sub eques auratus [ MINNO ]

ตอนที่ 6 : CHAPTER V : Infirmi

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,762
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 246 ครั้ง
    22 มี.ค. 63

 

Aosvalt népeintess

 

 

 

การเยี่ยมเยียนปรึกษาหารือเรื่องการรักษาความสัมพันธ์ทั้งสี่อาณาจักรให้แน่นแฟ้นมากขึ้น เป็นไปอย่างราบรื่นเพราะเดิมทีพวกเขาก็คุ้นหน้าคุ้นตาและเคยสนทนากันมาบ้างแล้ว มันจึงเป็นการพูดคุยที่มีแต่เรื่องดีๆเท่านั้น

 

ดูท่าแล้วองค์ราชาคงถูกใจทีโอ รูมมอร์ไม่น้อย เพราะตั้งแต่ที่เริ่มการสนทนา คาลอส โวลธาเนียก็เอ่ยปากชมอีกคนไม่หยุดหย่อน จนอดไม่ได้ที่เลอกรันจ์ต้องกรอกตาด้วยความหมั่นไส้

 

หลายครั้งที่เอลิยอนลอบมองเจ้าชายผมสีน้ำตาลอ่อนที่นั่งอยู่ตรงข้ามที่นั่งของเขา อีกคนมีชื่อเสียงที่ดังไปทั่วทุกอาณาจักร ทั้งด้านที่ชื่นชมและก่นด่า เอกลักษณ์ของคนผมสีน้ำตาลอ่อนคือความเจ้าเล่ห์และความเฉลียวฉลาดอันยากจะมีใครตามทัน ความสามารถในการพูดจาหว่านล้อมเกลี้ยกล่อมผู้คนเสียจนบางอาณาจักรที่ถูกริวาเอลรุกรานนั้นกลับยินดีที่จะถูกเป็นเมืองขึ้น น้อยนักที่จะไม่ยินดีและอพยพหนีออกมา

 

การสนทนายังคงราบรื่นดังเช่นตอนเริ่ม แม้บัดนี้มันจะไม่มีเสียงพูดคุยกันเพราะคาลอสขอตัวออกไปด้านนอก โดยอุญาตให้พวกเขาเดินชมรอบปราสาทและนอกได้อย่างตามสบาย เลยกลายเป็นว่ามีสามองค์ชายที่ก่อนหน้านั้นยิ้มแย้มแจ่มใสทำสีหน้าเป็นมิตรให้กัน กำลังเขม่นสายตากันเป็นว่าเล่น

 

“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิเลอกรันจ์ ฉันไม่ปลื้มเลยที่เพื่อนเก่าทำสีหน้าไม่รับแขก”

 

“ฉันนับนายเป็นเพื่อนด้วยงั้นหรือ?”

 

อย่าคิดว่าตังเองเหน็บแหนบเป็นคนเดียวล่ะ.. จิ้งจอกเจ้าเล่ห์ ทีโอ รูทมอร์

 

อีกคนเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยพร้อมกันแขนแกร่งที่ยกขึ้นกอดอกเป็นนิสัยที่ตัวเองมักใช้ทำอยู่เสมอ ดวงตาที่ดูก็รู้ว่าไม่ประสงค์ดี ไหนจะมุมปากที่ยกขึ้นอีก แม้อีกคนจะใช้คำพูดที่เป็นมิตร แต่กับท่าทางนั้นไม่ใช่เลย

 

“อะไรกัน คำพูดคำจาแบบนั้นไม่เหมาะสมกับคนที่จะเป็นราชาเลยนะ”

 

“มันไม่เกี่ยวกัน”

 

“ฉันล่ะสงสารอาณาจักรลอยย์เสียจริง ทั้งที่พ่อของนายปกครองอยู่มันก็ดีมากแล้ว ประชาชนคงอยากให้พ่อของนายเป็นราชาต่อไป แต่พ่อของนายก็ต้องสละบัลลังก์ให้ ไม่เช่นนั้นชาตินี้เจ้าลูกชายที่แสนโง่เขลาคงไม่มีวันได้ขึ้นครองราชย์สักที”

 

หากไม่ติดว่าองค์ชายข้างกายของเอลิยอนยกมือปรามไว้ เจ้าของผมสีชมพูคงลุกขึ้นไปจัดการกับคนหน้าให้ล้มลงไปนอนกับพื้นแล้ว เดิมทีเขาก็ไม่ใช่คนที่เก็บอารมณ์ได้ดีขนาดนั้น ยิ่งเป็นทีโอ รูทมอร์ยิ่งน่าโมโหนัก

 

เจ้าของผมสีน้ำตาลอ่อนยังคงยกยิ้มราวกับมีชัยชนะอยู่ในมือ

 

“ห้ามทำไมล่ะ ออซวอลต์ เนเพนเธส หากเอลิยอนอยากจะชกหน้าฉัน.. ก็ปล่อยให้หมอนั่นทำเสียสิ”

 

จิ้งจอกเจ้าเล่ห์ยังไม่หยุดท้าทายเขา เอลิยอนยังพอมีสติที่จะควบคุมตัวเองได้ ถึงได้ยอมอยู่เฉยตามที่องค์ชายข้างกายขอร้องผ่านทางสายตา

 

เดิมทีอาณาจักรลอยย์และลิวาเอลนั้นเป็นดั่งพี่น้องร่วมสาบานกันมาเนิ่นนาน เพียงแต่เมื่อลิวาเอลเริ่มรุกรานพื้นที่อาณาจักรอื่นๆ ลอยย์จึงไม่เห็นด้วย และเนิ่มที่จะปากเสียงกัน จริงอยู่ที่องค์ราชาของลอยย์นั้นค่อนข้างควบคุมอารมณ์และคำพูดได้ แต่มันไม่เสมอไปเมื่อคนเมืองลิวาเอลมีความสามารถในการยั่วอารมณ์โมโหผู้อื่น

 

“ที่จริงนายไม่ต้องมาร่วมการสนทนาครั้งนี้ด้วยก็ได้นะ เนเพนเธส”

 

“ช่วยสงบปากสงบคำทีเถิด รูทมอร์”

 

ออซวอลต์ เนเพนเธส เจ้าชายจากอาณาจักรเวล์มเฮล์มเอ่ยปรามเจ้าของผมสีน้ำตาลอ่อนที่เปลี่ยนเป้าหมายจากการหาเรื่องเอลิยอนมาเป็นเขา

 

“รับความจริงที่ว่านายไม่สมควรมาที่นี่ไม่ได้งั้นสิ? จากที่คุยกันเมื่อกี้ ก็มีเพียงฉันและองค์ราชาที่พูดจากัน คนที่ไม่มีอะไรดีนอกจากโชคดีที่เกิดมาบนกองเงินกองทองแบบนาย ก็ดีแต่พยักหน้าไม่ใช่หรือ?”

 

บางทีออซวอลต์ก็นึกขำ ทีโอ รูทมอร์ จะหาเรื่องใครก็ได้มันไม่ใช่ธุระของเขา แต่การหาเรื่องคนที่หน้าหนาและปากไวแบบเขา ไม่ใช่ความคิดที่ดีสักนิด

 

“เยี่ยมเลย งั้นนายก็คงไม่มีอะไรดีนอกจากปาก”

 

“ระวังคำพูดหน่อยนะ เนเพนเธส”

 

“เก็บปากไปบอกตัวเองเสียเถิด ที่มาที่นี่นายก็ไม่ได้มีเป้าหมายจะมาปรึกษาหารือเรื่องบ้านเมืองนี่ คิดว่าฉันไม่รู้งั้นหรือ? การมาเจอบุตรชายของราชาคาลอส มันคงเป็นความต้องการสูงสุดของนายสินะ”

 

ดวงตาเจ้าเล่ห์ฉายแววไม่พอใจก่อนจะตวัดมามองคนผมสีดำสนิท

 

“แล้วมันจะทำไม?”

