HYUNG 형 | Chanbaek -END-

ตอนที่ 23 : CHAPTER 22 | เชื่อมั่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,692
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,401 ครั้ง
    27 ก.ย. 63

 

 

 

 

 

 

22

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

       

“ไม่คิดจะกินหน่อยหรือไง”

 

สำเนียงเกาหลีแปร่งๆของหญิงสาวหน้าตุ๊กตาบาร์บี้เอ่ยถามร่างสูงที่ยังไม่หยุดวางมาดคุณชาย นั่งกอดอกไขว่ห้างเฝ้าเธอหม่ำมื้อกลางวันแสนอร่อยด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ

 

“หรือว่าอยากให้ป้อน”

 

“ไร้สาระ” 

 

คนฟังไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจ ยังคงตั้งหน้าตั้งตาจัดการอาหารญี่ปุ่นเกรดพรีเมียมที่สั่งมาจนแน่นโต๊ะโซฟาเหมือนกะปล้นคนจ่ายให้ล้มละลาย ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีทางเป็นอย่างนั้นเพราะต่อให้เธอสั่งมามากกว่านี้ก็คงไม่สะเทือนแม้แต่เศษเหรียญของปาร์คชานยอล

 

“กินหน่อยเถอะน่า เมื่อกี้ฉันก็บ่นไปอย่างนั้นแหละอย่าใส่ใจ” 

 

“ไม่หิว” 

 

แล้วก็ไม่ได้ถือสาเสียงบ่นน่ารำคาญของเพื่อนอย่างเซเรน่าเลยสักนิด ในหัวเขาตอนนี้ก็มีแต่รอเวลาเข้างานเพื่อจะเรียกแบคฮยอนขึ้นมาคุยหรือไม่ก็คงต้องเป็นฝ่ายลงไปหาด้วยตัวเอง  เขาอยากเคลียร์ให้รู้เรื่อง อยากฟังเหตุผลจากปากของน้องว่ามันเรื่องอะไรถึงได้นัดเซเรน่ามาแบบนี้ทั้งที่มันควรจะเป็นเขาและอีกฝ่ายแท้ๆที่ต้องอยู่ด้วยกัน

 

รู้สึกโกรธทั้งไม่เข้าใจ ตั้งแต่ย้ายไปแผนกตรวจสอบก็ดูเหมือนว่าอะไรๆจะไม่เหมือนเดิม กลางวันแทบไม่ได้พบ พอตกกลางคืนน้องก็ไม่ยอมลงมาเจอกันที่ห้องหนังสือเหมือนเคย ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็อดคิดไม่ได้อยู่ดีว่าทั้งหมดเป็นเพราะแบคฮยอนกำลังพยายามเลี่ยงที่จะเผชิญหน้ากันอยู่

 

“น้องนายนี่แสบไม่เบาเลยนะ”

 

“ไม่ได้ซื่ออย่างที่เห็น”

 

“แหงล่ะ งั้นจะกล้าหลอกนัดฉันให้มาเจอนายแบบนี้ได้เหรอ สมกับเป็นพี่น้องกันจริงๆ เห็นเงียบๆน่ะไว้ใจไม่ได้”

 

“ไม่ใช่พี่น้องแท้ๆ”

 

“ย่ะ ไม่ใช่ก็อันตรายพอกัน” ร่างสูงกลอกตาให้หญิงสาวที่เอาแต่เหน็บเขาทุกคำพูด ยังดีที่พออาหารมาส่งเธอก็เพลาๆเสียงบ่นลงได้ อันที่จริงก็ไม่ได้ส่งเสียงน่ารำคาญตลอดเวลา เซเรน่าเป็นผู้หญิงฉลาด แม้ปากจะแสดงความไม่พอใจแต่ก็เป็นในเชิงทีเล่นทีจริงแบบรู้จังหวะ แน่นอนว่านั่นก็เป็นเพราะว่าเธออ่านอารมณ์ชานยอลออกตั้งแต่แรกๆ

 

“จะถึงเวลาเข้างานแล้วกินสักคำก็ได้มั้ง จะหิ้วท้องรอไปประท้วงเด็กน่ะคิดว่าได้ผลเหรอ”

 

“บอกแล้วไงว่าไม่หิว”

 

“ไม่หิวหรือกินไม่ลง”

 

“แค่เห็นเธอกินก็อิ่มแล้วไม่ต้องห่วงไปหรอก”

 

“ไม่ได้ห่วง”

 

“งั้นก็ไม่ต้องมายุ่ง”

 

“โอเค เอาที่สบายใจเลยคุณซีอีโอ”

 

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

 

         

“จริงๆคุณแบคฮยอนไม่ต้องยกมาเองก็ได้นะคะ งานแบบนี้พวกเราทำกันได้”

 

“ไม่เป็นไรครับ ผมเป็นผู้ชายยกแค่นี้ไม่หนักหรอก”

 

“เก่งแถมไม่เกี่ยงงานแบบนี้พวกเราจะตกงานไหมคะเนี่ย ฮ่ะๆ อะ…เดี๋ยวเอาวางไว้ตรงนี้ก่อนนะคะ พวกเราจะเข้าไปเคลียร์ตู้ด้านในให้เรียบร้อยแล้วค่อยช่วยกันยกเข้าไป”

 

“ครับ” 

 

แบคฮยอนวางกล่องเอกสารลงบนพื้น แล้วยืนรออยู่ด้านนอกประตูห้องเก็บเอกสารเพื่อปล่อยให้พี่ๆฝ่ายบัญชีเข้าไปเคลียร์ของด้านในตามที่พวกเธอว่า

 

ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายโมงกว่าๆ หลังจากทานข้าวกล่องที่รุ่นพี่พนักงานซื้อมาให้เขาก็ตอบแทนน้ำใจด้วยการช่วยพวกเธอขนลังเอกสารมาเก็บที่ชั้นหก เกือบสัปดาห์ที่ย้ายแผนกฝึกงานเขาเริ่มปรับตัวได้บ้างแล้ว แน่นอนว่าเป็นงานตัวเลขและเอกสารตรงตามที่เรียนมา ไม่ได้มีอะไรเกินความสามารถแต่ก็ต้องพยายามเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้ได้มากที่สุด

 

บรรยากาศการทำงานค่อนข้างต่างจากเดิม จากที่มีแค่พี่เลี้ยงและเจ้านาย แบคฮยอนต้องเปลี่ยนมาร่วมงานกับคนหมู่มากซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงวัยสามสิบแล้วทั้งนั้น มีพนักงานรุ่นใกล้เคียงกันอยู่ไม่กี่คน แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรนักเพราะทุกคนต่างก็ต้อนรับเขาเป็นอย่างดี ช่วยสอนงานที่เป็นประโยชน์ อาจจะทำอะไรไม่ได้มากเนื่องจากข้อจำกัดเรื่องเวลาแต่ทุกคนก็พยายามช่วยให้แบคฮยอนได้มองเห็นภาพรวมเสมือนพนักงานประจำคนหนึ่ง

 

ก็แฮปปี้ดี

 

ถ้าในหัวไม่ต้องคิดเรื่องอื่น

 

 

 

 

หมับ!

