sub eques auratus [ MINNO ]

ตอนที่ 2 : CHAPTER I : Zekandahti and Soulsiana

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,577
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 301 ครั้ง
    22 มี.ค. 63

 

Dalthea Shreco

 

“ยินดีต้อนรับ ทหารใหม่ทั้งสองนาย ฉันชื่อ ดัลเธีย ชีร์โก เป็นหัวหน้าทหารของที่นี่ หากเกิดปัญหาฉันขอให้พวกนายรีบแจ้งฉันทันที”

 

ผู้ถูกเรียกว่าทหารใหม่ทั้งสองนายพยักหน้าเข้าใจคำสั่งของบุคคลที่อ้างว่าเป็นหัวหน้า ฟรอยเออร์และผู้ติดดตามคนสนิทเพิ่งมาถึงอาณาจักรนี้ได้เมื่อประมาณครึ่งชั่วโมงก่อนนี้ แน่นอนว่าไม่มีการต้อนรับดีๆสำหรับคนที่จะมาเป็นทหารของวัง

 

เขาถูกจับบังคับให้ใส่ชุดทหารทันทีที่มาถึง ทั้งที่องค์ชายแห่งเซคันดาติตั้งใจไว้ว่าจะเดินชมรอบเมืองก่อนจะเข้ามาด้านในแท้ๆ แต่ดูเหมือนสิ่งที่เขาตั้งใจไว้จะถูกพังลงเสียแล้ว

 

“ดัคลาส เดนวา นั่นคงเป็นชื่อของนายใช่ไหม? หน้าที่ของนายคือดูแลองค์ชายมัลฟอน โวลธาเนีย องค์ชายหนึ่งเดียวของโซลเซียนา พระองค์อยู่ในห้องบรรทมตรงนั้น หากเข้าไปแล้วก็ช่วยปฏิบัติตัวให้เหมาะสมด้วยล่ะ”

 

ฟรอยเออร์หรือดัคลาสเลิกคิ้วสูงทันทีที่คนตรงหน้าพูดจบ ทหารของพระองค์นั้นเปรียบดั่งคนสนิท คนรู้ใจของเจ้าชาย หากเปรียบกับตอนอยู่เซคันดาติ รูเฟน ทีร์กานา ก็ทหารของฟรอยเออร์ และเป็นทหารเพียงคนเดียวที่สนิทชิดเชื้อกับเขามากที่สุด

 

ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้ายที่ตำแหน่งทหารของพระองค์จะต้องมีแค่คนเดียว และถ้าหากว่าเขาได้รับตำแหน่งนั้น ทีร์กานา คนสนิทของเขาก็ต้องแยกออกไปอยู่ที่อื่น

 

“เดี๋ยวก่อนชีร์โก ฉันไม่คิดว่าฉันต้องแยกกับดัคลาส..” คนข้างกายของเขาเอ่ยแย้ง

 

“เสียใจด้วยคุณทีร์กานา แต่ฉันก็ได้รับคำสั่งมาอีกทีจากองค์ราชาเหมือนกัน นายจะต้องไปเป็นทหารเวรด้านล่าง ไว้ถึงเวลาเลิกงานพวกนายค่อยมาอยู่ด้วยกันก็แล้วกันนะ”

 

มือหนาของบุคคลที่เป็นหัวหน้าตบเข้าที่บ่าของคนสนิทเขาเบาๆเป็นเหมือนการบอกให้ทำใจ ก่อนจะพาตัวรูเฟนแยกไปที่อื่นเพื่อลงไปฝึกงานทหารเวร

 

ในที่สุดทางเดินที่กว้างขวางก็เหลือเขาเพียงคนเดียว มันจะไม่ใช่ปัญหาหากว่าเขารู้ว่า ‘ห้องบรรทมขององค์ชาย’ อยู่ที่ไหน แต่เขาไม่รู้ วังของอาณาจักรโซลเซียนาไม่ได้ใหญ่โตรุ่งโรจน์เหมือนเซคันดาติ แต่ด้วยความที่ไม่คุ้นชิน ก็ไม่แปลกหากจะสับสน

