HYUNG 형 | Chanbaek -END-

ตอนที่ 9 : CHAPTER 08 | นักศึกษาฝึกงาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20,979
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,753 ครั้ง
    27 ก.ย. 63

 

 

 

 

08

 

 

 

 

 

 

 

“ปกติแล้ว ถ้าไม่ติดธุระอื่นหรือมีนัดข้างนอกบอสจะเข้าบริษัทช่วงเก้าโมงครึ่ง ฉะนั้นจำไว้ไม่ว่าบอสจะมาหรือไม่ ก่อนและหลังเวลานั้นนายห้ามหายไปจากโต๊ะตัวเองเด็ดขาด”

 

“ไม่ควรลุกไปไหนจนกว่าเค้าจะมาสินะครับ”

 

“ถ้าไม่อยากให้หายนะมาเยือนก็อย่าคิดจะทำอะไรให้บอสต้องหงุดหงิด”

 

คุณเลขาคนสวยคงไม่รู้ว่าข้อนั้นแบคฮยอนน่ะรู้ดีกว่าใคร

 

“เข้าใจแล้วก็ตามมา”

 

 

หลังจากผ่านพ้นค่ำคืนอันสับสน วันนี้ก็เข้าสู่วันที่สองแล้วที่แบคฮยอนต้องมาอยู่ปาร์คกรุ๊ปฯในฐานะนักศึกษาฝึกงาน

 

ได้ชื่อว่าเป็นบริษัทของครอบครัวย่อมสร้างความอุ่นใจ แต่อีกด้านหนึ่งแบคฮยอนก็ยังต้องปรับตัวให้เข้ากับที่นี่อีกมาก แบคฮยอนต้องเรียนรู้งานและบุคลากรภายในบริษัท ซึ่งเมื่อวานอาจจะยังไม่ได้ทำอะไรมากนัก แต่ดูเหมือนว่าวันนี้คิมดาซมจะเตรียมแบบฝึกหัดมาเป็นอย่างดีถึงได้เริ่มป้อนงานตั้งแต่เช้าแบบนี้

 

“นี่คือสิ่งที่นายต้องทำต่อไป”

 

ไม่รู้ว่าเกี่ยวกับที่เธอถูกซีอีโอหนุ่มเรียกเข้าพบก่อนหน้านี้ไหม เพราะหลังจากกลับออกมาแล้วเธอก็เรียกแบคฮยอนให้ลุกตามมาที่ห้องกาแฟทันที

 

เธอเดินนำเข้าไปก่อนแล้วชี้ให้แบคฮยอนดูว่าอะไรเก็บอยู่ตรงไหน จากนั้นค่อยหยิบแก้วใสใบเล็กวางลงบนจานรองข้างๆเครื่องทำกาแฟพร้อมทั้งอธิบาย

 

“ทุกวัน บอสจะรับกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลทั้งเช้าและบ่าย หรือหากวันไหนอยู่ดึกหน่อยนายอาจต้องชงแก้วที่สาม”

 

“ดื่มกาแฟวันละสามแก้วเลยเหรอครับ”

 

“น้อยไปน่ะสิ”

 

“ครับ?”

 

“ดึกเหล้าเช้ากาแฟ อยู่ไปนานๆเดี๋ยวนายก็รู้เอง” เด็กหนุ่มเอียงคอมองพี่สาวคนสวยจัดการกับเครื่องชงกาแฟอย่างคล่องแคล่ว เธอเป็นสาววัยทำงานที่ดูมั่นใจในตัวเอง แต่งตัวเก่ง เมื่อวานอยู่ในชุดสูทกระโปรงสั้นสีหนึ่ง วันนี้ก็อีกสีหนึ่ง ผมดัดลอนยาวถึงกลางหลัง ดูแล้วแบคฮยอนก็ได้แต่คิดว่าชานยอลช่างเลือกเลขาที่เข้ากับตัวเองเสียจริงๆ

 

“เสิร์ฟแค่กาแฟล่ะ บอสไม่ชอบทานของว่างจุกจิก”

 

“พี่ทำงานที่นี่นานแล้วเหรอครับ”

 

แบคฮยอนเป็นฝ่ายชวนคุย

 

“เข้าเดือนที่หกเรียกนานหรือเปล่า” สำหรับงานเลขาคุณชายรองจะเรียกว่านานได้หรือเปล่านะ แม้ที่ผ่านมาแบคฮยอนจะไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับบริษัทของครอบครัวเท่าที่ควร แต่เรื่องเล่าหนาหูที่ว่าซีอีโอปาร์คคนปัจจุบันเปลี่ยนเลขารายไตรมาสนั้นใครๆก็คงเคยได้ยิน

 

“สำหรับฉันแล้ว เมื่อเทียบกับเลขาคนก่อนๆก็นับว่านาน ไม่รู้เป็นความโชคร้ายหรือดีที่บอสยังไม่คิดจะสนใจ” เลขาสาวเล่าขณะสายตายังจดจ่ออยู่กับเครื่องทำกาแฟ

 

“อย่าบอกนะว่าที่ทำหน้าซื่อแบบนั้นนายไม่รู้อะไรมาก่อน”

 

“รู้อะไรครับ”

 

“ไม่เคยได้ยินเหรอว่ากี่คนที่เผลอมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับบอสเป็นอันต้องหางานใหม่”

 

“อ่อ เรื่องนั้น…”

 

“แต่ฉันว่าเพราะเอาแต่เรียกร้องงี่เง่ามากกว่าบอสถึงไม่เอาไว้ รอให้ถึงตาฉันเมื่อไหร่จะทำให้ดูว่าข่าวลือพวกนั้นไม่จริงเสมอไป นายเองก็จะสนับสนุนฉันใช่ไหมเด็กฝึกงาน” เธอพูดอย่างไม่อ้อมค้อม ไม่แม้แต่จะคิดเหนียมอายเพราะเห็นว่าแบคฮยอนเป็นแค่เด็กฝึกงานหน้าซื่อๆที่ไม่มีปากมีเสียง

 

“แต่พักนี้ไม่รู้บอสเป็นอะไร ฉันลองอ่อยเท่าไหร่ก็ทำเฉย ไม่รู้ว่าฉันไร้เสน่ห์เองหรือบอสมีตัวจริงแล้วกันแน่”

 

“อาจจะไม่อยากเปลี่ยนเลขาบ่อยๆแล้วก็ได้ครับ”

 

“เป็นแบบนั้นก็ดีไป แต่ยังไงฉันก็อยากลองนอนกับคุณชายรองแห่งตระกูลปาร์คดูสักครั้ง…” เธอหัวเราะในลำคอเบาๆ ร่างเล็กได้ฟังความคิดแบบนั้นแล้วก็ถึงกับส่ายหน้า

 

เมื่อก่อนเคยนึกสงสารพวกผู้หญิงที่ถูกพี่ชายเขาทิ้งอย่างไร้เยื่อใย มาตอนนี้เริ่มเข้าใจ เพราะพวกเธอคิดเอาแต่ได้ไม่เคยให้ความจริงใจแบบนี้หรือเปล่า ชานยอลถึงไม่เอาไว้สักคน

