sub eques auratus [ MINNO ]

ตอนที่ 10 : CHAPTER IX : Exultant lusibus

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,751
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 257 ครั้ง
    22 มี.ค. 63

 

Athens vermillion

 

 

“เดนวา เดี๋ยว!”

 

ขาเรียวภายใต้สชุดสีชมพูอ่อนพยายามก้าวเท้าให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้เพื่อที่จะตามคนด้านหน้าไป มือบางที่ยื่นไปหมายจะคว้าชายเสื้อของนายทหารผมสีสว่างไว้ แต่อีกคนก็ก้าวเท้าหนีไม่สนใจเสียงเล็กที่ไล่หลังมา

 

หลังจากที่เกิดปากเสียงและเหตุการณ์ที่ทำให้ผมสีสว่างต้องเปียกลู่แนบไปกับกรอบหน้าคม อีกคนก็เดินออกมาด้านนอกทันทีโดยไม่สนใจว่าการกระทำเช่นนั้น สำหรับผู้เป็นทหารแล้วก็ไม่ควรทำเลยสักนิด

 

โชคดีที่องค์ราชาไม่เอาผิดอะไรกับการกระทำของดัคลาส เดนวา อาจจะเป็นเพราะสภาพอีกคนไม่เหมาะสมที่จะยืนอยู่ในห้องนี้ต่อ ถึงได้ปล่อยให้เดินออกไปทั้งอย่างนั้น เพโรน่ากำลังจะเดินตามเขาออกมาแต่องค์ราชินีก็สั่งไว้ว่าไม่ให้เธอไปไหนทั้งนั้น

 

มัลฟอน โวลธาเนียอยากจะวิ่งตามอีกคนไปใจจะขาด แต่ก็ทำได้เพียงนั่งลงเพื่อคัยเรื่องพิธีงานเต้นรำต่อไป หัวสมองของคนตัวขาวไม่ได้อยู่กับสิ่งที่ผู้เป็นบิดาพูดเลยสักนิด แต่กลับจดจ่ออยู่กับที่หนาที่เดินออกไปนอกห้อง โวลธาเนียเฝ้ารอเวลาที่จะเป็นอิสระ เพื่อจะได้ออกไปหาอีกคน

 

เมื่อเวลานั้นมาถึง มัลฟอนก็ไม่รอช้าที่จะวิ่งวถ่นตามหาอีกคนจนเกือบจะทั่วปราสาท จนกระทั่งมาเจออยู่ที่โถงทางเดินห้องสมุดที่มันแทบจะไม่มีใครเดินมาเลย เจ้าของร่างหนาที่เคยอยู่ในชุดาเข้มที่เปียกชุ่ม บัดนี้ถูกเสื้อตัวนั้นถูกเปลี่ยนออกเรียบร้อยแล้ว รวมถึงผมสีสว่างก็แห้งสนิทเช่นกัน

 

“หยุดก่อน!”

 

คนตัวขาววิ่งอ้อมไปดักหน้าอีกคนไว้ ทำให้ตอนนี้ร่างเล็กที่สูงถึงเพียงริมฝีปากของเขากำลังยืนหอบแฮ่กอยู่ตรงหน้า ดัคลาสไม่ได้แสดงทีท่าใดออกมานอกจากความนิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของเจ้าชายแห่งเซคันดาติ

 

“มีอะไร?” ถามด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำกว่าปกติ ยิ่งทำให้คนตัวขาวหน้าถอดสีไม่น้อย เขาพอจะรู้อยู่แก่ใจว่าอย่างไรกัคลาสส เดนวาก็คงโกรธ แต่เมื่อโดนอีกคนทำเสียงเข้มใส่เช่นนี้ยิ่งรู้สึกแย่กว่าเก่า “หากไม่มี กระหม่อมขอตัว”

 

“เดนวา!”

 

คนตัวขาวรีบคว้าแขนออกอีกคนไว้เพื่อไม่ให้คนตัวหนาเดินหนีออกไปอีกทางได้ แน่นอนว่าดัคลาสไม่ได้สะบัดออกหรือจัดขืนแต่อย่างใด เขาปล่อยให้เจ้าของมือนุ่มนิ่มจับแขนที่มีมัดกล้ามของตนเองไว้เฉยๆเช่นนั้น

 

ดวงตาของมัลฟอน โวลธาเนียเต็มไปด้วยความสับสนอย่างเห็นได้ชัด ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไร แต่แค่เพียงแค่อีกคนหลบหน้าเขา ก้มหน้างุดจนคางแทบจะชิดกับอก เขาก็คาดเด่ได้ไม่ยากว่าคนตัวเล็กกำลังสับสนมากขนาดไหน

 

“หากท่า-..”

 

แต่ไม่ทันที่ดัคลาสจะได้เอ่ยอะไรออกไป ร่างเล็กที่เขย่งเท้าขึ้นประทับริมฝีปากลงบนอวัยวะเดียวกันก็สร้างความตกใจให้กับคนตัวสูงไม่น้อยจนต้องเผลอก้าวถอยไปด้านหลัง..

 

มัลฟอน โวลธาเนีย ทำเหมืแนที่เขาเคยทำกับอีกคนเมื่อนานมาแล้ว

 

“นายเคยบอกว่าทำเช่นนี้ เป็นการขอโทษไม่ใช่หรือ?”

 

“…”

 

“เราขอโทษ อย่าโกรธเราเลยนะ”

 

องค์ชายแห่งโซลเซียนาขยับเข้ามาใกล้เขามากขึนจนระยะห่างระหว่างเขาและอีกคนนันแทบไม่มีเหลืออยู่ ร่างเล็กเขย่งเท้าขึ้นอีกครั้งและประทับริมฝีปากลงที่จุดเดิมซ้ำสองราวกับจะขอโทษอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ต่างออกไปตรงที่มือหนารั้งศีรษะของคนตัวขาวให้การจุมพิตได้แนบชิดมากยิ่งขึ้น

 

อีกคนบดคลึงริมฝีปากของคนไร้ประสบการณ์อย่างอ่อนโยน สร้างความวาบหวิวให้กับหัวใจดวงน้อยจนมันเต้นเป็นจังหวะที่รัวและแรงมากยิ่งขึ้นราวกับจะทะลุออกมานอกอกข้างซ้าย ยิ่งยามที่อีกคนสอดลิ้นเข้ามาด้านใน ยิ่งทำให้ร่างทั้งร่างสั่นเป็นลูกนก

 

