HYUNG 형 | Chanbaek -END-

ตอนที่ 25 : CHAPTER 24 | เลี้ยงส่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,948
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 983 ครั้ง
    27 ก.ย. 63

 

 

 

 

 

 

24

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สัปดาห์สุดท้ายของการฝึกงานมาถึงพร้อมกับงานเลี้ยงส่งแบบภายใน

 

ร้านอาหารญี่ปุ่นกึ่งคาราโอเกะคือสถานที่จัดงานเลี้ยงเล็กๆให้กับเด็กฝึกงานคนพิเศษของปาร์คกรุ๊ปฯในค่ำคืนนี้ พนักงานบริษัทสิบกว่าชีวิตซึ่งคุ้นเคยกับแบคฮยอนเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะแผนกตรวจสอบภายใน บัญชี เลขาคนสวยอย่างคิมดาซม หรือแม้แต่หัวหน้าฝ่ายบุคคลอย่างจงแดล้วนแล้วแต่มาร่วมเลี้ยงส่งให้กับเขา

 

และแน่นอนว่าเจ้ามือที่จะมาช่วยจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมดตลอดงานคือ ปาร์ค ชานยอล 

 

 

 

ครืด…

 

 

 

“บอสมาแล้ว!” 

 

เสียงคุยเล่นภายในห้องอาหารญี่ปุ่นเบาลงทันตาเมื่อพนักงานสาวสวมชุดกิโมโนหน้าห้องเลื่อนประตูไม้ ท่าทางเป็นทางการ ดูสำรวมเสียอย่างกับว่ากำลังนั่งอยู่ในห้องประชุมนั้นทำเอาคนน่ารักกับร่างสูงสง่าที่เพิ่งเดินทางมาถึงมองหน้ากัน

 

“ยิ้มหน่อยดีไหมครับ”

 

พอแบคฮยอนแนะนำแบบนั้นคนฟังก็ลองฉีกยิ้มให้ดู แต่คงจะฝืนเกินไปหน่อยรอยยิ้มที่ออกมาถึงได้ดูตลกพิลึก ร่างเล็กหลุดขำอย่างควบคุมไม่อยู่ก่อนจะถูกคนที่ยืนซ้อนหลังถลึงตาใส่พลางดันเขาให้เดินนำเข้าไปในห้องอาหารทันที

 

“ยินดีต้อนรับค่ะบอส น้องแบคฮยอน การเดินทางคงราบรื่นดีนะคะ”

 

“ทำตัวตามสบายเถอะ นอกเวลางานแล้วพวกคุณควรสนุกกันให้เต็มที่ ไม่ต้องสนใจผม” บอสหนุ่มเอ่ยกับลูกน้องของเขาก่อนจะเข้าไปนั่งตรงตำแหน่งหัวโต๊ะที่ถูกเว้นที่ว่างไว้ให้ ข้างๆกันเป็นที่ของแบคฮยอน 

 

“สั่งอาหารกันแล้วใช่ไหม”

 

“สั่งไปบ้างแล้วค่ะ” คิมดาซมที่นั่งห่างออกไปประมาณหนึ่งเป็นตัวแทนช่วยตอบคำถาม

 

“ร้านนี้อาหารรสชาติดี อยากกินอะไรก็สั่งเต็มที่ ผมเลี้ยงเอง” บอสหนุ่มพูดพลางพับแขนเสื้อขึ้นลวกๆ สูทตัวนอกกับเนคไทเขาทิ้งไว้บนเบาะรถไปก่อนหน้านี้แล้ว ท่าทางสบายๆบวกกับภาพลักษณ์ที่ดูดีแม้จะไม่ได้เนี๊ยบเหมือนเวลางาน แต่กลับยังดูฮอตปรอทแตกเพราะกระดุมเสื้อที่ถูกปลดลงจนเผยแผงอกกำยำนั่นทำเอาพนักงานสาวที่อยู่ในห้องด้วยกันพากันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

 

แทบจะเป็นครั้งแรกของพวกเธอที่ได้เห็นโหมดนอกเวลางานของเจ้านายในระยะใกล้ แถมยังได้มานั่งทานมื้อใหญ่ในร้านอาหารหรูกันแบบฟรีๆ รู้สึกทั้งเป็นเกียรติและฟินตามๆกัน

 

“พูดเสียงดังก็ได้ไม่ต้องกระซิบ ร้านอาหารไม่ใช่ห้องประชุม”

 

แต่ก็นั่นแหละ…

 

มันก็แลกมาซึ่งอาการเกร็งอย่างที่คาดไว้ไม่มีผิด

 

“แหะๆ ขอโทษค่ะบอส”

 

ชานยอลแทบส่ายหัวกับท่าทีเกรงอกเกรงใจของลูกน้อง บรรยากาศในห้องอาหารช่วงแรกเป็นไปด้วยความกระอักกระอ่วนเกรงใจเล็กน้อยแม้เขาจะพยายามทำตัวตามสบายและผ่อนคลายสีหน้าแล้ว

 

แบคฮยอนเองก็คอยสังเกตอยู่ตลอด ชานยอลคงไม่รู้หรอกว่าตัวเองได้สร้างรอยยิ้มเล็กๆให้กับใครบ้าง แม้บรรยากาศในงานเลี้ยงคืนนี้จะแตกต่างจากคืนนั้น แม้คนที่นั่งอยู่กับลูกน้องจะเปลี่ยนจากปาร์คเลย์เป็นปาร์คชานยอล 

 

แต่แบคฮยอนก็ว่าไม่แย่อะไรเลย

 

พี่ๆพนักงานดูเกรงใจชานยอลมากก็จริง อาจจะเพราะความไม่คุ้นชิน เพราะบุคลิกนิ่งขรึมที่ดูจับต้องยาก แต่พอเวลาผ่านไปขณะหนึ่ง อาหารญี่ปุ่นหลายอย่างถูกจัดเสิร์ฟลงบนโต๊ะเตี้ยตั้งพื้นตรงหน้า ซึ่งกินพื้นที่กลางห้องเรียงยาวไปจนเกือบชิดผนังบรรยากาศก็ค่อยๆเปลี่ยนไป 

 

จากเสียงคุยเล่นกันพอประมาณเริ่มเปลี่ยนเป็นดังขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกับขวดสาเกที่เริ่มเพิ่มจำนวนตาม เสียงดนตรีบนจอคาราโอเกะที่ตอนแรกยังไม่มีใครกล้าจับไมค์ร้องเพลงตอนนี้กลับแย่งกันปล่อยพลังเสียงให้วุ่น

 

 

บรรยากาศครึกครื้นเมื่อต่างได้ดื่มได้กินกันอย่างจุใจ

 

 

“จะฝึกงานเสร็จแล้วดื่มฉลองให้ตัวเองหน่อยสิคะน้องแบค”

 

“คืนนี้ผมตั้งใจว่าจะไม่ดื่มน่ะครับ”

 

“กรี๊ดเลยค่ะคุณพี่กรี๊ดเลย ไม่ดื่มได้ยังไงกันค้า”

 

“พรุ่งนี้ผมยังต้องไปทำงานอยู่นี่นา”

 

“พวกพี่ก็ต้องทำเหมือนกัน ดูสิคะ ที่นั่งอยู่ตรงนี้น่ะพนักงานกินเงินเดือนทั้งนั้น อะเร็ว…ดื่มเป็นเกียรติให้พวกเราหน่อ—บอส!”

