HYUNG 형 | Chanbaek -END-

ตอนที่ 24 : CHAPTER 23 | ง้องอน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,287
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,170 ครั้ง
    27 ก.ย. 63

 

 

 

 

 

 

23

 

 

 

 

 

 

 

 

 

       

23.00 น.

 

แบคฮยอนไม่รู้เลยว่าตัวเองได้ใช้เวลาบนเตียงไปกับชานยอลนานเท่าไหร่แล้ว

 

 

 

มือเรียวเอื้อมหยิบโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะข้างหัวเตียงเพื่อดูเวลา ใกล้กันนั้นคือทิชชู่กองหนึ่งซึ่งห่อหลักฐานความลามกของคนสองคนไว้ภายใน และตอนนี้ยังมีน้ำสีขาวขุ่นบางส่วนซึมออกมาเป็นวง…

 

โคมไฟตั้งโต๊ะคริสตัลยังคงเป็นสิ่งเดียวที่ให้แสงสว่างภายในห้องสวีตราคาแพงหูฉี่ที่ซีอีโอปาร์คกรุ๊ปเพิ่งรูดบัตรเข้าพักเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ แสงสีส้มนวลสลัวๆให้ความรู้สึกเย้ายวน หน้าต่างกระจกทั้งแถบที่ด้านนอกเป็นวิวตึกสูงตั้งตะหง่านสมเป็นเมืองมั่งคั่ง 

 

ทว่าความสวยงามเหล่านั้นกลับไม่ได้ดึงดูดสายตามากเท่ากับเงาสะท้อนของสองร่างที่ยังคงทาบทับกันจนเกือบจะเป็นหนึ่งเดียว

 

“ดึกแล้วนะครับ เราจะกลับกันตอนไหน…”

 

เจ้าตัวเล็กทำตาปรือถามเสียงค่อย ทั้งเกรงใจและรู้สึกวาบหวามให้กับริมฝีปากรุ่มร้อนที่จนกระทั่งตอนนี้ยังคงคลอเคลียหลังคอกันไม่ยอมห่าง

 

เรือนร่างงามเปล่าเปลือยนอนคว่ำ ปล่อยให้ร่างสูงใหญ่ที่เปลือยไม่ต่างกันนอนทับจากด้านบนจนตัวเองแทบจะจมหายไปกับเตียง

 

มากกว่านั้นแบคฮยอนยังปล่อยให้สิ่งที่เพิ่งสงบลงของอีกฝ่ายดุนดันอยู่กับต้นขาโดยไม่บ่นสักคำ น่าอายที่เขาเต็มใจให้อีกคนบดกายเข้าหาซ้ำๆ ทั้งยังส่งเสียงครางรัญจวนคล้ายไม่อาจทน

 

ไม่รู้เลยว่าทุกการแสดงออกอย่างซื่อตรงของตัวเองนั่นแหละที่เร้าอารมณ์ดิบของคนมากประสบการณ์เพียงใด

 

“ไม่อยากค้างที่นี่หรือไง”

 

เสียงทุ้มใหญ่เอ่ยถามก่อนจะดันใบหน้าของคนใต้ร่างให้หันมารับจูบ เรียวลิ้นที่สอดเข้ามาในโพรงปากแสดงความช่ำชองแบคฮยอนไม่แน่ใจว่าอีกคนเพียงถามไปอย่างนั้นหรือต้องการจะฟังคำตอบจากกันจริงๆ

 

 

เพราะกว่าจะยอมคายลิ้น…

 

น้องก็แทบจะหมดลมหายใจอีกรอบ

 

 

“พี่ใหญ่รู้เข้าเราจะถูกดุเอานะครับ”

 

“ไม่ดุ…”

 

ถ้าหากว่านี่คือการลงโทษกันล่ะก็ แบคฮยอนบอกเลยว่านักธุรกิจอย่างชานยอลร้ายกาจอย่างหาตัวจับยาก เพราะนอกจากจะยังไม่ทันขาดทุนอะไรแล้วยังตักตวงกำไรได้เป็นกอบเป็นกำ ตั้งแต่บนรถมาจนถึงโรงแรมแบคฮยอนโดนรังแกอย่างไม่กลัวช้ำ เสียงลมหายใจหนักหน่วงอย่างมีอารมณ์ของอีกฝ่ายฟังกี่ครั้งแบคฮยอนก็ไม่เคยชิน

 

 

มันทั้งเซ็กซี่ และชวนให้เด็กอ่อนประสบการณ์ร้อนวูบวาบตาม

 

 

“วันนี้พี่ใหญ่มีกินเลี้ยงที่โรงแรมพี่สะใภ้ คงไม่กลับไปค้างที่บ้าน” ร่างสูงบอกอย่างมั่นใจก่อนจะจับน้องให้พลิกตัวนอนหงาย ปลายจมูกโด่งกดลงบนซอกคอระหง เรียวปากฝังจมบริเวณเดียวกันแล้วกัดเบาๆ

 

“อือ ไหนว่าจะไม่ดูด…”

 

“พยายามอยู่”

 

คนแก่กว่าสารภาพข้างหู น้ำเสียงฟังดูออดอ้อนอยู่ในทีทำแบคฮยอนเขินจนหาจุดพักสายตาไม่ได้ เขาเห็นภาพตัวเองสะท้อนในกระจกหน้าต่างลางๆยามที่อุ้งมือหนาลูบไล้เรียวขาแล้วนึกตลกเหมือนกัน สีหน้ามวนท้องแบบนั้นน่ะเหรอ… ที่ชานยอลบอกว่าน่ารักดี

 

 

แบคฮยอนว่ามันดูทะลึ่งมากกว่าอีก

 

 

“พยายามอะไรกัน พี่ไม่ได้ทำมันเลยสักหน่อย…” ตอนที่ใบหน้าหล่อเลื่อนต่ำลงเรื่อยๆจนถึงหน้าท้อง ชานยอลกดจูบแล้วช้อนตามองมาแบคฮยอนรู้สึกใจเต้นแรงเหมือนจะหลุดออก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เล็กๆที่มุมปากนั่นไม่รู้เรียกหว่านเสน่ห์ได้ไหม แต่แบคฮยอนเห็นแล้วแทบละลายตาย 

 

 

คุณชายรองที่อยู่บนเตียงกับเขาตอนนี้หล่อจนไม่อยากให้ใครได้เห็นอีกเลยนอกจากตัวเอง

 

 

อะ ไม่เอาครับ” ร่างเล็กครางประท้วง มือคอยดันศีรษะคนแก่กว่าให้ออกห่างจากกลางระหว่างขาแต่คืนนี้คุณชายเค้าดื้อเกินจะฟัง ใบหน้าหล่อซุกลงมอบความรู้สึกปั่นป่วนในท้องน้อยให้แบคฮยอนอย่างไม่รู้จักอาย

 

…”

 

“ไม่เอาแล้วยกขาขึ้นทำไม”

 

“ก็พี่—” แบคฮยอนเม้มปากแน่นใบหน้าบิดเบี้ยวไปกับสัมผัส พยายามบังคับตัวเองอย่างมากไม่ให้เผลอเอามือไปจิกกลุ่มผมสีเข้มนั้นแต่คุณชายก็แกล้งกันเหลือเกิน

 

ทั้งกัดทั้งถูปลายจมูกไปตามเรียวขางาม แกล้งให้ร่างเล็กจิกเกร็งปลายเท้า แอ่นอกต่อต้านความเสียวซ่านที่ตัวเองเป็นผู้มอบให้

 

“ย หยุดแกล้งผมได้แล้ว พรุ่งนี้เรายังต้องไปทำงานนะครับ” เสียงหวานติดดุเริ่มสั่นกระเส่า ลมหายใจติดขัดให้กับภาพศีรษะของอีกคนที่ยังคงขยุกขยิกอยู่ตำแหน่งเดิมไม่ยอมผละออกง่ายๆ