เจ้าของผมสีสว่างยังคงดูดดึงขบเม้มริมฝีปากสีสวยราวกับเป็นขนมหวาน เขาไม่ได้กระทำรุนแรงกับโวลธาเนียเลยสักนิด ทุกครั้งที่ดัคลาสพยายามบดเบียดริมฝีปากเขามา มันช่างอ่อนโยนจนมัลฟอนเผลอตอบรับลิ้นรอดที่เกี่ยวกระหวัดลิ้นร้อนของคนตัวสูงกว่า

 

มือขาวที่วางอยู่ตรงแผ่นอกหนาบัดนี้กุมเสื้อสีเข้มของอีกฝ่ายแน่นจนมันแทบจะขาดคามือ ขาเรียวที่เริ่มสั่นระริกเพราะยืนเขย่งนานจนเกินไป คนโตกว่าก็ใจดีพอที่จะค่อยๆโน้มตัวลงมา เพื่อให้โวลธาเนียจะได้ไม่ต้องเขย่งขึ้น

 

ลิ้นร้อนไล่กวาดชิมความหวานจนทั่ว คนตัวความซึ่งอ่อนประสบการณ์ก็ทำได้เพียงปล่อยให้อีกคนชักพาความวาบหวามนั้นไป ไม่รู้เวลาผ่านไปนานขนาดไหน แต่เหมือนโวลธาเนียจะเริ่มขาดอากาศหายใจอยู่รอมร่อ

 

แม้ไม่ใช่จูบแรก แต่มันกลับตราตึง

 

คนตัวขาวรีบสูดอากาศหายใจเข้าทันทีที่อีกคนยอมปล่อยให้ริมฝีปากบาง ที่บัดนี้เจ่อบวมเป็นอิสระ ร่างทั้งร่างสั่นระริกราวกับลูกนก ดวงตาคู่สวยคลอไปด้วยน้ำสีใส ดูแล้วน่าเอ็นดูน่ารังแกเสียมากกว่า อีกคนช้อนตาขึ้นสบตากับเขาเหมือนกับลูกแมวที่อ้อนเจ้าของ

 

“หายโกรธหรือยัง?”

 

“…” เขาไม่ตอบ แต่กลับใช้แขนสองข้างโอบรอบเอวบางไว้เพื่อไม่ให้อีกคนล้มพับไปก่อน

 

“ถ้าหากเราปล่อยให้นายมีปากเสียงกับองค์ราชาต่อไป นายคงได้ถูกประหารชีวิตแน่” เสียงสั่นพยายามจะอธิบายเหตุผลของตน “เราไม่อยากให้เป็นเช่นนั้นเลย”

 

เสียงที่แผ่วลงยิ่งทำให้ดูน่าสงสาร แม้ดัคลาส เดนวาจะรู้อยู่แก่ใจถึงเหตุผลที่อีกคนสาดน้ำใส่เขา แต่เมื่อได้มาฟังอีกคนเล่าถึงเหตุผลด้วยตัวเองแล้วมันกลับทำให้เขารู้สึกดีมากจนบอกไม่ถูก มือเล็กที่กุมเสื้อสีเข้มของเขาอยู่นั้นไม่มีทีท่าว่าจะคลายออกดัคลาสก็ไม่ได้คิดจะผลักไสอีกคน

 

"หายโกรธเราได้หรือไม่?"

 

"..."

 

"เราจะไม่ทำอีก.. เราสัญญา.." ใบหน้าหวานเอียงซบกับแผ่นอกกว้างเพราะหวังให้อีกคนเห็นใจตนเอง แต่การกระทำเช่นนั้นยิ่งทำให้ดัคลาส เดนวาตัวแข็งเป็นหิน

 

"ท่านไม่สมควรทำเช่นนี้ องค์ชาย.."

 

"แล้วที่นายจูบเรา มันสมควรแล้วหรือ?" คนถูกย้อนกลับไม่คิดจะเถียงออกไปนอกจากปล่อยให้อีกคนได้เอียงหน้าซบกับแผ่นอกของตนเอง แขนแกร่งยังคงโอบรอบเอวบางไว้และคนตัวขาวก็ไม่คิดจะผลักไส "เราเกลียดการกระทำเช่นนั้น แต่จะยอมให้นายทำ เพราะเราอยากให้นายหายโกรธ"

 

องค์ชายตัวขาวค่อยๆผละออกจากอกแกร่งเบาๆ ก่อนที่มือหนาจะค่อยๆยกมือขึ้นเชยคางมนขึ้นมาให้สบตากับตนตรงๆอีกครั้ง คนตัวเล็กไม่สามารถหลบหนีได้

 

“กระหม่อมไม่เคยโกรธ”

 

“…”

 

“อย่าทำเช่นนี้อีก”

 

ทั้งที่ตนเป็นถึงองค์ราชาผู้มีศักดิ์สูงกว่ามาก แต่ยามถูกคนตัวสูงกว่าพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งงันเช่นนี้ กลับทำให้คนตัวขาวไม่กล้าที่จะขัดคำสั่ง ยิ่งได้เห็นสายตาที่บังคับอ้อมๆว่าอย่าทำอย่างเมื่อครู่อีก ยิ่งทำให้โวลธาเนียกลัว

 

กลัว..

 

“หากไม่ยินดีจะเต้นรำก็หนีออกมา”

 

“!!!” ใบหน้าหวานเงยขึ้นสบตากับดวงตาแข็งกร้าวด้วยความตกใจหลังได้ยินคำพูดที่ไม่สมควรจะหลุดออกมาจากปากทหารของพระองค์ที่ใกล้ชิดกับกษัตริย์มากที่สุด “รู้ตัวหรือไม่ว่าเอ่ยสิ่งใดออกมา..”

 

“รู้สิ กระหม่อมกำลังเสนอให้พระองค์กระทำสิ่งที่ใจพระองค์ต้องการแม้ขัดกับคำสั่งของพระบิดาก็ตามที”

 

“อย่ากล่าวอะไรที่เป็นไปไม่ได้ได้หรือไม่?”

 

“อย่างไรเสียพระองค์ก็เป็นบุตรของพระราชา”

 

“บิดาของเราไม่ได้อ่อนโยนอย่างที่ใครเห็นนะเดนวา” คนตัวขาวเอ่ยพร้อมกับนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่ทำให้หัวใจดวงน้อยเกือบสิ้นสลายมาแล้วครั้งหนึ่ง องค์ราชาที่แสนอ่อนโยนของประชาชน คือบิดาที่แสนโหดร้ายของเจ้าชายโวลธาเนีย

 

“ไม่ว่าเราจะรังเกียจรูทมอร์มากเพียงใด หากแต่ถ้าพระบิดาต้องการ เสียงของเราก็ไร้ซึ่งความหมาย”

 

คนตัวขาวเผลอขึ้นเสียงแข็งขึ้นมาเพราะต้องต่อล้อต่อเถียงกับนายทหารตรงหน้า คงคิดได้แค่ว่ากับดัคลาส เดนวา การไม่มีปากเสียงกันคงเป็นเรื่องที่ยากเกินไป

 

“อยากหนีหรือไม่?”