 

“เดี๋ยวผมดื่มเอง”

 

“โหย…”

 

ส่วนความเกรงอกเกรงใจซึ่งเคยมีต่อเจ้านายดูเหมือนว่าตอนนี้ทุกคนจะเผลอกลืนมันลงคอไปพร้อมกับสาเกเลิศรสแล้วล่ะ

 

“ถ้าจะดื่มแทนน้องแบบนี้ต้องไม่ใช่แค่แก้วเดียวนะคะ ต้องหมดขวด” พนักงานแผนกบัญชีคนหนึ่งช่วยหยิบขวดสาเกให้กับคิมดาซมเพื่อส่งต่อให้กับเจ้านายหนุ่มอีกที เสียงปรบมือเชียร์และสายตาที่มองกดดันมาทำเอาชานยอลต้องรับเหล้าฤทธิ์แรงไว้อย่างช่วยไม่ได้

 

“จะดื่มจริงๆเหรอครับ” แบคฮยอนกระซิบถามอย่างเป็นห่วง ไม่ใช่แค่หนนี้ แต่หลายทีแล้วที่ชานยอลต้องรับผิดชอบดื่มเหล้าญี่ปุ่นในส่วนของเขาแทนโดยไม่มีเสียงบ่นหลุดมาให้ได้ยิน

 

กลับกันแล้วอีกฝ่ายดูจะเต็มใจและปรับตัวเข้ากับลูกน้องได้เป็นอย่างดี ทั้งคุยเล่นตอบโต้และตอบสนองคำเชิญชวนให้ดื่มอย่างไม่มีเกี่ยงงอน

 

“สุดยอด!!”

 

เสียงโห่ร้องชื่นชมดังอึกทึกเมื่อบอสหนุ่มกระดกสาเกลงคอ รสชาติขมปร่าที่ผ่านปลายลิ้นลงสู่ในคอทำเอาคิ้วเข้มขมวดชิดกัน ความร้อนพุ่งเสียดผิวกายจนแดงเรื่อแต่ก็น่ามอง ชานยอลกับดวงตาคู่สวยหยาดเยิ้มดูร้อนแรงแบบที่ไม่ต้องพยายามทำอะไรเลย

 

“Cool man” 

 

หัวหน้าฝ่ายบุคคลเอ่ยแซว

 

“บอสของพวกเราไม่เคยทำให้ผิดหวังจริงๆ—”

 

“ของฉันคนเดียวต่างหาก” คิมดาซมลุกขึ้นยืนกลางวงด้วยท่าทางขึงขัง มือหนึ่งเท้าเอวแสดงอำนาจ อีกมือถือขวดเหล้าไว้อย่างหวงแหน ไม่บอกก็รู้ว่าอะไรคือเครื่องดื่มสุดโปรดปรานของเธอ “ปาร์คชานยอลน่ะของฉันคนเดียวพวกคุณจะมาเพ้อเจ้อไม่ได้”

 

“ให้ตาย… ทำอะไรของคุณเนี่ย เมาแล้วเป็นแบบนี้ทุกที”

 

“ไหนใครเมา!”

 

“เสียงดังกว่าใครเพื่อน”

 

“ฉันสติเกินร้อยด้วยซ้ำ ตาก็ยังใสแจ๋วเห็นหน้าชัดทุกคน อยากฟังเพลงชาติไหมล่ะคะจะร้องให้ฟัง”

 

“นั่งลงเถอะน่า ขายหน้าแทนชะมัด” เพื่อนพนักงานช่วยกันรวบตัวคิมดาซมให้นั่งสงบสติ เสียงหัวเราะดังเป็นระยะ สลับกับเสียงพูดคุยที่เป็นกันเองมากขึ้น

 

“รู้สึกเป็นเกียรติยังไงก็ไม่รู้นะคะ ทั้งได้เป็นลูกน้องบอสแล้วก็ยังได้เป็นพี่เลี้ยงสอนงานให้กับน้องแบคฮยอน เรียนจบแล้วต้องกลับมาหาพวกเรานะ” ใครคนหนึ่งพูดขึ้น

 

“ฮ่ะๆ ขอบคุณครับ”

 

“พี่ชายจะประเมินให้คะแนนเต็มเลยหรือเปล่าครับ เก่งขนาดนี้” จงแดยิ้มถามด้วยท่าทางผ่อนคลายกว่าใคร เขาน่าจะเป็นเพื่อนดื่มที่ดีที่สุดของชานยอลในคืนนี้

 

“บอสยังไม่ได้ดูให้ผมเลยต่างหากล่ะครับ”

 

“เป็นงั้นไป”

 

“สงสัยจะไม่อยากให้ผมผ่านฝึกงาน…” พอได้ยินแบคฮยอนบ่นอุบ เสียงหัวเราะเอ็นดูจากพี่ๆก็เกิดขึ้นทันที 

 

ด้านคนถูกพาดพิงน่ะเหรอ… นั่งโคลงแก้วสาเกฟังอย่างสบายใจไม่มีสะทกสะท้าน มีแต่จะแกล้งลูบขาอ่อนของแบคฮยอนที่อยู่ใต้โต๊ะให้ใจสั่นเล่น

 

“เดี๋ยวพี่สะใภ้คนนี้ดูให้แทนก็ได้ค่า ไม่ต้องห่วงเลย” คิมดาซมแทรกขึ้นมาอีกรอบพร้อมกับเสียงโห่(ไล่)ของเพื่อนร่วมงาน 

 

“ตอนแรกพวกเราคิดว่าคุณดาซมไม่ชอบหน้าน้องฝึกงานด้วยซ้ำ ตอนนี้ดันมาเคลมว่าตัวเองเป็นพี่สะใภ้เค้าไปได้”

 

“ก็ฉันไม่รู้นี่ว่าเด็กใหม่เป็นใคร ถ้ารู้ล่ะก็จะไม่รับบทนางร้ายแต่จะดูแลให้สมเป็นพี่สะใภ้ที่ดีเลย ฮี่ๆ” ไม่พูดเปล่า เลขาคนสวยยังทำตาปรือเนียนเลื้อยเข้าไปนั่งเบียดเบาะรองพื้นของบอสหนุ่มที่ยังคงนั่งจิบสาเกฟังลูกน้องคุยเล่นกันอยู่ตรงตำแหน่งหัวโต๊ะ

 

“ฉันน่ะขวัญเสียแทบแย่ตอนที่รู้ความจริง…” เลขาคนสวยวางคางลงบนไหล่กว้าง “ตอนนี้ก็ยังไม่ดีขึ้นเลยบอสต้องช่วยปลอบฉันเยอะๆนะคะ” มือเรียวถือวิสาสะคล้องแขนเจ้านายไปพร้อมกับพูดออดอ้อนเสียงหวาน นัยน์ตายั่วยวนไม่ปิดบัง

 

“ขึ้นเงินเดือนก็ได้ แต้ถ้าจะขึ้นฉันแทนก็ยินดี”

 

‘โฮ!’

