HYUNG 형 | Chanbaek -END-

ตอนที่ 4 : CHAPTER 03 | เผด็จการ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28,914
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,649 ครั้ง
    27 ก.ย. 63

 

 

 

03

 

 

 

 

 

 

เช้าวันต่อมา คุณหนูคนเล็กย่างเท้าลงบันไดคฤหาสน์ด้วยสีหน้าเนือยๆคล้ายคนนอนไม่พอ เมื่อคืนเขาทำการบ้านจนเกือบถึงตีสองทั้งที่ตั้งใจจะไม่ให้เกินเที่ยงคืน จะว่าโจทย์ที่อาจารย์ให้มามันยากก็คงไม่ใช่ ต้องบอกว่าไม่มีสมาธิกับมันมากกว่าเด็กเรียนดีอย่างแบคฮยอนถึงได้ใช้เวลายาวนานกว่าปกติ

 

ถามถึงตัวการคงไม่ต้องมองหาที่ไหนไกล เพียงแบคฮยอนสืบเท้าถึงประตูห้องอาหาร สายตาทอดมองไปยังผู้ที่นั่งอยู่ในตำแหน่งถัดจากหัวโต๊ะก็ได้เจอ

 

ดูเหมือนว่าวันนี้แบคฮยอนจะไม่ต้องใช้ห้องอาหารเพียงลำพังเหมือนที่ผ่านๆมา แต่แปลกตรงที่ว่าผู้ร่วมโต๊ะของเขาดันเป็นคุณชายรอง บุคคลซึ่งพบตัวได้ยากในบ้านหลังนี้ โดยเฉพาะเวลามื้อเช้า

 

“รีบทานเถอะค่ะ วันนี้มีประชุมไม่ใช่หรือ” เสียงของผู้อาวุโสดังออกมาถึงด้านนอกแต่กลับไม่ได้ทำให้ร่างสูงวัยสามสิบห้าปีนึกอยากละสายตาออกมาจากคอลัมน์ข่าวกีฬาเลยสักนิดเดียว

 

แบคฮยอนเห็นชานยอลเอาแต่อ่านหนังสือพิมพ์หน้าเดิมอย่างให้ความสนใจ ท่าทางไม่ได้เร่งรีบอะไรเลยนั้นคงทำให้คุณนมหนักใจไม่ใช่น้อย สังเกตเอาจากสีหน้าของท่าน

 

“คุณชายรอง”

 

คุณชายรองลดหนังสือพิมพ์ลงจนเผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาราวรูปปั้น เขาทำท่าจะสวนคำผู้ใหญ่ทว่าสายตาเหลือบมาทางร่างเล็กที่ยืนอยู่ก่อน ความสนใจทั้งหมดจึงเทมาที่แบคฮยอนทันที

 

“ถ้ามาแล้วก็เข้ามานั่งทานอาหารสิคะ”

 

ไม่เว้นแม้กระทั่งคุณนม

 

“คุณหนู”

 

“ครับ…” แบคฮยอนรับคำผู้ใหญ่ก่อนจะค่อยๆสืบเท้าเข้าไปนั่งฝั่งตรงข้ามกับร่างสูง เขาปล่อยให้สาวใช้เข้ามาจัดแจงปูผ้ากันเปื้อนลงบนตักก่อนจะรินน้ำผลไม้ใส่แก้วให้เฉกเช่นทุกๆวัน

 

คุณหนูเริ่มลงมือจัดการอาหารของตัวเองเงียบๆอย่างรู้หน้าที่ ในขณะที่ชามข้าวต้มของคุณชายรองยังไม่พร่องลงเท่าไหร่ แบคฮยอนเห็นอีกฝ่ายแตะแค่กาแฟก่อนจะกลับไปให้ความสนใจต่อสิ่งเดิม ไม่ได้ทักน้องชายอย่างเขาสักคำ ซึ่งถือว่าเป็นอะไรที่ดีในความคิดของแบคฮยอน

 

“ทานเสร็จแล้วจะไปเรียนเลยไหมคะ นมจะได้ให้คนเตรียมรถ”

 

“ครับ ทานเสร็จแล้วไปเลย”

 

เดี๋ยวติดรถฉันไป

 

เสียงทุ้มที่แทรกมาจากอีกฝั่งทำเอาบรรยากาศเงียบลงกว่าเดิม เพราะหนังสือพิมพ์ที่อีกฝ่ายกางอ่านอยู่ทำให้ไม่สามารถมองเห็นใบหน้า จะมีก็แต่สีหน้าเรียบเฉยไม่แสดงอาการใดๆของคุณนมเท่านั้นที่แบคฮยอนได้เห็น

 

“ให้คนรถไปส่งเหมือนทุกวันก็ได้ครับ ที่มหา’ลัยกับบริษัทไกลกันพี่รองจะเสียเวลา”

 

“ฉันไม่ได้ให้นายออกความเห็น” หนังสือพิมพ์ถูกพับวางลงบนโต๊ะพร้อมกับใบหน้าคมที่ปรากฏต่อสายตาอีกครั้ง

 

“แต่ให้ทำตามที่บอก”

 

คนตัวเล็กนึกถอนหายใจก่อนจะหันไปมองขอความเห็นจากผู้อาวุโส คุณนมพยักหน้าให้เขาทำตามที่พี่ชายว่าเพื่อเป็นการตัดปัญหา แบบนั้นแบคฮยอนจะทำอย่างไรได้นอกจากตั้งหน้าตั้งตาจัดการมื้อเช้าให้เสร็จก่อนจะต้องไปขึ้นรถคนเผด็จการ

 

 

 

 

 

ทุกอย่างดูแปลกไปหมด นอกจากจะสั่งให้ติดรถไปด้วยกันแล้วชานยอลยังไม่ได้ใช้งานคนรถที่บ้านเหมือนอย่างเคย วันนี้คุณชายรองเลือกที่จะไปทำงานด้วยรถสปอร์ตสองที่นั่งโดยตัวเองเป็นผู้ขับขี่ ขณะที่มีตุ๊กตาหน้ารถอย่างแบคฮยอนนั่งประดับมาด้วยข้างๆ

 

 

มันแปลก…

 

ตั้งแต่อีกฝ่ายไปรับเขาเมื่อวานแล้ว

 

 

“วันนี้เลิกเรียนกี่โมง”

 

“มีเรียนทั้งวันคงกลับห้าโมงเหมือน—”

 

“ถ้าว่างฉันจะมารับ”

 

“ทำไมต้องมารับครับ?” ไวเท่าความคิดแบคฮยอนพลั้งปากถามออกไปทันที ชานยอลไม่ได้ให้เหตุผลอะไรนอกจากไหวไหล่และมองถนนเบื้องหน้า คงเป็นไม่กี่ครั้งที่แบคฮยอนกล้ามองอีกฝ่ายเต็มๆตาเพราะความสงสัย 