 

“จะให้เราย้ำเรื่องของรูทมอร์อีกสักกี่ครั้งกันเดนวา.. อย่าให้เราต้อ-.."

 

“กระหม่อมถามว่าอยากหนีหรือไม่?”

 

คำถามที่ถูกเอ่ยขึ้นทั้งที่ผู้เป็นเจ้าชายยังเอ่ยไม่จบทำให้คนตัวขาวต้องขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ

 

ดัคลาส เดนวา อาจลืมไปแล้วว่าตนเป็นเพียงทหารที่อาจถูกเขี่ยทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ และโวลธาเนียก็คงลืมไปแล้วว่าตนเป็นองค์ชายที่สามารถออกคำสั่งกับคนตรงหน้าได้ ไม่ใช่การยืนกุมมืออยู่เฉกเช่นนี้

 

คำตอบมันชัดเจน.. เขารังเกียจทุกอย่างที่เป็นตระกูลรูทมอร์ การกระทำที่หยาบคายที่บุตรของรูทมอร์กระทำกับเขายังตราตึงใจไม่เคยหายไป ไม่มีครั้งใดที่ไม่นึกถึงเหตุการณ์ที่ถูกอีกคนกระชากเข้าไปรับจุมพิตจากริมฝีปากอวบอิ่มยามได้สบตาคู่นั้น

 

สำหรับอาณาจักรโซลเซ๊ยนา พิธีเต้นรำถือเป็นพิธีที่สำคัญ แน่นอนว่าคู่เต้นรำนั้นก็ต้องสำคัญไม่น้อย ไม่ใช่ใครหน้าไหนก็ได้ และคนตัวบางก็ไม่ยินดีที่จะต้องเต้นรำกับคนที่ตนรังเกียจในพิธีที่แสนสำคัญ

 

“อยาก..”

 

“…”

 

“อยากหนี..”

 

“…”

 

เราไม่อยากเต้นรำกับรูทมอร์..

 

 

 

 

 

 

 

 

แสงไฟจากห้องโถงกว้างสาดส่องไปทั่วบริเวณปราสาทใหญ่ของอาณาจักรโซลเซียนา โดยที่ขุนนางหลายสิบคนไปรวมตัวกันอยู่ในนั้นเพื่อรอรอเวลาที่จะได้เต้นรำกับคู่ของตนเอง ส่วนประชาชนผู้มีศักดิ์ต่ำต้อยกว่าเหล่าขุนนางนั้น ล้วนแล้วไปรวมตัวอยู่ที่ใจกลางเมืองอันเป็นที่ที่ประชาชนเชื่อว่าเป็นดั่งที่ศักดิ์สิทธิที่ยนามมีพิธีใดก็มักจะมารวมตัวกันที่นี่เป็นส่วนใหญ่

 

แต่ยังมีสองบุคคลที่มีศักดิ์เป็นเจ้าชายนั้นไม่ได้เข้าไปร่วมในพิธีดั่งที่ควรจะเป็น แม้มันจะผิดจากหน้าที่ไปมาก หากแต่คนผมสีเข้มไม่ได้สนใจ ขายาวก้าวลงบันไดไปด้วยความไม่เร่งรีบ พร้อมกับเจ้าชายด้านหลังที่ทำสีหน้าไม่อยากลงมาตั้งแต่ที่เขาเริ่มจุดตะเกียงที่ด้านนอกพระราชวัง

 

บัดนี้แสงไฟภายในปราสาทนอกเหนือจากในห้องโถงถูกดับไว้หมด ยิ่งในที่ที่ไม่ควรย่างกรายเข้ามาอย่างทางไปคุกใต้ดินยิ่งมืดสนิท ไม่มีแม้แสงไฟจากเชิงเทียนที่ตั้งเอาไว้

 

“นายเดินเร็วไปแล้ว”

 

“นายต่างหากที่ชักช้า เอลิยอน”

 

เจ้าของผมสีน้ำเงินหันมาตวาดใส่คนด้านหลังที่กว่าจะเดินตามเขามาได้แต่ละก้าวมันช่างเชื่องช้าเสียจนน่าหงุดหงิด รู้อยู่แก่ใจว่าเอลิยอนไม่ยินดีจะลงมาด้วยแต่มันก็สายเกินไปแล้วที่เลอกรันจ์จะกลับเข้าไปในพิธี

 

“คู่เต้นรำของนาย องค์หญิงอาเธนส์ เวอร์มิลเลียน จะต้องไม่พอใจนาย”

 

เอลิยอนหมายถึงองค์หญิงผู้เลอโฉมที่เคยเป็นคู่ซ้อมเต้นรำกับออซวอลต์ คนที่อเลิยอนเอ่ยแซวหนักหนาว่าออซวอลต์ตกหลุมรักนางเข้าเต็มเปา แต่สิ่งที่ตอบกลับมากลับเป็นสีหน้าหงุดหงิดของอีกคน

 

“ฟังนะเลอกรันจ์ ฉันไล่นางไปไกลๆเอง" คำพูดใจร้ายนั้นหลุดออกมาจากปากองค์ชายแห่งอาณาจักรเวล์มเฮล์ม "ฉันเกลียดนาง"

 

เจ้าของผมสีชมพูเข้มคว่ำปากลงอย่างไม่อยากจะเชื่อคำพูดของสหายคนสนิทข้างกายที่ดูก็รู้ว่าตกหลุมรักองค์หญิงเอเธนส์เข้าแล้ว ดูจากสายตาที่มีให้นางก็เดาได้ไม่ยากเลยสักนิด กับคนที่คิดอะไรก็แสดงออกมาอย่างออซวอลต์

 

สองร่างของเจ้าชายผู้สูงศักดิ์เดินมาหยุดที่หน้าประตูทางเข้าไปยังคุกใต้ดินของอาณาจักรโซลเซียนา แน่นอนว่ามีทหารหนึ่งนายกำลังยืนเฝ้าอยู่ อีกคนโค้งคำนับแสดงความเคารพกับองค์ชายทั้งสอง ก่อนกลับมายืนตีหน้านิ่งดังที่ตนชอบกระทำ

 

นี่คงเป็นปราการที่ยากกว่ากำแพงหินใดในโลก ในการที่จะเข้าไปยังด้านในคุกใต้ดิน

 

ผู้เฝ้าประตูคุกใต้ดิน ดัลเธีย ชีร์โก

 

“เรามีความประสงค์จะเข้าไปด้านหลังประตูนี่”

 

"ก็คงเดาไม่ยาก พระองค์คงไม่เดินทางมาถึงที่นี่เพื่อบอกว่าเข้าพิธีเต้นรำหรอก"

 

เอลิยอนขมวดคิ้วทันทีที่ได้ยินทหารสีหน้าเรียบนิ่งตรงหน้าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงและวาจาที่แสนร้ายกาจ ไม่อยากเชื่อเลยว่านี่คือทหารของโซลเซียนา เจ้าของผมสีชมพูเข้มหรี่ตามองอีกคนที่อยู่ในเครื่องแบบทหารอย่างเต็มยศ และอีกคนก็ตวัดสายตามามองเขาเช่นกัน แน่นอนว่ามันแสนจะน่าเหลือเชื่อที่ทหารที่นี่มีท่าทางที่อวดดีเหลือเกิน

 

ไม่เช่นนั้นคนตรงหน้าคงไม่ได้มาเป็นทหารเฝ้าคุกหรอก จริงไหม?

