sub eques auratus [ MINNO ]

ตอนที่ 4 : CHAPTER III : Splendidis

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,958
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 254 ครั้ง
    22 มี.ค. 63

 

 

Teo rudemoore

 

หลังเหตุการณ์วันนั้นองค์ชายตัวขาวก็แทบไม่ได้พบหน้าของคนตัวสูงอีก แม้จะถูกส่งมาเป็นทหารของมัลฟอนก็ตามที แต่หลายครั้งที่เพโรน่า ริซ จะมาเฝ้าหน้าประตูห้องบรรทมทั้งที่มันควรเป็นหน้าที่ของดัคลาส เดนวา มันเป็นเรื่องไม่สมควร เขารู้ดี บางทีการถูกมรารดาตำหนิเรื่องที่เรียกตัวทหารหญิงมาใช้งานทั้งทีเป็นทหารของมารดา คงยังจะดีกว่าเจอกับเจ้าของผมสีทองนั้น

 

เพโรน่า ริซ ไม่ได้ถามถึงเหตุผลที่เรียกตัวนางมาบ่อยๆ ทั้งที่ภาระของนางนั้นเยอะแสนเยอะ แต่กลับต้องมาคอยเฝ้าประตูห้องบรรทมเช่นนี้ เจ้าของผมสีน้ำตาลติดแดงไม่เคยบ่น และปฏิบัติหน้าที่ได้ดีเยี่ยมเลยทีเดียว

 

มันมีบ้างที่เรื่องเล็กๆน้อยๆที่เธอไม่สามารถมาทำให้ได้เพราะเธอเองก็งานเยอะเสียจริง นายทหารคนอื่นก็ต้องมาทำให้ เพียงความเอาแต่ใจขององค์ชายเพียงคนเดียวก็ทำเอาปั่นป่วนไปทั่วราชวังค์

 

แล้วเจ้าของตำแหน่งทหารของพระองค์หายไปไหนเสียล่ะ?

 

มัลฟอน โวลธาเนียคงตอบได้เพียงไม่รู้เช่นกัน แล้วก็ไม่อยากจะรับรู้คนที่ทำให้ชีวิตที่แสนย่ำแย่ของเขาอยู่แล้ว ย่ำแย่ลงไปอีกหรอกนะ อีกอย่างเขาเองก็ไม่เคยเอ่ยปากถามทหารหญิงผู้ถูกใช้งานอย่างหนัก หรือแม้แต่บุคคลที่อพยพมาจากแฟร์เบิร์กอีกคนด้วยซ้ำ

 

หลายวันมานี้องค์ชายใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเรียนหนังสือด้วยตนเองในห้องสมุดของพระราชวังค์โดยไม่ยอมออกมาแม้กระทั่งเวลาทานอาหาร มีบางครั้งที่แซตลีย์ ไซฮีลมาเฝ้าหน้าห้องสมุด และอีกหลายครั้งที่องค์ชายตัวน้อยผล็อยหลับคาโต๊ะสำหรับอ่านหนังสือไปจนนางต้องมาห่มผ้าให้

 

เพราะการกระทำแสนไร้ความรับผิดชอบนั้น องค์ชายโวลธาเนียจึงต้องมายืนอยู่ต่อหน้าพระบิดาหรือ คาลอส โวลธาเนียองค์ราชาคนปัจจุบันของโซลเซียนา

 

สีหน้าแห่งความโกรธของผู้เป็นพ่อมัลฟอนเห็นมันมานับร้อยครั้ง ทั้งโกรธ ทั้งผิดหวัง มันปรากฏณ์อยู่ที่ดวงตาสองข้างนั้นทั้งหมด มันไม่ใช่ครั้งแรกที่มัลฟอนมายืนอยู่ตรงนี้และบรรยากาศแบบนี้เขาเองก็เคยได้เจอหลายครั้งเช่นกัน

 

“อยากให้พ่อต้องย้ำงั้นรึ? ว่าผู้สืบทอดบัลลังก์คือลูก”

 

“…”

 

“ทำตัวปวกเปียกอ่อนแอไม่สมเป็นเจ้าชาย เห็นบ้างหรือไม่ว่า ทีโอ รูทมอร์นั้นเก่งกาจขนาดไหน? อยากทำให้โซลเซียนาขายหน้างั้นรึ!?”

 

คำก่นด่าเดิมๆที่ได้ยินนับพันครั้ง กับชื่อของทีโอ รูทมอร์ที่ได้ยินนับครั้งไม่ถ้วน การถูกเปรียบเทียบกับคนอื่น เป็นเหมือนฝันร้ายของคนที่ยืนนิ่งอยู่ต่อหน้าองค์ราชา

 

ลือกันหนักหนาว่าองค์ราชาคาลอส โวลธาเนียเป็นคนที่ใจดีมีเมตตา ประชาชนเชื่อว่าท่านเป็นดั่งเทวดาที่ลงมาจากฟากฟ้า มาช่วยให้โซลเซียนากลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง หลังจากเคยเกือบล่มสลายมาแล้วครั้งหนึ่ง

 

แม้ว่าตอนนี้มันใกล้จะล่มสลายอีกครั้งแล้วก็ตาม แต่ประชาชนยังยืนยันว่าสาเหตุที่อาณาจักรโซลเซียนาเริ่มถดถอยเป็นเพราะกลุ่มคนจากอาณาจักรลิวาเอลมารุกราน พระราชาคาลอสนั้นไม่ได้ทำสิ่งใดผิด ยังคงเป็นเทวดาในสายตาประชาชนเสมอ

 

“รู้ใช่ไหมว่าการเป็นราชาที่ดีนั้นเป็นอย่างไร”

 

“…”

 

“อย่างไรเสียอนาคตลูกก็ต้องทำสงครามกับทีโอ รูทมอร์ ทำลายอาณาจักรลิวาเอล!”