 

วินาทีแรกที่ดัคลาสก้าวลงจากไดอา ม้าตัวโปรดของเขา เจ้าตัวก็รู้สึกได้ถึงความแตกต่างของอาณาจักรอันเป็นบ้านเกิด และโซลเซียนา สิ่งที่เห็นได้ชัดเลยคือสภาพแวดล้อมของเมืองไม่ได้ดีมากนัก ประชาชนเองก็ลำบาก อันที่จริงก่อนที่เขาจะเข้าวังเขาแอบเห็นกลุ่มโจรที่แฝงตังอยู่ในเมืองนี้เสียด้วย

 

แน่นอนว่าเซคันดาติไม่มี

 

หากให้ดัคลาส เดาเล่นๆล่ะก็ โจรพวกนั้นก็คงจะคอยออกปล้นชาวบ้านที่ทำมาค้าขาย และก็ไม่มีทหารใดสามารถจับตัวโจรเหล่านั้นได้ หากถามว่าทำไม? ก็ถ้าจับได้โจรพวกนั้นไม่มายืนทำหน้าไม่เป็นมิตรอยู่ในเมืองแน่

 

ภายในวังของที่นี่ก็แตกต่างจากบ้านเกิดของเขา ที่เซคันดาติจะตกแต่งด้วยโทนสีอบอุ่นอย่างสีแดง สีส้ม หรือสีทองเสียมากกว่า ในขณะที่วังของโซลเซียนาล้วนแล้วแต่เป็นสีขาวราวหิมะ มีรูปปั้นแกะสลักน้ำแข็งตั้งอยู่มากมาย ดัคลาสไม่ได้ไปจับมัน เพราะถ้าดัลเธียมาเห็นเข้าอาจจะเป็นเรื่องได้

 

ถึงแม้คนที่อ้างว่าเป็นหัวหน้าจะมีสีหน้าและท่าทางที่ดูเป็นมิตร แต่หากเขาทำข้าวของเสียหายตั้งแต่วันแรกที่ก้าวมาเป็นทหาร เขาอาจจะโดนปลดก็ได้

 

เจ้าของเรือนผมสีทองสว่างเดินไปตามโถงทางเดินเรื่อยๆโดยลืมไปสนิทว่าตัวเองจะต้องมาดูแลผู้ที่จะสืบทอดตำแหน่งราชาของเมืองนี้ อาจจะด้วยความเคยชินที่ว่าอยู่ที่บ้านตัวเองเขาไม่ได้มีหน้าที่อะไรนอกจากออกไปอยู่กับพวกทหารเสียมากกว่า

 

จนกระทั่งร่างสูงเดินมาหยุดอยู่ที่บานกระจกบานใหญ่ซึ่งติดอยู่ระหว่างทางเดิน เขาใช้สายตาสำรวจมองตนเองที่มีภาพลักษณ์เปลี่ยนไป เขาไม่ได้อยู่ในชุดหรูหราที่ทำให้เขาดูเป็นผู้สูงศักดิ์มากขึ้น แต่กลับอยู่ในชุดทหารแสนธรรมดาที่เห็นได้ทั่วไป มุมปากของดัคลาสยกยิ้มยึ้นมาน้อยๆหลังเห็นสภาพตัวเอง

 

นี่เขาเหมือนทหารหรือยังนะ?

 

“สวัสดี คุณคงเป็นทหารใหม่ใช่หรือเปล่า?”

 

ใบหน้าหล่อเหลาที่ถอดแบบออกมาจากราชาแห่งเซคันดาติค่อยๆหันไปตามเสียงที่ดังขึ้นไม่ไกลมากนัก แว้บนึงที่ดัคลาสเผลอวางท่าอย่างที่เคยชิน แต่ก็ต้องรีบกลับมายืนอย่างปกติทันทีเมื่อรู้ตัวว่าตอนนี้เขาไม่ใช่ฟรอยเออร์ เรนกอร์ด..

 

“คุณหมายถึงผม? ก็ใช่”

 

“เดินเอ้อระเหยอยู่ตรงนี้ คุณไม่มีหน้าที่หรือยังไง?”