 

“คิมดาซมคนนี้รับประกันเลยว่าบอสจะต้องติดใจ”

 

ร่างสูงกดยิ้มขำเช่นเดียวกับแบคฮยอนที่นั่งฟังอยู่ข้างๆ พวกเขาไม่ได้ถือสาคนเมาเลยแม้แต่น้อย เพราะในขณะที่คิมดาซมเอาแต่เมาเลื้อยเข้ามาจนแทบจะเกยตักมือข้างหนึ่งของชานยอลยังคงวางอยู่บนหน้าขาของน้องตลอดเวลา ไม่คิดผละจากเลยสักนาที 

 

“ห้องฉันยังว่างนะคะ เหงาก็—อื้อ ยัยบ้า” 

 

“อย่าหาเรื่องให้ตัวเองตกงานเลยค่ะคุณเลขา ร้องเพลงกันดีกว่า” 

 

“ขัดอารมณ์ฉันอีกแล้วนะ!” เสียงโวยวายของคิมดาซมดังพอๆกับเสียงหัวเราะของเพื่อนพนักงานที่เข้ามาช่วยกันลากตัวเธอออกไป เมื่อหลายคนเริ่มตกอยู่ในสภาพเมามายไม่มีสติก็เริ่มเกิดความวุ่นวายเล็กๆขึ้น แต่เป็นความวุ่นวายที่เต็มไปด้วยสีสัน

 

 

‘Aha! Listen Boy’

 

 

คืนนั้นคิมดาซมน่าจะเป็นดาวเด่น

 

 

My First Love Story~

 

 

และเป็นเช่นนั้นเสมอเมื่อเหล้าเข้าปาก จากหญิงสาวฟอร์มดีสวยเป๊ะทุกกระเบียดนิ้วและขึ้นชื่อเรื่องทำงานเก่งไม่เป็นรองใคร ไม่ว่าจะย่างกรายผ่านแผนกไหนก็มักจะดึงดูดสายตาผู้คน สมกับการได้เป็นเลขาของCEO

 

 

‘My Sunshine, Ah! let's go’

 

 

ทว่ายามนี้กลับแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง คิมดาซมกำลังลบภาพลักษณ์ทั้งหมดที่เคยสร้าง เหลือไว้เพียงแม่เสือสาวรักสนุกที่วาดลวดลายลีลาไม่สนสายตาใคร เสียงร้องเพลงและการเต้นของเธอสร้างความครื้นเครงให้แก่ห้องอาหารญี่ปุ่นสุดไพรเวทเป็นอย่างมาก ทุกคนล้วนโห่ร้องเพลงตามและปรบมือเชียร์เหมือนลืมไปแล้วว่าก่อนหน้านี้เคยเกรงใจเจ้านายที่ยังคงอยู่ในห้องอาหารยังไง

 

 

นอมู นอมู มอซ จยอ นูนี นูนี บูซยอ ซูม มึล มซ ซวี เกซ ซอ ตอล รี นึน กอล Gee gee gee gee! baby baby baby Gee gee gee gee baby baby baby’

 

 

แสงไฟที่เคยสว่างถูกหรี่ให้เหลือเพียงสลัวๆ มีแสงดิสโก้ฉายวูบวาบคอยสร้างบรรยากาศห้องคาโอเกะ แม้แบคฮยอนจะไม่ได้โดดเด่นทั้งที่เป็นงานเลี้ยงส่งเขา แต่ในสายตาของใครบางคนแล้วเขายังคงเปล่งประกายงดงามเช่นเคย

 

 

(oh yeah) โอ จอ จึน นุน บิช (oh yeah) โอ โจ ฮึน ฮยัง กี (oh yeah yeah yeah)~

 

 

เสียงหัวเราะใสแจ๋วให้กับพี่ๆพนักงานชานยอลได้ยินแล้วลอบยิ้มตามทุกครั้ง ภาพที่น้องถูกเรียกออกไปให้ร้องเพลงและรับของขวัญที่ทุกคนเตรียมไว้ให้ชานยอลก็บันทึกวีดีโอเก็บไว้ในโทรศัพท์ของตัวเอง

 

เขาวาดมือโอบสะโพกมนตลอดเวลาที่น้องนั่งอยู่ข้างๆ บางครั้งก็แกล้งไล้ฝ่ามือเคล้นร่างนุ่มนิ่มโดยไม่กลัวว่าใครจะสังเกตเห็น บางครั้งก็ใช้เท้าที่อยู่ใต้โต๊ะแกล้งเขี่ยกันไปมา 

 

รอยยิ้มกับสายตาที่รู้กันดีสองคนไม่ได้ทำให้บรรยากาศในคืนนั้นแย่เลยสักนิดเดียว กลับกันแล้วมันทำให้พวกเขามีความสุขแม้จะต้องมานั่งอยู่ท่ามกลางผู้คนอีกมากมาย

 

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

 

 

“เมาหรือยังครับ” 

 

แบคฮยอนอาศัยจังหวะที่ทุกคนกำลังแย่งไมค์ร้องเพลงกันอย่างสนุกสนานปลีกตัวออกมาตามหาชานยอลที่หายไปจากห้องอาหารได้สักพัก ก่อนจะมาพบอีกฝ่ายยืนพิงผนังทางเดินตรงบริเวณทางไปห้องน้ำ

 

เพราะตรงนี้ค่อนข้างเงียบสงบเสียงของแบคฮยอนจึงดังมากพอจะให้คนถูกทักหันมามอง ท่าทางชานยอลจะเมาแล้ว เพราะนอกจากใบหน้าแดงเรื่อกับนัยน์ตาหยาดเยิ้มอีกฝ่ายดูยิ้มเก่งกว่าที่เคย

 

“ไหวหรือเปล่า” แบคฮยอนเอ่ยถามก่อนจะถูกรวบเอวเข้าไปกอด ชานยอลส่ายศีรษะดูมึนๆเบลอๆ ใบหน้าหล่อทำท่าจะเข้ามาเอาแต่ใจ พยายามซุกไซ้ซอกคอระหงจนแบคฮยอนต้องเบี่ยงหน้าหลบด้วยกลัวว่าจะมีใครเข้ามาเห็น

 

“ตรงนี้ไม่ได้ อื้อ”

 

“งั้นตรงนี้…”

 

“ไม่ใช่—”

 

“ตรงนี้เหรอ”

 

“ผมไม่ได้หมายถึงแบบนี้สักหน่อย อะ พี่รองค้าบ…” แบคฮยอนโอดครวญแต่น้ำเสียงสั่นพร่าจนฟังดูเหมือนครางมากกว่า ชานยอลกำลังแกล้งเขาอีกแล้ว อีกฝ่ายกดจูบไปตามแอ่งชีพจรพอท้วงก็ย้ายตำแหน่งไปเรื่อย รู้ทั้งรู้ว่าแบคฮยอนไม่ได้หมายถึงคอ ปาก แก้ม หรืออวัยวะส่วนไหนบนร่างกายหากแต่ก็ยังจะมาแกล้งฉวยโอกาสกัน 

 

 

เวลาปกติว่าเจ้าเล่ห์แล้ว 

 

เวลานี้ยิ่งยากจะควบคุมเลย

 

 

“ผมหมายถึงเราจะมาทำรุ่มร่ามตรงนี้ไม่ได้ต่างหาก ไม่ใช่แบบนี้สักหน่อย” คนน่ารักว่าอย่างแสนงอน

 

“แล้วตรงไหนได้ ห้องน้ำได้ไหม”

 

