HYUNG 형 | Chanbaek -END-

ตอนที่ 7 : CHAPTER 06 | หัวอ่อน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22,623
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,546 ครั้ง
    27 ก.ย. 63

 

 

 

 

06

 

 

 

 

 

 

ค่ำคืนอันหนาวเหน็บที่หลายคนคาดเดาว่าคงยาวนานได้ผ่านพ้นและเริ่มอบอุ่น แม้บางคืนองศายังคงติดลบตามธรรมชาติของฤดูกาลทว่าในตอนกลางวันกลับอบอุ่นได้ด้วยไอแดดจากอาทิตย์ดวงใหญ่

 

คงคล้ายกับชีวิตของแบคฮยอน

 

ตั้งแต่พบฝันร้ายคืนนั้นเด็กหนุ่มวัยย่างยี่สิบสองปีอย่างเขาเหมือนได้รับอีกหนึ่งบทเรียนครั้งใหญ่ รอยช้ำบนสะโพกที่ผู้ปกครองได้ฝากไว้เตือนใจค่อยๆจางลงและคงหายไปในสักวัน แต่สิ่งที่จะยังอยู่ต่อไปนั้นคงไม่พ้นคำสัญญา

 

 

“ถ้าเป็นเด็กดี ฉันก็จะใจดีกับนาย”

 

 

แบคฮยอนไม่สามารถรู้ได้เลยว่าคนเย็นชาที่ยากจะเดาใจคนนั้นจะใส่ใจต่อสิ่งที่ได้พูดออกมาแค่ไหน ชานยอลอาจจะพูดมันเพียงเพื่อหลอกล่อเสียงสะอึกสะอื้นเหมือนเด็กนั้นให้เงียบ หรือพูดเพื่อให้แบคฮยอนตกอยู่ในอาณัติโดยสมบูรณ์ก็ได้

 

แต่เหนือสิ่งอื่นใดเขารู้สึกขอบคุณอะไรก็ตามที่ได้สร้างความสบายใจให้กับช่วงระยะเวลารักษาตัวที่ผ่านมา

 

เกือบหนึ่งสัปดาห์ที่แบคฮยอนไม่รู้สึกอึดอัดจนอยากหนีไปให้ไกล ไม่ต้องรู้สึกเหงาเพราะมีพี่ใหญ่คอยอยู่เป็นเพื่อนในตอนกลางวัน หาหนังสนุกๆดู บางครั้งก็เปิดเพลงเบาๆฟังและชวนน้องคุยเล่นพร้อมกับกดโทรศัพท์ตอบงานแทบตลอด ถึงจะรู้สึกเกรงใจแต่แบคฮยอนก็กอบโกยช่วงเวลานั้นไว้กับตัวมากทีเดียว เพราะรู้ดีว่าไม่ได้มีโอกาสทำมันบ่อย

 

ขณะที่กลางคืนเป็นเวลาของคุณชายรอง

 

เกือบทุกคืนชานยอลมักจะเข้ามาหาแบคฮยอนที่ห้องพร้อมกับโน๊ตบุ๊คทำงานเครื่องหนึ่ง ไม่ได้มีบทสนทนาอะไรมากไปกว่าคำถามเดิมๆ เช่น ดีขึ้นหรือยัง กับการบอกให้เขาหลับได้เลยโดยไม่ต้องสนใจอะไร

 

แต่เชื่อไหม…ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่แบคฮยอนจะสามารถหลับตาลงได้ในขณะที่อีกฝ่ายยังคงนั่งทำหน้าเคร่งเครียดกับจอคอมพิวเตอร์ทั้งที่อยู่ในชุดนอนแล้วแบบนั้น

 

เติบโตในครอบครัวเดียวกันแบคฮยอนรู้มาตลอดว่าชานยอลเป็นคนเก่ง เพียงแต่ไม่เคยรู้มาก่อนว่าจะทำงานหนักขนาดนี้ ตั้งแต่กลับจากเมืองนอกบ่อยครั้งที่แบคฮยอนมักเห็นข่าวฉาวตามสื่อบันเทิงต่างๆกับตอนที่อีกฝ่ายควงสาวๆมาที่บ้านเท่านั้น ไม่มีการทักทายหรือคุยเล่นกันตามที่ควรเป็น ก็เพิ่งมารู้เมื่อไม่นานนี้เองว่าอีกฝ่ายก็มีมุมทุ่มเทให้กับสิ่งที่เป็นของตระกูลปาร์คเหมือนกัน

 

ใช่…

 

แบคฮยอนเองก็เป็นของตระกูลปาร์ค

 

 

 

 

“ตื่นเต้นหรือคะ”

 

“นิดหน่อยครับ” ก็ไม่ได้ออกบ้านหลายวันแล้วนี่นา อีกทั้งเพื่อนในกลุ่มคุยกันในแชทพาให้ตื่นเต้นจนเกือบนอนไม่หลับขนาดนั้น จะปฏิเสธว่าไม่รู้สึกอะไรเลยคงเกินไปหน่อย

 

“คุณหนูของพี่เก่งอยู่แล้ว”

 

“เก่งในที่ของเราก็ไม่ได้หมายความว่าจะเก่งในสายตาคนอื่นหรอกนะครับพี่จังมี”

 

“แต่พี่เชื่อว่าคุณหนูจะต้องทำได้ อีกอย่างนึง…” สาวใช้คนสนิทหันไปหยิบคาดิแกนไหมพรมสีสุภาพขึ้นมาจากเตียงให้กับคุณหนูของตนได้สวมทับเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เพิ่งผูกเนคไทเสร็จ “มีพี่ชายอยู่ด้วยถึงสองคนยังไงก็อุ่นใจได้ว่าคงไม่มีใครมารังแก”

 

“พี่ใหญ่ไม่ว่างลงมาดูผมหรอกครับ มีเวลาอยู่ติดบริษัทหรือเปล่าก็ไม่รู้” เดินสายเจรจากับคู่ค้าเป็นว่าเล่น นานทีถึงจะได้เจอหน้ากันแบคฮยอนจึงไม่ได้คาดหวัง อีกอย่างหลายวันที่ผ่านมาปาร์คยุนโฮได้ทำหน้าที่พี่ชายดีมากแล้ว สละเวลาอันมีค่ามาอยู่ดูแลเขาหลายวันจนน่าซึ้งใจจะให้รบกวนอีกแบคฮยอนไม่กล้าจริงๆ

 

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ยังไงคุณชายรองก็ต้องดูแลคุณหนูของพี่อย่างแน่นอน”

 

“เดี๋ยวนี้กล้าวางใจเค้าแล้วเหรอครับ” คนตัวเล็กเย้าเล่นขณะมองสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองในกระจกเงา

 

วันนี้เขาอยู่ในชุดผูกไทค่อนข้างสุภาพ แต่ไม่ถึงกับเป็นทางการเพราะเลือกสวมคาดิแกนแทนสูทสากล ทางบริษัทไม่ได้มีฟอร์มตายตัว แค่ต้องแต่งกายสุภาพสมเป็นพนักงานออฟฟิศที่มีเกียรติ

