sub eques auratus [ MINNO ]

ตอนที่ 5 : CHAPTER IV : imperium

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,808
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 236 ครั้ง
    22 มี.ค. 63

 

Elyon Legrunge

 

 

“องค์ชายจากสามอาณาจักรจะมาเยือนพร้อมกันที่นี่ วันนี้!?”

 

เจ้าของเสียงดังเสียจนน่ารำคาญไม่ใช่ของคนอื่นไกล นอกจากคนสนิทของเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาดั่งรูปปั้นที่แสนประณีตที่บัดนี้อยู่ในชุดทหารเต็มยศ รูเฟน ทีร์กานาร้องจนเสียงหลงหลังจากได้ยินคำเรื่องราวมาจากหญิงสาวภายใต้ชุดเครื่องแบบเฉกเช่นเดียวกับทหารคนอื่นที่เดินกันว่อนราชวังหลังโต

 

“ใช่ เห็นทีวันนี้พวกนายคงจะต้องทำตัวให้มันดีๆสักหน่อย ไม่อย่างนั้นคาลอส โวลธาเนียคงไม่ปลื้ม”

 

“ทำไมฉันต้องเข้าไปต้อนรับ?”

 

เอ่ยถามทันทีที่รู้ว่าตนต้องเข้าไปต้อนรับเหล่าองค์ชายที่มาเยือนโซลเซียนา

 

หญิงสาวกลับยักไหล่ตอบกลับมา

 

“อาจเป็นเพราะนายเป็นทหารขององค์ชายโวลธาเนีย มันไม่ได้ลำบากอะไรหรอกนะดัคลาส เพียงแค่เข้าไปต้อนรับจากนั้นนายก็ออกมาจากห้องที่แสนจะอึดอัด แล้วกลับไปทำหน้าที่ของนายซะ”

 

เธอพูดอย่างรวบรัดอธิบายสิ่งที่ทหารของพระองค์ควรจะทำหลังจากที่ต้องเข้าไปยังห้องที่ไว้ใช้ต้อนรับแขก เพราะเพโรน่า ริซ เป็นทหารขององค์ราชินี เธอเองก็จำเป็นต้องเข้าไปเช่นกัน และเธอมาหาร่างสูงถึงหน้าห้องพัก เพียงเพื่อเตือนเรื่องที่ควรจะทำในวันนี้ แม้รูเฟนจะไม่ได้เข้าไปต้อนรับในห้องดังกล่าวเหมือนหน้าที่ที่ดัคลาสได้รับ แต่อีกคนก็ต้องต้อนรับอยู่หน้าประตูวังค์เช่นกัน

 

ตั้งแต่มาอยู่ที่โซลเซียนา นอกจากเพโรน่าและดัลเธียแล้ว ดัคลาส เดนวา ก็ทำหน้าไม่เป็นมิตรใส่เกือบจะทุกคนในราชวังค์ ไม่เว้นแม้แต่คาลอส โวลธาเนีย ผู้เป็นองค์ราชา มันไม่แปลกหากว่าเขาจะมีเพียงหญิงสาวเรือนร่างบอบบางมาคอยให้คำแนะนำเรื่องต่างๆ อันที่จริงในบางครั้งเจ้าของร่างสูงกำยำก็แสดงรังสีไม่เป็นมิตรใส่ดัลเธียเช่นกัน

 

ไม่ใช่ว่าไม่มีคนเข้าหาคนตัวสูง ทหารหลายนายที่นี่ก็พร้อมจะผูกมิตรกับดัคลาส เพียงแต่รังสีไม่ยินดีที่จะพบปะผู้คนที่เจ้าตัวปล่อยออกมาอย่างไม่รู้ตัวนั้น สร้างความหวาดกลัวให้กับเหล่าทหารมาแล้วหลายนาย หากสงสัยว่ารังสีที่ว่ามันน่ากลัวขนาดไหน ก็คงตอบได้เพียงขนาดที่ว่าบางครั้งเดนวามีสิทธิออกคำสั่งเทียบเท่าดัลเธีย ชีร์โกเชียวล่ะ

 

“เจ้าชายจากอาณาจักรใดบ้างล่ะ?”

 

“ฉันไม่รู้ แต่เห็นพูดกันว่าเป็นที่น่าเสียดายที่องค์ชายแห่งเซคันดาติไม่สามารถมาได้เพราะปัญหาเรื่องสุขภาพ ลือกันว่ารูปงามนัก”

 

รูเฟน ทีร์กานาทำได้เพียงยกมือขึ้นมาป้องปากพยายามกลั้นเสียงหัวเราะที่จะเล็ดรอดออกมาจากปากสุดชีวิต แต่ในเวลาต่อมาก็ต้องเลื่อนมือลงไปกุมท้องแทนเพราะศอกอันแข็งแกร่งที่กระแทกเข้ามาด้วยความแรงระดับนึงที่พอจะทำให้คนที่ไม่ทันได้ตั้งรับต้องเกือบจะร้องอั่ก

 

ต้องขอบคุณพระมารดาหรือพระบิดาก็ตามที่ช่วยโกหกว่าองค์ชายแห่งเซคันดาติมีปัญหาเรื่องสุขภาพ ไม่เช่นนั้นเขาคงได้กลับเซคันดาติทั้งที่มาอยู่ที่โซลเซียนาได้เพียงราวสามสัปดาห์เท่านั้น แต่สามสัปดาห์ที่ผ่านมาดัคลาส เดนวา ไม่ได้ใช้มันหมดไปกับการทำหน้าที่อย่างเรื่อยเปื่อย

 

มีบ้างยามวิกาลที่แอบลอบเข้าห้องสมุดไปเพื่อเรียนรู้เรื่องต่างๆในโซลเซียนา รวมถึงประเด็นที่ค้างคาใจเขามาตั้งแต่วันที่เพโรน่าพาออกไปใจกลางเมือง นั่นคือเรื่องของช่างทำเครื่องประดับเกือบห้าสิบคนที่หายไป แม้จะให้รูเฟนคอยสอบถามคนในราชวังค์อยู่เรื่อยๆแต่ก็ใช่ว่าจะได้ข้อมูลกลับมา

