sub eques auratus [ MINNO ]

ตอนที่ 8 : CHAPTER VII : Cubiculum

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,525
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 214 ครั้ง
    22 มี.ค. 63

 

**อ่านด้านล่างสุดด้วยนะคะ สำคั๊ญ สำคัญ**

 

 

‘คาลอส ได้โปรดฟังที่ฉันอธิบาย’

 

‘อย่าแตะต้องตัวฉัน มอร์เจียน่า’

 

‘อย่าให้มัลฟอนต้องรู้สึกว่าพ่อของเขานั้นใจร้ายเลย’

 

‘แล้วจะให้ประชาชนรู้หรือ? ว่าราชินีแห่งโซลเซียนาบังอาจกระทำเรื่องไม่สมควรให้อภัยกับทหารในอาณาจักร!’

 

‘จะทำอะไรน่ะ! หยุดนะคาลอส!’

 

‘ผู้หญิงไร้ยางอายอย่างราชินี ลงโทษเช่นนี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำ!!’

 

เฮือก!!

 

ร่างเล็กบนฟูกนุ่มสีขาวสะอาดสะดุ้งตื่นเด้งตัวขึ้นมานั่งทันทีเพราะความตื่นตกใจจากการฝันร้ายที่ดูเหมือนจริงจนน่ากลัว

 

เหงื่อเม็ดเล็กที่ไหลออกมาตามกรอบหน้า ไม่รู้ว่าจากเพราะอาการตื่นตระหนกหรือเพราะอากาศที่ร้อนกันแน่ แต่ดูจากกที่อีกคนหอบเหมือนวิ่งรอบสนามมาสิบรอบแล้ว ก็น่าจะเป็นอย่างแรกเสียมากกว่า

 

มือขาวที่สั่นระริกจนยากจะควบคุมนั้นกุมผ้าห่มสีขาวแน่นจนมันเกือบจะขาดคามือทั้งสองข้าง ไม่บ่อยนักที่คนตัวขาวจะฝันถึงเหตุการณ์อันโหดร้ายในวัยเด็กที่ตามหลอกหลอน แต่ทุกครั้งที่ฝันถึงมันก็ทำให้มัลฟอนต้องนอนไม่หลับไปจนถึงเช้าของวันรุ่งขึ้นทุกที

 

และวันนี้มันก็คงจะเป็นเช่นนั้น

 

ภายในห้องที่มืดมิดยังมีแสงจันทร์สาดส่องเข้ามากระทบกับผิวกายขาวสะท้อนเป็นรูปเงาขององค์ชายนั่งอยู่บนเตียงกว้างปรากฏณ์อยู่บนพื้นพรหม ดวงตาสีรัตติกาลมองตามรูปเงานั้นผ่านๆ ก่อนจะค่อยๆเลื่อนไปมองที่ที่เคยมีสาวใช้อยู่ แซตลีย์ ไซฮีล คงออกไปจากห้องเขาได้สักพักใหญ่ๆแล้ว เพราะที่โซฟาตัวยาวไม่มีร่างของเธออยู่ดังก่อนหน้าที่องค์ชายจะผล็อยหลับไป

 

ปกติแล้วเธอมักจะมาเฝ้าองค์ชายตัวขาวจนกระทั่งเธอรับรู้ได้ถึงลมหายใจที่สม่ำเสมอ แซตลีย์ถึงได้กลับเข้าไปนอนในห้องพักของตัวเอง มันเป็นเรื่องปกติสำหรับโวลธาเนีย เพราะคืนใดที่ไซฮีลไม่เฝ้า เขาก็มักจะนอนไม่หลับอยู่บ่อยครั้ง

 

เป็นเช่นนี้มาตั้งแต่วัยเยาว์

 

ต่อให้ข่มตาหลับก็ไม่มีทางจะหลับลงได้ เมื่อฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนอยู่เช่นนั้น ความโหดร้ายของพระบิดายังคงติดตาเด็กน้อยวัยเจ็ดขวบได้เป็นอย่างดี และมันไม่เคยจางหายไปจากความทรงจำของว่าที่ราชาแห่งโซลเซียนา

 

อดไม่ได้ที่จะนึกถึงผู้เป็นมารดา.. องค์ราชินีมอร์เจียน่า โวลธาเนีย ไม่สิ ต้องเรียกว่าอดีตราชินี เพราะตอนนี้คนที่ได้ครองตำแหน่งนั้นอยู่ไม่ใช่มารดาแท้ๆของตนเอง

 

มือขาวเลื่อนไปดับไฟที่เชิงเทียนข้างเตียงเพื่อเพิ่มแสงสว่างให้กับบริเวณที่ตนนอนอยู่ก่อนจะเลื่อนไปไกลอีกหน่อยเพื่อคว้าหนังสือสักเล่มมาอ่าน รอเวลาเช้าวันใหม่ที่แซตลีย์ ไซฮีลจะเข้ามาพร้อมกับอาหารเช้าที่ซ้ำซากและน่าเบื่อ