 

ซึ่งแบคฮยอนค่อนข้างมั่นใจว่าฝึกงานวันแรกเขาจะไม่ถูกฝ่ายบุคคลตำหนิเรื่องนี้อย่างแน่นอน เพราะชุดทำงานที่มีติดตู้แทบจะทุกชุดคุณชายรองเป็นคนจัดการเอง

 

“เรียกว่าวางใจมาตลอดน่าจะถูกกว่านะคะ ฮ่ะๆ”

 

“อะไรกัน ไม่ใช่พี่จังมีหรอกเหรอที่เคยพูดว่าโกรธที่เค้าทำแบบนั้น”

 

“โกรธไม่ลงแล้วล่ะค่ะ คุณหนูเองก็คิดเหมือนพี่ใช่ไหมล่ะคะ”

 

“…” แบคฮยอนเลือกที่จะเงียบเพราะไม่มีความเห็นใดๆต่อเรื่องนี้ สาวใช้คนสนิทหรือพี่เลี้ยงเห็นดังนั้นก็ได้แต่ระบายรอยยิ้มน้อยๆให้ด้วยความเอ็นดู หล่อนช่วยจัดปกคอเสื้อให้กับคุณหนูพลางพูดอย่างตรงไปตรงมา

 

“คุณชายรองเป็นคนปากร้ายแต่ใจดี”

 

“…”

 

“เห็นแกล้งคุณหนูทีไรก็ต้องเป็นฝ่ายเข้ามาปลอบเองทุกที แต่ไหนแต่ไรก็เป็นแบบนี้ จะว่าไปแล้วคุณเค้าอาจจะอยากให้น้องโตขึ้นในแบบของตัวเองก็ได้นะคะ”

 

“…”

 

“ใครๆก็เลี้ยงคุณหนูแบบประคบประหงมคอยตามใจเพราะเป็นน้องคนเล็ก เห็นจะมีก็แต่คุณชายรองที่เข้มงวด เอาแต่ขัดใจก่อนทุกครั้ง…”

 

“นั่นไม่ใช่เพราะว่าไม่ช—”

 

“แต่สุดท้ายก็เป็นคนที่ห่วงคุณหนูไม่แพ้ใคร”

 

“…”

 

“พี่เชื่อสายตาตัวเองนะคะ ไม่ว่าอยู่ที่ไหนคุณชายรองต้องดูแลคุณหนูของพี่ได้อย่างดีแน่นอน เผลอๆจะทำหน้าที่นี้ได้ดีกว่าทุกคนด้วยซ้ำ”

 

“ชื่นชมกันเกินไปแล้วนะครับ”

 

“ก็จริงนี่คะ ตั้งแต่คุณหนูป่วยมานี้พี่ไม่เคยเห็นว่าคุณชายจะกลับเข้าบ้านช้าเลยสักวัน ตอนกลางวันก็โทรฯมาถามอาการตลอดไม่ใช่หรือไง”

 

นั่นมันก็…

 

“ต้องเป็นเด็กดีนะคะพี่ชายจะได้ใจดีด้วยแบบนี้ไปนานๆ ดื้อแบบครั้งก่อนไม่เอาแล้วนะ พี่ล่ะเข็ดไปอีกนานเลย”

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

พอแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วคุณหนูคนเล็กของบ้านก็ได้ลงมาทานมื้อเช้าที่ห้องอาหาร ก่อนจะรีบสะพายกระเป๋าไปยังหน้าบ้านที่มีทั้งคนขับรถและสาวใช้บางคนยืนรอส่งเขาอยู่

 

“ตรวจดูสัมภาระตัวเองหรือยังคะ ไม่ได้ลืมอะไรใช่ไหม”

 

คุณนมก็เป็นอีกคนที่ตามมาส่งเขาขึ้นรถเหมือนกัน

 

“ครับ”

 

ร่างเล็กพยักหน้าหงึกหงักว่าไม่ได้ลืมอะไรแล้ว ฝึกงานวันแรกแต่ความรู้สึกไม่ได้แตกต่างอะไรจากไปโรงเรียนเตรียมอนุบาลเลย ถึงกระนั้นแบคฮยอนกลับชินเสียแล้วที่ทุกคนปฏิบัติต่อเขาอย่างนี้

 

“ถ้าอย่างนั้นก็ไปเถอะค่ะ เดี๋ยวจะสาย”

 

“คุณนมอวยพรให้ผมหน่อยได้ไหมครับ” ร่างเล็กอ้อนตาใส ไม่ได้แสดงท่าทีคะยั้นคะยอผู้ใหญ่ เพียงแต่รอฟังอย่างตั้งใจและคิดว่าคงจะดีไม่น้อยถ้าหากจะได้รับคำอวยพรจากผู้อาวุโสสุดในบ้าน

 

“ค่ะ”

 

ไม่ได้มีเพียงแต่คุณหนูที่รอลุ้นคำอวยพรของผู้ชราวัย สาวใช้หลายคนที่อยู่ตรงนั้นก็คอยฟังก่อนจะพากันหลุดขำคิกคักเมื่อคำอวยพรแสนสั้นถูกเปล่งออกมา

 

ตั้งใจนะคะ

 

ร่างเล็กยิ้มเจิดจ้า ไม่ได้ถือสาต่อประโยคสั้นๆเหมือนอย่างกับที่ผู้ใหญ่ตรงหน้าไม่คิดถือสาต่อความผิดที่ผ่านมาของตน แบคฮยอนได้มีโอกาสขอโทษและคุณนมก็กล่าวให้อภัยแล้ว ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดีเหมือนอย่างอากาศในวันนี้เลย

 

“ผมไปก่อนนะครับ”

 

ร่างเล็กค้อมศีรษะให้ผู้ใหญ่ก่อนจะเดินไปขึ้นรถโดยมีจังมีตามมาส่งถึงประตู

 

“ฝึกงานวันแรกขอให้ทุกอย่างราบรื่นนะคะคุณหนู”

 

 

 

 

 

 

ระยะทางจากบ้านไปที่บริษัทไม่ได้นานมาก แต่ตลอดเวลาที่นั่งอยู่บนรถหัวใจแบคฮยอนเต้นดังไม่มีหยุด เขาคุยกับเพื่อนในกลุ่มแชทแทบตลอดทาง ถึงจะเป็นคนเก่งแต่นักศึกษาตัวคนเดียวที่จะต้องเผชิญบรรยากาศของคนทำงานที่ไม่รู้ว่าดีหรือร้าย ซ้ำยังเป็นวันแรกนั้นเก่งแค่ไหนก็ห้ามให้รู้สึกประหม่าไม่ได้อยู่ดี

 

