sub eques auratus [ MINNO ]

ตอนที่ 9 : CHAPTER VIII : Regem

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,704
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 197 ครั้ง
    22 มี.ค. 63

Makarov rudemoore

 

 

ช่วงเวลาผ่านพ้นล่วงเลยไปหลายเดือน จนเข้าสู่ช่วงสุดท้ายที่ต้องอำลาฤดูใบไม้ร่วง มันเป็นช่วงเวลาที่ชาวโซลเซียนาต่างก็รอคอยมากที่สุด กับการต้อนรับฤดูกาลอันหนาวเหน็บที่กำลังจะมาเยือน ณ อาณาจักรแห่งนี้

 

โซลเซียนาเป็นอาณาจักรเขตหนาว แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีฤดูร้อนเลย เพียงแค่ไม่ได้ร้อนเทียบเท่ากับลอยย์หรือเซคันดาติเท่านั้น ตรงข้ามกันในฤดูหนาวของโซลเซียนานั้น หนาวจัดจนเรียกได้ว่าเป็นความหนาวที่สามารถสังหารคนตายได้ในบางปี ประชาชนต้องเตรียมรับมือกับฤดูที่แทบจะไม่สามารถปลูกพืชผักอะไรได้ และจะต้องนำเงินที่เก็บมาทั้งปีมาใช้งานไปเพื่อรอให้ฤดูใหม่มาและเริ่มทำการเกษตรใหม่อีกครั้ง

 

ความหนาวเป็นของคู่โซลเซียนา แน่นอนว่าการต้อนรับความเย็นยะเยือกที่กำลังจะเข้าสู่อาณาจักรแห่งนี้ต้องยิ่งใหญ่เหนืออาณาจักรใดในโลกนี้ พิธีเต้นรำเป็นดั่งเอกลักษณ์ของโซลเซียนา ไม่มีประชาชนใดที่ไม่มีความสามารถด้านการเต้นรำ ทุกคนเฝ้ารอคอยวันที่จะได้ออกมาใส่ชุดราตรีที่ตนเตรียมมาตลอดหลายวันสำหรับพิธีนี้โดยเฉพาะ ยิ่งกับสตรีและบุรุษทั้งหลายที่คาดหวังไว้ว่าจะมีใครสักคนมาขอตนเต้นรำแล้ว ชุดของพวกเธอต้องไม่น้อยหน้าไปกว่าใครแน่

 

สำหรับโลกอันกว้างขวางและใหญ่โตนี้แล้ว การมีความรักที่ไม่ได้เกิดจากหญิงและชาย นับเป็นเรื่องที่แสนจะปกติ หลายอาณาจักรที่มีองค์ราชินีถึงสอง ไร้การปกครองโดยราชา และอีกหลายอาณาจักรที่ถูกปกครองโดยสองราชา ไร้ซึ่งราชินี

 

และดัคลาส เดนวา ก็เชื่อว่าในค่ำคืนของงานเต้นรำ ต้องมีเจ้าชายรูปงามมาขอโวลธาเนียเต้นรำเป็นแน่

 

จริงอยู่ที่งานเต้นรำนั้นเป็นเอกลักษณ์ของโซลเซียนา และนับว่าเป็นพิธีที่จริงใหญ่ที่สุดในอาณาจักร หากแต่จะยิ่งใหญ่ได้อย่างไร ถ้ายังไร้ซึ่งแขกรับเชิญผู้มีเกียรติทั้งหลาย คงไม่พ้นเหล่าองค์ชายจากหลายอาณาจักรทั่วโลกแน่ๆ

 

การที่องค์ราชาแต่ละอาณาจักรส่งตัวบุตรชาย บุตรสาวของตนมางานเต้นรำของโซลเซียนา เป็นเหมือนการกระชับมิตรระหว่างอาณาจักรให้แน่นแฟ้นขึ้น แน่นอนว่าองค์ชายองค์หญิงหลายคน ต้องเริ่มเรียนรู้การเต้นรำสำหรับงานอันยิ่งใหญ่ ด้วยบางประเทศที่ไม่เอื้ออำนวยเรื่องการสอนเต้นรำ ไม่ผิดไปนักหากจะส่งตัวบุตรของตนมาเรียนรู้การเต้นรำที่อาณาจักรนี้

 

เอลิยอนยืนเกาหัวด้วยความงุนงงหลังจากถูกทหารผู้ได้ชื่อว่าเป็นทหารของราชินีลากตัวมายังสวนหลังราชวัง แทนที่จะเป็นห้องโถงกว้างสำหรับสอนเต้นรำที่กำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่ช้านี้ เวลาล่วงเลยมานานพอสมควรแล้ว โชคร้ายที่เขามันจอมหลงทางจนไม่สามารถเดินกลับไปยังที่หมายด้วยตัวเองได้ ที่จริงเขาไม่ได้รังเกียจในตัวทหารหญิงคนตรงหน้าที่ลากเขามายังที่แปลกตาแต่อย่างใด หากแต่การถูกลากมาเช่นนี้ ถ้าพระบิดามาเห็นเข้าก็คงดูไม่ดีนัก

 

ข้างกายของเขามีเจ้าชายจากเวล์มเฮล์มกำลังยืนเชยชมดอกไม้ในสวนอย่างสบายใจโดยอาจลืมนึกไปแล้วว่าในตอนนี้องค์ชายจากหลายอาณาจักรกำลังซ้อมเต้นรำกันอย่างขยันขันแข็ง เหตุใดเขาต้องมาอยู่ที่นี่พร้อมกับสหายคนสนิทถึงสองคน?

 

“เธอจะพาตัวเนเพนเธสมาทำไม?” ฟรอยเออร์ เรนกอร์ดเอ่ยถามหญิงสาวผมประบ่าข้างกายหลังจากที่เธอทำผิดแผนที่ได้ตกลงกันไว้ในคืนก่อนที่เหล่าองค์ชายจะมาเยือนโซลเซียนา ทั้งที่ดัคลาสก็ออกคำสั่งชัดเจนแล้วว่าให้พาตัวเลอกรันจ์มาเพียงผู้เดียว หากแต่ผู้ที่กำลังเชยชมดอกไม้อยู่นั้นมาที่นี่เพื่อสิ่งใด?