 

หากเธอมาเห็นว่าองค์ชายตัวขาวมีดวงตาที่เหนื่อยล้าเพียงใดเพราะไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ คงจะทำให้เธอตื่นตระหนกตกใจได้ไม่มากก็น้อย เธอรู้อยู่แก่ใจว่าทำไมองค์ชายจึงนอนไม่หลับในบางคืน

 

เคยมีบางครั้งที่โวลธาเนียฝันร้ายเหมือนในครั้งนี้ เพียงแต่มันหนักหนาสาหัสมากกว่าหลายเท่า จนร่างขาวที่สะดุ้งตื่นขึ้นมาต้องรีบใช้มือปาดน้ำสีใสที่เบ้าตาอย่างลวกๆ ไม่บ่อยนักที่จะตื่นมาพร้อมกับน้ำตา แน่นอนว่าโวลธาเนียเกลียดความรู้สึกตอนนั้นมากที่สุด มันเหมือนกับเขาถูกผู้เป็นบิดากระทำทารุณเยี่ยงสัตว์เดรัจฉานแม้แท้จริงคาลอส โวลธาเนียไม่เคยคิดต้องการจะแตะต้องตัวมัลฟอน

 

ก็ผู้เป็นราชาแห่งโซลเซียนา รังเกียจบุตรชายตัวเองราวกับไม่ใช่ลูกในไส้

 

มือที่สั่นเทาค่อยๆเปิดหนังสือหน้าถัดไปอย่างยากลำบาก โวลธาเนียไม่สามารถควบคุมร่างกายให้สงบดั่งที่ต้องการได้ หัวสมองที่มีแต่ภาพของบิดาผู้โหดร้ายและมารดาที่จากไปเนิ่นนาน ยิ่งทำให้คนตัวขาวอยากจะร้องไห้ออกมาเสียเดี๋ยวนั้น

 

คำที่บอกว่ายิ่งอยู่คนเดียวยิ่งฟุ้งซ่าน ไม่ผิดไปจากความจริงเลยสักนิดเพราะตอนนี้โวลธาเนียกำลังยกมือสองข้างขึ้นกุมศีรษะของตัวเองไว้ราวกับบังคับให้ฝันร้ายหลุดพ้นไปจากสมองของเขาเสียที แต่ดูเหมือนจะไร้ประโยชน์ เพราะนอกจากมันจะไม่หายไปแล้ว ความทรงจำในวัยเด็กยิ่งตีรวนขึ้นมามากกว่าเดิม

 

ภาพที่วันแรกที่ต้องสูญเสียมารดาผู้เป็นดั่งชีวิตของเด็กน้อยวัยเจ็ดขวบยังคงตราตึงใจมาจนทุกวันนี้ มันไม่มีวันไหนที่ได้สบตาผู้เป็นพ่อแล้วจะไม่นึกถึงหน้าของหญิงสาวผู้ให้กำเนิดตนเลยสักครั้ง และยิ่งนึกถึงก็ยิ่งตอกย้ำตัวเองว่าองค์ราชินีมอร์เจียน่า ไม่ได้อยู่บนโลกนี้อีกต่อไปแล้ว

 

บางครั้งอยากวิงวอนให้กลับมา บางครั้งก็นึกอยากจะตามไปอยู่ด้วย

 

หากอีกโลกหนึ่งที่นางอยู่มันสุขสบาย ไม่ต้องมาถูกคำก่นด่าถูกกดดันจากผู้เป็นพ่อ โวลธาเนียก็ไม่รอช้าที่ตามอดีตราชินีไปด้วย

 

ขาเรียวยกตั้งชันขึ้นพยายามจะแนบชิดไปกับลำตัว เหมือนกันพยายามจะปกป้องตัวเองจากโลกภายนอกที่แสนโหดร้าย..

 

ไม่อยากรับรู้อีกต่อไปแล้ว..

 

แกร๊ก

 

เสียงเปิดประตูที่ไม่ควรจะได้ยินในเวลานี้เรียกความสนใจจากคนตัวขาวที่กอดตัวเองอยู่บนเตียงได้ดีที่สุด อีกคนเงยหน้าขึ้นมาหลังจากที่ก้มลงซบเข่าของตัวเองอยู่เนิ่นนาน ด้วยความมืดและแสงไฟที่ไม่สามารถไปถึงบุคคลที่ยืนอยู่ตรงนั้นได้ ทำให้โวลธาเนียต้องพยายามอย่างหนักในการเพ่งเล็งร่างที่อยู่ในเงามืด

 

และก็ต้องรับรู้ทันทั เมื่ออีกคนเดินเข้ามาใกล้

 

“ตัวสั่นขนาดนั้น ฝันร้ายหรือ?” เอ่ยปากถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งทันทีที่เห็นสภาพผ้าปูที่ยับยู่ยี่เหมือนถูกขยำ ร่างบางในชุดนอนสีขาวสะอาดสั่นเทาราวกับคนเห็นผี แต่เหมือนที่อีกคนเจอมันจะมากกว่าผีเสียอีก

 

“ไม่ใช่ธุระของนาย” คนตัวขาวหลบสายตาที่จ้องเขาเหมือนเค้นคำตอบ การเสมองไปยังดวงจันทร์ด้านนอกอาจเป็นทางออกที่ดีกว่า “แล้วออกมาด้านนอกยามวิกาลเช่นนี้ ไม่กลัวดัลเธียลงโทษอีกหรือ?”