 

“ทำไมต้องมารับ แล้วทำไมต้องมาส่ง ปกติพี่รองไม่เคยจะอยากยุ่ง—”

 

Rrrrrrr

 

ในตอนนั้นเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ของชานยอลได้ดังแทรกขึ้นมาพอดี เขาเห็นชื่อ‘ปาร์ค ยุนโฮ’ พี่ชายคนโตแสดงที่หน้าจอเครื่องเสียงก่อนชานยอลจะกดรับสายโดยไม่ลังเล

 

“อย่าบ่นล่ะ ไม่อยากฟัง”

 

(นี่คือวิธีรับสายของซีอีโอเหรอ สุภาพเสียจริงนะแต่ก็เอาเถอะ…)

 

“พูดธุระของพี่มาเลยดีกว่า”

 

(น้องเล็กเป็นไงบ้าง)

 

ผู้ที่กำลังถูกถามถึงได้แต่จ้องมองชื่อพี่ชายคนโตด้วยความคิดถึง น้ำเสียงของปาร์คยุนโฮอบอุ่นเสมอ แต่เป็นความรู้สึกที่แปลกดี แบคฮยอนไม่คิดว่าชานยอลจะรับสายด้วยสัญญาณบลูทูธที่ต่อกับเครื่องเล่นจนได้ยินทั่วทั้งคันรถแบบนี้ เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายมีโลกส่วนตัวแค่ไหนพอเป็นแบบนี้แบคฮยอนเลยอดรู้สึกแปลกๆไม่ได้

 

ลุ้นว่าตัวเองจะถูกอีกฝ่ายพูดถึงแบบไหนกับพี่ชายคนโต

 

“ก็ไม่เป็นไง”

 

(ฉันจะเปลี่ยนผู้ปกครองถ้านายยังเอาแต่ตอบแบบขอไปที)

 

“แล้วจะให้ตอบแบบไหน น้องสบายดี ไม่ดื้อ ทานข้าวหมดชามและยังทำการบ้านจนเสร็จแบบนี้เหรอ”

 

(แล้วเป็นแบบนั้นไหมล่ะ) แบคฮยอนลอบชำเลืองมองคนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยรถ ท่าทางชานยอลดูผ่อนคลายแถมไม่ได้ทำหน้าหงุดหงิดอย่างที่คิด

 

“งั้นมั้ง”

 

(ฉันรู้ว่านายทำงานหนัก แต่ถ้าเป็นไปได้หาเวลาให้น้องบ้างนะชานยอล)

 

“จะโทรฯมาคุยแค่เรื่องนี้ใช่ไหมพี่ชายดีเด่น” ชานยอลแอบสบถรำคาญให้กับเสียงกุกๆกักๆเหมือนสัญญาณปลายสายใกล้จะหายเต็มที

 

“ปาร์ค ยุนโฮ”

 

(ฮัลโหล.. ชาน…)

 

“ผมจะวางแล้วนะ”

 

(เดี๋ย..ว…)

 

“โทษที แต่น่ารำคาญเป็นบ้า ไว้หาสัญญาณได้มีอะไรค่อยโทรมา”

 

(ชานยอล)

 

“แบคฮยอนอยู่กับผม” ดวงตาคมปรายมองมาที่น้องชายก่อนจะกรอกเสียงพูดกับปลายสายอีกครั้ง “จะพูดอะไรก็รีบพูดก่อนที่ผมจะกดวาง”

 

(น้องเล็กอยู่กับนายเหรอ…$กfR%)

 

“มีอะไรจะพูดไหม” เสียงทุ้มที่หันมาถามทำเอาใจดวงน้อยโลดเต้นด้วยความดีใจ “อยากพูดอะไรก็พูด ฉันอนุญาต” คนตัวเล็กกลั้นยิ้มไว้แทบไม่อยู่ เขาได้แต่พยักหน้าให้ชานยอลก่อนจะร้องเรียกหาพี่ชายคนโตซ้ำๆ แม้ว่าสัญญาณของปลายสายจะติดๆดับๆแต่ก็มีความสุขอย่างบอกไม่ถูกเลย

 

“พี่ใหญ่ครับ”

 

(ให้ตายสิสัญญาณ…)

 

“พี่ใหญ่ได้ยินไหม ตอนนี้ผมกำลังจะไปเรียนนะ”

 

(น้องเล็ก นั่นเราอยู่กับนายรองจริงๆเหรอ)

 

“ครับ วันนี้พี่รองให้ผมติดรถมาด้วย…” น้องชายอมยิ้มอยู่ตลอดเวลาโดยไม่สนใจว่าคนข้างๆเห็นแล้วจะคิดยังไง พอเป็นพี่ใหญ่โลกของเขาสดใสไปหมด

 

“แอบบินไปทำงานที่สิงคโปร์ตั้งแต่เมื่อคืนสินะครับ”

 

(นายรองบอกเหรอ)

 

อ่า…ก็ไม่คิดว่าอีกคนจะบอกเหมือนกัน แต่เมื่อคืนที่อีกฝ่ายนั่งเฝ้าจนแบคฮยอนทำการบ้านเสร็จก็ได้คุยกันบ้าง นั่นแหละ…

 

(สัญญาณแย่มาก)

 

“พี่ใหญ่ครับ”

 

(ฮัลโห.ล..#r%^ น้องเล็..ก…)

 

“พี่ใหญ่…”

 

(ไม่ได้ยินอะไรเลย)

 

“พี่ใ—ตุ๊ดๆๆ” แบคฮยอนยังไม่ทันจะได้บอกลาปลายสายก็ตัดไปเสียก่อน เขาได้แต่ย่นคิ้วนั่งมองหน้าจอเครื่องเสียงด้วยความรู้สึกเสียดาย ไม่ได้สังเกตเลยว่ากำลังถูกใครบางคนลอบยิ้มขำให้อยู่

 

ตอนนี้ในรถกลับมาเงียบเชียบอีกครั้ง วิวจากนอกหน้าต่างคือจุดพักสายตาของแบคฮยอนในตอนนี้ หลังจากพี่ชายคนโตโทรฯเข้ามาเขาก็ได้หายสงสัยจากเรื่องที่เคยติดใจ สาเหตุที่คุณชายรองมารับมาส่งเขาก็ไม่พ้นพี่ใหญ่จริงๆ

 

‘เห็นฉันเป็นคนไม่มีสมองเหรอถึงต้องคอยทำตามที่คนอื่นบอก’

 

แล้วเมื่อวานทำเป็นหงุดหงิดใส่เขาไปทำไมกันในเมื่อตัวเองจำใจทำทุกอย่างเพราะพี่ใหญ่จริงๆ คนพาล…

 