 

"พูดจาแบบนั้น มันชักจะสามหาวเกินไปแล้ว ดัลเธีย ชีร์โก"

 

"ขอโทษที่กระหม่อมต้องทูลต่อองค์ชายทั้งสองว่า กระหม่อมรับใช้ราชาของโซลเซียนาแต่เพียงผู้เดียว"

 

ให้ตายสิ เลอกรันจ์นึกอยากจะปรบมือให้ดังๆไปตัวอาณาจักรอย่างชื่นชมทหารตรงหน้าที่จงรักภักดีต่อกษัตริย์ที่แสนโหดร้ายอย่างคาลอส โวลธาเนียเสียจริง

 

แต่เหมือนสหายข้างกายเขาจะไม่ได้อยากชื่นชมนายทหารอย่างที่เอลิยอนอยากทำ เพราะพฤติกรรมที่อีกคนแค่นหัวเราะก่อนจะใช้ลิ้นดันกระพุงแก้มเมื่อครู่ ดูก็รู้ว่าในเวลานี้ ต่อให้องค์ราชาจากเวล์มเฮล์มมาห้าม เห็นทีก็คงจะไม่ฟังเสียแล้ว

 

"น่าประทับใจที่ทหารของโซลเซียนากล้าขัดคำสั่งของฉัน บางทีฉันอาจจะต้องทูลต่อองค์ราชาคาลอสเสียหน่อยแล้ว ว่าช่วยตักเตือนทหารของพระองค์ และลดความจองหองลงบ้าง ไม่เช่นนั้นนายอาจไม่ตายดี" เนเพนเธสไม่เคยโกหก เดิมทีเขาไม่ชอบที่จะให้ใครมาต่อล้อต่อเถียงกับตน ยิ่งกับบุคคลที่เพิ่งเจอหน้ากันได้ไม่ถึงสิบนาที เช่นนั้นยิ่งทำให้เขาไม่พอใจ "ฉันไม่อยากจะลากคอนายไปให้องค์ราชาประหารหรอกนะ หลีกทางเสีย"

 

"คงทำเช่นนั้นไม่ได้" เจ้าตัวยืนกรานว่าจะไม่ถอย แม้ว่าคนตรงหน้านั้นจะมีอำนาจในการประหารตนก็ตามที ชีวิตของชีร์โก อยู่ในมือของเนเพนเธส "การทำตามหน้าที่ เป็นสิ่งที่ทหารพึงกระทำ องค์ชายอย่าพยายามอีกเลย กลับไปเสียเถิด"

 

เอลิยอนยื่นมาคว้าที่ข้อมือของสหายคนสนิทผมสีน้ำเงินที่พร้อมจะมีเรื่องกับนายทหารตรงหน้าอย่างเต็มที่ แม้ว่าปกติแล้วเนเพนเธสจะไม่ใช่คนอารมณ์ร้อน แต่ในสถานการณ์ที่ชวนหัวเสียเช่นนี้ เป็นใครก็ต้องอารมณ์เสีย

 

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เป้าหมายของพวกเขาในวันนี้ก็คือการเข้าไปหลังประตูนั่น ซึ่งเป็นคุกใต้ดินของอาณาจักรโซลเซียนา มันคงไม่ใช่เรื่องดีหากเอลิยอนและออซวอลต์กลับไปหาองค์ชายแห่งเซคันดาติและต้องรายงานว่าไม่สามารถเข้าไปด้านในนั้นได้ เลอกรันจ์พรูลมหายใจออกมายาวหลังจากต้องใช้ความคิดแก้ปัญหาตรงหน้า

 

"ฟังนะ ฉันเข้าใจเรื่องที่นายจะจงรักภักดีต่อองค์ราชาขนาดนั้น ฉันขอชื่นชมว่านายเป็นทหารที่ดีเยี่ยม แต่มันไม่ใช่ในตอนนี้" ในตอนที่เลอกรันจ์เริ่มจะอธิบาย ดัลเธีย ชีร์โกก็ไม่ได้ร้ายกาจขนาดว่าจะไม่ฟังสิ่งที่องค์ชายผมสีชมพูเข้มเอ่ย เขาตั้งใจฟังทุกคำพดที่ออกมาจากริมฝีปากสีเข้ม แม้ท่าทางของเขาจะดูไม่ใส่ใจก็ตามที "นายเป็นทหารที่ต้องคุมประตูคุก และยังเป็นทหารที่ขึ้นชื่อว่าใกล้ชิดกับองค์ราชามากที่สุด จะให้พูดว่านายรู้ว่านักโทษด้านในคือใครบ้างมันก็คงไม่แปลก"

 

ที่เอลิยอนกล่าวมาไม่ผิดไปเลยสักนิด มันคืความจริงที่ว่าดัลเธีย ชีร์โก รู้ถึงเหล่านักโทษที่อยู่ด้านในว่าเป็นใครบ้าง และรวมไปถึงคดีของแต่ละนักโทษ แม้แต่จำนวนผู้เสียชีวิตในคุก เขาก็รู้มันหมด

 

"และฉันรู้ว่านายเองก็รู้ถึงเบื้องลึกเบื้องหลังอาณาจักรแห่งนี้"

 

"..."

 

"ความจริงของที่นี่เป็นอย่างไรตัวนายเองรู้ดีที่สุด คนที่นายพยายามกีดกันไม่ให้พวกฉันได้เข้าไปพบ ก็คงจะเป็นคนที่นายรู้จักอย่างดีไม่ใช่หรือ? ดัลเธีย ชีร์โก" แม้ว่าเลอกรันจ์จะไม่ได้ใช้น้ำเสียงกดดันหรือสีหน้าที่เคร่งเครียดก็ตาม แต่ด้วยท่าทีแสนสบายและเป็นธรรมชาติของอีกคนนั่นแหละ ที่กดดันเขา มันกดดันเสียจนมือหนาเผลอกำเข้าหากันแน่น

 

"ฉันดีใจนะที่ได้เห็นนายทำหน้าที่ของนายอย่างเต็มที่ แต่แค่ฉันเข้าไปด้านใน มันคงไม่ทำให้นายต้องถูกประหารหรอกใช่หรือไม่"

 

"..."