 

“หากเข้ามาเพื่อดูแลองค์ชาย จะไม่ผิดกฎ” เพราะนั่นเป็นหน้าที่ที่สำคัญสำหรับทหารของพระองค์ แม้ว่าที่จริงแล้วดัคลาสจะใช้มันเป็นข้ออ้างในการออกมาเพ่นพ่านบนโถงทางเดินก็ตาม

 

แต่ในเมื่อเขาเดินผ่านห้องขององค์ชายแล้ว จะแวะเข้ามาหน่อยก็คงไม่เสียหายอะไร

 

ผิวกายขาวเนียนยามกระทบกับแสงจันทร์นั้นยิ่งดูงดงามเหมือนจับต้องไม่ได้ อีกคนคงไม่รู้ว่าตัวเองน่าหลงใกลเพียงใด ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าถ้าหากองค์ชายพูดจาน่าฟังกว่านี้สักนิด ดัคลาส เดนวาก็คงเอ็นดูคนตัวขาวไม่น้อย

 

ดวงตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าหมอง สันจมูกโด่งพอดีกับโครงหน้า ริมฝีปากสีระเรื่อที่น่าสัมผัส โครงหน้าที่ไร้ที่ติเป็นเหมือนกับผลงานชิ้นโบว์แดงของพระเจ้าที่สามารถสร้างอีกคนมาให้น่าหลงใหลได้ขนาดนี้ ไม่รู้เมื่อไหร่ที่ดัคลาสไม่สามารถหยุดมองกายขาวนั้นได้

 

พอได้มองอีกคนที่อยู่บนเตียงแบบนี้แล้วก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงเหตุการณ์หลายวันก่อน วันที่แซตลีย์ ไซฮีลมาฟ้องว่าองค์ชายของเธอไม่ยอมทานข้าวอีกแล้ว เธอกังวลว่านิสัยที่ไม่ชอบทานข้าวของโวลธาเนียจะทำให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพ ถึงได้มาขอร้องให้ช่วยเข้าไปดูคนตัวขาวให้ที

 

แน่นอนว่าเขาแอบหลบหนีมาจากบทลงโทษของดัลเธีย ชีร์โก ที่ต้องทำความสะอาดลานฝึกซ้อมของเหล่าทหารกับเพื่อนอีกสองคนที่ไม่ค่อยลงรอยกันสักเท่าไหร่ โชคดีที่มันเหลือเพียงเก็บอุปกรณ์ให้เข้าที่เท่านั้น ดัคลาส เดนวา ถึงได้กล้าออกมาได้

 

คราวนี้คดวงตาของนตัวขาวฉายแววความเศร้ามากกว่าครั้งไหนๆ ไม่มีคำก่นด่าใดหลุดออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่มที่เคยขยับใช้คำพูดเหยียดหยามขาวบ้านเขาไปทั่ว นายทหารผมสีสว่างก็ไม่มีความจำเป็นใดต้องไปหาเรื่องด้วย

 

“นอนไม่หลับหรือ?” เอ่ยถามคนตัวเล็กที่ยังคงมองออกไปนอกหน้าต่าง ท่ามกลางความเงียบสงบจนเหมือนกับไร้สิ่งมีชีวิต คนตัวเล็กสามารถได้ยินคำถามได้อย่างชัดเจน

 

คนตัวขาวพยักหน้าแทนการเอ่ยตอบคนที่ยืนอยู่ข้างเตียง

 

ดัคลาส เดนวาเหลือบไปเห็นหนังสือเล่มที่คุ้นหน้านตาเหมือนเคยอ่านมันมาก่อน วางไว้ข้างกายคนตัวขาวที่ค่อยๆขยับตัวพิงหมอนใบใหญ่แต่ยังคงเสมองออกไปนอกหน้าต่างดังเดิม

 

คนที่ถูกกล่าวว่าเป็นคนไร้มารยาท ถือวิสาสะนั่งลงที่ข้างเตียงอย่างแผ่วเบา แม้โวลธาเนียจะรู้สึกได้ถึงแรงที่กดลงเพราะอีกคนทิ้งน้ำหนักลงมา แต่คราวนี้องค์ชายแห่งโซลเซียนาไม่ได้หันไปจิกกัดใส่ อาจเป็นเพราะฝันเมื่อครู่ทำเอาครนตัวขาวเหนื่อยจนเหมือนออกกำลังกายมาทั้งวัน