 

“เพราะท่านคิดเช่นนั้นบ้านเมืองถึงได้ถดถอยลงไปเรื่อยๆ!”

 

ปั้ง!!

 

เสียงทุบโต๊ะด้วยความกริ้วไม่ได้มาจากใครไหนนอกจากองค์ราชาผู้อ่อนโยนแห่งโซลเซียนา เขาลุกขึ้นด้วยความรวดเร็วเพราะเส้นความอดทนที่ขาดผึงออก ผู้เป็นมารดาได้เพียงแค่นั่งมองเฉยๆราวกับว่ามันเป็นสิ่งเป็นปกติ

 

นางส่งยิ้มแสนร้ายกาจมาให้คนที่ได้ชื่อว่าเป็นลูกชายของตนเองแม้จะเห็นอยู่เต็มสองตาว่าบรรยากาศตอนนี้มันไม่ควรจะมีรอยยิ้มเลยสักนิด

 

“อย่าให้พ่อต้องทำร้ายลูกเลยนะ มัลฟอน..”

 

นิ้วที่ถูกชี้มาตรงกลางใบหน้าสวย ที่บัดนี้มันบูดเบี้ยวเพราะอารมณ์โมโหของเจ้าของใบหน้า

 

“กลับไปเสีย แล้วถ้ามีเวลาว่างก็ควรเริ่มฝึกซ้อมเสียบ้าง”

 

สิ้นสุดคำสั่งของผู้เป็นราชา ผ้าคลุมสีขาวสะอาดตาก็ถูกสะบัดโดยเจ้าของมือขาวเอง ความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรียังคงเป็นนิสัยขององค์ชายผมสีน้ำตาล เจ้าตัวเดินออกมาจากห้องของผู้เป็นพ่อและไม่ลืมที่จะไปหันไปมองหญิงสาวที่นั่งยิ้มมาตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว

 

เสียงขบกัดที่เล็ดลอดออกมาตามไรฟันแสดงอารมณ์โกรธอย่างเห็นได้ชัด แต่เพราะความถือตัวไม่ยอมตกเป็นลูกไก่ในกำมือของใคร มัลฟอน โวลธาเนียจึงได้ปั้นสีหน้าเย่อหยิ่งและเย็นชาออกมา แม้ในใจจะอยากตะโกนกรีดร้องออกมาดังๆก็ตามที

 

ประตูบานใหญ่ถูกเปิดออกโดยว่าที่องค์ราชาแห่งโซลเซียนา ด้านนอกมีแซตลีย์กำลังยืนรอรับเขาอยู่ หลังเห็นว่าองค์ชายตัวเล็กออกมาจากห้องบรรทมของราชาที่มันเปรียบดั่งห้องเชือดของผู้เป็นลูก นางก็รีบพาเจ้าของสีหน้าเรียบตึงนั้นกลับเข้าห้องของตนไปในทันที นางไม่จำเป็นต้องถามอะไร ก็พอจะรู้เหตุการณ์ด้านในได้ดี

 

หากพูดถึง ทีโอ รูทมอร์ แล้วล่ะก็ ไม่มีองค์ราชาหรือประชาชนใดที่ไม่รู้จัก เพราะคนดังกล่าวเป็นเจ้าชายแห่งอาณาจักรลิวาเอล ซึ่งเป็นอาณาจักรที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วจากการรุกรานไปเมืองต่างๆและยึดพื้นที่นั้นให้อยู่ใต้อำนาจของตน มันเป็นวิธีการที่สกปรกและไม่เป็นที่ยอมรับของทุกอาณาจักร แต่ไม่มีใครสามารถห้ามองค์ราชาแห่งลิวาเอลได้

 

หากลิวาเอลยังคงรุกรานพื้นที่อาณาจักรอื่นอยู่เฉกเช่นนี้ อีกไม่นานก็คงเจริญรุ่งเรืองเหมือนเซคันดาติเป็นแน่

 

องค์ชายที่เก่งกาจทั้งด้านการต่อสู้และการบริหารบ้านเมือง ย่อมเป็นที่อิจฉาของพระบิดาแห่งโซลเซียนา เหตุผลแสนชัดเจนที่เอาบุตรชายเพียงคนเดียวของตนไปเปรียบเทียบกับทีโอ รูทมอร์ ก็เพราะอยากให้เจ้าของผมสีน้ำตาลนั้นมีความสามารถให้ได้อย่างเขา หากแต่มันไม่ใช่สิ่งที่ตัวมัลฟอน โวลธาเนียต้องการ

 

ร่างบอบบางที่บัดนี้ดูน่าสงสารมากถึงมากที่สุด ไซฮีลกดไหล่เล็กให้นั่งลงไปกับเตียงกว้างหลังจากมาถึงที่หมาย โดยมีสาวเจ้านั่งอยู่ข้างๆไม่ห่างไปไหน ดวงตาแสนทุกข์ทรมาณมองออกไปที่นอกหน้าต่างบานใหญ่ ไม่มีทหารออกมาฝึกซ้อมในเวลานี้ อาจเป็นเพราะนี่เป็นช่วงบ่าย หลายๆคนก็คงมีหน้าที่ของตนที่ต้องไปทำ

 

หญิงสาวเรือนร่างอรชรอ้อนแอ้นลุกออกไปเตรียมอุปกรณ์และเสื้อผ้าสำหรับให้องค์ชายตัวเล็กอาบน้ำ เธอบอกให้มัลฟอนรอตรงนี้สักครู่ แต่ดูเหมือนอีกคนจะไม่ได้ยินอะไร เพราะดวงตาคู่นั้นยังคงเหม่อลอยออกไปด้านนอกราวกับมีสิ่งที่สนใจ หากแต่มันไม่มีอะไรเลย

