[END] รักด้วยลำแข้ง ♕

ตอนที่ 34 : SPECIAL 3 :: ตลอดไปไม่มีอยู่จริง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,067
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 108 ครั้ง
    4 ม.ค. 62


SPECIAL

◐  ◑  ◐  ◐


หลังจากอยู่โรงพยาบาลได้เกือบสามวัน อาการของจอมพลก็ดีขึ้นมากแล้ว และเมื่อหมอให้กลับบ้าน เจ้าตัวก็ไม่รีรอรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างรวดเร็วราวกับกลัวว่าบ้านจะหายไป


แต่ความจริงแล้วเขาเบื่อห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ไม่กี่วันต่างหาก เพราะมีแต่กลิ่นยาคละคลุ้งไปหมดจนทำให้รู้สึกเวียนหัวในวันละหลายๆ รอบ


อีกทั้งวันนี้ที่ได้ออกจากโรงพยาบาลก็เป็นวันสิ้นปีพอดี ดังนั้นที่บ้านของเขาจึงมีการจัดปาร์ตี้เล็กน้อยสำหรับเพื่อนและรุ่นพี่ที่รู้จักได้ฉลองปีใหม่และข้ามปีไปด้วยกัน รวมถึงจัดเพื่อต้อนรับเขากลับบ้านด้วยเหมือนกัน


“เสียดายที่พ่อกับแม่ไม่อยู่ด้วย”


จอมพลเอ่ยขึ้นกับคนรักของตนเองในขณะที่สวนหลังบ้านซึ่งเป็นพื้นที่โล่งกำลังแน่นไปด้วยผู้คนหลายสิบชีวิต อีกทั้งเสียงพูดคุยยังดังเจียวจ้าวไม่ต่างกับตลาดแตก


“ปล่อยพ่อแม่ไปพักผ่อนบ้างเถอะ ปีนี้เจอแต่เรื่องหนักหนาสาหัส” ทว่าคนที่พูดออกมาออกมาแทนกลับเป็นพี่ชายของเขาซึ่งนั่งอยู่ที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม


“ก็จริงของเฮีย เอาไว้ใกล้เคาท์ดาวน์แล้วค่อยเฟสไทม์ไปดีไหมเฮีย”


“ตามใจสิ แต่จะรับหรือเปล่าต้องรอลุ้น”


“ป่านนี้คงสวีทกันจนลืมลูกไปแล้วมั้ง”


ปากเล็กบุ้ยออกพร้อมกับยกแก้วโคล่าตรงหน้าขึ้นดื่ม และงานสังสรรค์วันนี้ไม่ได้ปราศจากแอลกอฮอล์แต่อย่างใด เพียงแต่ว่าจอมพลไม่สามารถดื่มได้เพราะเพิ่งออกจากโรงพยาบาล


และอีกสาเหตุหนึ่งก็คือตัวของเขาเองต้องการที่จะลด ละ เลิกด้วยเหมือนกัน แต่เรื่องนี้ยังไม่ได้บอกใคร แค่คิดกับตนเองเพียงลำพัง เอาไว้แน่ใจเมื่อไหร่จะบอกให้ทุกคนได้รับรู้ทีเดียว


“ไอ้พายกจานกุ้งมาให้กูที”


รวมถึงไม่นานนักก็หันไปเรียกเพื่อนสนิทที่วันนี้มาเคาท์ดาวน์ที่บ้านของเขายกแก๊งเพื่อให้นำอาหารโปรดมาส่งให้


“แป๊บๆ มันยังไม่สุกดี”


เสียงของพายุตะโกนตอบโดยที่ควันจากเตาปิ้งย่างลอยไปทั่วอย่างหนาตา อีกทั้งบริเวณตรงนั้นยังรายล้อมไปด้วยเพื่อนของพี่ชายและเพื่อนของคนรักอยู่หลายคน ซึ่งทั้งหมดนั่นก็ไม่พ้นจากสายรหัสต่างๆ ที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดีนั่นเอง


รวมถึงภาพตรงหน้าที่ได้เห็นผู้คนที่รู้จักรายล้อมอยู่รอบตัวและพูดคุยกันด้วยเสียงหัวเราะคละเคล้าไปด้วยความสุข ทำเอาจอมพลมีความรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก


เหมือนเขาได้อยู่ในสถานที่ที่อบอุ่นพร้อมกับคนที่เขารักมากมาย ไม่ต้องมีงานรื่นเริงใหญ่โต เพียงแค่ได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกัน ได้พูดคุยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ แลกเปลี่ยนเรื่องราวที่เจอมาในหนึ่งปีที่ผ่านมา เพียงแค่นี้ก็พอแล้ว


“อะ ไอ้จอม กุ้งมึง”


“ขอบใจ มึงมานั่งกินก่อนดิ ตรงนั้นให้คนอื่นทำไป”


“ไม่เป็นไร กูยังไม่หิว เดี๋ยวค่อยมานั่งทีเดียว” พายุตอบ


“เออๆ ไงก็ตามสบายแล้วกัน”


จอมพลกล่าวแค่นั้นเพื่อนของเจ้าตัวก็เดินถือที่คีบตรงไปที่เตาปิ้งย่างต่อ แต่ไม่ต้องห่วงว่าจะไม่ได้กินแต่อย่างใด เพราะตรงบริเวณนั้นก็ตั้งวงยืนล้อมกระดกแอลกอฮอล์กันไปด้วยพลางๆ เหมือนกัน


