HYUNG 형 | Chanbaek -END-

ตอนที่ 8 : CHAPTER 07 | มื้อค่ำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,467
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,104 ครั้ง
    27 ก.ย. 63

 

 

 

 

07

 

 

 

 

 

 

 

รถสปอร์ตหรูเคลื่อนตัวออกจากตำแหน่งลานจอดของ ‘CEO PARK’ในเวลาเกือบหกโมงเย็น เลทจากเวลาเลิกงานปกติร่วมหนึ่งชั่วโมงจึงเหลือพนักงานบริษัทที่ยังไม่กลับบ้านให้เห็นเพียงประปรายเท่านั้น ซึ่งก็เป็นไปตามความต้องการของใครบางคน

 

 

ใครคนนั้นในตอนนี้กำลังนั่งเป็นตุ๊กตาประดับหน้ารถให้กับคุณชายรองแห่งตระกูลปาร์ค

 

 

“จริงสิ…”

 

เสียงพึมพำซึ่งได้ดังมาจากคนข้างๆทำเอาใบหน้าหล่อของผู้ที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยรถหันไปมอง

 

“ผมลืมไปลงเวลาออกงานที่ฝ่ายบุคคล…”

 

ร่างสูงเลิกคิ้วคล้ายกลับจะไม่ใส่ใจ ทำเมินสีหน้ารู้สึกผิดของน้องโดยการหันกลับไปมองถนนเบื้องหน้าต่อ

 

“แล้วไง”

 

“ก็…”

 

“ฉันต้องช่วยรับผิดชอบความผิดนายด้วยการวนรถกลับไปส่งที่บริษัทไหม” เรื่องค่อนแขวะคงไม่มีใครเกินคุณชายรอง แบคฮยอนคิด

 

“ลงโทษตามกฎบริษัทก็ได้ครับ วันนี้ผมลืมจริงๆ” คนน่ารักนั่งคอตก เพราะมัวแต่ห่วงว่าชานยอลจะเรียกหาแล้วไม่เจอตัวเลยลืมเรื่องอื่นไปเสียสนิท แต่พูดไปคงเหมือนข้ออ้าง เพราะงั้น—

 

“ระหว่างเอกสารลงเวลากับซีอีโอบริษัทนายคิดว่าฝ่ายบุคคลจะเชื่ออะไร”

 

“…”

 

“ว่าไง นักศึกษาฝึกงาน”

 

เพียงแค่ดวงตาคู่คมมองมาอีกครั้งอาการใจสั่นแปลกๆก็เกิดขึ้น โชคดีที่ด้านนอกมืดสนิทแล้วมีเพียงแสงไฟจากข้างทางส่องกระทบเข้ามาเป็นบางครั้งแบคฮยอนเลยไม่ต้องเผชิญหน้ากับคนที่ยากจะต่อกรด้วยเต็มๆ

 

“ก็ต้องเป็นพี่สิครับ…”

 

แบคฮยอนว่าเสียงเบา

 

“แบบนี้ยังจะห่วงอะไรอีกไหม”

 

ก่อนจะเงียบไปยามที่อีกฝ่ายละสายตากลับไปมองถนนอย่างเดิม เขาลอบมองคุณชายรองที่วันนี้ดูอารมณ์ดีผิดหูผิดตา ปลายนิ้วหนาเคาะลงบนพวงมาลัยรถตามจังหวะเพลงช้าที่เปิดฟัง สีหน้าดูใจเย็น ไม่ได้เหยียบมิดไมล์เพื่อเร่งไปให้ถึงปลายทางเหมือนที่ผ่านๆมา

 

“ยิ้มอะไร”

 

“เปล่าครับ…”

 

ปาร์คชานยอลในมุมผ่อนคลายแบบนี้ไม่ได้มีให้เห็นบ่อยนักดังนั้นก็ไม่ควรจะขัดใจหรือพูดอะไรที่มันดูไม่เข้าท่า

 

ก่อนหน้านี้ที่ต้องออกจากบริษัทช้าก็เป็นเพราะว่าต้องรอให้เลขาคนสวยอย่างคิมดาซมกลับก่อน แบคฮยอนบอกกับเธอว่ารอคนที่บ้านมารับ ขณะที่ปาร์คชานยอลก็ต่อสายเข้าโต๊ะทำงานเธอว่าให้กลับได้เลย

 

ถ้าพี่สาวหน้าห้องมารู้ความจริงว่าหลังจากที่เธอกลับออกไปแล้วพวกเขาทั้งคู่ลงลิฟต์ผู้บริหารมาด้วยกันจะว่ายังไงนะ แบคฮยอนแทบไม่กล้าจินตนาการ

 

“แค่รู้สึกว่าวันนี้พี่ดูอารมณ์ดี”

 

“หิวจะแย่แล้วดูไม่ออกเหรอ”

 

“ขอโทษครับ”

 

“เก็บคำขอโทษของนายไว้แล้วเปลี่ยนเป็นเตรียมเงินให้พอเลี้ยงความหิวของฉันตอนนี้เถอะเด็กโง่” ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะนะ แบคฮยอนคิดว่าตัวเองต้องเพี้ยนไปแล้วแน่ๆที่เลือกจะขำอยู่ในใจหลังจากที่ได้ฟังคำพูดของอีกฝ่าย

 

“แน่ใจนะว่าทางนี้” คิ้วหนาขมวดยุ่งเหมือนข้องใจกับเส้นทางแต่ไม่ได้ดูหัวเสียจนคนอยู่ใกล้ต้องรู้สึกอึดอัด

 

“ดูจากโลเคชั่นที่เพื่อนส่งมาคือทางนี้นะครับ”

 

“เพื่อนคนไหน”

 

“จอง ซูจอง”

 

“อ่อ…”

 

“ครับ?”