 

เริ่มต้นด้วยความสัมพันธ์ฉาบฉวยจะให้ลงเอยสมหวังดั่งหนังรัก ถ้ามันง่ายขนาดนั้นป่านนี้แบคฮยอนคงมีพี่สะใภ้นับไม่ถ้วน จะว่าไปก็รู้สึกขอบคุณที่ชานยอลเป็นคนหวงโลกส่วนตัว

 

“เดี๋ยวนายยกเอาไปให้บอสที่ห้อง”

 

“ครับ? ผมเหรอ”

 

“ต่อไปนี้หน้าที่ชงกาแฟและงานเล็กๆน้อยๆนายต้องเป็นคนจัดการ” ถึงจะดูเป็นงานเล็กน้อยแต่ก็เป็นสิ่งที่เธอเต็มใจทำมาโดยตลอดเพราะมันเป็นอะไรที่ทำให้ตัวเธอเข้าใกล้ปาร์คชานยอลที่สุดแล้ว

 

มาวันนี้กลับต้องสละมันให้เด็กฝึกงานรับช่วงดูแลแทน แต่ก็ไม่เป็นไร ถึงจะรู้สึกเสียดายและขัดใจนิดหน่อยแต่อย่างน้อยแบคฮยอนก็เป็นแค่เด็กผู้ชาย บอสของเธอคงไม่ได้นึกสนใจอยู่แล้วล่ะ

 

“ไปสิ อย่าให้บอสต้องคอยนาน เดี๋ยวฉันจะลงไปคุยงานกับฝ่ายการตลาด กลับขึ้นมาแล้วจะสอนงานอื่นให้”

 

“ครับ”

 

หารู้ไม่ว่าหน้าที่นั้นได้สร้างความหนักใจให้แก่แบคฮยอนอยู่ไม่น้อย…

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

‘CEO PARK’

 

เด็กฝึกงานยืนมองป้ายชื่อหน้าห้องนั้นนานกว่านาทีแล้ว ไม่ว่าตอนนี้หรือเมื่อก่อนปาร์คชานยอลยังคงเป็นบุคคลที่ทำให้การเผชิญหน้ากันแต่ละครั้งช่างเป็นเรื่องยากเย็น ต่างออกไปแค่หนนี้มีความรู้สึกบางอย่างซ่อนอยู่ในใจลึกๆของเด็กหนุ่มด้วย

 

ก๊อก ก๊อก

 

แต่เมื่อตระหนักได้ว่าตัวเองอยู่ที่นี่ในฐานะอะไรกำปั้นน้อยก็จัดการเคาะลงบนประตูเป็นการขออนุญาต เชื่อสิ…หากกาแฟดำในแก้วเย็นชืดเสียก่อนจะถึงมือผู้เป็นเจ้าของแบคฮยอนจะต้องเจอสถานการณ์ที่ยากลำบากกว่านี้แน่ คิดได้ดังนั้นร่างเล็กก็สูดลมหายใจลึกๆแล้วผลักประตูเข้าไปในห้องทันที

 

“…”

 

วินาทีที่ใบหน้าแสนสมบูรณ์แบบละออกจากจอคอมพิวเตอร์เครื่องหรูแบคฮยอนถึงกับลมหายใจสะดุด ชั่วอึดใจที่เผลอไปสบตาหัวใจเจ้ากรรมมันเอาแต่วูบวาบ เหตุการณ์และคำถามที่ค้างคาใจเมื่อคืนไหลย้อนกลับมาแต่ก็ต้องพยายามเก็บซ่อนเอาไว้แล้วรีบทำหน้าที่ของตัวเอง

 

“กาแฟครับ…”

 

“คิม ดาซมล่ะไปไหน”

 

เสียงทุ้มเอ่ยถามขึ้นมาในตอนที่แบคฮยอนค่อยๆวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะทำงาน มือเรียวชะงักค้างก่อนตอบคำถามพร้อมยิ้มเยาะให้กับตัวเองในใจ

 

“เห็นว่าจะลงไปคุยงานกับฝ่ายการตลาดน่ะครับ”

 

ไม่รู้ว่าซีอีโอปาร์คไม่ชอบใจหรืออย่างไรที่เด็กฝึกงานอย่างเขามาทำหน้าที่แทนคุณเลขาคนสวยถึงได้ถามถึงเธอ แทนที่จะอธิบายเรื่องเมื่อคืน ไม่สิ..เวลางานอีกฝ่ายจะคุยถึงเรื่องส่วนตัวได้ยังไงกัน ดีไม่ดีอาจจะจำอะไรไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

 

“ก็แค่ถาม ทำไมจะต้องทำหน้าเหมือนไม่พอใจ”

 

ร่างเล็กค่อยๆเงยหน้าขึ้นสบตาผู้พูด ไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองได้เผลอทำหน้าแบบนั้นตอนไหนจนกระทั่งอีกฝ่ายพูดขึ้นมา

 

“ไม่พอใจที่ถามถึงคิมดาซมงั้นเหรอ”

 

“เปล่านะครับ” ร่างสูงเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ด้านหลัง เขากอดอกฟังเด็กฝึกงานปฏิเสธเป็นการพักสายตาจากงานน่าปวดหัวไปในตัว

 

“ผมแค่คิดว่าอาจจะทำให้ไม่ถูกใจ คราวหน้าจะลองขอให้พี่ดาซมกลับมาทำหน้าที่เหมือนเดิม…”

 

“ถ้าเด็กฝึกงานกำหนดหน้าที่ใครได้งั้นบริษัทนี้ก็คงไม่จำเป็นต้องมีผมแล้วสินะ” คำพูดนั้นทำเอาร่างเล็กสะอึกอยู่ไม่น้อย แต่ถึงกระนั้นก็ได้แต่เป็นฝ่ายก้มหน้ารับผิดเหมือนทุกที

 

“ขอโทษครับ”

 

“กาแฟดำใครทำก็เหมือนๆกันผมไม่เอามาเป็นปัญหาหรอก” ภาระงานก็มากพอแล้วกาแฟแค่หนึ่งแก้วเขาจะเอามาเป็นปัญหาทำไม 

 

ความพอใจต่างหากที่สำคัญ

 

“อีกอย่าง...ผมรู้อยู่แล้วว่าคิมดาซมไปทำธุระให้ผม”

 

“ล…”

 

“แต่ที่ถามเพราะแค่อยากรู้ว่าคุณรู้ด้วยหรือเปล่า”

 

“…”

 

“เป็นเลขาทำงานอยู่หน้าห้อง ใครผ่านไปมาผมถามคุณก็ควรจะตอบได้ ยิ่งคิมดาซมที่นั่งอยู่ข้างกันคุณยิ่งควรต้องรู้ความเคลื่อนไหว” ร่างสูงควงปากกาในมือเล่นด้วยท่าทางใจเย็น

 

“เข้าใจไหม”

 

“เข้าใจแล้วครับ”

 

“ไว้ได้เข้ามาทำงานอยู่ในห้องนี้เมื่อไหร่ถามแล้วตอบไม่ได้ก็ไม่มีใครว่าอะไรคุณหรอก” แบคฮยอนเผลอเบะปากเมื่อเริ่มแยกไม่ออกว่าอีกฝ่ายกำลังสอนหรือแอบหาเรื่องมาแขวะกันแน่ แต่พอเห็นร่างสูงทำหน้าขมปร่ายามได้จิบกาแฟก็ถึงกับลืมความขุ่นเคืองใจก่อนหน้านี้ทันที

 

“พี่ยังไม่ได้ทานมื้อเช้า?”

