sub eques auratus [ MINNO ]

ตอนที่ 14 : CHAPTER XIII : Amare

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,674
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 195 ครั้ง
    22 มี.ค. 63

 

Frews Panter

 

 

**คัทของตอนที่แล้วอยู่ในลิงก์ raw บนไบโอแอค @godmathilda นะคะ เผื่อมีคนไม่เห็น**

 

 

 

 

“เสียงดังนะดัคลาส”

 

“…”

 

“ถ้าคนที่ได้ยินไม่ใช่ฉัน แต่เป็นราชาหรือราชินีนายไม่ได้มายืนทำหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาวอยู่ตรงนี้หรอก”

 

คำพูดเหน็บแหนบจากหญิงสาวในชุดทหารอย่างไม่เต็มยศทำเอาคนที่ยืนดูแผนที่อยู่ขมวดคิ้วมุ่น

 

“เธอผิดเองที่เดินมาได้ยิน”

 

“ผิดที่นายทำเสียงดังต่างหาก”

 

เธอว่าพร้อมกับรอยยิ้มบางที่เป็นเอกลักษณ์ก่อนจะคว้าแผนที่มาจากมือของอีกคนอย่างเสียมารยาท เป็นพฤติกรรมที่ชวนน่าหงุดหงิด หากแต่คนผมสีสว่างก็ไม่คิดจะหันไปต่อว่านางแต่อย่างใด

 

“เดินไปทางทิศตะวันตกอีกไม่นานก็ถึง” เธอว่าก่อนจะส่งแผนที่เล็กๆคืนให้ “อดทนอีกเพียงอึดใจเดียว”

 

“เธอยังไม่ได้บอกฉันเลยนะว่าจะไปหาใคร?”

 

เขาถูกหญิงสาวผู้เป็นทหารของราชินีกล่อมมาว่าด้านในป่าลึกของอาณาจักรโซลเซียนานั้นมีหมอฝีมือดีที่มียาอยู่เต็มไปหมดอาศัยอยู่ ก่อนที่จะเริ่มเดินทางออกมานอกปราสาทเขาถามคำถามนี้กับเธอไป แต่เธอดันให้รอยยิ้มมาเป็นคำตอบแทน

 

เพราะในตอนนี้ดัคลาส เดนวาต้องการยาดีจริงๆ เขาถึงได้ยอมตามอีกกคนมาโดยที่ไม่รู้ข้อมูลอะไรเลย แต่ถ้าหากเธอมาบอกกันทีหลังว่าโกหกล่ะก็ ต่อให้เป็นเพื่อน ดัคลาสก็ปลิดชีวิตอีกคนได้ไม่ยาก

 

“หมอฟริวซ์ แพนเธอร์ หมอมือดีจากอาณาจักรพาทิล อาณาจักรที่เลื่องลือเรื่องการแพทย์” และคำอธิบายของหญิงสาวผมสีน้ำตาลติดแดงก็ทำให้คนข้างกายเลิกคิ้ว “เขาเป็นคนที่ไม่ค่อยอยู่เป็นหลักเป็นแหล่ง เป็นหมอที่เก่งระดับแนวหน้าของอาณาจักร แต่กลับเลือกที่จะใช้ชีวิตอย่างเร่ร่อน เดินทางไปทุกอาณาจักรเลยล่ะ โชคดีที่ช่วงนี้เขาพักอยู่ในโซลเซียนา ไม่อย่างนั้นนายคงไม่ได้ยาที่ต้องการหรอก”

 

หมอฟริวซ์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความฉลาดเฉลียวเพราะเป็นหมอที่อาณาจักรพาทิลนั้นภูมิใจ แต่เจ้าตัวเลือกที่จะเดินทางเร่ร่อนไปทุกอาณาจักรเพื่อเก็บเกี่ยวสมุนไพรจากที่ต่างแดนและเรียนรู้โลกภายนอกที่กว้างขวาง น้อยคนนักที่จะรู้ว่าฟริวซ์นั้นหลบซ่อนตัวอยู่ที่อาณาจักรใด ความเป็นคนเงียบๆไม่ค่อยสุงสิงกับใครนั่นทำให้ผู้คนค่อยๆลืมเรื่องของหมอฟริวซ์ผู้เก่งกาจไปทีละคน จนกลายเป็นแค่เรื่องเล่าในที่สุด

 

“เธอสนิทกับหมอนั่นหรือ?”

 

“ก็แค่เคยพูดคุยกัน ช่วงที่มาโซลเซียนาแรกๆหมอนั่นหลงทางเป็นว่าเล่น ฉันก็แค่ช่วยเป็นผู้นำทางให้ก็เท่านั้นแหละ” ระหว่างที่เล่าเรื่องราวมือเรียวก็เอื้อมไปเด็ดผลบางอย่างที่ต้นผลไม้ต้นหนึ่งซึ่งออกผลสุกสวยงามละลานตาไปหมด เธอโยนมันไปให้กับคนข้างกายที่สามารถรับมันได้อย่างแม่นยำ ก่อนจะเริ่มขยับปากเล่าต่อ “เขาให้สัญญากับฉันไว้ว่าถ้าเกิดเจ็บป่วยขึ้นมาให้ไปหาเขาได้ที่นั่น ฟริวซ์จะตั้งถิ่นฐานอยู่ตรงนี้”

 

ว่าพร้อมกับชี้ไปที่จุดบางอย่างบนแผนที่

 

“แต่เขาอยู่ไม่นานนักหรอก ใช้ชีวิตอยู่อาณาจักรหนึ่งได้ไม่เกินสามเดือน หมอนั่นก็ไปที่อื่นต่อแล้ว”

 

“แปลกคน”

 

พึมพำออกมาเบาๆหลังจากที่ฟังเรื่องราวของหมอที่ชื่อฟริวซ์จากสหายคนสนิท เขาและเพโรน่าเดินทางผ่านต้นไม้ใหญ่ที่บางต้นก็ตายไปแล้ว บางต้นก็ยังคงออกดอกออกผลอยู่ สำหรับดัคลาส เดนวา คนที่ชอบหนีออกนอกปราสาทไปเล่นอยู่ที่ป่าด้านนอกอาณาจักรบ่อยครั้ง การเดินทางเพียงแค่นี้ไม่ได้สร้างความลพบากให้เขาสักนิด กลับกันเขารู้สึกยินดีมากที่จะได้ออกมาจากปราสาทของโซลลเซียนาบ้าง หลังจากสามเดือนที่อุดอู้อยู่แต่ในนั้น