 

“อาณาจักรเวล์มเฮล์ม เดิมทีไม่ถูกกับลิวาเอล ฉันเชื่อว่าองค์ชายเนเพนเธสจะเข้าใจพวกเรา” เธอเอ่ยถึงเรื่องราวระหว่างสองอาณาจักรอย่างคร่าวๆเพื่อให้ดัคลาสเข้าใจ ร่างหนาของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นองค์ชายที่ฝีปากร้ายกาจกว่าใคร ชะงักเล็กน้อยเพราะถูกกล่าวถึงด้วยประโยคที่เหมือนพาดพิง แน่นอนว่ามันน่าสนใจมากกว่าดอกอัลมอนต์ตรงหน้า ดวงตาเรียวหันไปมองตามร่างของหญิงสาวผู้เป็นทหารราวกับสนอกสนใจถึงเหตุผลที่เธอลากเขามาที่นี่

 

อาณาจักรเวล์มเฮล์ม เดิมทีสอนให้เหล่าผู้ที่มีเชื้อสายกษัตริย์ ไม่ควรเหยียดหรือดูถูกผู้มีศักดิ์ด้อยกว่ายิ่งด้วยนิสัยสบายๆของออซวอลต์แล้ว เขาไม่มีปัญหาที่จะต้องมานั่งจับกลุ่มคุยกับเหล่าทหารที่มีศักดิ์ต่ำกว่าตนหลายเท่า

 

“ฉันยินดีช่วยถ้าพวกนายต้องการ เดิมทีฉันก็ไม่ถูกกับจิ้งจอกรูทมอร์อยู่แล้ว” มือหนาเด็ดเข้าที่ดอกอัลมอนต์ดอกหนึ่งที่ใกล้มือมากที่สุด ก่อนจะเชยชมมันราวกับต้องมนตร์

 

สีขาวบริสุทธิ์ของดอกอัลมอนต์ไม่ต่างอะไรจากจิตใจที่ใสสะอาดของผู้เป็นองค์ชายแห่งโซลเซียนา ด้วยรูปดอกที่งดงามจนยากจะอดใจไหวไม่เด็ดมันออกมาเชยชม กลีบดอกที่บอบบางเหมือนกับคนตัวขาวที่ไร้ซึ่งกำลังที่จะปกป้องตน เพียงเนเพนเธสยกมือขึ้นเกลี่ยปลายกลีบดอกนั้นเบาๆ มันก็ปลิวไปพร้อมกับสายลมที่พัดผ่าน เปรียบดั่งโวลธาเนียที่ยามถูกรังแกจากผู้ที่มีกำลังเหนือกว่า เจ้าตัวก็พร้อมจะพังทลายลงได้ทุกเมื่อ

 

ดัคลาส เดนวาถอนหายใจอย่างปลงกับความคิดพิเรนท์ของหญิงสาวข้างกายที่อยากให้ออซวอลต์มีส่วนร่วมกับเรื่องราวนี้ หากแต่ไม่คิดจะโต้แย้งกลับไปในเมื่อตอนนี้สายตาของออซอวลต์นั้น กำลังเค้นคำพูดให้ออกมาจากปากเขาผ่านสายตาคู่นั้น เจ้าตัวไม่ได้ส่งสายตาดุดันอย่างที่ควรจะทำ เพียงแต่การจ้องไม่วางตานั้น ก็ไม่ต่างอะไรจากการกดดันเลยสักนิดเดียว

 

เขาถอนหายใจออกมายาวเหยียดเพื่อรวบรวมสติของตน บริเวณสวนหลังราชวังมีทั้งเพโรน่า ริซ รูเฟน ทีร์กานา ออซวอลต์ เนเพนเธส และเอลิยอน เลอกรันจ์ ภาพบรรยากาศวันประชุมกระชับมิตรของสามอาณาจักรลอยเข้าหัวดัคลาสมาอย่างช่วยไม่ได้

 

“จะพูดสิ่งใดก็พูดเถอะฟร- ดัคลาส" เพราะความเคยชินของเลอกรันจ์.. ทำให้อีกคนเกือบที่จะเรียกชื่อต้องห้ามออกไป โชคดีที่เขายังมีสติ

 

ไม่รอให้เวลาล่วงเลยไปอย่างสูญเปล่า เจ้าของเรือนผมสีสว่างเริ่มเล่าเรื่องของอาณาจักรโซลเซียนาเรื่องที่ช่างเครื่องประดับหายไปถึงห้าสิบคน รวมไปถึง เดเนบ เพอร์ลา ผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นช่างทำเครื่องประดับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาณาจักร พร้อมกับพยายามอธิบายทฤษฎีที่ตนได้คิดไว้ในตอนที่บุกเข้าไปยังห้องสมุดของอาณาจักรด้วย

 

ทั้งออซวอลต์และเอลิยอนต่างก็ตั้งใจฟังในสิ่งที่นายทหารพูด สิ่งที่ดัคลาส เดนวา ต้องการจากองค์ชายทั้งสองคือความร่วมมือและความช่วยเหลือที่จะสืบสาวราวเรื่องเกี่ยวกับอาณาจักร ความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความสวยงามของที่นี่ เขาต้องได้รับรู้ความจริง

 

เวลาช่วงบ่ายของวันนี้เหล่าทหารของโซลเซียนาที่ต้องการจะเข้าร่วมพิธีเต้นรำ ต้องไปรวมตัวกันที่ลานกว้าง ไม่ใช่การฝึกซ้อมต่อสู้อย่างเคยเป็น แต่ไปเพื่อการฝึกฝนเต้นรำต่างหาก.. ใช่ แม้แต่ทหารก็ต้องเข้าร่วมงานนี้ด้วย องค์ราชาคาลอส โวลธาเนีย ใจดีมากพอที่จะให้ทหารทั้งหลายมีสิทธิเข้าร่วมและเต้นรำกับคู่ของตนได้ แต่บางคนก็เลือกที่จะไม่ไป

 

สำหรับเจ้าชายฟรอยเออร์นั้น เขาเคยผ่านงานเต้นรำมาบ้าง ครั้งหนึ่งในชีวิตเจ้าตัวเคยได้เต้นรำกับหญิงสาวต่างแดนซึ่งเป็นเจ้าหญิงในพิธีเฉลิมฉลองครบรอบการขึ้นครองราชย์ขององค์ราชาจาร์ฟา แต่นั้นมันก็นานมากแล้วและแน่นอนว่าในงานเต้นรำที่โซลเซียนาครั้งนี้ เขาจะไม่เข้าร่วมเด็ดขาด ระเบียงห้องพักสำหรับทหาร คงเป็นที่ที่ดัคลาสจะไปพักผ่อนในวันพิธีเต้นรำ และอีกสาเหตุที่บ่ายนี้เขาไม่ต้องไปที่ลานกว้าง ก็เพราะว่าต้องเข้าไปเฝ้าองค์ชายตัวขาวในห้องทานอาหารที่กำลังปรึกษาเรื่องสำคัญอยู่กับราชาจากอาณาจักรอื่นอยู่

 

