HYUNG 형 | Chanbaek -END-

ตอนที่ 27 : CHAPTER 26 | คิด(แต่ไม่)ถึง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,868
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 886 ครั้ง
    2 พ.ย. 63

 

 

 

 

 

 

26

 

 

         

 

 

 

 

 

 

 

สี่เดือนต่อมา

 

 

 

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก…

 

เลขาสาวในชุดเดรสสีครีมสืบเท้าเดินเข้าห้องทำงานใหญ่พร้อมกับกาแฟร้อนในมือ ใบหน้าสวยประดับรอยยิ้มหวานมาตั้งแต่หน้าประตูห้อง เธอวางถ้วยกาแฟลงบนโต๊ะให้กับเจ้านายก่อนจะเหลือบตามองใบหน้าหล่อที่ไม่ได้พบมาเกือบสัปดาห์

 

“วันนี้มาทำงานแต่เช้าเลยนะคะบอส” หญิงสาวเอ่ยโดยที่รอยยิ้มจางๆยังคงอยู่ เธอมีความสุขตั้งแต่รปภ.หน้าตึกแจ้งให้รู้ว่าปาร์คชานยอลขับรถเข้ามาทำงานก่อนฟ้าสว่างแล้ว นั่นหมายความว่าเอกสารทุกอย่างที่เธอกำลังรออยู่ บอสหนุ่มคงจะสะสางให้แล้วเรียบร้อย

 

“แฟ้มตรงหน้านี้ดิฉันยกออกไปเลยนะคะ”

 

“ยังไม่ได้เซ็น”

 

“งั้นกองนี้สินะคะ”

 

“นั่นก็ยังไม่ได้เซ็น”

 

“อ่อ บอสคงเซ็นเอกสารด่วนของฝ่ายจัดซื้อก่อน” คิมดาซมโน้มตัวลงรวบกองแฟ้มของฝ่ายจัดซื้อขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน ทว่า…

 

“ที่อยู่ในมือคุณเหมือนว่าจะยังไม่ได้เปิดดูเหมือนกัน”

 

“คะ?!” 

 

แฟ้มงานถูกวางลงที่เดิมเสียงดังปุ! หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเจ้านายอย่างไม่อยากจะเชื่อ 

 

“บอสยังไม่ได้เปิดดูสักแฟ้มเลยเหรอคะ”

 

“อือ”

 

“อือ?”

 

“ยังไม่ได้ดู”

 

กร๊าซ!

 

“อีกแล้วนะคะบอส!” คิมดาซมนึกอยากจะกรี๊ดวันละสิบๆรอบ! รอยยิ้มที่เคยมีก่อนหน้านี้มลายหายสิ้นเมื่อได้ยินคำตอบที่ไม่น่าฟัง แถมยังต้องมาทนมองสีหน้าเฉยเมยไร้ความรู้สึกรู้สาเหมือนลืมนำวิญญาณติดตัวมาของเจ้านายตัวเองอีก!

 

“รปภ.บอกฉันว่าบอสเข้าบริษัทมาตั้งแต่ฟ้ามืด ถ้าไม่เข้ามาเคลียร์งานแล้วมาทำอะไรตั้งแต่เช้ากัน” คิมดาซมถามด้วยน้ำเสียงติดหงุดหงิดก่อนมองตามสายตาของบอสหนุ่มไป

 

เสื้อสูทราคาแพงลิบที่นอนแอ้งแม้งบนโซฟามุมห้อง กับซากกระป๋องเบียร์จำนวนหนึ่งบริเวณเดียวกันแทบจะตอบคำถามของเธอได้ทุกสิ่งทุกอย่าง

 

“ผมมางีบ”

 

สั้นๆ ง่ายๆ 

 

“ไว้จะดูให้ มีอะไรก็ไปทำก่อ—”

 

“ขอโทษนะคะที่ต้องพูดแบบนี้ แต่บอสคะ!!”

 

แต่กลับทำหญิงสาวปรี๊ดแตกอย่างสุดจะทน

 

“มีความรับผิดชอบหน่อยได้ไหม! นี่มันหลายเดือนแล้วนะที่คุณไม่สนใจงาน วีคก่อนก็บอกจะเข้ามาดูให้ แล้วยังไง?! หายไปไม่ยอมให้ติดต่อพอเข้ามาก็มาเป็นแบบนี้”

 

“…”

 

“กี่แผนกที่งานไม่คืบหน้าไปไหนสักทีเพราะต้องรอลายเซ็นของคุณ ฉันรับโทรศัพท์จนหูร้อนทุกวันแถมยังต้องมาแก้ต่างบ้าๆให้อีก แล้วดูสภาพบอสตอนนี้สิ”

 

“…”

 

“ดูได้ที่ไหนกัน วันนี้มีประชุมกับบอร์ดตอนสิบโมงนะคะ! กลิ่นเหล้าเหม็นหึ่งแบบนี้ไม่พ้นโดนนินทาไปทั่วบริษัทอีกแน่ๆ” คิมดาซมหอบหายใจแรงหลังจากได้ระเบิดอารมณ์อย่างเหลืออด ไม่ได้อยากเสี่ยงตายว่าเจ้านายตัวเองสักนิด แต่เพราะหลายเดือนมานี้ชานยอลทำงานถูกๆผิดๆเละเทะไปทุกวันถึงทนไม่ได้

 

จากคนเนี๊ยบทุกกระเบียดนิ้วกลายเป็นคนไม่เอาไหน ทั้งเรื่องงานเรื่องภาพลักษณ์อีกฝ่ายแทบไม่เอาอะไร มันเริ่มตั้งแต่วันที่ตามไปส่งน้องไม่ทัน 

 

นั่นแหละ

 

ตั้งแต่วันนั้นชานยอลก็อาการหนักและไม่มีท่าทีว่าจะดีขึ้นเลย กลิ่นเหล้าเหม็นติดตัวมาทำงานทุกวัน เลขาอย่างเธอเองก็พอจะรู้อะไรบ้าง แม้ไม่ใช่ทั้งหมดแต่ก็พอทำให้เธอตัดใจและเปลี่ยนความรู้สึกที่มีต่อชานยอลกลายเป็นเพียงเจ้านายและลูกน้องได้จริงๆ

 

สภาพที่ทั้งซึมทั้งโทรมไม่บอกใครก็ต้องเดาได้ทั้งนั้นว่าอกหัก คิมดาซมก็ว่าจะไม่พูดไม่ทักแล้วนะ แต่นี่มันก็หลายเดือนเข้ามาแล้ว ถ้าขืนยังปล่อยไว้แบบนี้คงไม่เป็นผลดีแน่

 

“ถ้าบอสยังเป็นแบบนี้อยู่ฉันคงต้องลาออกแล้วนะค—”

 

อยากไปก็ไป!

 

“อ…”

 

“ออกไปกันให้หมดๆ!”

