HYUNG 형 | Chanbaek -END-

ตอนที่ 6 : CHAPTER 05 | หิมะแรก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21,546
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,435 ครั้ง
    27 ก.ย. 63

 

 

 

 

05

 

 

 

 

 

 

 

 

อุณหภูมิในเช้าวันนี้ดูจะลดลงกว่าทุกวัน กลุ่มหมอกยังคงปกคลุมปะปนไอแดดจางๆสร้างความรู้สึกหนาวเหน็บ พายุหิมะเพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อก่อนฟ้าสาง ด้านนอกจึงมีร่องรอยน้ำค้างและเกร็ดหิมะก่อตัวให้ได้เห็นอยู่บ้าง

 

ภายในคฤหาสน์ตระกูลผู้ดีเก่าแก่เช้าวันนี้เป็นไปด้วยความเงียบเชียบ ห้องอาหารมีเพียงคุณชายคนรองและคุณชายคนโตที่เพิ่งเดินทางกลับถึงโซลเมื่อช่วงเช้ามืด ไร้เงาร่างบางผู้เป็นน้องเล็กของบ้านทั้งที่มื้ออาหารแบบนี้เด็กดีที่รักในการนอนตื่นเช้าอย่างแบคฮยอนน่าจะเป็นคนแรกๆที่มาจับจองเก้าอี้ห้องอาหารด้วยซ้ำ

 

ปาร์คยุนโฮนั่งมองอาหารคาวหวานหลายอย่างบนโต๊ะตรงหน้า รวมถึงขนมสุดโปรดปรานของน้องชายคนเล็กที่เขาตั้งใจซื้อมาฝากและรอให้เจ้าตัวมาแกะกล่องด้วยตัวเอง ทว่าจนป่านนี้แล้วเจ้าตัวเล็กกลับยังไม่โผล่มาให้เจอ

 

 

“น้องเล็กล่ะ”

 

คนที่เปรียบดั่งประมุขคนปัจจุบันของบ้านถามขึ้น แค่เพียงหวังจะได้ยินคำตอบจากใครสักคนในห้องอาหารทว่าเขากลับได้รับเพียงความเงียบเท่านั้น

 

“ทำไมจนป่านนี้แล้วยังไม่ลงมาทานข้าวอีก”

 

สายจนผิดวิสัย ปกติแบคฮยอนมักจะเป็นฝ่ายมานั่งคอยแต่วันนี้เขากลับไม่เห็นแม้แต่พี่เลี้ยงคนสนิทของน้อง คิดได้ดังนั้นปาร์คยุนโฮเลยยิ่งขมวดคิ้วแปลกใจ

 

“ไม่มีใครได้ยินที่ผมถามเหรอ”

 

“คุณชายใหญ่ทานก่อนเถอะค่ะ วันนี้คุณหนูคงไม่ลงมาแล้วได้ยินว่าไม่สบาย”

 

“ไม่สบาย?”

 

กริ๊ก!~

 

เสียงแก้วกาแฟกระทบจานรองของใครอีกคนดังขึ้นอย่างไม่ได้ตั้งใจ มือหนาเผลอวางมันแรงหลังจากได้ยินประโยคบอกเล่าของคุณนม ไม่ใช่แค่พี่ชายคนโตที่เพิ่งทราบเรื่อง แต่คนที่คาดว่าจะเป็นตัวการอย่างเขาเองก็เพิ่งมารู้เอาตอนนั้นเหมือนกัน

 

“เป็นอะไรครับ แล้วมีใครตามหมอมาดูอาการหรือยัง วันก่อนตอนคุยกันก็ยังดีๆทำไมวันนี้ถึงป่วยเอาได้”

 

ใจของใครบางคนกำลังว้าวุ่น ความคิดมากมายเกิดขึ้นในหัวทว่าภายนอกกลับดูสงบนิ่งเกินกว่าใครจะรู้

 

“อาจจะเพราะอากาศเปลี่ยน—”

 

“ถ้าแค่เพราะอากาศเปลี่ยนก็ไม่น่าจะถึงกับลุกมาทานข้าวไม่ไหว” เพราะรู้จักนิสัยน้องชายตัวเองดี แบคฮยอนเหมือนจะเป็นเด็กดีแต่ก็ดื้อ ถ้าแค่ป่วยเล็กๆน้อยๆยังไงก็ต้องลงมาให้พบหน้า ไม่มีทางที่จะยอมอุดอู้อยู่แต่ในห้องแน่ๆ ปาร์คยุนโฮคิดแบบนั้น

 

“ระหว่างที่ผมไม่อยู่เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า”

 

“…”

 

“มีเรื่องอะไรที่ผมยังไม่รู้”

 

“…”

 

“ผมถาม…ว่ามีเรื่องอะไร”

 

“เมื่อวานคุณหนูไปงานเลี้ยงวันเกิดเพื่อนมาค่ะ กลับบ้านเอาตอนตีสอง…”

 

 

ผมเลยทำโทษ

 

 

เสียงทุ้มที่แทรกมาจากอีกฝั่งทำเอาบรรยากาศในห้องอาหารตึงเครียดขึ้นทันตา ปาร์คยุนโฮกดคิ้วมองตรงไปที่น้องชาย รอฟังคำอธิบายจากปากของปาร์คชานยอล

 

“นายทำอะไร”

 

“ก็แค่ใช้ไม้เรียวสั่งสอน จะได้ไม่กล้าเหลวไหลอีก”

 

“ว่าไงนะ” สีหน้ายุนโฮเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งเห็นว่าชานยอลพูดมันง่ายดายราวกับเล่าเรื่องดินฟ้าอากาศ ทั้งยังทำหน้าตายนั่งทานอาหารได้โดยไม่รู้สึกรู้สาก็ยิ่งรู้สึกโกรธ

 

“นายตีน้องแรงขนาดไหนถึงได้ป่วยจนลุกไม่ขึ้นแบบนั้นชานยอล”

 

หารู้ไม่ว่าคนที่ตีหน้านิ่งรับสารภาพความจริงภายในก็แทบทนไม่ไหวเหมือนกัน ขนมปังโง่ๆที่พยายามเคี้ยวด้วยสีหน้าปกติดีนั้นเป็นเหมือนก้อนอะไรสักอย่างที่ติดอยู่ในคอ นึกอยากให้พี่ชายด่าทอด้วยถ้อยคำแรงๆหากแต่ได้รับเพียงคำตำหนิที่ยิ่งตอกย้ำใจคนทำว่าร้ายแค่ไหน