 

มัลฟอน โวลธาเนีย รู้สาเหตุที่พระบิดาเลือกห้องนี้ให้เป็นห้องบรรทมของตน นั่นเป็นเพราะบริเวณหน้าต่างตรงนี้หากมองลงไปก็จะเป็นลานที่ทหารใช้ฝึกกันอย่างครบทุกซอกทุกมุม พระบิดาคงประสงค์จะให้บุตรชายของตนได้เรียนรู้กับมัน กลับกันเจ้าชายแห่งโซลเซียนานั้นรู้สึกแย่ทุกครั้งที่ทอดสายมองลงไป ไม่มีคำว่าเช้าอันสดใสสำหรับเขา มีแต่ตื่นมาก็เห็นภาพนองเลือดอยู่ที่ลานแห่งความโหดร้าย

 

มันดีกว่าหากว่าได้เข้าไปหลับในห้องสมุด ห้องที่ห่างไกลจากสิ่งที่เขาเกลียด

 

“แซตลีย์จะออกไปหาราชินีนะคะ ในระหว่างนี้ดัลเธีย ชีร์โกจะมาเฝ้าห้องบรรทมขององค์ชาย”

 

“เพโรน่าล่ะ?”

 

“นางออกไปในเมืองกับเดนวาและทีร์กานา อีกสักพักใหญ่ๆคงจะกลับค่ะ”

 

คิ้วสวยขมวดเข้าเป็นปมทันทีหลังได้ยินนามสกุลที่ตลอดหลายวันมานี้ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็มักจะได้ยินคนในปราสาทเอาแต่พูดชื่นชมทหารหน้าใหม่ที่ชื่อดัคลาส เดนวา แม้ว่าจะไม่ได้เห็นหน้า แต่เรื่องราวของอีกคนก็เข้ามากวนใจของมัลฟอน โวลธาเนียทุกที

 

ยามนึกไปถึงเหตุการณ์ที่อีกคนกระทำรุนแรงต่อร่างกายของตนเอง ก็อดไม่ได้ที่จะยกข้อมือขึ้นมา ภาพที่ก่อนหน้านี้มันเคยมีรอยแดงก็แล่นเข้ามาในหัว มันเกือบจะทำให้แซตลีย์ ไซฮีล อาละวาดจนปราสาทจะพัง หลังได้เห็นรอยบีบที่มาจากคนใจร้าย หากมัลฟอนไม่ห้ามไว้เสียก่อน

 

ทำไมต้องห้ามล่ะ?

 

เป็นคำถามที่มัลฟอนถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมาอย่างหาคำตอบไม่ได้เช่นกัน..

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บรรยากาศใจกลางเมืองที่เป็นศูนย์กลางการค้าของอาณาจักรโซลเซียนายังคงครึกครื้นและเต็มไปด้วยผู้คนมากมายมาเลือกซื้อของ หรือเสียงผู้คนที่เร่ขายของที่ตนนำมา มันไม่ได้มีร้านค้าที่ใหญ่น่าสนใจเหมือนเซคันดาติ แต่เพียงเท่านี้ก็มากพอแล้วสำหรับอาณาจักรที่จะล่มสลายอยู่รอมร่อ

 

ร่างของสองชายหนุ่มอยู่ในชุดทหารที่ใครเห็นก็รู้ว่าเป็นทหารของโวลธาเนียเป็นแน่ เดินอยู่บนถนนกว้างซึ่งเป็นถนนหลัก ยังมีหญิงสาวในชุดไปรเวทที่อยู่ข้างกายอีกคน ก่อนออกมารูเฟนถามนางแล้วว่าจะเปลี่ยนชุดทำไม อย่างไรนางก็ต้องกลับมาฝึกกับดัลเธียอีก ใส่ชุดทหารมันก็ไม่ได้ดูไม่ดีสักหน่อย และคำตอบของนางก็ทำให้ทีร์กานาหน้าบูดมาตั้งแต่ออกจากประตูวังค์

 

‘ฉันคิดว่าเรื่องเสื้อผ้าของฉันมันจะไม่ไปเป็นภาระของคนอื่นเสียอีก แต่ถ้ามันเป็น ก็ช่วยรับภาระต่อไปนะ บังเอิญว่ามันไม่เป็นปัญหาสำหรับฉัน’

 

เออ สาบานเลยว่าถ้ามีโอกาสได้เอาคืน เขาจะทำให้ทหารหญิงหัวแดงคนนี้อยู่ไม่ได้!

 

“ที่นี่มีอะไรน่าสนใจ?”

 

ดัคลาสเลือกที่จะถามหลังเดินมาเรื่อยเปื่อยโดยที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มเข้าไปร้านไหนก่อนดี

 

“เครื่องประดับน่ะ โซลเซียนามีช่างทำเครื่องประดับสวยๆเสียจนเมื่อนานมาแล้วเคยขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งอัญมณีเลยนะ หากแต่หลังจากช่างทำเครื่องประดับหายตัวไปก็ไม่มีรายได้หลักเข้าอาณาจักรอีกเลย”

 

เรื่องราวที่ริมฝีปากบางของหญิงสาวเล่าออกมาเรียกความสนใจจากดัคลาสได้ดี องค์ชายแห่งเซคันดาติเลิกคิ้วขึ้นสูงก่อนจะหันไปมองหญิงสาวข้างกาย

 

“หายตัว?”