 

ร่างสูงหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าซอยตามที่GPSบอก ตีหน้านิ่งมองทางทำเป็นไม่สนใจอะไร ถึงกระนั้นแบคฮยอนก็ไม่ได้คะยั้นคะยอเอาคำอธิบาย เพียงแต่คิดเล่นๆในใจว่าต่อให้ย้อนเวลากลับไปได้ใหม่ ตนก็คงจะเลือกโกหกคุณเลขาคนสวยเพื่อให้ได้มากับชานยอลอยู่ดี

 

แต่ที่จริง…

 

ที่แบคฮยอนบอกว่ารอคนที่บ้านมารับก็ไม่ใช่เรื่องโกหกนะ ในเมื่อชานยอลคือคนในครอบครัวเขาจริงๆ เพียงแต่ตอนนี้คนในบริษัทยังไม่รู้สถานะเหล่านั้นก็เท่านั้นเอง

 

“เหมือนเรากำลังขับวนอยู่ที่เดิมเลยนะครับ”

 

“ก็นายเป็นคนบอกให้ฉันมาทางนี้”

 

“ก็แผนที่บอกแถวนี้จริงๆนี่ครับ” คนตัวเล็กโอดครวญพลางก้มหน้าดูแผนที่ในจอสมาร์ทโฟนของตัวเองอีกครั้ง แต่ไม่ว่าจะดูเท่าไหร่เขาก็มั่นใจว่าบริเวณที่ขับรถวนกันอยู่ใกล้จุดหมายแล้วจริงๆ ไม่รู้ทำไมจนป่านนี้แล้วยังหาไม่เจอสักที

 

“หรือเราจะเปลี่ยนไปทานร้านอื่นกันดี…”

 

“อยากจะไปร้านนี้ไม่ใช่หรือไง”

 

ก็ใช่ แต่จะให้ชานยอลหิ้วท้องรอและขับรถวนไปเรื่อยๆแบบนี้ก็รู้สึกผิด ร้านอาหารที่ว่าไม่รู้อยู่ตรงไหนกันแน่ แบคฮยอนรู้มาแค่กลุ่มเพื่อนสนิทเคยมากินและบอกอร่อยซึ่งตัวเองไม่เคยได้มาด้วยสักครั้ง บวกกับเป็นทางที่ดูไม่ไกลมากนักจึงได้ชวนมา ก็ไม่คิดเหมือนกันว่าผลลัพธ์จะเป็นแบบนี้

 

“ไม่รู้ก็โทรถามเพื่อน”

 

“ซูจองไม่รับสายน่ะสิครับ”

 

“คนอื่นล่ะ”

 

“ผมโทรหาเซฮุนได้ไหม?” ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าการจะโทรฯหาเพื่อนแค่คนเดียวทำไมตัวเองจะต้องเกรงใจอีกฝ่ายขนาดนี้ แต่จะให้ถามเวนดี้รายนั้นก็ไม่เก่งเรื่องเส้นทาง เซฮุนจึงเป็นคนเดียวที่เขาคิดออก

 

“ก็โทรสิ”

 

เพียงไม่กี่คำสั้นๆที่เอ่ยอนุญาตคนตัวเล็กถึงกับยิ้มร่าออกมาก่อนจะรีบต่อสายเพื่อนสนิททันที

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

“อันยองฮาเซโย~”

 

เสียงพนักงานหน้าร้านกล่าวต้อนรับด้วยรอยยิ้มเมื่อเห็นว่าลูกค้าสองคนกำลังเดินตามกันเข้ามา

 

“สองที่ครับ”

 

เป็นชายหนุ่มหน้าตาดีทั้งคู่ คนหนึ่งตัวเล็กกว่า หน้าตาผิวพรรณแบบลูกคุณหนู ยามที่ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มออกจนดวงตาหรี่ลงคล้ายรูปพระจันทร์เสี้ยวรับใบหน้าดูอ่อนเยาว์นั้นใครที่ได้เห็นต่างพากันหยุดมอง

 

แต่ก็เพียงครู่เดียวเท่านั้น เมื่อร่างสูงใหญ่ของใครอีกคนเข้ามายืนซ้อนหลังด้วยสีหน้าที่ดุจนหลายคนต้องรีบหลบสายตา

 

“เชิญด้านในค่ะ”

 

ร่างสูงเอื้อมมือข้ามศีรษะกลมของน้องเพื่อแหวกม่านสีแดงซึ่งทำเป็นประตูทางเข้าก่อนจะดันหลังแบคฮยอนให้เข้าไปก่อน 

 

ด้านนอกดูเหมือนจะเป็นร้านเล็กๆแต่ด้านในกลับกว้างพอจะให้คนตัวสูงอย่างเขาเดินได้สบายๆโดยไม่ต้องคอยระวังศีรษะ

 

“นั่งได้ไม่อึดอัดใช่ไหมครับ?”

