HYUNG 형 | Chanbaek -END-

ตอนที่ 5 : CHAPTER 04 | เด็กดื้อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23,557
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,738 ครั้ง
    27 ก.ย. 63

 

 

 

 

 

04

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เสียงจอแจดังไม่หยุดนับตั้งแต่หมดชั่วโมงเรียนในวันสุดท้ายของนักศึกษาคณะบัญชี ปีสี่ โดยปลายสัปดาห์หน้าไปจนอีกสี่เดือนจะเป็นระยะเวลาของการฝึกงานทั้งหมด ประเด็นพูดคุยของซีเนียร์ในวันนี้จึงไม่พ้นเรื่องนัดเลี้ยงส่ง

 

กลุ่มของคุณหนูแบคฮยอนเองก็เช่นกัน

 

“พรุ่งนี้แต่งจัดเต็มกันมาได้เลย ใครเข้าตาเจ้าของงานมากที่สุดมีรางวัลให้ด้วย”

 

“เจ้าของงานก็อย่าแต่งตัวเกินหน้าเกินตาแขกล่ะ เห็นแย่งซีนทุกปี”

 

“ปีนี้เบาสุดๆ”

 

“ให้มันจริงเถอะย่ะ” เสียงตอบโต้ของเพื่อนผู้หญิงในกลุ่มทำเอาคุณหนูแบคฮยอนแอบยกยิ้มขำ เขาเริ่มเก็บสัมภาระใส่ลงกระเป๋าเป้เงียบๆเพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน ไม่ได้มีบทบาทอะไรมากนักกับบทสนทนาของเพื่อน มันเป็นแบบนั้นมาตลอด เขาแย่งใครพูดไม่เก่ง แต่ก็เป็นผู้ฟังที่ดีนะ

 

“เฮ้ ทำอะไรของนายน่ะ คุณหนูปาร์คคนเล็ก” แบคฮยอนเงยหน้าขึ้นเมื่อถูกทัก ตอนนี้จองซูจองกำลังตีหน้าโหดคงเพราะเห็นว่าเขาแอบเนียนเก็บกระเป๋าพร้อมกลับเรียบร้อยในขณะที่สัมภาระของคนอื่นๆยังวางเกลื่อนโต๊ะเรียน

 

“อย่าคิดว่าจะหนีกลับไปได้ง่ายๆล่ะถ้านายยังไม่ตอบพวกเราว่าพรุ่งนี้จะไปด้วย”

 

“พรุ่งนี้เหรอ…” แบคฮยอนว่าเสียงเบา ไม่กล้าตอบตกลงหรือปฏิเสธเลยเพราะสายตาของเพื่อนทั้งสามคนกำลังมองมาที่เขาอย่างคาดหวัง

 

“คิดว่าคงไม่ได้ไป” แต่ก็นั่นแหละ อย่างไรเสียสุดท้ายแบคฮยอนก็ต้องตอบเพื่อนไปตามตรง

 

“ใจร้ายเกินไปแล้วนะ” เจ้าของงานวันเกิดอย่างซูจองตัดพ้อพร้อมกับตีหน้ามุ่ยอย่างแสนงอน เวนดี้ที่นั่งอยู่แถวหน้าข้างๆกันกับเธอทำสายตาอ้อนวอนคล้ายกับว่าให้แบคฮยอนลองทบทวนใหม่ เซฮุนเองก็เหมือนกัน

 

“ต่อไปก็จะไม่ได้เจอกันบ่อยๆแล้ว…”

 

 

นั่นไง…

 

กดดันแบคฮยอนด้วยไม้นี้จนได้ ผู้หญิงเล่นบทดราม่าเก่งแบบซูจองกันทุกคนเลยหรือเปล่า

 

 

“แค่ไปงานวันเกิดเพื่อนสักปีมันจะทำไม่ได้เลยจริงๆเหรอ ก็ไม่ได้อยากจะบังคับใจใครหรอกนะ แต่เพราะอยากให้ไปกันครบๆถึงตื๊อนายไม่เลิกแบบนี้ไงแบคฮยอนอ่า…”

 

“ไม่ใช่ว่าไม่อยากไปนะซูจอง แต่—”

 

“ถ้ากลัวพี่ชายสุดหล่อจะว่าเดี๋ยวพวกเราช่วยพูดให้ไง”

 

“นั่นสิแบคฮยอน ไปให้ซูจองเห็นหน้าแปปนึงก็ยังดี ถือว่าเลี้ยงส่งก่อนพวกเราจะแยกกันไปฝึกงาน อีกอย่างพรุ่งนี้วันคริสต์มาสเลยนะ”

 

“เข้าใจน่า แต่คงไปไม่ได้จริงๆ”

 

“…”

 

แบคฮยอนส่งยิ้มจางๆให้เพื่อนด้วยความเกรงใจระคนรู้สึกผิด เขาล้วงเอาของขวัญกล่องเล็กในกระเป๋าที่ตั้งใจเตรียมไว้ขึ้นมายื่นให้กับจองซูจอง

 

“สุขสันต์วันเกิดล่วงหน้านะซูจอง ปีนี้ไม่ได้ไปแต่สัญญาว่าต้องมีสักปีที่เราจะไปฉลองด้วย” หญิงสาวหลุบตาลงมองของขวัญในมือเพื่อนก่อนจะเชิดหน้าหนี เห็นแบบนั้นคนที่อุตส่าห์เตรียมของขวัญไว้ให้อย่างดีจึงได้แต่ยิ้มเก้อ

 

“จะไม่ไปจริงน่ะเหรอ” เซฮุนถามซ้ำ

 

“อืม”

 

“ถ้ากลัวจะกลับลำบากเรายินดีไปส่งนะ” แบคฮยอนส่ายหน้าเชื่องช้าให้กับข้อเสนอของเซฮุน ไม่ได้รู้สึกรำคาญกับการที่เพื่อนทำเหมือนกดดันและรบเร้า กลับเข้าใจเป็นอย่างดี แต่สิ่งเดียวที่เขาต้องตระหนักถึงตลอดเวลานี่สิ มันทำให้เขาไม่กล้าตกปากรับคำใครจริงๆ

 

อาทิตย์ก่อนเพิ่งโดนคาดโทษไป ถ้าขืนยังดื้อและให้เซฮุนไปรับไปส่งอย่างที่ว่าอีกต้องเป็นเรื่องจริงๆแน่เลย

 

“ซูจอง…”

 

“ไม่ต้องมาทำเสียงอ่อน ไม่รู้แหละ”

 

“…”

 

“ถ้าอยากให้ก็เอามาให้พรุ่งนี้ แต่ถ้าจะไม่มาจริงๆก็ไม่เป็นไร วันเกิดเพื่อนแค่คนเดียวจะไม่สำคัญพอสำหรับคุณหนูตระกูลปาร์คฉันก็พอจะเข้าใจอยู่”

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

“เรื่องโรงแรมคืนนี้ดิฉันจัดการให้เรียบร้อยแล้วนะคะ” เลขาสาวบอกเจ้านายขณะที่วางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานเสร็จ ร่างอรชรในชุดสูทกระโปรงสั้นสีชมพูพาสเทลถอยหลังออกก้าวหนึ่ง มือประสานไว้ตรงหน้าขาระหว่างยืนรอเจ้านายเซ็นเอกสาร

 

“จองไว้ทั้งหมดสองคืน เผื่อบอสจะ—”

 

“โต๊ะเด็กฝึกงานเตรียมเรียบร้อยแล้วใช่ไหม” น้ำเสียงทรงอำนาจกล่าวแทรกราวกับไม่ได้สนใจฟังเรื่องที่เธอรายงานไปก่อนหน้า เขาถามโดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร ไหล่สองข้างภายใต้สูทราคาแพงตั้งตรง ปลายจมูกโด่งและคิ้วหนาซึ่งพาดขนานดวงตาคู่คมคือสิ่งที่เลขาสาวเห็นชัดที่สุดในยามนี้