 

“แล้วไง มีเวลาอีกตั้งหลายชั่วโมง”

 

“หลายชั่วโมงอะไรกัน เรายังต้องกลับบ้าน…”

 

“ใครบอกว่าเราจะกลับ”

 

“อย่าเอาแต่ใจสิครับ ไม่มีพี่ใหญ่ก็ยังมีคุณนม—โอ้ย!” แบคฮยอนหลุดร้องเสียงหลงเมื่อถูกคนตัวโตกัดเข้าที่ซอกขาด้านใน ถึงไม่แรงจนทำให้เจ็บแต่ก็ตกใจจนทำให้เขารีบกระถดตัวลุกขึ้นมานั่งกอดขาตัวเองไว้ทันที

 

ไม่ลืมมองค้อนคนที่อยู่ดีๆก็มากัดกันเอาดื้อๆโดยที่ไม่ให้ได้ตั้งตัว

 

“เจ็บนะครับ”

 

“ขู่เหรอ” 

 

ชานยอลหมายถึงเรื่องที่แบคฮยอนพูดชื่อหญิงชราขึ้นมาในเวลาแบบนี้

 

“ผมพูดความจริงต่างหาก คุณนมดุที่สุดในโลก” 

 

ร่างสูงแค่นเสียงหัวเราะพลางเสยผม ยืดตัวลุกขึ้นมานั่งหลังตรงจ้องเด็กดื้อที่เก่งกล้าจนต่อปากต่อคำกับเขาโดยไม่กลัวเหมือนเมื่อก่อน ท่านั่งกอดขาตัวเองบนเตียงนอนในสภาพล่อนจ้อนมองๆไปก็ทั้งน่าเอ็นดูและให้ความรู้สึกอยากรังแกเพิ่มในเวลาเดียวกัน

 

“ผมลุกไปอาบน้ำแล้วนะครับ พี่นอนพักก่อนก็ได้เสร็จแล้วผมจะมาเรีย—”

 

“ไม่เอาครับ”

 

 

 

หมับ!

 

 

 

อ๊ะ…” ร่างเล็กที่กำลังตั้งท่าจะลุกออกจากเตียงถูกมือหนาคว้าข้อเท้าข้างหนึ่งไว้ คนน่ารักนิ่วหน้ามองก่อนจะครางเป็นลูกหมาเมื่อคนแก่กว่าออกแรงดึงข้อเท้าข้างนั้นเข้าหาตัว

 

“งื้อ…”

 

จับแบคฮยอนขึ้นนั่งทิ้งตัวทับบางสิ่งแล้วล็อคเอวคอดไว้แน่นไม่ให้หนีไปไหน

 

เสร็จอีกรอบแล้วค่อยกลับกัน

 

“พอแล้วครับ เมื่อกี้ก็ทำไปแล้วทำไมวันนี้พี่เอาแต่ใจจัง—อือ” ใช่ว่าจะสนใจ ริมฝีปากบางถูกจูบอีกครั้งอย่างไม่รู้จักพอ ยามที่เขาส่งเสียงประท้วงในลำคอชานยอลจะหัวเราะสั้นๆราวกับชอบใจเหลือเกินที่เอาเปรียบกันได้สำเร็จ

 

นิ้วเรียวจิกลงบนลาดไหล่หนาเมื่ออีกคนขยับกาย พาเขาเอนตัวเข้าไปใกล้หัวเตียงทั้งที่ยังนั่งคร่อมตักกันอย่างนั้นและริมฝีปากก็ยังคงทำหน้าที่ของมันแบบไม่มีเสียจังหวะ

 

แม้อยากให้หยุดการกระทำเพราะเวลาล่วงดึกเข้ามามากทุกทีแต่แบคฮยอนปฏิเสธไม่ได้ว่ารู้สึกดีจริงๆ ชานยอลไม่เคยยัดเยียดหรือบังคับ แต่อีกฝ่ายรู้วิธีทำให้เขาโอนอ่อนและต้องการ บางทีชานยอลอาจจะรู้จักร่างกายเขาดีกว่าตัวเขาเองด้วยซ้ำ

 

เพราะทุกครั้งที่แบคฮยอนบอกว่าพอ ทว่าเพียงชานยอลสัมผัส ทุกส่วนในร่างกายของเขากลับยังตอบสนองสู้มือเป็นอย่างดีราวกับว่ามันไม่เคยพอจริงๆ

 

 

ร่างกายของเขาต้องการชานยอลเสมอ

 

 

“ที่คังวอนโดไม่เห็นเป็นแบบนี้เลย”

 

“แบบไหน”

 

คนน่ารักนึกอยากจะเอามือปิดสายตาคนตัวโตที่ใช้มองกันหลังจากผละจูบ จะได้ไม่ต้องเขินให้หน้าเห่อร้อนไม่หยุดแบบนี้

 

“คนลามก—” 

 

“ตอบดีๆครับ”

 

“ก็มันจริง” 

 

“งั้นคืนนี้จะไม่จบง่ายๆ”

 

“น่ากลัวจังเลย…”

 

“หึ…”

 

แบคฮยอนรู้ว่าตัวเองโตขึ้นมากตั้งแต่พัฒนาความสัมพันธ์กับชานยอล อีกฝ่ายสอนให้เป็นตัวของตัวเองและทำให้เขากลายเป็นเด็กกล้าพูดกล้าทำในสิ่งที่อยากทำ แม้แต่การเล่นหูเล่นตากันยามที่อยู่ตามลำพังสองคน

 

หยิบคอนด้อมบนโต๊ะให้ทีครับ

 

ร่างสูงบอกเสียงเรียบ สีหน้านิ่งเหมือนเวลาสั่งงานเลขาทว่าแบคฮยอนกลับสังเกตเห็นรอยยิ้มเล็กๆในดวงตาคู่นั้น

 

“อ่า ผมคิดว่าตอนนี้คงใกล้เที่ยงคืนแล้วนะครับบอส”

 

“ถ้าไม่หยิบให้…”

 

เป็นรอยยิ้มที่ร้ายกาจที่สุด

 

“ผมก็จะเข้าไปแบบนี้แล้วปล่อยข้างในนะครับ เด็กฝึกงาน”

 

“ให้ตายสิ…”

 

“ท้องไม่รู้นะ”

 

“พี่ทำให้ผมเป็นเด็กใจแตกนะครับ เผื่อไม่รู้ตัว” คนอ่อนกว่าเบ้หน้าให้คนที่พูดหยอกด้วยแววตาเจ้าชู้แบบที่น้อยคนจะเคยเห็น 

 

“แล้วผมก็ท้องไม่ได้สักหน่อย…” บ่นพึมพำ สุดท้ายก็เป็นแบคฮยอนเองที่ต้องเอื้อมมือไปหยิบซองฟอยล์บนโต๊ะข้างหัวเตียงมาให้คนเอาแต่ใจ ไม่รู้บอสหนุ่มไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนคืนนี้ถึงได้ยาวนานนัก

 

แบคฮยอนมองลักยิ้มของร่างสูงปรากฏบนข้างแก้มจางๆแสดงความพอใจก่อนที่อีกฝ่ายจะพูดเรื่องหน้าไม่อายออกมาอีก

 

 

 

หนูลุกขึ้นนั่งคลานเข่าได้ไหม จะได้เสร็จไวๆ

 

 

 

บ้าชะมัด…

 

 

 

ตอนนั้นแบคฮยอนไม่รู้แล้วว่าความอายของตัวเองจะสิ้นสุดลงที่ตรงไหน พอชานยอลบอกอย่างนั้นเขาจะกล้าขืนตัวนั่งทับตักต่อได้อย่างไร แบคฮยอนอายจนอยากแทรกหายไปกับเตียงนอนหลังกว้างแต่ความเป็นจริงทำได้แค่ค่อยๆกระถดตัวออก