 

มือหนายื่นไปคว้าหนังสือที่ถูกวางทิ้งไว้อย่างไม่ใยดีมาเปิดผ่านๆ แสงจากโคมไฟช่วยให้เขาเห็นตัวหนังสือได้อย่างชัดเจนมากขึ้น และมันก็ทำให้ดัคลาส เดนวา ต้องขมวดคิ้วทันที

 

“นิทานจากอาณาจักรเซคันดาติ?” เอ่ยขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย แต่มันก็เรียกความสนใจจากคนที่เอาแต่ทอดมองออกไปด้านนอกได้อย่างดี มัลฟอน โวลธาเนีย หันกลับมามองหนังสือเล่มที่ตนอ่านทิ้งไว้ ในตอนนี้มันตกไปอยู่ในมือของนายทหารผมสีสว่าง ที่กำลังจ้องมองมันราวกับมันแปลกตานัก “ชอบหรือ?”

 

“เรื่องเล่าจากเซคันดาติมีแต่เรื่องน่าอัศจรรย์ ที่นั่นมีแต่นักเขียนฝีมือดี เราชอบนิทานทุกเรื่องที่มาจากเซคันดาติ”

 

มุมปากที่เผลอยกขึ้นอย่างไม่รู้ตัวของร่างหนาหลังจากที่ได้ยินประโยคชื่นชมจากปากเล็ก

 

นิทานที่อีกคนชื่นชอบนักหนา เขาได้ฟังมันมาตั้งแต่จำความได้ มันมักจะถูกใช้เป็นเเครื่องมือในการกล่อมให้เหล่าเด็กน้อยทั่วอาณาจักรเซคันดาติ รวมไปถึงองค์ชายฟรอยเออร์ เรนกอร์ด หลับฝ้นดีในทุกๆคืน

 

มือหนาพลิกเล่มหนังสือสีแดงเพลิงในมือไปมาราวกับมันมีอะไรให้น่าสนใจ ทั้งที่ความจริงแล้วเขาก็ได้ฟังเรื่องเล่านี้จากผู้เป็นมารดาเป็นพันๆครั้ง

 

“กระหม่อมพอรู้เรื่องแสงจันทร์ของเซคันดาติมาบ้าง” เอ่ยขึ้นพลางเงยหน้าสบตากับคนที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง อีกคนดูสนใจไม่น้อยเมื่อได้ยินอีกคนพูดถึงเรื่องเล่าที่ตนชอบมากที่สุด

 

“นายไปรู้มาจากไหน?” เรื่องเล่าแสงจันทร์แห่งเซคันดาติ มัลฟอน โวลธาเนียเคยอ่านในหนังสืออยู่หลายครั้งแต่ก็รับรู้เพียงแค่มันมีพลังแสนวิเศษบางอย่างที่ซ่อนอยู่ ไม่มีหนังสือเล่มใดบอกว่าวิเศษอย่างไร หรือรายละเอียดอะไรก็ตามที่ควรจะเขียนไว้ เรื่องราวน่าอัศจรรย์ใจเช่นนั่นไม่แปลกที่คนตัวขาวจะอยากรับรู้มันมาตลอด

 

“กระหม่อมมีสหายคนสนิทอยู่ที่เซคันดาติ เขามักเล่าให้กระหม่อมฟังเสมอ” แน่นอนว่าดัคลาสโกหก จะให้บอกไปว่าเป็นองค์ชายจากเซคันดาติก็คงได้เกิดเรื่องเป็นแน่ “แสงจันทร์วิเศษจากเซคันดาติ สามารถรักษาเยียวยาโรคและบาดแผลของผู้ป่วยได้”

 

“เป็นเช่นนั้นจริงหรือ?” คนตัวเล็กที่เคยมีดวงตาเศร้าหมองเมื่อครู่เริ่มทอประกายความสนใจบางอย่างออกมา เขาตั้งใจในสิ่งที่ดัคลาส เดนวาพูดราวกับเด็กน้อยที่ได้ฟังนิทานจากผู้เป็รมารดา ใบหน้าที่พยายามหลบสายตาเขามาตลอดหลายวัน ในตอนนี้กลับจ้องเขาไม่ละออก

 

“อยากรู้งั้นหรือ?” เอ่ยปากถามพลางมองกายขาวที่ขยับเข้ามาใกล้มากขึ้นหมายจะฟังเรื่องราวจากปากของอีกคน คนตัวขาวหยักหน้ารัวๆแทนการเอ่ยตอบคำถามที่อีกคนถามเมื่อครู่

 

