HYUNG 형 | Chanbaek -END-

ตอนที่ 31 : Epilogue

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,474
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 680 ครั้ง
    13 ม.ค. 64

 

 

 

 

 

 

 

ความรู้สึกของเราสองคนเดินทางมาไกลเหมือนกันนะ…

 

 

 

 

 

 

“จะกลับแล้วเหรอคะน้องแบคฮยอน”

 

“ครับ”

 

“เก็บของไวแบบนี้มีนัดต่อแน่เลย”

 

“ฮ่ะๆ ขออนุญาตกลับไวสักวันนะครับ ไฟล์งานที่พี่ถามเมื่อตอนกลางวันผมส่งให้หัวหน้าแล้ว”

 

“ส่งแล้วเหรอคะ? ยังไม่ถึงกำหนดเลยพี่ไม่ได้เผลอเร่งคุณใช่ไหม โอ้ย” เสียงโอดครวญของพนักงานสาวโต๊ะข้างๆทำเอาเพื่อนร่วมแผนกต่างพากันหัวเราะ ไม่เว้นแม้แต่ร่างเล็กที่กำลังนั่งเก็บของเมื่อเวลาเลิกงานมาถึง

 

 

 

‘คุณขาดคุณสมบัติ’ 

 

 

นับจากวันที่บอสใหญ่แห่งปาร์คกรุ๊ปฯได้ลั่นวาจาในห้องสัมภาษณ์เมื่อครั้งก่อน ก็เห็นจะเป็นเวลากว่าหนึ่งเดือนแล้วที่แผนกตรวจสอบภายในและบัญชี มีพนักงานใหม่อย่างคุณหนูแบคฮยอนเข้ามาร่วมทีมด้วย

 

จะว่าไม่กระอักกระอ่วนเลยคงดูขี้ประจบไปหน่อย เพราะต่อให้แบคฮยอนเป็นกันเองอย่างไร สุดท้ายฐานะของเขาก็ยังทำให้เพื่อนร่วมงานอดเกร็งไม่ได้อยู่ดี บางคนเลี่ยง บางคนพยายามปรับตัวเข้าหา ชวนคุยเล่นต่างๆนานา ซึ่งไม่ว่าจะมาในรูปแบบใดแบคฮยอนก็เข้าใจเป็นอย่างดี

 

ช่วยไม่ได้นี่นะ 

 

ทุกอย่างต้องใช้เวลา แม้แต่เขาเองก็ยังต้องปรับตัวให้เข้ากับคนอื่นๆเหมือนกัน 

 

 

“โซฮีนูน่ากลับแล้วเหรอครับ”

 

“เก็บกระเป๋ากลับไปคนแรกแล้วค่ะ เห็นว่าแฟนมารับลงไปช้าเดี๋ยวทะเลาะกันอีก”

 

“ดุขนาดนั้นเชียว”

 

“แล้วบอสล่ะคะ…” เสียงเลื่อนเก้าอี้เข้ามาใกล้ของพี่สาวโต๊ะข้างๆทำเอามือเรียวชะงักไปครู่หนึ่ง “ดุหรือเปล่า?” เพียงได้ฟังคำถามแบคฮยอนก็ถึงกับหลุดยิ้มออกมา

 

“ซูยอง แทนที่แกจะถามน้องว่าบอสดุหรือเปล่าควรถามว่าเมื่อไหร่จะมีข่าวดีให้พวกเราได้ยินมากกว่านะ” สาวแว่นอีกคนยื่นหน้าออกมาจากพาร์ทิชั่นด้านหลัง

 

“ของแบบนั้นใครมันจะไปกล้าถามกัน”

 

“ถามหน่อยน่า น้องแบคฮยอนไม่ดุสักหน่อย”

 

“ไม่เอาหรอก ขืนถามแล้วโดนหมายหัวไล่ออกฉันก็แย่น่ะสิ…” สองสาวสายบันเทิงประจำแผนกจงใจพูดรับส่งกันให้แบคฮยอนได้ยิน เมื่อเห็นว่าเจ้าตัวไม่ได้มีท่าทีขุ่นเคืองใดๆ กลับส่ายหน้าแล้วยิ้มขำอย่างเข้าทาง หลายคนที่แอบนั่งฟังอยู่ห่างๆเลยพากันลุกออกมาเกาะกลุ่มฟังด้วยอย่างอยากรู้อยากเห็น เล่นเอาคนถูกกดดันกลายๆแก้มแดงอย่างน่ามอง

 

“หรือว่าถามได้คะ?”

 

 

 

ภาพลูกน้องที่กำลังล้อมวงคุยเล่นกันหลังเวลาเลิกงานคนเป็นเจ้านายเข้ามาเห็นแล้วไม่อยากขัดบรรยากาศ

 

ถึงแม้จะมีชื่อตัวเองในประเด็นสนทนาแต่เพราะเป็นอีกหนึ่งคนที่อยากรู้คำตอบด้วย ปาร์คชานยอลเลยไม่ได้แสดงตัว 

 

“ถามอะไรครับ” 

 

ร่างสูงเกยสะโพกกับโต๊ะใครสักคน ปลายนิ้วชี้แตะริมฝีปากตนเองเพื่อปิดปากพนักงานคนที่ทำหน้าตื่นตกใจตอนที่หันมาเจอเขา

 

“ใกล้จะมีข่าวดีหรือยังน้อ…” 

 

แล้วกอดอกฟังต่ออย่างตั้งใจ เพราะไม่เคยคุยเรื่องนี้กับอีกฝ่ายมาก่อนเหมือนกันเลยอยากฟังว่าแบคฮยอนจะตอบคนอื่นว่ายังไง

 

“เรื่องนั้นผมก็ไม่รู้เหมือนกัน”

 

“อ้าว…”

 

คำตอบซื่อตรงจนคนฟังเกือบหลุดขำออกมา

 

“คงไม่มีเรื่องแบบนั้นหรอกมั้งครับ”

 

“ไหงเป็นงั้นล่ะคะ—”

 

อะแฮ่ม

 

“บอส!” 

 

วงถึงกับแตกกระเจิงเมื่อร่างสูงปรากฏตัว เหล่าพนักงานรีบยืนตัวตรงแหวกทางเดินให้กับเจ้านายหนุ่มที่ไม่รู้เข้ามาตั้งแต่ตอนไหน จะได้ยินลูกน้องกินเงินเดือนนินทาแล้วหรือยัง สีหน้าเรียบเฉยกับท่าทางสบายๆนั่นไม่ได้บ่งบอกอะไรเลย

 

 

เก็บของเสร็จหรือยังครับ

 

อีกอย่างพอเข้ามาบอสก็มุ่งหน้าไปหาคนตัวเล็กทันที ปฏิกิริยาที่ทั้งคู่มีต่อกันพลอยทำคนรอบข้างกลั้นยิ้มตามไปด้วย นัยน์ตาชวนเขินแฝงไว้ด้วยความขี้แกล้งเล็กๆ ถ้าหากแบคฮยอนไม่ได้นั่งอยู่ตรงนั้นก็คงไม่มีใครได้เห็น

 

“ครับ เสร็จแล้ว”

 

