดนึง ชอบตอนที่ย้อนกลับไปตอนหวีเพิ่งขึ้นม4จัง
    #1,030
    0
  3. #1029 giirpatz (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 15:03
    ตอนท้ายละมุนจริงๆ แต่ตอนต้นหน่วงๆจนแทบร้องไห้เลย ไรท์บรรยายได้เข้าถึงมาก อินอะ ฮื่อ
    #1,029
    0
  4. #1027 Plannn (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:07
    ฮื่อออออ
    #1,027
    0
  5. #1022 iиğ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 21:50
    ฮือออออออ จะเขินหรือจะเศร้าดีย์ย์ย์
    #1,022
    0
  6. #1019 CViewMED (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 23:20
    ร้องไห้อีกแล้วฮือออ ทั้งเขินทั้งหน่วงจุกบลาๆๆ ปนเปตบตีกันมากเด้อฮือๆๆๆ
    #1,019
    0
  7. #1014 м o כ h ά (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 14:57
    งื้อออออออพี่ดงโฮๆๆๆๆๆๆๆ
    #1,014
    0
  8. #1011 PXXsDq (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 22:53
    เขินอ่ะฮืออออ คือตอนที่หวีคุยกับแม่อ่ะชั้นน้ำตาซึมเลยเว้ย คืออินคือเข้าใจฟีลอ่ะแบบเก็บไว้ไม่ได้บอกใครพอมาได้คุยกับแม่ละแบบเขื่อนแตกอ่ะ55555 แต่นี่เขินฉากพี่ดงโฮม๊ากกกชั้นไม่แปลกใจเลยทำไมหวีชอบพี่เค้าขนาดนี้ก็พี่เค้าใจดีเกิ้นอ่ะ เป็นใครๆก็ชอบป้ะอีบ้า
    #1,011
    0
  9. #1009 Arisine (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 00:47
    ตอนแรกก็งงกับที่ห้อยกระเป๋าของพี่ดง แต่พออ่านมาเรื่อยๆจนถึงตอนที่เอาของขวัญให้แล้วแบบ หื้ออออออ น่ารักมากเลยอ่ะ ไม่แปลกใจว่าทำไมหวีรักพี่ดงโฮมาตั้งนานนนนน
    #1,009
    0
  10. #1007 สมายด์อาย (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 / 11:52
    มันแบ่บ ทดเสดวกยบหยหนเนเ
    #1,007
    0
  11. #1006 ningmhunoi (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 / 01:01
    ร้องไห้กับคู่นี้มากจริงๆ
    #1,006
    0
  12. #1005 Real_cb2706 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 20:38
    ฮื่อออมันละมุนมาก;-;
    #1,005
    0
  13. #1004 xingyi (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 14:52
    ฮือออออออ ฟิลลิ่งกู้ดมากเลยค่าาาา น้ำตาเอ่อเลย ????????????
    #1,004
    0
  14. #1003 planktonenteen (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 17:59
    ดงโฮโคดดดดดดเท่เลย ไม่แปลกน้องหวีหลงขนาดนี้ อ่านตอนนี้แล้วเข้าใจทางหวีเหมือนกัน ทั้งสอบ ทั้งเพื่อน ทั้งความรู้สึก ทั้งอนาคต พอทุกอย่างมันโถมเข้ามาจนไม่ไหวก็กลับไปพักเถอะ ยังดีนะที่ไม่ว่าเหนื่อยแค่ไหน หวียังมีแม่ ยังมีเพื่อนดีๆแบบกอนฮีที่คอยรักหวีเสมอ ขอให้เคลียความสัมพันธ์กันให้ได้นะ ไม่ว่าจะจบยังไงแต่หลังจากนี้น้องหวีจะเติบโตขึ้นอย่างแน่นอน

    ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ ดีทั้งพาร์ทในจอยและพาร์ทบรรยายเลย ขอบคุณมากๆ ค่า
    #1,003
    0
  15. #1000 mark_tuan092835 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 23:13
    เขินนนนน
    #1,000
    0
  16. #998 Nuanlaor1213 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 22:25
    พระนางที่แท้ทรู พรหมลิขิตไปอีก แงงงงงงงงงงง
    #998
    0
  17. #997 Unie jng (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 15:46
    ฮืออออออออ มันอบอุ่นไรขนาดนี้ ฮืออออออ
    #997
    0
  18. #995 ร้อนใน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 20:51
    แง้ มันฟีลกู๊ดมั๊กๆอ่าา
    #995
    0
  19. #993 aimo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 18:23
    กรี๊ดดดดดดดดด เขินนนนนนนน อบอุ่นใจเว้ยยย
    #993
    0
  20. #992 MIRPUMPUI (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 16:12
    อย่าน้อยน้องหวีก็ได้ลองนะคะ ?? กี๊ดดดดดดดดดดด ชอบตอนจบแบบนี้แหละ ทีมแจ้ก็มูฟออนกันต่อไปปปป
    #992
    0
  21. #991 ppanyee riin'z (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 15:11
    ฉันคนนนี่ได้เป็นบ้าไปแล้ว มแสฟยกืฟบปทาปวผท า เขินอ่ะ ฮือ หวีทนได้ไง ฮือ เขินๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #991
    0
  22. #989 J@_SKY (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 11:40
    น้ำตาไหลเลย ซึ้งใจอะ ยิ่งกว่าพรหมลิขิตอีก โอยยย รักคู่นี้
    #989
    0
  23. #987 meetinggg (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 09:21
    เป็นตอนของหวีพี่ดงโฮที่น่ารักมากๆๆๆๆ ;?-;
    #987
    0
  24. #986 พิจ๋าา (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 08:46
    ขอบรรยายตอนต่อไปสักตอนเถอะค้าา อย่างน้อยก็ตอนเขาเจอกันที่คอนโดก็ได้ แงงง
    #986
    0
  25. #983 GNIP61 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 00:31
    โอ้ยเขินจนน้ำตาไหล;-;
    #983
    0