HYUNG 형 | Chanbaek -END-

ตอนที่ 30 : CHAPTER 29 | จากนี้และตลอดไป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,377
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 847 ครั้ง
    22 ธ.ค. 63

 

 

(เปิดพรีออเดอร์หนังสืออยู่น้า >> https://bit.ly/3lqPMqb )

 

 

 

 

 

 

29

 

 

 

 

 

 

 

หิมะ

 

ซานตาคลอส 

 

งานเลี้ยงฉลอง 

 

หรือว่าของขวัญกันนะ… ที่ได้สร้างความสุขให้กับผู้คนในวันเทศกาลสำคัญอย่างคริสต์มาส

 

อะไรที่พวกเขาต้องการมากที่สุด

 

ถ้าถามคนตัวเล็กๆอย่างแบคฮยอนล่ะก็… คำตอบคงไม่ใช่อะไรที่ว่ามา แต่เป็นผู้ชายตัวสูงเจ้าของนัยน์ตาคมงดงามและสัมผัสที่อบอุ่นจนใกล้เคียงกับคำว่าร้อนนี้ต่างหาก

 

อีกปีแล้วที่ปาร์คชานยอลได้เข้ามาเป็นความทรงจำในวันคริสต์มาสของแบคฮยอน

 

 

 

 

 

ปุ๊ง ปุ๊ง ปุ๊ง~

            

เสียงจุดพลุเฉลิมฉลองดังกึกก้อง ประกายไฟหลากสีกระจายตัวเป็นวงแข่งกันอวดความงามแน่นท้องฟ้ายามที่ดวงอาทิตย์กำลังหลับไหล

 

ให้ผู้คนได้แหงนหน้ามองดูอย่างตื่นตาตื่นใจ บ้างก็บันทึกภาพถ่ายบ้างก็ถือโอกาสจูบกันดูดดื่มไม่รู้จักอาย เสียงกู่ร้องยินดีดังไม่ขาดสายเมื่อพลุลูกแล้วลูกเล่ายังคงพุ่งทยานต่อเนื่องเหมือนสายรุ้งที่กำลังเต้นระบำในตอนกลางคืน

 

 

‘Merry Christmas and happy new year!!’

 

 

เสียงตะโกนลั่นของใครสักคนที่ดังขึ้นก่อนคนอื่นๆจะพูดตาม ทำเอาคู่รักคู่หนึ่งที่กำลังหลบมุมแลกลิ้นกันอย่างดูดดื่มค่อยๆผละจากกัน 

 

แต่ก็เพียงครู่เดียวเท่านั้น

 

ใบหน้าหล่อยังคงตามเข้าไปคลอเคลียใบหน้าหวานไม่ยอมห่าง จมูกโด่งฝังจมลงบนแก้มน่าฟัดสีแดงระเรื่อไม่รู้กี่ครั้ง กว่าจะยอมขยับห่างจริงๆริมฝีปากบางเป็นกระจับนั่นก็บวมเจ่อเสียแล้ว

 

“เมอร์รี่คริสต์มาส”

 

เสียงหัวเราะเอ็นดูดังขึ้นเบาๆ เคล้าไปกับเสียงหอบหายใจน้อยๆของร่างเล็ก คนน่ารักส่ายหน้าให้กับคนเอาแต่ใจ แต่ถึงกระนั้นก็ห้ามให้ตัวเองระบายรอยยิ้มมีความสุขไม่ได้เหมือนกัน

 

“เมอร์รี่คริสต์มาสครับ”

 

เสียงตอบรับดังขึ้นก่อนที่ปลายนิ้วหนาจะแตะลงบนมุมปากของเขา ชานยอลกำลังช่วยเช็ดคราบน้ำลายอันเป็นหลักฐานของการไม่รู้จักหักห้ามใจ แต่จะโทษใครก็ไม่ได้ในเมื่อแบคฮยอนเองก็สมยอม

 

“วันนี้ปีที่แล้วจำได้ว่ากำลังนั่งรอนายกลับมาบ้าน”

 

วันเวลาผ่านไปไวเหมือนเรื่องโกหก

 

“พี่ตีผมจนร้องไห้”

 

แต่คงไม่มีใครนึกอยากย้อนเวลากลับไปอีก

 

“นั่นมันความผิดคุณนม” คุณชายรองแก้ต่าง ทว่าพอเห็นคนตัวเล็กเบะปากพร้อมกับสีหน้าขุ่นเคืองเขาก็รีบดึงเอวอีกฝ่ายเข้าหาตัวทันที “ไม่ได้ตีแรงสักหน่อยแต่นายกลับร้องไห้ทำพี่กระวนกระวายจนไม่ได้นอนทั้งคืน”

 

“ก็ผมเจ็บ”

 

“ขอโทษ”

 

“นึกอยากตีพี่คืนเป็นร้อยครั้ง”

 

“โอกาสของนายมาแล้ว คืนนี้เลยดีไหมอยากเอาคืนเท่าไหร่ก็ทำจนกว่าจะพอใจ” ร่างสูงกระชับกอดร่างในอ้อมแขนที่ยังไม่เลิกทำหน้างอ 

 

“อย่ามาทำเป็นพูดเล่นนะครับ”

 

“พูดจริงสิ พรุ่งนี้ก็ต้องบินกลับแล้วถ้านายไม่คว้าโอกาสนี้คงอีกนานกว่าพี่จะมาอยู่ใกล้ๆให้นายเอาคืน” ใบหน้าหล่อก้มลงซุกไหล่เล็กเหมือนหมาตัวโตที่ชอบอ้อนเอาใจเจ้าของ เสียงทุ้มที่กระซิบบอกใกล้ทำเอาใจคนฟังอ่อนยวบ

 

แค่คิดตามสิ่งที่อีกคนพูดความรู้สึกวูบโหวงก็ปรากฏจนหายใจไม่ทั่วปอด ชานยอลกำลังทำให้เขาเหงาทั้งที่ยังไม่ทันได้แยกจากกัน

 

“พรุ่งนี้แล้วเหรอ ไวจัง…” บรรยากาศครึกครื้นก่อนหน้านั้นดูจะหายไปชั่วขณะหนึ่ง ถึงจะรู้ดีว่าได้ใช้เวลาแห่งความสุขไปมากแล้วแต่กลับไม่รู้สึกพอสักที 

 

ชานยอลมาขลุกอยู่กับเขาที่นี่นานกว่าเดือนแล้ว ทั้งที่มีภาระงานให้รับผิดชอบตั้งมากมายแต่อีกฝ่ายยังอยู่กับเขาได้จนถึงช่วงคริสต์มาสก็เหลือเชื่อแล้ว

 

ทว่า

 

ต่อให้เข้าใจดีแต่พอคิดถึงวินาทีที่ต้องห่างกันมันก็อดใจหายไม่ได้นั่นแหละ

 

 

“ดีแล้วล่ะ”

 

“ครับ?” แบคฮยอนก้มหน้ามองร่างสูงที่อยู่ใกล้จนริมฝีปากสัมผัสกันพอดี ชานยอลฉวยโอกาสจุ๊บปากเขาเบาๆก่อนจะยืดตัวขึ้น 

 

“อยู่ห่างให้คิดถึง ใจนายจะได้ไม่มีคนอื่น”

 

“ผมควรต้องเป็นฝ่ายพูดไม่ใช่หรือไง ประวัติเจ้าชู้เยอะจนจดบันทึกไม่หมดแบบนี้เรื่องอะไรมาขู่คนชืดๆอย่างผมได้ ไม่ยอมขาดทุนเลยสักเรื่องนะครับบอส—อื้อ” แบคฮยอนส่งเสียงประท้วงเมื่อถูกคนโตกว่าบีบจมูกเหมือนมันเขี้ยวเกินทน

 

