HYUNG 형 | Chanbaek -END-

ตอนที่ 20 : CHAPTER 19 | รักผลิบาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,803
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,497 ครั้ง
    27 ก.ย. 63

 

 

 

 

 

 

19

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อฤดูหนาวจบสิ้น ฤดูใบไม้ผลิจะมาทำหน้าที่แทนเสมอ…

 

 

นั่นคือสิ่งที่ทุกคนทราบดี เพียงแต่ตอนนี้ โลกของใครบางคนอาจจะอบอุ่นเร็วกว่าฤดูกาลไปบ้าง ความรักที่กำลังเบ่งบานสวยงามทำให้หน้าหนาวของพวกเขาจบลงไวกว่าทุกๆปี

            

ภายในห้องแช่ออนเซ็นของบ้านพักหลังเดิม คนสองคนยังคงแสดงความรักต่อกันอย่างไม่รู้จบสิ้น ราวกับว่านั่นคือสิ่งที่อยากทำมาโดยตลอดแต่กลับไม่เคยมีโอกาส

 

ชานยอลหยุดรังแกแบคฮยอนตั้งแต่เมื่อคืนแล้วก่อนจะพากันหลับใหลไปพร้อมกับใจที่สุขล้น กว่าจะตื่นอีกทีเวลาก็ล่วงเข้าสู่ยามบ่าย ดูเหมือนว่าการโดดงานวันนี้ของพวกเขาจะไม่ได้มีแผนหรือกิจกรรมใดๆเลย แค่อยากต่อเวลาที่จะได้อยู่ด้วยกัน… แค่นั้นจริงๆ

 

“แบบนี้สบายขึ้นไหม”

 

เสียงทุ้มเอ่ยถามอย่างใจดี ทว่าเจ้าของเท้าสวยข้างที่เขากำลังประคองกลับมีท่าทีเกรงใจ ร่างเล็กพยายามจะชักเท้ากลับคืน มือเรียวข้างหนึ่งเอื้อมมาแตะไหล่กว้างเปลือยเปล่าของชานยอลคล้ายให้หยุดการกระทำ

 

“ไม่ต้องทำก็ได้ครับ”

 

“นวดเท้าวันอากาศหนาวๆจะช่วยให้สบายตัว”

 

“แต่เราไม่ได้เพิ่งกลับจากข้างนอกสักหน่อย เพิ่งตื่นกันเอง แค่แช่น้ำก็สบายแล้วครับไม่ต้องทำแบบนั้นให้ผมหรอก”

 

“อยากทำ”

 

“ผมต่างหากที่ควรทำ พี่โตกว่าผมตั้งหลายปีแบบนี้มัน…” ร่างเล็กถึงกับนั่งตัวแข็งทื่อ พูดอะไรไม่ออกเมื่อคนที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึงช่วงตัวก้มลงมาจูบปลีน่องของเขาอย่างอ่อนโยน

 

“บอกว่าอยากทำไง”

 

ทั้งยังย้ำเจตนาชัดถ้อยชัดคำ ไม่รู้หรอกว่าเสียงทุ้มต่ำกับสายตาของตนกำลังทำให้คนที่มองดูการกระทำอยู่รู้สึกเขินขนาดไหน

 

“…”

 

ชานยอลจุดยิ้มเมื่อเห็นว่าเด็กเพิ่งตื่นนอนหลบสายตาเขาด้วยการก้มลงมองผิวน้ำ ใบหน้าหล่อจ้องมองอยู่อย่างนั้นพร้อมกับใช้มือนวดเท้าของน้องอย่างค่อยเป็นค่อยไป

 

คุณชายคนรองจากตระกูลที่เลยจุดคำว่ามั่งคั่ง มีบริวารรอรับใช้ดั่งเจ้าชายในพระราชวังดูแลใครสักคนได้ถึงขนาดนี้ ช่างเป็นภาพหายาก หรือกล่าวให้ถูกจริงๆคงไม่มีใครได้เห็นมันอีกแล้วนอกจากแบคฮยอน เด็กที่เขาพอใจจะทำเรื่องเล็กๆแบบนี้ให้

 

“ขอบคุณนะครับ…”

 

เสียงนั้นมักเอื้อนเอ่ยกับเขาแผ่วเบา ร่างสูงที่ใครต่างก็ว่าเย็นชาและแสนน่าหวั่นเกรงยิ้มรับอย่างอบอุ่น ในอกเขาแสนเป็นสุข

 

สุขมากกว่าการได้ครอบครองคือการได้มีโอกาสดูแล ตลอดเวลาที่ผ่านมาชานยอลไม่ได้เฝ้ารอน้องเติบโตเพื่อสิ่งนี้ เรื่องเกินเลยเมื่อคืนมันก็เพียงองค์ประกอบหนึ่งของความรู้สึกตอนนี้ที่พวกเขามีต่อกัน

 

 

ต่างไปจากรักบริสุทธิ์ในวันวาน

 

 

เด็กอายุสิบสามที่บอกอยากจะอยู่เป็นเพื่อนเขาไปจนแก่ ท่าทางไร้เดียงสากับแววตาซื่อตรงในตอนนั้นทำให้เขาตกหลุมรัก แต่เป็นรักที่มีแต่ความปรารถนาดี อยากปกป้องดูแล อยากทะนุถนอมไม่ให้มีคนมารังแกแต่กลับไม่มีใครเข้าใจ

 

ผู้ใหญ่พรากพวกเขาจากกันไกลกว่าซีกโลก ปล่อยให้เขาจมอยู่กับความรู้สึกที่ว่าพระเจ้าไม่ยุติธรรม ผ่านไปแต่ละวันเคยลองตัดใจแล้วใช่ว่าไม่เคย แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็ยังเป็นการที่เขาอยากดูแลแบคฮยอน

 

ชานยอลรับรู้ถึงการเติบโตของน้องเสมอ ทว่าไม่ได้คาดหวังว่าจะได้กลับมาหรือแม้แต่คิดว่าน้องจะยังจำคำที่เคยพูดไว้ในวัยเด็กได้ เขาถูกอนุญาตให้กลับโซลก็เพราะพ่อเริ่มป่วยหนัก ได้เป็นผู้ปกครองของแบคฮยอนเพราะพี่ชายแต่งงานและรับภาระหลายอย่างแทนพ่อที่เสียไปอย่างที่ทุกคนรู้

 

ระหว่างเขากับแบคฮยอนมันไม่ใช่รักตั้งแต่แรก มันเริ่มจากความเอ็นดู คิดถึง ห่วงหาอาทร แล้วกลายมาเป็นความรักในตอนหลัง 

 

รักลึกซึ้งจากการได้กลับมาใกล้ชิด รักจากการได้เห็นอีกฝ่ายเติบโตงดงาม และได้รู้ว่าน้องเองก็มีใจให้ ไม่ได้รู้สึกแค่ว่าเป็นพี่น้องกันเหมือนครั้นยังเด็กๆ

 

 

“ยังเจ็บตรงนั้นอยู่หรือเปล่า”

 

“อะ…”

 

“เมื่อคืนนายเหมือนจะมีไข้”

 

“ผม...ไม่มีไข้หรอกครับแต่ก็ยังเจ็บอยู่”

 

“…”

 

“ทำไมมองแบบนั้นล่ะครั—”

 

“น่ารักดีครับ”

 

“…”

 

เขาชอบท่าทางเอียงอายของน้อง ชอบตอนที่มองไปแล้วอีกฝ่ายมองตอบอย่างกล้าๆกลัวๆหากแต่สุดท้ายก็เลือกจะหลบสายตา 

 

“อย่ากัดปากตัวเอง เดี๋ยวจะเป็นแผล”

 

“ไม่เห็นจะน่ารักเลย น่าอายจะตาย…”

 

“ทำไปอีกหน่อยก็ชิน”

 

“ครับ?”