 

ส่วนมัลฟอน โวลธาเนีย พักหลังมานี้องค์ชายตัวเล็กก็ใช้ชีวิตแบบวนลูป นั่นคือการตื่นมายามเช้า ช่วงกลางวันก็หนีหายไปห้องสมุด พอพระอาทิตย์เริ่มตกดินพระองค์ก็กลับเข้าห้องบรรทมทันที จากการสังเกตุของดัคลาส เดนวา องค์ชายตัวขาวแทบไม่พูดจากับใครเลยนอกจากหญิงสาวผมสีดำขลับผู้เป็นคนสนิท

 

และดูเหมือนแซตลีย์ ไซฮีลจะเกลียดเขาเอามากๆ ทุกครั้งที่เดินสวนกันนางมักจะทำสีหน้าไม่พอใจเสียทุกครั้ง หรือหากเป็นไปได้ สาวเจ้าก็จะพาตัวองค์ชายเดินเลี่ยงไปจากเขาให้ได้ไกลมากที่สุด จนเข้าของผมสีน้ำตาลติดแดงผู้เป็นคนสนิทของเขาต้องเอ่ยปากถามว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเขาและสาวใช้คนงาม

 

เขาก็ตอบไปว่าไม่มีอะไร..

 

“องค์ชายจะเสด็จมาเมื่อไหร่?”

 

“พวกเขามาถึงกันตั้งแต่รุ่งสางแล้ว ป่านนี้คงกำลังเดินชมราชวังค์กันอยู่ หากพบเข้าก็อย่าลืมก้มหัวล่ะ”

 

“เรื่องนั้นเธอไม่จำเป็นต้องบอกหรอกนะ ริซ”

 

ดัคลาสหันไปมองคนสนิทที่กำลังใช้น้ำเสียงแสนจะยั่วโมโหพูดคุยกับเจ้าของใบหน้างดงาม

 

“ความจริงก็ควรจะฟังที่ฉันบอกนะ เพราะผู้ชายแบบนาย มารยาทแย่เสียจนฉันอดสงสัยไม่ได้เลยว่าทำไมถึงมาเป็นทหารได้”

 

เพโรน่า!

 

“รีบลงไปอยู่หน้าประตูได้แล้ว รูเฟน ทีร์กานา”

 

หญิงสาวผมประบ่าสาวเท้าไปยังห้องที่จะใช้ต้อนรับเหล่าองค์ชายด้วยความรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงแค่เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาและอีกคนที่กำลังหัวเสียจนสามารถพังข้าวของที่วางอยู่แถวนั้นได้เลยล่ะ

 

คนอย่างฟรอยเออร์ ไม่มีคำว่าอยู่ในกรอบ เดิมทีเพียงคำสั่งของบิดาและมารดาเขาก็ไม่เคยฟังอยู่แล้ว มีหรือเขาต้องฟังสิ่งที่หญิงสาวที่เพิ่งพบเจอกันได้ไม่นานบอก ขายาวก้าวเดินออกไปยังประตูเพื่อออกไปสู่ด้านหลังของวังค์ หากเข้าช้าสักนิดคงไม่มีใครว่าหรอก

 

ด้านหลังของพระราชวังค์โซลเซียนาไม่ได้มีสิ่งใดเป็นพิเศษนอกจากต้นไม่และที่นั่งพักพิงให้ร่มเย็นเท่านั้น มันไม่ค่อยมีคนผ่านเข้ามาเนื่องจากว่าองค์ราชาและราชินีก็มักจะอยู่ในตัวปราสาท และเจ้าชายผู้ที่เขาต้องคอยดูแลก็หมกตัวอยู่ในห้องสมุดอยู่แล้ว ยิ่งพวกทหารนั้นยิ่งไม่ค่อยได้มา เพราะใช้ชีวิตกันอยู่ลานฝึกเสียส่วนใหญ่

 

บุคคลที่แม้จะอยู่ในชุดเครื่องแบบทหารเสียเกือบเต็มยศ แต่ยังมีออร่าของเชื้อพระวงศ์ออกมา หากเป็นผู้คนธรรมดาอาจจะไม่ได้สังเกตุ แต่รูเฟนนั้นรู้สึกอยู่ตลอดเวลา อาจเพราะเคยอยู่กันในฐานะทหารและองค์ชายมาก่อน จึงรู้สึกเช่นนั้น

 

ดัคลาสหยุดอยู่ที่ต้นแอปเปิ้ลต้นใหญ่ที่มีผลผลิตออกมาเต็มต้นไปหมด มือหนาเอื้อมขึ้นไปคว้าที่ผลที่ไม่ได้ไกลตัวมากนัก ซึ่งมันก็สุกสีแดงสดน่ากินพอดี เขาไม่ได้ต้องการกินมันเอง แต่กลับโยนส่งให้กับคนสนิทด้านหลังที่เดินตามมาด้วย รูเฟนส่งสายตาค้อนให้หลังจากที่เกือบจะรับมันไม่ทัน

 

โซลเซียนาฝึกฝนทหารแบบไหนกันนะ ถึงได้ออกมาขโมยของในวังค์กินเช่นนี้”

 

เสียงจากบุคคลที่สามที่อยู่ไม่ไกลมากนัก เรียกความสนใจจากนายทหารทั้งสองได้เป็นอย่างดี น้ำเสียงที่ฟังดูก็รู้ว่าไม่ได้ประสงค์ดีต่อพวกเขา เป็นปฏิกิริยาอย่างคุ้นชินที่ดวงตาที่เคยแสดงความเฉยชาออกมา เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นดวงตาที่แข็งกร้าว

 