 

“เรียบร้อยค่ะ เหลือแค่โทรศัพท์กับคอมพิวเตอร์ที่ต้องรอฝ่ายไอทีขึ้นมาจัดการ” เธอตอบพลางสังเกตท่าทีของผู้ที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน รู้สึกคันปากอยากถามหลายทีแล้วว่าทำไมจู่ๆเจ้านายถึงนึกครึ้มรับเด็กฝึกงานทั้งที่บริษัทไม่มีนโยบายในส่วนนี้

 

โดยเฉพาะตำแหน่งผู้ช่วยหรือเลขาซีอีโอ

 

พนักงานใหม่ยังคัดแล้วคัดอีก ไม่มีประสบการณ์มาก่อนยังยากจะรับเข้าทำงาน คนเค้าถึงลือกันทั่วว่าเด็กฝึกงานที่จะมาสัปดาห์หน้าคงเส้นใหญ่ไม่เบา อ่านประวัติคร่าวๆนอกจากผลการเรียนดีแล้วเลขาสาวยังนึกไม่ออกว่าเป็นเด็กใคร 

 

“ผมคงไม่ต้องลงไปตรวจความเรียบร้อยด้วยตัวเองนะ”

 

“ค่ะ”

 

ยิ่งดูสำคัญมากก็ยิ่งอยากพบตัวจริง

 

“ดิฉันจะจัดการให้เรียบร้อยที่สุดบอสไม่ต้องกังวลนะคะ” ปกติบอสลงมายุ่งเรื่องพนักงานแบบนี้เสียที่ไหน แต่จะว่าไป…

 

“เด็กฝึกงานที่จะมาชื่อเหมือนน้องชายบอสเลยนะคะ” น้องชายคนเล็กของตระกูลที่เคยมีรูปปรากฏบนหน้าหนังสือพิมพ์เมื่อสี่ปีที่แล้วช่วงงานศพท่านประธานคนก่อน แต่ก็ไม่เคยมีใครได้เห็นหน้าชัดๆเพราะรูปถูกถ่ายจากที่ไกลๆ

 

ตระกูลนี้หวงแหนความเป็นส่วนตัวยิ่งกว่าอะไรดี จะมีรูปหลุดมาสักทีนักข่าวเลือดตาแทบกระเด็น อีกอย่างคุณชายคนเล็กไม่เคยมาปรากฏตัวที่บริษัทเลยสักครั้ง เรื่องออกงานสังคมเหรอ ลืมไปได้เลย

 

“ช่วงอายุก็น่าจะพอๆกัน หรือว่า…”

 

“ผมไม่มีน้องชาย”

 

“เอ๋—”

 

“ดูเหมือนวันนี้คุณจะมีคำถามเยอะเป็นพิเศษ” ได้ยินดังนั้นเลขาสาวจึงรีบสงบปากสงบคำ เธอส่งยิ้มเจื่อนก่อนจะค่อยๆเข้าไปรับเอกสารที่เจ้านายเซ็นเรียบร้อย จงใจเอี้ยวตัวไปด้านหน้ามากๆเพื่อให้ชุดสูทกระโปรงเลิกขึ้นอวดเรียวขา แสร้งทำหน้าเอียงอายตอนที่นัยน์ตาคมมองตามมันก่อนกระตุกยิ้มไม่ถือสา

 

“จะให้ดิฉันตามไปด้วยไหมคะ” ตารางงานวันนี้ไปจนถึงพรุ่งนี้เจ้านายของเธอจะต้องลงไปดูสถานที่ถ่ายทำโฆษณารถรุ่นใหม่ที่ปูซาน เธอจองห้องพักเผื่อไว้ตั้งสองคืน ถ้าหากพรุ่งนี้เจ้านายคิดจะค้างต่อล่ะก็เธอยินดีจะอยู่ดูแลนอกตารางงานแบบไม่คิดค่าแรงเพิ่มเลยสักวอน

 

การได้ร่วมฉลองเทศกาลคริสต์มาสในห้องนอนเดียวกันกับคุณชายปาร์คคนรองคงยิ่งกว่าได้โบนัสตอนปลายปี

 

“แล้วคุณคิดว่าผมจ้างเลขามาเพื่ออะไร”

 

“นั่นสินะคะ…” เธอมองใบหน้าหล่อจัดด้วยสายตามีนัยยะ ไม่รู้เหมือนกันว่าภายใต้ใบหน้านิ่งขรึมนั้นคิดอะไรอยู่ แต่ผู้หญิงสวยอย่างเธอแสดงท่าทีชัดขนาดนี้แล้วหากผู้ชายโสดอย่างบอสยังทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้หรือคิดจะไม่สนใจอีกล่ะก็ คงตายด้านแล้วล่ะ

 

“ก็ต้องจ้างมาช่วยงานอยู่แล้ว”

 

“หึ…” แต่จากปฏิกิริยาแล้วพนันเลยว่าเจ้านายของเธอจะต้องงานดีแน่นอน

 

“ใช่ไหมคะ”

 

“เอาเป็นว่ากลับออกไปแล้วคุณช่วยตามเลย์เข้ามาพบผมหน่อยแล้วกัน” เลขาสาวมองลูกกระเดือกของร่างสูงแล้วได้แต่ลอบกลืนน้ำลาย ไม่คิดขุ่นเคืองที่อีกฝ่ายเปลี่ยนเรื่อง เธอเผชิญสถานการณ์แบบนี้บ่อยจนชิน แต่ไม่บ่อยเลยที่เจ้านายจะใจดียอมให้เธอได้มีโอกาสมองหน้าใกล้ๆแบบนี้โดยที่ไม่ว่าอะไร กลับโปรยเสน่ห์ผ่านดวงตาคู่คมที่แค่มองตอบนิ่งๆก็ทำเอาเธอร้อนผ่าวไปทั้งตัว

 

“ค่ะบอส…”

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

 

คำพูดของเพื่อนกำลังทำให้แบคฮยอนนอนไม่หลับ

 

ร่างเล็กนอนลืมตามองความมืดขณะปล่อยให้สมองได้ทำงานหนักต่อไป รู้อยู่แก่ใจว่าสิ่งที่เพื่อนพูดออกมาก็เพียงเพื่อต้องการให้เขาไปร่วมงานแต่ยังไม่วายเอากลับมาคิดมาก

 

อาจเพราะด้วยเกรงใจที่ตลอดระยะเวลาที่คบกันตนเอาแต่ปฏิเสธคำชักชวนของเพื่อนบ่อยครั้ง อีกทั้งก็จริงอย่างที่เพื่อนว่า ต่อจากนี้คงไม่ได้มีโอกาสพบกันบ่อยๆแล้วดังนั้นแบคฮยอนถึงกลับเอามันมาทบทวน

 

ไม่รู้เลยว่าควรทำอย่างไรดี คืนนี้พี่รองไม่ได้กลับมานอนบ้าน อีกฝ่ายได้โทรฯมาหาเมื่อสองชั่วโมงที่แล้วคงเป็นเพราะแบคฮยอนลืมโทรฯไปรายงานตัวว่ากลับถึงบ้านแล้วตามเงื่อนไขที่ตกลงกันใหม่

 

ไม่รู้ว่าตัวเองได้เผลอทำให้ไม่เชื่อใจหรืออย่างไรวันนี้ชานยอลถึงได้ถือสายนานกว่าปกติ แต่ถึงอย่างนั้นกว่าสิบนาทีที่คุยกันแบคฮยอนไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากขออนุญาตอีกฝ่ายไปงานเลี้ยงวันเกิดเพื่อนอยู่ดี กลัวว่าจะไปฉุดอารมณ์ดีๆของคุณชายรองที่ส่งผ่านน้ำเสียงปลายสายให้กลายเป็นทะเลาะกันเหมือนที่แล้วมา

 

ใบหน้าเล็กซุกเข้ากับหมอนเพื่อให้เลิกคิดฟุ้งซ่าน เขาปิดการแจ้งเตือนของโทรศัพท์และคว่ำหน้าจอลงเพื่อไม่ให้ข้อความแชทจากกลุ่มเพื่อนได้มารบกวนเวลานอน

 

 

 

 

ช่วงสายในวันเสาร์ร่างเล็กของคุณหนูปาร์คคนเล็กรู้สึกตัวตื่นเพราะเสียงกุกกักของอะไรบางอย่าง แสงแดดอ่อนๆลอดผ่านชายผ้าม่าน ตกกระทบพื้นห้องนอนให้เกิดแสงสว่าง ทว่านั่นไม่ได้ทำให้ผู้เป็นเจ้าของห้องนอนโทนสีอบอุ่นตื่นเต็มตาได้มากเท่ากับตัวเลขดิจิตอลบนหน้าปัดนาฬิกาตั้งโต๊ะ

 

10.00 น.

