sub eques auratus [ MINNO ]

ตอนที่ 17 : CHAPTER XV : Ruina

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,173
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 154 ครั้ง
    22 มี.ค. 63

 

 

 

 

 

 

อาณาจักรเซคันดาติที่เป็นบ้านเกิดขององค์ชายฟรอยเออร์ เรนกอร์ด ทุกอย่างยังคงเป็นปกติไม่ต่างจากหลายเดือนก่อนที่เขาจากมา

 

ไม่ได้มีพิธีต้อนรับอะไรยิ่งใหญ่จนเกินหน้าเกินตา การไปรับตัวองค์ชายกลับมามันไม่จำเป็นที่จะต้องจัดพิธี แค่การที่องค์ราชินีนำรถม้าออกไปรับเขาด้วยตนเองเท่านั้นก็ยิ่งใหญ่เกินพอแล้ว

 

การเดินทางจากโซลเซียนาจนถึงเซคันดาติใช้เวลาเพียงสองวันเท่านั้น ด้วยความเร็วของรถม้า และการใช้เวลาพักผ่อนที่แสนน้อยนิด จึงเป็นเวลาอันสั้นในการเดินทางถึงบ้านเกิด ทั้งที่ตอนที่เขาและรูเฟนออกเดินทางมานั้นใช้เวลาถึงสามวันเลยด้วยซ้ำ ในระหว่างการเดินทาง ตอนที่มีโอกาสได้ออกมาพักม้านั้น รูเฟนก็เอ่ยถามทันทีว่าราชินีมีเหตุผลใดถึงได้รีบขนาดนี้

 

..เขาไม่ได้ตอบ เพราะเขาเองก็ไม่รู้ จนถึงตอนที่อยู่ในรถม้า พระราชินีก็ยังไม่ยอมเล่าอะไรให้ฟังเลยสักคำเดียว มีเพียงความเงียบสงบที่ปกคลุมพวกเขาอยู่

 

“พ่อของลูกรออยู่ที่ห้องทำงาน”

 

“จะไม่ให้ลูกได้ขึ้นไปพักผ่อนเลยหรือ?”

 

แค่เพียงก้าวขาเข้ามาในปราสาท ราชินีก็ออกคำสั่งกับบุตรตัวเองทันทีอย่างไม่นึกสนใจใบหน้าที่เรียบตึงของฟรอยเออร์เลยสักนิด ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าการนำว่าที่ราชาแห่งเซคันดาติกลับมาครั้งนี้เป็นการบังคับกันอย่างเห็นได้ชัด

 

“ลูกพักผ่อนมามากเพียงพอแล้วฟรอยเออร์..”

 

“…”

 

“ไปหาท่านพ่อ มีแขกรอพบลูกอยู่ที่ห้องนั้น”

 

แม้จะไม่ได้ใช้ถ้อยคำหรือน้ำเสียงที่รุนแรง เขาก็รู้ว่านี่เป็นคำสั่งซึ่งไม่สามารถปฏิเสธได้..

 

ผู้เป็นมารดาไม่ได้เอ่ยอะไรออกไปอีก นอกจากขาเรียวบนรองเท้าคู่สวยที่เดินเลี่ยงออกไปอีกทางเพื่อไปยังห้องบรรทมของตน และตามมาด้วยสาวใช้อีกมากมายที่พากันถือข้าวของไปเก็บไว้ที่ห้องขององค์ชายตัวแสบ

 

เขาเหนื่อยเกินกว่าจะมาขึ้นเสียงต่อล้อต่อเถียงกับมารดา

 

องค์ชายที่จากบ้านเกิดไปหลายเดือน ไม่ได้ทำให้เขาความจำสั้นขนาดจะลืมสถานที่ในปราสาทแห่งนี้ไปได้ ที่นี่ยังเหมือนเดิมทุกอย่าง การตกแต่งปราสาทด้วยโทนสีร้อนอันเป็นเอกลักษณ์ที่ยังคงไม่ได้แตกต่างออกไปจากก่อนหน้านี้เลย หรือแม้กระทั่งประติมากรรมและภาพวาดยังคงประดับอยู่ที่เดิมทั้งหมด จนคิดไปว่าเรื่องที่โซลเซียนาเหมือนเป็นความฝันเสียมากกว่า

 

และช่างเป็นฝันที่หอมหวาน..

 

ไม่นานนักก็เดินมาถึงห้องที่เป็นคำสั่งของผู้เป็นมารดาให้เขามาที่นี่ ไม่รู้เลยว่าเมื่อเปิดประตูบานใหญ่นี่เข้าไปแล้วสิ่งแรกที่เขาจะได้รับจากบิดาจะเป็นคำด่าทอ หรือบทลงโทษมากมายที่เตรียมไว้ หากยังจำกันได้ในวันแรกที่เขาและรูเฟนตัดสินใจออกไปใช้ชีวิตที่โซลเซียนา วันนั้นเขาไม่ได้บอกบิดาเลยสักคำเดียว มีเพียงเฮเลนเท่านั้นที่รู้ว่าเขากำลังจะทำอะไร

 

องค์ราชาจาร์ฟาเดิมทีไม่ใช่คนโหดร้าย ตรงข้ามกันออกจะมีจิตใจที่งดงามและตามใจเขาอยู่บ่อยครั้งด้วยซ้ำไป แต่ตามใจที่เขาว่า หมายถึงตามใจในเรื่องที่สามารถตามใจและยินยอมให้ได้ แต่การหนีออกจากบ้านไปแบบนี้เห็นทีคงไม่ใช่เรื่องที่ควรจักยินยอมสักเท่าไหร่

 

มือหนายื่นไปเปิดประตูบานใหญ่ที่มันดูเหมือนจะเปิดยากกว่าครั้งที่เขาก่อนจะออกจากเซคันดาติไป คงเป็นเพราะความกังวลที่มีมันมากจนไม่สามารถควบคุมได้..

 

สิ่งแรกที่ปรากฏณ์อยู่ตรงสายตาเขา คือใบหน้าที่อ่อนโยนขององค์ราชา.. ชุดเสื้อผ้าที่แสดงถึงความยิ่งใหญ่ แม้ไม่ได้เห็นมาหลายเดือน แต่ความสง่าของพระองค์ไม่ได้ลดลงเลย

 

"ฟรอยเออร์.. ลูกกลับมาแล้วหรือ"

 

"..."

 

น่าแปลก นี่มันเกินกว่าที่เขาคาดเดาไว้มาก

 

ไม่มีคำด่าหรือคำติใดๆ ไม่มีสิ่งที่เขาคาดเดาไว้ว่าจะได้รับ มีแต่ผู้เป็นบิดาที่ยังคงยืนส่งรอยยิ้มมาให้อยู่ตรงนั้น ยิ่งที่ให้ฟรอยเออร์กัวลขึ้นไปอีก ไม่ใช่เรื่องดีเลยสักนิด

 

ทั้งๆที่เพิ่งสร้างวีรกรรมมาหมาดๆ ทำไมถึงยังไม่ก่นด่ากันอีก

 

"รีบมานั่งก่อนสิ มีแขกรอคุยกับลูกอยู่นะ.."