ไม่บ่อยนักที่ฟรอยเออร์จะมีเรื่อง เพราะส่วนใหญ่ในตอนที่ยังอยู่เซคันดาติ เป็นที่รู้กันดีว่าเขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการฝึกซ้อมกับทหาร มีบ้างครั้งคราวที่ออกไปฝึกนอกวังค์ และทั้งชีวิตของฟรอยเออร์ก็เคยนมีเรื่องเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ก็คือในตอนที่มีคนใช้คำพูดหยามเกียรติของเขา ในตอนนั้นฟรอยเออร์ยอมรับว่ายังเด็กมากนัก และเด็กเกินกว่าที่จะไตร่ตรองได้ว่าการกระทำแบบนั้นไม่ได้ช่วยอะไรดีขึ้นมา สุดท้ายก็ถูกผู้เป็นราชาลงโทษไปตามกฏ

 

ใบหน้าที่เคยนิ่งราวกับรูปปั้น คราวนี้มันกลับนิ่งเกินกว่าจะมีใครกล้าเข้าใกล้ หากมีใครมายั่วอารมณ์ของหมาป่าที่กำลังถูกรบกวนในเวลานี้ มันอาจจะหันไปขย้ำคนนั้นได้แหลกเป็นชิ้นไม่ให้เห็นแม้แต่ซากศพเลยก็ได้

 

“...”

 

“...”

 

ดวงตาของคนสนิทและบุคคลที่มาเยือนเบิกโพลงขึ้นราวกับคนเห็นผี เจ้าของผมสีชมพูเข้มที่ไม่เหมาะกับชุดเจ้าชายทรงสง่า สบตาเข้ากับผู้ที่เป็นทหารของโซลเซียนา เขามั่นใจว่าเคยพบเจอคนตรงหน้ามาก่อนอย่างแน่นอน

 

แกมาทำอะไรที่นี่?

 

ฉันสิต้องถาม! ราชาจาร์ฟาไล่นายออกจากเซคันดาติหรือไง!”

 

องค์ชายร่างสูงพอกับดัคลาสตรงหน้าเป็นคนที่พวกเขารู้จักดีในนามองค์ชาย เอลิยอน เลอกรันจ์ แห่งอาณาจักรลอยย์หากถามว่าเหตุใดจึงรู้จักดีขนาดนั้น ก็คงเพราะเจ้าชายผมสีชมพูก็มักจะแอบหนีออกจากราชวังค์มาขลุกอยู่กับพวกเขาหลายคราล่ะมั้ง

 

เอลิยอนไม่ได้ก้าวร้าวหรือแอบหนีออกมานอกวังค์บ่อยเหมือนกับฟรอยเออร์ หากแต่มันก็หลายคราพอที่จะทำให้เด็กหนุ่มวัยสิบขวบได้เจอกันจนจำหน้ากันได้ การออกไปล่าสัตว์ป่าจึงเป็นงานอดิเรกขององค์ชายตัวน้อยทั้งสองไป

 

คนตรงหน้าเป็นเหมือนสหายเพียงคนเดียวที่มียศถาบรรดาศักดิ์เทียบเท่ากับฟรอยเออร์ อย่างที่รู้กันว่าคนอย่างเขาไม่ค่อยต้อนรับคนเข้ามาในชีวิตได้ง่ายๆ ยิ่งค่ามนุษย์สัมพันธ์ที่ติดลบจนไม่รู้จะติดยังไง มันไม่แปลกหากในชีวิตของฟรอยเออร์จะมีสหายเพียงไม่กี่คน

 

“แค่ออกมาเรียนรู้อะไรใหม่ๆ”

 

ไม่เอาน่าฟรอยฉันรู้ว่านายชอบที่จะออกมาข้างนอก แต่ออกมาขโมยชุดทหารของโซลเซียนาใส่มันไม่ควรเท่าไหร่นะ”

 

อีกคนเรียกเขาด้วยคำที่แสนจะสนิทสนมซึ่งเอลิยอนใช้เรียกมาตั้งแต่จำความได้ หลายครั้งที่ฟรอยเออร์มักจะบอกว่าอย่าเรียกแบบนั้น แต่ดูเหมือนอีกคนจะไม่ฟัง

 

“แม่ฉันไม่ได้เล่าอะไรให้นายฟัง?”

 

“อะไร? ฉันจะเอาเวลาไหนไปเยี่ยมราชินีเฮเลน พ่อฉันใกล้สละบัลลังก์แล้ว ภาระฉันเยอะขึ้นทุกวัน”

 

เขาไม่ได้มีเวลาออกมาโดดโลดเล่นเหมือนคนตรงหน้าหรอกนะ

 

ไม่ใช่ว่าฟรอยเออร์จะไม่มีภาระอะไรเลย งานที่ต้องเรียนรู้ การออกไปพบปะกระชาชน ล้วนแล้วแต่เป็นงานทั้งสิ้น แต่ถ้าหากองค์ชายผมสีสว่างคิดว่ามันไม่สำคัญอะไร เจ้าตัวก็เลือกที่จะไม่แตะงานใดๆเลยที่องค์ราชามอบหมายให้

 

บอกแล้ว คนแบบฟรอยเออร์ เรนกอร์ด ไม่เคยอยู่ในกฏเกณฑ์

 

“พอจะเล่าให้ฉันฟังได้มั้ยว่าทำไมนายกับรูเฟนถึงมาอยู่ที่นี่ ในสภาพนี้?”

 

 

 

 

 

 

 

"ในที่สุดท่านก็มา องค์ชายเลอกรันจ์ ท่านคงจะเดินจนหลงทางสินะ โชคดีที่ทหารของเราไปเจอเข้า"

 

เป็นคำทักทายแรกหลังจากที่ดัคลาส เดนวา พาตัวสหายคนสนิทที่บัดนี้อยู่กันคนละตำแหน่งมาถึงห้องรับแขกได้ ในตอนนี้ยังไม่ถึงเวลานัดหมาย ไม่แปลกหากว่าภายในห้องจะยังมีเพียงเอลิยอนและเขา ซึ่งเข้าห้องมาเมื่อครู่ แต่อีกไม่นานองค์ชายอีกสองอาณาจักรก็คงจะเข้ามา

 

"เราขอขอบใจนายจริงๆนะเดนวา แต่เราคงต้องขอให้เฝ้าองค์ชานเลอกรันจ์สักพัก ฉันต้องออกไปดูด้านนอกก่อน ไม่ลำบากใจใช่หรือไม่?"