 

คนน่ารักนั่งทำตาโต ยิ่งร่างสูงเอาแต่ก้มหน้าอมยิ้ม ผิวขาวเนียนยิ่งขึ้นสีแดงระเรื่อ รู้สึกร้อนเห่อไปทั้งกาย

 

“เจ็บอย่างกับอะไรไม่ทำแล้ว…” 

 

“ถ้าหนูบอกไม่ให้ทำพี่ก็ไม่ทำ แต่เพราะเมื่อคืนหนูบอก—” ร่างเล็กเปลือยเปล่ารีบโผเข้ามาพร้อมกับเสียงน้ำกระเพื่อม มือเรียวสวยทาบลงบนริมฝีปากที่เอาแต่ขยับพูดเรื่องน่าอายให้หยุดทันที 

 

ต่างคนต่างสบตา คนตัวเล็กทำหน้ามุ่ยแฝงไว้ด้วยความขลาดเขินเพราะสายตาหล่อๆของร่างสูงที่นั่งในตำแหน่งต่ำกว่า

 

และใช่

 

แบคฮยอนเผลอเข้ามานั่งเกยตักอีกฝ่ายเหมือนลืมไปเลยว่าก่อนหน้านี้เพิ่งโอดครวญว่าเจ็บส่วนนั้นจนไม่อยากขยับตัว อยู่กับชานยอลแล้วกลายเป็นเด็กใจกล้าแบบนี้อยู่เรื่อย 

 

“หนูอะไรกันล่ะครับ เจ้าชู้จัง…”

 

ชานยอลค่อยๆแกะมือเรียวออกแล้วเปลี่ยนเป็นคลึงมันเล่นอย่างเพลิดเพลินแทน สายตาแทบไม่ละออกจากใบหน้าหวานที่ยิ่งดูยิ่งน่ารังแก 

 

“ไม่ชอบเหรอ”

 

“…”

 

“พี่หมายถึงเรื่องเมื่อคืน”

 

“…”

 

ชานยอลหัวเราะเบาๆด้วยความรู้สึกเอ็นดูก่อนจะกดจูบหัวไหล่เปลือยของร่างเล็ก ทำเอาคนอายุน้อยกว่าสั่นสะท้านไปทั้งใจ

 

“ถ้าไม่ชอบก็บอกตรงๆ จะได้ปรับปรุง…”

 

“พี่เอาแต่พูดเรื่องแบบนั้นโดยไม่รู้สึกอายเลยได้ยังไง”

 

“หรือถ้าไม่อยากให้ทำอีกก็จะไม่—”

 

ไม่ได้บอกว่าไม่ชอบให้ทำสักหน่อย ผมยังไม่ทันได้พูดอะไรเลยทำไมพี่เป็นแบบนี้ล่ะครับ”

 

“…”

 

“อ…”

 

“นึกว่าจะพูดตรงๆได้แค่ตอนที่เมาซะอีก” ชานยอลว่ายิ้มๆก่อนจะถูกเด็กที่เพิ่งรู้สึกตัวว่าได้เผลอตกหลุมพรางคนเจ้าเล่ห์ถลึงตาให้ แบคฮยอนแกล้งวักน้ำใส่เขาเหมือนอยากเอาคืน แต่นอกจากเบือนหน้าไปทางอื่นแล้วชานยอลกลับไม่ได้ดุหรือว่าอะไรเลย

 

 

ซ่า!

 

 

“แบคฮยอน”

 

กระทั่งน้องชักเอาใหญ่ก็เริ่มทนไม่ไหว แขนยาวตวัดกอดเอวคอดกิ่วแล้วดึงเข้าหาตัวมากกว่าเดิม สองกายเปลือยเปล่าแนบชิด ริมฝีปากอุ่นกดลงบนหน้าผากมน แล้วพรมจูบไปทั่วใบหน้าเนียนเป็นการลงโทษและกลั่นแกล้งอยู่ในที 

 

“ฮ่ะๆ”

 

ร่างเล็กย่นคอหนี ส่งเสียงหัวเราะจั๊กจี๋น้อยๆให้ความรู้สึกทั้งน่าเอ็นดูและวาบหวามไปพร้อมกัน 

 

ไม่นานจากนั้นสองแขนถูกบังคับวาดคล้องคอเจ้าของตัก

 

ใบหน้าต่างดึงดูดเข้าหากันและกัน

 

แลกลิ้นหยอกล้อแล้วค่อยๆกลายเป็นจูบที่ดูดดื่ม อุณหภูมิร่างกายที่เสียดสีกันไปมาร้อนระอุไม่ต่างจากน้ำในอ่างที่กำลังแช่ตัว

 

 

“จะทำแบบนี้กับใครอีกไหมครับ”

 

คนน่ารักถามอย่างซื่อตรง ชานยอลส่ายศีรษะ ริมฝีปากคลอเคลียไม่ยอมห่าง

 

“ผมคงเสียใจถ้าพี่ทำกับคนอื่น”

 

“จะไม่ทำให้นายเสียใจ”

 

นั่นไม่ใช่คำสัญญา แต่เป็นสิ่งที่เขาอยากทำมาโดยตลอด แบคฮยอนไม่ใช่เครื่องระบายอารมณ์ เขารู้ แล้วก็พร้อมจะรับผิดชอบกับสิ่งที่ทำลงไป จะปกป้องให้ความรักความเอาใจใส่  สมกับที่น้องเป็นเด็กดี

 

“จะดีกับนายคนเดียว”

 

“ต้องใจดีกับคนอื่นด้วยสิครับ แต่เอ็นดูผมแค่คนเดียวนะ”

 

“ฮ่ะๆ”

 

ชานยอลบีบจมูกของเด็กช่างต่อรองอย่างมันเขี้ยว

 

“พี่รองจะมีแบคฮยอนคนเดียวใช่ไหม”

 

“อืม”

 

“อืมอีกแล้ว” 

 

ร่างเล็กช้อนตามอง ไม่รู้หรอกว่าสีหน้าท่าทางแบบนั้นมันดูออดอ้อนให้อยากเอาใจแค่ไหน 

 

“พูดไม่เพราะเลยครับ”

 

หรืออาจจะรู้แต่แกล้งยั่วตาใสให้คนตัวโตหน้าดุอย่างเขาตามใจ ซึ่งไม่ว่ามันจะเป็นแบบไหน สุดท้ายแล้วก็ทำให้ชานยอลใจอ่อนยวบอยู่ดี

 

“ครับ” บอสหนุ่มครางรับเสียงนุ่ม นัยน์ตาคมพราวระยับ “ไม่ไปเจ้าชู้กับใคร…” ใบหน้าหล่อซุกลงมาหอมแก้มนิ่มอย่างรักใคร่พาเอาร่างเล็กตัวอ่อนระทวย รู้เลยว่าแช่น้ำคราวนี้คงไม่จบลงง่ายๆแบบเมื่อวาน

 

“จะมีหนูคนเดียว”

 

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

 

 

 

ฮัดชิ่ว!

