HYUNG 형 | Chanbaek -END-

ตอนที่ 22 : CHAPTER 21 | หลบเลี่ยง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,264
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,063 ครั้ง
    27 ก.ย. 63

 

 

 

 

 

 

 

21

 

 

       

 

       

 

 

 

 

 

 

 

“หอมมากเลยค่ะคุณหนู ทำเก่งแล้วนะคะเนี่ย”

 

เสียงชื่นชมจากเหล่าสาวใช้ทำเอาคุณหนูคนเล็กของบ้านยิ้มแก้มปริ ใบหน้าน่ารักที่มีผงแป้งเลอะปลายคางนิดๆเอียงมองชื่นชมมัฟฟินของตัวเองอย่างพึงพอใจ ยิ่งเห็นพี่เลี้ยงสุ่มคีบสักชิ้นออกมาตัดดูด้านในและพบว่าก้นไม่ไหม้เหมือนที่ทำครั้งก่อน แถมหน้าตาออกมาใช้ได้ ขึ้นรูปดูนุ่มฟูน่าทานก็ยิ่งมีความสุข

 

“พี่จังมีลองชิมดูสิครับ รสชาติพอใช้ได้ไหม”

 

“อร่อยค่ะ”

 

“จริงเหรอครับ”

 

“ถ้าฝึกทำต่อไปอีกบ่อยๆต้องเก่งกว่าพวกพี่แน่” คนตัวเล็กยิ้มดีใจ เห็นพี่ๆสาวใช้ทั้งสามคนที่เป็นคุณครูช่วยสอนพยักหน้ายืนยันความอร่อยแล้วเหมือนได้รับกำลังใจ แบคฮยอนไม่เก่งเรื่องงานครัวเท่าไหร่ แต่เพราะหัวไวและตั้งใจ พอได้ฝึกฝนไม่กี่ครั้งไม่ว่าเมนูอะไรก็มักออกมาดีแบบนี้เสมอ คนสอนจึงไม่เคยเหนื่อยเลยที่จะถ่ายทอดวิชาให้

 

“เอาไปให้พี่ชายชิมด้วยสิคะ”

 

“จริงด้วยครับ”

 

“ได้ยินว่าคุณชายใหญ่อยู่ที่ห้องนั่งเล่น คุณหนูเอาไปให้ด้วยตัวเองดีไหมคะ”

 

“ครับ เดี๋ยวผมเอาไปให้เอง” มัฟฟินหน้าช็อคโกแลตชิพและบลูเบอร์รี่ชิ้นที่สวยที่สุดถูกคีบใส่ลงในจานแบ่งทันที แบคฮยอนวางมันลงบนถาดก่อนจะยกไปให้พี่ชายด้วยตัวเอง

 

คล้ายกับทุกอย่างเป็นใจเมื่อตอนที่เขากำลังเดินมุ่งไปทางห้องนั่งเล่นปาร์คชานยอลก็ได้อยู่ตรงหน้านั้น แบคฮยอนทันเห็นแผ่นหลังกว้างไวๆก่อนที่อีกฝ่ายจะหายเข้าไปด้านใน เพียงแค่คิดว่าเป็นโอกาสดีที่พี่ชายทั้งสองจะได้ชิมขนมฝีมือตัวเองด้วยกัน สีหน้ากระตือรือร้นที่ดูมีความสุขกว่าใครก็แจ่มชัดขึ้นทันที

 

 

‘ไม่ต้องมีใครตายหรอกครับ ผมอยากให้ทุกคนอยู่เพื่อรับรู้ว่าสิ่งที่เรารู้สึกต่อกันไม่ใช่เรื่องเลวร้ายถึงต้องมาคอยกีดกัน ผมโตแล้ว แบคฮยอนก็โตแล้ว เรารู้ว่ากำลังทำอะไรกันอยู่’ 

 

 

เสียงทุ้มคุ้นหูที่ดังออกมาถึงด้านนอกทำให้ร่างเล็กต้องชะงักฝีเท้า แบคฮยอนไม่ใช่เด็กช่างสอดรู้สอดเห็นแต่เพราะได้ยินชื่อของตัวเองในบทสนทนา เพราะเสียงตอบโต้ดูมีอารมณ์บอกถึงความจริงจังสองขาของเขาถึงไม่รักดี

 

‘เหลวไหล!’

 

แบคฮยอนได้ฟังทุกอย่าง…

 

‘ไม่เข้าท่าสักนิด’

 

‘แล้วจะให้ทำยังไง ปล่อยไว้ให้คนพวกนั้นมาขุดเอาไปพูดเองงั้นสิ’

 

‘นั่นคือบทเรียนที่พวกนายควรรู้ว่ามันมาจากผลของการกระทำที่ไม่ระวัง ที่ผู้ใหญ่คอยห้ามคอยเตือนก็เพราะเป็นห่วง ไม่ใช่—'

 

 

 

ให้เรารักกันไม่ได้เลยเหรอ

 

 

 

แม้กระทั่งประโยคคำถามสะกิดใจ

 

ที่พอได้ยิน ใจดวงน้อยก็ปวดหนึบไปหมด

 

 

 

‘แบคฮยอนคือคนในครอบครัวเรา—'

 

‘แล้วถ้าผมสองคนรักกันจริงๆแบคฮยอนจะไม่ใช่ครอบครัวเราแล้วหรือไง!’

 

ใบหน้าเล็กก้มลงมองขนมที่ตัวเองตั้งใจเอามาให้พี่ชายด้วยสายตาว่างเปล่า รอยยิ้มที่เคยมีก่อนหน้านี้มลายหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้นเลย 

 

‘ตลอดเวลา สายตาของคนในบ้านทำผมเจ็บปวดมากกว่าคำนินทาของใครหน้าไหนเสียอีก สายตาที่เอาแต่มองว่าความรู้สึกผมเป็นเรื่องงี่เง่า’

 

เสียงของชานยอลยังคงดังแว่วให้ได้ยิน แต่เพราะในอกรู้สึกเจ็บอย่างบอกไม่ถูกสองเท้าจึงค่อยๆก้าวถอยหลังออกมา มือทั้งสองข้างจับถาดแน่นจนรับรู้ได้ถึงอาการสั่น

 

แบคฮยอนไม่รู้ว่าควรรับมือกับความรู้สึกของตัวเองตอนนี้อย่างไร

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“อ้าว ทำไมกลับมาแบบนี้ล่ะคะ ไม่ได้เอาขนมให้พี่ชายทานหรอกเหรอ” พี่เลี้ยงเอ่ยถามทันทีที่เห็นว่าคุณหนูของตนเดินกลับเข้ามาในครัวพร้อมกับขนมในถาดอย่างเดิม สาวใช้อีกสองคนที่กำลังช่วยกันเก็บทำความสะอาดอุปกรณ์ต่างก็หันมามองอย่างแปลกใจ

 

“มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ” สีหน้าไม่สู้ดีผิดไปจากก่อนหน้านี้ลิบลับหากแต่คุณหนูคนเล็กของบ้านกลับยังส่ายศีรษะเชื่องช้าแทนการบอกว่าไม่มีอะไร

 

