OTHER UNKNOWN STORIES #ไพรเวทหวี

ตอนที่ 2 : Me Before You [WooSeob]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 40,058
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    23 ส.ค. 60


B
E
R
L
I
N
 

title : me before you

author :  gomugomi no.1

pairing : woojin x hyungseob

tags : highschool!au / sweetie!hyungseob / shy!woojin / puppy love


note : flashback story of UNKNOWN STORY (ไพรเวทหวี), please check yourselves the main consequence at Joylada Application


bg music : FOREVER – Mild   LINK: https://www.youtube.com/watch?v=A_aZC-5jCgk

 

 

 

เพราะวันนั้นคุณได้เปลี่ยน

 

เปลี่ยนโลกของผมให้สดใส

 




- Me before you -

 




            อากาศที่ร้อนอยู่แล้วยิ่งร้อนกว่าที่เป็น—ถ้าเป็นไปได้ เขาก็อยากจะถอดฮู้ดบ้าๆนี่โยนทิ้งซะให้รู้แล้วรู้รอด ถ้าไม่ติดว่ามันจะเป็นตัวเขาเองที่ซวย

 

            วันนี้เป็นวันพฤหัสบดี แต่ที่มากไปกว่านั้นคือมันเป็นวันที่เขาต้องรายงานหน้าห้องวิชาวิทยาศาสตร์คู่กับอีอึยอุง—เพื่อนร่วมห้อง ร่วมสายและร่วมบ้านของเขาเอง (เพราะแม่ของพวกเขาสนิทกันยิ่งกว่าพี่น้องท่องเดียวกันซะอีก รั้วโง่ๆที่กั้นไว้ระหว่างสองบ้านเลยเหมือนจะไม่ได้ทำหน้าที่ของมันเท่าไหร่หรอก) แต่เพราะว่าเจ้าเพื่อนเลวนั่นดันท้องเสียอย่างหนักเมื่อคืนนี้จนต้องเขาโรงพยาบาลให้วุ่นวายกันไปหมด เลยมีแค่เด็กหนุ่มตาโตผู้โดดเดี่ยวที่ทำหน้าเหม็นเบื่อขึ้นรถไฟฟ้ามาโรงเรียนคนเดียว



                แต่ก็นั่นแหละ แม่บอกให้มาก็มา ไม่ได้แปลว่าจะเข้าเรียนซักหน่อย



            อันฮยองซอบไม่ได้โง่ขนาดที่จะปั้นจิ้มปั้นเจ๋อไปให้อาจารย์ด่าเล่นเพราะคู่รายงานดันป่วย แถมเขายังท่องมาแค่บทส่วนของตัวเอง ฝันไปเถอะว่าจะสงสารแล้วหยิบบทของไอ้อึยมาท่องด้วย (อาจารย์มักจะบ่นเสมอแหละว่าเราควรจะรู้เนื้อหาทั้งหมดที่เราพรีเซนต์ แต่ใครมันจะไปจำได้เล่า!)  เพราะอย่างนั้น ร่างโปร่งเลยสวมเสื้อกันหนาวสีน้ำเงินทันทีที่ลงรถไฟฟ้าเพื่อที่จะปิดบังเสื้อนักเรียนเอาไว้ ในส่วนของรองเท้านั้น...เขาอ้างว่าเจ็บเล็บขบแล้วก็คีบเตะออกมาแทนแล้วตั้งแต่เช้า เพราะฉะนั้นตอนนี้ก็หมดคราบนักเรียนโรงเรียนดังแล้วจากหัวจรดเท้า ฮยองซอบตั้งใจว่าจะไปหาข้าวเช้ากิน นั่งเล่นเกมในโทรศัพท์ รอเวลาห้างเปิด แล้วก็ไปดูหนังแอคชั่นดีๆซักเรื่องที่ลิโด้ กว่าหนังจะจบก็คือเวลาที่โรงเรียนเลิกพอดี...โอเค นั่นแหละแผนทั้งหมดของวันนี้


            แต่สิ่งที่ผิดแผนก็คือ อันฮยองซอบไม่คิดว่าวันนี้จะอากาศร้อนกว่าปกติ เสื้อนักเรียนใต้ฮู้ดตัวหนาเปียกไปด้วยเหงื่อจนทำให้รู้สึกอึดอัดไปหมด แถมยังโง่ไปสั่งก๋วยเตี๋ยวกินอีก...มื้อเช้าวันนี้ในโรงอาหารคณะอักษรศาสตร์ของเขาก็คือนรกดีๆนี่เอง

 

            เขากดปุ่มล็อคเพื่อดูว่าเวลา—9.45—โอเค พอกันที อย่างน้อยก็คงได้ไปยืนหน้าประตูพารากอนอีกแค่ไม่กี่นาที เด็กหนุ่มคว้ากระเป๋าข้างกายขึ้นสะพายแล้วเดินสาวเท้าออกจากโรงอาหารด้วยสีหน้าไม่สู้ดีเท่าไหร่นัก...เขาเริ่มเวียนหัว อันที่จริงเขาไม่ใช่คนอ่อนแอปวกเปียก แต่อากาศประเทศไทยนี่ชักจะอันตรายต่อร่างกายคนเข้าไปทุกวัน ร่างโปร่งก้มหน้าเดินเพื่อหลบสายตาเพื่อนและรุ่นพี่บางคนที่กำลังเดินเข้าโรงเรียนรอบมาสาย นึกสาปแช่งเพื่อนซี้ในใจที่ต้องทำให้เขามาเจออะไรน่าหงุดหงิดตั้งแต่เช้า (แน่นอนว่าจะไม่มีการโทษความขี้เกียจของตัวเองใดๆทั้งสิ้น) หงุดหงิดตั้งแต่ไอ้อึยอุงขี้แตก เสื้อหนาวบัดซบนี่ อากาศที่แม่งโคตรร้อน แดดที่แรงจนรู้สึกผิวร้อนผ่าว ฟุตบาทหน้าโรงเรียนฝั่งอังรีที่พังแล้วพังอีกเหมือนกับดักโจร ไปจนถึงนักเรียนชายผิวเข้มที่รีบวิ่งไม่ดูตาม้าตาเรือจนชนกับฮยองซอบจังๆ

 

            คนยิ่งรีบๆอยู่ ไอ้เหี้ยเอ๊ย! เขาสบถในใจ แต่ก็รีบยันตัวเองขึ้นมาจากพื้น

 


            “เฮ้ยคุณ! เป็นไรรึเปล่า ผมขอโทษ พอดีผมสายแล้ว”

            “ไม่เป็นไรครับ” จะมาสนใจอะไรกูนักวะ หลบๆไปได้แล้ว กูจะเป็นลมตายห่าแล้ว!

          “เดี๋ยวๆ คุณ...เอ้ย แก หน้าดูซีดนะ” เจ้าบ้านั่นคว้าแขนเขาไว้หมับ “ไม่สบายหรือเปล่า?”