ย้อนหลับไปในวันที่พวกเขาถูกพบในห้องสมุดโดยดัลเธีย ชีร์โก ในวันนั้นเขาควรจะโดนลงโทษหลายข้อหา ทั้งเรื่องออกมายามวิกาลเกินเวลาที่กำหนด ทั้งบุกรุกพังประตูห้องสมุด ไหนจะเรื่องที่สอดรู้สอดเห็นเกี่ยวกับอาณาจักรมากเกินไปอีก แต่ในตอนที่อีกคนลากพวกเขาไปยังห้องขององค์ราชา อีกคนกลับรายงานเพียงแค่ว่านายทหารทั้งสามนั้นออกมายามวิกาลเกินเวลาที่กำหนด

 

เพโรน่าถามแล้ว และถามย้ำถึงสามครา ว่าเหตุใดจึงรายงานต่อราชาไปเช่นนั้น ทั้งที่ความผิดของพวกเธอสามารถประหารชีวิตได้เลยด้วยซ้ำ แต่ความเงียบของอีกคนก็เป็นคำตอบให้เธอ ดังนั้นการทำความสะอาดลานกว้างของราชวัง ก็เป็นบทลงโทษที่นับว่าเล็กน้อยที่สุดสำหรับทหารที่นี่.. และสาเหตุที่ริซไม่จู้จี้มากไปกว่านั้น เพราะเธอเองก็กลัวว่าหัวจะหลุดออกจากบ่าเช่นกัน

 

"คืนวันงานเต้นรำฉันจะลงไปคุกใต้ดินกับเอลิยอน ฉันเชื่อว่าดัลเธีย ชีร์โกจะไม่ค้านคำสั่งขององค์ชายต่างแดน" เป็นข้อเสนอที่ออกมาจากปากของออซวอลต์ เนเพนเธสหลังจากที่ฟังเรื่องราวจนจบ

 

ออซวอลต์ เนเพนเธส เดิมทีไม่ใช่คนใจจืดใจดำขนาดนั้น ที่อาณาจักรเวล์มเฮล์มเขาก็มักจะช่วยเหลือทหารที่เดือดร้อนเป็นธรรมดา แม้จะปากร้ายไปบ้างแต่จิตใจของอีกคนไม่ได้ร้ายอย่างปากว่าเลยสักครั้ง และนั่นเลยทำให้เขามักมีเหล่าสหายมากมายหลายอาณาจักร รวมถึงเอลิยอนก็เคยได้รับการช่วยเหลือจากคนข้างกายนี่ด้วย

 

"ไม่ถามฉันสักคำเลยหรือว่าอยากลงไปไหม?" คนที่ถูกบังคับให้ลงไปคุกใต้ดินของโซลเซียนากับเนเพนเธสเอ่ยขึ้น

 

"หากให้นายเลือกเอง นายก็เลือกหนีออกจากงานกลับลอยย์น่ะสิ"

 

เอลิยอนมีอาการขัดใจอย่างเห็นได้ชัด เดิมทีเขาไม่ใช่คนสอดรู้สอดเห็นแบบฟรอยเออร์หรือคนกล้าได้กล้าเสียอย่างออซวอลต์ จะให้เขาลงไปเดินเล่นในคุกใต้ดินของโซลเซียนา คิดหรือว่าเขาจะอยากลงไป หากเจอตัวนักโทษเกิดอาการคุ้มคลั่งขึ้นมา แหกคุกแล้วฆ่าเขาตายตรงนั้น เขาจะทำอย่างไร?

 

"กระหม่อมคิดว่าพวกท่านควรกลับไปยังด้านในได้แล้ว ก่อนที่ครูสอนเต้นรำจะอารมณ์ไม่ดีเพราะพวกท่านไปไม่ตรงเวลา" รูเฟน ทีร์กานา หลังจากที่ยืนเงียบอยู่นานก็เอ่ยขึ้นพร้อมกับผายมือไปยังทางออกของสวนหลังราชวัง เป็นการบอกว่าให้องค์ชายทั้งสองกลับไปเรียนเต้นรำได้แล้ว

 

ออซวอลต์ไม่มีเหตุผลใดที่ต้องขัด เขายักไหล่เป็นคำตอบก่อนจะคว้าข้อมือของสหายสนิทจากต่างแดนอย่างเอลิยอนให้เดินออกมาด้วยกันเพื่อกลับเข้าไปยังด้านในปราสาท ทิ้งไว้เพียงนายทหารทั้งสามที่ยังยืนอยู่ตรงนั้น

 

พวกเขาเองก็ต้องรีบกลับเข้าไปเช่นกัน แต่ไม่ใช่เข้าไปในห้องโถงกว้างที่มีเหล่าองค์หญิงองค์ชายกำลังเรียนเต้นรำกันอยู่ แต่เป็นห้องอาหารที่มีองค์ราชา ราชินีและองค์ชายตัวขาวนั่งอยู่ที่นั่น ในตอนนี้เขาและเพโรน่าออกมาด้านนอกจนล่วงเลยเวลาที่สมควรจะเข้าไปด้านในแล้ว หากช้ากว่านี้อีกสักนิดเขาอาจจะถูกลงโทษมากกว่าไปทำความสะอาดลานกว้างก็ได้

 

ดัคลาสแยกกับรูเฟนทันทีที่เดินมาถึงประตูจากด้านหลังของราชวัง เจ้าตัวมีหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายนั่นก็คือการเฝ้าประตูหน้า แน่นอนว่าเขาแอบได้ยินเสียงบ่นอุบของทีร์กานาว่าไม่ไว้ใจที่ปล่อยเขาเดินไปกับแม่สาวผมสีแดงประบ่า เป็นโชคร้ายที่นอกจากเขาจะได้ยินแล้วคนถูกเอ่ยถึงก็ได้ยินเช่นกัน จึงทำให้เกิดปากเสียงกันเล็กน้อย จนดัคลาสต้องปรามให้หยุด ทั้งคู่ถึงได้ยอมแยกกัน

 

ไม่มีครั้งใดที่ทั้งสองอยู่ด้วยกันแล้วจะไม่ทะเลาะกัน

 

ตามโถงทางเดินไร้ซึ่งเหล่าแม่บ้านที่ก่อนหน้านี้มักจะเดินปัดกวาดทำความสะอาดกันเต็มไปหมด เหตุผลก็คงเป็นเพราะต้องไปคอยปรนนิบัติรับใช้เหล่าผู้มีเชื้อสายกษัตริย์จากต่างแดนในห้องโถงกว้าง คนเหล่านั้นก็นิสัยไม่ต่างอะไรจากโวลธาเนียนักหรอก ความเอาแต่ใจที่เอาแต่จะพึ่งพาเหล่าทหารและคนใช้ สายตาเหยียดหยามที่มักใช้มองคนที่มีศักดิ์ต่ำกว่า

 

ไม่สิ.. ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเหมือนโวลธาเนีย สิ่งหนึ่งที่ไม่เหมือนคือรอยยิ้มที่น่าเอ็นดูนั่นต่างหาก

 