 

ปึก!! 

 

เสียงทุบโต๊ะเล่นเอาสะดุ้ง เลขาสาวยืนกะพริบตาปริบๆมองเจ้านาย น่าจะเป็นครั้งแรกที่เธอถูกร่างสูงตะคอกใส่ แต่มากกว่าตื่นกลัวคงเป็นความรู้สึกผิดระคนโกรธนิดๆ

 

“ดี ทิ้งกันไปให้หมด”

 

“ดีงั้นเหรอ?” ทั้งที่เธอทุ่มเททำงานมาโดยตลอดแต่ชานยอลกลับไม่รั้ง ซ้ำยังไม่รู้ตัวอีกว่าเมื่อกี้เธอก็เพียงประชดไปเท่านั้น ไม่ได้คิดจะออกจริงๆ

 

งานดีเงินดี แถมฟรีความหล่อของเจ้านายให้เป็นอาหารตาแบบนี้ใช่จะหากันง่ายๆ ถึงจะประสาทกินไปสักหน่อยแต่เพราะพอใจถึงยังอยู่

 

มีเจ้านายโง่งี่เง่าแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่นะ!

 

“ก็เพราะเอาแต่ประชดคนอื่นแบบนี้ไงคะถึงไปไม่ทันส่งน้อง”

 

“คิม ดาซม”

 

“ฉันหวังดีหรอกนะถึงได้พูด”

 

“อยากโดนไล่ออกจริงๆใช่ไหม”

 

“บอสไม่ไล่ฉันออกหรอกค่ะ”

 

ทั้งคู่สบตากันเหมือนวัดใจ พักหลังมานี้ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาค่อนข้างจะรู้ทันกันมากขึ้น อาจจะเพราะต้องออกหน้าและแก้ต่างแทนหลายๆเรื่องคิมดาซมจึงกล้าขัดแย้ง

 

ขณะที่บอสหนุ่มเองก็เห็นความสำคัญของเธอเหมือนกันถึงไม่ยื่นซองขาวให้ง่ายๆอย่างเลขาคนก่อนๆ สีหน้าอ่อนลงซึ่งสวนทางกับน้ำเสียงเข้มติดดุเมื่อกี้ก็เหมือนกัน พอจะยืนยันได้ว่าความจริงร่างสูงเองก็ไม่ได้อยากให้ใครไปไหนตามที่ปากพูดเลย

 

“ใช่ไหมคะ”

 

“หนวกหูชะมัด…” ชานยอลสบถก่อนจะดึงแฟ้มเอกสารมากางตรงหน้าแล้วเริ่มลงมือเซ็นเป็นการตัดปัญหา

 

“ไม่ต้องเฝ้า มีงานอะไรก็กลับไปทำ”

 

“ขออนุญาตยืนรอค่ะ” ใบหน้าหล่อเงยขึ้นมากดคิ้วแสดงความไม่พอใจ หากแต่หญิงสาวกลับใจกล้ายืนกรานอยู่ตรงที่เดิม 

 

“เดี๋ยวบอสจะเซ็นผิดเหมือนคราวที่แล้วอีก”

 

จิ๊!

 

เสียงจิ๊ปากของเจ้านายทำเลขาสาวลอบถอนหายใจเบาๆ โชคดีที่อีกฝ่ายยอมลงให้ก่อนไม่อย่างนั้นสาวปากกล้าอย่างเธอคงต้องได้กลับห้องไปนั่งเปิดเว็บหางานใหม่

 

แฟ้มงานจากแต่ละฝ่ายกองสูงและคงใช้เวลาอีกพักใหญ่ๆเลยกว่าจะเสร็จ หากแต่หญิงยาวยินดีจะอยู่รอและคอยสรุปเนื้อหาที่พอจะจำได้ให้อีกฝ่ายฟังเพื่อย่นระยะเวลาลง

 

“ซูริคกับโซลไกลมากเหรอคะบอสถึงไม่ยอมไปหา”

 

รวมถึงถือวิสาสะเอ่ยถามเมื่อบรรยากาศกลับเข้าสู่ความสงบจริงๆ

 

“คิดถึงเขามากขนาดนี้ไม่เห็นต้องทรมานตัวเอง”

 

“ถ้าอยากให้เอกสารพวกนี้เสร็จก็ไม่ต้องชวนคุย”

 

“ก็ถ้ามันไม่กระทบการทำงานของฉันคงไม่พูดหรอกค่ะ”

 

“…”

 

“ฉันยินดีจะดูแลงานแทนถ้าบอสต้องการจะบินไปพักผ่อน แต่กลับมาแล้วต้องเป็นคนเดิมนะคะ ไม่เอาคนนี้”

 

“ง่ายแบบนั้นก็ดีสิ”

 

“ก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรยาก แค่บอสตกลงฉันจะรีบออกไปจัดการเรื่องตั๋ว—”

 

“ต่อให้อยากไปหาใจแทบขาดแต่ถ้าเค้าไม่อยากให้ตามไป…”

 

“…” 

 

“ผมก็ไปไม่ได้”

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

 

“เหม็นนักหรือไง”

 

ร่างสูงเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าเลขาประจำตัวพยายามเดินออกห่าง ระหว่างทางลงบันไดไปยังชั้นสิบตามนัดหมายประชุมคิมดาซมเอาแต่ทำหน้าเหม็นบูด มือปัดอากาศไปมาเล่นเอาร่างสูงรู้สึกเสียเซลฟ์นิดๆ แต่จะให้กลับไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดใหม่ตอนนี้คงไม่ทัน

 

“เดินห่างกว่านี้อีกสักสิบเมตรฉันคงยังได้กลิ่น”

 

“พูดเป็นเล่น”

 

“เบาได้ก็เบาบ้างนะคะ บิลรูดบัตรที่ไนท์คลับของบอสเดือนนี้ไม่ใช่เล่นเหมือนกัน”

 

“ผมไม่คิดว่าตัวเองจะมีปัญหาเรื่องการเงิน”

 

“ขอโทษค่ะ ลืมไปว่าฉันกำลังคุยอยู่กับมหาเศรษฐี” คิมดาซมพูดเหน็บไปที ก่อนจะทำตาโตเมื่อสังเกตเห็นเครื่องแต่งกายเจ้านายไม่สมบูรณ์

 

“เนคไทหายไปไหนคะ?” ชานยอลใช้มือคลำบริเวณคอเสื้อหลังจากถูกทัก สีหน้างุนงงหน่อยๆทำเลขาสาวนึกอยากวิ่งเอาหัวโขกกำแพงอีกสักรอบ

 

มีอย่างที่ไหนผู้ใหญ่นัดประชุมประจำไตรมาสแต่แต่งตัวไม่เรียบร้อย หนำซ้ำยังพกกลิ่นเหล้าเหม็นหึ่งมาด้วยแบบนี้อีก

 

“ช่างมัน”

