sub eques auratus [ MINNO ]

ตอนที่ 15 : CHAPTER XIV : Perdet

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,364
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 172 ครั้ง
    22 มี.ค. 63

 

 

 

 

"สรุปแล้วองค์ราชินีกับ ดัลเธีย ชีร์โก ก็เป็นสหายกันงั้นสิ?"

 

ไม่ไกลจากประตูหน้าของพระราชวังที่ไม่สมควรมีผู้ใดมายืนพดคุยกัน ยิ่งเป็นผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นทหารในอาณาจักรยิ่งไม่สมควรอย่างยิ่งแล้ว กลับมีบุคคลสองคนที่กำลังพูดคุยกันอยู่นั้นจะไม่ได้สนใจถึงกฏเกณฑ์ของโซลเซียนา

 

"หมอนั่นบอกฉันมาแบบนั้น" คนผมสีน้ำตาลว่าก่อนจะยักไหล่ "ถ้ามันเป็นเรื่องโกหก หมอนั่นคงไม่เก็บรูปขององค์ราชินีไว้"

 

"นายควรไปบอกดัคลาส"

 

คนที่ใกล้เคียงกับบุตรชายเพียงคนเดียวขององค์ราชินีมอร์เจียน่าในตอนนี้ ก็คือนายทหารผมสีสว่างที่เอาแต่เก็บตัวอยู่กับองค์ชาย ไม่ยอมออกมาเลยแม้กระทั่งมื้อกลางวันที่ควรจะลงมาทานกับองค์ราชาก็ตาม

 

"ฉันจะบอกในตอนที่มีโอกาส"

 

"โอกาสมีอยู่ตลอด นายกับดัคลาสเป็นสหายกัน" เธอเถียงทันควันในตอนที่คนข้างกายทำเหมือนเลี่ยงที่จะพูดคุยกับทหารผมสีสว่าง "คนที่ควรจะต้องบอก คือนายไม่ใช่ฉัน"

 

"ฉันต้องอยู่เฝ้าหน้าประตู เพโรน่า เธอน่ะที่เอาแต่เดินเล่นไปทั่วปราสาทควรจะต้องไปบอกสิ"

 

นิ้วชี้ของนายทหารผมสีน้ำตาลจิ้มไปที่หัวไหล่ของหญิงสาวราวกับย้ำเตือนว่าเธอเองต่างหากที่ไม่ได้ทำอะไรเลยในแต่ละวัน สีหน้ายียวนของรูเฟนไม่ได้ทำให้เพโรน่ารู้สึกดีขึ้นสักนิด กลับกันเธอกับรู้สึกอยากจับคนตรงหน้าทุ่มให้รู้แล้วรู้รอด

 

"ฉันมีหน้าที่ของฉัน รูเฟน นายควรจะเล่าสิ ไม่ใช่ฉัน" เธอปัดแขนคนตัวสูงออก "นายกำลังเลี่ยงที่จะเข้าใกล้เพื่อนของนาย"

 

"อะไร!? ฉันไม่-" รูเฟนเอ่ยปากเตรียมจะค้านหญิงสาวตรงหน้า แต่ก็ต้องเงียบลงเมื่อสายตาเจ้าปัญหาดันเหลือบไปเห็นใครบางคนที่กำลังเดินตรงมาที่นี่

 

ดวงตาของหมาป่าที่แสนร้ายกาจ เป็นเอกลักษณ์จนแม้ว่าจะอยู่ในระยะที่ไกลเพียงไหน รูเฟนก็รับรู้ได้ถึงมัน

 

ดัคลาส เดนวา ในเครื่องแบบทหารที่ไม่ได้เต็มยศ แต่เป็นในแบบสบายๆที่เจ้าตัวมักจะใส่มันเป็นประจำ ใบหน้าเรียบเฉยแสดงความเยือกเย็นของบุคคลที่ขึ้นชื่อว่า นายทหารไร้มารยาท กำลังเดินตรงมาทางพวกเขาพร้อมกับสายตายากที่จะเดาความคิด กำลังจับจ้องมาที่พวกเขาทั้งสองคน

 

รูเฟนได้แต่หวังว่าอีกคนจะไม่ได้ยินสิ่งที่เขาเถียงกับเพโรน่า

 

"มีอะไรที่ฉันควรรู้ไหม?"

 

เอ่ยถามทันทีที่รู้ตัวว่าเมื่อครู่มีการกล่าวถึงชื่อตนเองอย่างแน่นอน จะว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้ายกันล่ะที่เขาดันเดินมาได้ยินพอดี สำหรับดัคลาสมันคงเป็นโชคดี แต่สำหรับคนที่ออกอาการมีพิรุธอย่างรูเฟนคงจะเป็นโชคร้ายไม่น้อย โชคร้ายกว่านั้นคือดูเหมือนสองคนตรงหน้าจะรู้สึกถึงการมีอยู่ของเขาช้าไปหน่อย

 

เขาใช้สายตากดดันให้คนที่กำลังออกอาการน่าจับผิดพูดความจริงออกมา

 

เพโรน่าเห็นท่าทางแสนน่ารำคาญของคนข้างกายก็ยกมือขึ้นแตะที่หน้าผากตัวเองก่อนจะพ่นลมหายใจออกมา สาเหตุเดียวที่รูเฟนไม่อยากเข้าใกล้หรือสุงสิงกับดัคลาส เพราะว่ากลัวว่าจะถูกองค์ชายสั่งประหารไงล่ะ เธอและทหารเฝ้าประตูรู้กันถึงสถานะของทั้งสองดี ดังนั้นแล้วการไปก้าวก่ายหรือแหย่เล่นของคนที่ขึ้นชื่อว่าทหารของพระองค์ในตอนนี้ เห็นทีคงจะไม่สมควร

 

“หลังกลับมาจากธุระ ฉันจะเล่าให้ฟัง”

 

“ธุระ?”

 

ธุระที่ว่า คงไม่ใช่การออกไปหาหมอจากอาณาจักรพาทิลอีกเป็นครั้งที่สองนะ

 

ต้องยอมรับว่ายาที่หมอคนนั้นให้มา เป็นยาที่สามารถทำให้องค์ชายตัวเล็กที่ต้องนอนระบมจากการกระทำของเขานั้น หายได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่คิดจะฝากหญิงสาวไปเอ่ยขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือที่หมอฟริวซ์ แพนเธอร์มอบให้แต่อย่างใด

 

“ฉันจะออกไปช่วยแซตลีย์ซื้อวัตถุดิบในการทำอาหาร”

 

“…”

 

“อย่าลืมว่านายเฉดหัวหล่อนออกมาจากหน้าที่ในการดูแลองค์ชายแล้ว”

 

อดไม่ได้ที่จะเอ่ยแขวะคนตรงหน้าที่เอ่ยถาม เพโรน่าตั้งใจให้เพื่อนคนสนิททำสีหน้าหงุดหงิดหรืออาการหัวเสียออกมาหลังจากที่ถูกแขวะ แต่กลับการเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างถือชัยชนะมากกว่า สมกับฉายาที่ว่าทหารไร้มารยาทเสียจริง

 

ร่างของหญิงสาวในชุดแม่บ้านของอาณาจักรโซลเซียนาเดินตรงมาด้วยสีหน้าเหมือนเพิ่งจะมีเรื่องกับใครสักคนมาอย่างนั้น ดวงตาที่เต็มไปด้วยคำด่าทอใส่ร้ายจับจ้องไปที่ทหารที่แย่งหน้าที่ของเธอไปหมด ดูก็รู้ว่าเธอไม่ยินดีที่ได้พบเจอดัคลาส

 

บอกตามตรงว่าทุกครั้งที่หล่อนเดินสวนกับดัคลาส หล่อนมัดจะมีสีหน้าแบบนี้ทุกครั้ง บางทีมันอาจเป็นเรื่องปกติไปแล้ว

 

“องค์ชายต้องทานอาหารเช้า มายืนเอ้อระเหยเช่นนี้องค์ชายจะได้ทานไหม!?”