“ถ้าหนูใส่ใจก็คงจะรู้ว่าพี่ถอดเล็บไปนานแล้ว”

 

“แต่เขี้ยวก็ยังมีอยู่”

 

“เอาไว้กัดหนูน่ะสิ”

 

“หยุดพูดแบบนั้นเลยนะครับ บอกว่าอย่าเรียกหนูตอนอยู่กันข้างนอกไง…”

 

“ใครจะมาได้ยิน”

 

“มันก็น่าอายอยู่ดี—”

 

“น่ารักต่างหาก”

 

“…”

 

“ตอนไหนที่รู้สึกว่าหนูน่ารักพี่ก็จะเรียก หนูน่ะ…ทำตัวให้ชินได้แล้ว” ชานยอลใช้นิ้วเคาะสันจมูกโด่งเบาๆ

 

“อาบน้ำด้วยกันทุกวันนอนด้วยกันทุกคืนไม่เห็นจะต้องอายอะไร” ก่อนกระซิบพูดเสียงนุ่มให้ได้ยินกันเบาๆแค่สองคน แววตาเจ้าเล่ห์มีนัยยะหากแต่ก็เต็มไปด้วยเสน่ห์เหลือล้นจนคนฟังร้อนผ่าวได้ทั้งกาย “คืนนี้ก็คงจะเหมือนกัน…”

 

“พูดเรื่องหน้าไม่อายอีกแล้วนะครับ”

 

“พรุ่งนี้ก็จะกลับแล้วนี่นะ”

 

“ไม่เห็นต้องเอาเรื่องนั้นมาอ้างเลย”

 

“ถ้างั้นก็คงต้องบอกตรงๆ เทศกาลแบบนี้ใครเค้าก็มีอารมณ์นอนกับแฟนทั้งนั้นแหละ จะคิดมุมไหนหนูก็ไม่ควรปฏิเสธ”

 

ให้ตาย…

 

คุณชายรองนี่มันคุณชายรองจริงๆ

 

“ผมควรจะทำยังไงกับพี่ดี” ร่างสูงหัวเราะในลำคอก่อนจะกดหน้าลงไปจุ๊บริมฝีปากเล็กอย่างไม่รู้จักเบื่อ ค่อยๆขบเม้มเหมือนเริ่มชิมขนมหวาน ก่อนจะดูดดึงมันเบาๆเพื่อลิ้มรสชาติแล้วจึงค่อยกลืนกินราวกับกลัวว่าใครจะมาแย่งไป

 

“อือ…”

 

โลกทั้งใบมีเพียงกันและกันจนลืมไปแล้วว่าไม่ได้อยู่ในที่ส่วนตัว แต่เป็นงานเทศกาลคริสต์มาสในมหาวิทยาลัยซูริคที่ยังมีนักศึกษาเดินกันให้ควัก ถึงจะไกลๆ เป็นมุมนั่งเล่นในสวนยามค่ำคืนก็ใช่จะไม่มีใครผ่านเลย

 

ตั้งแต่ได้กลับมาใช้เวลาด้วยกัน นัยน์ตาของพวกเขาแทบไม่สนใครอื่นอีก ทั้งคู่ใช้ทุกวินาทีอย่างรู้คุณค่าและจุดหมาย เพราะรู้ว่าวันหนึ่งก็ต้องแยกจากกันเพื่อพบกันใหม่ หรืออาจจะเพื่อคำว่าตลอดไป… 

 

เพราะรู้ว่าที่ผ่านมามันยากแค่ไหนตอนอยู่ตรงหน้ากันพวกเขาจึงไม่ลังเลเลยที่จะทำตามหัวใจตัวเอง

 

“เรื่องวันนั้นกลับไปแก้ไขไม่ได้จริงๆ” หลังจากถอนริมฝีปากร่างสูงเลือกจะพูดด้วยสีหน้าจริงจังมากกว่าจะหยอกเย้าเพื่อคลายบรรยากาศและความรู้สึกแย่ๆที่ผ่านมา

 

“พี่ไม่อยากพูดนายเองก็คงไม่อยากได้ยินอีก แต่เพื่อให้เราลืมมันได้เร็วขึ้น นายควรจะรู้เอาไว้ว่าไม่มีครั้งไหนที่นึกถึงแล้วพี่จะไม่รู้สึกผิด”

 

เพราะว่าโตกว่า…

 

เพราะว่าเลือกจะรักกันแล้วและไม่อยากให้เหตุการณ์ซ้ำเดิมถึงควรต้องพูดกันตรงๆ ไม่ว่าจะเรื่องอะไร

 

“ขอโทษที่เคยทำให้เจ็บ”

 

“พี่บอกเองนี่ครับว่าไม่ได้อยากทำ”

 

“แต่ก็ทำ”

 

“พี่ตีเพราะไม่อยากให้คุณนมตีผม ถึงจะบอกว่าเจ็บแต่จริงๆแล้วไม่ได้เป็นแบบนั้นหรอก…” แบคฮยอนใช้สองมือโอบแก้มทั้งคู่ของร่างสูง ในวันที่อากาศหนาวจนหิมะเริ่มโปรยปรายลงมาทว่าความรู้สึกกลับตรงข้ามโดยสิ้นเชิง

 

“ผมเกือบจำความรู้สึกตอนนั้นไม่ได้แล้วด้วยซ้ำ”

 

“นายโกหก”

 

“จริงๆนะครับ รู้แต่ว่าน้อยใจมากกว่าเจ็บแผลที่โดนตี” เสียงหวดไม้เรียวดังจนเจ็บไปทั้งใจ แต่ความแรงของมันกับตำแหน่งที่ชานยอลเลือกตีในตอนนั้นไม่ได้เจ็บเท่า ราวกับว่าอีกฝ่ายคิดไว้แล้ว

 

“เมื่อกี้ผมแค่แกล้งพูดให้พี่ใจเสียเล่น แต่ถึงวันนั้นจะเป็นวันที่แย่จริงๆ แต่วันนี้มันเปลี่ยนไปแล้วไม่ใช่เหรอ?”

 

“เพราะเป็นแบบนี้น่ะสิคนอื่นถึงได้หลงนายกันหมด”

 

หลงในที่นี้…

 

“แต่ผมก็ไม่เคยพูดเอาใจพี่นี่ครับ ใช่ไหม”

 

ชานยอลหมายถึงความเอ็นดู แบคฮยอนทำให้เขาทั้งรักและเอ็นดูแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมาก่อน 

 

“เรามาลืมเรื่องที่ผ่านมา แล้วเริ่มใหม่กันดีไหมครับ” ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นถามอย่างซื่อตรง รอยยิ้มอ่อนโยนยังคงไม่จางหายไปจากริมฝีปากบางคู่นั้น “พี่บอกเองว่ากลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ เพราะงั้นต่อจากนี้ทำดีกับผมเท่าที่พี่จะทำได้ดีไหม”

 

‘ถ้าซาบซึ้งก็รักพี่ให้มากเท่าที่จะรักได้’

 

ราวกับได้ยินเสียงตัวเองดังขึ้นในหัว ชานยอลก้มลงมองคนตัวเล็กใกล้ๆ ท่าทางเขาจะถูกเด็กเลียนปากเข้าให้แล้วแต่กลับไม่รู้สึกเคืองเลยสักนิดเดียว

 

“ไม่ต้องขอโทษอะไรกันอีก ไม่ต้องมารู้สึกผิดกับเรื่องแย่ๆที่ผ่านมา คิดแค่ว่าตอนนี้เรามีความสุขหรือยังก็พอ” ร่างสูงกดยิ้ม นัยน์ตาที่สะท้อนเงาแบคฮยอนนั้นมีแต่ความสุข เป็นความสุขที่มาพร้อมกับความโล่งใจ ไม่มีเรื่องใดให้ต้องน่ากังวลอีก