 

น่าเสียดายที่รูเฟนมีงานจะต้องทำ ประตูหน้าปราสาทวันนี้ต้องดารตัวเขาไปเฝ้า เลยทำให้อีกคนไม่สามารถด้วยได้ เป็นเรื่องน่าเสียดายสำหรับดัคลาส แต่เป็นเรื่องยินดีสำหรับเพโรน่า คนที่พร้อมจะมีเรื่องกับทีร์กานาได้ทุกเวลา

 

“นั่น.. กระท่อมหลังเล็กนั่นล่ะ ที่พักของฟริวซ์”

 

หลังจากที่เดินทางมาเป็นเวลาเกือบชั่วโมงกว่าๆ ก็ได้เห็นกระท่อมสภาพทรุดโทรมเกินกว่าจะมีใครเข้าไปอยู่ในนั้นได้ ป่าที่เขาเดินเข้ามาลึกพอสมควรจนตอนแรกเริ่มไม่แน่ใจว่าในนี้จะมีคนอาศัยอยู่จริงๆหรือ? แต่กระท่อมหลังเล็กนั่นก็เป็นคำตอบให้กับเขา..

 

ไม่รอช้า ด้วยความคุ้นเคยของทหารหญิงที่รู้ว่าด้านในนั้นจะมีคนที่เธอตามหาอยู่ สาวเจ้านั่งลงที่พื้นดินของป่าก่อนจะปล่อยให้ตัวเองไหลลงไปตามทางลาดชันที่สูงพอสมควร เป็นวิธีการที่ลงไปยังเป้าหมายได้เร็วที่สุด มากกว่าจะเดินอ้อมไปหาทางสำหรับเดินลงไป ตามมาด้วยเจ้าของใบหน้าเรียบตึงที่ไหลตัวลงมาเช่นเดียวกับนาง

 

เมื่อถึงพื้นที่ด้านล่าง เพโรน่าก็จัดการใช้มือปัดเศษดินตามร่างกายของตนที่เปรอะเปื้อน ก่อนจะตรงไปยังประตูบ้านเล็กที่เป็นทางเข้าของกระท่อม

 

“ฟริวซ์ นายอยู่หรือเปล่า? ฉันต้องการความช่วยเหลือ”

 

หลังเอ่ยถาม เรือนร่างบอบบางก็ถอยออกมาเล็กน้อยเพื่อรอให้คนด้านในเปิดประตู

 

ไม่นานเกินรอ ประตูสภาพซอมซ่อที่ใกล้จะพังเต็มทนก็ถูกเปิดออก ร่างของชายหนุ่มอายุไล่เลี่ยกับดัคลาสเดินออกมาพร้อมกับใบหน้าเรียบเฉย สภาพคนด้านในที่ดูเหมือนไม่ได้ดูแลตัวเองดีมากนักทำเอาดัคลาสหวั่นใจ เขาไม่มั่นใจว่าคนตรงหน้าใช่หมอฟริวซ์ที่เพโรน่ากล่าวถึงหรือเปล่า

 

“ยินดีที่ได้พบเธออีกครั้ง เพโรน่า เข้ามาสิ”

 

“เช่นกันคุณหมอฟริวซ์”

 

แน่นอนว่าคนที่สภาพดูไม่ได้ตรงหน้าคือหมอฟริวซ์ แพนเธอร์จริงๆ..

 

ร่างสองร่างในชุดทหารของโซลเซียนาเดินเข้าไปด้านในด้วยความกังวลว่าบ้านนี้มันจะพังลงมาหรือไม่ เพราะด้วยโครงสร้างของมันที่ไม่ได้มีความแข็งแรงเลยสักนิด เพโรน่าแทบจะเกร็งเท้าตลอดเวลาที่เดินเข้ามาในนี้ และเธอก็ต้องยกมือขึ้นปิดจมูกทันทีที่ได้กลิ่นของประหลาดบางอย่างคละคลุ้งเต็มกระท่อมหลังเล็กไปหมด

 

ดัคลาสหันไปจ้องคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหมอเชิงเอ่ยถามว่านี่มันเรื่องบ้าอะไร กลิ่นเหม็นพวกนี้มันเกินกว่าที่พวกเขาจะอยู่ได้

 

“ขอโทษที พอดีฉันต้มสมุนไพรตัวใหม่อยู่ อาจจะกลิ่นแรงนิดหน่อยนะ”

 

นี่มันไม่ใช่นิดหน่อยแล้ว

 

“นายไม่ได้ฆ่าคนตายหรอกใช่มั้ยฟริวซ์ กลิ่นเหม็นเน่านี่ทำเอาฉันแทบอ้วก”

 

เธอบ่นอุบเพราะความทนไม่ไหวต่อกลิ่นบ้าๆนี่

 

“เฮ้ สบายใจได้ฉันไม่ทำอะไรแบบนั้น ก็แค่สมุนไพรที่เก็บมาตามข้างทาง ฉันจะเปิดประตูและหน้าต่างเพื่อให้กลิ่นมันออกไปแล้วกันนะ”

 

ฟริวซ์ แพนเธอร์ทำตามที่ตนพูดทันที ร่างหนาเดินไปเปิดตามหน้าต่างสองสามบานในกระท่อมและประตูเพื่อให้กลิ่นที่เหม็นเน่าจนเหมือนมีหนูตายอยู่ในนี้ระบายออกไปด้านนอก พอเป็นแบบนั้นถึงพอให้นายทหารสองนายสามารถหายใจได้สะดวกมายิ่งขึ้น ดัคลาสไม่มั่นใจว่าคนตรงหน้าใช่หมอปกติหรือไม่? หวังว่าคงไม่ได้มีอาการอะไรทางจิตหรอกนะ..

 

“แล้วเธอต้องการให้ฉันช่วยอะไรล่ะ เพโรน่า” หมอมือดีแห่งอาณาจักรพาทิลเอ่ยถามพร้อมกับเก็บข้าวของที่แสนจะรกรุงรังให้เข้าที่เข้าทาง “ถ้าเรื่องเงินคงไม่ได้หรอกนะ เธอก็รู้ฉันทิ้งสมบัติไว้ที่พาทิลหมดแล้ว”

 

“ฉันแค่ต้องการยาดีๆสักตัว ที่จะช่วยให้คนที่นอนปวดตัวระบมจนลุกไม่ขึ้นให้หายดีก็เท่านั้น”

 

เธอเอ่ยอย่างตรงมาตรงมา แน่นอนว่ายาที่เธอต้องการไม่ใช่ยาที่ดัคลาสจะเอาไปใช้เป็นแน่ หาดแต่นำไปใช้กับคนที่นอนติดเตียงจนลุกไม่ขึ้นเพราะเรื่องเมื่อคืนอยู่ที่ปราสาทต่างหาก..