 

 

 

อ๊ะ…” จู่ๆร่างเล็กก็ถูกใครบางคนคว้าแขนให้เดินตามออกไปด้วยอารามตกใจ พอเงยหน้าขึ้นมองไหล่กว้างภายใต้เสื้อสูทก็แทบทำอะไรไม่ถูก พยายามจะขืนร่างกายตัวเองไว้ทั้งที่รู้ดีว่าไม่มีประโยชน์อะไร อีกฝ่ายไม่ผ่อนฝีเท้าลงเลยแม้เพียงก้าวเดียว

 

“จะพาผมไปไหนครับ” แบคฮยอนถามเสียงอ่อน เขาถูกอีกคนพามาจนถึงมุมอับมุมหนึ่งของชั้นเดียวกัน ใบหน้าหล่อที่ไม่ได้พบกันหลายวันดูนิ่งกว่าปกติ ไม่บอกก็รู้ว่าเพราะอะไร

 

“…”

 

ความเงียบปกคลุมรอบกายเมื่ออีกคนไม่ยอมปริปาก แบคฮยอนเงยหน้าขึ้นมองคิ้วเข้มที่ขมวดชิดกันพร้อมกับยืนกอดอกจ้องเขม็งมา กระแสความไม่พอใจต่างๆส่งผ่านดวงตาคมคู่นั้นชัดเจน ชานยอลกำลังใช้ความเงียบต่อว่าเขา ทำให้แบคฮยอนยิ่งดูตัวเล็กลงไปเรื่อยๆและรู้ถึงความผิดตัวเองจนต้องหลบสายตา

 

“ทำแบบนั้นทำไม”

 

นั่นคือประโยคทักทาย

 

หรือไม่ก็เป็นฉากเริ่มต้นแสดงความรู้สึก ทั้งสีหน้า แววตา น้ำเสียงกระด้างฟ้องชัดว่าต่างอึดอัดใจและเป็นกังวลแค่ไหนกับสถานการณ์ไร้ชื่อเรียกตอนนี้

 

“ผมบอกพี่แล้วนี่ครับ ว่าไปไม่ได้จริงๆ”

 

“ก็เลยทำเหมือนให้ความหวังว่าจะมาแล้วโทรนัดคนอื่นให้มาสวมรอยแทน คิดอะไรอยู่”

 

“พี่บอกผมว่าไม่อยากทานข้าวคนเดียวผมเลยหาเพื่อน—”

 

“เซเรน่าเนี่ยนะ”

 

“ครับ…”

 

“ใจกว้างขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ครั้งก่อนเรายังทะเลาะกันเรื่องของเธอแต่วันนี้นายกลับ—”

 

“เพราะพี่จงอินบอกว่าคงมาไม่ทันมื้อเที่ยงผมถึงโทรไปชวนเธอ”

 

“เพื่ออะไร”

 

“ผมบอกพี่ไปแล้วไง”

 

“ไม่ใช่เพราะว่าอยากจะหลบหน้ากันเหรอถึงทำแบบนี้”

 

“งานผมเยอะ เอกสารบนโต๊ะเต็มไปหมด เหลือเวลาฝึกงานไม่ถึงเดือนแล้วผมอยากทำมันให้เต็มที่ ไม่ได้หลบหน้าแต่เพราะยุ่งมากจริงๆถึงไม่—”

 

“ยุ่งมากจนแค่ชั่วโมงเดียวที่ไปกินข้าวด้วยกันก็ให้ไม่ได้แล้วใช่ไหม”

 

“…”

 

ราวกับถูกน้ำเย็นสาดเข้าที่หน้าอย่างแรง ทั้งชาทั้งพูดไม่ออก แบคฮยอนรู้ว่าตัวเองโกหกไม่เก่ง พอถูกคนที่ยุ่งกว่าตัวเองจริงๆหลายเท่า คนที่มีภาระจนไม่มีเวลายิ่งกว่าใครตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมา จากเด็กฉลาด เขาก็ดูโง่งี่เง่าไปเลยที่เอาแต่อ้างอะไรแบบนั้นออกมา

 

“ขอโทษครับ”

 

แบคฮยอนค้อมศีรษะคล้ายยอมรับพฤติกรรมไม่น่ารักของตัวเอง เขามองเนคไทของร่างสูงอย่างคนขลาดเขลาที่ไม่กล้าสู้หน้า ไม่กล้าแม้แต่จะแก้ตัวอีกแล้วว่าไม่ได้กำลังทำอย่างที่ชานยอลพูดมาจริงๆ

 

เขาหลบเลี่ยง 

 

ถึงจะมาจากการรับปากพี่ชายคนโตเอาไว้ว่าจะไม่ทำอะไรเอาแต่ใจ ยอมให้ผู้ใหญ่อัดงานเพื่อที่จะได้ยุ่งมากพอ แต่การทำเรื่องโง่ๆอย่างการยอมให้ผู้หญิงคนอื่นมากินข้าวกับคนรักของตัวเองนั้น… แบคฮยอนผิดเอง

 

แบคฮยอนคิดน้อยไป ยิ่งได้มาเห็นหน้าชานยอลใกล้ๆ ได้เห็นแววตาเป็นกังวลแบคฮยอนก็ยิ่งรู้สึกแย่กับตัวเอง แต่ก็ไม่อยากเป็นสาเหตุให้อีกฝ่ายต้องถูกใครตำหนิอีก

 

“ใครมาพูดอะไรด้วยหรือไง”

 

ความอึดอัดใจกำลังฉายชัดออกมาทางสีหน้าทว่าแบคฮยอนกลับยังไม่รู้ตัว เขาส่ายศีรษะทั้งที่ทำหน้าซึมจนคนที่กำลังโกรธต่อว่าไม่ลง

 

“นายโกหก”

 

“พี่ก็เหมือนกัน”

 

“…”

 

“พอผมถามพี่ก็ไม่เคยคิดจะบอกปัญหาของตัวเองให้ผมรู้ ในสายตา… ผมคงยังเป็นแค่เด็กที่ไม่ควรจะรับรู้อะไรใช่ไหม” 

 

ชานยอลมองหน้าน้องแล้วเริ่มจะเห็นปัญหา เชื่อว่าแบคฮยอนต้องได้รู้ได้เห็นอะไรมาแน่ เพียงแต่จะให้คุยอย่างเปิดใจให้จบตรงนี้ตอนนี้คงไม่ง่าย

 

ร่างสูงเหลือบตามองกลับไปทางแผนกเก็บเอกสารที่ประตูทางเข้ายังคงเปิดอ้าไว้ พนักงานพี่เลี้ยงของน้องยังไม่ออกมาแต่ก็คงใกล้เวลาแล้วที่แบคฮยอนควรต้องกลับไปทำงาน

 

“เย็นนี้รอกลับบ้านพร้อมพี่ เราคงมีอีกหลายเรื่องต้องคุยกัน” ชานยอลบอกกับน้องอย่างใจเย็นที่สุด นึกอยากถอนหายใจทุกครั้งที่เห็นใบหน้าหงอยๆของเด็กตรงหน้า ไม่อยากปล่อยความไม่เข้าใจทิ้งไว้นานแต่การรอเวลาที่เหมาะสมเพื่อพูดคุยกันน่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่า

 

“ได้ยินที่บอกไหม”

 

“แต่ผมคงเลิกงานค่ำเหมือนทุกวั—”

 

“ห้าโมงลงไปเจอกันที่รถ”

 

“…”

 

“ไม่ต้องทำงานล่วงเวลาอะไรทั้งนั้น ถ้าเป็นปัญหามากนักพี่จะเรียกผู้จัดการแผนกนายขึ้นมาคุย” แบคฮยอนกัดปาก หลบสายตาดุๆนั้นจนคางแทบชิดอก ก่อนจะต้องตกใจเล็กน้อยเมื่อใบหน้าหล่อก้มตามลงมาลงโทษด้วยการฉวยโอกาสกับแก้มของเขา

 

…”

 

 

 

รวดเร็ว หนักแน่น และเอาแต่ใจ

 

 

 

สัมผัสของชานยอลทำเด็กดื้อรีบหันไปมองทางประตูแผนกเก็บเอกสาร โชคดีที่ยังไม่มีใครออกมา ไม่อย่างนั้นคงไม่พ้นโดนนินทาอีกเป็นแน่

 

“อย่าดื้อนักนะครับ พี่ไม่ได้ใจดี”

 

เสียงทุ้มต่ำฟังดูเหมือนขู่ หากแต่สายตาคมกริบกลับไม่ได้ดุดันตามที่ปากว่า ชานยอลทำท่าจะเข้ามาฉวยโอกาสเขาซ้ำอีกแต่เพราะแบคฮยอนเบี่ยงหน้าหลบ ปลายจมูกโด่งได้รูปนั้นจึงแตะใบหูของเขาแทน

 

“ถ้าห้าโมงไม่ลงมาเจอกันที่รถก็อย่าหาว่าพี่ไม่เตือน” เสียงนั้นยังคงกระซิบใกล้ ลมหายใจอุ่นเป่ารินรดใบหูแสดงอำนาจ และเรียกร้องความสนใจ

 

“พี่จะทำไมครับ”

 

“ก็ลองไม่ลงมาดูสิครับ”

 

“…” พอใบหน้าหล่อกดลงมาจ้องเขาในระดับสายตา ริมฝีปากที่สัมผัสโดนกันพอดี ถึงจะแค่อึดใจเดียวแต่ก็ทำให้แบคฮยอนถูกดึงกลับเข้าไปในห้วงที่อีกฝ่ายเป็นผู้สร้างได้อีกครั้ง

 

“อันดับแรกคงต้องบอกให้ทุกคนรู้ว่าโทษของการไม่ให้ซีอีโอได้เจอหน้าแฟนมันเป็นยังไง”

 

“ครับ?”