 

ไม่มีแล้วจริงๆ

 

“ผมน่ะ… มีความสุขจนลืมคริสต์มาสปีก่อนไปแล้วล่ะครับ” ท่าทางมีชีวิตชีวากับรอยยิ้มหวานที่ส่งมาทำหัวใจคุณชายรองพองโต และชักจะไม่อยากห่างไปไหนซะแล้วสิ

 

“ผมพูดไปตั้งเยอะพี่ไม่คิดจะพูด—”

 

รีบเรียนให้จบนะครับ

 

“อ่า…”

 

“แล้วกลับมาอยู่ด้วยกัน ถึงตอนนั้นพี่จะดีกับนาย ทำทุกอย่างให้นายมีความสุข” เป็นคำพูดที่เลี่ยนจนแม้แต่คนพูดก็ยังอดเขินตัวเองไม่ได้ ดวงตารูปพระจันทร์เสี้ยวของแบคฮยอนมองใบหูแดงเรื่อของคนโตกว่า เป็นอีกครั้งที่เขาได้เห็นคุณชายรองขี้อาย

 

ผมสีเทาหม่นที่ไม่ได้เซ็ตเป็นทรง กับผ้าพันคอสีดำเหมือนกับสีของโค้ททำให้อีกฝ่ายดูเด็กลงไปหลายปี นัยน์ตาคมที่มักจ้องมองให้ใจสั่นและสะกดให้ทำตามอยู่เรื่อยนั้น ยามนี้มันกำลังออดอ้อนให้เขาเห็นใจ 

 

ตั้งแต่ยกหัวใจให้

 

แบคฮยอนก็รู้สึกตลอดเลยว่าตัวเองโชคดีเหลือเกิน

 

 

“ครับ ผมจะตั้งใจเรียนให้จบแล้วกลับไปหาพี่ รอหน่อยนะ” 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

 

“รายละเอียดที่ฝ่ายจัดซื้อแจงมามีประมาณนี้ค่ะ”

 

“ดาซม”

 

“ถ้าบอสต้องการมากกว่านี้เดี๋ยวดิฉันจะให้ผู้จัดการ—”

 

“ผมชอบนะ”

 

“…” 

 

“กล่องแหวนที่คุณหามาให้ ถูกใจผม” หญิงสาวค่อยๆเงยหน้าขึ้นจากแฟ้มงานก่อนจะมองไปยังฝั่งตรงข้าม “แหวนถักกับกล่องไม้งั้นเหรอ เข้ากันดีชะมัด…” เสียงพึมพำอย่างพอใจกับท่าทีเห่อของชิ้นใหม่ทำเอาเธอถึงกับกลอกตา

 

มาอีกแล้วเหรอ

 

“ไปหามาจากไหน กล่องแบบนี้คงจะหายากอยู่สินะ”

 

โหมดคุณชายรองวัยมีรักแรก ให้ตายเถอะ

 

“รู้ใจสมกับที่เป็นเลขา”

 

“ทำไมต้องตื่นเต้นขนาดนั้นด้วย กล่องแบบนั้นร้านกิ๊ฟช็อปที่ไหนก็มีไม่ใช่หรือไง…” คิมดาซมพูดเบาๆ มองดูคนที่คงไม่เคยเดินเข้าร้านขายของกุ๊บกิ๊บน่ารักของเด็กผู้หญิงอย่างเหนื่อยหน่าย

 

“พวกนายก็คิดว่ามันเข้ากับแหวนของฉันใช่ไหมล่ะ จงอิน คิมจงแด” แม้แต่อีกสองคนที่อยู่ในห้องทำงานกว้างด้วยกันก็มีปฏิกิริยาไม่แตกต่าง

 

คนหนึ่งนั่งยิ้มแห้งๆไร้ซึ่งคำตอบ

 

ส่วนอีกคนยิ่งแล้วใหญ่

 

“ไอ้แหวนหญ้านั่นน่ะเหรอ” หนุ่มไฮโซผิวแทนที่กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์ตรงโซฟารับแขกถามโดยที่ไม่คิดจะหันมามองเพื่อนสนิทตัวเองด้วยซ้ำ

 

“แหวนหญ้าแล้วมันยังไง เด็กนั่นน่ะตั้งใจถักให้ฉันตั้งครึ่งวัน”

 

“เด็กน้อยจริงๆ”

 

“ถ้าไม่อยากถูกเตะออกนอกห้องก็อย่ามาวิจารณ์คนของฉัน”

 

“แล้วใครว่าฉันพูดถึงน้องแบคฮยอนล่ะ ฉันหมายถึงนายต่างหาก—เฮ้ย!” คิมจงอินแหวใส่เมื่อมีปากกาด้ามหนึ่งพุ่งเข้ามาหาแต่ไกล โชคดีที่หลบได้ แต่ก็โชคร้ายที่ยังต้องมานั่งฟังคุณชายเพื่อนเพ้อเจ้อถึงแฟนเด็กอย่างไม่รู้จักจบสิ้นสักที

 

“ถึงจะดูปัญญานิ่มยังไงฉันก็ชอบมากกว่าของแพงๆที่คนมักซื้อมาเอาใจก็แล้วกัน…” ร่างสูงเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ในมือยังคงถือกล่องไม้บรรจุแหวนใบเล็กๆที่ให้คิมดาซมไปหาซื้อมาให้ ซึ่งก็ถูกใจจนวางไม่ลง

 

“แต่ก็ยังชอบน้อยกว่าคนให้อยู่ดี…” ร่างสูงกดยิ้มนิดๆที่มุมปาก ตั้งแต่กลับมาโซลได้วีคกว่าๆเขาก็เอาแต่เป็นแบบนี้ เมื่อเริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายจากงานที่ถาโถมเข้ามาใส่อย่างโหดร้ายสมาธิเขาจะหลุดทันที

 

ไม่มีอีกแล้วบอสหนุ่มที่เอาแต่ปั้นหน้าเคร่งอยู่กับกองงานจนไม่สนความสุขตัวเอง จะมีก็แต่คุณชายรองที่เอาแต่นั่งเหม่อมองแหวนหญ้าสีน้ำตาลกรอบๆด้วยท่าทางอิ่มเอมใจ ไม่ได้เศร้าหมองจะเป็นจะตายที่ต้องห่าง กลับขยันเอาเรื่องมาเล่าให้คนสนิทฟังเหมือนพวกหลงอีหนูเข้าไปทุกที

 

“รู้ไหม ความจริงฉันไม่ได้ตั้งใจจะเอาแหวนให้ตอนนั้นด้วยซ้ำ แต่เพราะ—”

 

“เด็กนั่นเอาแต่ร้องไห้ไม่หยุด”

 

“…”

 

“รู้แล้วครับ คุณชายเพื่อนเล่าให้พวกผมฟังจนจำได้แล้ว”

 

“แล้วรู้หรือเปล่าว่าแบคฮยอนทำหน้ายังไงตอนที่เห็นแหวนของฉัน”

 

แต่บางครั้งก็ดูเหมือนเด็กขี้อวดจริงๆ

 

“ก็คงจะร้องไห้หนักกว่าเดิมหรือไม่ก็ตกใจจนวิ่งหนี คนที่คิดจะทำอะไรก็ทำโดยไม่สนบรรยากาศแบบนายมันจะโรแมนติกได้สักแค่ไหนเชียว”

 

“เฮอะ ไอ้หมอนี่…” บอสหนุ่มถึงกับเคี้ยวฟันเมื่อถูกเพื่อนสนิทพูดแทงใจดำเข้าอย่างแรง  อยากจะหาอะไรใกล้ๆมือเขวี้ยงไปอีกสักรอบแต่พอย้อนกลับมาคิดดูแล้วมันก็จริงแทบทั้งหมด

 