 

“ใช่ ไม่มีร่องรอยของช่างทำเครื่องประดับนับห้าสิบคนที่หายตัวไป องค์ราชาป่าวประกาศว่าเป็นทีโอ รูทมอร์ขโมยตัวช่างเหล่านั้นกลับลิวาเอล เพราะสามวันก่อนที่ช่างเหล่านั้นจะหายไป องค์ราชาของลิวาเอลและทีโอ รูทมอร์ก็มาเยือนที่นี่”

 

ระหว่างการอธิบายของทหารหญิง รูเฟนก็ได้แต่คิดว่าคนอย่างทีโอ รูทมอร์ต้องเป็นคนอย่างไรถึงได้ขโมยตัวผู้สร้างรายได้หลักให้กับโซลเซียนาไป แต่เมื่อนึกได้ว่าเดิมทีลิว่าเอลก็มักมีข่าวทำสงครามกับอาณาจักรอื่นอยู่เรื่อยๆจึงไม่ได้คิดอะไรมากนักนอกจากฟังเสียงหวานนั้นเอ่ยปากเล่าต่อ

 

“ประชาชนเชื่อเช่นนั้น?”

 

“เป็นคำพูดจากองค์ราชาใครเล่าจะไม่เชื่อ หลังรู้ข่าวประชาชนโกรธเสียจนอยากจะสังหารทีโอ รูทมอร์ให้สิ้นลมหายใจเดี๋ยวนั้น แต่พระราชาผู้อ่อนโยนไม่ฟังเสียงประชาชน โดยอ้างว่าการทำสงครามไม่ใช่คำตอบของทุกสิ่ง ทุกคนจึงยอมลำบากเพราะเชื่อว่าคาลอส โวลธาเนียจะทำให้โซลเซียนากลับมารุ่งโรจน์อีกครั้ง”

 

มันก็แปลกดีในความคิดของดัคลาส เดนวา ไม่รู้เหตุจูงใจอะไรที่ทำให้ประชาชนเชื่อพระราชาโดยไม่เห็นด้วยซ้ำว่าพระราชาให้อะไรแก่บ้านเมืองบ้างนอกจากความอ่อนโยนและใจดี แต่เขาคิดว่ามันเป็นความโง่เขลาที่ราชายอมให้ลิวาเอลรุกรานมาได้ถึงเพียงนี้

 

ในขณะที่ฟังเพโรน่าอธิบาย ดัคลาสเดินมาหยุดอยู่ที่ร้านเครื่องประดับที่มีชายอายุไล่เรี่ยกับเขายืนเรียกให้ผู้คนเข้ามาดูสินค้าของตนอยู่ เขาเองก็ตรงเข้ามาเพราะเสียงเรียกของพ่อค้าตรงหน้าเช่นกัน ดวงตาที่เปรียบดั่งสัตว์ป่าจับจ้องไปที่พ่อค้าคนนั้นในตอนที่มัวแต่พูดขายสินค้าให้รูเฟนฟัง

 

“สนใจเครื่องประดับชิ้นไหนเป็นพิเศษหรือไม่ท่านทหารผู้น่าเกรงขาม เราลดราคาให้ท่านได้อย่างแน่นอนหากท่านต้องการ”

 

ไม่ใช่ดัคลาสที่มายืนซื้อของ แต่เป็นหญิงสาวข้างกายต่างหาก และเขาใจดีมากพอที่จะยืนรอเธอเลือกของโดยสังเกตุบริเวณรอบๆไปเรื่อย ศูนย์การค้าแห่งนี้ไม่ได้เจริญหูเจริญตามากนักอย่างที่มันควรจะเป็น ยิ่งทำให้ดัคลาส เดนวาอดคิดเรื่องช่างทำเครื่องประดับที่หายตัวไปไม่ได้

 

มันน่าแปลกเกินไปหากว่าจะไม่มีใครเริ่มออกมาต่อต้านพระราชาที่ไม่ยอมนำตัวช่างเหล่านั้นกลับมาทั้งที่ประชาชนกำลังจะอดตาย

 

“บุรุษเพศข้างกายผู้นั้น ท่านสนใจเครื่องประดับสักชิ้นไหม?”

 

เป็นเสียงของพ่อค้าหน้าตาเป็นมิตรหันมาทางเขา

 

“ทหารแบบฉันจะเอาเครื่องประดับไปทำอะไร? ไม่ล่ะ”

 

“ซื้อไว้สักชิ้นก็ได้นี่ดัคลาส นายไม่จำเป็นต้องซื้อไว้ใช้กับตัวเอง แต่เอาไปให้สตรีผู้เลอโฉมสักคนที่นายหมายปองไว้ก็ได้”

 

เพโรน่าเอ่ยส่งเสริมในขณะที่หยิบเครื่องประดับชิ้นนั้นชิ้นนี้มาลองดูไปเรื่อยโดยมีทีร์กานาหน้าเหม็นเบื่ออยู่ข้างเธอ

 

คงต้องบอกได้อย่างเดียวเลยว่าคนอย่างฟรอยเออร์ เรนกอร์ด เป็นบุรุษเพศที่แข็งกระด้างและไม่มีความอ่อนโยนสักนิด สตรีนับร้อยที่พระบิดาหามาให้เพื่อหวังให้นางเหล่านั้นปรนเปรอเขา ก็ถูกเจ้าตัวไล่ตะเพิดออกไปเสียจนหมด ที่เหลือไว้ก็แต่เหล่าทหารและพ่อบ้านซึ่งมีแต่คนสนิทของเขา

 

มันก็ดีที่ว่าที่องค์ราชาแห่งเซคันดาติไม่หมกมุ่นเรื่องหญิงสาว แต่กลับกันเมื่ออีกคนไม่เคยแม้แต่จะชายตามองสตรีใด ต่อให้นำนางสนมที่สวยที่สุดในอาณาจักรมายืนตรงหน้าหรือมาใช้ร่างกายยั่วยวนถึงที่ ฟรอยเออร์ก็ปัดมือไล่ให้ไปพ้นๆสายตาเขาอยู่ดี เป็นองค์ชายที่แปลกนัก