...บางทีเขาอาจจะสติแตกไปแล้วจริงๆ

 

ดัคลาส เดนวายกมือขึ้นกุมขมับตัวเองทันทีที่จู่ๆหัวสมองเจ้าปัญหาของตนก็ดันมีความคิดที่ว่าโวลธาเนียนั้นน่าเอ็นดูเข้ามาเสียได้ เพโรน่าหันมามองเขาด้วยสายตาเชิงถามว่าเป็นอะไรหรือไม่? แต่เขาก็ยกมือปรามไว้แทนคำตอบที่ว่าเขาไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้น

 

ประตูบานใหญ่ถูกเปิดออกด้วยมือเรียวของหญิงสาวทันทีที่มาถึงห้อง เป็นเพราะมันไม่ได้ถูกปิดไว้อย่างสนิทแต่แรก ดังนั้นการที่เธอค่อยๆดันประตูออกไปก็อาจจะไม่ใช่เรื่องเสียมารยาทนัก ทั้งเขาและเพโรน่าต่างก็โค้งคำนับให้กับเหล่าเชื้อพระวงศ์ที่นั่งอยู่อย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ก่อนจะออกไปยืนบริเวณที่ไม่ได้ไกลจากตัวองค์ชายผมสีน้ำตาลมากนัก

 

นอกเหนือจากราชาคาลอส ราชินีและโวลธาเนียแล้ว ยังมีกษัตริย์จากลิวาเอลนั่งอยู่ด้วย ไม่ไกลจากราชาแห่งลิวาเอลนักก็มีเจ้าชายผู้ได้ฉายาว่าเป็นจิ้งจอกเจ้าเล่ห์นั่งอยู่ข้างกัน แน่นอนว่าเขาเห็นทีโอ รูทมอร์ส่งสายตาคาดโทษมาที่เขาด้วย

 

มาคาลอฟ รูทมอร์ไม่มีใครไม่เคยได้ยินชื่อนี้ กษัตริย์แห่งลิวาเอลที่ได้ชื่อว่าโหดร้ายทารุณราวกับสัตว์ป่าที่กำลังหิวกระหายมากที่สุด หยาดเลือดและความเจ็บปวดของผู้คนเป็นดั่งของหวานของเขา เป็นราชาองค์แรกที่มีความคิดโหดร้ายในการยึดครองอาณาจักรอื่นๆโดยใช้การทำสงคราม ทั้งที่อาณาจักรอื่นพยายามอย่างหนักที่จะสร้างมิตรให้ได้มากที่สุด

 

แต่กับมาคาลอฟ ไม่ใช่เช่นนั้นเลย

 

โวลธาเนียชายตามามองเขาเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปมองจานอาหารตรงหน้าดังเดิม อีกคนอยู่ในชุดที่ค่อนข้างจะเต็มยศ เนื้อผ้าสีชมพูอ่อนที่ดูแล้วยิ่งทำให้คนตัวขาวดูน่ามองมากขึ้น ขาเล็กที่ยกขึ้นพาดไขว่ห้างและใบหน้าที่เรียบเฉย คงต้องยอมรับเลยว่าดัคลาสไม่เคยเห็นอีกคนในท่าทางมาดขนาดนี้มาก่อน ยิ่งนิ้วสวยที่ยกขึ้นปัดปอยผมที่ปรกหน้า ยิ่งทำให้เขาผ่อนลมหายใจหนัก

 

"ไม่มีใครสอนทหารสกปรกพวกนี้หรือ? ว่าควรมาให้ตรงเวลาที่นัดหมาย แล้วเข้ามาในตอนที่ราชากำลังพูดอยู่นั้น สมควรแล้วหรือไม่ที่ต้องประหารชีวิต" ประโยคหาเรื่องเช่นนั้นไม่ใช่ใครอื่นไกล นอกจากทีโอ รูทมอร์ ลำคอที่เชิดขึ้นสูงแสดงถึงความเย่อหยิ่งของตนพร้อมกับแขนที่ยกขึ้นกอดอก หากไม่ติดว่าเขายังเป็นดัคลาส เดนวาสาบานเลยว่าเขาจะทำให้อีกคนไม่กล้าทำเช่นนั้นกับใครอีก

 

"อย่าถือสาทหารชั้นล่างเลยลูกรัก.. กลับมาที่เรื่องของเราเถิด.. ว่าต่อสิคาลอส" ดัคลาสกระทุ้งศอกเข้าที่สีข้างของหญิงสาวเบาๆหลังจากที่เห็นว่าสหายข้างกายกำลังทำกิริยาไม่เหมาะสมหลังจากเห็นท่าทางและน้ำเสียงที่น่าหมั่นไส้ขององค์ราชาแห่งลิวาเอล สาวเจ้าหันมามองดัคลาสเล็กน้อย แต่ในเวลาต่อมาก็ตีสีหน้านิ่งกลับไปมองที่โต๊ะอาหารตัวกว้างดังเดิม

 

"อ่าใช่.. ในคืนพิธีเต้นรำที่จะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่วัน เราอยากจะให้องค์ชายทีโอ มาเป็นคู่เต้นรำให้กับลูกของเรา" ดวงตาเจ้าปัญหาของดัคลาสตวัดไปมองคนตัวขาวที่นั่งทำสีหน้าเหมือนจะร้องไห้อยู่รอมร่อหลังจากที่ผู้เป็นราชาแห่งโซลเซียนาเอ่ยจบ

 

คาลอส โวลธาเนียคงไม่รู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคนตัวขาว เมื่อมาย้อนนึกดูแล้วต่อให้พระองค์รู้ไปก็คงทำเป็นหูทวนลม เขาจำได้ดีว่าผู้เป็นราชานั้นไม่ปลื้มบุตรชายของตนเพียงใด ยิ่งเอลิยอนเคยเล่าว่าองค์ราชาโปรดปรานในตัวทีโอ รูทมอร์มาก ต่อให้คนตัวขาวร่ำไห้ขอร้องอ้อนวอนขอให้เชื่อเรื่องที่ทีโอทำร้ายตน คาลอสก็คงจะไม่ฟัง

 

ใบหน้าขาวเบือนหน้ามาหาเขาอีกครั้ง แววตาที่ตัดพ้อกับชีวิตตนเองดูแล้วช่างน่าสงสารไม่อาจโกหกได้ ดัคลาส เดนวาไม่ได้แสดงสีหน้าเห็นใจออกมา มีเพียงความเรียบนิ่งเท่านั้นที่ยังคงฉายอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา ไม่มีใครได้ทันสังเกตเลยสักนิดว่าทหารผมสีสว่างของโซลเซียนากำลังสบตากับองค์ชายตัวขาวอยู่

 

"มีอะไรอยากพูดหรือไม่ องค์ชายมัลฟอน?" กษัตริย์แห่งลิวาเอลหันมาเอ่ยถามเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลที่นั่งเงียบมาตั้งแต่เริ่มพูดคุยกันแล้ว "หากไม่อยากเต้นรำคู่กับลูกชายของฉันก็พูดมาเถิด.. ฉันเองคงรู้สึกไม่ดีหากต้องฝืนใจองค์ชาย คิดเช่นนั้นไหม?"