            “ไม่...ไม่ได้เป็นอะไร

           

            และมันบ้าชิบ เขาที่ดันหน้ามืดจนเดินเซไปเกาะกำแพงโรงเรียน ทั้งๆที่เพิ่งตอบไอ้นั่นไปว่าเขาโอเค—อันฮยองซอบรู้สึกทั้งร้อน ทั้งเวียนหัว ทั้งอายจนรู้สึกเหมือนน้ำตาจะไหลออกมาดื้อๆ ฮือ

           

            “เนี่ย...ปากซีดมากเลย เหงื่อก็ออกเยอะมาก เราว่าแกกำลังจะเป็นลมแดดนะ”


            “แล้วเสื้อกันหนาวมันหนาไปรึเปล่า เราว่าแกจะเป็นลมเพราะเสื้อมันอบนี่แหละ รีบถอดเสื้อออกก่อนเหอะเดี๋ยวจะ...” ร่างหนาพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรนแล้วรูดซิบเสื้อฮู้ดลงโดยไม่สนใจหน้าตาเหวอของฮยองซอบ เด็กชายอีกคนชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นเสื้อนักเรียนสีขาวชุ่มเหงื่อและเข็มตราโรงเรียนเดียวกับตัวเองบนอกของเขา “...เป็นลมไปซะก่อน แล้วนี่จะไปไหน”


            “ฉันกำลังจะโดดเรียน เพราะงั้นปล่อยได้แล้ว” เขาพูดเบาจนแทบกระซิบ

            “อ๋อ คือใส่เสื้อกันหนาวเพราะจะปิดตราโรงเรียนว่างั้น?”

            “เออ” ฮยองซอบสะบัดมือ รีบรูดซิบเสื้อกันหนาวขึ้นมาเหมือนเดิม “ทีนี้ ปล่อยได้...”

            “เดี๋ยวก่อนดิ แล้วนี่แกกำลังจะไปไหนเนี่ย”

 


            ไอ้บ้านี่มันไม่ได้ฟังที่เขาพูดเลยใช่ไหมวะ

 


          “ไปไหนมันก็เรื่องของกู ขอร้อง กูจะรีบไปตากแอร์กูจะตายห่าแล้ว ปล่อย”

            และมันก็ไม่ปล่อยต้นแขนเขาสักที “ไม่ใช่ๆ แกจะเป็นลมอยู่แล้วรู้ตัวมั้ย...ไปห้องพยาบาลก่อน”

            “เข้าไปให้อาจารย์เห็นเล่นเหรอ มึงฟัง ภา-ษา-คน รู้เรื่องมั้ยเนี่ย”


            เขารำคาญจนแทบจะตะคอกใส่หน้ามันอยู่แล้วถ้าไม่ติดว่ารู้สึกหมดแรงเอาดื้อๆ  อันฮยองซอบเกลียดหน้าตาดุดันสวนทางกับคำพูดและการกระทำ แต่ก็ดูเอ๋อเหมือนไม่ได้เข้าใจอะไรที่เขาพล่ามไปเลยสักนิด เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกโมโหชุดนักเรียนที่ไม่ต้องปักชื่อไว้ที่อก —หัวร้อนกับแดดยังไม่พอยังต้องมาหัวร้อนกับคน วัน นี้ มัน วัน อะ ไร วะ เนี่ย

 

            “ไม่ใช่อย่างนั้น ฟังก่อนดิ เนี่ยแค่นี้ยังไม่มีแรงเดิน เดี๋ยวก็ไปเป็นลมตรงเอ็มเคแทนอยู่ดี”

            “มึงจะปล่อย หรือไม่ปล่อย”

            “แกไม่ได้อยู่สายวิทย์นี่ ไม่เคยเห็นหน้าที่ตึกเลย...แต่จำได้ว่าม.สี่เหมือนกัน” เจ้าตัวทำหูทวนลม พูดเองเออเองแล้วลากเขาเดินไปทางประตูโรงเรียนโดยไม่ได้สนใจแรงสะบัดของอีกคน “เพราะเราว่าเราจำหน้าเพื่อนสายวิทย์ได้เกือบหมดนะ แกอยู่สายอะไรอ่ะ ศิลป์ภาษาเหรอ นี่มีเพื่อนอยู่จีนกับเยอนะ”

            “ไม่ใช่โว้ย มึงจะลากกูไปไหน ปล่อยยยยย”

            “โอเค แสดงว่าศิลป์คำนวณ เรียนที่ตึก55อ่ะดิ หรือ60วะ จำไม่ได้เราเรียนตึกหรั่ง เดี๋ยวพาไปเข้าห้องพยาบาลที่ตึก ครูแกไม่เดินมาเร็วๆนี้หรอก สบายใจได้ เดี๋ยวหลอกเขาว่าอยู่ห้องเดียวกันก็ได้

            “กูไม่เป็นไรจริงๆ เนี่ย...” ข้ออ้างอะไรดีวะ “หนังมันใกล้เข้าแล้ว เดี๋ยวไปจองบัตรไม่ทัน”


            ไอ้เด็กสายวิทย์หัวเราะนิดๆ แต่ก็ลากเขาจนเดินเข้ามาในโรงเรียนจนได้ “ดูรอบอื่นก็ได้ปะ ห่วงตัวเองก่อนเหอะ เนี่ย หน้าซีดเป็นกระดาษละ ปากก็ซีด เหงื่อก็ซึม...สภาพดูไม่ได้เลยเนี่ย”


            “มึงพูดแบบนี้มึงหมายความว่าไง มึงหล่อตายล่ะ” กูหล่อกว่าเยอะ เขาคิด แต่ขี้เกียจจะพูด

            “ก็สภาพเหมือนคนจะเป็นลมอ่ะ...เราเดินเร็วไปปะ คือแกดูโงนเงนมากอ่ะ”


            “ถ้าเดินเร็วไปให้สะกิดนะ เนี่ย แกเอามือเกาะเราไว้จะได้ไม่ล้ม”

 

 

- Me before you -


 

            “เอ้า ไม่มีคนอยู่อ่ะ”

            “เออ ไม่เป็นไร นอนพักแปบนึงก็หายแล้วมั้ง”

            “แกไปนอนเตียงละกัน เดี๋ยวเราหาแอมโมเนียแปบ...พาราด้วยละกัน ปวดหัวปะ?”