 

คลานเข่าไปตามความนุ่มหยุ่น สองมือกำผ้าปูที่นอนแน่นแล้วแนบแก้มลงบนพื้นพร้อมยกสะโพกให้กับคนด้านหลัง

 

ชานยอลมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกเอ็นดู เขาโน้มตัวตามคร่อมแล้วจูบแผ่นหลังเนียนไล่ขึ้นไปถึงใบหูอย่างรักใคร่ดูทะนุถนอม สวนทางกับแรงฝ่ามือที่ใช้ฟอนเฟ้นบั้นท้ายงามงอนสลับฟาดเบาๆอย่างมันเขี้ยวเกินทน

 

“ห้ามทำแบบนี้กับใคร ไม่งั้นจะตีให้ตาย”

 

อะ…”

 

น้องหลุดครางเสียงหวานสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ผิวขาวที่มั่นใจว่าไม่เคยผ่านมือใครยกเว้นตัวเขาเองเปลี่ยนเป็นแดงระเรื่อ เมื่อมันกำลังเริ่มกลืนกินตัวตนของชานยอลลึกเข้าไปอีกครั้งหนึ่ง

 

“จ จะเที่ยงคืนแล้ว อีกรอบเดียวพอแล้วนะครับ—อ๊ะ!

 

 

ทั้งรัก และทั้งหลง

 

คงเป็นคำแทนความรู้สึกที่เขามีต่อเด็กตรงหน้าได้ดีที่สุดในยามนี้

 

 

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

 

 

 

ไฟหน้ารถหรูของคุณชายรองดับลง ณ ตำแหน่งจอดประจำของคฤหาสน์ในเวลาเกือบจะตีหนึ่ง แบคฮยอนปลดเบลท์ ทำท่าจะเปิดประตูลงรถทันทีทว่าร่างสูงกลับคว้าแขนเขาไว้ก่อน

 

“ครับ?”

 

ใบหน้าเล็กหันกลับมามองพลางขมวดคิ้วงุนงง ชานยอลไม่ได้พูดอะไรแต่ภาษากายที่แสดงออกโดยการเอียงคอมาให้แล้วแตะปลายนิ้วลงบนแก้มตัวเองแบบขอไปทีด้วยอาการหน้าตายนั่นน่ะ…

 

 

คุณชายรองเค้าคิดว่าตัวเองคือเด็กหนุ่มวัยสิบห้าปีหรือยังไง

 

 

“อะไรครับ จะให้ทำอะไรก็บอกสิ”

 

“หอมแก้ม”

 

“อ่า…”

 

“หนูยังไม่ได้บอกกู๊ดไนท์”

 

“พี่เหมือนเด็กเข้าไปทุกทีแล้วรู้มั้ย” แบคฮยอนพูดติดตลกพลางกลอกตาแก้เขิน ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่าเวลาอยู่ด้วยกันอีกคนจะเป็นแบบนี้ ทำหน้านิ่งเหมือนออกคำสั่งแต่จริงๆมันคือการอ้อนให้เอาใจ แล้วก็มักจะเผลอทำตัวเรียกร้องความสนใจเป็นคุณชายรองวัยเด็กไม่รู้ตัว

 

“คบกับเด็กจะให้ทำตัวแก่เหรอ”

 

“ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ ผมง่วงจะแย่แล้ว”

 

“งั้นก็รีบๆทำ”

 

“ไม่ทำจะนอนไม่หลับหรือไงครับ”

 

“ไม่ทำหนูก็ไม่ต้องลงไป”

 

“จริงๆเลย ทำไมวันนี้พี่เอาแต่ใจเก่งแบบนี้นะ”

 

“อย่าเปลี่ยนเรื่องครับ เร็วๆ”

 

“หน้าไม่อายอีกแล้ว ผมเปลืองตัวนะ…” แบคฮยอนหน้างอพึมพำกับตัวเอง ไม่ได้คิดจะเล่นตัวแต่เพราะวันนี้ถูกเอาเปรียบมากเกินไปแล้ว ถึงส่วนหนึ่งจะมาจากการอยากไถ่โทษและความต้องการลึกๆส่วนตัว ทั้งที่ยอมให้อีกคนรังแกบนรถ จนถึงตามไปเปิดโรงแรมนอนด้วยกันไม่กี่ชั่วโมงเพื่อทำอะไรก็รู้ๆอยู่

 

ยังไงมันก็น่าอายอยู่ดีนั่นแหละที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้

 

 

 

จุ๊บ!

 

 

 

แต่ก็ต้องทำอยู่ดีเพราะไม่อยากถ่วงเวลานาน

 

ไม่เกี่ยวกับสีหน้าอารมณ์ดีเป็นพิเศษของคุณชายเค้าหรอก

         

“อีกข้างด้วยครับ” หลังจากที่ร่างเล็กยอมยื่นหน้าเข้าไปจุ๊บแก้มสากให้สมดั่งใจครบทั้งสองข้าง ร่างสูงใหญ่ก็ตอบแทนความน่ารักนั้นด้วยการแตะจมูกลงกลางหน้าผากมนเบาๆก่อนผละใบหน้าออกมามองน้องท่ามกลางความมืดสลัว

 

“พอใจหรือยังครับ”

 

“อืม”

 

“ทีนี้ก็คงให้ผมไปได้แล้วใช่ไหม” เจ้าตัวเล็กเอ่ยถามทั้งที่ใจตอนนั้นก็ไม่ได้คิดรีบร้อนลงไปไหน เขาใช้เวลาสบตากับร่างสูง ปล่อยให้แรงดึงดูดทำงาน เคลื่อนชักพาริมฝีปากประกบกันเหมือนผึ้งที่หลงใหลความหอมหวานของรสเกสรที่ไม่ว่าจะดูดกินมันอีกกี่ครั้งก็ไม่เคยพอ

 

 

พอได้ลิ้มรสครั้งหนึ่ง มันจะตราตรึงและสร้างความกระหายอยากในครั้งต่อๆไป

 

 

นั่นแหละ…

 

 

เป็นแบบนั้นเลย

 

 

พวกเขาจูบกันเงียบๆบนรถหรูอีกสักพักกว่าจะยอมพากันเปิดประตูลงมา เสียงแกล้งหยอกเย้ากันในเวลาตีหนึ่งกว่าๆอบอวลไปด้วยความสุข มือใหญ่วาดโอบสะโพกมนแสดงความเป็นเจ้าของ ทว่าเจ้าตัวเล็กไวพอจะตะครุบมันไว้ทัน

 

“หมดโควต้าแล้วครับ”

 

“งั้นก็เดินดีๆ ก้าวขาเหมือนปูแบบนี้เดี๋ยวคุณนมก็รู้หรอกว่าเราเพิ่งไปทำอะไรกันมา” 

 

“คุณนม—อ๊ะ!” ร่างน้อยสะดุ้งโหยงตอนที่ชานยอลแกล้งตีตูด แถมยังหลอกกันเล่นราวกับว่าปลายทางตรงหน้ามีหญิงชราที่ดุที่สุดรออยู่จริง ทั้งที่เวลานี้คนในบ้านคงเข้านอนกันหมดแล้ว

 

“แกล้งผมอยู่ได้” เจ้าตัวเล็กบึนปากให้กับคนขี้แกล้งที่เดินนำไปก่อน สองขาค่อยๆก้าวตามหลังพร้อมกับความรู้สึกที่ว่าคืนนี้ช่างดีกว่าคืนไหนๆ ถึงชานยอลจะเป็นคุณชายเอาแต่ใจแต่การมีอีกฝ่ายอยู่ใกล้ๆมันดีจริงๆ

