HYUNG 형 | Chanbaek -END-

ตอนที่ 29 : CHAPTER 28 | ปลดล็อค

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,693
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 880 ครั้ง
    12 ธ.ค. 63

 

(( ฟิคชานฮยองเปิดให้พรีออเดอร์หนังสือแล้วนะคะ >> https://bit.ly/3lqPMqb ))

 

 

 

 

28

 

 

                     
 

 

 

 

 

 

 

 

 

เพียงตื่นขึ้นมาพบว่าความสุขเมื่อวานไม่ใช่เพียงความฝัน ใจดวงน้อยก็เอาแต่เต้นระส่ำไม่ยอมหยุดเลย

 

 

 


 

 

ออด… 

 

“อ…” เสียงครางหลุดออกจากริมฝีปากบางแผ่วเบา ไม่รู้เพราะสะดุ้งเสียงออดหน้าห้องหรือเจ้าของดวงตาคมคู่งามที่กำลังรู้สึกตัวตื่นกันแน่

 

“เดี๋ยวผมลุกออกไปดู…” น้ำเสียงที่ไม่ได้ดูติดขัดเป็นหลักฐานมัดตัวว่าเขาไม่ได้เพิ่งจะตื่นนอน ส่วนท่าทีประหม่ากึ่งรีบร้อนนั่นเพราะรู้ว่าถูกจับได้ 

 

ชานยอลรู้ซะแล้วว่าเขาตื่นก่อนแถมยังแอบนอนจ้อง นัยน์ตาคมแวววับกำลังฟ้องแม้เจ้าตัวไม่ได้พูดออกมา

 

“ใครมาหาเวลานี้”

 

“พี่นอนต่อเถอะครับ”

 

“เดินไหวเหรอ”

 

“ผมไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อยทำไมจะไม่ไหวล่ะ”

 

“แปลก…” เสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูแหบพร่ากว่าปกติทำร่างเล็กที่กำลังนั่งหันหลังกลัดกระดุมเสื้ออยู่ข้างเตียงชะงักไปครู่หนึ่ง

 

“ปกติแค่สองยกก็จะไม่ไหว เมื่อคืนเกินโควตาที่หนูเคยให้ด้วยซ้ำยังไหวงั้นเหรอ…”

 

“เพราะผมก็แค่นอนแล้วร้องล่ะมั้งเลยไม่เป็นไร”

 

“…”

 

คงเป็นบทสนทนาที่ดูใจกล้าและหน้าไม่อายที่สุดเท่าที่เคยมี ใครจะไปคิดว่าคนที่ดูนุ่มนิ่มขี้อายอย่างเขาจะกล้าพูดเรื่องพรรค์นี้โดยไม่อ้อมค้อม แม้แต่ตัวเขาเองก็เหมือนกัน

 

“รู้แบบนี้ก็เลิกคิดว่าผมเป็นแค่เด็กได้แล้ว ถึงพี่จะอายุมากกว่าก็เถอะ” 

 

คนน่ารักพูดก่อนจะก้มลงเก็บเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายเกลื่อนพื้นไปใส่ตะกร้า ถึงคำพูดก่อนหน้าจะฟังดูแก่แดดแค่ไหน แต่ริ้วแดงๆบนแก้มขาวสองข้างก็ไม่รอดพ้นหูตาของร่างสูงที่ยังนอนอยู่บนเตียงไปได้

 

ทุกการเคลื่อนไหวของเขากำลังถูกชานยอลจับจ้อง ไม่ต้องหันไปมองแบคฮยอนก็พอจะเดาสีหน้าแววตาของอีกฝ่ายได้ดี

 

หากางเกงยาวใส่ด้วยครับ

 

ว่าต้องลามกและชวนใจสั่นไม่แพ้เมื่อคืนแน่

 

“อันเดอร์แวร์กับเสื้อยาวแค่นั้นเอาไว้ใส่ให้ท่าพี่คนเดียวก็พอ”

 

เพราะงั้นเขาถึงไม่คิดจะหันหลังกลับไป แต่เลือกจะรีบไปหยิบชุดคลุมจากในตู้เสื้อผ้ามาสวมลวกๆก่อนจะออกไปเปิดประตูรับแขก

 

 

จะว่าไปไอ้คำพูดเมื่อกี้น่ะ… ไม่ได้แปลว่าชานยอลกำลังคิดว่าเมื่อคืนแบคฮยอนจงใจแต่งตัวยั่วยวนก่อนใช่ไหมนะ?

 

 

ให้ตายสิ

 

 


 

 

 

 

 

ออด…

 

 

“มาแล้วๆ” 

 

ร่างเล็กตะโกนบอกแขกผู้มาเยือนพลางจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยระหว่างทาง ก่อนหน้านี้เพิ่งทำปากดีบอกชานยอลไปว่าไม่เป็นไรทว่าความเป็นจริงสองขาของเขาเองก็สั่นไหวพอสมควร แถมยังเผลอเดินขาถ่างไม่รู้ตัวอีก

 

“ว่าแล้วต้องเป็นนาย”

 

นั่นคือคำทักทายหลังจากประตูถูกเปิดออก

 

“คงไม่ได้มาปลุกหรอกใช่ไหม” ร่างโปร่งเจ้าของใบหน้าหล่อถามพลางยื่นถุงผ้าที่บรรจุอาหารจากซุปเปอร์มาเก็ตบนถนนเส้นเดียวกับอพาร์ทเม้นท์มาให้

 

“ปลุกอะไร ตื่นนานแล้ว” 

 

โอ เซฮุนเหลือบตามองร่างเล็กตั้งแต่หัวจรดเท้า

 

“ใช่เหรอ”

 

ถึงกับรู้สึกร้อนวูบวาบเมื่อเพื่อนหยุดสายตาที่ตำแหน่งคอ แม้มองไม่เห็นตัวเองแต่ฉากรักเมื่อคืนที่ยังติดตรึงอยู่ในหัวก็พอจะทำให้แบคฮยอนเดาได้ว่าสภาพตอนนี้คงไม่ได้เหมือนเดิม ชานยอลคงทำรอยไว้ทั่ว คิดดังนั้นก็รีบกระชับชุดคลุมให้มิดชิดกว่าเดิม

 

“อือ”

 

ถึงจะไม่ทันก็ช่างเถอะ

 

“ไม่เห็นรับโทรศัพท์”

 

“โทรมาด้วยเหรอ ไม่เห็นได้ยิน”

 

“จงใจไม่รับล่ะสิ”

 

“มองโลกแง่ร้ายเกินไปแล้ว” แบคฮยอนหัวเราะดูมีความสุขกว่าทุกวัน “ว่าแต่ออกไปวิ่งมาเหรอ” ทั้งยังเบี่ยงเบนประเด็นไปที่เรื่องของเซฮุนแทน เขามองชุดลำลองสบายๆที่ดูไม่ได้สะเทิ้นอากาศเย็นด้านนอกของเพื่อนแล้วยิ้ม

 