 

ผู้เป็นราชาแห่งโซลเซียนาเอ่ยด้วยประโยคถ้อยคำแสนสุภาพอ่อนโยนดังเป็นปกติที่พระองค์เป็น ดวงตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังเหมือนกับเหล่าประชาชนในเมืองที่มีสายตาเช่นนั้น ดัคลาสยังจำความรู้สึกในตอนที่ออกไปกับรูเฟนและมองผ่านเข้าไปยังข้างในของผู้คนได้ดี คาลอสค่อยๆสบตาเข้ากับสหายคนสนิทข้างกายคนตัวสูง และการตอบรับโดยการโค้งคำนับแทนคำพูดนั้นทำให้คาลอส โวลธาเนียส่งยิ้มให้ได้ไม่ยาก

 

"ช่างเป็นองค์ชายที่สง่าทั้งรูปลักษณ์และกิริยา พระบิดาของท่านคงจะยินดีไม่น้อยที่มีบุตรชายเป็นตัวอย่างที่ดีเฉกเช่นนี้"

 

เขาขมวดคิ้วมุ่น

 

"ไม่เหมือนบุตรชายของเรา"

 

และดัคลาสคิดว่าเขาไม่ได้หูฝาด แม้คำพูดนั่นจะออกจากปากแสนจะแผ่วเบา..

 

คาลอส โวลธาเนียเดินออกจากประตูบานใหญ่ไปยังด้านนอกของห้องรับแขก ทิ้งไว้เพียงสองอค์ชายที่อีกหนึ่งอยู่ในชุดทหาร กำลังทำสีหน้าเหมือนต้องการออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้

 

"นายพาฉันมาที่ห้องนี่ทำไม?"

 

"มันหน้าที่ฉัน"

 

"ฉันยังไม่พร้อมเข้ามานะ ฟรอย ฉันยังอยากเดินเล่นอยู่ด้านนอก"

 

"งั้นหรอ เช่นนั้นนายก็ออกไปสิ หลงอีกก็หาทางกลับมาเองแล้วกัน"

 

ฟรอยเออร์ยกมือขึ้นกอดอกทันทีหลังจากรู้ว่าในนี้ไม่มีใครนอกจากพวกเขา และเขาจะทำนิสัยปกติที่เคยทำกับสหายข้างกายนี่อย่างไรก็ได้

 

นั่นเป็นความจริงที่เขาไปพบเจอเอลิยอน เลอกรันจ์ที่หลังราชวังค์แห่งนี้ อีกคนเดินเล่นไปเรื่อยเสียจนหลงทางมาถึงตรงนั้น หากคิดว่าโวลธาเนียจองหองแล้ว คนตรงหน้าก็คงไม่แพ้กันหรอก

 

กำลังหลงทางอยู่แท้ๆแต่กลับมีหน้ามาพูดจาหาเรื่องเขาเสียได้

 

น่าเสียดายที่รูเฟน ทีร์กานาไม่สามารถเข้ามาด้านในนี้ได้เพราะต้องออกไปต้อนรับองค์ชายอื่นอยู่ด้านนอก ไม่อย่างนั้นเอลิยอนคงมีเรื่องให้พูดคุยกับสหายทั้งสองมากมาย เป็นระยะเวลานานพอสมควรแล้วที่พวกเขาไม่ได้พบหน้ากันตั้งแต่ขึ้นสิบห้าปีบริบูรณ์ เป็นเพราะคำว่าหน้าที่ที่บีบบังคับให้พวกเขาต้องอุดอู้อยู่ในวังค์หลังโตเพื้่อเรียนรู้การเป็นราชา ยิ่งกับเอลิยอน เลอกรันจ์ที่ไม่ได้รั้นคำสั่งบิดาเก่งเหมือนฟรอยเออร์ด้วยแล้ว ยิ่งแทบจะหาเวลาออกจากวังค์มาได้เลย

 

"ได้ยินองค์ราชาพูดเกี่ยวกับมัลฟอนหรือไม่?"

 

"มัลฟอน?"

 

"บุตรชายของคาลอสไง! นายเป็นทหารขององค์ชายมัลฟอนทำไมทำหน้าเช่นนั้น"

 

เจ้าของร่างกายกำยำอย่างคนที่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เดินไปพิงที่เสาที่อยู่ไม่ไกลตัวมากนัก โดยมีเลอกรันจ์เดินตามมาติดๆ เป็นเช่นนี้ทุกครั้งที่อยู่ด้วยกัน เอลิยอนมักเป็นฝ่ายตามฟรอยเออร์อยู่เสมอ แม้จะอยู่ในเครื่องแบบทหารแต่ก็คงต้องยอมรับว่าอีกคนยังดูเหมือนองค์ชายแห่งเซคันดาติอย่างแท้จริงไม่อาจโกหก

 

ผิวสีแทนที่บ่งบอกได้ดีว่าคนตรงหน้าโตมาที่เซคันดาติ อันเป็นอาณาจักรพื้นที่เขตร้อน มันยิ่งทำให้อีกคนดูมีสเน่ห์ ไม่แปลกใจที่องค์หญิงจากหลายอาณาจักรพร้อมถวายตัวให้

 

"ฉันแค่ตกใจที่นายเรียกองค์ชายจองหองนั่นว่ามัลฟอนราวกับสนิทนักหนา"

 

"พ่อฉันเคยพาฉันมาที่โซลเซียนา เราพูดคุยกันสองสามครั้ง"

 

เพียงพบเจอกันถึงสองสามครา ก็เรียกชื่อกันเหมือสนิทกันนับปี หากแต่เขาที่เจอหน้าองค์ชายจองหองนั่นทุกวัน เพียงนามสกุลเขาก็นับได้เลยมั้งว่าเรียกไปเพียงกี่ครั้ง