มือหนาวางหนังสือเล่มสีแดงลงบนโต๊ะตัวกว้างที่อยู่ไม่ไกลจากเขามากนัก ก่อนจะหันมาส่งสายตากดดันให้คนตัวขาวทำในสิ่งที่ควรจะทำมากที่สุดในตอนนี้

 

องค์ชายโวลธาเนียเข้าใจและทำตามที่ต้องการอย่างไม่มีขัด อีกคนค่อยๆหันไปจัดหมอนให้มันนอนลงเพื่อที่ศีรษะเล็กจะได้ล้มลงนอนอย่างสบาย มือขาวตบปุๆที่หมอนเล็กน้อย ก่อนจะยอมนอนและยังคงจ้องไปที่ใบหน้าของคนที่ยังนั่งอยู่ข้างเตียง

 

“เรื่องแสงจันทร์แห่งเซคันดาติ.. มันมีมานานมากแล้ว อาจจะตั้งแต่กษัตริย์รุ่นแรกของเซคันดาติเลยมั้ง..” พอเริ่มเปิดปากเล่า คนตัวขาวก็เริ่มแสดงออกมาถึงความตั้งอกตั้งใจฟัง ภาพตรงหน้าดัคลาส เดนวา เหมือนเด็กน้อยที่ยังไม่พ้นสิบขวบกำลังฟังนิทานก่อนนอนไม่ผิด “แสงจันทร์ที่นั่นไม่ได้มีอำนาจหรือพลังวิเศษใดอย่างที่ลือกัน”

 

“หมายความว่ายังไง” ดวงตาขาวแสดงออกถึงความผิดหวังเมื่อได้ยินอีกคนกล่าวเช่นนั้น มัลฟอน โวลธาเนียฝันมาตลอดว่าถ้าหากยามใดแซตลีย์หรือตยเกิดป่วยขึ้นมา ตนจะเดินทางไปเซคันดาติ แทนที่จะให้หมอหลวงรักษา

 

หากถามว่าทำไมถึงไม่ให้หมอหลวงรักษา.. คงเพราะหมอหลวงเป็นคนของราชินีล่ะมั้ง..

 

“เพราะเป็นความเชื่อที่สืบต่อกันมา ทุกคนต่างก็เชื่อและศรัทธาในแสงจันทร์ มันเปรียบดั่งแสงที่พระเจ้ามอบให้แก่เซคันดาติ” เจ้าของริมฝีปากหนาเริ่มขยับเอื้อนเอ่ยเล่าเรื่องราวอีกครั้ง “สาเหตุที่คนเจ็บป่วยอาการหายไม่ใช่เพราะไปนอนอาบแสงจันทร์ แต่มันเป็นพลังด้านจิตใจที่จุดประกายเล็กๆในใจให้กับคนเหล่านั้นเป็นความหวังที่จะมีชีวิตต่อ แสงจันทร์ส่องลงมาเป็นเหมือนพรจากพระเจ้า ชาวเซคันดาติเชื่อเช่นนั้น”

 

มัลฟอน โวลธาเนีย คิดตามทุกคำพูดที่คนตัวสูงเล่าให้ฟัง โดยไม่รู้ตัวเลยว่าดวงตาของตัวเองเป็นประกายเพียงไหน

 

“พลังด้านจิตใจน่ะมันแข็งแกร่ง หากเมื่อจิตใจมีความหวังที่จะหายจากโรคร้ายหรืออาการบาดเจ็บ การรักษาก็ไม่ใช่เรื่องยาก” ที่ดัคลาส เดนวาพูดมามันไม่ผิดเลยสักนิด.. หากมนุษย์มีจิตใจที่ไม่อยากจะมีชีวิตต่อ ให้มีหมอเก่งจากทุกอาณาจักรมารวมตัวกัน ก็ไม่สามารถรักษาให้ได้

 

คนตัวขาวจ้องอีกคนไม่ละสายตา ไม่รู้ทำไมแต่โวลธาเนียคิดว่าการที่คนคนหนึ่งตั้งใจเอื้อนเอ่ยเล่าเรื่องราวผ่านริมฝีปากสีเข้มออกมามันช่างมีเสน่ห์เหลือเกิน อีกทั้งเรื่องที่อีกคนเล่าแม้มันจะไม่ได้มหัศจรรย์ดั่งที่เจ้าตัวเคยคิด แต่มันกลับน่าหลงใหลเพียงเพราะน้ำเสียงและการพูดของอีกคน บางทีโวลธาเนียอาจจะฝันร้ายจนเสียสติก็ได้

 

"มีเรื่องอื่นอีกไหม" คนตัวขาวเอ่ยถามหลังจากที่เจ้าของเรือนผมสีสว่างเล่าจบ "เราอยากฟังนิทานของเซคันดาติ"

 