เขาเก่งเรื่องใช้ฐานะเงินทองเอาใจผู้หญิง แต่กับแบคฮยอนแล้วทุกอย่างกลับเรียบง่ายตรงไปตรงมา ออกจะเรียบๆง่ายๆเกินไปด้วยซ้ำ

 

พอมาคิดว่าทุกอย่างมันธรรมดาและไร้ความโรแมนติกอย่างที่จงอินว่า คิ้วหนาจึงขมวดชิดกันยิ่งกว่าตอนทำงาน แถมยังนึกก่นว่าตัวเองในใจ

 

“แต่วันนั้นก็ดูจะชอบมากไม่ใช่หรือไงนะ ฉันคงไม่ได้ห่วยขนาดนั้นหรอก…” แต่ก็พยายามปลอบตัวเองว่าบรรยากาศตอนที่ให้แหวนกับแบคฮยอนมันดีแล้ว อะไรที่มาจากเขาย่อมต้องดีสุดๆ

 

“อะแฮ่ม…” เสียงกระแอมไอจากหัวหน้าฝ่ายบุคคลเรียกสายตาของบอสหนุ่มให้กลับไปที่งานได้อีกครั้ง “รบกวนช่วยดูเอกสารให้ผมต่อได้ไหม…”

 

“ขัดใจฉันอีกแล้วนะจงแด”

 

“อย่าพูดอย่างนั้นเลยครับ แต่นอกจากงานของผมแล้วก็ยังมีแฟ้มพวกนี้ด้วยไม่ใช่เหรอที่ต้องเซ็น กองสูงอย่างกับตึก คุณเลขาดาซมก็น่าจะอยากบอกบอสเหมือนกัน”

 

“ไปนั่งรวมกับคิมจงอินตรงนั้นให้หมดไป” ถึงปากจะว่าแบบนั้นทว่าการโน้มตัวกลับมาดูเอกสารบนโต๊ะให้ ก็ทำเอาลูกน้องคนสนิทลอบยิ้มตามๆกัน

 

ท่าทางที่ซูริคจะมีแต่เรื่องราวดีๆเกิดขึ้น บอสผู้เย็นชาและแสนเคร่งขรึมคนเดิมคนนั้นถึงได้หายไป เหลือกลับมาแค่คุณชายรองวัยแตกหนุ่มที่มีความสุขอย่างเห็นชัด ซ้ำยังเกเร ทำอิดออดเรื่องงานอยู่เรื่อยเพราะมัวแต่พร่ำเพ้อถึงอดีตเด็กฝึกงาน

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

 

หนึ่งปีต่อมา

 

 

 

 

 

(ประชุมเสร็จแล้วเหรอครับ)

 

“พักเบรกน่ะ เหมือนได้ยินเสียงน้ำ?”

 

(ผมอาบน้ำไง เพิ่งตื่นนอนเดี๋ยวออกไปข้างนอก)

 

“ไปไหน เปิดกล้องหน่อยอยากเห็น”

 

(ทะลึ่งจัง)

 

“อยากเห็นหน้าครับ หนูนั่นแหละคิดไปถึงไหนทะลึ่งจัง”

 

(คิดว่าผมจะเชื่อพี่หรือไง)

 

“อยากเห็นจริงๆ”

 

(อยากเห็นหน้าผมน่ะเหรอ)

 

“อยากเห็นหนูโป๊สิ”

 

(ฮื่อ)

 

“ฮ่ะๆ” 

 

(ทำไมเอาแต่แกล้งคนเพิ่งตื่นนอนล่ะครับ ผมตามพี่ไม่ทันหรอกนะ)

 

 

วันแล้ววันเล่าดำเนินไป ระยะทางระหว่างโซลและซูริคดูจะไม่ได้ไกลเกินเอื้อมเมื่อคนสองคนยังคงคอยติดต่อและรายงานความเคลื่อนไหวให้อีกคนรับรู้อยู่เสมอ

 

ชานยอลจะบินไปหาคนเด็กกว่าแค่เพียงเทอมละครั้ง หากแต่ครั้งหนึ่งก็กินเวลายาวนานเป็นเดือนและแทบไม่พากันออกไปไหนในบางวันที่มีอะไรกัน

 

ยามห่าง พวกเขาก็เหมือนกับคู่รักทั่วๆไปที่มักจะโทรคุยเล่นหรือไม่ก็วิดีโอคอลเพื่อแลกเปลี่ยนเรื่องราวในแต่ละวัน ไม่ว่าจะยามตื่น ก่อนนอน ช่วงที่มีเวลาว่าง หรือแม้แต่ตอนที่กำลังยุ่งด้วยกันทั้งคู่

 

(ผมขอวางสายก่อนนะ เซฮุนโทรมาตามแล้—อย่าถอนหายใจสิครับ)

 

“เมื่อไหร่จะเรียนจบ”

 

(ไม่งอแงนะครับบอส)

 

“รู้ไหมวีคนี้เราเพิ่งได้คุยกัน”

 

(ก็เพราะผมตั้งใจเรียนไงล่ะ เดี๋ยวทำงานกลับมาแล้วจะโทรกลับนะครับ ถ้าพี่ยังไม่หลับ)

 

เมื่อดวงอาทิตย์ฝั่งโซลเริ่มจะหลับใหล จะเป็นวันใหม่ของซูริค นั่นคือสิ่งที่ทั้งคู่ได้เรียนรู้และจดจำขึ้นใจ แม้หลายๆครั้งพวกเขาจะคิดถึงกันมากเสียจนต้องคุยกันโดยไม่สนใจเวลาก็ตาม

 

“จะไม่หลับจนกว่าหนูจะกลับมาส่งเข้านอน”

 

(ถ้าพี่ไม่ทำหน้านิ่งตอนพูดหวานๆกับผมก็คงดี แต่อย่างว่าแหละ ตรงนั้นคงมีแต่ผู้ใหญ่—)

 

“ยิ้มอยู่ครับ”

 

(…)

 

“ใครเค้าคุยกับแฟนแล้วทำหน้าบึ้ง ไม่ได้ทะเลาะกันสักหน่อยถึงจะหงุดหงิดที่หนูไม่ค่อยมีเวลาให้ก็เถอะ”

 

 

ความสัมพันธ์ของพวกเขาเดินหน้าไปเรื่อยๆ

 

จากวันเป็นเดือน

 

จากเดือนกลายเป็นปี… 

 

ต่างได้เรียนรู้ความสุขจากการรอคอยไปด้วยกัน

 

 

(ผมก็ยิ้มอยู่เหมือนกัน อยากกลับไปอ้อนให้พี่หายหงุดหงิดเร็วๆแล้วสิ)

 

“หึ…” 

 

รออยู่ครับ รอหนูอยู่ทุกวันรู้ใช่ไหม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ชานยอล”

 

เสียงเรียกชื่อดังขึ้นด้านหลังเมื่อช่วงขายาวก้าวพ้นออกจากประตูห้องประชุมมาได้ไม่นาน

 

ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทมีระดับ เพียบพร้อมไปด้วยทรัพย์และฐานะทั้งสองที่กำลังเผชิญหน้ากันทำเอาลูกน้องและเหล่าผู้บริหารตำแหน่งต่ำกว่าต้องค่อยๆเดินผ่านไป เหลือไว้แต่เลขาสาวยืนถือสมุดบันทึกการประชุมอยู่เคียงข้างกาย 

 

“เดือนหน้าฉันจะรับพนักงานฝ่ายตรวจสอบเพิ่ม”

 

“แล้วมาบอกผมทำไม”

 

คนขาดก็ไปคุยกับจงแดสิ

 

“ฉันจะให้นายเข้าสัมภาษณ์ด้วย”

 

“ครับ? ตำแหน่งอะไรจำเป็นต้องมีผมด้วยเหรอ”

 

“ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่าย”

 

“หืม…”

 

พนักงานคนเดิมลาออกไปงั้นเหรอ ไม่สิ…ตำแหน่งนี้ว่างมานานแล้วต่างหาก 

 

แต่ถึงยังไงการรับพนักงานเข้ามาเพิ่มสักคนหากไม่ใช่ตำแหน่งใหญ่หรือสำคัญจริงๆก็ดูไม่จำเป็นสำหรับคนที่อยู่ระดับเขาเลยสักนิด

 

“แค่ฝ่ายบุคคลกับเมเนเจอร์ไม่พองั้นสิ ซีอีโอต้องลงไปดูด้วย?”