            “อือ”

 

            สุดท้ายเขาก็โดนมันลากมาห้องพยาบาลตึกสายวิทย์จนได้ถึงจะไม่พอใจเท่าไหร่แต่อันฮยองซอบก็ต้องยอมรับว่าเขาคงจะเป็นลมจริงๆอย่างที่อีกฝ่ายว่า เขาเวียนหัวและหมดแรงเกินกว่าจะเถียงอะไรกับมันแล้ว ทั้งหมดที่เขาอยากทำตอนนี้คือนอน เสียงวี้ๆและอาการหัวตื้อทำให้เด็กหนุ่มตาพร่า


            ร่างโปร่งเดินเตาะแตะจากประตูห้องพยาบาลมาจนถึงเตียงที่มุมห้อง โยนกระเป๋าไปบนอีกเตียงที่ว่างแล้วทิ้งตัวลงนอนอย่างแรงจนสปริงส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด หัวของเขาขาวโพลนทันทีที่หัวถึงหมอน แต่นั่นก็เป็นสัญญาณที่ดีเพราะกล้ามเนื้อที่เกร็งแน่นเริ่มคลายตัวไปด้วย ตอนนี้ฮยองซอบรู้สึกเหมือนตายแล้วเกิดใหม่อย่างไรชอบกล เขาตัวอ่อนยวบเหมือนผัก แถมยังนึกอะไรไม่ออกแล้วด้วยแต่ช่างมันเถอะ

 

            “แล้วนี่รองเท้าก็ไม่ถอด เตียงเขาสกปรกหมด” เสียงของอีกคนดังขึ้นพร้อมเสียงพื้นรองเท้าผ้าใบสีกับพื้นห้องที่ดังอยู่ข้างๆหู “มึงลุกมาถอดก่อน”


            อยู่ๆก็สนิทกันแล้วหรือไงวะมาใช้กูมึง “อือ...ถอดให้หน่อย ลุกไม่ไหวละอ่ะ หัวโล่ง”


            “ว่าแต่พูดกูมึงได้ใช่ปะ เมื่อกี้เกรงใจไม่กล้าพูด”


            ฮยองซอบโบกมือทั้งที่หลับตาเป็นเชิงว่า ตามสบายมึงเลย


            “ลุกมาก่อน ต้องกินยา นอนแดกเดี๋ยวยาติดคอแล้วก็ลุกมาถอดเสื้อหนาวมึงด้วย มันร้อนอบ นี่ว่าเป็นลมเพราะเสื้อหนาวด้วยแหละส่วนนึง หนาขนาดนี้” เขามองไม่เห็นว่ามันทำอะไรอยู่เพราะว่าขี้เกียจจะเปิดตา รู้แค่มีเสียงก๊อกแก๊กแล้วก็เสียงน้ำกระทบแก้ว เดาว่าหมอนั่นกำลังเตรียมยาให้เขาจริงๆอย่างที่พูด “เนี่ย จะได้เปลี่ยนเสื้อด้วยอันเก่ามันชื้นเดี๋ยวไม่สบายอีก ไปเอาเสื้อสำรองมาให้”


            “งืออออออ”  ไม่เอาโว้ยกูปวดหัว กูจะนอนแล้ว อย่ามาจิ๊จ๊ะ

“นี่มึง”

“มึงอย่าวอแวได้ป่ะกูปวดหัวมาก ขอนอนก่อน ตื่นมาค่อยทำน่า”


อีกฝ่ายหายใจฟึดฟัด “นางเอกละครเขามีพระเอกช่วยป้อนยาแต่มึงไม่มีโว้ย ถ้าไม่แดกยา ไม่เปลี่ยนชุดมันก็ไม่หายมึงเข้าใจไหมเนี่ย หรือนี่คือเหตุผลที่มึงไม่เลือกสายวิทย์”


ปึด


คนตัวเล็กกว่าดีดตัวขึ้นมาจากหมอนแล้วมองอีกคนด้วยตาเขียวปั้ด กล้าดียังไงมาดูถูกกันเห็นแบบนี้เขาเคยได้เพชรยอดมงกุฏวิทยาศาสตร์สมัยประถมเลยนะ “นี่มึงแซะกูเหรอ”

          อีกคนบุ้ยปากไปที่โต๊ะข้างเตียงที่มีข้าวของวางไว้ให้ “ทีงี้ล่ะลุกได้เอ้า แดกยา แล้วก็เปลี่ยนเสื้อซะวางไว้บนหัวเตียง เดี๋ยวกูจะออกไปละ”


“ไปไหน”

“ไปเรียนครับผม” เด็กวิทย์บ่นพร้อมกลอกตา “เห็นแบบนี้กูก็มีการมีงานต้องทำนะ”

“อ๋อ นึกว่าไม่อยากดูเค้าเปลี่ยนชุดดดด”

เขากระพริบตาปริบๆพร้อมเบะปากอย่างมีจริตเหมือนนางเอกซีรีย์ เรียกฝ่ามือพิฆาตของอีกกคนให้ฟาดลงบนหัวทุยด้วยความหมั่นไส้ “มึงดูหนังเยอะเกิน ไอ้สัส ไปแล้วนะ เจอกันนะสินคำ”


“อะไรคือสินคำ”

“ศิลป์-คำนวณไง กูไม่รู้ชื่อมึง กูก็เรียกตามสายนั่นแหละ...”

“ฮยองซอบ”

“อะไรนะ?”

อันฮยองซอบ เพื่อนเรียกว่าอันอัน” เขายื่นมือไปตรงหน้า “ชื่อกู”


ฮยองซอบฉีกยิ้มกว้างให้อีกคนที่ยืนเอ๋ออยู่พร้อมกระเป๋าที่สายร่วงออกจากไหล่ เด็กชายเลิกคิ้ว แล้วสั่นมือตัวเองรัวๆต่อหน้าของอีกคนเป็นเชิงสงสัย


“เอ้า คนเขาอุตส่าห์เป็นมิตร มารยาทแย่นะมึงเนี่ย”

“นี่คืออะไร เชคแฮนด์? พ่อมึงเป็นฝรั่งเหรอ”

“พ่อมึงสิไอควาย”

“ล้อเล่นน่าแหม ขำๆสะเก็ดดาว

 .

.

พัคอูจินวิทย์ประยุกต์วันหลังถ้ามาห้องพยาบาลตึกหรั่งก็อีกไว้เจอกันนะ อันอัน

 

 

 

- Me before you -

 

 

 

“เป็นเหี้ยอะไรของมึงเนี่ยไอ้อัน เลิกเขย่าตีนสักที !

“ตื่นเต้น”

“ตื่นเต้นเหี้ยไรวะ มึงไม่ได้กินบอนชอนมาเป็นล้านครั้งแล้วเหรอ”

“อึย...กูไม่ได้หมายถึงไก่ หุบปากมึงไป”

“สัส”


อันฮยองซอบชูนิ้วกลางเป็นครั้งที่ล้านให้อีอึยอุงที่ยกมือขึ้นทำเครื่องหมายด่าเขาก่อน ปากกำลังจะอ้าด่าไอ้เพื่อนตัวดีซักดอกก่อนจะต้องไอค่อกเมื่อมีวัตถุปริศนาพุ่งเข้ามาในปาก

 

“สัสอึย กูจะฟ้องแม่ค่อก! เชี่ย หญิงก้อน นี่มึงโยนหัวไชเท้าเข้าปากกูเหรอ”

“ใช่ ไอ้สัส เลิกเสียงดังซักทีกูอายโต๊ะอื่นมาก”

“คนอย่างมึง...”