 

“ป่านนี้องค์ชายมัลฟอนเกิดกลัวนายไปแล้วมั้ง ทั้งความคิดและจิตใจของพวกรูทมอร์ มันก็สกปรกโสมมเกินกว่าจะเรียกตนเองว่ากษัตริย์แล้วนี่”

 

ในขณะที่ริมฝีปากสีเข้มกำลังจะเอ่ยเถียงโต้แย้งองค์ชายจากเวล์มเฮล์มนั้น เขาก็นึกขึ้นมาได้ว่าหากมีเรื่องในตอนนี้มันอาจไม่สมควรนัก รู้อยู่แก่ใจว่าองค์ราชาคาลอสนั้นมองตนด้วยภาพลักษณ์แบบได้ ทีโอถึงได้ยอมกลืนคำด่ามากมายลงไปคอ ก่อนจะลุกขึ้นเดินแยกออกไปจากองค์ชายจทั้งสองที่นั่งจ้องเขาไม่ละสายตา

.

"ฉันจะไปหามัลฟอน"

 

"..."

 

"อย่าตามมาล่ะ ฉันเหม็นขี้หน้าพวกนาย"

 

เออ พวกเขาก็ไม่ได้อยากจะเจอหน้าของคนผมสีน้ำตาลเท่าไหร่นักหรอก..

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"ขอโทษ..."

 

หากมัลฟอนไม่ได้หูฟาดไป นั่นคงเป็นประโยคขอโทษที่ออกมาจากคนที่ทำร้ายร่างกายเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า.. และเป็นการขอโทษครั้งแรกเสียด้วย..

 

เจ้าของท่อนแขนแกร่งแข็งแรงข้างซ้ายค่อยๆเลื่อนมาโอบรอบเอวบางไว้อย่างแผ่วเบา การกระทำที่แสนอ่อนโยนซึ่งคนตัวเล็กไม่เคยได้รับมาก่อน สร้างความตกใจให้ไม่น้อย มือสองข้างที่เผลอวางนาบลงบนอกแกร่งราวกับไม่ต้องการให้อีกคนเข้ามาใกล้ไปมากกว่านี้ และหากเข้ามาใกล้มันคงจะอันตรายต่อตัวโวลธาเนียไม่น้อย..

 

"ด.. เดนวา"

 

"เจ็บปวดมากใช่ไหม? ดวงตาของท่านมันบอกเช่นนั้น"

 

มือแกร่งที่เคยบีบข้อมือของคนตัวเล็กจนมันเกือบจะหักคามือ กำลังยกขึ้นปัดปอยผมที่ปกใบหน้าหวานอย่างแผ่วเบา เผยให้เห็นดวงตาที่กำลังตื่นตระหนกอย่างชัดเจนมากขึ้น

 

ยามได้สบตากับดวงตาที่ไม่อาจคาดเดาความคิดได้นั้น มันทำให้องค์ชายผิวกายขาวเริ่มทำตัวไม่ถูก นอกจากก้มหน้าลงหลบสายตาของคนตัวสูง สมองของมัลฟอนสั่งการให้ผลักไสอีกคนไปเสีย หากแต่ร่างกายมันไม่ยอมฟัง เขาทำได้เพียงยืนนิ่งๆให้อีกคนลูบผมสีน้ำตาลเข้มไปมาราวกับปลอบปะโลม

 

แบบนี้อันตราย.. อันตรายแน่ๆ..

 

"เดนวา.. เราไม่.."

 

"กระหม่อมเคยบอกใช่หรือไม่.. ว่าหากรู้สึกเช่นไรให้แสดงออกมา.."

 

ใช่.. ในตอนนั้นเจ้าของริมฝีปากสีเข้มทำเอาคนตัวขาวนอนคิดมากไปหลายวัน กับคำสั่งที่บอกให้เขาแสดงตัวตนออกมา ไม่ใช่ซ่อนเอาไว้ เพียงแค่มัลฟอนไม่ได้ทำตามคำสั่งนั้น อีกคนยังคงดื้อรั้นและใช้แววตาจองหองในการมองผู้คนในราชวังค์ดังเดิมอย่างที่เคยเป็น และยังคงซ่อนความเจ็บปวดไว้ภายใต้ดวงตาแสนร้ายกาจ

 

คางมนที่ถูกเชยขึ้นให้สบตากับคนตัวสูงกว่า ยิ่งทำให้ใบหน้าขาวเห่อร้อนขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ มัลฟอน โวลธาเนีย พยายามอย่างหนักที่จะส่งเรี่ยวแรงที่เหลือที่ตนยังมีไปยังฝ่ามือทั้งสองข้าง มันยังคงแนบอยู่บนอกแกร่ง หากแต่พยายามดันเท่าใดอีกคนก็ไม่เคลื่อนกายหนีเขาสักนิด ในเหตุการณ์ที่แสนอันตรายแบบนี้ หัวใจดวงน้อยเริ่มสั่นกลัวราวกับกระต่ายตัวน้อยที่กำลังจะตกเป็นเหยื่อของหมาป่าและไร้หนทางในการหลบหนี

 

"สบตาสิ.. บอกกับกระหม่อมผ่านดวงตาของพระองค์ ว่ารู้สึกเช่นไร.."

 

ริมฝีปากที่เฉียดกันไปมายามที่เอ่ยพูด..

 

"ดัคลาส.. เรา.."

 

ระยะห่างที่ใกล้เข้ามาทำให้รับรู้ถึงลมหายใจของกันและกัน..

 

"หืม?"

 

น้ำเสียงในลำคอที่ทุ้มต่ำ ยิ่งได้ยินยิ่งทำให้หัวใจดวงน้อยสั่นรัวมากขึ้นจนยากจะห้ามไหว

 

เพียงแค่ริมฝีปากสีเข้มประทับเข้าที่ริมฝีปากสีระเรื่ออย่างแผ่วเบาก็สร้างความตื่นเต้นให้กับคนตัวขาวไม่น้อย มันไม่ใช่การจูบอย่างที่ควรจะเป็น หากแต่เพียงแตะลงเบาๆก่อนจะผละออกมาอย่างรวดเร็ว การทำแบบนั้นยิ่งทำให้คนตัวเล็กแทบยืนไม่ไหว โชคดีที่แขนแกร่งยังช่วยพยุงเอาไว้อยู่ ไม่เช่นนั้นกายบางขององค์ชายคงล้มพับไปกับพื้นแล้วแน่ๆ

 

"ท....ทำแบบนี้ทำไม"

 

"..."

 

"ตอบสิ เดนวา"

 

ดวงตาสับสนพยายามจะจับจ้องไปที่แววตาของหมาป่าที่บัดนี้มันเฉยชาราวกับอีกคนนั้นไร้ความรู้สึก มันยิ่งทำให้คนตัวขาวรู้สึกแย่ที่ถูกอีกคนกระทำอย่างที่คนรักกันพึงกระทำ หากแต่กับดัคลาส เดนวา.. มันไม่ใช่เลยสักนิด..

 

"เพียงแค่ขอโทษเท่านั้น"

 

"..."

 

"นั่นเป็นคำขอโทษจากกระหม่อม.."