ส่วนพี่ชายของเขาก็นั่งคุยอยู่กับพวกเด็กคณะตนเอง อีกทั้งเมฆาและสายฟ้าเพื่อนสนิทของเขานั่งร่วมวงด้วย ถ้าถามถึงดินแดนมันก็ไม่ได้ไปไหนไกล ยืนคุยกับแฟนของเฮียเขาอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากโต๊ะใหญ่เท่าไหร่


อ๋อ! ลืมบอกไป สายรหัสเขาเองก็มาครบ ของดินแดนก็ด้วยเหมือนกัน ทั้งพี่เผด็จ พี่องศาและพี่แผนที่ต่างก็ยืนอยู่ไม่ใกล้ๆ แถวนี้ เรียกได้ว่ามาครบกันหมด ทว่ากลุ่มเพื่อนใหม่ของเขากลับไม่ได้มาร่วมด้วย เขาเองก็ได้ชวนแล้วแต่พวกมันไม่ว่างกัน เพราะมีนัดกับครอบครัวก่อนแล้ว


“ปูไหมไอ้จอม”


“ขี้เกียจแกะว่ะ”


จอมพลตะโกนตอบเพื่อนสนิทซึ่งไม่ใช่ใครอื่นนอกเสียจากดินแดนเจ้าประจำที่เรียนร่วมกันตั้งแต่ประถมยันมหาวิทยาลัย


“อ้าว มึงจะกินไหมล่ะ เดี๋ยวให้ไอ้เมฆมันแกะให้”


ทว่าดินแดนพูดจบ เมฆาก็เตรียมจะลุกจากวงสนทนาของพี่ชายเขาทันที แต่จอมพลกลับเอ่ยรั้งเอาไว้ซะก่อน


“ไม่ต้องๆ เอาบาร์บีคิวมาหน่อยไอ้แดน อยากกินอันนั้น”


“งั้นแป๊บหนึ่ง มันยังไม่สุก”


จอมพลทำเพียงแค่พยักหน้ารับ พร้อมกับเพื่อนเองก็หันกลับไปสนใจกิจกรรมการรับหน้าที่ปิ้งย่างของทะเลต่อ และเสียงพูดคุยจากวงนั้นดังลั่นหัวเราะสนุกสนานเหมือนกับกำลังพูดคุยเรื่องเฮฮา


และไม่ต้องถามว่าทำไมเพื่อนๆ รวมถึงอีกหลายคนเอาใจเขาเป็นพิเศษ เพราะคำตอบที่คาดเดาอย่างง่ายๆ เลยมาจากเขาที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลเมื่อกลางวัน พอมีงานตอนเย็นทุกคนก็พากันมาบอกให้เขานั่งเฉยๆ ไม่ต้องไปช่วย เนื่องจากกลัวว่าแผลที่โดนยิงจะได้รับการกระทบกระเทือน


รวมถึงเขาเองก็ไม่ได้ขัดอะไร แม้อยากจะตะโกนใส่หน้าว่าหายดีแล้วก็ตาม แต่มีคนเอาใจแบบนี้มันก็ดีไม่ใช่น้อยเหมือนกัน อย่างน้อยๆ ขอเก็บเกี่ยววันนี้เอาไว้สักวันเถอะ เพราะนานทีจะมีครั้งหรือไม่มีอีกเลยก็ว่าได้


ส่วนคนที่ตัวติดกันตลอดเวลาตั้งแต่กลับมาจากฝึกงานก็ไม่ต้องไปพูดถึง ไม่ได้หายไปไหนหรือห่างตัวสักนิด นั่งเงียบอยู่ข้างๆ เขานี่แหละ แต่กำลังคุยงานในโทรศัพท์อยู่ เห็นว่าทางบริษัทที่ไปฝึกงานจะเอาเอกสารอะไรสักอย่างแล้วไฟล์ที่พี่มันส่งเมลไปให้ก่อนกลับมาประเทศไทยหายไป ตอนนี้กำลังค้นหาอยู่ว่าไปหลบอยู่มุมไหนของแอคเคาท์


เมื่อเป็นแบบนี้แล้วเขาก็ไม่อยากรบกวนเวลา เพราะเข้าใจว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก เนื่องจากเห็นคิ้วขมวดผูกกันจนแทบเป็นโบมาสักพักแล้ว ถ้าหากจัดการเสร็จเรียบร้อยเดี๋ยวค่อยถามไถ่เอาทีหลัง


“อ้าว เสร็จแล้วเหรอ”


“อืม หาเจอแล้ว ทางนั้นเขาเผลอลบไปเอง”


อีกฝ่ายว่าก่อนจะกดปิดโทรศัพท์และวางทิ้งไว้บนโต๊ะอย่างไม่ไยดีเมื่อโดนรบกวนเวลาสำคัญของตนเอง อีกทั้งยังไม่รอช้าดึงจานกุ้งเผาตรงหน้าของเขาไปจัดการแกะให้ทั้งหมดด้วยเวลาอันรวดเร็ว


“ขอบคุณครับ” จอมพลว่า


“จะกินปูใช่ไหม”


“ไม่กินก็ได้ จอมไม่อยากแกะ เปลือกมันแข็ง”


“เดี๋ยวแกะให้”


อีกฝ่ายพูดยังไม่ทันจบดีก็ลุกเดินไปยังวงล้อมเตาปิ้งย่างอย่างว่องไว พร้อมกับเสียงเอ่ยแซวของเพื่อนสนิทซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามบริเวณเดียวกับพี่ชายเอ่ยดังขึ้น


