HYUNG 형 | Chanbaek -END-

ตอนที่ 28 : CHAPTER 27 | ซูริค

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,778
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 818 ครั้ง
    22 พ.ย. 63

 

 

 

 

 

27

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ซ่า!!

 

            

“โง่”

 

ณ ห้องอาหารบนโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง สองพ่อลูกตระกูลปาร์คอีกครอบครัวหนึ่งกำลังนั่งดินเนอร์ในมุมส่วนตัวที่ไม่มีใครสังเกตนัก

 

ปาร์คจุนแจเพิ่งสาดน้ำในแก้วทรงสวยใส่หน้าลูกชายเป็นการบันดาลโทสะ หลังจากได้รับข่าวชวนหัวเสียจากปากเจ้าตัวเองว่ากำลังจะถูกย้ายไปคุมงานสาขาใหม่ของปาร์คกรุ๊ปที่ใกล้จะเปิดเร็วๆนี้

 

ไกลจากสาขาแม่มากทีเดียว  ทว่าปาร์คเลย์กลับยอมไป

 

“ดูไม่ออกเหรอว่ามันย้ายแกไปเพราะอะไร เพราะจะเฉดหัวแกเหมือนที่ทำกับฉันไงล่ะ!”

 

รู้สิ ทำไมจะไม่รู้

 

ปาร์คเลย์คิดในใจเมื่อเขารู้ดีว่าชานยอลจงใจเอาคืน ทั้งเสนอชื่อในที่ประชุมและให้เหตุผลสนับสนุนจนบอร์ดพากันคล้อยตาม ยากจะปฏิเสธ 

 

“ให้ไปคุมสาขาใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค? ถูย!” 

 

แต่เหตุผลสำคัญที่ทำให้เลย์ยอมตกปากรับคำบางทีอาจไม่ใช่บุคคลเหล่านั้น แต่เป็นผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้ต่างหาก

 

“ก็แค่คำพูดสวยหรูเอาไว้ใช้หลอกเด็ก สาขากระจอกๆจะไปสู้นั่งเก้าอี้ผู้บริหารในตึกใหญ่ได้ยังไง แกน่ะ…ถูกไอ้ชานยอลมันหลอกแล้วปาร์คเลย์”

 

ร่างสูงสมส่วนหยิบผ้าเช็ดปากบนโต๊ะอาหารมาซับหน้า ฟังผู้เป็นพ่อตำหนิด้วยถ้อยคำเดิมๆที่มักจะได้รับมาตั้งแต่เด็ก ปาร์คจุนแจมักจะกดดันเขาด้วยเรื่องของชานยอลเสมอเพราะรุ่นราวคราวเดียวกัน คอยเป่าหูให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้เพื่อให้อยู่เหนือกว่า โดยไม่เคยถามความรู้สึกของลูกชายอย่างเขาเลยสักครั้งเดียว

 

“บอกแล้วไงว่าอย่าหัดเป็นคนหัวอ่อน ที่ฉันส่งเรียนจบสูงมีหน้ามีตาในสังคม คอยแนะนำให้รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ไม่ได้ช่วยให้แกมีอำนาจต่อรองกับคนอย่างมันบ้างเลยหรื—”

 

“กับคุณลุง…”

 

“…”

 

“พ่อก็ไม่เคยต่อรองได้ไม่ใช่หรือไงล่ะครับ”

 

“แก…”

 

เลย์ขยับเนคไทให้คลายลง พยายามใจเย็น ไม่สนสีหน้าเดือดดาลของผู้เป็นพ่อที่แสดงออกมาอย่างชัดเจน เพราะปาร์คจุนแจไม่เคยเก็บอารมณ์และชอบแสดงทุกสิ่งทุกอย่างผ่านสีหน้าท่าทางแบบนี้ไงเลย์ถึงเลือกจะเป็นคนอีกแบบ

 

เขาจะไม่ทำตัวน่าอายแบบที่พ่อชอบทำอย่างเด็ดขาด

 

“พอเถอะครับ ผมเหนื่อย”

 

“ว่าไงนะ”

 

“ตั้งแต่เด็กพ่อก็เอาแต่สอนให้ผมคอยอิจฉาครอบครัวนั้น ทั้งที่ผมเคยพูดหลายครั้งแล้วใช่ไหมว่าคนพวกนั้นไม่ได้หมุนรอบตัวเรา บนโลกนี้ยังมีคนอีกเยอะ ปาร์คชานยอลก็แค่เด็กชอบเรียกร้องความสนใจผมไม่อยากเอามาเป็นคู่แข่ง”

 

“เฮอะ”

 

“คนอ่อนหัดที่ให้ความสำคัญกับเรื่องรักมากกว่าเรื่องงานไม่มีอะไรที่ต้องกลัว”

 

“ข้ออ้างของคนขี้แพ้อย่างแกน่ะสิ” ปาร์คจุนแจทุบโต๊ะเสียงดังทำเอาบริกรที่กำลังยืนรินน้ำให้แขกโต๊ะด้านหลังหันมามองอย่างงุนงง

 

“อย่าโง่นักเลย เพราะแกเป็นแบบนี้ไงปาร์คกรุ๊ปถึงไม่เป็นของเราสักที” เลย์ส่ายหน้าเอือมระอา รู้สึกเหนื่อยทุกครั้งที่ได้คุยกัน เหนื่อยที่ต้องคอยทำตาม ทะเยอทะยานเอาใจแค่ไหนก็ไม่เคยพอ

 

“เพราะผมหรือเพราะพ่อกันแน่”

 

“ปาร์คเลย์—”

 

“หยุดส่งเสียงดังได้แล้วครับ ผมอายคนอื่น”

 

“หน็อย…”

 

“ถ้ายังขืนเป็นแบบนี้อยู่คราวหลังผมจะไม่มาเจออีก”

 

“แกขู่ฉันเหรอ”

 

“เลี้ยงผมมากับมือน่าจะรู้ว่าผมแค่ขู่หรือว่าพูดความจริง” ใบหน้าปราศจากรอยยิ้มของลูกชายทำผู้เป็นพ่อนั่งนิ่ง มือยังคงถือหมัดวางอยู่บนโต๊ะอาหาร สายตาจ้องเขม็งมาอย่างขุ่นเคือง

 

เพราะชีวิตมีแค่พ่อเลย์ถึงต้องเชื่อฟัง บ่อยครั้งที่อีกฝ่ายทำตัวเป็นไม้แก่ดัดยาก ไม่ว่าจะพูดหรือเสนออะไรก็ไม่ยอมรับฟัง กลับสอนสั่งลูกให้เป็นคนมีเล่ห์เหลี่ยม คิดแต่จะครอบครองปาร์คกรุ๊ปฯด้วยวิธีการที่ลูกชายเองก็ยอมรับว่าสกปรก