 

คนตัวสูงผละออกจากกายบางอย่างแผ่วเบา ก่อนจะพยุงอีกคนไปนั่งบนเตียงกว้างที่เป็นเตียงนอนของคนตัวขาวเอง มัลฟอนไม่แม้แต่จะสบตา อีกคนยังมีอาการตื่นตระหนกอยู่ สังเกตได้จากการหลบสายตาของเขาตลอดเวลา หรือแม้แต่ใบหน้าที่ขึ้นริ้วแดงจนมันลามไปถึงใบหู มัลฟอนไม่สามารถซ่อนมันได้

 

"หากจะขอโทษกันเช่นนี้ ทีหลังไม่ต้องขอโทษเสียจะดีกว่า" เสียงหวานที่เอ่ยเชิงดุเจ้าของผมสีสว่างที่รังแกเขาเมื่อครู่ แต่คนโดนดุก็ยังคงทำเป็นไม่รู้ร้อนรู้หนาวใดๆ

 

"แต่มันก็ดีกว่ากระหม่อมไม่ทำอะไรเลยไม่ใช่หรือ?"

 

"คนไร้มารยาทอย่างไรก็ไร้มารยาทอย่างเดิมอยู่วันยันค่ำ ไม่รู้หรือว่าการจุมพิตมันไว้สำหรับผู้เป็นคู่รักเขาทำกัน ไม่ใช่กับทหารและองค์ชายแบบเรา!" อาการตื่นกลัวของว่าที่ราชาแห่งโซลเซียนา ไม่ได้ทำให้ฝีปากที่ร้ายกาจลดลงเลยสักนิด กลับกันมันอาจมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก

 

"งั้นพระองค์ก็มาเป็นคนรักของกระหม่อมก็สิ้นเรื่อง"

 

"เดนวา!"

 

คนตัวขาวแหวเสียงดังเสียจนคนตัวสูงต้องยกนิ้วชี้ขึ้นมาจรดริมฝีปากสีเข้มเป็นการปรามว่าอย่าเสียงดังไปมากกว่านี้ เช่นนั้นอาจมีคนได้ยินเข้ามันอาจเป็นเรื่องที่ไม่ดี โชคดีที่คนตัวเล็กกว่ายอมฟังและไม่ทำร้ายหรือด่าทอเขาอย่างที่ควรจะเป็น คงเพราะอีกคนหมดเรี่ยวแรงในการต่อล้อต่อเถียงกับเขาแล้วล่ะมั้ง ก็เล่นโดนเขาสูบแรงไปขนาดนั้นนี่นา..

 

"ท่านจะบอกกระหม่อมได้หรือไม่ ว่าเหตุใดท่านจึงต้องซ่อนความเจ็บปวดนั่นไว้ข้างใน"

 

คนที่เพิ่งจะรังแกคนตัวขาวไปเมื่อครู่เริ่มเปิดประเด็นที่แสนค้างคาใจมาตลอดตั้งแต่เริ่มมาเป็นทหารของโซลเซียนา ดวงตาที่สั่นไหวของโวลธาเนียเมื่อครู่เริ่มแปรเปลี่ยนแววตาแห่งความเศร้าอีกครั้ง เมื่อถูกถามในสิ่งที่ตนไม่อยากตอบ แต่มันเลี่ยงไมได้

 

ทั้งที่คนเป็นทหารควรจะคุกเข่าและคำนับต่อองค์ชาย หากแต่ทหารอย่างดัคลาสนั้นยืนค้ำหัวของผู้เป็นเหนือกว่า และกอดอกราวกับตนนั้นมีอำนาจมากนัก เสียงของสิ่งมีชีวิตด้านนอกหรือแม้แต่เสียงของสายลมที่พัดอย่างแผ่วเบามันไม่ได้เข้าหูขององค์ชายตัวขาวเลยสักนิดเมื่อคำถามที่คนตรงหน้าเอ่ยถามมันทำให้สมองของมัลฟอนสั่งการให้นึกย้อนไปยังเหตุการณ์ที่สร้างบาดแผลในใจของเจ้าตัวไปตลอดชีวิต

 

"เหตุใดเราต้องตอบ?"

 

หากยอมเอ่ยบอกไปง่ายๆ.. เช่นนั้นก็ไม่ใช่องค์ชายมัลฟอนจอมเอาแต่ใจแล้ว

 

"หากไม่อยากตอบ กระหม่อมก็จะไม่รบกวน"

 

"..."

 

"เช่นนั้นกระหม่อมขอตัว"

 

"เดี๋ยว!"

 

เสียงหวานที่เอ่ยขึ้นขัดเจ้าของร่างสูงที่กำลังจะหมุนตัวเดินออกจากห้องของตนเอง พร้อมกับมือเรียวที่คว้าชายเสื้อของอีกคนไว้เป็นการรั้งไม่ให้อีกคนไปจากเขา.. เจ้าของใบหน้านิ่งเฉยอย่างคนเดาอารมณ์ยากเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยหลังจากเห็นว่าองค์ชายปากร้ายถูกตัวเขาทั้งที่ปกตินั้นเลี่ยงแทบตาย ยิ่งไปกว่านั้นหากมีใครมาเห็นภาพที่ว่าที่ราชาสัมผัสร่างของทหารชั้นล่างแบบนี้มันคงไม่สมควรนัก

 

คิดได้เช่นนั้นมือขาวก็รีบผละออกมาเมื่อนึกได้ว่าเขาไม่ควรที่จะเข้าใกล้ร่างสูงไปมากกว่านี้เลย

 

“เราขอถามก่อนได้ไหม ทำไมนายถึงต้องการให้เราแสดงออกมาว่ารู้สึกเช่นไร ทำไมถึงไม่ให้เราซ่อนมันมันเอาไว้” มันเป็นคำถามที่คาใจคนตัวขาวมาตลอด นับตั้งแต่อีกคนพูดจาโหดร้ายกับมัลฟอน

 

“แล้วพระองค์มีความสุขหรือ? ที่ต้องคอยซ่อนไว้”

 

“…”

 

“หากไม่ นั่นแหละคือคำตอบ”

 

คำพูดกำกวม วกไปวนมาชวนงงของคนตัวสูงมันทำให้คิ้วสวยขมวดเข้าหากันด้วยความแคลงใจ การสนทนากับนายทหารตรงหน้าให้รู้เรื่อง เป็นเรื่องยากเกินกว่ามัลฟอน โวลธาเนียจะทำได้

 

“ทีนี้ตอบกระหม่อมได้หรือยัง ว่าเหตุใดต้องทำเหมือนเก่งนักหนา โดยเฉพาะความสามารถด้านการต่อล้อต่อเถียงของพระองค์น่ะ” ดัคลาส เดนวาไม่ได้กล่าวหาหรือพูดผิด คนตรงหน้าเขานั้นเถียงเก่งยิ่งกว่ายามที่รูเฟนและเพโรน่ามีปากเสียงกันเสียอีก เขามักจะปวดหัวทุกครั้งที่ปากเล็กเริ่มเปิดฉากโต้เถียงกับเขา

 

“เราไม่ลดตัวลงไปต่อล้อต่อเถียงกับนายหรอกนะ สำคัญตัวผิดไปแล้ว เดนวา”

 

งั้นหรือ ไอที่ผ่านๆมาที่จ้องตาเขาเขม็ง ปากฉอดๆใส่เขาไม่เรียกเถียงงั้นสิ?

