sub eques auratus [ MINNO ]

ตอนที่ 23 : CHAPTER XX : Deliciae

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,077
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 153 ครั้ง
    6 เม.ย. 63

 

 

ปราสาทหลังโตที่เป็นเหมือนบ้านหลังเดียวขององค์ชายมัลฟอนกำลังกลายเป็นคุกอ้อมๆเพราะถูกกักขังไว้ หลังจากที่คนใจร้ายเดินออกไปจากห้องก็เหลือเพียงแค่เขาที่ได้เพียงแค่เดินเก็บเศษดอกไม้ร่วงโรยจากช่อดอกไม้ดอกเล็ก มันเริ่มเหี่ยวเฉาเพราะไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควร กลีบสีสดที่เคยสะดุดตาทุกครั้งยามได้มองมันบัดนี้เหลือเพียงสีน้ำตาลเข้มเท่านั้น

มัลฟอนตั้งใจเก็บดอกไม้เหล่านั้นที่แซตลีย์เคยนำมาให้เขาใช้ทำมงกุฏดอกไม้ มาเก็บใส่ไว้ในแจกันเล็กข้างเตียงนอนของเขา เพื่อให้คนจากไปแล้วได้รับรู้ว่าเขาไม่เคยลืมเรื่องราวของหญิงสาวเลยแม้แต่วินาทีเดียว เกือบครึ่งชีวิตที่ได้รับการดูแลอย่างดีจาก แซตลีย์ ไซฮีล เป็นเรื่องที่ดีที่สุดไม่กี่เรื่องในชีวิตของ มัลฟอน โวลธาเนีย

กลีบดอกไม้ชิ้นสุดท้ายที่ตกอยู่บนพื้นถูกมือขาวเก็บขึ้นมาอย่างทะนุถนอม ก่อนมันจะถูกโปรยจากหน้าต่างลงไปสู่พื้นดินด้านล่าง มัลฟอนยืนมองกลีบดอกไม้เหล่านั้นที่ค่อยๆร่วงลงสู่พื้นดินตามแรงโน้มถ่วงอย่างช้าๆ จนกระทั่งมันนิ่งงันไปเพราะลมที่สงบ แม้จะมีบางกลีบที่ปลิวหายไปไกลแสนไกลจนลับสายตาก็ตาม

จนกระทั่งได้ยินเสียงของบุคคลที่สองเข้ามาในห้องนี้ มัลฟอนคิดว่าอย่างไรก็คงจะเป็นเจ้าของตำแหน่งองค์ชายจากลิวาเอลเป็นแน่ เขาถึงได้ทำสีหน้าเอือมระอาอย่างเหลืออดกับคนช่างตื๊อ ก่อนจะหันไปด้านหลังเพื่อรอพบเจอกับอีกคน คงไม่พ้นมีปากเสียงกันอีกเป็นแน่ เพราะไม่ว่าจะครั้งไหนๆที่เจ้าตัวเข้ามา เขาจำต้องปะทะฝีปากกันทุกที

"..."

หากแต่ไม่ใช่..

บุคคลมาเยือนไม่ได้เปิดประตูเข้ามาซึ่งเป็นทางที่ควรจะเข้า หากแต่เป็นหน้าต่างบานใหญ่ที่ถูกเปิดทิ้งไว้ปล่อยให้ลมเย็นพัดผ่านเข้ามาแทน ร่างหนาในชุดเจ้าชายที่สภาพไม่ได้เรียบร้อยมากนักกระโดดเข้ามาในห้องของเขาอย่างถือวิสาสะ ไม่วายชะโงกหน้ามองลงไปยังนอกหน้าต่างราวกับตรวจสอบดูว่าจะไม่มีคนตามมา

ผมสีสว่างที่เป็นเอกลักษณ์ของอีกคน มันเคยถูกเซ็ตไว้อย่างดีในตอนที่คนตรงหน้าเคยอยู่ที่นี่ แต่ตอนนี้กลับถูกปล่อยลงให้มันเป็นธรรมชาติ พร้อมกับมือหนาที่เสยมันขึ้นอย่างลวกๆเพื่อไม่ให้เส้นผมเหล่านั้นบดบังภาพเบื้องหน้าของตนเอง ด้วยชุดและสถานะของอีกคนที่เปลี่ยนไปมันทำให้โวลธาเนียรู้สึกหน่วงในใจไม่น้อย แต่คนตัวขาวไม่ได้คิดจะสนใจเรื่องเหล่านั้นอีกต่อไป

"ฮึก.." คนที่อ่อนแอเพราะถูกทำร้ายมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนปล่อยให้ร่างกายโอนอ่อนไปตามแรงโน้มถ่วงโผเข้าใส่กายของอีกคนเต็มแรง ทำเอาคนที่ไม่ทันได้ตั้งรับเซถลาไปเล็กน้อยแต่ยังคงทรงตัวเอาไว้ได้ ใบหน้าหวานซบลงกับแผ่นอกกว้างที่ถูกบดบังด้วยเสื้อผ้าสีเข้มราวกับโหยหาอ้อมอกนี้มานานแสนนาน "ใช่นาย.. นายจริงๆด้วย"

"คิดถึงกันขนาดนี้เลยหรือ?"

