HYUNG 형 | Chanbaek -END-

ตอนที่ 3 : CHAPTER 02 | คุณชายรอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22,497
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,280 ครั้ง
    27 ก.ย. 63

 

 

 

02

 

 

 

 

 

รถหรูซึ่งมีคุณชายตระกูลปาร์คนั่งกันอยู่ถึงสองคนเคลื่อนออกจากถนนมหาวิทยาลัยในเวลาต่อมา

 

บรรยากาศแทบไม่ผิดไปจากที่แบคฮยอนเคยคิดไว้ ภายในเงียบเสียจนร่างเล็กรู้สึกพะอืดพะอมขึ้นมา จะขยับตัวมากก็ยังไม่กล้า กลัวเหลือเกินว่าจะไปทำอะไรที่มันขัดหูขัดตาคุณชายรองที่นั่งอยู่ข้างกัน

 

 

รู้แบบนี้ไปนั่งด้านหน้าเสียแต่แรกก็ดี

 

 

“อ…” ร่างเล็กนั่งตัวลีบลงกว่าเก่าเมื่อเผลอหันไปสบตาคนที่หันหน้ามาพอดี ปาร์คชานยอลทำเหมือนจะพูดอะไรทว่าสุดท้ายใบหน้าหล่อก็หันกลับไปตั้งตรงอย่างเดิม

 

‘ดูจากรูปก็รู้แล้วว่าขี้เก๊ก’

 

จู่ๆเสียงของโอเซฮุนก็ดังขึ้นในหัว จำได้ว่าตอนได้ยินเพื่อนพูดขณะอ่านข่าวซุบซิบบนหน้าเว็บอินเตอร์เน็ตที่ใช้ภาพประกอบเป็นคุณชายรองยืนควงคู่กับสาวสวยคนหนึ่งแบคฮยอนไม่เถียงสักคำ…

 

มองอะไร

 

เพราะสิ่งที่เพื่อนพูดมานั้นมันไม่ได้ไกลจากความจริง

 

“เปล่าครับ…” สองแขนกอดอกแน่น ช่วงขายาวไขว้กันอยู่แถมไม่ยอมคาดเข็มขัดนิรภัย แบคฮยอนอยากบอกจังเลยว่าไอ้การนั่งไขว่ห้างบนรถน่ะมันอันตราย แต่ก็เกรงว่าจะถูกสวนกลับมาให้หน้าชาเลยได้แต่ส่ายหน้าห้ามความคิดตัวเอง

 

“ก็เห็นอยู่ว่ามอง”

 

“แค่แปลกใจที่วันนี้พี่มารับ แต่พอคิดว่าอาจจะเป็นเพราะพี่ใหญ่—”

 

“เห็นฉันเป็นคนไม่มีสมองเหรอถึงต้องคอยทำตามที่คนอื่นบอก”

 

“แค่ถามเองทำไมจะต้องหงุดหงิดด้วยล่ะครับ”

 

“เพราะฉันไม่อยากได้ยินเสียงของนาย”

 

“…”

 

“เหตุผลเท่านี้พอจะทำให้เงียบบ้างหรือยัง” คำพูดไม่ถนอมน้ำใจทำร่างเล็กเบือนหน้าออกนอกหน้าต่าง ไม่รู้ว่าตัวเองทำผิดอะไรอีกคนถึงไม่ยอมคุยด้วยดีๆ แล้วก็ยังมาหงุดหงิดใส่กันแบบนี้อีก

 

“คุณชายจะกลับบ้านเลยหรือเปล่าครับ”

 

“ยัง” เสียงเข้มยังคงเจือไปด้วยความหงุดหงิดแม้ในยามที่คุยกับคนขับรถผู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ “แวะโรงแรมพี่สะใภ้ก่อน”

 

“ได้ครับ”

 

 

 

 

ในตอนแรกแบคฮยอนแอบคิดว่าชานยอลคงจะมีธุระ แต่เมื่อมาถึงร่างสูงก็พาขึ้นไปเกือบชั้นบนสุดของโรงแรมซึ่งเป็นโซนภัตตาคาร ช่วงขายาวเดินไวชนิดที่แบคฮยอนต้องรีบจ้ำสองเท้าเพื่อตามไปให้ทัน ทั้งที่เอ่ยปากขอรออยู่ที่รถแต่อีกฝ่ายก็ดึงดันสั่งให้ตามมาอยู่ดี

 

“อยากกินอะไร”

 

เสียงทุ้มถามขึ้นพร้อมหยุดเดินกะทันหัน แบคฮยอนที่เกือบจะชนแผ่นหลังกว้างเงยหน้าขึ้นมองเสี้ยวหน้าคมก่อนจะหันไปมองรอบๆตัวเอง

 

ชานยอลพาเขามาหยุดยืนอยู่ตรงกลางซึ่งเป็นจุดที่สามารถมองเห็นภัตตาคารนานาชาติหรูระดับห้าดาวได้เกือบทั้งหมด แต่ยิ่งมองแบคฮยอนก็ยิ่งนึกคำตอบให้อีกฝ่ายไม่ออก แน่ล่ะ…เพิ่งกินเบอร์เกอร์ไปเกือบชิ้นนี่

 

“แล้วพี่รองอยากกินอะไรล่ะครับ”

 

“ถ้ารู้จะถามทำไม”

 

“งั้นเป็นร้านอาหารเกาหลีตรงนั้นดีไหม” ใบหน้าหล่อจัดหันไปมองตามนิ้วเรียวที่ชี้บอกทาง

 

“คนไม่เยอะด้วยพี่รองจะได้ไม่ต้องรอนาน”

 