“ไปกับรุ่นพี่คนนั้นมาหรือเปล่านะ”

 

“ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่อง”

 

“อากาศดีในวันหยุดแบบนี้ได้ออกไปวิ่งต้องสดชื่นมากแน่ๆ”

 

“ถ้างั้นคราวหลังก็ตื่นเช้าๆแล้วออกไปด้วยกัน ไม่ใช่เที่ยงแล้วก็ยังไม่อาบน้ำ”

 

 

เที่ยงแล้วงั้นเหรอ ไม่รู้เรื่องเลยแฮะ

 

 

“แต่อากาศคงดีอย่างที่ว่า ถึงขนาดยุงกัดคอเป็นรอยเต็มแบคฮยอนยังนอนไม่รู้เวลา”

 

“อ่า…”

 

“ที่จริงควรเรียกว่าดูดด้วยซ้ำไป”

 

“เหน็บคนอื่นเก่งขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่” แบคฮยอนเบ้ปาก ว่าด้วยอาการหน้าแดงหน่อยๆ ขณะที่เซฮุนยืนหรี่ตามองจับผิดเขาเหมือนคุณพ่อที่กำลังหวงลูกสาว “ดูทำหน้าเข้า” 

 

ครั้งหนึ่งเซฮุนเคยเข้ามาสารภาพความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมาและแบคฮยอนไม่ลังเลที่จะคงสถานะไว้แค่เพื่อน แต่ก็แปลกดีที่ความสัมพันธ์ของพวกเขากลับไม่ได้อึดอัด เซฮุนไม่เคยยัดเยียดความรู้สึกแบบนั้นให้ กลับดูเข้าใจทุกอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการแสดงหรือทำออกมาจากใจจริงแบคฮยอนไม่สนหรอก เพราะอย่างน้อยมันก็ทำให้เขาเชื่อมั่นว่าจะไม่เสียเพื่อนคนนี้ไปแน่ 

 

 

ทุกครั้งที่อยู่ด้วยกันเซฮุนจะทำให้เขามั่นใจได้แบบนั้น

 

 

“อ้อ อาหารกับขนมนี่ขอบคุณนะ เดี๋ยวเราจะไปอาบน้ำ—”

 

“รู้สึกเหมือนกำลังจะโดนไล่เลยให้ตาย…”

 

“ไม่ได้ไล่”

 

“แต่ก็ไม่ชวนเข้าไปข้างในเหมือนทุกที”

 

“จะเข้ามาเหรอ” ร่างเล็กกะพริบตาปริบ รู้สึกผิดอยู่เล็กๆที่ได้ยินเพื่อนพูดแบบนั้น แต่จะให้ชวนเข้ามาในห้องทั้งที่มีคุณชายรองนอนอยู่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เข้าท่าเลยจริงๆ อีกอย่างห้องนอนที่เคยเรียบร้อยแต่เปลี่ยนสภาพเป็นเหมือนห้องเชือดแบคฮยอนคงให้ใครเห็นไม่ได้ เขาจะไม่ขุดหลุมฝังตัวเองแน่นอน เพราะงั้น…

 

 

 

คุยกับใคร

 

 

 

เสียงทุ้มที่แทรกขึ้นมาดึงความสนใจของเด็กหนุ่มสองคนไปจนหมด ทั้งแบคฮยอนและเซฮุนต่างหันไปมองชายร่างสูงที่กำลังสืบเท้าเข้ามาหา สภาพงัวเงียหน่อยๆ ผมเผ้าดูไม่เป็นทรงกับกางเกงนอนแสนธรรมดาตัวเดียว ถ้าไม่ได้มองใกล้ๆโอเซฮุนก็จำไม่ได้เหมือนกันว่าตรงหน้าตัวเองนั้นคือคุณชายรอง

 

“นายเองเหรอ” ร่างสูงเอ่ยทักโดยไม่สนใจจะมองหน้าด้วยซ้ำ กลับถือวิสาสะแย่งถุงซุปเปอร์มาเก็ตจากมือแบคฮยอนไปเปิดดูข้างในก่อนพึมพำเบาๆว่าหิวพอดี ด้วยสีหน้าที่แสนจะตรงกันข้าม

 

“ไม่เข้ามาข้างในล่ะ”

 

น้ำเสียงเชิญชวนยิ่งแล้วใหญ่ ฟังดูห้วนไม่รับแขกเลยสักนิดเดียว

 

“เซฮุนจะกลับแล้วครับ”

 

“ไม่ได้คุยกับหนู”

 

“แต่นี่มันห้องผมไม่ใช่หรือไง” แบคฮยอนเงยหน้าขึ้นพูดตาใส การขัดใจคุณชายรองไม่ใช่เรื่องที่ดี แต่จะให้ตามใจตลอดก็คงไม่ต่างอะไรจากเด็กในปกครองคนเดิม

 

“หิวก็เอาอาหารไปอุ่นก่อนไหมเดี๋ยวผมตามเข้าไป”

 

บอกแล้วไงว่าแบคฮยอนโตแล้ว

 

“เดี๋ยวแบคฮยอนตามเข้าไปครับ” โตพอจะรู้ว่าควรพูดหรือทำยังไงชานยอลถึงจะยอมฟัง “ขอคุยกับเพื่อนเดี๋ยวเดียวพี่รองเข้าไปรอข้างในก่อนนะครับ นะ…” 

 

พอใช้เสียงอ่อนตะล่อมทั้งยังทำหน้าตาน่ารักใส่คุณชายรองก็มีท่าทีเปลี่ยนไป จากดูไม่สบอารมณ์ก็กลายเป็นหันหลังเดินกลับเข้าไปด้านในอย่างว่าง่าย เซฮุนถึงกับเลิกคิ้วประหลาดใจก่อนหัวเราะเบาๆออกมา

 

“เชื่องจังนะ”

 

“เราน่ะสิเชื่อง”

 

“แบคฮยอนเมื่อก่อนน่ะใช่ ตอนนี้ดื้ออย่างกับคนละคน”

 

“เอาเถอะ ยังไงก็ขอโทษด้วยนะ ห้องเราไม่เรียบร้อยเท่าไหร่แถมยังมีคุณชายรองจอมเอาแต่ใจอีก ไว้จะลงไปหาที่ห้องแทนแล้วกัน” เซฮุนส่ายหน้าว่าไม่เป็นไร แทนที่จะรู้สึกปวดใจเขากลับยินดีมากกว่าที่ได้เห็นแบคฮยอนกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

 

“ไม่เป็นไร ที่จริงก็แค่กะซื้อข้าวขึ้นมาให้ไม่ได้จะเข้าไปอยู่แล้ว” หลายเดือนที่อยู่ด้วยกัน มันชัดเจนว่าเขาไม่ได้ต้องการอะไรจากอีกฝ่ายมากไปกว่าการได้เห็นดวงตาน่ารักนั้นกลับมาสุกใสและผ่อนคลายอย่างเดิม

 

แค่แบคฮยอนมีความสุขก็ดีแล้ว

 