วงแขนกว้างโอบรอบกายขาวไว้อย่างแผ่วเบาราวกับกลัวว่าคนตรงหน้าจะแตกสลายหายไป ความอ่อนโยนและความอบอุ่นที่องค์ชายโวลธาเนียไม่ได้รับมันมาแสนนาน ทำให้เจ้าตัวเลือกที่จะปล่อยให้น้ำตาไหลเลอะเปรอะในหน้านวลไปหมด ไม่ได้สนใจว่ามันจะทำให้เสื้อของอีกคนเปียกชื้นมากเพียงใด

เพราะตอนนี้ การได้พบเจอคนที่เฝ้ารอมาตลอดมันสำคัญเสียยิ่งกว่า

"เราคิดถึงมากกว่าที่นายคิดเสียอีก"

"มากกว่าที่ฉันคิดถึง?"

ใบหน้านวลที่เลอะน้ำตาเงยขึ้นมาสบตากับคนที่โอบกอดตนส่งยิ้มหวานหยดย้อยมาให้ ก่อนที่องค์ชายแห่งอาณาจักรโซลเซียนาจะส่งยิ้มหวานตอบกลับไปบ้าง

"ก็ต้องมากกว่าสิ เราคิดถึงที่สุดเลย.."

แค่คำหวานไม่กี่คำจากปากเล็ก ก็ทำให้ฟรอยเออร์ยิ้มจนแทบบ้า..

มือหนายกขึ้นลูบที่กลุ่มผมสีเข้มแผ่วเบาราวเอ็นดูคนที่ไม่ได้พบเจอกันเป็นอาทิตย์ ก่อนที่เขาจะหันกลับไปมองบริเวณหน้าต่างอีกครั้งเพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีใครเข้ามาพบเห็นอีก การจะนำตัวมัลฟอนออกไปจากที่นี่คงจะต้องทำให้เจ็บตัวได้น้อยที่สุด ไม่อย่างนั้นคนที่จะเป็นอันตรายก็คือคนตัวขาวในอ้อมกอดของเขาเอง

ลำพังตัวเขาคนเดียวการปีนป่ายไปมาตามที่สูงเช่นนี้เขาทำได้สบายๆ หากแต่สำหรับโวลธาเนียมันไม่ใช่เรื่องง่าย เห็นทีหากจะพาตัวมัลฟอนออกไปโดยการปีนอย่างที่เขาเข้ามา คงจะไม่ปลอดภัยสักเท่าไหร่นัก

"ฟรอยเออร์.." พอเห็นใบหน้าเป็นกังวลของอีกคน เจ้าตัวก็อดที่จะมองด้วยแววตาเป็นห่วงไม่ได้

ทางด้านฟรอยเออร์เองเมื่อเห็นว่าคนตัวขาวก็กำลังคิดมากไปไม่น้อยกว่าที่เขาคิด คนผิวสีแทนก็ระบายยิ้มบางๆออกมาเพื่อสร้างความสบายใจให้กับองค์ชายแห่งโซลเซียนา แม้จะเป็นแค่รอยยิ้มที่ไม่ได้ยิ้มจนสุด แต่ก็ทำให้โวลธาเนียชื้นใจจนคลายความกังวลไปได้บ้าง แค่เพราะเป็นฟรอยเออร์ มัลฟอนก็รู้สึกปลอดภัย..

เขาคิดว่าไม่ว่าจะเป็นที่ใด ความลำบากมากแค่ไหน แต่หากมีคนตัวสูงอยู่ข้างกายเขาจะปลอดภัยแน่

"กลัวใช่ไหม?"

"..." มัลฟอนพยักหน้ารับ

ฟรอยเออร์ค่อยๆกดไหล่เล็กให้นั่งลงที่ปลายเตียงของอีกคน โดยมีองค์ชายโวลธาเนียไม่จ้องเขาอย่างไม่คลาดสายตาราวกับกังวลว่าคนตรงหน้าจะหายจากกันไปอีก องค์ชายจากเซคันดาติคุกเข่าลงกับพื้นจนใบหน้าอยู่ในระดับเข่าของมัลฟอน เจ้าตัวถดขาหนีเล็กน้อยเพราะความรู้สึกแปลกๆที่แล่นเข้ามาในอกหลังจากเห็นการกระทำของอีกฝ่าย

มือหนาค่อยๆประคองฝ่ามือเรียวขึ้นมาไว้ในมือของตนก่อนจะจุมพิตมันอย่างแผ่วเบาเพราะกลัวว่าเจ้าดอกอัลมอนด์ตรงหน้าจะบอบช้ำ นิ้วหัวแม่มือลูบบริเวณหลังมือของโวลธาเนียด้วยความอ่อนโยนมากที่สุดเท่าที่เขาจะเคยมอบให้ใครสักคน พร้อมกับใบหน้าคมคายที่เงยขึ้นสบตากับองค์ชายโซลเซียนาที่บัดนี้ใบหน้าขึ้นสีเข้มจนลามไปถึงหู

"ไม่ต้องกลัว"

"..."

"ฉันอยู่ตรงนี้แล้ว.."