“ดีขนาดนี้มึงจับขังไว้ให้ดีๆ นะเว้ยไอ้จอม” สายฟ้าพูดก่อนจะส่งแววตาล้อเลียนมาให้


“เออ จะมีใครที่ไหนมานั่งแกะปูแกะกุ้งให้มึงเนี่ย” เมฆาช่วยเสริม


“ให้มันน้อยๆ หน่อยไอ้พวกนี้ โดยเฉพาะมึงไอ้เมฆ พูดมาได้ว่าจะมีใครที่ไหนมาทำแบบนี้ให้น้องกู มึงลืมกูไปแล้วเรอะไอ้นี่” แต่จอมพลยังไม่ได้ตอบอะไรออกไป กลับเป็นพี่ขายของเขาแทรกขึ้นมาเสียก่อน


“โธ่เฮีย อย่าบอกว่ามาหวงไอ้จอมมันตอนนี้” สายฟ้าว่าก่อนจะเอี้ยวตัวหลบน้ำแข็งที่พี่ชายเขาปาใส่


“น้องกู กูก็ต้องหวงไหมวะ มึงถามแปลกๆ”


“ไม่ทันแล้วมั้งเฮีย ตอนนี้น้องชายเฮียเป็นเมียพี่ขุนเต็มตัวแล้ว จะมาหวงอะไรอีก” คราวนี้คนโดนประทุษร้ายด้วยเปลือกกุ้งมาจากฝีมือของจอมพลเอง


“ไอ้สัดเมฆ เดี๋ยวกูถีบไปนู่น”


“มึงยังไม่ยอมรับอีกเหรอวะไอ้จอม” พายุที่เดินมาส่งอาหารบนโต๊ะถามขึ้นบ้างพร้อมกับขุนศึกเดินกลับมาด้วยเช่นกัน


“กูก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร แต่จะให้มาเปล่าประกาศมันก็เกินไปหน่อยปะ” จอมพลตอบ


“พวกมึงยังไม่รู้อะไร ตอนอยู่มอนะ ไอ้จอมโคตรแรด เวลามันคุยโทรศัพท์กับพี่ขุนหรือตอนที่พี่เขามารับ มันเปลี่ยนไปเป็นคนละคน กูเห็นแล้วอยากจะถีบ”


ดินแดนซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่และได้ยินบทสนทนาทั้งหมดได้ตะโกนแทรกเข้ามาบ้างเพื่อเผาเพื่อนของตนเอง และเจ้าตัวรู้ดีกว่าใครเพราะได้อยู่ใกล้ชิดจอมพลมากกว่าเพื่อนทุกคนในกลุ่ม


“น้องจอมอย่างนั้น น้องจอมอย่างนี้ กูนี่ละอยากจะให้พวกมึงมาเห็น ทำตัวเป็นน้องจอมพลตัวเล็กๆ ไปได้ เพื่อนมึงอะ”


“ไอ้สัดแดน เงียบปากไปเลย”


จอมพลหันไปก่นด่าเพื่อนที่แฉเรื่องราวด้วยใบหน้าขึ้นสีและเห่อแดงเล็กน้อย เพราะเอาเข้าจริงมันก็อดเขินไม่ได้เมื่อได้ยินเพื่อนสนิทพูดถึงเรื่องของตนเอง


“หนักนะมึงไอ้จอม” สายฟ้ากล่าวก่อนจะตามมาด้วยเสียงหัวเราะร่วนชอบใจ


“ปกติเปล่าวะ ก็คนเป็นแฟนกัน”


จอมพลตอบกลับด้วยน้ำเสียงไม่เขินอายสักเท่าไหร่เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ส่วนคนที่นั่งข้างกันก็ไม่ได้เอ่ยแทรกแต่อย่างใด ทำเพียงแค่แกะปูและกุ้งมากมายใส่จานเขาจนพูนล้น


แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็เดาได้ว่าอีกฝ่ายต้องดีใจที่เขาสามารถพูดสถานะได้อย่างเต็มปากโดยไม่มีการอ้อมแอ้มแต่อย่างใด และเขาก็ไม่เคยอิดออดเลยสักนิดถ้าพูดถึงเรื่องนี้ เพราะจอมพลยอมรับได้อย่างดีตั้งแต่วันแรกที่ตกลงเป็นแฟนกันแล้ว


“เป็นไงครับเฮีย น้องชายเฮีย”


เมฆาหันไปแหย่พี่ชายของเขาโดยที่บัดนี้เฮียจอมทัพกำลังนั่งนิ่งๆ อยู่


“เธอก็จะมาแสดงอะไรตอนนี้ จนน้องคบกันไปถึงไหนต่อไหนเพิ่งจะมาหวงหรือไง”


คราวนี้เฮียเจ้านายพูดขึ้นบ้างเมื่อสังเกตเห็นสีหน้าของคนรักตนเองซึ่งจอมพลเองก็จับอาการของพี่ชายได้เช่นกัน


“เราไม่ได้หวง ถ้าหวงคงไม่ให้ไอ้ขุนมันจีบตั้งแต่แรก”


“ให้มันจริง เมื่ออาทิตย์ก่อนที่จอมกลับมาจากสิงคโปร์แล้วเธอเห็นรอยบนคอน้อง เธอยังมาบ่นกับเราอยู่เลย”


ทว่ารอบนี้กลับเป็นจอมพลบ้างที่ทำสีหน้าแปลกใจ เพราะตอนนั้นยังไม่ได้มีสถานะพี่ชายก็เห็นว่าเขาโดนอะไรมา แต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีมากเท่าไหร่นัก จึงทำให้เขาเกิดความสงสัยขึ้นมาอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมตอนนั้นถึงไม่พูด