 

 

ผมตกหลุมรักพี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วนะ…

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แกร๊ก…

 

เช้าวันรุ่งขึ้นร่างสูงยังคงทำตัวเป็นเด็กเห่อตุ๊กตาแสนรักอย่างคุณหนูคนเล็กของบ้าน ทั้งตื่นนอนเร็วกว่าที่เคย ทำกิจวัตรส่วนตัวโดยไม่อิดออด ก่อนจะถือวิสาสะเปิดประตูเข้าห้องนอนของน้องหลังจากเคาะเรียกอยู่พักหนึ่งแล้วหากแต่ไม่มีสัญญาณตอบกลับมา

 

เสียงกุกกักซึ่งดังมาจากทางห้องน้ำน่าจะตอบคำถามในใจได้ดีว่าเจ้าของห้องกำลังทำอะไรอยู่ ชานยอลอมยิ้มพลางสืบเท้าเข้าไปนั่งไขว่ห้างรอที่เตียงนอนด้วยท่าทางอารมณ์ดี น่าขันตัวเองอยู่เหมือนกันที่เป็นได้ถึงขนาดนี้ ทั้งที่เพิ่งแยกจากกันก็ยังอยากจะเจอ ทุกวันนอกจากเรื่องงานแล้วในหัวเขาก็มีแต่เรื่องแบคฮยอน

 

ยอมรับว่าตัวเองกำลังมีพฤติกรรมหลงเด็ก ยิ่งพอรู้ว่าน้องคิดจะตีตัวออกห่างจริงๆก็ยิ่งอยากเข้าหา อยากยืนยันให้น้องมั่นใจว่าเขาจะไม่มีทางปล่อยมือ

 

 

 

ติ๊ง…

 

oohsehun : เที่ยงนี้เจอกัน

 

oohsehun : เอาเอกสารใบสมัครมาด้วย

 

oohsehun : ลืมอีกงอนนะ

 

 

 

ชานยอลไม่ได้อยากทำตัวเป็นผู้ใหญ่ก้าวก่ายความเป็นส่วนตัวของใคร แต่เพราะแจ้งเตือนข้อความเข้าเด้งขึ้นมาบนหน้าจอโทรศัพท์ของน้องติดๆกัน อีกทั้งเจ้าเครื่องมือสื่อสารที่ว่านั้นมันวางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงใกล้กับตำแหน่งที่นั่งอยู่เขาจึงอดเหลือบตามองไม่ได้

 

ปากซองเอกสารสีน้ำตาลที่โทรศัพท์เครื่องนั้นวางทับอีกทีถูกเปิดอ้าทิ้งไว้ และชานยอลก็เพิ่งสังเกตว่ามีโปสการ์ดหนึ่งใบตกอยู่ข้างเท้าของตัวเอง 

 

“สวิสฯ?” 

 

หลังจากเอื้อมมือลงเก็บโปสการ์ดใบนั้นขึ้นมาก็พบว่าเป็นภาพถ่ายประเทศสวิตเซอร์แลนด์ คิ้วเข้มเลิกขึ้นนิดหน่อยหลังจากพลิกดู 

 

อาจจะเพราะข้อความของโอเซฮุนที่ส่งมาเมื่อครู่ทำให้เขาเกิดเปลี่ยนใจเป็นคนเสียมารยาท แอบเปิดดูสิ่งที่อยู่ภายในซองกระดาษเพื่อพบว่ามากกว่าโปสการ์ดสถานที่เที่ยวคือเอกสารบางอย่างที่แบคฮยอนยังไม่เคยพูดให้เขาฟัง

 

 

ใบสมัครเรียนต่อปริญญาโท

 

 

 

อะ… ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้ครับ

 

เสียงตั้งคำถามไกลๆที่มาพร้อมกับร่างเล็ก ชานยอลได้ยินแล้วต้องถอยกลับมานั่งอย่างเดิม เขาไม่ได้โวยวายหรือแสดงท่าทีไม่พอใจ ดวงตาคมแค่จ้องตรงไปเบื้องหน้าเพื่อสบตากับแบคฮยอนราวกับว่าทุกอย่างยังควบคุมได้และปกติดี

 

ทั้งที่สิ่งที่เพิ่งรับรู้มันเกินกว่าจะบอกความรู้สึก

 

“วันนี้ตื่นเช้าจัง”

 

มือเท้าเกิดอาการเย็นลง พอได้รู้ว่าน้องกำลังคิดทำอะไรมากกว่าโกรธคงเป็นคำถามซึ่งเกิดขึ้นในใจ 

 

ที่ว่าจะไม่ทิ้งกันคงไม่ใช่แค่คำพูดส่งๆใช่ไหม? เขาอยากเป็นคนที่เชื่อใจคนรัก ในทางกลับกันก็อยากรู้ด้วยว่าเรื่องสำคัญขนาดนี้น้องคิดจะบอกกันตอนไหน แล้วเมื่อไหร่ที่น้องจะสบายใจพอจะกล้าพูดทุกเรื่องกับเขาจริงๆ

 

“เป็นอะไรไปครับ ทำไมเอาแต่จ้องหน้าผมแบบนั้นล่ะ”

 

“หืม”

 

“พี่เหม่อเหรอ” แบคฮยอนตั้งข้อสังเกตพลางเดินเนียนเข้าไปเก็บเอกสารบนโต๊ะข้างหัวเตียงใส่ลงในกระเป๋าเป้ ไม่รู้ว่าชานยอลเข้ามานานขนาดไหนแล้ว และก่อนที่ตัวเองจะออกมาจากห้องน้ำอีกคนได้ถือวิสาสะเปิดดูอะไรไปบ้างหรือยัง 

 

“ไม่ได้เหม่อ…”

 

อ๊ะ!

 

“แค่เห็นนายเดินออกมาในสภาพนี้แล้วรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกยั่ว” ร่างเล็กถูกคว้าเอวให้นั่งลงบนตักแข็งๆของอีกคน ความเจ็บระบมจากบทรักเมื่อคืนทำเอานิ่วหน้า ทว่านอกจากจะไม่มีท่าทีสงสารแล้วชานยอลกลับทำท่าจะรังแกกันอีก

 

“ไม่เอาครับ เดี๋ยวชุดทำงานพี่ยับนะ”

 

“ไม่เป็นไร”

 

“ไม่เป็นได้ยังไง ผมโป๊หมดแล้วหยุดแกล้งเดี๋ยวนี้เลย” เสียงหัวเราะในลำคอกับใบหน้าหล่อที่เริ่มซุกซนอยู่ตรงอกผ่านรอยแยกของชุดคลุมอาบน้ำที่เริ่มมีสภาพหมิ่นเหม่ แบคฮยอนต้องเอามือดันไหล่อีกคนไว้เพื่อให้รู้ว่ายังไม่ใช่ตอนนี้

 

“ผมต้องไปแต่งตัวแล้วครับ”

 

บอกพลางจ้องตากับคนแก่กว่าที่เพิ่งยอมเงยหน้าขึ้นมา วงแขนที่โอบเอวเขาอยู่ไม่ได้ผ่อนแรงลงแต่ก็ไม่ได้กระชับเพิ่มขึ้น สีหน้าเรียบเฉยไม่ได้บ่งบอกอารมณ์ แบคฮยอนจึงยากจะคาดเดาว่าอีกคนยังไม่รู้เรื่องอะไรจริงๆ หรือเพียงแสร้งวางเฉยให้เขาตายใจไปอย่างนั้นเอง

 

“ถ้าอย่างนั้นก็ไปแต่งตัว แล้วไปหามื้อเช้าข้างนอกทานกัน”

 

“จะนั่งเฝ้าผมอยู่ตรงนี้เหรอ”

 

“อืม”