จุมพิตลงที่ข้อนิ้วชี้ส่งท้ายก่อนจะหยัดกายขึ้นยืนเพื่อหาทางพาตัวองค์ชายตัวขาวหนีอีกครั้ง ทิ้งให้คนที่ถูกจุมพิตนั่งเคอะเขินอยู่ที่เดิมไม่ขยับกายไปไหน มัลฟอนยกมือข้างที่ถูกสัมผัสร้อนจากริมฝีปากสีเข้มขึ้นมาลูบอย่างแผ่วเบาเพราะทำอะไรไม่ถูก ดูเหมือนความเขินอายที่ถูกกระทำเช่นนั้นจะไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย

หัวใจดวงน้อยเต้นกระสับกระส่ายจนเหมือนมันจะกระเด็นออกมาจากอก มัลฟอนไม่เคยอยากแทรกแผ่นดินหนีขนาดนี้มาก่อน

"นี่.. ฟรอยเออร์" เพราะไม่สามารถควบคุมอาการเคอะเขินได้ เจ้าตัวถึงได้หาทางพูดคุยเรื่องอื่นเพื่อให้ลืมสัมผัสเมื่อครู่ "ขอโทษ.. ที่วันนั้นเราไม่ฟังนายอธิบายเลย"

ฟรอยเออร์จำต้องหยุดทุกการกระทำเพียงเพราะองค์ชายโวลธาเนียเริ่มพูดเรื่องที่ทำให้เขารู้สึกผิดไปหลายคืน

"ทั้งที่เราควรจะฟังนาย.. แซตลีย์เคยบอกว่าทุกการกระทำมีเหตุผลเสมอ และเชื่อว่านายไม่ได้ทำมันไปแค่เพราะอยากทำ แต่เราก็ไม่ยอมฟัง" มัลฟอนรู้สึกผิดทุกครั้งที่นึกย้อนกลับไปวันที่รู้ความจริงเกี่ยวกับ ฟรอยเออร์ เรนกอร์ด เขาใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล ไม่ฟังแม้แต่คำอธิบายจากหญิงสาวข้างกายที่พร้อมจะแก้ตัวแทนฟรอยเออร์ "เราขอโทษ.."

"ฉันต้องขอโทษมากกว่าไม่ใช่หรือ?" องค์ชายผิวสีแทนเดินกลับไปหาคนที่นั่งอยู่ปลายเตียง "อย่าโทษตัวเองอีกเลยมัลฟอน.. เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันเป็นความผิดของฉัน"

กายขาวลุกขึ้นจากที่ที่ตนเคยนั่ง ก่อนจะย่างก้าวเดินตรงไปซบองค์ชายฟรอยเออร์นั้นอีกครั้ง ยกมือทั้งสองข้างขึ้บทาบลงที่แผ่นอกกว้างปล่อยอีกคนได้ลูบกลุ่มผมนิ่มของตัวเองไปเรื่อยอย่างไม่คิดโวยวาย

"อย่าไปจากเราอีกเลยนะ"

"..."

"เราไม่เหลือใครอีกแล้ว" แม้เสียงจะอู้อี้เพราะใบหน้าหวานที่ยังคงซบอยู่ที่อกของตัวเอง แต่มันก็พอจะให้ฟรอยเออร์จับใจความถึงสิ่งที่อีกคนพยายามจะบอกได้ น้ำเสียงอ้อนวอนขอให้เขาไม่จากไปไหนของมัลฟอนเป็นสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกไม่อยากห่างจากคนตรงหน้าแม้เพียงวินาทีเดียว "อย่าทิ้งเราไว้ที่นี่คนเดียวนะ"

"ฉันจะไม่ทิ้งนายไปไหนทั้งนั้น"

มือแกร่งเชยคางมนให้ขึ้นมาสบตายามเขาเอ่ยคำสาบาน..

"ตราบชั่วชีวิตของฉัน ฉันจะไม่ทิ้งให้นายอยู่คนเดียวอีก.."

เขาให้คำมั่นสัญญากับอีกคนไว้แล้ว

 

 

 

"ช่างเป็นภาพที่บาดตาเสียจริงนะ"

"!!!"

มัลฟอนผละตัวออกมาจากองค์ชายผิวสีแทนด้วยความตกใจเมื่อคนที่มักจะเปิดประตูเข้ามาอย่างถือวิสาสะเป็นประจำกำลังยืนพิงประตูด้วยความสบายใจ ทีโอไม่ได้แสดงท่าทีเหนือกว่าผู้อื่นอย่างที่ชอบทำ แต่ดวงตาจากความไม่พอใจอย่างมาก รวมถึงริมฝีปากที่เบะคว่ำลงด้วย สีหน้าแบบนี้ไม่ได้หาดูได้ง่ายๆเลย

ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจ้าตัวเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วเห็นไปถึงไหนแล้วบ้าง ถึงได้ทำสีหน้าแบบนั้นใส่

"บุกรุกเข้าทางหน้าต่างหรือ? ไม่ใช่วิสัยของคนจะเป็นราชาเขาทำกันเลยด้วยซ้ำ" ดูเหมือนคนตรงหน้าจะรู้เรื่องทั้งหมดที่เกี่ยวกับเขาแล้ว.. "อยากเข้าก็ขอดีๆก็ได้นี่ เรนกอร์ด นายเองก็มียศถาบรรดาศักดิ์ไม่ได้ด้อยไปกว่าฉัน ฉันไม่ใจร้ายถึงขนาดจะไล่ตะเพิดนายออกไปหรอก หนำซ้ำยังเปิดประตูต้อนรับให้ดีๆเลยด้วย.."

