sub eques auratus [ MINNO ]

ตอนที่ 25 : CHAPTER XXII : Ignis

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 978
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 141 ครั้ง
    12 เม.ย. 63

 

 

 

 

เสียงระเบิดจากด้านหลังดังมาเป็นระยะๆสร้างความตกใจให้คนผมสีชมพูไม่น้อย เพลิงสีแดงที่ลุกท่วมปราสาทจนมองไม่เห็นเส้นทางในการเดินออก ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจุดที่ตัวเองยืนอยู่ที่ตรงไหนของปราสาทโซลเซียนากันแน่ เขายกมือขึ้นปิดจมูกตัวเองเมื่อเริ่มสำลักควันไฟพวกนั้นที่เป็นอันตรายต่อร่างกายพวกเขา

ตั้งแต่ที่เข้ามาที่ปราสาท พวกเขาก็ตรงเข้าไปหา มาคาลอฟ ที่เป็นเป้าหมายในการมาช่วยเหลือโซลเซียนาในครั้งนี้ทันที โชคดีที่องค์ราชาแห่งลิวาเอลไร้ซึ่งทหารในการอยู่ปกป้อง อาจเป็นเพราะเขามั่นใจว่าจะไม่มีใครบุกเข้ามาถึงที่นี่ได้ มาคาลอฟถึงไม่ทันได้ระวังองค์ชายผมสีน้ำเงินที่พร้อมจะปลิดชีพองค์ราชาได้ทุกเมื่อ เมื่อสบโอกาส

เขาใช้เวลาอยู่ไม่นานในการจัดการมาคาลอฟ คนที่มีความสามารถอย่างออซวอลต์มีเป้าหมายที่ชัดเจนนั่นคือชีวิตของราชา เขาที่ไม่คิดจะทำแบบนั้นได้แค่ยืนมองอยู่ห่างๆ ดูเชื้อพระวงศ์ทั้งสองต่อสู้กันอย่างไม่มีใครยอมใคร

แต่ทุกอย่างก็จบลง เมื่อจู่ๆเสียงระเบิดก็ดังขึ้นที่ด้านหลังปราสาท มันระเบิดติดต่อกันถึงสามครั้ง นั่นทำให้ไฟลุกท่วมปราสาทหลังนี้ ออซวอลต์ เนเพนเธส ไม่มีทางเลือก เจ้าตัวเลือกจะดึงมือให้องค์ชายแห่งอาณาจักรลอยย์ออกมาด้านนอก เพื่อไม่ให้ถูกไฟคอกตาย นั่นทำให้พวกเขาไม่มีทางได้รู้ว่ามาคาลอฟยังมีชีวิตอยู่หรือไม่..

"ไหวหรือไม่? เอลิยอน" ออซวอลต์เอื้อมมือไปพยุงตัวสหายต่างอาณาจักรเอาไว้

"ฉันมองไม่เห็นทาง.."

ควันมากมายขนาดนี้.. เขาจะออกไปได้อย่างไร

ออซวอลต์กัดฟันกรอก ไม่ต้องเดาก็รู้เลยว่าระเบิดรุนแรงขนาดนี้เป็นฝีมือของใคร สหายคนสนิทที่รู้จักกับเขามาตั้งแต่จำความได้ ไอนิสัยพิลึกที่ชอบทำอะไรตามใจเนี่ย ไม่เคยเลิกได้เลย

"ไอบ้าฟริวซ์.."

"นายพูดถึงเรื่องอะไรน่ะ?"

คนที่กำลังนั่งลงคลำหาเส้นางในการไปสู่ประตูทางออกเอ่ยถาม เขาสำลึกควันรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้จนกลัวว่าจะหมดสตินอนตายอยู่ที่นี่ เขาต้องเร่งหาทางออกให้ได้เร็วที่สุด

"ไว้ค่อยคุยกันหลังจากที่ออกไปที่นี่ได้ดีกว่า"

เขาไม่เชี่ยวชาญเส้นทางในโซลเซียนา ไมสิ.. ทั้งเขาและเอลิยอนไม่มีใครเชี่ยวชาญเลยสักคน ต่างคนต่างเคยมาโซลเซียนาเป็นรอบที่สองเท่านั้น แค่เข้ามาหาตัวมาคาลอฟได้นี่ก็บุญโขแล้ว

เพลิงร้อนเลิกลุกลามมากขึ้นเรื่อยๆ ข้าวของในปราสาทที่ถูกไฟแผดเผาเริ่มหักล้มโค่นลงมาตามๆกัน จนไม่เหรือคราบปราสาทโซลเซียนาที่สวยงามดังก่อนหน้านี้อีกแล้ว ระหว่างที่เดินหาทางออก พวกเขาก็ต้องคอยระวังไม่ให้เสื้อผ้าถูกไฟเผาไปด้วย นี่มันไม่ตลกเลยสักนิด..