 

เสียงจามของแบคฮยอนทำเอาร่างสูงที่กำลังนั่งจิบกาแฟยามดึกอยู่ข้างกันอมยิ้มขำน้อยๆ คงเพราะอากาศหนาวในตอนกลางคืนหรือไม่ก็เพราะแช่น้ำนานเกินไปร่างบอบบางจึงถูกหวัดเล่นงานเข้าให้ แต่เจ้าตัวก็ยังเก่งบอกไม่เป็นไร ซ้ำยังชวนชานยอลจอดรถพักระหว่างทาง แล้วพากันลงมานั่งรับลมเล่นก่อนจะเดินทางกลับโซลในคืนนี้

 

“หมดแล้วทานยาต่อด้วยนะครับ”

 

เสียงทุ้มเอ่ยกับเขา ร่างเล็กที่กำลังนั่งแกว่งเท้าบนม้านั่งตัวยาวพร้อมกับกินมันเผาพยักหน้ารับสมเป็นเด็กดี วันนี้ทั้งวันพวกเขาแทบไม่ได้ทำอะไรนอกจากนอนเอาแรง แต่ก็นั่นแหละ พอขึ้นจากอ่างน้ำแล้วเขาไม่อยากจะทำอะไรเลยนอกจากนอนอีกหนึ่งตื่น…

 

รู้สึกตัวอีกทีฟ้าก็มืดเสียแล้ว อดรู้เลยว่าวันนี้ดวงตะวันหน้าตาเป็นยังไง คิดเอาเองว่าคงจะงดงามและทำให้อบอุ่นคล้ายกับปาร์คชานยอล

 

“คืนนี้ฟ้ามืดจังเลยนะครับ ไม่มีดาวให้มองเลย”

 

“ก็มีนะ”

 

“ไหนครับ”

 

แบคฮยอนแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสีดำขลับ นอกจากเงาพระจันทร์รำไรเขาก็ไม่เห็นว่าจะมีดาวอย่างที่ชานยอลบอกสักดวง คิ้วสวยขมวดชิดกันอย่างสงสัย แต่ทันทีที่หันไปมองสบตาคนข้างๆเขาถึงได้รู้ทันทีว่าดวงดาวที่อีกคนหมายถึงนั้นคืออะไร

 

“อ่า…”

 

แบคฮยอนหัวเราะ

 

“เหมือนโดนจีบเลย แต่ว่า…มุขดูมีอายุจังครับ” แกล้งหยอกเย้าโดยที่ไม่รู้เลยว่าสองแก้มของตัวเองกำลังแดงปลั่งต่อหน้าคนอายุมากกว่า

 

“ก็แก่แล้วนี่” ชานยอลวาดแขนไปกับพนักพิง มองเผินๆจากด้านหลังก็เหมือนกับเขากำลังโอบกอดแบคฮยอนอยู่กลายๆ “แต่ก็ยังหล่อมากใช่ไหมล่ะ”

 

แบคฮยอนหัวเราะเสียงดังกว่าเดิมเมื่อได้ยินแบบนั้น เขายัดมันเผาครึ่งชิ้นสุดท้ายเข้าปากก่อนจะเปลี่ยนมานั่งกอดขาตัวเอง อาศัยแพนดิ้งตัวโคร่งห่อร่างบรรเทาความหนาวเหน็บ

 

“พิงมั้ยครับ”

 

แถมยังใจดี เอ่ยปากชวนคนตัวโตให้เข้ามาแอบอิง ชานยอลซบใบหน้าหล่อลงหนุนหัวไหล่เขาแทบไม่ลังเล ทั้งยังเทน้ำหนักตัวเกือบทั้งหมดลงมาใส่เหมือนจงใจกลั่นแกล้งยังไงยังงั้น

 

“ได้จูบตอนนี้คงดี”

 

ไหนจะเสียงพูดลอยๆเหมือนบ่นดินฟ้าอากาศนั่นอีก เด็กอ่อนประสบการณ์ตามไม่ทันจริงๆ ได้แต่นั่งยิ้มปนขำไม่รู้ไม่ชี้ เงยหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืนอย่างนึกขอบคุณที่หลายวันมานี้ใจดีกับเขาเหลือเกิน

 

“เวลาผ่านไปเร็วเหมือนกันนะครับ”

 

ร่างเล็กพูดขึ้นมาเมื่อความเงียบกำลังทำงาน พวกเขาตัดสินใจจะเดินทางกลับโซลคืนนี้และคงงีบเอาแรงกันต่อที่บริษัทเลย ทั้งหมดเป็นความต้องการของแบคฮยอน เขาอยากไปนั่งรอเวลาทำงานเพื่อที่ว่าตัวเองจะรู้สึกผิดน้อยลง

 

ถ้าเป็นซูจองคงใช้คำว่าหนีมากกกันไกล แต่แบคฮยอนขอใช้คำว่าเหลวไหล ในเมื่อหลบมาตักตวงความสุขกันเต็มที่แล้วยังไงก็ต้องกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง 

 

“ไว้จะหาเวลาพามาเที่ยวอีก”

 

ยังสงสัยกับตัวเองอยู่ว่าความรู้สึกแบบนี้มันเริ่มต้นขึ้นตอนไหน ในความทรงจำชานยอลเป็นพี่ชายที่เขาอยากจะติดตามไปด้วยทุกหนแห่ง เป็นความรู้สึกปลอดภัย อบอุ่นใจ ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะกลายเป็นรูปแบบอื่น

 

บางทีมันอาจจะเริ่มหลังจากที่รู้ว่าตัวเองไม่ได้มีความสัมพันธ์ใดๆกับคนในบ้าน หลายปีมานี้แบคฮยอนรู้สึกเหงา โดดเดี่ยว อยากมีที่พักพิง ชานยอลทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองได้กลับมาเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลปาร์คจริงๆอีกครั้ง

 

ชานยอลทำให้เขามีความสุข เป็นความสุขจากการที่ได้รับความรักความเอาใจใส่ ได้เป็นคนสำคัญ หลายอย่างทำให้เขาติดอยู่ในห้วงรักจนเลือกทำลายคำว่าพี่น้องด้วยการก่อความรู้สึกลึกซึ้งขึ้นมาแทน

 

 

แถมยังทำเรื่องลามกกันไปแล้วอีกต่างหาก

 

 

“พูดอะไรไว้ผมจำได้นะ”

 

“อยากไปไกลกว่านี้ก็จะพาไป ขอแค่นายอยากไปก็พอ”

 

ร่างเล็กก้มลงจุ๊บแก้มสากเบาๆ คราวนี้เป็นความตั้งใจไม่ใช่พลั้งเผลอ เพราะหลังจากถอนริมฝีปากคนน่ารักยังทำใจกล้านั่งมองหน้าร่างสูงต่อด้วยแววตาของคนที่มีความสุขที่สุด

 

“ขอบคุณนะครับ”

 

แม้ไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำไปทั้งหมดมันถูกต้องไหม แต่หลายวันมานี้แบคฮยอนมีความสุขที่ได้เป็นตัวของตัวเองโดยไม่ต้องกังวลเรื่องอื่นใด เขาเต็มใจเป็นของชานยอลก็เพราะว่ารักชานยอล เขาชอบเวลาที่ตัวเองอยู่กับอีกคน

 



 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

 

 

“ดาซม”

 

อะ! บอส”

 

เลขาสาวทำท่าตกอกตกใจราวกับเห็นผี เมื่อร่างสูงที่ไม่ได้พบหน้ากันตั้งแต่เมื่อวานเดินออกมาจากห้องทำงานในเวลาที่เรียกได้ว่าเช้ามาก เช้าแบบที่คิมดาซมเพิ่งม้วนผมไปได้แค่ฝั่งเดียวแถมยังไม่เสร็จดีด้วยซ้ำ

 

“มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”

 

ร่างเพรียวระหงรีบลุกขึ้นยืนพลางแกะโรลม้วนผมหน้าม้าออกแล้วสะบัดผมด้วยท่าทางชวนมอง

 

แต่ดูเหมือนว่าบอสของเธอจะไม่ได้สนใจเท่าไหร่ อีกอย่างพอลองสังเกตใกล้ๆแล้วเห็นชัดเลยว่าร่างสูงไม่ได้แต่งตัวเนี๊ยบแบบทุกวัน นอกจากจะไม่มีเสื้อสูทตัวนอกแล้วเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวที่สวมใส่ก็ดูยับผิดปกติ ผมเผ้าไม่ได้เซ็ตเป็นทรง ดีที่หน้ายังหล่อเป๊ะเหมือนเดิม

 

“คงไม่ได้นอนที่นี่ใช่ไหม”

 

นั่นแหละ ถึงจะหล่อยังไงแต่ก็หลอกตาคิมดาซมไปไม่ได้ว่าสภาพของบอสเธอตอนนี้น่ะ เหมือนคนไม่ได้นอนจริงๆ

 

“ขอกาแฟกับนมอุ่นๆให้ผมหน่อย”

 

“อ่อค่ะ”