 

ร่างเล็กย่นคิ้วมองตัวเลขเวลาอีกรอบก่อนจะรีบยันกายลุกขึ้นนั่ง มันแทบจะเป็นไม่กี่ครั้งในรอบปีที่เขานอนตื่นสายจนน่าตกใจแบบนี้ เสียงหัวเราะเบาๆดังมาจากมุมไหนสักแห่งทำให้เขารู้ว่านั่นคือที่มาของเสียงกุกกักก่อนหน้านี้ที่เคยได้ยิน

 

“เมื่อคืนนอนดึกหรือคะ”

 

เสียงนุ่มเจือด้วยความห่วงใยถามขึ้นพร้อมกับร่างผอมของสาวใช้เดินประคองถาดไม้เข้ามา หล่อนค่อยๆวางชามข้าวต้ม แก้วช็อคโกแลตร้อน และคุกกี้ธัญพืชที่เพิ่งอบใหม่เมื่อช่วงเช้าลงบนโต๊ะเตี้ยหน้าโซฟาปลายเตียงนอนของแบคฮยอน

 

“ครับ มีเรื่องต้องคิดนิดหน่อย” คุณหนูปิดปากหาวพลางเอื้อมมือหาโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะข้างเตียงนอน พบว่ามีแจ้งเตือนข้อความแชทจากเพื่อนมากมายและมิสคอลอีกหลายสาย

 

“หน้ามุ่ยแบบนี้เรื่องไม่สบายใจแน่เลย” สาวใช้คนสนิทลองทายเล่นๆ

 

“เล่าให้พี่ฟังได้ไหมคะ” ปกติแบคฮยอนไม่เล่าปัญหาของตัวเองให้ใครฟัง จะมีบางครั้งที่ต้องการคนปรึกษาและคนที่ว่านั้นก็มักจะเป็นจังมี สาวใช้คนนี้เสมอ

 

“วันนี้วันเกิดซูจองครับ เพื่อนอยากให้ผมไปร่วมงานด้วยแต่ว่า…”

 

“ไม่กล้าขอผู้ใหญ่สินะคะ”

 

“ครับ” แบคฮยอนยอมรับด้วยสีหน้าสลด ปากเล็กๆเม้มเข้าหากันจนแทบจะเป็นเส้นตรง สภาพงัวเงียนิดหน่อยเพราะเพิ่งตื่นนอน สาวใช้มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกเอ็นดู คุณหนูของตนน่ารักทั้งหน้าตาและนิสัยขนาดนี้ลองได้อ้อนขออะไรสักอย่างจริงๆหล่อนเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าใครบ้างจะไม่ใจอ่อน

 

“ไม่ลองโทรฯไปขอพี่ชายดูล่ะคะ”

 

“คนไหนล่ะครับ ถ้าเป็นพี่ใหญ่ต้องไม่มีเวลารับโทรศัพท์แน่เลย ส่วนจะให้ไปขอกับพี่รอง…คงไม่มีทางได้ไป”

 

“ยังไม่ทันได้ขอเลยคุณหนูของพี่ก็ถอดใจเสียแล้ว” สาวใช้ก็เพียงคิดเล่นๆว่าถ้าหากคุณหนูกล้าเอ่ยปากอ้อนขอจริง มีหรือคุณชายรองจะปฏิเสธ แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าคุณหนูของหล่อนขี้เกรงใจเนี่ยสิ

 

“ถ้าขอคุณนมล่ะครับ”

 

“เอ๋…จะดีหรือคะ”

 

“ถ้าบอกว่าไปงานเลี้ยงคงไม่ดี แต่ถ้าบอกว่าไปอ่านหนังสือกับเพื่อนล่ะก็…”

 

“จะโกหกผู้ใหญ่หรือคะ”

 

“ชู่ว์…” แบคฮยอนรีบเอานิ้วชี้แตะปากตัวเองเป็นเชิงให้สาวใช้พูดเบาๆ ที่จริงเขาไม่เคยคิดจะใช้วิธีนี้และการโกหกผู้ใหญ่เพื่อหนีเที่ยวยิ่งไม่เคยปรากฏในสมอง รู้สึกผิดที่ได้พูดมันออกมาและรู้ด้วยว่ามันดูแย่เอามากๆเลย

 

แต่เซฮุนบอกเอาไว้ว่าบางครั้งเราก็ต้องยอมโกหกเพื่อแลกกับความสบายใจ ผู้ใหญ่จะได้ไม่ต้องมาคอยกังวลห่วงว่าเราจะเป็นอันตรายหรือไม่ ถึงมันจะเป็นเหตุผลที่แบคฮยอนเคยต่อต้านแต่ครั้งนี้เขาคงต้องยอมกลืนน้ำลายตัวเองจริงๆ

 

“ถ้าโดนจับได้ขึ้นมาต้องเป็นเรื่องแน่ๆเลยค่ะ”

 

“สัญญาว่าถ้าได้ไปแล้วจะดูแลตัวเองดีๆแล้วก็ไม่กลับดึกครับ”

 

“โธ่ คุณหนูของพี่…”

 

“พี่จังมีช่วยเก็บเรื่องนี้เป็นความลับได้ไหม”

 

“คงอยากไปจริงๆสินะคะ” หล่อนไม่เคยเห็นคุณหนูของตัวเองโกหกหรือเรียกร้องเอาอะไรจากใครเลยสักครั้ง ที่ผ่านมาคอยแต่จะเชื่อฟังผู้ใหญ่ทั้งที่เติบโตขนาดนี้แล้ว ได้ออกไปเปิดหูเปิดตาอย่างคนอื่นเค้าบ้างก็คงจะดีเหมือนกัน ถึงจะเป็นวิธีที่เสี่ยงไปหน่อยก็เถอะนะ

 

“ถ้าขอคุณนมได้ก็ไปเถอะค่ะ อะไรที่เป็นความสุขของคุณหนูพี่ยินดีสนับสนุน”

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

ภายในบ้านพักสามชั้นสไตล์ยุโรปอบอวลไปด้วยกลิ่นอบขนมและเสียงพูดคุยคลอไปกับเพลงสากล เวลานี้แสงอาทิตย์เริ่มย้ายฝั่งฟาดจากทิศตะวันตกบอกถึงเวลาใกล้มืดเข้ามาทุกที ผู้ที่อยู่ในบ้านจึงเร่งมือตกแต่งต้นคริสต์มาสความสูงสามเมตรให้เสร็จทันกับขนมที่แม่และพี่สาวคนสวยกำลังช่วยกันทำ

 

“โอ เซฮุน ถ้านายยังไม่เลิกเฝ้าโทรศัพท์แล้วมาช่วยเพื่อนตอนนี้ล่ะก็…”

 

ร่างโปร่งเจ้าของชื่อถอนหายใจก่อนจะจำใจเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกงยีนส์ตัวเก่ง เพราะไม่อยากได้ยินเสียงบ่นเจ้าตัวถึงยอมลุกขึ้นช่วยติดตุ๊กตาโง่ๆตามที่ถูกสั่ง