 

“โดนมันข่มมาหรือไงถึงได้ยอมให้กดอยู่ใต้เท้าง่ายๆ บอกให้ทำอะไรก็ทำ กลัวมันงั้นสิ”

 

“ผมไม่ชอบวิธีของพ่อ” เลย์บอกอย่างตรงไปตรงมา เขาไม่ได้เป็นคนดีอะไร เป็นคนเทาๆที่หมั่นไส้ชานยอลประมาณหนึ่งจากการถูกเลี้ยงดูมาแบบผิดๆ แต่ก็ไม่อยากทำร้ายบริษัทของตัวเอง 

 

เขาทุ่มเททำงานหนักเพราะอยากเป็นที่หนึ่ง อยากอยู่เหนือใครๆ เพราะมั่นใจในความสามารถของตัวเองตอนที่ชานยอลบอกให้เอาผลงานมาวัดกัน เลย์ถึงรู้สึกเหมือนโดนฮุกด้วยหมัดจนหน้าชา

 

ถ้าเลือกได้เขาขอทำทุกอย่างด้วยความสามารถของตัวเอง ทำให้ทั้งลูกน้องและผู้ใหญ่เห็นว่าเขาเหมาะสมจะอยู่จุดนั้นมากกว่า แต่ไม่ใช่ด้วยวิธีการบ้าๆของพ่อที่นึกถึงหน้าชานยอลและครอบครัวทีไรก็อดอายตัวเองไม่ได้แบบนี้

 

“ผมขี้เกียจรออาหาร ทำงานเหนื่อยมาทั้งวันขอตัวกลับไปพักก่อนแล้วกัน”

 

“เซ็นเช็คให้ฉันก่อน” 

 

ชายวัยกลางคนรั้งลูกชายด้วยประโยคเดิมที่มักจะเอ่ยทุกครั้งก่อนแยกทาง ทว่าคราวนี้ปาร์คเลย์กลับมีท่าทีต่างไปจากเดิม

 

“ครั้งก่อนผมให้พ่อไปตั้งเยอะนี่ครับ”

 

“ครั้งก่อนก็คือครั้งก่อน ได้เงินเป็นกอบเป็นกำอย่ามาทำอิดออด แกก็รู้ว่าฉันต้องใช้เงินลงทุน—”

 

“ถ้าจะเอาไปถลุงในบ่อนผมคงไม่มีให้” ปาร์คจุนแจมักอ้างเอาเงินไปลงทุนโดยที่เลย์ทำเป็นโง่เรื่อยมาเพื่อตัดปัญหา แต่วันนี้เขาเลือกจะปฏิเสธ ร่างสูงสมส่วนลุกขึ้นยืนโดยไม่สนใจคนที่ยังคงนั่งอยู่ “และต่อไปผมจะไม่ทำอะไรแบบนั้นอีก ถ้าจะขึ้นเป็นผู้นำปาร์คกรุ๊ปนั่นก็เพราะความสามารถของผมเอง” 

 

“จองหอง—”

 

“พ่อน่ะ… แทนที่จะมาคาดหวังกับผม ปรับปรุงตัวให้ได้กลับมาดูแลบริษัทเหมือนเดิมดีกว่าไหม เลิกติดการพนันสักที”

 

“ปาร์คเลย์!” ปาร์คจุนแจเขวี้ยงผ้าเช็ดปากใส่แผ่นหลังกว้างของลูกชายตอนที่เลย์เลือกจะหันหลังเดินออกไป

 

“กลับมาเดี๋ยวนี้นะ! ฉันบอกให้แกกลับมา!!” เสียงตวาดโวยวายของเขาดังจนแขกโต๊ะอื่นๆต่างพากันหันมอง 

 

“โถ่เว้ย!”

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

 

คงไม่มีอะไรสุขไปกว่าการมีครอบครัวที่รับฟังและเข้าใจ…

 

 

จากวันที่ผู้อาวุโสยอมใจอ่อนชานยอลไม่ได้บินไปหาแบคฮยอนอย่างใจคิดทันที เขาใช้เวลากับการเคลียร์ตัวเองมากกว่าสัปดาห์ สะสางงานให้ได้มากที่สุดก่อนจะบินไปสวิสเพื่ออยู่ที่นั่นสักระยะ 

 

หนึ่งสัปดาห์

 

หนึ่งเดือน

 

หรืออาจมากกว่านั้น เขาทำทุกอย่างโดยไม่บอกคนตัวเล็ก เก็บความดีใจไว้กับตัวโดยไม่ยอมติดต่อ คล้ายเอาคืนที่ก่อนหน้านี้อีกฝ่ายเองก็ชอบทำอะไรโดยไม่บอกก่อน แต่ก็เหมือนเป็นการทรมานตัวเองทางอ้อม

 

 เพราะขณะที่ต้องเร่งเคลียร์งานให้ได้มากที่สุดสมองเขากลับจินตนาการถึงตอนที่ตัวเองพบหน้าแบคฮยอนหลายต่อหลายครั้ง แค่คิดว่าจะได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันโดยไม่ต้องกังวลใดๆเขาก็แทบทนรอไม่ไหว

 

ความอึดอัดใจต่างๆถูกวางลง กลายเป็นความสุขที่คนรอบข้างเองก็สังเกตได้ สภาพซังกะตายกับกลิ่นเหล้าที่มักจะมีติดตัวในหลายเดือนที่ผ่านมาหายไปเหมือนไม่เคยเกิดขึ้น ไม่ต้องป่าวร้องก็ลือกันทั่วบริษัทว่าบอสคงคืนดีกับแฟนแล้ว

 

รับรองความน่าเชื่อถือจากวงในอย่างคุณเลขาคนสวยคิมดาซม ที่หลุดปากเล่าตอนเมาอย่างหมดเปลือก ไม่ว่าจะเลิฟซีนในอดีตที่เคยเห็นกับตา หรือจะเป็นเรื่องจัดการตั๋วเครื่องบินไปสวิตเซอร์แลนด์ให้เจ้านาย

 

งานเลี้ยงฉลองกำไรยอดขายบอสหนุ่มก็ไม่ได้เข้าร่วมเนื่องจากเป็นวันเดียวกับที่ต้องบินไปซูริค จากที่ยังชั่งใจคิด ตอนนี้พนักงานหลายคนในบริษัทปักใจเชื่อกันแล้วว่า…

 

ชานยอลกับเด็กฝึกงานคงเป็นคู่หมายกันจริงๆ

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

 

 

(ถึงซูริคแล้วใช่ไหม)

 

“อยู่หน้าอพาร์ทเม้นท์น้องชายคนโปรดพี่แล้วต่างหาก”

 

(เข้าไปข้างในได้หรือเปล่า)

 