“ก็ไม่เลว” ร่างเล็กเผลอยิ้มออกไปเมื่อชานยอลดูจะเห็นด้วยกับสิ่งที่ตนเพิ่งเสนอ ทว่า

 

“แต่ไม่ดีกว่า ฉันอยากจะกินอาหารญี่ปุ่น”

 

แล้วใครกันที่บอกไม่รู้จะกินอะไร ถ้ามีจุดหมายตั้งแต่แรกไม่เห็นจะต้องมาถามเอาความเห็นจากเขาเลย

 

แบคฮยอนมองคนที่พูดจบก็กดยิ้มมุมปากประหนึ่งได้รับชัยชนะ ท่าทางชานยอลจะมีความสุขมากที่สามารถปั่นหัวเขาได้สำเร็จ

 

“ตามมาได้แล้ว”

 

ร่างเล็กถอนหายใจก่อนจะรีบจ้ำเท้าตามหลังอีกฝ่ายไปอีกครั้ง พนักงานต้อนรับรีบกุลีกุจอเข้ามารับสิ่งของสัมภาระที่พวกเขานำติดตัวมา แบคฮยอนถอดแพนดิ้งสีดำตัวใหญ่ของตัวเองให้พนักงานเอาไปเก็บ ก่อนจะเข้าไปนั่งโต๊ะด้านในสุดของร้านซึ่งชานยอลเป็นคนเลือกเอง

 

เมนูอาหารแทบจะทั้งหมดชานยอลเป็นผู้สั่ง ไม่แม้แต่จะหันมาถามความเห็นน้องสักคำ มีก็เพียงแต่ยื่นเล่มเมนูอาหารมาให้ในตอนสุดท้ายซึ่งแบคฮยอนคงไม่กล้าจะสั่งอะไรในเมื่ออีกฝ่ายร่ายรายชื่ออาหารยาวเป็นชุด เหมือนกลั้นหิวจากไหนมาแบบนั้น

 

“เลิกทำหน้างอสักที”

 

เสียงทุ้มดังมาจากอีกฝั่ง

 

“ไม่รู้เหรอว่าร้านที่คนเยอะๆมักจะอร่อย”

 

เสียงนั้นดูผ่อนคลายลงต่างจากก่อนหน้านี้ลิบลับ

 

“ดูสิ แน่นทุกโต๊ะ”

 

ทั้งยังทิ้งท่าทางเคร่งขรึมไป สับเปลี่ยนอารมณ์ไวจนแบคฮยอนตามไม่ทัน ร่างเล็กเหลือบมองผู้ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามแต่ก็ทำได้แค่แวบเดียวเท่านั้นเมื่ออีกฝ่ายเองก็กำลังมองมา ปลายนิ้วหนาเคาะลงบนโต๊ะไม่รู้ว่ากำลังใช้ความคิดหรือรอเวลาให้อาหารมาเสิร์ฟกันแน่ ที่แน่ๆแบคฮยอนอยากให้ช่วงเวลานี้ผ่านไปไว ๆ อยู่กับคนคุ้มดีคุ้มร้ายไม่แคล้วได้กลายเป็นที่รองรับอารมณ์

 

“คงไม่ได้นินทาฉันในใจอยู่หรอกนะ”

 

“…”

 

“ไม่ได้ยินที่ฉันคุยด้วยหรือไง”

 

“พี่เพิ่งพูดเองไม่ใช่เหรอครับว่าไม่อยากได้ยินเสียงของผม”

 

“…”

 

คงเป็นไม่กี่ครั้งที่คำพูดของแบคฮยอนจะทำให้อีกฝ่ายเงียบไปได้ ไม่แสดงเหตุผลที่เหมือนกับการข่มให้ตกเป็นรอง ชานยอลทำเพียงแค่นั่งเดาะลิ้นเดาใจไม่ออก ขณะที่น้องแม้จะใจกล้าย้อนคำผู้ใหญ่ทว่ากลับไม่ได้เด็ดเดี่ยวมากพอที่จะสบตานาน ร่างเล็กเลือกที่จะมองแก้วชาร้อนญี่ปุ่นบนโต๊ะมากกว่าที่จะเป็นใบหน้าอ่านยากของชานยอล

 

 

อุ๊ย! คุณชายรอง

 

เสียงทักทายจากบุคคลที่สามฉุดใบหน้าของคุณชายทั้งสองให้หันไปมองพร้อมกัน

 

“บังเอิญจังเลยนะคะมาทานอาหารร้านเดียวกันแบบนี้” หญิงสาวนุ่งสั้นที่กำลังยืนอยู่ข้างโต๊ะพวกเขาว่าอย่างนั้น หน้าตาของเธอสวยเข้าขั้นดารา คำพูดคำจาใช้ราวกับรู้จักกันดีทั้งที่คุณชายรองที่เธอเข้ามาทักทายยังนึกไม่ออกเลยว่าเคยพบเจอเธอที่ไหนมาก่อน

 

“จำฉันไม่ได้เหรอคะ”

 

“ครับ?”