 

"ความจงรักภักดีต่อนาย ผู้ที่นายเคารพนับถือจะต้องได้รับรู้แน่"

 

ออซวอลต์แอบเห็นว่าดัลเธีย ชีร์โกมีท่าทีอึกอักขึ้นมาหลังจากที่เอลิยอนเอ่ยจบ มืออีกคนกำเข้าหากันแน่นจนผิดปกติ ไม่มีเสียงคำอนุญาตใดเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของอีกคนที่กำลังสั่นระริกราวกับกำลังสับสน เฉกเช่นเดียวกับเจ้าชายแห่งอาณาจักลอยย์ที่เดินมาชิดกับเขาจนแทบจะสิงกันอยู่รอมร่อ สหายข้างกายเนเพนเธสก็มีท่าทางสับสนไม่น้อย

 

เอลิยอนไม่มั่นใจว่าตนได้พูดสิ่งใดผิดไปหรือไม่?

 

สำหรับเจ้าชายผมสีชมพูเข้ม เขาเป็นคนที่ซื่อตรงและอ่อนโยน หากจะให้ไปล่วงรู้ความลับอะไรสักอย่างของนายทหารตรงหน้าเข้าดูเหมือนมันจะเป็นไปไม่ได้เลยสักนิด เพราะเดิมที เอลิยอนไมได้เป็นคนขี้สงสัยเรื่องชาวบ้านเหมือนอย่างสหายผมสีสว่างที่หายตัวไปที่ใดก็ไม่รู้ในค่ำคืนที่ควรจะมาด้วยกันอย่างคืนนี้ ที่เขาพูดออกไปเมื่อครู่เป็นเพียงความรู้สึกที่เขาอยากส่งให้ถึงตัวชีร์โกเท่านั้น

 

ไม่คิดว่ามันจะไปสะกิดอะไรเข้า

 

แกร๊ก..

 

"...?"

 

"กระหม่อมขอให้เก็บเรื่องที่องค์ชายทั้งสองเข้าไปด้านในคุกใต้ดินนั้น เป็นความลับ.."

 

แต่เพียงได้ทำสำเร็จตามเป้าหมาย เท่านั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับเอลิยอน

 

 

 

 

 

 

 

ตามโถงทางเดินกว้างที่ไร้ซึ่งผู้คนยังมีเจ้าของกายขาวในชุดสูทสีอ่อนที่แสนจะเข้ากับผิวกายเนียนละเอียด กำลังเดินไปตามทางเดินกว้างพร้อมกับเชิงเทียนอันเล็กในมือที่ดูแล้วอีกไม่ช้านานไฟมันก็คงจะมอดดับลง

 

ผ้าคลุมสีน้ำตาลอ่อนที่ได้มาจากแม่บ้านคนสนิท ไม่ได้ช่วยให้คนตัวขาวพรางตัวได้สักนิดเพียงแต่เธอขอร้องให้เขาคลุมมันมาด้วย มันถึงได้มาอยู่บนร่างเล็กแบบนี้ หญิงสาวที่มีศักดิ์เป็นเหมือนพี่สาวของโวลธาเนียนั้นไม่คิดจะค้านที่อีกคนมีความประสงค์จะหนีออกจากงานเต้นรำ เธอไม่รีรอที่จะช่วยให้องค์ชายตัวขาวได้รอดเงื้อมมือของผู้เป็นราชา

 

เธอรู้อยู่แก่ใจว่าไม่ว่าอย่างไรเธอก็ต้องถูกลงโทษที่ปล่อยให้บุคคลสำคัญของค่ำคืนนี้หนีหายออกไปจากห้องบรรทม มัลฟอน โวลธาเนียเอ่ยถามนางแล้วว่าถ้าหากเป็นเช่นนี้ พระราชาจะไม่ทำโทษนางหรอกหรือ?

 

'จะไม่ใครมาทำร้ายแซดลีย์ และองค์ชายของแซดลีย์ได้ รีบไปเถิดองค์ชาย'

 

เธอกล่าวเพียงเช่นนั้น แม้ในคราแรกมัลฟอนนั้นแสนจะขัดใจ แต่เธอก็พยายามยัดเยียดให้เขาหนีออกมา สุดท้ายขาเรียวก็เลยรีบวิ่งออกไปในทางที่ตัวเองตั้งเป้าหมายไว้แต่แรกว่าจะหนีมา

 

ไม่ใช่ว่าโวลธาเนียจะไม่เป็นห่วงไซฮีลเลย เขาห่วงมากที่สุด แต่ถ้าหากยังอยู่ต่อไปสุดท้ายไซฮีลก็ต้องบังคับให้เขาหนีออกมาอยู่ดี เขารู้ใจอีกคนมากที่สุด ดังนั้นแล้วแม้จะเจ็บปวดมากเพียงใดที่ทิ้งหญิงสาวให้รับชะตากรรมอันโหดร้ายอยู่ตรงนั้น แต่เขาก็จำใจต้อหนีออกมาจากที่ที่เป็นบ้าน แต่กลับเหมือนนรกสำหรับโวลธาเนีย..

 

เจ้าตัววิ่งมาจนถึงห้องที่มีประตูไม้สีเข้มอันเป็นประตูที่ดูก็รู้ว่าด้านในไม่ใช่ห้องของกษัตริย์หรือเจ้าชายเลย ด้วยขนาดห้องที่เล็กและอยู่ในที่ที่คับแคบจนเกินไป ใช่.. ที่นี่คือห้องพักของทหารมากมายในอาณาจักร มีห้องที่มีประตูแบบเดียวกันอยู่เต็มไปหมด แต่แน่นอนว่าคนตัวขาวรู้ดีว่าประตูห้องตรงหน้าเป็นของใคร..

 

มือขาวยื่นไปเคาะที่ประตูนั้นสองทีเป็นการส่งสัญญาณว่ามีผู้มาเยือน ในตอนที่กำลังรอให้คนด้านในมาเปิด สายตาของเจ้าชายมีความกังวลอยู่ตลอดเวลาว่าจะมีผู้ใดมาพบเข้าหรือไม่

 

ทันทีที่ประตูไม้ถูกเปิดออก คนตัวขาวก็รีบแทรกตัวเข้าไปด้านในทันทีเพื่อไม่ให้มีใครได้มาพบเข้า มือเรียวถือวิสาสะปิดประตูและจัดการล็อคมันด้วยความรวดเร็วเสียจนเจ้าของห้องต้องขมวดคิ้วด้วยความงุนงง

 

"บุกรุกหรือ?"