"ฟรอย!"

เอลิยอนส่งเสียงเรียกคนผมสีสว่างที่อยู่ไม่ห่างจากพวกเขาทั้งคู่มากนัก ทำให้คนที่ถูกเรียกหันมามองด้วยสภาพที่ดูไม่จืด

สภาพของฟรอยเออร์ ย่ำแย่ยิ่งกว่าครั้งไหนๆ เสื้อผ้าราคาแพงที่ถูกตัดเย็บโดยช่างหลวงฝีมือดีมีแต่คราบเลือด ร่างกายมีแต่รอยฟกช้ำมากมายจนน่ากลัว มีคนตัวขาวที่สภาพย่ำแย่พอๆกันพยุงเดินออกมา ฟรอยเออร์กระตุกยิ้มเล็กน้อยราวกับดีใจที่ยังเห็นสหายทั้งสองปลอดภัยดี

"ให้ตาย.. นายดูย่ำแย่ไม่ต่างกันเลยนะ ออซวอลต์"

ฟรอยยิ้ม..

"ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่จะมาพูดหยอกกันได้นะ รีบออกไปจากที่นี่เร็วเข้า!"

จริงอย่างออซวอลต์ว่า ถ้าจะหยอกล้อกัน ก็ต้องหลังจากที่เขาสามารถมีชีวิตรอดออกไปจากปราสาทเพลิงนี่ได้เสียก่อน

พวกเขาเดินตรงไปยังหน้าต่างบานใหญ่ที่เดียวที่สามารถมองเห็นได้จากมุมนี้ อันที่จริงอยากจะออกไปทางประตูแบบปกติมากกว่า แต่ด้วยสภาพของฟรอยเออร์และออซวอลต์ไม่ค่อยอำนวยต่อการเดินไกล ยิ่งไปกว่านั้นถ้าพวกเขาเดินไปไกลกว่านี้คงจะสำลักควันตายจริงแน่ๆ ออซวอลต์สัญญากับตัวเองว่าถ้าออกไปได้จะไปจัดการเด็ดหัวไอ้หมอเวรนั่น

โชคดีที่หน้าต่างบ้านนี้ไม่ได้อยู่สูง ตำแหน่งจากตรงนี้มันก็แค่ชั้นเดียวเท่านั้น สามารถให้คนตัวเล็กบอบบางอย่าง มัลฟอน โวลธาเนีย ลงไปก่อนได้ง่ายๆ ตามมาด้วยพวกเขาที่เหลือกระโดดจากหน้าต่างนั่นลงมาด้วยสภาพทุลักทุเล

ทหารจากลิวาเอลเมื่อเห็นว่าพวกเขาออกมาได้ก็ไม่รอช้าที่จะเข้าไปด้านในปราสาทเพลิงเพื่อตามหาร่างขององค์ชายทีโอและองค์ราชามาคาลอฟ ถ้าพวกเขารอดออกมาได้นั่นหมายความว่าคนที่อาจไม่รอดคือราชาของพวกเขาเอง โง่เขลาสิ้นดี.. แทนที่จะเข้ามาจัดการพวกเขาเสีย.. ทหารพวกนั้นฉลาดไม่ได้อย่างทีโอเลยด้วยซ้ำ

ทีโอ..?

ฟรอยเออร์พ่นลมหายใจออกมาเบาๆเมื่อนึกไปถึงคนที่ตัวเองเพิ่งจะเอามีดปักลงไปกลางอกก่อนหน้านี้ ทั้งชีวิตของเขาไม่เคยทำร้ายร่างกายใครจนถึงขั้นตายมาก่อน และนั่นเป็นครั้งแรก เขาไม่ได้รู้สึกผิด หากแต่รู้สึกสมเพชที่องค์ชายแห่งลิวาเอลเลือกเดินเส้นทางที่ผิด เจ้าตัวมีของดีคือสมองอันชาญฉลาด หากใช้มันในทางที่ถูกต้องพวกเขาคงกลายมาเป็นสหายกันได้ไม่ยาก

'ตลอดเวลาที่ผ่านมา มีใจให้ฉันบ้างหรือไม่'

'นั่นสิ ฉันทำร้ายนายเสียขนาดนั้น..'

ทีโอ รูทมอร์ คือผู้บูชาความรักอย่างแท้จริง

"เอลิยอนล่ะ"

"...?"