“ก็ยังรู้สึกผิดอยู่ดี”

 

“ห้องเราก็มีแขก”

 

“หืม อย่าบอกนะว่า—”

 

“อือ น่าจะรอนานแล้วล่ะ เรากลับเลยแล้วกัน”

 

ส่วนตัวเขา ก็ต้องก้าวไปข้างหน้าต่อไป

 

“หยา… ไหนบอกว่าไม่มีไรไงเซฮุน”

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

 

“วันหยุดเซฮุนจะมาเคาะห้องผมตอนสายๆแล้วชวนออกไปหาอะไรทานเป็นปกติ ส่วนวันธรรมดายังไงก็ต้องเจอเพราะต้องไปเรียนด้วยกัน”

 

“อยู่ด้วยกันทุกวันงั้นสินะ”

 

“ทำไงได้ล่ะ เพื่อนคนเอเชียผมมีแค่นี้”

 

“หวังว่าคงไม่นอนด้วยกัน”

 

“หมายถึงนอนแบบไหนล่ะครับ ถ้าแบบที่ผมนอนกับพี่ก็ยัง”

 

“…”

 

“แต่ถ้าค้างคืนเพราะต้องทำงานน่ะ เรื่องปกติไม่ใช่เหรอ” รู้สึกเหมือนกำลังถูกสอบปากคำยังไงยังงั้น ต่างกันเพียงแบคฮยอนยินดีจะเล่าให้คนแก่กว่าฟังเพื่อแลกความสบายใจ

 

“ไม่ต้องห่วงหรอก เซฮุนคงไม่ได้ชอบผมแล้วล่ะ…” แบคฮยอนบอกพลางนำอาหารกล่องเข้าไมโครเวฟ 

 

“ป่านนี้คงเล่นเกมสนุกอยู่กับลู่เกอรุ่นพี่คนจีนที่กำลังเดทด้วย หรือไม่ก็พากันออกไปนั่งรถเล่นเหมือนทุกที” เขาวุ่นอยู่ตรงหน้าเตาสักพักก่อนจะหันกลับมาที่โต๊ะอาหารกลางห้องครัว แกะสลัดกระป๋องและอีกหลายอย่างที่เพื่อนอุตส่าห์ซื้อมาให้ รวมถึงปาดเนยลงบนขนมปังปิ้งแผ่นที่วางอยู่ในจานตรงหน้าคุณชายรอง

 

“พี่อยากดื่มกาแฟด้วยไหมเดี๋ยวผมชงให้”

 

“นายพูดเก่งขึ้น” ร่างสูงเงยหน้าขึ้นมองคนตัวเล็กที่กำลังรับบทแม่บ้านผู้กระตือรือร้น เตรียมสารพัดเมนูให้กับเขาด้วยท่าทางเป็นธรรมชาติ รอยยิ้มหวานนั้นทำเอาละสายตาไม่ลง

 

“คงเพราะก่อนหน้านี้ผมไม่ยอมพูด และเกือบจะไม่มีโอกาสได้พูด…” แบคฮยอนดูโตขึ้นจากหลายเดือนที่แล้วจริงๆ

 

“พอเจอพี่ก็เลยอยากพูดเยอะๆน่ะครับ อยากพูดทุกอย่างที่ตัวเองรู้สึก” ชานยอลมองริมฝีปากบางเป็นกระจับ เจ้าตัวคงไม่รู้ว่าในสายตาเขาตอนนี้ดูเป็นยังไง การซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกตัวเองด้วยการพูดอย่างตรงไปตรงมาทั้งที่หน้าขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างน่ารักนั่นน่ะ

 

 

ชวนมันเขี้ยวที่สุด

 

 

“พี่ก็พูดบ้างสิครับ ผมน่ะ… รอฟังเสียงพี่มาตลอดรู้หรือเปล่า—” คนน่ารักทำหน้าตื่นตกใจเล็กๆตอนที่ถูกดึงให้นั่งลงบนตักกว้างโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ชานยอลวาดวงแขนโอบรอบเอวเขาก่อนกระชับกอดแน่น 

 

“…” 

 

ไม่จำเป็นจะต้องสงสัย ไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องปฏิเสธความรู้สึกที่ปรากฏในแววตา เพียงสองร่างได้กลับมาแนบชิดจูบชวนใจสั่นก็ดำเนินขึ้นทันที

 

เป็นเวลาสั้นๆ

 

แต่ทำเอารุ่มร้อนกันไปทั้งกาย

 

“อยากฟังก็มาฟังใกล้ๆ ไม่ใช่หันหลังให้กัน” ร่างสูงบอกเสียงพร่ายามถอนริมฝีปาก ปลายจมูกโด่งหยอกเย้าแกล้งบดจมูกรั้นไปมา แววตาลึกซึ้งและเสียงหัวใจที่เอาแต่เต้นแข่งกันรุนแรงบอกว่านอกจากความคิดถึงแล้ว… 

 

พวกเขากำลังตื่นเต้นที่ได้กลับมาใช้เวลาร่วมกันอีก

 

“ผมแค่จะดูอาหารที่อยู่ในเตา”

 

“ไม่ใช่เพราะเขินเหรอ”

 

“เปล่านี่ครับ”

 

“งั้นเหรอ นึกว่าพออยู่กันในครัวแล้วจะทำให้หนูเขินเรื่องเมื่อคืนซะอีก”

 

“เรื่องนั้น…”

 

“โตแล้วจริงๆสินะ”

 

“…”

 

ตั้งแต่เมื่อวานถึงตอนนี้คนสองคนยังคงดีใจปนประหม่า จนบางครั้งก็ลืมสิ่งที่เตรียมไว้พูด 

 

ได้แค่สบตา 

 

แล้วใช้ภาษากายสื่อสารสิ่งที่เอ่อล้นภายในใจ

 

“อ…” มือใหญ่สอดเข้าฟอนเฟ้นขาเนียนไล่ไปจนถึงแผ่นหลังอย่างมีอารมณ์ ชุดคลุมหลุดลุ่ยลงจากหัวไหล่มน เผยหน้าอกที่กำลังถูกเรียวปากร้อนครอบครองให้แบคฮยอนต้องเงยหน้าสะกดลมหายใจ

 

 

 

 

ติ๊ง!