“ไปเลยไหม”

 

“ไปสิ”

 

“เอากระเป๋าหนูมาสิ พี่ถือให้”

 

“อ…” แบคฮยอนยังไม่ทันพูดอะไรร่างสูงก็ยึดกระเป๋าถือของเขาไปไว้ในมือ ไหนจะสรรพนามที่มีไว้ใช้เรียกกันส่วนตัวนั่นอีก ทำแบคฮยอนเขินจนต้องรีบลุกออกไปท่ามกลางเสียงหัวเราะคิกคักไล่หลังของพี่ๆ

 

“จับมือด้วยไหม”

 

“ไม่เป็นไรครับ”

 

“คนเค้าจะได้รู้ไงว่าเราเป็นอะไรกัน”

 

“ยังมีใครที่ไม่รู้อีกหรือ— อะ ผมบอกว่าไม่เป็นไรไง ทำไมพี่เป็นแบบนี้อยู่เรื่อย”

 

“แบบไหนครับ”

 

“ยิ่งห้ามก็ยิ่งทำ”

 

“คิดว่าจะบอกเป็นแฟนที่ดีมากซะอีก”

 

“ไม่รู้จักอายลูกน้องอีกแล้วนะครับบอส” ชานยอลกดยิ้มเดินหูทวนลมไปพร้อมกับจูงมือคนรักผ่านพนักงานที่กำลังทยอยกลับบ้าน แบคฮยอนรู้เลยว่าโดนแกล้ง แต่นอกจากแอบเบะปากให้แล้วก็ยังนึกวิธีเอาคืนแบบอื่นไม่ออก 

 

ราวกับว่าที่จริงแล้วตัวเองก็ชอบที่อีกฝ่ายกล้าหยอกเย้าและแสดงความเอ็นดูเขาต่อหน้าคนอื่นเหมือนกัน

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

“ปรับตัวได้บ้างแล้วสินะ” ร่างสูงเอ่ยถามพร้อมกับหักพวงมาลัยรถออกจากบริษัท มุ่งหน้าไปยังร้านอาหารกึ่งบาร์ที่นัดหมายกับกลุ่มเพื่อนเอาไว้

 

“ผมพยายามจะไม่ทำให้ทุกคนอึดอัด” ข้างกายเขามีตุ๊กตาหน้ารถที่รับปากจะไปด้วยและตอนนี้กำลังนั่งเลือกเพลงจากบรรดาเพลลิสทั้งหมดของเขาด้วยท่าทางคุ้นเคยเป็นอย่างดี

 

“เรื่องนั้นหนูทำได้อยู่แล้ว”

 

“เข้าข้างตัวเองว่าพี่กำลังชมผมได้หรือเปล่านะ” ชานยอลหัวเราะในลำคอ บรรยากาศระหว่างเขาและแบคฮยอนดีขึ้นเรื่อยๆ มันเป็นแบบนั้นทุกวันนับจากแบคฮยอนกลับมา ไม่สิ…ตั้งแต่ยอมเปิดใจเคลียร์กันมากกว่า พวกเขากำลังทำทุกอย่างแบบที่คู่รักหลายคู่เค้าทำกัน

 

ออกไปเดทบ่อยครั้ง หาโอกาสเจอกันแม้เป็นเพียงเวลาพักสั้นๆ 

 

เป็นเรื่องปกติหากผู้บริหารระดับสูงจะไม่ลงมาคลุกคลีพนักงานระดับล่าง แต่พอเปิดเผยสถานะว่าคบกันหลายคนกลับได้มีโอกาสเจอตัวบอสหนุ่มจนชักชินตา 

 

ชานยอลมักจะลงมาหาคุณหนูแบคฮยอนที่แผนกบ่อยๆ มารอรับกลับบ้านบ้าง บางครั้งก็มานั่งเฝ้าร่างเล็กทำงานอยู่ครึ่งค่อนวันเหมือนมีเวลาว่างมากมาย

 

ได้ยินว่าเคยถูกท่านประธานเรียกไปดุมาแล้ว

 

แต่สุดท้ายพนักงานที่อยู่ชั้นเดียวกันกับคุณหนูแบคฮยอนยังคงได้เห็นหน้าหล่อๆของคุณชายรองขยันแวะเวียนลงมาอยู่ดี

 

หลงขนาดนี้จะไม่ให้มีคนลุ้นเรื่องมงคลแทนได้อย่างไร

 

 

แล้วอยากแต่งไหม

 

“ครับ?” 

 

เสียงทุ้มที่อยู่ดีๆก็ดังขึ้นทำลมหายใจสะดุดนิดหน่อย ใบหน้าหล่อหันมามองเขาตอนที่รถหยุดติดไฟแดง แทบไม่ต้องถามซ้ำเมื่อสายตาคมคู่นั้นกำลังบอกทุกสิ่งทุกอย่างที่อยากรู้ แบคฮยอนมองมันก่อนจะส่งเสียงหัวเราะเบาๆ บรรเทาอาการหน้าร้อนวูบวาบของตัวเอง

 

“อยู่แบบนี้เราก็มีความสุขดีแล้วไม่ใช่เหรอ”

 

ไม่ตอบรับ หากแต่ก็ไม่ปฏิเสธ…

 

“แสดงว่าไม่อยากแต่ง”

 

“ไม่รู้สิครับ ผมก็แค่คิดว่าเรารอให้คุณนมชินก่อนดีกว่าไหมนะ…” ทั้งคู่หัวเราะอย่างช่วยไม่ได้เมื่อนึกถึงผู้อาวุโสที่บ้าน

 

มันก็จริง… ถึงคุณนมจะอนุญาตให้รักกันได้แล้วแต่บางเรื่องบางอย่างก็ยังต้องอาศัยเวลาปรับตัว จะทำทุกอย่างตามใจ แสดงความรักอย่างเปิดเผยโดยไม่สนใครเลยคงไม่ได้ อย่างน้อยๆก็คนในครอบครัว

 

“ถึงบอกไงว่าต้องเปลี่ยนผนัง”

 

“อ่า…”

 

“เวลาหนูร้องจะได้—”

 

ก็เปลี่ยนสิครับ” ตั้งแต่เรียนจบกลับมาแบคฮยอนดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาก นัยน์ตาไม่ได้สั่นไหวหรือแสดงความไม่มั่นใจ กลับกล้าใช้คำพูดที่เล่นกับใจคนฟัง แสดงความต้องการและบอกสิ่งที่กำลังรู้สึกออกมาตรงๆ 

 

เห็นพูดมาตั้งหลายครั้งแล้วไม่เห็นทำอะไรสักที

 

 

มันเขี้ยว

 

 

บางครั้งแบคฮยอนก็ทำให้ชานยอลรู้สึกว่าโตจนเริ่มตามไม่ทัน

 

แต่ทุกครั้งที่ไล่ตามกลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

 

ใจของเขาเต้นแรงให้กับแววตาที่ไม่ได้ใสซื่อเหมือนเคย

 

 

“ถ้างั้นพรุ่งนี้สั่งคนมาเปลี่ยนเลยแล้วกัน” ชานยอลกดยิ้มลึกให้เด็กน้อยที่ไม่ใช่เด็กน้อยอีกต่อไปแล้ว แขนยาวเนียนพาดไปกับเบาะที่ร่างเล็กนั่งเหมือนโอบกันอยู่ในที “คืนนี้นอนโรงแรมไปก่อน”

 

“โรงแรม?”