“พวกพี่ช่วยเอาขนมในถาดที่เหลือใส่กล่องให้ทีสิครับ พรุ่งนี้ผมจะเอาไปให้คนที่บริษัทด้วย”

 

“ได้ค่ะ”

 

“ขอตัวขึ้นไปอาบน้ำก่อนนะครับ” ร่างเล็กกล่าวก่อนหมุนตัวเดินออกจากห้องครัวไปด้วยท่าทางไร้ชีวิตชีวา

 

เขาเป็นเหมือนเด็กที่กำลังเดินหลงทาง จากที่เคยมีความสุขบนทางที่เลือกเองแต่พอได้ยินเสียงคนใกล้ตัวบอกว่ามันผิด จึงอดเก็บเอามาฉุกคิดทบทวนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างตัวเองและชานยอลที่ผ่านมาไม่ได้

 

รู้ดีแก่ใจว่าถลำลึกมาไกลมากแค่ไหน และเพราะรู้… เขาถึงปล่อยให้ความรู้สึกผิดค่อยๆกัดกินใจแบบนี้

 

 

“พี่จะเตรียมน้ำให้นะคะ” 

 

หลังจากที่แบคฮยอนกลับขึ้นห้อง จังมีพี่เลี้ยงคนสนิทของเขาก็ตามขึ้นมาด้วย เธอหายเข้าไปในห้องน้ำหลังจากบอกกับผู้เป็นเจ้าของห้องให้ทราบไปเมื่อครู่ เสียงกุกกักกับเสียงน้ำไหลแว่วมาให้ได้ยินไม่นานร่างผอมบางของพี่เลี้ยงก็เดินออกมา

 

“เรียบร้อยแล้วค่ะ คุณหนูจะอาบน้ำเลยไหมคะ”

 

ร่างเล็กพยักหน้ารับก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำเหมือนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว สีหน้าซึมลงไปคล้ายมีเรื่องไม่สบายใจพลอยทำพี่เลี้ยงไม่สบายใจตามไปด้วย 

 

เธอตามเข้าไปช่วยดูแลจนกระทั่งคุณหนูของตัวเองลงไปแช่น้ำในอ่าง นั่งนิ่งให้ช่วยถูหลังเหมือนเด็กๆ ต่างออกไปแค่วันนี้ไม่ช่างชวนคุยเหมือนที่ผ่านๆมา

 

“ตอนที่เอาขนมไปให้คุณชายใหญ่มีเรื่องอะไรใช่ไหมคะ” มองปราดเดียวก็รู้แล้ว เพียงแต่เธอไม่อาจทราบได้ว่าเรื่องอะไรที่มาบั่นทอนความสดใสก่อนหน้านี้ของเจ้านายตัวน้อยไปจนไม่เหลือ

 

“พี่จังมีอยู่ที่นี่ตั้งแต่ผมยังเด็ก คิดว่าคนในบ้านนี้เป็นยังไงครับ”

 

“เอ๋…”

 

“ใจร้ายหรือเปล่า”

 

พี่เลี้ยงหยุดมองศีรษะทุยจากด้านหลังก่อนจะย้อนถามด้วยความเอ็นดู

 

“ทำไมจู่ๆถึงถามแบบนี้ล่ะคะ” ทุกคนในบ้านนี้ต่างรู้ทั้งนั้นว่าเจ้านายค่อนข้างเจ้าระเบียบค่อนไปทางเผด็จการ จะว่าหัวโบราณก็อาจได้ เพราะประมุขของบ้านคนเก่าอย่างคุณท่านที่เสียไปเป็นแบบนั้นจริงๆ

 

ด้วยต้นตระกูลมีเชื้อสายราชวงศ์จึงอยู่กันด้วยระบบผู้นำมีอำนาจเป็นใหญ่ คอยปกครองบริวารรับใช้ ลูกชายคนไหนดื้อรั้นก็มักจะถูกเข้มงวด ส่วนคนที่เชื่อฟังจะได้รับความเอ็นดูเป็นพิเศษ แต่ถึงอย่างไรพอเหล่าคุณชายเติบโตขึ้นและคุณท่านจากไปบรรยากาศในบ้านก็เปลี่ยนแปลง ออกจะสงบเงียบด้วยซ้ำเพราะเจ้านายไม่ค่อยอยู่บ้าน เหลือไว้ก็แต่คุณนมที่ยังคงรับบทซังกุงสูงสุดให้ใครๆได้กลัวเกรง

 

“สำหรับพี่ ถึงที่นี่จะเข้มงวด แต่เจ้านายไม่ใจร้ายหรอกค่ะ” เหมือนกับว่าแค่ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีก็จะได้รับสิ่งดีๆเป็นการตอบแทน อย่างเช่นเงินค่าจ้าง ที่พักอาศัย หรือสวัสดิการอื่นๆ

 

“ยิ่งงานดูแลคุณหนู จังมีไม่เคยเหนื่อย”

 

“ขอบคุณครับ”

 

“คุณหนูคิดว่าคนในบ้านนี้ใจร้ายอย่างนั้นเหรอคะ”

 

“เมื่อกี้พวกเค้าทะเลาะกัน”

 

“…”

 

“เรื่องผมกับพี่รอง” ร่างเล็กเอ่ยเบา ท่าทางยังคงสงบนิ่งต่างจากภายในใจที่มีคำถามรบกวนมากมาย โดยเฉพาะคำถามสำคัญที่ว่า

 

เราไม่ควรรักกันใช่ไหมครับ

 

“คะ?”

 

“ผมกับพี่รอง…”

 

“…”

 

“ควรเป็นแค่พี่น้องเท่านั้นใช่ไหม ถึงแม้เราจะไม่ได้รู้สึกต่อกันแบบนั้นอีกแล้วก็ไม่ควรจะเอาแต่ใจ เรา…ไม่ควรปล่อยให้มันเกิดขึ้น”

 

“คุณหนู…”

 

“ควรฟังผู้ใหญ่ใช่ไหมครับ”

 

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

 

 

สี่ทุ่มในคืนนั้นร่างเล็กยังคงพาตัวเองลงมาที่ห้องหนังสือเฉกเช่นทุกๆวัน เป็นปกติที่จะมีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดต้องนั่งคอยหากว่าอีกคนยังไม่ลงมา และคืนนี้เป็นแบคฮยอนที่มาถึงก่อน เขาจึงมีเวลาพอที่จะเสิร์ชดูข่าวต่างๆในเว็บอินเตอร์เน็ตบนมือถือ

 

ที่ผ่านมาก็พอรู้บ้างว่ามีภาพหลุดของเขากับชานยอลออกมาให้คนได้ซุบซิบอีกแล้วเพียงแต่ไม่ได้สนใจ พอวันนี้มีโอกาสได้ลองอ่านก็ตลกร้ายดีเหมือนกัน 

 

ไม่คิดฝันมาก่อนว่าวันนึงจะมีภาพตัวเองเป็นข่าวคู่กับชานยอล ถึงจะเป็นแค่กระทู้เมาส์สนุกปากหรือคอลัมน์เล็กๆบนหน้าหนังสือที่อีกคนอาจไม่ได้แยแสเลยด้วยซ้ำ แต่ก็ต้องยอมรับว่าแบคฮยอนไม่สามารถสลัดเสียงตำหนิของพี่ชายคนโตและคุณนมออกจากสมองได้จริงๆ