 

พอได้ยินแบบนั้น ฟรอยเออร์ถึงได้ตวัดสายตาไปมองสองบุคคลที่นั่งอยู่บริเวณโซฟาตัวกว้างที่ระยะไม่ไกลจากเขามาก พอได้ใช้สายตาสำรวจคนที่ดูมีเชื้อสายใหญ่โตแล้วถึงได้รู้ว่าเขาไม่เคยพบเจอคนตรงหน้ามาก่อน

 

ไม่ใช่สหายในตอนวัยเยาว์ของเขา ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามาจากอาณาจักรไหน แต่ฟรอยเออร์ไม่คิดจะถามอะไรออกไป นอกจากขายาวที่เดินตรงไปนั่งตรงข้ามกับบุคคลทั้งสองที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแขก พร้อมกับในหัวที่ตั้งคำถามอยู่ตลอดเวลา ไม่นานนักบิดาก็เดินมานั่งข้างๆเขาและยังคงมีรอยยิ้มบางๆประดับไว้บนใบหน้าดังเดิม

 

"ขอโทษที่ต้องให้รอนะ สหายฉัน.." ราชาจาร์ฟาเริ่มเปิดบทสนทนากับคนตรงข้าม "ขอแนะนำให้รู้จัก นี่บุตรชายเพียงหนึ่งเดียวของฉัน ฟรอยเออร์ เรนกอร์ด"

 

หากฟรอยเออร์ไม่ได้หูฝาดไป เมื่อครู่เขาได้ยินบิดาเอ่ยกับคนตรงหน้าว่าเป็นสหายงั้นหรือ?

 

"ยินดีที่ได้พบองค์ชายฟรอยเออร์ รูปงามสมคำล่ำลือเสียจริง"

 

ชายวัยกลางตรงหน้าที่ฟรอยเออร์คาดเดาว่าน่าจะเป็นองค์ราชาเอ่ยขึ้น พร้อมด้วยใบหน้าเป็นมิตรที่ส่งมาหาเขา แน่นอนว่าคนที่มนุษย์สัมพันธ์ยอดแย่อย่างเขาไม่นึกจะเอ่ยตอบสิ่งใดกลับไปนอกจากสีหน้าที่เรียบเฉย คงบอกได้แค่นี่มันเป็นมิตรที่สุดแล้วสำหรับคนอย่างฟรอยเออร์ เรนกอร์ด ดวงตาคมตวัดไปมองหญิงสาวข้างๆองค์ราชาที่เพิ่งได้พบเจอกันครั้งแรก ก่อนจะพบว่านางเองก็มองมาที่เขาอยู่

 

เขายังยืนยันคำเดิมว่าไม่รู้จักคนตรงหน้าเลยสักนิด แม้จะด้วยช่วยชุดหรือบุคลิกที่บ่งบอกอย่างชัดเจนว่าหญิงสาวตรงหน้าเป็นองค์หญิง มันก็ไม่ช่วยทำให้เขารู้จักขึ้นมาบ้างเลย

 

"เอ่ยชมกันเกินไป.. บุตรสาวของท่านเองก็งดงามไม่แพ้ไปกว่าใครในดินแดนแห่งนี้" คำยินยอถูกพ่นออกมาจากปากของราชาแห่งอาณาจักรเซคันดาติ "ช่างเหมาะสมกันเสียจริง.. ว่าไหมฟรอยเออร์...?"

 

เหมาะสม? ท่านพ่อกำลังพูดถึงสิ่งใด?

 

"อะไร?" เขาถามกลับห้วนๆ ก่อนจะได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆของแขกตรงหน้า อีกคนยกมือขึ้นป้องริมฝีปากสีเข้มหลังได้ยินที่ฟรอยเออร์ถาม พร้อมกับดวงตาที่มองมาที่เขา

 

"คงจะทำให้บุตรชายท่านตกใจ องค์ราชาฟาจาร์ฟา" คนตรงหน้าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "นี่บุตรสาวของฉันเอง ไนเอล อัลเลนฟิน"

 

"แล้วเกี่ยวอะไรกับฉัน?"

 

"ฟรอย.." ราชาเอ่ยเสียงปรามบุตรชายตัวเองที่กำลังทำกิริยาไม่เหมาะสม "ขอโทษทีนะกิลเบิร์ต ลูกชายฉันเขาไม่ค่อยยอมใครสักเท่าไหร่"

 

กิลเบิร์ตงั้นหรือ? ไม่รู้ว่าเป็นราชาจากอาณาจักรไหน แต่ใบหน้าน้ำเสียงที่อ่อนหวาน แต่เหมือนแฝงไปด้วยความในบางอย่างนั่นทำให้ฟรอยเออร์ไม่พอใจเลยสักนิด เขาใช้ลิ้นดันกระพุงแก้มของตนอย่างเคยชินยามที่ต้องใช้ความคิด ท่าทางที่ไร้มารยาทเช่นนั้นไม่ได้ทำให้ราชาที่ชื่อกิลเบิร์ตรู้สึกแย่ขึ้นมาเลยสักนิด..

 

"อย่ากังวลไปเลยเพคะ องค์ราชาจาร์ฟา.."

 

ในที่สุดหญิงสาวที่นั่งเงียบมาตั้งแต่ที่เขาเริ่มเข้าในห้องนี้ก็เปิดปากพูดขึ้น น้ำเสียงอ่อนหวานราวกับเสียงของนางฟ้าพร้อมด้วยกิริยาที่สง่างามเหมาะสมแก่คำว่าเจ้าหญิง คงต้องยอมรับว่าหากใครได้เห็นหล่อนเข้าคงจะตกหลุมรักได้ไม่ยาก..

 

แต่นั่นคงไม่ใช่กับเขา

 

"องค์ชายฟรอยเออร์คงจะตกใจ ที่จู่ๆกระหม่อมก็โผล่เข้ามาในฐานะคู่หมั้น ไม่แปลกไปหากจะทำกิริยาต่อต้าน"

 

คู่หมั้น?

 

"เธอพูดว่าอะไรนะ?"

 

เขาเลิกคิ้วขึ้นสูงพร้อมกับเอ่ยถามหญิงสาวผู้งดงามที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขาอีกครั้งเพื่อความแน่ใจกับสิ่งที่หล่อนเอ่ยขึ้นเมื่อคู่ บางทีเขาอาจจะหูฝาดไปเองกับการได้ยินเธอพูดขึ้นมาว่าคู่หมั้น

 

เป็นไปไม่ได้ที่ท่านพ่อจะจับเขาแต่งงานกับใครสักคน เพราะท่านพ่อนั้นรู้ดีว่าเขาหัวรั้นขนาดไหน แถมยังไม่เคยสนใจหญิงสาวที่ท่านพ่อส่งมาปรนนิบัติให้เลยสักนิด เจ้าหล่อนยิ้มหวานหยดย้อยก่อนจะเอ่ยคำตอบอย่างชัดเจนที่ทำเอาฟรอยเออร์ควบคุมอารมณ์แทบไม่อยู่

 

"คู่หมั้น.. ฉันเป็นคู่หมั้นของนายฟรอยเออร์.."

 

"จะไม่มีการหมั้นหรือการแต่งงานใดๆทั้งนั้น"

 

องค์ชายผิวสีแทนประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นทันทีที่องค์หญิงไนเอลเอ่ยจบ สีหน้าเรียบนิ่งแต่แฝงไปด้วยความขุ่นเคืองนั้นไม่มีใครมองออกนอกจากผู้เป็นบิดาที่รู้ว่าบุตรชายตัวเองจะต้องไม่พอใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นแน่ๆ ยิ่งในตอนที่บุตรชายตัวแสบกำลังกระทำเช่นนี้องค์ราชาจาร์ฟายิ่งหมดหนทางที่จะทำให้ฟรอยเออร์ยอมเรื่องการแต่งงาน..

 

"ฟรอยเออร์.."