 

“ถ้าฉันว่างก็จะเข้าด้วย”

 

ชานยอลเลิกคิ้วเมื่อได้ฟัง ใช่ว่าจะไม่เคยเข้าร่วมการสัมภาษณ์พนักงานใหม่ แต่นั่นก็นานมาแล้ว ปกติยุนโฮจะไม่มาสนใจเรื่องพวกนี้ ก็แปลกดีที่จู่ๆวันนี้กลับมาพูด

 

“อย่าลืมเข้าด้วยล่ะ”

 

“วันที่เท่าไหร่”

 

“สุดสัปดาห์หน้า”

 

“ท่าทางจะเส้นใหญ่น่าดู…” เขาไม่ได้มีอคติกับเด็กเส้นถ้าเกิดว่ามีความสามารถมากพอ แต่หากไม่ล่ะก็คงเป็นอะไรที่ชวนหงุดหงิดไม่น้อยกับการที่ต้องสละเวลาเข้าไปฟัง ยุนโฮคงรู้ข้อนี้ดีถึงได้มายืนอยู่ตรงนี้ ดังนั้นเขาจะคาดหวังถึงความพิเศษของว่าที่พนักงานใหม่คนนั้นย่อมเป็นธรรมดา

 

“หวังว่าจะไม่ทำให้ผมรู้สึกเสียเวลา”

 

“ถึงวันนั้นนายก็ดูเอาเองแล้วกัน”

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

 

ห้องประชุมเล็กบนตึกหรูชั้นสิบถูกเปิดใช้เป็นสนามสอบเมื่อวันสัมภาษณ์งานมาถึง ปกติแล้วการคัดเลือกพนักงานทั่วๆไปจะเกิดขึ้นที่ห้องประชุมของฝ่ายบุคคลโดยตรง และอำนาจการตัดสินใจจะสิ้นสุดตรงผู้จัดการแผนกนั้นๆ

 

แต่เพราะวันนี้มีบุคคลสำคัญที่เป็นถึงซีอีโอบริษัทมาเข้าร่วมด้วย รูปแบบการสัมภาษณ์งานจึงต่างออกไป ไม่ว่าจะสถานที่หรือบรรยากาศ 

 

“แฟ้มประวัติล่ะ”

 

เจ้าของความสูงเกือบร้อยเก้าสิบถามหาแฟ้มประวัติพร้อมกับคลายเนคไทลงเล็กน้อยเมื่อเริ่มรู้สึกร้อนหลังจากเวลาผ่านไปแล้วหนึ่งชั่วโมง กับสามผู้เข้าสัมภาษณ์ที่ยังไม่มีใครสะดุดตาเขาเลยสักคน

 

น่าเบื่อ…

 

นั่นคือความรู้สึกที่มาพร้อมกับความอดทน เขาไม่ได้ร่วมฟังการสัมภาษณ์ตั้งแต่เริ่มต้นเพราะติดนัดที่โรงงานก่อนจะเข้ามาที่นี่ แต่แค่หนึ่งชั่วโมงก่อนเวลาพักเที่ยงคิดว่าคงจะเกินพอ

 

ปาร์คยุนโฮคิดอะไรอยู่ถึงให้เขาต้องมานั่งเสียเวลาอยู่ตรงนี้

 

“บอสจะเบรกก่อนมั้ยคะ หรือว่า—”

 

“คนสุดท้ายแล้วไม่ใช่หรือไง” ถึงความเบื่อหน่ายจะแสดงออกชัดทางสีหน้าและการหลุบตามองนาฬิกาข้อมือบ่อยครั้ง ทว่าเขากลับยังต้องการจะให้ทุกอย่างจบลงโดยไม่ต้องยืดเยื้อไปจนถึงช่วงบ่าย

 

“สัมภาษณ์ให้เสร็จไปเลย พวกคุณทนหิวกันได้หรือเปล่า” เจ้านายเอ่ยปากขนาดนี้คงไม่มีลูกน้องคนไหนบ้าบิ่นพอจะบอกว่าหิวจนไส้กิ่วแน่ๆ แม้เป็นเวลาเที่ยงตรงที่กระเพาะกำลังประท้วงกันสุดๆก็ตาม

 

“งั้นเรียกให้คนสุดท้ายเข้ามาเลยนะคะ”

 

“เชิญครับ” 

 

เลขาสาวที่นั่งห่างออกไปราวสองช่วงแขนก้มหน้าอมยิ้มก่อนจะส่งแฟ้มประวัติของผู้สมัครคนสุดท้ายให้กับเจ้านายตัวเอง

 

พักหลังชานยอลนิสัยเด็กลงทุกวันก็จริงแต่พอเป็นเวลางานที่ต้องจริงจังเขากลับยังคงรักษาท่าทีสุขุมไว้ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ไม่แปลกใจที่ได้รับฉายาพ่อมดแห่งวงการธุรกิจผลิตยานยนต์จากนักข่าวสองปีซ้อน ถ้าไม่เคยเห็นเวอร์ชั่นคุณชายรองผู้เอาแต่ใจมาก่อนเธอก็คงยังหลงปลื้มชานยอลไม่เปลี่ยนแปลง คิมดาซมคิดอย่างนั้น

 

 

 

แคร่ก…

 

 

 

“…”

 

เสียงเปิดประตูเข้ามาพร้อมกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆส่งผลให้ภายในห้องประชุมตกสู่ความเงียบงัน ร่างสูงนั่งก้มหน้าสายตานิ่งค้างอยู่ตรงหน้าเอกสารประวัติ คิ้วหนาขมวดชนกันก่อนเงยหน้าขึ้นมามองผู้สมัครคนสุดท้าย

 

 

อย่างตกตะลึง

 

 

 

“ขออนุญาตนั่งนะครับ”

 

“…”

 

แทบไม่เชื่อสายตากับภาพที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า ปลายนิ้วหนาเย็นเฉียบจนเผลอทำปากกาด้ามแพงร่วงหล่นจากมือคล้ายควบคุมตัวเองไม่อยู่

 

แป๊ก…

 

“แนะนำตัวได้เลยครับ” หัวหน้าฝ่ายบุคคลยังคงเป็นผู้ชักนำบรรยากาศ ร่างเล็กที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามซีอีโอหนุ่มยิ้มประหม่าเล็กน้อย พยายามจะไม่ตื่นเกร็งกับสายตาใครคนหนึ่งที่เอาแต่จ้องมองมา

 

สวัสดีครับ ผมแบคฮยอน” ร่างเล็กค้อมศีรษะแสดงความอ่อนน้อมเมื่อเริ่มแนะนำตัว รอยยิ้มหวานสะกดสายตากรรมการในห้องที่นั่งเรียงแถวหน้ากระดานอยู่ฝั่งตรงข้ามเขากว่าห้าคน ทว่าคงมีแค่คนเดียวเท่านั้นที่ดูโดดเด่น 

 

ไหล่กว้างตั้งตรงสง่างามน่าเกรงขาม

 

แผ่รัศมีผู้นำทั้งที่แทบไม่ขยับตัว

 