 

“อือฮึ”

 

“ไม่เห็นบอกผมล่วงหน้—”

 

“วันนี้วันศุกร์ครับ”

 

วันที่ต้องใช้เวลาด้วยกันตามข้อตกลงที่ได้ให้กันไว้

 

คนน่ารักทำหน้านึกตามก่อนร้องอ่อ พึมพำเบาๆว่า ‘ลืมเลย’ คุณชายรองเห็นดังนั้นก็วางกำปั้นลงกลางศีรษะทุยเป็นการคาดโทษทันที

 

“อย่ามาแกล้งทำลืม”

 

ร่างเล็กหัวเราะ เป็นจังหวะเดียวกับที่รถสปอร์ตคันหรูต้องเคลื่อนตัวออก

 

“แต่พรุ่งนี้เรามีนัดกับที่บ้านนี่นะ คงค้างที่อื่นไม่ได้ พี่ก็คงไม่ได้แกล้งลืมด้วยใช่ไหม”

 

เฮ้อ

 

คุณชายรองถอนหายใจอย่างนึกเซ็ง

 

“ไม่ถอนหายใจสิครับ”

 

ขณะที่แบคฮยอนยังเอาแต่หัวเราะอารมณ์ดี

 

“บางครั้งนายก็น่าตี”

 

“แล้วจะตีจริงๆเหรอ”

 

การตกหลุมรักใครสักคนเป็นเรื่องบ้า แม้จะรู้ตัวว่ากำลังถูกกวนอารมณ์ให้ขุ่น โดนยั่วยุให้ถึงขีดจำกัดของความอดทน ทว่าคุณชายรองกลับไม่ตอบโต้อะไรไปมากกว่าเบือนหน้าหนีแล้วซ่อนรอยยิ้มเอาไว้

 

ซึ่งเป็นอะไรที่ทำได้ห่วยแตกสุดๆ

 

“พี่บอกจะตีผมทั้งที่ปากกำลังยิ้มแบบนี้ผมก็กลัวแย่สิ” แบคฮยอนจับเขาได้ทันที ทั้งยังเอียงคอมองแล้วหัวเราะล้อเลียนอย่างน่ารัก ก่อนจะขุดหลุมฝังเขาด้วยคำพูดชวนใจสั่นและโคตรจะน่ารังแก

 

“ค้างไม่ได้แต่เรากลับดึกได้ไม่ใช่เหรอ ถ้าพี่อยู่กับเพื่อนไม่นานเราก็ยังพอมีเวลาอยู่ด้วยกันสองคนต่อ แต่จริงๆ…จะยกยอดวันศุกร์ไปเป็นวันอื่นก็ไม่เห็นเป็นไร ยังไงผมก็อยู่กับพี่ทุกวันอยู่แล้วนี่ครับ…”

 

คุณชายรองหลุดยิ้มกว้าง

 

เป็นอีกครั้งแล้วที่เด็กข้างๆทำให้เขามีความสุขได้ด้วยคำพูดเอาใจ ไม่รู้ว่าแบคฮยอนไปหัดเรียนรู้วิธีปั่นหัวแบบนี้มาจากไหน แต่ยอมรับว่ามันทำให้เขาติดกับได้จริงๆ

 

ชานยอลเคยเบื่อกับชีวิตจำเจที่วันๆมีแต่งาน

 

กระทั่งปล่อยหัวใจให้ได้รัก

 

เปิดโลกส่วนตัวให้เด็กคนหนึ่งได้เข้ามามีพื้นที่ เลือดในกายก็เริ่มสูบฉีดและอยากมีชีวิตเพื่อทำอะไรหลายๆอย่างที่ไม่เคยอยากทำ

 

 

 

เฮ้ย พาเด็กมาเปิดตัวจริงด้วยว่ะ คิดว่าคิมจงอินมันล้อเล่นซะอีก

 

อย่างเช่นการพาเด็กคนที่ว่าไปทำความรู้จักกับกลุ่มเพื่อนนักเรียนนอกที่สนิทกันในฐานะคนรักในค่ำวันนั้น

 

‘แล้วมันเป็นอะไรต้องให้น้องไปนั่งไกลขนาดนั้น’

 

หวง

 

‘ให้ตาย นายนี่มันนายจริงๆ’

 

‘ความใจแคบของหมอนั่นอีกยี่สิบปีก็คงไม่เปลี่ยน ครั้งก่อนมันก็เทฉันไว้ที่ร้านกับคิมจงอินสองคน นิสัยห่วยแตกสุดๆ’

 

‘จนตอนนี้เธอก็ยังโดนไอ้คุณชายมันเทอยู่อีกเหรอเซเรน่า น่าสงสารเกินไปแล้วนะ’

 

‘เงียบไปเถอะย่ะ แล้วคู่นี้นี่มันยังไง จำเป็นต้องนั่งเบียดกันขนาดนั้นไหมที่ว่างโซฟาเหลือตั้งเยอะแยะ!’

 

‘ฮ่าๆๆ’

 

ยืนยันความสัมพันธ์ด้วยการทำตัวติดกัน ไม่ว่าจะลุกออกไปข้างนอกหรือนั่งดื่มกับกลุ่มเพื่อนนับสิบ คุณชายรองแสดงออกโดยไม่อายว่าแบคฮยอนคือใคร เพราะแม้แต่ตอนที่ถูกเพื่อนแกล้งจับให้นั่งแยกคนละฝั่งในตอนหลัง แบคฮยอนก็ยังอยู่ในสายตาคมกริบของเขาอยู่ดี

 

เสียงโห่ประณามอย่างหมั่นไส้ดังไม่ขาดแต่ก็ไม่ได้สะทกสะท้าน การพบปะสังสรรค์ในคืนนั้นเป็นไปอย่างสนุกสนาน แบคฮยอนดูจะเข้ากับเพื่อนเขาได้ดีอย่างที่คิดไว้ ออกจะดีเกินไปด้วยซ้ำ เพราะกว่าจะถูกปล่อยตัวกันออกมาได้ก็เล่นเอาร่างเล็กคอพับคออ่อน

 

 

 

 

 

“วันนี้มีความสุขจัง…”

 

เสียงพึมพำตามด้วยการฮัมเพลงเบาๆยืนยันความรู้สึกของร่างเล็กทำคนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยรถยิ้มตาม นิ้วเรียววาดกระจกหน้าต่างที่จับฝ้าจากอากาศหนาวข้างนอกเล่น อีกมือถือกระป๋องเบียร์ที่ได้มาจากการรบเร้าชานยอลอยู่นาน กว่าคุณชายเขาจะยอมใจอ่อนลงไปซื้อมาให้

 

“ผมชอบเพื่อนพี่”

 

“เหรอ”

 

“แต่ชอบพี่มากกว่าเยอะเลย คิก…” ร่างสูงเอื้อมมือขยุ้มกลุ่มผมนุ่มนั้นด้วยความเอ็นดู แบคฮยอนในสภาพตาปรือกับการพูดไม่หยุดมาตลอดทางจะได้เห็นแค่เฉพาะเวลาแบบนี้แหละ ตอนที่เมาจนกลายร่างเป็นลูกแมว 

 

“ใกล้จะถึงบ้านเราแล้วเหรอ ใกล้จาถึงหรือยัง…”

 

“อืม”

 

“อย่าตอบห้วนๆสิค้าบ!”