 

“ไม่เห็นต้องเวอร์ขนาดนั้นเลย คุณหนูแบคฮยอนจะมาจริงหรือหลอกก็ยังไม่รู้ หวังมากระวังเจ็บมากแล้วจะหาว่าเพื่อนไม่เตือน”

 

“ไม่อยากตกบันไดลงมาคอหักในวันเกิดตัวเองก็หุบปากเถอะ”

 

“แรง…” เสียงเวนดี้หัวเราะมาจากอีกฝั่ง ในขณะที่ร่างบางของคุณหนูซูจองลูกสาวคนเล็กของบ้านแทบกระโดดลงจากบันไดพับมาตีปากหมาๆของไอ้คนที่สาวๆครึ่งค่อนมหาลัยบอกว่าหล่อนักหนา ถ้าไม่ติดว่าต้องปีนเอาดาวขึ้นไปติดบนยอดซูจองคงปามันใส่หัวเซฮุนไปแล้ว

 

“ถ้ารู้ว่าจะปากดีแบบนี้ฉันคงไม่เสียแรงช่วยคะยั้นคะยอแบคฮยอนมาให้เหนื่อย นายมันอสรพิษ”

 

ในระหว่างที่ทั้งคู่กำลังทะเลาะกัน ทันใดนั้นเสียงออดหน้าบ้านจองซูจองก็ดังขึ้นมา เซฮุนหันขวับมองไปที่ประตู ใจเต้นแรงทั้งที่ยังไม่เห็นหน้าผู้มาเยือนด้วยซ้ำ

 

“เดี๋ยวไปดูให้”

 

ร่างบางที่ค่อยๆปีนลงจากบันไดพับส่ายหน้าเอือมระอา คิดในใจว่าเซฮุนตอนนี้ช่างเหมือนหมา ก่อนหน้านี้ยังทำหูลู่หางตก มาตอนนี้ล่ะดี๊ด๊ารีบวิ่งไปเปิดประตูต้อนรับแขกเห็นแล้วรำคาญตาสุดๆ

 

 

 

“อ…” ร่างเล็กตกใจเล็กน้อยเมื่อบานประตูตรงหน้าถูกเปิดออกอย่างรวดเร็ว สิ่งแรกที่เขาเห็นคือใบหน้าหล่อที่มาพร้อมรอยยิ้มดีใจของเซฮุน วันนี้เพื่อนดูแปลกตานิดหน่อยเพราะเซ็ตผมขึ้นอย่างดี

 

“มาจริงๆด้วยสินะ”

 

“บอกว่าจะมาแล้วก็ต้องมาได้จริงๆสิ” ร่างเล็กยิ้มตาหยี รู้สึกเขินนิดหน่อยเมื่อถูกเพื่อนมองสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้า

 

“วันนี้แต่งตัวน่ารัก”

 

“เหรอ ไม่ได้ดูธรรมดาไปใช่ไหม” เห็นพูดกันตลอดว่ามีธีมงานด้วย แต่แบคฮยอนไม่ได้เตรียมตัวมาก่อนจึงเลือกสเวตเตอร์สีแดงลายกวางที่พี่ใหญ่เคยซื้อให้กับกางเกงยีนส์สีอ่อน มันออกจะดูเรียบๆแต่พอถูกชมแบบนี้ค่อยมั่นใจขึ้นมาหน่อยนึง

 

“แค่แบคฮยอนมาได้ก็ไม่ธรรมดาแล้วล่ะ เข้าไปด้านในกันเถอะ”

 

“อื้อ”

 

แบคฮยอนส่งยิ้มน่ารักให้เพื่อนก่อนจะถอดรองเท้าเข้าบ้าน เขาเพิ่งเคยมาบ้านซูจองเป็นครั้งแรก บ้านหลังไม่ใหญ่เท่าไหร่เมื่อเทียบกับคฤหาสน์ตระกูลปาร์ค แต่บรรยากาศอบอุ่น สิ่งตกแต่งทุกอย่างให้กลิ่นอายยุโรป แบคฮยอนคิดว่ามันน่ารักดี ดูเข้ากับซูจองสุดๆ

 

“มาแล้วเหรอ!”

 

เสียงทักของซูจองดังขึ้นตามด้วยร่างบางของสองสาวเพื่อนสนิทพุ่งเข้ามากอดเขาด้วยความดีใจ ซูจองดึงมือเขาไปแนะนำให้กับแม่และพี่สาวได้รู้จักก่อนจะพูดอวยยกใหญ่ แบคฮยอนอายจนไม่รู้จะอายยังไง แต่ก็ชินเสียแล้วกับนิสัยของเพื่อนคนนี้

 

“มีอะไรให้เราช่วยไหม”

 

“นั่งเล่นไปก่อนเลย ตรงนี้ใกล้เสร็จแล้ว”

 

“เราเป็นลูกมือช่วยทำขนมได้นะ อยู่ที่บ้านช่วยพี่เลี้ยงประจำเลย”

 

“ทางนั้นก็น่าจะใกล้เสร็จแล้วเหมือนกันทำตั้งแต่เช้าแล้วน่ะ”

 

“เหรอ…” ก็คงจริงอย่างที่เพื่อนว่า แบคฮยอนเห็นทั้งไก่งวง บิสกิต เค้กผลไม้ คัพเค้กและอีกหลายอย่างเลยที่ถูกเตรียมไว้ในครัว ส่วนโซนนั่งเล่นที่จะมีไว้จัดงานเลี้ยงค่ำนี้ก็แน่นไปด้วยของตกแต่งน่ารักๆหมดแล้ว ดูท่าว่าแบคฮยอนคงมาช้าไปหน่อย

 

แต่เชื่อเถอะว่ากว่าจะมาได้น่ะ พยายามสุดๆแล้ว

 

“วันนี้ต้องดื่มฉลองหนักๆซะหน่อยแล้ว แบคฮยอนมาทั้งที”

 

“แต่เราคงอยู่ดึกมากไม่ได้นะซูจอง” โกหกผู้ใหญ่คำโต แถมยังใจกล้าใช้วิธีอ้อนตาใสขอคุณนมเพื่อให้ได้มา ก่อนหน้านี้ตอนคนรถที่บ้านมาส่งแล้วเห็นหน้าบ้านซูจองเต็มไปด้วยไฟตกแต่งเหมือนมีงานเลี้ยงล่ะไม่รู้จะแก้ตัวยังไงเลย รีบกลับน่ะดีที่สุด

 

“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า เป่าเค้กเสร็จเมื่อไหร่อนุญาตให้กลับเลย”

 

 

 

.

.

 

 

 

คำรับปากของเพื่อนทำให้อุ่นใจ

 

แต่ให้ตายสิ!

 

แบคฮยอนไม่คิดว่างานวันเกิดจะเป่าเค้กกันตอนสี่ทุ่ม!