 

"ลงทุนไปลากลูกกลับมาจากโซลเซียนาแล้วยังพรากสิ่งที่ลูกรักไป รู้อยู่เต็มอกว่าลูกไม่คิดจะแต่งงานก็ยังสรรหาเลือกคู่หมั้นมาให้จนได้ ถ้าท่านพ่อคิดว่าการจับคลุมถุงชนเช่นนี้จะทำให้ลูกจนมุม ท่านคิดใหม่ได้เลย"

 

เอ่ยจบองค์ชายผมสีสว่างก็ลุกขึ้นพรวดอย่างไร้มารยาทโดยไม่สนเรื่องการให้เกียรติต่อแขกคนสำคัญที่มาเยือนเลยสักนิด ขายาวก้าวออกจากห้องกว้างของผู้เป็นบิดาออกไปโดยไม่คิดจะหันกลับมามองด้วยซ้ำ แม้ในตอนที่สบตากับหญิงสาวครั้งแรกจะพอเดาเล่นๆได้ว่าคงเป็นเรื่องแต่งงาน แต่การที่จับคลุมถุงชนเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องที่เขาพอใจ

 

เขาเดินออกมาอย่างรวดเร็วจนมาถึงหน้าประตูทางเข้าที่เพิ่งจะก้าวเข้ามาก่อนหน้านี้ ก่อนจะมีเสียงไล่หลังเขามาซึ่งเป็นเสียงที่เขาคุ้นเคยดีที่สุด

 

"ฟรอย! หยุดเดี๋ยวนี้!" องค์ราชาจาร์ฟาเดินตามเขาออกมาติดๆ ใบหน้าที่เคยมีรอยยิ้มหายออกไปหมด เหลือเพียงสีหน้าเรียบตึงที่เหมือนกับบุตรชายจนแทบจะถอดแบบกันมา "อย่าคิดจะออกไปไหน หากเราทั้งคู่ยังคุยกันไม่รู้เรื่อง"

 

"ที่ลูกกล่าวไปในห้องเมื่อครู่ถือว่ารู้เรื่องมากพอแล้ว ท่านพ่อ"

 

เขาไม่มีวันแต่งงานกับไนเอล อัลเลนฟิน นี่เป็นสิ่งที่เขายืนยัน..

 

"ฟังที่พ่ออธิบายก่อนได้หรือไม่ ฟรอย.."

 

"ต้องอธิบายอะไรอีกงั้นหรือ? ในเมื่อการที่ท่านพ่อจับลูกแต่งงานกับองค์หญิงที่ลูกเพิ่งเจอได้ไม่ถึงวันเช่นนั้น มันสมควรให้ลูกได้ฟังคำอธิบายด้วยหรือ?"

 

ไม่บ่อยนักที่ฟรอยเออร์จะอารมร์ฉุนจัดจนต้องเผลอพูดคำที่ไม่สมควรพูดออกไป เขาไม่ได้ขึ้นเสียงหรือทำสีหน้าไม่ดีใส่ผู้เป็นบิดา กลับกันเขายังคงความเรียบเฉยของสีหน้าและน้ำเสียงไว้จนเหมือนคนที่ไม่ได้โมโห แต่สำหรับองค์ราชาจาร์ฟา เขารู้ดีว่าในตอนนี้บุตรชายของตนนั้นอารมณ์ฉุนเสียจนยากจะทำให้กลับมาเย็นดังเดิม

 

เขาไม่ได้โกรธที่ฟอรยเออร์จะไม่พอใจที่ตนเองจับตัวบุตรชายมาแต่งงานกับบุตรสาวของสหายตนเช่นนี้ เขารู้ดีว่าฟรอยเออร์รู้สึกแย่ขนาดไหน แต่จะให้ทำอย่างไร จะให้บุตรชายของเขาไร้คู่ครองเช่นนั้นหรือ?

 

สิ่งที่เขาพยายามสรรหาและประเคนให้กับบุตรชายเพียงคนเดียว ล้วนแล้วแต่เป็นความหวังดีทั้งสิ้น เขาไม่เคยคิดจะบังคับลูกชายในเรื่องแบบนี้อย่างแน่นอน เพราะผู้เป็นพ่อย่อมรู้หัวใจของลูกมากที่สุด แต่เพราะมันมีเหตุผลที่อขากอยากอธิบายให้ฟรอยเออร์ได้รับฟัง ถึงได้วิ่งตามมาจนถึงตรงนี้

 

"ไนเอล อัลเลนฟิน เป็นองค์หญิงที่เพียบพร้อมทุกอย่าง.." กษัตริย์แห่งเซคันดาติเริ่มอธิบาย "หลายวันก่อนที่เฮเลนจะไปตามตัวลูกกลับมา กิลเบิร์ตเดินทางมาที่นี่เพื่อคุยเรื่องการขอหมั้น.."

 

ฟรอยเออร์เงียบและตั้งใจฟังสิ่งที่ท่านพ่อพยายามจะเล่า

 

สีหน้าลำบากใจของราชาผู้ทรงอำนาจในตอนนี้เป็นสิ่งที่หาได้ยากนัก

 

"แน่นอนว่าพ่ออยากปฏิเสธ.. แต่เพราะนั่นคือกิลเบิร์ต สหายคนสนิทของพ่อ จะให้พ่อปฏิเสธเขาได้อย่างไร" น้ำเสียงที่อ้อนอวนของผู้เป็นพ่อไม่ได้สร้างความลำบากใจให้กับฟรอยเออร์แม้แต่นิดเดียว

 

“ปฏิเสธไม่ได้ หรือไม่อยากปฏิเสธกันแน่?”

 

“ฟรอย!”

 

“ลูกจะไม่มีวันหมั้นหมายกับใครก็ตามที่ลูกไม่ได้รัก ต่อให้ท่านเอาหญิงสาวที่งดงามที่สุดเท่าที่ท่านจะหาได้มาอยู่ตรงหน้าลูกก็ตาม”

 

เสียงที่ประกาศกร้าวพร้อมกับขายาวที่เดินออกไปด้านนอกของฟรอยเออร์ยิ่งยากในการจะรับมือกับคนหัวแข็ง ใบหน้าที่ถอดแบบกับลูกชายตัวดีมา แต่ยังมีเค้าโครงของชายวัยกลางค่อยๆหันไปด้านหลังที่มีสหายคนสนิทและบุตรสาวของเขากำลังยืนมองด้วยสายตาเรียบนิ่งเหมือนกับคาดเดาเหตุการณ์แบบนี้เอาไว้แล้ว

 

สาเหตุที่ฟรอยเออร์กล้าที่จะประกาศอย่างไม่สนผู้ใดนั้น คงเป็นเพราะเห็นว่ากิลเบิร์ตและไนเอลยืนอยู่ตรงนั้นเป็นแน่..

 

มือแกร่งยกขึ้นกุมขมับตนเองอย่างหมดหนทางจะเกลี้ยกล่อมบุตรชาย ที่ตนกล่าวกับลูกไปเช่นนั้นไม่ใช่เรื่องโกหก เพราะครั้งที่เขาขึ้นเป็นราชาครั้งแรก กิลเบิร์ตนั้นเป็นผู้ที่เข้ามาช่วยเหลือเซคันดาติเสมอยามที่ต้องการ และการที่อีกคนลงทุนเดินทางมาถึงที่นี่เพื่อขอหมั้นหมายกับบุตรชายเขามันยากเหลือเกินที่ปฏิเสธ ในเมื่อหญิงสาวผมสีเข้มผู้เป็นองค์หญิง เอ่ยปากอย่างชัดถ้อยชัดคำว่าหลงรักฟรอยเออร์มานานแล้ว..