 

หญิงสาวผมยาวประบ่าพูดประโยคจิกกัดออกมาพร้อมกับรอยยิ้มอันเป็นมิตร ถึงเธอจะมีหน้าตาที่สะสวยเพียงใดแต่นั่นไม่ได้ทำให้ไอ้คนแข็งกระด้างอย่างเขาเผลอหลงใหล

 

ไอ้คนที่เมินหญิงสาวที่พร้อมถวายตัวให้มาแล้วนัดต่อนัด

 

“ฉันหาห้องบรรทมขององค์ชายไม่เจอ” เขาไม่ได้หาต่างหาก

 

“นายควรจะถามนะ”

 

เธอส่งยิ้มอีกครั้งเพร้อมกับเอ่ยตอบด้วยคำพูดที่บีบบังคับให้ดัคลาสเอ่ยถามทางจากเธอ และแน่นอนว่าคนอย่างเขาไม่ใช่จะยอมคนง่ายๆ มือหนาล้วงกระเป๋าสองข้าง สายตาดุจดั่งเหยี่ยวจับจ้องไปที่แววตาแข็งกร้าวของหญิงสาวประบ่าตรงหน้า

 

และเธอเป็นฝ่ายหลบตา

 

ชัยชนะเด็กๆที่เดนวาได้มามันทำให้เขาเผลอกระตุกยิ้มมุมปากแว้บนึงอย่างพึงพอใจ ก่อนจะส่ายหัวน้อยๆเพราะเขารู้สึกได้ว่าอันที่จริงแล้วเขาก็ยังติดเล่นอะไรไร้สาระอยู่เลย

 

เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลติดแดงยาวประบ่าเดินนำเขาไปยังโถงทางเดินกว้างโดยมีเขาเดินตามอยู่ด้านหลัง ระหว่างนั้นเขาไม่ได้สังเกตุเส้นทางหรือแวะชมจิตรกรรมฝาผนังไปเรื่อยเหมือนรอบแรก อาจจะเป็นเพราะเขาหมดความสนใจกับมันแล้ว

 

“ที่นี่มีทหารหญิงด้วยงั้นหรือ?” เขาเอ่ยถาม

 

“ใช่” เธอตอบกลับมาทั้งที่ไม่ได้หันกลับมามองหน้าเขา

 

“ทำไม?”

 

“นั่นสิ คงเพราะสตรีหลายคนในอาณาจักรอยากจะใช้กำลังต่อสู้มากกว่าไปทำอาชีพอื่นล่ะมั้ง”

 

หญิงสาวผมสีน้ำตาลติดแดงตรงหน้าเป็นทหาร เพราะชุดที่อีกคนใส่เป็นชุดแบบเดียวกับดัคลาสใส่ แต่เพราะที่เซคันดาติไม่เคยมีทหารหญิง ไม่แปลกหากจะสงสัย

 

“ก็แปลกดี”

 

“เป็นปกติของที่นี่”

 

จนกระทั่งเธอเดินมาหยุดที่ประตูบานใหญ่ของห้องใดห้องหนึ่งที่ดัคลาสเดาว่ามันคงเป็นห้องบรรทมขององค์ชายคนที่เขาต้องมาคอยดูแล

 

“นี่เป็นห้องบรรทมขององค์ชาย เข้าไปก็ช่วยปฏิบัติตัวให้เหมาะสมด้วยล่ะ พระองค์เป็นคนที่เคร่งระเบียบและมารยาทเอาเสียมากๆ”

 

ดัคลาสเหมือนจะมีอาการปวดหัวขึ้นมาหน่อยๆพอรู้ว่าองค์ชายคนดังกล่าวใส่ใจเรื่องระเบียบ และในขณะที่เขาระเบียบแย่เสียจนเฮเลน ผู้เป็นมารดาปวดหัว บ่นกับเขาจนรำคาญจะบ่น

 

“ฉันชื่อเพโรน่า ริซ มีอะไรให้ช่วยก็เรียกฉันได้ตลอด หวังว่าเราจะสนิทกันนะ คุณ…?”