“อย่างกูมันทำไม พูดดีๆ นี่กูดีลกับอีหวีให้มึงนะ”

“เออ” เถียงแม่งไม่ออก สัส เพราะเป็นเรื่องจริง

 

เขาได้แต่กระฟัดกระเฟียดกับตัวเองแล้วคว้าน้ำมาล้างรสน้ำดองไชเท้าในปาก (มึงอย่ากินน้ำเยอะ น้ำบอนชอนมันแพง! ไอ้ซอนโฮตะโกนข้ามฝั่งมาทันควัน)  มือเรียวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คแอพโซเชียลต่างๆอย่าว่างั้นงี้เลย ฮยองซอบก็พอจะรู้ตัวมาบ้างว่าหน้าตาดีพอตัว ขนาดที่ว่ามีคนแอดเฟส ฟอลไอจีไม่หยุดตั้งแต่งานวันโฮมคัมมิ่ง เพราะงั้นเขาก็เลยค่อนข้างจะเป็นคนที่มั่นใจในตัวเองนะ แต่ถึงอย่างนั้น

 

“เอ๊า นี่มึง ไม่แอดอูจินอีกเหรอ เห็นเปิดโปรไฟล์เขาดูมานานสองนานละ”

ฮยองซอบถลึงตาใส่อึยอุงที่ยื่นหน้ามาแอบดูหน้าจอของตัวเอง “ไร้มารยาท ไอ้สัส”

“อยากใส่ใจอ่ะ”


ขี้ เสือก นัก นะ ไอ้ หน้า หมา เขาขยับปากด่ามันแบบไม่มีเสียง แต่มันไม่กระเทือนหรอก


“ทำไมป๊อดจังวะ ยังกะไม่ใช่อันอันคนฮอต” ซามูเอลขำในลำคอ

“กูก็มีเหตุผลของกูป่ะ”

“ที่อยากให้เขาชอบมึงก่อนน่ะนะ คิดมาได้”

“อีก้อน”

“ก็มึงให้กูไปดีลอีหวีห้องจีนเพื่อนกูเพราะมันรู้จักพัคอูจินนั่นไม่ใช่เหรอ ไม่ใช่ว่ามึงอยากสวมบทตอแหลให้เขาตายใจหลงมึงหัวปักหัวปำเหรอ? ”

“พูดซะกูดูเหี้ยแต่กูก็เหี้ยจริงๆ ...ใช่”

ซอนโฮทำหน้าเหม็นเบื่อ “มั่นหน้า”

“คนเขามีหน้าดีๆให้มั่นอ่ะท่ดที”

 

ฮยองซอบรู้สึกนั่งตัวไม่ติดเก้าอี้เท่าไหร่ เขาเอาแต่มองซ้ายขวาออกไปนอกร้านว่าคนๆนั้นจะมาถึงเมื่อไหร่แม่งเอ๊ย มือเหงื่อออกไปหมด กูต้องทำตัวยังไงวะ...ทั้งๆที่ท่องมาอย่างดีแล้ว สัส


เขาลงทุนเลี้ยงไอติมกอนฮีเพื่อให้มันไปสืบว่าอูจินชอบคนแบบไหนเพื่อเตรียมตัววันนี้โดยเฉพาะ จริงจังขนาดไหนให้ดูตรงนี้ ถึงขั้นนั่งท่องว่าต้องให้เขามาถึงโต๊ะกิอนค่อยเงยหน้าช้อนตามองเหมือนไม่ได้ตั้งใจว่าจะเจอเอย ต้องเอียงคอนิดหน่อยเวลาคุยกับเขาเอยกับการเรียนไม่เคยจริงจังเบอร์นี้


ตั้งแต่วันนั้นที่อูจินพาเขาไปห้องพยาบาลที่โรงเรียน เด็กชายก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าใจตัวเองเต้นแรงจนแทบจะระเบิดออกมา สอบถามเหล่าๆพื่อนๆศิราณีก็พบว่ามันคืออาการปกติของคนตกหลุมรัก...เท่านั้นแหละ เขานั่งสืบเฟสบุค ทวิตเตอร์ ไอจีของไอ้นั่นทั้งหมดภายในคืนเดียว และการที่อูจินฟอลไอจีเขากลับก็เป็นกราแสดงว่าอย่างน้อยอีกฝ่ายก็จำเขาได้ (เขามองข้ามเรื่องฟอลกลับตามมารยาทไป ช่างแม่ง)  นั่นทำให้ฮยองซอบได้รู้ว่าเพื่อนสายศิลป์ที่อูจินเคยเล่าให้ฟัง หนึ่งในนั้นก็คืออีแดฮวี เพื่อนสมัยเด็กของกอนฮีที่เรียกอยู่ศิลป์จีนนั่นเองแน่นอนว่าฮยองซอบไม่รอช้าที่จะเข้าชาร์จกอนฮีเพื่อล้วงความลับและขอความช่วยเหลือจนโดนด่ากลับมาว่าบ้าผู้ชายจนหน้ามืด แต่ใครจะสน กูก็ชอบของกูนี่นะ


เขาสนิทกับแดฮวีไปโดยปริยาย รายนี้ค่อนข้างจะเชียร์เขากับอูจินเพราะเหตุผลที่ว่าอูจินโง่ ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรหรอกถ้าไม่มีคนรุกก็ไม่รู้ชาตินี้มันจะมีเมียมั้ย (สาบานนะว่าเป็นเพื่อนกันน่ะ) เขาเลยได้รู้รายละเอียดหลายๆอย่างของพัคอูจินเพิ่ม เช่นเรื่องที่ชอบกินบอนชอนนี่แหละ เอาเป็นว่าตอนนี้ฮยองซอบรู้ไปยันเรื่องที่ว่าอูจินชอบกินเนื้อไม่ติดกระดูกมากกว่าแบบน่องปีก ชอบกินบอนชอนฟรายส์จิ้มซอสต๊อกบกกีและต้องกินไอศครีมช็อกโกแลตชิพบลิซซาร์ดของเดลี่ควีนตบท้ายเสมอ (และเหตุผลข้อแรกนั้นเกือบทำให้เขาโดนทีมปีกไก่ทั้งกลุ่มปาหินใส่) เพราะฉะนั้น ถึงจะไม่รวยพอที่จะเลี้ยงบอนชอนตามที่อยากทำ แต่รับรองได้ว่าวันนี้พัคอูจินไม่ต้องควักเงินจ่ายค่าไอศครีมแม้แต่แดงเดียว


 

“...อัน อัน มึง”


“...”


“เชี่ยอัน อันว้อย...”