ทว่าคนโตกว่ากลับหัวเราะในลำคอไม่ใส่ใจ

 

“หรือบนรถดี มีคอนด้อมอยู่ในลิ้นชัก…” ร่างสูงกระซิบเสียงค่อยดูอารมณ์ดี ปลายจมูกโด่งปัดป่ายพวงแก้มนุ่มนิ่มของน้องเป็นการหยอกล้อ นัยน์ตาคมพราวระยับจนคนได้รับหายใจแทบไม่ทั่วท้อง

 

“ทะลึ่งอีกแล้วนะครับ” นอกจากจะชอบแกล้งกันด้วยการใช้คำพูดชวนใจสั่น การกระทำก็ไม่เคยเห็นใจกันเลย ใบหน้าหล่อเอาแต่กดลงมาชิดซอกคอของเขา เป่าลมหายใจอุ่นร้อนรินรดจนน้องเริ่มจะอ่อนเรี่ยวแรง

 

ความแข็งขืนที่กำลังดุนดันท้องน้อยของแบคฮยอนเป็นหลักฐานยืนยันอย่างดีว่าคำพูดก่อนหน้านี้ของอีกฝ่ายไม่ใช่เรื่องล้อเล่น

 

 

ชานยอลกำลังมีอารมณ์จริงๆ

 

 

“พี่รอง” แบคฮยอนดิ้นขลุกขลักมากกว่าเดิมเมื่อมือหนาพยายามจะสอดลงใต้ขอบกางเกงของเขาจากด้านหลัง ใบหน้าสวยเอียงซบท่อนแขนกำยำเป็นการออดอ้อนให้อีกคนเห็นใจ แต่หารู้ไม่ว่าคนสติไม่เต็มร้อยเห็นท่าทางน่ารักแบบนั้นแล้วยิ่งอยากรังแก

 

“อย่าทำหน้าแบบนั้น นายกำลังทำให้พี่มีอารมณ์”

 

“พี่ก็เอาแต่แกล้งผม”

 

“ก็อยากน่าแกล้งทำไม…” 

 

“ผมทำอะไรเล่า ทำไมพี่เป็นคนลามกแบบนี้นะครับ”

 

“ก็อย่ายั่วสิ อย่าทำปากแบบนั้นด้วยครับเห็นแล้วยิ่งมีอารมณ์” ไม่พูดอย่างเดียวแต่ยังโน้มหน้าลงมาชิดพร้อมกับแตะริมฝีปากลงบนอวัยวะเดียวกันที่เป็นของคนตัวเล็กกว่า แม้จะเคยคิดขัดขืนแต่พอถูกอีกฝ่ายชักจูงแบคฮยอนกลับเผลอไผลตามง่ายดาย

 

“อือ” ใบหน้าเล็กเงยขึ้นรับจูบคนแก่กว่า มือเรียวขยุ้มสาบเสื้อเชิ้ตที่ยังคงกลิ่นน้ำหอมชวนหลงไว้แล้วปล่อยให้อีกคนล้วงมือเข้ามารังแกร่างกายตัวเองตามอำเภอใจ แบคฮยอนไม่ใช่คนใจง่าย แต่ฉลาดรู้ว่าไม่มีประโยชน์อะไรกับการต่อต้านคนอย่างปาร์คชานยอลเท่านั้นเอง

 

“อื้อ ผมจั๊กจี๋”

 

“ฮ่ะๆ”

 

“หนวดเริ่มยาวแล้วนะ—ฮือ อย่า…”

 

“ฮ่ะๆ”

 

 

เสียงหัวเราะแกล้งกันไปมาดูมีความสุขจนผู้ที่เข้ามาเห็นถึงกับไม่กล้าเสียมารยาทเข้าไปขัดจังหวะ

 

 

ปาร์คยุนโฮ และพนักงานจำนวนหนึ่งที่ขอตามมาเข้าห้องน้ำด้วยหยุดฝีเท้าอยู่กับที่ ยืนมองภาพคนสองคนที่ถูกเข้าใจมาตลอดว่าเป็นพี่น้องทว่ายามนี้กลับกำลังพลอดรักกันอย่างหวานชื่นไม่อายใคร

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

 

 

“รถจอดอยู่ทางนี้ครับบอส ไหวหรือเปล่า—”

 

“หวาย ไม่ต้องช่วย” เสียงทุ้มต่ำที่ยานคางกว่าปกติเอ่ยดังทั่วบริเวณ กายใหญ่สะบัดมือลูกน้องให้ออกห่างอย่างดื้อรั้น ไม่ยอมให้ช่วยประคองเดินไปดีๆ

 

“แบคฮยอนอยู่ไหน”

 

กลับเรียกหาแต่ชื่อเดิมซ้ำๆเหมือนหุ่นยนต์ที่ถูกป้อนคำสั่งเดียวเข้าไปในระบบความทรงจำ

 

“แบคฮายอน”

 

“ผมอยู่นี่ครับ” เจ้าของชื่อรีบเดินเข้าไปช่วยประคองร่างสูงใหญ่ แม้จะหนักจนพากันโซซัดโซเซแทบล้มหน้าคะมำแต่เพราะต้องการให้อีกคนเบาเสียงโวยวายลงจึงจำต้องทนแบกรับน้ำหนักไว้

 

 

โดยมีปาร์คยุนโฮและพี่ๆพนักงานชายที่ยังไม่เมามากเท่าไหร่คอยเดินตามหลัง

 

 

“ค่อยๆเดินครับ จะถึงรถแล้ว”

 

“ม่ายขับรถ”

 

“ผมไม่ให้พี่ขับอยู่แล้วล่ะน่า”

 

“ม่ายกลับบ้าน”

 

“ไม่กลับบ้านแล้วจะไปไหนเมาขนาดนี้”

 

“ไปเปิดห้องนอนกันไง ไม่ต้องกลับบ้านหรอก—” แบคฮยอนรีบเอามือปิดปากคนที่เมาแล้วเริ่มจะพูดเรื่อยเปื่อย คืนนี้ชานยอลไม่มีสติเอาเสียเลย ปล่อยตัวเองให้เมาไม่รู้แม้กระทั่งว่านอกจากแบคฮยอนและพนักงานแล้ว ยังมีปาร์คยุนโฮอยู่อีกคน

 

“อยากนอนกอดนายไม่รู้เหรอ”

 

“ชู่…” แบคฮยอนเหลียวหลังกลับไปมองพี่ชายคนโตที่ยังคอยเดินตามมาเงียบๆ ตอนที่พากันกลับเข้าไปในห้องอาหารเขาตกใจมากที่เห็นยุนโฮนั่งอยู่ในนั้น อีกฝ่ายเล่าให้ฟังว่ามีนัดแถวนี้พอดีและรู้มาว่ามีปาร์ตี้เลี้ยงส่งเขาก็เลยแวะมาดู

 

แบคฮยอนไม่รู้หรอกว่าพี่ใหญ่จะรู้หรือเห็นอะไรมาอีกไหม เขาไม่ได้กังวลใจมากเท่าแต่ก่อนอีกแล้ว อาจจะเพราะได้สารภาพความจริงไปอย่างหมดเปลือกเมื่อวันนั้น วันนี้เขาถึงกล้าจะเผชิญความจริง แต่ยังไงก็ไม่ควรโจ่งแจ้งเกินไปใช่ไหมล่ะ