 

แทนที่จะสะใจกลับรู้สึกเป็นห่วงจนเผลอใช้สรรพนามคุ้นเคยในที่ทำงาน แบคฮยอนไม่คิดหรอกว่ารสชาติกาแฟของคิมดาซมจะแย่ สีหน้าแบบนั้นเขามักเห็นตอนที่อีกฝ่ายไม่ยอมทานอาหารให้ตรงเวลา แต่เลือกจะดื่มกาแฟดำเป็นมื้อหลักและครั้งนี้ก็คงจะเหมือนเดิม

 

“วันนี้ก็ไม่ได้มีตารางงานด่วนไม่ใช่เหรอครับ ทำไมไม่อยู่ทานมื้อเช้าที่บ้านก่อน”

 

“ฉันไม่หิว”

 

“ไม่หิวหรือว่าไม่อยากเจอหน้าผม”

 

“จะทำแบบนั้นไปทำไม”

 

“คุณนมบอกว่าพี่ออกจากบ้านตั้งแต่เช้ามืด ทั้งที่ไม่ได้มีนัดอะไรแต่พี่ก็ยังรีบออกไปผมเลยคิดว่าคงเป็นเพราะเมื่อคืน…” แบคฮยอนรีบกลืนสิ่งที่จะพูดต่อไปลงคอแล้วเลือกที่จะเงียบแทน

 

“เมื่อคืนทำไม” ทว่าร่างสูงกลับไม่ยอมหยุดถาม แบคฮยอนไม่สามารถรู้ได้เลยว่าภายใต้ใบหน้าอันเรียบเฉยนั้นซ่อนอะไรไว้บ้าง ถ้ามีแต่ความว่างเปล่าก็ไม่มีประโยชน์อะไรจะรื้อฟื้นไม่ใช่เหรอ คนเมาก็คือคนเมา อีกอย่างริมฝีปากของพวกเขาก็ยังไม่ได้สัมผัสโดนกันจริงๆ

 

 

นั่นแหละ…

ช่างมันเถอะ

ยังไงแบคฮยอนก็คงไม่ใช่คนเดียวที่ชานยอลทำอะไรแบบนั้นด้วยอยู่แล้ว

 

 

“ไม่มีอะไรครับ”

 

ร่างเล็กหลบสายตาตอบปฏิเสธอีกครั้ง ร่างสูงเจ้าของห้องทำงานใหญ่ยังไม่ทันได้เอ่ยอะไรอีกคนก็รีบหมุนตัวเดินออกไปโดยไม่มีแม้แต่คำลาหรือการขออนุญาต

 

คิ้วหนาขมวดยุ่งชิดกันคล้ายขัดใจอะไรบางอย่างซึ่งไม่แน่ว่าอาจเป็นตัวเอง ในขณะที่กำลังชั่งใจคิดว่าควรจะลุกตามไปดีไหมบานประตูที่เคยจ้องอยู่กลับถูกผลักเข้ามา

 

ร่างเล็กของนักศึกษาฝึกงานคนเดิมเดินกลับมาในห้องทำงานของเขาอีกครั้งพร้อมกับกล่องอาหารในมือ

 

“โต๊ะผมมีแค่แซนวิชที่จังมีห่อให้ พี่น่าจะทานได้”

 

“…”

 

เพราะคิดว่าน้องคงจะงอนออกไปแล้ว ไม่ได้คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะกลับเข้ามาพร้อมกับอะไรแบบนั้นซีอีโอหนุ่มเลยถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะหนึ่ง

 

“ถึงไม่หิวก็ควรจะทานสักหน่อย ยังไงมันก็คงจะอยู่ท้องมากกว่ากาแฟดำที่พี่ชอบ”

 

นัยน์ตาคมกริบมองกล่องอาหารที่ถูกวางลงบนโต๊ะด้วยความรู้สึกที่แทบไม่ส่งผ่านสีหน้า เขายังคงเป็นผู้ชายที่ดูเย็นชาไร้ความรู้สึก แต่นั่นก็เพียงแค่ภายนอกเท่านั้น

 

ใครบอกให้ออกไป

 

เพราะภายในเป็นยังไงเขารู้ตัวเองดี

 

เสียงทุ้มเหมือนเบสยังคงทรงอำนาจพอจะสั่งการให้ร่างเล็กไม่ไปไหน เด็กฝึกงานหันกลับมาหาอย่างเชื่องๆ หากแต่ก็แฝงความดื้อรั้นเล็กๆไว้ในดวงตาคล้ายลูกหมาคู่นั้นอยู่เหมือนกัน

 

“นั่งลงก่อนสิ”

 

คนอายุมากกว่าพยักพเยิดหน้าให้ร่างเล็กเข้ามานั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ความเงียบงันทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดต่อต้าน แต่พอผลลัพธ์เป็นไปตามต้องการคนเป็นนักธุรกิจแนวหน้าอย่างปาร์คชานยอลจึงคลายสีหน้าจากเคร่งขรึมเป็นพึงพอใจ

 

“มีอะไรเหรอครับ”

 

“อยากให้ฉันกินมันไม่ใช่เหรอ เปิดสิ”

 

ชานยอลหมายถึงกล่องแซนวิชตรงหน้าแบคฮยอน

 

“ฉันจะทำงานไม่อยากให้มือเลอะ”

 

“…”

 

“ถ้านายยังไม่มีงานด่วนอะไรให้ต้องรีบไปทำรบกวนหน่อยก็แล้วกัน”

 

“พี่กำลังบอกให้ผมป้อนเหรอครับ?”