 

ดังนั้นแล้วเรื่องความละเอียดอ่อนของหญิงสาว จิตใจที่งดงามดุจนางฟ้าอะไรเทือกนั้น คนอย่างดัคลาส เดนวาเข้าไม่ถึงหรอก มันไม่มีความจำเป็นเลยสักนิดที่จะต้องเสียเงินซื้อเครื่องประดับไปเก็บไว้ หากแต่ไม่รู้ทำไมมือเจ้าปัญหามันถึงยื่นไปหยิบจี้สร้อยคอเล็กๆที่วางอยู่ตรงหน้า

 

“ท่านนี่ช่างตาถึงจริงๆ ท่านทหารผู้น่าเกรงขาม ชิ้นนั้นน่ะ แพงที่สุดในร้านนี้เลยนะฉันจะบอกให้”

 

“ทำไม?”

 

“เพราะมันเป็นเครื่องประดับชิ้นสุดท้ายของช่างทำเครื่องประดับที่เก่งที่สุดในอาณาจักรทำทิ้งไว้ ก่อนที่เขาจะหายตัวไปไงล่ะ!”

 

สร้อยนั้นสวยงามหยดย้อยจริงเหมาะสมกับราคาแพงแสนแพงที่คนผมสีทองเสียเงินจ่ายไป จี้รูปดอกไม้ตรงกลางถูกล้อมรอบไปด้วยลวดลายคดโค้งเหมือนเป็นเถาวัลย์นั้น หากมันได้ไปอยู่บนคอของหญิงใดสักคนที่งดงาม มันคงจะทำให้หญิงคนนั้นดูน่ามองขึ้นมาอีกหลายเท่า

 

“เราจะกลับกันได้เมื่อไหร่? ชีร์โกอาจไม่พอใจหากเราออกมานาน”

 

รูเฟนเอ่ยถามเมื่อนึกขึ้นได้ว่านี่มันล่วงเลยเวลาที่ขอออกมานานมาแล้ว ดัลเธีย ชีร์โก แม้จะเป็นมิตรกับทหารมากมายในอาณาจักร หากแต่ถ้าผู้ใดทำผิดกฏ อีกคนก็ไม่เอาไว้เช่นกัน

 

“เรากลับเลยก็ได้นี่ อ้อ.. จริงสิ ดัคลาส”

 

“…?”

 

“วันนี้ช่วยเข้าไปดูแลองค์ชายหน่อยนะ หากพระองค์เรียกหาฉันให้บอกไปว่าฉันงานเยอะมาก ขอโทษทีแต่ฉันคิดว่าหลายวันมานี้นายแทบไม่ได้ดูแลพระองค์เลย”

 

 

 

 

 

 

 

 

ถูกต้อง.. เพโรน่านั้นพูดถูกต้องอย่างไม่มีผิดเพี้ยน..

 

เขาละเลยหน้าที่ แต่มันไม่ใช่ความผิดของดัคลาสในเมื่อคนที่ไม่ยอมเรียกใช้งานเขาเลยเป็นตัวองค์ชายผมสีน้ำตาลที่ตอนนี้อยู่ในห้องบรรทมต่างหาก

 

ร่างสูงยืนอยู่หน้าประตูบานใหญ่ที่แสนคุ้นเคยมาได้เกือบสิบนาทีแล้ว นั่นเป็นเพราะเขาไม่มั่นใจว่าหากเปิดเข้าไปแล้ว องค์ชายตัวขาวจะทำหน้าเช่นไร จะโหวกเหวกโวยวายไล่เขาออกมาหรือไม่ คนอย่างดัคลาส เดนวาไม่ได้กลัวการถูกกระทำแบบนั้น แต่ถ้าหากเขาโดนปลดจากการเป็นทหารเมื่อไหร่ ถึงคราวนั้นคงเป็นปัญหาจริงๆ

 

ถ้าเขาโดนปลด แล้วเรื่องถึงหูเฮเลน เรนกอร์ดล่ะก็.. นางส่งคนมารับกลับเซคันดาติแน่

 

แกร๊ก

 

แต่ถึงอย่างนั่นมือหนาก็เลือกที่จะเปิดประตูเข้าไปด้านในห้องบรรทมขององค์ชายผู้หยิ่งในศักดิ์ศรี ดัคลาสลืมคิดไปว่าบางทีอีกคนอาจไม่ได้อยู่ที่นี่ ลือกันหนาหูว่าองค์ชายมัลฟอน โวลธาเนียมักใช้เวลาไปกับการอยู่ห้องสมุด ไม่ใช่แค่ทั้งวัน แต่เป็นทั้งวันทั้งคืนเลยต่างหาก

 

แต่ผิดคาด.. เมื่อคนที่เขาต้องการพบกำลังนั่งทำสีหน้าเศร้าสร้อยอยู่ริมหน้าต่าง

 

“…”

 

“…”

 

ใบหน้าหวานค่อยๆหันมาจนกระทั่งดวงตาหวานสบเข้ากับดวงตานักล่าของทหารที่หลายวันมานี้แทบไม่ได้พบหน้ากันเลย ถึงอย่างนั้นมัลฟอน โวลธาเนียก็ไม่ได้ดีใจสักนิดที่ได้เจอหน้าอีกคน หากแต่กลับรู้สึกแย่กว่าเดิมมากกว่า

 

“ไม่ยินดีหรือ? ที่ได้พบหน้ากระหม่อม”

 

“…”

 

ความเงียบเป็นคำตอบแทนคำพูดขององค์ชายมัลฟอน ตอกย้ำให้เข้าใจได้ว่าพระองค์ไม่ได้ยินดีที่ได้พบหน้าของนายทหารตรงหน้าเลยสักนิด

 

สุดท้ายแล้วขายาวของดัคลาสก็เลือกที่จะเดินเข้าไปนั่งข้างๆคนที่นั่งกอดเข่าอยู่ริมหน้าต่างเหมือนกับตอนที่องค์ชายตัวขาวอยู่ที่สวนหย่อมของพระราชวังค์ เพียงแค่ครั้งนั้นพระองค์มีดอกไม้ในมือ แต่คราวนี้มันว่างเปล่า

 

“จะลากเราไปฝึกซ้อมงั้นสิ?”