 

 

 

อ๊ะ…”

 

ราวถูกดับฝันกลางอากาศ ภาพขาวโพลนกับเรื่องเสียวที่เพิ่งเริ่มก่อตัวขึ้นหายวับในพริบตา เมื่อเสียงเตือนจากเตาอุ่นอาหารทำให้ทุกอย่างต้องหยุดลง

 

ใบหน้าหล่อเงยขึ้นสบตากับร่างเล็กที่นั่งทำตาปริบๆ ก่อนจะพากันหลุดขำเหมือนช่วยไม่ได้

 

“อาหารน่าจะได้แล้ว ป..แปบนะครับ” แบคฮยอนเม้มริมฝีปาก รีบดึงชุดคลุมกลับขึ้นสวมหัวไหล่แล้วลุกออกจากตักไปด้วยใบหน้าแดงเรื่อ

 

ร่างสูงมองตามด้วยความรู้สึกเสียดาย นึกอยากทุ่มไมโครเวฟที่ส่งเสียงขัดจังหวะเมื่อกี้ แต่ก็มีความสุขเกินกว่าจะทำเรื่องบ้าแบบนั้นจริง

 

“เร็วๆครับ หิว”

 

ไม่ได้หมายถึงอาหารเลยสักนิด

 

“ตั้งแต่มาถึงซูริคได้กินแค่มื้อเดียว หวังว่าต่อไปจะได้กินเยอะกว่านี้ไม่งั้นจะไม่กลับ”

 

แต่เป็นร่างเล็กที่กำลังยืนหันหลังกลั้นยิ้มให้เหมือนจะรู้ทัน

 

“ถ้าอย่างนั้นคงต้องจำกัดมื้อหน่อยนะครับ เพราะผมอยากให้พี่อยู่นานๆ”

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

 

ช่วงบ่ายแก่จนเกือบเย็น หลังจากกิน(ข้าว)กันจนพอใจ แบคฮยอนและคุณชายรองพากันออกมาชื่นชมบรรยากาศของซูริค ทอดน่องเดินเล่นไปเรื่อยๆบนถนนเส้นที่ประดับประดาด้วยตึกยุโรปโบราณและใบไม้เปลี่ยนสีอย่างไม่รู้จักเหนื่อย

 

จะได้หยุดพักบ้างก็ตอนที่คุณชายรองบ่นว่าหิว ซึ่งแบคฮยอนก็เพิ่งมารู้เอาตอนนั้นว่ากระเพาะคุณเขาทำงานเก่งกว่าใคร ทั้งกาแฟ เบอร์เกอร์ เบเกอรี่ สารพัดอย่างชานยอลสามารถยัดมันได้ในระยะเวลาใกล้เคียงกัน

 

ดูเหมือนคำบอกเล่าจากเลขาสาวอย่างคิมดาซมจะเป็นจริง หลายเดือนที่ผ่านมาชานยอลคงไม่ได้กินอิ่มนอนเต็มตื่นอย่างที่ได้ยินมา ร่างกายที่ดูผอมโทรมลงนี้ก็พอจะยืนยันได้ดี 

 

 

 

“หลับแล้วเหรอครับ”

 

“แค่หลับตา เล่าอีกสิ” 

 

ร่างเล็กยิ้มให้กับเสียงทุ้มที่ดังขึ้น ตอนนี้พวกเขาพากันมานั่งเล่นริมทะเลสาบในสวนสาธารณะที่แบคฮยอนชอบมาเป็นประจำ บนสนามหญ้าที่แม้จะมีผู้คนอยู่ไม่ไกลนักหากแต่ไม่ได้มีใครมาสนใจพวกเขาเลย

 

 

มันคือช่วงเวลาวิเศษ

 

 

“เรียนที่นี่ก็สนุกดี ถึงจะติดเรื่องภาษาหน่อยแต่ไม่ได้รู้สึกว่าลำบากอะไรคงเพราะมีเซฮุนมาด้วย” ร่างเล็กเล่าไปพร้อมกับมองใบหน้าหล่อที่หลับตานอนหนุนตักเขาอยู่ 

 

“ชอบสินะ”

 

“ผมรู้สึกเป็นอิสระแบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน”

 

นั่นคือความจริงที่ชานยอลเข้าใจดี ถึงจะคิ้วกระตุกทุกครั้งที่น้องมักพูดถึงเด็กหนุ่มอย่างโอเซฮุนด้วยน้ำเสียงร่าเริง แต่ก็พยายามรับฟังอย่างเข้าใจ

 

“ชอบบรรยากาศที่นี่ ชอบความเป็นอยู่ แต่จะว่ายังไงดีล่ะ อาจจะเพราะผมเพิ่งย้ายมาอยู่ก็เลยคิดถึงบ้านในวันที่รู้สึกเหนื่อย” 

 

น่าดีใจที่ไม่ว่าตอนนี้หรือเมื่อไหร่แบคฮยอนก็ยังเติบโตงดงาม แม้ทางผ่านจะมีตัวเขาเป็นหนามให้เดินสะดุดบ้างแต่พอเห็นชีวิตวัยผู้ใหญ่ของน้องไปได้สวยก็อดรู้สึกแบบนั้นไม่ได้

 

“แต่ความจริงผมอาจจะแค่อยากได้ยินเสียงพี่สักครั้งก็ได้ ไม่ต้องเห็นหน้า แค่ได้คุยกันสักครั้งคงดี เป็นความรู้สึกแบบนั้น…”

 

“แต่พี่ก็ใจร้ายจริงๆ”

 

คนใจร้ายที่แบคฮยอนพูดถึงลืมตาขึ้นมา

 

“ในขณะที่พี่รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับผมที่นี่แต่ผมแทบไม่รู้ความเป็นอยู่ของพี่เลย” แม้แต่การมาหาเขาถึงซูริคชานยอลก็ยังมาถูกจังหวะ มาในช่วงที่แบคฮยอนมีวันหยุดยาวหลายสัปดาห์ก่อนสอบวิชาที่เหลือ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าอีกฝ่ายรู้ตารางชีวิตเขาดีแค่ไหน

 

“ไม่ยุติธรรมเลยจริงๆ” นิ้วหนาบีบปลายคางเรียวเบาๆเหมือนมันเขี้ยว ริมฝีปากจิ้มลิ้มที่เล่าเรื่องต่างๆนานาให้ฟังตามคำขอไปพร้อมกับตัดพ้อนั่นน่ารักจริงๆ

 

“ยิ้มทำไมครับ”

 

“พูดต่อสิยังอยากฟัง”

 

“ผมว่าพี่เริ่มตัวรุมๆแล้วนะ เรากลับกันก่อนดีกว่าไหม”

 

“ไม่ได้เป็นไร”

 

“กำลังจะเป็นไข้แล้วไม่รู้ตัวอีก” พอว่าให้ก็มาทำหลบเลี่ยงด้วยการตะแคงตัวหนี แล้วซุกหน้าเข้ามากอดเขาเหมือนเด็กๆ 

 

“วันหลังเราออกมากันอีกก็ได้นี่ครับ ทำไมงอแงแบบนี้ได้ล่ะ…” เสียงครางงึมงำในลำคอเป็นการประท้วงทำแบคฮยอนไปไม่เป็น จำได้ว่าเคยเห็นชานยอลมีอาการป่วยแล้วอ้อนเงียบแบบนี้กับคุณนมครั้งหนึ่งสมัยเด็กๆซึ่งก็นานมาแล้ว ไม่คิดว่าจะเจอกับตัวเอง

 

“ตรงนี้อากาศเย็นพี่ไม่หนาวเหรอ”

 