 

ร่างสูงนึกยิ้มเอ็นดูในใจ แม้สายตาจะจดจ่ออยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์เครื่องใหญ่ทว่าเขากลับนึกสีหน้าและท่าทางของคนเป็นน้องได้อย่างชัดเจน

 

“อืม ก็แค่ทำเหมือนที่นายชอบทำให้พี่ใหญ่”

 

“…”

 

“ทำไม…” พอเห็นว่าน้องชั่งใจนานใบหน้าหล่อก็หันกลับมามอง “หรือว่าพอเป็นฉันอะไรมันก็ยากไปหมด”

 

“ม…”

 

จะปฏิเสธว่าไม่ใช่ก็พูดได้ไม่เต็มปากในเมื่อมันเป็นจริงตามที่เจ้าตัวว่า พอเป็นอะไรที่เกี่ยวกับชานยอลก็ดูเป็นเรื่องยากจริงๆนั่นแหละ แบคฮยอนไม่ได้สนิทไม่ได้ใกล้ชิดมาตั้งนาน จะให้เข้าไปกอดหรืออ้อนเอาใจแบบที่ทำกับพี่ใหญ่มันไม่ง่ายเลย

 

“ไม่ยากหรอกครับ”

 

แต่พอคิดว่าจะเป็นการทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ คิดว่าเขาเลือกปฏิบัติและรักพี่ไม่เท่ากันแซนวิชในกล่องตรงหน้านั้นจึงไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรงที่จะหยิบขึ้นมา

 

“แต่ถ้าใครเข้ามาเห็นอาจจะดูไม่ดีเท่าไหร่…” แม้ปากจะบอกแบบนั้นแต่มือเรียวก็ยังเอื้อมออกไปป้อนแซนวิชชิ้นพอดีคำให้ถึงปาก ด้านหลังของซีอีโอหนุ่มมีวิวสวยเป็นตึกสูงดูศิวิไลซ์ เข้ากันดีราวกับว่าเขาเป็นเจ้าของอาณาจักรยิ่งใหญ่นั้นทั้งหมด

 

“ไม่ดียังไง”

 

“ผมเป็นเด็กฝึกงาน ส่วนพี่—”

 

“เป็นพี่ชายของเด็กฝึกงาน”

 

“คนอื่นเค้าไม่ได้มารู้กับเราด้วยนะครับ”

 

“ไม่รู้ก็บอกสิครับ”

 

ริมฝีปากหนาแกล้งพูดเพราะล้อเลียน

 

“ยากตรงไหน”

 

“แต่พี่เป็นคนบอกเองว่าเห็นด้วยที่ผมจะเข้ามาฝึกงานที่นี่ในฐานะเด็กฝึกงานคนหนึ่ง มากกว่าที่จะเป็นลูกชายคนเล็กของตระกูลปาร์ค” ร่างสูงไหวไหล่ไม่ใส่ใจ ยื่นใบหน้าหล่อเข้ามาให้แบคฮยอนป้อนอีกก่อนจะถอยกลับไปสนใจจอคอมพิวเตอร์ของตัวเอง

 

“กลัวไปทำไมนี่ห้องฉัน…”

 

ขณะนั้นเสียงทุ้มได้เอ่ยขึ้นมาโดยที่สายตายังคงโฟกัสจุดเดิม

 

“ไม่มีใครเข้ามาทั้งนั้นถ้าฉันไม่ได้อนุญาต”

 

แบคฮยอนสังเกตเห็นรอยบุ๋มจางๆขึ้นข้างแก้มสาก ใช่…คุณชายรองสุดเย็นชากำลังยิ้ม แม้มันจะไม่ได้เป็นรอยยิ้มที่กว้างอะไรเลยแต่ก็ทำให้นึกถึงความรู้สึกเมื่อคืน

 

ความรู้สึกผ่อนคลายและสบายใจ

 

ชานยอลอาจไม่ใช่คนที่พูดจาหวานหูแต่เป็นคนหนึ่งที่อยู่ด้วยแล้วให้ความรู้สึกปลอดภัย มีหลายอย่างที่พวกเขาต้องเรียนรู้เพื่อที่จะอยู่ร่วมกัน แบคฮยอนไม่ได้คาดหวังให้คนแข็งกระด้างอย่างนั้นปรับตัวฝ่ายเดียวแต่เขาเองก็พยายามด้วย แบคฮยอนพยายามจะโตขึ้นในทุกๆวัน

 

“นอกจากชงกาแฟ คิมดาซมได้สอนอะไรบ้างหรือยัง”

 

“ยังเลยครับ เค้าบอกว่าจะลงไปคุยงานก่อนแล้วจะกลับขึ้นมาสอนงานอื่นให้”

 

“งั้นเหรอ”

 

“ครับ”

 

“อยากลองช่วยงานฉันก่อนไหมล่ะ”

 

“ได้เหรอครับ?” ร่างเล็กทำตาเป็นประกาย ได้มาฝึกงานทั้งทีแน่นอนว่าเขาไม่ได้อยากมานั่งอยู่เฉยๆ จับแค่งานเล็กๆน้อยๆที่ไม่ได้ช่วยส่งเสริมความรู้ พอนักธุรกิจระดับซีอีโอเสนอโอกาสมีหรือจะไม่ดีใจ

 

“แฟ้มเอกสารกองนั้นฉันยังไม่มีเวลาเปิดดู ถ้าอยากช่วยก็ลองเอามาอ่านแล้วสรุปให้ฉันฟัง”

 

“ไว้ใจผมแน่ใช่ไหม”

 

“ถ้านายจะทำให้คุณพ่อและพี่ใหญ่ขายหน้าก็เรื่องของนาย ฉันมีหน้าที่แค่เซนอนุมัติ”

 

“ถ้างั้น…” ร่างเล็กระบายรอยยิ้มอ่อนหวาน “ผมจะพยายามไม่ทำให้คุณพ่อกับพี่ใหญ่ขายหน้าก็แล้วกันนะครับ”

 

ร่างสูงมองค้างที่รอยยิ้มลูกหมาของน้อง สีหน้ามีชีวิตชีวาทำให้เผลอมองนานแต่พอแบคฮยอนมองกลับมาอย่างนึกสงสัยก็รีบหลบสายตาไปทางอื่นอย่างเนียน ๆ

 

“พี่รองก็เหมือนกัน”

 

ซีอีโอหนุ่มกระแอมไอเล็กน้อย ทำเป็นยุ่งจนไม่สนใจคู่สนทนา ทั้งที่หน้าจอขึ้นภาพล็อคสกรีนเป็นรูปภูเขาแถบแคนาดามาสักพักแล้ว

 

“ถ้าผมทำอะไรผิดไปหรือเข้าใจไม่ถูกตรงไหนช่วยสอนหน่อยนะครับ”

 

“ฉันจะตีให้ด้วยถ้านายดื้อไม่เชื่อฟัง”

 

“ไม่กล้าดื้อหรอกครับ”

 

“…”

 

“ผมจะตั้งใจศึกษางานเพราะงั้น…ช่วยใจดีกับผมหน่อยนะ” แบคฮยอนเผลออ้อนคนเป็นพี่ด้วยท่าทางน่ารักก่อนจะลุกออกไปเอาแฟ้มงานซึ่งวางอยู่อีกโต๊ะไม่ไกลกัน

 

ถ้าหากคิดจะหันกลับหลังก็คงได้เห็นสายตาที่เปลี่ยนไปของร่างสูงแล้ว เป็นสายตาที่อัดแน่นไปด้วยความรู้สึกบางอย่าง

 

ว่ากันว่าคนสวนหลงรักดอกไม้ที่ตัวเองปลูกจนไม่กล้าเด็ดมาเชยชมมีอยู่จริง

 

“ผมขอเอากลับไปอ่านที่โต๊ะนะครับ”

 

“มานั่งอ่านตรงหน้าฉันนี่แหละไม่ต้องหอบเอาออกไป”

 

แต่ปาร์คชานยอลไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นคนสวน

 

“จะได้ดูด้วยว่านายเป็นยังไง แอบเล่นโทรศัพท์ในเวลางานบ้างหรือเปล่า”

