sub eques auratus [ MINNO ]

ตอนที่ 12 : CHAPTER XI : Praesidio

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,488
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 182 ครั้ง
    22 มี.ค. 63

 

 

 

 

 

ภายในห้องขององค์ราชาคาลอสที่ไม่ได้มีเพียงองค์ราชาอย่างที่ควรจะเป็นนั้นเงียบสงบจนได้ยินกระทั่งเสียงนกด้านนอกที่บินผ่าน มันไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศในห้องนี้ดีขึ้นสักนิด กลับกันไม่มีใครสนใจเสียงเหล่านั้นเลยด้วยซ้ำ ในห้องที่มีทหารและองค์ชายอีกสองสามคนยืนอยู่ด้วยสีหน้าที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง รวมไปถึงราชินีคนงามที่นั่งยิ้มราวกับไม่รับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น

 

ใบหน้ากริ้วของพระราชาเป็นคำตอบได้ดีว่าพระองค์โกรธแค่ไหนหลังจากที่ได้รับทราบเรื่องจากองค์ชายแห่งอาณาจักรลิวาเอลที่ยืนทำสีหน้ากุมชัยชนะมาตั้งแต่เมื่อครู่นี้แล้ว

 

สายลมเย็นที่ผิดปลิวผ่านทางหน้าต่างเข้ามาไม่ได้ช่วยให้มัลฟอนรู้สึกดีขึ้นเลย ตรงข้ามมันกลับทำให้เจ้าตัวรู้สึกแย่ลงไปอีกต่างหาก ร่างของบุคคลทั้งสองที่นั่งอยู่ต่อหน้าองค์ราชาโดยไร้ซึ่งเสียงพูดสนทนามันเป็นบรรยากาศที่โวลธาเนียเกลียดมากที่สุด เขาไม่ชอบความกดดันแบบนี้เลยสักนิด อยากจะหายไปจากตรงนี้ให้รู้แล้วรู้รอดไป

 

ทางด้านดัคลาส เดนวาเองก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร อีกฝ่ายนั่งทำสีหน้าเรียบเฉยราวกับนี่ไม่ใช่เรื่องของตน ไม่ว่าจะเวลาไหนๆเจ้าตัวก็มักจะทำสีหน้าเรียบนิ่งแบบนี้ตลอดเวลา เรื่องนั้นคนที่รู้ดีที่สุดก็คือเจ้าชายผมสีชมพูที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากผู้กระทำผิดทั้งสองมากนัก เขาขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจหลังจากที่ได้รับทราบเรื่องในตอนที่กำลังคุยกับเพโรน่าอยู่

 

เอลิยอน เลอกรันจ์ควรจะได้กลับลอยย์ไปอย่างสบายใจสิ ไม่ใช่ต้องมาปวดหัวเพราะสหายคนสนิทก่อคดีไว้ที่อาณาจักรที่น่าปวดหัวนี่ มือหน้ายกขึ้นกุมขมับทันทีที่สบตาเข้ากับสหายจากอาณาจักรเซคันดาติ เจ้าตัวดูไม่ได้เดือดร้อนอะไรเลย แล้วไม่กลัวหรืออย่างไรว่าจะถูกประหารข้อหาไปลาบละล้วงองค์ชายแห่งโซลเซียนา!

 

ฝ่ายเพโรน่าเองไม่อยากเข้ามารับทราบเรื่องเพราะรู้ว่าอย่างไรเสียก็ต้องมีการลงโทษ หนักกว่าก็มีการลงไม้ลงมือ เธอไม่อยากเข้ามาเห็นอะไรพวกนั้น แม้จะพยายามเลี่ยงการเข้ามาเพื่อออกไปทำงานด้านนอกแล้ว แต่สุดท้ายหน้าที่ที่ต้องคอยดูแลราชินีดิเลียมันก็ค้ำคอเกินไป ยังไงริซก็ต้องเข้ามายืนข้างๆราชินีอยู่ดี แม้ว่าแววตาเธอจะคอยมองมาที่เอลิยอน วิงวอนให้พาอีกคนหนีไปมากแค่ไหนก็ตาม

 

เธอคงไม่ยินดีหากต้องมาเห็นสหายถูกลงโทษ

 

ย้อนกลับไปในตอนที่องค์ชายแห่งลิวาเอลบุกรุกเข้ามาในห้องบรรทมของเจ้าของกายขาว อีกคนไม่ได้เข้ามาต่อล้อต่อเถียงกับดัคลาส เดนวา ดังก่อนหน้าที่เคยทำ อาจจะเพราะเจ้าตัวรู้อยู่แก่ใจว่าต่อให้ทำไปมันก็ไม่มีประโยชน์ ในเมื่อเขาคือจิ้งจองเจ้าเล่ห์ ทีโอ รูทมอร์ เขามีแผนที่ดีกว่าจะต้องมาเปลืองน้ำลายกับพวกชนชั้นล่าง ดังนั้นการรีบเดินออกมาจากห้องของอีกฝ่ายแล้วตรงไปแจ้งให้พระราชาทราบเรื่อง นั้นเป็นวิธีที่ฉลาดกว่าเยอะ

 

และมันทำให้เขาได้เห็นภาพที่แสนจะน่าประทับใจ

 

"ไม่มีอะไรจะแก้ตัวใช่ไหมมัลฟอน.."

 

น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เล็ดลอดผ่านริมฝีปากหยักของผู้เป็นราชา สร้างความกดดันให้กับคนตัวขาวที่นั่งสั่นเป็นเจ้าเข้า ใบหน้าหวานส่ายเบาๆเป็นการปฏิเสธคำถามของผู้เป็นบิดา

 

ไม่มีอะไรจะแก้ตัว ในเมื่อสิ่งที่ทีโอ รูทมอร์รายงานต่อพระราชาเป็นจริงทั้งหมด เขากำลังกอดกับทหารตัวเองอยู่ นั่นไม่ใช่เรื่องโกหกเลยสักนิด

 

"โดนตบหน้าสองสามที ดูเหมือนมันจะไม่ช่วยให้ลูกสำนึกอะไรได้เลยสินะ"

 

"..."

 

"ถ้างั้นก็โดนอีกสักสิบทีเป็นไร ลูกจะได้จำได้บ้าง!!!"

 

เพี๊ยะ!!

 

เสียงฝ่ามือกระทบเข้ากับแก้มขวาสร้างความตกใจให้กับเอลิยอนไม่น้อย เจ้าตัวตกใจจนเผลอก้าวถอยออกมา ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วจนไม่ทันตั้งตัว เขาหันไปมองหญิงสาวที่อยู่ไม่ไกลจากตัวมากนักในชุดทหารที่ตอนนี้หันหน้าหนีไปทางอื่นแล้ว จะด้วยเหตุผลที่เธอไม่อยากเห็นหรือไม่อยากรับรู้อะไรก็ตามแต่ แบบนี้มันโหดร้ายเกินไป

 

มือขาวยกขึ้นกุมที่บริเวณที่ถูกฟากลงมาเมื่อครู่ แม้จะไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟายดังก่อนหน้าที่ถูกกระทำ แต่ก็สร้างความชาให้กับใบหน้าไม่น้อยเลย มันเจ็บจนพูดอะไรไม่ออก

 

รอยที่ถูกฟาดมันก็เจ็บ

 

แต่กล่องหัวใจดวงน้อยนั้นเจ็บยิ่งกว่า

 

ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนตรงหน้าคือผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพระบิดาของตนเอง

 

"พอได้แล้ว" เสียงเข้มที่คุ้นหูเอ่ยขึ้นเรียกความสนใจจากคนในห้องได้เป็นอย่างดี เป็นคนเดียวที่ยังกล้าตีสีหน้าเรียบเฉยถึงแม้ตนเพิ่งกระทำความผิดใหญ่หลวงมา "ไม่เห็นว่าท่านจะต้องลงมือกับบุตรชายของท่านเช่นนี้"

 

"แกเองก็มีความผิด อย่าคิดลอยหน้าลอยตาเชียวเดนวา" ผู้เป็นราชาชี้มาที่ใบหน้าของนายทหารผมสีสว่างอย่างคาดโทษ "ผิดหวังในตัวแกจริงๆ.. ฉันคิดว่าแกจะมีความคิดมากกว่านี้"

 

"แล้วท่านล่ะ" เจ้าตัวเถียงกลับทันควันด้วยเสียงเรียบนิ่ง "ตัดสินความผิดอย่างไม่คิดจะสืบสวน เชื่อคำพูดของคนเพียงคนเดียว ท่านคิดว่าตัวเองมีความคิดมากแค่ไหน"

 

"เดนวา!!"