“กอดนายอยู่จะหนาวได้ยังไง” แบคฮยอนหลุดยิ้ม ถือวิสาสะวางมือลงบนศีรษะของคนตัวโต กลายเป็นว่าในขณะที่แบคฮยอนโตขึ้นชานยอลกลับดูเด็กลง แขนยาวกระชับกอดเอวเล็กแน่นไม่ยอมคลาย เหมือนโหยหาความรักความเอาใจใส่และเรียกร้องให้น้องอยู่ด้วยในคราวเดียว

 

“อุ่นจะตาย…”

 

“ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะครับ ให้นอนอยู่ตรงนี้อีกแค่แปบเดียวนะ พอผมปลุกเราจะย้ายไปที่อื่นตกลงไหม” 

 

แม้อีกฝ่ายจะไม่ได้ขานรับทว่าริมฝีปากบางกลับยังคงมีรอยยิ้มจางๆ ตลอดเวลาที่อยู่กันตรงนั้นแบคฮยอนเลือกวางสายตาไว้ตรงร่างสูงมากกว่าจะเป็นวิวสวยที่ตัวเองชอบ

 

ผ่านมากี่เดือนแล้วไม่รู้ที่เขาต้องใช้ชีวิตโดยไม่มีชานยอล อยากเล่าอยากบอกอะไรตั้งมากมายแต่พอได้พบกันจริงๆเขากลับทำได้แค่ซึมซับความสุขด้วยการมองอีกฝ่ายเงียบๆ

 

ราวกับความรู้สึกมันเอ่อล้นเกินกว่าจะกลั่นออกมาเป็นคำพูดได้

 

ทุกวินาทีที่อยู่ด้วยกันมันเหมือนโลกได้หยุดเคลื่อนไหว แบคฮยอนไม่ได้รู้สึกกังวลหรือแม้แต่อยากจะถามอีกฝ่ายว่าคิดจะกลับเมื่อไหร่ จะมีใครเฝ้ามองดูอยู่หรือไม่เขาไม่ได้สนใจอีกแล้ว

 

เขากล้าพูดในสิ่งที่รู้สึก

 

กล้าร้องขอเมื่อต้องการ

 

หรือแม้แต่การก้มลงจูบกลุ่มผมที่กลับมาเป็นสีสว่างอย่างไม่อายใคร

 

ส่วนชานยอลก็กล้าออดอ้อนทำตัวเป็นเด็กและปล่อยตัวตามสบาย ไม่รู้เป็นเพราะผู้ใหญ่หรือเพราะช่วงเวลาแห่งความทรมานก่อนหน้านี้กันแน่ ที่ทำให้พวกเขาปลดล็อคข้อจำกัดของตัวเอง

 

 

 

 

 

 

“ไหนว่าจะปลุก”

 

แบคฮยอนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าได้ปล่อยเวลาไปกับการนั่งเป็นหมอนหนุนให้อีกคนไปนานเท่าไหร่ รู้ตัวอีกทีแสงของวันก็ใกล้จะลับขอบฟ้า และเป็นชานยอลที่ลุกตื่นขึ้นมาเองโดยที่เขาไม่ได้เป็นคนปลุก

 

“ผมกลัวพี่นอนไม่อิ่ม”

 

ร่างสูงขยี้ผมแบคฮยอนแทนความเอ็นดู นั่งบิดไล่ความเมื่อยล้าอยู่พักหนึ่งก่อนจะพากันลุกออกจากตรงนั้นโดยไม่ได้มีบทสนทนาอะไรมากมาย

 

สัมผัสได้ว่าร่างเล็กเงียบผิดปกติระหว่างเดินไปด้วยกัน จากตอนแรกที่เอาแต่เล่าเรื่องโน้นถามเรื่องนี้เป็นเจ้าหนูจำไมทว่าตอนนี้กลับเงียบเสียอย่างนั้น

 

“คิดอะไรอยู่” ชานยอลจึงถามพลางดึงมืออีกฝ่ายเข้ามาซุกลงในกระเป๋าเสื้อโค้ทของตัวเอง “ถ่านหมดแล้วหรือไง อยู่ๆก็กลายเป็นเด็กใบ้” 

 

“ผมไม่รู้จะพูดอะไร พี่ก็พูดบ้างสิครับ”

 

“ไม่รู้สิ ชอบฟังนายพูดมากกว่า”

 

“ผมไม่ได้พูดเก่งขนาดนั้นสักหน่อย”

 

“เฉพาะตอนอยู่กับพี่น่ะสิ” อยู่กับคนอื่นก็เห็นพูดเก่งไป ยิ่งกับพี่ใหญ่ไม่รู้สรรหาเรื่องอะไรมาคุยกันได้นักหนาถึงใช้เวลาเป็นชั่วโมง คนอัธยาศัยแย่คิด

 

“โบสถ์ตรงนั้นสวยนะครับ แวะก่อนไหม” แบคฮยอนหยุดเดินพลางบุ้ยปากให้ร่างสูงมองดูโบสถ์โบราณที่ตั้งอยู่บนเนินเขาทางผ่าน

 

“เอาสิ” เพราะคิดว่าคงใช้เวลาไม่นานและท้องฟ้าก็ไม่ถึงกับมืดคุณชายรองจึงพยักหน้ารับไป

 

บรรยากาศเงียบสงัดปลอดผู้คนกับความสวยงามภายใน บอสใหญ่แห่งปาร์คกรุ๊ปไม่ได้อินจนอยากจะหยิบมือถือขึ้นมาบันทึกภาพถ่าย ทว่าเลือกจะเก็บความทรงจำด้วยสายตา นั่งม้านั่งตัวยาวแถวหลังสุด ใกล้บริเวณประตูกับแบคฮยอนโดยไม่ได้พูดอะไรกัน

 

เหมือนปล่อยเวลาทิ้งไปแบบนั้น แต่เปล่าหรอก

 

พวกเขาแค่ปล่อยให้หัวใจได้ทำงานกันต่างหาก

 

“ทำอะไร เห็นก้มหน้าก้มตาตั้งแต่ที่ทะเลสาบ” ร่างสูงเอ่ยถามพลางเหลือบตามองว่าอีกฝ่ายเอาแต่ก้มหน้าทำอะไร กระทั่งร่างเล็กยื่นแหวนหญ้าที่พยายามถักกับมือมาให้ดู

 

“ขอยืมนิ้วหน่อยสิครับ”

 

แหวนหญ้าแบบที่เด็กๆชอบทำกัน

 

“นิ้วไหน”

 

“ผมว่ามันน่าจะพอดีกับนิ้วนางของพี่”

 

“ข้างไหนล่ะ”

 

“ซ้าย” แบคฮยอนอมยิ้มแก้มกลมบอกอย่างซื่อตรงไม่เอียงอาย หากแต่สองแก้มน้อยยังสุกปลั่ง แดงสะพรั่งน่ามอง ฉายความจริงที่ซ่อนอยู่ในนั้นว่าแท้จริงแล้วรู้สึกอย่างไร

 