 

"เหตุใดทำหน้าเหมือนรังเกียจองค์ชายเช่นนั้น ฟรอย"

 

ฟรอยเออร์หัวเราะในลำคอก่อนจะกรอกสายตาไปมาราวกับเอือมระอายามพูดถึงองค์ชายตัวขาว

 

"จองหอง หยิ่งผยอง พูดจาดูถูกคนอื่นไปเรื่อย คนแบบนั้นมันมีเหตุผลอะไรที่ฉันต้องไปพูดจาดีด้วยล่ะเอลิยอน"

 

เขาพูดตามที่ตัวเองสัมผัสได้หลังจากที่ใช้ชีวิตกับองค์ชายมาราวสามสัปดาห์ แม้ไม่ได้อยู่ด้วยจนตัวติดแต่การที่เดินไปมาในราชวังค์แล้วพบหน้ากันโดยที่ลำคอระหงส์นั่นเชิดขึ้นตลอดเวลาราวกับพญาหงส์ เท่านั้นก็เพียงพอที่ฟรอยเออร์จะตัดสินได้ว่าอีกคนนั้นหยิ่งในศักดิ์ศรีของตัวเองมากขนาดไหน เพียงแค่นึกถึงก็ทำให้เขาถอนหายใจออกมาได้ไม่ยาก

 

สิ่งได้กลับมาจากเจ้าของผมสีชมพูนั้นไม่ใช่เสียงคำตอบที่เห็นด้วยอย่างที่ควรจะเป็น แต่กลับเป็นเสียงหัวเราะพร้อมกับศีรษะที่ส่ายไปมา อดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้วสูงแทนการพูดออกไปเป็นการตั้งคำถาม

 

"นายเคยฉลาดกว่านี้นะฟรอย"

 

"..."

 

"การพบเจอกับองค์ชายแห่งโซลเซียนา มันก็ทำให้ฉันมองออกได้อย่างไม่ยากเลยล่ะ"

 

"..."

 

"แววตาที่มีทั้งความเจ็บปวด โศกเศร้า หวาดระแวงอยู่ตลอดเวลา นายไม่รู้สึกถึงมันหรือ? ฟรอยเออร์ เรนกอร์ด"

 

เขาหลบสายตาสหายข้างกายที่ส่งยิ้มมาให้ราวกับเย้ยหยันที่คนที่เคยชนะเอลิยอนมาตลอด บัดนี้พ่ายแพ้ให้กับเรื่องที่มันเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ ที่มันไม่ควรแพ้ด้วยซ้ำ

 

ไม่สิ.. ฟรอยเออร์ไม่ได้แพ้..

 

ทำไมเขาจะไม่เคยเห็นล่ะ.. แววตาที่แสนตระหนกตกใจ หรือแม้แต่น้ำสีใสที่ไหลออกจากดวงตาแสนสับสนทั้งสองข้าง แม้แต่แววตาที่เจ็บปวดยามถูกเขากระทำรุนแรง ทำไมจะไม่เคยเห็น

 

'เดนวา! ได้โปรดอย่าทำเช่นนั้น ปล่อยองค์ชายไปเถิด!'

 

'ท่านจะซ่อนมันไปถึงเมื่อไหร่?'

 

คำถามทีไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยจากคนที่ใช้กำลังกดขี่องค์ชายตัวเล็กนั้นสร้างความงุนงงให้กับหญิงสาวที่ยืนอยู่ไม่ห่างจากพวกเขา รวมถึงเจ้าของผิวกายขาวราวหิมะด้วย

 

'น…นายพูดอะไรของนาย?'

 

'ทุกครั้งที่ถูกกระหม่อมทำเช่นนี้ พระองค์เองก็กลัวไม่ใช่หรือ? กลัวที่จะเจ็บตัว กลัวที่จะถูกทำร้าย เหตุใดยังปากเก่งและแสร้งทำว่าไม่กลัวอีก'

 

ดวงตาที่เคยสร้างความกลัวให้กับผู้คนรอบข้างมาแล้วนัดต่อนัด บัดนี้ค่อยๆปิดเปลือกตาลงราวกับใช้ความคิด ไม่บ่อยนักที่จะเห็นฟรอยเออร์ในตอนที่ใช้ความคิดต่อหน้าผู้อื่น เพราะปกติแล้วเขามักจะเก็บมาคิดคนเดียวยามวิกาลมากกว่า ระเบียงนอกห้องบรรทมที่เซคันดาติ เป็นเหมือนพื้นที่ใช้ความคิดของคนตัวสูง แม้บางครั้งจะมีรูเฟนยืนดูอยู่ห่างๆแต่มันก็นับครั้งได้ หากเทียบกับยามที่เขาอยู่อย่างโดดเดี่ยวแล้ว

 

ในยามที่คนผิวสีเข้มกำลังทบทวนเรื่องราวต่างๆ มันก็ดูมีเสน่ห์ไปอีกมุม จริงอยู่ที่ฟรอยเออร์โตมากแล้ว แต่ด้วยนิสัยติดหยอก ขี้เล่น ก็ไม่ได้ทำให้อีกคนดูโตมากนัก แต่ในยามนี้ ยามที่มือหนายกขึ้นสางเส้นผมสีสว่างนั้นมันราวกับภาพจิตกรรมที่หาดูได้ยากนัก เอลิยอนเหมือนกำลังจดจ้องอยู่ที่ผลงานชิ้นเอกของอาณาจักรเซคันดาติ สมคำล่ำลือที่ว่าองค์ชายฟรอยเออร์รูปงามไม่แพ้ใคร

 

"เห็นสิ.. ทำไมฉันจะไม่เห็นมันล่ะ"

 

"หากเห็นก็ควรจะตระหนักได้เสีย ว่าควรปฏิบัติเช่นไรกับพระองค์"

 

"อย่ามาออกคำสั่ง"

 

ฟรอยเออร์ไม่ได้ขึ้นเสียง มันไม่ใช่วิสัยน์ของเขา เพียงเสียงเรียบนิ่งและเยือกเย็น พร้อมกับสายตาดุดันที่เจ้าตัวเผลอใช้มองสหายข้างกายโดยไม่รู้ตัว ไม่ได้ทำให้เจ้าของผมสีสายไหมหยุดหุบยิ้มเลยสักนิด

 

"ฟังนะ ฉันไม่ได้สั่ง เพียงแค่อยากให้นายคิดตามฉันเท่านั้น ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างนายและองค์ชายมัลฟอนตั้งแต่ที่นายปลอมตัวมาเป็นทหารที่นี่ แต่คนแบบนั้นไม่เหมาะกับน้ำตาหรอก เชื่อฉันสิ"

 

"..."