 

บรรยากาศในห้องกว้างเริ่มมาคุขึ้นเรื่อยๆเมื่อนายทหารผมสีสว่างและพระราชาเริ่มต่อปากต่อคำกัน ทางด้านองค์ชายตัวขาวที่เพิ่งจะถูกกระทำรุนแรงใส่ได้แต่นั่งมองเฉยๆราวกับสับสนว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปกับเหตุการณ์ตรงหน้า ในเวลานี้เขาไม่สามารถออกตัวปกป้องดัคลาสได้เหมือนคราวก่อนที่เคยทำตอนประชุมคุยเรื่องงานเต้นรำ

 

ความรู้สึกของมัลฟอนเปลี่ยนไป

 

มัลฟอนไม่ได้กลัวพระราชาอย่างที่เคยกลัวมาก่อน

 

ในวันที่ถูกทำร้ายเพราะหนีหายไปจากงานเต้นรำ มัลฟอน โวลธาเนียมีความรู้สึกกลัวต่อพระบิดามากกว่านี้หลายเท่า เขายังจำความรู้สึกในตอนนั้นได้ดี มันต่างจากตอนนี้อย่างสิ้นเชิง

 

เอลิยอนที่เห็นท่าไม่ดีก็พยายามส่งสัญญาณให้ทำอะไรสักอย่างก่อนที่ดัคลาสจะถูกลงโทษประหารชีวิตตายที่นี่ เซคันดาติได้วุ่นวายแน่หากรู้ว่าองค์ชายคนสำคัญมาเสียชีวิตที่อาณาจักรแห่งนี้ หากลองนึกถึงผลที่ตามมาแล้ว นอกจากจะทำให้เซคันดาติวุ่นวายเพราะไร้ผู้สืบทอดบัลลังก์ องค์ราชาจาร์ฟาต้องทำสงครามเป็นแน่..

 

แค่คิดเขาก็เห็นถึงความวอดวายแล้ว

 

ทางด้านเพโรน่าที่รับรู้ถึงความต้องการขององค์ชายผมสีชมพูก็พยายามจะเดินออกห่างจากราชินีหมายจะพาตัวองค์ชายแห่งโซลเซียนาออกไปจากบริเวณจุดนี้ แต่แล้วฝีเท้าทั้งสองข้างก็ต้องชะงักลง

 

"อย่าได้บังอาจขยับตัวไปไหนหากไม่ใช่คำสั่งของฉัน"

 

"..."

 

"คงไม่อยากถูกฉันตัดคอขาดหรอกนะ ริซ"

 

สุดท้ายเธอก็ต้องถอยกลับมายืนที่เดิม

 

"ทหารจากแฟร์เบิร์กปากกล้าขนาดนี้เชียวหรือ? ไม่แปลกที่อาณาจักรเล็กๆนั่นจะล่มสลายไปแล้ว" และคำตอบจากปากขององค์ราชาแห่งโซลเซียนา ก็ทำให้คนที่ยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่เมื่อครู่เบิกตาโพลงออกมาด้วยความตกใจ

 

หากลองนึกย้อนกลับไปในวันที่เพโรน่าและดัคลาสพบกันครั้งแรก เจ้าตัวเองก็เคยเล่าให้ฟังถึงบ้านเกิดของตนเช่นกัน ที่นั่นคือแฟร์เบิร์ก อาณาจักรที่ถูกลิวาเอลรุกรานและล่มสหายไปแล้ว

 

แฟร์เบิกร์กหรือ? ทำไมรูทมอร์จะไม่รู้จักล่ะ เขารู้จักดีเลยด้วยซ้ำ

 

ใบหน้าตื่นตระหนกเมื่อครู่ค่อยๆเผยรอยยิ้มร้ายออกมา ก่อนจะหัวเราะในลำคอราวกับผู้ถือไพ่เหนือกว่า มันไม่ได้ทำให้เอลิยอนรู้สึกสบายใจขึ้นเลย กลับกันเขารังจะเห็นแต่ปัญหา

 

"ฉันคิดว่าที่นั่นไม่น่าจะเหลือรอดคนมาได้แล้วแท้ๆ.. ก็จำได้ว่าทหารของฉันฆ่าตายไปหมดแล้วนี่" เจ้าตัวเดินมาใกล้เขาด้วยใบหน้ายิ้มเยาะ พร้อมกับนิ้วที่ชี้มากลางหน้าผากของเขา "แล้วทำไมไอ้คนไม่รู้ที่ต่ำที่สูงแบบแกถึงรอดออกมาได้ล่ะ? แถมยังกล้าดีมาเป็นทหารของโซลเซียนาเสียอีก"

 

"ที่ฉันรับแกกับไอ้ทหารกระจอกที่ทำหน้าที่เฝ้าประตูนั่นเข้ามา เพราะเห็นว่าไร้ที่ซุกหัวนอน" คำพูดดูถูกเหยียดหยามเหล่านั้นไม่ได้ทำให้ดัคลาส เดนวารู้สึกแย่เลยสักนิด เขาไม่รู้สึกว่าตัวเองด้อยค่าไปกว่าผู้คนเหล่านี้ ตรงกันข้ามเขากลับสมเพชผู้เป็นราชาที่ขยันใช้คำพูดตลบแตลงเพื่อแสร้งทำให้ตัวเองดูมีศักดิ์อำนาจเสียมากกว่า

 

ทั้งที่วันที่รับตัวพวกเขาเข้ามา พระราชาบอกว่าเป็นเพราะเห็นถึงความสามารถของเขาและทีร์กานา ถึงได้รับตัวเข้ามาเป็นทหาร แต่ในเวลานี้กลับเปลี่ยนเหตุผลอย่างทันควัน

 

"ยังมีผู้คนอีกมากมายในแฟร์เบิร์กที่มีชีวิตรอดออกมา" ดัคลาสกล่าวเสียงเรียบ โดยที่ไม่ได้ละสายตาออกจากใบหน้ายียวนของจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ "หลายคนอพยพไปอยู่อาณาจักรอื่นๆ ซ่อนตัวไว้เพื่อไม่ให้คนของลิวาเอลพบเข้า พวกเขาใช้ชีวิตกันอย่างยากลำบาก"

 

เรื่องนี้ดัคลาสไม่ได้โกหก หลายคนที่รอดชีวิตมาจากสงครามระหว่างแฟร์เบิร์กและลิวาเอลอพยพเข้าไปอยู่ในเซคันดาติ และพ่อของเขาก็ใจกว้างมากพอที่จะรับผู้คนเหล่านั้นเข้ามาอยู่ในอาณาจักรของตัวเองเพื่อดูแลต่อไป