"หมอนั่นไม่ได้ตามลงมาด้วย"

ออซวอลต์ เนเพนเธส ลุกลี้ลุกลนเพราะเห็นว่าสหายผมสีชมพูต่างอาณาจักรไม่ได้กระโดดจากหน้าต่างลงด้วยกัน หากแต่หายไปตั้งแต่ที่เดินมาถึงบานหน้าต่างตรงหน้า องค์ชายผมสีน้ำเงินจำต้องรีบวิ่งตามหา สิ่งเดียวที่เขาขอคือไม่ให้เอลิยอนหลงทางแล้วตายอยู่ในปราสาทโซลเซียนาเสียก่อน เขาไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลืออีกคนได้หากยังติดอยู่ในปราสาท

ส่วนคนที่หมดแรงเพราะเสียทั้งเลือดและกำลังมากมายไปกับการต่อสู้กับทีโอ ทำได้เพียงนอนหอบอยู่บนพื้นสนามหญ้า หากทหารของลิวาเอลจ้องจะปลิดชีพเขาตอนนี้ก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะเขาไม่เหลือแม้แต่แรงจะดิ้นหนี..

"ฟริวซ์!"

 

 

 

 

 

 

 

 

เสียงของมัลฟอนตะโกนเรียกหมอแห่งพาทิล..

 

 

 

 

 

 

 

 

"ฟริวซ์! ฟรอยเออร์อาการสาหัสมากนะ!"

 

 

 

 

 

 

 

 

สติของเขาเองก็พร่าเลือนลงไปทุกที คงเพราะเสียเลือดมากเกินไป..

 

 

 

 

 

 

 

 

"พาตัวเขากลับไปที่พักของฉัน"

 

 

 

 

 

 

 

 

"ไม่ไหวหรอกนะ! ไกลขนาดนั้น"

 

 

 

 

 

 

 

 

"มีทางเดียวแล้วเพโรน่า ไม่นั่นหมอนี่ตายจริงๆแน่!"

 

 

 

 

 

 

 

 

ตายงั้นหรือ? เขาไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อนเลย..

 

 

 

 

 

 

 

 

"ฟรอยเออร์ อย่าเพิ่งหลับเลยนะ เราขอร้องล่ะ ตื่นมาคุยกับเราก่อนได้ไหม.."

 

 

 

 

 

 

 

 

เสียงอ้อนวอนแสนหวานของคนรัก.. เขาแทบไม่ได้ยินมันเลย..

 

 

 

 

 

 

 

 

นี่เขากำลังจะตายจริงๆงั้นหรือ..?

 

 

 

 

 

 

 

หากแต่ถ้าช่วยคนรักได้ เขาถือว่าเขาตายอย่างไม่เสียเกียรติแล้วล่ะ..

 

 

 

 

 

 

 

น่าสมเพช..

 

 

 

 

 

 

 

เขามาได้ไกลแค่นี้แหละ..

 

 

 

 

 

 

 

ทั้งที่ตั้งใจจะพากลับไปเซคันดาติ แล้วขอหมั้นหมายแท้ๆ..

 

 

 

 

 

 

 

"ฟรอยเออร์!!!!"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หลังจากเหตุการณ์วันนั้น ก็ผ่านเกือบสองสัปดาห์..

ฟรอยเออร์ถูกพากลับไปรักษาที่กระท่อมของฟริวซ์ หลังจากนั้นสงครามก็ค่อยๆหยุดลง เพราะเพโรน่าจับตัวองค์ราชามาคาลอฟที่ถูกเผาทั้งเป็นขึ้นมาแขวนไว้กลางเสาหน้าปราสาท เป็นการประกาศศึกว่าชัยชนะตกเป็นของเซคันดาติอ้อมๆ การที่แม่ทัพฝ่ายใดฝ่ายนึงล้มก่อนนั่นถือเป็นการแพ้สงครามอย่างแท้จริง

เขาไม่รู้ตัวเลยตลอดเวลาที่ถูกรักษา ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีคนตัวขาวนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ข้างๆตลอดเวลาเพราะกลัวว่าเขาจะตายไปจริงๆ แต่ด้วยอุปกรณ์และยาในการรักษาที่ฟริวซ์มีมันทำได้แค่เบื้องต้นเท่านั้น เขาถึงต้องรีบขี่ม้าพาตัวฟรอยเออร์กลับมาที่เซคันดาติก่อน พร้อมกับองค์ชายมัลฟอน โดยทิ้งให้เพโรน่าและรูเฟนยังอยู่ที่โซลเซียนา

องค์ราชาจาร์ฟาให้การต้อนรับอย่างดี ฟรอยเออร์ถูกนำส่งเข้าห้องรักษาพร้อมกับฟริวซ์ ผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหมอผู้มากความสามารถ ไม่แปลกใจที่อาณาจักรเซคันดาติจะให้การต้อนรับอย่างดี เพราะพวกเขารู้จักชื่อของ ฟริวซ์ แพนเธอร์ ในฐานะหมอแห่งพาทิล และยิ่งสภาพบุตรชายของตัวเองที่ย่ำแย่ขนาดนั้น ทำเอาราชินีเป็นลมไปเลย..