 

ไม่พ้นเธอต้องจิกกัดอีกฝ่าย คนถูกตำหนิยกมือขึ้นกอดอกก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นสูง แสดงท่าทางอวดดีจองหองใส่แซตลีย์

 

“ฉันรู้หน้าที่ของฉัน”

 

“…”

 

“องค์ชายทานข้าวเรียบร้อยแล้ว และดูเหมือนจะทานได้เยอะกว่าช่วงที่เธอดูแลเสียอีก อีกเดี๋ยวก็จะลงมาเดินเล่นข้างล่างกับฉัน ไม่คิดว่าแค่มายืนรอองค์ชายมันจะทำให้เธอไม่พอใจนะ ไซฮีล”

 

คงพูดได้แค่ว่าประโยคร่ายยาวเช่นนี้ไม่ได้หายได้ง่ายๆกับคนที่ไม่ค่อยพูดค่อยจามนุษย์สัมพันธ์ติดลบอย่างดัคลาส เดนวา แค่นี้ก็พอจะทำให้รูเฟนเข้าใจแล้วว่าความสัมคัญของอองค์ชายโวลธาเนียในชีวิตของดัคลาส เดนวา มันมากขนาดไหน

 

เอ่ยปากเถียงทันควันขนาดนี้ คงสำคัญมากงั้นสิ

 

“ถ้าไม่ใช่เพราะองค์ชาย นายไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้หรอกเดนวา”

 

“ถ้าจะพาลที่ถูกเฉดหัวออกมาก็ให้มีเหตุผลหน่อยนะ แซตลีย์ ไซฮีล”

 

“อุ..”

 

ต้องยอมรับว่าความปากร้ายของ ดัคลาส เดนวา ไม่แพ้ใครในปราสาทเลยจริงๆ รูเฟนยกมือขึ้นป้องริมฝีปากตัวเองเล็กน้อยเพราะเกือบจะหลุดขำกับความว่องไวในการต่อฝีปากขององค์ชาย

 

แซตลีย์ ไซฮีล เธอเองไม่ได้รังเกียจอะไรในตัวของดัคลาสเลยสักนิด เพียงแต่เธอไม่เข้าใจเท่านั้น ว่าเหตุผลอะไรที่ทำให้องค์ชายมอบหัวใจให้กับคนนี้ไปอย่างไม่คิดจะเผื่อใจ ฝีปากหรือก็ร้ายกาจ มารยาทหรือก็ไม่มี หน้าตาหรือก็..

 

เธอจะยอมรับเรื่องหน้าตาแล้วกัน ว่าอีกคนดูดีราวกับไม่ใช่ทหาร

 

ถึงบางครั้งเธอจะแอบน้อยใจบ้างก็ตาม ที่นายทหารคนนี้แย่งหน้าที่ที่เธอเคยทำไปเสียหมด จนเธอต้องมาช่วยงานในห้องครัว

 

“น่าเสียดายนะดัคลาส อันที่จริงฉันอยากจะชวนออกไปเดินข้างนอกด้วยกัน แต่นายเองก็มีหน้าที่ของนาย”

 

หญิงสาวผมประบ่ายิ้มบางๆตามนิสัยที่อ่อนโยนของตนเอง ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้คนด้านหลังดัคลาสที่ยืนทำหน้าหงุดหหงิดปล่อยรังสีมาคุอยู่ตั้งแต่ที่เริ่มเปิดปากสนทนากับดัคลาส

 

นับว่าเป็นโชคดีที่วันนี้องค์ราชินีปล่อยตัวเธอเป็นอิสระ เธอถึงได้มีโอกาสออกมาช่วยงานแซตลีย์ รวมถึงมาพูดคุยกับรูเฟนที่ยังไม่ได้ถึงเวรในการเฝ้าประตูอีกด้วย เป็นโอกาสที่หาได้ยาก สำหรับคนที่ยุ่งเกือบจะทั้งวันแบบเธอ

 

“บางทีนายและรูเฟนควรออกไปเล่นที่นอกปราสาทบ่อยๆ” เธอแนะนำ

 

“ฉันไม่มีเวลาขนาดนั้น” ดัคลาสเถียงกลับก่อนจะยกมือขึ้นเสยผมลวกๆ “ไม่ใช่รูเฟนนี่”

 

“ลองสละเวลาที่กกตัวอยู่กับองค์ชายไปด้านนอกดูบ้าง เชื่อฉันเถอะว่ามันจะไม่ผิดหวัง”

 

เธอยืนยันในการเสนอให้นายทหารทั้งสองออกไปเดินชมด้านนอกบ้าง อันที่จริงตั้งแต่ที่ทั้งสองเข้ามาที่นี่ก็แทบจะไม่ได้ออกไปไหนมาไหนเลย นับครั้งที่ออกไปด้านนอกได้เลยด้วยซ้ำ เธอเพียงหวังดีให้ดัคลาสได้ออกไปสูดอากาศนอกปราสาทบ้านี่บ้างก็เท่านั้น

 

เพโรน่า ริซ เดินตรงไปคว้าตะกร้าในมือของแซตลีย์มาถือไว้พร้อมที่จะออกไปซื้อของที่ด้านนอกปราสาท โชคดีที่แหล่งวัตถุดิบกับปราสาทไม่ได้ไกลกันมากนัก ไม่ถึงสองชั่วโมงเธอและแซตลีย์ก็คงกลับมาพร้อมวัตถุดิบมากมาย บางทีวันนี้หากเธอไม่มีธุระจริงๆ เธอก็คงต้องไปช่วยในครัวเตรียมอาหารว่างและอาหารเย็นให้กับองค์ราชาอีกด้วย

 

“ดัลเธีย!! หัวหน้าดัลเธีย!!!”

 

เสียงตะโกนที่ด้านนอกประตูซึ่งไม่ได้อยู่ไกลจากพวกเขามากนักเรียกให้บุคคลสี่คนที่ยืนเกาะกลุ่มกันอยู่หันไปมองด้วยความสงสัย เสียงนั้นเป็นเสียงของหนึ่งในทหารของอาณาจักรไม่ผิดแน่ ต่อให้พวกเขาไม่ได้สนิทสนมกัน แต่ยังไงเสียก็ต้องจำเสียงและหน้าตากันได้

 

ร่างของนายทหารรูปร่างสมส่วนวิ่งมาด้วยสีหน้าแตกตื่น ตามกรอบหน้าและร่างกายมีแต่เหงื่อผุดออกมาเต็มไปหมด สิ่งเดียวที่เพโรน่าคิดได้คือคงวิ่งหนีผีหรือตัวประหลาดมาเป็นแน่

 

“ดัลเธียอยู่ที่คุกใต้ดิน มีอะไรหรือ?”

 

“เพโรน่า!! เราต้องตามตัวหัวหน้ามาเดี๋ยวนี้!!”

 

ทหารหญิงผมประบ่าขมวดคิ้วมุ่นจนแทบจะเป็นปม พร้อมกับเอียงคอด้วยความสงสัยว่าทำไม เธอหันไปมองหน้าสหายข้างกายสามคนก่อนจะหันมาจ้องคนที่ยืนเกาะแขนเธอเพราะความเหนื่อยอ่อนอีกครั้ง

 

“นายช่วยอธิบายให้ฉันฟังที เกิดอะไรขึ้นที่ด้านนอก”

 

หากจำไม่ผิด คนตรงหน้าคือทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่นอกอาณาจักร เธอพยายามทำเสียงให้ใจเย็น เพื่อให้คนที่หอบแฮ่กตั้งสติและอธิบายเรื่องราว

 

“องค์ราชินี.. องค์ราชินีมาที่นี่…”

 

“อ…อะไรนะ? นายกำลังพูดถึงอะไร?”

 

“องค์ราชินีแห่งอาณาจักรเซคันดาติ และขบวนรถม้าของพระองค์กำลังตรงมาที่นี่!!”

 

สิ้นคำพูดของทหารนอกปราสาท รูเฟนก็หน้าถอดสีทันที หูเขาไม่ได้ฝาด เขาได้ยินสิ่งที่อีกคนพูดชัดเจน เขาหันไปสบตาเข้ากับคนข้างกายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นบุตรชายของราชาจาร์ฟา แน่นอนว่าดัคลาสมีอาการตกใจไม่น้อย ท่าทางตื่นตระหนกแต่ยังคงความเรียบเฉยไว้ แม้ไม่ได้แสดงออกมาอย่างแตกตื่นรูเฟนก็มั่นใจว่าภายในใจของดัคลาสคงกังวลไม่น้อย

 

“หมายความว่าไง? หากพระองค์จะมาก็ควรจะมีจดหมายมาบอกกันเสียก่อน”

 

“ฉันไม่รู้ด้วยแล้ว แต่พระองค์กำลังจะมาที่นี่ รีบไปบอกให้ดัลเธียเตรียมพิธีต้อนรับเร็วเข้า!”