 

“อยากฟัดให้จมเขี้ยว นายจะได้เรียกแต่ชื่อพี่รองคนเดียว ฮ่ะๆ”

 

แม้ชานยอลจะพูดไม่รู้เรื่องแต่ได้ยินแบบนั้นแล้วก็อดยิ้มขำปนเขินไม่ได้ โชคดีที่อีกฝ่ายกระซิบพูดเพียงเบาๆ แสดงความเจ้าเล่ห์ที่แบคฮยอนมองว่ามันดูเหมือนเด็กน้อยมากกว่า ถ้าไม่มีคนอื่นอยู่ด้วยเขาคงจะหยอกล้ออีกคนด้วยการแกล้งยั่วต่อปากต่อคำแล้วเหมือนกัน

 

“ต้องเป็นเด็กดีของพี่คนเดียว”

 

“พี่ก็ต้องเป็นเด็กดีของผมนะ”

 

“ขอจูบหน่อย”

 

“ชู่…”

 

“จูบปากหน่อยครั—”

 

“ยังไม่ได้ครับ” แบคฮยอนตีแก้มคนเมาเบาๆ ชานยอลแสร้งตีหน้าเศร้าตัดพ้อยิ่งมองก็ยิ่งเหมือนเด็ก “ถึงบ้านแล้วค่อยงอแง ตอนนี้เข้าไปนั่งดีๆก่อนนะ ผมหนักจะแย่แล้ว” ร่างเล็กค่อยๆดันคนตัวโตให้เข้าไปนั่งในรถ

 

ทุกอย่างเป็นไปด้วยความทุลักทุเล ไม่ว่าจะมาจากความดื้อของอีกคนหรือจะเป็นเรื่องขนาดตัวที่แตกต่างกัน ทว่าสุดท้ายแล้วแบคฮยอนก็ยังเป็นคนเดียวที่ชานยอลยอมฟังอยู่ดี

 

“เดี๋ยวเราไปนั่งข้างหลังพี่จะขับรถให้”

 

“แล้วรถพี่ใหญ่ล่ะครับ”

 

“พี่จะให้จงแดขับไปไว้ที่บริษัท” แบคฮยอนพยักหน้ารับคำพี่ชายคนโตหลังจากคาดเบลท์ให้ร่างสูงที่กึ่งนอนกึ่งนั่งนิ่งคล้ายหลับอยู่บนเบาะด้านหน้าไปแล้ว

 

“ขับรถกลับกันดีๆนะครับ ฝากส่งสาวๆด้วย” ร่างเล็กค้อมศีรษะให้พี่ๆพนักงานที่อุตส่าห์เดินมาส่งเป็นการบอกลา โดยไม่ได้สังเกตเลยว่าบางคนมีท่าทีแปลกๆไป

 

อันที่จริงก็ดูแปลกตั้งแต่ที่เขาและชานยอลพากันกลับเข้าไปในห้องอาหารเมื่อสองชั่วโมงก่อนแล้วเพียงแต่แบคฮยอนแค่ไม่ได้คิดจะหาความหมายจากมันเท่าไหร่ มัวแต่เอาเวลาไปสนใจคนที่วันนี้มีความสุขกับการดื่มเป็นพิเศษแทน

 

 

 

 

 

 

 

 

“ผมบอกว่าหวายก็หวายไง ห้องอยู่แค่นี้เดินไปเองได้ทำไมพี่วุ่นวายเรื่องคนอื่นแบบนี้นะปาร์คยุนโฮ…”

 

เสียงโวยวายของคนเมายังคงดังอย่างต่อเนื่องบนชั้นสองของคฤหาสน์ แบคฮยอนถอนหายใจให้กับท่าทางดื้อด้านของอีกฝ่าย เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นชานยอลเมาหนักถึงขนาดนี้ แต่ถึงปากจะอวดดีทว่าก็เป็นปาร์คยุนโฮอยู่ดีที่ช่วยประคองร่างสูงใหญ่นั้นมาจนถึงเตียงนอน

 

 

ตุบ…

 

 

“เมาอย่างกับหมา” ร่างเล็กยิ้มขำให้กับเสียงบ่นของพี่ชายคนโต ดวงตารีเล็กกวาดมองห้องนอนกว้างของคุณชายรองซึ่งนับครั้งได้เลยที่เขาเคยมากล้ำกราย เรียกว่าแทบไม่เข้ามาเลยก็ยังได้

 

เพราะนอกจากไม่มีเหตุจำเป็นอะไรที่ต้องเข้ามาแล้ว ห้องนอนสุดโอ่อ่าที่เคยมีผู้หญิงมากหน้าหลายตาแวะเวียนเข้ามาเมื่อนานแล้วมันทำให้เขาไม่อยากมาเท่าไหร่ นี่น่าจะเป็นครั้งแรกๆเลยที่แบคฮยอนได้เข้ามายืนมองสำรวจอย่างเต็มตา

 

 

“พี่ใหญ่ไปพักเถอะครับ ทางนี้ผมจัดการต่อเอง”

 

“นี่ก็ดึกแล้วเราเองก็ควรจะไปพัก—”

 

“ไม่เป็นไรครับ ผมยังไม่ง่วงเท่าไหร่”

 

“…”

 

“อีกหน่อยก็ไม่มีโอกาสได้อยู่ใกล้ๆแล้ว ให้ผมอยู่นะครับ” แบคฮยอนไม่ได้สบตาปาร์คยุนโฮด้วยซ้ำตอนที่พูด สายตาของเขาจับจ้องไปที่ร่างสูงซึ่งนอนหายใจสม่ำเสมออยู่บนเตียงนอนหลังใหญ่ตรงหน้าตลอด พี่ชายคนโตเห็นแล้วจะทำอย่างไรได้นอกจากยินยอม

 

“ถ้าอย่างนั้นพี่ไปพักก่อนแล้วกัน” ร่างสูงน่าเกรงขามขยับเข้ามาโคลงศีรษะทุยด้วยความเอ็นดู ริมฝีปากกดจูบกลุ่มผมนุ่มของน้องแทนการบอกฝันดีก่อนจะเดินออกไปจากห้องนอนพร้อมกับเสียงปิดประตูแผ่วเบา…

 

 

 

แบคฮยอนลากเท้าเข้าไปนั่งลงบนเตียงข้างๆกับที่ชานยอลนอนอยู่ เขาใช้เวลาเกือบสิบนาทีไปกับการนั่งมองคนตัวสูงนอนหลับอย่างไม่รู้สึกเบื่อ

 

ใบหน้าหล่อสีแดงระเรื่อเริ่มซีดจนเหมือนสีของกระดาษ กลุ่มผมสีเข้มที่ระกรอบหน้าคมชัดนั้นไม่ได้บั่นทอนความหล่อเหลาของอีกฝ่ายแต่อย่างใด แม้ในเวลาแบบนี้แบคฮยอนก็ยังมองว่าชานยอลเป็นคนที่ดูดี คิ้วหนาซึ่งชอบขมวดชิดกันบ่อยจนคิดว่าบางครั้งเจ้าตัวก็อาจจะไม่รู้ค่อยๆคลายจากกันเมื่อแบคฮยอนกดริมฝีปากลงตรงกลาง

 