 

“ดัคลาส เดนวา” เอ่ยตอบโดยที่ไม่ได้สบตาหญิงสาวข้างกายแต่กลับยกมือหนาขึ้นถือวิสาสะเปิดประตูบานใหญ่เข้าไปทันที

 

คนที่ชื่อเพโรน่าไม่ได้ตามเข้ามา คงเพราะไม่ได้รับอนุญาติ เขาเองก็ไม่ได้รับอนุญาติจากองค์ชาย แต่ดัลเธียเป็นคนให้เขามาที่นี่ ดัคลาสถือวิสาสะคิดเอาเองว่าได้รับอนุญาติแล้ว ดังนั้นการเข้ามาแบบนี้ถือว่าไม่ผิด

 

ใช่ เขาคิดเองเออเอง

 

ภายในห้องบรรทมกว้างขวางถูกตกแต่งด้วยโทนสีขาวและฟ้าสะอาดตาราวกับปราสาทน้ำแข็ง รอบห้องถูกตกแต่งไปด้วยจิตรกรรมแสนสวยงามที่เขาเดาว่าจะให้จิตกรชั้นยอดของที่นี่มาวาดให้

 

ไม่มีสิ่งพิเศษใดๆในห้องนี้นอกจากกลิ่นหอมอ่อนๆที่ลอยฟุ้งเต็มห้องไปหมด เขาได้กลิ่นมันตั้งแต่ก้าวเท้าผ่านเข้ามา ไมันไม่ใช่กลิ่นเครื่องหอมหรือน้ำหอมพิเศษใดๆ แต่เหมือนจะเป็นกลิ่นประจำกายของเจ้าของห้องเสียมากกว่า

 

และเหมือนว่าเจ้าของกลิ่นดังกล่าวจะนั่งอยู่ตรงริมหน้าต่างบานใหญ่ของห้องนี้

 

คำถามแรกที่เข้ามาในหัวของทหารตัวปลอมก็คือเขาควรเดินเข้าไปหาเจ้าของผิวกายขาวราวหิมะที่นั่งทำหน้าตึงอครียดอยู่ตรงนั้นหรือไม่? แล้วหากเข้าไปควรจะพูดคุยอย่างไร เขาไม่เคยเป็นทหารมาก่อน

 

หากเป็นปกติในตอนที่รูเฟนเข้ามาหาเขาในห้อง เขาก็มักจะพูดคุยเล่นกันเป็นปกติเสียจนเหมือนสหายมากกว่าจะเป็นองค์ชายและทหาร ดัคลาสมักจะเป็นแบบนี้กับทหารในวังเกือบทุกนาย

 

คนที่สั่งทหารได้ไม่ใช่พ่อของเขาอีกต่อไป ในเมื่อทหารทั้งหมดนั่นเชื่อฟังเขามากกว่าผู้ปกครองประเทศเสียอีก

 

ดัคลาสยังคงยืนจ้องมององค์ชายผิวขาวอยู่อย่างนั้น โดยที่เจ้าตัวเองก็ไม่ได้หันมามองเขาอย่างที่ควรจะหันมา อีกคนอยู่ในชุดที่ดูดุสุภาพเรียบร้อย สีที่ดูสบายตาช่วยทำให้อีกคนดูดีมากยิ่งขึ้นเสียจนนายทหารจอมปลอมอดจะจ้องมองไม่ได้

 

หากเป็นเขาหรือ? เหอะ แค่เสื้อกับกางเกงก็เกินพอแล้ว การแต่งตัวรุงรังมันทำให้ขยับตัวลำบากเกินไป และนั่นเป็นอุปสรรคในการต่อสู้

 

“จะยืนจ้องเราอีกนานไหม?”