“ไม่ได้หวงแต่เป็นห่วง ไอ้ขุนมันชอบทำแรง ตัวน้องเราก็ใช่ว่าจะใหญ่โต อีกหน่อยคงได้ช้ำในกันพอดี” จอมทัพเอ่ยขึ้น


“เธอจะบ้าหรือไง ใครมันจะไปช้ำในแบบนั้นกัน ถ้าน้องช้ำเราก็ช้ำ เธอใช่ว่าจะแรงน้อยซะเมื่อไหร่จอมทัพ”


“เหอะ ก็เราห่วงน้องเรา”


“เธอนี่นะ ไม่เข้าเรื่อง”


เฮียเจ้านายพูดพร้อมกับส่ายหัวไปมาเล็กน้อย ส่วนฝ่ายที่เด็กกว่าทั้งหลายนั่งดูคู่รักพูดคุยกันก็ได้แต่ยิ้มขำให้กับท่าทีของจอมทัพที่แทบไม่เคยเห็นในมุมนี้สักเท่าไหร่


แม้กับจอมพลเองก็ไม่เคยเห็นพี่ชายของตัวเองน่ารักมากขนาดนี้เมื่อพูดคุยกับแฟน อีกอย่างท่าทีเป็นห่วงที่มีให้กับเขาก็ทำให้เขาอดเอ็นดูไม่ได้


“เฮียไม่เห็นต้องห่วงจอมเลย พี่ขุนไม่มีวันให้จอมเจ็บหรอกน่า”


จอมพลเอ่ยกับพี่ชายด้วยน้ำเสียงปลอบประโลมก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ทว่าฝั่งที่คิดว่าน้องจะเดินมาหากลับต้องอ้าปากค้างเหวอแทน


เพราะฝ่ายที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลทรุดตัวนั่งลงบนตักหลานรหัสของจอมทัพอย่างว่องไว เท่านั้นไม่พอยังส่งไปมือคล้องแขนโอบกอดรอบคอเอาไว้และหอมแก้มกร้านทั้งสองข้างไปเต็มฟอดต่อหน้าทุกคนอีกด้วย


“แต่ถ้าเจ็บแล้วมีอีกความรู้สึกร่วมด้วย นั่นก็เป็นอีกเรื่อง เนอะพี่ขุนเนอะ”


พูดอย่างเดียวไม่พอ ยังจะมีหน้าอิงหัวซบกับแผ่นอกกว้างด้วยความออดอ้อน ทำเอาพี่ชายได้แต่ตะโกนอยู่ในใจว่า


เบาโว้ยเบา อยากให้เฮียมึงช็อกตายตรงนี้หรือไงจอมพล!


ส่วนผู้คนทั้งหลาย อาทิเช่นพวกรุ่นพี่ต่างๆ ก็ทำเพียงแค่ส่งเสียงโห่แซวมาจากแต่ละมุม และมีบ้างที่อ้าปากค้างตกตะลึงโดยเฉพาะเพื่อนสนิททั้งสามคนของจอมพลที่ไม่เคยเห็นกับตา


บัดนี้ได้ช็อกค้างกันไปหมดแล้ว จะมีก็แต่ดินแดนที่หัวเราะร่าสะใจเนื่องจากเจ้าตัวเห็นบ่อยอีกทั้งยังมีประสบการณ์มากกว่าใครทั้งหมดจึงมีภูมิคุ้มกันมากพอสมควร


อีกอย่างก็อยากจะมาล้อเขากันทำไม เป็นไงล่ะ พอทำให้เห็นแล้วตกใจกันไปเลยล่ะสิ


หึ ไอ้พวกกากเอ๊ย








หลังจากเจอสถานการณ์ที่น่าตกตะลึงผ่านพ้นไป วงล้อมบริเวณโต๊ะตัวใหญ่ก็เริ่มมีผู้คนมากขึ้นเมื่อหลายๆ คนต่างทยอยมานั่งประจำที่ล้อมวงร่วมกัน อีกทั้งการดื่มด่ำท่ามกลางคืนสิ้นปีที่มีอุณหภูมิเย็นพอสมควรยิ่งทำให้ได้บรรยากาศดีกว่าเดิมอย่างบอกไม่ถูก


และมันมักจะเป็นแบบนี้ทุกครั้ง เมื่อถึงวันขึ้นปีใหม่ อากาศที่เคยร้อนอบอ้าวก็จะมีอุณหภูมิลดต่ำพอสมควร อาจจะไม่ได้มากเท่าต่างประเทศที่มีหิมะตก แต่ก็ทำรู้สึกขนลุกได้ทุกครั้งเมื่อลมสัมผัสโดนผิวกาย


แต่ก็อากาศดีได้เพียงแค่วันนี้หรือไม่กี่วันในช่วงเทศกาลปีใหม่ เพราะจอมพลสังเกตมาหลายปีแล้ว พอขึ้นวันที่สองของปีถัดไปเริ่มมาทักทายก็จะเริ่มกลับเข้าสู่โหมดปกติทุกที ร้อนอบอ้าวอยากจะหนีไปอยู่ขั้วโลกเหนือ บางทีเขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่เย็นให้มันหลายๆ วันหน่อย ทำเป็นหวงไปทำไมกัน


“พี่”