ทั้งที่เดาความจริงได้ตั้งแต่ต้นแบคฮยอนกลับหนีความรู้สึกลึกๆไม่พ้น ความน้อยใจนี่มันอะไรกัน พี่รองก็คือพี่รอง เป็นคนแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรกลับยังคาดหวังให้อีกฝ่ายทำดีด้วยนี่มันน่าตลกตัวเองจริงๆ

 

 

 

“ขอบคุณที่มาส่งครับ” เพียงรถจอดเทียบหน้าคณะ นักศึกษาบริเวณนั้นก็แทบจะหันมามองที่รถคันสีแดงเพลิงของพวกเขาเป็นทางเดียว แบคฮยอนค้อมหัวขอบคุณคนมาส่งด้วยท่าทางสุภาพก่อนปลดเข็มขัดนิรภัยลงจากรถ

 

“ห้าโมงฉันจะมารับ”

 

ในตอนที่แบคฮยอนเดินอ้อมรถเพื่อที่จะเข้าตึกเรียนร่างสูงลดกระจกลงแล้วว่าอย่างนั้น

 

“เข้าใจที่พูดหรือเปล่า” แค่ชุดสูทเป็นทางการกับทรงผมที่เซตมาอย่างดี ไหนจะรถสปอร์ตสุดหรูหราสีชวนสะดุดตาคนก็ให้ความสนใจกันมากพอแล้ว แบคฮยอนจึงไม่อยากนึกตั้งคำถามอะไรให้มันมากความอีก

 

“ครับ เข้าใจ”

 

ถึงไม่อยากให้มาแล้วแต่ก็ต้องบอกว่าเข้าใจ

 

“รีบไปประชุมเถอะครับเดี๋ยวจะสาย”

 

“เรื่องนั้นไม่ต้องบอกฉันหรอก” ในระยะเวลาสั้นๆแบคฮยอนกลับค้นพบเรื่องน่าประหลาดใจหลายอย่าง และหนึ่งในนั้นคงเป็นการที่เขาและชานยอลสามารถมองหน้ากันได้นานโดยที่อีกฝ่ายไม่หาเรื่องมาแกล้ง

 

“ตั้งใจเรียนด้วยล่ะ”

 

ซ้ำยังบอกลาด้วยคำที่ไม่บ่อยนักจะได้ยิน

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

“พี่ชายแบคฮยอนบอกแบบนั้นเหรอ”

 

“อืม”

 

“เป็นถึงซีอีโอเราคิดว่าเค้าจะมีเหตุผลมากกว่านี้เสียอีก” เซฮุนไม่ได้อยากจะว่าแต่ครั้งนี้มันอดไม่ได้จริงๆ จะมีเหตุผลอะไรดีไปกว่าการให้คนที่รักได้ทำในสิ่งที่อยากทำ ท่าทางก็ดูเป็นคนหัวสมัยใหม่ จบปริญญาโทจากต่างประเทศได้ตั้งหลายใบกลับบ้าอำนาจกับน้องตัวเองแบบนี้แย่มาก

 

“ให้เราช่วยพูดเอาไหม” เด็กหนุ่มเสนอตัว แม้จะรู้คำตอบของแบคฮยอนดีอยู่แล้วแต่ก็ยังอยากลอง “งานเลขาน่ะมันเหมาะกับผู้หญิง ไม่เหมาะกับแบคฮยอนเลยสักนิด” ยิ่งพูดก็ยิ่งหงุดหงิด ตั้งแต่ได้ฟังความจริงจากแบคฮยอน โอ เซฮุนเดือนคณะก็เลิกให้ความสนใจต่อบทเรียนหน้าคลาสไปโดยปริยาย

 

ปกติเขาเป็นคนตั้งใจเรียนมาก พิสูจน์ได้จากผลการเรียนที่ไม่เคยตกลงเลยสักเทอมเดียว แต่ตอนนี้เวลานี้เขาร้อนใจจนไม่อยากสนอะไรอีกแล้วแม้ว่าบทเรียนที่อาจารย์กำลังสอนบนโปรเจคเตอร์จะเป็นเนื้อหาที่เข้มข้น

 

“แบคฮยอน”

 

“…”

 

“แบคฮยอนครับ”

 

“ฮึ?!” คนตัวเล็กแสดงท่าทางตกใจเมื่อมือข้างหนึ่งถูกเพื่อนคว้าไป ใบหน้าน่ารักหันไปมองรอบๆพบว่าเพื่อนคนอื่นๆยังคงตั้งใจฟังอาจารย์สอน โชคดีที่พวกเขาได้ที่นั่งแถวหลังๆเพราะเข้าห้องช้าจึงไม่มีใครมาสนใจนัก ไม่อย่างนั้นต้องเห็นแน่ๆว่ามีคนไม่ตั้งใจเรียนอยู่ตรงนี้

 

“ดูอะไรอยู่เหรอ ตั้งใจเชียว” เซฮุนถามถึงโทรศัพท์ที่วางอยู่บนชีทเรียน แบคฮยอนจดจ้องมองมันอยู่นานแล้วทั้งที่ปกติไม่เคยเอามันขึ้นมาเลยด้วยซ้ำ ยิ่งในคาบเรียนแบบนี้

 

“ไม่มีอะไรนี่”

 

“ขอพูดอะไรหน่อยได้ไหม”

 

“อือ”

 

“เราอยากเห็นแบคฮยอนก้าวออกมาเจอโลกข้างนอกนะ การเชื่อฟังผู้ใหญ่เป็นเรื่องดี แต่จะดีกว่าแน่ๆถ้าแบคฮยอนได้รู้ว่ารอบตัวมีอะไรน่าสนุกกว่าการอยู่แต่ในโลกที่ผู้ใหญ่ขีดเส้นไว้ให้” แบคฮยอนระบายรอยยิ้มจางๆพลางพยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่เพื่อนพยายามบอก

 

“เราไม่ได้หมายถึงให้แบคฮยอนขัดคำสั่งใครนะ”

 

“รู้”

 

“แต่ก็นั่นแหละ บางครั้งก็ต้องลองดู” เสียงของเซฮุนยังคงดังอยู่ข้างหู

 

 

CEOPARK: ภายในวันนี้


CEOPARK: หวังว่าคงได้เห็นใบสมัครของนาย

 

CEOPARK: เพราะถ้าไม่ล่ะก็…

 

 

เช่นเดียวกับข้อความจากใครบางคนที่ยังคงส่งมาเป็นระยะ และขืนยังเป็นแบบนี้วันนี้แบคฮยอนคงเรียนไม่รู้เรื่องไปทั้งวันแน่

 

“ลองออกไปเที่ยวเล่น ออกไปทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำจริงๆดูแล้วแบคฮยอนจะรู้เลยว่า—”

 

Rrrrrrrrrr

 