“นโยบายรักษาความปลอดภัยดีจนน่าหงุดหงิด คนดูแลทำให้ผมนึกถึงคุณนม”

 

(แต่เสียงนายดูไม่หงุดหงิดเลยนะ)

 

“ไม่รู้สิ ผมอาจจะต้องทำตัวเป็นยามเฝ้าหน้าตึกสักพัก”

 

(กว่าน้องจะกลับมานายคงหนาวตายก่อนพอดี แถวนั้นไม่ไกลมีร้านกาแฟ ลองเดิน—)

 

“ผมอยู่ได้”

 

(…)

 

“ทั้งวันทั้งคืนผมก็จะอยู่ ไม่ต้องห่วงหรอก” ชานยอลหัวเราะในลำคอเมื่อรับรู้ถึงความเงียบของปลายสาย เขาเอนหลังกับพนักม้านั่งสาธารณะตัวยาวพลางพาดขาไว้บนกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ของตัวเองอีกที

 

(ตามใจ)

 

“ต้องแบบนั้นอยู่แล้ว แต่เหมือนฝนจะตกเลยแฮะ…” ชานยอลพึมพำเมื่อเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าแล้วเห็นเมฆครึ้มกำลังลอยตัวเข้ามาใกล้ เริ่มบดบังแสงแดดในตอนบ่าย

 

(งั้นฉันวางสายล่ะ เจอตัวน้องเมื่อไหร่ก็คุยกันดีๆ ฝากความคิดถึง—)

 

“ยุนโฮ”

 

(หืม)

 

“ผมนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ขอบคุณ”

 

(เรื่องอะไร)

 

“หลายเรื่อง ผมรู้ว่าที่ผ่านมาพี่พยายามช่วยตลอด ถึงจะไม่เป็นตามใจเราทุกเรื่องแต่ก็ขอบคุณจริงๆว่ะ”

 

(…)

 

“ไปพักเถอะ ไว้มีอะไรผมจะติดต่อไป” น่าจะเป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่เขารอให้พี่ชายเป็นฝ่ายวางสาย คำขอบคุณที่ออกมาจากใจก็เหมือนกัน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้รู้สึกขลาดเขินอะไรในเมื่อมันเป็นสิ่งที่ควรต้องพูดออกมา

 

ดวงตาคมกริบมองหน้าจอโทรศัพท์เมื่อปาร์คยุนโฮตัดสายไปแล้ว นาฬิกาบอกเวลาบ่ายสองโมงกว่าๆนั่นหมายความว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าเขาจะได้พบแบคฮยอน

 

 

“นายจะทำหน้ายังไงถ้าเห็นว่าฉันอยู่ตรงนี้…”

 

ร่างสูงสูดอากาศด้วยท่าทางผ่อนคลายพลางกดยิ้มจางๆ รู้มาว่าช่วงนี้คนเด็กกว่ากำลังอ่านหนังสืออย่างหนักสำหรับสอบวัดผลเรียนเทอมแรกและมักใช้เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับหอสมุดของมหาวิทยาลัย วันนี้หากจำไม่ผิดตอนเช้าแบคฮยอนมีสอบวิชาเศรษฐศาสตร์หนึ่งตัว ส่วนตอนบ่ายเขาไม่แน่ใจ แต่ไม่ว่าน้องจะกลับมาตอนไหนเขายินดีจะนั่งรอ

 

“จะทำยังไงกับคนที่นายบอกคิดถึงทุกวัน ร้องไห้งั้นเหรอ…” 

 

ชานยอลยังคงคาดเดาด้วยความสุข ทุกนาทีที่นั่งอยู่ตรงนั้น หน้าอพาร์ทเม้นท์ของคนตัวเล็กเขามีแต่ความสุข ในหัวคิดประโยคมากมายเตรียมไว้และอยากจะพูดออกมา มุมปากของเขายกยิ้มขำตัวเองที่จู่ๆก็รู้สึกตื่นเต้นราวกับเด็กหนุ่มที่กำลังจะออกเดทครั้งแรก

 

ปลายรองเท้าผ้าใบเคาะลงบนพื้นเป็นจังหวะเมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆโดยที่ไม่มีวี่แววว่าคนตัวเล็กจะกลับมา

 

ร่างสูงทิ้งสายตามองบรรยากาศรอบๆ ซูริคเป็นเมืองเศรษฐกิจแต่เพราะอพาร์ทเม้นท์แบคฮยอนไม่ได้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองจึงไม่ได้ดูอึดอัดวุ่นวาย ต้นไม้เปลี่ยนสีระตึกสูงซึ่งเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์แบบเมืองยุโรปโบราณ และมันคงจะสวยงามยิ่งกว่าที่ตามอง ถ้าหากว่าตรงหน้าตอนนี้จะมีคนที่เขากำลังรอคอย

 

 

ใกล้หกโมงแล้ว

 

 

ร่างสูงเริ่มก้มมองนาฬิกาข้อมือตัวเองบ่อยขึ้น ใบหน้าหล่อเริ่มเปลี่ยนเป็นสีซีดเมื่อต้องนั่งรอท่ามกลางอากาศหนาวเป็นเวลานาน แม้อุณหภูมิจะไม่ได้ต่ำจนองศาติดลบแต่ก็เย็นยะเยือกจากลมชื้นที่พัดผ่านให้ตัวสั่น

 

ร่างสูงลุกขึ้นยืนบิดตัวไปมาไล่ความเมื่อยขบ เขากอดตัวเองไปพร้อมกับวิ่งเหยาะๆอยู่กับที่เป็นการฆ่าเวลา ผ่านไปหลายชั่วโมงแล้วที่เขาได้แต่ทำแบบนี้สลับไปมา ไม่นั่งเอนหลังเหยียดขาก็ลุกขึ้นมายืนบิดไล่อาการเมื่อยเนื้อตัว

 

“กลับมาสักทีสิ นายควรกลับมาได้แล้วนะ”

 

คุณชายรองแอบบ่น ไม่เคยมาเยือนต่างประเทศครั้งไหนแล้วรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนจรจัดไร้บ้านขนาดนี้ หลายครั้งนึกอยากจะเข้าไปนั่งในร้านกาแฟอุ่นๆตามที่พี่ชายแนะนำ แต่เพราะกลัวจะคลาดกันกับแบคฮยอนตอนที่กลับมา จึงได้แต่อดทนรอที่เดิมทั้งที่ชีวิตนี้เขาไม่เคยต้องมานั่งคอยใคร

 

“นายคงไม่อยากเห็นฉันนั่งต่างฝนหรอก…”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แปะ แปะ…

 

 

“กางร่มเร็วแบคฮยอน ฝนลงเม็ดแล้ว”

 