 

คนตัวเล็กถามผู้ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามทันทีเมื่อถึงโต๊ะ กลัวว่าชานยอลจะอึดอัด เพราะนอกจากพื้นที่จะไม่ได้กว้างขวางสะดวกสบายเหมือนภัตตาคารบนโรงแรมหรูแล้ว สายตาของลูกค้าโต๊ะอื่นๆที่เอาแต่มองมาทางพวกเขาทำแบคฮยอนอดเป็นกังวลไม่ได้

 

“นั่งได้”

 

“จะไม่เปลี่ยนร้านจริงๆใช่ไหม”

 

“ถ่อเดินขึ้นเนินมาไกลถึงบนนี้ฉันคงไม่หิ้วท้องเดินกลับไปอีก”

 

“ผมก็ว่าอย่างนั้น” แบคฮยอนหัวเราะคิกคักเผลอเย้าคนโตกว่าด้วยท่าทางเป็นธรรมชาติ

 

“ถ้างั้นเราสั่งอาหารกันเลยนะครับ” ไม่รู้ตัวเลยว่าในตอนที่ตัวเองตั้งใจสั่งอาหารได้มีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองรอยยิ้มที่ยังไม่เลือนหายไปจากใบหน้าขาวของตนจนแทบไม่ละสายตา

 

“พี่จะสั่งอะไรเพิ่มไหม”

 

ร่างสูงไม่ได้สั่งอะไรเพิ่มนอกจากโซจู แม้จะไม่ได้มีบทสนทนาอะไรบนโต๊ะของพวกเขาในระหว่างรอให้อาหารมาเสิร์ฟ แต่เสียงคุยอื้ออึงภายในร้านและเสียงย่างเนื้อที่มาพร้อมกลิ่นหอมๆก็พอจะทำลายความเงียบที่เป็นอยู่ได้

 

รอต่อไม่นานเครื่องเคียงหลายอย่างก็ถูกทยอยเสิร์ฟลงบนโต๊ะตรงหน้า แบคฮยอนไม่เห็นชานยอลแตะอะไรเลยแม้แต่ตะเกียบ แต่พอโซจูและแก้วช็อตวางลงบนโต๊ะเท่านั้นมือหนากลับคว้ามันทันที

 

อย่าเพิ่งดื่มสิครับ

 

เสียงห้ามที่ดังขึ้นทำเอาร่างสูงถึงกับชะงักการกระทำ คิ้วหนาเลิกขึ้นเป็นการตั้งคำถามแบคฮยอนที่เพิ่งรู้สึกตัวว่าได้เผลอพูดอะไรออกไปจึงรีบอธิบาย

 

“ดื่มตอนท้องว่างไม่ดีหรอกนะครับ พี่ควรจะทานอะไรรองท้องก่อนสักหน่อย”

 

“กลัวจะไม่มีใครขับรถให้หรือไง”

 

“ผมกลัวพี่จะปวดท้องเอาต่างหาก” คำพูดแสนซื่อตรงกำลังสร้างรอยยิ้มจางๆบนใบหน้าสุดจะเย็นชานั่น ปาร์คชานยอลยอมวางขวดโซจูลงเพียงเพราะคำพูดไม่กี่คำของเด็กที่อายุต่างกันถึงสิบกว่าปี

 

“งั้นก็รีบๆย่างเข้าล่ะ ฉันหิว”

 

“โซจูน่ะเหรอครับ”

 

คนน่ารักแกล้งเย้า

 

อย่างอื่นมั้ง

 

คาดไม่ถึงว่าผู้เป็นพี่จะตอบกลับด้วยคำพูดมีนัยยะกับสายตาที่มองมาพาลให้รู้สึกแปลกๆแบบนั้น

 

ร่างเล็กแกล้งหัวเราะคลายบรรยากาศและหัวใจที่เริ่มกลับมาทำงานหนักอีกครั้งหนึ่ง เขาทำเป็นมองไม่เห็นสายตาของคนที่กำลังนั่งพิงหลังกับพนักเก้าอี้พลางพับแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวขึ้นลวกๆ กระดุมเม็ดบนอีกฝ่ายปลดออกถึงสามเม็ดคงเพราะความร้อนจากเตาย่าง

 

ไม่ปฏิเสธว่าดูดี…

 

ดูดีมากเสียจนไม่คิดแปลกใจที่ผู้หญิงโต๊ะรอบๆต่างพากันมองอีกฝ่ายตั้งแต่ก้าวเข้ามา

 

“ทานร้านแบบนี้บ่อยเหรอครับ” แบคฮยอนอดถามไม่ได้ เขาทำหน้าประหลาดใจเมื่อเห็นว่าร่างสูงกำลังช่วยย่างหมูสามชั้นชิ้นโตก่อนจะตัดแบ่งเป็นชิ้นเล็กๆพอดีคำด้วยท่าทางทะมัดทะแมง หยิบจับอะไรดูคล่องไปหมด

 

“คงไม่คิดว่าตอนอยู่เมืองนอกฉันจะมีแม่บ้านมาคอยช่วยทำทุกอย่างให้เหมือนอยู่โซลหรอกนะ”

 

“ผมคิดแบบนั้นจริงๆ”

 

“ที่นั่นไม่มีใครมาสนใจหรอกว่าฉันเป็นลูกใคร” น่าแปลกที่แบคฮยอนเพิ่งเคยฟังเรื่องเล่าแบบนั้นจากปากของเจ้าตัว จำได้ว่าตอนยังเด็กพี่ชายมักจะมีเรื่องมาคอยเล่าให้ฟัง แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่ที่เริ่มห่างเหิน อาจจะเป็นตอนที่เริ่มโตจนรู้ประสา หรือไม่ก็ตอนที่ตัวเองต้องเข้าโรงเรียนประจำในขณะอีกฝ่ายต้องย้ายไปเรียนต่างประเทศก็ได้

 

“สนุกไหมครับ”

 

“คิดว่าไงล่ะ”

 