 

“ช่วยสั่งมื้อเช้าสำหรับสองที่ให้ด้วย”

 

“อ่า…”

 

“เสร็จแล้วก็ลงไปขอยาแก้หวัดกับวิตามินที่ฝ่ายพยาบาลให้ที ผมเอาแผ่นเจลลดไข้ด้วยนะ”

 

“เอ่อ มีใครป่วยหรือคะ”

 

“แล้วอย่าให้ใครมารบกวน บอกว่าวันนี้ผมไม่สะดวกจะพบใคร”

 

คิมดาซมแทบร้องกรี๊ดเมื่อโดนสั่งงานเป็นชุดทั้งที่ยังไม่ถึงเวลางาน เธอทำหน้าไม่อยากจะเชื่อไล่หลังร่างสูงสง่าที่เดินกลับเข้าห้องทำงานไปแล้วโดยไม่สนแม้แต่จะตอบคำถามกันสักข้อเดียว

 

เส้นทางสู่การเป็นสะใภ้ตระกูลปาร์คของเธอจบสิ้นลงไปนานแล้วล่ะ คิมดาซมหมดอารมณ์อ่อยเจ้านายตัวเองตั้งแต่ได้เห็นอาการผีเข้าผีออก ใช้งานเหมือนเป็นลูกทาส แถมไม่คิดจะชายตามองความสวยของเธอเลย

 

หญิงสาวกระแทกตูดนั่งลงที่เก้าอี้ ไขว่ห้างกดโทรสั่งอาหารเช้าให้เจ้านายก่อนจะไปทำอย่างอื่น ช่างเป็นเช้าวันอังคารที่น่าบันเทิงใจ ยิ่งได้มารู้ตอนหลังว่าคำสั่งทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นเพราะใครเธอก็แทบไปไม่เป็น

 

มื้อเช้า ยา วิตามินและอะไรต่อมิอะไรที่วางแน่นโต๊ะเตี้ยหน้าโซฟาเป็นของเด็กฝึกงานที่ได้ชื่อว่าน้องชายเจ้านายทั้งสิ้น คิมดาซมจะไม่ติดใจอะไรเลยถ้าร่างสูงสง่าที่ใครต่างก็หวั่นเกรงยามที่ได้พบเห็นจะไม่มานั่งเอาอกเอาใจ รอป้อนข้าวป้อนน้ำน้องแถมยังหยอกล้อกันเหมือนเด็กๆ

 

เท่าที่เห็นแบคฮยอนมีเพียงอาการหวัดเล็กๆน้อยๆ ไม่ได้จับไข้ได้ป่วยหนักแต่อย่างใด พอย้อนนึกไปถึงท่าทางร้อนใจตอนเจ้านายออกไปสั่งจะเอานั่นเอานี่เธอยิ่งงงไปใหญ่ เธอไม่สามารถเข้าใจความสัมพันธ์แบบนี้ได้เลยจริงๆ

 

 

“ผมไม่ได้ป่วยหนักสักหน่อยพี่ไม่ต้องป้อนหรอกครับ”

 

“อยากทานน้อยทำไม”

 

“ก็ผมยังไม่หิวนี่นา”

 

“ไม่หิวก็ต้องกินครับ จะได้ทานยา”

 

“ผมโตแล้วนะ ขยับออกไปหน่อยเถอะครับพี่ดาซมก็อยู่ไม่เห็นเหรอ…”

 

“เห็นครับ แต่อยากนั่งตรงนี้”

 

“จริงๆเลย ทำไมเอาแต่ใจแบบนี้นะ”

 

“อ้าปากหน่อยเด็กดี ไม่อยากให้พี่วุ่นวายนานๆหนูต้องเชื่อฟังรู้ไหม…”

 

“ก็บอกอย่าเรียกหนูไง”

 

“น่ารักออก”

 

“น่ารักอะไรล่ะครับ”

 

ฮ่ะๆ

 

 

บรรยากาศกุ๊กกิ๊กแปลกๆนี่มันยังไง คิมดาซมรู้สึกเหมือนจะเป็นบ้าเข้าไปทุกที เธอเองก็มีพี่ชายแต่ไม่เคยหวานกันแบบนี้สักครั้ง เดี๋ยวก็ลูบหัวเดี๋ยวก็นั่งจ้อง สายตาของเจ้านายที่ใช้ทอดมองใบหน้าหวานจิ้มลิ้มทำเอาคิมดาซมนั่งติดใจจนไม่เป็นอันทำงานทั้งวัน

 

เสียงหัวเราะหยอกล้อของคนสองคนที่ดังลอดออกมาทางประตูให้ได้ยินเป็นบางครั้งนั่นก็เหมือนกัน เธอสามารถเอาไปปรึกษาใครได้บ้างว่าพฤติกรรมแบบนี้เค้าเรียกว่าพี่น้องกันจริงๆหรือเปล่า

 

 

“อ…ท่านประธาน”

 

สาวสวยหน้าห้องรีบวางความคิดฟุ้งซ่านต่างๆแล้วลุกขึ้นยืนต้อนรับร่างสูงน่าเกรงขามด้วยท่าทางสุภาพทันที ริมฝีปากสีพีชยิ้มหวานก่อนเอ่ยถามตามหน้าที่ของเธอ

 

“มาพบบอสหรือคะ”

 

“มาทำงานแล้วใช่ไหม”

 

“ค่ะ มาแต่เช้าเลย”

 

 

‘ฮ่ะๆ’

 

 

คิมดาซมเงยหน้าขึ้นสังเกตท่าทีของประธานบริษัทเมื่อเสียงหัวเราะนั้นแว่วดังออกมาจากในห้องทำงานใหญ่อีกแล้ว ปาร์คยุนโฮไม่ได้แสดงท่าทีอะไรนอกจากยืนมองบานประตูที่มีป้ายชื่อเจ้านายเธอแปะอยู่เพียงเท่านั้น

 

เพราะไม่ได้คลุกคลีกับท่านประธานมากเท่าไหร่เธอจึงเดาไม่ได้ว่าภายใต้ใบหน้าสุขุมน่าเกรงขามนั้นซ่อนความคิดอะไรไว้ แต่อย่างน้อยอีกฝ่ายก็เป็นผู้ชายสุภาพดูใจเย็น เพราะแบบนั้นเวลาพบเจอจึงให้ความรู้สึกผู้ใหญ่ที่น่าเคารพเชื่อฟัง เสียมากกว่าจะหวั่นเกรงแบบปาร์คชานยอล

 

“จะเข้าไปข้างในมั้ยคะ”

 

“ไม่เป็นไร ยังไงก็ต้องเจอกันที่บ้าน”

 

“อ่า…” พี่น้องบ้านนี้เข้าใจยากจริงๆ ไม่รู้ว่าวันนี้ตัวเองก้าวขาข้างไหนออกจากบ้านถึงได้เจอแต่เรื่องชวนสงสัยได้ทั้งวัน

 

“ไม่ต้องบอกล่ะว่าผมมาที่นี่”

 

“ได้ค่ะ”

 

“ทำงานต่อเถอะ ผมไม่รบกวนเวลาคุณแล้ว”

 

“ค่ะท่านประธาน”

 

              

 

 

 

            

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

 

ในตอนเย็น รถสปอร์ตหรูของคุณชายรองเลี้ยวเข้าสู่คฤหาสน์หลังงามที่ตั้งตระหง่านอยู่ท้ายซอยในรอบหลายวัน ตุ๊กตาหน้ารถเปิดประตูลงไปรอก่อนจะพากันเดินเข้าบ้านด้วยท่าทางสุขล้นราวกับโลกทั้งใบมีเพียงกันและกัน

 

 

กระทั่งได้พบร่างสูงน่าเกรงขามของพี่ชายคนโตกับหญิงชราวัย พวกเขาถึงได้รู้ว่าโลกใบนี้ไม่ได้มีเพียงคนสองคน

 

 

“พี่ใหญ่…”

 