“อื้อ” คนตัวเล็กรีบหยิบร่มในกระเป๋าเป้ออกมากาง เมื่อระหว่างทางเดินกลับอพาร์ทเม้นท์ฝนเกิดตกลงมาปรอยๆ 

 

“ช่วยมั้ย”

 

“เดินไปเถอะน่า” วันนี้พวกเขามีสอบแค่ช่วงเช้าเลยพากันไปขลุกตัวอยู่หอสมุดต่อ แต่เพราะเห็นฝนตั้งเค้านั่นแหละจึงพากันกลับเร็วกว่าทุกวัน

 

“เดินระวังลื่นล่ะ”

 

“บอกตัวเองสิ ครั้งก่อนเซฮุนก็ลื่น” ร่างเล็กหัวเราะล้อเลียน ร่างโปร่งได้ยินแบบนั้นก็หันมาถลึงตาให้แต่กลับได้ยินเสียงหัวเราะที่ดังกว่าเดิม 

 

“รู้แบบนี้ปล่อยให้เดินกลับเองก็ดี”

 

“ไม่เอาน่า เราก็ไม่ได้บอกให้เซฮุนเดินมาด้วยสักหน่อย” 

 

“ไม่ง้อกันเลยนะ”

 

“อยากไปดื่มกับแฟนก็ไปสิ”

 

“ไม่ใช่แฟน” 

 

“หน้าแดงแหนะ”

 

“โน”

 

“แดงกว่าเดิมอีก”

 

“พูดเก่งขึ้นแล้วรู้ตัวไหม เดี๋ยวนี้เราเถียงสู้แบคฮยอนไม่ได้เลย” เซฮุนบ่นพลางถือร่มเดินเคียงข้างไปพร้อมกับแบคฮยอน เสียงคุยเล่นของพวกเขาดังไปตลอดทางและเป็นแบบนั้นเสมอจนเป็นเรื่องปกติ 

 

เด็กหนุ่มเอเชียสองคนมักจะทำตัวติดกัน มีแบคฮยอนที่ไหนก็มักจะได้เห็นเซฮุนที่นั่น มีเพียงพักหลังที่เซฮุนเริ่มสนิทกับรุ่นพี่ในคณะมากขึ้น แบคฮยอนจึงแยกกลับที่พักเองบ้างเพราะไม่ไกลจากมหาวิทยาลัย

 

“ยังไม่ทันถึงหนึ่งทุ่มมืดอย่างกับตีหนึ่ง”

 

“เข้าหน้าหนาวก็แบบนี้แหละ” แบคฮยอนกระชับกอดตัวเองเมื่อลมหนาวปะทะเข้ามา เสื้อโค้ทตัวสั้นพอจะช่วยบรรเทาอุณหภูมิได้บ้าง แต่คงดีกว่าถ้ารีบเดินให้ถึงที่พักกันไวๆ

 

“อากาศแบบนี้ได้ซดจัมปงร้อนๆคงดี ในตู้เย็นมีคิมบับกับกิมจิเหลืออยู่ เดี๋ยวถึงห้องแล้วแบคฮยอนรีบอาบน้ำแล้วลงมากินที่ห้องเรานะ จะทำไว้รอ”

 

“…”

 

“จะสั่งพิซซ่ามาด้วยก็ได้ บ่นอยากกินตั้งแต่…” เสียงของเซฮุนเงียบลงเมื่อสังเกตเห็นว่าร่างเล็กข้างๆ หยุดเดินกะทันหันทั้งที่อีกไม่กี่ก้าวก็จะถึงอพาร์ทเม้นท์แล้วแท้ๆ

 

“มีอะไรเหรอ”

 

“เซฮุน…” เจ้าของชื่อหลุบตาลงมองเพื่อนที่เอาแต่ยืนตัวแข็งทื่อ ทอดสายตามองตรงไปด้วยสีหน้าตื่นตระหนกตกใจจนเขาต้องหันมองตาม

 

“นั่นมัน…”

 

“เข้าไปก่อนได้ไหม” ร่างเล็กบอกโดยที่สายตายังคงจับจ้องภาพตรงหน้าแทบไม่ละจาก จ้องราวกับกลัวว่ามันจะหายไป เพียงแค่พริบตาเดียวมันอาจจะหายไป

 

“อืม” เขาไม่รู้ว่าเซฮุนบอกอะไรก่อนที่จะเดินเข้าอพาร์ทเม้นท์ไปก่อน หัวเขาตื้อ มือเขาชา หัวใจเหมือนจะหยุดทำงาน

 

ก่อนมันจะส่งเสียงดังรุนแรงขึ้นเรื่อยๆตามระยะห่างที่ย่นลง ไม่เคยรู้สึกเหมือนจะพยุงร่างตัวเองไม่อยู่แบบนี้มาก่อน ตอนที่เดินเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าร่างสูง ขอบตาเขาร้อนผ่าว

 

“มะ…”

 

“…”

 

“ม มาได้ยังไงครับ…” เสียงถามแหบพร่าเต็มไปด้วยความประหม่า เนื้อตัวสั่นทั้งตื่นเต้นดีใจที่อีกฝ่ายอยู่ตรงนี้ ตรงหน้า แล้วก็ตกใจที่เห็นว่าใบหน้าของคนที่ตัวเองเฝ้าคิดถึงมาตลอดซีดเซียวแค่ไหน

 

“พี่…มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”

 

มาตั้งแต่เมื่อไหร่ถึงได้มีสภาพแบบนี้

 

ชอบให้รออยู่เรื่อยเลยสินะ

 

ชานยอลลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาคมกริบเองก็จ้องมองคนตัวเล็กอย่างไม่ลดละเช่นเดียวกัน แบคฮยอนเงยหน้าขึ้นสบตา ถือวิสาสะเอื้อมมือสัมผัสข้างแก้มเย็นเฉียบของอีกฝ่ายก่อนทำนบน้ำตาจะพังลง

 

“เหมือนฝันเลย…”

 

ทั้งที่ปฏิกิริยาของแบคฮยอนไม่ต่างไปจากที่คาดเดาไว้ แต่พอได้มาเห็นหน้าใกล้ๆแล้ว นัยน์ตาของร่างสูงกลับวูบไหวตาม 

 

“ม เหมือนฝันจริงๆ”

 

นิ้วโป้งหนาแตะลงบนแก้มนิ่มแล้วปาดคราบน้ำตานั้นออกให้แผ่วเบา แววตาของเขาเอ่อล้นไปด้วยความรู้สึก

 

“ไม่ได้ฝัน” 

 

“ฮึก…”

 

“ฉันอยู่กับนายจริงๆ”

 

ตุ่บ…

 