 

“มีอะไรทำไมไม่ใช้เหตุผลคุยกันดีๆ ถึงกับลงไม้ลงมือมันไม่มากไปหน่อยเหรอ”

 

“ผมเป็นผู้ปกครอง”

 

ทั้งที่ในอกก็รู้สึก…

 

“มากหรือไม่มากคิดเองได้”

 

แต่กลับเลือกแสดงออกอย่างเย็นชา

 

เสียงเลื่อนเก้าอี้ดังชัดเมื่อร่างสูงขยับตัวลุกออกไปอย่างเสียมารยาท ช่วงขายาวเดินไปจนถึงทางขึ้นบันไดกลางบ้านซึ่งเคยเป็นสถานที่ทำโทษเด็กดื้อเมื่อคืน

 

“ฉันยกให้นายเป็นผู้ปกครองเพื่อให้ดูแลน้องไม่ได้ให้ใช้มันเพื่อเอาเปรียบ” ปาร์คยุนโฮเดินตามมาข้างหลังก่อนจะเข้ามาคว้าไหล่เขาไว้ด้วยท่าทางเอาเรื่อง

 

“บอกแล้วไงว่าผมจะไม่ทำตัวเป็นพี่ชายดีเด่นเหมือนอย่างพี่”

 

“แล้วจะทำให้น้องเกลียดไปถึงไหน ไม่มีใครชอบที่ต้องมาถูกบังคับบงการเหมือนชีวิตไม่ใช่ของตัวเอง นายน่าจะเข้าใจมันดีที่สุด”

 

“แล้วไง”

 

หรืออยากให้ฉันทำเหมือนที่ผู้ใหญ่เคยทำ

 

“ถ้าไม่พอใจก็รับไปดูแลเอง จะมาสร้างภาระ—”

 

“แน่ใจใช่ไหมที่พูดมันออกมา”

 

“…”

 

“ฉันถามว่าแน่ใจไหม” ปาร์คยุนโฮเค้นถามเสียงลอดไรฟัน สายตาจริงจังจับจ้องใบหน้าน้องชายอย่างคาดคั้นเอาคำตอบ

 

“น้องคนเดียวฉันดูแลไหว แค่นายบอกมาคำเดียวว่าไม่ต้องการ—”

 

“ถ้าผมไม่ตีคุณนมก็ต้องตี”

 

“…”

 

“ถึงย้อนเวลากลับไปได้ผมก็จะทำแบบเดิม”

 

“ฉันนึกไม่ออกเลยว่าถ้าคุณพ่อยังมีชีวิตอยู่ท่านจะทำยังไง” เพราะรู้มาตลอดว่าชานยอลรู้สึกอย่างไร เพราะต้องปกครองคนมากมายให้อยู่ใต้อำนาจ กับน้องชายที่โตมาด้วยกันแค่คนเดียวทำไมเขาจะไม่รู้จักนิสัยใจคอ และเพราะรู้มันเป็นอย่างดีเขาถึงได้พูดอะไรไม่ออก

 

“ไม่มีประโยชน์อะไรที่ต้องพูดถึงคนตาย”

 

“ถ้าอย่างนั้นฉันจะขอเตือนในฐานะพี่ชาย”

 

“…”

 

“ถ้าไม่รู้วิธีรักษา ก็อย่าใช้วิธีทำลาย เพราะนายเองนั่นแหละที่จะต้องมานึกเสียใจกับการกระทำ” ปาร์ค ยุนโฮกล่าวเสียงเรียบ ต่อให้ชานยอลจะเติบโตกลายเป็นผู้ใหญ่ มีอำนาจหน้าที่ล้นฟ้าในสายตาใครๆสุดท้ายแล้วก็ยังเป็นแค่น้องชายของเขาอยู่ดี

 

“หวังว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันจะได้รู้ว่านายทำน้องเจ็บตัว ชานยอล”

 

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

 

 

“หิวหรือยังคะ”

 

“…”

 

“วันนี้มีแต่ของโปรดของคุณหนูทั้งนั้นเลย”

 

“…”

 

“หรือถ้ายังไม่หิวทานซุปรองท้องสักหน่อยก็ยังดี พี่ตั้งใจเคี่ยวสุดฝีมือให้เลยนะ”

 

“…”

 

“คุณหนูขา”

 

“…”

 

“โธ่…” พี่เลี้ยงคนสนิทแทบจะปล่อยโฮร้องไห้อีกรอบเมื่ออาการของคุณหนูผู้เป็นดั่งแก้วตาดวงใจไม่สู้ดีเอาเสียเลย เธอเข้าไปนั่งลงบนพื้นข้างๆเตียงนอนหลังใหญ่ที่มีร่างเล็กนอนหนุนแขนตะแคงกายอยู่บนนั้น

 

ใบหน้าหวานมีสภาพอิดโรยไม่สดใสเหมือนอย่างเคย ขอบตาบวมช้ำเพราะผ่านการร้องไห้มาตั้งแต่เมื่อคืน คุณหนูคนดีของหล่อนไม่ส่งเสียงตัดพ้อหรือร้องไห้ตัวโยนให้ได้ยินสักแอะทั้งที่โดนตีขนาดนั้น

 

กลับกัน…ตั้งแต่พากลับเข้าห้องพักร่างเล็กก็เอาแต่นอนนิ่งไม่ยอมพูดจา ถามว่าเจ็บไหม อยากได้อะไรหรือเปล่าก็เอาแต่ปิดปากเงียบ ราวกับว่าบาดแผลความเจ็บช้ำนั้นมันได้เกิดขึ้นจากข้างใน

 

ร่างน้อยนอนตัวรุมๆคล้ายจะมีไข้ จังมีเลยคอยอยู่ช่วยเช็ดตัวและทายาให้ไม่ห่าง แต่ก็ต้องเผลอร้องไห้ตามทุกครั้งที่เห็นน้ำใสๆไหลลงจากหน่วยตาเล็กๆคู่นั้น คุณหนูแบคฮยอนของหล่อนเป็นคนเก่ง ไม่แสดงความอ่อนแอให้ใครเห็นง่ายๆแต่คนที่เฝ้าดูแลมาตั้งแต่เด็กอย่างจังมีมองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าคุณหนูของตนกำลังเสียใจขนาดไหน

 

“ไม่ยอมทานอะไรเลยแบบนี้แล้วจะทานยาต่อได้ยังไงล่ะคะ”

 

“…”

 

“ถ้าไม่ทานยาคุณหนูก็จะไม่หาย”