"ชอบหรือ?" แม้จะรู้คำตอบอยู่แก่ใจ แต่ดัคลาสก็ยังถามอยู่ดี และการที่อีกคนพยักหน้าตอบกลับมามันก็ไม่ได้ผิดไปจากการคาดเดาของเขาเลยสักนิด เขารู้อยู่แล้วว่าอีกคนชอบแค่ไหน

 

ดูจากดวงตาที่สนอกสนใจยามเขาเล่านั่นแหละ

 

ไม่มีความจำเป็นใดต้องปฏิเสธ ดัคลาส เดนวา พยายามอย่างหนักในการรำลึกถึงนิทานที่เคยได้ยินเมื่อนานมาแล้ว และแทบไม่หลงเหลืออยู่ในความทรงจำของเขา เป็นเพราะการขึ้นมานอนฟังมารดาเล่านิทานมันไม่ใช่สิ่งที่เขาพอใจสักเท่าไหร่นัก ส่วนใหญ่แล้วเมื่อเฮเลนเดินมาถึงห้องบรรทม องค์ชายตัวดีก็มักจะหนีหายไปจากเตียงเสียทุกที มีเพียงบางราตรีที่ผู้เป็นบิดาจับตัวมานอนจริงๆ ถึงได้ฟังนิทานจนผล็อยหลับไป

 

ที่เขาจำได้มีไม่เกินสามเรื่องด้วยซ้ำ แล้วแต่ละเรื่องเขาก็เล่าตามที่ความทรงจำพอจะระลึกขึ้นได้ ผิดบ้างถูกบ้างแต่เขาก็พยายามจะเล่าให้จบ เพราะการที่เห็นคนตัวขาวยิ้มหรือหัวเราะตามในบางครั้งที่เรื่องเล่าของเขามีเรื่องตลกแฝงอยู่ มันยิ่งทำให้เขารู้สึกแปลกๆ

 

แม้รอยยิ้มตรงหน้าจะทำให้เขาชะงักไปหลายครั้ง แต่ก็ดันทุรังเล่านิทานจนจบไปเรื่องหนึ่ง

 

ร่างขององค์ชายตัวขาวนอนหลับสนิทอยู่บนฟูกสีขาวไม่ได้สร้างความตื่นตระหนกตกใจให้กับดัคลาสนัก เพียงแต่เขาไม่รู้ว่าอีกคนเผลอหลับไปตอนไหนในระหว่างที่เขาพยายามเปิดหนังสือนิทานของเซคันดาติเพื่อเล่าให้อีกคนฟัง แต่ภาพยามที่องค์ชายแสนดื้อรั้นหลับตาพริ้มอยู่ในห้วงนิทรา คงต้องยอมรับว่ามันน่ามองไม่น้อย

 

แม้พักหลังมานี้เขาและโวลธาเนียจะไม่ได้ทะเลาะกันเหมือนเมื่อก่อน แต่ก็ใช่ว่าความสัมพันธ์จะดีกว่าเดิม คนตัวขาวยังคงไม่ชอบเข้าใกล้และสบตาเขาตรงๆ หลายครั้งที่หนีอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่ได้แคลงใจแต่อย่างใด กลับกันเขาทำเหมือนไม่รู้ไม่เห็นในตอนที่องค์ชายแห่งโซลเซียนาหลบหน้าเขายามเดินสวนกัน

 

อีกคนเด็กกว่าเขาเพียงสองหรือสามปีเท่านั้น แต่เมื่อยามอีกคนนอนหลับเช่นนี้ไม่ต่างอะไรจากเด็กน้อยสิบขวบเลยสักนิด ยิ่งเห็นว่าลมหายใจที่เป็นจังหวะ บ่งบอกว่าอีกคนหลับสนิทอยู่ในห้วงนิทราฝันหวาน ยิ่งน่าเอ็นดูจนดัคลาสอดนึกโมโหความคิดตัวเองที่ดันคิดเรื่องบ้าๆขึ้นมา ถึงแม้จะเป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของความคิดเท่านั้น

 

เขาไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าคนตรงหน้าผ่านอะไรมามากแค่ไหน เหตุใดหลายครั้งที่ได้พบหน้าดวงตานั้นถึงได้เศร้าหมองและไร้ชีวิตชีวานัก ดัคลาส เดนวา เคยพยายามถามคำถามนั้นจากสาวใช้คนสนิทขององค์ชายมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่มันก็ไร้ประโยชน์ เขาไม่ได้คำตอบกลับมาเลย

 

'หน้าที่ของนายคือดูแลองค์ชาย อย่าให้องค์ชายเป็นอันตราย'

 

'ฉันไม่มีสิทธิที่จะรับรู้เรื่องขององค์ชายเลยงั้นหรือ?'