จอมพลหันมาเรียกคนที่กำลังโอบกอดเอวเขาเอาไว้โดยที่ก่อนหน้านี้ได้เปลี่ยนเก้าอี้ให้สามารถนั่งได้สองคนไปแล้ว อีกอย่างเสื้อยืดตัวบางที่เคยใส่ในตอนแรกก็ได้ถูกเสื้อฮู้ดของคนข้างกายสวมทับลงมาแล้วเพราะตกดึกอากาศเริ่มเย็นมากกว่าเดิม


รวมถึงไม่ต้องไปพูดถึงเรื่องของสายตาใคร เพราะมีแต่คนสนิทกันทั้งนั้น อีกอย่างคนที่เคยห่วงเขาอย่างพี่ชายก็กำลังโอบกอดแฟนของตนเองอยู่ในอ้อมแขนไม่ต่างกัน ถึงแม้จะสนทนากับคนอื่นแต่เฮียเจ้านายก็ไม่ได้ห่างกายสักนิดเดียว


“หนาวไหม”


“ไม่หนาว อากาศสบายดี”


“ไม่ใช่เพราะว่ากอดจอมเลยไม่หนาวเหรอ”


“หึ”


เสียงที่ส่งมาจากลำคอของอีกฝ่ายทำเอาจอมพลยิ้มร่าอย่างชอบใจ


“นั่นก็ใช่”


“ไม่ทันละ เมื่อกี้ไม่ยอมเล่นเอง”


“เล่นใหม่ได้ไหม”


“ไม่ได้แล้ว ของดีมีครั้งเดียว”


จอมพลตอบก่อนจะใช้ปลายคางดันกับแผ่นอกกว้างเอาไว้และช้อนสายตาขึ้นมองคนที่กำลังสนทนากัน ส่วนอีกฝ่ายเองก็ไม่ต่างกันสักนิด มืออีกข้างโอบเอวของเขาเอาไว้ ส่วนอีกข้างยกขึ้นมาลูบแก้มเขาเล่นอย่างเพลินมือ


“พี่มีความสุขไหม”


คนถูกถามยังไม่ตอบในทันทีและเลือกที่จะระบายยิ้มกว้างส่งให้แทน


“ทำไมถึงถามแบบนั้น” คราวขุนศึกถามกลับก่อนที่จะตอบคำถาม


“จอมอยากรู้ ปีนี้เป็นปีที่สองที่เราได้ฉลองปีใหม่ด้วยกัน พี่มีความสุขไหม เพราะจอมน่ะมีความสุขมากๆ เลย”


“เรารู้คำตอบดีอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”


“  ”


“ต่อให้ไม่ใช่เทศกาลสำคัญ ขอเพียงแค่มีจอมอยู่ด้วยพี่ก็มีความสุขมากที่สุดแล้ว”


“ปากหวาน ไปหัดมาจากไหน เอาไปใช้จีบหญิงที่ไหนปะเนี่ย”


ถึงแม้จะพูดอย่างนั้นแต่ก็ไม่ได้จริงจังนัก ทว่าน้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยความหยอกล้อซะมากกว่า


“จีบหญิงน่ะไม่เคย แต่ถ้าจีบน้องจอมนั่นทำประจำ”


“เหอะ”


สุดท้ายคนที่เย้าแหย่กลายเป็นคนเขินซะเอง อีกทั้งไม่รอช้าหลบสายตาเบี่ยงไปที่อื่นพร้อมกับสบทในลำคอแก้เก้อเบาๆ แต่ท่าทางเหล่านั้นนั้นคงไปสะกิดใจคู่สนทนามากพอดู เพราะฝ่ายที่โอบกอดและให้ที่พึงกลับไม่รีรอก้มหน้ามาจูบปลายจมูกรั้นเบาๆ อย่างรวดเร็ว


“พี่! อายเขา”


“ใครจะมาสนใจ พวกเขาคุยกันอย่างออกรสไม่สนใจพวกเราหรอก อีกอย่างน้องจอมอยากน่ารักเองทำไมล่ะครับ”


“บ้าเหอะ บอกแล้วไงว่าอย่าชมงี้ แล้วก็มาคงมาครับ เดี๋ยวตีเลย”


“ถ้าตี พี่จะทำมากกว่าจูบจมูก”


“ไม่ต้องมาขู่ ถึงไม่ขู่พี่แม่งก็ทำจริงอยู่แล้ว”


“ก็รู้นี่ เพราะฉะนั้นจะทำอีกไหมครับ”


“ไม่ทำอยู่แล้วปะ เดี๋ยวพี่เจ็บ”


ขุนศึกยกยิ้มอย่างชอบใจเมื่อฟังจบ พร้อมกับเขาเองก็ขยับกายเบียดแทรกมากกว่าเดิม เนื่องจากสายลมที่พัดเมื่อสักครู่มีแต่ความหนาวเย็นปะทะมาโดนร่างกาย


“ไปเอาผ้าห่มบนห้องลงมาคลุมดีกว่าไหม”


“ไม่เอาอะ มันหนาไป พี่ก็กอดจอมแน่นๆ ดิ จอมจะได้ไม่หนาว”


“ขยันอ้อน”


ขุนศึกว่าโดยที่กระชับวงแขนของตัวเองมากกว่าเดิมจนไม่มีอากาศใดแทรกผ่านระหว่างเขาทั้งคู่ได้


“ก็เป็นกับพี่คนเดียวปะ”


“นั่นมันต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว ลองไปเป็นกับคนอื่นสิ เจอดีแน่จอมพล”


“เออ รู้ว่าขี้หวงไง ใครจะไปหาเรื่องใส่ตัว”