 

“…”
 

“คนเก่งของจังมีอย่าเป็นแบบนี้เลยนะคะ…” พี่เลี้ยงนั่งปาดน้ำตาตัวเองเงียบๆ มองเจ้านายตัวน้อยที่จนถึงตอนนี้ยังคงเอาแต่นอนเหม่อลอยไม่ต่างจากเมื่อคืน

 

 

กระทั่งเสียงเคาะประตูหน้าห้องดังขึ้น ร่างสูงสง่าของคุณชายใหญ่ที่ไม่ได้พบกันนานปรากฏตัว นัยน์ตาเศร้าหมองของคนเป็นน้องถึงกับไหวระริกพร้อมกับน้ำใสๆที่ได้กลิ้งไหลลงมาอีกครั้ง

 

สองพี่น้องสบตากัน ระยะห่างที่สั้นลงทำให้ปาร์คยุนโฮได้เห็นสภาพน้องชัดขึ้น แบคฮยอนในตอนนี้บอบบางไม่ต่างจากเมื่อสี่ปีที่แล้ว ยิ่งเห็นเขายิ่งเศร้าใจ ไม่รู้ว่าคิดถูกไหมที่ตัดสินใจฝากฝังน้องไว้กับปาร์คชานยอล

 

“เป็นยังไงเรา…”

 

ร่างเล็กนอนนิ่งไม่ยอมตอบสนอง คุณชายใหญ่พยักหน้าให้สาวใช้กลับออกไปพักก่อนจะเหลือบตามองอาหารบนโต๊ะปลายเตียงซึ่งไม่พร่องลงเลยสักนิด นั่นหมายความว่าน้องชายเขาไม่ได้แตะมันเลย รวมถึงยาทานนั่นด้วย

 

“ดีขึ้นหรือยัง ไม่เจอกันไม่กี่วันนายรองก็แกล้งจนเราป่วยแบบนี้ให้พี่ไปเอาคืน—”

 

“เพราะผมไม่ใช่น้องชายแท้ๆใช่ไหม…”

 

“…”

 

น้ำเสียงเบาหวิวที่ดังแทรกขึ้นมาทำเอาคุณชายใหญ่ตลกไม่ออก ร่างสูงใหญ่ค่อยๆสืบเท้าเข้าไปใกล้ก่อนจะนั่งลงบนเตียงข้างๆร่างเล็กที่นอนอยู่

 

“เขาถึงไม่เคยใจดีกับผมเลย”

 

“อย่าคิดแบบนั้นสิ” มือหยาบวางลงบนศีรษะกลมเบาๆ เขาใช้นิ้วโป้งช่วยเกลี่ยน้ำตาออกให้น้องอย่างอ่อนโยน อยากปลอบประโลมให้ได้มากกว่านี้ แต่ในความเป็นพี่คนโตยุนโฮก็พอจะเข้าใจเหตุผลของน้องชายทั้งสองคน

 

“เด็กดี…เห็นเราเป็นแบบนี้พี่ไม่สบายใจเลย”

 

“ให้ผมไปอยู่ที่อื่นไม่ได้เหรอครับ”

 

“ไม่อยู่บ้านตัวเองแล้วจะไปอยู่ที่ไหน”

 

“บ้านที่ไม่มีคุณพ่อไม่มีพี่ใหญ่ผมไม่รู้จะอยู่ไปทำไม”

 

“…”

 

ผมเกลียดเค้า

 

“แบคฮยอน…”

 

“ผมเกลียดพี่รอง ไม่อยากเห็นหน้า ไม่อยากอยู่ที่บ้านกับคนใจร้ายพี่ใหญ่ให้ผมออกไปอยู่ที่อื่นเถอะนะครับ…” ปาร์คยุนโฮดึงร่างเล็กเข้ามากอดปลอบพร้อมกับความรู้สึกสงสาร การกระทำของชานยอลกำลังสร้างบาดแผลในใจของเด็กน้อย เขารู้ว่าสิ่งที่น้องระบายคือความอึดอัด คำว่าเกลียดชังแสนน่าเจ็บปวด พี่ใหญ่อย่างเขาฟังแล้วก็ได้แต่ขอให้เป็นเพียงการพลั้งพูดออกมาด้วยอารมณ์เท่านั้น ไม่ใช่ความรู้สึกที่แท้จริง

 

ไม่อย่างนั้นน้องชายอีกคนของเขาคงปวดร้าวสาหัสไม่แพ้กัน ใบหน้าสมบูรณ์แบบหันไปมองทางประตูก่อนจะพบว่าตอนนี้มันได้ปิดสนิทลงแล้ว ปาร์คชานยอลหายไปจากตรงนั้นแล้ว…

 

 

 

 

 

 

พลั่ก!

 

กำปั้นหนักๆชกเข้าที่ผนังห้องอย่างแรงหลังจากประตูห้องนอนตัวเองปิดลง คำพูดตัดพ้อของน้องและเสียงสะอื้นไห้ยังคงดังก้องในหัวยากจะสลัดทิ้ง

 

น่าอายกว่าการรังแกคนที่อ่อนแอกว่าคือการที่ตัดสินใจทำลงไปแล้วแต่กลับไม่กล้าสู้หน้า สองขาก้าวไม่ออกได้แค่ยืนรอพี่ชายคนโตอยู่ตรงหน้าประตู มองดูสาวใช้คนสนิทของน้องเดินผ่านไปพร้อมด้วยสายตาขุ่นเคือง

 

เมื่อคืนคงเป็นหิมะแรกในตอนท้ายปีที่แย่ที่สุดเท่าที่มีมา เขาไม่สามารถขจัดความรู้สึกต่างๆภายในใจได้เลยแม้แต่เสี้ยววินาที รู้ว่าได้สร้างความเจ็บปวดให้คนเป็นน้องไว้แน่ๆ รู้ว่าอีกคนจะต้องเจ็บมาก แต่เชื่อเถอะว่าแบคฮยอนไม่ได้รู้สึกแบบนั้นแค่เพียงลำพัง

 

พลั่ก!