 

“อันที่จริงเราเป็นมากกว่านั้นอีกสินะ”

 

“ยะ เรื่องนั้น…”

 

“จะเชื่อฟังพี่ใช่ไหม”

 

“…”

 

“ใช่ไหมครับแบคฮยอน”

 

“ข ครับ” ร่างเล็กละล่ำละลักรับปากเพื่อไม่ให้อีกคนได้ถือโอกาสเอาหน้าเข้ามาใกล้ไปมากกว่านั้น “ผมเข้าใจแล้วน่า…” พอกดดันได้ผลบอสหนุ่มถึงจะยอมปล่อยเขาไป อีกฝ่ายยืนจ้องหน้าแบคฮยอนต่ออีกพักหนึ่งก่อนจะยอมผละจากไม่วายเคาะหน้าผากมนเป็นการเอาคืน

 

แบคฮยอนถึงกับพ่นลมหายใจโล่งอกยามที่ร่างสูงเดินหายเข้าไปในลิฟต์แล้ว ความรู้สึกมากมายภายในจิตใจยังคงปะปนกัน 

 

 

ทั้งมีความสุขแม้ได้พบกันเพียงครู่

 

หัวใจเต้นแรงแม้สัมผัสผิวเผิน

 

และลำบากใจเหลือเกิน มันคงจะดีถ้าหากเขาจะสามารถทำตามใจตัวเองไปพร้อมกับยังคงรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับพี่ชายคนโตได้

 

 

 

“หืม…” 

 

ทันใดนั้น ร่างเล็กถึงกับต้องขมวดคิ้วเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นใครสักคนกำลังยืนหันกล้องโทรศัพท์มาทางเขาก่อนที่จะรีบหลบมุมออกไป

 

แบคฮยอนรีบสาวเท้าตามแทบไม่ลังเล พบว่าเป็นแม่บ้านทำความสะอาดประจำบริษัทที่คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยพบเห็นกันมาก่อน หล่อนทำท่าลนลานจะหนีเข้าไปทางประตูหนีไฟแต่เพราะแบคฮยอนไวกว่าจึงได้คว้าประตูนั่นไว้ทัน

 

 

ปัง!

 

 

“คุ คุณแบคฮยอน”

 

“เมื่อกี้พี่ทำอะไรครับ?” ร่างเล็กนิ่วหน้าถามหญิงร่างท้วมเสียงเครียด 

 

“ม ไม่มีอะไรค่ะ”

 

“ขอผมดูโทรศัพท์ในมือนั่นหน่อย”

 

“…”

 

“พี่คงไม่อยากให้ผมพาขึ้นไปคุยที่ชั้นสิบเอ็ด” ได้ยินดังนั้น จากที่เอาแต่ยืนก้มหน้าก้มตาหล่อนก็รีบเงยหน้าขึ้นมาส่ายศีรษะวิงวอน แต่ดูเหมือนว่าคราวนี้ร่างเล็กจะไม่ได้ใจดี สีหน้าแบคฮยอนดูจริงจังราวกับคนละคนกับที่ใครๆมักพบเจอ สายตาเรียบนิ่งไม่โอนอ่อน และกำลังกดดันให้หล่อนทำตามโดยไม่มีข้อแม้

 

“ค่ะ นี่ค่ะ…” 

 

ด้วยความกลัว แม่บ้านจำใจต้องมอบโทรศัพท์มือถือของตัวเองให้กับน้องชายเจ้าของบริษัทในที่สุด แบคฮยอนรับมันมาเปิดดู ก่อนจะได้เห็นภาพนิ่งและวิดีโอตอนที่ตัวเองอยู่กับชานยอลเมื่อครู่นี้  

 

“นี่มันอะไรครับ” ทั้งที่ชานยอลพาเขาหลบมุมจากผู้คนและกล้องวงจรปิดเพื่อคุยกันเป็นการส่วนตัว แต่แบคฮยอนกลับต้องมาพบว่ามีคนพยามยามแอบถ่ายทุกอย่างเก็บไว้แบบนี้ มันเรื่องบ้าอะไรกัน 

 

“ทำไมทำแบบนี้”

 

“ขอโทษจริงๆค่ะ” แม่บ้านหลับตาก้มหน้าส่ายศีรษะเป็นพัลวัน “คุณแบคฮยอนอย่าเอาเรื่องเลยนะคะ ดิฉันจะไม่ทำอีกแล้ว—”

 

“ผมถามว่าทำไมทำแบบนี้”

 

“มีคนสั่งให้ฉันทำ”

 

“ใคร?”

 

“…”

 

“ถ้าไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ก็บอกผมมาว่าใครให้มาทำเรื่องบ้าๆแบบนี้”

 

“คุณเลย์ค่ะ!”

 

“…”

 

“คุณเลย์ให้ฉันทำ คุณแบคฮยอนจะไม่เอาเรื่องนี้ไปบอกใครใช่ไหมคะ ฉันต้องแย่แน่ๆ ฉันผิดไปแล้วอย่าเอาเรื่องเลยนะคะ”

 

“เป็นไปไม่ได้…” แบคฮยอนพึมพำอย่างสับสน สมองของเขาคิดขัดแย้งกันไปหมดเมื่อได้ยินชื่อพี่ชายคนดีคนนั้นหลุดออกมาจากปากของแม่บ้าน

 

จะเป็นเลย์ไปได้ยังไง ไม่มีเหตุผลที่อีกฝ่ายจะทำเรื่องแบบนี้เลยสักนิดเดียว

 

“รู้ใช่ไหมครับว่าถ้าพูดโกหกจะเป็นยังไง”

 

“ดิฉันไม่กล้าโกหกคุณหรอกค่ะ ให้ไปถามแม่บ้านคนก่อนๆที่ถูกไล่ออกไปแล้วก็ได้ เค้าก็ถูกจ้างให้ทำแบบนี้เหมือนกัน”

 

“ทำไม… เค้าได้บอกไหมว่าทำแบบนี้ทำไม”

 

“ไม่ทราบค่ะ คุณเลย์แค่ให้พวกเราจับตาดูพวกคุณสองคนไว้ แต่เรื่องถุงยางอนามัยในห้องทำงานคราวก่อนไม่ใช่ฝีมือดิฉันนะคะ—” แบคฮยอนทำมือเชิงห้ามให้แม่บ้านคนนั้นหยุดพูด เขาพยักหน้ารับฟังในสิ่งที่ได้ยินทว่าสีหน้ากลับดูจะยังไม่เชื่อเท่าไหร่นัก ในหัวของเขายังเต็มไปด้วยคำถามและความสับสน มือเรียวบีบโทรศัพท์เอาไว้แน่น

 

“มือถือนี่ผมขอเก็บไว้ก่อน พี่ไปได้แล้วครับ”

 

“แล้วคุณจะไม่เอาเรื่อง…” พอเห็นสายตาเรียบนิ่งของร่างเล็กอีกครั้งแม่บ้านก็รีบพาตัวเองออกจากตรงนั้นโดยทันที

 

“ข ขอบคุณค่ะ!” 