“อ…” โทรศัพท์ซึ่งกำลังสั่นอยู่บนโต๊ะทำเอาแบคฮยอนตกใจ โชคดีที่เสียงไมค์ของอาจารย์ดังกลบจึงไม่ไปรบกวนสมาธิเพื่อนคนอื่น เขารีบหยิบมันขึ้นมาดูก่อนจะกดรับโดยไม่ให้ปลายสายต้องคอยนาน

 

“ท โทรฯมาทำไมครับ” ร่างเล็กลอบกลืนน้ำลายด้วยความประหม่า เคยถูกสุ่มออกไปพูดหน้าคลาสเรียนหลายครั้งหลายครายังไม่รู้สึกตื่นเต้นขนาดนี้มาก่อนเลย

 

(ก็อยากไม่ตอบฉันทำไม)

 

“ก็ผมเรียนอยู่ อีกอย่างเวลานี้พี่ต้องเข้าประชุมไม่ใช่หรือไง” แบคฮยอนพูดเสียงเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาตกใจมากที่อีกฝ่ายโทรฯเข้ามา ตกใจตั้งแต่ได้รับข้อความแล้ว ใจเต้นแรงไม่รู้ว่าตื่นเต้นเรื่องอะไรระหว่างกลัวถูกอาจารย์ดุที่คุยโทรศัพท์ในเวลาเรียนหรือการที่ต้องมารับสายของชานยอลกันแน่

 

(ให้เวลาถึงเที่ยง…)

 

ก็ไหนว่าภายในวันนี้

 

แบคฮยอนรู้สึกจะเป็นบ้า เขาแลบลิ้นเลียริมฝีปากที่แห้งผากด้วยความหนักใจ จู่ๆปลายสายก็เงียบหายไปแทนที่ด้วยเสียงคนคุยกันผ่านไมค์ ไม่กล้าคิดเลยว่าตอนนี้ชานยอลกำลังทำอะไรอยู่

 

“นี่พี่อยู่ในที่ประชุมเหรอครับ”

 

(ช่างเถอะ)

 

“ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ”

 

(นายน่ะ ถ้าไม่อยากมีปัญหาก็รีบๆส่งมันมา)

 

“รีบได้ที่ไหนกัน ผมเรียนอยู่นะ”

 

(…)

 

“ให้เลิกเรียนก่อนได้ไหมแล้วจะรีบจัดการให้”

 

(…)

 

“ฟังอยู่หรือเปล่าครับพี่รอง”

 

(…)

 

“พี่ครับ…”

 

(ฟังอยู่)

 

“อ่า…”

 

(เลิกเรียนแล้วบอกด้วย)

 

“ครั—”

 

(โทรฯมาบอกฉัน) อีกฝ่ายพูดแค่นั้นก่อนสายจะถูกตัดไป แบคฮยอนได้แค่นั่งมองหน้าจอโทรศัพท์ที่ว่างเปล่า ไม่อยากเชื่อว่าคนพรรค์นั้นจะโทรฯเข้ามาจริงๆ

 

“พี่ชายเหรอ”

 

แบคฮยอนหันไปหาเซฮุนอีกครั้ง

 

“อืม”

 

ก่อนจะพบว่าตัวเองได้เผลอลืมเพื่อนไปเสียสนิท

 

“ถ้าไม่เห็นกับตาว่าเป็นชื่อพี่ชายเราคงคิดว่ามีคนโทรฯเข้ามาจีบแบคฮยอนแล้วนะ”

 

“พูดอะไรแบบนั้น” แบคฮยอนตีแขนเพื่อนที่พูดจาอะไรประหลาดๆ แถมยังทำหน้าคาใจเหมือนกับว่าสงสัยในความสัมพันธ์จริงๆ

 

“ถ้างั้นก็อย่าทำหน้าแบบนั้นตอนรับสายอีกล่ะ”

 

“แบบไหนเหรอ”

 

“เหมือนเขิน”

 

“อ…”

 

“เพราะคนอื่นเค้าจะเข้าใจผิดแบบเราได้ อีกอย่าง…”

 

“…”

 

“ไม่มีใครเค้าคุยกับพี่ตัวเองด้วยท่าทางประหม่าแบบนั้นกันหรอกนะ”

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

เวลาเกือบสี่โมงเย็น เหล่าคณะกรรมการผู้บริหารบริษัทผลิตยานยนต์รายใหญ่ต่างทยอยออกจากที่ประชุม ร่างสูงสมส่วนของผู้รักษาการตำแหน่งซีอีโอคนปัจจุบัน หรือที่ใครต่อใครต่างเรียกกันจนชินปากว่า‘บอส’ นั้นเดินออกจากห้องเกือบคนสุดท้ายทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมงยังนั่งควงปากกาเล่นเพื่อรอให้เวลานี้มาถึงแท้ๆ

 

‘ขอโทษนะครับ อยากโทรฯบอกด้วยตัวเองแต่กลัวจะรบกวนเวลาประชุม’

‘อาจารย์เพิ่งแจ้งพวกเราว่าจะมีคลาสเสริม’

‘ไม่รู้ว่าจะเสร็จกี่โมง’

‘เพราะแบบนั้น วันนี้คงไม่ได้กลับด้วยแล้ว’

‘หวังว่าพี่รองจะได้อ่านข้อความนี้ของผมนะครับ’

 

แมสเสจที่ถูกส่งมาโดยน้องชายยังชัดเจนอยู่ในสมองเมื่อเขาได้อ่านทวนมันหลายรอบทั้งที่เข้าใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้รับสาร หน้าตาหล่อเหลาแสนสมบูรณ์แบบดูเรียบเฉยไม่สบอารมณ์ เขาไม่ได้ตอบกลับข้อความของน้องชาย เพียงแต่เปิดอ่านมันก่อนจะรับนัดจากใครอีกคนแทน

 

“บอสจะไม่ไปทานข้าวกับบอร์ดจริงเหรอคะ”

 

“ถ้าไปคุณก็เห็นแล้วสิ”

 

“ขอโทษค่ะ” หญิงสาวที่ถือแฟ้มเอกสารเดินจ้ำตามมาด้านหลังละล่ำละลักบอก ท่าทางเจ้านายจะอารมณ์ไม่ดี หน้านิ่วคิ้วขมวดทั้งที่การประชุมผ่านไปด้วยดีแท้ๆ ทีกับเมื่อวานมีแต่หัวข้อเครียดๆอีกฝ่ายกลับดูดีกว่านี้มาก ซ้ำยังออกจากห้องประชุมไปเป็นคนแรกอีกด้วย

 

“ผมขอรายงานการประชุมมะรืนนี้เลยนะ”

 

“ข ขา?”