 

“…”

 

“ต่อไปคงต้องเฝ้าไม่ให้คลาดสายตา เด็กแถวนี้จะได้ไม่คิดหนีไปไหน” ไม่พูดเปล่า มือใหญ่ยังคลึงสะโพกกลมกลึงเหมือนเป็นการขู่เด็กกลายๆ

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

 

 

“เดี๋ยววีคหน้าเราจะทำเรื่องขอจดหมายรับรอง ส่วนใบจบกับทรานสคริปต์ทางมอคงออกให้เราได้ภายในสองเดือนนี้แน่ๆ”

 

“อือ”

 

“ผลสอบภาษาอังกฤษพร้อมแล้ว เอกสารอื่นๆก็ไม่น่ามีปัญหา เรื่องที่พักแบคฮยอนก็ไม่ต้องเป็นกังวลเลยนะ ญาติเราสนิทกับเจ้าของอพาร์ทเม้นท์ดีๆที่นั่น ดูรายละเอียดแล้วน่าสนเลยล่ะ”

 

“อืม”

 

“มีอะไรสงสัยไหม เราจะได้—เฮ้” ร่างเล็กสะดุ้งนิดหน่อยตอนที่เพื่อนเอามือมาโบกไหวๆอยู่ตรงหน้า เรียกให้เขาละสายตาจากหน้าจอมือถือของตัวเอง 

 

“ฟังอยู่หรือเปล่า” แบคฮยอนทำตาโตพยักหน้ารับดูงงๆ เขาฟังสิ ได้ยินที่เซฮุนพูดทุกอย่างนั้นแหละเพียงแต่ไม่ได้ตั้งใจฟังอย่างละเอียดเท่านั้นเอง…

 

“ได้ยิน เซฮุนว่าไงเราก็ว่างั้น”

 

“อยากจะไปเรียนด้วยกันจริงๆใช่ไหม”

 

“จริงสิ ทำไมถามแบบนั้น”

 

“ก็แบคฮยอนดูไม่ค่อยสนใจ”

 

“ใครบอก”

 

“เห็นเอาแต่ก้มมองโทรศัพท์ ถ้าสนใจฟังแล้วรู้ไหมเราพูดเรื่องอะไรไปบ้าง”

 

“พูดเรื่องเอกสาร แล้วก็อพาร์ทเม้นท์ที่จะไปพักไง”

 

“ให้ตายเถอะ…” เซฮุนบ่นพึมพำก่อนจะเอื้อมมือมาเคาะหน้าผากแบคฮยอนอย่างมันเขี้ยว เห็นอยู่ว่าไม่ได้ตั้งใจฟังกันเลยแต่ยังไม่วายตอบคำถามเอาตัวรอดไปได้ แถมยังตีหน้าซื่อตาใสแจ๋วมองกันเหมือนรู้ว่าถ้าทำแล้วเขาจะโกรธไม่ลง คุณชายโอเอาชนะไม่ได้เลยจริงๆ

 

“สรุปว่ารู้เรื่องนะ”

 

“อือฮึ” คนตัวเล็กยิ้มขำให้เพื่อนจนตาปิด เซฮุนเลิกทำหน้าดุเขาแล้วและเปลี่ยนไปจัดการพิซซ่าตรงหน้าตัวเองแทน ปล่อยให้แบคฮยอนนั่งปวดหัวกับเจ้าของแจ้งเตือนมากมายที่ส่งเข้ามาไม่หยุด 

 

บอสใหญ่แห่งปาร์คกรุ๊ปกำลังก่อกวนเขาด้วยการส่งสติกเกอร์มารัวๆราวกับว่าวันนี้มีเวลาว่างเหลือเฟือ

 

“มีอะไรหรือเปล่า”

 

“หือ”

 

“โทรศัพท์สั่นไม่หยุดเลยนี่” แบคฮยอนส่ายหน้าเป็นคำตอบพลางคว่ำหน้าจอโทรศัพท์ลงบนโต๊ะอาหาร เริ่มจัดการพิซซ่าในจานของตัวเองบ้างก่อนที่มันจะเย็นชืดจนไม่อร่อยไปกว่านี้

 

“พี่รองน่ะ…”

 

“ทำไม”

 

“ฝากเราซื้อกาแฟ แต่ไม่รู้วันนี้เป็นอะไรเอาแต่ใจอย่างกับเด็ก” รู้ทั้งรู้ว่าตอนนี้คือเวลาพักเที่ยง แล้วร้อยวันพันปีก็ไม่เห็นเคยอยากดื่มกาแฟหน้าบริษัทสักครั้ง จู่ๆมาวันนี้กลับบอกให้เขาซื้อขึ้นไปให้ทั้งที่ปกติพึ่งกาแฟชงสดจากเลขาส่วนตัวตลอด

 

ช่างไม่มีเหตุผลที่ฟังขึ้นเอาเสียเลย แบคฮยอนคิดว่าพฤติกรรมของอีกฝ่ายตอนนี้ใกล้เคียงกับคำว่าเรียกร้องความสนใจที่สุด

 

“เค้าคงรู้ล่ะสิว่าแบคฮยอนมาทานมื้อเที่ยงกับเรา”

 

“เซฮุนก็มาทานกับเราตั้งหลายวันแล้วนี่ มางอแงอะไรวันนี้ล่ะ” ใครในบริษัทที่รู้จักแบคฮยอนก็คงจะเห็นว่าช่วงนี้เพื่อนแวะมาทานมื้อกลางวันกับเขาบ่อยแค่ไหน

 

เพราะต้องคุยกันเรื่องเรียนต่อ จากที่เคยเกริ่นๆไว้เมื่อเทอมที่แล้วแต่ตอนนั้นแบคฮยอนยังไม่มีท่าทีว่าจะสนใจ จนใกล้ฝึกงานเสร็จจู่ๆก็พูดเรื่องนี้ขึ้นมาเซฮุนจึงกระตือรือร้นมาหา ราวกับกลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจ

 

ซึ่งมันคงไม่เป็นแบบนั้น

 

แบคฮยอนคิดดีแล้วถึงกล้าพูด

 

“แสดงว่าเค้าก็คงรู้เรื่องที่เราจะไปเรียนต่อด้วยกันแล้วสินะ”

 

“…”

 

“ไม่ใช่เหรอ? อย่าบอกว่าแบคฮยอนยังไม่ได้คุยเรื่องนี้กับพี่ชาย”

 

“เราคุยกับพี่ใหญ่แล้วเถอะ”

 

“พี่รองของนายล่ะ”

 

“ก็… กำลังคิดอยู่นะว่าจะคุยตอนไหนดี” เซฮุนถึงกับทิ้งแผ่นหลังพิงพนักเก้าอี้ มองดูเพื่อนตัวเล็กหัวเราะเจื่อนอย่างไม่อยากจะเชื่อจริงๆ

 

แบคฮยอนก็ไม่อยากจะเชื่อตัวเองเหมือนกันว่าจนถึงตอนนี้แล้วก็ยังหาโอกาสบอกอีกคนไม่ได้ เขาต้องคุยเรื่องนี้แน่ๆและต้องเป็นคนพูดด้วยตัวเอง ยังไงมันก็ต้องเป็นแบบนั้น ด้วยนิสัยของชานยอลคงไม่ใช่เรื่องดีหากอีกฝ่ายจะรู้เรื่องนี้จากปากของคนอื่น 

 

“จะดีเหรอถ้าปล่อยให้รู้ทีหลัง”

 

เซฮุนถาม และแบคฮยอนสามารถตอบได้ทันทีโดยไม่ต้องคิดนานเลยว่า

 

“ไม่ดีหรอก”

 

“งั้นก็รีบบอกดีกว่าไหม ขี้หวงขนาดนั้นก็น่าจะเป็นคนแก่ขี้น้อยใจเอาเรื่องอยู่นะ”