นิสัยช่างเหน็บของรูทมอร์ดูจะแข็งข้อขึ้นมากกว่าครั้งเขายังเป็นดัคลาส

"ฉันเองก็ไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำ.. ลืมแล้วหรือ เรนกอร์ด"

"ดูเหมือนคนของลิวาเอลจะไม่เคยสั่งสอนนายเลยงั้นซิ? ว่าการพูดคุยกับคนที่ไม่สนิทสนมควรจะใช้น้ำเสียงอย่างไร"

มัลฟอนค่อยๆเข้าไปหลบที่แผ่นหลังของฟรอยเออร์ตามแรงดันของมือแกร่ง เดิมทีโวลธาเนียก็ไม่ยอมบรรยากาศยามที่ ทีโอ รูทมอร์ บุกเข้ามาในห้องของเขาอยู่แล้ว ยิ่งในเวลาที่คนสองคนกำลังปล่อยรังสีมาคุใส่กัน มัลฟอนรู้สึกเหมือนกำลังมีเพลิงใหญ่อยู่สองกองที่กำลังแผดเผ่าใส่กันอย่างบ้าคลั่ง ทั้งๆที่ไม่มีฝ่ายใดเริ่มลงมือก่อนเลย

"พ่อจะสอนฉันมายังไงมันก็เรื่องของฉัน" ทีโอเปลี่ยนจากน้ำเสียงยียวนเป็นการกดเสียงลงต่ำและดุดัน "ส่งตัวมัลฟอนมาทางนี้ ฉันไม่อยากจะเปลืองแรงกับการสู้กับนาย"

"คิดว่าฉันจะส่งตัวมัลฟอนให้?" ฟรอยเออร์รู้สึกได้ถึงแรงจากฝ่ามือสวยที่กุมเสื้อของเขาเอาไว้แน่นเหมือนกลัวว่าเขาจะทิ้งไป "คำขู่แค่นั้น ทำฉันกลัวไม่ได้เลยสักนิด"

รูทมอร์แค่นหัวเราะออกมาเบาๆพร้อมกับส่ายหน้าไปมาด้วยท่าทางเหมือนสมเพชองค์ชายผิวสีแทนตรงหน้า เขาค่อยๆก้าวตรงไปหาองค์ชายที่ไม่ได้มีดีเพียงแค่ปาก ก่อนจะใช้สายตากวาดมองตั้งแต่หัวไปจนจรดเท้าด้วยสายตาเหยียดหยาม ซ้ำยังคว่ำปากใส่เหมือนอย่างตอนแรกที่ยืนพิงอยู่ที่ประตูบานใหญ่

"คนของเซคันดาติไม่เคยสั่งสอนให้นายรู้จักใช้คำพูดกับคนที่มีอำนาจมากกว่าเลยงั้นซิ?"

"..."

"ถ้าไม่อยากถูกฉันฆ่าตายที่นี่ ก็ส่งตัวมาซะ.."

"นายนี่มันพูดไม่รู้เรื่องเอาซะเลยนะ รูทมอร์"

 

พลั่ก!

 

ใบหน้ายียวนขององค์ชายทีโอหันไปตามแรงจากหมัดของคนผิวแทนที่ไม่ใช่น้อยๆ ด้วยร่างกายที่ไม่ได้กำยำเทียบเท่าของอีกคน จึงทำให้ร่างทั้งร่างล้มฟุบไปกองกับพื้นด้วยความไม่ทันได้ตั้งตัว ของเหลวรสชาติคาวที่อยู่บริเวณมุมปากทำให้คนที่แสนยโสในศักดิ์ศรีของตนอารมณ์ฉุน

เขายกมือขึ้นปาดของเหลวสีเข้มนั้นออกอย่างลวกๆพร้อมกับหยัดกายขึ้น

ทางด้านองค์ชายแห่งเซคันดาติที่เป็นฝ่ายเริ่มก่อนก็ทำเพียงสะบัดมือขวาที่เพิ่งใช้ชกหน้าอีกคนไปเมื่อครู่ด้วยท่าทางสบายๆ หนำซ้ำยังยกยิ้มให้กับทีโออีกต่างหาก

"แกไม่ได้ตายดีแน่ เรนกอร์ด"

ทีโอ รูทมอร์ คว้าเข้าที่คอเสื้อขององค์ชายจากเซคันดาติก่อนจะใส่หมัดเข้าที่ข้างแก้มด้วยแรงไม่ได้น้อยไปกว่าหมัดที่เจ้าตัวโดนเลยสักนิด ทางฟรอยเออร์ที่ถูกชกกลับก็ไม่ได้ยอมแพ้เลยสักนิด เจ้าตัวกระชากแขนของรูทมอร์ที่กุมคอเสื้อของตัวอยู่ด้วยแรงมากพอที่จะทำให้มันหลุดออกไป แต่โชคร้ายที่รูทมอร์เองก็กุมเสื้อเขาไว้แน่น จนมันทำให้เสื้อขาดออกไปด้วย

เมื่อได้โอกาสตอนที่อีกฝ่ายไม่สามารถทรงตัวได้ ฟรอยเออร์จึงจัดการใช้ลำแข้งของตัวเองฟาดที่กลางตัวของอีกคนจนทำให้ทีโอร้องอั่กออกมาด้วยความจุก ทีโอกลับล้มลงมานั่งอยู่ที่พื้นอีกครั้งพร้อมกับมือที่กุมอยู่บริเวณหน้าท้อง

 

เพล้ง!

 

"ฟรอยเออร์!"

ทีโอสามารถลุกขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว แต่เจ้าตัวลุกขึ้นพร้อมกับแจกันที่เคยมีดอกไม้อยู่ในนั้นที่ถูกคว้าขึ้นมาด้วย รูทมอร์จัดการฟากแจกันเข้าที่ศีรษะชองฟรอยเออร์เต็มแรงจนเจ้าตัวเซถลาไปด้านหลัง

ของเหลวข้นไหลลงมาตามกรอบหน้าหล่อเหลาจนน่ากลัว มันเยอะมากเสียจน มัลฟอน โวลธาเนีย เห็นภาพทับซ้อนในวันที่แซตลีย์ไซฮีลถูกแทงเข้าที่กลางท้อง ยิ่งได้เห็นภาพที่ฟรอยเออร์เซเล็กน้อยเพราะอาการมึนเพราะถูกของแข็งกระแทกเข้าใส่ยิ่งทำให้เขาอดเป็นห่วงไม่ได้

มัลฟอนคว้าตัวของคนรักมาประคองไว้เพื่อไม่ให้อีกคนล้มพับเสียก่อน เขาพยายามที่จะส่งสายตาวิงวอนไม่ให้ ทีโอ รูทมอร์ ทำร้ายองค์ชายฟรอยเออร์มากไปกว่านี้ แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยปากขอร้อง เขาก็ต้องเบิกตาโพลงทันที..

โวลธาเนียสามารถจดจำของมีคมที่อยู่ในมือขององค์ชายแห่งลิวาเอลได้ดี มันเคยทำร้ายคนที่มัลฟอนรักมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่บัดนี้มันถูกยกขึ้นจ่อมาที่กลางศีรษะของฟรอยเออร์พร้อมแววตาที่หมายจะเอาชีวิต.. แน่นอนว่าคนตัวขาวถูกดันให้กลับไปหลบอยู่ด้านหลังคนตัวสูงกว่าอีกครั้ง

บาดแผลที่ศีรษะเมื่อครู่แม้จะทำให้ฟรอยเออร์เสียหลัก แต่เขาก็สามารถกลับมาทรงตัวได้

"นี่ไม่ใช่แค่เอาไว้ขู่"

"..." องค์ชายผิวสีแทนหรี่ตาเล็กน้อย

"ถ้าตุกติกแม้แต่นิดเดียว ฉันเอาถึงตายแน่.. ฟรอยเออร์ เรนกอร์ด"

 

 

 

 

 

โครม!

คนที่กำลังหมกมุ่นอยู่กับการต้มสมุนไพรใส่หม้ออยู่ค่อยๆหันไปมองยังประตูที่เป็นต้นเหตุของเสียงดังเมื่อครู่จนเหมือนกับเสียงระเบิด แต่มันก็ทำให้เขาต้องระบายยิ้มออกมาทันทีเมื่อเห็นผู้ที่เข้าประตูมาทั้งสองคน

"ฉันพังประตูกระท่อมนายแล้ว ขอโทษที" คนผมสีน้ำเงินว่าก่อนจะโยนประตูทำจากฟางทิ้งออกไปนอกบริเวณบ้านอย่างไม่ใยดี "แต่ฉันไม่ผิดนะ มันใก้ลพังอยู่แล้ว"

"นายเปิดมันแรงต่างหาก ฉันอยู่มาตั้งหลายเดือนไม่เห็นมันจะพังนี่.."

องค์ชายผมสีน้ำเงินหัวเราะในลำคอเล็กน้อยก่อนจะกระแทกตัวลงบนพื้นเพราะความเหนื่อยอ่อนเต็มทน แต่เพราะบ้านมันใกล้จะพังอยู่รอมร่อ ถึงได้ทำให้แรงที่กระแทกตัวลงส่งผลไปถึงหม้อยาที่หมอฟริวซ์ต้มไว้ จนมันล้มหกลงมาหมด..

ฟริวซ์ แพนเธอร์ ไม่ได้เอ่ยต่อว่าอีกคน เพียงแค่ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะจับหม้อเล็กขึ้นมาตั้งใหม่

"แค่พังประตูมันไม่พอหรือ? ออซวอลต์"

"ฉันบอกว่าฉันไม่ได้ทำไง นายอย่ากล่าวหาจะได้ไหม" อีกคนขึ้นเสียงใส่หมอฟริวซ์อย่างไม่จริงจังมากนัก เขาค่อยๆไหลตัวลงไปนอนกับพื้นอย่างสบายใจราวกับที่นี่เป็นบ้านของตนเอง

ตามมาด้วยร่างสูงที่อยู่ในชุดสีเข้ม เรือนผมสีชมพูที่เป็นเอกลักษณ์ของอีกคนที่หามองแต่ไกลๆก็สามารถเดาได้ไม่ยากว่าเป็นใคร ยิ่งกับคนที่รู้จักคนเกือบทั่วทั้งโลกอย่าง ฟริวซ์ แพนเธอร์ แล้ว ยิ่งรู้จักเลยล่ะ..

"นั่งสิ เอลิยอน"

"ฉันไม่คิดว่าสภาพบ้านแบบนี้จะให้ฉันนั่งได้หรอกนะ.."