 

นัยน์ตาแข็งกร้าวที่ใครต่อใครมักหวาดหวั่นและมองว่าช่างแข็งแกร่งกำลังแสดงความไหวหวั่นอยู่ลึกๆ รู้ว่าไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับการบันดาลโทสะลงบนผนังกำแพง แต่ก็ยังเลือกลงโทษตัวเองด้วยวิธีแบบเด็กๆเพียงหวังว่ามันอาจจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้น

 

บอสที่ใครต่างก็ก้มหัวยอมรับในความสามารถ จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าแท้จริงแล้วเขาเองก็มีเรื่องที่ทำได้ห่วยสุดๆเหมือนกัน

 

 

 

นั่นคือการแสดงความอ่อนโยนต่อคนที่ควรค่าจะได้รับมันมากที่สุด

 

 

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

 

แกร๊ก…

 

เวลาเคลื่อนผ่านจนย่ำค่ำอีกครั้ง เสียงกุกกักจากทางประตูแว่วดังให้คนนอนหลับได้ยินแต่ไม่ได้รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในทันที เพราะภายในห้องเงียบมากจึงเกิดเสียงฝีเท้าของใครสักคนที่ใกล้เข้ามาชัดเจน

 

ร่างน้อยซึ่งกำลังนอนหลับใหลค่อยๆกะพริบตาตื่น อาการสะลึมสะลือจากพิษไข้และฤทธิ์ยาทำให้เห็นภาพเบื้องหน้าไม่ชัด แต่สมองทายว่าร่างสูงสมบูรณ์แบบที่เข้ามาหยุดยืนข้างเตียงคือพี่ชายคนโตเพราะก่อนหน้านี้ปาร์ค ยุนโฮได้บอกเอาไว้ว่าจะมาหาหลังจากกลับออกไปพร้อมคุณหมอประจำตระกูลเมื่อหลายชั่วโมงก่อนเพื่อให้เขาได้มีเวลาพักผ่อน

 

 

“มาแล้วเหรอครับ…”

 

หากทว่าภาพตรงหน้าที่เริ่มแจ่มชัดทำเอาบรรยากาศอึมครึมคล้ายกับจะหายใจไม่ออกอีกครั้ง

 

“…”

 

ลมหายใจร้อนถูกพ่นผ่านปลายจมูกรั้นสีแดงระเรื่อ ใบหน้าเล็กขาวซีดลงกว่าเก่าเมื่อสบตากับร่างสูงที่เขาไม่คาดฝันมาก่อนว่าจะต้องได้มาพบกันในเวลาแบบนี้ เพราะไม่คิดว่าจะต้องได้เผชิญหน้ากันเร็วร่างน้อยเลยถึงกับตัวแข็งทื่อ

 

เสียงกลืนน้ำลายดังชัดราวกับเจ้าของมันได้เผลอกลั้นหายใจนาน ขอบตาที่แห้งสนิทดีแล้วกลับมาร้อนผ่าวคล้ายจะมีน้ำซึมออกมาแต่เจ้าตัวก็พยายามห้ามมันอย่างถึงที่สุด

 

“เข้ามาทำอะไรครับ”

 

เสียงหวานแหบพร่าใจกล้าถามออกไปโดยไม่คิดสบตา อีกฝ่ายปล่อยเวลาไปอย่างไร้ประโยชน์ ให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบนานจนร่างเล็กนึกอยากร้องไห้

 

จะมาดูว่าเป็นยังไง

 

“…”

 

“ได้ยินว่าไม่สบาย”

 

วูบหนึ่งแบคฮยอนรู้สึกว่าใบหน้าหล่อนั้นแสดงความรู้สึกผิด นัยน์ตาคมกริบมองลงมานานจนเขาต้องเป็นฝ่ายเบือนหน้าหนี ใจที่กำลังปวดหนึบนึกภาวนาให้อีกคนรีบออกไปจากตรงนี้ ไม่อยากพบหน้า ไม่อยากให้คนใจร้ายเข้ามาเห็นสภาพน่าเวทนาของตัวเอง

 

“เป็นรอยไหม”

 

“…”

 

“ที่โดนตีเมื่อคืน ขอดูแผลหน่อย”

 

สีหน้าของน้องชายแสดงความสับสน และเมื่อเห็นว่าร่างสูงทำท่าจะโน้มตัวลงร่างเล็กจึงรีบขยับตัวถอยห่างแสดงออกชัดว่าไม่อยากจะให้คนใจร้ายเข้ามาใกล้

 

“ผมไม่ได้เป็นอะไร”

 

น้ำเสียงห่างเหินจนรู้สึกชาในอก

 

“ถ้าไม่ได้เป็นอะไรทำไมวันนี้ไม่ลงไปกินข้าว”

 

“ความขี้เกียจไม่เข้าใครออกใครไม่ใช่เหรอครับ”

 

“อย่าประชดฉัน”

 

“ผมไม่ได้ประชด”

 

“ตัวร้อนแบบนี้เหรอที่บอกไม่เป็นอะไร” ไอร้อนจากเรือนกายบางแผ่มาจนถึงร่างสูงที่พยายามขยับเข้าใกล้

 

“แค่หวัดเล็กๆน้อยๆนอนพักเดี๋ยวเดียวก็หาย”

 

“ต้องให้บอกอีกไหมว่าฉันไม่ชอบเด็กดื้อ”

 

ไม่ชอบแล้วจะมายุ่งกับผมอีกทำไม” สายตาต่อต้านและท่าทางรังเกียจรังงอนไม่ยอมให้เขาแตะตัวทำเอาพูดไม่ออก

 

“อะ…”

 

ถึงกระนั้นชานยอลยังคงเป็นชานยอล มือหนาคว้าหมับเข้าที่แขนของน้อง พยายามจะจับร่างเล็กพลิกตัวแต่ทุกอย่างกลับเป็นไปด้วยความทุลักทุเลเมื่อร่างเล็กเอาแต่ขืนกายหนี ไม่ยอมให้ผู้เป็นพี่ได้กระทำเอาแต่ใจง่ายๆ
 

 

“ปล่อยนะครับ!”

 

 

แต่แรงอันน้อยนิดหรือจะสู้ความแข็งแรงของคนตัวโตกว่าได้ ต่อให้ทุ่มสุดแรงแค่ไหนสุดท้ายแล้วแบคฮยอนก็ยังต้องแพ้ให้กับคนใจร้ายอยู่ดี

 

 

“พี่จะแกล้งผมไปถึงไหน”

 

พลั่ก!