 

เขาเติบโตมาดั่งเจ้าชายที่รอวันฟ้าเป็นใจ ยอมให้เด็ดดอกไม้ที่เบ่งบานสะพรั่งนี้มาดูแลบ้างเท่านั้นเอง

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

“นี่อย่าบอกนะว่าตั้งแต่เอากาแฟเข้าไปให้ นายเพิ่งจะออกมาจากห้องบอส?!” เลขาสาวทำหน้าตกใจเมื่อเห็นเด็กฝึกงานเดินออกมาจากห้องทำงานเจ้านาย พอดีกับที่เธอกลับจากแผนกการตลาด

 

ถ้าลองคำนวณเวลาดูคร่าวๆตั้งแต่ตอนชงกาแฟจนใกล้เวลาพักเที่ยงนี่มันคือสองชั่วโมงเลยนะ

 

ต้องบ้าแน่ๆถ้าหากว่าเด็กฝึกงานที่เพิ่งมาได้ไม่ถึงสองวันจะหายเข้าไปอยู่ในนั้นนานขนาดนี้ เพราะเธอเองที่อยู่มาก่อนอย่างมากก็แค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้นที่บอสจะเรียกเข้าไปคุย(งาน)

 

“ว่าไงล่ะ”

 

“เอ่อ…”

 

“อึกอักอะไร ฉันเป็นพี่เลี้ยงนายนะจะไม่ตอบเหรอ” คิมดาซมเค้นต่อ ไม่ยอมกลับไปนั่งที่ตัวเองแต่เลือกจะเข้าไปวอแว ยืนจับผิดเด็กฝึกงานที่กำลังเก็บกระเป๋าสัมภาระเหมือนจะไปไหน ตอนแรกเธอเดาว่าคงจะลงไปทานข้าวกลางวันแต่พอร่างสูงสมบูรณ์แบบในชุดสูทกึ่งทางการเดินออกมาจากห้องเท่านั้นแหละ…

 

เสร็จหรือยังจะได้ไป

 

 

ไป..?

ไปไหน?!

 

แค่ลงไปคุยงานครึ่งวันสาวสวยที่ปราดเปรื่องอย่างเธอไม่ลืมตารางงานประจำวันของเจ้านายตัวเองหรอกนะ แต่ทำไมดูเหมือนตอนนี้จะมีแค่สองคนเท่านั้นที่เข้าใจประโยคเมื่อครู่ ซึ่งหนึ่งในนั้นไม่ใช่เธอ แต่เป็นเด็กใหม่ที่เพิ่งเข้ามาฝึกงานได้ไม่ถึงสองวัน!

 

“ดาซม”

 

“คะบอส”

 

“เดี๋ยวผมจะพาเด็กใหม่ไปดูงานที่โรงงาน”

 

“ให้ฉันไปด้วยมะ—”

 

“คุณรอรับโทรศัพท์อยู่นี่แหละ เผื่อตอนบ่ายมีนัดด่วนอะไรเข้ามา”

 

“จะกลับเข้ามาอยู่ใช่ไหมคะ”

 

“เดี๋ยวผมบอกอีกที” เลขาสาวแทบจะอ้าปากค้างเมื่อบอสเอาแต่มองข้ามเธอไป ไม่ว่าจะบทสนทนาที่ดูจะไปในทางออกคำสั่ง หรือสายตาที่มุ่งตรงไปยังเด็กใหม่

 

“ให้ตาย…”

 

หญิงสาวสบถพลางมองตามร่างสูงเดินนำเด็กคนนั้นไปก่อนจะหยุดรอกันที่หน้าลิฟต์ ลองเปลี่ยนเป็นเธอยังไงคนที่ต้องคอยดูแลทุกอย่างอยู่เสมอก็คือเธออยู่ดีเพราะมันคือหน้าที่

 

แต่เมื่อกี้…

 

คิมดาซมเห็นกับตาว่าบอสเป็นคนกดลิฟต์ให้! แล้วยังรอจนเด็กคนนั้นเดินเข้าไปก่อนตัวเอง ท่าทางอารมณ์ดี

 

“บ้าน่า… นี่ฉันคงไม่ได้พลาดรู้เรื่องอะไรหรอกใช่ไหม”

 

เธอพึมพำก่อนจะรีบกดต่อสายลงไปเมาส์กับเพื่อนที่อยู่ฝ่ายประชาสัมพันธ์

 

 

 

 

 

 

รถหรูเคลื่อนเข้าสู่พื้นที่โรงงานผลิตรถแบรนด์เดียวกับที่ใช้งานในเวลาเกือบบ่ายโมง โดยก่อนจะมาถึงที่นี่ทั้งคู่ได้แวะทานมื้อกลางวันเรียบร้อยแล้ว แต่กว่าจะลงเอยด้วยดีก็เล่นเอาเกือบทะเลาะกัน

 

ชานยอลอยากทานอาหารอิตาเลี่ยนย่านดัง แต่แบคฮยอนแค่อยากได้ร้านเงียบๆนั่งกันจะได้ปลอดสายตาผู้คน สุดท้ายก็ไปจบที่ร้านอาหารบนโรงแรมของพี่สะใภ้ก่อนจะตรงดิ่งมาที่นี่ทันที

 

“มาครั้งแรกเลยสินะ”

 

“ครับ ใหญ่กว่าที่คิดไว้เสียอีก” ร่างสูงแอบยิ้มในใจให้กับท่าทางของร่างเล็ก แบคฮยอนตอนนี้อย่างกับลูกแมว พอได้มาเปิดหูเปิดตา เจอสภาพแวดล้อมแปลกใหม่ก็มีอาการตื่นๆ แววตาเปล่งประกายอย่างสนอกสนใจ

 

“เข้าไปด้านในกัน จะพาไปดูว่ามีอะไรอีกบ้างที่นายยังไม่เคยเห็น” สิ้นคำพูดร่างสูงเป็นฝ่ายเดินนำเข้าไปด้านในก่อน

 

หากเปรียบเปรยแบคฮยอนเป็นลูกแมวชานยอลคงเป็นราชสีห์ ทุกก้าวของเขาหนักแน่นแสดงถึงอำนาจ เหล่าบริวารหรือพนักงานในที่นั้นพบเห็นเป็นต้องรีบหยุดทุกอย่างมาเพื่อค้อมศีรษะทักทาย บางคนมองเห็นเขาจากที่ไกลๆก็รีบแสดงความขยันขันแข็งเหมือนไม่เคยเหน็ดเหนื่อยมาก่อน

 

ปาร์ค ชานยอล นอกจากจะเป็นชื่อที่สั่นประสาทคนในวงการธุรกิจเดียวกันแล้วยังเขย่าขวัญพนักงานในบริษัทได้มากเหลือเกิน เขาไม่เคยมีตารางงานที่แน่นอน นึกอยากเข้าโรงงานก็จะมาโดยไม่บอกกล่าวใครล่วงหน้าเช่นวันนี้ และถึงคิวรัดตัวแค่ไหนกลับสามารถหาเวลาสุ่มตรวจงานแต่ละฝ่ายได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ

 