 

“ใกล้แล้วครับ”

 

“จะมีคนดุผมหรือเปล่า ผมดื่ม”

 

“จะดุได้ยังไง ผมบอกว่าผมไม่ได้เมา”

 

“อ๋า…ผมไม่ได้เมา พี่เชื่อแล้วใช่ไหม”

 

“ผมบอกก็ต้องเชื่อสิ”

 

“ฮ่ะๆ” พอได้ยินคำพูดถูกใจก็หัวเราะแล้วยิ้มหวานใหญ่ ร่างเล็กเขยิบตัวเข้าไปหาร่างสูงก่อนจะซุกหน้าออเซาะท่อนแขนกำยำ ชานยอลหลุบตาลงมองตาม นึกอยากจะจอดรถแล้วฟัดให้หายอยาก แต่ความเป็นจริงทำได้แค่บังคับพวงมาลัยต่อไปเพื่อให้ถึงปลายทางอย่างปลอดภัย

 

“ปากหวานจัง…”

 

“แค่ปากเองเหรอ”

 

ร่างสูงอดเย้าคนเมาไม่ได้

 

“ลิ้นก็หวาน”

 

“ฮ่ะๆ”

 

“จูบหน่อยสิ”

 

“…”

 

“จูบผมหน่อย”

 

“ขับรถอยู่ครับ รอให้ถึงบ้านก่อน”

 

“ก็ผมอยากจูบตอนนี้นี่” ชานยอลปล่อยมือจากพวงมาลัยข้างหนึ่งแล้วดีดหน้าผากมนเบาๆ ก่อนใช้เวลาชั่ววินาทีจุ๊บริมฝีปากบางอย่างเอาใจ

 

“โอเคมั้ยคุณหนู”

 

แบคฮยอนหัวเราะ ชานยอลก็หัวเราะ

 

นิสัยตอนเมาของคนอ่อนกว่าไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ชวนให้สิ้นสุดความอดทนได้จริงๆ ถ้าปลายทางข้างหน้าไม่ใช่บ้านและพรุ่งนี้ไม่ต้องตื่นไปทำกิจกรรมครอบครัว ป่านนี้แบคฮยอนคงไม่ได้มานั่งร่าเริงได้ใจแบบนี้หรอก

 

“ผมรักพี่นะครับ”

 

“…”

 

“พี่ล่า รักผมหรือเปล่า” เด็กขี้อ้อนยังคงไม่ผละตัวออกไปไหน กลับซบหน้าลงบนแขนของเขาไปจนกระทั่งรถหยุดในโรงจอด ครางงึมงำพูดความในใจออกมาเหมือนคนละเมอให้ร่างสูงได้นึกยิ้มเอ็นดูนับครั้งไม่ถ้วน

 

“รักหรือเปล่า…” 

 

“รักสิ”

 

“ผมรักพี่กว่าทุกคนบนโลกเลย”

 

“รักหนูเหมือนกัน”

 

“เราไม่ต้องแต่งงานกันก็ได้ แค่ได้อยู่ด้วยกัน แค่พี่ตามใจผม ซื้อเบียร์ให้ผมดื่มแค่นี้ผมก็มีความสุขแล้ว ฮ่ะๆ…” เสียงหัวเราะดังแผ่วในความมืด ชานยอลวางมือลงบนศีรษะของคนตัวเล็กแล้วลูบอย่างทะนุถนอม แนบจูบตามลงไปพร้อมกับขยับพูดเบาๆด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน 

 

“ยังมีหลายอย่างที่พี่อยากทำให้นาย ไม่ต้องกังวลอะไรแค่เติบโตในแบบของนายก็พอ เรื่องอนาคตมันไม่ได้สำคัญนักหรอก”

 

“…ยังไงนายก็มีพี่อยู่ข้างๆเหมือนเดิม” ไม่ว่าแบคฮยอนจะยังมีสติฟังอยู่หรือไม่ก็ไม่เป็นไร เพราะสุดท้ายแล้วการกระทำของเขาจะยืนยันทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้พูดออกไปเอง

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

“ขอโทษที่ตื่นสายครับ!”

 

แดดอุ่นๆกลางท้องฟ้าแจ่มใสช่างเป็นอะไรที่เข้ากับวันดีๆ ถ้าไม่ติดว่านอนตื่นสายล่ะก็คงเป็นวันที่ดีกว่านี้ ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครกล้าว่าคุณหนูของบ้าน มีแต่จะรีบพากันขึ้นรถตู้ที่จอดรออยู่เพื่อไปสุสาน แสดงความระลึกถึงผู้ที่ล่วงลับไปแล้วของครอบครัว

 

เวียนมาถึงอีกปีแล้ว กับวันครบรอบการจากไปของพ่อ ทุกอย่างก็ยังคงทำแบบเดิม ไปแสดงความเคารพที่สุสานตอนเช้าแล้วกลับมาช่วยกันทำความสะอาดรูปถ่ายที่บ้านตอนบ่าย  ปีนี้พิเศษหน่อยตรงที่แบคฮยอนตื่นสาย

 

ไม่สิ

 

ตรงที่พี่ใหญ่ของเขาพาพี่สะใภ้และลูกสาววัยขวบเศษมาด้วย เสียงร้องงอแงยังดังมาจากที่ไกลๆ ให้คนที่นั่งอยู่ตรงหน้ารูปถ่ายของแม่และผู้ที่เป็นดั่งพ่อแท้ๆต้องอมยิ้มตาม

 

 

 

“ยังไม่เสร็จอีกหรือคะ ใกล้จะได้เวลาอาหารเย็นแล้ว” 

 

เสียงแหบพร่าของหญิงชราวัยดังขึ้นด้านหลังก่อนที่หล่อนจะเดินนวยนาดเข้ามานั่งคุกเข่าลงที่พื้นข้างๆ

 

แหงนหน้ามองดูรูปของเจ้านายที่ยังหนุ่มแน่น ไม่ได้ใกล้โรยราเหมือนอย่างหล่อนที่นั่งอยู่กับคุณหนูคนโปรดตอนนี้

 

“คิดถึงตอนที่ท่านยังอยู่…” แบคฮยอนยิ้มฟังคำพูดของหญิงชรา “แม่คุณหนูเป็นคนเรียบร้อย ดูแลคุณท่านไม่เคยบกพร่อง เพราะแบบนั้นถึงคุณหนูไม่ใช่ลูกแท้ๆก็ยังได้รับความรักไม่น้อยไปกว่าคุณชายคนไหน”

 

“ครับ”

 

“คุณท่านรักคุณหนูกับแม่มากนะคะ”

 

“ผมรู้”

 