 

“…”

 

“ท่านพ่อคงจะส่งนายมาสินะ ดูท่าทางคงเป็นทหารหน้าใหม่”

 

คนที่นั่งอยู่ที่ริมหน้าต่างเมื่อครู่หยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สะบัดผ้าคลุมสีขาวสะอาดอันเป็นเครื่องประดับอย่างสง่างาม ก่อนที่ขายาวจะเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา

 

อีกคนมีผมสีน้ำตาลเข้ม ถูกเซ็ตไว้อย่างเรียบร้อย ดวงตาที่เป็นประกายเหมือนมีดาวนับร้อยดวงอยู่ในนั้นมันน่ามองเสียจนหากใครสบตาก็อยากจะจับจ้องเช่นนี้ไปทั้งวัน หากแต่ไม่ใช่ในตอนที่องค์ชายใช้มันลากสายตายาวตั้งแต่หัวจรดเท้าทหารจอมปลอม พร้อมกับมุมปากที่เบะลงอย่างเหยียดหยาม

 

“ทหารชั้นล่างหรือ?”

 

“...”

 

“ท่านพ่อดูถูกเราขนาดส่งทหารหน้าใหม่มาคอยดูแลเราเลยงั้นรึ”

 

แววตาที่เดิมทีก็ดุดันราวกับสัตว์เดรัจฉานอยู่แล้ว บัดนี้ยามฉายแววไม่พอใจ มันยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉาน แต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อตรงหน้าให้แหลกคามือเสียมากกว่า ดัคลาสไม่จำเป็นต้องสนคำดูถูกเหยียดหยามพวกนั้น เป็นเพราะคำว่าทหารชนชั้นล่างมันไม่ใช่ตัวจริงขององค์ชายแห่งอาณาจักรเซคันดาติ

 

แต่บางทีองค์ชายตัวขาวตรงหน้าก็ควรได้รับการอบรมสั่งสอนเรื่องการใช้คำพูดสักนิด

 

“แล้วท่านสูงส่งกว่าฉั- กระหม่อมตรงไหน?”

 

แขนกำยำข้างซ้ายล้วงเข้าไปในกระเป๋าอย่างไม่ได้นึกเกรงกลัวต่อองค์ชาย เขาลืมการปฏิบัติตนในหน้าที่ไปเสียหมด

 

คนตรงหน้าดัคลาสยกมือขึ้นกอดอกด้วยความไม่พอใจ ดวงตาฉายแววโมโหตวัดมาจ้องมองที่ดวงตาเหยี่ยวดั่งสัตว์ป่าตรงหน้า องค์ชายไม่ได้เกรงกลัวต่อมัน หากแต่มันทำให้คนเอาแต่ใจยิ่งโมโห

 

“ถามเช่นนั้นกับองค์ชาย? คิดดีแล้วหรือคนชนชั้นล่าง”

 

“กระหม่อมถาม พระองค์ก็ต้องตอบ” เขาเอ่ยเสียงเรียบ

 

“เราไม่มีความจำเป็นอะไรต้องเสวนากับคนชนชั้นล่าง กลับไปบอกท่านพ่อเสียว่าเราไม่ต้องการทหารคนไหนมาปกป้องทั้งนั้น เพียงพ่อบ้านก็เกินพอ”

 

ท่าทีฟึดฟัดเหมือนเด็กโดนขัดใจมันยิ่งทำให้ดัคลาส เดนวาอยากจะขำ เขาเคยคิดว่าตัวเองไม่โตพอกับตำแหน่งราชาที่สูงส่ง จนกระทั่งมาเจอกับองค์ชายตัวขาวตรงหน้า หากว่าผู้ปกครองโซลเซียนาคนต่อไปเป็นเช่นนี้ ประเทศบ้านเมืองจะเป็นอย่างไร

 

คนเจ้าอารมณ์ยังคงยืนกอดอกใช้สายตากดดันให้ทหารจอมปลอมออกจากห้องไปก่อนที่เขาจะอารมณ์เสียไปมากกว่านี้ แต่มีหรือ? ที่คนผมสีทองสว่างจะยอมง่ายๆ

 

มันไม่ใช่วิสัยของฟรอยเออร์ เรนกอร์ดเสียด้วย

 

“น่าสงสารโซลเซียนาที่จะต้องมีผู้สืบทอดบัลลังก์คนต่อไปมีความคิดไม่โตเฉกเช่นนี้ เอาแต่ใจเป็นเด็กน้อยสามขวบ อันที่จริงท่านก็ดูอายุอานามไม่ใช่น้อยๆแล้ว”

 

“นี่!”