“ห้ะ”


กอนฮีคว้าหัวเขาไปกระซิบอย่างเร็ว “สัส มึงเป็นไรเนี่ย ว่าที่ผัวมึงมาแล้วไอ้สัส เขยิบมา!


 

ใครมาวะ


 

ฮยองซอบหัวขวาไปขมวดคิ้วใส่กอนฮีที่กระซิบลมใส่หูจนรู้สึกคันยิบ ปากนี่กำลังจะด่าออกไปแล้วด้วยชื่อสัตว์เลื้อยคลานชนิดหนึ่ง ถ้าไม่ติดว่าเพื่อนที่ว่าจะจับไหล่เขาหันกลับไปทางซ้ายก่อน

 

“อะไรของมึงเนี่ย อีก้อ


อ้าว...อันอันมาด้วยเหรอ หวีไม่เห็นบอกเลย

 




เชี่ย


เชี่ย


แม่มึง


สัส มึงอย่ายิ้ม มึงอย่ายิ้มนะกูขอร้อง


หมายถึงทั้งตัวเขาเอง และพัคอูจินที่ยิ้มโชว์เขี้ยวอยู่นั่นแหละ

 


“รู้จักกันเหรอ?”

“อ...อื้อ” โอ๊ย มือกูลื่นไปหมดแล้ว

“หวีบอกว่ากอนฮี...กอนฮีใช่ปะ เออนั่นแหละ ชวนมากินข้าวกับเพื่อน”

“เอ่อ ใช่ๆ” จริงๆเราชวนเองแหละ “จะได้รู้จักกันหลายๆคน”

“เออดีอ่ะ กลุ่มใหญ่ๆดีกูชอบนี่จีฮุนนะ เพิ่งกลับมาเรียนปีนี้อ่ะ ส่วนนี่ควานลิน จินยอง รุ่นเดียวกัน เพื่อนที่กูเล่าให้ฟังอ่ะ อยู่ศิลป์เยอกันหมดเลย...”

 

ฮยองซอบหันไปยิ้มแหยๆให้เพื่อนใหม่สามคนที่กำลังลากโต๊ะเก้าอี้มาต่อ ไม่นานนักอูจินก็หันไปคุบกับแดฮวีเรื่องงานอะไรสักอย่างที่เขาจับใจความไม่ได้ แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจนัก สิ่งเดียวที่ใส่ใจตอนนี้คือการหันไปหากอนฮีด้วยหน้าตาเหมือนกระต่ายตื่นแล้วขยับปากถามแบบไม่มีเสียง

 

ทำ ไม มัน มา นั่ง ข้าง กู

เอ้า ก็ มึง ไม่ อยาก ใกล้ ชิด เขา เรอะ

ใกล้ ไป ไอ้ สัส กู เหงื่อ ออก มือ

กระ ต่าย ตื่น ตูม สัส ๆ

มึง กู มือ เย็น แล้ว อี หญิง ก้อน กู จะ ตาย มั้ย

อย่า ตาย ก่อน ได้ ผัว

 

เพื่อนรักสายวิทย์ทำตาปิ๊งๆใส่เขาก่อนจะหันไปรับจานไก่ทอดจากพนักงานสาวที่เอามาเสิร์ฟ ซึ่งตัวฮยองซอบนั้นยังอ้าปากค้างกับประโยคสุดท้ายของมันอยู่เลยแต่มันกลับทำหน้าระรื่นหน้าตาเฉย


สัส อีก้อน อีตัวร้าย

 

“เฮ้ย...พวกมึงกินไก่ไม่มีกระดูกเหมือนกันเหรอ บอนชอนฟราย ต๊อกด้วย?”

“อ๋อ ไม่เชิงหรอกไอ้อันหลังน่ะ แต่ไก่เนี่ยคืออุ่ก!

“คือกูชอบกินไก่ไม่มีกระดูกอ่ะ”

เด็กหน้ากระต่ายใช้เท้ากระทืบเท้าของอึยอุงที่ย้ายไปนั่งฝั่งตรงข้ามด้วยแรงไม่น้อยก่อนที่มันจะหลุดพล่ามอะไรที่ไม่เหมาะไม่ควรออกมา ส่วนซอนโฮก็หันมาทำตาโตใส่เขาพร้อมขยับปากถาม มึงไปเปลี่ยนออเดอร์ตอนไหน กูสั่งปีกไป อีเลว บ้าผู้ชาย!


กูขอโทษนะเพื่อนๆ แต่จุดนี้กูต้องได้ไปต่อเท่านั้น

 

“เออมึงชอบเหมือนกูเลยอ่ะ” อูจินยิ้มจนตาชี้ขึ้น “กินง่ายดีไม่ต้องแทะ เนื้อเยอะด้วย”

“ช่ายยยยยย”

 

 

 แม่งเอ๊ย นี่คือการกินไก่ที่จืดชืดชิบหาย กูต้องการที่จะแทะ

 

คิดถึงปีกบนจังโว้ย แต่พัคอูจินตอนกินแม่งโคตรน่ารักเลย!


 

- Me before you -

 

 

“อ้าว ไอ้อัน”

“อูใหย่ โย่ว”

“โย่วพ่อง เลมมาก”

“ขอโทษจ้า”

“แล้วนี่จะไปไหนอ่ะ? เย็นแล้วไม่กลับบ้านเหรอ”

“อ๋ออออ” ฮยองซอบยิ้ม “มีคนฝากเรามาเก็บไม้ดรัมอ่ะ”

 

ซะที่ไหนล่ะ กูรู้ว่ามึงจะเดินผ่านทางที่ต้องไปเก็บนี่แหละเลยแทบไปกราบขอเขามา

 

“อ้าว ละมึงไหวมั้ยนิ กระเป๋าก็พะรุงพะรัง แล้วไม้อีก...มาเดี๋ยวกูช่วย”

“ไม่เป็นไรกูถือไหว”

“จะโดนกระเป๋าทับตายอยู่ละ เอามานี่มา”

 

ถือว่าแผนนี้ประสบความสำเร็จอย่างเห็นได้ชัด อันฮยองซอบลงทุนอาสาแบกอุปกรณ์ทำคัทเอ้าท์กลับบ้านเพื่อที่ตัวเองจะได้มีกระเป๋าและถุงพะรุงพะรังนี่แหละ...ฉลาดมั้ยล่ะ (แต่ถ้าไม่เจออูจิน เขาอาจจะได้ตายจริงๆ) ส่วนเรื่องที่อูจินจะเดินผ่านตรงนี้ทุกวันพุธเพราะเอาสมุดไปส่งก็สังเกตมาสักพักแล้วถึงได้มั่นใจวางแผนมาแบบนี้นี่แหละ ขอลูกโลกทองคำให้น้องด้วยนะคะ

 

“แล้วมึงไปไหนมา” เขาถามพลางเอียงคอเล็กๆเพื่อซื้อใจคนฟัง

“ก็...ไปส่งสมุดมาอ่ะ แต่ไม่ได้รีบกลับอะไร เดี๋ยวช่วยถือไปบีทีเอสก็ได้”