 

ดวงตาเรียวรีมองตามร่างท้วมกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไป กระทั่งได้ยินเสียงหลุดหัวเราะหึของใครสักคนที่ดังมาจากอีกมุมหนึ่งเขาถึงต้องหันหลังกลับมามอง

 

 

เลย์คนที่เป็นลูกพี่ลูกน้องพวกนายน่ะเหรอ

 

หญิงสาวสวย เจ้าของผมสีบลอนด์เหมือนตุ๊กตาบาร์บี้ยืนกอดอกส่งเสียงถามมา แบคฮยอนไม่รู้ว่าเธอมาอยู่ตรงนั้นได้อย่างไรและมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่จากท่าทางเป็นไปได้ว่าเรื่องที่ดังออกมาจากปากของแม่บ้านคงไม่ได้มีแค่เขาคนเดียวแล้วที่รู้

 

“ตัวร้ายสินะ”

 

“ฟังความข้างเดียวยังตัดสินอะไรไม่ได้หรอกครับ” แบคฮยอนพูดพลางก้าวขาเข้าไปหาหญิงสาวใกล้ๆ “พี่อย่าเอาเรื่องนี้ไปพูดกับใครได้ไหม โดยเฉพาะกับพี่รอง”

 

“เฮอะ” เซเรน่าแทบจะหลุดขำทันทีที่แบคฮยอนร้องขอแบบนั้น ดวงตากลมน่ารักที่กรีดอายไลน์เนอร์มาอย่างดีจ้องสำรวจใบหน้าหวานของร่างเล็ก

 

“นายคิดว่าฉันควรจะฟังเด็กที่กล้าหลอกใช้ตัวเองเป็นเครื่องมืออีกเหรอ”

 

“เรื่องนั้นผมขอโทษครับ”

 

“ที่จริงฉันตามหมอนั่นลงมาถึงนี่ก็เพราะตั้งใจจะมาเอาเรื่องนายโดยเฉพาะเลยนะ แต่เห็นนายมีเรื่องกวนใจเยอะแยะไปหมดฉันจะทำเป็นลืมๆไปก็ได้” แบคฮยอนค้อมศีรษะเป็นการขอบคุณเธอ 

 

“เห็นแก่ความเอ็นดูที่มีให้ ขอเตือนเอาไว้ตรงนี้เลยว่าอย่าเล่นจับคู่ให้ใครอีก โดยเฉพาะกับเซเรน่าคนนี้และปาร์คชานยอลคนนั้น”

 

“ขอโทษจริงๆครับ”

 

“มีอะไรก็ไปคุยกันแมนๆตรงๆ หมอนั่นน่ะ… หน้าซึมเป็นหมากินอะไรไม่ลงก็เพราะวิธีแก้ปัญหาของนายเลยนะ เด็กน้อย”

 

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

 

 

เสียงพูดคุยภายในห้องทำงานบนชั้นสิบเอ็ดของปาร์คชานยอลเงียบลงเมื่อประตูถูกผลักเข้ามา ร่างเพรียวระหงของสาวสวยผมบลอนด์สืบเท้าอย่างมาดมั่น คิ้วเรียวเลิกขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าพื้นที่โซฟาถูกเพื่อนของเธออีกคนหนึ่งยึดไป

 

“ไปไหนมา”

 

คิมจงอินเอ่ยทัก

 

“ห้องน้ำ”

 

“นานขนาดนั้นเชียว” คนถูกตั้งคำถามยักไหล่พลางขยับเข้าไปนั่งเบียดหนุ่มผิวแทนที่กำลังไขว่ห้างเล่นรูบิคด้วยท่าทางสบายๆ ส่วนเจ้าของห้องทำงานใหญ่กำลังนั่งหน้าเคร่งอยู่หลังจอคอมพิวเตอร์ ดูไม่ได้สนใจกับการมีอยู่ของเพื่อนอย่างพวกเขาเท่าไหร่นัก

 

“นายเถอะ มาตั้งแต่เมื่อไหร่ถึงมาหาว่าฉันเข้าห้องน้ำนาน”

 

“ก็สักพัก” เซเรน่าโทรตามจงอินให้มาหาตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้วพร้อมกับเล่าเรื่องตลกร้ายให้ฟัง ทว่าเธอกลับได้ฟังเรื่องตลกยิ่งกว่านั่นคือการที่ได้รู้ว่าตัวเองเป็นแค่ตัวสำรอง เด็กน้อยของปาร์คชานยอลโทรไปชวนคิมจงอินให้มาทานมื้อกลางวันเป็นเพื่อนพี่ชายก่อนเธอเสียอีก นึกแล้วก็น่าหงุดหงิด เห็นหน้าตาซื่อๆไม่น่าเชื่อเลยว่าจะแสบ

 

แต่ก็นั่นแหละ ยังไงเธอก็เอ็นดูเด็กคนนั้นอยู่ดี ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมชานยอลถึงได้หลงอีกฝ่ายจนไม่คิดจะมองใคร

 

“แล้วนี่อะไร กะปล้นหมอนั่นเลยเหรอถึงสั่งอาหารมาเยอะขนาดนี้”

 

“อยากอวดรวยดีนักนี่”

 

“ฮ่ะๆ” จงอินวางรูบิคลงบนโต๊ะก่อนจะเปิดกล่องอาหารญี่ปุ่นที่วางซ้อนทับกันเป็นตึกดูเล่นๆ “ดูช่วงนี้นายจะดวงไม่ค่อยดีนะคุณชาย ทำบุญเยอะๆหน่อยสิคนจะได้ไม่พากันหมั่นไส้” หนุ่มผิวแทนเปลี่ยนมานั่งเอนหลังพิงพนักโซฟาพร้อมกับกอดอกพูด

 

“ได้ยินว่าที่บริษัทกำลังสงสัยเรื่องของพวกนายเหรอ”

 

“อือ”

 

“แล้วเอาไง ใช้โอกาสเปิดตัวเลยไหม”

 

“ได้ก็ดี แต่คงไม่ถูกใจผู้ใหญ่ที่บ้านเท่าไหร่”

 

“อ่า ยังตามใจตัวเองไม่ได้สินะ ถึงว่าคนพากันขุดต่อไม่เลิก” จงอินลูบคางตัวเองไปพร้อมๆกับทำหน้าวิเคราะห์ “นักข่าวก็ดูสนใจเรื่องส่วนตัวนายชะมัด”

 

“คิดว่าเพื่อนนายเป็นดาราหรือไง ดีไม่ดีรูปที่เป็นข่าวจะเป็นคนในนี่แหละทำ” ความเห็นของเซเรน่าทำจงอินและชานยอลมองหน้ากัน หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือนิตยสารก่อนจะมองตรงไปที่บอสหนุ่ม

 

“ช่วงนี้งานนายมีปัญหาอะไรไหม”

 

ชานยอลส่ายหน้า

 

“ไม่เลยเหรอ”

 

“ข่าวแบบนี้ไม่มีผลกับฉันอยู่แล้ว” ถ้าจะมีก็คงเป็นการกวนใจเหมือนแมลงที่ทำได้แค่สร้างความรำคาญให้เท่านั้น ตราบใดที่เขายังทุ่มเททำงานให้บริษัทอย่างหนักและทำผลประกอบการออกมาดีใครก็ไม่มีสิทธิ์มาก้าวก่ายเรื่องส่วนตัว

 

“แต่ก็มีอยู่สินะ…” ชานยอลทำหน้านึก “ผู้ใหญ่แนะนำให้เลี่ยงงานออกสื่อ”

 

“ถึงจะออกงานด้วยตัวเองนายก็ไม่ตอบคำถามเรื่องส่วนตัวกับสื่ออยู่แล้วนี่” จงอินว่า

 

“ถึงได้บอกไงว่าไม่มีผลอะไร” ร่างสูงยักไหล่ สีหน้าเรียบเฉยดูไม่ได้แคร์อะไรเลย “แต่พักนี้ก็คงให้เลย์รับงานที่พบสื่ออย่างที่ผู้ใหญ่แนะนำไปก่อน ฉันไม่มีอารมณ์จะไปออกงานสังคมอยู่พอดี"

 

“เลย์?”