 

นายทหารตรงหน้ายังคงตื่นตระหนกและมีการลนลาน แม้ว่าเพโรน่าจะพยายามให้อีกคนใจเย็นมากแค่ไหนก็ตาม

 

เสียงรถม้าและผู้คนที่ใกล้เข้ามาเรียกให้เธอและทหารแถวนั้นต้องหันไปดูด้วยความสับสน รถม้าสีดำสนิทเป็นสัญลักษณ์ที่บอกได้อย่างชัดเจน ขบวนรถที่ยิ่งใหญ่แสดงถึงอำนาจและความมั่งคั่งของเซคันดาติ รวมไปถึงม้าสีขาวที่ทั้งดัคลาสและรูเฟนจำได้ว่านั่นคือม้าที่เขาทั้งคู่ขี่มาด้วยกันและทิ้งไว้นอกเมือง

 

ไดอาและกานา..

 

ร่างของราชินีภายใต้เสื้อผ้าสีเข้มและสง่าถูกตัดด้วยเนื้อผ้าชั้นดีจากช่างผ้ามืออาชีพของอาณาจักร ทุกย่างก้าวที่เดินลงจากรถม้าเป็นท่าทางที่ดัคลาสจำมันได้แม่น ความสง่าซึ่งไร้ที่ตินั้นเป็นดั่งเอกลักษณ์ของราชินี ใบหน้าสวยงดงามจนยากจะหาผู้ใดเทียบ มีแต่ความเรียบเฉยประดับอยู่ ไม่มีรอยยิ้มใดปรากฏอยู่บนใบหน้าของนาง..

 

ดัคลาส เดนวา จำคนตรงหน้าได้ดีกว่าใคร..

 

“แม่ปล่อยลูกออกมาเล่นมากพอแล้ว.. ฟรอยเออร์”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความอึดอัดมาเยือนภายในห้องสี่เหลี่ยมที่เคยใช้ตัดสินคดีของเขาและองค์ชายตัวขาวอีกครั้ง..

 

บนโซฟาตัวกว้างมีเขาและราชินีนั่งอยู่ตรงข้ามกัน และองค์ราชาคาลอสที่นั่งอยู่ข้างราชินีไม่ห่าง บุคคลที่เกี่ยวข้องมากมายมายืนรวมตัวกันในนี้เพื่อรอรับฟังความจริงรวมถึงเหตุผลขององค์ราชินีเฮเลนที่ลงทุนมาถึงนี่ด้วยตัวพระองค์เอง..

 

รูเฟน ทีร์กานา บัดนี้ไม่ได้มีท่าทางลนลานหรือตื่นตระหนกอย่างทเช่นตอนที่อยู่ที่ประตู แต่กลับเป็นท่าทางเรียบเฉยและสงบนิ่งราวกับคนละคน เจ้าตัวยืนอยู่ไม่ห่างจากโซฟาตัวที่องค์ชายของตนเองกำลังนั่งอยู่ เขามั่นใจว่าในตอนนี้ ดัคลาส เดนวา ไม่ใช่คนที่คนทั้งปราสาทรู้จักอีกต่อไป..

 

หากแต่เป็นผู้สืบทอดอาณาจักรเซคันดาติ องค์ชาย ฟรอยเออร์ เรนกอร์ด..

 

ราชาคาลอส และองค์ราชินีดิเลียมีอาการตื่นตระหนก แตกต่างจากวันที่พวกเขาทำผิด ความกลัวที่มีต่อผู้ที่กุมอำนาจไว้มากกว่า เป็นธรรมดาที่จะต้องรู้สึกตกอยู่ใต้อำนาจเหหล่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นองค์ราชาคาลอสก็เคยใช้คำพูดดูถูก ด่าทอดัคลาสไว้เสียมากมายจนนับไม่ถ้วน ความรู้สึกกลัวที่จะถูกตัดสินโทษเกาะกินในหัวใจขององค์ราชาและราชินีจนน่าสมเพช นี่ไม่ใช่องค์ราชาแสนโหดร้ายผู้นั้นเลยสักนิด

 

ภายในห้องมีแต่ความตึงเครียดมากมายจนบรรยากาศนั้นย่ำแย่ ทั้งเพโรน่า แซตลีย์ และดัลเธีย ที่ต้องเข้ามาร่วมรับรู้ถึงเรื่องราวบ้าๆนี้ รูเฟนไม่กล้าเงยหน้าสบตากับคนที่ตนนับว่าเป็นสหาย เขาลืมไปเสียสนิทว่าตนไม่ใช่ทหารเฝ้าประตูของโซลเซียนา..

 

ทันทีที่ร่างของราชินีแห่งเซคันดาติลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก็เหมือนปลดปล่อยบรรยากาศแสนตึงเครียดลงได้ นางเดินตรงไปที่แจกันดอกอัลมอนต์ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากที่ที่พวกเขานั่งอยู่มากนั่ง ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยก้มมองพื้นเมื่อครู่ค่อยๆเงยขึ้นมองร่างของผู้เป็นมารดาศอกทั้งสองข้างที่เท้าลงที่เข่าพร้อมกับมือที่ประสานกัน หากเป็นในร่างดัคลาส เดนวา ป่านนี้คงถูกตำหนิไปแล้ว

 

“ท่านอยากจะพูดอะไร..”

 

“กลับเซคันดาติกับแม่”

 

“ไม่..”

 

รูเฟนยื่นมือไปแตะที่ไหล่ขององค์ชายแห่งเซคันดาติเบาๆเป็นการปรามว่าอย่าทำเช่นนั้น แต่ดูเหมือนสายตาเรียบเฉยของอีกคนจะเป็นคำตอบได้ดี ว่าไม่ได้สนใจมันเลยสักนิด

 

ที่ดัคลาสสนใจ คือร่างขาวที่นั่งทำสีหน้าไม่เข้าใจมาตั้งแต่ที่ถูกลากมานั่งในห้องนี้ แววตาสับสนและคำถามมากมายปรากฏอยู่ที่ดวงตาคู่นั้น นั่นเป็นสิ่งเดียวที่ดัคลาสให้ความสำคัญมากที่สุดในตอนนี้

 

เขาพรากรอยยิ้มที่สดใสไปจากคนตัวขาว

 

เขาพรากความเชื่อใจ

 

เขาจะหันกลับไปมองคนตรงหน้าอีกครั้งได้ยังไง..

 

เขาไม่รู้ต้องทำยังไงเลยจริงๆ..

 

“ไม่มีข้อแม้ ฟรอยเออร์ ลูกต้องกลับ” นางเอ่ยเสียงเข้มทั้งที่ใบหน้าที่แสนเรียบนิ่ง “ท่านพ่อรอลูกอยู่ที่ปราสาท ท่านมีเรื่องสำคัญต้องคุยกับลูก”

 

“เรื่องอะไร?”

 

น้ำเสียงที่ทุ้มต่ำกว่าเดิมสร้างความไม่พอใจให้กับผู้เป็นมารดา นางละออกจากดอกไม้ในแจกัน ก่อนจะหันมามองบุตรของตนเองที้กำลังจ้องมาเช่นกัน

 

“ไว้เราจะคุยกันหลังลูกยอมกลับไปกับแม่” ดวงตาเรียบนิ่งแต่แฝงไปด้วยความอ่อนโยนของเฮเลน ตวัดไปมององค์ราชาที่นั่งนิ่งไม่พูดจาใดๆออกมาตั้งแต่ที่เริ่มเข้ามาในห้องนี้แล้ว “เราต้องขอโทษจริงๆองค์ราชาคาลอส การกระทำเช่นนี้ไม่สมควรอย่างยิ่ง”

 

“ย…อย่าได้คิดมากเลยองค์ราชินีเฮเลน เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วที่ท่านมาตามตัวบุตรชายของท่านกลับไป”

 

ขออย่าให้บุตรชายของท่าน เปิดโปงเรื่องภายในอาณาจักรด้วยเถิด..

 

“จะธุระสำคัญเพียงใด ลูกก็ไม่กลับ” เขายังคงคัดค้านการกลับไปยังเซคันดาติ เขายอมรับว่าในตอนนี้เขากำลังเอาแต่ใจที่สุด พฤติกรรมอันน่าละอายเช่นนี้ไม่เหมาะสมนักกับว่าที่องค์ราชาแห่งอาณาจักรที่ทรงอำนาจ “สิ่งที่ลูกรัก สิ่งที่ลูกอยากปกป้องล้วนแล้วแต่อยู่ที่นี่ทั้งหมด ลูกไม่มีวันกลับไป”

 

“ต่อให้พ่อของลูกจะสละบัลลังก์งั้นหรือ?”