 

“เอ๋...ฉันปาร์คมินยอง นักแสดงที่เพิ่งเข้าไปแคสงานพรีเซนเตอร์รถรุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวฤดูใบไม้ผลินี้ของปาร์คกรุ๊ปไงล่ะคะ”

 

“ปาร์คมินยอง…ครับ จำได้สิ”

 

“จำได้จริงๆใช่ไหมคะเนี่ย ฮ่ะๆ”

 

“สวยขนาดนี้ผมจะจำไม่ได้ได้ยังไง” เสียงทุ้มว่าพลางกดยิ้มโปรยเสน่ห์ให้หญิงสาวจนเธอเขินทำตัวแทบไม่ถูก

 

“มาคนเดียวเหรอ"

 

“ค ค่ะ มาคนเดียว กำลังมองหาที่นั่งอยู่พอดี ไม่รู้ว่าจะมีใครแถวนี้…”

 

“ถ้าคุณสนใจอยากจะร่วมโต๊ะกับเราผมยินดีจะแบ่งที่นั่งข้างๆให้” คนอายุน้อยที่สุดตรงนั้นเห็นสายตาของผู้ใหญ่ที่ส่งให้กันอย่างมีนัยยะแล้วก็ได้แต่นึกถอนหายใจ

 

พี่สาวคนสวยจะรู้อะไรไหม ภายใต้คำพูดเพราะๆและสายตาคมคู่นั้นมันไม่ได้มีไว้แค่ให้เธอ แต่มันหว่านเสน่ห์ไปทั่วนั่นแหละ มองก็รู้แล้วว่าชานยอลจำเธอได้จริงๆที่ไหนกัน

 

“ถ้าอย่างนั้นรบกวนด้วยนะคะ”

 

คนตัวเล็กมองดูร่างสูงลุกขึ้นจากเก้าอี้เพื่อจะให้หญิงสาวเข้ามานั่งร่วมโต๊ะด้วย ท่าทางสุภาพเอาใจที่ตัวเองไม่เคยได้รับเห็นแล้วไม่เคยจะนึกอิจฉา เพียงแต่การหัวร่อต่อกระซิกกันสองคนราวกับไม่เห็นว่าเขานั่งอยู่ด้วยตรงนี้มันก็น่าอึดอัดจริงๆ

 

เมื่อไหร่ชานยอลจะเห็นถึงการมีตัวตนของเขาบ้าง หรือเพราะเห็นว่าเป็นเด็กเลยจะมองข้ามความรู้สึกกันยังไงก็ได้

 

 

“ผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะครับ”

 

 

แบบนั้นใช่ไหม…

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

รู้มาว่าเทอมหน้านายจะต้องฝึกงาน” ในตอนที่เครื่องยนต์ดับสนิทหลังจากรถหรูเคลื่อนเข้าสู่โรงจอดของคฤหาสน์ตระกูลปาร์คในเวลาเกือบจะสองทุ่ม เสียงของร่างสูงได้ดังขึ้น

 

“แต่จนป่านนี้ฉันยังไม่เห็นใบสมัครสักฉบับ มัวแต่ทำอะไร” แสงสว่างสาดเข้ามาภายในรถเมื่อคนขับเปิดประตูเดินลงไป ทุกอย่างเข้าสู่ความมืดก่อนจะกลับมาสว่างอีกครั้งเมื่อประตูฝั่งข้างๆร่างสูงถูกเปิดออก

 

โดยที่ชานยอลยังไม่คิดจะขยับตัว

 

“ผม…จะคุยเรื่องนี้กับพี่รองอยู่เหมือนกัน” แน่นอนว่าแบคฮยอนรู้เหตุผลดี การที่อีกฝ่ายยังไม่ยอมไปจากตรงนี้ก็เพราะว่ารอคำอธิบายจากเขาอยู่ แบคฮยอนเองก็ปล่อยเวลากับเรื่องนี้มาเกินสมควรแล้ว ในขณะที่เพื่อนๆได้ที่จะฝึกงานกันหมด แต่คนเรียนดีอย่างแบคฮยอนกลับยังไม่คืบหน้าไปถึงไหน จะว่าไปคุยให้จบตรงนี้ไปเลยก็ดี

 

แม้จะไม่ได้เตรียมใจสำหรับการคุยที่กะทันหันแบบนี้ก็ตาม

 

“ผมอยากไปฝึกงานที่บริษัทเพื่อน”

 

“บริษัทเพื่อน?”

 

“โอเซฮุนน่ะครับ ที่นั่น…” อยู่ๆแบคฮยอนก็เกิดอาการเสียงสั่นขึ้นมา คิ้วหนาซึ่งกำลังขมวดชิดกันยามที่ฟังเขาพูดอยู่นั้นทำเอารู้สึกไม่มั่นใจ ถ้าเปลี่ยนจากอีกฝ่ายเป็นพี่ใหญ่แบคฮยอนคงจะไม่เป็นแบบนี้เลย “ที่นั่นเป็นบริษัทสำหรับตรวจสอบภายในโดยเฉพาะ ผมอยากฝึกตำแหน่งนี้ พี่รองจะว่ายังไงครับถ้าผมจะขออนุญาต—”

 

“ไอ้หน้าอ่อนนั่นน่ะเหรอ”

 

“ครับ?”

 

“โอ เซฮุน” ร่างเล็กเผลอเลียริมฝีปากเมื่อคาดเดาความคิดอีกฝ่ายไม่ถูก เขาไม่รู้ว่า‘ไอ้หน้าอ่อน’ ของชานยอลใช่คนเดียวกับเพื่อนตัวเองไหม อีกอย่างตอนนี้เริ่มไม่รู้จะพูดอะไรเพราะคุณชายกลับมานั่งปั้นหน้าขรึม ไม่เห็นจะโปรยยิ้มหวานเหมือนตอนที่อยู่กับสาวสวยก่อนหน้านี้เลย

 

“ถ้าพี่รองอนุญาต—”

 

ไม่อนุญาต

 

“…”

 

ถึงจะเตรียมใจกับคำตอบแบบนี้ไว้อยู่แล้วแต่พอเอาเข้าจริงแบคฮยอนก็ยังอดรู้สึกน้อยใจไม่ได้ จะตามใจให้น้องได้เลือกในสิ่งที่อยากทำบ้างไม่ได้เลยหรือไง

 

 

คนชอบเผด็จการ

 