 

“กระหม่อมไม่ทำเช่นนั้นหากพระองค์ไม่ต้องการ”

 

แววตาที่เคยเต็มไปด้วยความเจ็บปวดเมื่อครู่ เสี้ยววิที่มันเบิกโพลงขึ้นด้วยความตกใจ แต่ก็เพียงเสี้ยวเดียวเท่านั้นเพราะในเวลาต่อมา คนตัวขาวก็กลับมาใช้สายตาเย่อหยิ่งแบบเดิมอย่างที่เคยใช้มองและเหยียดหยามเขา

 

ดวงตาสองคู่ที่พร้อมจะฉีกกระชากกันทุกเมื่อ จ้องมองกันอย่างไม่มีใครยอมใคร

 

“องค์ชายน้อยคะ แซตลีย์นำของว่า- องค์ชาย…”

 

ร่างของบุคคลที่สามในชุดสาวใช้เดินเข้ามาในห้องบรรทมขององค์ชายที่ตนมีหน้าที่ดูแล อันที่จริงมันควรจะเป็นร่างของเจ้าชายมัลฟอนนั่งอยู่ริมหน้าต่างเพียงผู้เดียว แต่บัดนี้มันกลับมีคนที่องค์ชายของเธอเกลียดแสนเกลียดนั่งอยู่ข้างกัน

 

แซตลีย์ ไซฮีลเหมือนเห็นภาพเสือสองตัวกำลังจ้องกันราวกับพร้อมจะฟาดฟันกันได้ทุกเมื่อ หากมีฝ่ายใดเริ่มตุกติก เสืออีกตัวก็พร้อมที่จะโจมตีและขย้ำฝ่ายตรงข้ามให้ล้มลงตายเดี๋ยวนั้น

 

“ดีแล้วหรือ? ที่ฝ่าฝืนคำสั่งของพระบิดาเรา”

 

“ยังไงพระองค์ก็ไม่คิดจะต่อสู้ จะให้กระหม่อมฟังคำสั่งราชาไปเพื่อสิ่งใด”

 

คนตัวขาวหัวเราะเหอะ

 

“เรามีเหตุผลของเราที่ไม่อาจใช้กำลัง และเหตุผลนั้นนายทหารไม่รู้หัวนอนปลายเท้าเช่นนายไม่จำเป็นต้องรู้”

 

หมับ!

 

เพราะองค์ชายตัวขาวมัวแต่สนใจกับคำพูดของตนเองโดยลืมที่จะระวังตัวไปเสียสนิท จึงทำให้ไม่ทันได้หลบมือหนาที่ยื่นมาบีบปลายคางของตนเองไว้ อีกคนขยับเข้ามาใกล้เสียจนร่างทั้งร่างของเจ้าชายมัลฟอนสั่นระริกด้วยความกลัว ดวงตาที่มืดมนราวกับกำลังดำดิ่งลงผืนมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ไม่อาจรู้ได้ว่าก้นบึ้งของมันคือสิ่งใด สร้างความหวาดหลัวให้กับผู้ทำดำลงไปหลายต่อหลายคน เหมือนกับมัลฟอนที่จ้องไปในดวงตาคู่นั้น โดยที่ไม่อาจรู้ได้ว่าอีกคนคิดอะไร

 

ครู่หนึ่งที่ดวงตาของมัลฟอนสั่นไหวด้วยความกลัว แต่ก็ยังพยายามกลับมาใช้สายตาหยิ่งผยองอีกครั้ง

 

“คางท่านน่ะ จะเชิดให้สูงอะไรหนักหนา”

 

แม้จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตราย แต่มุมปากขององค์ราชากลับกระตุกยิ้มร้ายราวกับท้าทาย

 

“ทำไม? นึกอิจฉาเราขึ้นมาหรือ? เสียใจด้วย ทหารชั้นล่าง เลือดเนื้อเชื้อพระวงศ์น่ะมันไม่ขายที่ไหนหรอกนะดัคลาส เดนวา

 

เป็นครั้งแรกที่อีกคนเอ่ยชื่อเขา ในตอนแรกดัคลาสตั้งใจที่จะเข้ามาพูดคุยกับองค์ชายตัวขาวอย่างเป็นมิตร เพราะเขาดันสร้างความทรงจำอันโหดร้ายให้กับคนตรงหน้าถึงสองครา คนแข็งกระด้างอย่างดัคลาส เดิมทีไม่สนใจด้วยซ้ำว่าจะต้องมาผูกมิตรกับใคร ดีแค่ไหนที่วันนั้นไม่เปลี่ยนจากบีบข้อมือเล็กไปบีบลำคอระหงส์นี่แทน

 

“หยุดนะเดนวา!”