 

นางเดินเข้ามาใกล้ตัวลูกชายที่แสนเอาแต่ใจมากยิ่งขึ้น พร้อมกับฟรอยเออร์ที่ยืนขึ้นเต็มความสูงเพื่อที่จะได้แสดงให้มารดารู้ ว่าที่เขาบอกว่าจะไม่กลับนั้นไม่ใช่เรื่องโกหก เขายืนยันที่จะอยู่เพื่อปกป้องคนตัวขาวที่นั่งเงียบมาตั้งแต่เมื่อครู่ เขาสัญญาต่อหน้าหลุมศพองค์ราชินีมอร์เจียน่าไว้แล้ว..

 

“กลับเถิดองค์ชาย..” รูเฟนปรามเสียงแผ่ว “เชื่อเถิดว่าองค์ราชามีเหตุผลที่ต้องตามตัวท่านกลับ หากไม่ใช่ธุระสำคัญ องค์ราชินีคงไม่มาถึงที่นี่”

 

“นายอยากกลับก็กลับไปคนเดียว รูเฟน”

 

“ฟรอย!”

 

“ให้กลับไปรับฟังเหตุผลบ้าๆที่ไม่รู้ใช่เรื่องใหญ่จริงหรือไม่ จู่ๆเดินทางมาถึงนี่ด้วยขบวนรถม้าเสียใหญ่โต จะมารับตัวลูกกลับเสียดื้อๆ คิดหรือว่าลูกจะยอม?”

 

จองหองอย่างไรก็ยังจองหองอยู่วันยันค่ำ คิ้วทรงสวยที่กระตุกขึ้นท้าทายอำนาจผู้เป็นมารดา ยิ่งสร้างบรรยากาศกดดันให้กับภายในห้องสี่เหลี่ยมกว้างแห่งนี้ รูเฟนนึกไม่ออกเลยว่ามีครั้งไหนบ้างที่ดัคลาสจะยอมอ่อนข้อให้กับใครสักคน จนกระทั่งเขาเหลือบไปเห็นองค์ชายตัวขาวที่นั่งนิ่งไม่พูดไม่จา

 

คงบอกได้แค่ว่าอีกคนยอมให้องค์ชายโวลธาเนียแต่เพียงผู้เดียว

 

“น…นี่องค์ชาย”

 

“…”

 

“เป็นองค์ชายจากอาณาจักรเซคันดาติจริงๆงั้นหรือ”

 

เสียงสั่นเครือขององค์ราชาผู้ไร้ซึ่งอำนาจเอ่ยถามขึ้นพร้อมกับใบหน้าเป็นกังวลที่จับจ้องมาที่เขา ดัคลาสแอบเห็นว่าองค์ราชาคาลอสมีเหงื่อไหลตามกรอบหน้าไปหมด จะด้วยเพราะความกลัวหรืออะไรก็ตาม แต่ภาพตรงหน้าเป็นภาพที่น่าขำ เขาคิดเช่นนั้น

 

“คงปฏิเสธไม่ได้”

 

“ล..แล้วเรื่องแฟร์เบิร์ก!?”

 

“องค์ราชาคสรจะเรียนรู้คำว่าโกหกบ้าง.. ไม่สิ พระองค์ก็โกหกประชาชนอยู่แล้วนี่”

 

เขาไม่ได้ตอบ แต่เป็นทหารผิวสีแทนข้างกายต่างหากที่เอ่ยแขวะไปด้วยรอบยิ้มร้ายอย่างนั้น ฟรอยเออร์ไม่มีความคิดจะกดขี่รังแกองค์ราชาผู้ด้อยอำนาจอยู่แล้ว เขาไม่ใช่คนแบบนั้น แต่ดูเหมือนคนที่มีโอกาสได้เอาคืนอย่าง รูเฟน ทีร์กานา ก็คงดูจะสะใจไม่น้อยที่มีโอกาสได้แขวะผู้เป็นราชา

 

“หยุดนอกเรื่องได้แล้วฟรอย” ราชินีแห่งอาณาจักรเซคันดาติเอ่ยขึ้นพร้อมกับมือเรียวที่กำเข้าหากันแน่นราวกับเหลืออด ไม่บ่อยนักที่นางจะโมโหจนต้องพยายามอดกลั้นอารมณ์เช่นนี้ เดิมทีนางเป็นคนอ่อนโยน ใจเย็นและจะตามใจบุตรชายตัวแสบอยู่เสมอ “รูเฟน ไปเก็บของของนายเอง และของฟรอยเออร์ด้วย เราจะออกเดินทางกลับเดี๋ยวนี้”

 

“ถ้านายทำตามที่ท่านแม่สั่งล่ะก็ เตรียมถูกฉันบีบคอได้เลยรูเฟน”

 

รูเฟน ทีร์กานา ที่กำลังจะก้าวขาออกไปด้านนอกตามคำสั่งของราชินี จู่ๆก็ต้องชะงักลงเพราะคำสั่งขององค์ชายที่ตนเองมีหน้าที่รับใช้ ขายาวที่กำลังจะก้าวออกไปค้างนิ่งอยู่เช่นนั้นพร้อมกับมองสองแม่ลูกที่ยืนประชันหน้ากันส่งสายตาเหมือนมีประกายสายฟ้าอยู่ด้วยความสับสน สรุปแล้วเขาควรทำตามคำสั่งของใครกันแน่

 

ร่างอรชรของราชินีผู้ทรงสง่าก้าวตรงมาทางบุตรชายเพียงคนเดียวอย่างเชื่องช้าราวกับพยายามจะกดดัน ดวงตาที่ไม่คิดจะละออกจากใบหน้าของลูกชายเพียงคนเดียวที่ตนเลี้ยงดูมาตั้งแต่ยังตัวน้อย ขณะเดียวกันฟรอยเออร์ก็ไม่คิดจะหลบสายตา

 

“แม่ตามใจลูกมาทั้งชีวิตแล้ว ฟรอย”

 

“…”

 

“ทุกอย่างที่ลูกต้องการ ทุกอย่างที่ลูกอยากจะทำ แม่ไม่เคยค้านเลยสักครั้งเดียว แม่ยินดีจะให้ลูกได้เป็นอิสระอย่างที่ใจลูกต้องการ” มือเรียวสวยยกขึ้นจับที่กรอบหน้าของบุตรชาย ว่าที่กษัตริย์แห่งเซคันดาติ คนที่นางรักและเลี้ยงดูมาทั้งชีวิต “แต่ครั้งนี้แม่ขอร้อง.. กลับเซคันดาติกับแม่เถอะ พ่อลูกต้องการคุยเรื่องสำคัญกับลูกจริงๆ”

 

มือหนายกขึ้นกุมที่มือของผู้เป็นมารดาอย่างแผ่วเบา แต่สายตายังคงจ้องไปที่ดวงตาที่สั่นระริกของราชินีเฮเลนอยู่ดังเดิม คิ้วของฟรอยเออร์ขมวดเข้าหากันจนจะเป็นปมเป็นเพราะกำลังใช้ความคิดกับคำขอร้องของผู้เป็นแม่

 

จริงอย่างที่นางว่า เฮเลนไม่เคยขอร้องเขาเลยสักครั้ง ไม่ว่าจะไปก่อเรื่องนอกปราสาทมามากแค่ไหน นางก็ไม่เคยเอาผิดฟรอยเออร์เลย..