วันนี้เขาไม่ได้ติดรถไปกับพี่ชาย รายนั้นออกจากบ้านตั้งแต่เช้าตรู่เนื่องจากต้องเข้าไปที่โรงงานก่อนประชุมกับบริษัทประกันซึ่งเป็นนัดสำคัญของวันนี้

 

รถเก๋งสี่ประตูเงาวับคันที่นั่งมาค่อยๆชะลอจอดบริเวณลานน้ำพุหน้าตึก ตอนนี้นับว่ายังเช้าอยู่มาก มีพนักงานแค่ประปรายเท่านั้นที่เข้าออกบริษัทโดยไม่ได้สนใจรถของเขา

 

ซึ่งก็เป็นไปตามความต้องการ ร่างเล็กค้อมหัวขอบคุณซานอีที่ขับรถมาส่งก่อนประตูฝั่งข้างคนขับจะถูกเปิดและปิดทันทีโดยไม่ต้องรอให้ผู้ที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยรถได้ลงมาดูแลเหมือนอย่างทุกครั้ง

 

อีกอย่างวันนี้คุณหนูเลือกที่จะนั่งคู่มาด้วยกันด้านหน้า แทนที่จะนั่งเบาะหลังเหมือนที่ผ่านมาด้วยเผื่อว่าจะมีใครในบริษัทผ่านมาเห็น

 

รู้อยู่แก่ใจว่าไม่มีความลับบนโลก สักวันสถานะของตนก็คงจะถูกเปิดเผย แต่มันคงดีกว่าถ้าก่อนจะถึงวันนั้นเขาสามารถพิสูจน์ศักยภาพของตัวเองให้คนในบริษัทได้เห็น ว่าไม่ว่าจะเป็นงานอะไรเขาสามารถทำมันได้

 

ในฐานะเด็กฝึกงานหรือพนักงานคนหนึ่ง

 

มากกว่าจะเป็นลูกหลานเจ้าของบริษัท

 

 

 

ติดต่ออะไรคะ

 

“นักศึกษาฝึกงานครับ” แบคฮยอนยิ้มบอกพนักงานต้อนรับ สาวเจ้าซึ่งนั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ถามถึงบัตรประจำตัวแต่ร่างเล็กแสร้งตอบว่าลืมพกมาด้วยเธอจึงรีบยกสายโทรศัพท์ด้วยท่าทางเป็นมืออาชีพทันที

 

“เชิญที่ฝ่ายบุคคลชั้นสามได้เลยค่ะ”

 

เธอกล่าวหลังจากที่ได้วางสาย บัตรผ่านชั่วคราวถูกส่งมาให้ก่อนที่มือเรียวจะผายนำทางให้กับแบคฮยอน

 

“ขอบคุณครับ”

 

ร่างเล็กเดินไปอีกไม่กี่ก้าวพนักงานกดลิฟต์ก็รีบเข้ามากล่าวต้อนรับพร้อมขอดูบัตรในมือ ประตูลิฟต์เปิดออกและตัวเลขบนหน้าจอแสดงผลบอกถึงพิกัดที่เขาต้องไป ทุกอย่างดูเป็นระบบระเบียบไปหมด แบคฮยอนแทบไม่ได้สัมผัสอะไรนอกจากความหรูหราและสะอาดตานับจากที่ได้ก้าวเข้ามาภายในบริษัทของครอบครัวตัวเอง

 

ติ๊ง…

 

ตั้งแต่จำความได้ ภาพบริษัทในหัวของแบคฮยอนเกิดจากการได้ฟังเรื่องเล่าจากคุณพ่อและพี่ชายเท่านั้น ไม่เคยได้เข้ามาสัมผัสด้วยตัวเองนี่จึงนับเป็นครั้งแรก

 

แบคฮยอนรู้สึกได้เลยว่ามันเหนือกว่าที่ตัวเองเคยจินตนาการไว้มากทีเดียว

 

 

คุณแบคฮยอนสินะครับ

 

เสียงทักดังขึ้นตรงหน้า ผู้ชายที่เป็นเจ้าของรอยยิ้มสว่างจ้าคนนั้นผลักประตูออกมาพอดี ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเกิดจากความบังเอิญหรือตั้งใจเพราะประโยคต่อมานั่นน่ะ…

 

“ชานยอลบอกว่าคุณคงมาแต่เช้า ดูจากเวลาแล้วเช้าจริงๆด้วยนั่นแหละ”

 

“คุณ...”

 

“ผมคิมจงแด หัวหน้าฝ่ายบุคคล” รอยยิ้มเป็นมิตรแบบนั้นแบคฮยอนมองแล้วอดยิ้มตามไม่ได้เลยจริงๆ

 

“สวัสดีครับ”

 

“เข้ามาก่อนสิ เรายังมีหลายเรื่องที่ต้องคุยกัน”

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

 

“คงพอจะเข้าใจกฎของเราบ้างแล้วนะ”

 

“ครับ”

 

“ส่วนพื้นที่ทำงาน อาคารใหญ่ของเรามีทั้งหมดสิบเอ็ดชั้น เอาไว้ถ้ามีเวลามากพอผมจะพาคุณไปแนะนำตัวให้ครบทุกแผนก แต่วันนี้ผู้จัดการหลายฝ่ายต้องเข้าประชุมคงได้แค่คร่าวๆ”

 

“ไม่เป็นไรครับ”

 

“อาคารตรงนี้เป็นส่วนงานแบล็คออฟฟิศ แต่ก็ไม่ทั้งหมดเพราะเรายังมีส่วนของโรงงานผลิตชิ้นส่วนและประกอบรถยนต์ ส่วนหน้างานก็เป็นโชว์รูมรถสาขาต่างๆ”

 

“ครับ”

 

“แต่หลักๆแล้วคุณต้องประจำอยู่ที่ชั้นสิบเอ็ดหน้าห้องเจ้านาย ได้ยินมาว่าคุณอยากฝึกตำแหน่งตรวจสอบภายในเหรอ” คิมจงแดเคาะปลายนิ้วลงบนโต๊ะทำงานพลางเลิกคิ้วจ้องปฏิกิริยาของฝ่ายตรงข้ามก่อนจะหัวเราะเบาๆ

 

“แย่หน่อยนะ คนเผด็จการดันอยากให้คุณเรียนรู้มากกว่างานตรงนั้น”

 

“งานเลขาน่ะเหรอครับ”

 

“ผมก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่าขอบเขตงานคุณอยู่ตรงไหน เอาเป็นว่ารอถามกับเจ้าตัวเองก็แล้วกัน แต่กว่าจะประชุมเสร็จคงบ่ายๆ”

 

จงแดยกข้อมือขึ้นดูเวลา

 

“เลยเวลาเข้างานแล้ว ตอนนี้ผมจะพาคุณไปรู้จักกับแผนกอื่นๆเท่าที่ทำได้ก่อน เดี๋ยวจะหาว่าขัดคำสั่งเจ้านาย”

 