“ยอมแบบนี้แสดงว่าให้ผมจองพี่ไว้ก่อนได้ใช่ไหม” คนอ่อนวัยกว่าพูดติดตลกก่อนบรรจงสวมแหวนให้ร่างสูง คิ้วบางย่นเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อพบว่าตัวเองกะขนาดพลาดไป เผลอทำหลวมไปหน่อยหรือไม่ก็เป็นเพราะชานยอลผอมลงกว่าหลายเดือนก่อนที่เจอกัน

 

ชานยอลมองแพขนตาสีอ่อนนั้นกับใบหน้าที่กำลังตั้งใจ ในทันใดนัยน์ตาคมกลับต้องสั่นไหวเพราะน้ำใสๆตกลงมากลางหลังมือของเขาโดยไม่มีสัญญาณเตือน

 

“น…”

 

“แทบบ้า…” 

 

“…” ร่างสูงถึงกับใจหล่นเมื่อหลังมือของเขาเริ่มเปรอะไปด้วยหยดน้ำตา ตั้งใจจะใช้มืออีกข้างดันใบหน้าเล็กให้เงยขึ้นทว่าแบคฮยอนกลับดื้อดึงเกินจะเชื่อฟัง

 

“ผมกลัวแทบบ้าว่าพี่จะไม่ให้อภัย”

 

“…”

 

“ผมกลัวพี่จะไม่อยากเจอหน้า กลัวว่าพี่จะโกรธจนไม่อยากให้ผมกลับไปแล้ว” ร่างเล็กสารภาพเสียงสั่น ความรู้สึกนึกคิดที่ผ่านมาทำให้เขาพรั่งพรูความในใจออกมาอย่างไม่อาย

 

“ผมไม่ได้ไม่แคร์พี่นะครับ ไม่เคยคิดอยากจะห่างเลยด้วยซ้ำ…” ชานยอลได้แต่รับฟังพลางกะพริบตาถี่ๆเพื่อไล่ความร้อนผ่าวที่ขอบตา

 

“แต่พอเจอปัญหาผมแค่รู้สึกว่าตัวเองยังแข็งแรงไม่พอ ทุกคนเอาแต่ห่วงผม คิดแทนทั้งที่ผมก็อยากทำเพื่อตัวเองและพวกพี่บ้างเหมือนกัน”

 

“…”

 

“รู้ไหมว่าคิดถึง นอนหลับๆตื่นๆเพราะรอพี่ตอบกลับมา แค่สักข้อความก็ยังดี…”

 

“…”

 

“แต่พี่ก็หายไป”

 

“…”

 

“อย่างกับโดนคนทั้งโลกหันหลังให้… ผมรู้สึกแบบนั้น”

 

“…”

 

“ขอโทษนะครับ ขอโทษจริงๆ” ร่างสูงฟังแล้วน้ำตาซึม วางมือลงกลางศีรษะเล็กแล้วลูบเบาๆคล้ายปลอบเด็กให้หายตกใจ แบคฮยอนระบายทุกสิ่งทุกอย่างด้วยน้ำตาทว่าแทบไม่มีเสียงสะอึกสะอื้นงอแงให้ได้ยิน 

 

โตขึ้นแล้วจริงๆสินะ

 

 

ชานยอลไม่ได้คิดจะปล่อยความเงียบให้ทำงานนาน แค่รอให้ร่างเล็กสงบลงถึงจะพูดสิ่งที่อยู่ภายในใจตัวเอง

 

 

คิดถึงเหมือนกัน

 

 

ไม่กี่คำสั้นๆ 

 

แต่กลับทำน้ำตาคนฟังที่แห้งไปแล้วร่วงเผาะลงมาอีก

 

 

“อยากมาหา อยากเห็นหน้า อยากได้ยินเสียงของนาย”

 

“ฮึก…”

 

“แล้วก็อิจฉาพี่ใหญ่ที่ได้ทำมัน ในขณะที่ตัวเองเป็นได้แค่ไอ้คนไม่เอาไหน คอยรับรู้ความเป็นไปในที่ที่นายจะไม่เห็น” ใบหน้าหวานดูมอมแมมเงยขึ้นมองคนโตกว่า และชานยอลไม่ลังเลเลยที่จะเอื้อมมือไปช่วยเช็ดน้ำตาเหล่านั้นออกให้อย่างอ่อนโยน

 

“โคตรทรมาน”

 

“เป็นโรคจิตเหรอครับถึงทำแบบนั้นกับตัวเอง”

 

“คงอย่างนั้น แต่ถ้าไม่ทำก็คงไม่ได้มาอยู่ตรงนี้”

 

“คุณนมไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้นสักหน่อย อีกอย่างถ้าพี่รอผมก็คง—”

 

“รอไม่ได้”

 

แค่ไม่กี่เดือนก็เหมือนจะตาย ถ้าต้องรอโดยไม่รู้จุดหมายเขาทำไม่ได้จริงๆ

 

“นายมีวิธีของนาย พี่ก็มีวิธีของพี่”

 

“ขอโ—” 

 

ชานยอลส่ายหน้าปฏิเสธคำพูดที่กำลังจะหลุดออกมาจากริมฝีปากเล็ก

 

“นายไม่ได้ผิด อาจจะไม่มีใครเลยก็ได้ที่ผิด ก็แค่เป็นเรื่องของเวลา” และจังหวะชีวิตที่ไม่ได้ใจร้ายกับพวกเขามากเกินไป อย่างน้อยๆมันก็ทำให้กลับมาพบกันในช่วงที่ดี นั่นก็คือตอนนี้ 

 

“ที่ผ่านมาช่างมันเถอะ ไม่มีอะไรสำคัญเท่าตอนนี้เราได้อยู่ด้วยกัน” 

 

“อ…” แบคฮยอนเผลอลืมหายใจตอนที่เห็นร่างสูงล้วงเอาแหวนเพชรเรียบๆวงหนึ่งขึ้นมาให้ เป็นความรู้สึกที่พูดไม่ถูก แต่ถ้านี่เป็นความฝันก็คงจะเป็นฝันที่ดีที่สุดในชีวิตของแบคฮยอน

 

แลกกัน

 

“…”

 

“ไม่อยากได้เหรอ”

 

แบคฮยอนส่ายหน้าด้วยอาการที่ยังอึ้งอยู่ ชานยอลมองด้วยความรู้สึกเอ็นดู ปากเอ่ยด้วยน้ำเสียงใจเย็นสวนทางกับความรู้สึกตื่นเต้นร้อนรนในใจ

 

“ถ้างั้นก็รับไว้ อยู่ไกลกันคนอื่นจะได้รู้ว่านายไม่ได้ตัวคนเดียว แต่มีคนจองแล้วจะได้ไม่คิดมาวุ่นวาย”

 

คนฟังหลุดยิ้ม ใบหน้าหวานแดงระเรื่อขึ้นอย่างเห็นได้ชัดยามที่มือซ้ายถูกดึงไป คุณชายรองถือวิสาสะสวมแหวนลงบนนิ้วเรียวให้ แม้ไม่ได้มีพยานรักหรือพิธีการใดๆแต่มันกลับเป็นวินาทีที่ใจพวกเขาเต้นแรงเหลือเกิน