“วันนี้ดื่มเยอะเลยนะครับ พรุ่งนี้จะไม่ปวดหัวใช่ไหม”

 

แบคฮยอนยิ้มถามพลางส่ายหน้า เขาหายเข้าไปในห้องน้ำเพื่อหาผ้าชุบน้ำบิดหมาดติดมือกลับมา ก่อนจะบรรจงเช็ดใบหน้าหล่อเหลานั้นให้ ไม่ลืมช่วยถอดถุงเท้าออกเพื่อที่อีกฝ่ายจะได้นอนอย่างสบายตัว

 

“เด็กโง่…”

 

อะ…”

 

แบคฮยอนตกใจเมื่อร่างสูงนอนละเมอคว้ามือเขาไว้แน่นทั้งที่ยังหลับตา

 

“อยู่กับฉันไม่ต้องกลัว”

 

“…”

 

“จะปกป้องนายเองอย่าไปไหน อยู่ด้วยกันอย่าไปไหน…” ร่างเล็กเม้มปาก ขอบตาชื้นขึ้นมาเพียงได้ยิน

 

“บอกแล้วไงว่าชอบ บอกไปหมดแล้วไม่ใช่หรือไง” ไม่รู้หรอกว่าอีกฝ่ายกำลังฝันถึงเรื่องอะไร แต่พอได้ฟังแล้วรอยยิ้มของเขากลับทั้งสุขและทั้งเศร้า แบคฮยอนหยุดจ้องหน้าชานยอล อีกครั้ง ปลายนิ้วเรียวสัมผัสแก้มสากอย่างค่อยเป็นค่อยไปคล้ายอยากปลอบประโลม

 

“ชอบผมเหรอครับ”

 

“…”

 

“พี่รองชอบผมใช่ไหม” แบคฮยอนก้มหน้ายิ้มให้กับตัวเอง การตัดสินใจไปเรียนต่อครั้งนี้ไม่ใช่เพราะถูกใครบังคับแต่เพราะที่ผ่านมาแบคฮยอนรู้สึกว่าตัวเองยังโตไม่พอจะรับมือกับปัญหา

 

เขาอยากออกไปเผชิญโลกข้างนอกดูบ้าง อยากลองออกไปใช้ชีวิตในที่แสนไกลโดยไม่ต้องมีใครคอยประคบประหงม บอกว่านั่นไม่ดี นี่ไม่ควรทำ แบคฮยอนแค่อยากเดินบนเส้นทางที่เลือกเองดูจริงๆสักครั้ง 

 

 

แต่ก็อยากมีชานยอลด้วยถึงได้ตั้งเงื่อนไขกับปาร์คยุนโฮขึ้นมาเพื่อแลกเปลี่ยน

 

 

“ผมก็ชอบพี่เหมือนกัน”

 

ชอบมากเลยรู้ไหม

 

“รอผมนะครับ ถ้าผมบอกแล้วพี่ต้องรอนะ เพราะผมก็จะรอเหมือนกัน…”

 

วันที่พวกเขาจะสามารถรักกันได้จริงๆ

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

 

 

“ในสายตาพวกพี่ผมอาจจะเด็กเกินจะพูดเรื่องนี้ แต่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่เพราะอารมณ์ชั่ววูบ…”

 

“พี่ใหญ่รู้จักพวกเราดี มันไม่มีทางเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบแน่นอน”

 

“ถ้าอย่างนั้นทำไมถึงอยากไปสวิสฯ”

 

“เพราะทุกคนมองว่าผมยังเด็กมั้งครับ”

 

“…”

 

“แม้แต่พี่รองก็มองผมแบบนั้นถึงคอยแต่ปกป้อง คอยแต่ออกรับแทนไม่เคยยอมบอกปัญหาของตัวเองเลยสักครั้ง” ร่างเล็กระบายทั้งที่น้ำตายังคงเปรอะแก้ม แววตามุ่งมั่นไม่อ่อนแอ กลับดูเข้มแข็งกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาคล้ายจะยืนยันให้พี่ชายคนโตได้รู้ว่าเขาจะไม่เปลี่ยนใจ

 

“ตั้งแต่จำความได้ผมก็อยู่ที่นี่มาตลอด ผมไม่เคยอยากจะไปที่ไหนจริงๆแม้แต่วันที่รู้ว่าไม่ใช่ลูกของคุณพ่อ แต่รู้ไหมครับว่าผมเปลี่ยนความคิดนี้เมื่อไหร่”

 

“…”

 

“ตอนที่ได้ยินเรื่องนี้ไง”

 

“…”

 

“มันผิดมากใช่ไหม”

 

“ไม่หรอก เราแค่ห่วงว่าพวกนาย—”

 

“อย่างนั้นสองปีนับจากนี้ถ้าผมทำให้เห็นว่าโตพอจะดูแลตัวเองได้และตัดสินใจกับชีวิตตัวเองเป็น”

 

“…”

 

พี่จะยอมให้เรารักกันได้ไหม

 

คำถามตรงไปตรงมาจากน้องชายที่เปรียบดั่งแก้วตาดวงใจของบ้านเสียดแทงใจพี่ชายคนโตเข้าอย่างจัง ปาร์คยุนโฮในตอนนั้นนั่งนิ่งสบตาน้อง เป็นถึงเจ้านายคนที่เผชิญปัญหามาหลายรูปแบบแต่กลับปล่อยนัยน์ตาให้วูบไหวกับคำถามเพียงไม่กี่คำของน้องชายช่างน่าขันสิ้นดี

 

“ถ้าปัญหามันเกิดจากความเป็นห่วง แล้ววันใดวันหนึ่งผมทำให้พวกพี่วางใจโดยไม่ต้องกังวลใดๆได้ก็น่าจะพอแล้วใช่ไหม พี่ใหญ่กับคุณนมจะให้เรารักกันได้ใช่ไหม”

 

“แบคฮยอน…”

 

“ผมจะทำให้พวกพี่เห็นนะครับว่าตัวเองโตพอจะรักพี่รองได้ พี่ใหญ่กับคุณนมก็ช่วยทำให้ผมเห็นด้วยนะครับ… ว่าห่วงพวกเราจริงๆไม่ใช่คนอื่น”

 

“…”

 

“เรื่องไปเรียนสวิสฯหวังว่าจะสนับสนุนผม”

 

 

 

 

แววตามุ่งมั่นกับน้ำเสียงเด็ดเดี่ยวของน้องชายคนเล็กในวันนั้นปาร์คยุนโฮยังคงจำได้ดี รวมถึงฉากพลอดรักที่เพิ่งเห็นมากับตาตัวเองสดๆร้อนๆเมื่อคืน เขาเข้าใจทุกอย่าง เข้าใจเหตุผลของทุกคนดีไม่ว่าจะผู้ใหญ่ที่ล่วงลับไปแล้ว คุณนมที่ยังอยู่ หรือแม้แต่น้องชายทั้งสองคน

 

เป็นอะไรที่น่าหนักใจสำหรับคนกลาง

 

แต่ยังไงเขาก็คงต้องเลือกเชื่อสัญญาตญาณของตัวเอง มันอาจไม่ใช่การตัดสินใจที่ถูกต้องนัก และแน่นอนว่าเขาไม่สามารถทำเรื่องนี้ให้ถูกใจทุกคนได้ แต่ยุนโฮก็ให้คำตอบกับตัวเองมาสักพักแล้วว่าจะจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ยังไง