 

"ความเจ็บปวดที่แต่ละคนเจอมามันไม่เท่ากัน เรื่องเล็กน้อยของนายมันอาจจะสร้างแผลในใจให้กับโวลธาเนียไปตลอดชีวิต ไม่ว่าอะไรที่ทำให้องค์ชายมีดวงตาที่เศร้าขนาดนั้นก็ตาม แต่ว่านะฟรอย.."

 

มือหนาที่ยื่นมาตบเข้าที่บ่าแกร่งอย่างคุ้นชิน ชวนให้คิดถึงวัยเยาว์ที่ออกไปเดินป่าด้วยกัน

 

"อย่าทำร้ายคนแบบนั้นไปมากกว่านี้เลย โลกนี้ใจร้ายกับโวลธาเนียมากพอแล้ว"

 

แกร๊ก

 

เสียงเปิดประตูที่เป็นสัญญาณว่ามีคนมาเยือนโดยไม่มีการเคาะประตูออกทำให้เอลิยอนเด้งตัวออกจากเพื่อนโดยเร็ว พร้อมกับร่างกำยำในชุดทหารที่รีบกลับมายืนในท่าทีสุภาพทั้งทีก่อนหน้านี่กำลังทำตัวเหมือนอยู่ห้องของตัวเอง

 

ร่างขององค์ราชาคาลอส โวลธาเนียพร้อมกับบุคคลปริศนาอีกสองคนเดินเข้ามาในห้อง ดัคลาสมั่นใจว่าอีกสองบุคคลที่เดินเข้ามาเป็นองค์ชายแน่ เพราะดูจากชุดและเครื่องประดับที่หรูหราราคาแพง ยิ่งไปกว่านั้น

 

..คอขององค์ชายผมสีน้ำตาลนั้นเชิดสูงเสียจนอยากจะกระชากให้ลงมาก้มหัวแทบเท้าเขา

 

“ขอโทษที่ทำให้ท่าต้องรอ องค์ชายเอลิยอน เราพาตัวองค์ชายทั้งสองมาแล้ว”

 

องค์ชายที่ท่านพามา ช่างเป็นองค์ชายที่น่าเหยีบย่ำให้จบดินเสียเหลือเกิน

 

“เอลิยอน เลอกรันจ์.. นานแค่ไหนแล้วนะที่เราไม่ได้เจอกัน”

 

องค์ชายผมสีน้ำตาลเอ่ยทักทายด้วยคำพูดแสนเป็นมิตร แต่รอยยิ้มและสายตาเหมือนจิ้งจอกที่แสนเจ้าเล่ห์ แม้องค์ราชาคาลอสจะไม่เห็นแต่เจ้าของผมสีชมพูที่กำลังจับมือกับอีกคนอยู่นั้นเห็นมันเต็มๆ

 

จิ้งจอกเจ้าเล่ห์.. ทีโอ รูทมอร์

 

“ฉันจำไม่ได้หรอก รูทมอร์”

 

“มันนานมากเสียจนจำไม่ได้.. หรือไม่อยากจำกันล่ะ”

 

หากตอบว่าไม่อยากจำจะได้หรือไม่ล่ะ?

 

หลังเห็นองค์ชายทั้งสามมาพร้อมกันแล้วก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่ดัคลาสต้องอยู่ต่อ เขาเดินออกมาพร้อมกับเพโรน่าและนายทหารคนอื่นอีกสองสามคน โดยไม่ลืมที่จะหันไปมององค์ชายจากลิวาเอลที่แสนร้ายกาจ จนขึ้นชื่อว่าเป็นจิ้งจอกเจ้าเล่ห์

 

มันก็เจ้าเล่ห์ทั้งราชาและองค์ชายนั่นแหละ

 

แม้เอลิยอนจะส่งสายตาเหมือนขอร้องให้ดัคลาสอยู่ต่อ หากแต่ถ้าต้องอยู่ในห้องแสนอึดอัดนั้น เห็นทีคงไม่เอาด้วยดีกว่า การที่เจ้าของผมสีน้ำตาลติดแดงประบ่าพาเขาออกมานั้นมันดูจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย

 

เพโรน่าเอ่ยปากชวนเขาออกไปฝึกที่ด้านนอก เพราะอากาศในตอนนี้ช่างเป็นใจเหลือเกิน แต่เขาเลือกที่จะปฏิเสธไป ทิ้งให้หญิงสาวเดินออกไปกับรูเฟนเพียงสองคน ดัคลาส เดนวา มีหน้าที่อื่นที่ต้องไปทำ

 

พักหลังมานี้รูเฟนและเพโรน่ามักมีปากเสียงกันอยู่บ่อยครั้ง ส่วนใหญ่เป็นการกวนประสาทกันไปมาเสียมากกว่า ทุกครั้งที่เดินด้วยกันสามคน เขามักเป็นฝ่ายเงียบ แล้วฟังเสียงที่เถียงกันมาอย่างไม่รู้จบหรือเหน็ดเหนื่อยของทั้งสอง โดยที่มันมักจะสิ้นาดที่มีฝ่ายใดฝ่ายนึงเดินหนีทุกที

 

ขายาวเดินทอดน่องออกห่างมาจากห้องแสนอึดอัดเป็นระยะที่ไกลพอสมควร ไกลจนเขามาถึงห้องบรรทมของผู้เป็นองค์ชายแห่งโซลเซียนาเสียแล้ว น่าแปลกที่เขาเลือกเดินมาที่นี่..