 

'นายไม่มีสิทธิแม้แต่จะถามด้วยซ้ำ จำเอาไว้นะเดนวา'

 

มือหนาวางหนังสือเล่มสีแดงในมือลงบนโต๊ะตัวยาวข้างกายอย่างแผ่วเบาเพื่อไม่ให้คนที่นอนหลับไปแล้วสะดุ้งตื่นขึ้นมา ทั้งที่เดิมทีเวลาที่เขาเข้าไปหยิบของจากห้องทีร์กานาก็มักทำเสียงดังโหวกเหวกโวยวายไม่สนอะไรจนรูเฟนต้องหัวเสียอยู่แล้ว แต่กลับคนตัวเล็กในครั้งนี้ ดัคลาสไม่อยากให้อีกคนตื่นจากห้วงนิทราเลย

 

'ฉันควรต้องได้รู้มันบ้างสิ ไซฮีล'

 

'รู้ไปรังแต่จะทำให้องค์ชายเจ็บปวดมากขึ้น อย่าคิดว่าฉันจะลืมเรื่องที่นายเคยทำร้ายองค์ชาย'

 

บทสนทนาที่เคยได้พูดคุยกับหญิงสาวร่างบาง ยิ่งทำให้ดดัคลาส เดนวาอดคิดเรื่องขององค์ชายตัวขาวบนเตียงไม่ได้

 

แค่เพียงต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด เขาก็ไม่มีสิทธิได้รู้

 

มือแกร่งที่เคยใช้ทำร้ายร่างกายของคนตัวขาว ค่อยๆยื่นไปเกลี่ยเส้นผมที่ปรกใบหน้าสวยอย่างแผ่วเบา พร้อมกับพ่นลมหายใจออกมายาวเหยียด ต้องยอมรับว่าในเวลานี้มัลฟอน โวลธาเนีย ดูไร้พละกำลังและน่าปกป้องมากกว่าตอนที่ใช้สายตาผยองจ้องมองผู้คน ยิ่งนึกขึ้นได้ว่ามือบางนั้นสั่นเทาเพียงใดในตอนที่เขาเข้าห้องมาตอนแรก ยิ่งทำให้เขาขมวดคิ้วหนักกว่าเดิมจนมันจะเป็นปม

 

เขาไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร.. หรือต้องใช้คำพูดแบบใดจึงจะไม่ใหเคนตัวขาวแสดงแววตาที่ตัดพ้อต่อโลกนี้ออกมาอีก

 

เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับคนตัวขาว เบื้องหลังและต้นเหตุความวุ่นวายของโซลเวียนา ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

 

เขารู้เพียงแค่ชื่อขององค์ชายเท่านั้น

 

"เกิดอะไรขึ้นกับนายกันแน่.. โวลธาเนีย.."

 

 

 

 

To be con..

 

ทุกคนคะ หลังจากที่เค้าหายไปนั่งคิดนอนคิดปรึกษาเพื่อนๆมาหลายวัน สุดท้ายแล้วตอนนี้ เรามีแท็กฟิคแล้วค่ะ ;__; ตอนแรกไม่อยากทำเลยเพราะกลัวว่ามันจะจางและไม่มีคนเข้าไปเล่น แต่ปรึกษาเพื่อนๆไปมา สรุปก็มีค่ะ เป็นแท็ก #auratusmn นะคะ ไปหวีดกันได้นะไม่อยากให้จาง!!

ตอนนี้แอบสั้นนิดนึง เพราะตอนหน้าจะยาวมากๆๆๆๆๆๆๆๆ จะเริ่มเข้าเนื้อเรื่องอย่างจริงจังแล้วค่ะ!!

 

#auratusmn

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 214 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