 

“ช่างมันไม่ได้ค่ะ วันนี้ท่านประธานก็เข้าประชุมด้วย เอาเป็นว่าบอสรออยู่ตรงนี้ก่อนเดี๋ยวฉันจะกลับขึ้นไปดูที่ห้องทำงานให้” หญิงสาวบอกก่อนจะรีบเดินย้อนกลับขึ้นบันไดไปยังชั้นสิบเอ็ดอีกครั้ง ชานยอลมองตามหลังแล้วได้แต่ส่ายหน้าให้ตัวเองเบาๆ

 

 

 

ห่วยแตก ไม่เอาไหน

 

 

 

คงเป็นคำที่บ่งบอกถึงตัวเขายามนี้ได้ชัดเจนที่สุด ไม่สนใจหน้าที่การงาน กลับบ้านก็เอาแต่เมา ก่นด่าผู้ใหญ่ว่าเป็นมารผจญความรักคนอื่น ตัดพ้อต่างๆนานาแม้กระทั่งกับปาร์คยุนโฮ ทั้งที่รู้ว่าพี่ชายยอมเปิดทางให้แล้ว 

 

แต่แล้วยังไงล่ะ สุดท้ายแบคฮยอนก็ไป สุดท้ายชานยอลก็ยังต้องแพ้ยายแก่คนเดียวในบ้านอยู่ดี

 

ทั้งที่คิดถึงและอยากเห็นหน้าใจแทบขาด อยากไปอยู่ใกล้ๆแต่ที่ทำได้ก็แค่ดื่มเหล้าย้อมใจไปวันๆ เขากลายเป็นคนต่อต้านผู้คนรอบข้าง ทำชีวิตให้เละเทะเผื่อว่าจะสมใจใคร หรือหากไม่ก็ทำให้คนเหล่านั้นอยู่กับความรู้สึกผิดที่ทำให้เขามีสภาพแบบนี้

 

 

 

 

ก็ดีเหมือนกัน

 

 

 

 

“เนคไทค่ะบอส” 

 

เสียงของเลขาสาวฉุดร่างสูงออกจากห้วงความคิด เขาหันไปรับเนคไทจากเธอมาสวมให้เรียบร้อยพลางเดินต่อไปยังห้องประชุมสุดทางเดินบนชั้นสิบ

 

โอ๊ะ…”

 

ขณะนั้นปาร์คเลย์ได้เดินสวนเข้ามาพอดี

 

“ได้ยินพวกพนักงานคุยกัน ไม่คิดว่าจะจริง” รอยยิ้มเป็นมิตรกับการเป็นฝ่ายเข้ามาทักทายก่อน ลูกพี่ลูกน้องของเขายังคงรับบทบาทได้ดีและแนบเนียนเสมอ 

 

“นี่คือการทักทายที่ฉันควรได้รับจากลูกน้องในบริษัทตัวเองงั้นสิ” ต่างกันเพียงหนนี้ชานยอลไม่คิดจะเล่นด้วย

 

เลย์เลิกคิ้วพร้อมกับสบตาร่างสูงเมื่อได้ยินแบบนั้น ‘ลูกน้องในบริษัทตัวเอง’ เพียงประโยคเดียวทำเอาผู้บริหารตำแหน่งสูงคนหนึ่งอย่างเขาถึงกับคิ้วกระตุก ไม่รู้ว่าชานยอลจงใจพูดเสียดสีหรืออย่างไร เขาได้แต่กดความรู้สึกโกรธไว้แล้วแสร้งยิ้มออกมาให้เหมือนเดิม

 

“ขอโทษที่เผลอเสียมารยาทครับบอส”

 

“รู้ตัวก็ดี”

 

“ดูเหมือนวันนี้นายจะอารมณ์ไม่ค่อยดีเลยนะ”

 

“คงอย่างนั้น”

 

“ไม่เอาน่า ฉันก็แค่เห็นว่าสภาพนายดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลยถามด้วยความเป็นห่วง ไม่เห็นต้องทำเสียงแข็งแบบนั้นเลย” เลย์หัวเราะเบาๆเหมือนไม่ใส่ใจรอยยิ้มและปฏิกิริยาแข็งกระด้างของชานยอล ทั้งที่พอจะสัมผัสความรู้สึกที่เปลี่ยนไปได้ตั้งแต่แรก “พวกพนักงานก็พากันเป็นห่วง กลัวว่าบอสจะถูกเด็กทิ้งไปเรียนต่อจริง ฉันเองก็เพิ่งยักรู้ว่าแบคฮยอนเป็นคู่หมาย—”

 

“ไม่ดีหรือไง”

 

“หืม”

 

“ฉันอยู่ในสภาพนี้นายน่าจะดีใจนะ”

 

“พูดอะไรของนาย”

 

ตอนที่ร่างสูงขยับเข้ามาพูดใกล้ๆให้ได้ยินกันแค่สองคนเลย์แทบยิ้มไม่ออก

 

“คราวหลัง ถ้าจะปล่อยรูปฉันไปให้ใครอีกก็ช่วยเลือกรูปที่มันดีกว่านั้นหน่อยสิ…”

 

“…” 

 

“เวลาเป็นข่าวฉันจะได้ดูดี ไม่เสียชื่อซีอีโอปาร์คกรุ๊ป เจ้านายของนายไง” สีหน้าซื่อดูบริสุทธิ์ใจในตอนแรกเปลี่ยนเป็นเรียบเฉยเมื่อถูกตอกย้ำสถานะ เขาหลุบตามองต่ำเมื่อเสียงนั้นยังคงดังใกล้ แผ่ความรู้สึกเย็นยะเยือกและข่มขวัญให้หวาดกลัวอยู่ในที

 

“ถ้าเกลียดฉันก็เอาผลงานมาสู้กันดีกว่าไหม นิสัยลอบกัดไม่ซื่อสัตย์เหมือนพ่อนาย… อย่าเอามาใช้ที่นี่ ฉันไม่ได้ใจดีเหมือนคนอื่น”

 

“…”

 

“และอย่าดึงแบคฮยอนเข้ามายุ่ง จะหาว่าฉันไม่เตือน”

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

 

(เมื่อคืนอ่านหนังสือจนเกือบเช้า วันนี้เลยนอนตื่นสายนิดหน่อยครับ จริงๆก็เกือบบ่ายแหนะ แหะๆ)

 

“พักผ่อนบ้างนะเรา อย่าหักโหมเดี๋ยวจะไม่สบาย”

 

(ช่วงใกล้สอบก็แบบนี้แหละครับ ไม่ดุกันสิ น้องเล็กคิดถึงพี่ใหญ่นะ)

 

“ใช้มุขนี้คิดว่าจะรอดสินะ ตัวแสบ”

 