ร่างเล็กลุกจากเก้าอี้ตามคิมจงแดออกไปจากห้องทำงาน เริ่มต้นหัวหน้าฝ่ายบุคคลก็พาเขาไปแนะนำตัวกับลูกน้องในแผนกทั้งหมด บรรยากาศชั้นนี้ค่อนข้างผ่อนคลาย พนักงานโดยส่วนมากจัดว่าหน้าตาดี โดดเด่นด้านบุคลิก

 

ถัดจากนั้นเขาได้ถูกพาไปรู้จักกับแผนกอื่นๆต่ออีก บรรยากาศแต่ละฝ่ายค่อนข้างต่างกัน แต่ที่เห็นชัดเลยคือน้อยมากที่เขาจะเห็นนักศึกษาฝึกงานด้วยกันที่นี่

 

พี่หลายคนจึงดูแปลกใจที่ได้พบเขา แต่อีกกลุ่มหนึ่งก็ดูไม่ได้ยินดียินร้ายใดๆ สนแค่งานที่อยู่ตรงหน้าตัวเองซึ่งคิมจงแดบอกว่ามันคือเรื่องปกติ

 

แบคฮยอนเองก็เตรียมใจว่าอาจจะต้องเจอกับสถานการณ์แบบนี้มาบ้างแล้ว บวกกับเป็นคนรักความสงบสุข ไม่ได้หวังว่าต้องโดดเด่นหรือเป็นที่สนใจของใครๆอยู่แล้ว ดังนั้นเรื่องแบบนี้จึงไม่ยากจะรับมือ

 

“ตั้งแต่ชั้นแปดขึ้นไปเป็นส่วนของห้องทำงานผู้บริหาร ชั้นสิบห้องประชุม ผมพาคุณไปส่งที่โต๊ะทำงานเลยก็แล้วกัน”

 

คิมจงแดขึ้นลิฟต์พาเขามาส่งยังชั้นที่เรียกได้ว่าสูงที่สุดในตึกเลยก็ว่าได้ ด้านบนเงียบจนแทบจะได้ยินเสียงหายใจ ความหรูหราโอ่อ่าคือสิ่งที่ร่างเล็กสัมผัสได้ทว่าไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรนัก

 

จงแดบอกกับเขาว่าชั้นนี้ทั้งชั้นมีเพียงสองห้องทำงานใหญ่ แบ่งลิฟต์ชัดเจนว่าตัวไหนมีไว้สำหรับใคร นั่นหมายถึงแม้จะอยู่ชั้นเดียวกันแต่ห้องทำงานของพี่ชายเขาทั้งสองคนถูกกั้นจากกันชัดเจน

 

“คงอีกพักใหญ่กว่าจะประชุมกันเสร็จ คุณอยู่คนเดียวได้นะ”

 

“ครับ” ถึงจะดูวังเวงไปสักหน่อยแต่เขาคงไม่กล้าเสียมารยาทยื้อเวลาทำงานของอีกฝ่ายไว้ แบคฮยอนค้อมศีรษะเป็นการขอบคุณและบอกลาอีกฝ่ายในคราวเดียว

 

“ขอบคุณมากนะครับ”

 

“ไม่เป็นไร มีอะไรกดสายตรงถึงผมได้เลย อ้อ…” คนตรงหน้าดันกรอบแว่นบนสันจมูกขึ้นนิดๆ “ถ้าถึงเที่ยงแล้วยังไม่มีใครมา ลงไปหาข้าวกลางวันทานได้เลยนะครับ อย่าหิ้วท้องรอให้พี่ชายคุณมาปาดคอผมทีหลังล่ะ”

 

ร่างเล็กฟังแล้วได้แต่ส่งเสียงหัวเราะเบาๆไล่หลังให้กับอีกคน เขาไม่เคยรู้จักกับคิมจงแดมาก่อน อันที่จริงก็แทบจะไม่รู้จักเพื่อนคนไหนของชานยอลเลย แต่เท่าที่คุยกันมาก็รู้สึกว่าหัวหน้าฝ่ายบุคคลน่าคบหาทีเดียว

 

แบคฮยอนเดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะตัวหนึ่งซึ่งมีป้ายชื่อตัวเองวางอยู่ ที่อยู่ติดกันน่าจะเป็นของ‘คิม ดาซม’ เลขาของชานยอล

 

โต๊ะของเธอดูเรียบร้อยแทบไม่มีสิ่งรกตาวางอยู่เลย แต่พอมองลงไปใต้โต๊ะกลับพบว่ามีถุงเครื่องสำอาง เครื่องม้วนผม และกล่องรองเท้าส้นสูงอีกหลายใบซ่อนอยู่

 

 

ท่าทางพี่สาวคนนี้จะเป็นผู้หญิงที่รักสวยรักงามน่าดู แบคฮยอนคิด

 

 

เวลาผ่านไปเรื่อยๆโดยที่ร่างเล็กยังเป็นคนเดียวที่นั่งเฝ้าชั้นสิบเอ็ด เขาทั้งท่องเว็บบริษัทเล่น หาเอกสารบริเวณนั้นมาเปิดอ่านเพื่อฆ่าเวลาแต่จนเที่ยงเข้ามาแล้วกลับไม่เห็นเลยว่าจะมีใคร

 

ร่างเล็กลงไปหาอะไรทานที่ข้างบริษัทตามที่คิมจงแดได้บอกเอาไว้เมื่อถึงเวลาพัก พนักงานหลายร้อยชีวิตต่างจับจองร้านอาหารใกล้ๆรวมถึงร้านกาแฟที่แบคฮยอนคิดจะเข้ากันแน่นไปหมด แอบรู้สึกเหงาและคิดถึงเพื่อนๆขึ้นมา กระทั่งหน้าจอโทรศัพท์ปรากฏชื่อหนึ่งเขาจึงไม่ลังเลเลยที่จะกดรับสายทันที

 

 

โอ เซฮุน

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

แบคฮยอนกลับขึ้นมาที่ชั้นสิบเอ็ดก่อนเวลาเข้างานถึงสิบนาที ริมฝีปากบางเผลอยกยิ้มเมื่อเห็นว่ามีหญิงสาวหน้าตาสะสวยคนหนึ่งนั่งประจำตำแหน่งอยู่ก่อนแล้ว

 

เพียงแค่คิดว่าตัวเองจะไม่ต้องนั่งเหงาเฝ้าชั้นสิบเอ็ดเพียงลำพัง ช่วงขาเล็กๆก็รีบขยับเข้าใกล้พร้อมส่งเสียงทักทายหญิงสาวคนนั้นอย่างเป็นมิตรทันที

 

“สวัสดีครับ”

 

เลขาสาวหันมามองคนตัวเล็ก เธอใช้สายตามองสำรวจเด็กฝึกงานตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเหยียดยิ้มให้

 

“แบคฮยอนเหรอ”

 

“ครับ”

 