 

“ไม่พอใจสินะ” ร่างสูงมองนัยน์ตาตัดพ้อของอีกฝ่าย ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันระยะไม่ถึงคืบหากทว่ากลับไม่มีใครคิดผละจาก แม้กระทั่งเด็กดีแต่ดื้อตาใสอย่างแบคฮยอนก็ยังเอาแต่มองต่อต้านด้วยท่าทางสงบนิ่ง ชานยอลเห็นดังนั้นก็นึกอยากจะรู้เหมือนกันว่าน้องจะทำอย่างไรต่อไป

 

“ขอเหตุผลได้ไหมครับ”

 

“งั้นก็ลองบอกเหตุผลของนายมาก่อนสักข้อ”

 

“ผ—”

 

“ว่าทำไมฉันจะต้องยอมให้น้องชายตัวเองไปทำงานให้บริษัทอื่น”

 

“…”

 

“ถ้ามันฟังขึ้นไม่แน่ว่านายอาจจะโชคดี” ชานยอลพูดไว้ให้คิดก่อนขยับตัวคล้ายจะลุกออกไป “แต่ทางที่ดี…”

 

ดวงตาเรียวรีมองไหล่กว้างซึ่งตั้งตรงและดูสง่างามเสมอ เพียงด้านหลังก็รู้สึกถึงอำนาจ เพียงได้ยินเสียงแบคฮยอนก็รู้แล้วว่าตัวเองควรปฏิบัติตัวอย่างไร

 

ถ้าไม่อยากให้เรื่องเป็นปัญหาถึงคณบดีก็เชื่อฟังฉันจะดีกว่า

 

ร่างสูงลุกออกไปแล้ว ออกไปพร้อมกับได้ทิ้งความรู้สึกหลายอย่างไว้ให้ คำพูดซึ่งเต็มไปด้วยอำนาจและการบังคับแบคฮยอนชินชาเสียแล้วที่จะได้ยิน หากแต่คำว่า‘น้องชายตัวเอง’ ไม่บ่อยเลยที่มันจะดังออกมาจากปากของปาร์คชานยอล

 

แบคฮยอนต้องบ้าไปแล้วที่รู้สึกอุ่นในอกเพียงเพราะได้ยินคำไม่กี่คำที่ไม่รู้ว่าคนพูดได้ใส่ใจกับมันบ้างหรือเปล่า

 

แต่ถ้าจะมีเหตุผลดีๆสักข้อไว้ให้ใคร แบคฮยอนคิดว่าคงไม่ใช่กับปาร์คชานยอลแน่ๆ ที่จริง…ต่อให้ไม่ใช่สายเลือดเดียวกัน เขาก็ไม่ควรคิดลังเลที่จะเข้าไปช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัวที่บริษัทตั้งแต่แรกนั่นแหละ

 

ขอโทษนะเซฮุน

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

ร่างเล็กของคุณหนูแบคฮยอนเดินเช็ดผมออกจากห้องน้ำ ชุดนอนสีครีมคล้ายขนมและกลิ่นหอมอ่อนๆกำลังทำให้สาวใช้คนสนิทอดอมยิ้มไม่ได้ หล่อนค่อยๆสืบเท้านำนมร้อนที่วางอยู่บนถาดสีเงินเข้าไปให้คุณหนูได้ดื่มก่อนนอนเฉกเช่นทุกคืน

 

“ขอบคุณครับ”

 

แบคฮยอนรับแก้วเซรามิกมาถือไว้พลางหย่อนตัวนั่งลงบนเตียง สองขาเล็กๆแกว่งเล่นไปมาพร้อมกับจิบนมร้อนไปด้วย สาวใช้ยืนมองภาพนั้นด้วยความเอ็นดูก่อนจะตัดสินใจย่อตัวนั่งลงที่พื้นใกล้กับคุณหนูของตน

 

“ได้ยินมาว่าวันนี้พี่ชายไปรับคุณหนูถึงที่โรงเรียนเลยหรือคะ”

 

“มหา’ลัยต่างหากล่ะครับ”

 

“นั่นแหละค่ะ ใจดีเหมือนกันนะเนี่ย…” ได้ยินเสียงหยอกจากสาวใช้แล้วร่างเล็กก็ได้แต่หัวเราะในลำคอ

 

“ไม่รู้ว่าทำไมเค้าถึงไปเหมือนกัน”

 

“คงคิดถึงน้องชายหรือเปล่าคะ ไม่ได้เจอหน้ากันตั้งหลายวัน”

 

“แต่ก็ไม่วายพูดจาไม่ดีกับน้องอีกตามเคย”

 

“ฮ่ะๆ ถ้าพูดดีก็ไม่ใช่คุณชายรองสิคะ พี่ก็ไม่เห็นว่าเค้าจะพูดดีกับใครในบ้านนี้สักคน”

 

“โดยเฉพาะกับผมสินะครับ” สาวใช้ส่ายหน้ายอมแพ้ เธอรับแก้วจากมือคุณหนูวางลงบนถาดอย่างเดิม ดูเวลาที่ปรากฏบนนาฬิกาตั้งโต๊ะแล้วเห็นควรจะต้องขอตัว

 

“งั้นพี่ไม่กวนแล้วนะคะ”

 

“ครับ ไปนอนเถอะ เดี๋ยวผมจะไปหาอะไรอ่านที่ห้องหนังสือแล้วก็คงจะเข้านอนเหมือนกัน”

 

“อย่าดึกนักนะคะ เดี๋ยวคุณนมรู้เข้าจะถูกดุเอา” สาวใช้กระซิบกระซาบบอกคุณหนูก่อนจะพากันหัวเราะคิกคัก ในบ้านหลังนี้น่ะ…มีหญิงชราซึ่งถูกเรียกขานว่าคุณนมมาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ น่ากลัวยิ่งกว่าปาร์คชานยอลรวมกันสิบคนเสียอีก