แบคฮยอนครางเสียงแผ่ว ไม่รู้เรียกว่าตกใจได้หรือเปล่าเพราะก่อนหน้านี้ก็เตรียมใจมาส่วนหนึ่งแล้วเพียงแต่ไม่คิดว่าจะได้เผชิญหน้าตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในบ้านแบบนี้

 

เหตุการณ์คล้ายเดิมราวฉายซ้ำ ต่างกันเพียงหนนี้คนที่นั่งรอเขาอยู่ที่มุมโซฟาติดทางขึ้นบันไดคือพี่ใหญ่ ส่วนคนที่เคยตีเขาในตอนนั้นได้กลายมาเป็นคนที่พาเขาไปเถลไถลเสียเอง

 

 

เมื่อวานพวกนายไม่ได้ไปทำงาน

 

 

แม้เปล่งเสียงแค่เพียงธรรมดา แต่กลับดูมีอำนาจอย่างน่าประหลาด สาวใช้ที่ยืนอยู่ด้วยกันบริเวณนั้นต่างก็เงียบฟังไม่ต่างจากคุณชายทั้งสองคนที่เพิ่งเข้ามา

 

“หายไปไหนกันมา”

 

…”

 

‘ไม่ต้องกลัว ทำทุกอย่างเหมือนปกติไม่มีใครทำอะไรนายทั้งนั้น…’ เสียงกระซิบดังให้ได้ยินเบาๆแค่สองคน มือหนาของร่างสูงแตะมือที่เริ่มสั่นประหม่าของเขาก่อนดันให้ไปหลบอยู่ด้านหลังเล็กน้อย ความอบอุ่นใจมาเยือนเพียงแค่มีแผ่นหลังกว้างให้พึ่งพิง

 

“พี่ติดต่อน้องเล็กไม่ได้ตั้งแต่วันเสาร์ ปิดเครื่องทำไมครับ”

 

“แบตหมดน่ะครับ” แบคฮยอนโกหกคำโต ใครก็รู้ว่าเขาทำอะไรแบบนี้ไม่เก่งแต่จะให้ผู้ใหญ่รู้เรื่องหลายวันที่ผ่านมาคงแย่กว่าเดิม

 

“แบตหมด?”

 

“สงสัยอะไรงั้นเหรอครับ พี่น่าจะรู้อยู่แล้วว่าแบคฮยอนอยู่กับผมตลอด” ชานยอลแทรกขึ้นมา เด็กที่ซื่อตรงและมีหัวใจที่บริสุทธิ์อย่างแบคฮยอนไม่มีทางต่อกรกับผู้ใหญ่ได้หรอก ไม่เหมือนเขาที่เป็นไม้แข็งเกินจะดัด สามารถทำอะไรก็ได้โดยไม่ต้องรู้สึกผิด

 

“สงสัยว่าอะไรที่สำคัญจนนายยอมผิดนัดกับฝ่ายขายเมื่อวาน”

 

“คนที่มารายงานพี่ไม่ได้บอกด้วยหรือไงว่าผมให้คิมดาซมไปแทนแล้ว”

 

“พวกนายทำให้ผู้ใหญ่เป็นห่วง”

 

“ห่วงเรื่องอะไร”

 

“…”

 

“ที่คังวอนโดมีปัญหานิดหน่อยผมเลยต้องไปดู แบคฮยอนอยู่ในช่วงฝึกงานได้ไปเห็นการทำงานสาขาต่างจังหวัดบ้างก็เป็นโอกาสที่ดี ขอโทษที่ไม่ได้บอกพวกพี่ก่อนแต่วางใจเถอะ… หลายวันที่ผ่านมาไม่มีอะไรน่าห่วงสักนิด”

 

คำพูดของคุณชายรองทำบรรยากาศเงียบลงกว่าเดิม เขากล้าต่อปากต่อคำกับพี่ชายและเผื่อแผ่สายตาเรียบเฉยไปจนถึงหญิงชราที่นั่งฟังเงียบๆ บรรยากาศชวนขนลุกแปลกๆใครในบ้านก็สัมผัสได้ทั้งนั้นแม้กระทั่งแบคฮยอน

 

“ถ้าพี่ยังติดใจอยู่จะโทรไปเช็คที่สาขาก็ได้ว่าผมไปที่นั่นจริงหรือเปล่า”

 

“ผู้จัดการคังวอนโดเป็นคนของนาย ถึงโทรก็ไร้ประโยชน์” 

 

ชานยอลไหวไหล่ไม่สะทกสะท้าน

 

“คุณนมล่ะครับ มีอะไรอยากถามผมไหม”

 

ทั้งยังทำหน้าตายเอ่ยถามผู้อาวุโสสุดในบ้านที่นั่งเงียบอยู่ข้างกายพี่ชายคนโต เขาไม่ได้อยากจะลองดี แค่ต้องการให้เรื่องมันจบตรงนี้แบคฮยอนจะได้สบายใจ ถึงจะรู้อยู่เต็มอกว่าความเป็นจริงมันคงไม่จบง่ายๆก็ตาม

 

“ไม่มีหรอกค่ะ คุณชายรองโตมากแล้ว ทำอะไรอยู่ย่อมรู้ตัวเองดี” หญิงชราวัยกล่าวเสียงเรียบ สีหน้าไร้ความรู้สึกมองเด็กที่เติบใหญ่จนเป็นเจ้านายคน แต่ยังเป็นคุณชายรองที่แสนดื้อดึงในสายตาหล่อนอยู่ดี

 

“ถ้าอย่างนั้นผมไปได้แล้วใช่มั้ยครับ”

 

จะกี่ปีผ่านไปก็ยังหัวรั้นยากจะเปลี่ยนแปลง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แบคฮยอนกลับเข้าห้องนอนหลังจากแยกกับชานยอลตรงหน้าบันไดชั้นสอง ความรู้สึกผิดยังคงกัดกินหัวใจดวงน้อย ไม่ว่าจะที่ตัวเองกล้าโกหกหรือการเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ชานยอลทำตัวดื้อด้านไม่น่ารักกับผู้ใหญ่เมื่อกี้นี้

 

แต่ไม่ว่าจะยังไงแล้วชานยอลก็ทำให้เขามีความสุขอยู่ดี แม้สมองจะบอกว่ารู้สึกผิดแต่หัวใจของเขากลับยังเต้นดังคล้ายเพิ่งผ่านเรื่องน่าตื่นเต้นมา

 

“นิสัยไม่ดีใหญ่แล้วนะแบคฮยอน…”

 

เขาพึมพำขณะทิ้งตัวลงนอนบนเตียงหลังกว้าง เงยหน้ามองเพดานด้วยรอยยิ้มเล็กๆ ดูเหมือนหลายวันมานี้เขาจะซึมซับความสุขมามากเกินไปถึงได้รู้สึกแปลกๆเมื่อต้องกลับมานอนเพียงลำพัง ไม่มีเจ้าของใบหน้าเฉยชาที่เก่งเรื่องใช้คำพูดชวนใจสั่นอยู่ใกล้ๆ

 

คิดไปแต่ว่าตอนนี้อีกฝ่ายจะทำอะไรอยู่ จะกำลังคิดถึงกันหรือเปล่าทั้งที่เพิ่งแยกจากกันไม่นาน แบคฮยอนเป็นเหมือนเด็กที่กำลังหลงอยู่ในวังวนแห่งรัก เป็นรักแรกที่อะไรก็ดูสวยงาม โลกของเขาตอนนี้มีแต่ชานยอล

 

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

 

‘คุณหนูคะ’

 

แม้แต่ตอนที่พี่เลี้ยงเข้ามาเคาะประตูห้องเพื่อจะเตรียมน้ำให้อาบ เขาก็เอาแต่เล่าเรื่องสนุกอย่างเช่นการเล่นสโนบอร์ดในรอบหลายปีให้ฟังไม่หยุด ท่าทางร่าเริงแบบที่ไม่ได้เห็นมานาน แววตาสดใสนั้นมักจะเปล่งประกายทุกๆครั้งที่เอ่ยถึงชื่อคุณชายรองให้พี่เลี้ยงได้ยิน