(น้องเล็กคิดถึงจริงๆ ตั้งแต่พี่ใหญ่กลับไปห้องก็เงียบเลย ดูสิครับ เซฮุนต้องซื้อตุ๊กตามาให้อยู่เป็นเพื่อนแล้ว) 

 

ร่างสูงน่าเกรงขามอมยิ้มไปพร้อมกับส่ายหน้าให้เจ้าของเสียงหัวเราะน่ารัก ดูเหมือนวันนี้ปลายสายจะอารมณ์ดี แม้นัยน์ตาจะยังมีแววเหงาปนเศร้าแต่การพูดจ้อไม่ยอมหยุดก็ทำเอาคนเป็นพี่คนโตเบาใจไปได้เปราะหนึ่ง

 

(ผลอัลตร้าซาวด์เป็นยังไงครับ ผมจะได้อุ้มหลานสาวหรือหลานชาย)

 

“ยังไม่รู้เพศครับ เพิ่งไม่กี่สัปดาห์เอง”

 

(อ่า… ตื่นเต้นจริงๆเลย) 

 

ปาร์คยุนโฮเหยียดขาไปกับที่นอน หลังยังคงพิงหัวเตียงในท่ากึ่งนอนกึ่งนั่ง เวลาที่โซลตอนนี้ดึกพอสมควรแล้ว ขณะที่ซูริคท้องฟ้ายังคงสว่างอยู่ ดูได้จากวิวด้านหลังของน้องชายที่กำลังยืนวิดีโอคอลกับเขาพร้อมรดน้ำต้นไม้ในกระถางที่ยุนโฮซื้อให้ไปด้วย

 

“ต้นไม้โตเร็วเหมือนกันนะ”

 

(เกือบเดือนแล้วนี่ครับ ผมกะจะชวนเซฮุนไปหาซื้อมาเพิ่ม แต่คงเป็นช่วงหลังสอบเสร็จ) 

 

ช่วงปลายเดือนที่แล้วยุนโฮต้องไปทำงานที่สวิสพอดีจึงมีโอกาสได้แวะไปเยี่ยมแบคฮยอน ก่อนจะรีบบินกลับมาเมื่อรู้ว่าภรรยากำลังตั้งครรภ์ 

 

พักหลังมานี้หัวข้อในการสนทนาระหว่างพี่น้องจึงจะเป็นเรื่องของพี่สะใภ้และหลานในท้องอยู่บ่อยๆ แบคฮยอนมักจะโทรมาหายุนโฮเพื่อถามความเป็นไป และเล่าเรื่องของตัวเองให้ฟังว่าอยู่ไหนเป็นยังไง ไปเรียนแต่ละวันเจออะไรบ้าง จากวีคละสามสี่ครั้งก็เริ่มเปลี่ยนเป็นนานๆที อย่างสัปดาห์นี้ก็เพิ่งมีโอกาสได้วิดีโอคอลคุยกัน

 

(แล้วคืนนี้ใครอยู่เป็นเพื่อนพี่สะใภ้ครับ)

 

“เยอะแยะไป ไม่ต้องห่วงหรอก”

 

(นั่นสินะ ผมควรจะห่วงคนที่ต้องอยู่คนเดียวมากกว่า)

 

“หืม…”

 

(ผมหมายถึงตัวเองน่ะ ฮ่ะๆ) ปลายสายหัวเราะกลบเกลื่อนและแสร้งทำเป็นยุ่งอยู่กับบัวรดน้ำ เวลาถูกปล่อยไว้สักพักโดยไม่มีฝ่ายไหนพูดอะไรออกมา ปาร์คยุนโฮแค่มองดูน้องผ่านหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองไปเรื่อยๆ 

 

(แล้วกลับมานอนบ้านแบบนี้ได้เจอเค้าไหมครับ…)

 

กระทั่งร่างเล็กเอ่ยถามขึ้นมา

 

คำว่า ‘เค้า’ จากปลายสายทำเอาบรรยากาศเงียบลงไปอีกชั่วขณะหนึ่ง แบคฮยอนหยุดสนใจกระถางต้นไม้และทุกอย่างแล้วเปลี่ยนมายืนจ้องหน้าจอแทน ราวกับว่าเกือบครึ่งชั่วโมงที่สนทนากันมาช่วงเวลานี้ต่างหากที่เขารอคอยจริงๆ

 

และเป็นเช่นนี้เสมอ ปาร์คยุนโฮรู้ดี

 

แบคฮยอนมักจะทำเป็นยุ่งและชวนคุยเรื่องอื่นก่อนจะวนกลับมาเข้าเรื่องนี้ น้องจะตาแดงจมูกแดงเหมือนพยายามกลั้นน้ำตาทุกครั้งเมื่อถามถึง 

 

“เจอสิ”

 

(พี่รองสบายดีใช่ไหม)

 

เหมือนว่าชื่อของชานยอลได้กลายเป็นอะไรที่เซนซิทีฟสำหรับแบคฮยอนไปแล้ว เสียงของน้องสั่นเครืออยู่หน่อยๆ ทั้งน่าเอ็นดูและรู้สึกสงสาร ปาร์คยุนโฮเห็นทีไรก็ได้แต่คลายบรรยากาศด้วยการยืนยันให้น้องได้สบายใจ ไม่ว่าจะเป็นการส่งยิ้มหรือพยักหน้าแทนคำตอบ

 

(ตั้งแต่วันนั้นเราก็ไม่ได้คุยกัน ผมไม่รู้ว่าตัวเองควรจะรู้สึกยังไง)

 

โดยที่ไม่เคยบอกน้องเลยว่าพักหลังๆ ทุกครั้งที่วิดีโอคุยกันจะมีชานยอลมานั่งรับฟังอยู่ด้านหลังจอโทรศัพท์ของเขาด้วย

 

(รู้แค่ยิ่งมาอยู่ไกลๆแบบนี้ก็ยิ่งคิดถึงน่ะครับ)

 

 

แม้กระทั่งตอนนี้

 

 

ที่แบคฮยอนระบายความในใจ หรือจะเป็นวันก่อนหน้าที่น้องพูดทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือใหญ่ชานยอลก็ได้ยินมัน แต่เลือกจะไม่แสดงตัวและไม่ให้พี่ชายบอกน้องให้รับรู้เท่านั้นเอง 

 

“หมอนั่นสบายดี ไม่ต้องห่วงหรอก”

 

 

พลั่ก!