 

“หากเข้ามาองค์ชายของเธอได้เจ็บตัวจริงแน่ ไซฮีล”

 

ไม่ว่าเปล่า มือหนาที่บีบปลายคางใบหน้าสวยอยู่ค่อยๆเพิ่มแรงบีบ ก่อนจะดึงให้อีกฝ่ายเข้ามาใกล้ใบหน้าของตนมากขึ้น จนมือแขนสองข้างที่แสนไร้เรี่ยวแรงของเจ้าของผมสีน้ำตาลต้องยกขึ้นมาดันอกแกร่งไว้ ก่อนที่มันจะเข้าใกล้ไปมากกว่านี้ แซตลีย์ ไซฮีลที่ไม่อาจค้านคำสั่งของนายทหารตรงหน้าได้เพราะองค์ชายของเธออาจเจ็บตัว เธอได้เพียงแค่ยืนตัวสั่นอยู่ตรงนั้น

 

ดัคลาส เดนวา ขยับเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้คนตรงหน้าเรื่อยๆจนในที่สุดร่างเล็กก็ชิดกับผนัง

 

“อ…อย่านะ.. เดนวา..”

 

เนิ่นนานที่ริมฝีปากได้รูปพยายามขยับเอื้อนเอ่ยคำพูดออกมาเพราะไม่สามารถหาเสียงตัวเองเจอ แต่มันเป็นการตัดสินใจผิดอย่างมากที่องค์ชายเลือกที่จะพูดแทนที่จะเงียบไว้ เพราะดวงตานักล่าบัดนี้ค่อยๆเคลื่อนจากคางมนมาเป็นริมฝีปากอวบอิ่มน่าบดขยี้

 

“เดนวา! ได้โปรดอย่าทำเช่นนั้น ปล่อยองค์ชายไปเถิด!”

 

ท่านจะซ่อนมันไปถึงเมื่อไหร่?

 

คำถามทีไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยจากคนที่ใช้กำลังกดขี่องค์ชายตัวเล็กนั้นสร้างความงุนงงให้กับหญิงสาวที่ยืนอยู่ไม่ห่างจากพวกเขา รวมถึงเจ้าของผิวกายขาวราวหิมะด้วย

 

“น…นายพูดอะไรของนาย?”

 

“ทุกครั้งที่ถูกกระหม่อมทำเช่นนี้ พระองค์เองก็กลัวไม่ใช่หรือ? กลัวที่จะเจ็บตัว กลัวที่จะถูกทำร้าย เหตุใดยังปากเก่งและแสร้งทำว่าไม่กลัวอีก”

 

ไม่ใช่เสียงตะโกนดุดันเหมือนคราวที่ถูกบีบข้อมือ กลับเป็นเสียงที่หนักแน่นแต่แผ่วเบาในระยะที่สองคนได้ยินเท่านั้น ริมฝีปากสีเข้มที่เคลื่อนเข้ามาใกล้อวัยวะเดียวกันเรื่อยๆสร้างความสั่นกลัวให้กับองค์ชายตัวขาวจนมัลฟอนตัวแข็งทื่อเป็นแท่นหิน

 

ทั้งคำพูดที่ทิ่มแทงใจและการกระทำที่ลาบละล้วงยิ่งทำให้คนที่หลังชิดกำแพงเหมือนถูกสูบแรงออกไปเสียหมด เขาอยู่ในสภาพที่หมดท่า ตกอยู่ใต้อาณัติของวงแขนแกร่งอย่างเต็มรูปแบบหลังจากที่มืออีกข้างซึ่งไม่ไปบีบคางมนของมัลฟอนไว้ เคลื่อนมายันเข้าที่ผนังด้านหลัง มันไม่ต่างอะไรจากเหยื่อตัวเล็กที่กำลังถูกนักล่าเชยชมอาหารมื้อใหญ่ที่เจ้าตัวเพิ่งล่ามา และเหมือนว่านักล่าคนนั้นไม่รีบร้อนที่จะลิ้มรสมัน แต่กลับกลายเป็นค่อยๆสัมผัสมันมากกว่า

 

“หากกลัว ก็แค่แสดงออกมาว่ากลัว..”

 

“…”

 

“ไม่เหนื่อยหรือที่ต้องซ่อนความกลัวเอาไว้ข้างใน แล้วเอาแต่แสดงด้านที่เย่อหยิ่งออกมา”

 

“…”

 

คนตัวสูงปล่อยให้โวลธาเนียเป็นอิสระหลังจากกที่รังแกมานาน เจ้าของผมสีทองสว่างในชุดทหารลุกขึ้นยืนและถอยออกจากตัวขององค์ชายโดยเร็ว ขายาวที่ก้าวออกไปนอกห้องบรรทมของคนตัวเล็กโดยไม่หันกลับมา สร้างความสับสนให้คนตรงริมหน้าต่างไม่มากก็น้อย กลับกันกับหญิงสาวที่ยืนอยู่ไม่ห่าง นางรีบตรงเจ้ามาเพื่อสำรวจว่าองค์ชายตัวน้อยของนางไม่ได้บาดเจ็บอะไร น้ำตาแห่งความเสียใจที่ไม่อาจปกป้องผู้เป็นดั่งแก้วตาดวงใจได้ไหลอาบที่แก้มนวลทั้งสองข้าง จนมัลฟอนต้องพยุงหญิงสาวมากอดปลอบไว้

 

หลังเหตุการณ์ตอนนั้น ในหัวของมัลฟอน โวลธาเนีย ก็เอาแต่คิดถึงคำพูดของดัคลาสอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งถึงยามที่ควรจะข่มตาหลับ

 

ดวงตาสุกสะกาวดั่งดวงดาวบนท้องนภายังคงจับจ้องไปที่เพดานแสนคุ้นตาในห้องบรรทม ไม่บ่อยนักที่มัลฟอน โวลธาเนียจะนอนไม่หลับ เพราะทุกครั้งพระองค์มักจะเฝ้ารอเวลาที่จะได้หลับเสียที มันเป็นช่วงเวลาเดียวที่ไม่ต้องตื่นมาเจอความทุกข์ทรมาณในแต่ละวัน หากแต่ครั้งนี้ไม่เหมือนเช่นทุกครั้ง คำพูดของนายทหารผู้ได้รับหน้าที่มาดูแลตน ยังคงวนเวียนในสมองของเขาราวกับถูกสาป

 

หากแสดงวความกลัวออกไปให้คนอื่นเห็น จะไม่ถูกรังแกเอาหรือ..