 

"น่าสมเพช! คงจะหนีกันหัวซุกหัวซุนเลยสิท่า ฉันเข้าใจนะเดนวา พวกขี้ข้ามันก็ทำได้แค่นี้แหละ" รูทมอร์ยังคงไม่เลิกใช้คำพูดดูถูก

 

ดัคลาส เดนวาถอนหายใจออกมาเบาๆราวกับเบื่อหน่ายยามต้องได้สนทนากับบุคคลตรงหน้า เขาขยับตัวหนีเพื่อให้ตัวเองพ้นจากเจ้าของฉายาจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ ถึงแม้มันจะทำให้เจ้าตัวไม่ค่อยพอใจ แต่ดัคลาสไม่ได้สนใจมัน

 

"กระหม่อมไม่สนว่าคนของแฟร์เบิร์กจะถูกองค์ชายทำร้ายมากแค่ไหน" หลังจบประโยค ดวงตาเรียบเฉยก็ค่อยๆหันไปมองคนข้างกายที่เอาแต่จ้องเขามาตั้งแต่เมื่อครู่นี้แล้ว "กระหม่อมสนแค่ว่าสิ่งที่พระราชาทำกับองค์ชายมัลฟอน มันไม่ถูกต้อง"

 

"นี่มันลูกของฉัน เดนวา"

 

"..."

 

"ฉันจะทำอะไรมันก็เรื่องของฉัน" รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นบนใบหน้าของชายหนุ่มวัยกลางที่ขึ้นชื่อว่าเป็นราชาแห่งอาณาจักรโซลเซียนา ทั้งเอลิยอน เพโรน่าและดัคลาสเอง ต่างก็ขยะแขยงต่อรอยยิ้มและคำพูดของราชาตรงหน้า

 

ความอดทนของดัคลาสมันต่ำลงทุกทีที่ต้องปะทะฝีปากกับพระราชา

 

"ถูกต้องแล้ว" ในที่บุคคลที่มีศักดิ์เทียบเท่าราชาที่นั่งเอกเขนกมาตั้งแต่เมื่อครู่ก็เอ่ยปากขึ้น พัดสีเข้มที่นางถือไว้ในมือถูกพับลงอย่างสง่างาม ท่าทางหยิ่งยโสนั่นไม่น่าเชื่อว่าจะเคยเป็นแค่ขุนนางมาก่อน ทุกท่วงท่าอิริยาบถช่างน่าจดจ้อง ไม่แปลกใจที่จะทำให้องค์ราชานอกใจราชินีมอร์เจียน่าไปหานาง "ที่พระราชาทำเมื่อครู่นั้นเป็นการสั่งสอน บิดาที่ไม่สอนลูกตนเองที่มีศักดิ์เป็นถึงเจ้าชาย ภายภาคหน้าจะเป็นกษัตริย์ที่ดีได้อย่างไร?"

 

ใบหน้าสวยเชิดรั้นขึ้นแสดงถึงความสูงส่งของตนเอง ก่อนจะมองจิกลงไปยังบุคคลที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งราชาแห่งโซลเซียนา และในเวลาต่อมาดิเลียก็เผยรอยยิ้มร้ายที่น่าขยะแขยง

 

"คิดจะคบสู่กับทหารมันก็ไม่แปลกหรอก"

 

"..."

 

"ก็ขนาดแม่ของแกยังเล่นคบชู้กับทหารเลยนี่.. เลือดแม่แกมันแรงดีนะ"

 

เลอกรันจ์ยกมือขึ้นกุมขมับทันทีที่ตัวปัญหาอีกตัวเริ่มเข้ามายุ่ง อันที่จริงเขาไม่ได้ไปรับรู้เรื่องในอาณาจักรโซลเซียนาอะไรนักหรอก นั่นมันเป็นเรื่องภายใน แต่ที่หญิงสาวผู้เป็นราชินีคนใหม่พูดเมื่อครู่ มันก็ทำให้จับใจความได้ไม่ยาก ยิ่งได้เห็นมือขาวขององค์ชายที่กำเข้าหากันแน่น ยิ่งเดาได้เลยว่ามันคือเรื่องอะไร

 

โวลธาเนียพยายามอย่างหนักที่จะข่มอารมณ์โกรธของตัวเองเอาไว้ ทั้งที่ความจริงอยากจะวิ่งหนีหายไปจากตรงนี้ให้รู้แล้วรู้รอด ดัคลาสเองก็เหมือนจะเห็นว่าคนตัวขาวกำลังรู้สึกแย่แค่ไหน ถึงได้คิดหาวิธีจบปัญหาตรงนี้

 

'จะไม่มีใครมาทำร้ายพระองค์ได้อีก'

 

เขาให้สัญญาไว้แล้ว

 

"อย่าทำหน้าไม่รับแขกแบบนั้นสิ เดนวา" เสียงของคนที่อยู่ไม่ไกลจากเขานักเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มยียวนที่ดูก็รู้ว่าตั้งใจยิ้มยั่วให้เขาโมโห "จะโมโหแทนองค์ชายของนายมันก็ไม่แปลก แต่อย่าลืมเสียล่ะ"

 

"..."

 

"ว่าเป็นได้แค่ทหาร อย่าริอาจคิดกับองค์ชายเกินกว่านั้น"

 

และคำพูดขององค์ชายแห่งลิวาเอลก็สร้างความหัวเสียให้เขาได้ไม่น้อย

 

"เอาเป็นว่าฉันจะทำเป็นไม่รู้ถึงความผิดของนายครั้งนี้แล้วกันนะ" ผู้มีอำนาจเหนือกว่าเอ่ยขึ้นพร้อมกับยกยิ้มที่เหมือนจะเป็นมิตรให้กับทุกคนในห้องนี้ "อย่างไรเสียกระต่ายน้อยของฉันก็คงจะกลัวจะถูกลงโทษจนไม่กล้าเข้าใกล้นายอีกเป็นครั้งที่สองแล้วล่ะ"

 

ดวงตาเจ้าเล่ห์เสมองไปทางกระต่ายตัวขาวที่นั่งทำสีหน้าเรียบเฉยมาตั้งแต่เมื่อครู่นี้

 

"ท่านพ่อใกล้จะมารับฉันแล้วด้วย ไม่อยากเสียเวลากับพวกคนไร้บ้าน.." เจ้าตัวเตรียมจะหมุนตัวกลับออกไปยังหน้าประตูบานใหญ่ แต่แล้วจู่ๆก็หันกลับมามองใบหน้าหล่อเหลาของเจ้าของเรือนผมสีสว่าง "จริงสิ ถือว่าที่ฉันไม่เอาผิดรอบนี้ เพราะว่าช่วยคนจากแฟร์เบิร์กแล้วกันนะ"

 

ทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะเดินล้วงกระเป๋าออกไป

 

ถึงจะยังไม่เข้าใจว่าทำไมรูทมอร์ถึงมีอำนาจในการตัดสินคดีแทนที่จะเป็นหน้าที่ของพระราชา แต่เขาไม่ได้สนใจมันเท่าไหร่นัก เพราะตอนนี้คนที่เขาควรใส่ใจคือองค์ชายผิวขาวข้างกายที่อาจจะยังตกใจกับเหตุการณ์เมื่อครู่นี้อยู่ แน่นอนว่าราชินีจากไปแล้วพร้อมกับเพโรน่า ไม่มีการพูดคุยกันต่อจากนั้น พระราชาเองก็ไม่คิดจะมีปากเสียงอีก

 