 

“ผม…”

 

ในโบสถ์ที่มีเพียงกันและกัน กับแหวนตีตราจองที่อยู่บนนิ้วนางเป็นช่วงเวลาที่ดีและมีความสุขแค่ไหนคงไม่ต้องเอื้อนเอ่ย ทุกอย่างมันชัดเจนในความรู้สึกแล้ว

 

“ถ้าซาบซึ้งก็รักพี่ให้มากเท่าที่จะรักได้”

 

แบคฮยอนยังคงจ้องแหวนวงสวยโดยไม่ละสายตา แม้ในเวลาที่ควรจะโรแมนติกที่สุดคุณชายรองกลับไร้ซึ่งคำหวาน มีแต่จะแสดงความต้องการผ่านคำพูดเอาแต่ใจ

 

“นั่นประโยคคำขอหรือออกคำสั่งกันนะครับ” ร่างเล็กยิ้มกว้างไม่อยากจะเชื่อ

 

“ก็ทั้งสองอย่าง”

 

“พี่ควรจะสารภาพรักกับผมสิ”

 

“ต้องสารภาพอะไรอีกนายรู้ดีที่สุดแล้วว่าพี่คิดยังไง” นอกจากจะตัดบทอย่างไร้เยื่อไย คุณชายรองยังลุกออกไปโดยไม่เรียกกัน 

 

 

 

“ผมไม่รู้กับพี่สักหน่อย”

 

ถึงทุกก้าวจะไม่ได้รีบร้อน กลับเชื่องช้าราวกับรอคนด้านหลังให้ตามมาทันแต่แบคฮยอนก็ยังไม่ละความต้องการที่อยากจะฟังคำนั้นอยู่ดี

 

“พูดตรงมาได้ตลอดแต่พอเป็นเรื่องนี้ทำไมเดินหนีผมล่ะ”

 

ไม่รู้แกล้งเล่นตัวหรือเขินอยู่กันแน่

 

“ไหนๆก็ไหนๆแล้วพูดหน่อยสิครับ อยากฟัง” 

 

“อยากฟังอะไร”

 

“พี่บอกรักผม” แบคฮยอนเดินขนาบข้างพร้อมกับเงยหน้าขึ้นกดดันไปด้วย ทว่าชานยอลกลับแสร้งทำใจเย็น ซ่อนรอยยิ้มไว้ในใจพลางก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคง

 

“เขินผมเหรอ”

 

“เขินทำไมครับ ตัวแค่นี้”

 

“หูพี่แดง”

 

“อากาศหนาว”

 

“พี่ไม่ได้ขี้หนาวสักหน่อย”

 

“พี่ป่วย”

 

“เมื่อกี้ยังบอกไม่เป็นไรอยู่เลย”

 

“เหมือนไข้จะขึ้น คืนนี้คงต้องรบกวนคนดูแลแล้วล่ะ”

 

“เพิ่งรู้ว่าคุณชายรองเขินแล้วเป็นแบบนี้นะเนี่ย” ร่างสูงเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสีดำสนิท แก้มข้างหนึ่งปรากฏรอยบุ๋มดูขี้เล่น เป็นรอยยิ้มหายากและมีเสน่ห์ต่างไปจากทุกที

 

 

คืนนี้ชานยอลดูมีความสุขที่สุดเท่าที่เคยเห็นเลย

 

แบคฮยอนก็เหมือนกัน

 

 

 

“แหย่ไปอย่างนั้นแหละ”

 

“ถ้างั้น—”

 

หนูอ้อนพี่สิ

 

ราวกับเดินสะดุดหลุมพรางคนเจ้าเล่ห์เสียเอง นอกจากเรื่องบนเตียงสิ่งที่รู้กันมาตลอดว่าเป็นเรื่องยากสำหรับแบคฮยอนก็คือการอ้อนคุณชายรองนั่นแหละ

 

ด้วยหนึ่งเขาเขินสายตาคมกริบคู่นี้เกินจะทนได้ ส่วนเหตุผลข้อต่อไปก็ไม่ได้ต่างกัน เขาเขินชานยอล อาจจะเขินกว่าตอนที่ต้องอยู่บนเตียงด้วยกันด้วยซ้ำ เพราะเวลาแบบนี้อีกฝ่ายจะสามารถใช้สายตาเล่นงานเขาได้นานกว่า 

 

“อ้อนแบบไหนครับ”

 

แต่มาถึงตรงนี้แล้วคงไม่คิดถอย

 

“แบบนี้เหรอ…” แบคฮยอนเดินเข้าไปเบียดร่างสูงก่อนจะสวมกอดเอวแล้วแนบแก้มลงบนท่อนแขนแข็งแรง เป็นผลให้อีกฝ่ายเผลอหยุดเดิน

 

“รู้นะครับว่าพี่แกล้ง แต่ยอมขนาดนี้แล้วจะไม่พูดให้กันฟังจริงๆน่ะเหรอ…” เขินจนแก้มแดงแต่ต้องมาช้อนตาทำท่าทางกับน้ำเสียงน่ารักเหมือนเด็กเพื่อออดอ้อน…

 

“พูดหน่อยนะครับ นะ…”

 

ไม่ใจอ่อนก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว

 

“หนูรอฟังพี่พูดมาตลอด ถ้าไม่ยากก็พูดสักครั้งสิ พูดให้แบคฮยอนฟังนะ” ชานยอลก้มลงมองหน้าแบคฮยอนใกล้ๆ  

 

“นะครั—”

 

 

 

 

 

พี่รักหนู

 

 

 

 

 

“…”

 

“ไม่ยากหรอก ให้พูดอีกกี่ครั้งก็ได้แค่อยากเห็นหนูอ้อนพี่บ้างก็แค่นั้น” ปลายจมูกโด่งแตะลงกลางหน้าผากมน ไม่มีอะไรจะซื่อตรงได้มากเท่ากับคำพูดและสายตาของพวกเขาในยามนี้อีกแล้ว

 

“หนูล่ะ รักพี่หรือเปล่า”

 

 

อ่า…

 

แบคฮยอนใจเต้นเหมือนจะหลุดออกไปข้างนอกเลย

 

 

“รักมั้ยครับ” 

 

“ไม่รักพี่”

 

“…”

 

“…แล้วจะให้รักใครล่ะครับ”

 

 

 

 

TBC.