สมกับเป็นซีอีโอหนุ่มไฟแรงแห่งปาร์คกรุ๊ป—บริษัทผลิตยานยนต์แนวหน้าของประเทศ

 

“ตรงนี้เป็นส่วนของแผนกขึ้นรูปตัวถัง” ซีอีโอหนุ่มผู้รับหน้าที่วิทยากรชั่วคราวพูดบรรยายให้ฟังขณะที่กำลังพานักศึกษาฝึกงานเดินชมทั่วโรงงานผลิตไม่สนสายตาใคร

 

“นอกจากนั้นก็จะมีฝ่ายประกอบตัวถัง พ่นสี และสุดสายตานั่นฝ่ายประกอบเครื่องยนต์” แบคฮยอนไม่เห็นหรอกเพราะโรงงานผลิตยานยนต์ที่ครบวงจรบนเนื้อที่หลายร้อยไร่นี้กว้างจนเขามองไม่สุดสายตา ยิ่งใหญ่จนอดนึกชื่นชมผู้ที่สร้างมันมาไม่ได้

 

“พนักงานกี่คนครับ”

 

“คิดว่ากี่พันคนล่ะ”

 

“เยอะแบบนี้เดาไม่ถูกหรอกครับ”

 

“ทีนี้คงรู้แล้วนะว่าทำไมฉันถึงไม่ให้นายไปทำงานให้บริษัทอื่น”

 

ชานยอลคงหมายถึงตอนที่แบคฮยอนเคยขอไปฝึกงานบริษัทครอบครัวเซฮุน

 

“ยังมีอะไรอีกมากที่นายควรเข้ามาช่วย”

 

“นั่นสินะครับ” ภาระหน้าที่มากมายขนาดนี้จะปล่อยให้พี่ชายทำกันแค่สองคนได้ยังไง พอย้อนกลับมาคิดแล้วแบคฮยอนก็นึกอยากตีตัวเอง

 

 

จะเข้ามาทำไมไม่บอกกันก่อน

 

 

เสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลัง สองพี่น้องแทบจะหันกลับไปมองพร้อมกัน และพบว่าเจ้าของเสียงนั้นคือบุคคลที่คุ้นเคยกันดี

 

“อยากมาฉันก็มา เคยบอกใครด้วยหรือไง”

 

“นั่นสินะ…” บุคคลที่สามหัวเราะพลางเดินเข้ามาหา “แต่ก็ยังยืนยันว่าบอกหน่อยก็ดีคนที่นี่จะได้เตรียมตัวต้อนรับซีอีโอปาร์คทันกับคนอื่นเค้าบ้าง”

 

“เพราะไม่ต้องการของแบบนั้นไงล่ะถึงไม่คิดจะบอก”

 

“ไม่เคยจะเปลี่ยนนิสัยตัวเองเลยสิน่า…”

 

“ก็ไม่เห็นมีอะไรต้องเปลี่ยน สิ่งที่ฉันเป็นน่ะเพอร์เฟ็คที่สุดแล้ว”

 

“ให้ตายสิ…ฮ่ะๆ” เสียงหัวเราะราวกับเพิ่งได้ฟังมุขตลกที่ยอดเยี่ยมแสดงถึงความสนิทสนม ชายหนุ่มแต่งตัวดีผู้มาใหม่เข้ามาหยุดยืนใกล้ ๆ เขาตบไหล่หนาของชานยอลเป็นการทักทายก่อนจะเหลือบสายตามาทางร่างเล็กพร้อมกับยิ้มให้อย่างใจดี

 

“ไง...เราเองก็มากับเค้าด้วยเหรอ”

 

“สวัสดีครับพี่เลย์

 

แบคฮยอนรีบค้อมศีรษะให้คนอายุมากกว่าด้วยท่าทางดีใจ ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่แล้วที่ไม่ได้พบอีกฝ่าย

 

“ไม่ได้เจอกันแปบเดียวเด็กน้อยใกล้จะเรียนจบแล้วเหรอเนี่ย ดีจังเลยนะ…” แม้ในตอนที่พูดรอยยิ้มก็ยังไม่จางหายไปจากเรียวปากของเขา ผู้ชายอ่อนหวานและใจดีที่สุดเท่าที่แบคฮยอนเคยเจอ

 

เลย์

 

ลูกชายคนเดียวของปาร์ค จุนแจ—น้องชายแท้ๆของคุณพ่อเขาเอง อีกฝ่ายมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องและยังดูแลปาร์คกรุ๊ปถึงสองตำแหน่ง นั่นก็คือผู้ควบคุมการผลิตและการขาย

 

ถ้าพี่ชายของแบคฮยอนทั้งสองคนคือสมองและหัวใจของบริษัท เลย์คงเปรียบเป็นแขนขา ทั้งเก่งทั้งสุภาพใครต่างก็อยากร่วมงานด้วย

 

“ไม่เจอกันนานแล้วต่างหากครับ พี่เลย์ไม่ยอมไปที่บ้านเลย”

 

พอเกิดเรื่องเมื่อสี่ปีก่อนครอบครัวของเลย์ก็ไม่ได้มาที่บ้านพวกเขาอีกเลย ราวกับว่าได้แตกหักนับจากวันที่ปาร์คจุนแจกล้ายักยอกเงินบริษัทตัวเอง ทั้งยังทำร้ายจิตใจแบคฮยอนด้วยการเฉลยความจริงที่ว่าเขาไม่ใช่ลูกแท้ๆของพ่อ

 

“คุณนมรอทำขนมให้ทานอยู่นะครับ พี่ไปบ้านพวกเราบ้างสิ…” แม้ความจริงที่เกิดขึ้นจะน่าเศร้าใจ ความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวอาจไม่ดีเท่าไหร่ หากแต่เลย์กลับยังคงมอบรอยยิ้มอ่อนโยนให้กับน้องอย่างแบคฮยอนเสมอ

 

“อยากไปเหมือนกันครับ แต่ซีอีโอปาร์คใช้งานไม่หยุดเลย”

 

ซ้ำยังพูดติดตลกให้บรรยากาศยังคงดีต่อไป

 

“เราต้องช่วยพี่พูดแล้วล่ะ เผื่อจะมีเวลาว่างได้ไปกินขนมกับเค้าบ้าง”

 

“ให้มันน้อยๆหน่อย”

 

ปาร์คชานยอลว่าก่อนจะเริ่มเดินต่อ ทิ้งให้แบคฮยอนและเลย์เดินรั้งท้ายตามมาด้านหลัง จากนั้นเลยกลายเป็นว่าพวกเขาคุยกันอยู่แค่สองคน

 

คงเพราะไม่ได้เจอกันนานเลย์เลยมีแต่เรื่องเล่าสนุกๆมาพูดให้แบคฮยอนฟัง เล่าตั้งแต่ยังเดินกันที่ชั้นหนึ่งขึ้นไปที่ชั้นครึ่งของโรงงาน เลย์อธิบายขั้นตอนการทำงานและฝ่ายงานต่างๆเพิ่มจากที่ชานยอลเคยเล่า ละเอียดแบบที่ฟังแล้วรู้ทันทีเลยว่าใครคือเจ้าถิ่น