“รู้ก็ดีแล้วครับ เพราะอย่างนั้นจงเป็นเด็กดีเลี้ยงง่ายๆ”


“สรุปแล้วจอมเป็นแฟนหรือเป็นลูกอะ มาบอกให้เลี้ยงง่ายๆ เนี่ย”


“ไม่ได้เป็นทั้งสองอย่าง”


จอมพลขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อฟังจบ และเตรียมจะฟาดอีกคนบนต้นแขนแล้วเพราะพูดจาไม่เข้าหู ทว่าชะงักได้ทันก่อนเมื่อเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นได้ทันท่วงที


“เพราะเป็นเมีย


“รอดตัวไปนะขุนศึก”


ทว่าทั้งสองยังไม่ทันได้ต่อบทสนทนากันต่อ เสียงเอ่ยขัดก็ดังให้ได้ยินพร้อมกับสายตานับสิบจับต้องมองมาที่พวกเขาเป็นตาเดียว เท่านั้นไม่พอเสียงที่ดังเจียวจ้าวยังเงียบไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้เหมือนกัน


“ห่างกันหน่อยจะตายเหรอจอม”


“ไรอะเฮีย ทีเฮียยังกอดเฮียนายแน่นเลย”


“ก็นี่มันเมียเฮีย”


“นี่ก็แฟนจอมเหมือนกัน


“งั้นมานั่งนี่เลย มานั่งข้างเฮียนี่”


พี่ชายเองก็ใช่จะยอม รีบตีที่นั่งข้างตัวแปะๆ ร้องเรียกน้องชายด้วยน้ำเสียงขึงขังเล็กน้อย


“งั้นเราไปนั่งกับหลานรหัสเธอนะ โอเคไหม” และแล้วเฮียเจ้านายก็เอ่ยแทรกขึ้นราวกับอยู่ข้างจอมพล


“ไม่ได้ เธอนั่งตรงนี้ถูกแล้วเจ้านาย”


“อ้าว น้องนั่งตรงนั้นมันก็ถูกแล้ว นั่นแฟนเขาไง”


“เอ๊ะ! เธอนี่ยังไง เราจะให้น้องเรามานั่งด้วยมันผิดตรงไหน”


“ตั้งสติหน่อยจอมทัพ วันนี้ผีเข้าเธอหรือไง หวงน้องไปทั่วเลย พวกเขาอยู่ตรงนี้ก็ดีแล้วไหม หรือเธออยากให้เขาขึ้นไปเคาท์ดาวน์กันสองคนบนห้องนอน”


“เธอ! เจ้านาย!


“อะไรล่ะ เราพูดความจริงทั้งนั้น แล้วเธอไม่ต้องเดาด้วยว่าจะเคาท์ดาวน์แบบไหน เพราะเธอรู้ดี”


จอมพลและคนอื่นๆ ต่างลงมติเป็นเอกฉันท์ว่าคนที่สามารถห้ามปรามและปราบจอมทัพได้คือเฮียเจ้านายอย่างแท้จริง เพราะพูดเพียงไม่กี่คำ ไม่มีคำหยาบหรือขึ้นเสียงสักนิด พี่ชายคนโตของบ้านจอมกลับสงบลงได้ในพริบตา


“ก็ได้ๆ เอาจริงเราก็แสดงไปอย่างนั้นแหละ แกล้งน้องมันเล่นเฉยๆ”


“แล้วแต่เธอจะพูดแล้วกัน”


เฮียเจ้านายพูดจบเสียงจากบ้านอื่นก็ตะโกนดังลั่นถึงการนับเวลาถอยหลังพอดี และเหตุการณ์ทุกอย่างที่เคยโต้เถียงกันจึงหยุดลงพร้อมกับทุกคนที่มาฉลองที่บ้านจอมเริ่มช่วยกันนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่บ้าง


ทว่าเวลาเพียงสิบวินาทีไม่ได้ทำให้คู่รักอย่างขุนศึกและจอมพลสนใจร่วมวงนับด้วย แต่พวกเขากลับหันหน้าเข้าหากันแทน อีกทั้งเมื่อเสียงเลขหนึ่งดังขึ้น ริมฝีปากของทั้งคู่ก็เคลื่อนหากันโดยที่รสจูบแสนหวานนั้นดำเนินข้ามปีไปอย่างยาวนานก่อนจะผละแยกออกมา ...


“สวัสดีปีใหม่ครับ” จอมพลกล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้ม


“สวัสดีปีใหม่เช่นกันที่รัก”


ขุนศึกเอ่ยตอบก่อนจะจูบเน้นย้ำลงมาอีกครั้งโดยที่ไม่เพื่อนหรือพี่ชายของคนรักเอ่ยขัดแต่อย่างใด เพราะในเวลานี้ทุกคนไม่ได้คิดจะแกล้งอะไรพวกเขาอีกแล้ว เนื่องจากต่างคนต่างหันไปอวยพรและเอ่ยคำต้อนรับเข้าสู่ปีใหม่ให้แก่กัน


“เรื่องที่ไม่ดีในปีเก่าที่จอมเคยทำผิดพลาดหรือทำให้พี่ต้องหนักใจ ช่วยทิ้งมันไว้ที่ปีนั้นนะครับ เพราะปีนี้จอมจะพยายามเป็นคนใหม่และทำตัวให้ดีขึ้นเพื่อตัวของจอมเอง


“  ”