 

จะเข้าไปเร่งเพื่อนหรือแม้แต่ขออนุญาตกลับก่อนก็ไม่กล้า เพื่อนซูจองมาร่วมงานกันให้แน่นบ้าน ยิ่งดึกคนก็ยิ่งเยอะไม่รู้พากันมาจากไหนนักหนา แต่ละคนแต่งตัวคอสเพลย์เป็นตัวการ์ตูนญี่ปุ่นจัดเต็มสมใจเจ้าของงาน ท่าทางสนุกกันมากแถมยังชนแก้วกันไม่หยุดแบบนี้แบคฮยอนจะเสียมารยาทขัดจังหวะได้อย่างไร

 

คนตัวเล็กลอบถอนหายใจแล้วถอนหายใจอีก ค่อยๆปลีกตัวออกไปสูดอากาศนอกบ้าน นึกอยากหนีกลับแต่ดันเผลอรับปากเพื่อนไปแล้วว่าจะอยู่รอร้องเพลงตอนเป่าเค้กเนี่ยสิ บางทีก็อยากจะตีตัวเองเหมือนกันที่หัวอ่อน

 

“งานไม่สนุกเหรอ”

 

เสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้นด้านหลัง น้ำหอมคุ้นจมูกส่งกลิ่นฟุ้งเมื่อผู้เป็นเจ้าของได้เข้ามานั่งลงข้างๆ

 

“สนุกดี แต่เราว่ามันดึกแล้ว ชักอยากกลับแล้วล่ะ ฮ่ะๆ”

 

“รอเป่าเค้กก่อนสิ”

 

“นี่ก็จะสี่ทุ่มแล้วดูท่าทางซูจองจะสนุกจนลืมเค้กแล้วหรือเปล่า” คนฟังรู้สึกเอ็นดูจนถือวิสาสะขยี้กลุ่มผมสีน้ำตาลนั้นอย่างอดไม่ได้ พวกเขานั่งคุยกันอยู่ตรงบันไดหน้าประตู เด็กหนุ่มนึกภาวนาอย่าให้ใครเข้ามาขัดจังหวะตอนนี้เลย

 

“ไม่ลืมหรอกน่า”

 

เพราะเขาอยากจะอยู่กับแบคฮยอนสองคนแบบนี้ไปนานๆ

 

“เดี๋ยวก็คงถึงเวลา” เซฮุนมองสีหน้าหนักใจของเพื่อนตัวเล็กแล้วไม่อยากจะละสายตา แบคฮยอนน่ารักจริงๆ ใจดี ในขณะที่ทุกคนออกท่าทางเต้นกันอย่างสุดเหวี่ยงทว่าคงมีเพียงแบคฮยอนที่นั่งหัวเราะเงียบๆ ทำตาใสแจ๋วตั้งใจฟังคนอื่นเค้าพูดกัน เหมือนจะไม่โดดเด่นหากแต่ก็โดดเด่น เป็นเหมือนดาวดวงเล็กๆที่แสงอาจจะไม่มากแต่ก็เปล่งประกายงดงามได้ด้วยตัวเอง

 

“ต่อไปคงคิดถึงแย่”

 

“หื้ม…”

 

“ก็จะไม่ได้เจอแบคฮยอนทุกวันแล้ว” คนตัวเล็กสะดุ้งนิดๆเมื่อถูกปลายนิ้วสวยของเพื่อนสัมผัสข้างแก้ม

 

“รู้หรือเปล่าว่าเราดีใจแค่ไหนที่วันนี้แบคฮยอนมา” ใบหน้าน้อยหันไปสบตาเซฮุนก่อนจะพบว่าเพื่อนขยับเข้ามาใกล้มาก ใกล้จนได้กลิ่นไวน์ที่อีกฝ่ายดื่มไปก่อนหน้านี้ชัดเจน

 

“คงเป็นของขวัญคริสต์มาสที่ดีที่สุด”

 

“ขนาดนั้นเลย?”

 

“อือ”

 

“…”

 

“สัญญากับตัวเองเอาไว้ว่าถ้าแบคฮยอนมาได้จริงๆ เราจะบอกความลับเรื่องหนึ่ง”

 

“อะไรเหรอ”

 

“เรา…”

 

“…”

 

ชอบแบคฮยอน

 

“พ...”

 

“ชอบมาโดยตลอด”

 

“พูดอะไรน่ะ ฮ่ะๆ เมาแล้วใช่ไหม—” มือเรียวเล็กที่อังแก้มเพื่อนราวกับต้องการเรียกสติถูกกุมไว้ ร่างโปร่งส่ายหน้ายืนยันว่าไม่ได้เมา เขากำลังพูดมันด้วยสติครบถ้วน และเพราะเป็นแบบนั้นแบคฮยอนจึงได้รู้สึกมึนงง ไม่รู้ว่าควรรับมือกับสถานการณ์ตอนนี้อย่างไรในเมื่อมันกะทันหันจนตั้งตัวไม่ทัน

 

“จะไม่รับมันก็ไม่เป็นไร เราแค่อยากบอกให้รู้เอาไว้ว่าที่ผ่านมาเราไม่เคยคิดอยากเป็นแค่เพื่อน”

 

“เซฮุน…” เสียงของร่างเล็กเบาจนแทบไม่ได้ยินเมื่อใบหน้าหล่อเกลี้ยงเกลาขยับใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ใกล้จนปลายจมูกโด่งสัมผัสโดนแก้ม ริมฝีปากบางนั้นค่อยๆ—

 

 

 

 

Rrrrrr

 

 

 

 

"จิ๊..." ไม่รู้ว่าต้องขอบคุณเสียงโทรศัพท์ที่ดังช่วยชีวิต หรือต้องตกใจที่จู่ๆเซฮุนถือวิสาสะแย่งมันไปจากมือก่อนกดปิดเครื่องทั้งที่แบคฮยอนยังไม่ทันจะได้อ่านชื่อคนโทรฯเข้ามา

 

เขาไม่เคยเจอเซฮุนโหมดเอาแต่ใจแบบนี้มาก่อน อีกฝ่ายกำลังทำเหมือนว่าหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ

 

“ขอโทษที่เสียมารยาท”

 

“ไม่น่ารักเลย…”

 

“อืม”

 

“จริงๆแล้วเป็นคนเอาแต่ใจเหรอ”

 

“แค่กับบางคนเท่านั้นแหละ” พูดพลางจ้องลึกเข้าไปนัยน์ตา ทว่าคราวนี้ร่างเล็กไม่ปล่อยให้บรรยากาศได้ชักนำอารมณ์จนเพื่อนเผลอทำอะไรเอาแต่ใจอีก เขารีบลุกขึ้นยืนก่อนที่อีกฝ่ายจะลุกตาม

 

“กลับเข้าไปในงานกันเถอะ คงมีคนสงสัยกันแล้วว่าเราหายไปไหน—” ช่วงแขนยาวของคนด้านหลังพาดลงมาเกี่ยวคอระหงก่อนดึงเข้าสู่อ้อมแขน มันไม่ได้แรงอะไรแต่ก็ทำให้คนตัวเล็กอย่างแบคฮยอนเซกลับไปหาได้ไม่ยากเย็น

 

“มันอาจจะดูเร็วไปกับสิ่งที่เราบอกแต่ถ้าแบคฮยอนได้รู้ว่าเราแอบชอบมาตั้งแต่ที่ได้รู้จักกันครั้งแรก สี่ปีที่แล้ว…คงจะไม่คิดว่ามันเร็วเกินไปแล้วใช่ไหม”

 

“…”

 

“เราชอบแบคฮยอนจริงๆนะ”

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

เข็มนาฬิกายังคงเดินต่อไปช้าๆ บอกถึงเวลาว่านานเท่าไหร่แล้วที่ใครบางคนได้มานั่งคอยเด็กดื้อคนหนึ่ง

 

ร่างสูงแทบไม่ขยับเปลี่ยนท่านั่ง ก่อนหน้านี้เคยนั่งหลังตรงไขว่ห้างอย่างไรตอนนี้ยังคงเป็นอย่างนั้น ข้างๆเรียวขายาวมีโทรศัพท์เคลื่อนที่วางอยู่ แต่มันไม่ได้มีประโยชน์อะไรในเมื่อติดต่อหาปลายสายที่ต้องการเท่าไหร่กลับมีเพียงเสียงอัตโนมัติตอบกลับมา

 

เด็กคนนั้นปิดเครื่อง

 

ลมหายใจที่เจ้าตัวพยายามกำหนดให้เป็นปกติยังคงหนักหน่วง ยิ่งเห็นว่าคนที่รอคอยยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับเข้ามาใจของเขาก็ยิ่งร้อนดั่งไฟ ด้านนอกตอนนี้หิมะกำลังโปรยปราย หากแต่คงไม่มีอะไรทำให้หนาวเหน็บได้เท่ากับบรรยากาศรอบกายของเขาที่เป็นอยู่ตอนนี้