 

"เราเคาะห้องแล้วเดนวา" มือขาวถอดผ้าคลุมสีน้ำตาลอ่อนออกก่อนจะแขวนมันไว้ที่ประตูราวกับว่านี่เป็นห้องของตัวเอง คนตัวขาวเผลอพรูลมหายใจออกมายาวในตอนที่รู้สึกว่าตนเองนั้นปลอดภัยจากผู้คนที่จะมาตามให้กลับไปในพิธีเต้นรำแล้ว "ฉันหวังว่าไซฮีลจะไม่เป็นไร"

 

"นางเอาตัวรอดได้" คนผิวสีเข้มว่าก่อนจะเดินไปจัดเตียงนอนของตนที่มันเล็กกว่าเตียงของมัลฟอนมากและไมได้สะดวกสบายเลยสักนิด แต่ในเวลานี้คนตัวขาวไม่ได้สนใจ เจ้าตัวเดินไปนั่งที่ขอบเตียงโดยทอดมองออกไปยังนอกหน้าต่างที่มีแสงของดวงจันทร์สาดส่องเข้ามา พร้อมกับนายทหารผมสีสว่างที่นั่งอยู่ข้างกายไม่ห่าง

 

ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่มัลฟอนไม่ได้ผลักไสให้อีกคนออกห่างกาย แต่กลับยินยอมที่จะให้เข้ามาใกล้

 

'ห้องพักของนาย?'

 

'ใช่ นั่นเป็นที่เดียวที่จะไม่มีคนตามตัวพระองค์ได้'

 

คนตัวขาวขมวดคิ้วทันทีที่ได้ยินนายทหารที่แสนจองหองเอ่ยจบ มัลฟอน โวลธาเนียไม่เข้าใจว่าการหลบหนีงานเต้นรำครั้งนี้ เหตุได้ต้องหนีไปพักที่ห้องของดัคลาส เดนวา ในเมื่อนอกวังหรือที่อื่นๆนั้นมีให้หนีอีกถมไป ไม่มีทหารคนได้มาตรวจในงานพิธีสำคัญเช่นนี้ ทุกคนล้วนอยู่ในงานกันหมด

 

'เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าที่พักของนายจะปลอดภัย'

 

'ไม่มีใครได้นึกคิดหรอก ว่าเจ้าชายที่สูงศักดิ์จะหนีมาอยู่ในที่พักของทหาร เชื่อกระหม่อมสิองค์ชาย'

 

ที่คนผิวสีเข้มกล่าวมาไม่ผิดเลยสักนิด หากจะตามตัวเจ้าชายที่หายไป มันจะเป็นที่ใดก็ได้แต่คงไม่ใช่ในที่ที่ห่างไกลอย่างที่พักของเหล่าทหารเป็นแน่ มือบางกุมเข้าหากันแน่นราวกับชั่งใจว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป นึกแล้วก็หงุดหงิดตัวเองที่ไม่ได้นึกรังเกียจในการที่จะเข้าห้องของอีกฝ่าย ทั้งที่เป็นปกติโวลธาเนียควรจะค้านหัวชนฝาไปแล้ว

 

มัลฟอนกำลังปล่อยตัวให้กับคนตรงหน้ามากเกินไป

 

'เราจะรู้ได้อย่างไรว่าตรงไหนคือห้องนาย'

 

'ห้องสุดท้ายฝั่งขวามือ ห้องที่เห็นดวงจันทร์ได้ชัดเจนที่สุด'

 

ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันแน่นในครั้งที่นึกย้อนกลับไปถึงตอนที่อีกฝ่ายยื่นข้อเสนอให้หนีมาพักในที่พักของตน ในที่พักของดัคลาส เดนวา มีกลิ่นของเจ้าตัวคละคลุ้งเต็มห้องไปหมด มันเป็นกลิ่นที่หอมและลึกลับ กลิ่นที่รู้สึกได้ถึงความมีเกียรติ ไม่ใช่กลิ่นเหงื่อของทหารชั้นล่างอย่างที่เคยได้สัมผัส แต่เป็นกลิ่นที่โวลธาเนียอดใจได้ยากที่จะไม่สูดดมเข้าไป

 

กลิ่นที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน แต่กลับรู้สึกปลอดภัยและอยากจะสูดดมมันอยู่ตลอดเวลา..

 

"คิดไหมว่าท่านพ่อจะทำอะไรกับเราบ้าง" สิ้นคำถามที่จู่ๆก็เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทำให้คนที่กำลังมองออกไปด้านนอกหน้าต่างบานเล็กสงสัยไม่น้อย ดัคลาสเลิกคิ้วข้างหนึ่งอย่างงุนงงโดยไม่คิดจะตอบออกไป "เราต้องโดนกักบริเวณแน่"

 

"กลัวหรือ?" คนตัวขาวพยักหน้า

 

"การถูกกักบริเวณมันทำให้เรารู้สึกเหมือนนักโทษ"

 

"เดิมทีพระองค์ก็ไม่คิดจะออกไปไหนอยู่แล้ว ได้อยู่กับไซฮีลไม่ใช่เรื่องดีหรือ?"

 

"เราเองก็มีที่ที่อยากไป" คนตัวขาวว่าก่อนจะวางมือทั้งสองข้างลงกับขอบเตียง "เรามักไปที่นั่นทุกครั้งที่ไม่สบายใจ.."

 

ดัคลาส เดนวา ไม่คิดจะเอ่ยถามสิ่งใดออกไปเพราะคิดว่านั่นไม่ใช่ธุระของตน และฟังแล้วมันดูไม่ใช่เรื่องที่ควรจะถามสักเท่าไหร่

 

"หากพระองค์ถูกลงโทษ กระหม่อมก็คงต้องไปเฝ้าอยู่หน้าห้องบรรทมของพระองค์ท้งวันทั้งคืน"

 

"เราขอโทษแล้วกันถ้ามันทำให้นายเดือดร้อน" คนตัวขาวบ่นอุบก่อนจะสะบัดหน้าหนีไปอีกทางเพราะไม่อยากสบตากับคนตัวสูงข้างกาย "ถ้านายไม่เต็มใจจะทำหน้าที่ของนายก็เปลี่ยนหน้าที่กับทีร์กานาเสียสิ"

 

"กระหม่อมบอกแล้วหรือว่าไม่เต็มใจ?" คนผิวสีแทนเอ่ยพร้อมกับยื่นมือไปจับคางมนให้หันมาสบตากับตน "เหตุใดเวลาพูดกับกระหม่อมถึงชอบหลบตาหระหม่อมทุกที.."