736 ความคิดเห็น

  1. #719 Chompoo (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 02:33

    แงงพี่เล่านิทานให้น้องฟังด้วยย

    #719
    0
  2. #692 mayupong-111 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 14:26
    องค์ชายน่ารักอ่ะ แงงงงงง้ ใจสั่นเลย น้งค้าบบบบ ฮื่อออออ อยากเหมานิทานทุกเรื่องในเซคันดาติมาถวาย มุแงงงงงง้ น้งยิ้มโด้ย เาเดลดกลดได
    #692
    0
  3. #678 i3-kk (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 18:59
    น่ารักจังมาเล่านิทานให้กันฟังด้วย หลับฝันดีแล้วนะลูก
    #678
    0
  4. #615 CB_SURVEY (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 03:58
    นายทหาร!!!! อบอุ่นมาก อุนแม่อยากฝากดูแลลูกอุนแมามากๆ อุแงงง
    #615
    0
  5. #487 gorbua123 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 00:20
    ใจบางกับอดีตของน้องจริงๆค่ะ อยากโอ๋มากๆๆ
    #487
    0
  6. #481 Ploy15546 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 มีนาคม 2563 / 21:53
    เอ็นดูน้องน้าพ่อดัคลาส
    #481
    0
  7. #414 dyowonderwall (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 01:26
    น้องน่ารักแง
    #414
    0
  8. #313 exit-vips (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:59
    ใจบางมาก กล่อมน้องนอน น่ารักกก
    #313
    0
  9. #256 JKCBB (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:42
    เป็นทหารของโวลธาเนีย ก็คือเป็นพี่เลี้ยงเด็กนั่นเองค่ะ
    #256
    0
  10. #255 JKCBB (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:41
    หลับปุ๋ยเป็นเด็กเลย นิทานมันสนุกขนาดนี้เลยนะ เหมือนจะไว้ใจดัคลาสมากกว่าเดิมนะ เขาอยู่ในห้องแต่ก็สบายใจจนกล้านอนหลับเลย
    #255
    0
  11. #208 plaeee1a (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:53
    ใจดีกับน้องเยอะๆ นะ คนอื่นใจร้ายกับน้องกันมากเลย
    #208
    0
  12. #168 baimaibm (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 มกราคม 2563 / 21:40
    เอ็นดูยัยน้องมาก ตอนฟังนิทานต้องแววตาเป็นประกายแน่ๆ ;-;
    #168
    0
  13. #156 Nora1012 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 19:34
    ฉากนี้ก็อบอุ่นเหมือนเดิมนะพ่อพระเอก อยากเห็นตอนรักกันแล้ววว
    #156
    0
  14. #153 netty25 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 18:33
    อบอุ่นไม่ไหวแล้ว
    #153
    0
  15. #110 mtuanna93 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 15:51
    ดูแลน้องดีๆนะ
    #110
    0
  16. #98 tungkhaow (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2562 / 02:47
    ดัคลาสอ่อนโยนมากๆเลย ดูแลมัลฟอนตลอดไปเลยได้มั้ย สงสารน้อง
    #98
    0
  17. #91 mnamey (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 23:45
    แงงงงงง น้องน่าเอ็นดูจังเลยค่ะ
    #91
    0
  18. #90 gorbua123 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2562 / 18:28
    แอแงง น่ารักมากๆๆเลยค่ะไม่คิดว่าจะมีมุมที่ดัคลาสมานั่งอ่านนิยายกล่อมน้องด้วยㅜㅜ
    #90
    0
  19. #88 aussawineyes (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2562 / 10:11
    ดูแลน้องทีนะคะ น้องบอบบางมาก แม่อยากกอดปลอบ
    #88
    0
  20. #78 AbsTxz_ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 16:27
    แงงงงงง ดัคลาส นายเอ็นดูน้องแล้ววว เล่านิทานให้ฟังด้วย อบอุ่นมาก;-;
    #78
    0
  21. #77 ChocoSmurf_rose (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 15:29
    ตอนนี้น่ารักมากเลยฮือ ขอบคุณดัคลาสที่อ่อนโยนกับน้องนะคะ แงแอ
    #77
    0
  22. #68 milkcookie (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 08:17
    ในที่สุดก็มีแท็กฟิคคคค ฮือออออออ

    ฟรอยนายเอ็นดํน้องแล้วใช่มั้ยๆๆ เขินอะ เล่านิทานก่อนนอนด้วย น้องหลับปุ๋ยเลย;_; นายต้องปกป้องน้องนะ!!!!
    #68
    0
  23. #67 moonatbaaa (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 00:12
    มีความเป็นไปได้บ้างมั้ยที่ตอนเด็กๆเค้าจะเคยเจอกันบ้างๆๆๆ กอดโอ๋นะคะองค์ชาย
    #67
    0
  24. #66 hye-ri (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 00:02
    แล้วดัสลาสก็จุมพิตที่ริมฝีปากบางของมัลฟอนเป็นการบอกฝันดี //ไรเตอร์ไม่ได้กล่าว ฉันกล่าวเอง
    เธอเริ่มจะสนใจน้องน้อยของฉันออกนอกหน้ามากขึ้นเรื่อยๆเลยน้า ก่อนหน้านี้ก็ป้อนข้าวให้ รอบนี้ก็มาเช็คห้องเขาตอนกลางค่ำกลางคืน แถมยังไม่ถามเรื่องราวของเขามาอีกด้วย สนใจก็บอกสนใจตรงๆเถอะ

    พูดเรื่องราชินีคือเรากลัวว่าราชินีจะมีโอรสองค์ใหม่แล้วจะหาทางกำจัดน้องมากเลยอะ ยิ่งไม่ใช่ลูกในไส้แล้วราชาไม่ได้สนใจขนาดนั้นด้วย แง น้องน้อยอย่าเป็นอะไรนะ
    จะว่าไปน้องเด็กกว่าดัคลาสสองสามปีเลยหรอ อยากได้ยินน้องเรียกพี่เขาว่า “ท่านพี่” หรือ “เสด็จพี่” สักครั้งตอนรู้ความจริงว่าดัคลาสเปนเจ้าชายจัง กรี๊ด
    #66
    0
  25. #65 ikwannoy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 20:55
    มีแท็กแล้ว 🎉🎉🎉🎉
    #65
    0