 

“นายป่วยหรือ?”

 

หมอฟริวซ์หันมาถามเขา

 

“ฉันเปล่า องค์ชายต่างหาก” ดัคลาสตอบกลับทันควันที่ถูกเอ่ยถาม หมอมือดีแห่งพาทิลพยักหน้าทำความเข้าใจ ก่อนจะเดินไปที่ตู้ยาที่อยู่ไม่ไกลตัวมากนักเพื่อทำการหายาที่ดัคลาสต้องการ

 

“แล้วองค์ชายโวลธาเนียไปทำอะไรเข้าล่ะ ถึงได้ป่วยจนลุกไม่ขึ้นน่ะ” เอ่ยถามทั้งที่ไม่ได้หันหน้ามามองพวกเขา แต่กลับยืนค้นหายาอยู่ที่เดิม “ว่าไง”

 

“มันไม่ใช่ธุระของนาย”

 

เป็นเจ้าของเสียงเสียงทุ้มเองที่เอ่ยตอบ

 

ฟริวซ์ แพนเธอร์หันมามองหน้าคนที่พูดคุยกับเขาเสียงแข็งมาตั้งแต่เมื่อครู่นี่ ถึงแม้เขาจะเป็นหมอที่ไม่ค่อยสุงสิงกับใครนัก แต่เชื่อเถอะว่ามนุษสัมพันธ์เขาไม่ได้แย่ขนาดนั้น เพราะขนาดว่าถูกดัคลาสพูดจาเรียบเฉยใส่ เขายังหันไปหัวเราะเบาๆให้อยู่เลย

 

“ไม่เอาน่า ฉันแค่อยากรู้ต้นสายปลายเหตุ จะได้จัดยาให้ถูกเท่านั้น ฉันเป็นหมอนะ”

 

“แค่บอกอาการก็จัดยาให้ได้แล้วไม่ใช่หรือ? ไม่ได้ป่วยเป็นโรคร้ายแรงอะไรนี่ อย่ามาเล่นลิ้นแล้วส่งยาในมือนายมาซะ ฟริวซ์ แพนเธอร์”

 

เพโรน่ายกศอกขึ้นสะกิดคนข้างกายเบาๆที่ดูเหมือนจะเริ่มทำตัวเสียมารยาทกับคนรู้จักของเธอ แม้จะไม่ได้ใช้น้ำเสียงไม่พอใจเอ่ยตอบ แต่เพียงท่าทางและน้ำเสียงเฉยชาของอีกคนก็ทำให้ดัคลาสดูเป็นคนมนุษย์สัมพันธ์แย่แล้ว ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะไม่พอใจที่ถูกถามซอกแซกเรื่ององค์ชายที่นอนหมดสภาพอยู่ที่ปราสาท

 

“เพื่อนเธอหรือ? เพโรน่า”

 

หมอฟริวซ์หันมาถามเธอด้วยรอยยิ้ม

 

“ประมาณนั้น”

 

“เป็นคนที่ดูน่ากลัวชะมัด ฉันฟริวซ์ แพนเธอร์” เอ่ยตอบพร้อมกับยื่นมือไปด้านหน้าของคนผิวสีแทนหมายจะจับมือด้วยเพื่อทำความรู้จัก

 

ดัคลาสก้มมองมืออีกคนก่อนจะค่อยๆไล่สายตาขึ้นมามองคนที่ทีส่วนสูงใกล้เคียงกันที่ดูเป็นมิตรกว่าเขาเป็นไหนๆ ฟริวซ์เอียงคอเล็กน้อยเป็นเชิงถามว่าจะไม่จับมือจริงๆหรือ

 

แต่สุดท้ายแล้วดัคลาสก็ยอมยื่นมือออกไป

 

“ดัคลาส เดนวา”

 

“เป็นชื่อที่ดีนะ” ฟริวซ์ แพนเธอร์กล่าวเพียงแค่นั้นก่อนจะยื่นห่อกระดาษสีน้ำตาลที่ด้านในมียาสำคัญอยู่มาให้เขา “ให้องค์ชายทานหลังอาหารอย่างต่อเนื่อง มันจะไม่หายในทันที แต่อาจจะใช้เวลาหน่อย”

 

“เรื่องนั้นฉันรู้”

 

ฟริวซ์ แพนเธอร์ยักไหล่เล็กน้อยเพราะท่าทางของคนตรงหน้าดูไม่ได้สนใจคำแนะนำของเขาเลยสักนิด

 

“ดีใจนะ ที่นายเข้าใจว่าทุกการรักษาต้องใช้เวลา ดีกว่าพวกคนอื่นๆที่ชอบมาให้ฉันรักษาตอนที่ฉันยังอยู่พาทิล” เจ้าตัวว่าก่อนจะหันไปหยิบหนังสือเล่มโตจากชั้นหนังสือสภาพทรุดโทรมของตัวเองออกมา “คนพวกนั้น พอรู้ว่าฉันคือฟริวซ์ แพนเธอร์ ก็คิดกันไปเองว่าถ้าหากมาให้ฉันรักษาแล้วจะหายทันที ฉันเป็นหมอนะไม่ใช่ผู้วิเศษ”

 

เรื่องตลกที่สุดในชีวิตของฟริวซ์หลุดออกมาจากใบหน้าคนที่ยิ้มแย้มในขณะที่เปิดหนังสือเตรียมจะอ่านการปรุงยาต่อจากก่อนหน้าที่ทหารทั้งสองจะเข้ามา เพโรน่าไม่ได้สนใจกับเรื่องเล่าของคนตรงหน้ามากนัก เพียงแค่นึกหัวเราะในใจให้กับคนเหล่านั้นที่คิดว่าฟริวซ์เป็นผู้วิเศษ นี่คงเป็นเหตุผลที่ทำให้อีกคนละทิ้งสมบัติหน้าที่มากมายในพาทิลแล้วออกมาใช้ชีวิตอย่างลำบากล่ะมั้ง

 

เป็นคนแปลกที่ก็ไม่ได้แปลกขนาดนั้น

 

“จะออกจากโซลเซียนาเมื่อไหร่? แล้วนายคิดจะไปไหนต่อ?”