 

สำหรับแบคฮยอน คำพูดของคนนอกไม่ส่งผลต่อความรู้สึกได้เท่ากับคนในครอบครัว ชานยอลต้องทะเลาะกับผู้ใหญ่ก็เพราะเขาทั้งที่ไม่ควรเป็นแบบนั้นเลย

 

 

ดูอะไรอยู่

 

“อะ…” ร่างเล็กสะดุ้งโหยงเมื่อเสียงทุ้มกระซิบถามข้างหู คงเพราะปล่อยให้ตัวเองใจลอยเกินไป อีกคนเข้ามาตั้งแต่ตอนไหนเขาถึงไม่ทันรู้

 

“คุยแชทกับเพื่อนๆน่ะครับ ไม่มีอะไรหรอก” แบคฮยอนว่าตัวเองชักโกหกเก่งขึ้นทุกวัน เขาเลือกปฏิเสธเพื่อความสบายใจของทั้งสองฝั่ง มือเรียวรีบกดล็อคหน้าจอโทรศัพท์ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะเตี้ยหน้าโซฟาที่นั่ง 

 

ชานยอลเลิกคิ้วมองหน้าเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยอมคลายสีหน้าเป็นสบายๆ ชุดนอนที่สวมใส่กับกลิ่นหอมสะอาดจากกายใหญ่ที่ยังเด่นชัดอยู่ทำให้แบคฮยอนเดาเอาเองว่าอีกฝ่ายน่าจะเพิ่งอาบน้ำมา

 

“พี่จ้องหน้าผมนานเกินไปแล้วนะครับ เผื่อไม่รู้” คนถูกจับได้ก้มหน้ากดยิ้มขำหน่อยๆ แบคฮยอนมองสันจมูกโด่งนั้นแล้วรู้สึกผ่อนคลายจนลืมปัญหาก่อนหน้านี้ไปได้ชั่วขณะ ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นมานานขนาดไหนแล้วที่เพียงได้อยู่ใกล้ๆกันก็มีความสุขจนลืมคิดถึงเรื่องอื่นไปเสียสนิท

 

ชานยอลก็คงจะเช่นเดียวกัน

 

“ขยับไปหน่อย ไม่สิ… ขยับไปเยอะๆเลยครับ อยากหนุนตัก”

 

“หนุนตักผมเหรอ?”

 

“อือ ไม่ได้หรือไง”

 

“อ่า จะว่าได้มันก็ได้แหละครับ แต่ว่า—” แบคฮยอนพูดยังไม่ทันจะจบดีคุณชายรองก็ทำนิสัยเอาแต่ใจด้วยการถือวิสาสะเหยียดตัวลงมานอนเบียดพื้นที่โซฟา แถมใช้ตักแบคฮยอนหนุนต่างหมอน ใบหน้าหล่อเงยขึ้นมองสบตาด้วยอาการหน้าตายอย่างที่ชอบทำเป็นประจำ

 

“ไม่มีแต่ ถ้าพี่บอกว่าอยากหนุนตักก็ต้องได้หนุน อยากจูบก็ต้องได้จูบครับ” ไม่พูดเปล่า นิ้วหนายังเคลื่อนขึ้นมาสัมผัสริมฝีปากบางเล็กของเขาก่อนจะคลึงเล่นเบาๆอย่างถือดี สายตาคมกริบคู่งามดูมีความสุข ท่าทางก็ผ่อนคลายจนแบคฮยอนเกือบลืมไปเลยว่าก่อนหน้านี้อีกฝ่ายเพิ่งเผชิญกับอะไรมา

 

ชานยอลทำตัวปกติได้แนบเนียนราวกับปัญหาที่เกิดขึ้นในบ้านเมื่อกี้ก็เพียงแค่ฝุ่นผง ทั้งที่เขาเห็นแล้วว่ามันหนักกว่าที่คิด

 

“ปากเล็กขนาดนี้ได้ยังไงนะ…” เสียงทุ้มพึมพำเหมือนบ่นเสียมากกว่าจะคุยกับผู้เป็นเจ้าของริมฝีปากเล็กที่ตัวเองกำลังคลึงเล่น

 

“อย่าบีบสิครับ”

 

“มันเขี้ยว”

 

“มันเจ็บนะ…”

 

“จมูกก็เล็ก ตาก็เล็ก”

 

“…”

 

“เล็กไปหมดทั้งตัวนายหยุดโตแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่”

 

“ใครจะไปตัวโตแบบพี่กันล่ะครับ” คนน่ารักเบะปากให้คนที่เอาแต่นอนขำคนอื่นโดยไม่ดูตัวเอง คุณชายรองตัวโตอย่างกับยักษ์ หัวหนุนตักเขาแต่ช่วงขากลับเลยออกไปนอกโซฟามากกว่าช่วงไม้บรรทัดนั่น แบคฮยอนยังไม่คิดจะล้อสักคำ

 

“ดีเหมือนกันนะ”

 

“ครับ?”

 

“ได้นอนแบบนี้แล้วรู้สึกดีแปลกๆ”

 

“…”

 

“ถ้าเผลอหลับขึ้นมาอย่าปลุกล่ะครับ อยากนอนแบบนี้ไปนานๆ”

 

ที่ผ่านมาชานยอลไม่เคยเผยปัญหาให้แบคฮยอนได้รับรู้เลย ไม่ว่าจะทั้งคำพูดหรือการกระทำ ร่างสูงที่มักจะก้าวเดินไปด้านหน้าอย่างมั่นคงสง่างาม ดูทรงอำนาจเสมือนควบคุมได้ทุกสิ่งทุกอย่างและสมบูรณ์แบบจนใครต่อใครต่างพากันชื่นชมความน่าอิจฉา ไม่น่าเชื่อว่าจะมีมุมเหมือนเด็กหนุ่มธรรมดาๆที่ดูเหนื่อยล้าจนยอมเอ่ยปากขอหนุนนอนตักคนอื่นเพื่อพักพิง

 

“เหนื่อยใช่ไหมครับ”

 

แบคฮยอนก้มมองเปลือกตาสีอ่อนที่ปิดสนิทไปแล้ว มองใบหน้าหล่อที่อยู่ต่ำลงไปในระยะใกล้เพียงเอื้อมมือไปก็สัมผัสได้จริง เขาลูบกลุ่มผมสีเข้มของคนอายุมากกว่าเบาๆคล้ายอยากให้อีกคนได้มีช่วงเวลาที่ผ่อนคลาย ถ้าเป็นไปได้แบคฮยอนนึกอยากจะดึงชานยอลขึ้นมากอดแน่นๆสักครั้งด้วยซ้ำไป

 

“นิดหน่อย”

 

“แค่นิดหน่อยเองเหรอ”

 

“อืม แค่นิดหน่อย” 

 

คนฟังอมยิ้มอย่างเศร้าๆ ทั้งหลงรักและรู้สึกผิด ที่ผ่านมาเขาแทบไม่เคยรู้เลยว่าจริงๆแล้วภายใต้ภาพลักษณ์แข็งแกร่งของผู้ชายที่ดูสมบูรณ์แบบคนนี้ได้ซ่อนความรู้สึกอะไรไว้บ้าง ถ้าวันนี้ไม่บังเอิญไปได้ยินแบคฮยอนก็คงจะไม่รู้อะไรเหมือนเดิม  