 

เฮเลนยกยิ้มอย่างอ่อนโยนก่อนจะชายตาไปมองทหารคนสนิทของบุตรชายตนเองที่ยืนอยู่ไม่ห่าง นางเพยิดหน้าให้รูเฟนกลับไปเก็บของตามคำสั่งของนางก่อนหน้านี้ และแน่นอนว่าอีกคนรีบวิ่งออกไปด้วยความรวดเร็ว

 

“ฉันต้องขอขอบคุณองค์ราชาคาลอสจากใจจริง ที่ช่วยดูแลลูกชายตัวแสบของฉันอย่างดีระหว่างที่เขาอยู่ที่นี่ แต่อย่าได้กังวล ฉันจะพาฟรอยเออร์กลับไปโดยไม่กลับมาที่นี่อีก”

 

“ม ไม่ได้ลำบากเลยองค์ราชินีเฮเลน บุตรชายของท่านเป็นคนดี ฉันเองก็ดูแลอย่างดีที่สุดเท่าที่ฉันจะทำได้”

 

ไม่รู้ว่าองค์ราชามีเป้าหมายอะไรในการโกหกครั้งนี้ อาจจะเพราะมั่นใจว่าฟรอยเออร์จะไม่พูดเรื่องภายในนี้ออกไปอย่างแน่นอน ถึงได้กระทำตัวน่าสมเพชซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

“ไปเถิดฟรอยเออร์ อยู่ที่นี่นานเราจะรบกวนองค์ราชามากเกินไป”

 

นางว่าก่อนจะคว้าข้อมือของบุตรชายเพียงคนเดียวเดินออกไปจากห้องสี่เหลี่ยมแห่งนี้ นางไม่มีเป้าหมายในการพาตัวลูกชายออกไปที่ไหน เพียงแต่ต้องการออกจากพื้นที่ปราสาทโซลเซียนาแห่งนี้เท่านั้น ที่บอกว่ากังวลว่าจะรบกวน นางไม่ได้โกหกแต่อย่างใด คนอ่อนหวานและทรงสง่ามารยาทดีเช่นนาง ต้องคิดกังวลเรื่องการรบกวนเป็นธรรมดา

 

จนกระทั่งร่างขององค์ชายแห่งเซคันดาติและราชินีเฮเลนพ้นประตูบานใหญ่ไป เพโรน่าและแซตลีย์ถึงกับต้องพ่นลมหายใจออกมายาวเหมือนหลุดออกจากบรรยากาศที่แสนกดดันนั้น เป็นเรื่องน่าเศร้าที่เช้านี้ไม่ได้สดใสดั่งอากาศด้านนอกเลยสักนิด แซตลีย์ขอตัวพาองค์ชายมัลฟอนกลับห้องตัวเอง โดยไร้ซึ่งการขัดคำสั่งจากองค์ราชา ตลอดการเดินของสาวใช้และองค์ชายโวลธาเนียอยู่ในสายตาของเพโรน่าตลอดเวลา เธอนึกไม่ถึงเลยว่าเหตุการณ์บ้าๆนี่จะเป็นเรื่องจริง

 

“ยืนบื้ออะไรอยู่ เพโรน่า ไปช่วยพวกทหารของเซคันดาติเก็บของเสีย” องค์ราชินีออกคำสั่งกับทหารหญิงผมประบ่า “แล้วทำตัวดีๆกับคนของเซคันดาติเสียด้วย พวกเขาจะเป็นประโยชน์ต่อเรา เผลอๆอาจจะช่วยให้เราหลุดพ้นออกจากลิวาเอลด้วย”

 

สกปรก..

 

ความคิดโสมมเช่นนี้ ไม่อยากเชื่อว่าเป็นของราชินีแห่งโซลเซียนาราชินีผู้ทรงอำนาจ เธอตอบคำสั่งอย่างไม่เต็มใจนัก ก่อนที่ขายาวจะก้าวออกไปยังด้านนอกเพื่อทำตามคำสั่งของราชินี ยังไม่รู้เลยว่าเธอจะมองหน้าดัคลาส หรือฟรอยเออร์และรูเฟนให้เหมือนเดิมได้อย่างไร

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เจ็บ..

 

เจ็บจนพูดไม่ออก..

 

เจ็บมากกว่ายามถูกผู้เป็นพ่อตบหน้าเสียอีก..

 

ดวงตาคู่สวยทอดมองเหม่อออกไปยังด้านนอกปราสาทที่เต็มไปด้วยทหารมากมายของอาณาจักรเซคันดาติที่กำลังเก็บของกันเตรียมตัวเดินทางกลับอาณาจักรของตนเอง ร่างของราชินีผู้ทรงสง่าที่เดินมาพูดคุยบางอย่างกับเหล่าทหารของอาณาจักรตนเองยิ่งทำให้หัวใจดวงน้อยเจ็บจนเหมือนถูกขยำทิ้งให้แหลกไม่เหลือชิ้นดี

 

เป็นหลักฐานที่ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องเมื่อครู่เป็นเรื่องจริง ไม่ใช่ความฝันอย่างที่เจ้าตัวหวังเอาไว้

 

มือบางทั้งสองข้างที่เกาะอยู่ที่ขอบหน้าต่างกำเข้าหน้ากันแน่นด้วยความรู้สึกมากมายที่อยู่ในใจ เม้มริมฝีปากเข้าหากันราวกับพยายามจะสะกดกลั้นความอุ่นร้อนที่อยู่ที่ขอบตาคู่สวย ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจะถูกหลอกมาตลอด

 

ถูกหลอกโดยคนที่เขารักหมดหัวใจ

 

ถูกทำลายความเชื่อใจจนไม่เหลือชิ้นดี

 

ความรู้สึกในตอนที่รับรู้ว่าอีกคนไม่ใช่คนอพยพจากอาณาจักรแฟร์เบิร์ก ซึ่งเป็นอาณาจักรที่ล่มสลายไปแล้ว แต่กลับเป็นว่าที่ราชาแห่งเซคันดาติ ยิ่งทำให้เจ้าตัวรู้สึกห่างเหินกับคนตัวสูงตรงหน้า ไม่ใช่แค่อำนาจที่แตกต่าง แต่ความรู้สึกที่มีให้นั้นห่างออกมาจากคนตัวสูงยากเกินกว่าจะทำให้มันกลับไปเป็นดังเดิมได้

 

ความจริงแล้วเขาไม่รู้จักอีกคนเลยต่างหาก นอกจากใบหน้าที่เห็นกันทุกวัน เขาก็ไม่รู้อะไรอีกเลย

 

ดัคลาส เดนวาหรือ? เรื่องโกหกทั้งนั้น อีกคนคือฟรอยเออร์ เรนกอร์ด บุตรชายขององค์ราชาจาร์ฟาผู้ยิ่งใหญ่ จะได้เทียบเคียงกับองค์ชายโวลธาเนียตัวน้อยที่อยู่ในอาณาจักรที่กำลังจะถูกลิวาเอลยึดครองเมื่อใดก็ได้

 

ภาพเบื้องหน้าเริ่มพร่าเบลอมากยิ่งขึ้นเพราะน้ำสีใสที่โวลธาเนียไม่สามารถกักเก็บมันไว้ได้อีกต่อไป ร่างขององค์ราชินีผู้ทรงสง่าที่เดินหายไปจากมุมที่หน้าต่างบานใหญ่สามารถมองเห็นได้ ช่วงวินาทีหนึ่งในความคิดขององค์ชายตัวขาว เขาหวังให้ดัคลาสหรือฟรอยเออร์ได้เดินมาแล้วบอกกับเขาว่าทุกอย่างเป็นเรื่องโกหก เขายังเป็นดัคลาสคนนั้น คนที่เขารู้จักตั้งแต่วันแรกที่พบเจอ

 

หากแต่อีกใจหนึ่งก็โกรธจนไม่อยากจะพบหน้าเจ้าตัวอีกเลย อยากผลักไสไล่ส่งให้อีกคนกลับไปในที่ของอีกคนเสีย เขาไม่มีโอกาสหรือความเชื่อใจใดๆจะมอบให้กับคนที่สามารถโกหกเขาได้มาหลายเดือนอีกต่อไปแล้ว ทุกความรู้สึกดีๆที่ทั้งเขาและฟรอยเออร์ร่วมสร้างกันมามันพังทลายลงด้วยฝีมือของเจ้าตัวเอง ไม่มีอะไรสามารถมาประกอบมันกลับมาได้อีก

 

ทั้งที่ก่อนหน้านี้ มัลฟอน โวลธาเนีย ได้วางแผนไว้แล้วแท้ๆ ว่าถ้าหากมีโอกาส เขาจะพาฟรอยเออร์หนีไปจากที่นี่ ไปอยู่ที่อาณาจักรใดอาณาจักรหนึ่งเพื่อไม่ให้บิดาสามารถตามตัวเจอได้ หนีออกไปใช้ชีวิตด้วยกันเพียงลำพัง เท่านั้นก็ดีมากพอแล้วสำหรับโวลธาเนียตัวน้อย เพราะเขารู้ว่าต่อให้โลกภายนอกจะโหดร้ายเพียงใด คนตรงหน้าจะอยู่และปกป้องเขาเสมอ..

 

ในตอนนี้มันไม่ใช่อีกแล้ว..

 

"องค์ชาย.." คนตัวขาวรู้สึกได้ถึงฝ่ามืออบอุ่นที่จับเข้าที่บ่าเล็กทั้งสองข้าง สัมผัสที่คุ้นเคยไม่ใช่ใครอื่นไกล แต่เป็นแม่บ้านคนสวยที่เป็นคนพาเข้ากลับมาที่ห้องนี้เอง "อย่าคิดมากเลยนะเพคะ แซตลีย์เป็นห่วง"

 

"แซต.. แซตลีย์.."