 

 

ชานยอลเอาเท้าถีบขายุนโฮที่นอนอยู่ แสดงความไม่พอใจ พอพี่ชายหันไปถลึงตาให้ก็ไม่สะทกสะท้าน มือหนึ่งถือแก้วบรั่นดีด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทว่าอีกมือกำลังบอกใบ้ ออกท่าทางเหมือนอยากให้ยุนโฮเปลี่ยนคำพูดเมื่อกี้นี้

 

(สบายดีจริงๆเหรอครับ)

 

พอได้ยินเสียงคนในโทรศัพท์ถามย้ำชานยอลก็ส่ายหน้าให้พี่ชายคนโต ยกมือขึ้นกุมขมับ และทำท่าหมดเรี่ยวแรง ยุนโฮถึงกับกลอกตาไปมาเมื่อเห็นแบบนั้น

 

“จริงๆมันก็เครียดๆ งานหนักน่ะ”

 

ให้ตายสิ

 

(งั้นเหรอ…)

 

“ดื่มก็หนัก”

 

เรียกร้องความสนใจก็เก่ง

 

(แย่จังนะครับ)

 

“ช่วงนี้มีประชุมทุกวันเห็นบ่นๆอยู่ว่าปวดท้อง”

 

(…)

 

“อ่อ ปวดหัวด้วย มั้ง” ปาร์คยุนโฮนึกอยากเอาเท้าก่ายหน้าผากตัวเองหลังจากได้ยอมโกหกคำโต ถ้าเป็นหลายสิบปีที่แล้วโดนคะยั้นคะยอให้ทำอะไรเป็นเด็กแบบนี้เขาคงเตะชานยอลออกจากห้องไปแล้ว

 

ทว่าความเป็นจริง เพราะเป็นฝ่ายรู้สึกผิดก่อนเขาถึงต้องยอมทำตาม เพราะคิดว่าตัวเองก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้น้องชายต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้พอถูกร้องขอ(แกมบังคับ)จึงจำต้องทำให้

 

(ถูกคุณนมดุบ้างไหมครับ)

 

ชานยอลก้มหน้ายิ้มขำปนเศร้าเมื่อได้ยิน

 

(คุณชายรองดื้อแบบนี้คงถูกคุณนมดุแน่ๆ ทำไมไม่รู้จักดูแลตัวเองเลยนะ)

 

เสียงโอดครวญดูเป็นห่วงยังคงทำร่างสูงที่นั่งอยู่บนโต๊ะทำงานข้างเตียงนอนของพี่ชายกดยิ้มกับตัวเอง

 

ชานยอลก็คือชานยอล ทั้งที่พยายามแสดงออกว่าโกรธ น้อยใจจนไม่ยอมติดต่อแต่ก็ยังรักจนอยากรับรู้ความเป็นไปของอีกฝ่าย เขามักหาเวลามานั่งฟังน้องคุยกับพี่ชาย 

 

ที่น่าเสียดายคงเป็นการที่แบคฮยอนไม่เคยรู้เลย

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

 

เอาเหล้ามาอีก

 

กริ๊ก!

 

“ไปเอาเหล้ามา”

 

เหมือนเป็นกิจวัตรใหม่ ที่พอพี่ชายวางสายจากคุณหนูคนเล็กของบ้าน คุณชายรองก็จะลงมานั่งเคาน์เตอร์บาร์พร้อมกับเสียงโวยวายเรียกหาเครื่องดื่มให้ลั่นบ้าน

 

“หูหนวกกันหรืองาย”

 

ไม่สนใจว่าจะดึกดื่นแค่ไหน เมื่อน้ำเมาทำลายสติจนขาดผึงต่อให้เกณฑ์คนมาช่วยดูแลทั้งบ้านก็ไม่ช่วยอะไรทั้งนั้น

 

“ขึ้นไปนอนพักดีกว่าไหมคะ คุณชายเมามากแล้ว—”

 

 

เพล้ง!!

 

 

“บอกให้เอาเหล้ามาา! ไม่ต้องออกความเห็น!!” 

 

อ๊ะ! ค…ค่ะ จะรีบไปเอาให้เดี๋ยวนี้” เสียงแก้วแตกกระจัดกระจายกับเสียงไล่ตะเพิดทำเอาสาวใช้ในบ้านถึงกับสติหลุด รีบวิ่งออกไปหาเครื่องดื่มตามที่คุณชายรองของบ้านต้องการทันที

 

 

“เกิดอะไรขึ้น”

 

 

เสียงของหญิงชราดังกังวานมาแต่ไกล ร่างผอมก้าวตามไม้เท้าคู่ใจไปยังต้นทางของเสียงโหวกเหวกเมื่อครู่ พบสาวใช้จำนวนหนึ่งที่ยังไม่หลับไม่นอนเพราะต้องมาคอยเฝ้าคุณชายของบ้านนั่งดื่มอย่างไม่รู้เวล่ำเวลา

 

“คุณชายรองเมาอีกแล้วค่ะคุณนม”

 

เมื่อสืบเท้าเข้าใกล้จะเห็นเศษแก้วที่แตกละเอียดบนพื้นชัดเจน หญิงแก่เงยหน้าขึ้นมองสภาพของร่างสูงแล้วถึงกับส่ายหน้าเหนื่อยหน่ายใจ 

 

จะว่าชินตากับภาพสำมะเลเทเมาไม่เป็นผู้เป็นคนนี้แล้วก็คงจะว่าได้ ในเมื่อหลายเดือนที่ผ่านมาคุณชายรองเอาแต่เมามายและพาลทะเลาะกับสาวใช้ในบ้านไม่เว้นวัน

 

“ได้หรือยาง~”

 

ใบหน้าหล่อซูบโทรมลงไปมาก ผมเผ้าเสื้อผ้าแสนไม่น่ามอง แตกต่างกับหลายเดือนที่แล้วราวฟ้ากับเหว มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายกำลังประชดชีวิต ชานยอลกำลังใช้วิธีเดียวกับเมื่อหลายปีก่อนแต่ผลลัพธ์คราวนี้ไม่มีใครรู้ว่าจะลงเอยแบบใด

 

“ทำไมชักช้าแบบนี้วะ…”

 

เพราะเมื่อโตขึ้น ความรู้สึกหนักแน่นจริงจังยากจะควบคุม ชานยอลเป็นคนหนุ่มดื้อด้านที่อยู่เหนืออำนาจการดูแลของคนในบ้านนี้มานานแล้ว

 

“เมาอีกแล้วหรือครับ”

 

ร่างสูงน่าเกรงขามในชุดนอนตามลงมาดู เขามองภาพน้องชายนั่งฟุบกับเคาน์เตอร์บาร์ ปากพึมพำหาแต่เหล้าไม่หยุด

 

“คิดว่าจะกลับเข้าห้องไปนอนเสียอีก ไม่คิดว่าจะลงมาดื่มต่อจนสภาพนี้”

 

“วันไหนอยู่บ้านก็แบบนี้แหละค่ะ” ภาพเดิมๆ เด็กโง่คนเดิม หญิงแก่พยักพเยิดหน้าให้สาวใช้เข้าไปเก็บทำความสะอาดเศษแก้วที่อยู่บนพื้น 

 

“บอกให้เอาเหล้ามาหายหัวไปไหนกันหมด!”