“เพื่อครอบครัว เพื่อนๆ ที่รักและขุนศึก


คนฟังยกยิ้มด้วยความภาคภูมิใจ เพราะตอนนี้เด็กชายจอมพลคิดได้แล้วว่าสิ่งแรกที่ควรนึกถึงและทำให้ควรเป็นตัวเองก่อนคนอื่น ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนสุดท้ายก็ไม่ได้น้อยใจแต่อย่างใด เพราะเคยบอกไปแล้วว่าไม่คิดมาก แต่ขอเป็นคนสุดท้ายคนเดียวตลอดไปก็พอ


“เก่งมากครับคนเก่งของพี่ขุน”


“อือ เก่งเนาะ แฟนใครก็ไม่รู้”


“หึ แฟนขุนศึกไงครับ”


“ใช่เหร๊อ” จอมพลแกล้งถามเสียงสูงกลับด้วยความสนุกสนาน


“ถ้าอย่างนั้นก็แฟนไอ้ด่างหน้าหมู่บ้านละมั้ง”


“พี่อะ!”


เพียงแค่ใบหน้าบูดบึ้งแสดงออกมาก็เรียกเสียงหัวเราะจากขุนศึกได้ทันที


“เดี๋ยวตบปากแตกเลยดีไหม ลืมจอมพลคนก่อนไปแล้วเหรอ”


“อย่าทำเป็นซ่าครับน้อง เดี๋ยวเจอพี่ตบจริงๆ แล้วจะหนาว”


“พี่กล้าตบจอมเหรอ”


“กล้าสิ แต่ด้วยปากพี่นะ”


พอได้ยินแบบนั้นจอมพลก็ทำหน้าปูเลี่ยนออกมาก่อนจะหันไปพูดคุยกับคนอื่นที่พากันมาสนทนาเพื่ออวยพรกับเขาบ้าง อีกทั้งไม่นานเท่าไหร่ก็ผละออกจากวงแขนของคนรักเดินตรงไปหาพี่ชายของตนเองแทน


“สวัสดีปีใหม่ครับเฮีย” รวมถึงยังไม่ทันจะได้รับการตอบกลับก็โดนพี่ชายดึงเข้าไปกอดเสียก่อน


“ปีใหม่แล้วเฮียขอให้น้องชายของเฮียมีแต่ความสุข อย่าได้พบเจอเรื่องเหตุการณ์ร้ายๆ เรื่องราวที่ไม่ดี อุปสรรคหรือสิ่งทำให้เป็นทุกข์อีกเลย ถึงแม้จะห้ามไม่ได้ แต่ถ้าหากได้ทักทายกับมันอีกครั้ง อย่าลืมนะว่าคนที่อยู่ข้างจอมยังมีอีกมากมาย ไม่ว่าจะพ่อแม่ ขุนศึกหรือเพื่อนเองก็ตาม”


“  ”


“โดยเฉพาะพี่ชายที่ชื่อจอมทัพ ถ้าน้องจอมหันมาหาเมื่อไหร่จะเจอเฮียเสมอ เฮียยังอยู่ตรงนี้ที่เดิม อ้าแขนรอน้องชายตัวเล็กของเฮียตลอดเวลาและจะไม่มีวันไปไหนครับ”


“ขอบคุณครับ เฮียก็เหมือนกันนะ จอมอาจจะพูดหรือแสดงออกไม่เก่ง แต่จอมรักเฮียมากๆ เลยนะ พี่ชายคนเก่งและซูเปอร์แมนของจอม”


จอมพลกล่าวจบก็ถูกปล่อยตัวออกมาก่อนที่พี่ชายจะมอบรอยยิ้มให้อบอุ่นและใจดีเหมือนในครั้งวันวานเช่นเดิม พร้อมกับคนรักของเขาเดินเข้ามาใกล้ก่อนจะพูดคุยกับจอมคนโตบ้าง


มึงก็ด้วยนะขุนศึก จากนี้ไปทุกย่างก้าวของมึงจะมีครอบครัวจอมคอยซัพพอร์ตเสมอ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เมื่อไหร่ ถ้าต้องการ พี่ชายคนนี้จะไปหามึงเหมือนกัน


ขอบคุณครับเฮีย เฮียก็เหมือนกันนะ อย่าทำงานหนักเยอะเกินไป รักษาสุขภาพบ้าง ยังมีคนข้างๆ และคนข้างหลังเป็นห่วงเสมอนะครับ


เออ ขอบใจมาก มึงด้วย รีบๆ ฝึกงานให้จบแล้วกลับมาอยู่นี่ไวๆ หมาที่บ้านกูจะได้เลิกทำหน้าเศร้าสักที


คนที่ยืนอยู่ข้างๆ ได้ยินบทสนทนาของพี่ชายก็ได้แต่บุ้ยปากเล็กน้อยเมื่อโดนดึงเข้าไปอยู่ในการพูดคุยด้วย แต่แล้วไม่นานก็มีคนเข้ามาหาจอมทัพมากขึ้น


สุดท้ายทั้งสองจึงปล่อยให้พี่ชายได้พูดคุยกับคนอื่นบ้าง อีกทั้งไม่รอช้าปลีกตัวออกมาจากผู้คน สองมือสอดประสานพากันเดินหลบมุมมาในที่ลับตาแต่ไม่ไกลจากจุดสังสรรค์เท่าไหร่ เนื่องจากต้องการหาที่สงบสุขอยู่ร่วมกันครู่หนึ่ง


และเมื่ออยู่เพียงลำพัง ท่อนแขนหนาก็ไม่รอช้าตวัดดึงเอวเล็กกว่ามาแนบกายพร้อมกับจอมพลจอมหายไปกับอกของขุนศึก 