“อายุยี่สิบสี่ปี จบปริญญาโทจากซูริค…” เสียงนั้นดังอื้ออึงแต่ประสาทการรับรู้ของร่างสูงก็ยังดีอยู่เพราะรับฟังอย่างตั้งใจ

 

ที่แท้หนึ่งในผู้สมัครตำแหน่งตรวจสอบภายในคือแบคฮยอน ที่ปาร์คยุนโฮให้เขามาฟังสัมภาษณ์ด้วยก็เพราะแบบนี้เองเหรอ ชานยอลรู้สึกกลายเป็นคนโง่อีกครั้ง 

 

มันโกรธแต่ก็ดีใจ เซอร์ไพรส์แต่ก็เสียฟอร์ม สีหน้าท่าทางกรุ้มกริ่มของเหล่าลูกน้องชวนให้หงุดหงิด ทว่าริมฝีปากกลับเผลอยกยิ้มไม่รู้ตัวแม้พยายามฝืนปั้นหน้านิ่งแล้วก็ตาม

 

“ประสบการณ์การฝึกงานจากปาร์คกรุ๊ปโดยตรงครับ”

 

คำแนะนำตัวจบลงก่อนที่คำถามจากฝั่งผู้จัดการแผนกที่เกี่ยวข้องจะเริ่มต้นขึ้น มีเพียงชานยอลที่เอาแต่นั่งมองและรับฟังโดยไม่เอ่ยแม้สักคำถาม ผิดความคาดหมายหลายๆคนไป ไม่รู้เป็นเพราะกำลังอึ้ง โกรธ หรือดีใจจนพูดอะไรไม่ออกกันแน่ 

 

แต่ถึงอย่างนั้นคิมจงแดหัวหน้าฝ่ายบุคคลก็ทำหน้าที่ส่งมอบคำถามสำคัญให้กับเขาในตอนท้ายอยู่ดี

 

“ผ่านมั้ยครับบอส”

 

คิมดาซมลอบยิ้มคิกคักให้กับเด็กหนุ่มร่างเล็กที่ไม่ได้พบกันนาน ทุกคนต่างมองหน้าเขาด้วยแววตาเอ็นดู ความสัมพันธ์ที่เคลียร์ชัดและรู้กันภายในบริษัทความจริงไม่ต้องถามก็ทราบคำตอบดี ว่ายังไงปาร์คกรุ๊ปฯก็ต้องรับเด็กหนุ่มนักเรียนนอกดีกรีปริญญาโทคนนี้แน่นอ—

 

 

 

ไม่ผ่าน

 

 

 

 

“หา…”

 

แต่เสียงทุ้มทรงอำนาจกลับทำเอาหน้าแห้งกันไปทั้งห้องสัมภาษณ์ ไม่เว้นแม้แต่ร่างเล็กที่ค่อยๆหุบยิ้มแล้วเปลี่ยนมาเลิกคิ้วทวนถามอย่างสุภาพแทน

 

“ไม่ผ่านเหรอครับ?”

 

“รู้มาว่าวันนี้คุณมาสาย” ชานยอลเอ่ย ตอนที่เขาเข้ามายังไม่เห็นแบคฮยอนนั่งรวมกับผู้สมัครคนอื่นๆตรงหน้าห้องด้วยซ้ำ ตอกย้ำข้อเท็จจริงจากคำบอกเล่าของลูกน้องคิมจงแดว่าวันนี้มีคนมาสัมภาษณ์งานสายจริงๆ ซึ่งก็คือหนูตัวแสบที่กำลังนั่งทำหน้าตาน่ารังแกต่อหน้าเขาตอนนี้ไง

 

“ครับ เพราะผมเพิ่งลงเครื่องมาไม่กี่ชั่วโมงก่อน กว่าจะมาถึงนี่ก็เลย—”

 

“นั่นใช่สิ่งที่คุณควรเอามาอ้างกับผมเหรอ”

 

แบคฮยอนแอบเบะปากใส่เขา ชานยอลทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นทั้งที่ได้จดแต้มคาดโทษไว้ในใจเรียบร้อยแล้ว เต็มร้อยตอนนี้อีกฝ่ายน่าจะได้คะแนนเกินแล้วล่ะ…

 

“และที่นี่ไม่ต้อนรับคนที่มีประวัติไม่โปร่งใส”

 

“ครับ?”

 

“ยังไม่ทันเข้าทำงานคุณก็โกหกแล้ว” ไม่เพียงแต่แบคฮยอนที่ไม่เข้าใจ แต่ผู้จัดการฝ่ายอีกสี่ห้าคนที่นั่งถัดออกไปต่างก็งุนงงต่อคำพูดนั้นเช่นเดียวกัน 

 

“ตรงไหนที่ว่าผมโกหก” ดวงตารีเล็กมองสันจมูกโด่งของบอสหนุ่มที่กำลังก้มลงอ่านแฟ้มประวัติของเขาก่อนเงยหน้าขึ้นพูดอีกครั้ง

 

“คุณเขียนในใบสมัครตรงช่องสถานภาพว่าโสด

 

“…”

 

“ทั้งที่นิ้วนางข้างซ้ายมีแหวนเนี่ยนะครับ”

 

“อ…”

 

และนั่นทำเอาทุกสายตาต่างพากันมองไปยังนิ้วเรียวของแบคฮยอนทันที ร่างเล็กที่วันนี้ได้เติบโตเต็มวัยเผลอเม้มปาก ค่อยๆหุบมือที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วยิ้มพูดทั้งที่อายจนอยากแทรกหายไปกับอากาศ

 

“โสดก็เพราะว่ายังไม่ได้ผ่านการสมรส อีกอย่างแค่แหวนวงเดียว คุณไม่คิดเหรอครับว่าผมอาจจะสะดวกใส่มันตรงนิ้วนี้เพราะไซส์พอดี—”

 

“คนที่กล้าโกหกทั้งผู้ใหญ่ทั้งคนที่สวมแหวนให้กับมือ แถมยังนั่งฟังอยู่ด้วยตรงนี้…”

 

“…”

 

“ยังไงผมก็ไม่ให้ผ่านครับ”

 

“อะ…”

 

คุณขาดคุณสมบัติ

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

                                                             

“ขาดคุณสมบัติเหรอครับ?”

 

“พี่รอง”

 

“อย่าเอาแต่เดินหนีผมสิ”

 

“ผมเรียกพี่อยู่นะ”

 

“คุณชายรอง”

 

“บอส—”

 

ถ้าไม่หยุดผมจะกลับแล้วนะครับ” สิ้นคำขู่ร่างสูงสง่าในชุดสูทหรูหยุดฝีเท้าลงตรงหน้าประตูที่มีป้ายชื่อและตำแหน่งของเขาติดอยู่ทันที

 

“รอผมด้วยสิ…” ใบหน้าหล่อไม่บ่งบอกอารมณ์หันมาเล็กน้อยก่อนเจ้าของมันจะผลักประตูเดินเข้าห้องไป แบคฮยอนพรูลมหายใจเฮือกใหญ่ รู้แล้วล่ะว่าคงโดนงอนเข้าให้ถึงได้ตัดสินใจตามเข้าไปในห้องทำงานอย่างไม่ลังเล

 

 

ฟึบ!