 

“อีกสองสัปดาห์ คิดว่าคงจะไปเวล์มเฮล์ม”

 

เวล์มเฮล์ม.. นั่นเป็นอาณาจักรขององค์ชายปากร้ายที่เคยช่วยเขาสืบหาความจริงในวันงานเต้นรำอย่างองค์ชายออซวอลต์ เนเพนเธสไม่ผิดแน่

 

“งั้นฉันขอนายให้โชคดี ถ้าหลงทางก็ให้มาหาฉันที่หน้าปราสาท ฉันจะนำทางให้" เธอกล่าวด้วยความรวดเร็วก่อนจะเดินไปยังประตูบานเล็ก ทิ้งให้คนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นความภูมิใจของพาทิล นั่งอ่านตำราต่อไป "ขอบคุณสำหรับยาด้วย ไว้เจอกัน"

 

เธอกล่าวลาพร้อมกับลากตัวสหายคนสนิทออกมาจากกระท่อมหลังเล็กเตรียมเดินทางกลับปราสาท หากพระราชารู้ว่าพวกเธอใช้เวลาออกมาด้านนอกนานขนาดนี้ล่ะก็พวกเธอคงถูกดุเป็นแน่ โชคดีที่ในการกลับไปยังปราสาทไม่ได้ลำบากเหมือนตอนมา เพราะพวกเขาสามารถจำทางได้

 

เว้นแต่ปัญหาคือคนข้างกายเธอมากกว่า ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะหงุดหงิดไม่น้อยที่ถูกฟริวซ์ แพนเธอร์พูดจาแบบนั้นใส่ ไม่สิ ต้องบอกว่าไม่พอใจตั้งแต่อีกคนเริ่มกล่าวถึงองค์ชายตัวเล็กที่นอนซมอยู่ที่ปราสาทแล้ว..

 

คงจะหวงล่ะสิ

 

 

 

 

 

 

 

 

เขาและเพโรน่ากลับมาถึงปราสาท ทันทีที่มาถึง นางก็ขอตัวออกไปฝึกกับนายทหารคนอื่นในปราสาททันที โดยปล่อยให้เขาขึ้นมาหาองค์ชายโวลธาเนียเพียงลำพัง พักหลังมานี่หญิงสาวค่อนข้างหมกมุ่นไปกับการฝึก จะเนื่องด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ แต่เขาไม่คิดจะลงไปฝึกกับทหารคนอื่นที่ไม่ใช่เพโรน่าและรูเฟนแน่นอน

 

เพราะอะไรน่ะหรอ? เพราะลงไปทีไรทหารพวกนั้นก็หนีหายเขาไปหมดเลยไง..

 

มือหนายกขึ้นเปิดประตูบานใหญ่เพื่อที่จะเข้าไปด้านในอย่างไม่รีบร้อน และไม่ลืมที่จะปิดล็อคมัน เขาไม่อยากให้ใครเข้ามาในตอนที่เขาและมัลฟอนอยู่ด้วยกันสองคนอีก เพราะนอกจากจะทำให้เจ้าตัวเดือดร้อนแล้ว ยังมาขัดจังหวะอีกด้วย

 

คนที่เข้าเฝ้าคิดถึงตลอดระยะเวลาเพียงสองสามชั่วโมงที่ห่างออกจากกันไปกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียงด้วยสีหน้าที่สดใสขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก บนร่างกายมีเพียงเสื้อสีขาวตัวบางตัวเดียวที่สวมอยู่โดยฝีมือเขาเอง เขาเป็นคนจับตัวคนที่นอนหลับสนิทมาใส่เสื้อก่อนจะออกไปด้านนอกกับเพโรน่า โดยที่เจ้าตัวไม่รู้สึกตัวเลยสักนิดเดียว

 

ดัคลาสคลี่ยิ้มออกมาในตอนที่เดินเข้าไปนั่งที่ปลายเตียง

 

"ทานข้าวเช้าหรือยัง จะได้ทานยา" ถามพร้อมกับยื่นถ้วยยาในมือให้กับคนตัวขาว แน่นอนว่าต้องทานแล้ว เพราะถาดอาหารว่างที่ว่างอยู่บนโต๊ะที่ไม่ไกลมากนักเป็นหลักฐานชั้นดี มัลฟอนทำหน้าหยีใส่มันก่อนจะรับมาอย่างไม่เต็มใจ "อย่าทำหน้าแบบนั้น.."

 

"เราไม่ชอบทานยา"

 

ทำตัวเอาแต่ใจเหมือนเด็กน้อยไม่มีผิด

 

"ก็ต้องทานอยู่ดี เพราะพระองค์กำลังป่วยอยู่" ต่อให้เขาจะตามใจอีกคนเก่งมากขนาดไหน แต่ต้องไม่ใช่ในตอนที่อีกคนกำลังป่วยแน่นอน เพราะสิ่งที่คนป่วยต้องทำคือการทานยา "ถ้าไม่ทาน พระองค์ก็จะไม่หายเจ็บ.."

 

เขาว่าก่อนจะเลื่อนมือไปจับที่สะโพกของคนตัวขาว

 

"ตรงนี้.."

 

และได้การตอบรับมาเป็นมือขาวที่ตีมือเขาเข้าอย่างแรงจนต้องรีบชักมือกลับมา ยอมรับเลยว่าหลังจากผ่านเหตุการณ์เมือคืนมาดัคลาสรุ่มร่ามกับร่างกายของโวลธาเนียมากขึ้น ทั้งที่เมื่อก่อนไม่เห็นต้องการเฉียดแม้เพียงปลายนิ้วก้อย เขานับไม่หมดเลยว่าตั้งแต่ตื่นเช้ามาจับส่วนไหนขององค์ชายตัวเล็กไปแล้วบ้าง

 

มือขาวยกถ้วยยาขึ้นดื่มจนหมด ก่อนจะส่งมันคืนให้กับคนที่ทำหน้าที่เกือบจะทุกอย่างแทนไซฮีล สีหน้าเหยเกที่บ่งบอกถึงรสชาติของยาทำเอาดัคลาสหลุดยิ้ม ก่อนจะส่งมือไปหยิกที่แก้มนวลเบาๆ

 

"ต้องกินหลังอาหารสามเวลา"

 

"เราขอตายดีกว่า"

 