 

แต่ที่จริงบอสของเขาก็เก่งและรอบรู้เหมือนกันนั่นแหละ ต่างแค่อีกฝ่ายเป็นประเภทขี้เกียจอธิบาย ไม่ได้ชอบคุยแบบเลย์ที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็มีแต่รอยยิ้มให้คู่สนทนา เป็นรอยยิ้มที่งดงามราวกับไม่เคยมีเรื่องทุกข์ใจในชีวิตมาก่อนเลย

 

“พี่รองคงเบื่อแย่แล้วไม่มีคนคุยด้วย”

 

“ฮ่ะๆ”

 

“พี่เลย์เข้าไปชวนคุยหน่อยก็ได้นะครับ เดี๋ยวผมเดินเล่นรอแถวๆนี้”

 

“เอางั้นเหรอ”

 

“ดีกว่าเยอะเลยครับ ผมอยากไปเข้าห้องน้ำอยู่พอดี” เพราะกลัวจะเป็นตัวสร้างความน่าเบื่อแบคฮยอนเลยหลบมุมออกมาให้เลย์ได้มีเวลาคุยกับชานยอลบ้าง รายนั้นจะได้ไม่มาหาเรื่องได้ทีหลัง ว่าพอพามาดูงานแล้วแบคฮยอนก็ยังจะแย่งคนใกล้ชิดไป

 

กันไว้ก็ดีกว่าแก้ล่ะนะ

 

ขณะที่กำลังจะลงไปเข้าห้องน้ำ กลุ่มพนักงานชายชุดหมีสักฝ่ายหนึ่งเดินสวนขึ้นบันไดมาพร้อมกลิ่นตัวที่เป็นกลิ่นเดียวกับน้ำมันเครื่อง ทั้งหมดช่วยกันแบกลำเลียงเอากล่องชิ้นส่วนอะไหล่รถขึ้นมาท่าทางดูทั้งหนักทั้งรีบ แบคฮยอนจึงต้องหยุดอยู่กลางขั้นบันไดเพื่อให้ทาง

 

ทุกอย่างดูเหมือนจะเรียบร้อยกระทั่ง…

 

 

ขอทางหน่อยครับ! ขอทางหน่อย

 

 

คนสุดท้ายวิ่งพรวดสวนขึ้นมาชนไหล่แบคฮยอนที่กำลังหมุนตัวลงบันไดเข้าอย่างจัง แรงปะทะซึ่งเกิดจากความไม่ตั้งใจเป็นผลให้ร่างที่เล็กกว่าพลัดตกจากบันไดทันที

 

 

พลั่ก!

 

‘เชี่ย…’

 

ตุ่บ!

 

โอ๊ย!!

 

 

เสียงอุทานแสดงความเจ็บปวดดังจนหลายคนที่อยู่บริเวณนั้นหันมามอง พนักงานช่างซึ่งเป็นคู่กรณีเบิกตาโพลง มองดูเด็กหนุ่มร่างเล็กนั่งกุมข้อเท้าด้วยสีหน้าเหยเกยเหมือนจะร้องไห้

 

ห้าขั้นบันไดเป็นอย่างน้อยที่เด็กคนนั้นตกลงไป จากเดิมที่ตกใจอยู่แล้วยิ่งตกใจเข้าไปใหญ่เมื่อซีอีโอปาร์คและผู้บริหารตำแหน่งสูงอย่างเลย์เองก็เข้ามาดูเหตุการณ์

 

“แบคฮยอน!”

 

ทั้งยังรีบลงไปช่วยเด็กคนนั้นก่อนพนักงานคนไหนในโรงงานเสียอีก

 

“เกิดอะไรขึ้น…/ ใครทำ?!”

 

เสียงของซีอีโอหนุ่มชัดเจนที่สุดในตอนนั้น ทั้งตัวการที่เป็นคนทำและพนักที่มาช่วยมุงดูห่างๆถึงกับขนลุกซู่รีบหลบสายตากันใหญ่

 

“เจ็บหรือเปล่าครับแบคฮยอน”

 

“ข ข้อเท้าผม…”

 

“อย่าเพิ่งขยับนะเดี๋ยวพี่พาไป—” เลย์หยุดการกระทำเมื่อมือหนาของลูกพี่ลูกน้องอย่างปาร์คชานยอลแตะลงมาบนไหล่คล้ายเป็นการสั่งห้าม

 

ฉันเอง

 

กลับเป็นอีกฝ่ายเองที่ขยับลงมานั่งยองๆพร้อมกับสอดแขนเข้าไปเพื่อที่จะอุ้มร่างเล็ก

 

“พี่รอง”

 

ทว่าแบคฮยอนขืนกายไว้ มือเรียวดันไหล่คนตัวโตราวกับอยากให้อีกคนชั่งใจคิดให้ดี ถ้าหากชานยอลอุ้มเขาออกไปตอนนี้คงถูกคนเอาไปนินทาเสียๆหายๆแน่ ซีอีโอบริษัทอุ้มนักศึกษาฝึกงานต่อหน้าพนักงานเป็นร้อย…

 

แค่คิดถึงสิ่งที่จะตามมาแบคฮยอนก็ไม่กล้าแล้ว

 

“ช่วยพยุงผมลุกขึ้นยืนก็พอแล้วครับ”

 

“เจ็บจนจะทนไม่ไหวอยู่แล้วยังมาห่วงอะไรไม่เข้าท่า” เสียงทุ้มกระซิบว่าใกล้ๆ ใบหน้าเข้มดุแสดงออกชัดว่าเป็นห่วง

 

“ทุกคนกำลังมองเรา…”

 

“ช่างหัวมันสิ”

 

“…”

 

ฉันไม่สนหรอกนะว่าใครจะมองยังไง

 

“อะ…!”

 

นิ้วเรียวจิกลงบนไหล่กว้างอย่างตื่นตระหนกเมื่อถูกชานยอลช้อนตัวขึ้นอุ้ม แทบไม่กล้าหันไปมองรอบกาย ทั้งกลัวทั้งอาย ต่างจากอีกคนที่อุ้มเขาออกไปท่ามกลางสายตาใครต่อใครได้โดยไม่แคร์จริงๆ

 

“พี่ไม่ควรทำแบบนี้…”

 

เสียงอู้อี้ดังแนบอก และทั้งที่ปากบอกแบบนั้นแต่สองแขนก็ยังกอดรอบคอคนโตกว่าเอาไว้แน่นคล้ายกลัวอีกคนจะหายไป ข้อเท้าเจ็บจนไม่สามารถขยับได้แต่เพราะมีชานยอลอยู่ด้วยจึงไม่รู้สึกกลัว

 

“จะให้ฉันโยนนายลงตอนนี้เลยไหม”

 

“ผมต้องตายแน่ๆ”

 

“หึ…” คนที่ปากร้ายแกล้งขู่จะโยนน้องส่งเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆพลางกระชับอ้อมแขน “ไม่อยากให้ฉันทำอะไรแบบนี้ต่อหน้าคนอื่นก็หัดดูแลตัวเองบ้าง”

 