ร่มคันที่เคยถือตกลงพื้นตามแรงโน้มถ่วง แบคฮยอนโผเข้ากอดชานยอลเต็มแรง เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของเขาทำเอาคนที่นั่งเตรียมคำพูดไว้มากมายลืมทุกสิ่งทุกอย่าง ลืมแม้กระทั่งความรู้สึกยาวนานกับการรอคอยก่อนหน้านี้

 

ฮึกๆ! ผมคิดว่าพี่จะไม่รักผมแล้ว” อ้อมกอดที่แน่นที่สุดเท่าที่เคยมีมันกำลังบอกว่าต่างคนต่างโหยหาและคิดถึงกันมากเพียงใด

 

“คิดว่าจะไม่ได้เจอแล้ว ฮือ…” ช่วงเวลาอันแสนทรมานใจของพวกเขาได้สิ้นสุดลงนับแต่วินาทีนั้น

 

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

 

 

“กลับมาแล้วหรือคะ โอ๊ะ… หน้าคุณ” 

 

ปฏิกิริยาของหญิงวัยกลางคนที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ต้อนรับทำเอาร่างเล็กยิ้มเจื่อน มือเรียวโบกไปมาเพื่อบอกว่าไม่เป็นอะไร หญิงผู้ดูแลอพาร์ทเม้นท์จะได้ไม่เป็นกังวล

 

“วันนี้มีจดหมายของผมหรือเปล่าครับ”

 

“รอเดี๋ยวนะคะ” ตอนที่เธอหันหลังไปทางล็อคเกอร์แบคฮยอนมองตัวเองผ่านเงาสะท้อนกระจกคั่นกลาง สภาพตาบวมตุ่ยกับปลายจมูกที่ยังแดงอยู่เห็นแล้วอดอายไม่ได้ ทั้งที่คิดจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่แต่เพียงเห็นปาร์คชานยอลอยู่ตรงหน้าเขากลับร้องไห้เป็นเด็กเลย

 

“นี่จ่ะ”

 

แต่ก็ช่วยไม่ได้จริงๆ

 

“ขอบคุณนะครับมารีน”

 

“สุดหล่อนั่นพี่ชายคุณหรือ” หญิงวัยกลางคนบุ้ยปากไปด้านหลังของเขา ไม่ต้องเหลียวมองตามแบคฮยอนก็รู้ว่าเธอหมายถึงใคร

 

“ครับ เขาอาจจะพักอยู่ที่นี่สักวันสองวัน”

 

“ฉันเห็นเขามารอคุณตั้งแต่บ่าย”

 

“บ่าย?”

 

“เขาเข้ามาถามที่นี่แต่เพราะคุณไม่ได้แจ้งเอาไว้ฉันเลยไม่ได้ให้เข้ามารอ”

 

“…”

 

“ฉันแปลกใจมากเลย แทนที่จะไปหาร้านกาแฟนั่งให้ตัวอุ่นๆเขากลับเอาแต่นั่งอยู่หน้าอพาร์ทเม้นท์ไม่ไปไหน เกือบจะโทรเรียกตำรวจแล้วเชียว พอรู้ว่าเป็นพี่ชายของคุณแบบนี้ยิ่งน่าตกใจ"

 

“ความจริงผมก็เพิ่งรู้ว่าเขามาที่นี่เหมือนกัน” แบคฮยอนพึมพำก่อนระบายรอยยิ้มเมื่อได้รับกล่องยาใบเล็กๆที่มาพร้อมเทียนไขจากคนดูแลอพาร์ทเม้นท์ มารีนบอกกับเขาอย่างใส่ใจว่าคืนนี้ฝนน่าจะตกหนักและไฟฟ้าอาจจะดับได้ ไม่ลืมฝากขอโทษร่างสูงที่ยืนกอดอกรออยู่ด้านหลัง แม้อากาศจะหนาวเย็นขึ้นเรื่อยๆแต่ความรู้สึกของแบคฮยอนในคืนนี้กลับอบอุ่นอย่างน่าประหลาด

 

 

 

 

 

 

แกร๊ก… 

 

ประตูห้องพักชั้นห้าถูกเปิดก่อนแสงสว่างจะเกิดขึ้น แบคฮยอนยืนรอให้คนตัวสูงเดินตามเข้ามาพร้อมกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ข้างกาย ชานยอลไม่ได้พูดอะไรตั้งแต่ขึ้นลิฟต์มาแล้ว หรือจะให้ถูกจริงๆ ต้องบอกว่าอีกฝ่ายไม่ได้พูดอะไรเลยนับตั้งแต่เขาหยุดร้องไห้ 

 

“แคบหน่อยนะครับ แต่ก็—”

 

“อยู่คนเดียวเหรอ”

 

เสียงทุ้มแทรกถามขึ้นมาขณะลากกระเป๋าเดินผ่านไป แบคฮยอนปิดประตูก่อนจะเดินตามหลังอีกฝ่าย อยู่ๆก็รู้สึกประหม่า แต่พอใบหน้าหล่อนั้นหันกลับมาสบตา ใจของเขากลับเต้นแรงแถมขอบตาก็ร้อนผ่าวขึ้นมาอีก

 

“อย่าคิดจะร้องอีกเชียว”

 

“ผมไม่ได้จะร้องสักหน่อย”

 

“นายยังไม่ตอบคำถาม”

 

“ผมอยู่คนเดียว เซฮุนพักอยู่ชั้นล่าง”

 

“แล้วไป” ถึงจะทำเหมือนไม่ใส่ใจแต่แบคฮยอนก็สัมผัสถึงความพอใจในแววตาคู่นั้นได้ ชานยอลใช้เท้าเขี่ยกระเป๋าเดินทางไปที่มุมหนึ่งเพื่อไม่ให้เกะกะทางเดิน ก่อนจะเริ่มสำรวจห้องพักของคนเด็กกว่า 

 

จะว่ายังไงดี ความเงียบที่เกิดขึ้นตอนนี้มันไม่ได้แย่แต่ก็ยากเกินจะอธิบายความรู้สึก แบคฮยอนเหมือนลูกหมาตัวเล็กๆที่ทำอะไรไม่ถูก ดีใจที่เจ้าของกลับมาหาแต่ก็กลัวจนไม่กล้าเข้าไปเล่นด้วย 

 

ได้แต่ยืนหูลู่หางตกอยู่กับที่ สายตาจับจ้องแผ่นหลังกว้างของร่างสูงที่ดูผอมลงไปกว่าตอนที่เจอ เขาไม่สามารถละสายตาไปได้เลยแม้แต่ตอนที่อีกฝ่ายหันกลับมา

 

“มารีน… ผมหมายถึงคนดูแลอพาร์ทเม้นท์บอกว่าพี่นั่งอยู่ตรงนั้นตั้งแต่บ่าย”

 

“ก็ไม่ได้นั่งซะทีเดียว ลุกขึ้นยืนบ้างตอนที่เมื่อย นอนตอนที่เบื่—”