“หน้าตาน่ารักดีนี่ ทานข้าวมาหรือยังล่ะ”

 

“เรียบร้อยครับ คุณ..เอ่อ พี่ดาซมล่ะครับ”

 

“ช่วงนี้ไดเอทน่ะ มานั่งสิ” เธอบอกเมื่อเห็นว่าเด็กฝึกงานเอาแต่ยืนคุย ท่าทางสุภาพนอบน้อมใช้ได้ ถึงจะรู้สึกไม่พอใจที่ตำแหน่งหน้าห้องบอสจะต้องถูกแบ่งแต่ถ้าจะมีเด็กมาช่วยรองมือสักคนก็น่าจะดีเหมือนกัน

 

“ประชุมเสร็จแล้วเหรอครับ” แบคฮยอนพยายามชวนคุย มองพี่สาวคนสวยตบแป้งเติมลิปสติกท่าทางไม่ได้สนใจเขาเท่าไหร่

 

“มีต่อช่วงบ่ายอีกประมาณชั่วโมง”

 

“อ่อ…”

 

“นั่งอยู่เฉยๆเบื่อไหมล่ะ”

 

“ครับ พี่มีอะไรจะให้ผมช่วยหรือเปล่า”

 

“ตอนนี้ยังไม่มีเวลาสอน แต่ถ้าเบื่อและอยากจะช่วยจริงๆล่ะก็พอมีให้ทำ” เธอวางตลับแป้งลงบนโต๊ะก่อนจะพยักพเยิดให้แบคฮยอนลุกตามออกมา

 

เพราะเป็นเด็กใหม่จึงไม่กล้าถามอะไรมาก ได้แค่ตามพี่สาวคนสวยไปต้อยๆลงลิฟต์ไปที่ชั้นห้าซึ่งเป็นชั้นเก็บเอกสาร

 

แบคฮยอนเห็นเพียงแม่บ้านทำความสะอาดนั่งเสียบหูฟังคุยโทรศัพท์อยู่สองสามคน นอกจากนั้นก็ไม่เห็นใครเลย ราวกับชั้นนี้มีไว้ให้อู้งานยังไงยังงั้นเพราะดูจะลับตาผู้คนเหลือเกิน

 

คิมดาซมพาเขาไปที่ห้องห้องหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยกองเอกสารเก่าๆ กลิ่นฝุ่นคลุ้งจมูกจนหายใจยากลำบาก แล้วก็เย็นเอามากๆเพราะไม่มีแสงธรรมชาติจากด้านนอกลอดเข้ามาเลย

 

“พวกนี้เป็นเอกสารรอทำลาย” เลขาสาวยืนบอกอยู่ที่ประตู ร่างเล็กฟังแล้วค่อยๆก้าวเข้าไปในห้องอย่างระมัดระวัง “นายแค่เอามันไปเข้าเครื่องตรงนั้นง่ายๆทำได้หรือเปล่า”

 

“หมดนี่เลยเหรอครับ?” ดูจากปริมาณแล้วทำทั้งวันทั้งคืนยังไม่รู้เลยว่าจะเสร็จหรือเปล่า

 

“ก็ทำเท่าที่อยากทำแล้วกัน”

 

“ครับ?”

 

“เดี๋ยวฉันต้องขึ้นไปประชุมต่อแล้วนะ เสร็จแล้วจะลงมาดู” เลขาสาวบอกไว้แค่นั้นก่อนจะหายออกไป แบคฮยอนส่ายหน้าอย่างไม่ค่อยเข้าใจ หันกลับมาดูกองเอกสารแล้วก็ได้แต่นึกปลง

 

 

 

 

 

 

การประชุมของปาร์คกรุ๊ปและบริษัทประกันภัยชั้นนำของประเทศได้จบลงหลังจากหาข้อสรุปร่วมกันในช่วงบ่าย เหล่าผู้บริหารพากันทยอยเดินออก โดยปาร์คชานยอลและคิมจงอินเป็นสองคนที่เดินรั้งท้ายตามกันออกมา

 

ร่างสูงโปร่งเดินนำลิ่วกลับไปที่ห้องทำงานโดยไม่รอเพื่อน คิมจงอินเข้าไปนั่งคุยเล่นกับเขาต่ออีกเป็นชั่วโมง ไม่มีเรื่องงานปะปนแต่อย่างใด ทั้งหมดทั้งมวลซีอีโอหนุ่มจับใจความได้แค่เพื่อนอยากชวนไปดื่มด้วยกันค่ำนี้เท่านั้นเลย

 

“จะไม่ไปจริงดิ”

 

“เออ”

 

“ใจร้ายน่า ฉันพูดจนปากเปียกปากแฉะเป็นชั่วโมงไม่ได้มีความหมายอะไรเลยเหรอ”

 

“ฉันไม่ว่าง”

 

“แต่เลขาสาวสวยหน้าห้องบอกว่าวันนี้นายไม่ได้มีตารางนัดที่ไหนต่อแล้ว”

 

“หนวกหูน่าคิมจงอิน”

 

“แล้วมันเรื่องอะไรต้องมาขึ้นเสียงใส่ฉันวะไอ้นี่” หนุ่มผิวแทนหัวเราะเหอะไม่ใส่ใจ ในมือยังเล่นรูบิคสีเงินกระจกของเพื่อนไม่ยอมวาง ปกติชานยอลหงุดหงิดอะไรอยู่เขาถามไม่กี่คำก็ยอมเล่า แต่หนนี้นอกจากไม่พูดอะไรแล้วยังมาทำสีหน้าเหม็นเบื่อคล้ายกับอยากให้เขาไปจากตรงนี้เต็มทีแบบนี้มันน่าสงสัย

 

“ไม่มีอะไรแล้วก็กลับไปได้แล้วไป”

 

“อะไรวะ”

 

“ถ่วงเวลาชะมัด”

 

“งั้นก็บอกมาสิว่าซ่อนอะไรไว้”

 

“แล้วเห็นเหรอว่าฉันซ่อนอะไร”

 

“ไม่เห็นถึงได้ถาม” เอาสิ ถ้ายังจะเล่นยี่สิบคำถามไม่ยอมบอกง่ายๆเขาก็จะนั่งอยู่อย่างนี้ไม่ไปไหน ดูสิว่าจะทนทำนิ่งเฉยแบบนั้นไปได้นานเท่าไหร่

 

เสียงถอนหายใจเฮือกของร่างสูงดังอย่างไม่ปิดบัง คิมจงอินมองสีหน้าบอกบุญไม่รับของคุณชายเพื่อนแล้วรู้สึกขำ เนื้อหาประชุมที่เคยเครียดๆก่อนหน้านี้หายสนิทเลยพอได้มีอะไรให้เล่นแบบนี้

 

“จงแด”

 

คิมจงอินเหลือบตามองปาร์คชานยอลกดต่อสายโทรศัพท์บนโต๊ะด้วยอาการอยากรู้อยากเห็น ก่อนจะเผยยิ้มกว้างเมื่อได้ยินประโยคหนึ่งหลุดออกมาในที่สุด

 

ตามแบคฮยอนขึ้นมาพบฉันหน่อย

 

ว่าแล้วไงต้องมีอะไร!