“ไม่ต้องกลัวว่าท่านจะผิดหวังอะไรในตัวคุณหรอก เพราะมันคงไม่เป็นแบบนั้น”

 

“…”

 

“นมเชื่อว่าท่านจะเปลี่ยนความคิดถ้าได้เห็นความรักของพวกคุณอย่างที่นมได้เห็น”

 

“คุณนม…” แบคฮยอนมองใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยด้วยนัยน์ตาที่แดงก่ำ

 

“ถึงยากจะเข้าใจ แต่คงไม่มีใครอยากเห็นคนที่รักดั่งแก้วตาดวงใจต้องทนทุกข์เพราะตัวเอง คุณชายรองนิสัยดื้อรั้นแต่ใช่ว่าจะไม่ฟังใคร มีแต่พวกเราต่างหากที่ไม่เคยฟังความรู้สึกของเขาเลย…” เพราะเข้าใจมันอย่างดีแบคฮยอนถึงน้ำตาซึมง่ายดายเมื่อได้ฟัง

 

“สิ่งเดียวที่พอจะไถ่ความรู้สึกผิดบาปได้คงเป็นการยอมรับ เห็นพวกคุณมีความสุขกันนมก็นอนตายตาหลับแล้วล่ะค่ะ”

 

“ตายอะไรกันครับ อย่าพูดเป็นลาง—”

 

คนแก่อายุยืนอย่างคุณนมคงไม่ตายง่ายๆหรอก” เสียงทุ้มที่ดังแทรกขึ้นมาทำคนที่อยู่ในห้องหันหลังกลับไปมอง ร่างสูงในชุดลำลองสบายๆ กางเกงยาวกับเสื้อสเวตเตอร์สีครีมสืบเท้าเดินเข้ามาหา 

 

“ยิ่งผมดื้อก็ยิ่งต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป” แค่คิดว่าเป็นคำอวยพรในแบบของคุณชายรองคนแก่ก็ส่ายหน้าพลันอดยิ้มไม่ได้ หล่อนกวักมือเรียกคนหนุ่มให้เข้าไปหา ก่อนจะถือวิสาสะโอบกอดทั้งสองคนด้วยสองแขนของตัวเอง

 

 

แทบไม่ต้องเอ่ยคำใดๆ

 

 

ความอบอุ่นที่ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆมันกำลังบอกแทนความรู้สึกข้างในหมดแล้ว ตั้งแต่คุณชายพากันเติบโตก็ไม่ได้มาอ้อนให้นมเอาใจอีก ยิ่งกับคุณชายรองมันนานเหลือเกินที่หล่อนไม่ได้มีโอกาสอยู่ใกล้ๆแบบนี้ ความรู้สึกยินดีและตื้นตันใจทำให้หญิงชรายังคงยิ้มออกมา

 

“มีความสุขกันเถอะค่ะ…” ผู้อาวุโสใช้น้ำเสียงอ่อนโยน “หลังจากนี้พวกคุณสมควรใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกันได้แล้ว นมเองจะได้ไม่ต้องรู้สึกติดค้างอะไรหากว่าสักวันจะไม่มีโอกาสได้อยู่ดูแล”

 

“คุณนมจะต้องอายุยืนเป็นร้อยปีต่างหาก”

 

“ฮ่ะๆ”

 

“ใช่ไหมครับพี่รอง”

 

“พวกผมจะมีความสุขแน่” คุณชายรองกระชับกอดแน่นขึ้น ให้ความรู้สึกห่างเหินในใจค่อยๆร่นลดลงมา และคิดว่าทุกอย่างมันคงจะกลับมาเหมือนเดิมในสักวัน “คุณนมก็ต้องมีความสุขเหมือนกัน อย่าเพิ่งไปไหนนะครับ… อยู่กับพวกเราก่อน”

 

 

บ้านหลังนี้คงจะกลับมาอบอุ่นเหมือนที่เคยเป็นในสักวัน

 

 

 

แง๊!!!!’

 

 

เสียงแผดร้องของเด็กน้อยทำให้ทั้งสามคนที่อยู่ในห้องต้องผละกอด หันไปมองประตูซึ่งเปิดอ้าทิ้งไว้ก็พบว่าปาร์คยุนโฮกำลังยืนอุ้มก้อนเต้าหู้เจ้าของเสียงร้องนั้นอยู่

 

“ขัดจังหวะจนได้สินะ” พี่ชายคนโตยิ้มพร้อมกับโยกตัวไปมาปลอบเด็กในอ้อมแขน ท่าทางมีความสุข ไม่รู้เพราะเด็กขาวตัวอวบนั่นหรือเพราะเห็นพวกเขารักกันดีกันแน่ แต่เชื่อเถอะ… ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรวันนี้ช่างเป็นวันที่ดีจริงๆในความคิดของทุกคน

 

“ได้เวลาอาหารเย็นแล้ว ลงไปกันเถอะ”

 

ต่างยิ้มให้กันแม้จะเคอะเขินอยู่บ้าง

 

นัยน์ตาฉายแววความสบายใจ

 

และยินดีใช้เวลาร่วมกันอย่างไม่เร่งรีบ ภาระหน้าที่ต่างๆพวกเขาเลือกจะวางมันลงให้สมกับที่เป็นวันครอบครัว 

 

ปาร์คยุนโฮเดินนำทุกคนไปที่ห้องอาหาร หญิงผู้อาวุโสเดินตาม ส่วนคุณชายอีกสองคนคอยรั้งท้าย

 

 

 

“ที่สุสานพี่บอกอะไรพ่อครับ ผมเห็นยืนอยู่ตั้งนาน” ระหว่างเดินลงบันไดคู่กันมาแบคฮยอนเอ่ยถาม ปกติชานยอลจะอยู่ทำความเคารพพ่อแปบๆแล้วก็ไป แต่วันนี้กลับยืนนิ่งอยู่นานเชียว

 

“คงไม่ได้—”

 

บอกว่ารักนาย

 

“…”

 

คำพูดสุดจะตรงทำแบคฮยอนเสียจังหวะเดินไปก้าวหนึ่ง

 

“นายล่ะได้บอกเหมือนกันหรือเปล่า”

 

“ผมเหรอ” คนน่ารักถูจมูกตัวเองนิดๆ ทอดสายตามองพี่ชายคนโตและคุณนมเดินเข้าห้องอาหารไปก่อน “บอกล่ะมั้ง หรือว่าไม่ได้บอกนะ—”

 

แขนเรียวของคนที่คิดเฉไฉหนีเข้าห้องอาหารถูกคุณชายรองคว้าไว้ ใบหน้าหล่อกับแววตาวาววับบอกอย่างชัดเจนว่าหากไม่ได้ยินคำตอบที่น่าพอใจก็จะไม่ปล่อยมืออย่างแน่นอน

 

“ตกลงว่าบอกหรือไม่ได้บอกครับ”

 

“อ่า…”

 

“หืม…”

 

“ถ้าผมบอกว่าไม่ พี่จะไม่ให้ผมไปกินข้าวเหรอ แบบนั้นใจร้ายเกินไปนะครับ” แบคฮยอนกลั้วหัวเราะแสร้งพูดลองใจ และยังเผลอหลบตาอีกคนโดยไม่รู้ตัว “แต่ผมคิดว่าตัวเองบอกไปแล้วล่ะ…”