 

ดวงตาของผู้เป็นพ่อและลูกสาวนั้นเต็มไปด้วยความหวังว่าเขาจะไม่ปฏิเสธ ยิ่งสร้างความหนักใจมากขึ้นไปอีก เดิมทีภาระในการปกครองบ้านเมืองก็มากพอแล้ว เขายังต้องมารับภาระเรื่องบุตรชายตัวดีอีกงั้นหรือ? เขาควรทำอย่างไรดี..

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กลีบดอกอัลมอนต์ที่ร่วงโรยลงจากดอกอย่างเชื่องช้า ต่างก็พัดปลิวมาตามสายลมที่เบาบาง..

 

ลอยไปอย่างไม่มีจุดมุ่งหมาย ไร้ซึ่งเป้าหมายที่จะไปตกอยู่ เหมือนกับจิตใจขององค์ชายตัวน้อยที่ล่องลอยหายไปไกลแสนไกลแล้ว..

 

ไม่มีรอยยิ้มที่น่าหลงใหลบนใบหน้าหวาน ไม่มีเสียงพูดเจื้อยแจ้วโอ้อวดไปเรื่อยยามได้เด็ดผลไม้ที่อยู่สูงเกินตัวลงมาได้สำเร็จ ไม่มีขาเรียวที่เดินเล่นไปทั่วในทุ่งดอกไม้ยามมีทหารตัวสูงมายืนเฝ้า..

 

ไม่มีองค์ชายผู้นั้นอีกแล้ว..

 

“ของว่างเพคะ.. องค์ชาย”

 

แม่บ้านผมลอนคนสนิทของโวลธาเนียต้องกลับมาทำหน้าที่ดังเดิม หลังยากที่ต้องหายไปทำงายในครัวตลอดระยะเวลาที่ฟรอยเออร์ยังอยู่ที่นี่ แน่นอนว่าหากเป็นก่อนหน้านี้เจ้าหล่อนคงจะยินดีไม่น้อยที่ได้กลับมาดูแลองค์ชายที่เธอรักกว่าใครๆอย่างใกล้ชิดอีกครั้ง แต่ในยามนี้มันปวดใจเหลือเกินที่ต้องเห็นว่าทุกๆวันองค์ชายมีแต่ดวงตาที่บวมเพราะเพิ่งผ่านการร้องไห้มา แถมยังเหม่อลอยอยู่บ่อยครั้ง ไม่ต้องเอ่ยถามก็ต้องรู้กันดี ว่าองค์ชายโวลธาเนียนั้นคิดถึงอดีตทหาร ฟรอยเออร์ เรนกอร์ด มากเพียงใด..

 

จานอาหารว่างถูกวางทิ้งไว้เช่นนั้น ไร้การแตะต้องจากมือขาว เจ้าตัวยังคงเหม่อลอยออกไปด้านนอกด้วยแววตาที่ไร้ซึ่งความรู้สึก คำถามมากมายยังวนเวียนอยู่ในหัวของโวลธาเนียตลอดเวลาจนเหมือนคำสาปที่ไม่อาจแก้ได้ สุดท้ายแล้วแซตลีย์ก็ทำได้เพียงถอนหายใจออกมา

 

"อีกไม่นาน ราชามาคาลอฟ และองค์ชายทีโอคงจะมาถึงที่นี่.." เธอเลือกที่จะยกเลิกการอ้อนวอนให้คนตัวขาวได้ทานของว่าตรงหน้า แต่เปลี่ยนมาเป็นการรายงานเรื่องราวภายในให้องค์ชายได้ทราบแทน

 

มัลฟอนขมวดคิ้วเล็กน้อยในตอนที่แม่บ้านผมลอนกล่าว

 

"มาที่นี่? พวกเขามาทำไม?"

 

"เรื่องนั้นแม้แต่องค์ราชาคาลอสก็ไม่อาจทราบ.." นางรับรู้เพียงแค่ว่ากษัตริย์แห่งลิวาเอลต้องการมาที่นี่ และไม่นานก็คงถึงด้วยระยะทางจากลิวาเอลถึงโซลเซียนามันไม่ได้ไกลมากนัก "อาจจะคุยเรื่องทั่วไปก็ได้เพคะ"

 

เขาขอให้เป็นอย่างนั้น

 

ตลอดสองวันที่ฟรอยเออร์กลับเซคันดาติ เดิมทีที่มัลฟอนไม่ได้ออกไปไหนอยู่แล้วยิ่งไม่ได้ออกไปอีกเลย คนในปราสาทก็ไม่ได้เห็นหน้าขององค์ชายตัวขาวอีกเลยนอกเสียจากแม่บ้านคนสนิท ที่ต้องคอยเข้าไปดูแลจัดการโวลธาเนียอย่างใกล้ชิด แต่ถึงแม้เธอจะพยายามชวนคุยหรือนำอาหารอร่อยขนาดไหนมาให้ก็ตาม สุดท้ายอีกคนก็มักจะเหม่อลอยออกไปนอกหน้าต่างอยู่ดี

 

นี่เป็นครั้งแรกที่ยอมออกมาด้านนอก สวนหย่อมเล็กๆที่ข้างปราสาทดูจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคนที่หัวใจแตกสลายจนไม่สามารถประกอบกลับมาได้อีก

 

คิดถึงก็คิดถึง แต่หากให้อีกคนกลับมามัลฟอนก็คงจะไล่ตะเพิดออกไปอยู่ดี เพราะความโกรธในใจมันมีมากกว่าความคิดถึงเป็นไหนๆ

 

"อยากออกไปไหนไหมเพคะ?" หลังจากที่เธอรู้สึกได้ว่าหากปล่อยให้องค์ชายเป็นเช่นนี้ต่อไป ก็รังแต่จะทำให้เจ้าตัวหมกมุ่นกับเรื่องฟรอยเออร์เสียเปล่า เธอรู้ดีว่าในตอนนี้ฟรอยเออร์ เรนกอร์ด จะไม่มีวันกลับมาที่นี่อีก ดังนั้นหากได้พาองค์ชายตัวขาวไปพักผ่อนด้านนอกบ้าง คงจะทำให้เจ้าตัวรู้สึกดีขึ้นไม่น้อย "ด้านนอกปราสาท มีสถานที่น่าไปมากมายที่กระหม่อมอยากจะพาพระองค์ไป"

 

"ไม่เป็นไร.." แต่โวลธาเนียก็ยังเป็นโวลธาเนีย "เธอไปกับเพโรน่าเถอะ"

 

สำหรับมัลฟอนในตอนนี้ เขาไม่คิดจะออกไปไหนนอกจากการได้อยู่ที่นี่ อยู่ในกรงนกขนาดใหญ่ที่ขังเขาไว้แห่งนี้

 

เธอยกมือขึ้นจับที่ไหล่เล็กเบาๆก่อนจะลูบมันราวกับคนเป็นแม่ที่ปลอบโยนลูกชายหลังจากที่เพิ่งผ่านเรื่องร้ายๆมา มือเรียวสวยจับที่เส้นผมสีน้ำตาลเบาๆก่อนจะลูบไล้มันไปมาเพื่อให้โวลธาเนียรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นที่เธอพยายามถ่ายทอดไปให้ผ่านมือคู่นี้ อยากให้อีกคนรู้ว่าเธอรักและหวังดีกับองค์ชายตรงหน้ามากแค่ไหน

 

ไม่มีวันไหนที่เธอไม่นึกถึงเหตุการณ์ในตอนที่เธออายุได้เพียงสิบห้าปี ตอนที่เธออุ้มตัวองค์ชายตัวน้อยหนีจากตอนที่องค์ราชาเกิดบ้าคลั่งขึ้นมา

 

องค์ชายตัวน้อยที่เธอชุบเลี้ยงมาจนเหมือนน้องชายแท้ๆ เธอจะไม่มีวันให้อีกคนได้เจอเหตุการณ์ที่เจ็บปวดจนหัวใจดวงน้อยแตกสลายเช่นนี้อีกเป็นครั้งที่สอง

 

เสียงอึกทึกครึกโครมจากด้านนอกปราสาททำให้มือขาวที่เคยลูบไล้เส้นผมสีเข้มนั้นชะงักลง เธอพยายามมองออกไปด้านนอกที่เป็นต้นเหตุของเสียงดังกล่าวพร้อมกับองค์ชายตัวน้อยที่หันไปมองด้านนอกเช่นกัน และเพราะกำแพงที่สูงตระหง่านรวมถึงต้นไม้ใหญ่ที่บดบังมากมาย เธอจึงเลือกที่จะเดินไปใกล้ๆหน้าประตูทางเข้าเพื่อมองการมาเยือนของใครบางคน

 

ทีโอ รูทมอร์..