 

ตอนนี้เป็นเวลาที่เช้า ดัคลาส เดนวา แล้วยิ่งมีองค์ชายจากสามาอาณาจักรมาเยี่ยม ตามโถงทางเดินและทั่วปราสาทจึงไม่ค่อยมีคนนัก ส่วนใหญ่แล้วหากไม่ได้มีหน้าที่อะไรสำคัญก็คงเข้าไปอยู่ในห้องพัก มันคงดูไม่เรียบร้อยหากมีสาวใช้เดินกันเพ่นพ่านในขณะที่คนสูงศักดิ์กำลังเดินอยู่บริเวณราชวัง ไม่ใช่แค่เหล่าสาวใช้ที่ถูกบังคับให้อยู่เพียงในห้อง แต่หมายถึงเจ้าของผิวกายขาวเนียนที่น่าหลงใหลด้วย

 

มือหนาเอื้อมไปหมายจะเปิดประตูบานใหญ่ หากแต่ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นกับคนที่แสนจะเอาแต่ใจอย่างดัคลาส เดนวา ถึงได้เปลี่ยนเป็นกำมือไว้หลวมๆ ก่อนจะเคาะประตูอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน นับตั้งแต่ที่เขาเข้าออกห้องขององค์ชายตัวขาว พอเป็นแบบนี้แล้วเจ้าของเรือนผมสีทองสว่างก็เริ่มทำตัวไม่ถูก เพราะพฤติกรรมที่ไม่เคยทำมาก่อน

 

เขาควรจะได้เห็นร่างของหญิงสาวผมยาวในชุดแม่บ้านเปิดประตูออกมาต้อนรับ พร้อมกับชักสีหน้าใส่อย่างที่ควรจะเป็น หากแต่มันผิดคาดไปไกลนัก เมื่อคนที่เปิดประตูไม่ได้เป็นแซตลีย์ ไซฮีล แต่เป็นเจ้าของผมสีน้ำตาลเข้มและดวงตาที่ซ่อนความสับสนไว้มากมาย

 

มัลฟอนแค่นหัวเราะเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าเป็นใคร

 

"ไม่ยักรู้ว่ามีมารยาท"

 

"แปลกหรือ?"

 

"กับคนอื่นมันก็ไม่แปลกหรอก แต่พอเป็นคนแบบนายแล้วมันก็แปลกดี ทหารไร้มารยาท"

 

ไม่พ้นเหน็บแหนบก่นด่าคนตัวสูงกว่าทุกครั้งที่พบกัน แปลกกว่าเดิมคือครั้งนี้ดัคลาสไม่ได้ตอบโต้อะไรกลับไปดังเช่นปกติ เพียงแค่เจ้าของผิวสีแทนค่อยๆแทรกตัวเข้ามาในห้องสีขาวซึ่งเป็นห้องของคนข้างกายเขาเท่านั้น แม้มัลฟอนจะไม่ได้เบี่ยงตัวหลบให้เต็มใจเข้า แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้เอ่ยปากไล่ให้เขาออกไปจากห้อง

 

ดวงตาที่ถอดแบบมาจากผู้เป็นบิดา ทอดมองไปรอบห้องเพื่อเช็คความเรียบร้อย ซึ่งหากเป็นปกติเขาไม่ทำหรอกมันเป็นหน้าที่ของแม่สาวเจ้าอารมณ์อย่างแซตลีย์ ไซฮีลต่างหาก ดัคลาสเกิดความสงสัยขึ้นในหัวเล็กน้อยหลังเห็นว่าข้าวของบางอย่างในห้องถูกเคลื่อนที่ไป เจ้าตัวกำลังจะเอ่ยปากถามคนตัวเล็กว่าจัดห้องหรือ หากแต่ก็ต้องกลืนมันลงไปเมื่อสายตาดันตวัดไปเจอถาดอาหารเช้าที่มันยังไม่ได้ถูกกินไปเลยแม้แต่คำเดียว

 

"ไม่ทานข้าว?"

 

"เราไม่หิว"

 

"เป็นเช่นนี้ร่างกายพระองค์จะขาดสารอาหาร"

 

มุมปากสวยยกยิ้มขึ้นราวกับท้าทาย เรือนร่างที่บอบบางน่าสัมผัสไม่ได้มีผ้าคลุมมาบดบังดังก่อนหน้านี้ กำลังเดินเข้ามาใกล้คนตัวสูงหมายจะยั่วอารมณ์ให้อีกคนโมโห

 

"สนใจด้วยหรือ?"

 

"ไม่สนได้อย่างไร กระหม่อมมีหน้าที่ดูแลพระองค์"

 

"ปกติหาได้สนใจเรา เอาแต่ทำร้ายเราอยู่เรื่อย.. โดนราชาต่อว่ามางั้นสิ ทหารชั้นล่าง"

 

ใบหน้าสวยที่เคลื่อนเข้ามาใกล้เขาเรื่อยๆ พร้อมกับสายตาที่ทั้งถ้าหากว่าเขาเผลอเมื่อไหร่ อีกคนคงพร้อมที่จะเหยียบย่ำทันที ไม่รู้ว่าวันนี้องค์ชายไปกินอะไรผิดมาหรือไม่ถึงได้กล้าที่จะกดขี่เขาได้มากถึงเพียงนี้ ทั้งที่คราวก่อนนั้นกลัวเขาจนร่างสั่นเป็นลูกนก

 

"ท่านคงรู้สึกแย่ที่ถูกกระหม่อมทำร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า"

 

"..."