 

จงอินรู้สึกเซอร์ไพรส์ รู้มาว่าเด็กน้อยคนนั้นจะต้องได้มาฝึกงานกับหมอนี่ แต่คิดไม่ถึงว่าจะเป็นวันนี้เท่านั้นเอง ถึงว่าสิ เพื่อนของเขาทำท่าทีอึดอัดอยากจะให้เขาไปให้พ้นไวๆที่แท้ก็เป็นแบบนี้เอง

 

(ฉันพาแบคฮยอนขึ้นไปส่งที่ชั้นสิบเอ็ดนานแล้วนะ)

 

แต่อาการหน้านิ่วคิ้วขมวดหลังจากได้ฟังคำบอกเล่าของปลายสายก็ทำเอาล้อไม่ลง แหงล่ะ ไม่ใช่แค่ชานยอล แต่เขาเองที่เดินตามมาเห็นมีก็แต่คิมดาซมที่อยู่หน้าห้อง ไม่ยักกะเห็นใครที่พอจะเป็นเด็กน้อยของคุณชายเพื่อนเลยสักคน สิ่งที่ต้องตั้งคำถามต่อมาคือตอนนี้แบคฮยอนล่ะ…อยู่ที่ไหน?

 

คิม ดาซม

 

ไม่รอช้าเพื่อนสนิทเขาต่อสายถึงเลขาสาวหน้าห้องผู้ต้องสงสัยทันที

 

(คะบอส—)

 

“คุณรู้ใช่ไหมว่าแบคฮยอนอยู่ที่ไหน”

 

(เอ่อ…)

 

“ให้เวลาห้านาทีตามเด็กคนนั้นมาพบผม”

 

(แล้วฉันจะไปรู้ได้ยังไงล่ะคะว่า—)

 

“ต้องให้ผมลุกไปหาเองไหม”

 

(…)

 

แค่ห้านาทีเท่านั้น ถ้าผมยังไม่พบเขาคุณก็เข้ามาพบผม หวังว่าจะไม่ต้องพูดซ้ำ

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

ร่างเล็กเดินตามหลังเลขาสาวขึ้นมาที่ชั้นสิบเอ็ดอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่าหญิงสาวหงุดหงิดอะไรมาถึงได้แสดงท่าทางกระฟัดกระเฟียดจนไม่เหลือความสวยไว้ให้เห็นอย่างนั้น

 

ก่อนหน้านี้สักห้านาทีเขากำลังยืนใส่กระดาษเอกสารเก่าๆเข้าเครื่องทำลายก่อนที่คิมดาซมจะเข้ามาตามพร้อมกับประโยคที่ว่า

 

‘บอสต้องการจะพบ’

 

เพียงประโยคเดียวทำให้แบคฮยอนมองข้ามน้ำเสียงมีอารมณ์ของหญิงสาวได้ทันที ใจดวงน้อยเต้นแรงอย่างน่าขัน อาจไม่ใช่ครั้งแรกที่ต้องพบกัน แต่ก็นับเป็นครั้งแรกที่เขาจะได้พบอีกฝ่ายในฐานะเจ้านายและเด็กฝึกงาน

 

ไม่ใช่พี่น้องเหมือนที่ผ่านมา

 

“เข้าไปได้เลยเหรอครับ” แบคฮยอนหันไปถามคิมดาซมที่จู่ๆก็พาเขามาปล่อยเกาะ ให้ยืนเคว้งอยู่หน้าประตูห้องซึ่งมีป้ายชื่อ ‘CEO PARK’แปะอยู่โดยไม่ยอมบอกอะไร

 

แต่พอส่งตาแป๋วขอความช่วยเหลือ หญิงสาวก็ไม่ใจร้าย ยอมลุกออกมาช่วยเคาะประตูให้เป็นการนำทาง

 

เข้ามา

 

เสียงอนุญาตดังแทรกผ่านรอยประตู ร่างเล็กค่อยๆก้าวเข้าไปในนั้นด้วยความรู้สึกไม่คุ้นชิน ทั้งที่ภายในห้องอากาศหนาวจนน่าขนลุก ทว่าฝ่ามือน้อยกลับชื้นเหงื่อจนเผลอเช็ดมันลงกับขากางเกง

 

“พบกันจนได้สินะ”

 

เสียงนั้นไม่ใช่ของชานยอล แต่เป็นของผู้ชายตัวสูงผิวสวยอีกคนหนึ่ง แบคฮยอนไม่คุ้นหน้าอีกฝ่ายแต่พอเขาส่งยิ้มมีเสน่ห์ให้ก็รีบค้อมศีรษะรับด้วยความสุภาพทันที

 

“เฮ้ยคุณชาย งั้นฉันขอตัวก่อนนะ อยากเห็นแค่นี้แหละ…” ประโยคหลังอีกฝ่ายพูดมันพร้อมกับมองหน้าแบคฮยอนอย่างจงใจ ไม่รู้ว่าควรจำกัดความรอยยิ้มสวยนั่นว่าเจ้าเล่ห์หรืออย่างไรดี แต่แบคฮยอนมองแล้วรู้สึกว่ามัน

 

“ไว้เจอกันอีกนะตัวเล็ก”

 

กรุ้มกริ่มสุด ๆ

 

พี่ชายคนนั้นเดินออกไปแล้ว ทิ้งให้แบคฮยอนยืนหลงทางอยู่กลางห้องทำงานสุดหรูหรา มองดูไหล่กว้างของร่างสูงโปร่งภายใต้ชุดสูทจากห้องเสื้อชื่อดัง แม้นอกหน้าต่างกระจกทั้งแถบนั้นจะมีตึกใจกลางเมืองเป็นวิวสวยทว่านั่นกลับไม่ได้ดึงความสนใจของแบคฮยอนได้เลย

 

หายไปไหนมา

 

เพราะว่าเสียงทุ้มติดดุดันและใบหน้าหล่อที่ค่อยๆหันกลับมานั้นได้ริบจุดรวมสายตาของแบคฮยอนไปจนหมด

 

“ทั้งที่ยังอยู่ในเวลางานแต่คุณกลับหายหน้าไปโดยไม่มีใครทราบ ลองบอกสิว่าผมควรจะจัดการยังไงกับพฤติกรรมไม่เหมาะสมแบบนี้ดี”

 

“…”

 

คุณนักศึกษาฝึกงาน

 

สรรพนามที่ต่างออกไปจากทุกทีทำเอาร่างเล็กรู้สึกใจสั่นแปลกๆ เขาเผลอแลบลิ้นเลียริมฝีปากอย่างที่ชอบทำเมื่อเกิดความรู้สึกประหม่า ยิ่งต้องมายืนอยู่ท่ามกลางสายตาคมกริบคู่นั้นด้วยแล้ว

 

ยากเหลือเกินที่จะรับมือ

 

“คือผม…”

 

แบคฮยอนหายใจติดขัด ไม่ได้กลัวเพราะแน่ใจว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ที่พูดไม่ออกทำอะไรไม่ถูกอยู่ตอนนี้เป็นเพราะว่าไม่ชินกับมุมนี้ของอีกฝ่าย

 

จะมีผู้บริหารสักกี่คนกล้าทำผมสีควันบุหรี่ ถ้าหากคุณพ่อของเขายังมีชีวิตอยู่รับรองได้เลยว่าอีกคนจะต้องถูกตำหนิแน่ๆ

 

ผมอะไรครับ?”