 

 

 

 

ตอนหน้าตอนจบแล้วน๊า (และมีบทส่งท้ายรออยู่อีก1 มุแง ;-;) ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันมา ขอบคุณหลายๆคนที่ให้กำลังใจ ไม่อยากเชื่อตัวเองเหมือนกันว่าจะแต่งได้จนจบ /ถึงจะนานๆทีมาอัพแต่ก็อดใจหายไม่ได้เลย  T^T

 

ป.ล.1 ฟิคชานฮยองเปิดพรีออเดอร์เล่มอยู่นะคะ สามารถจับจองรับน้อนไปดูแลต่อได้จนถึงวันที่ 31/01/64 

ป.ล.2 ของแถมพิเศษรอบ 7 วัน ต้องโอนเงินภายในวันที่ 14/12/63 นี้เท่านั้น ไม่มีนอกรอบเน้อจ้าว

 

 

ตั้งใจทำมั้กกก

 

มาเถอะะะะะ >> https://bit.ly/3lqPMqb

 

 

 

โค้งสุดท้ายแล้วอย่าลืมให้กำลังใจ >> #ฟิคชานฮยอง

 

เจอกันตอนหน้าจ้าา

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 880 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,377 ความคิดเห็น

  1. #10373 Saaimaii (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2564 / 02:15
    รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็รู้สึกใจหายเหมือนกันนะเนี่ย เราใช้เวลาอ่านฟิคเรื่องนี้ด้วยความกลัวว่าจะจบ แต่ก็ตอนหน้าแล้วสินะ มันดีจนไม่อยากให้จบเลย สำหรับตอนนี้ประทับใจมาก ภาษาก็สวย อ่านแล้วร้องเลย

    มันสวยตนเหทือนเราไปอยู่ในนั้นจริงๆ ตื้นตันแปลก 555555 อยากกราบไรท์เลยที่เขียนมาได้สวย น่าอ่าน ครบรส ขนาดนี้👍🏻💗✨????
    #10,373
    0
  2. #10342 Emihcy (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 8 เมษายน 2564 / 23:42
    ง้ากกกกกกกกกก-/////////////////-!!!!!!
    #10,342
    0
  3. #10304 Hollydecemx (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 1 มีนาคม 2564 / 22:22
    ตาเด่กน้อยชานยอลลลล
    #10,304
    0
  4. #10285 ycpl (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:32
    ตายๆๆๆๆจะตายยยยกับความแพรวพราวของพี่รอง ไม่ไหวววว น้วยยยไปหมด
    #10,285
    0
  5. #10280 HoneyB'c (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564 / 18:14
    ตายบับ ตายปัยเร้ยยยย ตายอย่างสงบศพสีจมปูวววววว~
    #10,280
    0
  6. #10204 YunewG (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 มกราคม 2564 / 10:03

    ร้องไห้ ฮือออ น่ารัก ความรัก ความสุข ความสบายที่อดทนรอกันมา ดีใจด้วยจริงๆค่ะ
    #10,204
    0
  7. #10094 ChungWila (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 23:01
    ไม่ไหวแล้ววววว น่ารักมากๆใจบางไปหมดแงงงงง
    #10,094
    0
  8. #10061 ppimook (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 00:20
    เป็นเรื่องที่น่ารักมากๆๆๆ อบอุ่นหัวใจรักตัวละครกว่าจะมาถึงตอนนี้ได้ ทุกตัวละครได่ผ่านอุปสรรคมา น้องโตขึ้นมากๆแล้วคนพี่ก็อดทนเก่งมากๆในที่สุขทั้ง2ก็จะได้มีความสุขกันสักที🥺💗
    #10,061
    0
  9. #9928 Ohsehun9494 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 มกราคม 2564 / 18:20
    ดีมากกก ตั้งใจอ่านทุกตัวอักษรเลย อบอุ่นหัวใจมากๆๆ ได้ฟังคำว่ารักแล้วนะ แง เขินมากก

    *ใดใดคือฮุนฮานมาอะ แง
    #9,928
    0
  10. #9915 Hollydecemx (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 มกราคม 2564 / 22:44
    น่ารักจางงงงง ทุกตัวอักษรมีความหมายมากทำใจเต้นเเรงด้วยยง่ะ
    #9,915
    0
  11. #9914 Hollydecemx (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 มกราคม 2564 / 22:44
    อ้ากกกสุขิต
    #9,914
    0
  12. #9913 Hollydecemx (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 มกราคม 2564 / 22:43
    น้ำตาลต้องเรียกพี่เเล้วววปะนั่น 😚
    #9,913
    0
  13. #9856 cybymm (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2563 / 23:10
    แงงงงงงงงรักนะคะ รักไรท์เตอร์ รักทุกตัวละคร
    #9,856
    0
  14. #9837 sosandee (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2563 / 08:01
    หวานๆตัดขาาาาไปเลยยนย พิรองงกับคนน้องน่ารักมากกกๆๆๆๆๆๆ
    #9,837
    0
  15. #9802 cheche (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2563 / 10:57

    น่ารัก อบอุ่น รอคำนี้มานานมากๆเลยค่ะ มีความสุขสักทีนะเด็กๆ กว่าจะได้เจอกันนานมากๆจนเราเองก็ลุ้นตามเลยละค่ะ
    #9,802
    0
  16. #9801 cheche (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2563 / 10:57

    น่ารัก อบอุ่น รอคำนี้มานานมากๆเลยค่ะ มีความสุขสักทีนะเด็กๆ กว่าจะได้เจอกันนานมากๆจนเราเองก็ลุ้นตามเลยละค่ะ
    #9,801
    0
  17. #9789 cyswag (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2563 / 17:03
    น่ารักมากกก เขินพี่รองงงง
    #9,789
    0
  18. #9785 PamKwanjira (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2563 / 07:52
    เขิน ไม่ ไหว แล้ววววใืเดหปดอิ่สงใทเด่านยงใ่อดแปแดด้าใ
    #9,785
    0
  19. #9784 mam_sukanya35 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2563 / 00:35
    ทั้งเขิน ทั้งอบอุ่นหัวใจ..😍😍😍😍😍
    #9,784
    0
  20. #9780 araya2336 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2563 / 11:49
    ฮื่อออ อบอุ่นหัวใจไปหมดดด ตอนน้องแทนตัวเองว่าหนู มันเป็นเขินมากก
    #9,780
    0
  21. #9778 pinkberry2606 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2563 / 00:39
    เป็นเขินไปหมดดดด อ่านไป 2 รอบแล้วก็ยังเขินคุณชายรองเหมือนเดิม

    โหมดอบอุ่นของพี่เค้านี่ น่ารักมากๆๆๆๆๆๆ

    เป็นกำลังใจให้คุณหนิงนะคะ
    เราตามทุกเรื่องของคุณ ชอบสไตล์การดำเนินเรื่องและสำนวนการเขียนมากค่ะ
    #9,778
    0
  22. #9777 hunpigbaby (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2563 / 23:59
    เขินมาก อุแง้ๆๆๆๆๆๆๆ
    #9,777
    0
  23. #9776 Orrrnnn (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2563 / 22:50
    น่าร้าดกกก
    #9,776
    0
  24. #9775 Creamcream1A (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2563 / 20:56
    อบอุ่นจังเลยค่ะ แงแงงง
    #9,775
    0
  25. #9774 areenachesani (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2563 / 20:09
    อุแง้งงง เขิงๆๆๆ
    #9,774
    0