 

“เลิกตะโกนได้แล้วไม่รู้หรือไงว่านี่มันกี่โมงกี่ยาม” ร่างสูงในสภาพคอพับคออ่อนทำตาปรือมองหาทิศที่มาของเสียงดุนั้น พอเห็นว่าเป็นใครก็หัวเราะออกมา

 

“นึกว่าใคร… นางมารร้ายกับคุณชายหัวอ่อนนี่เอง ฮ่ะๆ”

 

“กลับขึ้นไปนอนได้แล้วนะคะ”

 

“เป็นแค่ยายแก่หัวหน้าแม่บ้าน อึก…อย่าจุ้นจ้านน่าครับ”

 

“นายรอง—”

 

“ไม่เป็นไรค่ะ น้องเมา” หญิงแก่ส่ายหน้าไม่ถือสาเพื่อไม่ให้คุณชายใหญ่เข้าไปเอาเรื่องน้องชายที่กำลังทำท่าทางอวดดีกับผู้อาวุโส

 

“ไปเอาเหล้ามาให้ผมสิ เผื่อผมจะลดโทษให้คุณนมกึ่งหนึ่ง”

 

“เหลวไหล เมาอย่างกับหมายังจะมาถามหาของแบบนั้นอีก”

 

“อ่า…มารผจญชีวิตผมนี่มันเยอะจริง ดื่มเหล้าก็ไม่ได้ จะรักก็ไม่ได้ แค่ไหนถึงจะสาแก่ใจ หรือว่าต้องตายให้ดู”

 

“คุณชาย” หญิงชราร้องอย่างตกใจก่อนจะรีบปรี่เข้าไปห้ามร่างสูงที่กำลังก้มลงเก็บเศษแก้วขึ้นมาจากพื้นด้วยสภาพโคลงไปโคลงมา ปาร์คยุนโฮเองก็รีบตามเข้าไปช่วยพยุงตัวน้องชายให้ลุกขึ้น เวลาเกือบตีหนึ่งกับความวุ่นวายที่ไม่น่าเกิดขึ้นทำเอาคนในบ้านปวดหัวตามๆกัน

 

“จะห้ามผมทำไมวะ อยู่ก็เหมือนตาย อยู่ไปก็เหมือนตาย…” เสียงถอนหายใจของยุนโฮดังชัดเจน เขาประคองตัวคนเมาขึ้นบันไดด้วยความทุลักทุเล มีพ่อบ้านและสาวใช้ขนาบอีกข้างคอยช่วยอีกแรง

 

“ปล่อยอย่ามาจับ!”

 

“หยุดบ้าได้แล้ว”

 

ส่วนหญิงชราเดินรั้งท้ายตามมาเงียบๆ

 

“แบคฮยอน…”

 

ฟังเสียงคนเมาดังขึ้นเป็นระยะ

 

“คิดถึงแบคฮยอน”

 

ทุกครั้งที่เมาชานยอลมักจะละเมอถึงแต่ชื่อเดิมซ้ำๆราวกับมันไม่เคยจางหายไปจากใจ สีหน้าแววตาที่ดูเศร้าหมองแม้ในเวลาปกติมันไม่เคยปิดบังใคร ชานยอลแสดงออกชัดเจนว่าชีวิตของเขาต้องการเด็กคนนั้นจริงๆ

 

“คิดถึง… พาไปห้องแบคฮยอนได้ไหมผมคิดถึง…” นัยน์ตาแดงก่ำเว้าวอนทำเอายุนโฮถึงกับชะงักฝีเท้า รู้ว่าชานยอลเมามากแต่ก็รู้อีกว่าสิ่งที่น้องแสดงออกมันมาจากส่วนลึกข้างใน ความเจ็บปวดของชานยอลแผ่มาจนสัมผัสได้ และยุนโฮรู้สึกแย่ที่ทำได้แค่มองดูและรับฟัง

 

“ผมจะไปห้องแบคฮยอน…”

 

“กลับไปอาบน้ำให้สบายตัวก่อนแล้วเดี๋ยวนมจะให้เด็กจัดห้องคุณหนูไว้ให—”

 

โกหก!

 

“…”

 

“โกหกทั้งนั้น… ต่อให้ผมตายตรงนี้คนเลือดเย็นอย่างคุณนมก็ไม่มีวันเข้าใจหรอก ต่อให้ผมตายคุณนมก็ไม่รู้สึกอะไร ไม่มีใครเข้าใจความรู้สึกผมเลย ไม่มีใครเข้าใ—”

 

 

ตุ่บ!

 

 

“คุณชาย!/ชานยอล!”

 

ความดื้อด้านบวกกับน้ำเมาทำสองขาอ่อนเรี่ยวแรง ร่างสูงที่กำลังพูดตัดพ้อก้าวเสียจังหวะเป็นเหตุให้ล้มหัวฟาดกับราวบันไดอย่างแรง

 

“จ เจ็บไหมคะ…” หญิงชราละล่ำละลักถาม รีบเข้าไปดูร่างสูงที่ยังคงซบหน้ากับราวบันไดไม่ยอมขยับออกมาให้ใครดูอาการ 

 

“ไหน ให้นมดูหน่อย” เสียงแหบพร่าที่ฟังกี่ครั้งก็ให้ความรู้สึกเย็นชาน่ากลัว ยามนี้กลับอ่อนกำลังลงอย่างน่าประหลาด ยิ่งเห็นว่าไหล่กว้างสองข้างกำลังสั่นเทิ้มหล่อนยิ่งใจหาย

 

“คุณชายรอง…” มือหยาบกร้านตามวัยวางหลงบนแผ่นหลังของคนหนุ่ม ลูบเบาๆคล้ายปลอบประโลม เลี้ยงกันมาจนโตทำไมจะไม่รู้ว่าการเงียบและหันหน้าหนีของคุณชายหัวรั้นคนนี้หมายความว่าอย่างไร

 

 

 

ชานยอลกำลังร้องไห้

 

 

 

และนั่นทำให้หล่อนน้ำตารื้นขึ้นมา บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัดและเต็มไปด้วยความรู้สึกสะเทือนใจ ไม่บ่อยที่ใครจะได้เห็นมุมอ่อนแอของเด็กที่เติบโตมาอย่างเข้มแข็งและมักจะแสดงด้านเย็นชาเพื่อปกป้องตัวเอง

 

ทว่าตอนนี้ชานยอลกลับดูเหมือนเด็กหนุ่มธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่ได้ยิ่งใหญ่กว่าใคร เขาก็เป็นแค่คุณชายรองของบ้าน น้องชายของปาร์คยุนโฮ และเป็นเหมือนลูกหลานแท้ๆของหญิงวัยใกล้โรยราที่กำลังทอดสายตามองอย่างแสนห่วงใย 

 

“ไม่ใช่ว่ารักไม่ได้ แต่เพราะเป็นห่วง…”

 

คงเป็นครั้งแรกที่คนแก่ยอมเผยความรู้สึกจริงๆให้คนหนุ่มได้เข้าใจ

 