 

“คุณชายกลับขึ้นไปนอนเถอะค่ะ ทางนี้นมจะอยู่รอเอง” เสียงมีอายุกล่าวทำลายความเงียบงัน ทว่าต่อจากนั้นทุกอย่างก็ได้กลับเข้าสู่วังวนเดิมๆ

 

 

 

อึมครึม

เย็นเยียบ

และแสนกดดัน

 

 

 

สาวใช้หลายคนที่อยู่บริเวณนั้นแทบไม่กล้าขยับตัว โดยเฉพาะจังมีพี่เลี้ยงคนสนิทและซานอีคนขับรถประจำตัวของแบคฮยอนที่โดนคาดโทษหลังจากถูกเค้นถามความจริงเท่าไหร่ทั้งคู่ก็เอาแต่ปิดปากเงียบเพื่อปกป้องคุณหนูของตน

 

บรรยากาศยิ่งกว่าคลื่นทะเลที่เงียบสงบก่อนพายุจะเข้า เป็นเวลาตีสองแล้วแต่ทว่าไม่มีใครในบ้านได้กลับไปนอนเพราะเจ้านายยังนั่งหน้าเคร่งบนโซฟาตัวยาวไม่ยอมขยับไปไหนเลย

 

“ทำงานกลับมาเหนื่อยๆขึ้นไปพักดีกว่าไหมคะ มีอะไรไว้ค่อยคุยกันพรุ่งนี้”

 

ปาร์คชานยอลนิ่งเฉยต่อคำหวังดีของผู้ใหญ่ เขากลับถึงโซลตั้งแต่หัวค่ำก่อนจะตรงดิ่งมาที่บ้านโดยไม่สนนัดของใคร ตั้งใจกลับมาพักผ่อนในวันเทศกาลสำคัญ ไม่น่าเชื่อว่าพอถึงบ้านแล้วลูกนกในกรงทองที่เลี้ยงไว้จะบินหนีหายไป

 

 

 

 

รู้สึกโกรธ…

 

อย่างบอกไม่ถูก

 

 

 

 

คุณหนูกลับมาแล้วค่ะ!”

 

 

 

เสียงร้องบอกของใครสักคนดังขึ้นก่อนที่ร่างเล็กจะปรากฏตัวตรงประตูกลางบ้าน

 

“อ…” แบคฮยอนแทบก้าวขาไม่ออกเมื่อพบว่าเบื้องหลังประตูมีใครบ้างที่กำลังรอเขาอยู่

 

ความรู้สึกผิดและหวั่นกลัวเริ่มกัดกินหัวใจ สองเท้าเล็กค่อยๆสืบเดินเข้าไปหาผู้ใหญ่ ไม่คิดฝันมาก่อนเลยว่าเวลานี้ทุกคนในบ้านจะยังไม่เข้านอน ซ้ำยังดูเหมือนว่าตัวเขาเองคือสาเหตุที่ทำให้ทุกคนต้องมานั่งพร้อมหน้ากันแบบนี้

 

“นี่มันกี่โมงแล้วคะ ทำไมคุณหนูถึงกลับมาเวลานี้”

 

เสียงของผู้ชราวัยดังก้องกังวาน ท่านถามด้วยสีหน้าที่ดุจนแบคฮยอนแทบไม่กล้าสู้สายตา ยิ่งไปกว่านั้นคือใบหน้าของผู้ที่นั่งอยู่บนโซฟาตัวยาวซึ่งอยู่ถัดจากที่คุณนมนั่งอยู่ แบคฮยอนมองมันแล้วนึกอยากวิ่งหนีกลับขึ้นห้องเหมือนเมื่อครั้นยังเด็กๆ หากแต่ความเป็นจริงทำได้เพียงก้มหน้างุด คางชิดอกยอมรับสภาพในสิ่งที่ตัวเองได้ก่อ

 

“มีทั้งกลิ่นเหล้ากลิ่นบุหรี่ติดตัวมา…”

 

แบคฮยอนไม่ได้สูบบุหรี่ แต่ยอมรับว่าดื่มไวน์ไปสองแก้วเพราะเลี่ยงเสียงกดดันของเพื่อนๆไม่ได้

 

“ที่บอกว่าไปอ่านหนังสือกับเพื่อน โกหกสินะคะ”

 

“ผม…”

 

“น่าผิดหวัง”

 

“ขอโทษครับ”

 

จะบอกว่าไม่ได้ตั้งใจก็ละอายปาก ร่างเล็กได้แต่ผงกศีรษะกล่าวขอโทษผู้ใหญ่ด้วยความรู้สึกผิด

 

“นอกจากจะกล้าโกหกผู้ใหญ่แล้ว ยังทำให้คนพวกนี้พลอยเป็นไปด้วย นี่หรือคะ…คุณหนูที่นมเคยรู้จัก” สายตาผิดหวังของผู้ใหญ่เป็นยิ่งกว่าหลุมลึกที่ขุดฝังแบคฮยอน

 

 

ไปเอาไม้มา

 

 

สิ้นคำประกาศิต หนึ่งในสาวใช้รีบออกไปนำเอาสิ่งที่ผู้อาวุโสของบ้านต้องการทันที หากจะลงโทษเขาแบคฮยอนก็ไม่ว่า แต่สิ่งที่คุณนมได้พูดออกมาต่อจากนั้นเขาทนยอมรับมันไม่ได้จริงๆ

 

“จังมีซานอี ลุกขึ้น”

 

“คุณนมครับ!” ร่างเล็กร้องห้ามเสียงดัง ส่ายศีรษะไปมาพลางเว้าวอนผ่านสายตาให้ผู้ชราวัยทบทวนการตัดสินใจใหม่

 

“จังมีกับซานอีไม่ได้ผิดอะไร ถ้าจะตีก็ตีผมเถอะครับ”

 

“นมเป็นเพียงผู้น้อยจะกล้าตีเจ้านายได้อย่างไร”

 

“แต่พวกเค้าไม่ผิด”

 

“สองคนนี้เลือกที่จะปิดบังความจริงย่อมมีความผิด ถ้าจะถูกลงโทษไม่ให้ได้เป็นเยี่ยงอย่างต่อใครในบ้านก็สมควรแล้วไม่ใช่หรือคะ” ร่างเล็กส่ายหน้าไม่อาจยอมรับ ทิ้งกระเป๋าเป้ลงบนพื้นก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปกางแขนปกป้องคนทั้งสอง

 

ได้ยินเสียงสะอื้นของจังมีดังแว่วมาจากด้านหลังแต่ไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไปมองให้ตัวเองต้องร้องตาม ดวงตาเรียวเล็กคัดค้านผู้ใหญ่ มันไม่ได้ดูก้าวร้าวหากแต่ก็ยืนกรานหนักแน่นว่าจะไม่ให้ใครต้องมารับผิดแทนตน

 

“ถอยไปเถอะค่ะคุณหนู”

 

“ไม่ครับ ถ้าจะตีก็ตีผมคนเดียว”

 

“หากรู้ตัวว่าทำผิด ก็อย่าเพิ่มความผิดให้ตัวเอง”

 

“ตีผมเถอะครับ”

 

“คุณหนูแบคฮยอน”

 

“…”

 

“ถ้าอย่างนั้นก็อย่าหาว่านมใจร้ายทีหลังก็แล้วกัน”

 

“ไม่นะคะคุณหนู! ให้คุณนมตีพวกพี่เถอะค่ะ” ร่างเล็กหันไปสบตาสาวใช้คนสนิทและพี่คนขับรถเพื่อให้พวกเขาถอยออกไป จังมีทำท่าจะเข้ามาขัดขวางทว่าสุดท้ายก็โดนสาวใช้คนอื่นๆดึงตัวออกห่าง

 

“แน่ใจนะคะว่าจะทำแบบนี้”

 