 

 

“คุณโบราเข้ามาพบผมหน่อยครับ ตามเลขาลีเข้ามาด้วย”

 

 

ประธานปาร์คกรุ๊ปฯกดสายเรียกเลขาสาวที่นั่งประจำการอยู่หน้าห้องซึ่งเปรียบเสมือนมือซ้าย และเลขาชายที่เปรียบเป็นมือขวาคอยติดตามเป็นที่ปรึกษาทุกเรื่องให้เข้ามาพบในห้องทำงานพร้อมกัน

 

 

“ท่านประธานมีอะไรให้พวกเรารับใช้หรือคะ” ทั้งคู่ใช้เวลาไม่นานในการเข้ามารับฟังคำสั่ง ร่างสูงน่าเกรงขามซึ่งนั่งเก้าอี้ตำแหน่งเหนือใครเงียบไปพักหนึ่ง เขาถอนหายใจทิ้งก่อนจะเอ่ยความต้องการของตัวเอง

 

“ช่วยปล่อยข่าวให้ผมทีสิ”

 

“ข่าวหรือครับ”

 

“อืม ปล่อยข่าวลือให้ผมหน่อย ว่าจริงๆแล้วแบคฮยอนไม่ใช่ลูกแท้ๆของประธานปาร์คซอนมิน”

 

“…” 

 

แต่เป็นคู่หมายของชานยอล

 

 

นั่นสินะ… 

 

เรื่องมาถึงขนาดนี้แล้ว อีกทั้งเมื่อคืนก็มีพนักงานในบริษัทอีกหลายคนที่ร่วมเห็นเหตุการณ์หน้าห้องน้ำเหมือนกันกับเขา หากจะให้แก้ต่างต่อไปว่าทั้งคู่เป็นพี่น้องกันก็คงยากจะฟังขึ้น สู้บอกความจริงให้หายคลางแคลงใจคงดีที่สุด

 

ชานยอลไม่หยุด เขารู้… เด็กสองคนนั้นเดินไปไกลเกินกว่าจะฉุดรั้งไว้ได้แล้ว ที่ผ่านมาเรื่องภายในครอบครัวเป็นส่วนตัวมาโดยตลอด บางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าน้องชายคนเล็กของเขาหน้าตาเป็นยังไง เรื่องที่หลุดออกไปก็ไม่ได้เปิดเผยแน่ชัดมาตั้งแต่แรกไม่ว่าจะเรื่องนี้หรือเรื่องไหน หากจะใช้ประโยชน์จากมันก็คงไม่แย่

 

 

 

ทำไงได้ล่ะ

 

 

 

“คะ?”

 

“คุณฟังไม่ผิดหรอก”

 

ถึงจะรู้สึกผิดต่อผู้เป็นพ่อแต่ถ้าไม่ทำเขาเองก็คงจะรู้สึกผิดต่อน้องชายเหมือนกัน บางครั้งเราก็ต้องเลือกแม้ว่าจะเป็นเรื่องยากและลำบากใจ

 

“ถ้างั้นจะให้เราสองคนเริ่มเมื่อไหร่ดีคะ”

 

“เริ่มได้เลย”

 

“คุณชายรองจะไม่เป็นไรใช่ไหมครับ”

 

“ไม่เป็นไร”

 

ในเมื่อเลือกจะรักกันแล้วก็ต้องรับสภาพให้ได้ และเขาเชื่อว่าน้องชายหัวรั้นคนนั้นคงเต็มใจรับมันอยู่แล้ว พี่ชายอย่างเขาก็คงช่วยได้เท่านี้ที่เหลือทั้งคู่ต้องเรียนรู้เอาเอง

 

“สองคนนั้นไม่ได้อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่แรก แบคฮยอนเข้าโรงเรียนประจำตลอดส่วนชานยอลก็เพิ่งจะกลับมา ก่อนหน้านั้นคุณชายหัวรั้นก็อยู่แต่คอนโดฯกับเพื่อน วันหยุดถึงจะกลับบ้าน”

 

นั่นคือความจริง

 

“ครับ/ค่ะ”

 

“เรื่องคู่หมายเป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่คิดกันไว้ เด็กสองคนเพิ่งมารู้ก่อนพ่อจะเสียไม่นาน” ส่วนนี่คือเรื่องปรุงแต่ง ปาร์คยุนโฮนึกขอโทษพ่ออยู่ในใจ อยากเอามือกุมขมับตัวเองหลายๆครั้งแต่ความเป็นจริงทำได้แค่นั่งหลังตรงยืนยันเจตนารมณ์ต่อหน้าลูกน้องด้วยท่าทีจริงจัง

 

“แค่ให้ลือปากต่อปากในบริษัทก็พอ ไม่ต้องเล่นใหญ่” เดี๋ยวพวกข้างนอกที่สนใจก็จะได้รู้จากคนในนี้เอง

 

“เค้าจะเชื่อกันเหรอครับ”

 

“เชื่อสิ” เพราะหากสืบให้ดีก็จะรู้…ว่าความจริงแบคฮยอนไม่ได้ใช้นามสกุลปาร์ค แต่ใช้นามสกุลของพ่อแม่ที่แท้จริงมาโดยตลอด

 

‘บยอน แบคฮยอน’

 

“รบกวนคุณสองคนจัดการให้ผมตามนี้แล้วกัน”

 

“รับทราบค่ะ/ครับ ท่านประธาน”

 

 

 

 

 

TBC.

 

 

 

 

 

หมายเหตุ : Gee – Girls’ Generation เพลงที่คิมดาซมและชาวพนง.ปาร์คกรุ๊ปฯร้องคาราโอเกะไปในต้นบทความนะคะ ขออนุญาตไว้ ณ ที่นี้. 

 

เรื่องนามสกุลน้องเรารีไรท์นิดหน่อยน้า, Q: ถามว่าถ้าใช้นามสกุลบยอนแต่แรกคนอื่นจะไม่รู้หรอ ตอบ ก็คือรู้แหละค่ะ คนใกล้ชิดก็คงคิดไปว่าน้องอาจใช้นามสกุลแม่ แต่คนในบริษัทหรือคนนอกจะไม่ค่อยรู้อะไร ซึ่งตรงนี้ในมุมมองเราว่าปกติ ที่บางทีเราเองก็ไม่ได้รู้ประวัติของเพื่อน/คนอื่นแน่ชัด ด้วยนิสัยไม่ค่อยพูดของแบค และความเป็นส่วนตัวของทางบ้านด้วยเลยเป็นอะไรที่ละไว้ในฐานที่เข้าใจ (ถ้าทำงงก็ขอโทษด้วยค้าบ) 

 

เหลืออีกไม่กี่ตอนจะจบเรื่องแล้วใจหายเหมือนกันนะเนี่ย TT นานๆทีมาอัพต้องขอโทษจริงๆนะคะที่ทำให้ไม่ต่อเนื่อง แต่ก็พยายามเต็มที่เหมือนเดิม ไม่รู้ว่าเรื่องนี้ได้เข้าไปอยู่ในใจใครบ้างมั้ย แต่คนแต่งแต่งเองก็สนุกเองอยู่นา ถึงบางทีจะลืมๆเนื้อเรื่องตัวเองบ้างอะไรบ้าง แหะ

 