ฟรอยเออร์ตื่นขึ้นมาพร้อมกับสภาพแผลที่ถูกรักษาเรียบร้อย ทุกอย่างเหลือเพียงใช้เวลาในการเยียวยาเท่านั้น มัลฟอนคอยเฝ้าดูแลเขาอยู่ข้างกายไม่ห่าง ทั้งคอยช่วยฟริวซ์ทำแผล และนั่งกุมมือเขาไม่ปล่อย ได้ตื่นมาพบเจอหน้าคนรักเป็นคนแรกนั้นเป็นเรื่องที่ดีจนอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา..

'องค์ราชินีเฮเลน ให้การต้อนรับเราอย่างดี'

'พวกเขาไม่สงสัยในตัวนายใช่หรือไม่?'

มัลฟอนส่ายหน้า

'ไม่เลย.. เราสบายใจมากเลย'.

ได้ยินเช่นนั้นก็สบายใจแล้ว..

พอนึกย้อนกับไปถึงใบหน้ายิ้มแย้มนั่นทีไร เขาก็อดรู้สึกดีไม่ได้ เหมือนบาดแผลในร่างกายถูกรักษาได้ด้วยรอยยิ้มพวกนั้นเลยล่ะ

มัลฟอนที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้หน้าขึ้นสีทันทีเมื่อรู้สึกถูกจ้องโดยคนที่นอนอยู่บนเตียง มือขาวยกขึ้นดันใบหน้าหล่อเหลาขององค์ชายผมสีสว่างให้ออกไปห่างๆเพราะความเขินอายที่ถูกนั่งจ้องหน้า ฟรอยเออร์หัวเราะเล็กน้อยเพราะท่าทางแสนน่ารักขององค์ชายผิวขาว

"เขินหรือ?"

"โดนนั่งจ้องหน้าเป็นใครก็ต้องเขิน"

มัลฟอนบ่นอุบ เจ้าตัวขี้เขินลุกขึ้นจากเก้าอี้ก่อนจะไปรินนำใส่แก้วเพื่อนำมาให้องค์ชายที่ยังต้องนอนพักรักษาอยู่บนเตียงอีกระยะยาวจากอาการบาดเจ็บ และดูเหมือนจะไม่หายในเร็วๆนี้ด้วย

"รูเฟนล่ะ?"

"ออกลาดตระเวน องค์ราชาจาร์ฟากลัวว่าจะยังมีคนของลิวาเอลแฝงอยู่รอบๆอาณาจักร" องค์ชายผิวหิมะว่าก่อนจะหยิบกระดาษมานั่งพับนกต่อหลังจากที่สามารถพับไปได้นับพันๆตัวแล้ว

นกมากมายถูกพับใส่โหลสีใสไว้ เจ้าตัวบอกว่ามันกลายเป็นงานอดิเรกที่ชื่นชอบมากไปเสียแล้ว พอได้พับทีไรก็มักจะรู้สึกผ่อนคลายทุกที แน่นอนว่าเขาไม่ได้ขัดใจ ซ้ำยังนั่งมองมือขาวนุ่มนิ่มพับนกกระดาษไปมาอย่างชำนาญ เพราะทุกครั้งที่เจ้าตัวพับมัน มักจะระบายยิ้มอย่างมีความสุขออกมาเสมอ นั่นเป็นภาพที่น่ารักดี..

"อื้อออ อย่ากวน"

คนตัวขาวโวยวายเพราะร่างสูงที่ยื่นใบหน้ามาสูดดมความหอมจากกลุ่มผมสีเข้ม เขากำลังใช้สมาธิกับการพับนกอยู่แท้ๆ ดันมาแกล้งกันเสียได้..

"ฟรอยเออร์"

ก็ยังหอมไม่หยุด..

"นี่!"

มือขาวดันแผ่นอกของอักคนให้ออกห่างเพราะมันขยับเข้ามาใกล้มากกว่าเดิมจนแทบจะสิงเขาอยู่รอมร่อ ใบหน้าหวานบูดบึ้งเพราะถูกแกล้งโดยคนที่โตกว่า แต่องค์ชายผมสีสว่างกลับหัวเราะร่าออกมาด้วยความเอ็นดู

"ฉันเจ็บอยู่นะ.. ควรจะตามใจฉันไม่ใช่หรือ?"