เพโรน่าหันมามองหลังจากที่เดินตามราชินีออกไป แววตาของเธอนั้นแฝงไปด้วยความห่วงใยสหายคนสำคัญ

 

ผู้ปกครองอาณาจักรโซลเซียนาปัดมือไล่เขาและโวลธาเนียออกมาด้านนอก โดยที่เอลิยอนขอตัวกลับทันทีที่เสร็จสิ้นคดี เขาควรจะเตรียมตัวกลับอาณาจักรได้แล้ว คนที่กลัวพระบิดาแบบเขาไม่ควรทำให้พระองค์โกรธ ไม่เช่นนั้นคงถูกลงโทษเป็นแน่

 

เขาไม่ได้ใกล้ชิดกับองค์ชายตัวขาวอย่างที่ทหารพึงกระทำ แต่ระยะทางในการเดินมาถึงหน้าประตูนั้นค่อนข้างจะห่างมากกว่าปกติที่เขาเดินด้วยกัน อาจจะเพราะทุกย่างก้าวอยู่ในสายตาของผู้เป็นราชาตลอดเวลา จึงทำให้ไม่กล้าทำอะไรมากนัก

 

จวบจนออกมาพ้นประตูบานใหญ่เดินมาจนถึงบันไดที่จะนำไปสู่ชั้นล้าง สาเหตุที่พาอีกคนมาตรงนี้เพราะตั้งใจจะพาอีกคนไปที่สวนด้านหลังพระราชวัง ดัคลาส เดนวารับรู้ว่ายามที่คนตัวขาวต้องการอยากจะพักผ่อน ที่นั่นเป็นที่ที่คนตัวขาวมักเลือกจะไป และทหารของพระองค์ที่ต้องมาทำหน้าที่แทนแม่บ้านก็ควรจะพาเขาไปที่นั่น

 

เขาควรจะก้าวขาลงไปพร้อมกับคนตัวขาวที่ไม่ยอมพูดจา แต่ก็ต้องชะงักลงเมื่อมีบุคคลที่เขาคุ้นหน้าคุ้นตาวิ่งหอบแฮ่กพุ่งมาทางเขาด้วยความรวดเร็วจนเขาเผลอยกมือขึ้นกันเอาไว้

 

มันเป็นสัญชาตญาณ

 

"นายโดนไล่ออกหรือเปล่าดัคลาส! หมายความว่าไงที่มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับองค์ชายน่ะ นี่นา--"

 

เจ้าของเสียงน่ารำคาญไม่ใช่ใครอื่นไกล แต่เป็นคนสนิทของเขาที่อยู่กันมาตั้งแต่จำความได้

 

รูเฟน ทีร์กานา

 

รูเฟนเกือบจะขึ้นเสียงโวยวายอย่างที่ตนชอบทำยามที่เจ้าชายฟรอยเออร์ไปสร้างเรื่องไว้ แต่เขาคงลืมไปว่าตอนนี้ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ เพราะตอนนี้คนที่สีหน้าเรียบตึงตรงหน้าไม่ใช่ฟรอยบเออร์ แต่เป็นแค่นายทหารกระจอก ดัคลาส เดนวา

 

"ไม่โดนอะไรทั้งนั้นล่ะ องค์ชายลิวาเอลตัดสินให้พ้นผิด"

 

"ให้ตายเถอะ อย่าทำให้คนเป็นห่วงจะได้ไหมดัคลาส!? ถ้านายถูกไล่ออกนายต้องกลับเซคั--!"

 

เจ้าของผมสีสว่างยกเท้าขึ้นเทียบที่เท้าอีกข้างของสหายคนสนิททันทีที่เกือบจะพูดคำต้องห้ามออกมา เจ้าตัวเมื่อรู้ว่าเกือบจะทำทุกอย่างพังก็รีบยกมืออุดปากด้วยความรวดเร็วก่อนจะทำเป็นกระแอมเพื่อกลบความผิด ทุกการกระทำอยู่ในสายตาของคนตัวเล็กทั้งหมด องค์ชายตัวขาวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความสงสัย แต่ไม่คิดจะถามอะไรออกไป

 

เขาเหนื่อยเกินกว่าจะมาสงสัยอะไรในตัวทหารข้างกาย

 

"พาองค์ชายออกไปเดินเล่นที่สวนด้านหลังที ฉันจะไปหยิบของว่างมาให้"

 

ทีร์กานาขมวดคิ้วทันทีที่โดนอีกคนใช้งานอย่างนึกจะใช้ก็ใช้ จริงอยู่ที่เขาไม่ได้เป็นเวรเฝ้าประตู แต่ไม่คิดจะให้เขากลับเข้าห้องไปพักผ่อนเลยหรือยังไงกันนะ?

 

ไม่ทันได้ถามคำถามอะไรออกไป ร่างหนาในชุดเครื่องแบบทหารที่ไม่เรียบร้อยดังที่เจ้าตัวใส่มันทุกวันก็หมุนตัวกลับไปทางห้องครัวเพื่อเตรียมของว่างมาให้องค์ชายตัวขาวอย่างที่เจ้าตัวได้พูดไปเมื่อครู่ สุดท้ายแล้วทีร์กานาก็ต้องพาคนตัวขาวไปที่สวนด้านหลังพระราชวังเพราะเป็นคำสั่งของคนที่เดาใจยากจนน่าหงุดหงิด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"เขาเป็นแบบนี้หรือ?"

 

เจ้าของผมสีเข้มหันไปมองบุคคลที่นั่งอยู่ตรงหน้าทันทีที่ได้ยินคำถามที่ไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยเอ่ยขึ้นมา เจ้าตัวถามโดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขา แต่กลับทอดมองออกไปยังด้านนอกซึ่งไร้จุดหมาย อดไม่ได้ที่จะทำสีหน้างุนงง เขาไม่รู้ว่าตัวเองเข้าใจอะไรยากหรือคนตัวขาวกันแน่ที่นึกจะพูดอะไรไปเรื่อยก็พูด

 

เขามันไม่ได้เก็บสีหน้าเก่งเหมือนดัคลาสด้วยสิ

 

"พระองค์หมายถึง?"

 

"ดัคลาส เดนวา"

 

และทุกอย่างก็กระจ่างเมื่อได้ยินคำตอบ ทีร์กานาพยักหน้าเป็นอันว่าเข้าใจในสิ่งที่คนตัวขาวต้องการจะถาม แต่เขาก็ยังไม่มั่นใจอยู่ดีว่าคำตอบแบบไหนถึงจะถูกใจองค์ชายแห่งโซลเซียนา

 

จะเอาแบบที่ไม่เคยอยู่ในปราสาทเลย ออกไปไล่ตีกับหมีในป่าตลอด หรือเอาเป็นล้มทหารตัวเท่ายักษ์ได้ตั้งแต่อายุสิบห้าปีดีล่ะ พอคิดทบทวนแล้วรูเฟนก็ได้แต่ส่ายหน้ากับพฤติกรรมอันน่าจดจำของเจ้าชายแห่งเซคันดาติ ช่างเป็นเจ้าชายตัวอย่างที่ล้ำเลิศประเสริฐเสียจริง

 

แต่ก็เป็นเขาอีกนั่นแหละ ที่ออกไปไล่ทำเรื่องบ้าๆกับองค์ชายแห่งเซคันดาติตลอด

 

"เป็นคนแบบนี้มาตั้งแต่จำความได้แล้ว"

 

คำตอบแบบที่ไม่ได้ชัดเจนนั้น น่าจะทำให้คนตัวขาวพึงพอใจมากเลยทีเดียว เพราะเจ้าตัวไม่ได้ตอบอะไรกลับมานอกจากยังจ้องไปที่ด้านนอกอย่างสุดลูกหูลูกตา