 

“เราแค่ไม่อยากอ่อนแอก็เท่านั้น ความอ่อนแอไม่เหมาะสมกับผู้ที่จะเป็นราชา”

 

“ร่างกายพระองค์ก็อ่อนแอ” เจ้าตัวว่ากลับทันทีที่คนตัวขาวพูดจบ

 

“มันไม่เหมือนกันหรอกนะเดนวา ร่างกายกับจิตใจน่ะ”

 

ปากเล็กพยายามจะเอ่ยอธิบาย โดยมีบุคคลในชุดทหารยืนเฝ้าอยู่อย่างนั้น

 

“งั้นหรือ”

 

“เราอยากเป็นคนที่เข้มแข็ง แบบที่จิตใจเข้มแข็ง ไม่ใช่ร่างกาย เราเกลียดพวกใช้กำลังนายก็รู้”

 

แน่นอนว่าต้องรู้ อีกคนบอกเขาตั้งแต่วันที่เขาทำให้ดวงตาที่น่าหลงใหลนั้นมีแแต่ความเจ็บปวดและคลอไปด้วยน้ำสีใส ภาพในวันนั้นยังติดตาดัคลาสมาจนถึงตอนนี้

 

“อ่อนแอบ้างก็ได้ ไม่เห็นจะเป็นอะไร”

 

“เช่นนั้นพ่อคงดูถูกเราเป็นแน่”

 

พอได้ยินแบบนั้นก็ทำให้คัคลาสนึกย้อนไปในตอนที่เขาอยู่ในห้องที่ใช้ตอนรับองค์ชายกับเอลิยอนและองค์ราชาคาลอส โวลธาเนีย คำพูดที่ผู้เป็นพ่อใช้ในการเหยียดหยามลูกตัวเอง เขาได้ยินมันอย่างชัดเจน

 

แต่ดัคลาส เดนวา ไม่คิดจะพูดมันออกไป เพียงแค่นี้คนตรงหน้าก็ดูไม่อยากจะรับรู้อะไรอีกแล้ว หากพูดไปมัลฟอนอาจจะร้องไห้ก็ได้

 

“อีกอย่าง.. มีคนเคยขอร้องให้เราเข้มแข็งขึ้น”

 

เสียงที่แผ่วเบาเกินกว่าจะมีใครได้ยินออกมาผ่านริมฝีปากสีระเรื่อที่เพิ่งโดนรังแกมาเมื่อครู่ ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้ายที่คนผมสีทองได้ยินมัลฟอนพูดอย่างชัดเจนทุกถ้อยคำ

 

“คนรักของพระองค์งั้นหรือ?”

 

“อะไร?”

 

“คนที่ขอให้พระองค์เข้มแข็ง.. ใช่คนรักของพระองค์หรือไม่?”

 

ใบหน้าหวานที่เคยก้มมองเท้าตัวเองอย่างไม่คิดจะเงยหน้าขึ้นมาจนเมื่อได้ยินคำถามของคนตัวสูงตรงหน้า คิ้วสวยขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจคำถามของนายทหารผมสีสว่าง ไม่ใช่เป็นการงุนงงกับคำถาม แต่เป็นความสงสัยมากกว่าว่าเหตุใดอีกคนจึงเลือกถามเช่นนั้น และปากของโวลธาเนียก็ไปไวเท่าความคิด เจ้าของผมสีน้ำตาลเข้มเอ่ยถามทันที

 

"อะไรทำให้นายถามเช่นนั้น?"

 

"อย่ามาย้อนถาม"

 

มัลฟอนกัดริมฝีปากเล็กน้อยเมื่อรู้สึกว่าบรรยากาศรอบตัวมันเปลี่ยนไปจากเมื่อกี้ ราวกับว่าคนตรงหน้าพยายามแผ่รังสีบางอย่างให้เจ้าตัวพูดความจริงออกมา มันกดดันมากกว่าตอนที่เขาถูกองค์ราชาเรียกพบตัวเสียอีก ดวงตาที่เดิมทีก็เฉยชาไร้ความรู้สึกมากพอแล้ว ยิ่งเวลานี้มันกลับนิ่งราวกับคลื่นทะเลที่แสนสงบมากกว่าเดิม

 

"แม่ของเรา.."

 

ดัคลาสขมวดคิ้วทันทีที่เสียงหวานเอื้อนเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา

 

"พระมารดา?"

 

หากพูดถึงพระมารดาแล้ว ก็ไม่ใช้หญิงสาวใบหน้าอ่อนกว่าวัยที่มักเก็บตัวอยู่ในห้องของผู้เป็นราชาไม่ใช่หรือ?

 

เคยได้ยินจากเพโรน่าและคนอื่นๆในวังมาบ้างว่าองค์ราชินีเป็นหญิงที่แสนโหดร้าย เดิมทีดัคลาสไม่คิดจะเชื่อมันเพราะใบหน้าที่แสนอ่อนโยนและงดงามหยดย้อยของพระนาง ดูแล้วไม่ใช่ดั่งคำที่เล่าลือกัน แต่ก็ยังมีเสียงบอกอีกว่าประชาชนทุกคนในอาณาจักรก็รู้ว่าราชินีนั้นโหดร้ายขนาดไหน แต่ใครจะกล้าขับไสไล่ส่งนางก็ในเมื่อผู้เป็นราชานั้นรักนางหนักหนา

 

ยิ่งไปกว่านั้นเขาเคยได้ยินพระมารดาขององค์ชายตรงหน้าดุด่าเจ้าตัวอยู่ครั้งหนึ่ง แววตาที่ปรากฏณ์อยู่บนใบหน้างดงามแสดงให้เห็นถึงความรังเกียจที่มีต่อคนตัวขาว มันไม่ใช่สายตาที่ผู้เป็นมารดาจะใช้มองกับบุตรของตนสักนิด ไม่ผิดที่ดัคลาสจะเปลี่ยนใจมาเชื่อคำเล่าลือเรื่องราชินี

 

"นั่นไม่ใช่แม่แท้ๆของเราหรอกนะ"

 

เป็นความจริงที่เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากบางที่เขาเพิ่งสัมผัสไปแล้วเมื่อครู่

 

"เช่นนั้นพระมารดาของพระองค์อยู่ที่ไหน?"

 

ดวงตาที่น่าหลงใหลพยายามที่จะหลบสายตาของเขา ริมฝีปากที่สั่นระริกอย่างชั่งใจว่าควรจะเอ่ยคำตอบออกไปดีหรือไม่

 

"สุสาน..."

 

สุดท้ายแล้วโวลธาเนียก็ยอมบอก..

 

ไม่ทันได้ถามคำถามใดต่อเสียงประตูห้องบรรทมของคนตัวขาวก็เปิดขึ้นโดยที่ไม่มีการเคาะให้สัญญาณว่ามีคนต้องการเข้ามาแต่อย่างใด

 

เดิมทีแค่คนไร้มารยาทแบบดัคลาส เขาก็ปวดหัวจะแย่ ยังจะมีผู้อื่นมาอีกงั้นหรือ? แม้แต่แซตลีย์ ไซฮีลที่โวลธาเนียสนิทสนมนักหนา ยังไม่เคยบุกรุกเข้ามาโดยไม่มีการขออณุญาต แล้วคนที่ต้องการเข้ามาเป็นใคร

 

แต่ไม่ทันทีที่จะได้ทำอะไร ริมฝีปากที่กำลังจะเอ่ยก่นด่าที่เปิดเข้ามาก็ต้องหยุดชะงักทันทีเมื่อเห็นว่าคนที่เข้ามาเป็นใคร.. มัลฟอน โวลธาเนีย คุ้นหน้าของบุคคลที่เข้ามาอย่างมากที่สุด ไม่สิ.. เขาจำมันขึ้นใจเลยต่างหาก..

 

เรือนผมสีน้ำตาลอ่อนที่เป็นเอกลักษณ์ และเขาเห็นมันมาหลายครั้งแล้ว

 

"ร...รูทมอร์?"