เดือนหน้าน่าจะเปิดให้พรีออเดอร์หนังสือ กระซิบเลยว่าหน้าปกน่ารักมากกกกกกกเลย หวังว่าจะมีคนตั้งหน้าตั้งตารอคอยเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นที่ระลึกเหมือนเรื่องอื่นๆ (มันน่ารักจริงๆอยากให้มีครอบครอง) 

 

ยอดคนอ่านลดลงจนน่าใจหาย อาจจะเป็นผลจากที่เราอัพช้า ไม่สนุกหรือใดๆก็ตาม แต่แทนที่จะตัดพ้อเราอยากขอบคุณทุกคนที่ยังติดตามและคอยให้กำลังใจมาจนถึงตรงนี้ ทุกคอมเม้น ทุกกำลังใจมีผลในการผลักดันเราให้อยู่ต่อจริงๆค่ะ ขอบคุณมากๆจากหัวใจ <3  อยู่กันแบบนี้ไปนานๆได้มุ้ย รักผ้มไปนานๆเถอะจาได้มีแฮงแต่งต่อ ฮือ T^T 

 

ป.ล. ฝากลุ้นตอนหน้าเลยยยย

 

อย่าลืมๆๆ >> #ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

 

            

 

            

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 983 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,377 ความคิดเห็น

  1. #10278 วาววา (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564 / 12:45

    รักพี่ใหญ่อ่าาาา ทำเพื่อน้องทั้งสองงงง

    #10,278
    0
  2. #10088 ChungWila (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 22:07
    รักพี่ใหญ่ อ่านแล้วมันสุขปนเศร้ามากๆ แต่น้องก็เด็ดเดี่ยวมากๆรีบบอกพี่รองนะว่าหนูไม่ได้จะทิ้งสงสารพี่รองอ่ะแงงงงง
    #10,088
    0
  3. #10049 Kalaaked_ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 21:08
    เอาล่ะ
    #10,049
    0
  4. #10041 jjannyne (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 19:05
    เดี๋ยวเค้าก็ต้องห่างกันㅠㅠ
    #10,041
    0
  5. #9925 Ohsehun9494 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 มกราคม 2564 / 16:56
    พี่ใหญ่ทำดีแล้วนะคะ กอดๆค่ะ
    #9,925
    0
  6. #9906 sunny lin (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2563 / 21:20

    ดีมากค่ะพี่ใหญ่

    #9,906
    0
  7. #9878 SSToNG (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2563 / 15:29
    พี่ใหญ่ไม่ทำให้ผิดหวังเลยค่ะ
    #9,878
    0
  8. #9865 kybx (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 01:10
    ฮือออออ นุดีใจ
    #9,865
    0
  9. #9620 Recekalte (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2563 / 02:07
    ฮืออออชั้นรักพี่ใหญ่ ไอเลิ้บ
    #9,620
    0
  10. #9539 ไพลอท (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 / 00:35
    อมกๆๆ

    พี่รองเป็นจัดการเองส่ะด้วยครั้งนี้ขอบคุณพี่รองที่เปิดใจนะฮื่อ ถึงแม้ว่าจะเป็นการปล่อยข่าวลือก็นะ ขอให้พี่รองกับน้องผ่านมันไปด้วยกันให้ได้ เหลือด่านคุณนมด่านเดียว ฮึบๆอีกนิดเดียว!
    #9,539
    1
    • #9539-1 ไพลอท(จากตอนที่ 25)
      25 พฤศจิกายน 2563 / 00:35
      พี่ใหญ่สิ**
      #9539-1
  11. #9224 ppimook (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2563 / 15:57
    พี่ใหญ่คือเริ่มยอมรับทั้งสองคนแล้ว;-; พี่รองกับน้องเล็กสู้ๆนะคะ
    #9,224
    0
  12. #9218 somruethai1307 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2563 / 01:22
    ชอบอะ คู่หมาย ดีมากคะ
    #9,218
    0
  13. #9150 YOeL (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2563 / 02:07
    แงงงงงงใจหายแล้ววค่ะอีกไม่กี่ตอนจริงๆหรอ😭😭😭😭🥺🥺🥺
    #9,150
    0
  14. #9063 bozhanlukmae520 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2563 / 06:48

    รออ่านอยู่นะคะ คิดถึงพี่รองกับน้องเล็กแล้วนะคะ
    #9,063
    0
  15. #9062 nunnuna (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2563 / 23:45
    เราชอบทุกๆตัวอักษรเลยนะคะ รอคอยทุกตอนเลยย รักทั้งพี่นักเขียนและทุกๆตัวละครเลยยย รอซืัอเล่มให้มาอยู่กับเพื่อนๆหนังสือเล่มอื่นยุนะค่า
    #9,062
    0
  16. #9061 LeJNp (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2563 / 21:56

    แงงง น้อยลงเหรอคะ มันสนุกมากเหมือนเดิมค่ะ ลุ้นทุกบรรทัด แค่ตอนนี้เรายุ่งกับงานเลยเพิ่งมีเวลามาอ่านตอนล่าสุด พี่หนิงสู้ๆนะคะ🧡🧡🧡🧡🧡

    #9,061
    0
  17. #9060 ZxPRL (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2563 / 21:55

    แล้วพวกพนักงานที่ทำเรื่องรับเด็กฝึกงานก็ต้องเห็นนามสกุลแล้วใช่มั้ยคะ พวกเพื่อนก็น่าจะรู้ใช่มั้ย เวลาออกไปแนะนำตัวพรีเซ้นท์งานที่มหาบัยอะไรแบบนี้อ่า

    #9,060
    0
  18. #9059 PakKAd127 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2563 / 13:01
    ฮือออ ฉันจะร้องไห้ อยากให้เข้าอยู่ด้วยกัน รออนะๆๆ ส่งใจไปปิ้วๆๆ
    #9,059
    0
  19. #9058 `CHANCHAN (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2563 / 17:38
    สนุกมากเหมือนเดิมค่า ยังตามอยู่นะคะ แต่เวลาว่างมาอ่านน้อยลงมากๆเลย วันนี้ว่างแล้ว เลยแวะมาอ่าน เป็นกำลังใจให้นะคะ รอเล่มนะคะ
    #9,058
    0
  20. #9057 realminw (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2563 / 16:08
    ไรท์จะกลับมาไหมคะ เป็นกำลังใจให้น๊าาา กลับมาอัพได้แล้วววว☺️
    #9,057
    0
  21. #9056 Khuanchanok_haha (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2563 / 00:07
    รอนะค้ะ
    #9,056
    0
  22. #9052 PAM_17 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2563 / 02:45
    ตอนนี้สุขปนเศร้าเลย สงสารพี่รองมากที่ลึกๆคือเสียใจที่น้องจะห่างไปไกล
    #9,052
    0
  23. #9049 bbhwrp (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 16:11
    กรี๊ดดดดด พี่ยุนโฮ;-;
    #9,049
    0
  24. #9048 Pseewhy (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 05:13
    เอาจริง พิสูจน์หลายรอบมาก เดี๋ยวพี่พิสูจ น้องพิสูจ พอดีแหละ กว่าจะได้อยู่ด้วยกัน
    #9,048
    0
  25. #9047 Pseewhy (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 05:12
    แล้วงี้น้องยังต้องไปสวสอยุ่ปะ
    #9,047
    0