 

ไม่ผิดแน่ คนที่นั่งอยู่บนม้าสีดำสองตัวนั้นคือองค์ราชามาคาลอฟและองค์ชายทีโอ กษัตริย์แห่งลิวาเอล แม้ทั้งคู่จะมาถึงก่อนกำหนดการหนึ่งวันแต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เธอควรจะต้องมาสงสัย เมื่อขาเรียวรีบสาวเท้ายาวไปหาองค์ชายที่นั่งอยู่ไม่ไกล กล่าวให้ทราบถึงสิ่งที่เธอได้เห็นเมื่อครู่ นั่นก็คือแขกคนสำคัญของโซลเซียนานั่นเอง..

 

"ไม่เร็วไปหรือ?"

 

"กระหม่อมไม่ทราบเพคะ รีบไปต้อนรับเถิด"

 

ว่าจบนางก็เดินตามหลังองค์ชายโวลธาเนียที่ลุกขึ้นเดินตรงไปหน้าประตูติดๆ และเมื่อเธอได้ยืนอยู่หน้าปราสาทก็ดูเหมือนเธอะคิดผิดถนัดที่พาองค์ชายมายืนต้อนรับตรงนี้..

 

นี่ไม่ใช่การมาเยือนอย่างที่ควรจะเป็น

 

ด้านนอกปราสาทนั้นเต็มไปด้วยเหล่าทหารที่มีอาวุธครบมือมากมาย ทั้งมีดและธนูล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่สร้างอันตรายทั้งสิ้น บุคคลนับหลายร้อยคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าทำเอาทั้งเธอและองค์ตัวขาวต้องตาค้างไปตามๆกัน ใบหน้าของกษัตริย์แห่งลิวาเอลยังเต็มไปด้วยรอยยิ้มร้ายกาจอันเป็นเอกลักษณ์ ราวกับไม่ได้รู้สึกถึงความกังวลต่อสิ่งที่ตนกระทำเลยสักนิด

 

รูทมอร์กระโดดลงมาจากม้าสีดำที่ตนขี่อยู่ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้โวลธาเนียที่ขาสั่นก้าวถอยหนีหลังรับรู้ได้ถึงเหตุการณ์ภายภาคหน้าที่จะต้องเกิดขึ้นเป็นแน่ คงตอบได้แค่ว่ามัลฟอน โวลธาเนีย ไม่เคยรู้สึกกลัวจนขาสั่นขนาดนี้มาก่อน สีหน้าตื่นตระหนกและความรู้สึกที่จุกอยู่ตรงอกจนยากที่จะกลืนน้ำลายลงไป แซตลีย์ไม่เคยเห็นมาก่อน

 

ไม่ใช่แค่องค์ชาย เธอเองก็เหงื่อตกเหมือนกัน

 

จะไม่ให้เป็นเช่นนั้นได้อย่างไร

 

ก็ในเมื่อการยกทหารมามากมายขนาดนี้.. ก็เป็นการทำสงครามไม่ใช่หรือ..

 

ชายวัยกลางผู้มีตำแหน่งราชาแห่งโซลเซียนาวิ่งออกมาหน้าตาตื่นพร้อมกับราชินีคนงามเช่นกัน ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าลิวาเอลคิดจะทำสงครามโดยที่ไม่ได้แจ้งต่อโซลเซียนาเลยสักนิด มีเพียงจดหมายที่แจ้งมาว่าจะมาเยือนโซลเซียนาเท่านั้น ในตอนนี้ทหารทั้งอาณาจักรต่างก็ลนลานและแตกตื่นกันมากกว่าตอนที่องค์ราชินีแห่งเซคันดาติมาที่นี่เสียอีก

 

"ร..ราชามาคาลอฟ?" น้ำเสียงสั่นเพราะความกลัวของคาลอสที่มีต่อกษัตริย์แห่งอาณาจักรที่ตนตกอยู่ใต้อำนาจ เดาได้ไม่ยากเลยว่าราชาคาลอสนั้นกังวลต่ออีกคนมากขนาดไหน "ท่านมาเพื่อทำสงครามหรือ!?"

 

"อย่าใจร้อนไปเลย คาลอส ฉันไม่มีความคิดแบบนั้นหรอก" อีกคนว่าด้วยรอยยิ้มร้ายที่ถอดแบบกับบุตรชายตัวแสบมาติดๆ ก่อนจะกระโดดลงมาจากม้าสีดำสนิทพร้อมกับจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ "ฉันแค่มาทำในสิ่งที่ควรทำมานานแล้วก็เท่านั้น.."

 

"ควรทำหรือ?"

 

"ฉันปล่อยให้อาณาจักรที่อยู่ภายใต้การปกครองแห่งนี้เป็นอิสระมามากพอแล้ว และมันนานเกินกว่าที่ฉันคิดไว้ด้วยซ้ำ"

 

น้ำเสียงทุ้มต่ำประกาศขึ้นเสียงดังมากพอที่จะให้ทหารมากมายบริเวณนั้นได้ยินกันหมด สร้างความวิตกกังวลให้กับผู้เป็นราชาที่ไร้ซึ่งอำนาจในการต่อรองมากที่สุด จะให้เขาเตรียมการในการทำสงครามครั้งนี้เห็นทีก็จะไม่ทัน ด้วยความพร้อมของอาวุธและจำนวนทหารที่มีเพียงแค่คึ่งหนึ่งของทหารลิวาเอลเท่านั้น

 

ไม่ใช่ว่าคาลอสไม่คิดจะทำสงครามกับลิวาเอลเลย แน่นอนว่าราชาผู้โหดเหี้ยมคิดแผนการในการล้มอำนาจของลิวาเอลและขึ้นเป็นใหญ่อยู่ตลอดเวลา แต่เพราะกำลังคนที่น้อยเกินไป รวมถึงความสามารถของทหารที่หากนับคนที่สามารถต่อสู้ได้เทียบเท่ากับทหารของมาคาลอฟได้จริงๆก็มีเพียงหยิบมือเท่านั้น หากเริ่มทำตอนนี้ไปก็มีแต่เอาชีวิตไปทิ้งเสียเปล่าๆ

 

สำหรับราชินีดิเลียที่ขึ้นตำแหน่งนี้มาเพราะหวังเพียงกองเงินกองทองและควาสบาย นางไม่เห็นด้วยกับการทำสงครามเลยสักนิด ทั้งชีวิตของนางพยายามแทบตายที่จะทำให้องค์ราชาคาลอสหันมาตกหลุมรักนาง และเป้าหมายการขึ้นเป็นราชินีของนางก็กว่าจะสำเร็จถึงขั้นนี้มาได้ หากจะให้นางเอาชีวิตไปทิ้งๆขว้างๆเช่นนั้น นางไม่เอาด้วยเด็ดขาด

 

"ที่ฉันยกทหารมามากมายขนาดนี้ ฉันไม่ได้ต้องการจะทำสงครามแต่อย่างใด ก็เพียงแต่ย้ายถิ่นฐานจากลิวาเอลมาพักพิงอยู่โซลเซียนาเท่านั้น.."