องค์ชายแห่งอาณาจักรลอยย์ยิ้มแหยก่อนจะยกมือเกาที่หลังคอตัวเองแก้เก้อ คงบอกได้แค่ว่าสภาพที่นี่เละกว่าห้องเก็บของที่ปราสาทของเขาเสียอีก

ออซวอลต์ดึงเศษซากสมุนไพรที่หมอจากอาณาจักรพาทิลเก็บมากองไว้ขึ้นมาจับดูเล่นๆแก้เบื่อ ราวกับมันเป็นดอกไม้ที่น่าชื่นชมนักหนา แต่น่าเสียดายที่กลิ่นของมันย่ำแย่ยิ่งกว่าซากหนูตายเสียอีก ดังนั้น ออซวอลต์ เนเพนเธส ถึงได้โยนมันทิ้งออกหน้าต่างไปอย่างใยดี ส่งผลให้คุณหมอที่ลงทุนไปเก็บมันมาโวยวายทันที

"เฮ้! ฉันอุตส่าลงทุนไปเก็บมาถึงในปราสาทโซลเซียนาเชียวนะ!"

"ใครสนกัน เพราะนายเก็บของแบบนี้ไว้ในบ้านไงถึงได้ไม่ต่างอะไรจากห้องเก็บศพนี่ไง" ออซวอลต์เหน็บ

ฟริวซ์ แพนเธอร์จัดการนำสมุนไพรที่เจ้าตัวเก็บมากองไว้ นำไปไว้ในโหลแก้วที่มักจะเก็บไว้เป็นประจำ ก่อนจะนำข้าวของที่พอจะใช้หนุนนอนไห้นำมาปูวางให้กับองค์ชายผมสีชมพูที่ดูจะเกรงใจเขาอยู่ไม่น้อย ตรงข้ามกับอีกคนเหลือเกิน

ฟริวซ์ส่ายหัวไปมาน้อยๆ

"ไม่น่าเชื่อว่าจะช่วยออกมาได้จริงๆนะ" เขาหมายถึงเรื่องที่องค์ชายออซวอลต์สามารถพาตัวองค์ชายเอลิยอนออกมาได้ หมอแห่งอาณาจักรที่เลื่องลือด้านการแพทย์เอ่ยชื่นชมอ้อมๆกับคนที่นอนเอกเขนกอยู่ที่พื้นบ้านของเขา ก่อนจะนำแก้วน้ำมาวางไว้ใกล้ๆกับองค์ชายทั้งสอง "แต่นั่นก็ดีแล้ว เพราะจะได้ดำเนินการเรื่องต่อได้ไงล่ะ.."

"ดำเนินต่อ?"

ฟริวซ์ระบายยิ้มอีกครั้ง

"ฟรอยเออร์ เรนกอร์ด หมอนั่นไปถึงปราสาทโซลเซียนาแล้ว"

ออซวอลต์ เนเพนเธสลุกขึ้นพรวดด้วยความรวดเร็วหลังจากได้ยินประโยคจากหมอแห่งอาณาจักรพาทิล รวมไปถึงองค์ชายเรือนผมสีชมพูเป็นเอกลักษณ์จากอาณาจักลอยย์ที่ตกใจจนเกือบสะดุดล้มเช่นกัน ดวงตาของทั้งคู่เบิกโพลงราวกับเห็นสัตว์ประหลาด แต่ตรงข้ามกับ ฟริวซ์ แพนเธอร์ ที่กำลังนั่งยิ้ม

"หมอนั่น ไม่มาเร็วไปหน่อยหรือ?"

"ฉันคิดว่าจะมาถึงก่อนเสียอีก.." เอลิยอนว่าด้วยน้ำเสียงที่ตกใจไม่น้อย

"มันก็ควรจะเป็นเช่นนั้น" ฟริวซ์จัดการเดินกลับไปเก็บเศษซากยาที่ถูกคว่ำลงเมื่อครู่ ก่อนจะจัดการนำสมุนไพรใส่เข้าไปเพื่อทำการต้มอีกครั้ง

"ก็ดีแล้วไม่ใช่หรือ? ความจริงพวกนายควรจะตามฟรอยเออร์เข้าไปด้านในเสีย ต่อให้หมอนั่นจะเก่งขนาดไหน แต่ตัวคนเดียวเอาชนะคนที่มีกำลังทหารมากขนาดนั้นไม่ได้หรอก.."

จริงอย่างที่หมอฟริวซ์ว่า เพราะตอนนี้คนที่มีกำลังเหนือกว่านั้นเป็นฝ่ายพวกลิวาเอล

คราแรกในตอนที่ ฟริวซ์ แพนเธอร์ วิ่งหนีออกมาจากปราสาทโซลเซียนาเพราะถูกทหารของลิวาเอลไล่ตาม เขามีความคิดที่จะกลับเข้าไปแล้วตามองค์ชายฟรอยเออร์ไปด้วย เพราะอย่างน้อยไปด้วยกันมันก็คงจะดีกว่า แต่เพราะทหารของลิวาเอลที่ตื๊อเสียจนน่ารำคาญ ทำให้เขาต้องกลับเข้ามาซ่อนตัวอยู่ในกระท่อมแห่งนี้

รู้ตัวอีกทีด้านนอกรอบปราสาทก็ถูกคุ้มกันไว้แน่นหนากว่าเดิม จนไม่คิดว่าจะเข้าไปได้อีกเป็นแน่

สุดท้ายการกลับเข้ามาทำยารักษารอเวลาที่องค์ชายแห่งเซคันดาติจะกลับมานั้นก็เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เขาคิดว่าในตอนที่ฟรอยเออร์จนมุม เจ้าตัวคงกลับเข้ามาที่นี่ด้วยท่าทีสะบักสะบอมไม่น้อยแน่ หากเป็นเช่นนั้นอย่างน้อยเขาก็จะได้รักษาได้ทันที