 

 

ว่ากันว่าเมื่อรักกำลังสุกงอม

 

 

น้ำต้มผักก็ยังว่าหวาน…

 

 

กลางดึกคืนเดียวกันแบคฮยอนได้มีโอกาสพบชานยอลโดยบังเอิญที่ห้องครัว เขาตั้งใจจะลงมาหานมดื่มสักแก้วก่อนนอน ไม่คิดว่าอีกคนจะปรากฏตัวในที่นั้นเหมือนกัน

 

 

ทั้งดีใจ

 

และทั้งอาย

 

 

“จะ…ดื่มน้ำเหรอครับเดี๋ยวผมหยิบให้”

 

เป็นความรู้สึกเคอะเขินแปลกๆ ทั้งที่หลายวันที่ผ่านมาพวกเขาทำสิ่งที่อยากจะทำร่วมกันมาหมดแล้วทุกอย่าง แต่พอพบกันในบ้านของตัวเองจริงๆกลับมีเพียงความเงียบและการสบตา

 

เหมือนกับว่าคิดถึงการสัมผัสตัวกันแต่ต้องหักห้ามใจ

 

“…”

 

เพราะห้องครัวไม่ได้เปิดไฟไว้ตั้งแต่แรก ตอนที่ชานยอลถือวิสาสะดันประตูตู้เย็นให้ปิดลง แสงสว่างเดียวที่เคยมีตรงนั้นจึงพลันหายไป

 

“ยังไม่อยากดื่มครับ”

 

เหลือแต่ความมืดมิดและเงาเลือนรางของคนที่อยู่ตรงหน้า กับเสียงทุ้มต่ำที่ดังชิดเข้ามาจนแบคฮยอนต้องเอามือดันอกอีกฝ่ายไว้ไม่ให้ใกล้กันเกินไป

 

“อยากทำอย่างอื่น”

 

“เดี๋ยวก็มีคนเข้ามาเห็นหรอกครับ…” 

 

“ป่านนี้คงหลับกันหมดแล้ว”

 

“อือ แกล้งผมอีกแล้วนะ” ลมหายใจอุ่นๆที่รินรดอยู่ตรงไหนสักแห่งในความมืดซึ่งไม่ห่างจากใบหน้าของเขา ทำเอาแบคฮยอนต้องเอี้ยวตัวหลบเป็นพัลวัน แผ่นหลังเล็กแนบไปกับตู้เย็นเมื่อร่างสูงใหญ่คร่อมแขนลงมากักตัวเขาไว้เหมือนกลัวว่าจะหนีไป

 

คิดถึง

 

คิดถึงเหมือนกันครับ…

 

“เพิ่งเจอกันเมื่อตอนเย็นไม่ใช่หรือไง”

 

“ทำยังไงจะได้เจอทั้งวัน”

 

นั่นสิ…

 

“อื้อ…ไม่เอาครับ”

 

“ฮ่ะๆ”

 

“พี่รอง…” เสียงหยอกล้อแกล้งกันดังรวมเป็นเสียงหัวเราะเบาๆของคนสองคน ในความมืดนั้นแบคฮยอนถูกรวบเข้าไปกอด ถึงร่างกายจะทำต่อต้านขัดขืนแต่ในอกกลับนึกชอบใจกับสิ่งที่ทำกันอยู่ไม่น้อย 

 

 

พวกเขาไม่ได้สัมผัสกันจาบจ้วงลึกซึ้ง แต่เป็นการแกล้งกันเล่นให้ต่างคนต่างใจสั่นมากกว่า 

 

 

ฟึบ!

 

 

หลงลืมไปว่าบ้านหลังใหญ่มีคนอาศัยมากเกินกว่าจะเป็นส่วนตัว

 

 

คุณพระ!  

 

 

เสียงอุทานของผู้มาใหม่กับแสงสว่างวาบในห้องครัวทำเอาคนสองคนรีบแยกจากกันราวกับฟ้าผ่า ใจเต้นแรงกว่าเดิมเมื่อเห็นสาวใช้ในบ้านคนหนึ่งยืนเอามือทาบอก มองมาที่พวกเขาด้วยสีหน้าตกใจไม่แพ้กัน

 

 

มีอะไร

 

 

ก่อนที่หญิงชราวัย ผู้ซึ่งมักจะมาตรวจตราความเรียบร้อยภายในบ้านยามดึกจะตามเข้ามาพร้อมกับไม้เท้าคู่ใจ

 

 

“เสียงดังเอะอะอะไรของหล่อน”

 

“คือว่า…”

 

“หืม คุณชายรอง คุณหนูก็อยู่ที่นี่ด้วยหรือคะ” เสียงแหบพร่าตามวัยเอ่ยถามเมื่อพบว่าคุณชายของบ้านยืนอยู่ตรงหน้า ท่าทางอึกอักของสาวใช้ที่นำหน้าตนเข้ามาก่อนดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับเจ้านายทั้งสองคน น่าเสียดายที่ไม่ได้เห็นเองกับตา

 

“นมคิดว่าเข้านอนกันหมดแล้วเสียอีก”

 

“ผ ผมลงมาดื่มนมน่ะครับ”

 

“แล้วคุณชายรองล่ะคะ นึกอยากดื่มนมขึ้นมากลางดึกเหมือนกันหรือ”

 

“ผมลงมาจับหนู”

 

“หนูหรือคะ?” ร่างเล็กถลึงตาใส่ร่างสูงที่เล่นไม่รู้เวลา ทั้งที่คุณนมกำลังสงสัยก็ยังจะพูดจาไม่เข้าท่า แต่คุณชายรองก็เป็นคุณชายรองวันยังค่ำ ต่อให้แบคฮยอนจะทำหน้าดุแค่ไหนอีกฝ่ายก็ได้แค่ไหวไหล่ไม่แคร์ใครทั้งนั้น

 

“ไม่รู้ว่าตาฝาดหรือเปล่า แต่เห็นหนูตัวใหญ่วิ่งเข้ามาทางนี้เลยตามเข้ามาดู”

 

“แล้วเจอไหม”

 

แบคฮยอนช้อนตามองร่างสูงเหมือนไม่อยากให้พูดอะไรไปมากกว่านี้แล้ว ทว่าชานยอลกลับแตะหลังเขาแทนการบอกว่าให้ขึ้นห้องไปนอน แล้วเด็กอย่างแบคฮยอนจะทำอย่างไรได้นอกจากเชื่อฟัง

  

“ขอตัวขึ้นห้องก่อนนะครับ ดึกมากแล้วพรุ่งนี้ยังต้องไปทำงาน…” แบคฮยอนค่อยๆค้อมตัวเดินเลี่ยงผู้ใหญ่ออกไป ชานยอลมองไล่หลังก่อนจะเผลออมยิ้มออกมา

 

“ไม่เจอครับ”  

 

แล้วตอบคำถามที่ผู้ใหญ่ได้ถามค้างไว้ทันที

 

“งั้นเหรอคะ” 

 

คนแก่ครางรับเสียงเย็น เพราะอาบน้ำร้อนมาก่อนทั้งยังเคยเลี้ยงดูคุณชายทุกคนในบ้านไม่เว้นแม้แต่ผู้ล่วงลับไปแล้ว แค่มองปราดเดียวจึงพอรู้ว่าความสัมพันธ์ของเด็กทั้งสองคนตอนนี้เป็นยังไง แต่แค่อยากแน่ใจ หญิงชราวัยรอให้ตัวเองแน่ใจอีกสักหน่อยว่าสิ่งที่คิดมันกำลังเกิดขึ้นจริงๆ

 

“ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้นมจะให้คนมาตรวจดูอีกครั้งหนึ่ง จับได้เมื่อไหร่จะแจ้งให้คุณชายทราบทันที”

 

“ไม่ต้องรีบก็ได้ครับ”