 

ความเงียบเป็นคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับโวลธาเนีย ดวงตาตัดพ้อพยายามอย่างหนักที่จะทำเป็นไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับคำพูดที่เหมือนเห็นใจแต่กลับมีดวงตาหลายคู่กำลังกดดัน ตัวมาคาลอฟเองก็รู้อยู่แก่ใจว่าถ้าหากโวลธาเนียเอ่ยปากแย้งออกไป องค์ราชาคาลอสก็ต้องบีบบังคับให้เขาต้องเต้นรำอยู่ดี ไม่มีตัวเลือกให้กับองค์ชายตัวขาวเลยสักนิด

 

เขาเกลียดชีวิตของตัวเอง เกลียดพระบิดา เกลียดตัวเองที่เกิดมาเป็นโวลธาเนีย ผู้เป็นบิดาของเขาไม่เคยทำหน้าที่ที่บิดาพึงกระทำแก่บุตรเลยสักครั้ง เขาไม่เคยมีความสุขตั้งแต่เกิดมา การเกิดมาบนกองเงินกองทองที่สูงศักดิ์ไม่ได้ช่วยให้ชีวิตของเขาสุขสบายขึ้น คาลอส โวลธาเนีย คือบุคคลที่มัลฟอนอยากจะหนีไปให้ไกลมากที่สุด ไกลจนไม่สามารถหากันเจอได้อีก

 

มือขาวที่วางอยู่ตรงหน้าตักกำเข้าหากันแน่น แม้สีหน้าจะยังแสดงถึงความเรียบเฉย แต่ภายในใจนั้นกำลังร่ำไห้อย่างสาหัส

 

"องค์ชายมัลฟอนไม่เต็มใจที่จะเป็นคู่เต้นรำกับองค์ชายทีโอ ท่านมีปัญหาหรือไม่?" เสียงเข้มที่คุ้นหูมัลฟอนเป็นอย่างดีเอ่ยขึ้นโดยไม่มีใครขอความเห็น คนตัวขาวรีบหันไปมองเจ้าของผมสีสว่างที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากตนมากนักด้วยแววตาที่ตกใจไม่น้อย

 

มือเรียวของทหารหญิงพยายามที่จะกระตุกชายเสื้อของสหายข้างกายเหมือนเป็นการเตือนว่าการะทำเช่นนั้นไม่สมควรอย่างยิ่ง แต่ดูเหมือนดัคลาสจะไม่ได้สนใจเธอเลยสักนิด

 

"ใครขอความเห็นนายกันหรือ? ทหารชั้นล่าง" บุตรชายของกษัตริย์แห่งลิวาเอลค่อยๆหันมาจ้องมองนายทหารด้วยแววตาที่เหนือชัยกว่า ในสถานการณ์แบบนี้ อย่างไรเสียทีโอ รูทมอร์ก็ได้เปรียบ

 

"กระหม่อมเป็นทหารขององค์ชาย ย่อมรู้ความคิดขององค์ชายมากที่สุด" ดัคลาสเลือกที่จะไม่ตอบคำถามขององค์ชายจากลิวาเอล แต่เป็นคำพูดที่เอ่ยขึ้นลอยๆแทน "หากท่านเป็นบิดาขององค์ชายจริง ก็น่าจะทราบถึงความต้องการของบุตรตนมากที่สุดไม่ใช่หรือ? องค์ราชา"

 

"เราเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกของเรา" องค์ราชาคาลอส โวลธาเนียแย้งกลับทันทีที่มัลฟอนถามจบ "การที่มีองค์ชายสององค์เป็นคู่เต้นรำกันในงานพิธีอันยิ่งใหญ่แห่งโซลเซียนา ย่อมทำให้อาณาจักรของเราดูมีอำนาจมากยิ่งขึ้น"

 

"แม้บุตรชายของท่านจะไม่เต็มใจงั้นหรือ?"

 

"บุตรของเราจะเต็มใจหรือไม่ มันไม่สำคัญ" ดัคลาส เดนวาเดาะลิ้นอย่างขัดใจทันทีที่ได้ฟังคำตอบจากผู้เป็นราชา แว้บนึงที่เขามีความคิดสมเพชคาลอส เขาไม่คิดว่าผู้ปกครองโซลเซียนาจะมีความคิดที่สกปรกโสมมขนาดนี้ แต่ยิ่งไปกว่าคำพูดขององค์ราชา คงเป็นสายตาที่ดูมีความสุขของมาคาลอฟ รูทมอร์ยามได้เห็นเขามีปากเสียงกับบิดาของมัลฟอนนั่นล่ะ

 

"ชื่อเสียงและอำนาจมันสำคัญต่อท่านขนาดนั้นเชียวหรือ?"

 

"..."

 

"มันสำคัญมากกว่าความรู้สึกของบุตรชายของท่านเชียวหรือ? เช่นนั้นท่านก็คงไม่ต่างอะไรจากเศษเดนมนุษย์นักหรอก"

 

ซ่า!!

 

ไม่ทันที่องค์ราชาแห่งโซลเซียนาได้เอ่ยอะไรออกไป เสียงของของเหลวที่กระทบเข้ากับกายหนาก็ทำให้บรรยากาศตรงหน้าเปลี่ยนไปทันที ความเปียกชื้นที่เปียกตั้งแต่เส้นผมสีสว่างไปจนเสื้อสีเข้ม ยิ่งทำให้ทีโอ รูทมอร์สะใจมากยิ่งขึ้น

 

มือหนายกขึ้นเสยผมที่เปียกลู่ลงมาแนบกรอบหน้าของตัวเอง ก่อนจะหันไปมองมือขาวที่ยังคงถือแก้วน้ำที่ก่อนหน้านี้มันเคยมีน้ำอยู่อย่างเต็มแก้ว ด้วยแววตาที่เรียบเฉย

 

ไม่ใช่แค่ดัคลาสที่แสดงแววตาเรียบเฉย แต่คนตรงหน้าในชุดสีชมพูอ่อนก็เช่นกัน

 

"เราไม่ได้ขอความเห็นจากทหารชั้นล่าง"

 

"..."

 

"เป็นเพียงแค่ขี้ข้าของบ้านเมือง อย่าบังอาจใช้คำพูดเช่นนั้นกับพ่อของเรา.."