 

“ผู้อำนวยการผลิตและฝ่ายขาย หมอนั่นจะดูแลงานสำคัญแทนฉันกับพี่ใหญ่”

         

“นายถึงได้วางใจสินะ”

 

“…”

 

เซเรน่าหรี่ตามองร่างสูงพลางอมยิ้ม การเงียบของเพื่อนทำให้เขารู้ว่าชานยอลยังไงก็คือชานยอล คนที่ไม่เคยวางใจใครง่ายๆซึ่งนี่แหละ ไม่ทำให้เธอผิดหวังกลับยอมรับว่ามันเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของอีกฝ่ายไปแล้ว 

 

“ไปรู้อะไรมาหรือไง” 

 

ชานยอลถามก่อนที่เซเรน่าจะส่ายหน้า

 

“ก็แค่คิดเอาเองเล่นๆว่าถ้าภาพลักษณ์ผู้บริหารของนายไม่ค่อยดีเท่าไหร่ใครจะได้ประโยชน์กับเรื่องนี้ นายเคยบอกฉันเองนี่ว่ามีใครหลายคนไม่ค่อยชอบขี้หน้า” ตอนนั้นเองที่ชานยอลวางมือจากเมาส์แล้วเปลี่ยนมานั่งเอนหลังฟังเพื่อนสนิทอย่างสนใจ

 

“ถึงจะทำอะไรคนอย่างนายไม่ได้ แต่เรื่องนี้ก็กวนใจได้ใช่ไหมล่ะ”

 

“อืม”

 

“ถ้าเป็นฉันนะ การปั่นหัวคนเย็นชาไม่สนโลกอย่างนายได้น่ะคงเป็นอะไรที่น่าสนุก”

 

“ก็เลยสงสัยญาติฉัน?”

 

“ฉันเคยเจอหมอนั่นครั้งหนึ่งที่ล็อบบี้”

 

“แล้วไง”

 

“ก็หล่อดี” เซเรน่ากดยิ้ม “แต่น้ำนิ่งไหลลึกยังไงก็น่าระวัง” ชานยอลไม่ได้บอกว่าคิดยังไงกับสิ่งที่เซเรน่าพูด สีหน้ายังคงปกติดีอยู่และไม่ได้แสดงอาการอื่นใด แต่ปลายนิ้วหนาซึ่งเคาะลงบนโต๊ะทำงานอย่างช้าๆนั่นก็น่าจะบอกได้ว่าเขาไม่ได้แค่รับฟัง กลับกำลังคิดตามด้วยเหตุและผลที่เป็นไปได้ 

 

“ถ้ารู้อะไรก็บอกมา”

 

ชานยอลพูดกับหญิงสาวอย่างรู้ทัน

 

“จะเชื่อไม่เชื่อฉันจะคิดเอาเอง”

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

         

 

 

 

 

 

 

Rrrrrr

 

 

“สวัสดีครับ แบคฮยอนพูดสาย” ช่วงสี่โมงเย็นกว่าๆเสียงโทรศัพท์บนโต๊ะของเด็กฝึกงานได้ดังขึ้น แทบไม่ปล่อยให้ร้องระงมนาน ร่างเล็กรีบวางมือจากทุกอย่างเพื่อรับสายเหมือนรู้อยู่แล้วว่าปลายทางคือคนที่ตัวเองกำลังรอคอย

 

แบคฮยอนใช้เวลาพูดคุยอยู่เกือบสิบนาที ตลอดเวลาที่ถือสายเขาเป็นฝ่ายรับฟังมากกว่าจะออกความเห็น คิมดาซมโทรมารายงานเรื่องที่เขาวานให้ไปสืบ และเป็นอย่างที่แม่บ้านคนนั้นว่ามาจริงๆ เลย์คือคนที่อยู่เบื้องหลังของพวกเธอ ภาพชานยอลอุ้มเขาที่โรงงานครั้งก่อนจนกลายเป็นประเด็นนั่นก็ฝีมืออีกฝ่าย และไม่แน่ว่าภาพที่นักข่าวได้ไปก็อาจจะมาจากคนๆเดียวกัน 

 

จนถึงตอนนี้แบคฮยอนยังไม่กล้าปักใจเชื่อว่าทุกอย่างมาจากพี่ชายคนนั้น แต่ก็ยอมรับว่าผิดหวังมากจริงๆ เสียงก่นว่าของคิมดาซมเต็มไปด้วยความไม่พอใจ แบคฮยอนก็ได้แต่ขอให้เธออย่าเพิ่งเอาไปพูดต่อที่ไหนแม้แต่กับชานยอลหรือเพื่อนสนิทของเธอที่เป็นเลขาส่วนตัวของเลย์

 

พอรู้แบบนั้นแล้วเขาไม่สามารถทนเฉยต่อไปได้ แบคฮยอนอาจจะเป็นเด็กที่ซื่อตรงเกินไป หรืออาจจะดูโง่ไม่ทันใครที่เลือกกดเบอร์โทรหาปาร์คเลย์หลังจากที่วางสายคิมดาซมเพื่อพูดคุยอย่างตรงไปตรงมา

 

อีกฝ่ายนัดเขาให้ขึ้นไปพบบนชั้นดาดฟ้า เป็นช่วงเวลาก่อนเลิกงานที่เมฆครึ้มลอยต่ำและอีกไม่นานฝนก็คงจะตกลงมา แบคฮยอนหยุดมองแผ่นหลังของอีกฝ่ายจากที่ไกลๆ ก่อนตัดสินใจเดินเข้าไปหาด้วยความรู้สึกที่ไม่เหมือนเดิม

 

 

“ไง…”

 

 

เขาไม่สามารถมองเลย์ด้วยความรู้สึกเดิมได้อีกต่อไปแม้ว่าอีกฝ่ายจะทักทายด้วยสีหน้าปกติดี

 

 

“ผมอยากรู้ว่าพี่ทำแบบนี้ทำไม” แบคฮยอนเลือกมุ่งเข้าประเด็น เมินรอยยิ้มของฝ่ายตรงข้ามแล้วยื่นโทรศัพท์เครื่องเก่าๆของแม่บ้านออกไปตรงหน้า

 

“อะไรครับ” ทว่าเลย์กลับทำเพียงแค่หลุบตามองตามด้วยสีหน้าเฉยชา อีกฝ่ายเคาะปลายบุหรี่ที่ติดไฟกับราวกั้นดาดฟ้าเหมือนไม่ได้สนใจท่าทีของแบคฮยอน

 

“โทรศัพท์ของแม่บ้านคนที่พี่สั่งให้มาแอบถ่ายพวกผมไง”

 

“หืม…”

 

“จะบอกว่าไม่รู้เหรอครับ”

 

“แม่บ้านคนที่เพิ่งถูกไล่ออกไปเมื่อวันนี้สินะ” เลย์หันมาเลิกคิ้วถาม ท่าทางไร้ความรู้สึกกับรอยยิ้มเย็นไม่แยแสพอได้มาเห็นเองกับตาแบคฮยอนเหมือนถูกของแข็งตีเข้าที่ศีรษะยังไงยังงั้น เขาส่ายหน้าให้อีกคนด้วยความผิดหวัง ไม่คิดเลยจริงๆว่าอีกฝ่ายจะเป็นคนแบบนี้ได้

 

“พี่ไล่เธออกเหรอครับ?”