 

“บอกว่าอะไร”

 

“บอกว่ารักพี่ไง”

 

“อะไรนะไม่ได้ยิน”

 

“ไม่อายเลยนะครับ”

 

เพิ่งพูดไปยังมาทำหน้าตายบอกว่าไม่ได้ยินอีก

 

“พูดอีกทีสิ”

 

“เราไม่ได้อยู่กันสองคนนะ”

 

“ถึงต้องรีบพูดไงล่ะ…” คุณชายรองบอกอย่างเจ้าเล่ห์ทั้งยังเอียงหูมาให้ร่างเล็กใกล้ๆ “เมื่อกี้หนูบอกว่ายังไงนะ” เร่งเร้าอย่างเอาแต่ใจ 

 

น่าหมั่นไส้… 

 

แต่ก็น่ารักจนคุณหนูแบคฮยอนใจอ่อนยอมคล้อยตาม

 

 

บอกว่ารักพี่ครับ

 

 

ทนเก็บซ่อนความเขินอายเพื่อจะได้มองลักยิ้มที่ข้างแก้มนั้นนานๆ แล้วกระซิบถ้อยคำหวานที่คุณชายเขาต้องการจะฟัง

 

 

ผมรักพี่ ได้ยินหรือยัง” 

 

 

กับคนที่เป็นเหมือนทั้งบ้าน

 

เจ้านาย 

 

เพื่อนที่ปรึกษา

 

และคนรัก ยังจะต้องลังเลอะไรอีก แบคฮยอนรักชานยอลนั่นคือเรื่องจริง และเสียงทุ้มที่กระซิบตอบกลับมาให้ได้ยินต่อจากนั้นพร้อมกับสายตาหวานล้ำมีความหมายก็ทำเอาไปแทบไม่เป็น

 

เป็นเสียงที่เพราะเหมือนที่เคยฟัง เป็นสายตาที่ได้รับบ่อยครั้ง และเป็นคำพูดที่ชานยอลเคยถามมาแล้วเพียงแต่ไม่ได้ดูจริงเท่ากับตอนนี้

 

 

ถ้างั้นในอนาคตพี่อยากแต่งงานหนูก็จะเห็นด้วยใช่ไหม

 

 

“…”

 

แบคฮยอนไม่รู้เลยควรตอบว่ายังไง

 

ชานยอลถามเหมือนจะล้อเล่นแต่ดวงตาคู่นั้นกลับดูมั่นคงเกินจะปรักปรำได้ คุณชายรองช่างไม่ดูสถานการณ์เอาเสียเลย เหมือนนึกอยากพูดตอนนี้ก็จะพูดตอนนี้ ไม่สนบรรยากาศ ไม่สนว่าทุกคนกำลังรออยู่ในห้องอาหาร

 

หรือเป็นเพราะว่ารู้ถึงเลือกจะถามออกมา

 

ไม่รู้สิ… สมองแบคฮยอนเริ่มไม่รับรู้อะไร

 

“พี่มีความคิดเรื่องนี้จริงๆเหรอ”

 

“ถึงถามหนูอยู่นี่ไง”

 

รู้เพียงแต่ว่าหัวใจตัวเองทำงานหนักเหลือเกิน

 

“ไม่อยากผิดหวังตอนที่ขอ เพราะงั้นถึงอยากรู้ก่อนว่าหนูจะตอบยังไง”

 

“ของแบบนั้นผมไม่รู้หรอกครับ” เล่นถามกันทื่อๆแบบนี้ตอนนี้ใครมันจะไปตอบได้กัน สมองแบคฮยอนคิดอะไรไม่ออกทั้งนั้น แต่ถ้าเอาตามความรู้สึกล่ะก็…

 

“ถึงตอนนั้นถ้าพี่อยากได้คำตอบจริงๆค่อยมาถามผมอีกทีสิ อาจจะเป็นวันที่ดีของเราก็ได้ แต่ถึงไม่คิดจะถามจริงๆก็ไม่เป็นไร…”

 

สำหรับแบคฮยอนไม่ได้คิดเลยว่าความรักจะสมบูรณ์แบบที่สุดเมื่อแต่งงาน

 

มันไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบหรอก มีแต่ความพอใจ และคนที่ได้รับความรักความเอาใจใส่จากคุณชายรองมากมายอย่างเขาคิดว่าเท่านี้มันดีมากแล้ว

 

เพียงคนในบ้านเข้าใจ

 

เพียงได้ใช้เวลาร่วมกันทุกวัน พิธีรีตองใดๆมันก็ไม่จำเป็น 

 

 

“เพราะแค่ผมมีแหวนของพี่อยู่บนนิ้วก็เหมือนได้แต่งงานแล้วล่ะครับ”

 

 

แบคฮยอนมีความสุขแล้ว

 

แต่หากวันข้างหน้าคุณชายรองจะขอ…

 

เขาก็คงไม่ลังเลที่จะตอบว่ายินดี

 

 

 

 

The End.

 

 

 

 

 

**หนังสือเปิดให้พรีออเดอร์ถึง 31/01/64 นี้นะคะ >> https://bit.ly/3lqPMqb 

 

 

(ทอล์คสุดท้าย)

 

HYUNG : ฮยอง ที่ไม่ได้แปลว่าพี่ชายแท้ๆเสมอไป แต่ยังหมายความถึงผู้ชายที่อายุมากกว่าผู้ชายอีกคน ในที่นี้ก็คือแบคฮยอนและพี่ๆนั่นเอง 


ก่อนอื่นเลย… เป็นบทส่งท้ายที่ยาวทาก! ถถถ

 

ในที่สุดก็เดินทางมาถึงตอนสุดท้ายแล้วนะคะ มีใครใจหายแบบเราบ้างTT รู้สึกเหมือนกับทุกเรื่องที่เคยแต่งมา นั่นคือบนความใจหายจะมีความดีใจสุดๆที่ตัวเองพาเรื่องที่แต่งมาจนถึงบทสรุปได้สักที ฮือ /แสนเหนื่อย

 

ขอบคุณทุกคนมากนะคะที่ติดตามฟิคชานฮยองมาตลอด ขอบคุณทุกกำลังใจที่พยายามบอกให้เราสู้ ผลักดันให้เราไปต่อไม่ว่าบางช่วงบางตอนจะอดท้อไม่ได้ ใช้เวลาปีกว่าๆอีกแล้วกับหนึ่งเรื่องที่แต่งขึ้นมา ;-; รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นยอดมนุษย์เลยที่ทำงานทุกวัน ไม่ว่าจะงานประจำหรือเป็นงานเขียน พยายามจะไม่กดดันตัวเอง ทำด้วยความสบายใจ ทำให้ดีที่สุด

 