 

ร่างเล็กที่หันมาสบตากับคนที่สูงกว่าตนเองนิดหน่อย พร้อมกับแขนเรียวที่ยกขึ้นโอบกอดสาวใช้ไว้แน่น ใบหน้าหวานซบลงกับลาดไหล่ของหญิงสาวราวกับต้องการที่พึ่งพา หลังจากต้องมารับรู้เรื่องที่สาหัสต่อจิตใจมา

 

มือเรียวยกขึ้นลูบที่กลุ่มผมสีน้ำตาลเข้มของคนอายุน้อยกว่า ก่อนจะเอ่ยคำปลอบโยนมากมายเพื่อให้คนตัวขาวหยุดคิดมากกับเรื่องพวกนี้เสียที

 

เพราะรู้ว่ามัลฟอนรักอีกคนมากขนาดไหน

 

เพราะรู้ว่าในตอนนี้ มัลฟอนอ่อนแอเกินกว่าจะรับอะไรได้อีก

 

"มัลฟอน.."

 

เจ้าของมือเรียวสวยที่เคยจับอยู่เส้นผมขององค์ชายมัลฟอน รีบชะงักหยุดทันทีหลังจากที่ได้ยินเสียงของคนที่อยู่ตรงหน้าประตู เธอค่อยๆผละออกจากคนตัวเล็กกว่า ก่อนจะปล่อยให้อีกคนเป็นอิสระ

 

ร่างของบุคคลที่ทำให้มัลฟอนต้องสูญเสียความไว้เนื้อเชื่อใจปรากฏณ์อยู่ตรงด้านหน้าของโวลธาเนีย อีกคนมีสีหน้าเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด โชคดีที่ก่อนหน้าที่แซตลีย์จะผละออก เขารีบเช็ดน้ำตาอย่างลวกๆเพื่อกันไม่ให้อีกคนรู้ว่าเขาร้องไห้ ไม่เช่นนั้นเขาต้องถูกมองว่าอ่อนแออีกเป็นแน่

 

ภาพเบื้องหน้าของฟรอยเออร์ ทำเอาเขาแทบบ้า ดวงตาของคนตัวขาวไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ไม่มีโวลธาเนียที่มาพร้อมกับรอยยิ้มที่เขารู้จัก ภาพจำในหัวของเขา คือร่างขาวๆที่มักจะดีใจทุกครั้งที่เขาเข้ามาหา มักจะส่งรอยยิ้มทั้งที่ปากและที่ตามาให้ยามที่เขาเอาอกเอาใจ และในบางครั้งอีกคนก็จะเอ่ยคำยินดีหลังจากที่เห็นว่าเขาเปิดประตูเข้ามา..

 

รอบนี้มันต่างออกไป

 

คำพูดแก้ตัวสารภาพผิดมากมายไม่ได้หลุดออกมาจากริมฝีปากสีเข้ม ทุกอย่างจุกอยู่ที่อกจนไม่สามารถเอื้อนเอ่ยออกมาได้ สำหรับฟรอยเออร์ หากจะพูดสิ่งใดออกไปในตอนนี้ เห็นทีก็จะสายเกินไป คนตัวเล็กไม่หลงเหลือความรู้สึกดีๆอะไรให้แก่เขาอีกต่อไปแล้ว ดูจากขาเรียวที่ก้าวถอยหลังหนี หลังจากที่เขาก้าวเท้าไปหาเพียงหนึ่งก้าว

 

ฟรอยเออร์ไม่คิดจะโทษใคร ทั้งหมดเป็นความผิดของเขาทั้งหมด คงต้องสารภาพอย่างหมดเปลือก ว่าเขาลืมตัวตนในฐานะฟรอยเออร์ เรนกอร์ดไปแล้ว เป็นเพราะความสุขที่ได้ใช้ชีวิตกับคนตัวขาวในทุกๆวันมันเอ่อล้นมากเกินไป เขาอยู่ในร่างของดัคลาส เดนวานานจนเกินไป จนลืมไปว่ามีหน้าที่อันยิ่งใหญ่ที่ต้องกลับไปรับผิดชอบ

 

เรนกอร์ด เคยมีความสุขที่สามารถนำรอยยิ้มหวานหยดย้อยปานน้ำผึ้งนั้นกลับมาได้อีกครั้ง แต่ในตอนนี้เขากลับเกลียดตัวเองที่พรากมันไปอีกครั้ง เขาเป็นคนที่แย่ที่สุด

 

"มัลฟอน"

 

"ออกไป"

 

คำเอ่ยสั้นๆด้วยน้ำเสียงที่กดลงต่ำจนไม่ใช่มัลฟอนที่เขาเคยรู้จัก สร้างความบอบช้ำให้หัวใจของเขาไม่น้อย

 

ไม่.. เขาจะไม่ไปไหน

 

"ออกไป องค์ชายฟรอยเออร์"

 

องค์ชายฟรอยเออร์หรือ? เขาไม่สามารถเป็นดัคลาส เดนวา คนที่คนตัวขาวมอบให้ทั้งกายและใจได้อีกแล้ว

 

"ฉันไม่ไป จนนายจะปล่อยให้ฉันได้อธิบาย" เขายืนยันคำเดิม เขาจะไม่มีวันก้าวออกจากห้องนี้ไปเด็ดขาด

 

คำสรรพนามที่เปลี่ยนไปทำให้โวลธาเนียใจกระตุก มันตอกย้ำให้เขารู้ว่าอีกคนไม่ใช่ทหารชั้นต่ำ ไม่มีครั้งไหนที่มัลฟอนอึดอัดเท่ากับเหตุการณ์ครั้งนี้ มันยากเหลือเกินในการที่จะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้มันไหลลงมาอาบแก้มเนียน เขาไม่อยากให้อีกคนต้องเดินเข้ามาปลอบประโลม ไม่อยากให้อีกคนได้เข้ามาใกล้ไปมากกว่านี้

 

ยิ่งใกล้ยิ่งอันตรายต่อหัวใจ

 

เป็นเช่นนั้นเขาอาจจะเผลอให้อภัยคนตรงหน้าก็ได้..

 

"ฉันไม่อยากฟังคำอธิบายอะไรทั้งนั้น"

 

"แต่นายต้องฟัง" ฟรอยเออร์พยายามอย่างหนักที่จะใช้สายตาในการอธิบายสิ่งที่อยู่ในหัวใจของเขา พยายามที่จะให้อีกคนได้รับฟังเหตุผลและเรื่องราวทั้งหมด แต่เพราะดวงตาที่ไร้ซึ่งวิญญาณของอีกคนก็ทำเอาฟรอยเออร์รู้สึกเจ็บชาที่อกข้างซ้าย "ได้โปรด.. มัลฟอน.."

 

"นายโกหกฉัน โกหกท่านพ่อ โกหกคนในโซลเซียนา โกหกทุกคนที่อยู่ที่นี่" มัลฟอนพยายามจะควบคุมเสียงตัวเองไว้ไม่ให้มันสั่นเครือ แต่มันยากเสียเหลือเกิน ไม่รู้ว่าอีกคนจะได้ยินมันหรือไม่ "นี่มันเป็นเหตุผลที่มากเพียงพอแล้ว องค์ชายฟรอยเออร์"

 

"นั่นมันไม่ใช่.."

 

ไม่ใช่แบบนั้น มัลฟอน..

 

"ไม่ใช่งั้นหรือ? อะไรที่ไม่ใช่ล่ะ? ที่ว่านายไม่ใช่ผู้อพยพจากแฟร์เบิร์ก หรือที่จงใจโกหกฉันล่ะ" ทั้งๆที่เขาไม่ได้เข้าใกล้คนตัวเล็กเลยสักนิด ทั้งๆที่ไม่ได้แตะเนื้อต้องตัวกันเลยสักนิด แต่ความรู้ชาวาบที่ใบหน้าราวกับถูกฟาดด้วยฝ่ามือแรงๆนี่มันคืออะไรกัน.. "ฉันพอแล้ว องค์ชายฟรอยเออร์"

 

"ไม่มีโอกาสให้ฉันได้อธิบายเลยงั้นหรือ? ไม่อยากรู้เหตุผลของฉันบ้างหรือมัลฟอน.." น้ำเสียงวิงวอนที่หาได้ยากขององค์ชายแห่งเซคันดาติ ยิ่งทำให้มัลฟอนเริ่มอ่อนใจ "ตลอดระยะเวลาที่อยู่กับฉัน มันไม่มีความหมายเลยหรือ.."