 

 

 

ร่างเล็กเดินลงไปทางห้องใต้ดิน สองเท้ามุ่งไปยังสถานที่ซึ่งรวบรวมแหล่งความรู้ที่ผู้เป็นพ่อคงสะสมมาเกือบทั้งชีวิต เพราะมากมายเหลือเกินกับบรรดาหนังสือนับหมื่นเล่มกับอีกหลายร้อยหมวด

 

ข้างกายของร่างเล็กมีรายงานกับการบ้านหนีบติดมือมาด้วย เขามักจะใช้เวลาก่อนนอนหมดไปกับที่นี่มากกว่าจะนอนไถโทรศัพท์เล่นแบบคนอื่นๆ แบคฮยอนไม่ติดโซเชียล ไม่ชอบออกไปสังสรรค์ที่ไหน วันๆอยู่แต่บ้านไม่ค่อยได้ไปเปิดหูเปิดตา ตั้งแต่เด็กก็เล่นอยู่กับแค่พี่ชายจึงไม่ค่อยมีเพื่อนฝูงเป็นกลุ่มใหญ่ๆเหมือนที่หลายๆคนมี

 

แต่ก็น่าตลกดีที่ความทรงจำส่วนใหญ่เขามักมีแต่พี่คนรองเสียมากกว่าจะเป็นพี่คนโต ปาร์คยุนโฮน่ะ ที่สุดแห่งคำว่าใจดี แต่ด้วยอายุที่ต่างกันมากตอนแบคฮยอนเริ่มโตพอจะวิ่งเล่นได้อีกคนก็กลายเป็นหนุ่มไปเสียแล้ว ความคิดความอ่านสมเป็นพี่ใหญ่ ขณะที่คุณชายรองยังเอาแต่เที่ยวเล่นไปวันๆ ถึงนานครั้งจะกลับบ้านและโดนอีกฝ่ายแกล้งบ่อยแต่ชานยอลก็ทำให้ชีวิตวัยเด็กของเขาไม่จืดชืด

 

แล้วดูตอนนี้สิ

 

บ้านหลังใหญ่เงียบเชียบ มองไปทางไหนแบคฮยอนแทบไม่เห็นใคร บางวันทั้งเหงาทั้งใจหาย แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อทุกคนล้วนมีชีวิตและภาระหน้าที่เป็นของตัวเอง

 

ตุบ!

 

“อ๊ะ…” ร่างเล็กสะดุ้งโหยงเมื่อจู่ๆหนังสือเล่มหนาก็ตกลงมาจากชั้นวางด้านหลัง พอหันกลับไปมองก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไร จะว่าลมก็ไม่ใช่ เพราะเงยหน้าขึ้นมองแชนเดอร์เลียแล้วไม่ยักจะกระดิกสักนิดเดียว

 

“ตกลงมาได้ยังไง” ร่างเล็กสืบเท้าเข้าไปใกล้ก่อนจะก้มลงเก็บหนังสือเล่มนั้นเข้าชั้นวางอย่างเดิม “หนาขนาดนี้…” พยายามส่ายหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่าน ก่อนจะเดินไปที่หมวดหนังสือที่ต้องการของตัวเอง

 

 

 

กึก กึก…

 

 

 

“…” ร่างเล็กหยุดปลายนิ้วลงบนสันหนังสือเล่มหนึ่งเมื่อได้ยินเสียงกุกกักคล้ายกับมีใครกำลังเลื่อนเก้าอี้

 

ตุบ!

 

ตามด้วยหนังสือหมวดเดิม เล่มเดิมจะตกลงมาจากชั้นวางเป็นหนที่สอง ในตอนนั้นใจดวงน้อยเริ่มเต้นระส่ำ ตั้งแต่เล็กจนโตมาไม่เคยคิดว่าบ้านหลังนี้จะมีสิ่งที่มองไม่เห็นเลยสักครั้ง เขาไม่ได้เชื่อเรื่องผีสาง แต่ก็อดแปลกใจไม่ได้จริงๆว่าหนังสือหนาเตอะขนาดนั้นตกลงมาอีกได้อย่างไร

 

ฟึ่บ…

 

!!!

 

ตอนที่แบคฮยอนเดินเข้าไปหมายจะก้มลงตามเก็บหนังสือเล่มเดิมจู่ๆไฟในห้องหนังสือก็ดับลงหมด รอบกายเขามืดสนิทจนมองไม่เห็นอะไร ถึงจะตกใจและเริ่มรู้สึกกังวลแต่แบคฮยอนก็พยายามประคองสติ สองเท้าค่อยๆขยับอย่างระมัดระวัง มือปัดป่ายไปตามความมืดมิดเพื่อที่จะหาสวิตซ์ไฟ ทว่า…

 

ฟึ่บ!