 

“ทำไมถึงไม่โทรบอกผมล่ะครับ”

 

แบคฮยอนเอ่ยถามด้วยสีหน้าที่จริงจังจนคนตัวโตแทบไม่กล้าพูดเล่น

 

“ทั้งวันนี้แล้วก็—”

 

“เพราะรู้ว่ายังไงนายก็กลับมา”

 

“แต่ก็ไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อไหร่”

 

“อือ”

 

“งั้นอย่างน้อยพี่ก็ควรจะไปหาที่นั่งรอและทำให้ร่างกายตัวเองอบอุ่นสิ ไม่ใช่—”

 

“ฉันกลัวนายกลับมาแล้วไม่เจอ”

 

“…”

 

“แค่นั้นแหละ” พอได้รับคำพูดตรงไปตรงมากลับกลายเป็นแบคฮยอนซะเองที่ไม่กล้าพูดอะไรอีก สีหน้ากังวลคล้ายจะร้องไห้ได้ตลอดเวลาของเขาคงไม่ดีเท่าไหร่ บางทีชานยอลอาจจะมองออกว่าเขายังคงอ่อนไหว จึงเลือกคลายบรรยากาศด้วยท่าทางไม่จริงจังแทนที่จะเคลียร์ความรู้สึกกันตรงๆ 

 

“ไม่ต้องรู้สึกผิดนักหรอก มากกว่าหนาวตอนนี้ฉันหิวมากกว่า” ชานยอลถอดเสื้อโค้ทที่ชุ่มน้ำประมาณหนึ่งพาดไว้บนพนักโซฟากลางห้อง ถกแขนเสื้อสเวตเตอร์สีดำนั่นขึ้นลวกๆพลางสืบเท้าเข้ามาหา ใบหน้าหล่อโน้มลงมาช้าๆ สายตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาจนคนเด็กกว่าเผลอกลั้นหายใจ

 

 

“มีอะไรให้กินบ้าง”

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

 

“ในห้องผมมีแค่จาจังมยอนกับอาหารกระป๋อง พี่ทนทานไปก่อนนะ” แบคฮยอนพูดขึ้นเมื่อได้กลิ่นสบู่เหลวของตัวเองลอยมาจากด้านหลัง ดูเหมือนชานยอลจะอาบน้ำเร็วกว่าปกติ และอีกฝ่ายกำลังทำให้เขารู้สึกว่าถูกจ้องมองตลอดเวลาที่อยู่หน้าเตา

 

“ซองเดียว?”

 

“ถ้าไม่พอผมจะลองลงไปขอเซฮุนเพิ่ม—”

 

“ไหนว่าจะหัดพึ่งตัวเอง”

 

“ทำไงได้ล่ะครับถ้าพี่ไม่อิ่ม จะโทรสั่งอาหารตอนพายุเข้าแบบนี้คงไม่มีใครเค้ามาส่งกันหรอก”

 

“ช่างเถอะ มีแค่นี้ก็กินแค่นี้”

 

“พรุ่งนี้ผมว่างพอดีไว้จะไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาเก็ตมาตุน อ่า…ถ้าพี่ยังอยู่นะ” แบคฮยอนพูดเสียงเบาลงเหมือนกลัวว่าคนที่อยู่ด้านหลังจะได้ยิน เขาเทจาจังมยอนในหม้อลงใส่ชามก่อนจะยกไปวางบนโต๊ะตรงหน้าร่างสูงที่ยืนกอดอกมองดูอยู่

 

“เดี๋ยวผมจะไปอาบน้ำ กินแล้วกินยาด้วยนะครับผมว่าพี่น่าจะเริ่มเป็นหวัดแล้วล่ะ” อยู่ในครัวได้ยินเสียงจามดังมาจากห้องนอนตั้งหลายครั้ง พอบอกแบบนั้นแล้วคนตัวเล็กก็หันไปเคลียร์อุปกรณ์ทุกอย่างลงแช่ในอ่างก่อนจะเข้าห้องไปอาบน้ำ

 

 

 

พรึบ!

 

 

 

ทว่าหลังจากนั้นไม่นานไฟฟ้าก็เกิดดับ แบคฮยอนถอดเสื้อผ้ายังไม่เสร็จดีด้วยซ้ำแต่ต้องมารีบคว้าเทียนหอมที่มักจุดในห้องน้ำแลกความผ่อนคลาย แล้วออกไปข้างนอกทันที

 

“ทำไมต้องมาดับตอนนี้ด้วยนะ…” คนในบ้านต่างรู้ดีว่าคุณหนูคนเล็กไม่ชอบความมืดและที่แคบๆเอาเสียเลย แม้แต่เพื่อนที่รู้จักกันไม่นานอย่างเซฮุนก็รีบโทรเข้ามา นั่นหมายความว่าไฟฟ้าน่าจะดับเหมือนกันทั้งตึก

 

 (แบคฮยอนเป็นไงบ้าง)

 

 

ฮัดชิ่ว! 

 

 

เสียงจามของบุคคลที่สามดังมาจากในครัวช่วยทำให้เบาใจขึ้นมานิดหน่อย ที่ไม่ต้องอยู่ตัวคนเดียวในสถานการณ์แบบนี้ 

 

“อือ ไฟดับตอนจะอาบน้ำพอดี” ร่างเล็กแนบหูคุยโทรศัพท์พลางสืบเท้าไปทางห้องครัว เขาวางเทียนหอมไว้บนโต๊ะอาหารที่มีชานยอลนั่งอยู่ ก่อนจะเลี่ยงสายตาอ่านยากของอีกฝ่ายด้วยการเดินไปเปิดกระจกหน้าต่างแล้วชะโงกหน้ามองบรรยากาศภายนอก

 

ลืมตัวไปเลยว่าออกจากห้องน้ำมาในสภาพท่อนบนอยู่ครบแต่ท่อนล่างมีเพียงกางเกงจิ๋วตัวเดียว ถึงชายเสื้อจะระต้นขา ช่วยปกปิดได้อยู่บ้างแต่ก็แค่นิดเดียวเท่านั้นในสายตาของคนที่จ้องมองอยู่

 

“ฝนตกหนักถนนทั้งเส้นไฟดับหมดเลยแฮะ…” แบคฮยอนว่าหลังจากมองออกไปแล้วพบแต่ความมืดมิดกับสายฝนที่เทลงมาอย่างหนักจนต้องรีบเลื่อนปิดกระจก

 

(ให้ขึ้นไปอยู่เป็นเพื่อนมั้ย)

 