 

 

ทั้งยังถือวิสาสะโถมตัวเข้าสวมกอดเอวสอบจากด้านหลังอย่างลืมอาย เมื่อมีเวลาอยู่ด้วยกันตามลำพังเขาเลือกจะทำตามใจตัวเอง

 

คิดถึงนะครับ

 

คิดมาตลอดว่าอยากพูดคำนี้ให้ได้ยินใกล้ๆและกอดอีกฝ่ายให้แน่นที่สุดเมื่อได้พบกันอีก มันเขินกว่าที่คิดแต่ก็ไม่ได้ยากอย่างที่กังวล แบคฮยอนก็แค่ทำในสิ่งที่อยากทำ พูดในสิ่งที่ควรพูดถึงแม้อีกฝ่ายจะเอาแต่ยืนนิ่งก็ตาม

 

“โกรธผมจริงๆงั้นเหรอ” ดวงหน้าหวานซบลงบนแผ่นหลังกว้างที่แสนคิดถึง 

 

“ทั้งที่ผมตื่นเต้นดีใจแทบแย่ที่เราได้เจอกันแต่พี่กลับทำหน้านิ่ง” น้ำเสียงนั้นขี้อ้อนจนคนที่แสร้งใจแข็งแทบทนไม่ได้ แบคฮยอนไม่ได้เติบโตแค่เพียงการใช้ชีวิตเข้มแข็งอย่างผู้ใหญ่ แต่ยังเรียนรู้ที่จะอ่อนแออย่างเจ้าเล่ห์เพื่อเอาชนะเขาด้วย 

 

ร้ายจริงๆ

 

“ผมน้อยใจนะ…”

 

“นายมีสิทธิ์จะพูดแบบนั้นด้วยเหรอ”

 

“ผมเพิ่งลงจากเครื่องเมื่อเช้าแล้วก็รีบมาที่นี่เลยแต่พี่ก็เอาแต่ดุผมต่อหน้าคนอื่น แล้วตอนนี้ก็ยังจะเมินกันอีก”

 

“…”

 

“ไม่รักกันแล้วเหรอ”

 

“…”

 

“พี่รองไม่รักแบคฮยอนแล้วเหรอครับ”

 

เด็กนี่…  

 

บอสหนุ่มผู้เคร่งขรึมหลับตาแน่น ขณะที่ร่างเล็กแสนใจกล้าก็อายอยู่เหมือนกันตอนที่ชานยอลจับเขาให้หมุนมาเผชิญหน้าตรงๆ

 

“คิดว่าทำแบบนี้แล้วจะรอดหรือไง” คำขู่ใช้ไม่ได้ผลเมื่อสายตาที่ทอดมองมาช่างดูสวนทาง

 

“น่าจะ—อ๊ะ! อย่า” แบคฮยอนหลับตาปี๋พร้อมกับรีบยกมือขึ้นบังหน้าผากตัวเองเมื่อชานยอลทำท่าจะดีดมันเป็นการลงโทษ

 

แต่เปล่าเลย…

 

ความเงียบทำให้ค่อยๆลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะพบว่าอีกฝ่ายก็แค่ยืนมองโดยไม่ได้คิดจะลงมือจริงๆ ซ้ำยังใช้สายตาคิดถึงและดีใจกวาดมองใบหน้าหวานของเขาเหมือนเผลอลืม

 

“เพราะแบบนี้เองสินะถึงติดต่อนายไม่ได้ทั้งคืน”

 

ถูกเด็กคนนี้ต้มแล้วต้มอีก ไม่ใช่แค่ตัวเขาแต่ใครต่างก็รู้ทั้งนั้นว่าที่ผ่านมาชานยอลรอเวลานี้มาตลอด รอวันที่แบคฮยอนกลับมาหาแล้วก็มาจริงๆ มาแบบที่เขาไม่ทันจะได้ตั้งตัว 

 

ถ้าเป็นการเอาคืนเรื่องที่เคยไปหาซูริคครั้งแรกโดยไม่บอกก่อนคงนับว่าหายกัน

 

แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่มีโอกาสเขาเอาคืนแน่

 

“ผมอยู่บนเครื่อง”

 

“นายไม่บอกพี่สักคำ”

 

“ครับ ผมตั้งใจ”

 

คืนนี้เขาเอาคืนแน่

 

“ครั้งนี้ผมตั้งใจจะกลับมาโดยไม่บอก กังวลเหมือนกันว่าพี่จะโกรธแต่คิดว่าคงดีใจมากกว่า”

 

“คิดจะมาก็มา คิดจะไปก็ไป เห็นพี่เป็น—”

 

 “เรียนจบแล้วนะครับ

 

“…”

 

“ผมไม่ต้องไปไหนอีกแล้วพี่ดีใจหรือเปล่า” ชั่วขณะหนึ่งที่รู้สึกเหมือนทุกอย่างได้หยุดเคลื่อนไหว ความคิดว้าวุ่นต่างๆและเสียงลมหายใจแรงๆอย่างไม่เป็นจังหวะคล้ายหอบเหนื่อยหรือตื่นเต้นของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งค่อยๆผ่อนลง

 

“จบแล้ว…” เสียงหัวใจและรอยยิ้มที่ค่อยๆสว่างไสวของคนสองคนกลับเข้ามาแทน “งั้นเหรอ…” ร่างสูงถามย้ำด้วยท่าทางมึนงง หากแต่นัยน์ตาคมกลับมีประกายตื่นเต้นดีใจซ่อนอยู่

 

“ครับ ผมจบเร็วกว่ากำหนด” คนน่ารักพยักหน้ายิ้มตาหยีบอกอย่างน่าเอ็นดู ชานยอลจ้องมองเขาอยู่เพียงครู่ก็ผ่อนลมหายใจโล่งอกออกมา รอยยิ้มสว่างจ้าไม่ปิดบังแล้วก็ยังดูหล่อมากๆนั้นทำเอาใจดวงน้อยเต้นดังกว่าเดิม

 

เก่งมากครับ

 

แบคฮยอนเขินจนหน้าแดงตอนที่อุ้งมือหนาวางลงกลางศีรษะของเขาแล้วลูบอย่างชื่นชม ความเหนื่อยล้าสะสมจากที่ผ่านๆมาหายไปทันที  

 

อันที่จริงก็หายตั้งแต่วินาทีที่ได้เห็นหน้าชานยอลแล้ว

 

“ไม่ให้รางวัลหน่อยเหรอครับ?”

 

“…”

 

แบคฮยอนยังคงยิ้มอย่างมีความสุข

 

“อย่างน้อยๆก็ช่วยพิจารณารับผมเข้าทำงาน—อ…” ร่างเล็กกะพริบตาปริบๆเมื่อริมฝีปากและลมหายใจถูกช่วงชิงทั้งที่กำลังพูดอยู่ เสียงหัวเราะกลบความรู้สึกเขินอายดังเคล้าน้อยๆเมื่อชานยอลบดจูบลงมาในจังหวะที่หนักหน่วงกว่าเดิม

 

มือเรียวลากผ่านอกแกร่งขึ้นไปเกี่ยวที่หลังคอ แหวนเพชรบนนิ้วเรียวแนบลงบนผิวจนสัมผัสถึงความเย็น ผู้มอบให้นึกยิ้มในใจ 

 

รสจูบหวามไหวไม่ยอมผ่อนแรงทำแบคฮยอนตัวเบาหวิว รู้สึกคล้ายได้ล่องลอยอยู่ในอากาศนานหลายนาที…

 

เรียวลิ้นพันเกี่ยวกันไปมาแลกเปลี่ยนความต้องการ และบอกถึงความรัก ความสุข และความคิดถึงไปพร้อมกัน

 

 

“ผมยังจำที่พี่เคยพูดไว้ได้นะครับ…” แบคฮยอนผละใบหน้าออกมาทั้งที่แขนยังคงคล้องคอร่างสูงอยู่แบบนั้น เสียงหอบหายใจแรงทำชานยอลยกยิ้ม มองใบหน้าขาวผ่องถูกสีแดงระเรื่อกลืนกินพื้นที่แก้มนั้นอย่างน่าชังจนอดใจที่จะกดจูบลงไปซ้ำไม่ไหว

 

“ที่บอกพอถึงเวลานั้นพี่จะดีกับผม ทำทุกอย่างให้ผมมีความสุข…ใช่ตอนนี้หรือเปล่า”

 

“ไม่ใช่”

 

“…”

 