 

“อ๊ากก!” แบคฮยอนหลุดร้องเสียงดังตอนที่มีตัวอะไรก็ไม่รู้โผล่มา เขาหลับตาปี๋ ใช้สองมือชุ่มเหงื่อปิดหน้าปิดตายืนกระทืบเท้าปึงปังด้วยอารามตกใจ

 

ทว่าเสียงหัวเราะขำในลำคอที่ดังอยู่ใกล้ๆก็ทำให้เขาเริ่มได้สติ ใบหน้าเล็กค่อยๆเงยขึ้นมามองสถานการณ์ ก่อนจะพบความจริงที่ว่าตัวเองก็เพียงแค่ถูกอำ…

 

“ฮ่ะๆ”

 

บ้าจริง…

 

“พี่รอง!” แบคฮยอนมองตาเขียวปั๊ด เผลอฟาดแขนคนที่ยังไม่เลิกเอาไฟฉายจากจอโทรศัพท์ส่องหน้าตัวเอง

 

“เล่นอะไรเป็นเด็กๆไปได้ครับ! ตกใจหมดเลย…” คนตัวเล็กบ่นอุบพลางเดินไปหาสวิตซ์ไฟที่มุมห้อง สองมือน้อยลูบอกตัวเองเพื่อให้หายตกใจ ในขณะที่คุณชายรองยังเอาแต่ขำไม่เลิกสักที

 

“ใครเค้าให้เล่นอะไรแบบนี้ในเวลานี้กัน”

 

อายุสามสิบห้าแล้วแต่ยังมาเล่นหลอกผีคนอื่น ให้ตายสิ…คุณชายรองคนที่เอาแต่ตีหน้าขรึมเมื่อตอนหัวค่ำแน่เหรอ นี่มันพี่ชายจอมเกเรของเขาเมื่อตอนเด็กชัดๆ

 

“อ๊ะ…” แบคฮยอนตัวเซเมื่อคนที่แกล้งหลอกผีเข้ามาผลักหัวของเขา

 

“กล้าว่าฉันเหรอ”

 

ทั้งยังใช้คำพูดไม่รู้สึกผิดแบบนั้นอีก ดวงตารีเล็กมองตามร่างสูงที่เดินไปทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟากลางห้องด้วยท่าทางสบายใจ ชุดนอนสีเข้มตัดกับกลุ่มผมสีควันบุหรี่ที่ไม่ได้ถูกเซ็ตเป็นทรงทำให้อีกฝ่ายดูเด็กลงกว่าทุกวัน จะว่าไปเขาก็ไม่ได้เห็นโหมดสบายๆแบบนี้ของชานยอลนานแล้ว

 

นานจนจำไม่ได้

 

เจอกันแต่ละที หากไม่ได้อยู่ในชุดสูทเป็นทางการ อีกฝ่ายก็มักจะมาด้วยชุดที่พร้อมจะไปออกเดทกับสาวๆนั่นแหละ

 

จะไปไหน

 

เสียงเข้มฉุดสองเท้าที่กำลังจะก้าวออกไป แบคฮยอนยืนสบตาอีกฝ่ายก่อนจะบอกความจริง

 

“จะกลับห้องแล้วครับ”

 

“เพิ่งเข้ามาไม่ใช่หรือไง หรือว่ากำลังไม่พอใจที่โดนอำ”

 

“แล้วต้องพอใจด้วยเหรอครับ” พอร่างสูงหรี่ตามองเหมือนไม่ชอบให้เถียงแบคฮยอนก็ได้แต่นึกถอนหายใจ เขาว่าตัวเองไม่ควรจะอยู่ตรงนี้จริงๆนั่นแหละ

 

“ขอโทษครับ”

 

“จะทำการบ้านก็มานั่ง”

 

“ที่จริงก็มีไม่เยอะ เดี๋ยว—”

 

“ให้มาก็มา อย่าต้องให้บอกหลายรอบได้ไหม” ชานยอลขมวดคิ้วเริ่มกลับมาทำเสียงดุ สายตาคู่นั้นกำลังบังคับกันให้เดินเข้าไปหากลายๆ แม้สมองจะต่อต้านทว่าร่างกายกลับไม่ยอมขัดขืน ร่างเล็กเดินเข้าไปนั่งโซฟาตัวใกล้ๆกับร่างสูงในท้ายที่สุด

 

 

 

 

ห้องหนังสือเงียบเชียบมีเพียงแต่เสียงพลิกหน้ากระดาษเป็นระยะของสองพี่น้อง ทั้งคู่ไม่ได้คุยอะไรกันเลย ต่างคนต่างก็นั่งจดจ่ออยู่กับแค่หนังสือของตัวเอง

 

เทียนไฟที่อยู่บนเชิงเทียนสามแขนเริ่มสั้นลง คอยบอกให้รู้ว่าพวกเขาได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน…กับห้องหนังสือนี้ไปนานเท่าไหร่แล้ว

 

ปาร์คชานยอลใช้ปากกาคั่นหน้าที่ตัวเองเพิ่งอ่านจบไปก่อนจะปิดมันลงเมื่อรู้สึกหมดความสนใจ ทว่าใบหน้าจดจ่อของน้องชายกลับเป็นสิ่งที่เขาเลือกให้เป็นจุดพักสายตา

 

ก่อนคนที่โดนจ้องมากๆจะเริ่มรู้สึกตัว

 

“…" วูบหนึ่งใจดวงน้อยแอบสะดุด เขาไม่รู้ว่าชานยอลจ้องมองแบบนั้นทำไม กำลังกลั่นแกล้งกันให้เสียสมาธิเล่นหรือแค่อยากจับผิดการทำงานของเขา แต่ไม่ว่าจะเป็นเพราะอะไรแบคฮยอนก็ไม่กล้าถามให้ตัวเองต้องโดนดุหรอก

 

“ท ทำอะไรครับ”

 

กระทั่งร่างสูงขยับเข้ามาใกล้ ใบหน้าหล่อชะโงกเข้ามามองสิ่งที่แบคฮยอนกำลังทำอยู่มือเรียวถึงได้ยอมวางจากปากกาเป็นครั้งแรก

 

“เมื่อไหร่จะเสร็จ”

 