 

"ท...ท่านจะทำอะไรกัน มาคาลอฟ" คาลอสเอ่ยถามเสียงแผ่ว พร้อมกับใบหน้าร้ายกาจของผู้เป็นราชาที่หันไปพยักหน้าให้กับทหารด้านหลังของตน "มาคาลอฟ!!"

 

"จับตัวองค์ราชาและราชินีแห่งโซลเซียนาไปขังไว้ในคุกไร้แสงเดือนแสงตะวันซะ" องค์ราชาผู้โหดเหี้ยมออกคำสั่งทันที ก่อนที่นายทหารด้านหลังจะตรงเข้าไปจับตัวบุคคลที่ถูกกล่าวถึงเมื่อครู่ ทั้งแซตลีย์และโวลธาเนียที่ยืนอยู่ตรงนั้นต่างก็ตกใจจนขวัญเสีย การกระทำเช่นนี้มันก็ไม่ต่างอะไรจากการทำสงครามเลยสักนิด "ไม่ต้องกลัวว่าท่านจะต้องอยู่ที่นั่นนานจนเกินไป.."

 

"ย..หยุดเดี๋ยวนี้มาคาลอฟ"

 

"ในวันพรุ่งนี้ จะมีการประหารราชาและราชินีเกิดขึ้นที่นี่ ขอให้ทุกคนเตรียมที่จะป่าวประกาศเรื่องภายในอาณาจักรให้ประชาชนทราบได้เลย"

 

สิ่งที่มาคาลอฟทำ โหดร้ายกว่าการทำสงครามเป็นไหนๆ..

 

ร่างของบิดาและราชินีดิเลียถูกลากออกไปต่อหน้าต่อขององค์ชายตัวขาว ทั้งความตกใจและไม่เข้าใจในสิ่งที่มาคาลอฟกระทำมันตีกันอยู่ในหัวไปหมด จะให้เขาเอ่ยปากห้ามก็ดูเหมือนมันจะไม่ช่วยอะไรเลย รังแต่จะทำให้ปัญหานั้นยืดเยื้อป่าวๆ ดูจากในตอนที่แซตลีย์พยายามจะดึงตัวโวลธาเนียให้ออกไปจากที่นี่แล้วมีทหารนายหนึ่งหันมาตวัดตาใส่ นั่นก็มากเพียงพอแล้ว

 

ทุกคนที่อยู่ที่นี่ ตกอยู่ใต้อาณัติของกษัตริย์แห่งลิวาเอลอย่างสมบูรณ์แบบ

 

ไม่อยากจะนึกเลยว่าวันพรุ่งนี้อาณาจักรจะลุกเป็นไฟขนาดไหน เมื่อมาคาลอฟจับผู้ปกครองทั้งสองขึ้นแท่นประหาร แถมยังคิดจะเอาเรื่องภายในที่เป็นความลับออกไปให้ประชาชนรู้อีก.. ประชาชนที่เชื่อมั่นในตัวราชาคงจะผิดหวังกันไม่น้อยเลยทีเดียว

 

"สำหรับกระต่ายตัวน้อยของฉัน.." ร่างของจิ้งจอกเจ้าเล่ห์เดินตรงมาทางบุคคลที่ถูกกล่าวถึงด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอย่างผู้ที่กุมทั้งอาณาจักรโซลเซียนาไว้ได้ในกำมือ "นายจะไม่ต้องถูกประหาร"

 

"..."

 

"จะไม่มีใครพรากนายไปจากฉัน"

 

"..."

 

"นำตัวองค์ชายมัลฟอนไปขังไว้ในห้องบรรทมซะ ให้คนใช้ขององค์ชายเข้าไปดูแล อย่าให้มัลฟอนหนีรอดออกมาได้" แม้จะไม่ได้ขึ้นเสียงใส่อย่างราชามาคาลอฟ แต่คำสั่งนั้นก็ไม่ต่างอะไรจากการประหารเขาอยู่ดี "อีกไม่นานหลังจากไอ้แก่คาลอสตาย นายก็จะต้องขึ้นเป็นภรรยาของฉัน"

 

"!!!"

 

"ดูแลรักษาเนื้อตัวให้ดีล่ะ ว่าที่ภรรยา"

 

โวลธาเนียไม่ได้ดิ้นหนีจากการจับกุมของทหารแสนสกปรกโสมมม แต่กลับจ้องเขม็งไปที่ใบหน้าของคนที่คิดจะบังคับขืนใจให้เขาตกลงปลงใจแต่งงานกับเจ้าตัวด้วยแววตาที่คับแค้น แน่นอนว่าหลังจากคาลอสและดิเลียถูกประหาร จะไม่มีอำนาจใดมาสั่งให้ยกเลิกงานแต่งได้อีกต่อไป โวลธาเนียต้องตกเป็นภรรยาของรูทมอร์อย่างสมบูรณ์แบบ

 

แซตลีย์ ไซฮีล พยายามที่จะดิ้นหนีออกจากการจากกุมเพื่อที่จะพาองค์ชายตัวเล็กหนีไป นางหวีดร้องเสียงดังลั่นเสียจนเหมือนคนจะสิ้นใจตายเมื่อรับรู้ว่าอีกคนจะต้องตกเป็นภรรยาของคนที่องค์ชายตัวน้อยเกลียดมากที่สุด แม้เธอจะถูกทหารของลิวาเอลใช้ฝ่ามือกระทบเข้าที่ใบหน้านวลนั้นถึงสองสามครั้ง มันก็ไม่ได้ช่วยให้เธอหยุดความพยายามเลยสักนิด

 

จวบจนกระทั่งนางหมดสติไปเพราะถูกชกเข้าที่หน้าท้อง..

 

นี่มันโหดร้ายเกินกว่าจะรับได้

 

ทหารนับร้อยที่มาคาลอฟพาตัวมาถูกปล่อยให้เป็นอิสระ พวกเขาต่างก็กรูกันเข้ามาเพื่อสำรวจปราสาทและทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายก่อนเดินทางมาที่นี่ ราวกับว่าเป็นตุ๊กตาที่ถูกมาคาลอฟเชิดให้ใช้งาน ทั้งอาวุธและของอันตรายต่างก็ถูกนำไปเก็บไว้ที่ใดสักที่ที่พ้นสายตาจากหน้าปราสาท รวมถึงม้าสองตัวที่มาคาลอฟและทีโอนำมา ก็ถูกนำไปไว้ที่สวนเช่นกัน

 

โซลเซียนากำลังเข้าสู่วิกฤตอย่างแท้จริง

 

"ส่วนเธอ.. เพโรน่า ริซ" ทหารหญิงที่ยืนมองเหตุกาณ์อยู่ไม่ห่างมากนักขมวดคิ้วเล็กน้อยหลังจากที่ถูกกล่าวถึง "ทหารหญิงที่แข็งแกร่งของโซลเซียนา เป็นบุคคลที่มีฝีมือไม่แพ้ทหารอื่นใด"

 

"ต้องการอะไร"

 