 

เจ้าของดวงตาที่ทำให้หัวใจตัวน้อยเต้นไม่เป็นจังหวะเอ่ยถามพร้อมกับจ้องอีกคนอย่างไม่ละสายตา แม้มัลฟอนจะอยากผละออกเพียงใดแต่มือหนาที่เชยคางตนไว้ก็ทำให้เจ้าตัวไม่สามารถหลบหนี

 

"เพราะนายชอบมองเราด้วยสายตาเช่นนี้ไง" มือบางพยายามจะดันอกแกร่งให้ถอยห่าง

 

"การที่กระหม่อมมองพระองค์นานๆ มันทำให้พระองค์รู้สึกไม่ดีใช่หรือไม่?"

 

"..."

 

"หน้าแดงหมดแล้วองค์ชาย.."

 

ทันทีที่เอ่ยจบ คนตัวขาวก็ผลักอีกคนออกทันที แม้จะไม่ใช่ด้วยแรงมหาศาลแต่ก็มากพอที่จะทำให้ดัคลาส เดนวายอมถอยออกมาพร้อมกับรอยยิ้มบางๆที่ประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา ที่คนผมสีสว่างเอ่ยมามันไม่ผิด เจ้าของใบหน้าน่ารักจิ้มลิ้มนั่นมีริ้วแดงขึ้นที่แก้มทั้งสองข้างจนลามไปถึงหูจริงๆ.. ยิ่งพออีกคนตัวขาวมันยิ่งเห็นชัด

 

ไม่ทันที่นายทหารจะได้แกล้งแหย่อะไรคนตัวขาวต่อ เสียงของไวโอลินก็ดังเข้ามาในหูจนต้องหยุดชะงักเพื่อฟัง เดาไม่ยากเลยว่าดนตรีนั้นดังมาจากห้องโถงกว้างที่มีทั้งเหล่าเจ้าหญิงเจ้าชายขุนนางจากหลายที่มารวมตัวกัน

 

มันเป็นเพลงในงานเต้นรำ บ่งบอกว่าพิธีเต้นรำได้เริ่มขึ้นแล้ว..

 

"คงตามหาตัวพระองค์กันให้วุ่นแล้วมั้ง.."

 

"เราไม่สนใจ" คนขาวว่าพลางมองรอบห้องไปด้วยเพื่อสังเกตุข้าวของต่างๆในห้องนี้ มันเหมือนกับได้เรียนรู้เรื่องของนายทหารข้างๆไปในตัว "เราชอบเต้นรำ แต่ถ้าหากต้องเต้นกับรูทมอร์เราคงจะเกลียดมันไปเลยล่ะ"

 

"เคยเต้นรำกับองค์ชายอื่นหรือไม่?"

 

คนตัวขาวส่ายหน้า

 

"เคยแต่กับครูสอนกับไซฮีล"

 

งานเต้นรำในปีก่อนๆ มัลฟอน โวลธาเนีย ไม่ได้รับอนุญาตให้ออกมาจากห้องดังเช่นปีนี้ ดังนั้นการได้เต้นรำกับคนใช้ที่เปรียบดั่งพี่สาว ก็ไม่ได้ทำให้องค์ชายรู้สึกแย่ขนาดนั้น

 

ดัคลาสยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยก่อนจะคว้ามือของคนตัวขาวให้ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้โวลธาเนียจะตกใจแต่ก็ยอมยืนขึ้นตามความต้องการของอีกคน นายทหารที่ยังอยู่ในชุดเครื่องแบบเดินมายืนอยู่ตรงหน้าคนตัวขาวก่อนจะทำสิ่งที่ไม่คาดคิด

 

"องค์ชายโวลธาเนีย ยินดีจะเต้นรำกับกระหม่อมหรือไม่..."

 

อีกคนโน้มตัวลงเล็กน้อยก่อนจะยื่นมือขวามาด้านหน้ารอให้คนตัวเล็กในชุดสีอ่อนตอบรับคำเชิญ มัลฟอนไม่ได้ตอบตกลงในทันที แต่กับกำลังตกใจกับท่าทีของอีกฝ่าย

 

"ทหารเช่นนายเต้นรำเป็นด้วยหรือ?"

 

"เคยเรียนรู้มาบ้าง" อีกคนใช้น้ำเสียงยียวน "จากบ้านเกิดน่ะ"

 

"น่าประทับใจจริง.." คนตัวขาวเอ่ยเบาๆก่อนจะยื่นมือเรียวไปสัมผัสเข้ากับฝ่ามือของอีกคนเป็นการตอบรับคำเชิญ

 

ดัคลาสค่อยๆจูงมือเจ้าชายหน้าตาจิ้มลิ้มมายังตรงที่เป็นพื้นที่โล่งมากพอที่จะเต้นรำได้ ก่อนที่จะทั้งคู่จะเริ่มเต้นตามจังหวะเพลงที่ดังเข้ามาถึงภายในห้อง

 

บรรยากาศที่เย็นแต่กลับอบอุ่นอย่างน่าแปลกใจ ดวงตาที่ที่เป็นประกายเพราะสะท้อนกับแสงจันทร์ยิ่งทำให้คนตัวขาวน่ามองมากยิ่งขึ้น ผิวกายขาวราวหิมะนุ่มนิ่มจนยากจะอดใจไม่สัมผัส ทั้งหมดที่เป็นมัลฟอน กำลังทำให้ดัคลาสมัวเมาจนหัวสมองไม่ลืมนึกคิดถึงความจองหองก่อนหน้านี้ขององค์ชายแห่งโซลเซียนา

 

จะไม่ให้รู้สึกเช่นนี้ได้อย่างไร

 

ก็ในเมื่อคนตัวขาวน่ารักถึงเพียงนี้..

 

 

 

 

To be con..