 

“คนที่ทำงานไม่ได้เรื่องจะเก็บไว้ให้เปลืองเงินค่าจ้างของครอบครัวเราทำไม”

 

“พี่เลย์”

 

“นายน่ะยังเด็ก อยู่แบบไข่ในหินมาทั้งชีวิตจะไปรู้อะไร คงคิดสินะว่าที่พี่ชายของตัวเองขึ้นมาเป็นซีอีโอได้ก็เพราะว่าความสามารถ แต่รู้ไหม…หมอนั่นแทบไม่ได้พยายามทำอะไร คนที่ทำงานหนักกว่าใครอย่างฉันต่างหาก สมควรจะได้อยู่ตรงนั้น”

 

“ความอิจฉาสินะครับ” แบคฮยอนถอยหลังจนติดรั้วกั้นดาดฟ้าเมื่อร่างสูงสมส่วนก้าวเข้ามาประชิดตัว แม้จะยังคงรอยยิ้มแต่สายตาของเลย์กลับไม่ได้อ่อนโยนเหมือนที่เคยเสแสร้งตลอดมา

 

 

นั่นสินะ

 

มันคือการเสแสร้งทั้งนั้น

 

 

“ฉันกำลังสอนให้หมอนั่นรู้ต่างหากว่าใช้ชีวิตบนทางสวยหรูเกินไปน่ะมันน่าเบื่อ”

 

“แล้วคิดเหรอครับว่าการทำแบบนี้จะทำอะไรพี่รองได้” เลย์ส่ายหน้ายิ้มเหมือนรู้ในสิ่งที่แบคฮยอนพูดดีอยู่แล้วและไม่ได้แคร์มันเลยสักนิด

 

“ทำตัวเป็นกระดูกติดคอแบบนี้ไปเรื่อยๆน่ะสนุกกว่าอีกไม่ใช่หรือไง”

 

“แล้วผมเกี่ยวอะไรด้วย”

 

“เพราะนายคือจุดอ่อนของหมอนั่นไงล่ะ”

 

“…”

 

“จะคุณลุง พี่ใหญ่ หรือว่านายรองก็เหมือนกัน แต่ไหนแต่ไรพวกนั้นก็มีนายเป็นจุดอ่อนเสมอ เพราะแบบนี้ไงพี่ถึงได้เอ็นดูนายเป็นพิเศษ”

 

แบคฮยอนปัดมือของเลย์ที่กำลังลูบศีรษะของเขาออกอย่างรู้สึกโกรธ คำพูดนั้นกำลังตอกย้ำว่าเขาเป็นยังไงในสายตาทุกคน แต่ก็ยิ่งทำให้แบคฮยอนอยากเป็นคนที่เข้มแข็งและเติบโตขึ้นกว่าเดิม 

 

“ผิดแล้วล่ะครับ…”

 

เขาต้องไม่ใช่จุดอ่อนของใคร และเชื่อว่าชานยอลเก่งพอจะไม่ให้ใครมาเป็นจุดอ่อนเหมือนกัน

 

“การที่พี่ใช้ผมเป็นเครื่องมือไม่ใช่เพราะว่าผมคือจุดอ่อนของใคร แต่เป็นเพราะพี่มีจุดอ่อนต่างหาก”

 

“ยอมรับความจริงเถอะเด็กน้อย—”

 

“ใช้ความสามารถสู้ไม่ได้ถึงต้องคอยลอบกัด”

 

“…”

 

“น่าภูมิใจมากเหรอครับ ผมคิดว่าพี่จะต่างจากคุณอาเสียอีก” 

 

“ใครว่าล่ะ” วูบหนึ่งในตาของเลย์สั่นระริกคล้ายโกรธที่ได้ยินแบบนั้น “คนที่ทำให้ชีวิตลูกต้องมีมลทินแบบนั้นจะเอามาเทียบกับคนฉลาดอย่างฉันได้ยังไง!”

 

“ถ้าเชื่อว่าตัวเองฉลาดนักก็หยุดทำเรื่องโง่ๆแบบนี้สิครับ” แบคฮยอนขึ้นเสียงกลับอย่างสุดทน “ที่พี่มาอยู่ตรงนี้ก็เพราะความสามารถ ที่พี่รองขึ้นมาอยู่ตรงนั้นได้ก็เพราะความสามารถไม่ใช่โชคช่วย เค้าเองก็ทำงานหนักและพยายามมากเหมือนกันไม่ได้มีแค่พี่คนเดียวสักหน่อย”

 

“นายก็ดีแต่เทิดทูนมัน”

 

“ผมก็เคยรู้สึกแบบนั้นกับพี่เหมือนกันแต่ตอนนี้พี่กำลังเป็นใครก็ไม่รู้”

 

“…”

 

“อย่าพาตัวเองไปอยู่จุดเดียวกับคุณอาเลยนะครับ อย่าทำร้ายกันเองแบบนี้เลย เพราะถ้าผมเป็นจุดอ่อนอย่างที่พี่ว่าจริงๆ…”

 

“…”

 

“วันไหนที่พี่ใหญ่หรือพี่รองรู้เรื่องนี้ขึ้นมาเค้าคงไม่ปล่อยให้พี่ได้ทำงานต่อไปอย่างสงบสุขแน่”

 

 

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

 

       

ห้าโมงตรงที่ร่างสูงสง่าก้าวเท้าออกมาจากลิฟต์ผู้บริหารแล้วพบว่าสุดสายตานั้นคือรถสปอร์ตหรูของตัวเอง และร่างเล็กของเด็กฝึกงานที่มายืนรออยู่ก่อนแล้ว

 

คิ้วเข้มค่อยๆคลายออกจากกันเมื่อระยะห่างของคนสองคนร่นลงเรื่อยๆ แบคฮยอนเงยหน้ามองตรงมาที่เขา เนคไทที่ถูกคลายลงเช่นเดียวกับกระดุมสามเม็ดบนสุด สูทที่เคยสวมทับตลอดเวลาทำงานตอนนี้มันพาดอยู่บนแขนยาวคนละข้างกับที่ถือกุญแจ

 

ทุกองค์ประกอบทำให้แบคฮยอนใจเต้นแรงจนต้องหลุบสายตาลงมองหน้าต่างรถฝั่งที่ตัวเองยืนรอ

 

 

“ไม่ดื้อแล้วนี่ครับ”

 

 

เสียงทุ้มเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน แบคฮยอนเงยหน้าขึ้นมามองอีกครั้งก่อนจะพยักพเยิดให้ร่างสูงปลดล็อคประตู

 

 

พอเข้ามาอยู่ในรถด้วยกันสองคนความรู้สึกเดิมๆก็กลับมา ผ่อนคลาย สบายใจ ปลอดภัยหรือแม้แต่คิดถึง ทั้งคู่ต่างรู้สึกแบบนั้นแม้จะไม่ได้พูดมันออกไป ได้แต่ปล่อยให้ความเงียบทำงานยามที่รถหรูเคลื่อนตัวออกจากลานจอดของบริษัท

 

 

“หิวไหม”

 

“ไม่ครับ”

 

“อยากไปแวะที่ไหนก่อนหรือเปล่า”

 

ร่างเล็กส่ายหน้าเป็นคำตอบ ร่างสูงละสายตาจากถนนเบื้องหน้าหันมามองก็พบว่าสีหน้าของน้องดูเหนื่อยกว่าตอนที่พบกันเมื่อกลางวัน แบคฮยอนไม่สดใส และคงมีเรื่องไม่สบายใจที่ยังไม่ได้บอกให้เขารู้

 

“เป็นอะไร—”

 

“วันนี้เหนื่อยไหมครับ”

 

ทั้งคู่พูดขึ้นมาพร้อมกันก่อนจะปล่อยให้ความเงียบโรยตัวลงมาอีกครั้งพร้อมกับรถที่หยุดติดไฟแดงพอดี

 

“ที่จริงผมไม่น่าถาม พี่ทำงานหนักทุกวันต้องเหนื่อยอยู่แล้ว” เพราะในใจกำลังรู้สึกเศร้ารอยยิ้มที่แสดงออกมาจึงดูฝืน แน่นอนว่ามันไม่สามารถรอดพ้นสายตาของคนอายุมากกว่าไปได้