 

"คิดถึงฉันไหม กระต่ายน้อยของฉัน.."

 

ร่างเล็กที่เคยนั่งอยู่กับเตียงกว้างเมื่อครู่เด้งตัวออกอย่างรวดเร็วราวกับเห็นผี มัลฟอนหลบเข้าที่แผ่นหลังกว้างของผู้เป็นทหารด้วยความตกใจ พร้อมกับมือสองข้างที่กำเสื้อของดัคลาสไว้แน่น ส่วนคนที่ถูกกำเสื้อนั้นไม่ได้แสดงทีท่าตกใจหรือเกรงกลัวออกมา เพียงแต่เพ่งมองไปยังผู้บุกรุกที่แสนไร้มารยาทเท่านั้น

 

ไม่สิ แบบเขาไม่มีสิทธิไปด่าใครว่าไร้มารยาท

 

"อ...ออกไป"

 

"มาถึงก็ไล่ฉันเลยหรือ? ลืมของเราไปแล้วงั้นสิ"

 

มือเล็กที่เคยกำเสื้อเขาอยู่บัดนี้กลับกระชับแน่นจนมันกลายเป็นการขยำเสื้อของเขา มัลฟอนไม่เคยแสดงอาการตื่นกลัวใครขนาดนี้มาก่อนยกเว้นในตอนที่ถูกเขาทำร้าย มันน่าตกใจเสียจนอดไม่ได้ที่จะชายตาไปมองว่าเกิดอะไรขึ้นกับคนตัวขาว และภาพที่เห็นก็ยิ่งทำให้ดัคลาสขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจทันที..

 

เหตุใดต้องแสดงอาการสั่นกลัวขนาดนั้น

 

แต่โวลธาเนียก็ยังคงเป็นโวลธาเนียคนเดิม สั่นกลัวได้ไม่เท่าไหร่ท่าทางหยิ่งผยองที่เขาเคยปรามว่าให้อีกคนเลิกทำก็กลับมาอีกครั้ง

 

"เรื่องของเราหรือ? นายหมายถึงเรื่องไหนล่ะ เรื่องที่ไซฮีลตบหน้านายจนหน้าหัน หรือตอนที่ฉันผลักไสไล่ส่งให้นายไปไกลๆ.."

 

"ฉันหมายถึงเรื่องจูบแรกของเราต่างหากล่ะ.. กระต่ายน้อย"

 

ดัคลาสรับรู้ได้ถึงอาการสั่นเทาของฝ่ามือขาวที่บัดนี้ขยำจนเสื้อเขาแทบจะขาดคามือเสียเดี๋ยวนั้น หากแต่ภาพที่ปรากฏณ์อยู่ที่สายตาของผมสีสว่าง ไม่ใช่ใบหน้าที่มีน้ำตาอย่างที่ควรจะเป็น แต่เป็นใบหน้าที่แดงก่ำราวกับพยายามจะระงับอาการโทสะของตนที่กำลังจะปะทุออกมาในไม่ช้า คงเป็นเพราะคำพูดที่องค์ชายผมสีน้ำตาลอ่อนตรงหน้าพูดเป็นแน่

 

แม้จะไม่มีใครมาอธิบายสถานการณ์ให้ดัคลาส เดนวาได้ฟัง แต่เขาก็พอจะเข้าใจเหตุการณ์ได้ไม่ยาก

 

"จะซ่อนตัวไปถึงไหนล่ะกระต่ายน้อยของฉัน.. มาหาฉันสิ"

 

"ฉันไปเป็นของนายตั้งแต่เมื่อไหร่?"

 

องค์ชายแววตาเจ้าเล่ห์หัวเราะในลำคอเบาๆ

 

"ให้ฉันรื้อฟื้นความทรงจำโดยการจูบนายอีกรอบดีไหมล่ะ ว่าไง.."

 

มือหนาที่กำลังยื่นมาหมายจะคว้าคนตัวขาวที่หลบอยู่หลังเขาเมื่อครู่จำต้องชะงักทันทีเมื่อท่อนแขนแกร่งที่มีเส้นเลือดขึ้นตามข้ออย่างคนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ กำลังยื่นมาบดบังไม่ให้ผู้ที่บุกรุกเข้ามาได้สัมผัสตัวขององค์ชายแห่งโซลเซียนา อย่างไรเสียดัคลาส เดนวาก็มีตำแหน่งเป็นทหารของพระองค์.. หน้าที่ปกป้องคนตัวเล็กกว่ามันเป็นของเขา

 

แต่ดูเหมือนการทำหน้าที่ของนายทหาร จะสร้างความไม่พึงพอใจให้กับทีโอ รูทมอร์ไม่มากก็น้อย อีกคนถึงได้ขมวดคิ้วมุ่นอย่างคนโดนขัดใจ พร้อมกับดวงตาที่ตวัดมามองเขาราวคาดโทษ แน่นอนว่าคนอย่างเขาไม่มีทางที่จะหลบ ไม่มีความเป็นที่จะต้องกลัวเช่นกัน ต่อให้ต้องโดนองค์ราชาคาลอสไล่ออกจากราชวังดัคลาสก็หาได้สนใจ ในเมื่อเขาปฏิบัติหน้าที่ของตนตามที่ได้รับมอบหมาย

 

มัลฟอนเหมือนเห็นสายฟ้าจากดวงตาทั้งสองคู่ที่กำลังจ้องกันอย่างไม่มีใครยอมใคร

 

"โซลเซียนาตกต่ำถึงขั้นให้ทหารไร้สกุลเช่นนี้เข้ามาดูแลมัลฟอนของฉันเชียวงั้นหรือ?"

 

"ไม่ว่านายจะเป็นใคร ฉันขอแนะนำให้นายเดินออกไปจากทางที่นายเข้ามาจะดีกว่า"

 

มุมปากที่ยกขึ้นของทีโอ รูทมอร์ ไม่ได้ทำให้ดวงตาของหมาป่านักล่าอย่างดัคลาส เดนวาสั่นกลัวเลยสักนิด

 

"รู้ไหมไอพวกที่ปากดีกับฉันมันจบไม่สวยสักคน"

 

"คิดว่าฉันกลัวงั้นหรือ?"

 

กับหัวหน้าทหารที่นักหนา เขาก็สามารถเอาชนะได้มาแล้วนัดต่อนัด แล้วกับคนที่ขนาดตัวเล็กกว่าเขา เหตุใดจำเป็นต้องกลัวกันล่ะ?

 

"ฟังนะคุณทหารผู้น่ากลัว ฉันเพียงค่จะมาหาคนรักของฉันเท่านั้น"

 

มัลฟอน โวลธาเนียส่ายหน้าปฏิเสธทันทีที่ดัคลาสหันไปเลิกคิ้วใส่ราวกับจะถามว่า เป็นอย่างที่คนผมสีน้ำตาลอ่อนพูดจริงหรือไม่ และคำตอบก็ทำเอาทีโอ รูทมอร์หัวเสียได้ดีเลยทีเดียว

 

"ไม่ช้าหรือเร็วก็ต้องเป็นไม่ใช่หรือ?"

 

"เราไปตกลงจะเป็นตอนไหนกัน?"

 

"หากไม่ตกลง ก็ตกลงเสียเดี๋ยวนี้เลยไหมล่ะ!"

 

แรงฉุดกระชากของมือหนาที่ยื่นมาทำเอาคนตัวเล็กที่ไม่ทันได้ตั้งตัวนั้นเซไปกระทบเข้ากับอกแกร่งของทีโอ รูทมอร์ได้ไม่ยาก ด้วยแรงและพละกำลังที่ต่างกันมากโข ดัคลาส เดนวาไม่สามารถคว้าคนตัวขาวเอาไว้ได้ทัน จึงทำให้มัลฟอน โวลธาเนียตกอยู่ในอ้อมแขนขององค์ชายจากลิวาเอลโดยสมบูรณ์แบบ โดยไม่อาจขัดขืนได้

 

"ด... เดนวา!"