 

“ช่วยทำให้เรียบร้อยด้วย” พูดพลางเดินทิ้งไปโดยไม่หันกลับมามองสภาพคอตกของเลขาสาวที่เพิ่งเข้ามาทำงานไม่ถึงหกเดือน

 

“โน่นก็ต้องส่ง! นี่ก็ต้องทำ!” พนักงานใหม่อย่างเธอล่ะอยากจะกรี๊ด

 

 

 

 

 

ตุ่บ…

 

ปาร์คชานยอลปลดสูทตัวนอกออกก่อนจะโยนมันไปที่เบาะข้างๆ กระดุมเชิ้ตเม็ดบนสุดถูกปลดต่ออีกสามเม็ดด้วยความรำคาญใจ ก่อนจะควงพวงมาลัยรถหรูออกจากบริษัทเขาตอบรับนัดสำรองไปอีกครั้งเป็นการยืนยันว่าไม่เบี้ยวแน่นอน

 

ร้านอาหารกึ่งบาร์สไตล์ฝรั่งคือสถานที่นัดหมาย เขาใช้เวลาขับรถเพียงไม่นานก่อนจะมาถึงสถานที่อันคุ้ยเคยแห่งนี้ ร้านของเพื่อนสนิทสมัยไฮสคูลเขาเอง โด คยองซู

 

แต่ใช่จะมีนัดกับเจ้าของร้านเสียเมื่อไหร่ ทันทีที่มาถึงร่างสูงสืบเท้าเดินเข้าไปยังโต๊ะที่นั่งประจำซึ่งมีเพื่อนสนิทอีกคนของเขาได้มานั่งรออยู่ก่อนแล้ว

 

“ให้ตาย…”

 

เพื่อนสนิทคนที่ว่าแทบจะลุกขึ้นยืนต้อนรับเมื่อเห็นว่าคุณชายรองเสด็จมาตามนัดได้จริงๆ หลังจากเบี้ยวกันมาหลายต่อหลายครั้ง

 

“ในที่สุดฉันก็ได้พบซีอีโอที่ฮอตที่สุดในค.ศ.นี้จนได้”

 

“เวอร์ซะไม่มี” ร่างสูงเบ้หน้าให้กับเพื่อนสนิทของตัวเอง ชายหนุ่มผิวสีแทนนั่งกลั้วหัวเราะในลำคอขณะเอี้ยวตัวมาด้านหน้าพร้อมกับเท้าคางมอง

 

“อะไรทำให้นายเปลี่ยนใจรับนัดฉันกะทันหัน”

 

“ก็ว่าง”

 

“ว่าง?”

 

“แค่นั้นไม่พอหรือไง”

 

“พออยู่แล้วล่ะน่า” คิม จงอินยักคิ้วให้อย่างอารมณ์ดีก่อนจะหันไปกวักมือเรียกพนักงานมารับออเดอร์ ปาร์คชานยอลแค่พยักพเยิดหน้าให้เพื่อนรับหน้าที่จัดการสั่งอาหารและเครื่องดื่มในขณะที่ตัวเองเอาแต่นั่งไขว่ห้างมอง ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นเพื่อนสนิทกับเจ้าของร้านมานาน แต่เป็นคิมจงอินต่างหากที่มาใช้บริการร้านนี้บ่อยกว่าใคร

 

“ประชุมวันนี้เป็นยังไง”

 

“ก็ไม่ยังไง น่าเบื่อ”

 

“ไม่มองเลขาสาวสวยคนที่ร้อยของนายแก้เบื่อล่ะ”

 

“ช่วงนี้ฉันไม่มีอารมณ์ขึ้นเตียง”

 

“ไม่ไหวแล้วมั้ง” จงอินยิ้มฟังขณะเป็นฝ่ายอาสารินไวน์ให้ เขาสนิทกับคุณชายรองตั้งแต่ตอนที่เรียนแคลิฟอร์เนียด้วยกัน อีกทั้งตระกูลคิมเป็นเจ้าของบริษัทประกันภัยรายใหญ่ซึ่งโคกับทางบริษัทชานยอลอยู่เลยทำให้สนิทกันไม่ยาก

 

“ถึงว่าสิ ทำงานไม่กี่ปีริ้วรอยขึ้นหน้าหล่อๆของนายไปเยอะแล้ว” ปาร์คชานยอลแค่นเสียงหัวเราะในลำคออย่างไม่ใส่ใจ ด้วยวัยแล้วมันก็คงจะเป็นแบบนั้น แต่คิดอีกทางเขาว่าคิมจงอินกำลังหาเรื่องมากวนตีนมากกว่า

 

“แล้วรู้เรื่องแล้วใช่ไหม”

 

“เรื่องอะไร”

 

“ที่เธอกำลังจะมา”

 

“เธอ?”

 

เซเรน่า

 

ชื่อของบุคคลที่สามทำเอาปลายนิ้วใหญ่ซึ่งกำลังไถหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองชะงักไปครู่หนึ่ง คิ้วหนาที่พาดขนานกับดวงตาคู่คมค่อยๆคลายออกจากกันก่อนกลายเป็นสีหน้าเรียบเฉยราวกับไม่ได้รู้สึกใดๆต่อคำบอกเล่าของคิมจงอิน

 

“อะไรกัน แฟนจะมาทั้งคนนายไม่รู้สึกตื่นเต้นอะไรหน่อยเหรอ”

 

“เคยบอกหรือไงว่าเป็นแฟน”

 

“เออ ไม่เคยบอกแต่คนเค้าก็รู้กันทั่วนั่นแหละว่าพวกนายเป็นอะไรกัน”

 

“ไร้สาระ”

 

จงอินไหวไหล่ไม่รับคำด่า ที่คบกันนานก็เพราะว่ามีอะไรคล้ายกัน ชานยอลก็เหมือนกับเขา มีคนพิเศษในใจแต่ก็ยังไม่ยอมรับใครเป็นตัวเป็นตน เปลี่ยนคู่นอนเหมือนเปลี่ยนเสื้อผ้า ไม่คบใครจริงจัง ไม่เคยพูดถึง ไม่เคยเหงา ไม่เคยเปรยให้ใครคนไหนฟังถึงเรื่องแต่งงาน แม้ว่าเพื่อนฝูงที่เคยคบกันหลายๆคนจะเริ่มทยอยมีครอบครัวกันไปแล้วก็ตาม

 

“แล้วยังไง จะมาก็ปล่อยเธอมาโดยไม่สนใจน่ะนะ”

 

“นายดูแลเธออยู่แล้วจงอิน”

 

“พนันเลยว่าเซเรน่าต้องไม่ถูกใจสิ่งนี้” จงอินเป็นคนคุยสนุกไม่ช่างเซ้าซี้ เพราะงั้นปาร์คชานยอลถึงได้ดูผ่อนคลายทุกครั้งเวลาอยู่กับเพื่อน ไม่ต้องมาคอยนั่งปั้นหน้าขรึมเหมือนตอนที่อยู่กับใคร

 