"อย่ามาเจ้าเล่ห์ อาหารเราก็ป้อน น้ำเราก็ป้อน"

เพราะเห็นว่าแขนเจ็บอยู่หรอกถึงได้ป้อน..

ความจริงมัลฟอนก็ไม่เข้าใจนักหรอกว่าตอนไหนกันที่ฟรอยเออร์เจ็บแขน เจ้าตัวถูกแจกันฟาดเข้าที่ศีรษะและถูกมีดบาดที่ใบหน้าเท่านั้น นอกจากนั้นส่วนอื่นๆก็เป็นแค่รอยฟกช้ำจากการชกต่อยธรรมดาที่หากได้รับยาดีๆไม่นานมันก็จะหาย แต่เจ้าตัวก็บ่นโอดโอยนักหนาว่าปวดแขนจนไม่สามารถทานอะไรเองได้

พอเขาถามว่าไปเจ็บตอนใด? เจ้าตัวก็อ้างว่าเจ็บตอนที่คว่ำชั้นหนังสือ เขาบอกว่านั่นมันหนักมาก จนได้รับบาดเจ็บหนัก ถึงจะไม่ค่อยเชื่อ แต่เพราะฟริวซ์บอกว่าเจ็บจริง ถึงได้ยอมมานั่งเป็นคนใช้ให้กับฟรอยเออร์อยู่เนี่ย..

ฟอด

"นี่ พอแล้ว!"

คนเจ้าเล่ห์เลื่อนจากการหอมศีรษะมาเป็นหอมแก้มนวลแทน

มัลฟอนหมดความอดทน เจ้าตัวโยนนกที่พับไม่เสร็จสักทีในมือทิ้งก่อนจะเปลี่ยนมานั่งกอดอกจ้องหน้าคนที่จ้องจะลวนลามตัวเองไม่เลิกด้วยใบหน้าฉุนสนิท เขาไม่ชอบให้ใครมากวนเวลาได้ตั้งใจทำอะไรสักอย่าง

"แค่หอมเอง"

"แต่มันเยอะไปแล้ว"

มัลฟอนบ่นอุบ

หลังจากนี้มัลฟอนไม่อาจรู้ชะตากรรมของชีวิตตัวเองได้เลย รูเฟนกลับมาจากโซลเซียนาพร้อมกับข่าวที่ว่าเพโรน่าปลอดภัยดีเท่านั้น แถมยังหาศพของทีโอ รูทมอร์ไม่เจอด้วย ลือกันให้แซ่ดว่าถูกไฟเผาไปแล้ว บางทีถ้าฟรอยเออร์หายดีแล้วเขาอาจจะต้องกลับโซลเซียนาไปเพื่อขึ้นเป็นราชาตามสายเลือดที่ควรจะได้เป็น แม้จะไม่อยากกลับไปเลยสักนิดเดียวแต่นั่นมันเป็นหน้าที่

อดไม่ได้ที่จะพรูลมหายใจยาวออกมาเมื่อนึกถึงวันที่จะได้ขึ้นครองราชย์ มันไม่ตลกเลยสักนิด บางทีประชาชนอาจจะหมดความเชื่อใจจากเขาไปแล้วก็ได้ เพราะราชาตัวดีที่สร้างเรื่องไว้มากมายขนาดนั้น

เขาหมายถึง องค์ราชาคาลอส..

"คิดอะไรอยู่"

ฟรอยเออร์ถาม

มัลฟอนส่ายหน้าปฏิเสธกลับไปเลี่ยงการพูดบทสนทนาที่ชวนให้เขาต้องรู้สึกย่ำแย่

"อย่าสนใจเลย เราคิดไปเรื่อย"

ทุกๆวันในเซคันดาติ สองสัปดาห์ที่อยู่ที่นี่ มัลฟอนไม่ได้มีหน้าที่อะไรนอกจากตื่นมาดูแลฟรอยเออร์ แล้วหลับไป ตื่นมาดูแลอีกครั้ง วนไปวนมารอเวลาที่จะให้แผลของคนรักหายดี

"บอกฉันได้ไหม" องค์ชายผิวขาวระบายยิ้ม

"หายดีเราจะบอก"

นั่นมันทำให้ฟรอยเออร์อยากจะหายป่วยเสียเดี๋ยวนั้นเลย

มัลฟอนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะเริ่มดูบาดแผลบริเวณที่บาดเจ็บของฟรอยเออร์ เรนกอร์ด ปรากฏณ์ว่ามันเริ่มดีขึ้นมากจวนจะหายสนิท นั่นทำให้องค์ชายผิวขาวระบายยิ้มออกมาอย่างมีความสุข สำหรับเขาแล้ว การได้เห็นคนรักในสภาพที่ไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆนับเป็นคำบอกรักที่ยอดเยี่ยมที่สุดในใจของโวลธาเนีย

มือขาวลูบที่แผลนั้นเบาๆอย่างอ่อนโยน

"รู้ไหมเรามีพลังพิเศษล่ะ"

"..."