 

“หะๆ คนหนุ่มนี่เข้าใจยากจริงๆ”

 

“อายุมากแล้ว หนูแค่ตัวเดียวคุณนมไม่ต้องเสียเวลากับมันหรอก”

 

“ไม่เป็นไรค่ะ…” หญิงชราสบตากับร่างสูงด้วยสายตาสื่อความหมายที่รู้แก่ใจกันดี “ตราบใดที่ยังอยู่บ้านหลังนี้ นมก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองอย่างถึงที่สุด คุณท่านที่จากไปจะได้ไม่ผิดหวัง”

 

“…”

 

“คุณชายรองก็เหมือนกัน—”

 

คุณชายรองแกล้งปิดปากหาวขัดจังหวะ แถมยังบิดขี้เกียจด้วยใบหน้าเฉยเมยเหมือนไม่อยากจะฟังคำคนแก่ ผู้อาวุโสเห็นแบบนั้นก็ได้แต่ส่ายหน้าหน่ายใจ ยืนถือไม้เท้ามองดูคนหนุ่มดื้อด้านค้อมศีรษะบอกลา

 

“เอาไว้คุณนมหาหนูตัวนั้นเจอแล้วเราค่อยมาคุยกันใหม่นะครับ ตอนนี้ผมง่วงแล้วล่ะ” 

 

 

 

 

 

 

TBC.

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอทอล์คยาวนิดนึงนะคะ

 

 

***รบกวนอ่านจนจบ***

 

 

ก่อนอื่นขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจ คอยเม้นโหวต สกรีมติดแฮชแท็ก #ฟิคชานฮยอง นะค้าบ ทางเราตามอ่านตลอดเลย ♥

 

แต่มีเรื่องอยากจะชี้แจง เพื่อไม่ให้เป็นการสร้างความเข้าใจผิดในบางประเด็น (เดิมทีเราตั้งใจจะค่อยๆสอดแทรกไปในเนื้อหา/อธิบายในตอนต่อๆไป แต่พอไม่ค่อยมีเวลามาต่อไวๆอย่างคนอื่นเขาจึงบอกไว้ตรงนี้หน่อยแล้วกันเนาะ)

 

คือเรื่องนี้ไม่ได้เป็นการเลี้ยงต้อยนะคะ (พระเอกแทบไม่มีโอกาสได้เลี้ยงหรือดูแลเลย) เพราะพอเริ่มเอ็นดูน้องมากขึ้น พอเริ่มมีใจและยอมรับกับผู้ใหญ่ ก็โดนจับแยกไร้การติดต่อจากกันซะก่อน ได้กลับมาเห็นกันอีกทีก็โตขึ้นกันมากแล้ว

 

คนหนึ่งใกล้เรียนจบ อีกคนก้าวหน้าในหน้าที่การงานและความรับผิดชอบ

 

ตอนเด็กๆมันคือรักบริสุทธิ์เลยแหละ เป็นความเอ็นดูความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยเมื่ออยู่ด้วยกัน เป็นเพื่อนเล่นกัน ไม่ได้เฝ้ารอให้เติบโตเพื่อหวังสิ่งนี้(เรื่องอย่างว่า) แต่สิ่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความรัก ณ ตอนนี้มากกว่า 

 

คนน้องอยู่ในวัยพลุ่งพล่าน เหงา อยากได้รับความรักความเอาใจใส่ ตอนเด็กๆก็ไม่ได้รักอีกคนไปมากกว่าพี่ชาย (แน่ล่ะ เพราะยังไม่รู้ว่าตัวเองไม่ได้มีความสัมพันธ์ใดๆทางสายเลือด) แค่รู้สึกว่าปลอดภัย เป็นความผูกพัน เป็นความซื่อตรง ไม่อยากให้พี่ไปให้ความสำคัญกับใคร

 

ขณะที่คนพี่เริ่มต้นจากอคติ กลายเป็นความเอ็นดู ชอบ อยากปกป้องดูแลน้อง จะเรียกว่ารักก็ได้ แต่อาจจะยังไม่เต็มปาก เพราะพอจะสัมผัสคำนั้นก็โดนจับแยกแล้ว  >> เคยตัดใจแต่ก็ยังเป็นห่วง ควงหญิงทั้งเพื่อประชดผู้ใหญ่และให้ตัวเองตัดใจแต่กลับไม่ลืมคำสัญญาเลยเหมือนมูฟออนเป็นวงกลม ถึงให้คนคอยเป็นหูเป็นตา ดูแลน้องห่างๆแทนตัวเอง

 

อยากให้มองว่าช่วงเวลานั้นเป็นความบริสุทธิ์ใจต่อกัน

 

แต่ปัจจุบันต่างก็ได้รู้แล้วว่าไม่ได้เป็นพี่น้องกันจริงๆ พี่ใหญ่แต่งงาน ไม่มีเวลาเอาใจใส่เลยฝากให้ชานยอลดูแลน้อง(ที่ใกล้เรียนจบ)ต่อ 

 

พอได้ใกล้ชิด มีโอกาสเห็นกันในระยะใกล้ ยิ่งสัมผัสได้ว่าน้องใจตรงกัน เลยกลายเป็นรักจริงๆ รักมากขึ้น 

 

จึงมีบ้างที่พระเอกจะใจร้อน วู่วาม ใช้อารมณ์แสดงความหึงหวง พูดไม่คิด เอาแต่ใจจนเผลอรังแกน้อง(ทั้งตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ) เพราะก่อนหน้านี้เก็บความกดดันจากสายตาผู้ใหญ่ไว้มาก แล้วก็ยังต้องมาทำเฉยชาเลี่ยงหัวใจตัวเอง เลี่ยงไม่ให้ใครรู้

 

นั่นแหละ… ที่อธิบายยาวแบบนี้เพราะไม่อยากให้คิดว่าพระเอกเลี้ยงน้องมาเพื่อหวังเคลม ที่ถูกจริงๆคือ ‘พี่ไม่ได้เลี้ยง และหวังอะไรแบบนั้นไม่ได้ด้วยซ้ำเพราะถูกจับตามองตลอด’ แล้วในอดีตน้องก็เด็กเกินกว่าที่จะคิดไม่ดีไม่ร้ายหรือล่วงเกินได้ คือไม่ได้จริงๆ  

 

 ประเด็นมันละเอียดอ่อนมาก ดังนั้นเพื่อความสบายใจของทุกฝ่ายเราจึงอยากบอกว่าความตั้งใจของเราจริงๆคือ จะสื่อสารถึงความทรงจำ-ผูกพันกันในวัยเด็กของทั้งคู่นะ เป็นความบริสุทธิ์ใจล้วนๆมาก่อน แล้วห่างหายจากกันไปในช่วงเวลาหนึ่ง ถึงได้มารักกันอย่างลึกซึ้งตอนโตแล้ว ทำนองนี้

 

หวังว่าทุกคนจะเข้าใจและให้อภัยในบางจุดที่เราทำให้ไม่เคลียร์ บวกกับยังไม่ได้มาเพิ่มเนื้อหาในตอนต่อๆไปนะคะ (บางทีก็อยากบอกอยากอธิบายไวๆแต่เวลาน่ะนะ…) ยังไงจะพยายามเขียนเรื่องนี้อย่างระมัดระวัง (บางช่วงบางตอนเราได้มีการกลับไปรีไรท์ใหม่เพื่อรับผิดชอบ)

 

ไม่มีดราม่าใดๆน๊า เป็นความไม่สบายใจของเราเอง บ่ต้องตกใจหรือเป็นกังวล ทุกคนเม้นให้เราน่ารักมากๆ แต่ในความน่ารักนั้นเรากลัวหลายคนเข้าใจผิดประเด็นเท่านั้นเอง ;-;

 

เราอยากแต่งฟิคด้วยความสุข ความสบายใจ ไม่กดดันตัวเองแต่ก็ไม่อยากทำให้คนติดตามต้องผิดหวัง อยากพัฒนาตัวเองในทุกๆวัน ไม่ต้องถึงกับขับเคลื่อนสังคม แต่ก็ไม่อยากเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างค่านิยมผิดๆ

 

 

สุดท้าย… ช่วยให้ความรักกันเยอะๆนะค้า

 

 

ช่วงนี้เริ่มเตรียมรวมเล่มแล้ว ใครอยากเก็บหนังสือหยอดตะปุกรอได้เล้ยยย

 

 

ขอบคุณที่อ่านทอล์คนี้จนจบ รักๆๆๆ

 

 

/❀Flower-614.