 

ร่างเล็กกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ไม่รู้ชานยอลกำลังแกล้งปั่นหัวเขาด้วยการพูดจาสุภาพหรือเป็นเพราะว่าบทบาทหน้าที่ตอนนี้มันบังคับให้อีกฝ่ายต้องทำกันแน่

 

แต่ไม่ว่าอย่างไหนมันก็เป็นผลต่อจิตใจแบคฮยอนทั้งนั้น ดวงตารีเล็กมองเรือนผมสีเทาซึ่งถูกปัดเสยเปิดหน้าผากเผยให้เห็นใบหน้าเกลี้ยงเกลาชัดเจนก่อนค่อยๆเบนสายตาออกไป

 

“ผมไม่ได้หายหน้าหรือแอบอู้งานนะครับ”

 

“แล้วไปไหนมา”

 

“ผมอาสาช่วยทำงาน คุณดาซมเลยให้ผมลงไปช่วยทำลายเอกสารที่ชั้นห้า”

 

“เอกสารชั้นห้า?”

 

“ครับ”

 

“เอกสารรอทำลายพวกนั้นคุณไม่รู้เหรอว่ามีบริษัทกลางมารับไปทำลายอยู่แล้ว”

 

“อ…อย่างนั้นเหรอครับ”

 

“ไม่อยากจะว่าแรงๆหรอกนะ แต่ที่คุณทำวันนี้เค้าเรียกหัวอ่อน”

 

“ก็ผมไม่รู้—”

 

“แล้วทำไมไม่รู้จักถาม”

 

“…”

 

มานี่…”

 

“…”

 

ผมพูดอะไรอยู่ได้ฟังไหม” ริมฝีปากบางคว่ำลง ออกอาการแง่งอนต่อคำตำหนิกลายๆนั่นอย่างลืมตัว แม้จะไม่อยากเข้าใกล้ทว่าร่างกายกลับไม่ยอมขัดขืน ร่างเล็กค่อยๆขยับเดินเข้าไปหาร่างสูงที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานแต่โดยดี

 

“รับไป”

 

จากที่ไม่ยอมสบตาก็ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองสิ่งที่อีกฝ่ายยื่นให้

 

“…”

 

ผ้าเช็ดหน้าในมือใหญ่ร่างเล็กมองมันอย่างไม่เข้าใจ เขาไม่ได้ร้องไห้แล้วทำไมชานยอลจะต้องให้ของแบบนี้ พอเอาแต่ยืนมองโดยไม่ยอมตอบสนองเจ้าของผ้าเช็ดหน้าก็ถือวิสาสะ ดึงข้อมือของเขาให้เข้าไปหา

 

“อ๊ะ…”

 

แต่ก็ดูเหมือนว่าจะออกแรงมากไป ร่างเล็กจึงได้เซล้มลงบนตักกว้างนั่นพอดี

 

!!!

 

ขอโทษครับ

 

แบคฮยอนเบิกตาโตตกใจ รีบดีดตัวออกราวกับโดนไฟช็อตทว่าเจ้าของหน้าตักกลับดึงเขาให้นั่งลงที่เดิมพร้อมกับล็อคเอวเล็กไว้ด้วยท่อนแขนแข็งแรง

 

“พี่รอง—”

 

“ถ้าไม่อยากนั่งนานก็อยู่นิ่งๆ”

 

“…” เสียงนั้นเบาราวกระซิบแต่แบคฮยอนกลับได้ยินเพราะใบหน้าอยู่ห่างกันระยะไม่ถึงคืบ สถานการณ์แบบนี้มันคืออะไร คนน่ารักนั่งนิ่งมองคนแก่กว่าค่อยๆใช้ผ้าเช็ดลงบนแก้มของเขา

 

“ฉันรับนายมาฝึกงานนะ ไม่ได้มาปล่อยเล่นในสนามเด็ก”

 

“เลอะเหรอครับ” ถึงชานยอลจะเงียบไปแต่แบคฮยอนกลับพบคำว่ามอมแมมแปะอยู่บนใบหน้าหล่อๆนั้น เมื่อไหร่กันที่แบคฮยอนปล่อยให้ตัวเองนั่งอยู่ตรงนั้นโดยไม่คิดตั้งคำถามถึงความเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม

 

เขาก็เพียงแค่อยากได้รับความอ่อนโยนแบบนี้ไปนาน ๆ

 

“ต่อไปอะไรที่ฉันไม่ได้สั่งก็อย่าทำ”

 

“แต่มันไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรง…”

 

“…”

 

“ครับ ผมจะไม่ทำแล้ว”

 

“กินอะไรแล้วใช่ไหม”

 

“ผมลงไปหาอะไรทานที่ใต้ตึก แต่…” สายตาจ้องจับโกหกทุกคำพูดนั้นทำเอาแบคฮยอนต้องยอมแพ้ “คนแน่นทุกร้านก็เลยเปลี่ยนไปเข้ามินิมาร์ทซื้อข้าวปั้นมาแทนครับ”

 

“ก็ดี”

 

“…”

 

“ฉันรู้สึกหิวอยู่พอดีจะได้ออกไปหาอะไรกินพร้อมกัน”

 

“ไม่ได้นะครับ”

 

“ทำไมจะไม่ได้”

 

“ก็นี่มันเพิ่งจะบ่ายสาม อีกตั้งสองชั่วโมงกว่าจะเลิกงานถ้าผมออกไปก่อนคนอื่นเค้าจะมองยังไงล่ะครับ” ซ้ำยังออกไปพร้อมกับซีอีโอแบบนี้คนคงได้นินทากันให้ทั่วบริษัท แค่คิดใบหน้าเล็กก็ส่ายศีรษะจนกลุ่มผมสีน้ำตาลปลิวพลิ้ว

 

“ถ้าหิว พี่รองออกไปก่อนก็ได้นะครับ”

 

“…”

 

“หรือถ้าอยากให้ผมไปด้วย…”

 

“…”

 

“รอให้เลิกงานก่อนได้ไหม”

 

“แล้วทำไมฉันจะต้องฟังนาย”

 