"ถ้าอย่างนั้นฉันจะกับหมอนี่จะเข้าไปในปราสาทตามฟรอยเออร์ไป"

"เดี๋ยวสิ ไม่ถามฉันหน่อยหรือว่าอยากตามไปหรือไม่!?" คนขี้กลัวอย่างองค์ชายเอลิยอนรีบท้วงทันทีเมื่อถูกชักชวนเช่นนั้น นึกย้อนกลับไปในวันพิธีเต้นรำในอาณาจักรโซลเซียนาที่ต้องเข้าไปในคุกใต้ดิน เขาเองก็ถูกองค์ชายออซวอลต์ลากไปด้วย.. "ฉันไม่อยากเห็นคนตายหรอกนะออซวอลต์ หากไปที่นั่นฉันคงได้เห็นคนตายอีกเป็นร้อยๆคนแน่.."

"นายจะปล่อยให้ฟรอยเออร์มันตายอยู่ที่นั่นหรือ?"

เอลิยอนขมวดคิ้ว

"ฉันเหมือนคิดเช่นนั้น?"

"หากไม่ก็ลุกได้แล้ว ไปปราสาทกับฉัน" ออซวอลต์ว่าพร้อมกับลุกขึ้นยืน ไม่วายส่งมือไปฉุดตัวองค์ชายผมสีชมพูขึ้นมาให้ตามเขามาด้วย "นายเองก็มีความสามารถในการที่จะสังหารคนได้ง่ายๆ.. แล้วเหตุใดถึงเลี่ยงมาตลอดกัน เอลิยอน เลอกรันจ์"

ใบหน้าหล่อเหลาของเจ้าของชื่อเสมองไปอีกทางเพื่อหลบสายตาคนถาม ดวงตาของเอลิยอนเหมือนคนที่กำลังครุ่นคิดบางอย่างอยู่และยากที่จะทำความเข้าใจกับมัน ดังนั้นเจ้าตัวถึงพ่นลมหายใจออกมายาวเหยียด

"ฉันแค่ไม่อยากให้ใครต้องมาตายอีก"

แม้ว่าคนๆนั้นจะสมควรได้รับการลงโทษโดยการจบชีวิตก็ตามที..

"งั้นหรือ" องค์ชายผมสีน้ำเงินถอนหายใจ "พับเรื่องของนายไปก่อน แล้วไปช่วยฟรอยเออร์กับฉัน.."

"ฉันต้องทำอย่างนั้นอยู่แล้ว"

เพราะต่อให้เขาจะเกลียดการทำร้ายคน แต่ตอนนี้ชีวิตสหายของเขานั้นสำคัญยิ่งกว่า

ร่างขององค์ชายทั้งสองคนวิ่งออกจากหน้าประตูไปโดยมีเป้าหมายเพื่อที่จะเข้าไปยังปราสาทโซลเซียนาที่กำลังเกิดเรื่องวุ่นวายอยู่มากมาย ทิ้งให้หมอแห่งอาณาจักรพาทิลนั่งอยู่ภายในกระท่อมหลังเล็กตรงนั้น รอเวลาให้ฝั่งของเพโรน่ากลับมาที่นี่..

หลังจากนั้นต่างหากคือสงครามของจริง..

 

 

To be con..

#auratusmn

 

 

ทุกคนคะ หนังสือใกล้มาแล้ว เก็บตังรอกันได้เลยค่ะ!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 153 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