 

 

 

 

 

 

 

 

"ขอให้องค์หญิงและองค์ชายผู้ทรงสง่าพักผ่อนได้ตามอัธยาศัยนะเพคะ แล้วเราจะมาเริ่มเรียนกันต่อ" เสียงของหญิงวัยกลางผู้มาสอนเต้นรำให้กับเหล่าเชื้อพระวงศ์ดังขึ้นหลังจากที่พวกเขาต้องปวดหัวกับการจำท่าทางต่างๆอยู่นานหลายชั่วโมง เอลิยอนถอนหายใจออกมาราวกับได้ปลดปล่อยความอัดอั้นภายในใจ เขาพอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมฟรอยเออร์ถึงไม่ค่อยชื่นชอบงานเต้นรำนัก

 

เจ้าของผมสีชมพูเกือบจะติดน้ำตาลโค้งคำนับให้กับหญิงสาวผู้เลอโฉมตรงหน้าที่มาเป็นคู่ซ้อมเต้นรำให้กับเขาในวันนี้อย่างเป็นเกียรติ ก่อนจะแยกตัวออกไปหาสหายคนสนิทต่างอาณาจักรอย่างออซวอลต์ เนเพนเธส ที่ยืนคุยกับองค์ชายตัวเล็กที่เขาไม่คุ้นหน้าคุ้นตาอยู่

 

ไม่นานเจ้าชายจากเวล์มเฮล์มก็เดินแยกออกและเดินตรงมาหาเขา เลอกรันจ์อดไม่ได้ที่จะชะโงกดูตามร่างขององค์ชายผิวขาวที่เดินหายไปกับฝูงชนมากมายที่กำลังเดินกันอยู่เต็มโถงทางเดิน

 

"นายมองอะไร?" เมื่ออีกคนไม่เลิกมองสักที เนเพนเธสก็เอ่ยถามขึ้น

 

"คู่เต้นรำของนายงดงามราวกับนางฟ้า ไม่อยากจะเชื่อว่านายโชคดีขนาดนั้น" ออซวอลต์ขมวดคิ้วให้กับคำพูดที่เหมือนจะเอ่ยชมแต่ก็แขวะในเวลาเดียวกัน คนอย่างเอลิยอน เลอกรันจ์ไม่ใช่คนปากร้าย กลับกันอีกคนนั้นกว่าจะเอ่ยพูดสิ่งใดออกมามักจะกลั่นกรองคำพูดออกมาให้สุภาพที่สุด แต่เหมือนว่าเป็นเพราะอยู่กับเขามากเกินไป ถึงได้ติดนิสัยนี้มาด้วย

 

"นายมีปัญหาหรือ?"

 

เอลิยอนยักไหล่

 

"ไม่ใช่นายหรือที่มีปัญหา? ตอนเต้นรำก็จ้องไม่วางตาเลยนี่ อย่าบอกนะว่าตกหลุมรักนางเข้า" เอลิยอนไม่ว่าเปล่า เขายักคิ้วให้กับเพื่อนสนิทเป็นเหมือนการแสดงให้เห็นว่าเขานั้นเหนือกว่า ท่าทางกวนประสาทเช่นนี้ของเลอกรันจ์ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก อาจจะเพราะเจ้าตัวนั้นขี้กลัวเกินไป แต่แล้วออซวอลต์ก็ได้เห็นมัน ช่างโชคดีเหลือเกิน

 

"ฉันไม่ได้ชอบ"

 

ด้วยความหมั่นไส้กับท่าทางของเจ้าชายแห่งลอยย์ เนเพนเธสยกแขนขึ้นกระทุ้งเข้าที่หน้าท้องแกร่งของเจ้าของผมสีชมพูทันที โชคดีที่เอลิยอนสามารถเกร็งหน้าท้องรับไว้ได้ทัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่รู้สึกจุกเลย มือหนายกขึ้นลูบที่หน้าท้องตัวเองเล็กน้อยพร้อมกับบ่นอุบอิบเบาๆเพราะถูกเพื่อนตนนั้นเล่นแรงจนเกินไป

 

เขาเดินมานั่งบริเวณเก้าอี้ที่ตัวหรูที่ถูกจัดไว้ให้สำหรับเหล่าเชื้อพระวงศ์ได้นั่งพักผ่อนหย่อนใจ โดยมีเอลิยอนเดินมานั่งตรงข้ามกัน สาวใช้ในปราสาทของโซลเซียนาเริ่มทยอยกันเข้ามานำของว่างมาเสิร์ฟให้กับพวกเขา ในเวลานี้ออซวอลต์อยากจะหนีออกไปด้านนอกมากที่สุด เพราะเหล่าเจ้าชายที่ถูกใจคู่เต้นรำของตน ก็เริ่มที่จะเข้าไปนั่งไปพูดคุยด้วย

 

บรรยากาศสีชมพูคละคลุ้งห้องโถงกว้างนี่เต็มไปหมด

 

"หมอนั่นไม่มา"

 

"ใคร?"

 

"เจ้าชายจากเซคันดาติ" เอลิยอนเกือบจะสำลักน้ำชาที่จิบเข้าไปเมื่อครู่เมื่อได้ยินสิ่งที่เจ้าชายผมสีรัตติกาลเอ่ยขึ้น อีกคนตวัดสายตามามองเขาราวกกับกำลังจะถามว่าเป็นอะไร แต่เขาก็ทำเป็นกระแอมไปแก้เก้อเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต

 

หนึ่งสิ่งที่เอลิยอนควรจะรู้ตัวไว้.. เขาเป็นคนที่โกหกได้แย่ที่สุด

 

"นายเคยเจอฟรอยเออร์ด้วยหรือ ออซวอลต์?" เลอกรันจ์ถามพร้อมกับหยิบขนมที่สาวใช้นำมาวางไว้ให้เข้าปาก เขาพยายามจะทำให้มันดูไม่มีพิรุธมากที่สุด แต่ดวงตาของเจ้าชายแห่งเวล์มเฮล์มก็ยังหรี่ลงอย่างจับผิดอยู่ดี

 

"ไม่เคยหรอก ได้ยินมาว่าหมอนั่นแสบใช่ย่อย ฉันเองก็อยากจะเห็นเจ้าชายแห่งเซคันดาติที่ว่ารูปงามนักหนาหน้าตาเป็นเช่นไร" เอลิยอนยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองอย่างหน่ายใจ เดิมทีเขาไม่ใช่คนชอบโกหกอยู่แล้ว ยิ่งกับออซวอลต์ที่เป็นสหายคนสนิทเขายิ่งไม่เคยโกหกเลยสักครั้งเดียว แต่เป็นเพราะแผนการบ้าๆที่ฟรอยเออร์สร้างขึ้น มันทำให้เขาต้องโกหก!