ก็เพราะผมเป็นเด็กดีแล้วไง” ชานยอลขมวดคิ้วไม่เข้าใจ “พี่บอกให้ผมมาตรงนี้ ผมก็มา ไม่ได้ไม่เชื่อฟังสักหน่อย แบบนี้ไม่เรียกว่าเป็นเด็กดีเหรอครับ”

 

“…”

 

ใบหน้าเกลี้ยงเกลาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนมุมปากนั้นจะค่อยๆจุดยิ้มเอ็นดูอย่างไม่รู้ตัว เป็นยิ้มที่แม้เลือนลางจนมองไม่เห็นแต่กลับทำเอาผู้ได้รับใจเต้นแรงจนเผลอยิ้มแก้เก้อตามกันมา

 

“ฉันรอก็ได้”

 

มือหนาดันหลังร่างเล็กให้ลุกออกจากตัก จากนั้นค่อยยื่นผ้าเช็ดหน้าในมือให้น้องรับมันไป

 

“แต่มื้อนี้นายต้องเป็นคนเลี้ยง”

 

 

 

 

 

TBC.

 

 

 

 

 

ขี้เก๊กอะที่หนึ่ง

ปากหนักอะที่สอง

แต่รักน้องน่ะไม่เป็นรองใคร (เอ๊ะ???)

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.546K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,383 ความคิดเห็น

  1. #10362 chanbaekjan (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2564 / 06:50

    งื้อออ มันเพิ่งเริ่มตอนนี้นี่เอง เปนเขิล
    #10,362
    0
  2. #10346 Hollydecemx (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 เมษายน 2564 / 16:34
    ดีค่ะะะะะพอหวานกรุบกริบ
    #10,346
    0
  3. #10324 bwillisb (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 มีนาคม 2564 / 19:01
    โอเคมีแรงทำการบ้านละ5555555 น่ารักมากค่ะชอบๆเรียบง่ายเเต่สร้างความรู้สึกดีๆในใจได้เยอะเลย
    #10,324
    0
  4. #10316 Isabellbest (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 มีนาคม 2564 / 03:50
    ทีมคิมจงอินค่ะ ทีมเชียร์ทีมแซว นิดๆหน่อยๆก็เอาพอหอมปากหอมคอ ชอบมาก5555555
    #10,316
    0
  5. #10263 HoneyB'c (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 / 15:16
    บ้าเอ้ยยยย ชั้นหยุดยิ้มไม่ได้เลยให้ตายเถอะ!!!
    #10,263
    0
  6. #10247 awz1 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 / 18:11
    แงแงงง น้องน่ารักไม่ไหวเนยๆๆๆๆ ไม่ไหวแซวt-t พี่ก็อ่ยอบอุ่น!!!!!!
    #10,247
    0
  7. #10223 hyunee.B (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 21:32
    กรี้ดๆๆๆๆๆๆๆเขินเป็นบ้าเลยยยยยยย><><><
    #10,223
    0
  8. #10019 ChungWila (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 06:43
    ใช่-สถานการณ์แบบนี้มันคืออะไร! จะเช็ดหน้าน้องต้องนั่งตักแ้วยหรอ!!!
    #10,019
    0
  9. #9888 sunny lin (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 08:30
    รักน้องแหละดูออก😁 ส่วนดาซม...ระวังไว้นะคะ จะไปกระตุกหนวดเสือเข้า
    #9,888
    0
  10. #9640 Jennysupat18 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2563 / 09:36
    ใครรังแกลูกเลาอีก!!!
    #9,640
    0
  11. #9606 bbhrrpcy (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2563 / 13:09
    เห็นแววคนหลงน้องมาแต่ไกล
    #9,606
    1
    • #9606-1 YunewG(จากตอนที่ 7)
      23 มกราคม 2564 / 11:25
      พี่รองนี่ยังไง ใจเต้นตามน้องแล้วเนี่ย 55555
      #9606-1
  12. #9603 MaYplE (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2563 / 23:23

    ดาซมนะคะ 😏😏😏

    #9,603
    0
  13. #9589 안시리민 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2563 / 15:20
    ถ้าเจอน้องอ้อนหนัก ๆจะเสียอาการขนาดไหน
    #9,589
    0
  14. #9512 adobecs3 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 / 21:41
    ต้องเจอน้องงงงงง
    #9,512
    0
  15. #9388 B_hundred_Beam (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 / 03:39
    แบคอ้อนหนักๆเลยสิ อยากรู้ว่าจะทำยังไง หึๆ คนปากแข็ง
    #9,388
    0
  16. #9028 Pseewhy (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2563 / 04:55
    น้องไม่เหนจะดื้อเลย คนที่ดิ้อในเรื่องนี้เหนมีอยุ่คนเดียว
    #9,028
    0
  17. #9014 แพะบยอน❤ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2563 / 18:25
    ดูก็รู้เลยนะคะ อย่าให้น้องจับทางได้ว่าอ้อนแล้วได้ผล ไม่งั้นจะต้องมีคนร้องเอ๋งเพราะน้อง
    #9,014
    0
  18. #8797 IPINOCKIO (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 กันยายน 2563 / 10:02
    เอาแล่วๆๆๆๆๆ จุดเริ่มต้นของเรื่องจริงๆคงเป็นตอนที่แบคฮยอนฝึกงานสินะ แหมมมมม่ พ่อคนปากดี ห่วงเก่งอ่ะที่สอง(รองจากปากเก่งที่หนึ่ง) มีถามไถ่ ห่วงใยแต่keep lookตลอดดดดด
    #8,797
    0
  19. #8793 Zikdn_ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 กันยายน 2563 / 23:20
    ขึ้นอย่างหงส์ ลงอย่างหมาที่แท้ นายคนนี้นี่มันหงอจรองๆ อิอิ
    #8,793
    0
  20. #8767 pbcy (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 กันยายน 2563 / 23:04
    ฮืออออแอออออออออออ พี่รองงอย่าเถียงน้องเลยค่ะ น้องเป็นเด็กดีตามที่พูดแล้วไง น่ารักจังเลยย มุแงงง
    #8,767
    0
  21. #8725 แมวดมกาว'วว (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 กันยายน 2563 / 10:40
    ทุกอย่างมันอยู่ในการคำนวนรัศมีของการแกว่งแขน เส้นรอบวงในการตวัดแขนโอบ ทุกอย่างพี่มันคำนวณไว้หมดแล้ว
    #8,725
    0
  22. #8600 iirny (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2563 / 14:36
    เขินจางงงง
    #8,600
    0
  23. #8510 Chi_Yeol (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 02:22
    โอ้ยยย จับมานั่งตัก -///-
    #8,510
    0
  24. #8412 ppw. (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2563 / 17:58
    กิ้ดดด น้องไม่ดื้อนะคะพี่รองงงง
    #8,412
    0
  25. #7844 pcy921 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 20:30
    ชายสี่หน้าปากซอยพอค่ะ เปลือง
    #7,844
    0