 

ที่บอกว่าคนตัวขาวพึงพอใจ รูเฟน ทีร์กานาน่ะคิดเองเออเอง

 

สายลมเย็นที่พัดเบาๆให้เส้นผมปลิวยิ่งสร้างความงดงามให้กับคนตรงหน้า ดัคลาส เดนวาที่ยืนอยู่ไม่ไกลมากนักมองไปที่เจ้าของกายขาวที่อยู่บนเก้าอี้โดยมีทหารเฝ้าประตูยืนอยู่ข้างกาย เขาไม่ได้ตั้งใจจะยืนจ้องมองอย่างไร้มารยาทแบบนี้เพียงแต่เป็นเพราะเหมือนเห็นทีร์กานาและคนสนิทของตนกำลังคุยกันอยู่จึงไม่ได้คิดจะเข้าไป

 

แต่ในตอนนี้เขาคงควรจะเข้าไปได้แล้ว

 

ถาดอาหารที่ด้านในมีของว่างเล็กน้อยถูกวางลงตรงหน้าของเจ้าชายแห่งโซลเซียนา เจ้าตัวไม่ได้ให้ความสนใจกับมันมากนักนอกจากจ้องมองมันเหมือนเป็นของแปลกๆ ทั้งๆที่ตัวเองก็เห็นมันเกือบจะทุกวัน

 

ทีร์กานาเมื่อเห็นว่าตนไม่ควรอยู่ตรงนี้นานนัก ก็ค่อยโค้งคำนับกับองค์ชายบผู้มีศักดิ์สูงกว่าก่อนจะรีบเดินจากไป ตอนนี้สิ่งเดียวที่รูเฟนคิดถึงคือเตียงนอนที่ไม่ได้สบายอย่างที่เซคันดาติ แต่มันก็ช่วยให้เขาได้พักผ่อนหลังจากที่เหนื่อยล้ามาทั้งวัน การมาเฝ้าองค์ชายอย่างนี้ไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากจะทำสักเท่าไหร่นักหรอก

 

ไม่มีทีท่าว่ามัลฟอนจะกินพายแอปเปิ้ลตรงหน้า ไม่ใช่เรื่องแปลกใจสำหรับนายทหารที่ใช้ชีวิตกับคุณหนูมาร่วมเกือบสามเดือน เจ้าตัวมักจะเป็นอย่างนี้อยู่เสมอ

 

"เจ็บหรือไม่? ที่แก้มข้างขวาของพระองค์"

 

เขาเอ่ยถามโดยที่ไม่ได้ยื่นมือเข้าไปแตะต้องที่แก้มนวลที่ยังมีรอยแดงจากการถูกทำร้ายมาเมื่อครู่แม้จะจางลงบ้างแล้วแต่ก็ยังพอเห็นว่าเพิ่งถูกกระทำสิ่งใดมา

 

มือขาวยกขึ้นลูบที่แก้มนวลของตนเบาๆก่อนจะส่ายหน้า

 

"มันไม่เจ็บเหมือนครั้งก่อนๆที่เคยโดน" เป็นคำตอบที่ฟังแล้วชวนให้รู้สึกชื้นใจ

 

แค่เพียงเท่านี้ ดัคลาส เดนวา ก็สบายใจมากขึ้นแล้ว

 

หากต้องได้เห็นเจ้าตัวเสียน้ำตาเพราะความเจ็บอีก เขาคงต้องกลับไปรู้สึกอย่างวันที่เจ้าตัวโดนทำร้ายครั้งนั้นอีก ความรู้สึกวันนั้นเขายังจำได้ดี ร่างหนาของนายทหารสองนายที่กันเขาไม่ให้เขาไปช่วยคนที่ล้มพับอยู่ที่พื้น เจ้าตัวเจ็บปวดร้องทรมาณจนน่าสงสาร แต่เขาที่ยืนอยู่ตรงนั้นไม่สามารถเข้าไปช่วยได้ ทั้งที่แบกรับหน้าที่ทหารของพระองค์ไว้แท้ๆ

 

ทหารของพระองค์งั้นหรือ?

 

พอลองมาย้อนนึกดูแล้วเขาไม่มีความจำเป็นอะไรต้องสนใจเหตุผลพวกนี้เลยด้วยซ้ำ ในเมื่อเป้าหมายที่เขามาที่นี่ก็เพื่อจะมาเรียนรู้อะไรใหม่ๆนอกเซคันดาติก็เท่านั้น การที่จะให้มาปกป้องเจ้าชายที่แสนหยิ่งยโสไม่ใช่นิสัยของเขาเลยสักนิด อย่างที่รู้กันว่าเขามันไม่ใช่คนแยแสมนุษย์ร่วมโลกอะไรขนาดนั้น เป็นพวกเห็นแก่ตัวที่คิดแต่เรื่องของตัวเอง

 

แต่วันที่องค์ชายตัวขาวถูกทำร้าย เขากลับไมได้รู้สึกว่าควรจะเพิกเฉยต่ออีกคนอย่างที่พึงกระทำ ยิ่งมองไปเห็นรอยแดงที่ถูกกระทำมาเมื่อครู่ยิ่งตอกย้ำให้รู้ว่าเป็นความผิดของเขาเองที่ไม่สามารถช่วยเหลือองค์ชายได้

 

ทั้งสับสนในความเป็นห่วงของตน และโมโหในเวลาเดียวกัน

 

"ขอบคุณนะ"

 

เสียงหวานที่เอ่ยขึ้นระหว่างที่กำลังมองเหล่าดอกไม้ใบไม้ที่ปลิวไปตามแรงลมที่พัดเบาๆ แม้จะน่าเสียดายที่กลีบดอกไม้พวกนั้นจะต้องร่วงโรยจากดอกของมัน แต่ก็ต้องยอมรับเลยว่าภาพตรงนั้างดงามยิ่งกว่าภาพวาดเสียอีก

 

ดัคลาสเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะก้มลงมองเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเข้มที่ไม่คิดจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขา

 

"ขอบคุณหรือ?"

 

คนตัวขาวพยักหน้า

 

"ขอบคุณที่พยายามจะปกป้องเราจากท่านพ่อ" เป็นคนตัวขาวที่เอ่ยขยายประโยคขอบคุณ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในตอนนี้คนตัวขาวช่างน่าเอ็นดู "ทุกครั้งที่ท่านพ่อทำร้ายเรา เรากลัวมาก.. กลัวจนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้"

 

ความรู้สึกที่ได้ยินผู้เป็นพ่อใช้ถ้อยคำรุนแรงก่นด่าและชี้มาที่ใบหน้าของเขา ความรู้สึกในตอนนั้นมันเหมือนถูกมีดเล่มคมกรีดเข้าที่กลางหัวใจ ทั้งเจ็บปวด ทั้งเศร้า ทั้งเสียใจ ได้แต่ตั้งคำถามว่าอะไรทำให้ผู้เป็นบิดาต้องพูดจาโหดร้ายกับตนเองขนาดนี้

 

จนวันนี้มัลฟอน โวลธาเนีย ก็คิดออก

 

จริงอยู่ที่หลายๆคนมักท้วงว่าเขาและมารดา หรือองค์ราชินีมอร์เจียน่า มีนิสัยที่เหมือนกันจนน่าเหลือเชื่อ เขาไม่เคยเชื่อคำพูดเหล่านั้นเลยจนกระทั่งได้ลองใคร่ครวญดู มันก็อาจจะเป็นเช่นนั้นจริง รวมไปถึงใบหน้าที่ถอดแบบของอดีตราชินีมาราวกับฝาแฝด ทหารหรือแม่บ้านในปราสาทก็คงจะคิดเช่นนั้นเหมือนกันเป็นแน่