“คุณท่านที่จากไปก็ฝากฝังนมไว้ ถึงไม่อยากให้คุณๆเอาแต่ใจตัวเองนัก”

 

ทั้งชานยอลและแบคฮยอนต่างก็เป็นเด็กที่ตนเอ็นดูไม่น้อยไปกว่ากัน กับคุณชายรองหล่อนออกจะรักมากกว่าเจ้านายคนไหนในบ้านด้วยซ้ำ ตอนเด็กๆเฝ้าเลี้ยงเอาใจจนตัวติดกัน แต่พอโตขึ้นชานยอลกลับดื้อเกินใคร 

 

หลังถูกส่งไปอยู่ต่างประเทศก็กลายเป็นเด็กหนุ่มมีทิฐิที่ตั้งแง่กับคนแก่ หล่อนจึงต้องเข้มงวดเพื่อเอาคุณชายให้อยู่ ไม่ได้จงเกลียดจงชังหรืออยากพรากความสุขอย่างที่อีกฝ่ายปักใจเชื่อ

 

“แต่เห็นคุณชายเป็นแบบนี้แล้วนมคงตายตาไม่หลับ”

 

นั่นคือสิ่งที่นอนคิดไม่ตกมาตลอดทุกคืน เขาเห็นถึงสิ่งที่คนหนุ่มแสดงออกต่อกัน เห็นความรักความรู้สึกที่หลายครั้งเลือกจะเมินเฉยเพียงเพราะแค่อยากรักษาเจตนารมณ์ของเจ้านายที่จากไปแล้ว

 

จนลืมไปว่ามันอาจทำให้คนที่ยังอยู่ทุกข์ทรมาน หลายเดือนที่ผ่านมาชานยอลได้ทำให้เห็นภาพนั้นชัดเจน มาจนถึงตอนนี้คนแก่จึงเลือกได้แล้วว่าจะยอมโยนความเชื่อเก่าๆทิ้งไปเสีย

 

เพื่อคนที่ยังอยู่จะได้มีความสุขต่อไป

 

ยอมแล้วค่ะ

 

คงถึงเวลาที่ต้องปล่อยให้ทั้งคู่ไปเรียนรู้ถูกผิดกันเอาเองอย่างที่คุณชายใหญ่พยายามบอกเสียที   

 

“คุณชายรองไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้อีกแล้ว”

 

ร่างสูงยอมเงยหน้ามองผู้ใหญ่อีกครั้ง นัยน์ตาแดงก่ำน่าสงสารที่เหมือนลูกหมาตัวโตจ้องคล้ายจะถามเอาความแน่ใจจากคนแก่ว่าทุกอย่างที่พูดออกมานั้นจริงใช่ไหม ให้เขารักกับแบคฮยอนได้แล้วจริงใช่ไหม 

 

คุณนมพยักหน้ายืนยันให้ มือเหี่ยวย่นลูบรอยช้ำเหนือหน้าผากได้รูปที่เริ่มนูนขึ้นมาด้วยความอ่อนโยน

 

“นมผิดเอง คุณชายจะไม่ยกโทษให้คนแก่ก็ได้แต่ต่อไปอย่าทำร้ายตัวเองอีก”

 

“…”

 

“อยากไปหาน้องก็ไปเถอะค่ะ”

 

“อึก…”

 

“ยายแก่คนนี้จะไม่ก้าวก่ายอะไรอีกแล้ว ขอโทษนะคะ นมขอโทษ…”

 

 

 

 

 

TBC.

 

 

 

 

Talk:

 

สิ้นเดือน พ.ย จะเปิดให้พรีออเดอร์หนังสือนะคะ สำหรับฟิคชานฮยองด้วยความยาวเนื้อหาต้องแบ่งเป็น 2 เล่มจบเหมือนเรื่องก่อนๆที่เราเคยทำ

 

ราคา 1 ชุด รวมค่าจัดส่ง(ลทบ.) น่าจะอยู่ที่ 700 บ.  รายละเอียดต่างๆรวมถึงของแถมเราจะลงให้ได้ทราบก่อนวันเปิดโอนจริง เพื่อประกอบการตัดสินใจของทุกคนน๊า (หยอดตะปุกด่วนเรยยย)

 

ป.ล.1 ปกดือมั่ก! ของแถมก็เช่นกัน 

 

ป.ล.2 ตอนนี้พี่รองกลายเปงลูกหมาเลย ลูกหมาตัวโตขาดความรัก y-y ตัวพิก็แค่นั้นอะเนอะ ใครทรมานหรือดุว่าได้ลงคอบอกเลยว่าใจร้ายยย

 

ป.ล.3 เหลืออีกประมาณ 3 ตอนก็จบจริงแล้ว ส่งแรงใจช่วยกันเยอะๆนะคะ ทางนี้จะได้มีกำลังใจปั่นต่อไป และเผื่อไปจนถึงเรื่องใหม่ที่ยังไม่รู้ว่าจะมีแรงเหลือหรือเปล่า

 

 

อ้อนอยู่ หวังว่าทุกคนจะให้ความรักกันเยอะๆนะต้ะะ ;w;

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 886 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,385 ความคิดเห็น

  1. #10340 ว้าว (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 เมษายน 2564 / 01:23

    อ่านซ้ำอีกกี่ครั้งก็ยังอยากจิกเปียนมทุกครั้ง คนอยู่จะตายอยู่เเล้ว รักไรท์นะคะเเต่อยากทุบหลังนมนิดหน่อยอย่าว่ากันนะคะ

    #10,340
    0
  2. #10256 Louknam13 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2564 / 16:12
    แงงงงง คุณนม 😭😭
    #10,256
    0
  3. #10232 Choi HyO HyuN (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 / 03:06
    ร้องไห้เหมียนหมาคืนคนอ่านตอน ตี 3 6 นาทีนี่แหละค่ะ ฮือ
    #10,232
    0
  4. #10224 matrin (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 31 มกราคม 2564 / 00:54
    แงงงงง บีบหัวใจมากร้องไห้เหมียนหมาเลยค่ะ
    #10,224
    0
  5. #10200 YunewG (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 26 มกราคม 2564 / 11:32