“คงได้เห็นอะไรแปลกใหม่เยอะดี พี่น่าจะชอบชีวิตแบบนั้น” ชานยอลหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อได้ยิน “ไปไม่ยอมกลับโซลตั้งหลายปีก็ต้องสนุกอยู่แล้วใช่ไหมล่ะครับ”

 

“ถึงอยากกลับใจจะขาดก็ใช่ว่าทำได้” ร่างสูงแค่นยิ้มขำก่อนจะหันไปรินโซจูใส่แก้วช็อตแล้วกระดกดื่มหมดในครั้งเดียว

 

“เรียนไม่จบจะกลับได้ไง” เพราะสีหน้าข้องใจของน้องจึงได้อธิบายต่อ ใบหน้าหล่อแดงระเรื่อขึ้นนิดๆเมื่อแอลกอฮอล์กำลังไหลเวียนในร่างกาย

 

“ก็เรียนปริญญาตั้งหลายใบจะกลับง่ายๆได้ยังไง พี่ไม่อยากกลับเองมากกว่า”

 

“นายไม่รู้อะไรเด็กโง่”

 

เด็กโง่คีบหมูย่างเข้าปากแล้วเคี้ยวช้าๆ มองดูร่างสูงรินน้ำเมาด้วยท่าทางผ่อนคลาย ร้านหมูย่างของเพื่อนอร่อยจริงอย่างที่เคยได้โฆษณาไว้ แบคฮยอนกินไปเยอะมาก ชานยอลก็เช่นกัน แต่หลังจากนั้นไม่ค่อยมีบทสนทนาอะไรเกิดขึ้นแล้ว

 

แบคฮยอนคุยไม่เก่ง ชานยอลเองก็เป็นประเภทพูดน้อยต่อยหนักอยู่แล้วจึงได้แต่ต่างคนต่างนั่งทานเงียบๆโดยที่ไม่ได้รู้สึกว่าบรรยากาศมันแย่อะไร กลับสบายใจด้วยซ้ำไป

 

“อย่าดื่มเยอะนะครับ”

 

รู้ว่าห้ามไม่ได้แต่เพราะยิ่งดึกขวดโซจูเปล่าๆบนโต๊ะก็ยิ่งเพิ่มจำนวนขึ้นจนต้องเอ่ยปาก ชานยอลแทบจะดื่มมันแทนน้ำเปล่า นัยน์ตาสวยคู่นั้นเริ่มหยาดเยิ้มดูน่าหวั่น กลัวเหลือเกินว่าต่อไปตัวเองจะต้องหิ้วอีกฝ่ายกลับบ้าน ซึ่งไม่ไหวแน่ๆถ้าต้องเป็นแบบนั้น

 

“เริ่มดึกแล้วเรากลับกันดีไหม”

 

“ถ้าฉันบอกไม่ดีจะอยู่ต่องั้นเหรอ”

 

“กลับเถอะครับ ผมไม่อยากมีปัญหากับคุณนม”

 

“อยู่กับฉันจะกลัวอะไร แค่ยายแก่คนหนึ่ง”

 

“เลอะเทอะแล้วนะครับ”

 

“ฉันยังไม่เมา”

 

“เดี๋ยวพี่ต้องขับรถอีก”

 

“ใครว่าล่ะ ฉันจะให้นายขับต่างหาก” แบคฮยอนถอนหายใจยอมแพ้ เขาหันไปกวักมือเรียกพนักงานให้เข้ามาคิดเงินระหว่างนั้นคุณชายรองก็เอาแต่เท้าคางมองหน้ากันให้ทำตัวไม่ถูก

 

ไม่เคยเห็นอีกฝ่ายมุมนี้มาก่อน สายตาคมกริบดูอันตราย มันไม่ถึงกับคุกคามหยาบคายแต่กำลังทำให้แบคฮยอนร้อนๆหนาวๆและหายใจไม่ทั่วท้องอยู่เหมือนกัน

 

“เรียบร้อยแล้ว ไปกันเถอะครับ”

 

 

 

 

 

 

 

อุณหภูมิที่ลดต่ำลงกว่าตอนมาอย่างมากนั้นร่างน้อยถึงกับต้องเดินห่อตัว มือคอยกำถุงร้อนในกระเป๋าเสื้อไว้แน่นตลอดทางเดินกลับรถ แต่ลมแรงที่ปะทะเข้าหน้าจนผมม้าเปิดก็ทำเอาอดโอดครวญออกมาไม่ได้

 

“อ…”

 

ความรู้สึกหนักๆที่มาพร้อมความอบอุ่นทำให้คนตัวเล็กต้องหยุดเดิน เขาทำท่าจะถอดคืนแพนดิ้งตัวใหญ่ที่ร่างสูงสละคลุมลงบนตัวให้ ทว่าอีกคนกลับถอยหนีแล้วยกแขนขึ้นกอดอก

 

“ร้อน…”

 

ปาร์คชานยอลว่าอย่างนั้นก่อนจะเดินนำไป แบคฮยอนมองตามแผ่นหลังกว้างซึ่งอยู่ภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวแล้วไม่รู้ว่าควรเชื่อดีไหม เพราะอากาศหนาวเอามากๆแต่กลิ่นเหล้าจากตัวชานยอลที่ลอยเด่นตามลมมาก็อดคิดไม่ได้ว่าอีกฝ่ายอาจจะร้อนตามที่ว่าจริงๆ

 

ร่างเล็กสืบเท้าเดินต่อไปอีกครั้ง คราวนี้เขาเป็นผู้ตาม มองช่วงไหล่กว้างดูสง่างามของอีกคนแล้วต้องยอมรับว่ารู้สึกอุ่นใจ ปกติแบคฮยอนมักเป็นประเภทกลัวการกลับบ้านดึกเพราะถูกเลี้ยงดูมาแบบนั้น