“ขอโทษนะครับ”

 

“…”

 

“เพราะความไม่ระวังของผมพี่ถึงต้องมาลำบาก”

 

“จำหน้าคนที่ทำนายได้ไหม”

 

“เค้าไม่ได้ตั้งใจหรอก”

 

“ฉันถามว่าจำได้ไหม”

 

“ผมไม่ระวังเอง”

 

“แบคฮยอน”

 

“จริงๆนะครับ พี่ไม่เชื่อผมเหรอ” ใบหน้าซึมเหมือนลูกหมาถูกทิ้งเงยขึ้นมาจากอกอุ่นที่เคยซุก แค่ได้เห็นแววตาคนที่เอาแต่แสดงอำนาจก็ถึงกับว่าอะไรไม่ลง

 

“มันเป็นอุบัติเหตุ”

 

“แต่ฉันหนัก” อารมณ์คุกรุ่นต่างๆถูกวางลงเหลือแต่เพียงผู้ชายคนหนึ่ง ที่ตัวโตดูเหมือนโหดแต่จริงๆแล้วใจดี

 

แบคฮยอนว่าดีกว่าเมื่อวานนี้อีก...

 

“ตัวนายน่ะหนักเป็นบ้า หมอนั่นกำลังสร้างภาระให้กับฉัน” เสียงก่นว่านั่นไม่ได้น่ากลัวแต่อย่างใด กลับทำให้แบคฮยอนต้องแอบเอามายิ้มกับตัวเอง

 

“แต่จำไม่ได้ก็แล้วไป ถือว่าเป็นความผิดของนายที่ไม่ยอมระวัง”

 

“ใช่ไหมครับ”

 

“หึ…”

 

“คราวหน้าผมจะลดน้ำหนักก็แล้วกันนะ พี่จะได้ไม่ต้องรับภาระหนักแบบนี้ไงดีไหม…”

 

 

ดีสิ…

ดีมากๆเลยล่ะ

ความรู้สึกของแบคฮยอนในตอนนี้

 

 

 

 

 

TBC.

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.753K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,385 ความคิดเห็น

  1. #10364 chanbaekjan (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2564 / 02:53
    กรีสสสสสส พี่รอง -///-
    #10,364
    0
  2. #10317 Isabellbest (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 มีนาคม 2564 / 23:24
    แสร้งบ่นว่าน้องตัวหนัก แต่จีงๆ เต็มใจอุ้มไม่ยอมปล่อยหรอก หนักแค่ไหนก็ไม่ยอมปล่อย พบคนซึน 1 อัตราค่าา
    #10,317
    0
  3. #10265 HoneyB'c (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 / 16:52
    ชั้นแพ้ให้เธอแล้วคุณชายรอง
    #10,265
    0
  4. #10243 Louknam13 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 / 05:10
    อ่อนโยนสุ๊ดดดดดด
    #10,243
    0
  5. #10177 YunewG (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มกราคม 2564 / 16:57

    พี่รองงงง
    #10,177
    0
  6. #10118 Samorn1 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 มกราคม 2564 / 19:12
    เป็นความรัก หรือยังแบบนี้
    #10,118
    0
  7. #10028 ChungWila (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 09:57
    ความรักค่อยๆก่อตัวงี้นะ
    #10,028
    0
  8. #9642 Jennysupat18 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2563 / 11:20
    เหม็นฟวามรักส์♡~♡
    #9,642
    0
  9. #9598 안시리민 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2563 / 11:22
    ในใจพี่ เขาน่ารักจังเลยครับ น่ารักจังเลยครับ ทำอะไรก็น่ารัก พี่หุบยิ้มไม่ได้
    #9,598
    0
  10. #9515 adobecs3 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 / 22:30
    เป็นเอ้นดูวววว///ลูบหัวน้อนน ตอนนี้โดนน้องแอคแทคเข้าไปหลายรอบ ยังไหวอยู่มั้ยคะพี่รองง
    #9,515
    0
  11. #9390 B_hundred_Beam (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 / 18:21
    น่ารักกก น้องน่ารักมากกก พี่รองตายรึยังคะ โดนความน่ารักของน้องฆ่าตายแน่ๆ 55555
    #9,390
    0
  12. #9209 cookieredritz (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2563 / 12:25
    รักน้องงงงงง
    #9,209
    0
  13. #9030 Pseewhy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2563 / 07:18
    น่ารักกก
    #9,030
    0
  14. #9017 แพะบยอน❤ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2563 / 02:19
    งองเรย ตอนแรกเปรห่วงน้องตอนหลังเขาจีบกัน ฉันงอง
    #9,017
    0
  15. #8800 Zikdn_ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 กันยายน 2563 / 10:41
    แค่คำถามก็ต่างกันแล้วคร่าา พร้อมไฟว์มาก ใครทำ แหน่ะะะ
    #8,800
    0
  16. #8799 IPINOCKIO (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 กันยายน 2563 / 10:37
    อยากจะแหม่ไปให้ถึงเหม๋งจ๋ายยยยย อะไรจะดูแลเบอร์นั้นนนนนนน ดาซมนี่ไม่ได้แ*กหรอกบอกไว้ก่อน ceoเค้ามีใจให้แค่คนๆเดียวเท่านั้นแหละย่ะ คนที่เค้ากำลังอุ้มอยู่นั่นไง
    #8,799
    0
  17. #8770 pbcy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 กันยายน 2563 / 20:29
    อยากกรี้ดไปให้ถึงดาวอังคารรรรร หวงน้องที่หนึ่ง ตำถามแรกคือใครทำนี่กร้าวใจอิช้อยนักกกกกก
    #8,770
    0
  18. #8513 Chi_Yeol (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 02:31
    เบาได้เบานะ เดวเค้ารู้กันหมด อิอิ -,.-
    #8,513
    0
  19. #7846 pcy921 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 20:58
    จีบน้องตั้งแต่ปีหนึ่งป่านนี้ก็มีแฟนไปแล้วค่ะ
    #7,846
    0
  20. #7806 ycpl (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2563 / 00:22
    ค่าาาาคุณพี่ ออกนอกหน้ามากกกก กี้ดดด เขินนนน ชอบผุ้ชายซึนนน
    #7,806
    0
  21. #7732 miemiexx (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 / 23:11
    เป็นฟิคที่เเบบ เห้ย น่ารัก!
    #7,732
    0
  22. #7546 513parkjeyo (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2563 / 00:59
    เออเว้ย55555 หน้าร้อนที่ไม่ใช่ฤดูเป็นแบบนี้นี่เอง ;-;
    #7,546
    0
  23. #7181 KAMSNW (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 01:50
    พอพี่ใจดีแล่วก้อเอาใหญ่ เขิลไปหมดเรยค่าาาาตอนนี้
    #7,181
    0
  24. #7173 qwpqwp (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 23:42
    หน้าร้อนไปหมดดด
    #7,173
    0
  25. #7163 Kyss (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 21:21
    ไม่ไหวแน้ววว หวานเปงบ้าเรยยย ใจช้านนน พิรองอุ้มนุด้วยได้ไหมค้าาาา5555555
    #7,163
    0