 

ร่างเล็กดูบอบบางดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขนแข็งแรง ความรู้สึกราวกับถูกกักขังไว้ในกำแพงที่สูงทึบ หนาวจนสั่นสะท้าน และยากจะหายใจเพราะลมร้อนจากปลายจมูกโด่งเป่าชิดหลังคอ

 

“เมื่อคืนยังไม่พอใจอีกหรือไง ถ้าผมดื้อขนาดนั้น ถ้าไม่อยากรับภาระอย่างผมไปดูแลทำไมไม่บอกพี่ใหญ่ไปตรงๆ จะมาทนอยู่กันแบบนี้เพื่ออะไร” แบคฮยอนตัดพ้ออย่างสุดจะทน สองมือทุบท่อนแขนใหญ่เต็มแรงเพื่อให้ตัวเองหลุดพ้นจากพันธนาการหากทว่าชานยอลกลับยิ่งรัดตัวเขาแน่นมากขึ้น

 

“ผมเกลียดพี่รอง…”

 

เรือนกายน้อยสั่นพร่าในอ้อมแขนของคนเป็นพี่ ไม่รู้ว่าระหว่างถูกรัดตัวกับตระกองกอดแบบไหนกันจึงเรียกว่าถูกต้อง

 

ทั้งที่เรียกร้องให้ถูกปลดปล่อยแต่อีกคนกลับยิ่งกักขัง เพราะไม่รู้จะทำอย่างไรคนที่ยังถูกพิษไข้และความน้อยใจเล่นงานจึงได้แต่ซุกหน้าลงกับไหล่กว้างแล้วปล่อยน้ำตาให้ซึมออกมาเงียบๆ

 

อึก

 

เสียงตัดพ้อว่าเกลียดกันยังไม่บีบใจคนฟังเท่ารู้ว่าเด็กน้อยกำลังพยายามกลั้นก้อนสะอื้นไว้แค่ไหน ความเปียกชื้นที่หัวไหล่ตอกย้ำว่าเขาช่างใจร้าย ชานยอลไม่เคยเป็นพี่ชายที่แสนดีให้กับแบคฮยอนได้เลย

 

“อ…”

 

“ขอดูแผลหน่อย”

 

ร่างเล็กส่ายหน้าไม่ยินยอม พยายามขืนตัวออกอีกครั้งหากแต่ชานยอลไม่ยอมปล่อย มือหนาข้างหนึ่งถือวิสาสะเลิกเสื้อนอนตัวบางของน้องขึ้น ขณะที่อีกมือค่อยๆดึงกางเกงเอวยืดให้ต่ำลง รอยแดงเป็นทางที่ปรากฏต่อสายตาแม้มองไม่ถนัดแต่ก็ทำเอาเขารู้สึกโกรธตัวเองแทบพูดไม่ออก

 

“ที่จริงพี่น่าจะตีผมให้ตายไปซะ”

 

เสียงของคนในอ้อมแขนว่ามาอย่างนั้น

 

ฉันจะทำแบบนั้นไปทำไม

 

และนั่นคงเป็นสิ่งที่เขาพูดตรงกับใจตัวเองที่สุดแล้ว ตอนที่ร่างสูงตัดสินใจวางมือข้างหนึ่งลงบนหลังศีรษะกลมและใช้อีกข้างค่อยๆกระชับกอดร่างเล็กราวกับกลัวว่าน้องจะเจ็บแบคฮยอนถึงกับหลับตาแน่น

 

“เพราะนายดื้อฉันถึงต้องใจร้าย”

 

ฮึก…”

 

“ถ้าไม่อยากให้ใจร้ายก็เชื่อฟังฉันสิ”

 

ฮือ…”

 

“เชื่อฟังฉันคนเดียว”

 

ไม่น่าเชื่อว่าคำพูดเอาแต่ได้ของคนเห็นแก่ตัวจะทำให้เด็กดีซึ่งเคยเข้มแข็งมาตลอดยอมปล่อยเสียงสะอื้นออกมาได้มากกว่าคำปลอบโยนใดๆเสียอีก แบคฮยอนกำลังร้องไห้อย่างไม่อาย มันไม่ได้เสียงดังฟูมฟายแต่ก็ทำให้คนฟังรู้ว่าที่ผ่านมาเขาเก่งแค่ไหนกับการที่ต้องอดทน

 

“มีอะไรนายต้องบอกฉันตรงๆอย่าโกหก”

 

“ผม..อึก…ไม่ได้อยากจะโกหก”

 

“แต่ก็ยังทำ”

 

“ผมกลัวพี่ไม่ให้ไป”

 

“เด็กโง่ นายไม่เคยขอฉันสักครั้ง”

 

ที่จริงคำว่าโง่และดื้อห่างไกลจากตัวแบคฮยอนมาก เด็กน้อยตาใสซุกซนตามวัยและเติบโตงดงามเกินกว่าจะเฉียดใกล้คำกล่าวหาเหล่านั้นด้วยซ้ำ

 

แต่เขาเองต่างหาก เป็นเขาเองที่เอาแต่ยัดเยียดถ้อยคำไม่ดีให้น้อง เก่งแต่หาเรื่องดีแต่ข่มเหงรังแกซึ่งทั้งหมดมันเพราะอะไรตัวของเขาก็รู้คำตอบดี

 

“ไม่ว่าฉันจะให้ไปหรือไม่นายก็ต้องขอ ไม่ใช่ทำแบบนั้น”

 

ถ้าจะพูดถึงความโชคร้ายของแบคฮยอน คงไม่ใช่การที่พ่อแม่ไม่ได้อยู่ด้วยกันตรงนี้ แต่คือการมีคนอย่างเขาเข้ามาอยู่ในชีวิตต่างหาก

 

“รู้ว่าฉันไม่ใจดีก็อย่าทำให้ต้องเป็นห่วง”

 

“…”

 

“เพราะฉันเองก็ไม่ได้อยากจะทำแบบเมื่อคืน”

 

 

เขาข่มตานอนไม่หลับทั้งคืนก็เพราะการกระทำของตัวเอง แบคฮยอนควรจะรับรู้เรื่องนี้แต่ก็น่าเสียดายที่คนใจร้ายในสายตาใครๆไม่คิดจะพูดมัน…

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

ค่ำคืนนี้พายุหิมะไม่ได้เกิดขึ้นอย่างเมื่อคืนทว่าอุณหภูมิภายนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่นั้นยังคงหนาวเหน็บจนองศาติดลบ

 

ไอเย็นเกาะกุมทำให้กระจกจับฝ้า แต่คุณหนูเจ้าของห้องนอนโทนสีอบอุ่นกลับรู้สึกร้อนขึ้นมา ไม่รู้เพราะฤทธิ์ยาที่ทานไปก่อนหน้านี้ เครื่องทำความร้อนอยู่ในระดับสูงเกินไป หรือเพราะคนหน้าดุที่จนขณะนี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะขยับตัวไปไหนเลย

 