 

ไม่ใช่ว่าถูกห้ามให้ไปไหน แต่เพราะไม่อยากให้ใครต้องมาคอยห่วงหรือเป็นกังวลใจเขาจึงเลี่ยงไม่เที่ยวกลางคืน นี่คงเป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่แบคฮยอนกลับบ้านดึกแล้วไม่ต้องกลัวว่าจะถูกใครตำหนิ

 

ก็แน่สิ ในเมื่อคนที่ดุแบคฮยอนเก่งที่สุดได้อยู่ด้วยกันตรงนี้แล้วไง ฮ่ะๆ

 

“เอ๋…”

 

ในขณะที่กำลังคิดอะไรเพลินๆร่างเล็กจำต้องชะลอฝีเท้าเพราะร่างสูงที่เดินถึงรถก่อนนั้นทำท่าจะเข้าไปนั่งฝั่งข้างคนขับ

 

“อย่าบอกนะครับว่าจะให้ผมขับรถกลับบ้านจริงๆ?”

 

“แล้วคิดว่าฉันพูดเล่นหรือไง”

 

“แต่พี่รองครับ—” ไม่ทันได้แย้งร่างสูงก็เปิดประตูขึ้นไปนั่งในรถทันที แบคฮยอนถอนหายใจ ค่อยๆถอดแพนดิ้งออกก่อนจะยัดตัวเองตามเข้าไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ ไม่รู้ว่าชานยอลวางใจคนที่ขับรถไม่แข็งอย่างเขาได้อย่างไรถึงได้กล้าเอนเบาะลงนอนอย่างสบายใจได้แบบนั้น

 

“สตาร์ทรถสิ”

 

“แต่ผมขับรถไม่แข็งนะครับ” แบคฮยอนเม้มปากเมื่อคนข้างๆเอาแต่ปิดเปลือกตาไม่ยอมรับรู้ เขานั่งนิ่งอยู่หลังพวงมาลัยรถพักใหญ่ราวกับยังทำใจไม่ได้ แน่ล่ะ…อย่าว่าแต่ถึงบ้านโดยปลอดภัย แค่คิดว่าต้องขับออกจากซอยย่านร้านอาหารที่ทั้งแคบและเป็นเนินสูงนี้ยังไงแบคฮยอนก็แทบเหงื่อตกแล้ว

 

“อย่างน้อยพี่ก็น่าจะช่วยผมดูถนน อ๊ะ…”

 

ร่างเล็กสะดุ้งเฮือกเมื่อจู่ๆร่างสูงที่กำลังนอนอยู่เบาะข้างๆลุกขึ้นมากดปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ แล้วถือวิสาสะคาดเข็มขัดนิรภัยให้คล้ายกับรำคาญท่าทางอิดออดของเขาเต็มที

 

“ถ้าจะขับไปชนอะไรก็ให้มันรู้ไป”

 

“อย่าพูดแบบนั้นสิครับ”

 

“วันนี้ฉันตามใจนายทั้งวัน จะตามใจฉันบ้างไม่ได้หรือไง” มันไม่ใช่คำตัดพ้อ น้ำเสียงทุ้มๆที่เปล่งออกมามันนุ่มเกินกว่าจะทำให้ตีความไปอย่างนั้น นัยน์ตาคมที่มองกันท่ามกลางแสงสลัว และระยะห่างของใบหน้าที่น้อยเสียจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆของอีกฝ่ายเหมือนสิ่งมึนเมาที่กำลังทำให้สมองแบคฮยอนทำงานช้าลง

 

“ถ้ากลัวก็ขับช้าๆ ฉันอยู่ด้วยตรงนี้ไม่เป็นอะไร”

 

“ถ้าอย่างนั้นอย่าหลับนะครับ”

 

“ง่วงก็ต้องหลับสิ”

 

“พี่รอง…” คนอายุน้อยกว่าเผลอเบะปากอย่างแสนงอนเมื่อโดนแกล้ง มารู้สึกตัวเอาตอนที่ชานยอลดีดหน้าผากเขาเบาๆก่อนจะบอกเสียงพร่า

 

“แลกกับค่าอาหารมื้อนี้ฉันไม่หลับก็ได้”

 

“…”

 

“จะอยู่แบบนี้ไปตลอดทางเลยพอใจหรือยัง”

 

แบคฮยอนไม่ได้พูดอะไร เพราะเริ่มไม่แน่ใจว่าการอยู่แบบนี้ของอีกฝ่ายหมายถึงจะนั่งเป็นเพื่อนช่วยมองทางอยู่ข้างๆ หรือแกล้งนั่งจ้องหน้ากันตลอดทางแบบที่ทำอยู่ตอนนี้

 

เขาไม่แน่ใจอะไรเลยสักอย่าง และไม่อยากตั้งคำถามอะไรกับตัวเองแล้ว ดวงตารีเล็กมองเวลาบนหน้าปัดรถก่อนจะเริ่มจัดการกับเกียร์และคันเร่งตามที่คนตัวโตต้องการ

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

เกือบสี่ทุ่มรถหรูของพี่น้องตระกูลปาร์คยังคงแล่นบนถนนสายหลักใจกลางเมือง ก่อนจะตบไฟเลี้ยวเข้าเทียบหน้าร้านมินิมาร์ทหลังจากคุณชายรองบ่นคอแห้งขึ้นมาและต้องการจะดื่มน้ำทันที

 

ร่างเล็กต้องรับมือกับความเอาแต่ใจของคนเป็นพี่ด้วยการลงไปซื้อสิ่งที่ต้องการให้ พอขับต่อไปสักหน่อยจำต้องจอดอีกด้วยเหตุผลที่ว่าคนข้างๆอยากรับลมเล่น เหตุผลดูคล้ายกับโอเซฮุนจนคนตัวเล็กอดตั้งคำถามในใจไม่ได้ว่า

 

 

น้ำเมาเปลี่ยนนิสัยคนให้เอาแต่ใจกันหมดเลยหรือเปล่า?