 

#auratusmn

 

คิดถึงเค้ามั้ยทุกคน กรี๊ดดดดดด!!!!!!!!!!!!! มาสารภาพบาปค่ะว่าเกือบเทไปแล้วเพราะด้วยหมดไฟ พอไม่ค่อยมีคนอ่านมันหมดกำลังใจ บวกกับเนื้อเรื่องมันมาถึงตอนที่สิบแล้ว แต่ยังไม่ไปถึงครึ่งที่เราคิดไว้เลย ถ้าแต่งต่อไปมันมีสิทธิที่จะยืดยาวมาก ตอนนี้เลยกลับมาย่นเนื้อเรื่องให้ได้มากที่สุดค่ะ มันอาจจะดูรีบๆลนๆนิดนึงต้องขออภัยนะคะ เค้ารักทุกคนนะ แง ;_;

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 257 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

736 ความคิดเห็น

  1. #721 Chompoo (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2563 / 09:17

    พี่หลงน้องแล้วว

    #721
    0
  2. #711 pat_patchaya (@pat_patchaya) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 09:28
    เค้าเพิ่งมาอ่าน อ่านรวดเดียวยาวเลยค่ะ คุณไรท์แต่งสนุกมากๆเลยคับ น้องก็น่ารักมากๆๆๆๆๆๆๆ นายทหารก็อบอุ่นกับน้องมากๆเลย
    #711
    0
  3. #695 ปงจี้ (@mayupong-111) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 20:02
    นายดัคลาส อย่าอบอุ่นเยอะได้มั้ย คนทางนี้ใจจะวายแล้ว กี้ดดดดดดดด
    #695
    0
  4. #691 secretn (@secretnn) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 14:12
    น่ารักมากๆๆๆ
    #691
    0
  5. #679 _Neferu_ (@i3-kk) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 20:51
    น่ารักกกกกกก บรรยายสะอยากเต้นรำกับองค์ชายเลยค่ะ
    #679
    0
  6. #673 febtojuly (@kkie_29) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 05:22
    นายทหารดัคลาส หลังจากนี้ถ้าเกิดอะไรขึ้นต้องปกป้ององค์ชายด้วยนะ T___T กลัวจะถูกลงโทษแบบรุนแรงเหลือเกิน
    #673
    0
  7. #618 CB_SURVEY (@CB_SURVEY) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 05:06
    นายทหาร นายทหารขี้จุ๊เบเบ๊ะอะ แต่อบอุ่นจะให้อะพัยก้อด้าย
    #618
    0
  8. #617 CB_SURVEY (@CB_SURVEY) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 05:05
    แงงงง อุนไรท์เต้อที่น่ารัก อุนแม่อ่านนะ อุนแม่สันยาจะเม้นให้ทุกตอนเลย แต่ไม่เทอุนแม่นะๆๆๆๆ รักกันๆๆๆ กอดๆๆๆ สู้ๆๆๆๆ อุแงงง อุนแม่ฟินนน -///-
    #617
    0
  9. #576 nxjm (@rakmaanfha) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 01:56
    ตอนนี้หวานมากๆๆๆแต่หลังจากนี้นี่สิ กลัวน้องโดนจับได้มากเลยยยย
    #576
    0
  10. #536 patcharabammy (@patcharabammy) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 01:00
    กัวน้องจะโดนหนักจังเลยค่ะ;-;
    #536
    0
  11. #488 bubblebae (@gorbua123) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 01:01
    แอบเป็นห่วงว่าราชาจะลงโทษน้องแรงๆอ่ะ ฮื่ออㅜㅡㅜ
    #488
    0
  12. #426 bubbleteap (@waiisang) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 00:12
    ยังมีเค้าอ่านอยูานะคะะ เปนกำลังใจให้นะคะ แต่งดีมากๆเลย ฟิคดีๆแบบนี้หายากมากกกก
    #426
    0
  13. #417 dyowonderwall (@dyowonderwall) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 05:58
    เป็นกำลังใจให้นะคะ จะอ่านไปเรื่อยๆๆๆๆจนจบเลย
    #417
    0
  14. #322 plumfloral (@plumfloral) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:11

    เราอาจจะไม่ค่อยคอมเมนต์มากนัก เพราะแสดงความคิดเห็นไม่เก่งเลย แต่อยากบอกว่าตั้งแต่ตอนแรกที่เริ่มอ่านจนถึงตอนนี้ ทุกๆตัวอักษรและทุกๆบรรทัดที่คุณเขียนมันน่าประทับใจทั้งหมดเลยค่ะ เนื้อเรื่องและพล็อตน่าสนใจมากกก เราไม่เคยอ่านเรื่องแบบนี้มาก่อนเลยเหมือนเป็นการเปิดโลกของเราไปด้วยเลย แล้วก็น่าสนุกที่สุดตอนที่เราพยายามจำชื่อตัวละคร เพราะส่วนตัวเป็นคนขี้ลืม อ่านทีก็งงทีว่าคนนี้ชื่ออะไรนะ555555 ถือเป็นอะไรที่แปลกใหม่ไปหมดและเรามีความสุขกับงานเขียนของคุณมากๆเลย ขอบคุณที่ตั้งใจเขียนมาเสมอนะคะ เราคนนึงที่จะตามอ่านไปจนจบเลยค่ะ สู้ๆนะคะ

    #322
    0
  15. #315 saylalalala (@exit-vips) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:25
    เห็นภาพเลยย ละมุนละมัยยยย
    #315
    0
  16. #260 JKCBB (@JKCBB) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 08:45
    อยากให้แต่งต่อไปนะคะๆ
    สู้ๆค่ะ
    #260
    0
  17. #259 JKCBB (@JKCBB) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 08:44
    ใครชอบใครก่อนคะ อยากเอาไมค์จ่อ
    ตอบคำถามหน่อยค่ะ55555555
    #259
    0
  18. #223 plaeee1a (@plaeee1a) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 / 08:19
    ดัคลาสละมุนเหลือเกินนนน
    #223
    0
  19. #188 Ran_Mori (@Ran_Mori) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:22

    น่ารักมากกกก รู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากๆที่เจอเรื่องนี้ ไรท์สู้ๆนะคะะ

    #188
    0
  20. #187 xiasmpimx (@luhan-pimmie) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:15
    เขินดัคลาสได้มั้ย ฮือ //ติดตามเรื่องนี้อยู่เสมอนะคะ เราชอบมาก เป็นกำลังใจให้ไรท์น้าคับ♡♡♡
    #187
    0
  21. #186 pgchnhp (@pgchnhp) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:00
    เรื่องดีมากๆนะคะไรท์ สู้ๆต่อไปนะคะ ตอนนี้หลงรักน้องมัลฟอนกู่ไม่กลับแล้วค่ะ
    #186
    0
  22. #182 baymy (@percyy) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มกราคม 2563 / 00:06
    เป็นกำลังใจให้นะคะ สู้สู้คับคุณไรท์🌷
    #182
    0
  23. #181 ชอบกินแตงกวา (@chobkintangkwa) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 มกราคม 2563 / 23:03
    ติดตามเรื่องนี้ตลอดเลย เป็นกำลังใจให้นะคับไรท์
    #181
    0
  24. #180 instaxmini (@instaxmini) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 มกราคม 2563 / 21:51
    รอนะคะ
    #180
    0
  25. #179 Freedom02 (@framesomnuk) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 มกราคม 2563 / 18:00
    แง เราชอบมากๆเลยค่ะ ติดตามนะคะ เป็นกำลังใจให้ค้าบ
    #179
    0