“โห ใจดีเว่อร์พี่อูใหย่”

“เออ นิดๆหน่อยๆน่า”

 

ทั้งสองคนเดินจนไปถึงห้องเก็บของแล้วเดินกลับทางรถไฟฟ้าพร้อมๆกัน โดยอูจินขอแวะซื้อไอติมไผ่ทองหน้าโรงเรียนก่อน ฮยองซอบเลยเสนอตัวว่าจะเลี้ยงไอติมเป็นการตอบแทนที่มาช่วยกันถือของ เด็กชายขาสั้นสองคนเลยเดินถือไอติมคนละถ้วยเดินเม้าท์เอื่อยๆไปเรื่อยอย่างไม่รีบร้อน

โอ๊ย โคตรชอบเวลาแบบนี้

 

“แล้วทำไมวันนี้กินไผ่ทองวะ”

อีกคนเลิกคิ้ว “ทำไมอ่ะ ก็อยากกินลูกชิด”

“เห็นปกติกินบลิซซาร์ดไง ช็อกโกแลตชิพ...ใช่มั้ย หรือโอริโอ้?” ตอได้โล่ กูจำได้มาตลอดแหละ!

“อ่อ เออว่ะมันก็ต้องมีฟีลอยากกินอย่างอื่นบ้างไง...เฮ้ย!

“เชี่ย!

 

สัส นี่ไม่อยู่ในแผน ไอติมกูตก!!!

ข้าวเหนียวมูนของกู!!!

 

ฮยองซอบเดินไม่ดูตาม้าตาเรือจนสะดุดฝาท่อที่เกยออกมาบนถนน ตัวเขาน่ะไม่เป็นอะไร แต่น้องไผ่ทองนี่สิล่อยวิ่วไปตกอยู่ที่พื้นซะแล้วไม่รู้ว่าตัวเองทำสายตาละห้อยออกไปขนาดไหน แต่นั่นมันไอติมกะทิใส่ข้าวเหนียวมูนราดช็อกโกแลตเลยนะ สัส ฝาท่อเหี้ย มึง!

 

“ไอติมมึงตกอ่ะ...”

“...มึงอย่าตอกย้ำ” ฮือ ไอ้เวร น้องกะทิของฉัน

“มึงไม่เป็นไรนะ” อูจินเกาหัวแกรก ก่อนจะยื่นวัตถุสีเขียวมาตรงหน้า “กินด้วยกันก็ได้”

“ฮะ?”


“แดกๆไปเหอะ ยังไงมึงก็เป็นคนจ่ายตังอยู่แล้ว เอ้า อ้าปาก”

อีกคนตักไอติมคำใหญ่ยัดปากคนตัวเล็กกว่าแล้วหมุนตัวเดินนำไปทันที ทิ้งให้ฮยองซอบยืนตาโตอยู่หน้าคณะทันตะด้วยความตกใจถ้าเขามองไม่ผิดเหมือนว่าหูของอูจินจะแดงกว่าที่เคย

 



นี่นับเป็นจูบทางอ้อมได้ปะวะ?


โอโหกู


เขินจนอยากจะกรี๊ดออกมาแล้ว พัค อู จิน!



“รีบไปไหนอ่ะ รอด้วย!

 





“แล้วนี่มึงชอบ Jelly Rocket ด้วยเหรอ”

อูจินโพล่งถามเขาขึ้นมาตอนที่กำลังยืนรอคิวเติมเงินบัตรรถไฟฟ้า

“หืม? รู้ได้ไง”

“ก็เมื่อวานมึงอัดลงสตอรี่ไอจีอ่ะ คือนี่ชอบมากกกกกกกก”

 

เจลลี่ร็อคเก็ตหรือกูวะ แต่ขอฟินที่เขาใส่ใจไอจีกูหน่อยเถอะ


สารภาพว่าเมื่อคืนนี้เขาลองฟังวงเจลลี่ๆอะไรนี่เพราะอูจินแชร์ลงทวิตล้วนๆปกติเขามันสายเพลงแมสเท่านั้น อินด้งอินดี้อะไรอย่าหวังว่าจะแตะ แต่เห็นอูจินแชร์ก็เลยอยากลองดูว่ามันมีอะไรทำไมอีกคนถึงชอบนักชอบหนา ผลก็คือชิบหาย เพลงเหี้ยอะไรวะ กูไม่เก็ทแม้แต่จุดเดียว เหมือนหลุดไปฟังดนตรีแล้วรู้ตัวอีกทีตอนเพลงจบ ลองฟังใหม่ก็แล้วก็หงุดหงิดจนต้องไปเปิด tattoo color ฟังแก้เซ็ง


ก็เห็นเขาจะมีงาน Cat Expo—ถ้าฟังรู้เรื่องจะได้เนียนๆชวนเขาไปไง


กูไปซื้อเสื้อยืดอย่างเดียวก็ได้

 


“อ๋ออ ไม่ได้อะไรมากอะเพิ่งเคยฟังเฉยๆ”

“ดีใจอ่ะที่มีเพื่อนฟังเพลงวงนี้ด้วย”

“เอ้อ...” ไอ้สัส มุสาวาทา “มันก็เพราะดี ไม่เคยฟังเลยไง”

“ไว้วันหลังกูจะแนะนำเพลงเมพๆให้มึงเอง เดี๋ยวส่งในไอจี...ลำบากปะวะ”

ไม่ลำบากจ้า ส่งมาเล้ย กูไม่ฟังงงงงงงงง

“มึงแอดเฟสกูมาดีกว่า ไลน์ด้วยลืมไปว่ายังไม่มีเลย”

 

ยังไม่ทันจะอ้าปากตอบ ร่างหนาก็คว้าโทรศัพท์ของเขาจากมือไปกดยิกๆ แล้วเปลี่ยนมากดของตัวเองบ้างเพื่อรับรีเควสในแอพต่างๆฮยองซอบรีบหันไปอีกทางแล้วกรี๊ดแบบไม่มีเสียงออกมาด้วยความดีใจ โชคร้ายที่ป้าแถวข้างๆเงบหน้าขึ้นมาพอดี และส่งสายตาเป็นห่วงมาให้เหมือนเขาเป็นคนบ้า


ช่างแม่งป้าดิ กูฟินอยู่

 


“อ่ะ แอดแล้วนะ...แม่กูโทรตามแล้วอ่ะ มึงยืนคนเดียวได้นะ?”