 

“มีอะไรบอกผมได้นะครับ”

 

บอกผมบ้าง

 

“ไม่ใช่เรื่องงานก็ได้ แค่พี่บอกมาผมยินดีจะช่วยแบ่งเบา แค่ระบายให้ฟังก็ยังดี…”  แบคฮยอนพึมพำประโยคหลังเบาราวกระซิบ เขาอยากเป็นคนที่ช่วยแบ่งเบาปัญหาไว้บ้าง ไม่อยากให้อีกฝ่ายต้องแบกรับทุกอย่างแค่เพียงลำพัง ถึงจะเด็กกว่าทุกคนแต่ก็โตพอจะยืนด้วยสองขาของตัวเองได้ตั้งนานแล้ว

 

แบคฮยอนเองก็อยากเป็นฝ่ายปกป้องคนที่ตัวเองรักบ้างเหมือนกัน ไม่ได้อยากเป็นแค่เด็กน้อยให้ใครต่อใครต้องจูงมือหรือชี้ทางเดินไปตลอดสักหน่อย

 

“หลับไปแล้วเหรอครับ…” 

 

“อยากช่วยก็แค่อยู่ด้วยกันตรงนี้อย่าไปไหน” ดวงตาคมคู่สวยค่อยๆเปิดขึ้นมาอีกครั้ง “เคยบอกแล้วไง” 

 

พวกเขาสบตากันท่ามกลางความเงียบงันและแสงสลัวภายในห้องหนังสือ มันไม่ถึงกับอึดอัดหากแต่ต่างคนต่างก็ปล่อยจิตใจให้ดำดิ่งไปกับความคิดของตัวเอง พวกเขามีหลายอย่างเหลือเกินที่ต้องคิด

 

“ผมก็กำลังนั่งให้พี่นอนหนุนตักอยู่ตรงนี้ไม่ได้ไปไหนสักหน่อย” แบคฮยอนว่าติดตลก

 

“ตลอดไปเลยใช่ไหม”

 

“แบบนั้นผมก็เมื่อยแย่สิครับ ดูตัวพี่สิ” ฉีกยิ้มให้คนอายุมากกว่าจนตาหยี ชานยอลยกยิ้มมุมปากก่อนจะแกล้งบีบจมูกของน้องด้วยความมันเขี้ยวเป็นการเอาคืน

 

“ถึงเมื่อยก็ต้องอดทน นายพูดเองว่าอยากช่วย”

 

“แต่แบบนี้ช่วยพี่ได้จริงๆเหรอ”

 

“ไม่หรอก” มือหนาเปลี่ยนมารั้งคอสวยๆของน้องให้ก้มหน้าลงมาชิดกัน “แบบนี้ต่างหาก…” กระซิบบอกเสียงพร่าแล้วประทับจูบบนริมฝีปากเล็กอย่างเจ้าเล่ห์

 

แบคฮยอนแกล้งทำทีเป็นขืนหน้าหนีก่อนจะถูกจับพลิกให้เป็นฝ่ายลงไปนอนแทน ชานยอลขึ้นมาคร่อมอยู่เหนือร่างของเขาก่อนจะบดจูบซ้ำๆไม่รู้จักพอ ตักตวงความหอมหวานเหมือนไม่คิดจะละจาก

 

ทว่าจากนั้นไม่นานทั้งคู่กลับงับริมฝีปากกันไปมากลายเป็นเล่นกันมากกว่า ชานยอลแกล้งดูดดึงริมฝีปากน้องอย่างไร เด็กที่เหมือนผ้าขาวถูกสีแต่งแต้มก็ทำแบบนั้น ฟันสวยขบกัดกลีบปากอิ่มของคนโตกว่าอย่างไม่ยอมกัน สองแขนโอบกระชับรอบลำคอแกร่งแนบแน่น ปลายจมูกโด่งถูไถกันไปมารับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ

 

“คืนนี้พี่ไปนอนด้วยได้ไหม”

 

ร่างสูงถามในตอนที่ริมฝีปากยังคงคลอเคลียกันอยู่ น้ำเสียงนั้นฟังดูทั้งอ้อนและทั้งเหนื่อย ในตอนที่สบตากันระยะใกล้สีหน้าเขาก็ยืนยันแบบนั้นจริงๆ

 

“แค่นอนนะครับ”

 

“แค่นอนสินะ…”

 

“ครับ ไม่ทำอย่างอื่น”

 

“ทรมานแบบนั้นกลับไปนอนห้องตัวเองเหมือนเดิมดีกว่าไหม”

 

“พี่อยากทำหรือไง” คนฟังหัวเราะเบาๆก่อนกดจูบหนักๆบอกความรู้สึกเอ็นดูที่ริมฝีปากเล็ก ตั้งแต่คังวอนโดพวกเขาก็ไม่มีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นอีก อาจจะถึงเนื้อถึงตัวกันบ่อยแต่ก็เป็นเพียงการหยอกล้อให้ใจสั่นเล่นเท่านั้น ชานยอลมักมีวิธีการแสดงออกในรูปแบบต่างๆมาให้แบคฮยอนรับมือ แต่ก็ไม่เคยแสดงท่าทีขอให้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งจริงๆจังๆแม้กระทั่งยามนี้ เพราะแบบนั้นต่อให้รู้สึกกลัวผู้ใหญ่ในบ้านอย่างไร แบคฮยอนคงปฏิเสธคำขอในคืนนี้ของชานยอลไม่ลง

 

“แค่นอนก็แค่นอนสิครับ พี่ไม่บังคับหนูหรอก”

 

“ไม่บังคับแต่ก็ยังไม่เลิกแกล้งเรียกกันแบบนี้”

 

“เพราะมันเข้ากับหนู”

 

“เหรอครับ ไม่คิดว่าเหมือนตาแก่กับเด็กสาวๆเลยใช่ไหม”

 

“ไม่ครับ น่ารักแล้ว”

 

“…”

 

“อยากจะเรียกทุกวัน”

 

แบคฮยอนหลุดยิ้มนิดหน่อยพร้อมกับริ้วแดงๆที่แก้ม การกระทำเจ้าชู้กับสายตาทีเล่นทีจริงของคุณชายรองทำเขาแพ้ราบคาบได้เสมอ ปลายนิ้วหนาที่เกลี่ยลงมาบนพวงแก้มของเขาอย่างทะนุถนอมแบคฮยอนเหลือบตามองตามแล้วได้แต่อมยิ้มจางๆออกมา

 

“ก็เรียกทุกวันอยู่แล้วนี่ครับ”

 

“นั่นสินะ” วูบหนึ่งที่แววตาของพวกเขายามมองกันดูต่างออกไป คล้ายกับยิ่งได้รับความรู้สึกที่พิเศษจากกันมากขึ้นเท่าไหร่ อีกหนึ่งความรู้สึกก็ยิ่งก่อตัว

 

 

ความกลัว

 

 