คนเอาแต่ใจอย่างไรก็เอาแต่ใจอยู่เช่นนั้น คำพูดเอาแต่ใจที่สมเป็นองค์ชายโวลธาเนียยิ่งทำให้คนผิวแทนเอ็นดูอย่างเหลือล้น เขาหยิบหนังสือเล่มบางที่เจ้าตัวนำมาอ่านเก็บมันคืนเข้าที่ ก่อนจะหันมาให้ความสนใจกับคนตัวขาวที่นั่งเหม่อมองออกไปด้านนอก ซึ่งเป็นลานกว้างสำหรับฝึกซ้อมที่มีคนที่เขารู้จักดีกำลังซ้อมอยู่

 

นางกำลังฝึกซ้อมอย่างตั้งใจอยู่กับทหารสักคนในปราสาท

 

"ไม่ลงไปฝึกกับนางหรื-" ไม่ทันได้ถามจบ ใบหน้าหวานที่หันมาหาคนที่ควรจะอยู่ข้างกาย แต่กลับยื่นหน้าเข้ามาใกล้ในระยะที่รู้สึกได้ถึงลมหายใจของกันและกัน ไม่รู้ว่าอีกคนขยับเข้ามาใกล้ขนาดนี้ตอนไหน แต่ในระยะนี้มันไม่ปลอดภัยกับหัวใจดวงน้อยเลย โวลธาเนียกลืนคำถามของตัวเองลงคอไปเสียหมดเมื่อสบตาเข้ากับคนที่จ้องตัวเองอย่างไม่ละสายตา

 

ดวงตาของดัคลาสไม่ได้เย็นชาหรือไร้ความรู้สึกเหมือนก่อนหน้าที่เคยได้จ้องตากัน ในตอนนี้มันกลับมีแต่ควาหมายบางอย่างแฝงอยู่ด้านในไปหมด ทั้งคำว่ารักและหวงแหน อะไรก็ตามที่ดัคลาสอยากจะบอกให้อีกคนได้รับรู้ ว่าเขารักคนตรงหน้ามากแค่ไหน..

 

"จะให้ลงไปฝึกได้อย่างไร"

 

"..."

 

"ในเมื่อพระองค์ยังป่วยอยู่เช่นนี้.. กระหม่อมก็ต้องดูแล"

 

ริมฝีปากเล็กบดเบียดเข้ากับอวัยวะเดียวกันกับคนตรงหน้าอย่างรวดเร็ว ลิ้นเล็กที่เคยไม่รู้ประสีประสาตอนนี้กลับไล่ต้อนลิ้นของนายทหารจนดัคลาสเผลอตกใจเล็กน้อยที่อีกคนรุกเร็วอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน แต่ก็ไม่รีรอที่จะต้อนกลับจนสุดท้ายคนตัวขาวก็ต้องเป็นฝ่ายตามไม่ทันดัคลาสอีกตามเคย

 

กายหนาที่ค่อยๆดันอีกคนให้แผ่นหลังติดชิดไปกับกระจกบานใสก่อนจะใช้มือทั้งสองข้างกักตัวอีกคนไว้ไม่ให้หนีไปได้ มือขาวยกขึ้นทาบวางไปที่แผ่นอกของคนด้านบนที่อยู่เหนืออย่าตัวเองอย่างลืมตัว ก่อนจะค่อยๆผละจูบออกมาจ้องมองคนที่ทำให้โวลธาเนียมอบหัวใจให้ไปทั้งหมด ให้อย่างไม่คิดจะเผื่อใครไว้อีกเลย..

 

มัลฟอนเบิกตาขึ้นด้วยความตกใจ

 

"ย...อย่าล้วงนะ! ข้างล่างมีคนเห็น!"

 

องค์ชายมัลฟอนแหวขึ้นเสียงดังในตอนที่มือข้างขวาของคนที่อยู่เหนือกว่าล้วงเข้ามาในเสื้อตัวบางของตัวเองที่ไม่สามารถปกปิดอะไรได้เลยสักนิด เมื่อคิดได้อย่างนั้นดัคลาสจึงได้เหลือบตาไปมองด้านล่างที่เป็นสนามฝึกซ้อม ก่อนจะเห็นหญิงสาวผมประบ่ายืนกอดอกมองมาทางนี้อยู่ แม้จะมองเห็นไม่ชัดว่าเธอกำลังทำสีหน้าแบบไหนเพราะระดับความสูงที่ห่างไกลพอสมควร แต่ก็พอจะเดาได้ว่านางต้องระบายยิ้มชวนโมโหอยู่แน่ๆ

 

มัลฟอนส่งสายตาวิงวอนให้กับนายทหารผมสีสว่างเพื่อให้อีกคนยอมละออกจากตน คนที่ตามใจองค์ชายเก่งที่หนึ่งแบบเขาไม่คิดจะขัดใจอยู่แล้ว หากแต่เพราะอยากปั่นประสาทสหายคนสนิทด้านล่างต่างหาก ใบหน้าหล่อเหลาถึงได้ก้มลงไปจุมพิตที่แก้มนวลของอีกคนก่อนจะผละออกมาแล้วรีบดึงกายขาวให้ออกห่างจากกระจกพร้อมกับมือหนาที่ยื่นไปปิดม่านอย่างรวดเร็ว

 

"ดัคลาส! เราจะมองหน้าริซไม่ติดนะ!"

 

"นางไม่ถือสาหรอกน่า.."

 

ตอบไปพร้อมกับรอยยิ้มเอ็นดูใบหน้าหวานที่ขึ้นสีเพราะความเขินอายหลังจากที่คิดว่าต่อจากนี้เป็นต้นไปมัลฟอนคงมองหน้าเพโรน่าไม่ติดอีกเป็นระยะยาว โวลธาเนียมั่นใจว่าเมื่อครู่นี้นางต้องเห็นภาพที่โดนจุมพิตเข้าที่แก้มแล้วแน่ๆ แค่คิดก็อยากหยิบหมอนมาทุบคนข้างกายให้เจ็บตัวจนต้องร้องขอโทษขึ้นมาแล้ว

 

คนตัวขาวที่ทำหน้าไม่พอใจค่อยๆขยับตัวให้ตัวเองกลับมานั่งในท่าเดิมก่อนหน้าที่จะถูกคนตัวสูงกว่ารังแกแต่แล้วร่างกายเจ้าปัญหาก็เริ่มสร้างภาระให้กับเขา

 

"โอ๊ย!"