อย่างที่จงอินเคยพูดไว้ชานยอลไม่เก่งเรื่องสร้างบรรยากาศ จะตอนนั้นหรือตอนนี้ทุกอย่างยังคงเรียบง่ายและแสนธรรมดา มีแต่ความรู้สึกที่มั่นคง มีแต่สายตาและการกระทำที่จริงใจ 

 

ไม่รู้ว่ามันเพียงพอสำหรับเด็กดีอย่างแบคฮยอนแล้วหรือยัง

 

 

หมายถึงนับจากนี้และตลอดไปต่างหาก

 

 

แต่ทว่าเขาก็ทำอย่างสุดหัวใจแล้ว

 

ใครจะไปคิดว่าเขาและแบคฮยอนจะได้รักกัน เมื่อก่อนนั้นยังเป็นแค่ความเอ็นดู ไม่ได้คิดครอบครองหรืออยากแตะต้องตอนที่ต้องแยกจากถึงรู้สึกว่าไม่ยุติธรรม ความรู้สึกลึกซึ้งเริ่มต้นขึ้นจริงๆตอนไหนแทบไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ 

 

อาจจะเป็นวันที่แบคฮยอนรู้สึกคล้ายไม่เหลือใคร

 

อาจจะเป็นวันที่แบคฮยอนตัดพ้อว่าเขาไม่รัก

 

ไม่ว่าจะเป็นวันไหนเขาไม่คิดจะกลับไปย้อนนึกถึงมันแล้วล่ะ… แค่ตอนนี้ เวลานี้ และนับจากนี้พวกเขาจะได้ใช้เวลาด้วยกันเท่าที่ใจต้องการก็พอ

 

 

“อย่าไปไหนอีกนะครับ พี่แก่จนเริ่มตามหนูไม่ทันแล้ว”

 

“ใครว่าล่ะครับ พี่ไม่แก่สัก—อือ” ริมฝีปากหยักถูกงับเบาๆ ชานยอลค่อยๆละเมียดละไมดูดดึงมันอย่างรักใคร่หวงแหน พร้อมกับใช้สายตาที่หวานที่สุดมองแบคฮยอนโดยที่ไม่คิดผละใบหน้าออกห่างสักนิดเดียว 

 

“พูดไปอย่างนั้นแหละ อยากอ้อนหนูบ้างจะได้ไม่ไปไหนอีก…”

 

 

 

 

 

TBC.

 

 

 

 

 

อ้อนจังเลยอิตาคนนิ ;-; ทั้งรักทั้งหลงและอยู่ในโหมดลูกหมาตัวโตให้เด็กมันไปไหนไม่รอด ร้ายเนอะะะะ ฟ้องคุณนม! ฟ้องคุณนม! 

 

ตอนหน้าบทส่งท้ายแล้วน้า แสนใจหาย TT (แต่พอคิดว่าต้องปั่นตอนพิเศษในเล่มอีกสามตอนก็ร้องแอ๋งเลย 5555) 

 

ขอสกรีมให้กำลังใจกันหน่อย ตอนหน้าสุดท้ายแล้วจริงๆ!!  >> #ฟิคชานฮยอง

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 847 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,385 ความคิดเห็น

  1. #10350 CB_ChanBaek:) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 23 เมษายน 2564 / 15:23
    ฮื้ออออ.หวานมาก อบอุ่นมาก น่านักมาก
    #10,350
    0
  2. #10257 Louknam13 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2564 / 20:30
    งุ้ยยยยยย
    #10,257
    0
  3. #10205 YunewG (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 28 มกราคม 2564 / 10:51

    งู้ยยยยยยยยย ทำเซอร์ไพรส์ให้คุณชายรองหรือคะเนี่ย 55555 เอ็นดู
    #10,205
    0
  4. #10157 akxkcdkzxbac (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 20 มกราคม 2564 / 13:17
    อ้ยน่ารักมากกกก;-;
    #10,157
    0
  5. #10149 wadhna (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 20 มกราคม 2564 / 00:12
    เป็นนิยายที่ดีต่อใจมาก🥰🥰🥰
    #10,149
    0
  6. #10136 Benz Satita (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 19 มกราคม 2564 / 10:44

    ฉันเขินจะตายแล้ว น่ารักมากกก
    #10,136
    0
  7. #10101 JuJupcy (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 04:46
    มันน้วยหัวใจที่สุด
    #10,101
    0
  8. #10095 ChungWila (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 23:18
    ชอบพี่รองมุมนี้ไม่ไหวน่ารักมากๆแถมขี้เพ้ออีกต่างหาก555555555 จะได้อยู่ด้วยกันนานๆแล้วนะ🥰🥰🥰
    #10,095
    0
  9. #10062 Kalaaked_ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 00:28
    น่าร้ากกกกกกกกก
    #10,062
    0
  10. #9934 bozhanlukmae520 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 มกราคม 2564 / 22:43
    คิดถึงพีรองกับน้องเล็กแล้วค่ะ รออ่านอยู่นะคะ
    #9,934
    0
  11. #9932 24/7-B100HYUN (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 มกราคม 2564 / 00:03
    โอยยยย หวานมากก อยู่ในอาการคลั่งรักทั้งคู่ 55555
    #9,932
    0
  12. วันที่ 5 มกราคม 2564 / 20:17
    เย่ ได้กลับมาอยู่ด้วยกันแล้วน้าาา พี่รองต้องแกล้งน้องเล็กไม่หยุดแน่เลย5555
    #9,922
    0
  13. #9921 Supramarginal Gyrus (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 5 มกราคม 2564 / 09:11
    ❤️❤️❤️❤️❤️❤️
    #9,921
    0
  14. #9919 Hollydecemx (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 มกราคม 2564 / 22:46
    หลงน้องก็พูดมาไอ่คนปากหวานคนนี้ 🙆🏻‍♀️
    #9,919
    0
  15. #9918 Hollydecemx (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 มกราคม 2564 / 22:46
    กี่เรื่องๆก็ไม่เคยทำให้ผิดหวังเลย 💌
    #9,918
    0
  16. #9917 Hollydecemx (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 มกราคม 2564 / 22:45
    น่ารักจางงงงง น่ารักทิ่สุด
    #9,917
    0
  17. #9916 Hollydecemx (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 มกราคม 2564 / 22:45
    เหมือนจิขาดอากาศหายใจต
    #9,916
    0
  18. #9911 NvmsGift_ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 มกราคม 2564 / 00:05
    โง้ยยยยย เขินจะตาย
    #9,911
    0
  19. #9910 tadah (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 มกราคม 2564 / 23:43
    พี่รองคนนั้นได้หายไปแล้วค่ะ
    #9,910
    0
  20. #9909 cyswag (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2563 / 23:02
    พี่รองงงงง หลงเค้าไปหมดแน้วตอนนี้

    ในที่สุดก็จาได้อยู่ด้วยกันแล้วววว
    #9,909
    0
  21. #9908 sunny lin (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2563 / 22:14
    เขียนได้น่ารักมากเลยค่าา
    #9,908
    0
  22. #9907 ไพลอท (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2563 / 22:02
    สมหวังกันสักทีฮื่อออ อบอุ่นมากๆ เขินมากๆด้วย เป็นกำลังใจให้คุณไรท์นะคะรอติดตามเสมอ
    #9,907
    0
  23. #9901 SSToNG (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2563 / 01:04
    งื่อออ ใกลเจบแล้ว คุณชายรองยังน่ารักน่าตีไม่เคยเปลี่ยน เพิ่มเติมคือคลั่งรักน้องไม่ไหวววว
    #9,901
    0
  24. #9899 csxbby18 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 23:23
    ขอบคุณที่เขียนฟิคเรื่องนี้นะคะ
    #9,899
    0
  25. #9886 nut_si_na (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 01:24
    งื่อใจหนู
    #9,886
    0