 

"อย่างที่พระองค์กล่าวมันก็ไม่ผิด กระหม่อมเป็นทหารชนชั้นล่างไร้สกุล หากแสดงพฤติกรรมที่หยาบช้ามากเกินไป มันก็เป็นเพราะไม่มีผู้ใดมาสั่งสอนกระหม่อม"

 

ร่างเล็กค่อยๆผละออกจากเขา พร้อมกับดวงตาที่สับสน คิ้วที่ขมวดเข้าหากันจนเป็นปม อีกคนคงจะไม่รู้ตัวว่ากำลังแสดงสีหน้าแบบไหนออกมา

 

"ขอโทษ..."

 

 

 

 

 

 

To be con..
 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 236 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

736 ความคิดเห็น

  1. #716 Chompoo (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 01:24

    ดีแล้วค่ะพี่ฟรอยใจเย็นๆกับน้องหน่อยย

    #716
    0
  2. #686 ปงจี้ (@mayupong-111) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 04:37
    เห้ยเตง โดนเอลิยอนพูดใส่จนมาขอโทษน้องเรย แหน๊ นายก๊คิดได้หนิ
    #686
    0
  3. #677 _Neferu_ (@i3-kk) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 18:09
    นายเคยฉลาดกว่านี้ เจ็บและจุกมากเพคะ
    #677
    0
  4. #672 febtojuly (@kkie_29) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 23:29
    นายทำถูกต้องแล้วนายทหาร
    #672
    0
  5. #609 CB_SURVEY (@CB_SURVEY) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 01:34
    นายทหาร... นายทำดีแล้วล่ะ อย่าทำลูกเราเจ็บอีกนะ
    #609
    0
  6. #478 weareone1485 (@Ploy15546) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 มีนาคม 2563 / 20:49
    ดีกันๆ
    #478
    0
  7. #424 bubbleteap (@waiisang) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 21:16

    จะดีกันได้สักกี่น้ำ

    #424
    0
  8. #310 saylalalala (@exit-vips) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:55
    งือ คุยกันดีๆ นะเจ้าเด็ก
    #310
    0
  9. #247 JKCBB (@JKCBB) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 02:07
    คนนึงก็ไม่ยอมใคร
    อีกคนก็ดื้อ
    ดิชั้นจะเชียร์ใครดี
    #247
    0
  10. #246 JKCBB (@JKCBB) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 02:07
    ตีกันๆๆๆๆ
    ตีระฆังป๋องแป๋ง ยกที่สามเริ่ม!
    #246
    0
  11. #227 ;; (@viewnaja) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:48
    ใจยวบเลยค่า ขอโทษเนอะขอโทษ
    #227
    0
  12. #147 Nora1012 (@Nora1012) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 12:30
    อื้อหืออออออออ ยิ่งอ่านยิ่งชอบบบ
    #147
    0
  13. #146 Yellow (@netty25) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 12:18
    หล่อไม่ไหว ใจยวบเลยตอนพูดว่าขอโทษ
    #146
    0
  14. #107 พี่โจ้คนคูล.🌿 (@mtuanna93) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 15:08
    น้องงงงงงงสู้ๆนะลูกก
    #107
    0
  15. #74 serosebh (@ChocoSmurf_rose) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 14:38
    อย่าแกล้งน้องนะ
    #74
    0
  16. #73 serosebh (@ChocoSmurf_rose) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 14:38
    อย่าแกล้งน้องนะ
    #73
    0
  17. #61 idotoo (@moonatbaaa) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 00:48
    ทำไมพ่อต้องเปรียบลูกกับคนอื่นด้วยเนี่ย ไม่น่ารักเลยนะะะ
    #61
    0
  18. #49 Primprim Prym (@snpprim) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 00:24
    เขิน 5555
    #49
    0
  19. #39 Asuna ^^ (@gorbua123) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 09:34
    ฮื่อออออ คุยกันอย่างเข้าใจได้แล้วนะคะ แง;-;
    #39
    0
  20. #38 Thitiporn13 (@ciao_ciao) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 08:13
    ขอโทษ!!

    ㅠㅠ
    #38
    0
  21. #37 cHAmPaIN_BF (@hye-ri) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 / 01:23
    ‘สังเกต’ ไม่มีสระอุ ‘พระราชวัง’ ‘ราชวัง’ ‘วังหลวง’ ไม่มี ค์ นะคะคูมไรต์ ;-;

    ขอโทษเนี่ยอาจจะมาได้จากทั้งทั้งดัคลาสทั้งมัลฟอนเลยเนอะ ว่าแต่ทำไมน้องเจนถึงโดนสั่งให้อยู่ในห้องล่ะแม่ ไม่ควรจะเป็นแบบนี้เลย แล้วพ่อน้องก็สุดจะทน ตัวอย่างพ่อที่แย่มากๆ ชอบพูดจาเปรียบเทียบลูกตัวเองกับลูกคนอื่นตลอดเลย น้องเจนอาจจะไม่เหมือนคนอื่น แต่ก็ใช่ว่าน้องไม่มีดีนะคะ! น้องแค่มีดีต่างจากคนอื่นแค่นั้นเอง
    ดีใจที่เจอคนที่เข้าใจน้องเจนแล้ว เอาจริงๆน้องควรจะได้กับน้องจีซองอะ ปล่อยให้พระเอกดิ้นตายไปเลย หึ (เสี้ยมเก่งจริงเรา) ส่วนทีโอนี่ต้องเคยไปทำอะไรให้น้องเจนแน่เลยอะ น่าจะต้องเคยเจอกัน หรือถ้าไม่เคยเจอต้องเป็นคนที่น้องเจนกลัวมากแน่ๆ ดัคลาสต้องอยู่ปกป้องน้องเจนด้วยนะคะ แง้ (เปลี่ยนพรรคพวกเร็วจริงฉัน)
    #37
    1
  22. #36 June_031226 (@juneinfinite) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 / 20:38
    อมก ไม่เคยคิดไม่เคยฝันว่าจะได้เห็นคำขอโทษจากดัคลาส
    #36
    0
  23. วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 / 19:58
    ฮรุกกก สงสารมัลฟอน ;_; ฟรอยขอโทษแล้วก็คุยกันดีๆนะ แงงง
    #35
    0