เด็กหน้ากระต่ายรีบหันกลับมา ฉีกยิ้มเกร็งๆ “เอ้อ สบายมาก บ๊ายบาย”

“งั้นเดี๋ยวถึงบ้านแล้วกูทักไปละกันนะ ถ้าชอบ...กูจะได้มีเพื่อนไปงานแคทเอ็กโป ฮ่าๆ”

 

พัคอูจินฉีกยิ้มพิฆาตให้เขาอีกรอบ โบกมือบ๊ายบาย ก่อนจะหายไปกับฝูงชนที่รอคิวกดบัตรเข้าสถานีฮยองซอบชะเง้อมองให้แน่ใจว่าอีกคนไปแล้วจริงๆ จึงจะกรี๊ดลมออกมาแล้วกระทืบเท้าปึกปักเพื่อระบายความเขินของตัวเอง หัวใจแม่งเต้นโคตรแรง มือก็เหงื่อออกแบบไม่หยุด ขาก็สั่นเหมือนจะลงไปนั่งให้ได้ ให้ตายเหอะเขาชอบพัคอูจินมากจริงๆนะ

 

เพราะแม่งเป็นผู้ชายที่โคตรน่ารักเลย


พระเจ้า หนูรักเขา


 

 

Anan Anyeong

Yesterday at 6:55am ·

เวลาเธอยิ้ม - Polycat #NowPlaying 

Like · Comment · Share

652 people like this.

121 shares

 

 

 

FIN

 

มีต่ออีกนิดนะจ๊ะ

 

 

“อืมก็ไม่ได้เกรงใจกูเลยไง”

“อึย”

“กูเดินวนในพารากอนรอจนขาลากอ่ะ”

“สัสอึย”

“สรุปมาเจอมึงยืนเขินม้วนหน้าแดงเป็นมะเขือเทศอยู่ตรงที่ขายตั๋วเฉย อายแทน”

“แลกกับที่กูไม่บอกแม่มึงเรื่องเติมเงินเกม”

“เออเลิกขู่ได้ละ รู้แล้วโว้ย ไม่งั้นกลับบ้านนานแล้ว”

 

ฮยองซอบมองบน เมื่ออีอึยอุงเอาแต่บ่นตั้งแต่สยามจนถึงปากซอยบ้านเรื่องเขากับอูจินไม่หยุด...ถ้าไอ้บ้านี่ชอบใครขึ้นมา คอยดูเถอะกูจะขยี้ให้เละเป็นขี้

 

“ก็เขาน่ารัก”

“รอบที่ร้อยห้าสี่ของวันนี้”

“ฆวย”

“ตบปากเลยพูดไม่เพราะอ่ะ แม่กิมครับ!

“ตอแหลนัก อีสัส” ฮยองซอบชี้หน้า “เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้ากูไม่โทรไปปลุกแม่งเลย”

“สัส! ไม่ได้! พรุ่งนี้ต้องรีบตื่นเช้ามากดไอเทม!

“งั้นก็หุบปากแล้วเข้าบ้านมึงไป...”

 

ติ๊ง

ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง

 

“โทสับมึงดังอ่ะอัน ไม่อ่านก็กดปิดเสียงไป

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด”

“เชี่ยยย มึงจะกรี๊ดทำไม!

“มึง...มึง! เชี่ย อึย มึง โอ๊ย! มึงงงง ฮืออออออออออ”

“เดี๋ยว ใครทำอะไรมึง ตอบกูก่อน สัส”

“กูไม่ไหวแร้วววววววววว มึ๊งงงงงงงงงง”

“อะไรวะ ข้อความเมื่อกี้เหรอ”

 

อึยอุงลากฮยองซอบที่ทรุดลงดิ้นที่กลางถนนให้มากองอยู่ริมฟุตบาทก่อนที่จะโดนรถชนตายห่าซะก่อน เด็กหนุ่มคว้าโทรศัพท์ของเพื่อนซี้มาไว้ในมือแล้วดึงนิ้วโป้งมันมาปลดล็อคหน้าจออย่างรวดเร็ว


“ไหนกูดูซิ”

 

 

 

หญิงก้อน said : อีอัน วันนี้มึงไปไหนกับอูใหย่มาทำไมกูไม่รู้ แรดนักนะ

หญิงก้อน said : เมื่อกี้อูใหย่มันทักอีหวีมา

หญิงก้อน said : มันถามว่ามึงมีแฟนยัง

 

 

 

หญิงก้อน said : แล้วก็บอกว่าฮยองซอบน่ารักด้วย







ขอบคุณแฟนอาร์ตน่ารักๆจากน้องแพตตี้ @pattynitchaphat ค่า




จบจริงๆแล้วจ้า







TALKATIVE WRITER


     สวัสดีค่า ไรท์1เองนะคะ!

     วันนี้แวะมาปล่อยสเปของอูซอบให้อ่านกันนะคะตามสัญญา เป็นสเปที่แต่งแล้วมีความสุขมากกกกก เพราะคู่นี้น่าจะน่ารักที่สุดแล้วในเรื่อง เราโคตรรักเลย5555555555 หวังว่าทุกคนก็ชื่นใจไปกว่าความน่ารักของคู่นี้เหมือนกับไรท์นะคะ ช่วงนี้ขยันแต่งในเด็กดีเล็กน้อยเพราะกำลังวางพล็อตเนื้อเรื่องหลักในจอยอยู่นะคะ อิอิ

สุดท้ายนี้ ยัยอันมันร้ายจริงๆค่ะ!

พบกันตอนต่อไปนะคะ



ด้วยรักมหาศาล,

โกมุโกมิ เบอร์1 ของทุกคน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,050 ความคิดเห็น

  1. #1047 malay_77 (@malay_77) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 17:09
    คิดถึงมาก
    #1,047
    0
  2. #1044 SoonkyuMySunshine (@icelovesunny) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 / 18:24
    คิดถึงอูซอบมากๆๆๆๆๆๆๆๆ😭😭😭 คิดถึงไพรเวทหวีด้วยค้าบแง
    #1,044
    0
  3. #1036 พอใจ2545 (@muaymuay2545) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 01:19
    ชอบบมากค่ะ
    #1,036
    0
  4. #1031 1616 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 23:11
    ฮืออออออออ ชอบมากกกก น่ารักมากกกกก

    คือนี่เคยอ่านแล้วก็กลับมาอ่านอีกหลายๆรอบเลย

    ไม่รู้ว่าไรท์จะวนกลับมาเห็นอีกมั้ย แต่อยากบอกว่าเราอ่านสเปฯอูซอบซ้ำหลายรอบมากกๆๆๆๆๆ

    น่ารักมากโว้ยยยยยยยยย /มือเกร็ง

    ไพรเวทหวีเป็นเรื่องแรกในจอยและประทับใจมากๆแบบอ่านกี่รอบๆก็ยังตกหลุมรักซ้ำๆ

    อยู่อ่านตั้งแต่ช่วงออนแอร์ยังไม่จบ ลุ้นทุกอาทิตว่าจะจบไม่จบ

    ละคือตอนนั้นไรท์โดนมรสุมดราม่าหนักมาก555555555 ฮือออ พนมมือ

    ขอบคุณที่อดทนและผ่านด้วยกันจนจบบริบูรณ์นะคะ รักตัวละครทุกๆคนในเรื่องนี้มากๆ

    รู้สึกผูกพันกับต้นอ้อยและชูล่า แต่จริงๆเราเรียนมอเหลืองแดงย่านรังสิต55555

    โมเม้นหนึ่งเดียวที่มีร่วมกันคือตอนที่เมนชั่นถึงงานบอล เพราะน้องคนอื่นเรียนมอชมพูกับศาลายา แง้