"แค่เราลูบแผลเบาๆแบบนี้ อีกไม่นานก็จะหายเลยนะ"

คำพูดหยอกเล่นชวนให้ระบายยิ้มของมัลฟอนมันช่างน่ารักอย่างบอกไม่ถูก คำพูดคำจาน่าเอ็นดูเหล่านั้นเมื่อได้ออกมาจากปากของคนที่น่ารักที่สุดในชีวิตของฟรอยเออร์แล้ว มันน่ารักเกินกว่าจะหาคำใดมาเปรียบเปรยได้เลย อยากอวดให้ทั่วอาณาจักรว่าคนรักของเขาน่ารักกว่าใครๆ อวดให้ประชาชนรู้ทั้งเมืองเลยเป็นอย่างไร?

"ฉันจะไปตามฟริวซ์"

"เดี๋ยว!"

"..."

โวลธาเนียชะงักกึกทันทีเมื่อถูกมือหนากุมเข้าที่ข้อมือของตนเองในตอนที่กำลังจะหันตัวออกไปด้านนอกเพื่อตามหมอฟริวซ์มาดูอาการของคนเจ็บ แต่ยังไม่ทันจะได้ถึงประตูก็ต้องหันกลับมาหาคนที่จับตัวเองไว้เสียก่อน

และทำให้มัลฟอนต้องทำหน้าตึงใส่ทันที

"...มัลฟอน" ฟรอยเออร์เสียงแผ่ว

ใช่.. มัลฟอนถูกจับข้อมือไว้ ด้วยมือข้างที่ฟรอยเออร์ บ่นอิดออดว่าเจ็บนักเจ็บหนา ตอนนี้มันยื่นมาจับเเขาราวกับว่ามันเป็นปกติและไร้ซึ่งการบาดเจ็บใดๆทั้งสิ้น

คนตัวขาวหมดความอดทน เจ้าตัวดึงผ้าพันแผลที่พันรอบแขนข้างนั้นออกด้วยความรวดเร็ว จนทำให้มันหลุดออกมาหมดเปลือก เผยให้เห็ฯลำแขนแกร่งที่เป็นปกติไม่มีแต่รอยแผลหรือรอยฟกช้ำใดๆทั้งนั้ นทั้งที่องค์ชายผมสีสว่าบอกเขาอยู่ทุกวันว่ามันมีทั้งแผลใหญ่อยู่กลางแขน รอยช้ำรอยใหญ่โตอีกด้วย

แต่มันไม่มีอะไรเลย

"นายหมดโอกาสแก้ตัวแล้วฟรอยเออร์"

"ฟังฉันก่อนคนดี.. ฉันไม่ได้-"

"วันนี้ทั้งวันนายก็ดูแลตัวเองไปแล้วกัน ฉันจะออกไปหาท่านเฮเลน"

 

 

 

 

 

 

 

 

'ฉันน่าจะเจ็บแขนด้วย มัลฟอนจะได้คอยป้อนอาหารป้อนน้ำให้'

'ก็แกล้งเจ็บเสียสิ.. ฉันจะแกล้งพันแผลให้'

'มันไม่ง่ายไปหรือฟริวซ์..?'

'ฉันน่ะทำแผลเก่ง ทำแผลปลอมก็เก่งจำเอาไว้ล่ะสหาย เท่านั้นองค์ชายตัวขาวก็จะจับไม่ได้แล้วก็ปรนนิบัตินายจนเหมือนเมียจริงๆเลยล่ะ'

 

 

 

 

ไม่เห็นจะได้ผลเลยนี่! ฟริวซ์ แพนเธอร์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"ไปเจอเอลิยอนอยู่ไหน?"