 

"จริงสิ ทำไมนายถึงยอมช่วยดัคลาสล่ะ" สิ่งเดียวที่เลอกรันจ์นึกออกในตอนนี้คือการเปลี่ยนเรื่องไปเรื่องอื่น

 

"หือ?" ออซวอลต์ เนเพนเธส ตกใจไม่น้อยที่จู่ๆสหายคนสนิทก็เปลี่ยนเรื่องอย่างกระทันหัน แต่เขาไม่คิดจะเอ่ยถามออกไป

 

"นายไม่เคยรู้จักนายทหารนั่นมาก่อน ทำไมถึงยอมเชื่อเรื่องที่หมอนั่นเล่า แล้วยังจะช่วยเหลือ.." ภาพลักษณ์ขององค์ราชาผู้แสนอ่อนโยนของคาลอส โวลธาเนีย เป็นสิ่งที่ทุกคนได้เห็นมัน น้อยคนที่จะรับรู้ถึงความโหดร้ายที่แท้จริง เอลิยอนก็ไม่เคยได้รู้เรื่องราวขององค์ราชาแห่งโซลเซียนามาก่อน แต่เพราะฟรอยเออร์เล่าให้ฟังในตอนที่เขาอยู่สวนหลังพระราชวัง เขาก็เชื่อจนหมดใจ

 

ไม่ใช่ว่าเขาโง่ แต่เขาเชื่อใจคนอย่างฟรอยเออร์ เรนกอร์ด สหายคนสนิทของเขามากพอ

 

"นายเองก็ช่วย"

 

"ฉันรู้จักกับหมอนั่นมาก่อน" เลอกรันจ์ตอบกลับทันที "ที่หมอนั่นพูดไม่โกหกแน่ ฉันรู้ว่าองค์ราชาคาลอสเป็นเช่นไร"

 

เขายังจำได้ดี วันที่เขามาที่โซลเซียนาเพื่อพูดคุยกับองค์ราชา เขายังจำประโยคที่อีกคนใช้พูดดูถูกบุตรชายของตนได้ไม่มีวันลืม

 

ออซวอลต์ เนเพนเธสเลิกคิ้วเล็กน้อยกับสีหน้าจริงจังของสหายจากอาณาจักรลอยย์ มือหนาเลื่อนไปหยิบแก้วน้ำชามาจิบเบาๆพลางกวาดสายตามองไปยังรอบห้องโถง แต่ในหัวสมองกลับคิดถึงแต่เรื่องที่นายทหารของโซลเซียนานำมาเล่าให้เขาฟังเมื่อตอนก่อนหน้าที่เขาจะเข้ามาที่นี่ แม้จะไม่เคยคุยกับนายทหารผมสีสว่างมาก่อน แต่ก็ต้องยอมรับว่าดัคลาส เดนวา เป็นคนที่สามารถเล่าอะไรสักอย่างแล้วทุกคนตั้งใจฟังได้

 

เขาเองก็ยังสับสนกับตัวเอง ทั้งที่ตัวเองเป็นถึงว่าที่ราชาแห่งเวล์มเฮล์ม แต่กลับฟังคำสั่งของนายทหารที่ต่างชนชั้นกันมากที่สุด แปลกกว่าคือเขาไม่ได้รังเกียจอะไรในตัวอีกคนเลย

 

"ฉันก็ไม่รู้ว่าทำไมในตอนนั้นฉันถึงบ้าถึงขนาดยอมทำตามคำสั่งของทหาร"

 

"..."

 

"แต่ฉันรู้แค่ฉันถูกชะตา บางทีหมอนั่นอาจจะไม่ใช่ทหารธรรมดาก็ได้.."

 

ก็แน่สิ ก็หมอนั่นมันเป็นเจ้าชายของเซคันดาติ!

 

 

 

 

 

 

To be con..

 

#auratusmn

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 197 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

736 ความคิดเห็น

  1. #720 Chompoo (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2563 / 02:01

    น้องน่าจะช่วยพี่เค้ารึเปล่านะ พี่ฟรอยต้องใจเย็นๆกว่านี้นะคะ;-;

    #720
    0
  2. #693 mayupong-111 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 14:47
    มุแงงงงง นี่ว่าน้องทำดีที่สุดแล้ว ตัวดัคลาสก็ควรตระหนักได้แล้วว่าตอนนี้เจ้าตัวเป็นใครอยู่ ขืนยังเป็นแบบนี้ต่อไปโดนประหารแน่ น้องก็พยายามที่สุดแล้ว;-;
    #693
    0
  3. #689 secretnn (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 13:54
    คิดว่าน้องน่าจะทำเพื่อช่วยนะ ไม่งั้นเรื่องใหญ่แน่
    #689
    0
  4. #616 CB_SURVEY (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 04:34
    อุนแม่ไม่รู้ว่าต้องรู้สึกอย่างไร อุนแม่สับสนไปหมดแน้ว เทวดาตัวน้อยๆของอุนแม่สาดน้ำใส่นายทหารแบบนี้คืออุนแม่ว่า มันก็อาจจะดีหรืออาจจะไม่ดี อุแงงง อุนแม่แบบ หนูลูกกกกก ;-;
    #616
    0
  5. #314 exit-vips (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:12
    ยัยน้องช่วยพี่ใช่มั้ย ไม่งั้นพี่โดนคำสั่งประหารไปแล้วว
    #314
    0
  6. #258 JKCBB (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:58
    รอวันงานเต้นรำไม่ไหวแล้ว
    คิดภาพแล้วคงสนุกมากแน่ๆ
    คนทั้งเมืองออกมาเฉลิมฉลอง
    #258
    0
  7. #257 JKCBB (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:58
    เราว่าที่มัลฟอนเอาน้ำสาดและตำหนิดัคลาสคือเออลงโทษแล้วนะ
    ไม่ต้องถึงมือพ่อรีเปล่า
    ไม่งั้นคงป่าเถื่อนน่าดู
    #257
    0
  8. #157 Nora1012 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 20:23
    แรงมากยัยน้องงง คำพูดคำจาน่าลงโทษให้เข็ด แต่ก็เจ้าใจแหละว่าทำไปเพื่ออะไร ขอให้พระเอกเข้าใจเถอะนะ
    #157
    0
  9. #112 pgchnhp (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 07:52
    อย่างอนน้องนะดัคลาส น้องกลัวโดนลงโทษแหละดูออกแงงงงงง
    #112
    0
  10. #111 mtuanna93 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 15:59
    จะเป็นยังไงต่อเนี่ยยยยย
    #111
    0
  11. #102 luhan-pimmie (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 มกราคม 2563 / 22:33
    แงงง น้องอาจจะกลัวดัคลาสโดนทำโทษรึเปล่าเลยสาดน้ำใส่;-; ราชาใจร้ายมาก ไม่สนใจความรู้สึกลูกบ้างเลย
    รอวันที่เจ้าชายแห่งเซคันดาติได้เปิดตัวนะคะ อยากเห็นเจ้าชายจัดการรูทมอร์แน้ว