 

ขายาวค่อยๆก้าวไปหาคนที่ถอยจนชิดหน้าต่างบานใหญ่ ฟรอยเออร์ไม่สามารถคิดอะไรไปได้นอกจาหวังให้อีกคนให้โอกาสเขาได้อธิบายถึงเหตุผลของตัวที่ ที่ลงทุนเดินทางมาไกลถึงโซลเซียนาและหลอกลวงทุกคน

 

เขาไม่อยากเสียคนอีกคนไป

 

ยิ่งได้สบตากับฟรอยเออร์ ความรู้สึกดีๆที่เคยมีให้กันมันก็ก่อตัวขึ้นมาอีกครั้ง ภาพความทรงจำและเรื่องราวดีๆของเขาทั้งสองถูกย้อนกลับเข้ามาในสมองของมัลฟอน จนโวลธาเนียต้องหันหน้าหนีเพราะไม่อยากใจอ่อนไปมากกว่านี้

 

"ออกไป"

 

"..."

 

"ฉันไม่อยากเห็นหน้านาย.."

 

เหมือนโลกทั้งโลกของฟรอยเออร์ พังทลายลงต่อหน้าต่อตา..

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ให้ฉันช่วยเถอะ”

 

เจ้าของผิวสีแทนชะงักทันทีที่รู้สึกได้ถึงมือปริศนาที่ยื่นมาแย่งของในมือไปอย่างไร้มารยาท แถมยังยกมันส่งให้ทหารที่มีหน้ามี่นำของเหหล่านั้นไปวางบนรถม้าเสียเรียบร้อย อดไม่ได้ที่จะหันไปเลิกคิ้วใส่

 

“เพโรน่า?”

 

“อย่าชักช้าสิ อยากโดนองค์ชายของนายตำหนิหรือ?”

 

เธอว่าทั้งที่ไม่ได้สนใจจะหันไปดูใบหน้าเหลอหลาของคนข้างกายเลยสักนิด มือเรียวยังคงรับกระเป๋าใบอื่นส่งต่อไปส่งให้ทหารด้านบนดังเดิม เธอไม่ได้แสดงสีหน้าใดๆออกมาทั้งนั้น ดวงตาที่แสนอ่อนโยนบังประดับอยู่บนใบหน้านั้นอยู่ตลลอด ทั้งๆที่เขาคิดว่าเธอคงต้องไม่พอใจมากแท้ๆ

 

ก็เล่นโกหกมาตั้งหลายเดือนนี่

 

จะโดนโกรธก็ไม่แปลก

 

“ทำไมถึงมาช่วย?”

 

“คำสั่งราชินี” เธอเอ่ยเสียงเรียบ “เสร็จแล้วส่งมาให้ฉันสิ แบกไว้อย่างนั้นมันจะได้ส่งกลับเซคันดาติไหม”

 

“เธอไม่ได้โกรธ?” ในขณะที่เพโรน่ากำลังจะดึงกระเป๋าใบใหญ่ที่รูเฟนถืออยู่ เจ้าตัวก็กลับกระชากมันไปไว้ที่ด้านหลังตนเองเพื่อรอให้เธอตอบก่อนที่จะได้กระเป๋าใบนั้นไป

 

เธอถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนจะสบตากับรูเฟน

 

“คิดว่าฉันโกรธ?”

 

“ก็ต้องเป็นเช่นนั้นไม่ใช่หรือ?” รูเฟนเอียงคอถาม

 

“ไม่ใช่กับฉัน รูเฟน”

 

เธอยื่นมือไปกระชากประเป๋าใบใหญ่มาจากคนตัวสูงกว่าอีกครั้ง ก่อนจะส่งมันให้ทหารคนเดิมโดยที่มีเขามองการกระทำอยู่ไม่ละสายตา เธอไม่ได้มีท่าทีเปลี่ยนไปจากเพโรน่าคนเดิมที่เขาเคยรู้จักเลยสักนิดเดียว กลับกันเธอกลับทำทุกอย่างเป็นปกติ ราวกับไม่ได้รับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เลยสักนิด

 

“หมายความว่ายังไง?”

 

เธอระบายยิ้มอย่างเป็นมิตร ก่อนจะเอ่ยคำตอบที่ทำเอารูเฟนรู้สึกเหหมือนถูกปลดปล่อยออกจากความอึดอัด

 

“ทุกการกระทำมันมีเหตุผลเสมอ รูเฟน”

 

“…”

 

 

“และฉันเชื่อว่าที่นายกับองค์ชายฟรอยเออร์ทำเช่นนี้ มันก็มีเหตุผลเหมือนกัน จะเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นสำหรับใครสักคน แต่อาจเป็นเหตุผลที่ยิ่งใหญ่ของพวกนาย” ต่อให้จะถูกหลอกลวงมาเป็นเวลานานแค่ไหน แต่เธอยังยืนยันที่จะให้อภัยและมองว่าเขาทั้งคู่มีเหตุผลที่ต้องทำเช่นนี้ หลังจากที่ได้รู้จักกันตลอดระยะเวลาหลายเดือนนี้ เพโรน่าเชื่อว่าพวกเขาไม่ได้โกหกไปเพื่อความสนุกเป็นแน่ "ฉันเองก็ตกใจไม่น้อยแต่เชื่อเถอะว่าฉันไม่โกรธหรอก"

 

"ฉันดีใจที่ได้ยินแบบนั้น"

 

อย่างน้อยคนตรงหน้าก็ไม่คิดจะบีบคอเขาหรือฆ่าเขาตายที่นี่เพราะความโกรธ

 

"ที่นายควรห่วงคือองค์ชายมัลฟอน.."

 

ความจริงเขาลืมเรื่องระหว่างฟรอยเออร์และมัลฟอนไปสนิทแล้ว เพราะมัวแต่คิดว่ากลับไปองค์ชายของเขาจะต้องเจออะไรบ้าง แต่เพราะเพโรน่าท้วงขึ้นมาแบบนั้น เขาถึงได้เริ่มกลับมาวิตกอีกเป็นรอบที่สอง หลังจากที่คิดว่าจะไม่มีเรื่องทุกข์ใจอีกแล้ว เขาเงยหน้ามองขึ้นไปยังด้านบนซึ่งสามารถมองเห็นห้องบรรทมขององค์ชายได้ในระยะที่ไกลระดับหนึ่ง

 

เขาได้แต่หวังให้องค์ชายทั้งสองจะคุยกันและปรับความเข้าใจกันได้

 

กระเป๋าใบสุดท้ายถูกส่งให้กับนายทหารเพื่อทำการเก็บมันเป็นอันสิ้นสุดทุกอย่าง ราชินีเฮเลนผู้ทรงสง่าเดินกลับมาหลังจากที่ไปพูดคุยร่ำลากับคาลอสเรียบร้อยแล้ว นางรีบขึ้นรถม้าไปโดยไม่สนว่าบุตรชายของตัวเองจะขึ้นมาหรือไม่ ราวกับต้องการกลับเซคันดาติให้ได้เร็วที่สุด

 

ร่างขององค์ชายที่แสนคุ้นหน้าคุ้นตาเดินตรงมาหาพวกเขาด้วยใบหน้าที่อมทุกข์ที่สุด เท่าที่รูเฟนจะเคยเห็นมันมา..

 

"..."

 

ไม่มีคำอธิบายใดหลุดออกจากปากองค์ชายแห่งเซคันดาติ

 

เจ้าตัวสาวเท้าด้วยความรวดเร็วกลับเข้าไปยังรถม้า คำพูดของโวลธาเนียเมื่อครู่ยังวนเวียนอยู่ในหัวของฟรอยเออร์ราวกับถูกสาป ทั้งแววตาที่ไร้ซึ่งความรู้สึก คำพูดที่เอ่ยไล่ทำลายจิตใจเขาซ้ำซาก ทุกอย่างยังสะกดอยู่ในใจองค์ชายแห่งเซคันดาติ

 

ทหารมากมายจากโซลเซียนามายืนส่งพวกเขาให้กลับไปยังเซคันดาติโดยสวัสดิ์ภาพ มีบ้างทหารบางรายที่ยังตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่อยู่ อาจจะเนื่องด้วยเพิ่งทราบข่าวหรืออะไรก็ตาม ฟรอยเออร์ไม่ได้คิดจะสนใจมัน

 

ดวงตาที่เคยเรียบเฉยนั้นแฝงไปด้วยความเศร้า

 

เขาควรยินดีที่จะได้กลับไปหาท่านพ่อและอาณาจักรบ้านเกิด แต่ต้องไม่ใช่การที่ต้องเสียคนที่รักไปเช่นนี้

 

สิ่งที่ฟรอยเออร์อยากทำมากที่สุดในตอนนี้คือคว้าร่างขาวมากอดไว้ในอ้อมอกโดยไม่คิดจะปล่อยไปไหน ซึมซับความอบอุ่นจากร่างกายอีกฝ่ายให้ได้มากที่สุด บอกสิ่งที่อยู่ในใจของเขาให้อีกคนได้ฟัง จนกว่ามัลฟอนจะรู้ถึงความรักที่เขามีให้ จนกว่าจะได้รู้ว่าเขารักมากแค่ไหน

 

น่าสมเพช.. เขาเป็นองค์ชายที่ไม่มีวันขึ้นเป็นราชาได้

 

แค่คนรักเพียงคนเดียวเขายังรักษาไว้ไม่ได้ กับเรื่องอื่นๆเขาจะทำได้อย่างไร..