 

 

อีกฝ่ายทำราวกับยังไม่อยากกลับบ้าน แล้วคนอายุน้อยกว่าที่ต้องมาทำหน้าที่สารถีชั่วคราวจะทำอย่างไรได้ นอกจากตามใจ

 

 

“เราจะกลับกันหรือยังครับ”

 

“ทำไม ไม่อยากอยู่กับฉันนานงั้นสิ”

 

“เปล่านะครับ”

 

แบคฮยอนแค่เห็นว่ามันดึกแล้ว

 

“แต่หน้านายมันฟ้อง”

 

“ก็ผมบอกว่าเปล่าไง” ร่างเล็กหัวเราะน้อยๆหลังจากได้ยืนยันคำพูดตัวเองอีกครั้งก่อนที่คนโตกว่าจะเป็นฝ่ายยอมลงด้วยประโยคที่ว่า

 

‘งั้นก็แล้วไป…’

 

บรรยากาศสบายใจกำลังแผ่ไปทั่ว ระหว่างรอให้อีกคนจิบน้ำและรับลมนอกหน้าต่างรถจนกว่าจะพอใจ มือน้อยก็ค่อยๆแกะผ้าเย็นที่ตัวเองได้ซื้อติดมา

 

เขาส่งมันให้กับคนข้างๆหากทว่าชานยอลกลับทำเพียงแค่หลุบตาลงมองแล้วส่ายหน้าไม่รับมัน แต่ใจดวงน้อยแสนบริสุทธิ์นั้นก็ยังสั่งให้แบคฮยอนถือวิสาสะแนบผ้าเย็นลงบนใบหน้าเกลี้ยงเกลาด้วยความหวังดี

 

 

“จะได้สดชื่นครับ…”

 

 

น้ำเสียงสบายหู…

 

ท่าทางช่างเอาใจ…

 

ใครผลักไสได้ลงคงไม่พ้นโดนตราหน้าว่าใจดำ

 

 

“ฉันอนุญาตให้ทำแล้วเหรอ”

 

แต่ถ้าแค่แกล้งคงไม่เป็นไร

 

ใครบางคนคิด

 

“วันนี้ผมก็ไม่ได้อนุญาต แต่พี่ก็ยังทำเลย…” เสียงอ้อมแอ้มบอกของแบคฮยอนทำให้ร่างสูงนึกย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องทำงานของเขาวันนี้

 

พอนึกขึ้นได้สายตาคมก็จับจ้องดวงหน้าหวานภายใต้เงามืดทันที อาจเห็นหน้ากันไม่ชัดเท่าไหร่นัก แต่แสงไฟจากริมถนนที่รถจอดอยู่ ก็พอจะทำให้เขาเห็นริ้วแดงๆปรากฏอยู่บนแก้มของแบคฮยอน

 

“แต่ถ้าไม่ชอบผมไม่ทำก็ได้ครั…” พอน้องจะถอนมือออก อุ้งมือหนาก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือนั้นทันที

 

“ข…” คนตัวเล็กครางเสียงแผ่วตอนที่ใบหน้าหล่อเคลื่อนเข้ามาใกล้ “ขยับออกไปหน่อยสิครับ แบบนี้มัน…”

 

 

ไม่ใกล้ไปหน่อยเหรอ

 

 

“มันอะไร”

 

ใกล้จนแบคฮยอนไม่กล้าจินตนาการเลยว่าถ้าหากขยับเข้ามามากกว่านี้จะเป็นยังไง เพราะเท่านี้…เท่าที่ปลายจมูกสัมผัสโดนกันเบาๆพร้อมสายตาที่เปลี่ยนไปของชานยอล ใจดวงน้อยก็วูบวาบอย่างบอกไม่ถูก

 

“ฉันถามนายอยู่เด็กโง่”

 

“มันใกล้เกินไป ผมหายใจไม่ออก…”

 

เสียงหัวเราะแผ่วๆดังผ่านปลายจมูกโด่งด้วยความเอ็นดูก่อนที่ภายในรถหรูจะตกสู่ความเงียบโดยปริยาย

 

ให้ตายสิ บรรยากาศแบบนี้อีกแล้ว…

 

เพราะแสงจากด้านนอกลอดเข้ามาตกกระทบนัยน์ตาคมแบคฮยอนถึงได้รู้ว่าตัวเองกำลังถูกมองอยู่ แต่ก็ไม่อาจหยั่งรู้เลยว่าทำไมชานยอลถึงเอาแต่มองแบบนั้น

 

“ฉันคิดมาตลอดว่าเวลาผ่านไปช้า”

 

พอเสียงทุ้มพูดขึ้นมาบรรยากาศก็ยิ่งเงียบลง

 

“จนได้มาเห็นว่านายโตขนาดไหน”

 

อาจเป็นเพราะว่าแบคฮยอนกำลังฟังอย่างตั้งใจ

 

“นายรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร อยากทำอะไรโดยที่ไม่ต้องให้ใครคอยบอก แล้วก็ต่อปากต่อคำเก่งรู้ตัวหรือเปล่า”

 