 

เจ้าของผมสีน้ำตาลสีเข้มพยายามอย่างหนักที่จะดิ้นให้หลุดจากพันธนาการของรูทมอร์ เสียงเล็กที่เปล่งออกมาเรียกให้ทหารของตนช่วยเหลือ แต่ยิ่งทำเช่นนั้นแขนแกร่งก็ยิ่งโอบรัดตัวเองแน่นขึ้น สุดท้ายแล้วมัลฟอน โวลธาเนียก็ได้เพียงส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากคนผมสีสว่างที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก

 

"ปล่อยองค์ชาย.."

 

"หากไม่ปล่อย จะทำเช่นไรเล่า..?"

 

น้ำเสียงและแววตาที่ท้าทายเป็นเอกลักษณ์ของจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ ทีโอ รูทมอร์ ไม่ได้ทำให้ดัคลาสสั่นกลัวเลยสักนิด ยอมรับว่าในตอนแรกเขาแอบตกใจที่โวลธาเนียถูกกระชากไปด้วยแรงที่มากมายขนาดนั้น คงทำให้คนตัวเล็กเจ็บไม่น้อยเลยทีเดียว สังเกตได้จากในตอนที่เขาเคยบีบข้อมือเล็กนั่นจนขึ้นรอยแดงช้ำ และตอนนี้ข้อมือขาวก็กำลังขึ้นสีแดงเพราะคนตรงหน้ากระทำเช่นกัน

 

เหมือนกับตกนรกทั้งเป็นอีกครั้ง เดิมทีร่างกายที่แสนอ่อนแอของว่าที่ราชาแห่งโซลเซียนาก็ไร้พละกำลังในการขัดขืนผู้คนอยู่แล้ว ยิ่งถูกทำร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากทั้งนายทหาร หรือจากทีโอก็ตามที ยิ่งทำให้คนตัวขาวเจ็บใจจนต้องเม้มปากอย่างสะกดกลั้นความเจ็บปวดนั้นไว้ ไม่ให้แสดงออกมาเป็นน้ำตา เขาไม่อยากจะร้องไห้ให้ใครเห็นอีกต่อไป

 

นึกโกรธทุกครั้งที่ต้องถูกทำร้ายไม่ว่าจะร่างกายหรือจิตใจ ขอบตาที่ร้อนผ่าวจนเกือบจะร้องไห้อยู่รอมร่อพยายามอย่างหนักที่จะไม่ร้องอีก ไม่เช่นนั้นก็ต้องถูกมองว่าเป็นคนอ่อนแอ เขาไม่อยากจะได้ยินผู้เป็นบิดาพูดเช่นนั้นอีกต่อไปแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นเขาก็สัญญากับมารดาแท้ๆของตนไว้ ว่าเขาจะเป็นคนที่เข้มแข็งดังที่อดีตราชินีต้องการ

 

ดัคลาสยกมือขึ้นกอดอกราวกับไม่เดือดร้อนกับเหตุการณ์ตรงหน้า เป็นภาพที่แปลกตาสำหรับองค์ชายจากลิวาเอล เพราะหากปกติแล้วผู้คนที่ถูกเขาข่มเหง หรือการนำตัวประกันมาต่อรองเฉกเช่นนี้ ย่อมทำให้ฝ่ายตรงข้ามเสียหลักไม่มากก็น้อยเลยทีเดียว แต่สิ่งนั้นกลับใช้ไม่ได้กับนายทหารที่มีแววตาดุจหมาป่านักล่า อีกคนไม่ได้สะเทือนเลยแม้แต่น้อย

 

มันยิ่งทำให้ทีโอไม่ชอบหน้าหมอนี่..

 

"ปล่อยเราเถิด ขอร้องล่ะรูทมอร์.."

 

แขนเล็กพยายามที่จะดันตัวเองออกจากอ้อมอกอันแสนน่ารังเกียจของเจ้าของผมสีน้ำตาลอ่อน แน่นอนว่าคนตัวเล็กที่ผอมแห้งขนาดนั้นไม่มีทางที่จะหลุดออกมาได้ง่ายๆ จนทีโอต้องส่งสายตากึ่งปรามกึ่งข่มขู่ไปให้คนตัวขาว ราวกับจะบอกว่าถ้าหากไม่หยุดเจ้าตัวจะต้องเป็นอันตรายอย่างแน่นอน แต่มันไม่ได้ทำให้โวลธาเนียล้มเลิกความพยายามเลยสักนิด

 

"จะไม่ทำอะไรหน่อยหรือ.. นายทหารผู้จองหอง"

 

"ฉันเป็นเช่นนั้นหรือ?"

 

"ที่นายยืนกอดอกต่อหน้าผู้เป็นองค์ชาย เพียงนี้ก็จองหองพอแล้ว"

 

ดวงตาที่เคยสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้คนมาแล้วนัดต่อนัด เสมองไปทางประตูบานใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจากเขามากนัก ยิ่งได้เห็นว่าประตูนั้นถูกเปิดทิ้งไว้โดยคนตรงหน้า ยิ่งที่ให้เจ้าตัวยกยิ้มขึ้นได้ไม่ยาก

 

สะเพร่าเช่นนี้.. มีหรือจะรอดจากเขาได้

 

ดัคลาส เดนวาค่อยๆตวัดสายตากลับมามองเจ้าชายผู้มาจากลิวาเอลอีกครั้ง แต่มันต่างจากเดิมตรงที่อีกคนฉายแววเจ้าเล่ห์ออก ถึงทีโอจะไม่ได้แสดงความสั่นกลัวออกมา แต่อาการชะงักเมื่อครู่ก็เป็นคำตอบให้ได้ดีเลยทีเดียว

 

อย่างที่เอลิยอน เลอกรันจ์เคยบอก.. ดัคลาส เดนวาน่ะ เป็นคนฉลาด

 

แต่จะในด้านดีหรือด้านร้ายก็อีกเรื่องนึง

 

"เปิดประตูทิ้งไว้แบบนั้น ไม่กลัวคนมาเห็นงั้นหรือ?"

 

"ใครจะมากันล่ะ.. ป่านนี้เหล่าทหารชั้นต่ำของโซลเซียนาคงไปต้อนรับพวกองค์ชายหน้าโง่อีกสองคนข้างนอกอยู่ล่ะมั้ง"

 

องค์ชายหน้าโง่ที่ว่า ก็คือเอลิยอนและออซวอลต์ไม่ผิดแน่ คนตรงหน้าดัคลาสขยันสรรหาคำพูดมาก่นด่าคนอื่นเสียจริง จะว่าปากร้ายก็คงไม่เกินไปหรอก

 

"งั้นหรือ.."

 

"..."

 

"รู้ไหมว่าแซตลีย์ ไซฮีล คนรับใช้ขององค์ชายโวลธาเนีย จะเข้ามาเช็คที่นี่ทุกๆสามสิบนาที และนี่มันก็ถึงเวลาพอดีเสียด้วย.."