 

นั่นแหละที่ทำให้แบคฮยอนหนักใจ ทั้งไม่รู้จะเริ่มต้นบอกยังไง ไม่รู้ควรให้เหตุผลแบบไหนคนเอาแต่ใจถึงจะรับฟังโดยไม่คิดมาก 

 

 

อีกอย่างแบคฮยอนกลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่รอ

 

 

“เราต้องพูดกับเค้าอยู่แล้วเซฮุนไม่ต้องเป็นห่วง ยังไงก็คงไม่เปลี่ยนใจแล้วล่ะ”

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

 

ติ๊ง…

 

 

ร่างเล็กของนักศึกษาฝึกงานที่กำลังเดินออกมาจากลิฟต์ทำเอาคิมดาซมเลิกคิ้วประหลาดใจ เลขาสาวคนสวยวางสายจากฝ่ายจัดซื้อจังหวะเดียวกับที่อีกคนมาหยุดยืนตรงหน้าโต๊ะทำงานพอดี

 

“มาพบบอสเหรอคะ” หญิงสาวทักทายด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม คงเป็นสัปดาห์แล้วที่เธอไม่มีโอกาสได้เห็นเด็กหนุ่มตัวเล็กคนนี้บนชั้นสิบเอ็ด

 

“ครับ อยู่ในห้องหรือเปล่า”

 

“อยู่ค่ะ เพิ่งขึ้นมาเมื่อกี้เลย” แบคฮยอนเลิกคิ้วแปลกใจนิดหน่อยเมื่อได้ยิน หากแต่ไม่ได้เอ่ยถามอะไรเพิ่มเติม เขาปล่อยให้คิมดาซมได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ อมยิ้มมองดูหญิงสาวกดสายแจ้งเจ้านายตามปกติเมื่อมีคนมาขอพบ 

 

“เข้าพบได้เลยนะคะ บอสรับทราบแล้ว”

 

“ขอบคุณครับ” แบคฮยอนค้อมศีรษะขอบคุณ ปลายรองเท้าหนังหมุนเปลี่ยนทิศเหมือนจะก้าวเดินทว่าเจ้าของมันกลับเกิดเปลี่ยนใจ

 

“เมื่อกี้พี่ดาซมบอกว่าบอสเพิ่งขึ้นมาเหรอครับ”

 

“ค่ะ”

 

“ออกไปไหนมาเหรอ”

 

ก็เห็นบอกในแชทตลอดว่าทำงานอยู่บนห้องยังไม่ได้ทานอะไร หิวจนไส้กิ่วให้เขารีบขึ้นมาหา แบคฮยอนถึงต้องบอกลาเซฮุนเร็วกว่าทุกครั้งเพื่อไปต่อคิวซื้อกาแฟให้ก่อนจะมาที่นี่

 

ไม่สิ ก่อนจะขึ้นมาชั้นสิบเอ็ดแบคฮยอนแอบแวะไปที่ฝ่ายบุคคลเพื่อถามเอกสารประเมินการฝึกงาน ซึ่งจงแดบอกว่าชานยอลยังไม่ได้เซ็น แถมยังบอกให้แบคฮยอนเอามันติดมือขึ้นมาด้วยเพราะซีอีโอปาร์คออกปากเองว่าจะเป็นผู้ประเมิน

 

“ออกไปทานข้าวกับคุณนักแสดงปาร์คมินยอง พรีเซนเตอร์สาวสวยคนล่าสุดของปาร์คกรุ๊ปมาค่ะ”

 

“อ่า…”

 

“จริงๆมีผู้จัดการฝ่ายการตลาดกับทีมไปด้วย”

 

“แต่พี่ไม่ได้ไปสินะครับ”

 

“ค่ะ เลยอดรู้เลยว่าบรรยากาศเป็นยังไง ก็น่าจะเข้าท่าอยู่นะคะบอสกลับมาไม่เห็นว่าอะไรสักคำ”

 

“มีสาวสวยร่วมโต๊ะด้วยต้องดีอยู่แล้วล่ะครับ ผมขอตัวเข้าไปพบบอสก่อนนะ…” ไม่รู้ว่าคิมดาซมทันสังเกตไหมว่ารอยยิ้มของร่างเล็กเปลี่ยนไป มันไม่ได้ใสซื่อเหมือนเด็กหนุ่มบริสุทธิ์อย่างทุกที กลับดูโตขึ้นอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยๆ

 

 

 

แบคฮยอนเคาะประตูส่งสัญญาณให้คนด้านในรู้ตัวก่อนจะเข้าไป ร่างสูงในคราบบอสหนุ่มสมบูรณ์แบบละสายตาออกจากจอคอมพิวเตอร์มองมาที่เขานิดหน่อย แล้วหันกลับไปจดจ่อหน้าจออย่างเดิม 

 

เห็นท่าทีทำเป็นยุ่งแล้วคนอ่อนกว่าถึงกับเบ้ปาก เขาเดินเข้าไปหยุดตรงหน้าโต๊ะทำงานของอีกฝ่ายก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม วางแก้วกาแฟร้อนลงบนโต๊ะพร้อมกับซองใบประเมินการฝึกงาน จากนั้นเสียงทุ้มใหญ่จึงดังขึ้นมา

 

“ทำไมถึงเลท”

 

ทุกอย่างดูเป็นทางการแม้กระทั่งน้ำเสียง ไม่รู้ว่าเจ้าของความสมบูรณ์แบบจงใจกลั่นแกล้งหรืออยู่ในโหมดยุ่งจริงๆ

 

“บอกจะขึ้นมาหาก่อนบ่ายโมงครึ่งตอนนี้จะบ่ายสองอยู่แล้วได้ดูเวลาหรือเปล่า”

 

“จะบ่ายสองอะไรกันครับ เพิ่งจะสี่สิบนาทีเอง”

 

แต่มันก็ตลกออกใช่ไหมล่ะ ทั้งที่เมื่อคืนยังร่วมกันเล่นบทรักจนเตียงหรูแทบไม่เหลือสภาพเดิม ตอนนี้กลับมาทำขรึมใส่คิดว่าแบคฮยอนจะกลัวไหม

 

“ก็เลทอยู่ดี”

 

“ผมรีบที่สุดแล้ว อยากดื่มกาแฟขนาดนั้นเลยเหรอได้ยินว่าเพิ่งกลับมาจากนัดมื้อกลางวันนี่ครับ” น้ำเสียงเหน็บแนมกับสายตาที่มองมาพร้อมรอยยิ้มแปลกๆ บอสหนุ่มเหลือบตามองแล้วถึงกับกระแอมกระไอ

 

“คิมดาซมบอกสินะ”

 

“แล้วจริงมั้ยครับ”

 

“อืม นัดของฝ่ายการตลาด”

 

“อ่อ ผมจะได้จำเอาไว้ว่าครั้งต่อไปคำพูดของคนที่ไม่น่าเชื่อถือฟังแล้วต้องชั่งใจคิดให้ดี ไม่ใช่บอกอะไรมาก็ว่าง่ายทำตามหมด” ได้ฟังคำพูดประชดประชันของเด็กตรงหน้าแล้วชานยอลแค่นหัวเราะออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ

 

“นายกำลังโกรธ”

 

“พี่รบกวนเวลาของผมกับเพื่อน ขณะที่ตัวเองนั่งกินมื้ออร่อยกับสาวสวยใช่เรื่องเหรอครับ”

 

“หรือว่าหึง?”