ไม่มีใครในบ้านจะไม่รู้ว่าคุณนมมือหนักแค่ไหน แม้จะชราวัยลงไปแต่ก็ไม่อาจหยั่งรู้ได้เลยว่าภายใต้ร่างอันโรยรายนั้นจะยังมีแรงทำโทษใครได้มากเท่าเมื่อก่อนหรือไม่ บางทีอาจจะทำให้แบคฮยอนหลาบจำจนไม่กล้าทำผิดอีกเลยก็ได้

 

“ครับ”

 

ร่างเล็กเอามือกอดอกก่อนจะปิดตาลงตอนที่ผู้อาวุโสง้างไม้เรียวในมือขึ้น

 

 

 

เดี๋ยว

 

 

 

ทว่ายังไม่ทันจะได้ลงมือ เสียงของใครคนหนึ่งที่เงียบตลอดมาก็ได้ดังขัดขึ้นพอดี

 

เสียงสะอื้นไห้ของเหล่าสาวใช้ในบ้านดังขึ้นเป็นระลอกราวกับว่ากลัวคุณหนูของบ้านจะเจ็บตัว แบคฮยอนในขณะนั้นได้แต่ยืนเม้มปากแน่น มองหน้าร่างสูงที่เพิ่งยอมขยับตัวลุกออกมา ไม่กล้าคิดเข้าข้างตัวเองหรอกว่าอีกฝ่ายกำลังปกป้อง

 

เพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้น

 

แบคฮยอนเลือกจะทำผิดเอง

 

“ถ้าคิดจะช่วยหรือจะเข้ามารับผิดแทนน้องเหมือนเมื่อตอนเด็กๆล่ะก็ คิดใหม่เสียนะคะคุณชาย”

 

“…”

 

“ความผิดใครก็ของคนนั้นอย่าต้องให้คนแก่ลำบากใจไปกว่านี้”

 

“เด็กคนนี้อยู่ในความปกครองของผม”

 

“นมทราบค่ะ—”

 

“เพราะงั้น…”

 

“…”

 

ขอผมเป็นคนลงโทษเอง

 

ทั้งสองสบตากันด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั่วบริเวณเงียบสนิทยิ่งกว่าคราแรกนับตั้งแต่เสียงทุ้มต่ำนั้นได้เปล่งออกมา แม้จะเข้าใจและน้อมรับความผิดที่ตัวเองก่อแต่พอเป็นชานยอลความรู้สึกลึกๆจากก้นบึ้งใจดวงน้อยก็เกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุผล

 

“หันหลังแล้วกอดอก…”

 

ยิ่งกว่าถูกตอกตะปูลงกลางใจ ร่างเล็กทำตามคำสั่งอย่างว่าง่ายพร้อมกับก้อนสะอื้นที่ติดอยู่ในคอ ทั้งที่มันไม่ได้ต่างจากสิ่งที่คุณนมทำก่อนหน้าแต่ทำไมความรู้สึกน้อยใจถึงได้กัดกินใจเขามากมายขนาดนี้

 

“เคยบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าโกหก” ถ้อยคำตัดพ้อมากมายเกิดขึ้นในหัว ยามร่างสูงขยับเข้ามาใกล้ขอบตาเล็กๆร้อนผ่าวและชื้นไปด้วยคราบน้ำตา “ทำไมไม่คิดจะเชื่อฟัง”

 

 

ขวั่บ!~

 

 

อ๊ะ…”

 

 

ความเจ็บแล่นริ้วยามที่ไม้เรียวตวัดลงบนสะโพกน้อยจนเกิดเสียงดังบาดลึกลงไปในใจคนฟัง

 

 

ขวั่บ!

 

 

ไม้ที่สองตวัดตามลงซ้ำจนร่างเล็กเนื้อตัวสั่นพร่า ใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อเพราะเจ้าของกำลังยืนกัดฟันทนแบกรับความเจ็บปวด

 

 

แบคฮยอนจำไม่ได้แล้วว่าเคยถูกทำโทษแบบนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ สมองของเขาจำได้เพียงทุกครั้งที่จะถูกผู้ใหญ่ตี ก็มีคนด้านหลังเข้ามาช่วยเสมอ

 

ทว่าวันนี้อีกฝ่ายกลับเลือกจะลงโทษเขาด้วยตัวเอง แบคฮยอนถึงได้รู้สึกเจ็บขนาดนี้

 

“อย่าตีน้องเลยนะคะคุณชาย ฮึก…คุณหนูก็แค่อยากออกไปเปิดหูเปิดตา ไม่ได้มีเจตนาโกหกผู้ใหญ่หรอกค่ะ”

 

ขวั่บ!

 

“พอเถอะนะคะ คุณหนูเจ็บแล้ว”

 

“ไม่ต้องมาร้องไห้” เสียงทุ้มแข็งกร้าวดังบอกอยู่ด้านหลัง แบคฮยอนเบือนหน้าหนี พยายามกะพริบตาถี่ๆเพื่อไล่หยดน้ำตาให้หายไป ปากเล็กเม้มเข้าหากันจนรู้สึกปวดไปหมด เหงื่อผลุดท่วมหน้าผากไม่กล้าสู้หน้าใครเลยในบ้าน

 

 

ทั้งเจ็บ ทั้งอาย…

 

และเสียใจที่ไม่เคยได้รับความอ่อนโยนจากพี่ชายคนนี้เลย

 

 

“กล้าที่จะทำผิด ก็อย่ามีน้ำตาให้ใครเห็น”

 

ขวั่บ!

 

“ฮื่อ…คุณหนูขอโทษพี่ชายสิคะ”

 

“เอาเลยครับ”

 

“…”

 

“ตีเท่าที่จะพอใจ”

 

“คุณหนู…”

 

“พี่รองไม่เคยรักผมอยู่แล้ว—”

 

ขวั่บ!!

 

“โอ๊ย!”

 

“คุณหนู!”

 

“ปากดี…”

 

ใบหน้าเล็กเหยเกค่อยๆหันกลับไปเผชิญกับชานยอล มองดวงตาดุดันคู่นั้นอย่างตัดพ้อและท้าทาย ไม่ได้อยากจะร้องไห้แต่น้ำตามันไหลลงมาเอง

 

“เอาสิครับ ตีผมให้ตายไปเลยพี่จะได้ไม่ต้องทนอยู่กับภาระ”

 

“อย่านึกว่าพูดแบบนี้แล้วฉันจะไม่กล้า—”

 

พอได้แล้วค่ะคุณชายรอง!”

 

เสียงของหญิงชราที่โพล่งดังขึ้นมาช่วยหยุดการกระทำของคนแก่กว่าได้ทันทีทันใด ปาร์คชานยอลที่ยืนง้างไม้เรียวจนสุดแขนค่อยๆลดมือลง…

 

กัดฟันกรอดมองดูสาวใช้โผเข้ามากอดปลอบร่างเล็กราวกับใจจะสลาย

 

“ทำไมถึงเอาแต่พูดแบบนั้นกับพี่ชายล่ะคะ ฮึก...เจ็บมากไหม คุณหนูของพี่ต้องเจ็บมากเลยใช่ไหม…” ได้ยินคำพูดเพียงประโยคเดียวจากคุณหนูของตนว่า‘ผมไม่เป็นไร’ ทั้งที่สีหน้าอ่อนล้าจนแทบยืนไม่ไหวก็ถึงกับพยุงตัวผู้เป็นนายนั่งลงพื้นแล้วปล่อยโฮอย่างรู้สึกเจ็บแทน

 

 

 

 

 

TBC.

 

 

 

 

พระเอกเราก็มีเหตุผลแหละ เค้าไม่ตีคุณนมก็ต้องตี ซึ่งไม่รู้ด้วยว่าจะเจ็บกว่าไหม…. / ด่าได้แต่อย่าแรง มุแง ;-;

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.738K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,377 ความคิดเห็น

  1. #10377 Jennysupat18 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2564 / 10:09

    ปาร์คชานยอล!!!!ชั้นเลี้ยงลูกชั้นมาอย่างดียุงไม่ให้ไต่ไลไม่ให้ตอมเธอทำแบบนี้กับลูกเราได้ยังไง!!!!