 

“หากแต่คำพูดที่พระองค์ใช้พูดกับกระหม่อม รู้หรือไม่? ราชาที่ดีเขาไม่พูดเช่นนั้นกัน”

 

เดนวารู้ดีว่าคนตรงหน้ากำลังโกรธเสียจนเลือดขึ้นหน้า แต่ไม่แสดงอารมณ์โกรธออกมา คงจะกลัวเสียหน้าเป็นแน่ แต่มือสองข้างที่กำเข้าหากันจบเล็บจิกเข้าไปในเนื้อก็เป็นสัญญาณที่ดีว่าเขาปั่นหัวองค์ชายตรงหน้าได้สำเร็จ

 

“งั้นนายรู้ไหม? ไม่มีนายทหารที่ไหนกล้าใช้คำพูดสามหาวกับเราขนาดนี้ พวกชนชั้นล่างไม่รู้หัวนอนปลายเท้- อ๊ะ!”

 

คนที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าชายแห่งโซลเซียนาร้องเสียงหลงทันทีเมื่อถูกกระทำอย่างไร้มารยาทโดยคนที่ตนเพิ่งด่าไปว่าไม่รู้หัวนอนปลายเท้า ดวงตาสองข้างเบิกโพลงขั้นด้วยความตกใจเกินกว่าจะควบคุมสีหน้าเอาไว้ได้

 

ทหารจอมปลอมใช้สายเรียบนิ่งอันเป็นเอกลักษณ์ของตนจับจ้องไปยังผลงานที่ตนได้สร้างไว้ ซึ่งเป็นต้นเหตุที่ทำให้คนตรงหน้าโกรธจนมือสั่น ดัคลาสไม่ได้แสดงความรู้สึกใดๆออกมาผ่านสายตาคู่นั้น แต่กลับแสดงความเฉยชาแทน

 

ไม่มีแม้แต่ความรู้สึกผิด

 

มือขวาของดัคลาสกำลังกำชายเสื้อขององค์ชายไว้แน่น หากถามว่าทำไมต้องกำไว้ขนาดนั้น

 

ก็นายทหารจอมปลอมดันเลิกเสื้อสีขาวสะอาดตาที่ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นองค์ชายกำลังสวมใส่อยู่ขึ้นสูงเสียจนเลยเนินอกขาวเนียนไปเลยน่ะสิ..

 

มัลฟอนโกรธจนทำอะไรไม่ถูก

 

“ท่านก็ไม่ได้มีพลังวิเศษณ์อะไรในกายนี่ เหตุใดถึงได้ยกตนขึ้นมาสูงเสียขนาดนั้น?”

 

“…”

 

“ซ่อนรูปกว่าที่คิดนะ”

 

ริมฝีปากบางที่สั่นระริกด้วยความโกรธพยายามจะเอ่ยคำพูดออกมาก่นด่าให้คนตรงหน้าเจ็บแสบมากที่สุด แต่นี่มันเกินกว่ามัลฟอน โวลธาเนียได้คิดเอาไว้

 

“ทหาร!!! นำตัวคนคนนี้ออกไปจากห้องเรา!!!”

 

 

 

 

 

To be con..

 

ส่วนตัวไม่เก่งเรื่องเขียนบรรยายเท่าไหร่ ผิดถูกยังไงแจ้งได้นะคะ กรี๊ด คอมเมนต์กดให้ให้ใจ เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์ฝึกหัดคนนี้ด้วยนะคะ อยากอ่านคอมเมนต์นะ ;___;

ปล.น้องเพโรน่าไม่โกงนะคะ กลัวจะเข้าใจผิดกัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 301 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

736 ความคิดเห็น

  1. #733 far0h (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 15:49
    องค์ชายแสบมาก ต้องได้ทหารปลอมนี่แหล่ะมาปราบ
    #733
    0
  2. #713 Blsuni (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 02:34