ฟีสแบ็คที่ลดลงยอมรับเลยว่ามันทำให้เรากลับมาถามตัวเองอยู่บ่อยๆว่าพอแล้วดีมั้ย? ไม่รู้ว่าที่ทำอยู่มันดีพอหรือยัง ยังมีใครรออ่านอย่างใจจดใจจ่ออยู่หรือเปล่า แต่เพราะยังใส่หัวใจลงไปเกินร้อยและยังรักมันอยู่ถึงยังไม่หยุด ในอนาคตหากมีโอกาสและเวลาก็ยังยืนยันว่าอยากจะผลิตผลงานออกมาอีก

 

อย่างที่เคยบอก ฟิคชานฮยองไม่ได้หวือหวา มีเส้นเรื่องขมวดปมให้ได้ตื่นเต้นมากเหมือนเรื่องก่อนๆแต่เราก็ยังหวังอยู่ดีว่าในความเรียบง่ายนี้ จะสร้างช่วงเวลาดีๆให้กับคนที่เข้ามาอ่านนะคะ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าผลงานเราจะยังคงเป็นความสุขไม่มากก็น้อย ฮีลใจใครสักคนให้ดีขึ้นได้

 

และมันคงจะดีมากๆเลยถ้าเรื่องนี้จบไปแล้วทุกคนจะยังคงคิดถึงกันอยู่ และย้อนกลับมาอ่านอีกซ้ำๆ สำหรับเราแล้วเรื่องชานฮยองเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่รักมากๆ คุณชายรองและคุณหนูคนเล็กที่รักกันอย่างอบอุ่นหัวใจ 

 

สุดท้ายเราอยากขอบคุณทุกคอมเม้นอีกครั้ง ขอบคุณทุกแฮชแท็กที่ติดให้กัน ขอบคุณคำแนะนำและความห่วงใยที่มีให้

 

อาจจะมีหลายจุดที่เรายังทำได้ไม่ดีพอ มีบางคำพูดบางประเด็นที่ไม่ทันระวังยังไงก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ ในอนาคตถ้ายังได้แต่งฟิคอยู่เราจะพยายามระมัดระวัง ปรับปรุงตัว และพัฒนาต่อไปค่ะ

 

ขอบคุณทุกคนจากหัวใจ ใครจะเม้นจะบอกรักกันได้ป่ดใช้ถ้อยคำอ่อนโยนต่อใจคนอ่านนิดนุง คนทางนี้ใจบางเป็นกาดาษยิ่งกว่าคุณชายรองตอนโดนน้องทิ้งซะอีก มุแง้ TT

 

จงให้ความรักความเอ็นดูกันต่อไปเพื่อให้วันข้างหน้าเราได้พบกันอีก

 

บ๊ายบาย.

 

❀ Flower-614

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 680 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,383 ความคิดเห็น

  1. #10374 Saaimaii (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2564 / 02:59
    จบแล้วสินะ..... เรามีความทรงจำดีๆ คำหวานๆมากมายที่ยังติดตรึงอยู่ในใจ คิดว่าปีหน้า หรืออาจจะเป็นสิ้นปีหรือเร็วไปนี้ ต้องวนกลัขฃบเข้ามาอ่านอีกแน่ๆ เพราะมันติดอยู่ในใจทุกตอน ทุกเรื่องราว กับฟิคชายฮยองมันทำเราตื่นเช้ามาแล้วอ่านเป็นอย่างแรก ก่อนนอนก็เป็นเพื่อนนอน มันทำให้รู้สึกสดชื่นทุกครั้งทีีตัวเองมีเวลาที่จะอ่าน ขอบคุณมากๆค่ะที่แต่งเรื่องราวที่ดีขนาดนี้ออกมาให้ได้อ่าน🙏🏻🙏🏻🙏🏻
    #10,374
    0
  2. #10351 CB_ChanBaek:) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 23 เมษายน 2564 / 16:28
    เรื่องนี้เนื้อเรื่องดีมากบทหวานก็หวานน้ำตาลเรียกพี่.เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่อบอุ่นมากๆ.ขอบคุณที่แต่งเรื่องนี้มาให้อ่านนะคะ
    #10,351
    0
  3. #10343 Emihcy (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 เมษายน 2564 / 23:25
    เรารักเรื่องนี้มากเลยค่ะ ไรท์เก่งมากๆ ทุกๆwordที่พิมพ์ออกมามันดีมากๆ เรื่องนี้เป็นอะไรที่ดีจริงๆ ขอบคุณตัวเองที่มาตาม ชอบมากเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้เสมอๆนะคะ ขอบคุณไรท์มากๆเลย คุณสุดยอด (ต้องคิดถึงตาพี่กับยัยน้องมากแน่ๆㅠㅡㅠ)
    #10,343
    0
  4. #10286 ycpl (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:50
    ใจฟูสุดๆเลยค่ะ เป็นความสุขของเราเลยที่ได้อ่านฟิคเรื่องนี้ เรื่องราวความรักของทั้งสองคนทำเราอินไปด้วยสุดๆ คุณหนิงบรรยายออกมาได้ดีมากๆเลยค่ะ
    #10,286
    0
  5. #10281 HoneyB'c (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564 / 19:03
    สนุกมากเลยค่ะ ขอบคุณนะคะที่สร้างผลงานดีๆแบบนี้ออกมา จะรอติดตามผลงานเรื่องต่อๆไปนะคะ
    #10,281
    0
  6. #10236 Fang Noppasin (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 / 15:22
    เป็นกำลังใจให้แต่งฟิคดีๆต่อไปนะคะ
    #10,236
    0
  7. #10225 Chocoa~ (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 31 มกราคม 2564 / 06:51

    จบแล้ว ในที่สุดก็เดินทางมาถึงตอนนี้ รู้สึกใจหาย มีฟิคน้อยเรื่องมากที่เราอ่านตอนที่ไรท์กำลังเขียนเพราะกลัวโดนทิ้งกลางทาง แต่พอเปิดใจอ่านเพราะคิดว่าไร์ทก็คงต้องการกำลังใจเหมือนกัน ถึงจะมีบ้างที่หายไปเลยเพราะยุ่งมากๆแต่ถ้ามีเวลาว่างก็ไม่ลืมมาตามอ่านและให้กำลังใจน๊า ขอบคุณที่เขียนเรื่องนี้จนจบนะคะ ถึงยังอยากติดตามพี่รองและน้องแบคอยู่ก็เถอะ เป็นเรื่องที่ดีมาก เหมือนผ่านหลายๆอย่างมาด้วยกันเลย แล้วก็ถึงไรท์อยากให้เขียนฟิคดีๆแบบนี้ไปเรื่อยๆนะคะ ถ้ายุ่งหรืองานหนักก็พักผ่อนเยอะๆมีแรงใจค่อยมาเขียนต่อได้ค่ะ เราชอบฟิคคุณทุกเรื่องเลย เป็นกำลังใจให้เสมอเลยนะคะ
    #10,225
    0
  8. #10206 YunewG (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 28 มกราคม 2564 / 11:25

    เป็นเรื่องที่ดีมากเรื่องนึงเลยค่ะ เราเห็นมานานแล้ว แต่ไม่มีเวลาเข้ามาอ่านสักทีเลยค่ะ ขอบคุณคุณไรท์ที่เขียนเรื่องนี้ให้ได้อ่านกันนะคะ เรามีความสุขที่ได้เข้ามาอ่านทุกครั้งเลย เป็นกำลังใจให้ให้เรื่องต่อๆไปนะคะ
    #10,206
    0
  9. #10199 Nan (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 26 มกราคม 2564 / 09:42