 

สำหรับบุตรชายตัวน้อยที่มีจิตใจอ่อนโยน ถึงแม้จะพยายามสร้างเกาะกำบังไว้ด้วยภาพลักษณ์ที่หยิ่งยโส แต่ก็ไม่สามารถซ่อนความจริงได้เลยว่าคนตัวขาวนั้นเปราะบางเพียงใด อีกคนเพียงต้องการคำพูดเป็นห่วงเป็นใย น้ำเสียงที่น่าฟังจากผู้เป็นราชาบ้างเพียงเท่านั้น คอยปลอบโยนกันในวันที่รู้สึกแย่ คอยเอาใจใส่ในวันที่เขาไม่เหลือใคร เขาอยากให้ใครสักคนหรือพระบิดากระทำเช่นนั้นกับตน

 

ห่วงใย? ปลอบโยน? เอาใจใส่งั้นหรือ?

 

คนตัวขาวชะงักไปเล็กน้อยเมื่อหัวสมองเจ้าปัญหาเันตีกลับนึกไปถึงเหตุการณ์ตลอดระยะเวลาสามเดือนที่ผ่านมาที่ได้ใช้ชีวิตกับอีกคนที่ยืนอยู่ไม่ห่าง หากตัดเรื่องคราแรกที่พบเจอกันอย่างไม่น่าประทับใจแล้ว ดัคลาส เดนวา ก็ไม่เคยทำให้เขารู้สึกแย่เลยสักครั้งเดียว

 

เพราะคนข้างกาย จึงทำให้หัวใจดวงน้อยที่ด้านช้า กลับมาเต้นราวกับได้ชีวิตใหม่ มัลฟอนไม่รู้ว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นด้านในคืออะไร สิ่งเดียวที่คนตัวขาวอยากทำในตอนนี้คือขอบคุณคนข้างกายที่ทำให้เขารู้สึกว่าชีวิตตนมันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น

 

ทั้งๆที่เหมือนตายไปแล้วครั้งหนึ่ง

 

"พอทุกครั้งที่ท่านพ่อเริ่มทำร้ายร่างกายเรา เราก็กลัวจนอยากตายไปตรงนั้นเพื่อที่จะได้ไปอยู่กับท่านแม่ เราคิดอย่างนั้นทุกครั้งที่ถูกทำร้าย" ดัคลาส เดนวาก้มมองคนตัวขาวที่ขยับปากเอื้อนเอ่ยเล่าถึงเรื่องของตนให้ฟัง "พอวันนี้ ทั้งๆที่เราก็ถูกทำร้ายแท้ๆ.."

 

"..."

 

"แต่พอมีนายอยู่ข้างๆ คอยปกป้องเรา เรากลับรู้สึกปลอดภัย"

 

โลกทั้งโลกของดัคลาสหยุดหมุน..

 

ร่างกายของเขามีอาการเหมือนไปวิ่งรอบสนามฝึกซ้อมมาเกือบสิบรอบ..

 

แสงอาทิตย์ยามอรุณที่อาณาจักรเซคันดาตินั้นทอแสงงดงามเสียจนยากจะมีใครลืม หากแต่วันนี้ดัคลาส เดนวาได้ค้นพบแสงสว่างที่งดงามกว่าบ้านเกิดของตนแล้ว และคงจะเป็นแสงเดียวที่เขาได้เห็น

 

รอยยิ้มที่ยิ้มสุดจนดวงตาสองข้างปิดลงเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว มันงงดามกว่ารอยยิ้มไหนๆที่เขาเคยพบเห็นมาก่อน จริงอยู่ในคืนเล่านิทานเขาเคยได้เห็นมันมาแล้ว แต่มันก็เพียงแค่เสี้ยววิเดียวที่อีกคนหัวเราะเท่านั้น ไม่ใช่การมอบรอยยิ้มขอบคุณให้อย่างเต็มใจในครานี้

 

หัวใจที่เต้นแรงผิดปกติทำให้ดัคลาสยากจะควบคุมมัน อีกคนช่างน่าเอ็นดูจนอดไม่ได้ที่จะต้องยิ้มตาม มุมปากยกยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจกับความน่ารักของตรงหน้า ก่อนมือหนาจะยื่นไปคว้าที่ข้อมือบางของอีกคน ฉุดเบาๆเพื่อให้คนตัวขาวยืนขึ้น อีกคนมีท่าทีงุนงงที่คราแรก แต่ก็ยอมลุกขึ้นแต่โดยดี

 

โดยที่ดัคลาส ค่อยๆคุกเข่าลงไป

 

และทำสิ่งที่ทำให้มัลฟอนต้องหายใจติดขัด

 

"ด..เดนวา"

 

มือหนาที่จับมือบางไว้อย่างหลวมๆ พร้อมกับค่อยๆยกมาแนบที่หน้าผากของตน ดัคลาส เดนวาทั้งที่มีศักดิ์เป็นถึงว่าที่ราชาแห่งเซคันดาติ อาณาจักรที่ทรงอำนาจที่สุดในตอนนี้ กลับก้มหัวให้กับองค์ชายตัวขาวที่อยู่ในอาณาจักรที่กำลังจะล่มสลายอยู่รอมร่อ หากราชินีเฮเลนมาเห็นเข้านางคงได้อกแตกตายเป็นแน่

 

สำหรับดัคลาสแล้วการก้มหัวให้ใครสักคนไม่ใช่เรื่องที่จะยินยอมง่ายๆ นอกจากมารดาและบิดาแล้ว เจ้าตัวก็ไม่เคยกระทำเช่นนี้กับใครมาก่อน เขายอมจำนนให้กับคนตัวขาวที่ช่วงชิงความรู้สึกพิเศษบางอย่างจากหัวใจเขาไป

 

เขาสับสน นั่นไม่ใช่เรื่องโกหก ตลอดหลายวันที่ผ่านมาเขาสับสนในพฤติกรรมและความรู้สึกของตนที่มีต่อองค์ชายตัวขาว ทั้งที่เมื่อครู่นี้เขายังเข้าใจว่ามันเป็นเพียงความรู้สึกที่เขาคุ้นชินกับตำแหน่งทหารของพระองค์ จึงได้มีความรู้สึกเช่นนี้ และคิดว่าหากกลับเซคันดาติเมื่อไหร่มันก็คงจะหายไป แต่มันกลับไม่ใช่เลยสักนิด

 

เมื่อรอยยิ้มที่น่าเอ็นดูส่งมอบมาให้เขา มันก็ทำให้เขาได้แน่ใจ

 

ความรู้สึกพิเศษที่เขามีให้คนตรงหน้ามันแตกต่างออกไป

 

รักงั้นหรือ?

 

เขาไม่เคยได้มอบคำว่ารักให้ใครหรอก..