อาจจะใช่… กลัวว่าจะต้องห่าง กลัวจะต้องปล่อยมือกัน ความสุขของพวกเขามันกำลังเกิดขึ้นพร้อมความรู้สึกขมุกขมัวในใจ

 

“เพราะชอบถึงได้เรียก ใครจะไม่เห็นด้วยก็ไม่เห็นเป็นไร…”

 

 

 

ไม่เป็นไรจริงๆเหรอครับ

 

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

 

แบคฮยอนนั่งควงปากกาในมือเล่นอย่างเหม่อลอย บนโต๊ะทำงานของเขามีแฟ้มงานของคิมดาซมที่เอามาฝากให้ช่วยทำต่อ กับโทรศัพท์มือถือที่หน้าจอยังคงเปิดแชทของโอเซฮุนค้างไว้ก่อนแสงสว่างจะค่อยๆดับลง

 

แป๊ก…

 

ดวงตาเรียวรีมองตามปากกาด้ามเดิมซึ่งเคยอยู่ในมือทว่าตอนนี้มันกลับหลุดกระเด็นไปไกลถึงขอบโต๊ะ เขาเอื้อมมือไปหยิบมันมาก่อนจะสะบัดศีรษะเป็นการเรียกสติ คงจะตั้งแต่ที่ชานยอลและเลขาพากันลงไปประชุมกับฝ่ายการตลาดเรื่องโฆษณารถรุ่นใหม่ที่ถ่ายทำเสร็จ แบคฮยอนถึงเหลวไหลปล่อยตัวเองอู้งานแบบนี้

         

ร่างเล็กกลับมาเคาะปลายนิ้วลงบนแป้นพิมพ์เพื่อทำงานของตัวเองต่อให้เสร็จ เกือบสิบโมงที่เขาลุกออกจากโต๊ะแล้วตัดสินใจเดินมุ่งไปทางห้องทำงานใหญ่อีกห้องหนึ่งซึ่งอยู่ชั้นเดียวกัน แต่แบ่งฝั่งกันไกลเพื่อความเป็นส่วนตัว

         

“ท่านประธานอยู่ในห้องไหมครับ”

 

หญิงสาวหน้าตาเฉี่ยวคมในชุดสูทเรียบหรูหันมามองเขาก่อนจะลุกขึ้นยืมค้อมศีรษะต้อนรับ แม้พบกันไม่บ่อยแต่คงจำได้ดีเธอถึงรีบแสดงความอ่อนน้อมดูเป็นทางการทันทีที่เห็นแบคฮยอน

 

“อยู่ค่ะ ดิฉันจะเรียนท่านให้ทราบนะคะว่าคุณมาขอพบ” 

 

คุณเลขาหน้าห้องยกหูโทรศัพท์หลังจากที่ได้กล่าว พอวางสายเธอก็เชิญแบคฮยอนเข้าพบเจ้านายด้วยการเดินไปเปิดประตูซึ่งมีป้ายโลหะสลักชื่อผู้เป็นเจ้าของห้องแปะอยู่

 

ร่างสูงน่าเกรงขามมองมาทางเขาอยู่ก่อนแล้ว แนวไหล่กว้างภายใต้เสื้อสูทกับเก้าอี้หนังทรงสูงสีดำขลับที่นั่งพิงทำให้อีกฝ่ายดูมีอำนาจสมเป็นผู้บริหารตำแหน่งสูงสุดในบริษัทนี้

 

“ว่าไงเรา” 

 

แต่ก็เป็นพี่ชายใจดีของแบคฮยอนเพียงแค่ใบหน้าสุขุมนั้นวาดรอยยิ้มสุภาพมาให้

 

“ผมเข้ามารบกวนเวลาทำงานหรือเปล่า”

 

“ไม่ครับ นั่งสิ” 

 

แบคฮยอนค้อมศีรษะขอบคุณก่อนจะขยับเก้าอี้เพื่อนั่งลงฝั่งตรงกันข้าม สายตามองปลายนิ้วยาวของพี่ชายที่เคาะลงบนโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆดูสบายๆ รอยยิ้มที่มอบให้ยังคงอบอุ่นดีแต่แบคฮยอนกลับมองปาร์คยุนโฮเปลี่ยนไป 

 

“ผมจะเข้ามาคุยเรื่องฝึกงานแผนกตรวจสอบฯน่ะครับ” แบคฮยอนกำลังรู้สึกว่าพี่ชายคนโตใจร้าย คำพูดที่ใช้ตำหนิชานยอลเมื่อวานช่างใจร้ายจริงๆ

 

“ตัดสินใจได้แล้วเหรอ”

 

“ครับ เดือนสุดท้ายผมจะขอฝึกแผนกตรวจสอบ รบกวนพี่ใหญ่เป็นธุระให้ทีสิครับ” ใบหน้าได้รูปพยักรับก่อนจะกดต่อสายเรียกหัวหน้าฝ่ายบุคคลอย่างคิมจงแดและผู้จัดการฝ่ายตรวจสอบขึ้นมาพบที่ห้อง

 

ระหว่างรอแบคฮยอนก็ได้แต่นึกถึงเมื่อคืน ก่อนจะตัดสินใจแบบนี้เขาได้คุยกับชานยอลก่อนแล้ว อีกฝ่ายไม่ได้ห้ามหรือมีท่าทีต่อต้านราวกับรู้อยู่แล้วว่าสุดท้ายเขาจะเลือกยังไง เพราะแบคฮยอนเป็นคนอ่อนและซื่อตรงเกินไปใช่ไหมใครต่อใครถึงมักจะอ่านเขาออก

 

“ชานยอลรู้เรื่องแล้วใช่ไหม”

 

“ครับ”

 

“ไม่ได้มีปัญหาอะไรนะ”

 

“ไม่มีหรอกครับ ถึงจะเอาแต่ใจแต่พี่รองก็ไม่ได้เป็นคนไม่มีเหตุผล เค้าให้ผมเป็นคนตัดสินใจ”

 

“งั้นเหรอ…”

 

“ยังมีอีกเรื่องนะครับที่ผมอยากจะปรึกษาพี่ใหญ่”

 

“ว่ามาสิ”

 

“เรื่องแผนเรียนต่อโทของผมน่ะครับ”

 

“เรื่องนี้ก็คุยกับผู้ปกครองเราแล้วใช่ไหม”

 

“ยังครับ”

 

“ถ้าหมอนั่นรู้ว่าเราเอาเรื่องนี้มาคุยกับพี่ก่อนจะไม่—”

 

“ก่อนหน้านี้ผมเคยคิดจะปรึกษาพี่รองก่อน แต่พอเมื่อวานได้ยินที่พวกพี่ทะเลาะกันแล้ว ผมเลยเปลี่ยนใจมาคุยกับพี่แทน”

 

“ได้ยิน… งั้นเหรอ?”