 

“แกล้งผมคงสนุกมากล่ะสิ”

 

“ก็ไม่ได้อร่อยขนาดนั้นหรอก มัวแต่รอให้เด็กตอบแชทอยู่” บอสหนุ่มยอมสารภาพพลางคว้าแก้วกาแฟร้อนที่น้องซื้อขึ้นมาให้ขึ้นจิบ “นายก็ไม่ได้เชื่อพี่แต่แรกอยู่แล้วไม่อย่างนั้นคงขึ้นมาเร็วกว่านี้”

 

“ก็ไม่ยอมรับอยู่ดีว่าตัวเองเกเร” แบคฮยอนมองท่าทีเฉยๆของอีกฝ่ายแล้วคงเป็นตัวเองอีกตามเคยที่ต้องยอมถอยให้ก่อน 

 

อันที่จริงก็เป็นอย่างที่ว่า เพราะไม่ได้เชื่อเต็มร้อยแต่แรกว่าคนแก่กว่าจะหิ้วท้องรอในตอนที่เขาบอกให้ทราบล่วงหน้าแล้วว่ามีนัดอื่น แบคฮยอนถึงได้มาเวลานี้ ส่วนความจริงอีกข้อก็คือเขาไม่ได้โกรธ

 

 

ชานยอลเข้าใจถูกแล้ว

 

 

ถึงบางมุมอีกคนจะมีนิสัยเหมือนเด็กแต่ก็ไม่ใช่เด็กโง่แน่นอน มันถึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงไม่เคยเอาชนะได้เลยสักทีแม้แต่เวลาแบบนี้

 

“คุณจงแดบอกว่าพี่ยังไม่ได้เซ็นใบประเมินฝึกงานให้ผมเลยสักหน้า” แบคฮยอนเปลี่ยนไปเข้าเรื่องสำคัญที่ควรคุยกันมากกว่าจะมานั่งถกเรื่องไม่เป็นเรื่องให้เสียเวลา “ผมเลยเอาขึ้นมาให้พี่ดูอีกทีครับ เผื่อจะลืมว่าต้องเซ็น”

 

“ไม่ลืม”

 

“งั้น—”

 

“แต่ยังไม่เซ็นครับ”

 

“ท…” แบคฮยอนคว่ำปากมองหน้าบอสหนุ่มที่แสร้งหันกลับไปจดจ่อกับหน้าจอคอมพิวเตอร์อีกครั้ง ไม่ได้สนใจจะมองกันเลยว่ามีท่าทีอย่างไร

 

“อีกไม่กี่วันผมก็จะฝึกงานเสร็จแล้ว—”

 

“อีกตั้งหลายวันไม่ใช่ไม่กี่วัน”

 

แกล้งกันหรือเปล่าเนี่ย

 

“ครับ หลายวันก็หลายวัน แต่ยังไงพี่ก็ควรจะสนใจดูมันสักหน่อย”

 

“รีบเอาไปทำอะไร”

 

“ผมแค่กลัวว่าพี่จะไม่มีเวลาทำให้”

 

“แค่นั้น?”

 

“…ครับ”

 

“งั้นก็เอาวางไว้ตรงนั้นแหละไว้จะดูให้อีกที” เห็นอีกฝ่าย(ทำเป็น)ยุ่งแล้วแบคฮยอนก็ไม่อยากจะอยู่รบกวน เขาพยักหน้ารับคำคนแก่กว่าก่อนจะลุกขึ้นยืนค้อมศีรษะบอกลา

 

 

“ได้ยินว่าจะมีนัดเลี้ยงส่ง”

 

 

ทว่าเสียงทุ้มนั้นกลับดังขึ้นอีก แบคฮยอนได้ยินแล้วหันไปพยักหน้ารับแบบขอไปที คราวนี้เป็นเขาบ้างที่แสร้งทำเป็นฝ่ายไม่สนใจ

 

“ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวกลับไปทำงานก่อนนะครั—”

 

“ได้ร้านหรือยัง”

 

“…”

 

“แล้ววันล่ะ จะไปกันวันไหน”

 

“ไม่ทราบครับ”

 

“ไม่ทราบได้ยังไง อีกไม่กี่วันก็จะฝึกงานเสร็จแล้ว”

 

“…”

 

ก็ไหนเมื่อกี้บอกว่าเหลือตั้งหลายวันไม่ใช่ไม่กี่วัน คุณชายรองเป็นคนตลกเหมือนกันนะ

 

“สรุปว่าไปวันไหน”

 

“ยังไม่รู้รายละเอียดเหมือนกันครับ ผมเข้ามารบกวนเวลานานแล้ว พี่ทำงานต่อเถอะเรื่องอื่นไว้ค่อยคุยกัน—”

 

ไม่ได้รบกวน

 

ตอนที่แบคฮยอนหมุนตัวจะเดินออกไปจริงๆเสียงของคนด้านหลังกลับดังขึ้นกว่าเก่า เขาพยายามจะไม่ให้ตัวเองหลุดขำ บอสหนุ่มที่ดูจริงจังกับการทำงานเมื่อครู่นั้นกำลังรั้ง และนั่งทำตาโตเป็นคนใคร่รู้เรื่องลูกน้องในบริษัทไปได้ยังไงนะ

 

“พูดมาสิ กำลังรอฟังอยู่”

 

เหมือนเด็กจริงๆ

 

“เรื่องอะไรครับ เลี้ยงส่งผมน่ะเหรอ” แบคฮยอนเลิกคิ้วแกล้งทำสงสัยทั้งที่รู้ในใจดีว่าอีกคนสนใจฟังเรื่องอะไร

 

“อืม จะไปเลี้ยงกันที่ไหนเมื่อไหร่จะเป็นเจ้ามือให้”

 

“พี่จะไปด้วยเหรอ?”

 

“ไม่ได้หรือไง”

 

“ผมกลัวว่าถ้าพี่ไปด้วยคนอื่นๆจะพากันเกร็งเอาหรือเปล่า…”

 

“ก็หมายถึงนายไม่อยากให้พี่ไป” จากที่คิดว่าจะแกล้งเอาคืนในตอนแรก พอได้เห็นสีหน้าหงอยลงไปของคนตัวโตเพียงนิดหน่อยแบคฮยอนกลับรู้สึกผิด ดูท่าทางชานยอลจะอยากมีส่วนร่วมกับงานเลี้ยงครั้งนี้จริงๆ

 

“แล้วทำไมพี่อยากไปล่ะครับ จะไม่อึดอัดเอาเหรอ ถ้าอยากเลี้ยงผมเราแค่ไปกันสองคนก็ได้นี่”

 

“ไปสองคนเมื่อไหร่ก็ได้ แต่คงไม่ได้เห็นนายสนุกกับคนอื่นๆ มันไม่เหมือนกัน”

 

อยากเห็นเขาสนุกไปกับเพื่อนร่วมงานงั้นเหรอ แบคฮยอนไม่เคยรู้มาก่อนว่าอีกคนมีความคิดแบบนี้ 

 

“แต่ถ้าไปแล้วทำงานกร่อยอย่างที่นายว่าก็ไม่ไปดีกว่า เดี๋ยวจะหมดสนุกกันเปล่าๆ”

 

“ไปก็ไปสิครับ” ใจดวงน้อยถึงกับอ่อนยวบไม่กล้าแกล้งต่อเลย “ผมแค่แหย่พี่เล่นเหมือนที่พี่ชอบทำกับผมเองไม่ได้คิดแบบนั้นจริงสักหน่อย”

 

“…” 

 

“อีกอย่างทุกคนต้องดีใจอยู่แล้วถ้าพี่จะไปด้วย มีเจ้ามือเลี้ยงมื้อใหญ่เป็นถึงบอสไม่มีใครเค้าไม่เต็มใจกันหรอก อย่าเป็นคนแก่ขี้น้อยใจสิครับ เด็กอย่างผมเอาใจไม่ถูกนะ”

 

 

ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ ความเป็นจริงจะมีใครรู้วิธีเอาใจคุณชายรองดีเท่ากับแบคฮยอนอีก