 

เขาสูญเสียเจ้าของกล่องดวงใจของเขาไปเพราะการกระทำของเขาเอง..

 

 

 

 

To be con..

 

#auratusmn

 

ทำใจให้ชินนะคะ หลังจากนี้ไม่มีดัคลาสแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 172 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

736 ความคิดเห็น

  1. #726 Chompoo (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2563 / 01:20

    พี่ฟรอยต้องกลับมาหาน้องนะ

    #726
    0
  2. #701 mayupong-111 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 02:41
    ราชินีมาไม่บอกกล่าวเลย แงงงงงงง้ อย่าพึ่งถอดใจดิฟรอย!!! แกเข้าใจน้องหน่อยว่าน้องก๊ะช็อกมั้ยอ่ะ;-; แกฮึบไว้ก่อนนะ แกอย่าพึ่งถอดใจจากน้องนะ ฮืออออออออออ
    #701
    0
  3. #624 CB_SURVEY (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 07:29
    อุนแม่ว่าแล้วเชียว แต่มาไวมาก อุนแม่แอบเซเร่ยเอาจิง
    #624
    0
  4. #577 rakmaanfha (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 17:22
    งื้ออออออออออออองค์ชายต้องสู้ต้องกลับไปกอดน้องแล้วพูดให้น้องเข้าใจนะ
    #577
    0
  5. #496 gorbua123 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 03:14
    น้ำตาหยดติ๋งๆแล้วค่ะคุนไรท์ แงงงงง น้องมัลฟอนจะอยู่ยังไงถ้าไม่มีดัคลาสㅜㅡㅜ
    #496
    0
  6. #432 moonatbaaa (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 22:56
    ถ้าเป็นพูดเองจะดีกว่านี้มั้ยนะ
    #432
    0
  7. #429 waiisang (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 12:29
    ฮือออออออ มัลฟอนนฟังพี่เค้าหน่อยไม่ได้หรืออ
    #429
    0
  8. #427 dyowonderwall (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 00:20
    ฮือ อย่าห่างกันเลย
    #427
    0
  9. #359 bbza2004 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:20
    น้องมัลฟอนนนน แงงงㅠㅠ ฟรอยเออร์ต้องกลับมารับน้องนะ
    #359
    0
  10. #358 viewnaja (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:29
    เป็นกำลังใจให้เพคะองค์ชาย;—; รีบกลับมาง้อน้อง
    #358
    0
  11. #357 แมสมาก (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:52

    ไม่มีใครร้องมห้ิแเททสสงมทมว รอนะคะ รีบกลับมาง้อน้องเลยฟรอยเออร์ !

    #357
    0
  12. #356 p9hmieww (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:00
    ถ้าหากฟรอยเออร์จะเด็ดขาดและจองหองเหมือนเดิมกว่านี้อีกนิด ก็คงง้อน้องได้อะ แต่เข้าใจแหละว่ามารดามาตามตัวให้กลับแบบฉุกละหุกแบบนี้ก็ต้องเสียขวัญอะ แง สงสารก็แต่น้องมัลฟอน รีบพาน้องไปอยู่ด้วยเร็วๆๆนะตาฟรอย
    #356
    0
  13. #355 king-banana (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2563 / 02:31
    เจ็บปวดอะฮื่ออ
    #355
    0
  14. #354 juneinfinite (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:50
    ฮือ ใจไม่ไหวแล้วตอนที่น้องบอกว่านี่ไม่ใช่ดัคลาสคนเดิมก็คือร้องแล้วค่ะ
    #354
    0
  15. #353 raksamon22 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:15
    โอ้ยยยย จะร้องไห้โวลธาเนียใจแข็งมากสงสารน้องแงงงงง ฟรอยก็สงสารที่สุด เจ่บมั่ก
    #353
    0
  16. #352 plumfloral (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:05
    ฮือ ร้องไห้แล้ว ผูกพันกับดัลคาสและโวลธาเนียมากๆ ต่อจากนี้จะเป็นยังไง โวลธาเนียที่ไม่มีดัลคาสคอยปกป้อง ฟรอยเออร์ที่ต้องกลับเซคันดาติเพราะเหตุผลใด จะมีเหตุการณ์ไม่ดีเกิดขึ้นไหม แงงง รอติดตามนะคะ คุณไรท์สู้ๆ
    #352
    0
  17. #351 ilovemuzik (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 / 04:58
    ฮืออออออออ ไม่รู้ว่าจะเศร้าเรื่องรักๆ หรือจะสะใจที่เห็นราชาคาลอสล่กดีเลยค่ะ
    #351
    0
  18. #350 preaw-preaw2001 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 / 04:30
    แอ้ะคุณไรท์ฮือออ อยากอ่านอีกติดยาวๆแล้ววว คุณไรท์สู้ๆฮับ!!!!
    #350
    0
  19. #349 NatKanokwan (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:14
    ไม่ไหววววววนะะ หน่วงมากกก
    #349
    0
  20. #348 pie-whan (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:55
    เจ็บกันไปหมดดดด T____T ฮือออออ ดัคลาสก็คือฟรอย เพราะงั้นไม่มีใครหายไปไหนทั้งนั้นนน อยากให้มัลฟอนใจเย็นๆค่อยๆคุยกันนะ เพโรน่าช่วยด้วยๆๆๆๆ
    #348
    0
  21. #347 JKCBB (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:57
    อ้ากกกกกก จากหวานๆเยิ้มๆ
    มาถึงจุดนี้แล้ว
    #347
    0
  22. #346 JKCBB (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:56
    เราว่าจากนี้ไป ต้องเป็นฉากบู๊
    เปิดโปงแล้วแหละ
    แต่สงสารมัลฟอนอ่ะ
    ต่อให้เป็นเจ้าชายก็ไม่ได้มั่นคง
    อาณาจักรก็จะพังแหล่มิพังแหล่
    ถ้าอาณาจักรโดนกระชากหน้ากากจริงๆ ไหนจะฝั่งราชาพ่อของตัวเองก็ไม่ได้รัก ประชาชนต้องปาหินแน่ที่ตระกูลขโมยช่างทำเครื่องประดับ
    คนที่เหลือก็อัศวิน ซึ่งก็...
    นั่นแหละค่ะ
    #346
    0
  23. #345 JKCBB (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:55
    ดราม่าสุดๆเลยตอนนี้
    คิดไว้ว่าวันนึงมันจะมาถึง
    แต่มันก็ร้ายแรงกว่าที่คิด
    ‘ความเชื่อใจ’เป็นอะไรที่สร้างยาก
    ใช้เวลานานในการสร้าง
    แต่พังทลายได้ในแค่ไม่กี่วินาที
    #345
    0
  24. #344 benzhwe_ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:52
    พอไม่เข้าใจกันแล้วต้องห่างกันแบบนี้จะยิ่งแย่ลงแน่ๆเลย t___t น้องมัลฟอนลูก อยากให้หนูฟังเหตุผลเขาสักหน่อย ฮือ เจ็บหน่วงในหัวอก
    #344
    0
  25. #343 JennieJk (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:52
    ไม่มีดัคลาสอีกต่อไปแล้ว ㅠㅠ อยากให้มัลฟอนฟังฟรอยเออร์จริงๆ นะ ฟรอยเออร์มีเหตุผลนะคะลูก เหตุผลสำคัญจริงๆ ไม่ได้ตั้งใจจะโกหกหลอกเลยนะคะ ;-;
    #343
    0