 

“ครับ ผมได้ยิน”

 

“…”

 

“พอจะมีเวลาใช่ไหม ผมอยากคุยเรื่องพี่รองด้วยครับ” แบคฮยอนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง พยายามจะไม่สบตาเพราะไม่อยากให้พี่ชายรู้ว่าลึกๆแล้วเขาเจ็บปวดแค่ไหนกับสิ่งที่ได้ยินเมื่อวาน มันทั้งโกรธที่ผู้ใหญ่ใจร้ายแล้วก็รู้สึกแย่ที่เหมือนจะทำให้พวกเค้าผิดหวังไปพร้อมกัน

 

ทั้งที่อยู่ในอ้อมกอดของชานยอลทั้งคืนทว่าแบคฮยอนกลับนอนไม่หลับ พอต้องมานั่งต่อหน้าพี่ชายคนโตที่ตนเคารพรักรองลงมาจากผู้เป็นพ่อ คนที่เป็นความอบอุ่นใจของเขาตลอดแบคฮยอนยิ่งลำบากใจ ใบหน้าสุขุมของยุนโฮเองก็แสดงออกถึงความรู้สึกนั้นไม่ต่างกัน 

 

“พูดมาเถอะ พี่มีเวลาให้”

 

“ถ้าอย่างนั้นเรามาคุยกันตรงๆนะครับ ไม่ว่าผมจะถามอะไรพี่ใหญ่ก็จะตอบ เพราะผมเองก็จะตอบพี่ใหญ่เหมือนกัน”

 

“อืม”

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

 

“ตั้งแต่น้องแบคฮยอนย้ายลงไปแผนกตรวจสอบ จะว่าไปก็เงียบเหงาอยู่เหมือนกันนะคะ” คิมดาซมพูดขึ้นมาขณะที่กำลังยืนรอเจ้านายเซ็นเอกสารสำคัญ 

 

เธอเคยเป็นประเภทไม่ชอบให้ใครก้าวก่ายเรื่องงานเพราะเหมือนถูกแบ่งความสำคัญ ตอนแบคฮยอนเข้ามาฝึกงานใหม่ๆจึงมีอคติ มาวันนี้น้องย้ายออกไปแล้ว มุมห้องทำงานใหญ่ของเจ้านายตัวเองกลับมาเป็นพื้นที่โล่งอย่างที่เคยเป็นเห็นแล้วก็อดใจหายแปลกๆไม่ได้

 

“จะบอกว่าทำงานตัวเองไม่ไหวหรือไง”

 

“เปล่าสักหน่อยค่ะ” หญิงสาวรีบปฏิเสธ ไม่รู้ว่าเจ้านายพูดจริงหรือพูดเล่นเพราะใบหน้าหล่อสมบูรณ์แบบนั้นนิ่งเกินกว่าจะคาดเดาได้ “แค่รู้สึกว่าสามสี่วันที่น้องย้ายออกตรงนี้ก็เงียบไปเท่านั้น บอสอย่าเหน็บกันสิคะ ถึงไม่มีผู้ช่วยฉันก็ทำงานให้คุณได้เหมือนเดิม”

 

“หึ” คนฟังแค่นยิ้มขำก่อนยื่นแฟ้มเอกสารคืนให้กับเลขาส่วนตัว 

 

“แต่น้องก็ทำงานดีจริงๆนั่นแหละค่ะ ยอมรับ” 

 

“คุณน่าจะหาโอกาสบอกกับเจ้าตัวด้วยนะ คงดีใจ” 

 

“นั่นสินะคะ อีกไม่นานก็ฝึกงานเสร็จแล้ว”

 

เป็นอย่างที่คิมดาซมว่า ตั้งแต่แบคฮยอนย้ายไปฝึกงานแผนกอื่นห้องทำงานเขาก็ดูน่าเบื่อและขาดสีสันไปจริงๆ ถึงจะเป็นเด็กเรียบร้อยพูดน้อยแต่ก็มีชีวิตชีวา เสียงหวานที่มักจะเอ่ยถามทุกคนอย่างเป็นห่วงเป็นใยทั้งเรื่องส่วนตัวหรือจะเป็นการถามช่วยงานเสมอนั่น พอไม่ได้ยินขึ้นมาคงไม่แปลกถ้าจะรู้สึกใจหาย 

 

เป็นไปได้เขาเองก็อยากจะขอให้อีกฝ่ายฝึกงานตรงนี้ไปจนจบ แต่จะทำได้อย่างไรในเมื่อน้องก็มีทางเดินของตัวเอง สามเดือนที่ผ่านมานี้ก็ดีสำหรับชานยอลมากแล้ว

 

“ไม่รู้ว่าเรียนจบจะกลับมาช่วยงานที่บริษัทเลยหรือเปล่านะคะ”

 

“ไม่รู้สิ คุณได้เจอตอนพักกลางวันอยู่แล้วไม่ลองถามดูล่ะ”

 

“ได้เจอค่ะ แต่ไม่ค่อยได้คุย น้องมีคุณชายโอมานั่งทานข้าวเป็นเพื่อนด้วยทุกวันแบบนั้น ขืนเข้าไปทักบ่อยๆคนคงมองว่าฉันพยายามเข้าหาเด็กหนุ่มหน้าตาดี”

 

“คุณชายโอ…”

 

“ค่ะ น่าจะชื่อโอเซฮุนใช่ไหม เพื่อนที่ชอบมาหาน้องแบคฮยอนบ่อยๆ” 

 

พอได้ยินชื่อเด็กหนุ่มร่างสูงก็ได้แต่เลิกคิ้วประหลาดใจ เขาไม่ได้อยากจะอะไรถ้าหากทั้งคู่ยังพบกันตามประสาเพื่อน อีกทั้งคิดว่าวันนั้นตัวเองได้พูดชัดเจนแล้ว เคลียร์กับเด็กหนุ่มคนนั้นด้วยความเข้าใจถึงพยายามมองแบบผู้ใหญ่ใจกว้าง ไม่หึงหวงงี่เง่าเหมือนที่ผ่านๆมา

 

แต่เสี้ยวความรู้สึกหนึ่งก็เกิดติดใจอยู่ดี เพราะในขณะที่เขาและแบคฮยอนไม่ค่อยได้พบหน้ากัน ส่งข้อความหรือโทรฯหากี่ครั้งอีกฝ่ายก็ดูจะยุ่งจนไม่มีเวลาตอบกลับ อยากนัดไปทานของอร่อยด้วยกันข้างนอกแบคฮยอนก็เอาแต่อ้างเรื่องงานตลอด ทว่าตอนนี้เขากลับได้ยินคิมดาซมบอกว่าเจออีกฝ่ายกับเด็กหนุ่มหน้าตาดีนั่นทุกวัน แบบนี้จะให้รู้สึกอย่างไร

 

“กลางวันนี้บอสมีนัดทานอาหารกับผู้จัดการฝ่ายมาร์เกตติ้งนะคะ จะให้คอนเฟิร์ม—”

 

“เลื่อนออกไปก่อน”

 

“เอางั้นเหรอคะ”

 

“ผมจะทานกับแบคฮยอน ช่วยนัดให้ที”

 

“…”

 

“ไม่เข้าใจตรงไหน”

 

“อ่า… เข้าใจค่ะ ให้นัดน้องแบคฮยอน ฉันจะจัดการให้เดี๋ยวนี้เลย” ร่างสูงเอนหลังพิงพนักเก้าอี้เมื่อร่างบางของเลขาสาวเดินออกจากห้องไปแล้ว 

 