 

 

ร่างเล็กใช้เวลาสั้นๆรวบรวมความกล้า เดินอ้อมเข้าไปหาคนโตกว่าเพื่อเอียงคอมองใกล้ๆคล้ายถามว่าน้อยใจเหรอ? จะเป็นคนแก่ขี้น้อยใจจริงๆเหรอ…

 

 

อีกนัยหนึ่งก็เหมือนเป็นการง้องอนกันกลายๆ เพราะพอถูกดึงให้นั่งลงบนตักแบคฮยอนไม่ได้ดิ้นขืนเหมือนทุกครั้ง กลับยอมให้อีกคนวาดแขนโอบรอบสะโพกแล้วตีสลับคลึงเล่นเท่าที่จะพอใจ

 

 

ส่วนตัวเองยื่นหน้าเข้าไปกระซิบใกล้หูอย่างน่ารักว่า… 

 

 

“ไว้ผมรู้ว่าทุกคนจะพาไปไหนแล้วจะรีบบอกพี่เลยดีหรือเปล่า อย่าน้อยใจไปเลยนะ”

 

 

ทั้งจุ๊บแก้มสากเบาๆแบบที่ต่อให้ชานยอลโกรธหรือน้อยใจกว่านี้ก็คงไม่รอด ร่างสูงยอมยิ้มให้กับเด็กซื่อที่ชักซึมซับความร้ายกาจเก่งขึ้นทุกวัน

 

 

 

 

 

TBC.

 

 

 

 

 

 

หยอกกันเก่งเอาใจกันเก่งอะไรเก่ง (จะว่าไปตอนนี้พี่ชายดูตัวเล็กๆนะคะ…) ***เหลือไม่กี่ตอนแล้วเป็นกำลังใจให้กันเยอะๆน้า***

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.17K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,385 ความคิดเห็น

  1. #10282 ycpl (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564 / 23:25
    เขินจะตุยยยยยยยยยย ฮืออออ พี่รองโคตรดืออออออ น้องก้แสบแซ่บ
    #10,282
    0
  2. #10195 YunewG (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 มกราคม 2564 / 11:12
    เรียนต่อโทน้องจะบอหพี่รองเมื่อไหร่คะ รอฝึกงานเสร็จหรอ แล้วพี่รองจะไม่ขาดใจหรอเนี่ย
    #10,195
    0
  3. #10087 ChungWila (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 20:59
    น้องโตขึ้นจริงๆ แต่อยากรู้เหตุผลว่าทำไมน้องถึงจะไปสงสารพี่รองได้มั้ยแง
    #10,087
    0
  4. #9654 Jennysupat18 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2563 / 14:42
    ยั่วมากกกลูกกกกก
    #9,654
    0
  5. #9537 ไพลอท (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 / 23:09
    ชอบเวลาน้องอยู่กับพี่รองสองคนดูเป็นตัวของตัวเองหยอกกันเก่งม๊ากกก รู้เลยเนี่ยน้องร้ายได้ใคร55555 จะว่าไปแอบกลัวเรื่องน้องไปเรียนต่อแง รีบบอกพี่รองเลยนะเดี๋ยวคนแก่น้อยใจ กัวๆๆ
    #9,537
    0
  6. #9223 ppimook (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2563 / 15:24
    น้องโตขึ้นมากๆเลย แล้วก็พบคนขี้น้อยใจเก่งหนึ่งอัตราด้วย เขินมากกกน้องง
    #9,223
    0
  7. #9206 somruethai1307 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2563 / 23:45
    น้องก็ร้าย0ึ้นทุกวัน พี่ยอมทุกอย่าง
    #9,206
    0
  8. #9012 purnploy (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2563 / 15:40
    น้องร้ายขึ้นอีกแล้ววว เริ่มโตแล้วสินะ
    #9,012
    0
  9. #9004 iirny (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2563 / 00:31
    เอาใจเก่ง มุแง
    #9,004
    0
  10. #8977 Zikdn_ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 กันยายน 2563 / 09:22
    คนแก่ขี้น้อยใจอะเนาะะ แหม่
    #8,977
    0
  11. #8862 เบค่อนน้อย exo (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 21:40
    พี่รองจะต้องรออีกแล้ววว

    ขอให้มีความสุขเร็วเถ้อะะะ
    #8,862
    0
  12. #8826 Ohlulu1220 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 12:07
    หวานจังจังบอส
    #8,826
    0
  13. #8821 ppppia (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 22 กันยายน 2563 / 04:58
    หนูรีบๆบอกพี่เขานะลูก แงงงงงง กลัวดราม่า55555
    #8,821
    0
  14. #8819 creamcsom (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 22 กันยายน 2563 / 03:21
    อึ่ยยยยยยย พี่รองน่ารักน่าหมั่นไส้จังนะ แต่เรื่องที่น้องจะไปเรียนต่อ งื้มๆๆ ไม่ได้รู้สึกอยากรั้งเท่าไหร่ คิดว่าถ้าน้องจะไป มันคงไม่เป็นปัญหาสำหรับพี่รองหรอก เชื่อว่าความคิดถึงไม่เกินใจใครบางคนแน่ๆ เงินในกระเป๋าก็เช่นกัน ต่างฝ่ายต่างก็โตๆกันแล้ว คิดว่าคงไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนถูกกีดกันอย่างในอดีตหรอกมั้ง
    #8,819
    0
  15. #8780 pbcy (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 กันยายน 2563 / 22:50
    นว้องงงงงงง อย่าไปเลยยยยยย อย่าทิ้งคนแก่ให้เหงาเลยยย ดูทรงคนแก่แล้ว ถ้าน้องไปต้องบินเช้าบินเย็นแน่นอน แงงงงงงง
    #8,780
    0
  16. #8778 zammmm (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 กันยายน 2563 / 17:33
    น้องจะไปจริงๆหรออออ ว่าแต่พี่รองทำตัวเป็นเด็กจริงๆ แงงงง น่ารักกันมากๆเลยย รอต่อเลยนะคะ
    #8,778
    0
  17. #8775 Jibi_Girl (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 15 กันยายน 2563 / 22:13
    โอ้ย พี่ชายรองกลายเป็นลูกแงวตัวเร้กๆ.;-;
    #8,775
    0
  18. #8765 konun==top (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 กันยายน 2563 / 13:48
    น้อง นีบบอกพี่เขาเถอะนะ พี่เข้าใจแน่ รอมานานขนาดนี้ รออีกสักหน่อย จะเปนรัย
    #8,765
    0
  19. #8764 The1st_pcy (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 กันยายน 2563 / 05:03
    น้อยใจเก่งง
    #8,764
    0
  20. #8763 - Bbbee (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 12 กันยายน 2563 / 21:02
    ง่าาาาาสา ต้าวเด็กน้อยอายุมากกก
    #8,763
    0
  21. #8762 Agpcy_ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 12 กันยายน 2563 / 11:12
    คุณไรท์สู้ๆเช่นกันนะคะ ขอให้ผ่านไปด้วยดีทั้งพี่รองและไรท์เลยค่ะ
    #8,762
    0
  22. #8761 Grubgrib_dee (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 12 กันยายน 2563 / 06:46
    ภาวนาให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี...
    #8,761
    0
  23. #8760 pynsaa (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 12 กันยายน 2563 / 06:27

    มะไรจาบอกก กลัวแทน

    #8,760
    0
  24. #8759 RARAY68 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 11 กันยายน 2563 / 21:23
    สาทุ ขอให้พี่ชานยอลเข้าใจน้องเถอะ
    #8,759
    0
  25. #8758 mademy.dayy (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 11 กันยายน 2563 / 16:47
    เขินมากๆๆๆๆๆมากกร่ารักกกกกก
    #8,758
    0