 

มัลฟอนร้องขึ้นเสียงดังเพราะความเจ็บที่สะโพกแล่นขึ้นมา องค์ชายตัวเล็กนิ่วหน้าเพราะความเจ็บจนน้ำตาแทบเล็ด

 

ดัคลาสค่อยๆพยุงตัวอีกคนในกลับมากึ่งนั่งกึ่งนอนในท่าที่สะดวกสบายก่อนจะกลับไปนั่งที่ข้างเตียงดังเดิม

 

"หากเจ็บขนาดนั้น เมื่อคืนทำไมจึงไม่ผลักกระหม่อมออก"

 

"..."

 

"ขอโทษ"

 

เขายอมรับว่าเมื่อคืนเขาปล่อยให้กามอารมณ์ครอบงำจิตใจของตัวเองเกินไป แม้จะได้ยินเสียงร้องของอีกคนว่าเจ็บแต่เขาก็ยืนกรานจะทำมัน จนสุดท้ายในตอนที่พยายามจะเบิกทางเพื่อให้อีกคนสามารถได้ปรับตัว เขาก็ทำนิสัยเอาแต่ใจโดยการให้ตัวตนของตัวเองได้เข้าไปทันที ทั้งที่เจ้าตัวยังไม่สามารถปรับร่างกายได้เลยด้วยซ้ำ..

 

ยอมรับว่ารู้สึกผิด กังวลด้วยซ้ำว่าอีกคนจะโกรธ

 

"เราเอาแต่ใจมาเยอะแล้ว อยากตามใจนายบ้าง"

 

เสียงแผ่วที่เล็ดลอดผ่านริมฝีปากสีสดมายิ่งทำให้ดัคลาสใจเต้น

 

"นายสัญญาแล้วนี่ว่ามันจะเจ็บเพียงครู่เดียว เราเชื่อใจนายถึงได้ปล่อยให้นายทำ.." ดัคลาสไม่ได้ผิดสัญญา ต้องยอมรับว่าในตอนที่อีกคนให้ตัวตนของตัวเองเข้ามามันเจ็บจนอยากร้องไห้ แต่หลังจากนั้นมันเป็นความรู้สึกสุขสมที่ไม่เคยได้รับมาก่อน มีความสุขเสียจนล้นเอ่อเลอะหน้าท้องของตัวเองไปเสียหมด "มันเจ็บนิดเดียวจริงๆ.."

 

ดัคลาสโน้มตัวไปจุมพิตที่กลุ่มผมนิ่มเบาๆอย่างเอ็นดูรักใคร่ ก่อนจะผละออกมามองด้วยแววตาที่รู้สึกผิดเต็มๆ

 

อีกคนให้เขามากมายขนาดนี้ ทำไมเขาถึงกล้าใจร้ายกับมัลฟอนได้นะ

 

มัลฟอนคลี่ยิ้มบางๆให้กับคนที่เอาแต่ทำหน้ารู้สึกผิด ก่อนจะยื่นมือไปลูบที่แก้มสากของอีกคนเบาๆเป็นการปลอบโยนว่าไม่เป็นไร โวลธาเนียไม่ได้โกรธคนตรงหน้าเลยสักนิด กลับกันเขากลับรู้สึกดีที่อีกคนไม่ได้ทิ้งไปไหน แต่ดัคลาสดูแลเขาอย่างใกล้ชิดตั้งแต่ตื่นมาเลย

 

"อยากไปที่สวนดอกอัลมอนต์ไหม?"

 

"หืม?"

 

"สวนดอกอัลมอนต์.. ที่มีหลุมศพของท่านแม่เราอยู่ไง"

 

ดัคลาสนึกแปลกใจที่อีกคนเชิญชวนให้ไปที่นั้น ทั้งๆที่ทุกคนก็เข้าใจกันดีว่าคนที่จะสามารถเข้าไปในนั้นได้ มีเพียงคนสวน องค์ชายมัลฟอนและแซตลีย์ ไซฮีลเท่านนั้น แล้วทำไมพระองค์จึงได้ชวนเข้าไป..

 

คนตัวขาวระบายยิ้มกว้างก่อนจะเลื่อนมือมาจับที่ข้อมือของอีกคนเบาๆ

 

"ไปหาท่านแม่ของเรากันเถอะ"

 

 

 

 

 

 

 

เป็นสวนดอกไม้ที่งดงามเกินกว่าจะหาคำใดมาบรรยาย..

 

สายลมเย็นๆที่พัดมากระทบกับเหล่าดอกไม้จนดอกไม้ทั้งสวนขยับเบาๆมันทำให้ดัคลาสรู้สึกผ่อนคลาย สำหรับคนที่ไม่ได้สนใจดอกไม้หรือธรรมชาติขนาดนั้นแบบเขา การที่ได้มายืนอยู่ท่ามกลางหมู่ดอกอัลมอนต์เช่นนี้ก็ทำให้เจ้าตัวรู้สึกดีไม่น้อย

 

เขายืนมองคนที่อยู่บนพื้นหญ้าต่อหน้าหลุมศพของผู้เป็นมารดาซึ่งสลักชื่อมอร์เจียน่า สเวนเอาไว้ ใบหน้าสดใสของผู้เป็นองค์ชายจดจ้องไปที่ป้ายหลุมศพด้วยความรู้สึกมากมาย

 

ปกติแล้วทุกครั้งที่มัลฟอนรู้สึกไม่สบายใจ อยากร้องไห้ หรือรู้สึกเสียใจ เจ้าตัวก็มักจะมาที่หลุมศพนี้เพื่อพูดคุยกับผู้เป็นมารดาที่จากไปนานมากแล้ว โดยจะมีแซตลีย์ ไซฮีลยืนเฝ้าอยู่ไม่ห่าง แต่ในสถานการณ์วันนี้ช่างแตกต่างกัน เมื่อคนที่เฝ้าเขาอยู่เป็นทหารที่ตนเองรัก และใบหน้าที่มีแต่ความสุขล้นต่างจากครั้งก่อนที่ผ่านมา

 

ยอมรับว่าในตอนที่พาตัวอีกคนออกมาจากห้องค่อนข้างลำบากพอสมควร ด้วยสภาพร่างกายที่ไม่อำนวย และจะต้องหลบสายตาของแม่บ้านหรือทหารที่จ้องจะจับผิดตลอดเวลาเพราะอย่างไรตอนนี้ทั้งเขาและองค์ชายต่างก็มีคดีติดตัวทั้งคู่ มันคงไม่ดีที่ต้องกระทำเรื่องไม่สมควรซ้ำสอง และต้องกลับไปถูกองค์ราชากล่าวว่าอีก