    น้ององค์ชายแส่บมาก

    #713
    0
  3. #683 mayupong-111 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 03:48
    นาย ใจเย็นนะ นายจะทำกับองค์ชายแบบนี้ไม่ได้555555555555555555555555
    #683
    0
  4. #675 my7ksg (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 19:04
    นายทำงี่กับองค์ชายได้ไง55555 ซ่อนรูปนะ อ้ย ตาหลกกกกก
    #675
    0
  5. #670 kkie_29 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 22:06
    เบาหน่อยจ้าพ่อทหารส่วนพระองค์
    #670
    0
  6. #656 Pakwarun (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 20:31
    คือชื่อแต่ละคนจำยากจนดิชั้นต้องจนโน๊ตมาทวนอ่านตัวละครแล้วค่ะ55555
    #656
    0
  7. #605 CB_SURVEY (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 23:23
    นายทหารคนนั้นน่ะ เธอะไปเลิกเสื้อชาวบ้านเขาเฉยๆไม่ได้นะ
    #605
    0
  8. #517 kkll (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 04:05
    เดี๋ยวนายจะไปเปิดเสื้อน้องแบบนั้นไม่ได้นะ
    #517
    0
  9. #457 firstchxnx (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 17:05
    โดนประหารแน่555555
    #457
    0
  10. #422 waiisang (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 17:42

    เอนดูยัยน้องงง

    #422
    0
  11. #276 king-banana (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:30
    เจอกันปุ๊บตีกันปั๊บเลย
    #276
    0
  12. #242 JKCBB (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:30
    มีคำผิดนิดนึงนะคะ *อนุญาต*
    ครุคริครุคริ
    #242
    0
  13. #241 JKCBB (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:29
    มัลฟอลรู้กกกกกก เอ็นดู
    เห็นภาพเลย เถียงเขาแว้ดๆ
    เขาแกล้งคืนก็เบะร้องไห้ แง
    555555แลงจังวะทหารใหม่
    กลัวโดนปลดซะบ้างค้าบ
    #241
    0
  14. #204 plaeee1a (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:31
    มวยถูกคู่ล่ะ
    #204
    0
  15. #183 TonG-SodA (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มกราคม 2563 / 07:56
    สนุกๆๆๆๆคั้บ ทหารคนนี้ช่างอาจหาญ!!
    #183
    0
  16. #172 plumfloral (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 01:47
    เฮ้ยนาย ใจเย็น จะไปเปิดเสื้อเขาไม่ได้!!!!
    #172
    0
  17. #166 baimaibm (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มกราคม 2563 / 20:54
    เห้ยนาย ใจเย็นนะ
    #166
    0
  18. #165 baimaibm (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มกราคม 2563 / 20:53
    เห้ยนาย ใจเย็นนะ
    #165
    0
  19. #149 P139J10 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 14:39

    แรงมากทหาร แต่นิดนึงนะคะ เห็นคำผิดแล้วมันอยากช่วยแก้ อนุญาต กับ พลังวิเศษ ค่ะ

    #149
    0
  20. #143 netty25 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 11:43
    ใจเย็นนะพี่นะ555555
    #143
    0
  21. #138 Nora1012 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 09:55
    อื้อหืออออ มันเปรี้ยวมันปังมากเลยพ่อ
    #138
    0
  22. #134 bxmtyq- (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 02:02
    ทหารเบาหน่อย555555555
    #134
    0
  23. #104 mtuanna93 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 13:11
    ขาวครับเลยมั้ยพ่อ5555555
    #104
    0
  24. #100 luhan-pimmie (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2562 / 21:38
    เห้ยทหาร นายเปิดเสื้อเขาตั้งแต่เจอกันครั้งแรกเลยเหรอ
    #100
    0
  25. #93 alelle (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2562 / 08:27
    เขียนได้น่าอ่านมากค่ะ เข้าใจได้ง่าย แต่เปิดเสื้อกันแล้วนายทหารปลอม
    #93
    0