“ก็...เหลือไม่เยอะแล้วครับ” น่าแปลกดี เป็นพี่น้องกันมาตั้งแต่จำความได้แต่แบคฮยอนกลับเพิ่งเคยมีโอกาสสังเกตใบหน้าอีกฝ่ายใกล้ๆแบบนี้ ชานยอลไม่ได้ผิวดีหน้าคมชัดแบบเซฮุน ไม่ได้ดูนุ่มนวลเหมือนอย่างพี่ใหญ่ แต่อีกฝ่ายหล่อร้ายแบบที่เขาไม่นึกแปลกใจเลยว่าทำไมใครต่อใครถึงต่างได้พากันหลงใหลนักหนา

 

ชานยอลเป็นคนตาสวย จมูกรับกับใบหน้าและรูปปากชัด ต่างจากเขาแทบจะทุกสัดส่วนโดยเฉพาะขนาดตัวและความสูง

 

“งั้นก็รีบๆทำ”

 

แบคฮยอนก็อยากจะรีบทำเหมือนกันแต่พี่ชายช่วยขยับออกไปก่อนจะได้ไหมล่ะ

 

“เลยเวลาที่นายควรจะนอนแล้ว”

 

ให้ขยับออกไปไม่ใช่ยิ่งเอาหน้าเข้ามาใกล้ แบคฮยอนกลั้นหายใจจนจะไม่ไหวอยู่แล้ว ถ้าขืนชานยอลยังเอาแต่ทำอะไรไม่รู้แบบนี้บอกเลยว่า

 

 

 

ทำไมถึงยังไม่นอนกันอีกคะ

 

 

 

!!!

 

 

 

“คุณชายทั้งสอง”

 

 

สิ้นเสียงอันคุ้นหูร่างเล็กตกใจถึงกับเผลอดันตัวชานยอลออกไปจนสุดแรง

 

“ค คุณนม” เมื่อเห็นว่าเป็นใครกันที่ยืนอยู่บนระเบียงชั้นสองของห้องหนังสือนั้นคุณหนูคนเล็กของตระกูลก็รีบนั่งตัวตรงเรียบร้อย มองดูหญิงชราค่อยๆเดินลงบันไดมาพร้อมกับไม้เท้าคู่ใจ

 

ท่านแก่มากแล้ว ขนาดคุณพ่อยังนับถือราวกับแม่คนหนึ่ง ผิวหนังเหี่ยวย่นตามกาลเวลา เส้นผมที่เคยดกดำกลายเป็นสีขาว ใบหน้าปรากฏริ้วรอยตามวัย แต่ถึงจะชราลงแค่ไหนก็ไม่เคยมีอะไรมาลดทอนความน่ากลัวของท่านลงเลย

 

“ดึกมากแล้วแต่ทำไมคุณชายทั้งสองยังไม่ยอมกลับเข้าห้องตัวเอง” เรียวปากเหี่ยวย่นขยับเอ่ยเพียงนิดเดียวทว่ากลับดังกังวานชัดเจน เล่นเอาขนลุกไปหมด

 

ว่ายังไงคะ

 

“แบคฮยอน เอ่อ..ลงมาทำการบ้านน่ะครับ”

 

“เวลานี้—”

 

“แล้วเวลานี้คุณนมลงมาทำอะไร”

 

“พี่รอง…” แบคฮยอนหันขวับ พยายามปรามคนแก่กว่าด้วยเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน ทว่านอกจากจะไม่แสดงท่าทางหวาดหวั่นในตัวผู้ใหญ่แล้วชานยอลยังกล้าถอนหายใจแบบที่ดูเสียมารยาทสุดๆอีก

 

“ที่จริงเวลาแบบนี้คนที่สมควรเข้านอนที่สุดน่าจะเป็นคุณนมด้วยซ้ำ”

 

“คนแก่เจออากาศหนาวๆมักจะนอนไม่หลับ”

 

“เครื่องทำความร้อนไม่ทำงานหรือไง” แบคฮยอนล่ะเหลือเชื่อกับคนที่เอาแต่ต่อปากต่อคำผู้ใหญ่ด้วยท่าทางไม่รู้สึกไม่รู้สาอะไร เหลือบมองสีหน้าคุณนมแล้วผู้ชราวัยทำเพียงแค่นเสียงหัวเราะขำในลำคอ เบา…หากทว่าเย็นยะเยือกยังไงก็บอกไม่ถูก

 

“คงจะไม่พอใจที่คนแก่เข้ามารบกวนเวลาสินะคะ คุณชายรอง”

 

“…”

 

“แค่อยากเข้ามาเตือน ไม่อยากให้คุณๆต้องนอนกันดึกนัก”

 

“ขอบคุณครับ แต่เรื่องนั้นไม่ต้องบอกหรอกผมคิดเองได้”

 

“ดีค่ะ…” บรรยากาศเย็นลงกว่าเดิมในความรู้สึกของแบคฮยอน “ถ้าคิดได้ก็อย่านอนให้ดึกมากนะคะ นมเป็นห่วง” หลังจากบอกแบบนั้นคุณนมก็หมุนตัวเดินออกไป เขาไม่รู้ว่าบรรยากาศแบบเมื่อกี้นั้นคืออะไร แต่ในใจลึกๆก็อดเป็นห่วงความรู้สึกคนสูงวัยไม่ได้ แบคฮยอนไม่ชอบให้พี่รองทำพฤติกรรมแบบนั้นเลย

 

“ไปได้ก็ดี…”

 

“พี่รองไม่ควรพูดไม่เพราะกับคุณนมแบบนั้นเลยนะครับ” เมื่อพ้นหลังผู้อาวุโสแบคฮยอนก็อดว่าให้ไม่ได้ ถึงแกจะเข้มงวดไปบ้างแต่ที่ทำก็ด้วยเพราะห่วงคนในบ้านทั้งนั้น ที่ชานยอลทำมารยาทเมื่อกี้ดูไม่น่ารักเลย

 

“จะพูด มีอะไรหรือเปล่า”

 

“ขนาดคุณพ่อกับพี่ใหญ่ยังไม่กล้า—”

 

“นายน่ะเงียบไปเถอะ”

 

ก็เป็นซะอย่างนี้

 

“แล้วก็รีบทำการบ้านให้เสร็จจะได้กลับขึ้นไปนอน อย่าให้ยายแก่นั่นลงมาว่าอีก”

 

 

 

 

 

TBC.