องค์ชายผมสีน้ำเงินเอ่ยถามระหว่างที่กำลังออกลาดตระเวนรอบๆอาณาจักรเซคันดาติพร้อมกัน

หากถามว่าทำไม ออซวอลต์ เนเพนเธส ถึงมาอยู่นี่ได้ ก็คงเป็นเพราะเจ้าตัวยังคงไม่สบายใจเรื่องของลิวาเอล ถึงได้ตามมาที่เซคันดาติและใช้ชีวิตอยู่กับทหารในอาณาจักรจนเหมือนสนิทกันมานับสิบปี ว่าง่ายๆ.. ตอนนี้เซคันดาติกลายเป็นศูนย์รวมพวกคนจากหลายอาณาจักรไปแล้ว ทั้งฟริวซ์ ทั้งเขา และมัลฟอน ต่างก็ฒาพึ่งพาอาศัยเซคันดาติ

ก็คงเป็นเพราะทรัพยากรของเซคันดาติ พื้นที่ที่อำนวยความสะดวก และความใจดีของกษัตริย์ที่ต้อนรับพวกเขาเป็นอย่างดีด้วยเหตุผลที่ว่า 'เป็นสหายของฟรอยเออร์' นั่นมันก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะถ้าต้องมามีปัญหากับเซคันดาติ เห็นทีคงถึงจุดจบของเวล์มเฮล์ม

"หมอนั่นกระโดดลงมาจากหน้าต่างเอง ฉันแค่บังเอิญเดินผ่านไปเจอ" รูเฟนว่าขณะที่เดินสำรวจพุ่มไม้ต่างๆ "ฉันไม่ได้เข้าไปหาด้วยซ้ำ"

"ฉันสงสัยแค่ว่าทำไมหมอนั่นไม่ตามเราลงมา.."

ทั้งๆที่ก็เดินตัวติดกันมาเสียขนาดนั้น แล้วเหตุใดจึงหายไปดื้อๆ

รูเฟนยักไหล่ก่อนจะหันมาประจันหน้ากับเขา

รูเฟน ทีร์กานา ทหารคนสนิทของฟรอยเออร์ที่ตอนนี้ไม่ได้ทำตัวเหมาะสมเป็นทหารเลยสักนิด เจ้าตัวพูดคุยสนิทสนมกับพวกเขาจนเหมือนมีฐานะตำแหน่งเดียวกัน เพียงแค่เขาไม่ได้ถือสาเท่านั้น อย่างไรก็เป็นผู้ร่วมรบมาด้วยกัน

"อาจจะควันไฟเยอะเกินไปจนหลงทาง"

"จริงอย่างนายว่า"

ออซวอลต์และรูเฟนออกเดินทางต่อ โดยมีนายทหารนับสิบเดินตามหลังมาด้วย

อาณาจักรของลิวาเอลตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างไม่มีใครรู้ แต่อาณาจักรอื่นๆที่รับรู้ถึงการเสียชีวิตของกษัตริย์ลิวาเอลทั้งสองคน ก็ทำเอาวุ่นวายไม่ต่างกัน อาณาจักรเคยเห็นดีเห็นงามกับลิวาเอลก็ผันตัวมาเป็นความรังเกียจ อาณาจักรที่เคยกังวลว่าจะถูกรุกรานก็ใช้ชีวิตกันได้อย่างสงบมากยิ่งขึ้น เป็นเรื่องดีกับหลายๆอาณาจักรที่กังวลเรื่องลิวาเอล

"ต่อจากนี้ เซคันดาติจะทำอะไรกับลิวาเอลและโซลเซียนา?"

"ต้องทำอะไรหรือ?"

ออซวอลต์กรอกตา

"เซคันดาติเป็นฝ่ายชนะสงคราม อำนาจในการจัดการทุกอย่างอยู่ในมือของฟรอยเออร์"

ที่มันไม่ได้ตกเป็นขององค์ราชาจาร์ฟา เป็นเพราะผู้ที่นำกองทัพออกไปทำสงครามโดยไม่ได้ขออนุญาตองค์ราชา นั่นคือบุตรชายตัวแสบที่ขี่ม้าออกไปโดยไม่ได้สนถึงอันตรายข้างหน้าเลยสักนิด

"ฉันไม่รู้"

"..."

"ฟรอยเออร์ไม่สนเรื่องอำนาจอะไรนั่นหรอก เดี๋ยวก็คงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของประชาชนลิวาเอลเสียเองนั่นล่ะ"

เนเพนเธสส่ายหน้าอย่างเอือมระอา ทั้งที่มีโอกาสจะได้ชิงทรัพสมบัติและความยิ่งใหญ่มาจากลิวาเอลแล้วแท้ๆ เจ้าตัวกลับทำมันเป็นเพียงเรื่องเล็กๆที่เหมือนไม่ได้สร้างความลำบากอะไรให้กับโลกนี้ ทั้งๆที่การสูญเสียอาณาจักรในแต่ละครั้ง ส่งผลต่อโลกมากมายถึงขั้นวุ่นวายกันไปหมด คนอย่างฟรอยเออร์เนี่ยใช้ไม่ได้เลยสักนิด

หลังจากนี้ไปเขาคงต้องรีบไปอาณาจักรลอยย์ เอลิยอน เลอกรันจ์ คงโดนโทษหนักไม่น้อยที่บังอาจหนีออกมานอกปราสาททั้งๆที่กำลังถูกกักบริเวณอยู่ เขาอาจเข้าไปช่วยพูดคุยกับบิดาอีกคนได้

ก็ขอแค่เพียงเอลิยอนไม่ถูกพ่อตัวเองฆ่าตายไปก่อนน่ะนะ?