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.497K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,377 ความคิดเห็น

  1. #10274 HoneyB'c (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:00
    อย่าให้มีอุปสรรคใดใดเลย ให้น้องมีความสุขเถอะนะ
    #10,274
    0
  2. #10233 hyunee.B (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 / 10:36
    กลัวอะไรมาเป็นอุปสรรคจัง ฮือออออ แล้วใครคือมาสเตอร์อะไรนั่นอีก อ้ยๆๆๆๆๆๆ
    #10,233
    0
  3. #10188 YunewG (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 มกราคม 2564 / 00:09
    พี่รองแกล้งน้องอีกแล้วนะคะ แต่น่ารักกันมาก กลัวจะทะเลาะกับผู้ใหญ่อีกเรื่องน้องเล็ก ฮือ พี่ใหญ่เข้าใจน้องๆใช่มั้ยคะ
    #10,188
    0
  4. #10075 ChungWila (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 15:10
    เราเข้าใจที่คุณไรท์สื่อนะเราไม่คิดว่าพี่รองเลี้ยงน้องมาเพื่อหวังอย่างงนั้นเลยกลับกันคือพี่รองเจ็บปวดและอดทนรอน้องมากๆ แต่เนื้อหาตอนนี้คือหวานแบบไม่ไหวเด้อหวานแม่เจ้าฉันหุบยิ้มไม่ได้เลยตอนนี้คือห้ามอ่านตอนอยู่ข้างนอกไม่งั้นคนจะหาว่าบ้า55555555 แต่หวานขนาดนี้เหมือนเป็นสัญญาณว่าจะมีมาม่าตามมา
    #10,075
    0
  5. #9933 Kanapit (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 มกราคม 2564 / 00:07
    ฮือ คุณไรต์ทำดีมากๆแล้วค่ะ ขอบคุณที่นึกถึงเรื่องพวกนี้อยู่เสมอนะคะ มันละเอียดอ่อนมากจริงๆ ขอบคุณที่ทำให้เรื่องนี้อบอุ่นและสบายใจ <3 ขอบคุณคั้บ!
    #9,933
    0
  6. #9904 sunny lin (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2563 / 19:57

    หนูของคุณชายรองนี้ตัวใหญ่จังเลยนะคะ 5555

    #9,904
    0
  7. #9577 AmmCB (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2563 / 02:23

    เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ
    #9,577
    0
  8. #9524 ไพลอท (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 / 02:03
    เขินมากๆเวลาที่พี่รองเรียกน้องว่าหนู ชั้นอยากจะอุดปากกรี๊ด แลง แลงมากกกความรักมันฟุ้งเต็มไปหมดเลย แต่คุณรองเบาได้เบาน้า คุณนมดุม๊ากกก เกือบแล้วเรา
    #9,524
    0
  9. #8824 Zikdn_ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 กันยายน 2563 / 14:26
    พี่ชานยอลจนมุมแล้วแถได้บับ55555555
    #8,824
    0
  10. #8618 Orathaiaom (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 กันยายน 2563 / 19:51

    ไรท์แต่งเรื่องนี้ได้อยู่บนความจริงๆมากที่สุดเท่าที่อ่านมาแล้วค่ะ ในทุกๆเรื่องทุกๆซีน มันยิ่งทำให้คนอ่านอินกับตัวละครเหมือนได้ดูหนังอยู่เรื่องนึงเลย อยากให้กำลังใจไรท์แต่งต่อไปเรื่อยๆเลยนะคะ
    #8,618
    0
  11. #7860 xgbatp14v6 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 / 23:08
    เข้าใจสิ่งที่ไรท์อยากจะสื่อนะคะ ถือว่าเรื่องนี้ดีมากๆเลยการบรรยายก็ดีมากๆเช่นเคย พล็อตน่าสนใจ ขอบคุณในความตั้งใจและความใส่ใจที่แต่งเรื่องนี้ออกมาอย่างดีนะคะ ไรท์น่ารักมากๆๆ จะรอติดตามเรื่อยๆน้าา เป็นกำลังใจให้ค่า
    #7,860
    0
  12. #7857 pcy921 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 13:16
    คุณนมนี่แบบด่านสุดท้ายแล้วปะคะ พี่ชายใหญ่น่าจะไม่ยุ่ง
    #7,857
    0
  13. #7836 Mepaech (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 14:53
    พี่รองเรียกน้องว่าหนูแล้วเขินมาดค่ะ รอรวมเล่มเลยค้าบ
    #7,836
    0
  14. #7833 mallyxin (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2563 / 22:25
    แวะเข้ามาอ่านอีกกก คิดถึงง นึกว่าพี่อัพตอนใหม่แล้วไม่แจ้งงง แงงงง้ เป็นกำลังใจให้นะคะ รออ่านตอนต่อๆไปเสมอค่าา
    #7,833
    0
  15. #7832 YGAM (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2563 / 12:43
    เธอ..ไม่รู้จะพูดไง เอาเป็นว่าออกเล่มเมื่อไหร่พร้อมเปย์อ่ะ ผลงานที่คู่ควรกับเงินของดิชั้น
    #7,832
    0
  16. #7830 YOeL (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2563 / 01:13
    คุณพระ!!หนูตัวใหญ่ตัวเลยค่ะพี่รองงงแถมน่ารักด้วยยยยจอเอาไปเลี้ยงที่บ้านได้มั้ยคะ><
    #7,830
    0
  17. #7826 MONAHT_ADUS (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2563 / 00:33

    คุณนมขา หนูอยู่ตรงนั้นแหละค่ะ ยืนตัวโตกอดน้องเล็กอยู่ตรงหน้าตู้เย็น คุณนมตีเลยค่ะ ตีให้เขียวเลย ชอบแกล้งน้องดีนัก

    #7,826
    0
  18. #7825 PamKwanjira (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2563 / 09:56
    คิดถึงคับๆๆๆๆๆ🥺🙆🏻‍♀️💗💖💓💞💕💝
    #7,825
    0
  19. #7824 s_pcy11 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 23:45
    กลับมาอีกรอบไม่กลัวใครเลย กลัวคุณนมคนเดียว
    #7,824
    0
  20. #7822 lumin90 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 03:20
    ตอนนี้พี่รองโตพอที่จะปกป้องแบคฮยอนแล้วมีความสุขด้วยกันได้แล้วใช่ไหมฮือออต้องหด้สิพี่รองเก่งจะตาย
    #7,822
    0
  21. #7817 513parkjeyo (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 02:18
    ทำไมใจสั่นแปลกๆคุนนมขาาาาาาา
    #7,817
    0
  22. #7816 creamcsom (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 01:14
    รักผลิบาน แต่ฤดูผลัดใบก็จ้องมองอยู่นะเนี่ยยย กลัวใจจัง คุณนมได้โปรดดด
    #7,816
    0
  23. #7814 CB-614 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2563 / 22:51
    รักผลิบานจริงๆ แต่ใจก็กลัวดราม่านะนิ แต่รู้แหล่ะว่าพี่รองต้องสู้ไม่ถอยแน่ๆ
    #7,814
    0
  24. #7813 sosandee (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2563 / 11:14
    มันเป็นละมุนหัวจัยยยยมากๆๆๆ
    #7,813
    0
  25. #7812 นิชา (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2563 / 10:43

    ละมุนนมากเลยย แต่แอบระแวงคุณนมนะคะเนี่ย5555555

    #7,812
    0