“ไม่เป็นไร เรา… อยู่ได้” ร่างเล็กลมหายใจสะดุดตอนที่หันกลับมาแล้วพบว่าร่างสูงกำลังยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง ยิ่งใกล้มากกว่าเดิมเมื่ออีกฝ่ายเท้าแขนลงมา ขังตัวเขาไว้กับเคาน์เตอร์ครัวคล้ายกดดันให้รีบวางสายอยู่ในที

 

 

แบบนั้นล่ะมั้ง

 

 

“คุณมารีนให้เทียนเราไว้เผื่อไฟดับแล้วล่ะ ไม่ต้องเป็นห่วง” ไม่รู้คิดเข้าข้างตัวเองเกินไปไหม ว่าตั้งแต่เจอกันชานยอลแทบไม่ละสายตาไปจากเขาเลย ตอนนี้ก็เช่นกัน

 

(คุณชายรองคงจะอยู่ที่นั่นด้วยสินะ)

 

“อืม”

 

อยู่ใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจเลยล่ะ 

 

“แค่นี้ก่อนนะเซฮุน…” แบคฮยอนบอกลาเพื่อนก่อนจะต้องตัดสาย โทรศัพท์ของเขาถูกร่างสูงยึดไปโดยที่เขาเองไม่ได้คิดจะทวงคืนเลยสักนิดเดียว 

 

“อยู่ด้วยกันทั้งวันยังไม่พอหรือไง คุยอะไรกันนักหนา”

 

“หึงเหรอครับ”

 

หลายเดือนมานี้ใครๆล้วนบอกว่าเขาโตขึ้น กล้าพูดอย่างตรงไปตรงมา กล้าสบตาและเผชิญหน้า แบคฮยอนไม่เคยรู้ตัวจนกระทั่งคนที่เขาต้องการอย่างสุดหัวใจปรากฏตัวตรงหน้า 

 

ถึงแม้จะแสดงความอ่อนแอในครั้งแรก และความรู้สึกตื่นเต้นปนประหม่ายังคงอยู่พอๆกับชนักที่มีติดหลัง แต่เพราะรู้สึกผิดถึงยิ่งอยากเจอ แบคฮยอนมีอะไรอยากพูดตั้งมากมาย ความรู้สึกอึดอัดและทรมานใจในช่วงเวลาที่ผ่านมาคงมีแค่เขาและชานยอลเท่านั้นที่เข้าใจดี

 

“อือ”

 

“หายโกรธผมแล้วเหรอ”

 

“อือ”

 

“ทำไมถึงเอาแต่ตอบห้วนๆแบบนั้นล่ะครับ” คนตัวเล็กหัวเราะทั้งที่ไม่ได้รู้สึกขำเท่าไหร่ “เราไม่ได้คุยกันเลยตั้งหลายเดือน แล้วพี่ก็มาหาผมถึงที่นี่ไม่ใช่เพราะมีหลายอย่างที่อยากพูดด้วยหรอกเหรอ”

 

“ถ้างั้นเอาเรื่องไหนก่อนดีล่ะ”

 

นั่นสินะ

 

“เรื่องที่นายทำอะไรโดยไม่ปรึกษาฉันก่อน เรื่องที่นายบินหนีมาแล้วทิ้งฉันไว้คนเดียวหรือว่าเรื่องไหนดี ก็เพราะไม่ได้คุยกันเลยถึงไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง” ดั่งคำสารภาพจากปากของคนที่เก็บความรู้สึกเก่งกว่าใคร ถึงจะดูเหมือนตำหนิกันกลายๆ ทว่าสายตา สีหน้าและน้ำเสียงของชานยอลกลับผ่อนคลายกว่าที่เคยเจอ

 

“ขอโทษ ผมรู้สึกแย่กับมันจริงๆ”

 

“รู้แล้วล่ะ”

 

“เอ๋…” 

 

“ที่นายโทรมาคุยกับพี่ใหญ่ ฉันได้ยิน”

 

“ครับ?”

 

“ได้ยินทุกเรื่องนั่นแหละ พี่ใหญ่แค่ไม่ได้บอกนาย”

 

“เป็นไปได้ยังไง พี่ไม่มาส่งผมด้วยซ้ำ”

 

“ใครว่าล่ะ ฉันไปแล้วแต่ก็ได้แค่ตะโกนเรียกอยู่ข้างหลัง ดูโง่ชะมัด…”

 

“…”

 

“รู้แบบนี้แล้วยังอยากอยู่คนเดียวอีกหรือเปล่า”

 

แบคฮยอนส่ายหน้า แม้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้ยินจะฟังดูน่าเหลือเชื่อแต่เขาไม่ลังเลเลยที่จะแสดงความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมาในคราวนี้

 

“พี่คงไม่รู้ว่าผมตกใจขนาดไหนที่เห็นพี่นั่งอยู่ตรงนั้น ทั้งตกใจและปวดใจ… แต่ก็ดีใจมากกว่า”

 

วินาทีที่เห็นร่างสูงที่ไม่คาดคิดว่าจะอยู่ตรงนั้นกำลังนั่งกอดตัวเองในสภาพหนาวสั่นกับฝนที่ตกลงมาปรอยๆ ทำแบคฮยอนปวดใจไปหมดแต่ก็ดีใจเหลือเกิน ดีใจจนควบคุมตัวเองไม่ได้ถึงได้เอาแต่ร้องไห้ออกมา

 

“อย่างกับฝัน จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่อยากเชื่อเลยว่าพี่จะอยู่ตรงนี้จริงๆ”

 

“แล้วทำยังไงถึงจะเชื่อ” แบคฮยอนมองริมฝีปากแห้งผากที่ขยับถามอยู่ใกล้ๆ ใกล้จนสามารถเห็นตอหนวดหยาบของอีกฝ่าย

 

“ให้ต่อสายถึงพี่ใหญ่หรือว่าคุณนมดี แต่นายอาจจะไม่อยากเชื่อมากกว่าเดิมถ้าหากรู้ว่าพวกเค้าเป็นคนให้ฉันมาที่นี่”

 

“ว่าไงนะครับ?!”