 

 

 

 

 

พระเอกเป็นวัยทอง หนึ่งวันหนึ่งร้อยอารมณ์

ถ้ากำลังสับสน คุณคือเพื่อนแบคฮยอน…

 

อย่าลืมติดแฮชแทก #ฟิคชานฮยอง

มาให้กำลังใจกันเย้อๆน้าTT

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.28K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,385 ความคิดเห็น

  1. #10312 Isabellbest (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มีนาคม 2564 / 01:06
    เดาใจคุณรองไม่ออกเลย คุ้มดีคุ้มร้ายจนเข้าใจน้องว่าไม่กล้าขยับตัวเพราะแบบนี้555555
    #10,312
    0
  2. #10309 Pinkkaboo (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มีนาคม 2564 / 12:38
    พี่มีประจำเดือนเหรอคะ55555
    #10,309
    0
  3. #10259 HoneyB'c (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 / 11:34
    ปากคอเราะร้ายแบบนี้ไก่เห็นตีนงูรึป่าวนะ
    #10,259
    0
  4. #10172 YunewG (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มกราคม 2564 / 23:27
    พี่รองไม่เกรงใครเลยจริงๆ น่าน้อยใจแทนแบคฮยอน กับคุณนมจริงๆ
    #10,172
    0
  5. #10063 Samorn1 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 00:47
    เอาแต่ใจนะคุณชายชาน
    #10,063
    0
  6. #9977 ChungWila (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มกราคม 2564 / 23:05
    พี่รองเจ้าชู้อ่ะไม่อยากยกน้อฃให้เลย! แต่ความเฝ้าน้องทำการบ้านงี้นะบวกคะแนนให้นิดเดียวพอ!
    #9,977
    0
  7. #9920 Hollydecemx (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 มกราคม 2564 / 22:47
    นุ้ร้ากกกกกมั่ก !
    #9,920
    0
  8. #9883 Chinwara (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2563 / 15:05
    หนูอยากด่าเขา
    #9,883
    0
  9. #9786 เสี่ยว'หมิง♡ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2563 / 16:26
    พี่รอง พ่อให้กินอะไรตอนเกิดอะโกรธอะไรป่านนั้น
    #9,786
    0
  10. #9659 suputthara (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2563 / 21:44
    พี่รองนี่เหมาะกับคำว่าเด็กเวรมาก555555
    #9,659
    0
  11. #9635 Jennysupat18 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2563 / 07:34
    แม่นมน่ากัวอะ กี้ดดด
    #9,635
    0
  12. #9595 pcy_614 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2563 / 22:36
    ชอบคาแรคเตอร์พี่รองจัง55555สู้คนดีอ่ะ
    #9,595
    0
  13. #9585 안시리민 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2563 / 14:21
    ตีปากได้ไหมคะ
    #9,585
    0
  14. #9022 Pseewhy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2563 / 18:20
    ยัยน้องสู้สู้!
    #9,022
    0
  15. #9003 แพะบยอน❤ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2563 / 14:12
    คุณนมเหมือนรู้อะไรเลยอ่ะๆๆๆๆๆๆ
    #9,003
    0
  16. #8789 Zikdn_ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กันยายน 2563 / 22:16
    คุณนมต้องน้อยใจแน่เลยพี่รองพูดแบบนี้ ;-; แงงง เอ็นดูน้องปากบอกตอนเด็กเล่นกับพี่รองบ่อย แต่เกร็งไม่หยุด 55555
    #8,789
    0
  17. #8786 IPINOCKIO (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กันยายน 2563 / 21:34
    3นาทีสี่อารมณ์ พี่รองนี่อย่างกับคนเมนส์มา
    #8,786
    0
  18. #8504 Chi_Yeol (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 02:09
    ตามอารมณ์ไม่ทันเน้อ 55555
    #8,504
    0
  19. #7840 pcy921 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 18:47
    เก่งมากค่ะชายรอง ระวังโดนแม่นมเอาไม้เท้าฟาดปากค่า
    #7,840
    0
  20. #7794 ycpl (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 23:13
    สับสนจริงๆค่ะ 5555555555
    #7,794
    0
  21. #7498 Mklywd (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 13:15
    พี่รองตีตัวออกห่าง

    คั่วผญ.ไปทั่วเพราะชอบแบครึป่าว

    แล้วทำเป็นปากแข็งชอบว่าน้อง

    จริงๆแล้วชอบเขา หวงยิ่งกว่างูจงอางหวงไข่อีก
    #7,498
    0
  22. #7263 MakeAwishl (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2563 / 01:45
    คุณนมนี่ต้องรู้แน่ว่าพี่รองน่ะมีอะไรในกอไผ่
    #7,263
    0
  23. #7227 Thitasa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2563 / 04:02
    พี่รองคือหลายอารมณ์มาก
    #7,227
    0
  24. #7132 Peverdeen (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 13:55
    พี่รองเธอเป็นบ้าบ่?! -_-
    #7,132
    0
  25. #7130 lomarday (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 13:24
    ตามอารมณ์พี่รองไม่ทันแน้ว
    #7,130
    0