    #10,377
    0
  2. #10360 chanbaekjan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 เมษายน 2564 / 03:28

    ใจร้ายกันทั้งบ้านเลย คุนหนุเล้กของพี่.......... ;-(
    #10,360
    0
  3. #10323 bwillisb (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มีนาคม 2564 / 18:05
    ชายรอง น้องก็อายุไม่น้อยแล้วนะ น้องบรรลุนิติภาวะแล้วนะชายรอง ฮือ
    #10,323
    0
  4. #10322 bwillisb (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มีนาคม 2564 / 18:04
    เป็นตอนที่ทำให้กินกระหรี่ปั๊บทั้งน้ำตา
    #10,322
    0
  5. #10314 Isabellbest (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 มีนาคม 2564 / 02:34
    นี่ก็เข้าใจที่ผู้ใหญ่ผิดหวังนะที่ร้องเลือกจะโกหก ถ้าจะเติบโตก็ต้องเรียนรู้อะเนาะว่าวิธีไหนเป็นวิธีที่ดี ถ้าหนูอยากเป็นผู้ใหญ่หนูต้องบอกเหตุผลและพูดให้เข้าใจนะลูก ไม่ใช่โกหกแบบนี้ งื้อออ
    #10,314
    0
  6. #10297 Terces (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2564 / 05:02
    เอิ่มมมยุคไหนแล้วอ่ะนี่ยังมีทำร้ายร่างกายแค่เพราะเรื่องแบบนี้อยู่เหรอ จริง ๆ ชานยอลกับนมต้องลองมองย้อนมาที่ตัวเองด้วยนะว่าทำไมน้องถึงเลือกที่จะโกหก ผู้ใหญ่บางประเภทคือมองแต่ความถูกต้องผ่านตัวเอง คือเลี้ยงดูมายังไงงงมากแบคคือแทบไม่มีความคิดอะไรเป็นของตัวเองเลย อันนี้นี่เรียกว่าครอบครัวใช่ไหมเนี่ย รอวันที่น้องกล้าที่จะออกจากความ toxic ของครอบครัวนี้นะ มองภาพไม่ออกว่าจะรักกันยังไงจะเบียวว่าแบบทำลงไปเพราะรักคือขุ่นพี่คะหนูขอยาดขำ รักน้องแบบไหนแม่ ไปนอนกับคนไม่ซ้ำหน้า ใช่การกดดันด้วยคำพูดการกระทำ หนูลูกกกกหนูออกมาจากจุดนี้เถอะ romanticized กับการทำโทษด้วยการตีกับการใช้คำพูดแย่ ๆ ไม่ลงจริง ๆ แม่
    #10,297
    1
    • #10297-1 CB_____17(จากตอนที่ 5)
      13 มีนาคม 2564 / 23:16
      เห็นด้วยกับความคิดเห็นนี้ค่ะ
      #10297-1
  7. #10261 HoneyB'c (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 / 13:57
    น้องก็ดื้อจริงๆ พี่ก็ใจร้ายเกิน
    #10,261
    0
  8. #10241 minnann (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 / 01:01
    ไม่ด่าไรท์ค่ะ เพราะร้องไห้อยู่ แงงงง
    #10,241
    0
  9. #10239 Louknam13 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 / 19:49
    แงงงง ร้องไห้เลยยย
    #10,239
    0
  10. #10173 YunewG (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มกราคม 2564 / 00:12
    แง พี่รองก็เสียใจเหมือนกันแหละ แล้วเข้าใจที่คุณนมผิดหวัง น้องก็ผิดที่โกหก แล้วเพื่อนก็ดูไม่เห็นใจน้องนะ รู้ว่าที่บ้านน้องเป็นไง ก็ยังเหมือนยื้อน้องไว้อะ แง เราอาจจะคิดลบไป แต่เรารู้สึกงี้จริงๆ ก็ผิดกันทั้งหมดแหละ เฮ้อ หายเจ็บไวๆนะคนเล็ก
    #10,173
    0
  11. #10150 MoojuM (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 มกราคม 2564 / 03:15
    คือน้องทำผิดจริงที่โกหก แต่ก็นะ รับสภาพนะลูก
    #10,150
    0
  12. #10103 Samorn1 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 10:14
    คุณหนูต้องยอมรับในสิ่งทำนะค่ะ
    #10,103
    0
  13. #9988 ChungWila (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 มกราคม 2564 / 23:37
    คือมันแบบแปลกมากที่ยังตีคนจะจบมหาลัยอ่ะแต่พอเข้าใจว่าเอออาจจะเลี้ยงมาแบบนี้แต่แบบว่าเอ่อบอกไม่ถูกอ่ะ แต่สงสารน้อนนนนนนนน
    #9,988
    0
  14. #9976 jjannyne (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 มกราคม 2564 / 23:04
    ทำไมต้องตีเด็กวัยใกล้จบมหาลัยอะ ทุกคนทำเหมือนน้องอยู่ในกรงทอง น้องต้องกลัว กลัวทุกคนไว้มากๆ สั่งอะไรต้องทำ รอวันที่น้องทนไม่ไหวแล้วหนีออกไป
    #9,976
    0
  15. #9931 Jennysupat18 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 มกราคม 2564 / 19:59
    กล้ามากชานยอลแกกล้ามาก🔪
    #9,931
    0
  16. #9892 Chinwara (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 14:50
    เป็นบ้านที่บ้าอำนาจมาก หลุดมาจากยุคสุโขทัย
    #9,892
    0
  17. #9787 เสี่ยว'หมิง♡ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2563 / 09:19
    ความสัมพันธ์ของชานยอลกับแบคฮยอนแปลกมาก ถึงรู้ว่ายังไงก็ต้องคู่กันแต่สำหรับเราว่ามันแปลกมาก ทำไมแบคถึงจะกลัวชานยอลขนาดนั้นไหนบอกว่าพี่ชายก็น่าจะคุยกันได้บ้าง แต่นี่มันไม่ได้เลย ในหัวตอนนี้มีแต่คำว่าทำไมทำไมทำไม
    #9,787
    0
  18. #9658 Kaisoo1234 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2563 / 18:38
    สงสาร ร้องไห้ตามเลยค่ะ
    #9,658
    0
  19. #9638 Jennysupat18 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2563 / 08:57
    ใครกล้าตีลูกชั้น!!!!
    #9,638
    0
  20. #9637 Jennysupat18 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2563 / 08:57
    ใจแม่ฮือออออ อิคนใจร้ายหนีออกจากบ้านไปเลยลูกอย่าอยู่กับมันไปหาเซฮุนเลยลูก
    #9,637
    0
  21. #9601 MaYplE (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2563 / 21:18

    เรียนจบมหาลัยนี่ก็โตแล้วป่ะ ไปไหนทำอะไรแค่บอกก็พอไหม ต้องขออนุญาต ต้องโดนลงโทษขนาดนี้เลยเหรอ

    #9,601
    0
  22. #9597 pcy_614 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2563 / 23:16
    ร้องไห้ตามน้องเลย😭
    #9,597
    0
  23. #9587 안시리민 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2563 / 14:52
    น้องก็ยี่สิบเเล้วไหมอะไรจัขนาดนั้น เราควรปล่อยให้เขามีอิสระ
    #9,587
    0
  24. #9548 janjirathammasee (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 / 01:02
    เปียกปอน
    #9,548
    0
  25. #9386 B_hundred_Beam (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 / 16:47
    อีหยังวะ?? เห้ยย น้องโตแล้วป่ะ? เกินไปมั้ยแบบนี้ ใจร้ายเกินไปแล้วจริงๆ พี่แม่ง
    #9,386
    0