 

“อืม ได้ยินไม่ผิดหรอก”

 

“…”

 

“แต่ถ้ายังจะไม่เชื่ออีก…” เสียงทุ้มกระซิบชิดริมหูพาเอาใจสั่นสะท้าน มือเรียวเผลอขยุ้มเสื้อยืดสีอ่อนของอีกคนอย่างเผลอลืม

 

“คงเหลือวิธีเดียวแล้วล่ะ ที่จะยืนยันว่าตอนนี้เราอยู่ด้วยกันจริงๆ” 

 

 

 

 

CUT

(twit @innungning)

 

 

 

 

 

เหลืออีก 2ตอน กับ1บทส่งท้ายเรื่องนี้ก็จบแล้วนะคะ

 

ภายในวีคนี้เราจะลงรายละเอียดพรีออเดอร์หนังสือให้และจะเปิดโอนเงินในวันที่ 7/12/63

 

สำหรับตอนนี้หมดพลังไปเยอะมากเพราะยาวสุดๆ ยังไงอ่านแล้วกลับเข้ามาเม้น/โหวตให้กำลังใจกันเยอะๆน้า <3

 

สุดท้ายต้องขอโทษอีกรอบจริงๆค่ะที่เรื่องนี้หายไปนาน ไม่ได้มาอัพสม่ำเสมอแบบเรื่องก่อนๆ ฮื่อ

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 818 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,367 ความคิดเห็น

  1. #10283 ycpl (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2564 / 00:23
    ครบทุกอารมณ์เลยตอนนี้ งื้อออออ
    #10,283
    0
  2. #10092 ChungWila (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 22:46
    ฮืออออออออดีกันแล้วนัะะะะะะะะะรักกันนานไไๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #10,092
    0
  3. #10056 Kalaaked_ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 23:21
    ใจเหลววว
    #10,056
    0
  4. #9912 Hollydecemx (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 มกราคม 2564 / 22:43
    เห่ยยยนายใจเราเหลวเป้วมาก
    #9,912
    0
  5. #9664 nangpha0827 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2563 / 06:10
    กรี๊ดดดดดดดด กรี๊ดแตกกรี๊ดแตนเป็นบ้าตอนเขาเจอหน้ากัน คิดไว้แล้ว นึกภาพไว้แล้ว แต่พออ่านมันก็อยากกรี๊ดแลงๆนอนตีขาเป็นบ้าอยู่ดี ช้านรักพี่รองงงง ช้านรักลูกน้อยกรี๊ดดดด ช้านรักที่เขารักกัน คัทหลังจากที่เขาต้องห่างกันไกลหลายเดือน กลิ่นโหยหามันคงจะฟุ้งมากๆแน่ๆ คคึคึคึคคคึคึคึคึคคึคึ ไปแอบดูเขาคิดถึงกันดีกว่า คิ้กๆ >____>
    #9,664
    0
  6. #9623 Recekalte (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2563 / 02:55
    นึกถึงฟีลลิ่งที่แบคเห็นชานยอลนั่งตรงนั้นละช็อคตาม มันต้องเป็นฟีลลิ่งที่แบบแง้ T-T
    #9,623
    0
  7. #9604 somruethai1307 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2563 / 01:58
    ประทับใจความโหยหา
    #9,604
    0
  8. #9578 AmmCB (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2563 / 02:25

    กลับมาอ่านตอนนี้รอบที่สาม
    #9,578
    0
  9. #9567 purnploy (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2563 / 20:42
    ดีใจมากๆๆที่ทั้งสองคนได้เจอกันแล้ว 🥺
    #9,567
    0
  10. #9552 bozhanlukmae520 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 / 20:21

    คิดถึงพี่รองกับน้องเล็กแล้วนะคะ❤️😘
    #9,552
    0
  11. #9550 ไพลอท (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 / 22:04
    รอรายละเอียดพรีเล่มนะค้าบบบ ตื่นเต้นมะหว่ายแน้ว
    #9,550
    0
  12. #9549 itsmesmo. (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 / 11:52
    โอ๊ยยยยยยย ในที่สุดเค้าก็เจอกันแล้วค่าาา ฮือออออออ แถมยังมีเอ็นซีแบบ แซบบบบบบ เผ็ชชชพริกสิบเม็ด🌶🌶🌶🌶🌶🙈🙈🙈 ฮือออ ตอนนี้ดีมากกกก ได้อ่านความคิดถึง ความโหยหา ความรุ้สึกรักที่พวกเค้ามีต่อกันแล้วดีมากๆค่ะ ขอพรีฯเล่มนะคะ ชอบมากกกก :)
    #9,549
    0
  13. #9547 Byunee_J (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2563 / 10:25
    ฮือออออ เป็นเขินแบบจุกๆ เบาได้เบาค่าพรี่
    #9,547
    0
  14. #9546 hunpigbaby (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2563 / 01:06
    ฮือได้รักกันแล้วน้า สู้ะนะค
    #9,546
    0
  15. #9545 Belmeyoo (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2563 / 00:35
    ฮือออออพี่รองคะะ เบาหน่อนน
    #9,545
    0
  16. #9543 ไพลอท (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 / 02:51
    ฮืดฮาดมากตอนนี้ พอดีกันแล้วแบบฟหกดาสว่ แรงคิดถึงมันแรงอ่าเนาะ เบาหน่อยน้าพี่รองเดี๋ยวน้องช้ำาา โอ้ยชั้นเขินมาก ;-;

    รอเล่มเลยค้าบเนี่ย ตุ้นเต่นๆๆๆ
    #9,543
    0
  17. #9538 บูรพาสิบทิศ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 / 23:42
    กี้สสสส เค้าได้เจอกันแล้วดีใจ ฮืออออ
    #9,538
    0
  18. #9536 sobnn (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 / 20:40
    ดีใจกับน้องแล้วก็พี่รองงงงง สงสารมากกกกค่ะ ก่อนหน้านี้
    #9,536
    0
  19. #9532 memomeraki (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 / 17:43
    น้องโดนจับกินกร๊กดกดก ความคิดถึงอ่ะเนาะฮือ ดีใจแทนทั้งคู่
    #9,532
    0
  20. #9531 Eva2JDC (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 / 17:34
    ฮื่อจะเปงลม ดีใจมากๆเลยค้าาาา คัทดีมากไม่ไหว ขอบคุณนะคะไรท์💝
    #9,531
    0
  21. #9529 konun==top (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 / 10:57
    ทำใจอ่าน สามตอน ก่อนหน้านี้ไม่ๆด้เลย เจบไปหมด แต่เหนมีความสุขแล้วก็ดีใจ กับพี่รองสักที
    #9,529
    0
  22. #9527 natw (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 / 07:44
    อีหนูของคุณชายรอง ระทวย
    #9,527
    0
  23. #9522 1993x__ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 / 01:09
    ชื่นชมการแต่งของพี่หนิงเสมอ! ขอบคุณฟิคดีๆอีกครั้งนะคะ อินมากเหมือนเข้าไปอยู่ทุกเหตุการณ์เลย อีกสองตอนกับบทส่งท้ายแล้วก็รูปเล่ม! เป็นกำลังใจให้นะคะ (ถ้าเรื่องนี้จบต้องคิดถึงพี่รองกับคุณหนูแบคฮยอนมากๆแน่เลย)💝
    #9,522
    0
  24. #9519 Achum (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 / 00:04
    ฮือออ ใจเหลวแล้วว ในที่สุดกะรักกันได้ แงงงงง
    #9,519
    0
  25. #9514 chabaa16 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 / 22:25
    แงงงงงงงงซักที
    #9,514
    0