ไม่ได้รู้สึกเป็นกังวลถ้าหากใครจะสงสัยหรือแปลกใจในความสัมพันธ์ระหว่างเขาและแบคฮยอน กลับยินดีจะเปิดเผยด้วยซ้ำ ติดแค่ยังมีก้างชิ้นโตอย่างผู้ใหญ่ที่บ้านคอยขวางอยู่แบบที่ยังหาวิธีเอามันออกไปจริงๆไม่ได้ ตอนนี้เลยได้แต่ใช้ชีวิตตามปกติเพื่อยืนยันในสิ่งที่พูดเมื่อวาน

 

ว่าเขาจะคบกับแบคฮยอนต่อไป

 

 

 

ติ๊ง…

 

BHyunee : sent a sticker

 

BHyunee : ทำไมรบกวนพี่ดาซมแบบนั้นล่ะครับ 

 

BHyunee : กลางวันนี้ผมไม่ว่างนะ

 

BHyunee : sent a photo

 

BHyunee : งานกองใหญ่มากเลยเห็นไหม

 

 

ไม่ถึงสิบนาทีหลังจากที่คิมดาซมออกห้องไป บอสใหญ่แห่งปาร์คกรุ๊ปก็ได้รับข้อความมากมายจากเด็กดื้อที่ดูเหมือนช่วงนี้จะคอยหลบเลี่ยงกันแปลกๆไม่ว่าจะเป็นที่บริษัทหรือบ้าน

 

ชานยอลหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เพราะรู้อยู่แล้วว่าหากเป็นตัวเองเอ่ยชวนไม่ว่าจะช่องทางใดอีกฝ่ายคงจะมีเหตุผลร้อยพันมาบ่ายเบี่ยง แบคฮยอนไม่ได้กลัวเขาอีกแล้ว เพราะงั้นการใช้คิมดาซมให้เป็นธุระนัดหมายเขาถึงได้รับการตอบสนองทันทีแบบนี้

 

 

แบคฮยอนจะไม่ปฏิเสธ 

 

 

CEOPARK : เจอกันครับ

 

BHyunee : บอสบริษัทนี้เอาแต่ใจจัง…

 

CEOPARK : คิดถึง

 

BHyunee : sent a sticker

 

 

สติ๊กเกอร์น่ารักๆที่อีกฝ่ายส่งมาชานยอลอ่านแล้วเหมือนได้กลายเป็นเด็กหนุ่มอีกครั้ง ใบหน้าหล่อของบอสใหญ่วัยสามสิบห้าปีที่ลูกน้องคนไหนเห็นก็เกรงกลัวกำลังยิ้มเพียงแค่นึกถึงใบหน้าเจ้าของข้อความ

 

พอใกล้ถึงเวลา ร่างสูงก็คว้าเสื้อสูทออกจากห้องทำงานก่อนเวลาพักจริงสิบกว่านาทีเลยด้วยซ้ำ ระหว่างรอลิฟต์เขาเห็นสีหน้าของตัวเองผ่านเงาสะท้อนแล้วก็นึกขำอยู่เหมือนกัน 

 

ครืด…

 

แต่ทันทีที่ประตูกล่องสี่เหลี่ยมโดยสารเปิดออก หญิงสาวสวยสุดมั่นซึ่งคุ้นเคยกันดีที่อยู่ในนั้นก็ได้ทำให้บอสหนุ่มเปลี่ยนมายืนขมวดคิ้วประหลาดใจแทน

 

 

เซเรน่า?

 

 

“อ้าว กำลังจะไปหาอยู่พอดี”

 

“มาได้ยังไง”

 

“ก็นั่งรถโรงแรมมาน่ะสิ เพราะนายนัดฉันกะทันหันถึงต้องรีบออกมา ดูสิ ผมยังไม่ได้ทำลอนเลย” เซเรน่าพูดด้วยท่าทางหัวเสียหน่อยๆพลางเดินออกมาจากลิฟต์ ไม่ได้สังเกตสีหน้าของเพื่อนสนิทตัวเองเลยว่าเป็นอย่างไร 

 

“ว่าแต่จะพาฉันไปกินอะไร ชุดสวยแบบนี้คงไม่ใช่ร้านอาหารเกาหลีหรอกนะ ฉันอยากทานอาหารญี่ปุ่น” หญิงสาวหน้าตุ๊กตาบาร์บี้หมุนตัวโชว์ชุดมินิเดรส ลายกิโมโนประยุกต์ดูน่ารักสดใสให้ปาร์คชานยอลดู ทว่าบอสหนุ่มกลับสนใจแต่โทรศัพท์เครื่องหรูในมือตัวเอง ใบหน้าหล่อเรียบเฉยจนใกล้เคียงคำว่าหงุดหงิด

 

“แล้วนี่เป็นอะไร นายเป็นคนนัดฉันมาเองนะเรื่องอะไรมาทำหน้าหงิก”

 

“ฉันไม่ได้นัด”

 

“จะไม่นัดได้ยังไงก็น้องนายเป็นคนโทรฯบอกฉันเองว่าให้…” เซเรน่าเงียบไปเหมือนเพิ่งคิดอะไรขึ้นมาได้ เธอมองตาร่างสูงที่ยืนนิ่งยืนยันคำพูดของตัวเอง 

 

“นายไม่ได้นัดเหรอ?”

 

“อืม” 

 

ตอนนั้นเองที่ทั้งคู่รู้สึกได้เหมือนกันว่าน่าจะถูกเด็กอย่างแบคฮยอนเล่นหลังเข้าให้แล้ว ซึ่งไม่สนุกเอาเสียเลยที่คนฉลาดเจ้าเล่ห์อย่างพวกเขาต้องมาถูกเด็กนุ่มนิ่มดูไม่มีพิษสงทำตัวเป็นคิวปิดจับคู่ให้ มันออกจะตลกร้ายที่พวกเขาไม่คิดเอะใจ แถมยังเชื่อว่าจะได้ทานมื้อกลางวันแสนอร่อยของตัวเองมาจนกระทั่งได้เจอกัน

 

 

แบคฮยอนทำแสบจริงๆ

 

 

“แสดงว่าฉันแต่งตัวมาเก้อสินะ”

 

“ช่างเถอะ ไหนๆก็มาแล้วทานอาหารญี่ปุ่นอย่างที่ว่าจะเป็นไร เธอจะได้ไม่แต่งตัวมาเสียเที่ยว”

 

“ขอบคุณ”

 

“ฉันจะให้เลขาจัดการสั่งเข้ามา อยากกินอะไรก็ไปเลือกดูเองแล้วกัน”

 

“what?!” เซเรน่าทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ ปาร์คชานยอลช่างเป็นผู้ชายที่ทำตัวเย็นชาได้เสมอต้นเสมอปลาย ก็เห็นอยู่ว่าเธอใส่ชุดสวยจัดเต็มมาขนาดนี้แต่กลับจะให้สั่งอาหารมากินที่ห้องทำงาน บ้าหรือเปล่า

 

“พาฉันออกไปกินข้างนอกจริงๆมันลำบากมากเลยหรือไง”

 

“โทษที แต่ฉันไม่มีอารมณ์”

 

“ให้ตาย นี่มันความผิดของน้องนายเลยนะ”

 

“รู้” 

 

“รู้? แค่นี้? กำลังเล่นอะไรกันอยู่ไม่ทราบ เรียกฉันมาแค่นี้รู้ไหมว่ามันเสียเวลา” หญิงสาวเดินบ่นตามหลังร่างสูงสง่าที่หมุนตัวเดินกลับเข้าห้องทำงานด้วยใบหน้าบึ้งตึงไม่แพ้กัน

 

 

 

 

 

 

TBC.