 

นอกจากบนเตียงของแบคฮยอน

 

 

“นอนลงสิ จะทายาให้”

 

ร่างสูงบอกด้วยน้ำเสียงติดออกคำสั่ง อาจจะไม่ได้นุ่มหูอะไรนักแต่ก็ไม่ได้ดุจนคนฟังรู้สึกกลัว พอได้ระบายความอึดอัดใจไปบ้าง ไม่ว่าจะด้วยคำพูดหรือน้ำตาแบคฮยอนเลยรู้สึกเกร็งน้อยลง

 

“ไม่ได้ยินที่ฉันบอกเหรอ”

 

แต่ก็แค่นิดเดียวเท่านั้นแหละ

 

“ได้ยินครับ”

 

“งั้นก็นอนลงไป”

 

“ผมไม่รบกวน…”

 

"ไม่ได้รบกวน”

 

“…”

 

“นอนลงสิ”

 

“ผมทาเองดีกว่าครับ”

 

“ทาเองจะไปถนัดอะไร”

 

“เดี๋ยวพี่จังมีก็คงมาแล้ว—”

 

อายฉันเหรอ

 

ร่างเล็กส่ายหน้าปฏิเสธทั้งที่จริงๆแล้วมันเป็นจริงตามที่อีกฝ่ายว่า เขาอาย ต่อให้เปลี่ยนชานยอลเป็นพี่ใหญ่เขาก็รู้สึกไม่สะดวกใจที่ต้องมานอนเปิดสะโพกให้ใครดู เพียงแต่พอเป็นคนตรงหน้านี้มันยิ่งยากกว่าเดิม

 

แบคฮยอนยังไม่ลืมเหตุการณ์เมื่อคืน แต่ก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่าตอนนี้ตัวเองยังโกรธ เสียใจ หรือน้อยใจอยู่อีกไหม เพราะนอกจากจะสำนึกความผิดตัวเองดี อ้อมกอดและคำพูดก่อนหน้านี้ของชานยอลยอมรับว่าเป็นอะไรที่ใจลึกๆเขาเองก็รอคอย

 

 

 

แบคฮยอนรอคอยความอ่อนโยนแบบนั้นมาโดยตลอด

 

 

 

“นายควรจะอายจังมีที่เป็นผู้หญิง มากกว่าฉันที่เป็นผู้ชายด้วยกัน”

 

ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ ลำพังอยู่กันสองคนแบบนี้ก็วางตัวลำบากจะแย่แล้ว แบคฮยอนแทบไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสบตาร่างสูงตรงๆได้เลยทั้งที่ตรงนี้มันคือพื้นที่ของตัวเอง ถ้าจะต้องลงไปนอนให้อีกฝ่ายทายาจริงๆล่ะก็…

 

“ไม่เป็นไรจริงๆครับ ผม—อ๊ะ…” ร่างเล็กเบิกตาตกใจเมื่อร่างสูงใช้แรงดันเขาให้นอนราบลงไปบนเตียง ก่อนจะจับพลิกตัวให้นอนคว่ำแล้วกดหลังเขาไว้เพื่อไม่ให้ขยับหนี

 

“พี่รองครับ!” ร่างเล็กรีบตะครุบมือหนาที่ตั้งท่าจะรั้งกางเกงยืดของเขาลง ใบหน้าหวานบิดเบี้ยวคล้ายจะร้องไห้ นัยน์ตาน่าสงสารกำลังออดอ้อนให้ชานยอลปล่อยตัว

 

“ห ให้ผมทำเอง”

 

“รังเกียจหรือไง”

 

“ผมไม่ได้รังเกียจ”

 

“ถ้าอย่างนั้นก็อยู่เฉยๆ”

 

“ผมอาย”

 

แต่ฉันอยากทำให้” เสียงทุ้มที่ดังอย่างเอาแต่ใจทำร่างเล็กเงียบได้โดยทันที นัยน์ตาใสไหววูบค่อยๆผละจากใบหน้าหล่อที่กำลังก้มมองลงมา แววตาคมกริบแสนดูจริงจัง ทั้งยังยืนยันเจตนารมณ์ด้วยการโน้มตัวลงมาพูดใกล้ๆอีก

 

“ไม่ได้ใจดีบ่อยๆหรอกนะ”

 

“แต่ผมไม่ได้ขอสักหน่อย…” ร่างเล็กพึมพำ แก้มกลมข้างหนึ่งแนบลงกับหมอนหนุนเลี่ยงไม่ยอมสบตาผู้เป็นพี่ที่ยังคงไม่ยอมผละตัวออกไป

 

“ถ้าอยากให้ฉันไปให้พ้นจากตรงนี้เร็วๆก็ยอมให้ทายาดีๆ”

 

“พี่พูดเหมือนผมเป็นเด็ก”

 

“ถ้าโตแล้วก็คงพูดง่ายกว่านี้”

 

“…”

 

ร่างสูงนึกยิ้มในใจเมื่อสุดท้ายร่างเล็กยอมปล่อยตัวตามสบาย ค่อยๆคว่ำตัวลงนอนเป็นการบอกกลายๆว่ายอมให้เขาทายาให้แล้ว

 

บรรยากาศในห้องตกอยู่ในความเงียบจนได้ยินเสียงสวบสาบตอนที่ร่างสูงค่อยๆรั้งกางเกงนอนของร่างเล็กลง หลังคอสวยระหงของคนเป็นน้องจากสีขาวซีดเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อไม่ต่างจากเสี้ยวแก้มน้อยที่โผล่พ้นหมอนหนุนใบโต

 

เรือนกายบางเกร็งไปทั้งตัว เผลอกลั้นหายใจหลายครั้งหลายคราโดยเฉพาะตอนที่ความเย็นปะทะผิวสะโพกกลมกลึงและความรู้สึกที่ว่า ขอบกางเกงนอนของเขาตอนนี้ได้ลงไปกองที่ต้นขาแล้ว

 

“อ…”

 

ฟันขาวเรียงตัวสวยกัดริมฝีปากของตัวเองอย่างไม่รู้สึกเจ็บ กายน้อยร้อนวูบวาบทุกครั้งที่ปลายนิ้วหนาสัมผัสลงบนสะโพกเปลือยเปล่าของเขาแล้วออกแรงนวดเบาๆ ฝ่ามือน้อยที่ขยุ้มลงบนผ้าปูที่นอนเริ่มชื้นเหงื่อ เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังเผชิญกับวินาทีที่ยากลำบาก

 