 

ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่เขารู้สึกว่าทุกการกระทำของคนตัวขาวมันน่าเอ็นดูเสียจนน่าหงุดหงิด ไม่ว่าจะการเดินการนั่ง การที่อีกคนยิ้มอย่างเขินอายในค่ำคืนที่พวกเขาทั้งคู่เต้นรำด้วยกันในห้องแคบๆ ทั้งหมดนั่นเขาจำมันได้ทั้งหมด และมันทำให้ความรู้สึกที่เขามีต่อคนตัวขาวเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

 

เขาค่อยๆเงยหน้าขึ้นสบตาคนตัวขาวที่ตอนนอีกคนหน้าแดงจนลามไปถึงหู มันช่างน่ารักเหลือเกินในสายตาของเขา

 

"ด...เดนวา ไม่เอาแบบนี้นะ" เพราะความเขินอายจนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ คนตัวขาวเอ่ยออกไปแบบนั้นทั้งที่เสียงตะกุกตะกัก อดไม่ได้ที่ดัคลาสจะเผยยิ้มออกมา "ล...ลุกขึ้นนะ"

 

"กระหม่อมยินดีปกป้องพระองค์ตลอดไป.." เพราะเขาแน่ใจในความรู้สึกของตนเองมากพอแล้ว.. "ยินดี.. ที่จะไม่ให้มีใครมาทำร้ายพระองค์ได้อีก"

 

และต่อให้ต้องเจ็บตัวมากสักเท่าไหร่ เขาก็ยินดีจะทำเพื่อให้คนตัวขาวรู้สึกปลอดภัย..

 

คนผิวสีแทนค่อยๆลุกขึ้นจากการคุกเข่าก่อนจะยืนขึ้นเต็มความสูงในระยะที่ใกล้กับคนตัวขาว มือหนารวบอีกคนเข้ามาอยู่ในอ้อมอกก่อนจะลูบกลุ่มผมนิ่มนั้นเบาๆอย่างเอ็นดู

 

เจ้าชายตัวขาวที่ยังตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วก็ทำเอาทำตัวไม่ถูก ใบหน้าหวานซบลงกับแผ่นอกกว้างอย่างคุ้นชินแบบที่เคยอยู่บ่อยๆ เขาได้ยินเสียงหัวใจของคนตัวสูงอย่างชัดเจน มันทำให้มัลฟอนได้รู้ว่าอันที่จริงแล้วไม่ใช่แค่เขาคนเดียวที่ใจเต้นแรงขนาดนี้

 

มือขาวยกขึ้นกุมที่อกของตนเบาๆราวกับกลัวว่าอีกคนจะรู้ว่าหัวใจของตนเองนั้นเต้นแรงไม่แพ้กัน

 

แต่มันก็สายเกินไปแล้ว เพราะอีกคนดันรู้สึกได้ถึงอัตราหัวใจที่เต้นระรัวผิดปกติของคนตัวขาว ตั้งแต่ที่อีกคนเอียงซบลงมา มือหนาค่อยๆยกขึ้นเชยคางมนให้ขึ้นมาสบตาของตน ไม่มีคำพูดใดเอื้อนเอ่ยออกมานอกจากสายตาที่พยายามจะบ่งบอกความรู้สึกข้างในของตนเอง ดัคลาสจ้องเข้าไปในดวงตาที่สั่นระริกและสับสน

 

ก่อนที่ริมฝีปากหนาจะประทับเข้ากับอวัยวะเดียวกันอย่างแผ่วเบา แม้คนตัวขาวจะตกใจในคราแรกแต่ก็ยอมให้อีกคนได้ทำตามอำเภอใจอย่างไม่คิดจะขัดขืน ไม่มีการรุกล้ำใดไปมากกว่านั้นนอกจากความอ่อนโยนที่ดัคลาสมอบให้ ยิ่งสร้างความปั่นป่วนในท้องให้กับคนตัวขาว

 

ราวกับมีผีเสื้อนับร้อยตัวบินอยู่ในท้อง

 

ท่ามกลางบรรยากาศที่แสนสงบ เหตุการณ์เมื่อครู่ไม่ได้สร้างความตกใจให้เขาทั้งคู่เลยสักนิด ในเมื่อตอนนี้สิ่งที่หัวใจพวกเขาเรียกร้องคืออ้อมกอดของกันและกัน กลีบดอกอัลมอนต์ที่ปลิวมากระทบผิวกายขาวเบาๆเหมือนเป็นการปลุกให้อีกคนรู้ตัวว่าที่แห่งนี้เป็นด้านนอก อาจมีคนเข้ามาเห็น แต่คิดหรือว่าจะยอมผละออกจากกันง่ายๆ

 

ดอกอัลมอนต์ที่เคยบอบช้ำนั้นกลับมาเบ่งบานและสดใสเพราะถูกใครสักคนดูแลทะนุถนอมมันอย่างดี หัวใจที่เต้นรัวแข่งกันสร้างความเขินอายให้กับองค์ชายตัวเล็กไม่น้อย เป็นช่วงเวลาที่โวลธาเนียจะจดจำไปอีกนาน

 

ใบหน้าหล่อเหลาค่อยๆผละออกจากอีกคนอย่างอ้อยอิ่ง เท่านี้ก็พอจะชัดเจนแล้วว่านายทหารผมสีสว่างพยายามจะสื่ออะไร แน่นอนว่าทุกอย่างเกิดเร็วจนคนตัวขาวคิดอะไรแทบไม่ทัน สุดท้ายก็หลบสายตาที่อ่อนหวานของอีกคนเสมองไปทางอื่น

 

มือบางที่พิงอยู่ที่แผ่นอกกว้างค่อยๆกำเข้าหากันแน่น

 

"องค์ชาย.."

 

"ขอโทษ"

 

น้ำเสียงที่แผ่วเบาแต่คนผมสีสว่างได้ยินมันอย่างชัดเจน สร้างความงุนงงให้กับคนผิวสีแทนไม่น้อย มือขาวค่อยๆดันร่างหนาออกเบาๆเหมือนเป็นการผลักไสอ้อมๆว่าให้ถอยออกไป

 

สร้างความปวดร้าวให้กับนายทหารไม่น้อย

 

"ขอโทษ.. เราขอโทษ.."

 

ก่อนที่ร่างเล็กจะวิ่งหายกลับเข้าไปในปราสาท ทิ้งเขาให้ยืนอยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง..

 

 

 

 

 

 

To be con..

 

 

 

#auratusmn

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 182 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

736 ความคิดเห็น

  1. #723 Chompoo (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 02:41

    พี่ใจเย็นกับน้องหน่อยน้องเขินน้องไม่ทันน

    #723
    0
  2. #697 ปงจี้ (@mayupong-111) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 20:57
    นายทหารคนนั้นน่ะ เบาหน่อยพ่อ ใจดิฉันอยากกรี๊ดแล้ว แต่น้องขอโทษทำไมคับ หนูจะปฏิเสธพี่เค้าหรอ แงงงงงงงงง้ หนูค้าบ หนูกลัวอะไร🥺
    #697
    0
  3. #621 CB_SURVEY (@CB_SURVEY) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 05:50
    อุนแม่รู้ว่าหนูตกใจ เทวดาตัวน้อยของอุนแม่ ไม่เป็นไรนะลูก โอ๋ๆนะค้าบบบ มาๆอุนแม่กอดๆนะ นายทหารนี่ใจร้อนจริง หึ้ย
    #621
    0
  4. #491 bubblebae (@gorbua123) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 01:38
    แงงงง คนดีขาของเค้าเป็นอะไรรร
    #491
    0
  5. #419 dyowonderwall (@dyowonderwall) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 06:35
    ฮืออออออ ไม่ผลักไสสิ๊
    #419
    0
  6. #317 saylalalala (@exit-vips) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:52
    ยัยน้องขอโทษทำไมมม
    #317
    0
  7. #292 idotoo (@moonatbaaa) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:52
    องค์ชาย...
    #292
    0
  8. #264 JKCBB (@JKCBB) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 09:13
    ดัคลาสรักเขาแล้วทั้งใจจจจ
    หนีไม่พ้น look like love
    จากวันนั้นที่ไม่ชอบเขา
    หุหึ
    #264
    0
  9. #263 JKCBB (@JKCBB) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 09:12
    ขอโทษทำไมอ่า วายยยยย
    สถานการณ์ตอนราชาอาละวาดเป็นผีเข้าคงน่ากระอักกระอ่วนสุดอ่ะ
    อยากให้เมืองมันล่มสลายเสียจริง
    อยากเห็นมากว่าถ้ามัลฟอนได้ขึ้นดูแล
    เมืองจะเป็นยังไง
    #263
    0
  10. #229 moqlism (@bowcnk) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:50
    ยัยน้องของเราน่ารักที่สุด
    #229
    0
  11. #226 pxend (@pxend) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:10
    เขินมาก ในที่สุดก้รู้ใจตัวเองสักทีทั้งคู่เลยttttttttt แง น้องเป็นอะไร อ้ย รอนะคับ ไรท์เขียนดีมากๆๆเลย
    #226
    0
  12. #224 JANXBY (@JANXWKTY) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:12
    เดนวาาา สุดยอดมาก ฮื่อ น้องไม่ต้องกลัวนะคับบ
    #224
    0
  13. #222 คุกกี้รสฮีโร่ (@milkcookie) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:00
    ฮืออออ เขิน มากกกกกกก เขินแบบ มากๆๆๆๆๆๆ;_;