 

“นายมีเรื่องไม่สบายใจ”

 

“วันนั้นที่พวกพี่ทะเลาะกัน”

 

“…”

 

“ผมได้ยินแล้วนะครับ”

 

“…”

 

“พี่เคยคิดบ้างไหม ว่าสิ่งที่เรากำลังทำกันอยู่มันไม่ควร”

 

“แล้วทำไมคิดว่ามันไม่ควร”

 

“…”

 

“เพราะผู้ใหญ่งั้นเหรอ หรือเพราะคนอื่นคิดว่าเราเป็นพี่น้องจะได้ทำให้ทุกคนรู้ไปเลยว่าจริงๆแล้วเราสองคนเป็นอะไรกัน นายจะได้เลิกกังวลสักที”

 

“ผมกังวลเพราะพี่ต่างหาก”

 

“ถ้างั้นก็ต้องรู้สิว่าพี่รู้สึกยังไงที่นายเป็นแบบนี้”

 

“แล้วพี่รู้สึกยังไงครับ ถ้ามีคนพูดว่าพี่คบเด็กในบ้านที่ยังเรียนไม่จบ พี่รู้สึกยังไงตอนที่ผู้ใหญ่ตำหนิว่าเราเป็นพี่น้องกันไม่ควร—”

 

“ไม่มีพี่น้องที่ไหนเค้านอนด้วยกันหรอก”

 

“…”

 

“ถ้าฉันแคร์คงไม่ปล่อยให้เรื่องของเรามาไกลถึงขนาดนี้ อย่าให้คำพูดของคนอื่นมาเป็นปัญหาของเราได้ไหม”

 

“แต่คนอื่นที่พูดถึงมีครอบครัวเราด้วยไม่ใช่เหรอครับ”

 

“แล้วคนที่อยู่ตรงหน้านายตอนนี้ล่ะคือใคร ไม่ใช่คนที่นายควรแคร์ที่สุดเหรอ?” 

 

คนหนึ่งคิดไปข้างหน้าเพราะหน้าที่การงานของคนที่ตัวเองรักทำให้เขาไม่อยากเป็นจุดอ่อน ถึงเด็กกว่าแต่ก็เป็นกังวลแทนต่างๆนานา ขณะที่คนโตกว่าคิดถึงเพียงปัจจุบัน 

 

เพราะต้องการแค่ได้รัก ได้มีความสุขกับสิ่งที่เพิ่งได้มาเขาถึงไม่อยากคิดเผื่อวันข้างหน้าที่ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง เขาทนทำเพื่อคนอื่นมามากพอแล้วหากจะหันกลับมาดูแลความรู้สึกตัวเองบ้างมันผิดตรงไหน

 

ต่างคนต่างเชื่อในมุมมองของตัวเองบรรยากาศภายในรถจึงเงียบอึมครึมพอๆกับด้านนอกที่ฝนกำลังพรำลงมา

 

 

ผ่านมันไปด้วยกันได้ไหม

 

 

น้ำเสียงที่ดูอ่อนลงกับคำพูดจากปากของคนที่เคยคิดว่าเย็นชาที่สุดทำแบคฮยอนใจอ่อนยวบ ยามที่ได้สบตากันอีกครั้งคำพูดของเลย์ก่อนหน้านี้ตามมาสะกิดใจ

 

ว่าใครต่างก็ใจร้ายกับคนๆนี้ คนที่ดูเข้มแข็งจนมักถูกโยนทุกอย่างมาให้แบกรับโดยไม่ถามความรู้สึก และแบคฮยอนรู้สึกผิดที่กำลังจะเป็นหนึ่งในนั้น หนึ่งคนที่กำลังจะปล่อยมือคนที่ตัวเองรักเพราะคิดว่ามันคือสิ่งที่ถูกต้อง

 

 

ทั้งที่เขาคือคนที่ชานยอลต้องการมากแท้ๆ

 

 

ปรี๊น!

 

 

รถหรูเคลื่อนตัวไปข้างหน้าอีกครั้งเมื่อเสียงบีบแตรจากรถคันหลังเตือนว่าสัญญาณไฟจราจรได้เปลี่ยนสีแล้ว แบคฮยอนเอาแต่นั่งก้มหน้าเงียบ ปล่อยชานยอลให้ขับรถพาตัวเองไปก่อนจะเอ่ยคำหนึ่งขึ้นมา

 

“จอดตรงนี้ได้ไหมครับ”

 

แม้ดูไม่มีเหตุผลทว่าร่างสูงกลับยังค่อยๆชะลอความเร็วลงเพื่อจอดรถตามที่น้องต้องการ ชานยอลตบไฟเลี้ยวเข้าข้างทางที่ห่างออกมาจากเมืองพลุกพล่านประมาณหนึ่ง ปลดเข็มขัดนิรภัยของตัวเองออกราวกับว่าถ้าแบคฮยอนคิดจะเปิดประตูหนีเป็นเด็กโง่ เขาก็พร้อมจะตามลงไป

 

“ผมไม่หนีพี่ไปไหนหรอก”

 

ระยะหลังไม่ว่าเรื่องอะไรชานยอลก็มักจะยอมลงให้ก่อนแม้กระทั่งยามที่แบคฮยอนกำลังเผลอทำตัวไม่น่ารัก และนั่นทำให้ร่างเล็กอดยิ้มในใจอย่างรู้สึกผิดไม่ได้

 

“แค่อยากขอโทษ”

 

“…”

 

“ผมทำเรื่องโง่ๆ หลบหน้าพี่ คิดว่ามันคงจะดีกว่าถ้าเราไม่ต้องใกล้กัน ผู้ใหญ่จะได้ไม่ตำหนิและคนรอบข้างจะได้ไม่นินทาเสียๆหายๆให้ภาพลักษณ์พี่ดูไม่ดี เพราะแคร์ผมถึงไม่อยาก—”

 

“มานี่ครับ”

 

“…”

 

แบคฮยอนหลุบตามองมือหนาที่กำลังตบหน้าขาตัวเองเบาๆ

 

“เข้ามาหาพี่ใกล้ๆ”

 

เรียกให้แบคฮยอนเข้าไปหา เด็กดื้อนั่งนิ่งชั่งใจคิดต่อไม่นานก็กลายร่างเป็นลูกหมาเชื่องๆ ปีนข้ามเบาะไปหาอีกฝ่าย คร่อมตักกว้างด้วยสีหน้าหงอยๆอย่างคนมีความผิดติดตัว

 

 

ท่ามกลางความเงียบพวกเขาใช้เวลาสบตากันโดยไม่มีใครคิดผละไปก่อน ในดวงตาของแบคฮยอนเต็มไปด้วยคำขอโทษ หากแต่ชานยอลกลับส่ายศีรษะให้เหมือนจะบอกว่าไม่เป็นไร

 

มือสากสัมผัสข้างแก้มนิ่มอย่างรักใคร่ เพราะความคับแคบจากพวงมาลัยรถที่ติดแผ่นหลังทำให้ร่างเล็กต้องขยับกายเข้าไปเบียดร่างสูงมากกว่าเดิม แบคฮยอนถือโอกาสซบแก้มลงบนฝ่ามืออุ่นๆของคนโตกว่าอย่างยอมจำนน

 

“ถ้าคิดได้แล้วก็อย่าทำอีก”

 

“ผมขอโทษ”

 

“อยู่กับพี่ นายไม่จำเป็นต้องกลัว”

 

“ผมจะไม่ทำอีกอย่าโกรธนะครับ”

 

จะไม่หนีหน้าจะไม่ปล่อยมือ

 

“จะไม่ทำให้พี่เป็นกังวล เพราะงั้นไม่ต้องกลัวอะไรเหมือนกัน ผมไม่ทิ้งพี่หรอก…” แบคฮยอนจะทำตามใจตัวเองไปพร้อมกับรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับพี่ชายคนโต สัญญาที่ว่าจะเติบโตทั้งภายนอกและจิตใจเพื่อที่จะได้รักคนๆนี้โดยสมบูรณ์