อายจนอยากแทรกหายไปจากตรงนี้

 

อยากให้เวลาผ่านพ้นไปเร็วๆแต่อีกฝ่ายก็ดูจะใจเย็นเหลือเกิน แบคฮยอนไม่เคยคิดมาก่อนว่าคนที่เอาแต่ใจจนเรียกได้ว่าเผด็จการจะมือเบาและใจเย็นถึงขนาดนี้ได้

 

“อ…”

 

เพราะไม่กล้าหันกลับไปมองแบคฮยอนจึงไม่อาจรู้ได้ว่าอีกคนกำลังมีสีหน้าหรือท่าทางแบบไหนอยู่ เดาไม่ได้เลยว่าตอนนี้ชานยอลกำลังคิดหรือรู้สึกยังไง อีกฝ่ายเอาแต่เงียบและแบคฮยอนเองก็ไม่รู้จะพูดอะไร ได้แต่นอนมองเหม่อจมอยู่กับความคิดของตัวเอง

 

“พอต้องมารับผิดชอบผม ชีวิตพี่คงจะยุ่งยากขึ้นใช่ไหมครับ” ร่างเล็กพูดขึ้นคล้ายคนเหม่อลอย ไม่ได้ตั้งใจกวนอารมณ์ใครให้ขุ่นขึ้นมา แต่เพียงคิดว่าลองใช้โอกาสนี้ทำลายความเงียบด้วยเรื่องที่ควรคุยกันอย่างจริงจังในตอนที่อารมณ์เย็นทั้งสองฝ่ายอาจมีเรื่องราวดีๆเกิดขึ้น

 

“พี่จะว่ายังไงถ้าผมคิดจะย้ายออกไปอยู่ที่อื่น—อ๊ะ!

 

ทว่าอีกคนไม่ได้คิดอย่างนั้น

 

น้ำหนักจากปลายนิ้วหนาที่ร่างสูงจงใจกดลงมาบนรอยทำเอาร่างเล็กรู้สึกเจ็บจนใบหน้าหวานเหยเก ซึ่งก็ได้แค่หันเสี้ยวหน้ากลับไปมองเท่านั้นเพราะน้ำเสียงของคนที่คุยด้วยดูไม่ได้ใจดีเหมือนก่อนหน้านี้

 

“คิดแล้วเหรอที่พูด”

 

“ผม…”

 

ติดจะไม่พอใจด้วยซ้ำ

 

“ผมคุยเรื่องนี้กับพี่ใหญ่แล้วแต่เค้าอยากให้ผมถามพี่รองก่อน”

 

“จะย้ายเพราะฉันงั้นสิ”

 

“มันอาจจะดีกว่าถ้าพี่ไม่ต้องมาทนเห็นหน้าผมให้หงุดหงิดใจ”

 

“ฉันเคยพูดแบบนั้นหรือไง”

 

“ไม่เคยครับ แต่…”

 

“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องมาคิดแทน”

 

“…”

 

“ต่อให้ย้ายออกไปนายก็ยังต้องเจอฉันที่ฝึกงาน ต่อให้นายคิดจะย้ายที่ฝึกงานหรือหนีไปไกลแค่ไหนก็ไม่รอดพ้นสายตาฉันไปได้หรอก”

 

“เพราะอะไรครับ ทั้งที่พี่ควรจะดีใจ—”

 

เพราะฉันมองดูนายอยู่ตลอดไง

 

“…”

 

“เด็กโง่”

 

ร่างเล็กไม่อาจเข้าใจในสิ่งที่ชานยอลพูด ใบหน้าหวานแสดงความสับสนชัดเจนแต่ถึงกระนั้นเขาก็ใจแข็งมากพอที่ไม่คิดจะอธิบายอะไรเพิ่ม

 

ร่างสูงจัดการดึงกางเกงน้องกลับเข้าที่เดิม ยอมผละจากร่างเล็กมาพร้อมหลอดยาทาในมือ เขาไม่ได้ลุกออกไปจากเตียงนอนหลังกว้างในทันที แต่เลือกจะนั่งนิ่งทิ้งขาลงที่ข้างเตียง ในหัวคิดอะไรมากมายแต่แบคฮยอนได้ยินเพียงคำไม่กี่คำ

 

“ถ้าไม่อยากให้ฉันโกรธก็อย่าคิดจะไปไหน” ชานยอลพูดพลางตั้งท่าจะลุกออกไป คนตัวเล็กมองแผ่นหลังกว้างตรงหน้าก่อนจะรั้งอีกฝ่ายไว้ด้วยประโยคจากใจตัวเอง

 

ถ้าอย่างนั้นก็ช่วยใจดีกับผมหน่อยได้ไหมครับ

 

“…”

 

“ถ้าผมเชื่อฟังพี่แล้ว พี่จะใจดีกับผมใช่ไหม…”

 

ใบหน้าหล่อชะงักไปครู่หนึ่งก่อนค่อยๆหันไปมองร่างเล็กที่กล้าร้องขอในสิ่งที่ตัวเองปรารถนามาโดยตลอด ตั้งแต่เติบโตมาในตระกูลที่เพียบพร้อมเขาแทบไม่ร้องขอเอาอะไรจากใคร โดยเฉพาะกับปาร์คชานยอล

 

คนเป็นพี่เองก็รู้ดี รู้มาโดยตลอด

 

เพราะแบบนั้นต่อให้ใจร้าย อยากพูดไม่ตรงกับใจแค่ไหนผู้ชายหยาบกระด้างอย่างเขาก็คงต้องฉุกคิด

 

“ถ้าเป็นเด็กดี ฉันก็จะใจดีกับนาย”

 

ดวงตาคู่คมจ้องมองใบหน้าขาวซีดเพราะพิษไข้นั้น

 

“พูดแล้วนะครับ”

 

มองริมฝีปากบางที่กล้าขยับพูดด้วยอย่างไม่หวาดหวั่น ดวงตารีเล็กมองเข้ามาในตาของเขาราวกับต้องการจะค้นหาบางอย่าง

 

“อืม”

 

“...”

 

“เป็นเด็กดีด้วยล่ะ ส่วนเรื่องที่ผ่านมาถือว่าเป็นบทเรียนของฉันกับนาย”

 

เมื่อคืนอาจเป็นวันหิมะแรกของปีที่ไม่ดีเท่าไหร่ แต่อย่างน้อยวันนี้ก็ยังโชคดี น้องได้รับเพียงรอยช้ำ ถ้าหากเป็นแผลสดหรือเกิดรอยแผลเป็นยากจะรักษาขึ้นมาเขาคงไม่ยกโทษให้ตัวเอง ถึงแม้สิ่งที่ได้ตัดสินใจทำลงไปนั้นคิดว่าสมควรแล้วก็ตาม

 

“ขอโทษที่ตี”

 

 

 

 

 

TBC.