“และขอร้องเถอะ นายเลิกทำตัวประหลาดแบบนั้นจะได้ไหม”

 

“อะไร”

 

“เอาแต่ดูรูปเด็กคนนั้นซ้ำๆน่ะ เหมือนโรคจิตเลยว่ะเพื่อน” สิ้นคำปาร์คชานยอลยอมละสายตาออกจากหน้าจอโทรศัพท์ซึ่งมีภาพเด็กน้อยคนหนึ่ง เขาไหวไหล่เชิงว่าคิมจงอินน่าจะชินได้แล้วที่เขาเป็นแบบนี้

 

“ไม่เบื่อบ้างหรือไง”

 

“เคยเห็นฉันเบื่อไหมล่ะ”

 

“ยอมเลย” จงอินยกแก้วไวน์ขึ้นมาตรงหน้าก่อนจะกระดกดื่มแด่เพื่อนสนิทของตัวเอง “รักอะไรจะยิ่งใหญ่เท่ารักของคุณชายรอง”

 

คนฟังแค่นยิ้มตอบก่อนจะยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ ตลอดเวลาที่นั่งอยู่ตรงนั้นสายตาเขาเอาแต่จ้องมองเวลา ทั้งที่ก็ไม่รู้ว่าทำไปเพื่ออะไรแต่ก็ยังจะให้ความสนใจกับมันอยู่ดี

 

“อย่างว่าแหละ กินเด็กเป็นอมตะ แต่หากินเรื่อยๆก็ต่อลมหายใจดีจริงไหม”

 

“เลอะเทอะ”

 

“ยอมรับความจริงหน่อยน่าคุณชาย”

 

“ฉันไม่ยอมรับความจริงตรงไหน”

 

“ตรงที่ทำตัวน่ากลัวแต่ก็ยังเอาแต่บอกว่าปกติดี”

 

“การที่ฉันมักจะมานั่งดื่มอยู่กับนายสองคนเป็นประจำจนใครต่อใครเค้าคิดว่าเป็นคู่ขาไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวที่สุดเหรอ”

 

“บ้าชะมัด คิดกันไปได้ไงวะ” ถ้าไม่ได้เซเรน่า เพื่อนผู้หญิงเพียงคนเดียวในกลุ่มมาช่วยบอกเลยว่าพวกเขาคงไม่พ้นคำครหา แค่คิดก็ขนลุก

 

เสียง กริ๊ก~ ยามเมื่อแก้วกระทบกันครั้งแล้วครั้งเล่าและเสียงคุยกันอย่างถูกคอบอกให้รู้ว่ายามเมื่อได้ปลดสูทเจ้าชายออกจากบ่า พวกเขาก็เป็นเพียงแค่ผู้ชายธรรมดาๆที่รักการสังสรรค์และความสบายใจเท่านั้นเอง

 

“ว่าแต่พามาให้รู้จักสักทีสิ ใกล้จะเรียนจบแล้วนี่ เด็กน้อยคนนั้น…”

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

ดูคาติคันสีดำค่อยๆเคลื่อนเข้าเขตหมู่บ้านซึ่งได้ชื่อว่าเป็นย่านมหาเศรษฐีอาศัยอยู่ทั้งแถบ ไฟหน้ารถสาดพื้นถนนและมุ่งตรงสู่บ้านหลังใหญ่ที่สุดในซอยเพื่อส่งผู้โดยสารตัวน้อยที่กำลังนั่งตัวสั่น ซุกหน้ากับแผ่นหลังกว้างอาศัยร่างสูงโปร่งของเพื่อนสนิทเป็นกำบังลมหนาวมาตลอดทาง

 

“ขอบคุณที่มาส่งนะ”

 

ร่างเล็กกล่าวขอบคุณพร้อมกับส่งหมวกกันน็อคคืนให้กับเพื่อน อาการปากคอสั่นเพราะอากาศหนาวทำเอาเจ้าของรถแอบรู้สึกผิด แต่แก้มแดงๆที่เหมือนกับลูกโมจินั้นก็ช่างน่าเอ็นดู โอ เซฮุนมองแล้วยังนึกอยากขับพาอีกคนไปนั่งรับลมเล่นต่อเลย

 

“วันหลังไปกันอีกไหม”

 

“ขอคิดดูก่อน” คนตัวเล็กบอกทีเล่นทีจริงเอาใจเพื่อนก่อนจะได้รับเสียงหัวเราะทุ้มๆมาเป็นรางวัล

 

“สี่ทุ่มแล้วเซฮุนรีบกลับบ้านเถอะ อากาศเย็นลงเรื่อยๆเดี๋ยวจะไม่สบาย”

 

“เป็นห่วงเหรอ”

 

“ดื่มหมดไปหลายกระป๋องแบบนี้ไม่ห่วงได้ยังไง” แสงสลัวจากไฟประตูรั้วที่สาดลงมานั้นทำให้แบคฮยอนเห็นว่าหน้าเซฮุนแดงขนาดไหน แบคฮยอนรู้สึกคิดผิดที่เอาแต่ตามใจ ยอมเชื่อฟังเซฮุนตั้งแต่ให้อีกฝ่ายพาไปเถลไถล ทั้งที่ควรจะรีบกลับบ้านเหมือนทุกทีแต่หลังจากเลิกเรียนคลาสเสริมไปตอนเกือบทุ่ม เขาก็ซ้อนมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ยอมให้อีกคนพาไปทุกที่ที่อยากไป แถมยังปล่อยให้เพื่อนดื่มไปตั้งหลายกระป๋องแหนะ

 

“เพราะมีความสุขถึงอยากดื่มเยอะๆรู้ไหม…”

 

“รู้แล้ว”

 

“แล้วรู้ด้วยหรือเปล่าว่าเรายังไม่อยากกลับ” สายตาเซฮุนบอกแบบนั้นจริงๆ อีกฝ่ายเอาแต่จ้องหน้ากันโดยที่ไม่ยอมละสายตาไปทางอื่น ทั้งยังเอื้อมมือมาเกลี่ยผมหน้าของแบคฮยอนเล่น

 

“หนาวมากเลย เซฮุนกลับบ้านก่อนดีกว่าไหม”

 

ให้จูบก่อนสิแล้วจะกลับ

 

“…”

 

“ฮ่ะๆ”

 

“เมาแล้วเนี่ย” แบคฮยอนส่ายหน้าพยายามไม่ใส่ใจกับคำพูดของเพื่อน เขายืนกอดตัวเองขณะมองเซฮุนยกมือขึ้นมาเหมือนยอมจำนนพลางสตาร์ทรถอีกครั้ง อีกฝ่ายขยับปากบอกเบาๆว่า‘กลับก่อนนะ’ จากนั้นก็หยุดมองหน้ากันอีกครู่ใหญ่กว่าจะยอมขับออกไป

 