 

 

ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่อารมณ์ชั่ววูบแบบเด็กๆ

 

แต่เป็นเพราะว่าเขารักชานยอลจากใจจริง

 

 

อืม”  เสียงเครื่องยนต์เงียบลงในตอนที่ริมฝีปากของพวกเขาประกบกัน กลายเป็นเสียงจูบดูดดื่มที่ดังขึ้นมาแทนที่ ชานยอลกระชับกอดเอวคอดกิ่วไปพร้อมๆกับปรับเบาะที่นั่งให้เอนลงนอน

 

จูบสนองรับกันอย่างต้องการ

 

และปล่อยให้ความไม่เข้าใจกันต่างๆก่อนหน้า ละลายไปกับรสสัมผัสที่ค่อยๆลึกซึ้งขึ้น…

 

 

 

 

 

 

TBC.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.401K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,385 ความคิดเห็น

  1. #10384 chanbaekjan (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2564 / 14:38
    ดีกันแล้วว อย่าโกรธกันนานเลยนะ
    #10,384
    0
  2. #10235 AOM_YXWOLF (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 / 16:42
    อยากให้พี่อี้กลับตัวกลับใจ แง้
    #10,235
    0
  3. #10194 YunewG (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 มกราคม 2564 / 10:05
    สู้ๆนะคะเด็ก,, น้องคุยอะไรกับพี่ใหญ่มานะ อยากจะรู้จริงๆเลย
    #10,194
    0
  4. #10086 ChungWila (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 20:44
    ชอบจังที่ปรับความเข้าใจกันเร็วแบบนั้ จับมือเดินไปด้วยกันแน่นๆนะ แต่เรื่องเรียนต่อน้องต้องรีบบอกพี่รองนะ
    #10,086
    0
  5. #10046 Kalaaked_ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 20:27
    ร้ายมากกกกอยากจะกรี๊ดดดดดด
    #10,046
    0
  6. #9619 Recekalte (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2563 / 01:39
    สงสารน้องที่ทุกคนพยายามปกป้องอ่ะ มันให้ความรู้สึกที่แบบเราไม่สามารถปกป้องใครกลับได้เลยหรอเพราะทุกคนเอาแต่ประคบประหงม เอะอะก็เก็บเงียบไปรู้กันเอง คนมารู้ทีหลังก็เสียใจนะ ;-;
    #9,619
    0
  7. #9528 ไพลอท (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 / 09:14
    เลย์ร้ายมากอ่ะทำไมทำแบบนี้ ถ้าไม่หยุดแล้วพี่รองรู้คือได้เห็นดีกันแน่ หึย เคลียร์กันแล้วก็จับมือกันแน่นๆผ่านทุกอย่างไปด้วยกันนะ สงสารพี่รอง t-t
    #9,528
    0
  8. #9011 purnploy (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2563 / 15:17
    ดีใจที่น้องไม่หนี ขอบคุณที่อยู่กับพี่เขานะคคนเก่ง
    #9,011
    0
  9. #8976 Zikdn_ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 กันยายน 2563 / 09:07
    ไม่ว่าจะเกิดไรขึ้นก็ผ่านมันไปด้วยกันน้าา
    #8,976
    0
  10. #8820 ppppia (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 กันยายน 2563 / 04:20
    ผ่านไปด้วยกันนะคะ🥺
    #8,820
    0
  11. #8817 creamcsom (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 กันยายน 2563 / 02:55
    ชั้นรักแม่สาวบาร์บี้ เลือกเมนได้เลยไหมคะ คิ้กๆ

    ดีจัง โล่งใจ ถึงจะไม่ทั้งหมดแต่ก็รู้สึกดีหายใจหายคอสะดวกขึ้นมาหน่อย สำหรับพี่รองจะเจอใครใจร้ายก็ได้อ่ะ พร้อมสู้ แต่ถ้าน้องใจร้ายใส่อันนี้คงไม่ไหวแน่ ไม่โมโหบ้าก็ตาแดงซึมหมดสภาพอ่ะ มีน้องสู้ไปด้วยกันคนทางนี้ก็แสนอุ่นใจ เก่งมากๆเลยน้องเล็กของคูมแม่ ตุ้บแม่งๆปุๆคับ
    #8,817
    0
  12. #8747 Ohsehun9494 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 กันยายน 2563 / 23:29
    น้องโตขึ้นเยอะเลย น้องเก่งมากๆแล้วนะคับ อยากกอดปลอบทั้งคู่จัง
    #8,747
    0
  13. #8632 miemiexx (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 กันยายน 2563 / 23:17
    ฮีลใจจัง ขอบคุณค้าบไรท์
    #8,632
    0
  14. #8630 .NVaree (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 12:03
    น้องเก่งน้องหนักแน่นมากอยู่ข้างๆพี่รองไปก่อนนะอย่าพึ่งไปไหนเลย
    #8,630
    0
  15. #8629 promlikit (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 02:52
    ประทับใจมากที่น้องไม่ยอมปล่อยให้เลย์เข้ามาทำลายพี่รองของเขาได้เลย คำพูดแต่ละคำก็คือจุกไปถึงใจ ฮือออ

    ตอนที่เคลียร์กับพี่รองก็แอบหน่วง แต่ความรู้สึกมันหนักแน่นมากๆ ผ่านมันไปด้วยกันให้ได้นะคะ
    #8,629
    0
  16. #8621 Noon Manit (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 กันยายน 2563 / 07:48
    ประทับใจฉากที่น้องต้องไปเจอเลย์มากๆเลย มันเป็นการคุยอย่างมีสติโดยที่ยังให้เกียรติเลย์ด้วย มันจริงมากๆที่ทุกคนก็พยายามกันทั้งหมด ฮือ

    ใจตุ้มๆต่อมๆว่าน้องจะถอยแล้วหนีพี่รองไปมั้ย แต่เห็นแบบนี้แล้วสบายใจมาก น้องคู่ควรที่จะยืนอยู่ข้างๆพี่รองมากจริงๆ ยืนหนึ่ง!
    #8,621
    0
  17. #8620 YOeL (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 กันยายน 2563 / 02:17
    คิดถึงพี่รองจังเลยคับบยตอนนี้จะเป็นยังไงบ้างน่ะ🥺🥺🥺
    #8,620
    0
  18. #8619 Orathaiaom (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 กันยายน 2563 / 01:04

    แงงงง รอตอนต่อไปนะคะไรท์ ประทับใจพี่รองกับน้องแบคฮยอนจริงๆ
    #8,619
    0
  19. #8617 wbiseven (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 กันยายน 2563 / 09:50
    ,____, ช่วงนี้คงยากมีเลยใช่มั้ย ทั้งคนพี่คนน้อง จุกมากเลยตอนเจอประโยค’ผ่านไปด้วยกันได้มั้ย’ มันแบบ ฮื่อ อยากร้องไห้ ปล.ขอให้วันนี้พี่หนิงมีวันที่ดีนะคะ
    #8,617
    0
  20. #8614 sosandee (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2563 / 15:06
    พิรองกับน้องต้องผ่านไปด้วยกันนะๆ
    #8,614
    0
  21. #8612 Plawhall (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2563 / 01:28
    ความรักที่ดีมันเปนแบบนี้เรย!
    #8,612
    0
  22. #8611 Mononiza_ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2563 / 23:59
    แรงมากกก
    #8,611
    0
  23. #8610 zmillie88 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2563 / 23:29
    ผ่านมันไปด้วยกันน้าาสู้ๆๆ
    #8,610
    0
  24. #8608 Supramarginal Gyrus (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2563 / 07:28
    😭😭😭😭😭แงงงง
    #8,608
    0
  25. #8607 luhan123456 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2563 / 05:28
    มันดูละมุนมาก เราจะผ่านมันไปด้วยกัน นอ้งรักพี่มากอะ ดูออก🥰🥰🥰🥰🥰
    #8,607
    0