 

 

 

 

 

 

 

ส่วนคนเขียน ขอโทษที่ให้รอนานนะคะ แง ;-; 

 

ไม่ได้หายไปไหนแค่ไม่ว่างปั่นจริงๆ รอหน่อยน้า

 

ป.ล. ความสัมพันธ์เพิ่งเริ่มต้น ความเจ้มจ้นจะอยู่ตอนคนน้องฝึกงานจ้า ฝากเป็นกำลังใจให้กันเยอะๆน๊า#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.435K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,383 ความคิดเห็น

  1. #10361 chanbaekjan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2564 / 06:16
    พี่รองนิสัยไม่ดี!!
    #10,361
    0
  2. #10315 Isabellbest (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มีนาคม 2564 / 03:19
    หายใจเข้าลึกๆ ไว้ หวังว่าจะดีขึ้น คุยกันเยอะๆ จะได้เข้าใจกันมากขึ้น เลิกตั้งท่าได้แล้วพ่อคุณเอ้ยยย หัวใจคนอ่านมันก็ลุ้นไปด้วย
    #10,315
    0
  3. #10298 Terces (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2564 / 05:06
    ชานยอลพบจอตแพทย์ดีไหมเราว่ามายเซ็ตชานยอลไม่ใช่คนปกตินะ แทนที่จะเสนอแนวทางบอกนมว่าไม่ตีแก้ปัญหาด้วยวิธีอื่นแต่เลือกตีแทนเอง อิหยังวะ แล้วคืออะไรต้องขอต่อให้ให้ไปหรือไม่ไปก็ต้องขอ แม่เจ้าาชีวิตใครวะเนี่ยยย toxic relationship มาก toxic family ด้วย น้องทนอยู่ได้ยังไงวะเนี่ยย แม้แต่ความคิดยังไม่เป็นของตัวเองเลย
    #10,298
    0
  4. #10262 HoneyB'c (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 / 14:37
    แอบมองเธออยู่ แต่เธอไม่รู้หรอก~
    #10,262
    0
  5. #10242 minnann (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 / 01:42
    กว่าจะอ่านจบตอนนนที่พี่น้องเข้าใจกัน มันจุก อก มากกกกกกกกกกกกก
    #10,242
    0
  6. #10174 YunewG (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มกราคม 2564 / 00:58
    พายุหิมะก็มาเถอะค่ะ ฮืออออ เคลียร์กันแล้วเนอะ เริ่มต้นกันใหม่นะพี่รอง น้องเล็ก
    #10,174
    0
  7. #10106 Samorn1 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 15:31
    ใจละลายที่แข็งมา
    #10,106
    0
  8. #9990 ChungWila (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มกราคม 2564 / 23:52
    เอ้อตบหัวแล้วบูบหลังงี้นะ
    #9,990
    0
  9. #9893 Chinwara (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 15:20
    เป็นหนูหนีออกจากบ้านไปแล้ว
    #9,893
    0
  10. #9887 sunny lin (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 08:09
    ชานฮยองของแบคปากไม่ตรงกับใจมั้ยยย
    #9,887
    0
  11. #9773 mbmomayy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2563 / 18:15
    เป็น 2 ตอนที่อ่านแล้วน้ำตาไหลตลอดเลยยย สงสารแบคฮยอนน ;-;
    #9,773
    0
  12. #9639 Jennysupat18 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2563 / 09:18

    แงงงงใจดีกับผีล่ะสิน้องงงหนีไปปปป
    #9,639
    0
  13. #9605 bbhrrpcy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2563 / 12:44
    เริ่มดีขึ้นแล้วฮืออ
    #9,605
    0
  14. #9602 MaYplE (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2563 / 21:49

    รักน้องมาตั้งแต่แรก แต่นอนกับผู้หญิงคนนั้นคนนี้ไปทั่ว พูดจาว่าไม่ดีว่าร้ายน้อง ขอโทษแค่เรื่องที่ตี แต่ที่ผ่านมานี่ยังไงนะ

    #9,602
    0
  15. #9588 안시리민 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2563 / 15:06
    เเค่พูดออกมาตั้งเเต่ทีเเรกก็จบไหมขอโทษน่ะ
    #9,588
    0
  16. #9576 darinfa (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2563 / 01:36
    แงงง ต้องใจดีให้จริงนะ!!
    #9,576
    0
  17. #9510 adobecs3 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 / 21:14
    ร้องเป็นเขื่อนแตก หืออออ ต่อไปก็ใจดีกับน้องหน่อยนะพี่รอง
    #9,510
    0
  18. #9387 B_hundred_Beam (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 / 17:33
    อย่าใจร้ายกับน้องอีกนะ ไม่ไว้ใจเลยจริงๆ
    #9,387
    0
  19. #9027 Pseewhy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2563 / 03:55
    ใจดีกับน้องให้มันจริงด้วย!!!
    #9,027
    0
  20. #9010 แพะบยอน❤ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2563 / 15:10
    น้องไม่ได้ดื้อเลยซะหน่อย!!!!!
    #9,010
    0
  21. #8796 IPINOCKIO (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 กันยายน 2563 / 09:40
    ขอโทษที่ตี ขุ่นพระ!!!! ไม่นึกว่าจะได้ยินคำนี้จากปากพี่รอง ช่วยใจดีกับน้องให้มากๆหน่อย ตอนนี้อยู่ทีมแบคฮยอน ยังไม่คิดจะยกแบคให้ชานยอล ชานยอลใจร้ายๆๆๆๆ นี่ยังโกรธอยู่
    #8,796
    0
  22. #8792 Zikdn_ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กันยายน 2563 / 23:04
    ช่วยใจดีกับน้องให้มากๆหน่อยนะเเ
    #8,792
    0
  23. #8613 Aor'z Sunisa (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2563 / 03:41
    เห้ออออ นึกว่าจะมีคนทำเนียน ไม่พูดคำว่า ขอโทษ ซะแล้ว
    #8,613
    0
  24. #8593 QUEEN_NN (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2563 / 21:16
    ไม่เข้าใจชโยลเลยยยยยยยยย
    #8,593
    0
  25. #8509 Chi_Yeol (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 02:18
    เข้าใจกันแล้ว TT
    #8,509
    0