แบคฮยอนถึงกับพรูลมหายใจ บรรยากาศแปลกๆเมื่อกี้นี้กับคำพูดของเซฮุนกำลังทำให้เขาไปไม่เป็น

 

 

 

 

“อ…”

 

สองเท้าซึ่งกำลังขยับเดินเข้าบ้านชะงักกึกเมื่อดวงตาเรียวรีเหลือบมองขึ้นไปบนระเบียงหน้าบ้านชั้นสองแล้วพบว่ามีใครกำลังยืนกอดอกมองลงมา

 

แบคฮยอนเห็นนัยน์ตาคมคู่นั้นไม่ชัดเท่าไหร่หากแต่อุณหภูมิร่างกายกลับร้อนขึ้นมาดื้อๆทั้งที่อากาศรอบกายหนาวจัดออกแบบนี้

 

“…”

 

ร่างสูงหันหลังเดินหายไปแล้วแต่ความรู้สึกหวั่นกลัวของแบคฮยอนยังคงอยู่ วันนี้เขาเหลวไหล ยอมไปกับเพื่อนโดยไม่ได้โทรฯขอคนที่บ้านทั้งยังกลับเอาป่านนี้ แค่คิดถึงสิ่งที่ได้ทำลงไปแบคฮยอนก็รู้สึกกลัวความผิดขึ้นมา

 

ร่างเล็กเป่าลมหายใจก่อนตัดสินใจเดินต่อ พยายามลงน้ำหนักเท้าให้เบาที่สุดเพื่อไม่ให้รบกวนใครในบ้าน หรืออีกนัยหนึ่งคือเขาไม่อยากให้ใครมาพบเห็นอีกแล้วโดยเฉพาะคุณนม

 

ภายในบ้านเงียบเชียบ มีเพียงแสงไฟจากแชนเดอร์เลียตรงบันไดวนขึ้นชั้นสองที่เปิดอยู่ โชคดีที่คุณนมไม่ออกมาเดินตรวจความเรียบร้อยเวลานี้ และเป็นโชคดีของแบคฮยอนเหลือเกินที่ไม่พบหน้าคุณชายรองอย่างที่คิดกลัวไปต่างๆนานา

 

 

 

“อ๊ะ…!”

 

 

 

จนกระทั่งเข้าห้องนอน แบคฮยอนถึงได้พบว่าสิ่งที่ตัวเองพยายามมองหาและกลัวที่จะได้เผชิญหน้าอีกครั้งนั้นได้มานั่งปั้นหน้าเข้มรออยู่ก่อนแล้วต่างหาก

 

 

ปาร์ค ชานยอลอยู่ตรงนั้น

นั่งกอดอกทิ้งขาลงข้างเตียงนอนของแบคฮยอน

 

 

ใครมาส่ง

 

เสียงเข้มติดดุถามขึ้นพร้อมกับจ้องเขม็งอย่างเอาเรื่อง

 

“พ เพื่อนครับ”

 

“โอ เซฮุน”

 

“ครับ เซฮุน…”

 

“คนขับรถที่บ้านไม่มีหรือไงถึงต้องให้คนอื่นมาส่ง”

 

“ดึกแล้วผมไม่อยากรบกวน”

 

“แล้วไปไหนมาถึงกลับดึกดื่น”

 

“ผมส่งข้อความบอกพี่ไปแล้วนี่ครับ”

 

“ฉันเช็คแล้วนายเลิกเรียนตั้งแต่หนึ่งทุ่ม”

 

“…”

 

“ตอนนี้สี่ทุ่มกว่า จากมหา’ลัยมาที่บ้านใช้เวลานานขนาดนั้นเลยเหรอ” ร่างสูงลุกขึ้นจากเตียงก่อนจะย่างสามขุมเข้ามาใกล้ร่างเล็กที่กำลังยืนตัวสั่นไม่ยอมสบตา ใกล้จนได้กลิ่นหอมสะอาดมาจากชุดนอนของผู้เป็นพี่ ใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจหนักๆดังอยู่เหนือศีรษะชัดเจน

 

“ว่าไงเด็กเลี้ยงแกะ” เสียงทุ้มถามลอดไรฟัน มันไม่ได้ดังมากแต่กลับทำคนฟังรู้สึกกลัว แบคฮยอนรู้สึกว่าตัวเองตัวเล็กลงเรื่อยๆ เอาแต่ยืนกัดปากเหมือนเด็กจริงๆนั่นแหละ

 

“นายไปไหนมากันแน่”

 

“ไปขับรถเล่นมาครับ”

 

สุดท้ายก็ต้องยอมพูดความจริง

 

“ขอใครหรือยัง”

 

“ยังครับ เพราะคิดว่าจะไปไม่นานเลยไม่ได้ขอ อีกอย่าง—”

 

“แล้วทำไมไม่ขอ—”

 

ผมโตแล้ว” แบคฮยอนได้ยินเสียงหัวเราะหึในลำคอของคนตัวสูงตอนที่เขาเงยหน้าขึ้นพูดแทรกด้วยท่าทางจริงจังไม่แพ้กัน “จะไปไหนกับเพื่อนเหมือนคนอื่นๆบ้างไม่ได้เลยเหรอครับ”

 

“ไม่ได้ห้าม แต่นายต้องขอ—”

 

“ทำไมต้องขอ ทำไมต้องคอยรายงานทุกการกระทำในเมื่อพี่เองก็ไม่ได้มีเวลาจะมาฟังเรื่องของผมมากขนาดนั้น!”

 

“…”

 

“ผมอึดอัด”

 

“แล้วรู้ได้ยังไงว่าฉันไม่มีเวลา” ร่างสูงกัดฟันกรอดถามกลับ “ถ้าต้องการอิสระมากนักก็ไปร้องขอจากคนอื่นเพราะฉันไม่มีให้”

 

“ที่จริงผมก็ไม่ได้เป็นอะไรกับคนในบ้านหลังนี้พี่ไม่จำเป็นต้อง—”

 

“ถ้ายังไม่อยากตายก็หยุดพูดเรื่องแบบนั้น” ชานยอลพูดขู่พลางเดินชิดเข้ามาจนแบคฮยอนต้องถอยหลังติดผนังห้อง ความรู้สึกตอนนี้มันทั้งกลัวทั้งน้อยใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากยืนตัวสั่นให้อีกฝ่ายคาดโทษ

 

“มันผิดนักเหรอครับกับแค่การที่ผมอยากไปกับเพื่อน”

 

“ไม่ผิดแต่ฉันไม่ชอบ”

 

“คนเผด็จการ”

 

“ไม่ชอบให้โกหก ไม่ชอบให้มันมาส่ง”

 

“แล้วทำไมต้องไม่ช—”

 

“ไม่ชอบให้นายดื้อแบบนี้ด้วย!”