แล้วพี่รองล่ะ…รู้บ้างหรือเปล่าว่าวันนี้ได้ทำให้เขาวางตัวลำบากกี่ครั้งแล้ว แบคฮยอนต้องกลั้นหายใจเพราะการกระทำแบบนี้มากี่ครั้งกี่ครา

 

“แต่ถ้าเลือกได้ผมก็คงอยากกลับไปเป็นเด็กที่ยังมีทุกคนอยู่ด้วยกัน”

 

“แต่ฉันไม่อยากให้นายเป็นเด็ก”

 

“ทำไมล่ะครับ”

 

“…”

 

“หรือเพราะว่าผมดื้อ?” คนน่ารักทำตาใสถามด้วยน้ำเสียงที่ใจคนฟังต้องอ่อนยวบ ตาคู่คมค่อยๆเลื่อนลงมองริมฝีปากเล็กเป็นกระจับคล้ายไม่อาจหักห้าม “แค่รู้สึกว่ายิ่งโตคนรอบข้างยิ่งค่อยๆหายไป อีกอย่างถ้าผมยังเป็นแค่เด็กพี่รองก็คงจะใจดี—”

 

“แล้วที่ทำอยู่ตอนนี้ยังไม่เรียกว่าใจดีอีกเหรอ”

 

“ครับ”

 

“…”

 

“ใจดีสิ วันนี้พี่รองใจดีกับผม…” ตามใจแทบทุกเรื่อง พาขับรถหลงทางก็ไม่ดุ เดินไกลเพื่อหาร้านข้าวเล็กๆเพียงร้านเดียวกลับไม่บ่น ไม่มีแม้แต่สีหน้าหงุดหงิดใจให้เห็นตอนที่แบคฮยอนเผลอจุ้นจ้านห้ามให้ดื่มแล้วแบบนี้จะไม่ให้เรียกว่าใจดีได้ยังไง

 

“แต่มันดีจนอดกลัวไม่ได้ว่าวันนึงมันจะหายไปอีก—” เสียงของแบคฮยอนเงียบลงไปเมื่อปลายนิ้วโป้งหนาสัมผัสลงบนริมฝีปากเล็กๆของเขา อีกฝ่ายค่อยๆเกลี่ยมันเล่นเหมือนคิดอะไรอยู่ในใจ น่าเสียดายที่ภายในรถมืดเกินกว่าจะเห็นสีหน้ากันและกันได้อย่างชัดเจน

 

“จะหายไปไหนได้ยังไงในเมื่อฉันยังอยู่ตรงนี้”

 

“…”

 

ไม่มีอะไรมาเปลี่ยนใจได้เลยสักวัน

 

 

แต่อย่างน้อยความมืดที่ว่านั้นก็ทำให้ผู้ชายเย็นชาคนหนึ่งกล้าลองทำตามใจตัวเอง…

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

ปัง!

 

ประตูห้องนอนโทนสีอบอุ่นปิดลงอย่างรวดเร็วเมื่อคุณหนูคนเล็กกลับมาถึง เขาแนบแผ่นหลังเข้ากับประตูก่อนจะพรูลมหายใจเฮือกใหญ่ราวกับได้ยกภูเขาลงจากอกสักที

 

“ทำไมพี่รอง…”

 

เสียงนั้นพึมพำด้วยท่าทางเหม่อลอย ปลายนิ้วสวยแตะลงบนริมฝีปากของตัวเองคล้ายยังไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้คือเรื่องจริงหรือความฝัน

 

 

ชานยอลจะจูบเขาทำไมกัน

 

 

นั่นคือสิ่งที่แบคฮยอนเกิดคำถามในใจตลอดทางกลับบ้าน แม้จะไม่ได้สัมผัสโดนโดยตรงแต่การกดจูบลงมาบนนิ้วที่แนบอยู่บนปากของเขา คั่นกลางระหว่างริมฝีปากของเรานั่นมันก็ไม่ได้ต่างจากจูบทางอ้อมไม่ใช่หรือไง?

 

การกระทำของอีกฝ่ายกำลังสร้างความสับสน จะว่าแบคฮยอนอ่อนต่อโลกก็ได้ถ้าหากจะยอมรับตามตรงว่าตัวเองไม่อาจเข้าใจสิ่งที่ชานยอลทำได้จริงๆ

 

อีกฝ่ายไม่คิดจะอธิบายอะไรสักคำ เอาแต่เงียบและจ้องมองกันท่ามกลางความมืดก่อนจะบอกให้เคลื่อนรถหลังจากที่ได้ผละตัวออกไปแล้ว

 

ไม่มีแม้แต่เสียงเพลง พวกเขานั่งเงียบกันมาตลอดทางซึ่งก็คงน่าน้อยใจอยู่…

 

ถ้าหากก่อนจะแยกทางกันตรงหน้าบันไดอีกฝ่ายไม่พูดประโยคหนึ่งขึ้นมาว่า

 

 

‘ฝันดี’

 

 

สองคำธรรมดาสั้นๆฟังคล้ายไม่ใส่ใจ แต่อุ้งมือหนาที่วางลงบนศีรษะกลมของเขาอย่างเอ็นดูต่อจากนั้น แบคฮยอนว่ามันมากพอจะทำให้ไม่ต้องเก็บเอามาคิดว่าความรู้สึกตัวเองกำลังถูกละเลย

 

“เพราะเมาเหรอครับ…”

 

พยายามบอกตัวเองว่าช่างเถอะ หากแต่มือยังวางทาบลงบนอกซ้ายที่ร้อนวูบวาบแข่งกับใบหน้าไม่ยอมห่าง คืนนี้คงไม่ง่ายนักที่จะผ่านพ้นไปตราบใดที่ใจยังเต้นไม่เป็นส่ำอยู่แบบนี้

 

กับพี่ใหญ่หรือใครคนไหนไม่เคยเป็น ทำไมต้องเป็นคุณชายรองอยู่เรื่อยที่เข้ามาทำลายจิตใจซึ่งเคยสงบสุขของแบคฮยอน…

 

 

 

 

 

TBC.