    // ขอนอกประเด็น "ฉันไม่ได้ชอบ"ของเนเพนเธสนี่ดูออกเรยนะคะ5555555555
    #102
    0
  12. #99 nantiya16018 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2562 / 04:56
    แงเห็นใจทั้งคู่นะคะ พี่จะงอนน้องมั้ยย ;-;
    #99
    0
  13. #97 Sandsand10 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 14:52
    น้ำตาจะไหล พี่รู้ที่หนูทำไปทุกอย่างหน่ะ แงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง ;_; เรื่องจะเริ่มสนุกแล้วสิ !!
    #97
    0
  14. #96 JennieJk (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 13:10
    น้องอาจจะสาดน้ำให้ดัคลาสหยุดพูด เพื่อปกป้องดัคลาสรึป่าว พูดมากกว่านี้อาจโดนลงโทษก็ได้ แต่ก็นะ สงสารน้องจัง ทำอะไรไม่ได้เลย t-t
    #96
    0
  15. #94 pie-whan (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 23:48
    น้องโวลธาเนียยยย ;-; พี่เข้าใจว่าเราสาดน้ำเพราะจะช่วยให้คุณดัคลาสหยุดพูดนะ แต่แบบ เห้อชั้นเจ็บแทน คุณเขาปกป้องเราอยู่นะ ;-; แต่ก็นะ ดัคลาสก็ยังคงเป็นตัวเอง ไม่กลัวอะไรจริงๆนั่นแหละ เลือดองชายมันเข้มข้นนะคะ เผยฐานะเมื่อไหร่ พี่ขอสักทีนะฟรอย กับพวกปากดีๆนี่ เอาสักที ให้มันรู้กันไปเลย

    เรื่องปมช่างทำเครื่องประดับนี่ราชินีองใหม่เกี่ยวด้วยแน่เลยอะ ดูมีความร้ายกาจ เป่าหูอะไรราชาป่ะคะ ช่างทำเครื่องประดับนี่อยู่ในห้องลับใต้ดินรึเปล่าาาาา หัวหน้าทหารลงโทษแค่นั้นนี่แปลว่าก็สงสัยเหมือนกันใช่มั้ยๆๆๆๆๆ ถึงจะสื่อสัตย์กับราชามากแต่การรายงานความผิดแค่นั้นมันก็55555555 เนี่ยได้พวกเพิ่มแล้วใช่มั้ย ถ้าปมเรื่องช่างเป็นแบบที่ฟรอยคิดนี่ ราชาโดนปชชด่าชหแน่นอน อาณาจักรจะเป็นไงต่ออะ น้องโวลธาเนียของพี่ T____T ไปอยู่เซคันดาติกับฟรอยนะ ให้พี่เขาดูแล แล้วก็เรารอซีนให้สร้อยคอนะคะ ที่ซื้อเก็บไว้น่ะ .____. จะมีมั้ยน้าาา
    ปล ชอบมากเลยค่ะ ขอบคุณที่สำหรับงานดีๆนะคะ เป็นกำลังให้นะคะคุณไรท์เตอร์ :3
    #94
    0
  16. #92 juneinfinite (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2562 / 00:23
    พึ่งดีๆกันตอนที่แล้วอยู่เลยลูก
    #92
    0
  17. #89 aussawineyes (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2562 / 11:20
    แง ;_;
    #89
    0
  18. #87 ikwannoy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2562 / 08:13
    น้องสาดน้ำใส่เพราะกลัวฟรอยโดนลงโทษแน่เลย
    #87
    0
  19. #86 moonatbaaa (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2562 / 00:45
    เอ๋าาเขาช่วยนะนั้น แต่คิดว่าน้องน่าจะช่วยอีกที เด่วเหอะทั่นพ่อเด่วเจอองชายเซคันดาติ
    #86
    0
  20. #85 ChocoSmurf_rose (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2562 / 00:26
    น้องไปสาดน้ำใส่ดัคลาสทำไมคะ เขาช่วยเรานะ ฮือ
    #85
    0
  21. #84 milkcookie (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 23:24
    หวังให้น้องได้เต้นรำกับฟรอยอะ 5555 แงงงง สาดน้ำใส่ได้ไงคะ เขาช่วยหนูเลยน้าาา;_;

    รอวันที่เจ้าชายเปิดตัวเหมือนกันค่ะ ทุกคนต้องอึ้ง สะใจแน่นอน!!555
    #84
    0
  22. #83 hye-ri (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 23:17
    ชอบความเปรียบเทียบดอกอัลมอนด์กับน้องเจนจังเลยค่ะ ;___;
    ว่าแต่งานเต้นรำดัคลาสจะโผล่เข้าไปช่วยน้องไหมนะ แต่ตอนนี้น้องใจร้ายมากเลย ทำไมไปทำพี่เขาอย่างงั้นล่ะลูก เขาอุตส่าห์ปกป้องหนูนะ แต่ถ้าให้มองกลับกันน้องอาจจะปกป้องดัคลาสทางอ้อมก็ได้ปะ เพราะถ้าน้องไม่ทำงี้แล้วปล่อยให้ดัคลาสคุยกับคาลอสต่อ มีหวังหัวหลุดแน่ๆ
    เมื่อไหร่เด็กๆจะญาติดีกันได้จริงๆซักที ปมมันเยอะมากจนไม่รู้จะเริ่มแก้ที่จุดไหนก่อน ทั้งเรื่องช่างทำเครื่องประดับ ทั้งเรื่องรูทมอร์ ทั้งเรื่องแม่เลี้ยง โอย อย่าให้มีปัญหาเพิ่มขึ้นมาอีกเลยนะ แค่นี้ก็เครียดจะแย่แล้ว
    #83
    0
  23. #81 chanbaek4944 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 22:12
    นี่นับถอยหลังวันเปิดตัวแบบฟาดๆของฟรอยเออร์เลย แต่หนูน้อยเราจะไม่ร้องใช่มั้ยคะ
    #81
    0
  24. #80 raksamon22 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 20:54
    เชื่อว่าที่น้องสาดน้ำใส่ดัคลาสเพราะจะปกป้องใช่มั้ยลูกกก เจ้มจ้นขึ้นเรื่อยๆรอไรท์เสมอนะคะ เลิฟ💕
    #80
    0
  25. #79 AbsTxz_ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 18:55
    อยากให้เจ้าชายของเซคันดาติเขาเปิดตัวซักทีอ่ะค่ะ แบบ ฟาดๆปัยเรย น้องไปสาดน้ำใส่เขาได้ยังไงคะ เขาปกป้องเรานะลูกฮรุก พ่อน้องก็นะ เป้นท้อเรย สู้ๆนะคะะะ
    #79
    0