 

“…”

 

รอบตัวเงียบกริบ ดวงตาคู่คมจ้องเขม็งแทนคำต่อว่า แบคฮยอนได้แต่เม้มปากเป็นเส้นตรงไม่กล้าแม้แต่จะหายใจเพราะใบหน้าอยู่ใกล้กันมาก

 

“อ…”

 

ถึงกับลมหายใจสะดุดเมื่อใบหน้าหล่อโน้มลงมาใกล้ ปาร์คชานยอลกดจมูกลงบนบ่าของเขาเพื่อดมกลิ่นและนั่นทำเอามือน้อยเผลอขยุ้มแขนเสื้อนอนของคนเป็นพี่ด้วยความตกใจ

 

“ท ทำอะไรครับ”

 

“ทำไมมีกลิ่นน้ำหอม…” ชานยอลขมวดคิ้วพึมพำ ปกติแบคฮยอนไม่ใช้น้ำหอมแต่คงเป็นเพราะเซฮุนให้ยืมเสื้อแจ็คเกตตอนที่ซ้อนรถมาด้วยกันกลิ่นเลยติดตัวมา

 

 

 

น่าแปลกตรงที่ว่า

พี่ชายจำกลิ่นเขาได้ด้วยหรือไง

 

 

 

“อย่าทำอีก”

 

“…”

 

“อย่าให้มีครั้งหน้าไม่อย่างนั้นนายได้มีเรื่องกับฉันจริงๆแน่”

 

ตอนที่ร่างสูงเงยหน้าขึ้นมาพูดด้วย ริมฝีปากหนานั้นขยับเฉียดปลายจมูกไปนิดเดียวเล่นเอาแบคฮยอนเผลอลืมหายใจ สถานการณ์ที่ยากจะรับมือแบบนี้มันอะไรกันแน่ ในความดุดันของอีกฝ่ายทำไมแบคฮยอนรู้สึกกลัวน้อยลง หากแต่กลับแทนที่ด้วยความรู้สึกอื่นที่ก็บอกตัวเองไม่ถูกเหมือนกันว่ามันคืออะไร…

 

“รีบไปอาบน้ำ ฉันไม่อยากได้กลิ่นของมัน”

 

 

 

 

 

TBC.

 

 

 

 

 

ยิ่งกว่าจงอางหวงไข่ก็พี่ชายบ้านนี้แหละเนอะ…
 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.649K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,384 ความคิดเห็น

  1. #10359 chanbaekjan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 เมษายน 2564 / 15:39
    อ้ย พี่ใหย่หึงหวงน้องแลงมากกก
    #10,359
    0
  2. #10345 Hollydecemx (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 เมษายน 2564 / 11:16
    จาไม่หวงได้ยังงายยยเค้ารักของเค้าอะเนอะ
    #10,345
    0
  3. #10313 Isabellbest (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มีนาคม 2564 / 01:50
    เด็กน้อยในรูปจะเป็นใครไปได้อีกล่ะคะ เค้าก็รักของเค้ามาตั้งนาน รักใครจะยิ่งใหญ่เท่าคุณชายรอง อย่างที่ว่านั้นแหละค่ะ ก็ให้เค้าหวงหน่อยถึงจะเจ้าชู้ไปเยอะแต่ขอพื้นที่หน่อยนะคะ🥺
    #10,313
    0
  4. #10310 Pinkkaboo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มีนาคม 2564 / 21:27
    หวงแหละแต่ปากร้ายไว้ก่อนอือๆๆ
    #10,310
    0
  5. #10260 HoneyB'c (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 / 12:26
    เขารักของเขามาตั้งนาน จะไม่ให้หวงให้หึงได้ยังไงเนาะ
    #10,260
    0
  6. #10245 awz1 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 / 17:25
    หวงก็บอกเขาสิคะ
    #10,245
    0
  7. #10238 Louknam13 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 / 19:25
    หวงแหละดูออก
    #10,238
    0
  8. #10115 sp.panpann (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 มกราคม 2564 / 06:51
    อัลฟ่าห่วงถิ่นมาก
    #10,115
    0
  9. #10099 Benz Satita (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 00:55

    พี่รองอย่าหึงสิค่าาาส555
    #10,099
    0
  10. #10074 Samorn1 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 12:30
    อ่อนโยนต่อน้องบ้างนะพี่รอง
    #10,074
    0
  11. #9982 ChungWila (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มกราคม 2564 / 23:20
    คือถ้าจะหวงเก่งขนาดนี้ก็แสดงออกมาให้ชัดกว่านี้ได้พี่!!!! อย่าดุน้อง!!!!!
    #9,982
    0
  12. #9923 ppcyn (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มกราคม 2564 / 01:48
    ทำไมเขินนนนนนน หึ้ยยยย
    #9,923
    0
  13. #9891 Chinwara (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 14:18
    พี่ชายรองอย่าtoxicสิคะ
    #9,891
    0
  14. #9885 sunny lin (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 00:00
    ยิ่งกว่าร็อคไวเลอร์ก็พี่ชายรองนี่แหละจ้า
    #9,885
    0
  15. #9859 kybx (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2563 / 02:02
    ทำไมดุขนาดนี้เนี่ยยย
    #9,859
    0
  16. #9661 0897175268 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2563 / 21:29
    อ้าว หวงน้องเก่ง
    #9,661
    0
  17. #9660 0897175268 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2563 / 21:29
    อ้าว หวงน้องเก่ง
    #9,660
    0
  18. #9636 Jennysupat18 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2563 / 08:39
    อิตาพี่!!!!ดุน้องทำไม!!!!!ชั้นจะเชียร์เซฮุนละนะ!!!!
    #9,636
    0
  19. #9600 MaYplE (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2563 / 20:47

    หวงก็ทำกับน้องให้มันดี ๆ หน่อยสิ นี่อะไร!!!

    #9,600
    0
  20. #9596 pcy_614 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2563 / 23:01
    ขี้หวงมากกสงสารน้อง🥺
    #9,596
    0
  21. #9586 안시리민 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2563 / 14:37
    มันเกินไปไหมคะ ให้อิสระน้องเถอะ
    #9,586
    0
  22. #9533 Fahak61 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 / 18:51
    ก็แค่พี่หวงน้องแหละ เนอะๆๆๆ //ยิ้มกริ่ม.เอาอีกๆๆๆๆ
    #9,533
    0
  23. #9384 B_hundred_Beam (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 / 05:06
    หวงอะไรขนาดนั้นค๊าาา น้องโตแล้วเด้ออ
    #9,384
    0
  24. #9226 nitaaa__ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2563 / 18:43
    เซฮุนแรงกว่านี้ เอาหนักๆ
    #9,226
    0
  25. #9025 Pseewhy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2563 / 02:51
    แต่เกินไปมากๆ น้อง22แล้วพึ่งเคยออกไปกับเพื่อน
    #9,025
    0