 

หากเป็นเช่นนั้น จะไม่ถูกประชาชนว่าไม่เหมาะสมกับการเป็นราชาไม่ใช่หรือ..

 

ท่านแม่.. ลูกควรทำอย่างไรดี..

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

To be con...

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 254 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

736 ความคิดเห็น

  1. #715 Chompoo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 02:31

    แงน้องครับลองผูกมิตรกับพี่เค้าไว้ดีมั้ยลูก

    #715
    0
  2. #685 ปงจี้ (@mayupong-111) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 04:21
    ราชินีเป่าหูราชาแน่ๆเลย
    #685
    0
  3. #671 febtojuly (@kkie_29) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 22:37
    ฮือ อยากเข้าไปกอดโอ๋มัลฟอนมากๆ T__T
    #671
    0
  4. #608 CB_SURVEY (@CB_SURVEY) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 00:59
    แงงงงงงงงงง อุนแม่ทรมานมากคับ นายทหาร!!!!!! นาย.ไม่มีสิทธิ์.มาท.งี้.กับลูกเรา!!!!/อินเน้อลุกไนท์
    #608
    0
  5. #571 nxjm (@rakmaanfha) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 03:08
    น้องครับบบบบบบบบบบ
    #571
    0
  6. #245 JKCBB (@JKCBB) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:55
    อยากเป็นคนที่เขาไว้ใจเหรอออพ่อทหารเบอร์หนึ่ง
    #245
    0
  7. #244 JKCBB (@JKCBB) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:55
    จะเก็บความรู้สึกก็ไม่แปลกอ่ะ
    คนที่ไว้ใจได้ไม่มีไง
    พ่อตัวเองแท้ๆยังไม่เคยฟังเลย
    #244
    0
  8. #185 Tong (@TonG-SodA) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 มกราคม 2563 / 12:16
    สงสารน้องจัง😢
    #185
    0
  9. #145 Yellow (@netty25) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 12:04
    ช่วยน้องนะะ น้องต้องโดนทำอะไรมาแน่ๆ
    #145
    0
  10. #141 Nora1012 (@Nora1012) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 11:15
    นี่พ่อกุคิดอะไรบ้างมั้ยเนี่ย แต่ละการกระทำที่ทำกับน้อง มันต้องคิดแล้วนะคะ
    #141
    0
  11. #106 พี่โจ้คนคูล.🌿 (@mtuanna93) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 14:58
    ท่านแม่ทำไมทำแบบนี้
    #106
    0
  12. #72 serosebh (@ChocoSmurf_rose) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 14:20
    ท่านแม่จริงๆของร้องต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องที่น้องไม่ชอบต่อสู้และใช้กำลังแน่ๆ ส่วนเรื่องคนทำเครื่องประดับหายไปนี่เพราะราชาแน่ๆล่ะ เรื่องทั้งหมดจะเกี่ยวข้องกันมั้ยนะ /ดัคลาสใจดีกับองค์ชายหน่อยสิฮือ
    #72
    0
  13. #60 idotoo (@moonatbaaa) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 00:29
    ก็ถึงว่าทำไมแม่ต้องยิ้มเหยียดใส่น้องด้วย แงเข้มแข็งเข้าไว้นะะะ
    #60
    0
  14. #32 Asuna ^^ (@gorbua123) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 / 09:57
    สงสารน้องมากๆ อยากโอ๋ๆๆๆฮื่อออ
    #32
    0
  15. วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 / 21:02
    แม่น้องตอนนี้ใช่แม่น้องจริงๆมั้ย สงสัยอะ ฮืออ สงสารองค์ชายน้อยมาก ทหารปลอมอย่าแกล้งน้องแรงสิคะ ต้องดูแลแล้วสอนน้องให้เข้มแข็งและแข็งแกร่งนะ!!;_;
    #24
    0
  16. #18 kwyoq (@realyx) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 18:07
    ติดตามฮับ ❤️
    #18
    0
  17. #17 June_031226 (@juneinfinite) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 13:15
    น้องค้าบㅜㅡㅜพี่อยากขะไปกอดโอ๋หนูจังลูก อิตาพระเอกก็ใจร้ายเก่งจริง
    #17
    0
  18. #16 Mon-sKarine (@Mon-sKarine) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 00:16
    สงสารน้องมันทรมานนะที่กลัวมากๆแต่ต้องแกล้งทำเป็นไม่กลัวเนี่ย ส่วนดักลาสอ่อนโยนหน่อยได้มั้ย!!!
    #16
    0
  19. #15 cHAmPaIN_BF (@hye-ri) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 21:37
    แม่น้องแปลกๆง่ะ ทำไมต้องยิ้มทั้งๆที่ลูกตัวเองกำลังโดนต่อว่าอยู่แท้ๆ ส่วนทีโอเนี่ยต้องโผล่มาแล้วแหละ เหรินโน่จงจาเริน อิพระเอกออกไป๊ ใจร้ายนัก (ไม่ใช่ว่าเฮียใจร้ายกว่าพ่ออีกนะ)
    #15
    0
  20. #14 Ptซัง (@aussawineyes) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 21:29
    สงสารน้องจับใจ แง
    #14
    0
  21. #13 beam_bk12 (@beam_bk12) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 21:18
    แงงงงง สงสารน้องงง ฟรอยด์เออร์นี่แหละน่าจะช่วยองค์ชายได้ แต่ไม่รุว่าจะช่วยได้ตอนไหน เพราะทะเลาะกันบ่อยเหลือเกิน
    #13
    0