    เดนวาคือยอมรับแล้วว่ารักองค์ชาย แงงง เปิดเผยตัวตนแล้วพาน้องไปอยู่ด้วยเลยๆ เชียร์ค่ะ!!!
    น้องอย่าหนีพี่เขาลูก ;_;
    #222
    0
  14. #221 priner-88 (@priner-88) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:50
    แต่งดีมากเลยค่ะ อ่านแล้วใจเต้นแรงเลย แง
    ขอบคุณที่มาอัพให้อ่านนะคะะะ
    ส่วนเดนวาก้ให้เวลาน้องหน่อยนะ น้องจะทำอะไรเหมือนต้องคิดเยอะมาก รอน้องหน่อยนะองค์ชาย ????
    #221
    0
  15. #220 benzhwe_ (@benzhwe_) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:06
    น้อนนน โวลธาเนียคงกลัวใช่มั้ย อย่ากลัวไปเลยนะ อยากให้ฟรอยเออร์เปิดเผยตัวแล้วพาน้องไปอยุ่ด้วยแล้ว ยิ่งอยู่ที่นี่ต่อยิ่งน่าสงสาร ;____;
    #220
    0
  16. #219 beam_bk12 (@beam_bk12) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:50
    แงงง น้องเป็นอะไรอะ ดัคลาสอย่าเพิ่งน้อยใจนะ
    #219
    0
  17. #218 Youandmeindacity (@anotherworldxy) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:21
    น้องกลัวว่าถ้ามีใครมาเห็นใช่มั้ย บางทีน้องอาจจะเขิน ฮืออออสงสารน้อง ปกป้องน้องตลอดไปเลยนะนานทหาร
    #218
    0
  18. #217 mnamey (@mnamey) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:50
    แงงง้ ทำไมมมมม ;-;
    #217
    0
  19. #216 leenlyn (@pie-whan) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:38
    อมกกกกกกก ;___; น้องโวลธาเนียของพี่ ไม่เป็นไรนะ มันไม่เป็นไรหรอก อยากให้น้องทำตามหัวใจตัวเองบ้าง ไม่ต้องสนใจเรื่องฐานะได้มั้ยอะ ทำไม่ได้หรอ T___T คุณเดนวางงไปหมดแล้วเนี่ย คุณเขาเพิ่งแน่ใจในความรู้สึกตัวเองเองนะน้องโวลธาเนีย จะขอโทษกันเลยหรอ เราชอบตอนที่เดนวายอมคุกเข่าให้มากๆ นอกจากพ่อแม่ก็ยอมให้กับแค่คนนี้คนเดียวแล้วนะ หวานไปหมดดด แต่คงไม่เท่ายิ้มของโวลธาเนียใช่มะคุณเดนวา55555 เราอยากให้น้องโวลธาเนียมีความสุขสักที แล้ว-การที่คาลอสยอมให้รูทมอร์ตัดสินแทนนี่แบบ สรุปอาณาจักรตอนนี้เป็นของใครคะะะ ง่อยมาก ทำตัวเหมือนเมืองขึ้น อะไรก็แล้วแต่ ไม่อยากให้น้องโวลธาเนียเสียใจแล้วๆๆๆ อย่าบอบซ้ำไปมากกว่านี้เลยนะ มีคนเขาจะมาดูแลแล้ว ขอให้มันราบรื่นได้มั้ยยยย
    ปล คุณไรท์คะ พอเห็นว่าอัพเรากรี๊ดเลยนะ สู้ๆนะคะะะะ
    #216
    0
  20. #215 Gee (@jeanjeesaisai) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:19
    ช่วยเอาลูกดิชั้นกลับเซคันดาติไปด้วยค่า
    #215
    0
  21. #214 cHAmPaIN_BF (@hye-ri) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:15
    อะไรอ่า ทำไมต้องขอโทษ สงสัยหน่อยๆ ไม่เข้าใจมากๆ ใครมาทำอะไรหนูคะ ทำไมหนูต้องรู้สึกผิดที่จะจูบกับคนที่หนูรักด้วยล่ะ พี่เขาใจเสียเลยเห็นไหม ;-;
    ดีใจกับดัคลาลด้วยนะคะที่รู้ใจตัวเองซักที จากที่คอยเป็นห่วงเป็นใยเขามาตั้งนานละ ตอนนี้คนพี่เขาชัดเจนแล้ว เหลือคนน้องแล้วนะคะว่าจะจัดการยังไง //หนีกลับเซคันดาติกับพี่เขาไปเลย เชื่อแม่
    #214
    0
  22. #213 AbsTxz_ (@AbsTxz_) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:38
    ฮืออออ ขอบคุณเดนวาที่ปกป้องน้องได้ขนาดนี้ ใจคือเชียร์ให้บอกว่าเป็นเจ้าชายฟรอยเออร์ไปแล้ว แต่แบบ ไม่ได้แก บอกไม่ได้ แล้วฉันเขินๆๆๆๆ ตอนที่คุกเข่าลงไปคือเขินไปหมด ยิ่งตอนเอามือน้องไปทาบกับหน้าผากอ่ะ นายเป็นง่าทีราชาอ่ะ ก้มหัวให้เขาคือยอมเขาแล้วทั้งใจแล้วอ่ะ ตอนแรกคิดว่าเขาจะแบบ ไม่ยอมรับตัวเองแต่นี่คือแบบ ยืดอกรับอย่างเท่เลย ขอบคุณมากจริงๆที่ชัดเจนขนาดนี้ แต่น้องขอโทษทำไมคะ เราไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะ พี่เลิ่กลั่กแล้ว หนูคิดถึงอนาคตที่กำลังจะถึงหรอหนูกลัวมาหรอคะ มากอดๆนะฮือ
    #213
    0
  23. #212 June_031226 (@juneinfinite) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:37
    เดนวาาาาาาาาาา!! น้องมัลฟอนหนูเขินใช่มั้ยลูก หรือหนูกลัวเดนวาถูกทำโทษใช่มั้ยคะ
    #212
    0
  24. #211 O2O899X (@luvmarklee) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:36
    พ้มจะเป็นลม อยากอ่านต่อแล้วค้าบT_T
    #211
    0
  25. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:31
    เดรวา!!!!!เจ้าตัวดีจูบน้องทำไม
    #210
    0