 

สีหน้าถอดสีของทีโอ รูทมอร์ยิ่งสร้างความพึงพอใจให้กับนายทหารผมสีสว่างมากในระดับที่สามารถทำให้อีกคนเผลอกระตุกมุมปากขึ้นมาอย่างผู้ถือชัยชนะ ไม่บ่อยนักที่ดัคลาสจะเผยรอยยิ้มเช่นนี้ คนที่หน้านิ่งเสียจนเดาอารมณ์ยากแบบเขาในเวลาเช่นนี้ รอยยิ้มของว่าที่องค์ราชาแห่งเซคันดาตินั้นเป็นอันตรายมากที่สุด มัลฟอน โวลธาเนียรู้สึกเช่นนั้น "รู้ใช่ไหมหากว่านางเข้ามาพบองค์ชายในสภาพเช่นนี้ นางคงลุกลี้ลุกลนไปบอกองค์ราชาคาลอส โวลธาเนียเป็นแน่ เป็นเรื่องที่บังเอิญดีว่าไหม?"

 

"..."

 

"ลองนึกดูสิหากว่าองค์ราชาที่โปรดปรานชื่นชมในตัวท่านนักหนา มาเห็นท่านกำลังทำร้ายบุตรชายเพียงคนเดียวของพระองค์ คิดหรือ? ว่าราชาจะยอมปล่อยท่านไปง่ายๆ.."

 

ที่ดัคลาส เดนวากล่าวออกมา มันไม่ผิดเพี้ยนไปสักนิดเดียว พ่อแม่คนใดจะยอมหากว่าเห็นว่ามีคนกำลังพยายามจะทำร้ายร่างกายของลูกตัวเอง และเขาคิดว่าองค์ชายผู้มาจากลิวาเอลคงคิดได้เช่นนั้น ไม่อย่างนั้นอีกคนไม่แสดงสีหน้าวิตกแบบนั้นแน่ ท่าทางแบบนั้นมันช่างดูไม่เหมาะสมกับผู้ที่ได้ฉายาว่าจิ้งจอกเจ้าเล่ห์เลยสักนิด

 

จิ้งจอกเจ้าเล่ห์.. หรือจะสู้หมาป่าแห่งเซคันดาติล่ะ..

 

แขนแกร่งที่ค่อยๆคลายลงจนโวลธาเนียเป็นอิสระ เป็นภาพที่น่าประทับใจไม่มากก็น้อย คนตัวขาวที่ถูกทำร้ายทั้งทางร่างกายและจิตใจรีบออกห่างจากเจ้าของผมสีน้ำตาลอ่อนอย่างรวดเร็วก่อนจะเดินมาหลบอยู่ที่แผ่นหลังกว้างของนายทหารดังเดิม ดัคลาสแอบเห็นว่าโวลธาเนียลอบถอนหายใจราวกับรู้สึกปลอดภัยยามที่ได้หลบอยู่ตรงนี้

 

ดวงตาคาดโทษจ้องมองมาที่ผู้ที่เพิ่งได้รับชัยชนะเมื่อครู่ก่อนจะสลับไปมองคนที่หลบอยู่ด้านหลังเช่นกัน

 

"ฉันประเมินนายต่ำไป.. นายทหารชั้นต่ำ ไม่สิ ฉันคงต้องอัพเกรดมาเป็นทหารชั้นสูงให้นายสักหน่อย"

 

"นั่นเป็นเกียรติอย่างมากสำหรับฉัน"

 

คำพูดยียวนกวนประสาทที่คนผมสีสว่างเอ่ยนั้นยิ่งทำให้ทีโออารมณ์เสีย นิ้วที่ถูกชี้มาตรงหน้าของเขาเหมือนเป็นการฝากฝังว่าถ้ามีโอกาสจะกลับมาล้างแค้นอย่างแน่นอน ยิ่งทำให้คนที่ยืนกอดอกอยู่เลิกคิ้วสูงราวกับท้าทาย

 

ไม่ใช่เพียงการเลิกคิ้ว แต่ยังเบือนหน้าไปทางประตูเล็กน้อย เป็นการออกคำสั่งอ้อมๆว่าให้ออกไป คงเป็นโชคดีอันน้อยนิดที่เจ้าตัวยอมเดินออกไปอย่างง่ายดายโดยไม่ลืมที่จะปิดประตูให้ ถึงแม้จะปิดเสียงดังไปนิดจนเรียกได้ว่าเป็นการะกระแทกประตู แต่นั่นไม่เป็นปัญหา เพราะสำหรับดัคลาสแล้วนั่นช่างเป็นเกียรติเสียจริง

 

เขาค่อยๆหันมามองคนตัวเล็กที่ขาทรุดลงไปนั่งกับเตียงกว้างดังก่อนหน้าที่ผู้บุกรุกจะเข้ามา พร้อมกับถอนหายใจออกมายาวเหยียด มากว่าตอนที่อีกคนมาหลบที่หลังของเขาเสียอีก แม้มัลฟอนจะยังมีอาการกลัวและตกใจอยู่เล็กน้อย แต่มันก็ไม่มากเท่าตอนที่องค์ชายจากลิวาเอลทำร้ายร่างกายขาวจนบอบช้ำแล้ว

 

"แซตลีย์จะเข้ามาจริงๆงั้นหรือ?"

 

พอพ้นอันตรายปากเล็กก็เอ่ยถามขึ้นทันที

 

"จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร ในเมื่อองค์ราชากำชับนักหนาว่าหากผู้ใดไม่มีงานต้องทำก็ให้อยู่ในห้องพักเฉยๆเสีย"

 

ดวงตาเล็กเบิกโพลงทันทีที่อีกคนพูดจบ

 

"หมายความว่า??"

 

"กระหม่อมโกหกเพื่อช่วยพระองค์ต่างหาก.."

 

ก็ถ้าหากไม่ทำเช่นนั้น ป่านนี้คนตัวขาวคงได้เจ็บตัวมากกว่าที่แข็งแกร่งนั้นโอบรัดกายบางไว้แน่ ดัคลาสค่อยๆทรุดตัวลงนั่งบนเตียงกว้างข้างๆกับองค์ชายแห่งโซลเซียนาที่ไม่ได้ขยับตัวหนีหรือมองเขาตาขวางดังปกติยามที่เขาเข้าใกล้ตัวอีกคน นับเป็นเรื่องที่ดี เพราะไม่อย่างนั้นเขาคงต้องมาปวดหัวกับเรื่องคนตัวเล็กต่อจากทีโอเป็นแน่

 

"ทหารโกหกปลิ้นปล้อน.. ช่างเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี"

 

"แต่ก็ช่วยพระองค์เอาไว้ได้ไม่ใช่หรือ?"

 

"..."

 

"แถมยังช่วยแบบที่กระหม่อมไม่ได้ใช้กำลังเลยสักนิด.. แบบนี้พระองค์ควรจะพึงพอใจสิ"

 

จริงอย่างที่ดัคลาส เดนวากล่าวมา มันควรจะเป็นที่พึงพอใจสำหรับองค์ชายตัวขาวที่เกลียดแสนเกลียดการใช้กำลัง และการถูกช่วยเหลือจากทหารตรงหน้าโดยที่ไม่ได้ใช้กำลังเลยสักนิดนั้น ยอมรับว่ามัลฟอน โวลธาเนียนั้นรู้สึกดีและยอมรับในตัวอีกคนมากขึ้น ในระดับที่ว่าต่อให้ตอนนี้อีกคนจะยื่นหน้ามาใกล้สักแค่ไหน.. เขาก็ไม่เอ่ยปากว่าหรือผลักไสเลยสักนิด

 

ใช่ คนตรงหน้ากำลังยื่นหน้าเข้ามาใกล้เขาอีกครั้ง

 

"แน่นอน.. เราพอใจมากเลยล่ะ.."

 

 

 

 

To be con..