    ดีมากๆ สนุกมากๆ

    คุณชายรองน่ารักมากๆ

    ยัยน้องน่ารักที่สุด

    รักคุณไรท์ที่สุดเหมือนกัน

    ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆนะคะ

    อยากอ่านผลงานคุณไรท์เรื่อยๆเลยค่ะมันฮีลเราได้ดีมากๆ

    #10,199
    0
  10. #10198 hunpigbaby (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 26 มกราคม 2564 / 01:14
    อบอุ่นมากกกก ตามอ่านมาตั้งแต่แรกๆขแบคุณมากๆดลยนะคะ ดีใจที่ยังมีฟิคชานแบคดีให้อ่าน❤️❤️❤️❤️❤️
    #10,198
    0
  11. #10178 24/7-B100HYUN (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 23 มกราคม 2564 / 21:20
    แงงงง เป็นเรื่องที่ดีมากอีกเรื่องเลย ตามมาตั้งแต่2-3ตอนแรก รักและผูกพันกับทุกๆตัวละคร ไม่อยากให้จบเลย อยากเห็นความรักของ2คนไปเรื่อยๆ น่ารักมากกก เขิน 5555 ขอบคุณที่แต่งเรื่องนี้ขึ้นมานะคะ ❤️
    #10,178
    0
  12. #10175 WariyaPongsai (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 23 มกราคม 2564 / 11:41
    ชอบเรื่องนี้มากๆค่ะ❤️❤️❤️
    #10,175
    0
  13. #10164 janjii_8193 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 21 มกราคม 2564 / 01:15
    ตามอ่านจบถึงตอนจบแล้ว ขอบคุณนะคะสำหรับฟิคดีๆแบบนี้
    #10,164
    0
  14. #10154 sunny lin (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 20 มกราคม 2564 / 11:20
    อบอุ่นใจมากกกก ขอบคุณไรท์ที่แต่งจนจบและแต่งได้ดีขนาดนี้
    #10,154
    0
  15. #10147 Hollydecemx (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 มกราคม 2564 / 22:11
    หวานเจี๊ยบบเลย อบอุ่นใจมากๆๆ
    #10,147
    0
  16. #10141 cheche (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 มกราคม 2564 / 18:43
    จบแล้วค่ะ เย้ happy ending เรื่องโปรดเราก็ได้ปิดเรื่องจบอย่างสวยงาม เหงาแน่ๆเลยจากนี้😢 จะติดตามสนับสนุนเรื่องต่อๆไปนะคะ🤗
    #10,141
    0
  17. #10137 Benz Satita (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 มกราคม 2564 / 10:52

    หืออ จบเเล้ว สนุกมากๆเลยค่า เป็นเรื่องโปรดเราอีกเรื่องเลย ไรท์บรรยายเเละเเต่งออกมาได้ดีมากๆค่า ขอบคุณมากๆจริงค่าที่เเต่งฟิคดีๆเเบบนี้ให้ได้อ่าน ถ้ามีเรื่องต่อไป ก็จะเป็นกำลังใจให้เเละรอติดตามนะค่า
    #10,137
    0
  18. #10134 Tip9 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 05:13

    ฮือ ขอบคุณมากๆค่ะที่แต่งเรื่องนี้ขึ้นมา ตอนท้ายๆมันอบอุ่นสำหรับเรามากจริงๆ เราชอบทุกตอนของไรท์จริงๆค่ะ ขอให้เจริญๆนะคะ
    #10,134
    0
  19. #10133 SLK38345 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 04:06
    ขอบคุณที่แต่งมาจนจบนะคะ คุณไรต์เก่งมากๆเลย รักเรื่องนี้เหมือนที่รักเรื่องที่ผ่านมาของคุณไรต์เหมือนเดิมเลย รอคอยทุกๆการแจ้งเตือนตอนใหม่เลยนะคะ เป็นเรื่องที่เนื้อหาเรื่อยๆแต่อบอุ่นหัวใจมาก รักภาษาของคุณไรต์มากเลย หวังว่าจะมีโอกาสได้อ่านนิยายเรื่องต่อๆไปของคุณไรต์อีกนะคะ ไว้จะกลับมาอ่านบ่อยๆค่ะ 💗
    #10,133
    0
  20. #10132 nut_si_na (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 03:27
    มันดี สำหรับเรามากๆเลยค่ะ มันไม่หวือหวาหรือมีฉากตื่นเต้นเยอะๆก็จริง แต่เป็นฟิคทึ่อบอุ่นมากๆเลยค่ะ เวลาเราอ่านเราพยายามอ่านให้ช้าที่สุดเลยเราอยากซึมซับทุกตัวอักษรแล้วเราก็ไม่อยากให้ตอนนั้นจบด้วยเราก็เลยอ่านแบบช้ามากๆ ระหว่างที่ไรท์เขียนเรื่องนี่เราก็ไม่รู่ว่าไรท์ต้องเจอเรื่องอะไรบ้าง มีความกดดันหรือมีความสุขแค่ไหน แต่ก็ขอบคุณที่แต่งจนจบ แล้วก็ยังมีเล่มด้วย ขอบคุณมากๆจริงๆค่ะ รักฟิคเรื่องนี้เหมือนกันคับ
    #10,132
    0
  21. #10131 Sncb (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 01:54
    ขอบคุณที่แต่งเรื่องนี้ขึ้นมาจนจบนะคะ อยากจะบอกว่าเราชอบเรื่องนี้มากเลยค่ะ ฟิคชานฮยองขึ้นมาเป็นเรื่องโปรดเลย แล้วก็เราได้อ่านฟิคของไรท์ทุกเรื่องเลยค่ะติดตามผลงานไรท์ตลอด เป็นกำลังใจให้นะคะ❤
    #10,131
    0
  22. #10123 BbhPcy627 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 17 มกราคม 2564 / 23:37
    ขอบคุณไรท์นะคะ ที่แต่งได้ดีขนาดนี้ ชอบมากๆเลยค่ะ
    #10,123
    0
  23. #10120 nnammomonn (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 17 มกราคม 2564 / 22:43
    ขอบคุณไรท์นะคะที่แต่งฟิคสนุกๆมาให้อ่านกัน ติดตามไรด์ทุกเรื่องเล้ยยย

    ㅠㅠปกติเราไม่เคยมาเม้นเลย แต่อยากขอบคุณจริงๆค่ะ รักนะคะ♡
    #10,120
    0
  24. #10116 Rose-Flavour. (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 17 มกราคม 2564 / 09:25

    ขอบคุณไรท์ที่แต่งฟิคเรื่องนี้ให้อ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้ไรท์เสมอนะคะ
    #10,116
    0
  25. #10111 FernzNC (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 17 มกราคม 2564 / 00:38
    ขอบคุณสำหรับนิยายเรื่องราวดีๆนะคะคุณไรท์ เป็นกำลังใจให้ต่อไปนะคะ🧡
    #10,111
    0