736 ความคิดเห็น

  1. #732 Chompoo (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 01:22

    แล้วพี่ฟรอยจะเป็นไงบ้างง

    #732
    0
  2. #707 ปงจี้ (@mayupong-111) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 13:16
    ทีโอคือเข้าห้องน้องบ่อยจนแบบอยู่กะน้องไปเลยก็ได้มั้ยพ่อ5555555555555555555555555555
    #707
    0
  3. #575 mypxxxsx (@pxxsxx) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 13:07
    สงสารน้อง ช่วงน้องด้วยนะทุกคนㅜㅡㅜ
    #575
    0
  4. #574 cHAmPaIN_BF (@hye-ri) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 11:09
    ฉันร้องเอ๋าหนักมาก ภาพจะตัดแบบนี้ไม่ได้ ฟรอยเอ้อผู้เก่งกาจแข่งแกร่งหายไปไหน อย่ามาแพ้กับรูทมอร์แบบนี้สิ!! น้องเขาให้อภัยแกแล้วแกก็ต้องลุกขึ้นมาไฝว้อีกให้ได้ หึย ตอนนี้คืออาณาจักรของรูทมอร์ยิ่งใหญ่กว่าเซคันดาติแล้วหรอ รุกรานเขาไปกี่เมืองกี่ที่กันเนี่ย
    ตอนนี้ก็ภาวนาอีก ภาวนามันทุกตอน ขอให้กองทัพเพโรน่ามาไวๆ ก่อนที่ฟรอยเออร์จะสลบละโดนลากไปขังคุกใต้ดินเอาซะก่อน อย่าทำให้ลูกฉันขาดใจ แค่แซดลี่ย์ก็จะตายแล้ว โฮร
    #574
    0
  5. #573 I am Muzik (@ilovemuzik) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 03:14
    เห้ยยยยย เอลิยอนก็ดูมีปม น่าสนใจอีกแล้ว ฮือออออออ ถ้าในอนาคตมีตอนพิเศษของบรรดาสหายของฟรอยเออร์ออกมาก็ดีเหมือนกันนะคะ พูดลอยๆค่ะ5555555
    #573
    0
  6. #572 19juline (@p9hmieww) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 03:09
    คาดหวังกับความสามารถฟรอยด์เออร์ไว้สูงมาก......มาช่วยครั้งนี้จะจบยังไง ผ่านไปง่ายๆก็ไม่ใช่เรื่องสินะ เฮ้อ สงสารมัลฟอนต้องเจอภาพคนที่รักถูกฆาตกรรมซ้ำๆ เป็นนี่ยอมตายไปแล้ว หนูเก่งมาก!!!
    #572
    0
  7. #569 jmppp (@pppw) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 01:41
    พี่พระเอกฉันมาแล้ว ;-; สู้ๆคับ ขอให้ปลอดภัยㅠㅡㅠ
    #569
    0
  8. #568 pxend (@pxend) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 01:24
    ฮือ อยากให้น้องมีความสุขจริงๆซักที ทุกคนต้องปลอดภัยนะแงTT
    #568
    0
  9. #567 คุกกี้รสฮีโร่ (@milkcookie) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 01:16
    รูทมอร์ แกร้ายมากนะ ฮือออ ขอให้ฟรอยกับมัลฟอนปลอดภัย ;_; รอทีมเพโรน่ามาถึงคือสนุกแน่...
    #567
    0
  10. #566 bubblebae (@gorbua123) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 23:27
    รูทมอร์น่าเห็นใจมากที่ถูกเลี้ยงดูมาให้เสียคนแบบนี้ ไม่น่าเลย
    #566
    0
  11. #565 raksamon22 (@raksamon22) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 23:18
    โอ้ยยยยย สวีทพอให้ชื่นใจจริงๆสักพักก็ถูกจับได้ ฟรอยเออร์นายต้องรอด นายต้องปลอดภัยยย
    #565
    0
  12. #564 plaeee1a (@plaeee1a) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 23:03
    ฟรอยเออร์ต้องรอดนะ!!
    #564
    0
  13. #563 PuddingCake29 (@PlanetMars) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 22:50
    ในที่สุดๆๆๆๆๆ เขาก็เจอกันแล้วววว ฮืออออ สัมผัสได้ถึงความคิดถึงความโหยหาของกันและกันมากค่ะ น้องมัลฟอนดูเป็นลูกแมวขี้อ้อนไปเลย แต่สบายใจหายห่วงแล้วค่ะ ฟรอยเออร์ไม่ปล่อยหนูอยู่คนเดียวอีกแล้วคับ
    แต่รูทมอร์นี่มัน...ฮึ่มมมมม เราไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาบ่นว่านายคนนี้จริงๆ หยุดเถ๊อะะะะ นายทำร้ายคนมามากพอแล้วนะ รวมถึงฆ่าแซตลีย์ด้วย ใจคอทำด้วยอะไรกัน ฟรอยเออร์คะหลุดจากตรงนี้ไปได้ เอาคืนด้วยนะะะะ
    #563
    0
  14. #562 leenlyn (@pie-whan) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 22:26
    โอ่ยยยยยยย หวานได้ไม่ถึงสิบนาทีหัวแตกแล้ว ;____; สู้เขาคุณฟรอย ตอนหน้าสงครามของจริงใกล้จะเริ่มแล้วๆๆๆ รอดูพวกลิวาเอลแพ้แล้วค่ะ!!
    #562
    0
  15. #561 JKCBB (@JKCBB) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 22:05
    ได้สวีทกัน5นาทีก็โชกเลือดแล้วจ้า
    นักเขียนไม่ปราณีเลย55555555
    #561
    0
  16. #560 aaloeyy__ (@aaloeyy__) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 22:05
    ;____;
    #560
    0
  17. #559 JKCBB (@JKCBB) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 22:05
    ทำไมมันสะเทือนใจแบบนี้ล่ะเนี่ย
    โดนฟาดหัวแตกนี่ไม่ตลกเลยนะ
    มันเสี่ยงมากๆๆๆ
    แง สงครามกำลังจะปะทุ
    #559
    0
  18. #558 June_031226 (@juneinfinite) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 21:54
    กรี้ดดดดดดด
    #558
    0
  19. #557 Wnats (@JennieJk) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 21:28
    ฟรอยเออร์มาเร็วมากเลย!!! ขอบคุณจริงๆ ทุกคนสู้ๆ นะ!!!
    #557
    0
  20. #556 Callme.k (@Callmegoy) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 21:13
    พระเอกของเราต้องไม่เปนไร เหล่าองค์ชายต้องรีบไปช่วยนะคะจากนั้นก็ฆ่ามันให้หมด!!!!
    #556
    0
  21. #554 bubbleteap (@waiisang) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 21:07

    ฟรอยเออร์กับมัลฟอนขอให้ฟลอดภัยกันทั้งคู่นะ ฮือออ รูทมอร์คือเมื่อไหร่จะโดนถล่มสักที เอาให้ราบคาบ

    #554
    0
  22. #552 2000s kiddo (@plumfloral) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 20:55
    ฮืออออ ฟรอยเออร์ต้องรอดอยู่แล้ว ทีโอนี่น่าตบจริงๆอะ ตอนมาขัดจังหวะคือเตรียมกำปั้นแล้ว หน็อย *กำหมัดแน่น* ต้องมีฉากสงคราม ต่อสู้กันด้วยไหมนะ ลิวาเอลดูไม่ท้อถอยเลย
    #552
    0