ไออุ่นที่คุ้นเคย ความรู้สึกปลอดภัยที่ได้รับอย่างทุกทีทำเอาจอมพลแทบอยากจะหลับคาอ้อมกอดนี้ไปในทันที ทว่าไม่นานนักเจ้าตัวกลัวนึกบางอย่างขึ้นได้ก่อนจะไม่รอช้าพูดขึ้น


“ถ้าจอมขอพรได้ จอมอยากให้เราอยู่ด้วยกัน ฉลองปีใหม่ร่วมกันแบบนี้ตลอดไป”


“รู้ใช่ไหมว่าตลอดไปไม่มีอยู่จริง” เสียงทุ้มกล่าวออกมา


“  ”


“แต่ตราบใดที่พี่ยังอยู่ด้วย พรของน้องจอมจะเป็นจริง”


 “  ”


“เราจะได้ฉลองปีใหม่ด้วยกันทุกปี อยู่ด้วยกันในทุกๆ วัน และมีความสุขในทุกวินาทีที่ได้มีลมหายใจ”


“  ”


“พี่อาจจะให้คำสัญญาไม่ได้ เพราะคำสัญญาเป็นเพียงคำพูดที่เชื่อถือไม่ได้”


“  ”


“เพราะเมื่อไหร่ที่ใจคนเปลี่ยน คำสัญญามักจะถูกลืมเลือนและจางหายไป”


“  ”


“แต่สำหรับขุนศึก จอมพลจะคงอยู่ตลอดกาลและเป็นคนเดียวที่ได้ความรักจากพี่ตลอดไป”


วงแขนที่กระชับแน่นขึ้นอีกทั้งแววตาหวานซึ้งที่มองจ้องลงมาทำเอาจอมพลตกอยู่ในห้วงอารมณ์แสนมีความสุขจนอยากจะหยุดเวลาไว้ที่ตรงนี้ไปเรื่อยๆ


“ขอบคุณที่เป็นพระอาทิตย์ ดวงดาวและโลกทั้งใบของขุนศึก”


ไม่ว่าจะตอนนั้นหรือตอนนี้ ขุนศึกก็ยังคงให้เขาเป็นทุกอย่างสำหรับเจ้าตัว เป็นทุกสิ่งเหมือนกับโลกทั้งใบที่ทำให้อีกฝ่ายกลับมาสดใสและยิ้มได้อีกครั้ง


ทุกสิ่งทุกอย่างที่ขุนศึกแสดงและกระทำให้เขาเห็นมาตลอด มันทำให้เขาขอบคุณอีกฝ่ายมากไม่ต่างกัน เพราะความรักที่มอบให้กับเขาอย่างท่วมท้น ทำให้จอมพลเป็นมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์และถูกเติมเต็มทุกๆ สิ่งได้มากกว่าเดิมเยอะทีเดียว


“ขอบคุณครับจอมพล”


“ขอบคุณเหมือนกันครับขุนศึก”


ขอบคุณขุนศึกซึ่งเปรียบเสมือนโลกทั้งใบของเด็กผู้ชายที่จอมพลไม่ต่างกัน


ขอบคุณทุกช่วงเวลาและทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้เราได้มาพบกัน


ขอบคุณที่สอนให้เขารู้จักรักตัวเอง คิดถึงตัวเองและขอบคุณตัวเองก่อนที่จะขอบคุณคนอื่น


ขอบคุณอนาคตที่ยังไม่รู้แน่ชัด แต่ในวันถัดๆ ไป เราจะช่วยกันเขียนมันขึ้นมาร่วมจากสองมือของพวกเราเอง


สุดท้ายขอบคุณความรักทั้งหมดที่มีให้ และเขาจะตอบแทนกลับไปให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เอง รวมถึงจะมอบความสุขที่มีให้มาตลอดกลับไปให้ขุนศึกได้รับมันอย่างท่วมท้นบ้างเช่นกัน


ขอบคุณครับขุนศึกและจอมพล








          - สวัสดีปีใหม่นะคะทุกคน ขอให้ปี 2019 เป็นปีที่ใจดีกับทุกคน เป็นปีที่มีแต่เสียงหัวเราะรวมถึงรอยยิ้มและพบเจอแต่เรื่องราวดีๆ มีแต่ความสุขในทุกวินาทีที่ได้ก้าวเดินเลยนะคะ (*´▽`*)


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 108 ครั้ง

991 ความคิดเห็น

  1. #887 Fa-Miin (@Fa-eal) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 00:28

    น้องจอมหนูพี่หมั่นเขี้ยวอยากตีน้องน้องนั่งตักพี่ขุน เฮียทัพน่าสงสารแถมน่ารักอ่ะน้องก็ช่างแกล้ง พาร์ทนี้ทำเราเขินสุดๆแล้วล่ะมั้งเนี่ยไม่ก็ภูมิคุ้มกันเราต่ำลงฮรือ

    #887
    0
  2. #886 CyL.27 (@tiraporn0031) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 18:41
    สวัสดีปีใหม่ค่ะไรท์

    💖

    ชอบมากๆเลยค่ะ ชื่อตอนคิดว่าจะมีอะไรไม่ดีต่อใจแล้ว 555555555555 น้องจอมของพี่ขุน
    #886
    0
  3. #885 Nnnn (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 18:36

    สวัสดีปีใหม่ค่ะไรท์​ น่ารัก​ อบอุ่น​ ละมุนเช่นเคย​ ชอบมากๆเลยค่าา​

    #885
    0