    ยังไงก็ รักนะคะ เป็นกำลังใจให้เสมอ น้องจินยองก็เป็นกำลังใจให้เธอนะ สู้ๆกับการเรียนด้วยเด้อ

    เราตามเธอตลอดในทวิต(ที่ยังไม่ลบ) สต้อกเกอร์มะ5555555555 อย่าเพิ่งกลัวนะ เรียก fc ก็ฟังดูแปลกๆมั้ยอ่ะ แค่อยากติดตามผลงานเฉยๆ5555 ตอนเธอลบแอคโกมุโกมิในใจคือร้องเชี่ยหนักมาก เค้าจะกลับมาแต่งนิยายหรือจอยอีกมั้ย ฮือ อ่ะ โอเค พล่ามความในใจมาขนาดนี้ละต้องผ่านสายตาพวกเธอบ้างล่ะ ไรท์1 ไรท์2 555555555
    #1,031
    0
  5. #996 ChtwJunny (@junnymilo) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 22:57
    ล้องไห้ ฮืออออ น่ารักเบอสามล้าน พิอูใหย่แบบโอ้ยยยนยย ล้องห้ายยยยย????????
    #996
    0
  6. #985 mxspuk (@mxspuk) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 02:15
    น่ารักมากอะ แงงง
    นี่ล็อกอินมาเม้นเลยชอบบบบบบบ
    เพลงก็น่ารักด้วย
    ฟินมากๆอะ
    คนแต่งเก่งมากๆเลยยย 
    //ส่งกำลังใจ555
    #985
    0
  7. #984 TheLittleElf29 (@TheLittleElf29) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 01:27
    หึ้ยยยย อูซอบ โคตรน่ารักอ่ะ มากๆๆๆๆ
    #984
    0
  8. #970 ร้อนใน (@rednoeytuarlek) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 20:18
    บัดซบ!! เราหยุดยิ้มไม่ได้เลย
    #970
    0
  9. #843 'Wife Tuan'? (@bammiatuan) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 01:42
    ชอบคู่นี้มากฮือออออออ อันอันอูใหย่ โอ้ยน่ารักแบบชิบหายตรัยๆๆๆๆหกกกดเ่กากนนพพารำทำรำสำรำารดดนดย
    #843
    0
  10. #841 นาฬิกาข้อมือของจี้ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 19:54
    ฟินอ้าา เขินมากเว่อร์ ฮืออออมันดีต่อจายย
    #841
    0
  11. #840 paloysployss (@paloysployss) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 13:32
    น่ารักมากกกกกก กรี้ดดดดชอบบบบ
    #840
    0
  12. #816 Pandanui (@chulhono) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กันยายน 2560 / 14:14
    แงงงงง น่าร้ากกกกกกกกก
    #816
    0
  13. #810 Chalisacoonsom (@Chalisacoonsom) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 23:33
    ชอบคู่อูซอบมากเว่อ รักใสๆหัวใจสี่ดวงมากค่ะ อิอิ
    #810
    0
  14. #798 Jareewan Phonfuang (@050996) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 23:14
    กรี้ดดดด เราเขิลไม่ไหวแล้ว ฮืออออออ นุ้งอันอันน่ารักมากๆ
    #798
    0
  15. วันที่ 9 กันยายน 2560 / 11:34
    ชอบคู่นี้มากกกกกกก อันโคตรร้าย555
    #794
    0
  16. #784 secretgne98 (@secretgne98) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กันยายน 2560 / 21:55
    ไรท์ กราบบบบ แต่งสเปคู่นี้ต่อเถอะ ชอบมากเลยฮือออ ม้วนเขิน ยัยอันอันร้ายกาจเบอร์แรง 5555555555 อยากอ่านต่องะ มาต่อเททททท
    #784
    0
  17. #783 ningmhunoi (@ningmhunoi) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กันยายน 2560 / 20:52
    งื้อชอบคู่นี้ง่า น่ารักกก
    #783
    0
  18. #770 โพนี่ยอน (@sunisamisa) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 10:59
    เฉยๆกับคู่นี้ในจอยแค่คิดว่าน่ารักในระดับหนึ่ง ไม่ได้อะไรมาก แต่พอมาอ่านในเด็กดีแล้วแบบ อ่านจบถึงกับต้องกรี๊ด ฮือออออ มันดีมากเลยยยยย ขอบคุณที่แต่งเพิ่มเติมคู่นี้นะคะ ดีงามมากกกก ;_____;
    #770
    0
  19. #768 Merlynn04 (@Merlynn04) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 10:26
    โอ๊ยยยย น่ารักมากกก เขินไม่ไหวแล้ววว
    #768
    0
  20. #762 Real_cb2706 (@25441909) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กันยายน 2560 / 22:06
    โว้ยย น่ารักอ่ะฮือออ นุ้งอันลุ๊กกก
    #762
    0
  21. #758 jellyunholic (@jellyunholic) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กันยายน 2560 / 20:59
    ทำไมน่ารักขนาดนี้อ่ะ!!! ชอบอันมากอ่ะ เออออ เป็นการแรดที่ดูน่ารักดี 5555 ชอบการใส่ใจเป็นหมู่คณะของเพื่อนๆที่บอนชอนมาก 5555
    #758
    0
  22. #753 AKCha (@aum-kanyapat) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กันยายน 2560 / 18:00
    โอ้ยยยยย อันอัน แผนอ่อยคือดีย์ 555555
    #753
    0
  23. #751 SS_nightmare34 (@SS_nightmare34) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กันยายน 2560 / 15:45
    บ้าจริง หุบยิ้มไม่ได้เลยเรา วี๊ดดดดดดดดดดดดดด เข้าใจฟีลหนูอันอย่างดี วี๊ดดดดดดดดด ได้แต่กัดหมอนกรีดร้อง อะไรจะน่ารักปานนี้ เขิงงงงงง ./////////.
    #751
    0
  24. #746 YYDooSeob (@YYDooSeob) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กันยายน 2560 / 09:09
    โอ๊ย อ่านในจอยว่าเขินแล้ว อ่านในนี้ยิ่งเขินเลยค่าาา ชอบคู่นี้มากกก อ่านแล้วใจเต้นแรง
    #746
    0
  25. #744 yobyungari (@tanya_3533) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กันยายน 2560 / 08:46
    อูใหย่น่าร๊ากกกก ไร้เดียงสามากๆ เขินแทน
    #744
    0