 

รอบนี้คงจะไม่ได้มีโชคอย่างรอบที่แล้ว คงจะถูกลงโทษเป็นแน่

 

เขารู้สึกแปลกๆอยู่ตลอดเวลาที่มองไปยังหลุมศพของราชินี ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือไม่ แต่เหมือนองค์ราชินีกำลังจับจ้องมาที่เขาอยู่ตลอดเวลา อาจจะเป็นเพราะเขากังวลไปเองมากกว่า เดิมที่ก็ไม่ได้เชื่อเรื่องภูตผีวิญญาณอะไรเทือกนั้นหรอก

 

"ท่านแม่.. ลูกพาคนสำคัญของลูกมาให้ท่านแม่รู้จัก" คนตัวขาวเริ่มเปิดปากพูดกับบุคคลที่ตายไปเมื่อสิบสามปีก่อน "ดัคลาส เดนวา.. เป็นทหารของอาณาจักรโซลเซียนา"

 

"..."

 

"และเป็นคนที่ลูกรัก.."

 

เขาใจเต้นกับประโยคที่คนตัวขาวพูดออกมา

 

"เขาเป็นคนที่ทำให้ลูกยิ้ม.. ทำให้ลูกมีความสุขได้ทุกวัน.." และยิ่งใจเต้นขึ้นไปอีกเพราะคำพูดที่อีกคนยังคงเอื้อนเอ่ยให้ผู้เป็นมารดาตรงหน้าฟัง "ลูกอยากให้ท่านแม่ช่วยดูแลดัคลาสด้วยอีกคน นอกจากลูกและไซฮีลแล้ว ท่านแม่ช่วยดูแลดัคลาสด้วยนะ.."

 

เป็นคำขอที่ออกมาจากใจของเจ้าของใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้ม เป็นครั้งแรกที่เข้ามีความสุขมากที่สุดในรอบหลายปีที่มาเยี่ยมศพของผู้เป็นมารดา เขามั่นใจว่าราชินีมอร์เจียน่าก็จะต้องรักและปกป้องดัคลาสอย่างที่ตัวเองขอไว้อย่างแน่นอน

 

ดัคลาส เดนวา ค่อยๆย่อตัวคุกเข่าลงต่อนหน้าหลุมศพของผู้เป็นราชินี

 

ก่อนจะก้มหัวให้กับหลุมศพตรงหน้า.. สร้างความตกใจให้กับคนตัวขาวที่นั่งกุมดอกอัลมอนต์ในมือไว้ไม่น้อย..

 

หลุมศพตรงหน้าคือองค์ราชินีที่อยู่ในใจของประชาชนทุกคน และเป็นมารดาของคนที่เดนวารัก ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่เขาจะก้มหัวให้เพื่อทำความเคารพ ดอกอัลมอนต์ในมือที่เขาเก็บมาก่อนจะเข้ามาที่นี่ถูกวางลงตรงหน้าหลุมศพของอีกคนอย่างแผ่วเบา โดยทุกการกระทำยังอยู่ในสายตาของคนตัวขาวตลอดเวลา..

 

"ขอสัญญาด้วยเกียรติของทหารแห่งโซลเซียนา กระหม่อมจะปกป้องดูแลองค์ชายมัลฟอนด้วยชีวิตของกระหม่อม.."

 

และกล่าวคำสัญญาที่ทำให้คนตัวขาวตกหลุมรักคนข้างกายซ้ำแล้วซ้ำเล่า..

 

 

 

 

 

 

To be con..

 

#auratusmn

 

 

สอบถามนิดนึงค่ะ พอดีเราอยากทำเธรดเปิดแฟ้มตัวละครในฟิค เพราะรู้สึกว่าพอตัวละครเยอะ ชื่ออาณาจักรชื่อตัวละครมันก็จำยาก เลยอยากแยกออกมาเป็นข้อมูลเล็กๆ จะมีใครสนใจมั้ยคะะะะ? ถ้าไม่มีเค้าก็จะไม่ทำค่ะ ขอดูฟีดแบคก่อน ;-;

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 195 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

736 ความคิดเห็น

  1. #725 Chompoo (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2563 / 09:03

    อย่าลืมบอกความจริงน้องนะพี่ฟรอย

    #725
    0
  2. #699 ปงจี้ (@mayupong-111) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 21:58
    คลั่งรักกันทั้งคู่เลย มุแงงงงงง้
    #699
    0
  3. #623 CB_SURVEY (@CB_SURVEY) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 07:09
    นายทหารดัคลาส ไม่อยากให้เทวดาตัวน้อยของอุนแม่เรื่องชื่อจริงของนายเรอะ หึ อุนแม่จะค่อยดูนะ ฟ ร อ ย
    #623
    0
  4. #495 bubblebae (@gorbua123) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 02:43
    อบอุ่นไปหมดเลยค่ะ ดีใจที่ทั้งคู่มีความสุข;-;
    #495
    0
  5. #325 plumfloral (@plumfloral) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:40
    ชอบการที่ความรู้สึกของทั้งสองคนพัฒนาจากติดลบ ตอนเจอกันครั้งแรก เพิ่มพูนมาจนเกินร้อย เกินคำว่าคือการอยากอยู่ด้วยกัน อยากดูแลปกป้องตามคำสัญญาของดัคลาส เป็นความรักที่ยิ่งใหญ่และประทับใจมากจริงๆ ขอบคุณดัคลาสที่ทำให้โวลธาเนียมีความสุขมากกว่าเก่า ทำให้องค์ชายรู้สึกมีคุณค่าและทำให้รู้สึกอยู่กลายๆว่าดัคลาสคือเหตุผลการมีชีวิตอยู่ขององค์ชายไปแล้ว ดีไปหมดเลย หลังจากนี้ก็จะรอลุ้นเหตุการณ์ตอนต่อไปนะคะ อยากรู้ว่าแม่ของฟรอยเออร์มีเรื่องอะไร จดหมายนั้นเกี่ยวกับอะไร
    #325
    0
  6. #319 saylalalala (@exit-vips) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:40
    รู้มั้ยว่าอ่อนโยนขึ้นมากๆ เลยอัยพี่~~
    #319
    0
  7. #312 Mindknj_2005 (@Mind_2005) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:43
    สนใจค่ะ เราค่อนข้างจำชื่อตัวละครไม่ได้
    #312
    0
  8. #308 PP-PWP (@preaw-preaw2001) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:44
    ทำำำ เค้าจำเบลอไปหมดดด แงง
    #308
    0
  9. #306 Pluto-Univers (@Pluto-Univers) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:00
    สนใจมากๆเลยค่าาา
    #306
    0
  10. #305 Jiraporn thongkum (@belljiraporn2000) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:48
    สนใจมากๆเลยค่าาาา
    #305
    0
  11. วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 / 05:41
    ระวังตัวด้วยนะทั้งคู่เลยเดี๋ยวก็มีใครมาเห็นเข้าอีก
    #303
    0
  12. #300 ชอบกินแตงกวา (@chobkintangkwa) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:59