 

 

To be con..

 

#auratusmn

 

ทุกค๊น เขาขอมาขายฟิคเรื่องใหม่ที่เพิ่งเปิดนิดหน่อย Enforce Doctor [ MINNO ] ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้เลยค่ะ แหะ เราจะนั่งไทม์แมชชีนจากยุคสงครามไปสู่ปี 1926 ด้วยกัน! ฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ 

ส่วนเรื่องนี้ดำเนินมาถึงใกล้ตอนจบแล้วค่ะ เก็บตังค์รอซื้อฟิคได้เลย!!!!!!

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 141 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

736 ความคิดเห็น

  1. #709 mayupong-111 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 13:38
    โดนหมอต้มแล้วนายฟรอยเออร์55555555555555555555555
    #709
    0
  2. #627 plumfloral (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 20:01

    คิดถึงฟรอยเออร์กับมัลฟอนเวลาอยู่ด้วยกันมากกกกกกกกกกก แง น่ารักกันจริงๆเลย รีบแต่งงานกันได้แล้ว!! 55555 ใกล้จบแล้วคงใจหายแน่เลย ชอบทุกตัวละครเลย แง

    #627
    0
  3. #626 milkcookie (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 17:27
    อ้ากก ฟรอยเนี้ยเจ้าเล่ห์จริงๆเลยนะ!!! ฉวยโอกาสตลอดๆๆๆ

    แบบนี้มัลฟอนคงไม่ได้กลับแล้วล่ะ อยู่ที่นี่กัลฟรอยนั่นแหละ เย้

    เอลิยอนจะไม่มีอะไรใข่มั้ย รุ้สึกระแวง5555

    เราเก็บเงินรอแล้วค่ะคุนไรท์!!
    #626
    0
  4. #620 Tan_lovesehun (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 05:50
    เงินพ้อม!!!!
    #620
    0
  5. #611 p9hmieww (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 03:16
    ขำฟรอยด์เอ้อ คนฉวยโอกาสที่แท้ทรู โดนจับได้เลยจ้า5555555 // รอเล่มนะค้าบ
    #611
    0
  6. #606 aunaunlo (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 23:41
    ฉันว่าเอลิยอนมีลับลมคมใน
    #606
    0
  7. #603 anotherworldxy (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 22:04
    แอบกลัวใจเอลิยอนนิดนึงได้มั้ยเนี่ย555555555555
    #603
    0
  8. #602 ilovemuzik (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 21:32
    เอลิยอนช่วยรูทมอร์หรือเปล่า? เดายากทุกเรื่อง โอ๊ยยย
    #602
    0
  9. #601 JennieJk (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 21:08
    เอลิยอนหายไปทำอะไรรึป่าว แล้วทีโอนี่ ตายจริงใช่มั้ย เริ่มไม่ค่อยแน่ใจแล้วววว
    #601
    0
  10. #600 waiisang (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 20:37
    เอลิยอนไม่ได้ทำอะไรใช่มั้ย แต่จะจบแล้วนี่นา คนร้ายต้องหมดละสิ!! แต่อย่างน้อยตอนนี้มัลฟอนก้อยู่กับฟรอยแล้วว🥰🥰
    #600
    0
  11. #599 hye-ri (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 19:05
    เอลิยอนหายซะงั้น หายไปพร้อมกับร่างของรูทมอร์หรือเปล่า จะไม่มีอะไรพีคๆอีกใช่ไหม แต่คือรูทมอร์ก็ตายไปแล้ว เอาร่างไปก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดีเปล่า ถ้าเรื่องนี้แฟนตาซีก็คงคิดว่าจะมีอะไรต่อ ตัดภาพมาที่คู่พระ-นายตอนนี้เหลือแต่ฉากกุ๊กกิ๊กแล้วแหละ เชื่อว่ามัลฟอนก็ไม่อยากจะกลับบ้านตัวเองแล้ว ปล่อยให้ประชาชนปกครองตัวเองดีกว่า
    #599
    0
  12. #598 Callmegoy (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 19:02
    ตอนนี้วงวารเจ้าฟรอยสุดโดนงอนแล้ววว555555
    #598
    0
  13. #597 phimolratt (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 19:00
    เอลิยอนจะไม่หักหลังใช่มั้ย 5555555
    #597
    0