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 246 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

736 ความคิดเห็น

  1. #717 Chompoo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 02:23

    ดูแลน้องดีๆนะคะพี่

    #717
    0
  2. #687 ปงจี้ (@mayupong-111) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 12:01
    ห้องน้องนี่ทำไมมันเข้าออกง่ายบับเน้ ทหารอยู่ไหนหมด แงงงงงงงงงง้
    #687
    0
  3. #610 CB_SURVEY (@CB_SURVEY) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 02:29
    ทำไมใครๆก็ใจร้ายกับลูกอุนแม่ อุนแม่ปวดจัย นายทหาร!!! หึ้ยยยย
    #610
    0
  4. #486 bubblebae (@gorbua123) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 มีนาคม 2563 / 23:45
    แงง้ ดือออ
    #486
    0
  5. #480 weareone1485 (@Ploy15546) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 มีนาคม 2563 / 21:20
    ดูแลองค์ชายต่อไปนะดัคลาส
    #480
    0
  6. #425 bubbleteap (@waiisang) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 21:33

    กี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

    #425
    0
  7. #311 saylalalala (@exit-vips) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:10
    เทพทรูสุดๆ เลยพ่อพระเอกกก
    #311
    0
  8. #251 JKCBB (@JKCBB) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:12
    ดัคลาสนี่น่ากลัวสุด
    ฉลาดเป็นกรด ต่อสู้ก็เก่ง
    หน้าตาก็ดี
    #251
    0
  9. #250 JKCBB (@JKCBB) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:11
    ปรบมือ!!!!
    โวลธาเนียควรเรียนศิลปะการป้องกันตัวหน่อยมั้ย เข้าใจนะว่าไม่ชอบใช้กำลัง แต่ก็จะสู้ใครไม่ได้แบบนี้อ่ะ
    ละมีแต่คนรังแกด้วย
    จะมีเหรอคนที่จะดูแล
    ปกป้องไปตลอดอ่ะ ไม่มีอะไรแน่นอน
    #250
    0
  10. #151 Yellow (@netty25) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 18:08
    เท่มากกก ยอนิ้วโป้งให้กับความฉลาด ว่าแต่สอนน้องป้องกันตัวเองหน่อยสิ สงสารแขนน้องช้ำหมดแร้ว
    #151
    0
  11. #150 Nora1012 (@Nora1012) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 16:14
    ไม่ทันตั้งตัวมากๆเลยค่ะ แต่ก็นั่นล่ะ ยังมีโอกาสให้หายใจบ้าง คาดว่าตอนต่อๆไปจะต้องเตรียมรับมือกับฉากต่างๆที่ไรท์จะเขียนมา
    #150
    0
  12. #108 พี่โจ้คนคูล.🌿 (@mtuanna93) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 15:24
    แล้วชีวิตน้องจะเป็นไงต่อไปเนี่ย
    #108
    0
  13. #101 xiasmpimx (@luhan-pimmie) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2562 / 22:31
    ที่เซคันดาติขอโทษโดยการจูบงั้นหรือดัคลาส
    #101
    0
  14. #75 serosebh (@ChocoSmurf_rose) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 14:58
    กรี๊ดดดดดดดดด อย่างน้อยน้องก็มีดัคลาส ฮือ
    #75
    0
  15. #62 idotoo (@moonatbaaa) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 16:04
    กลับไปเป็นเจ้าชายละพาน้องหนีไปที แงเขินจังเลยๆๆที่เมืองนู่นเค้าขอโทษกันแบบนี้หรอเพคะ
    #62
    0
  16. วันที่ 4 ธันวาคม 2562 / 10:14
    สงสารมัลฟอน เดนวาน้องดูแลมัลฟอนนะะ ฮืออออ น้องเริ่ทยอมรับนายทหารมากขึ้นละสิ เขินนนน รักกันไวๆๆๆๆนะ<3
    #48
    0
  17. #47 AbsTxz_ (@AbsTxz_) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2562 / 17:34
    แงงงงน้องค้าบบยบบบ กอดๆนะะ ทำไมทุกคนมาลงกับน้องหมดเรย
    #47
    0
  18. #46 Ptซัง (@aussawineyes) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2562 / 10:14
    น้องค้าบ อยากกอดปลอบ
    #46
    0
  19. #45 Asuna ^^ (@gorbua123) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2562 / 09:31
    ทำไมทุกคนต้องเห็นน้องเป็นสนามอารมณ์ด้วย;-;
    #45
    0
  20. #44 leoney00 (@yellyyelly) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 19:06
    สงสารมัลฟอน ต้องเจออะไรมาเยอะมากแน่ๆ ฮืออออ ใจพี่บาง หวังว่าดัคลาสจะช่วยดูแลองค์ชายได้นะ /แวะมาให้กำลังใจคุณไรท์ค่ะ เป็นอีกเรื่องที่เราชอบมากๆเลย รออ่านทู้กวัน (จริงๆนะ) พล็อตเรื่องดีมากๆ เป็นกำลังใจให้ไรท์เขียนต่อไปนะคะ อย่าท้อนะ ไม่อยากให้ทิ้งเรื่องนี้เลย T_T สู้ๆค่ะ เลิ้บๆ
    #44
    0
  21. #43 June_031226 (@juneinfinite) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 12:07
    ดัคลาส! มาทำรุ่มร่ามกับองค์ชายได้ยังไงๆๆๆ โอ่ย ไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีเหรินโน่แบบเฮียเหรินเป็นคนร้ายกาจแบบนี้ กรี้ดดดดด ไรท์สู้ๆค่า
    #43
    0
  22. #42 NatKanokwan (@NatKanokwan) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 11:57
    จูบองค์ชายน้อยแล้วววว รออออนะะ
    #42
    0
  23. #41 Jasmine ♡ (@ikwannoy) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 11:56
    ฉากจูบมาไวมาก หึ ฟรอยเออร์!!!!!!
    #41
    0
  24. #40 cHAmPaIN_BF (@hye-ri) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 11:31
    คุณไรเตอร์เขียนสังเกตผิดอีกแล้ว ;__;

    เนี่ย คิดไม่ผิดเลยว่ามันต้องมีซีนเหรินโน่ ดีนะที่ดัคลาสเข้ามาหาน้องก่อนที่ทีโอจะเข้ามา ไม่งั้นน้องแย่แน่ๆ อะไรทำให้จิ้งจอกหลงแมวได้ขนาดนี้เนี่ย
    แต่ก็อย่างว่าล่ะเนอะ จิ้งจอกที่ไหนจะไปสู้หมาป่าได้ ทั้งพละกำลัง ทั้งสมองก็เหนือกว่าเป็นไหนๆ ดัคลาสเท่มาก! (สรุปฉันอยู่ฝั่งไหนกันแน่) ตอนนี้สองคนก็เริ่มยอมรับในตัวกันและกันมากขึ้นแล้วล่ะเนอะ
    ไม่คิดว่าจะเห็นฉากจูบไวขนาดนี้ แต่ก็ไม่แปลกหรอกมั้ง ความจริงแล้วถึงน้องจะดูหยิ่งยโสในตอนแรก แต่แจมินก็คงแอบเอ็นดูน้องอยู่ไม่น้อยเลยแหละ ส่วนน้องเจนคือน่าจะเป็นคนที่อ่อนต่อโลกมาก ถ้าใครมาทำดีหรือเข้าใจน้องก็ไม่แปลกที่น้องจะใจอ่อนเปิดรับเข้ามาง่ายๆ หลังจากนี้ก็จีบกันได้แร้วนะคะ
    ป.ล. แจมินจับน้องไปออกกำลังกายหน่อย อย่างน้อยให้ป้องกันตัวได้ก็ดี แง
    #40
    1