    สนใจค่ะๆ​ เพราะตอนนี้ก็ลืมไปบางตัวแล้ว​แต่แบบถึงจะลืม​ ฟิคก็ยังสนุกมากๆ​ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #300
    0
  13. #298 Patrick_852 (@Patrick_852) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:29
    อยากให้ทำค่ะบางทีก็ลืมไปบ้างค่ะ แหะๆ
    #298
    0
  14. #295 79.krp (@king-banana) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:15
    นี่คิดเหมือนเม้นล่างเลย เเบบหมอหน้าจะสำคัญต่อเรื่องในอนาคตเเน่ๆ
    #295
    0
  15. #294 JKCBB (@JKCBB) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:58
    เราว่าหมอต้องเป็นตัวแปรอะไรสักอย่างอ่ะ ยาที่เขากำลังทำอาจจะแก้ไขอะไรสักอย่างได้ที่สำคัญมากๆ เดา555555 เราว่าต่อให้มัลฟอนรู้ความจริงว่าดัคลาสเป็นเจ้าชายก็คงไม่โกรธหรอก ก็รักไปแล้วนี่
    ไม่อยากให้เอาเวลาเสียใจมาทำลายความสุขเขาอ่ะ อยากให้มีความสุขเยอะๆๆๆๆเลย
    #294
    1
    • #294-1 chanbaek4944 (@chanbaek4944) (จากตอนที่ 14)
      9 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:09
      น่ารักจังเลย สองคนนี้นี่

      ปล. ทำค่ะ เราในตอนนี้จำเมจได้แค่น้องกับพี่สองคนเอง
      #294-1
  16. #293 JKCBB (@JKCBB) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:55
    ควรทำค่ะ แหะๆ เราจำใครไม่ค่อยได้เลย รู้ชื่ออังกฤษในเรื่อง แต่จำอิมเมจไม่ได้555555
    #293
    0
  17. #291 leenlyn (@pie-whan) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:06
    แงงงงงงง คุณเดนวาขี้หวง555555 ชอบบรรยากาศเงียบสงบแบบนี้มาก หวานกันไปหมดดดด ;__; ถึงขั้นแนะนำให้ท่านแม่รู้จักแล้วเนี่ย รักกันนานๆนะน้องโวลธาเนียกับคุณเดนวา ถึงวันที่เฉลยก็ไม่อยากให้น้องเสียใจเลยว่าโดนหลอก ;-; แล้วเห็นอีกคนซ้อมรบแล้วก็ หวั่นใจ ;-; มาแน่ สงครามมาแน่

    ปล ทำค่าคุณไรท์เตอร์ เราเห็นด้วยยย ตัวละครเยอะจนบางทีเราอ่านแล้วแอบนึกไม่ออก ต้องหยุดอ่านแล้วกลับไปเปิดตอนเก่าๆดู ถ้ามีจะสะดวกมากเลยค่ะ<3
    #291
    0
  18. #290 pxend (@pxend) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:45
    แง เค้ารักกันมาก หวานมากจีงแม่ เป็นเขินๆๆทั้งตอน แต่กลัวดราม่าจังเลยTT /สนใจค่า
    #290
    0
  19. #289 cHAmPaIN_BF (@hye-ri) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:42
    สนใจค่า นอกจากนั้นแล้วอยากจะรู้อายุของแต่ละคนเป็นตัวเลขชัดเจนด้วยค่ะ จะได้นึกภาพออกมากขึ้น

    ตอนแรกคิดว่าที่คัทไปคือนายทหารตัวปลอมแค่เย้าแหย่พอหอมปากหอมคอ แต่ก็คือ....อ้ากกกกก เขาได้กันแร้ววววววว ตอนนี้ก็คือหวานล้วนๆไม่มีเกลือผสมเลย ดีมากๆ สองคนแคร์กันและกันมากๆ คนนึงไปหายามาให้ตั้งไกล ส่วนอีกคนพาเขาไปเปิดตัวกับแม่ยายเลย ฮือออ โรแมนติกมาก
    #289
    0
  20. #288 benzhwe_ (@benzhwe_) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:28
    เห็นตอนนี้น่ารักและอบอุ่นหัวใจขนาดนี้ กลัวใจดราม่าในอนาคต แง ,___, //สนใจคับ เริ่มงงแล้วว่าองค์ชายไหนอยู่เมืองไหน
    #288
    0
  21. #287 Youandmeindacity (@anotherworldxy) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:27
    สนใจค่าคุณไรท์
    #287
    0
  22. #286 knp.n (@nookky777) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:07
    เมื่อไหร่ดัคลาสจะบอกความจริงกับมัลฟอนนะ;—;
    สนใจค่ะๆๆแอบลืมๆบางคนไปเหมือนกัน แง
    #286
    0
  23. #285 Viewsongyea (@Viewsongyea) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:07
    สนใจค่าา เพราะตอนนี้ก็เริ่มสับสนนิดหน่อย55555
    #285
    0
  24. #284 AbsTxz_ (@AbsTxz_) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:01
    สนใจค่าา อยากรู้ว่าคุณไรท์มีคาแรคเตอร์แบบเป็นภาพแบบไหนน // น้องพาเขาไปหาคุณแม่ด้วย น้องต้องไว้ใจแล้วก็รักเขามากแล้วแน่ๆอ่า ฉันอยากให้น้องยิ้มตลอดไปเลยฮือ
    #284
    0
  25. #283 iloveme96 (@chenchen2534) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:58
    อยากให้น้องมีความสุขแบบนี้ไปนานๆเลยค่ะ ทำแฟ้มประวัติก็ดีนะคะ
    #283
    0