 

 

 

 

 

 

เนื่องจากพรุ่งนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของคนแต่ง 19.08.63

 

ถ้าไม่รู้จะเม้นอะไร เม้นอวยพรกันได้น้า แฮ่ T/T

 

(ตอนหน้าจะพยายามลงให้ไวคับผ้ม)

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.063K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,383 ความคิดเห็น

  1. #10383 chanbaekjan (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2564 / 16:26
    น้องลูก ทำไมหนูทำแบบนี้หละ พี่จะเสียใจเอานะ เดะพี่ก้โกดหรอก
    #10,383
    0
  2. #10337 Hollydecemx (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 มีนาคม 2564 / 09:08
    ปิ้วๆๆๆ 🤍🤍
    #10,337
    0
  3. #10336 Hollydecemx (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 มีนาคม 2564 / 09:08
    เเฮปปี้ย้อนหลังคั้บคูมไรท์คนเก่ง จะอยู่อ่านไปทูกๆเรื่องของไรท์เลย เบิ้บบูฮะ
    #10,336
    0
  4. #10277 HoneyB'c (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 / 06:56
    อ่านตอนนี้แล้วรู้สึกอึดอัดมาก
    #10,277
    0
  5. #10202 SUNFLOWER_U (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 มกราคม 2564 / 18:31
    HBDย้อนหลังมีความสุขมากๆนะค้าา
    #10,202
    0
  6. #10192 YunewG (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 มกราคม 2564 / 09:25
    เหมือนเริ่มวุ่นๆแล้วนะคะ แง หันหน้าคุยกันเถอะค่ะ พี่ใหญ่ พี่รอง น้องเล็ก คุณนม อย่าให้เรื่องมันยากไปกว่านี้ กลัวพี่รองจะอารมณ์เสียขึ้นมา แย่เลย จะทะเลาะกันอีก
    #10,192
    0
  7. #10138 นิดถา (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 มกราคม 2564 / 11:32
    สุขสันต์วันเกิดย้อนหลังนะคะไรท์เตอร์ ขอบคุณที่มาแต่งฟิคคุณภาพให้พวกเราได้อ่าน มีความสุขมาจริงๆค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #10,138
    0
  8. #10124 Benz Satita (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 มกราคม 2564 / 23:45
    น้องเล็กอย่าทำเเบบนี้สิค่าา เเงง
    #10,124
    0
  9. #10083 ChungWila (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 20:29
    ยัยน้อนนนนนทำไมหนูเลี่ยงพี่เค้าแบบนี้ใจพี่รองก็เท่านินาาาาาาาา ปลhbd ย้อนหลังค่าไรทททททท์
    #10,083
    0
  10. #9779 Katniss20 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2563 / 09:31
    โดนจับฟาดก้นแน่ยัยน้องงงงง
    #9,779
    0
  11. #9618 Recekalte (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2563 / 01:22
    มาม่าเข้มข้น แง...
    #9,618
    0
  12. #9526 ไพลอท (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 / 03:33
    น้องงง อย่าห่างพี่รองไปเลยนะ ไม่เอาา นัดเซเรน่ามาแทนแบบนี้อย่าว่าเปิดโอกาสให้นะ ไม่ด้ายย
    #9,526
    0
  13. #9199 bozhanlukmae520 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2563 / 13:09
    Happy birthday ย้อนหลังนะคะ 🎂❤️
    #9,199
    0
  14. #9046 Pseewhy (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 04:18
    HBD ย้อนหลังงับบบ ขอให้มีความสุขมากๆ มีคนรักเยอะๆ ขอให้เป็นปีที่สดใสคับ!🍭🎉💖✨🌈
    #9,046
    0
  15. #9009 purnploy (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2563 / 14:56
    พึ่งได้ว่างมาตามอ่าน สุขสันต์วันเกิดย่อนหลังนะคะพี่หนิง ขอให้มีความสุขมากๆนะคะ
    // ตอนนี้พี่ชายรองโดนเด็กแสบปั่นหัวแล้ววว
    #9,009
    0
  16. #9001 iirny (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2563 / 08:36
    HBDย้อนหลังค่ะคุณไรท์
    #9,001
    0
  17. #8975 Zikdn_ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 กันยายน 2563 / 08:51
    น้องพยามจะตีตัวออกห่างรึป่าว แงงอย่าทำแบบนี้เลยย
    #8,975
    0
  18. #8816 creamcsom (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 กันยายน 2563 / 02:23
    กลัวใจน้องจัง น้องคิดอะไรอยู่นะ ไม่เอานะหนูลูก สู้ไปกับพี่รองได้มั้ย ใจไม่ดีเลย อยู่ข้างๆพี่รองนะ

    เง้อ อยากร้องไห้ ถ้าพี่รองต้องจากกับน้องอีกครั้ง คนทางนี้ร้องไห้แล้วหนึ่ง ถ้าได้คุยกัน พี่รองอาจจะรอ แต่พี่เขาต้องรอไปอีกถึงเมื่อไหร่กันนะ สงสารพี่เขาไม่ไหวแล้วแม่ TT
    #8,816
    0
  19. #8795 natnatcha31 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 กันยายน 2563 / 08:52
    happy b day, i hope you awareness soon.
    #8,795
    0
  20. #8736 sukanyasopha91 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 กันยายน 2563 / 15:49
    H.B.D นะคะคุณไรท์
    #8,736
    0
  21. #8699 whatIwantisyou (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 กันยายน 2563 / 00:55
    น้องทำแสบมากกกก หนูคิดอะไรอยู่ลูก
    #8,699
    0
  22. #8631 miemiexx (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 กันยายน 2563 / 21:56
    สุขสันต์วันเกิดย้อนหลังนะคะ มีความสุขมากๆเลยน้า เเต่งฟิคสนุกๆให้พวกเราอ่านไปอีกหลายๆเรื่องนะคะ
    #8,631
    0
  23. #8622 fongbeerss (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 กันยายน 2563 / 18:04
    สุขสันต์วันเกิดย้อนหลังนะคะ

    .
    .
    งงจัง น้องคิดอะไรอยู่น้อ ทำไมทำแบบนี้
    #8,622
    0
  24. #8583 pcysaraiii (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2563 / 16:29
    ไม่อยากให้น้องทำแบบนี้เลยยย อยากให้อยู่ด้วยกันเย้อ ๆ H.B.D.ย้อนหลังนะคะคุณไรท์~ ขอให้มีความสุขมาก ๆ นะคะ
    #8,583
    0
  25. #8580 yllwpnk (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2563 / 14:32
    แงงงง เด็กดีไม่แจ้งเลยค่ะ สสวก.นะคะ ชอบเรื่องของคุณไรท์มากกกก สู้ๆนะคะ 💓
    #8,580
    0