 

 

 

 

แฮร่…

อาจจะดูสั้นกว่าตอนอื่นๆไปนิดแต่ก็สี่พันกว่าคำแล้วนะคับ555

เจอกันตอนหน้าน๊า เดือนนี้น่าจะพอมีเวลาปั่น ทุกเสาร์อาทิตย์จะพยายามขยันให้มากกว่านี้ทุกคนจะได้ไม่คอยนาน T^T

 

 

#ฟิคชานฮยอง มาให้กำลังใจกันน้า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.104K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,385 ความคิดเห็น

  1. #10363 chanbaekjan (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2564 / 08:28
    พี่ชายรองงงง
    #10,363
    0
  2. #10352 Wongchomphu (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 เมษายน 2564 / 00:22
    เป็นไปตามแผนใช่มั้ยพี่รอง(●´ω`●)
    #10,352
    0
  3. #10347 Hollydecemx (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 เมษายน 2564 / 16:41
    เฮ้ยยยกัดหมอน
    #10,347
    0
  4. #10264 HoneyB'c (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 / 15:54
    อย่าทำให้ชั้นคิดดดด
    #10,264
    0
  5. #10176 YunewG (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 มกราคม 2564 / 12:28
    แอร๊ยยย พี่รองอย่าทำให้น้องกลัวนะ
    #10,176
    0
  6. #10117 Samorn1 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 มกราคม 2564 / 18:04
    ให้น้องทำใจบ้างรุกหนังแล้วคุณชายรอง
    #10,117
    0
  7. #10021 ChungWila (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 06:58
    อิพี่ล่อลวงน้อนนนนน
    #10,021
    0
  8. #9924 ppcyn (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 มกราคม 2564 / 16:02
    ใจนุุุุุ ฮื่ออออ ละลาน
    #9,924
    0
  9. #9894 Chinwara (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 19:04
    แง้ง;;ㅡ;;
    #9,894
    0
  10. #9889 sunny lin (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 09:02
    น้องกำลังจะอร่อยใช่มั้ยคะพี่รอง 5555555
    #9,889
    0
  11. #9641 Jennysupat18 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2563 / 10:58
    แกกกกกก
    #9,641
    0
  12. #9607 bbhrrpcy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2563 / 13:25
    กรี๊ดดกดดดด
    #9,607
    0
  13. #9590 안시리민 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2563 / 15:31
    เริ่มอดทนรอไม่ไหวเเล้วล่ะสิ เเต่ก็นะรอมานานเเล้วนี่
    #9,590
    0
  14. #9513 adobecs3 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 / 21:55
    ค่อยเป็นค่อยปายยยยย ใจร่มๆพี่รองงงง
    #9,513
    0
  15. #9402 RisaM (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2563 / 23:20
    พึ่งมาได้อ่าน ดีต่อใจมากกก❤️
    #9,402
    0
  16. #9389 B_hundred_Beam (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 / 04:07
    พี่ใจเย็นๆนะคะ น้องตามไม่ทัน น้องยิ่งซื่อๆอยู่
    #9,389
    0
  17. #9029 Pseewhy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2563 / 05:20
    แงงงวงวานน้องง น้องสับสน
    #9,029
    0
  18. #9016 แพะบยอน❤ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2563 / 01:39
    เนี่ยเก็บน้องไว้กินตอนกำลังได้ที่เลยใช่มั้ย!!!!!!
    #9,016
    0
  19. #8798 IPINOCKIO (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 กันยายน 2563 / 10:15
    พี่รองเค้าเริ่มรุกน้องแล้วค่าาาา เอาแล่วๆๆๆ พ่อคนปากดีเริ่มจีบน้องแล้ว คงชอบมาแต่เด็กๆแน่ๆ นี่เมาจริงป่ะคะ? แต่ดูแล้วน่าจะไม่ใช่ น่าจะแกล้งเมามากกว่า 55555555555
    #8,798
    0
  20. #8794 Zikdn_ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 กันยายน 2563 / 07:39
    กรี้ดดด เขินมากกยัยน้องโดนตาพี่รุกแล้วว
    #8,794
    0
  21. #8769 pbcy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 กันยายน 2563 / 14:05
    คุณพี่คะ งืออออออออออออ ชอบมาตั้งแต่เด็ก นุ้งดูออก เหตุผลที่ไปเรียนต่อตปทเนี่ย นุ้งว่าต้องมีอะไร
    #8,769
    0
  22. #8601 iirny (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2563 / 14:57
    มุแงงงง
    #8,601
    0
  23. #8512 Chi_Yeol (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 02:27
    เขินนนนมากกก
    คำพูดพี่รองดูมีซัมติงอ่ะ อารมณ์แบบ..มีความลับที่อยู่ในใจ ~ งื้อออ
    #8,512
    0
  24. #7845 pcy921 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 20:45
    ไม่เมาหรอกค่ะ แต่เนียนเป็นเมาไม่แน่
    #7,845
    0
  25. #7805 ycpl (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2563 / 00:03
    ลใจช้านนนนนนนน ตาพิจูบน้องแล้ว แลงมากกกก
    #7,805
    0