"ดูเหมือนว่าเธอน่ะ จะรู้เยอะไปหน่อยนะ" มือเรียวกำเข้าหากันแน่นเมื่อรู้ตัวว่าตนเองอาจเป็นเป้าหมายสำคัญที่ทีโอคิดจะทำลาย จริงอยู่ที่เธอกุมความลับของโซลเซียนาไว้มากมาย แต่เธอแน่ใจว่าเธอไม่ได้หลุดออกไปให้ใครได้ยินเป็นแน่ เหตุใดพวกเขาถึงได้รู้? "การที่มีทหารที่รู้ดีแบบเธอ จะปล่อยไว้คงได้คาบข่าวออกไปนอกเมืองเป็นแน่ ดังนั้นแล้วคุกด้านหลังปราสาทคงจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเธอนะ"

 

ว่าจบทหารอีกสองนายก็เดินมาล็อคตัวเธอไว้ทันทีพร้อมกับลากตัวไปด้านหลังปราสาท ไม่คิดเลยว่าคนที่กล้าหาญอย่างเธอจะต้องมาเหงื่อตกหน้าซีดเซียวเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโซลเซียนาวันนี้

 

คุกด้านหลังปราสาท เป็นที่ที่ห่างไกลจากผู้คนมากที่สุด แม้จะไม่ได้มืดมิดอย่างคุกไร้แสงเดือนแสงตะวัน แต่เพราะความห่างไกลนั่นแหละจึงเป็นตัวอันตรายไม่ต่างจากคุกใต้ดินเลยสักนิด เธอมั่นใจว่าทีโอจะต้องเก็บเธอไว้จนกว่าจะได้ข้อมูลของโซลเซียนาไปจนครบแน่นอน และถึงตอนนั้นเธอเองก็คงจะหมดประโยชน์ไป

 

หลังจากที่จัดการกับตัวปัญหาอย่างเสร็จสิ้น มาคาลอฟก็ได้เพียงหัวเราะเบาๆในลำคออย่างภาคภูมิใจกับผลงานตรงหน้า ความจริงแล้วเขาจะพังปราสาทนี้ลงในคราเดียวก็ทำได้ ด้วยความสามารถของทหารและกำลังมากมายขนาดนี้ การยึดโซลเซียนามันไม่ใช่เรื่องยาก แต่เพราะบุตรชายตัวดีนั้นได้ขอร้องตนไว้ ว่าอย่าทำลายที่นี่ทิ้ง..

 

'ที่นี่จะเป็นเรือนหอของลูกและมัลฟอน ท่านพ่อโปรดอย่าทำลายมันเลย'

 

คนเป็นพ่ออย่างเขา จะไม่ตามใจลูกชายตนเองได้อย่างไร

 

ตรงข้ามกับใบหน้าที่ยิ้มแย้มอย่างผู้ถือชัยชนะอย่างมาคาลอฟ จิ้งจอกเจ้าเล่ห์กลับกำลังทำหน้าหงุดหงิดเสียจนใบหน้าบูดบึ้งอยู่ พร้อมกับท่าทางที่เหมือนกับกำลังพยายามมองหาใครสักคนอยู่ ใครสักคนที่เป็นเป้าหมายในการมาที่นี่ของทีโอ รูทมอร์

 

"หมอนั่นไม่อยู่.."

 

"ลูกหมายถึงใครกัน?" ราชาแห่งลิวาเอลเอ่ยถามขณะที่มือใหญ่ลูบจับเชยชมไปตามประติมากรรมข้างกายที่ถูกนำมาตั้งโชว์ด้านนอกปราสาท

 

"ดัคลาส เดนวา.."

 

"..."

 

"หมอนั่นไม่ได้อยู่ที่นี่"

 

คนที่ดูถูกเกียตริของเขา รวมถึงได้ใจของมัลฟอนไปเต็มๆ มือสองข้างของทีโอกำเข้าหากันแน่นอย่างรู้สึกแค้นเคืองที่ไม่ได้กลับมาเอาคืนในครั้งนี้ ทั้งๆที่เขามีแผนจะทรมาณดัคลาสให้เจียนตายอยู่ในหัวแท้ๆ

 

"หมอนั่นถูกไล่ออกไปแล้ว"

 

เสียงของบุคคลไม่ได้รับเชิญดังมาจากทางด้านประตู ยิ่งทำให้ทีโอหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิมเพราะคำตอบที่ออกมาจากปากอีกคน

 

ร่างของทหารในชุดเครื่องแบบที่สุภาพเรียบร้อยพร้อมด้วยใบหน้าเรียบเฉยที่เป็นเอกลักษณ์ปรากฏณ์ต่อสายตาของทีโอ

 

"หมายความว่ายังไง?"

 

"หมอนั่นถูกไล่ออกเพราะกระทำไม่เหมาะสมกับองค์ชายมัลฟอน ป่านนี้คงเร่ร่อนอยู่แฟร์เบิร์กล่ะมั้ง"

 

แน่นอนว่าคนหน้านิ่งตลอดเวลาอย่างดัลเธีย ชีร์โก สามารถโกหกได้อย่างแนบเนียนจนเรียกได้ว่าต่อให้คนที่รู้ความจริงมายืนฟังตรงหน้าก็ต้องหลงคิดว่าที่ชีร์โกพูดเป็นเรื่องจริง

 

แต่คนที่เชื่อใจคนยากอย่างทีโอ มีหรือจะเชื่อทันที ดวงตาคู่นั้นหรี่ลงจับผิดทหารเฝ้าคุกผู้เยือกเย็นพยายามกดดันด้วยบรรยากาศเพื่อให้อีกคนยอมคายความจริงออกมา

 

น่าเสียดายที่ความนิ่งงันยังเป็นสิ่งที่ชีร์โกมอบให้เป็นคำตอบ ทีโอ รูทมอร์หัวเราะเหอะออกมาเบาๆใส่หน้าของทหารที่มีอายุมากกว่า ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นรอยยิ้มร้ายดังก่อนหน้านี้ มันเป็นรอยยิ้มที่ทุกคนในโซลเซีียนาต่างก็รังเกียจมัน ขนาดว่าคนเยือกเย็นอย่างดัลเธีย ชีร์โก ยังนึกขยาดจนไม่อยากจะเข้าใกล้องค์ชายทีโอ

 

"สมควรแล้วที่จะออกไป คนไร้มารยาทแบบนั้นน่ะ"

 

ว่าจบก็ก้าวเดินฉับๆเข้าไปในตัวปราสาทที่ถูกเหล่าทหารของตนเองยึดไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยไม่สนใจบิดาที่ยืนทำสีหน้าระรื่นอยู่ด้านหลังเลยสักนิด บุตรชายของเขาเป็นคนเอาแต่ใจเช่นนี้มานานแล้ว เหตุใดมาคาลอฟจะไม่รู้กัน? แต่ต่อให้เอาแต่ใจเพียงใด เขาก็ยังยืนยันจะตามใจบุตรชายคนเดียวอยู่เสมอ

 

"ดัลเธีย ชีร์โก ทหารผู้ซื่อสัตย์ของราชาคาลอส.."

 

"..."

 

"อย่าทำหน้าตาตื่นแบบนั้นสิ ฉันเองไม่คิดจะทำร้ายทหารมีฝีมือดีอย่างนายหรอกนะ" ราชาที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้มีจิตใจสกปรกความคิดน่ารังเกียจเดินตรงเข้ามาพร้อมกับยกมือขวาตบบ่าเขาเบาๆ รอยยิ้มอันเป็นมิตรที่มอบมาให้เขา มันไม่ได้ช่วยให้เขารู้สึกดีขึ้นเพราะเขารู้อยู่แก่ใจว่านั้นเป็นรอยยิ้มที่อาบด้วยยาพิษ.. "ระหว่างที่ฉันอยู่ที่นี่ ก็ช่วยเป็นทหารของลิวาเอลไปก่อนแล้วกันนะ"

 

ชีร์โกรู้ดีว่าสำหรับคำพูดนั้นแล้ว ไม่ใช่คำขอร้องหรือคำบอกเล่า แต่เป็นคำสั่งที่ห้ามปฏิเสธต่างหาก..