    แง คุณนม พี่ใหญ่ พี่รอง น้ำตานองหน้าเลย
    #10,200
    0
  6. #10189 para_aloha (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 มกราคม 2564 / 00:40
    อ่านตอนนี้ก็คือร้องไห้ไม่หยุดแล้วค่ะ บีบหัวใจไม่ไหวแล้ว สงสารชานยอลใจจะขาด 😭😭😭😭😭
    #10,189
    0
  7. #10163 MoojuM (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 20 มกราคม 2564 / 22:59
    บีบหัวใจมาก แบบด้วยความที่ถูกแยกจากน้องตั้งแต่เด็ก จนโตขนาดนี้ก็ยังถูกพรากไปอีก ทำเท่าไหร่แค่ไหนจะกี่ปีก็ไม่มีใครเข้าใจ โคตรเจ็บปวด ยิ่งกว่าน้อยใจคือเสียใจ เข้าใจเลยว่าทำไมชานยอลถึงไม่อยากแคร์ใคร สงสารมาก ชีวิตนี้เคยได้มีความสุขบ้างรึป่าวเคยได้มีเวลาดีๆบ้างมั้ย ทำไมถึงต้องมีแต่เรื่องเจ็บปวดตลอดเวลา กี่ปีแล้วที่ต้องอดทน
    #10,163
    0
  8. #10162 MoojuM (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 20 มกราคม 2564 / 22:59
    บีบหัวใจมาก แบบด้วยความที่ถูกแยกจากน้องตั้งแต่เด็ก จนโตขนาดนี้ก็ยังถูกพรากไปอีก ทำเท่าไหร่แค่ไหนจะกี่ปีก็ไม่มีใครเข้าใจ โคตรเจ็บปวด ยิ่งกว่าน้อยใจคือเสียใจ เข้าใจเลยว่าทำไมชานยอลถึงไม่อยากแคร์ใคร สงสารมาก ชีวิตนี้เคยได้มีความสุขบ้างรึป่าวเคยได้มีเวลาดีๆบ้างมั้ย ทำไมถึงต้องมีแต่เรื่องเจ็บปวดตลอดเวลา กี่ปีแล้วที่ต้องอดทน
    #10,162
    0
  9. #10091 ChungWila (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 22:33
    ฮือน้ำตาเปียกปอนนนนนไม่ไหวแล้วสงสารพี่รองมากๆเข้าใจมากๆที่เป็นแบบนี้โดนแยกห่างจากน้องตั้งสองครั้งจะไม่ให้เสียใจได้ยังไงแงงงงงงงง
    #10,091
    0
  10. #10052 Kalaaked_ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 21:50
    ใจหนุเจ็บไปหมดฮือออออ
    #10,052
    0
  11. #9927 Ohsehun9494 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 มกราคม 2564 / 17:33
    ทำไมหน่วงขนาดนี้ ฮือออ น้ำตาแตกก
    #9,927
    0
  12. #9783 mbmomayy (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2563 / 20:47
    เป็นตอนที่สงสารพี่รองมากกก บ่อน้ำตาแตกก ฮือออ
    #9,783
    0
  13. #9663 nangpha0827 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2563 / 05:54
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ช้านร้องไห้เลยแงงงงง โอ้ยยยยยยย แพ้น้ำตาคนแก่แงงงงงงงงTT

    บทนี้หลายอารมณ์อยู่นะ เปิดบทมาอยากหยิกอยากตีพี่รองมา ดื้อมาก ในขณะที่น้องกำลังเติบโต พี่รองกลับทำตัวเป็นเด็กไร้ความผิดชอบ เสียศูนย์ซะ ดิฉันเป็นดาซมก็ปรี๊ดแตกใส่สักแมชท์เหมือนกัน55555555

    พอกลับบ้านมาก็น่าตี หลุดขำตอนทำตัวเรียกร้องความสนใจกับตอนเมาแล้วบ่นว่านม แต่พอพี่รองเริ่มทนไม่ไหวช้านก็เริ่มเศร้า สงสารมากตอนเพ้อถึงน้องคิดถึงน้องใจจาขาดไม่ไหวแล้วอ่ะพ่อคุณ แบบ เข้าใจเลยแงงงง พี่รองรักน้องมาก นี่ในฐานะคนอ่านรับรู้มาตลอดไงว่าพี่รองเขารักน้องมากแค่ไหน ง่ะ เศร้า ปวดใจมาก คุณนมก็ทำนี่เศร้าเหมือนกัน เห้อ สักทีเถอะนะ อยากให้ทุกคนมีความสุขสักที โดยเฉพาะพี่รองกับน้อง TT
    #9,663
    0
  14. #9656 Jennysupat18 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2563 / 16:06
    ร้องไห้หนักมาก แงงง
    #9,656
    0
  15. #9647 KaRToon_HH (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2563 / 16:30
    ร้องไห้เลยยยยย
    #9,647
    0
  16. #9628 Arucha_CB (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2563 / 14:42
    ก่อนอื่นเลยกำลังซึ้ง!! แต่ดาซมควรได้เลขาดีเด่นแห่งปีนะคะทุกคน😂
    #9,628
    0
  17. #9622 Recekalte (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2563 / 02:37
    ความสุขของคนอยู่มันสำคัญกว่าคนตายอีกนะ ดีใจที่คุณนมเข้าใจสักที ส่วนตัวชั้นคือหมดน้ำตาไปแล้วหลายลิตร
    #9,622
    0
  18. #9608 MaYplE (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2563 / 17:03

    ต้องให้น้องหนีไปไกลก่อน ต้องให้ชายรองเละเทะแทบไม่เป็นผู้เป็นคนก่อน อะเนาะ ถึงจะได้เห็นว่าความสุขของคนเป็น สำคัญกว่าความคาดหวังของคนตาย

    #9,608
    0
  19. #9592 Daow_exo-l (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2563 / 00:21
    สู้ๆนะคะ
    #9,592
    0
  20. #9542 Bemybubble (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 / 02:32
    ชั้นร้องไห้ ตอนคุณนมบอกว่ายอมแล้ว มันเป็นความรู้สึกที่แบบฮือออออออออ ในที่สุดนะชานยอล ในที่สุดก็สามารถรักกันได้แล้ว ㅠ ㅠ
    #9,542
    0
  21. #9541 ไพลอท (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 / 01:58
    วันที่รอคอยฮือคุณนมยอมแล้ว พี่รองไม่ต้องร้องแล้วนะ ตามไปหาน้องไวๆเลย โอ้ยอยากกอดแน่นๆ

    เป็นกำลังใจให้คุมไรท์มากกๆเลยนะคะ ชอบมากจะให้ความรักเยอะๆโลยยย รอเก็บเล่มเลยฮะ แล้วก็รออ่านเรื่องใหม่เหมือนกันน้า ไม่หายไปไหนแน่นวลล ชอบภาษาคุณไรท์มากๆฮะ เลิ้ปบู
    #9,541
    0
  22. #9530 ppppia (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 / 17:15
    ร้องไห้เลย สงสารพี่รองงงง แงงงง
    #9,530
    0
  23. #9493 24/7-B100HYUN (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 / 09:40
    แงงงง คุณนมมม ร้องห้ายยยย
    #9,493
    0
  24. #9477 arysn_ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 / 04:23
    สักทีเถอะ มันจะอะไรนักหนาคนอยู่มันจะตายอยู่แล้ว
    #9,477
    0
  25. #9414 Byun_CB614 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2563 / 22:54
    น้ำตาไหลพราก
    #9,414
    0