 

 

 

 

 

 

 

To be con..

 

#auratus

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 154 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

736 ความคิดเห็น

  1. #727 Chompoo (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2563 / 01:36

    พี่ฟรอยยยมาหาน้องหน่อยยยย

    #727
    0
  2. #702 mayupong-111 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 03:01
    อิรุงตุงนังมากแม่ แงงงงง้ แต่ฉันคือโกรธตัวสั่นแทนฟรอยจริงเรื่องคลุมถุงชน ฉันแบบ อยากกรี๊ด แต่ตอนนี้ฟรอยต้องรีบมาช่วยน้องนะ แงงงงงง้
    #702
    0
  3. #694 secretnn (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 16:00
    โว้ยยยยยยแกอีกแล้วรูทมอร์!!!!!!!
    #694
    0
  4. #674 kkie_29 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 08:36
    ฟรอยเออร์มาช่วยองค์ชายด้วยย T__T
    #674
    0
  5. #625 CB_SURVEY (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 07:39
    อุนแม่อ่อนแรงเร่ย อันนั้นหมั้น อันนี้โดนยึดเมือง เทวดาตัวน้องของอุนแท่โดนทำร้ายอีกแล้ว อุนแม่จะไม่ไหวแล้วนะ เจอกันสักหนึ่งแมทไหมนายรูหม้อ
    #625
    0
  6. #497 gorbua123 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 03:33
    นี่มันอะไรกันครับเนี่ยยย
    #497
    0
  7. #430 waiisang (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 12:45
    ฮือออออจะถูกคลุมถุงชนทั้งคู่เลยแงง
    #430
    0
  8. #428 dyowonderwall (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 05:01
    มาช่วยน้องเร็ว
    #428
    0
  9. #415 plaeee1a (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 02:27
    กุมขมับแล้ววว
    #415
    1
    • #415-1 plaeee1a(จากตอนที่ 17)
      8 มีนาคม 2563 / 02:29
      ฟรอยเออร์จะมาช่วยมัลฟอนมั้ย;-; จะบ้าตาย มัลฟอนลูกแม่เจอแต่กับอะไรก็ไม่รู้
      #415-1
  10. #409 JKCBB (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 มีนาคม 2563 / 13:45
    ยึดเมืองแบบง่ายมากจริงๆ
    ไม่ทันได้สู้อะไรใดๆ
    #409
    0
  11. #391 AbsTxz_ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:30
    กี้ดดดดดดดดด ทางนู้นก็คลุงถุงชน ทางนี้ก็ยึดอาณาจักร มันมีแต่ปัญหาทั้งนั้นเลย ขอร้องท่านพ่อ อย่าให้ฟรอยเออร์แต่งเลย แล้วแบบ ทีนี้ฟรอยเออร์จะรู้เรื่องน้องมั้ยเนี่ยฮือ
    #391
    0
  12. #390 beam_bk12 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:00
    โอ้ยยย อยากให้ฟรอยเออร์มาช่วยน้องง ช่วยน้องด้วยยย อย่าให้รูทมอร์ได้น้องไปปป ยกทัพมายึดโซลเชียนาที
    #390
    0
  13. #389 elephantisme (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:24
    ฟรอยเออร์เลาเชื่อว่าฟรอยเออร์จะช่วยน้องได้
    #389
    0
  14. #387 benzhwe_ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:52
    ปัญหาเก่ายังไม่ทันจบ ปัญหาใหม่มารุมทั้งคู่อีกแล้ว แง ภาวนาให้มีคนเขียนจดหมายส่งเซคันดาติเถอะนะ ฟรอยจะได้มาช่วยน้อง ไม่อยากให้มัลฟอนแตกสลายไปมากกว่านี้แล้ว เร้กของแม่ ;_____;
    #387
    2
    • #387-1 benzhwe_(จากตอนที่ 17)
      26 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:53
      เซดันคาติ!
      #387-1
    • #387-2 benzhwe_(จากตอนที่ 17)
      26 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:53
      เซคันดาติ ถูกแล้ว!!!
      #387-2
  15. #386 mtuanna93 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:50
    ฟรอยด์เออร์จะรู้ได้ไงก่อนว่าราชามาคาลอฟยกทัพมา
    #386
    0
  16. #385 king-banana (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:07
    ฟนอยเออร์รีบมาช่วยเทืองน้องที
    #385
    0
  17. #384 Couchkonx (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:39
    ฟรอยต้องรีบมาช่วยน้องนะ
    #384
    0
  18. #383 romchpop (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 / 08:16
    ฮือปัญหารุมเร้าทั้งคู่เลยยย ฟรอยจะมาช่วยน้องทันมั้ยย ;_____;
    #383
    0
  19. #382 veeniip_ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 / 02:17
    ตื่นเต้นไม่ไหว ฟรอยเออร์จะรับรู้มั้ยเนี่ย แง
    #382
    0
  20. #381 p9hmieww (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:55
    แย่แล้ว คิดได้แค่ว่า ให้มีใครสักคนคาบข่าวไปบอกฟรอยด์เออร์ ดัลเธียไหม ต้องให้ฟรอยด์มาช่วยน้องให้ทันนะ ฮือ
    #381
    0
  21. #380 preaw-preaw2001 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:10
    อ้ยยยยยยยยยยยยยยยย กลับมาฟรอบ กลับมาหาหัวใจของเทอเด่วนี้!!
    #380
    0
  22. #379 JANXWKTY (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:41
    ฟรอยเออร์!!! กลับมาช่วยน้องเด่วนี้!!!!!!!!
    #379
    0
  23. #378 milkcookie (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:08
    ฮือออออออออออ อย่าทำน้องนะรูทมอร์!!!!! ฟรอยรีบมาช่วยน้องๆๆๆๆๆ ;____;

    ฟรอยคือไม่ยอมแต่งแน่นอน แต่จะมาช่วยน้องทันมั้ย แง เครียด ตอนนี้ทั้งสองอาณาจักรคือมีเรื่องพร้อมๆกะนเลย เอาใจช่วยให้ได้กลับมารักกันค่ะ แงง
    #378
    0
  24. #377 pie-whan (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:48
    อมกกกกกกกกก ยุ่งเหยิงไปหมดๆๆๆๆ ฟรอยต้องรีบมาแล้วนะ มาช่วยน้องโวลธาเนียๆๆๆๆๆ T_____T เราเชื่อในตัวฟรอยเออร์นะๆๆๆ พวกลิวาเอล ชั้นจะฉาบแก!!!! จับคนอื่นไปหมด น้องโวลธาเนียต้องอยู่คนเดียวๆๆๆๆ แล้วน้องจะอยู่ยังไง ขออย่างเดียวเลยนะ น้องอย่าทำร้ายตัวเองนะ ;-; รอฟรอยก่อนๆๆๆ หัวใจพี่เจ็บไปหมดแน้ว T____T เหลือแค่ชีโกร์แล้วนะ ส่งข่าวที คนอื่นโดนจับไปหมดแล้ว
    ปล สู้ๆนะคะคุณไรท์เตอร์ คุณไรท์เตอร์ดีที่สุดดดดดด
    #377
    0
  25. #376 percyy (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:46
    เป็นกำลังใจให้นะคะคุณไรท์ :-))
    #376
    0