HYUNG 형 | Chanbaek -END-

ตอนที่ 2 : CHAPTER 01 | ผู้ปกครอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 27,351
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,639 ครั้ง
    27 ก.ย. 63

 

 

 

 

01

 

 

 

 

 

 

 

(4 ปีต่อมา)

 

 

 

ว่ากันว่าเวลามักจะผ่านไปเร็วเสมอเมื่อมีความสุข

 

แต่สำหรับใครบางคนแล้ว การเติบโตไปพร้อมกับการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับปัจจุบันมากกว่ายึดติดอดีตก็ทำให้เวลาของเขาเคลื่อนผ่านไปเร็วได้เช่นกัน

 

จะเรียกชินชากับความผิดหวังแล้วก็คงไม่ผิดเท่าไหร่ เพียงแต่พูดไปอาจไม่เป็นที่ถูกใจใคร โดยเฉพาะผู้ใหญ่ในบ้านที่ยังคงอยู่ดูแลกันแม้ว่าเขาจะไม่ใช่สายเลือดใครเลยก็ตาม

 

บยอน แบคฮยอน

 

ใช่…เขาเข้าใจดีแล้วว่าทำไมถึงต้องใช้นามสกุลนี้ เพราะมันไม่ใช่เพียงนามสกุลของแม่ แต่ยังเป็นนามสกุลของพ่อแท้ๆที่จากแบคฮยอนไปตั้งแต่ก่อนจะจำความได้ด้วยซ้ำ

 

แม้ทุกคนจะยังมอบความรักความเอ็นดู มองว่าเขายังเป็นคุณหนูคนเล็กของบ้านแต่แบคฮยอนยอมรับว่าความจริงในวันนั้นมันบั่นทอนความรู้สึกบางอย่างเขาไปแล้วจริงๆ

 

 

บางอย่างที่อาจจะเรียกว่าความสุข 

 

 

“จะกี่ปีผ่านไปคุณพ่อก็ยังเหมือนเดิมเลยนะครับ ไม่แก่ลงเลย…” ลูกชายคนโปรดว่าอย่างนั้น มือเรียวสวยค่อยๆใช้ผ้าสะอาดลูบฝุ่นออกจากใบหน้าสุขุมของท่าน เบาราวกับกลัวจะทำให้เจ็บทั้งที่มีกระจกปกป้องท่านอีกที

 

“แม่ก็เหมือนกัน…” เสียงแผ่วลงฟังแทบไม่ได้ยิน ลูกชายส่งยิ้มจางๆให้ผู้ที่เคารพรักทั้งสองและไม่ลืมเผื่อแผ่ท่านผู้หญิงหน้าตาสะสวยอีกคนหนึ่ง

 

แม่พี่ชายของเขาเอง

 

“เราไม่ได้กอดกันมาสี่ปีแล้วนะครับ ผมคิดถึงคุณพ่อเสมอ คุณพ่อเองก็คงจะคิดถึงผมและพี่ชายเหมือนกัน”

 

“ใช่ไหมล่ะครับ…”

 

เมื่อยังเด็ก แบคฮยอนรู้ว่าตัวเองเกิดจากคนละแม่กับพี่ชาย แต่เพิ่งมารู้ในตอนที่เริ่มเติบโตเป็นผู้ใหญ่ว่าแม้แต่พ่อ เขาก็ไม่ได้เป็นเลือดเนื้อเชื้อไข

 

“ที่จริง…อยากฟังเสียงชม แต่ถึงจะเป็นไปไม่ได้ผมก็ยังอยากบอกข่าวดีกับคุณพ่ออยู่ดี” คิดดูแล้วตอนนี้ก็เหมือนกับไม่มีใคร แต่ละคืนจะผ่านพ้นไป ได้แต่เฝ้าอธิษฐานให้ฟ้าไม่ใจร้ายกับตัวเองเหมือนที่แล้วๆมานัก

 

“แบคฮยอนใกล้เรียนจบแล้วนะครับ อีกแค่เทอมเดียวก็จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวอย่างที่คุณพ่ออยากเห็นมาโดยตลอด”

 

“แบคฮยอนเป็นเด็กดี เชื่อฟังพี่ๆ คุณพ่อไม่ต้องเป็นกังวลอะไรเลย”

 

“อาจจะเหงานิดหน่อย แต่…ไม่เป็นไร ยังไงก็จะเป็นเด็กดีเหมือนอย่างที่เคยให้สัญญา เพราะงั้นอยู่ทางโน้นได้โปรดช่วยรักษาตัวโดยไม่ต้องห่วงอะไรนะครับ…”

 

“ผมอยากให้คุณพ่อมีความสุข”

 

 

ไม่ว่าจะอยู่ที่แห่งไหน

เมื่อไหร่

เขาขอให้คุณพ่อของเขาและทุกคนที่ตัวเองรักพบเจอแต่ความสุข

 

 

เสร็จสิ้นคำอธิษฐานและระลึกถึง แบคฮยอนนำเหรียญทองเกียรติคุณที่มักจะได้รับจากผลการเรียนดีในทุกๆเทอมวางลงบนพานตรงหน้ารูปถ่ายของพ่อ

 

วันนี้เป็นวันครบรอบสี่ปีที่ท่านจากไป แบคฮยอนเลยตื่นแต่เช้าช่วยเหล่าสาวใช้ทำความสะอาดห้องโถงซึ่งรวมรูปถ่ายของบรรพบุรุษตระกูลปาร์ค เขามักจะทำแบบนี้ในทุกๆปี หรือหากวันไหนว่างและมีเวลาก็จะเข้ามาทำ

 

วันนี้อาจจะดูพิเศษหน่อยเพราะนอกจากจะเป็นวันครบรอบการจากไปแล้ว เขายังนำเหรียญรางวัลและข่าวดีมาบอกให้คุณพ่อทูลหัวได้ชื่นใจอีกด้วย

 

 

ว่าแล้วต้องอยู่ในนี้

 

เสียงของผู้มาใหม่เรียกใบหน้าน่ารักให้หันไปมอง เพียงพบว่าเป็นใครรอยยิ้มหวานกับดวงตาขีดตามรูปปากก็เกิดขึ้น แบคฮยอนส่งยิ้มให้กับร่างสูงที่เดินเข้ามาก้มตัวลงกอดเขา ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั้งดวงใจเมื่ออีกคนกดจูบลงกลางกระหม่อมด้วยความรักความเอ็นดู

 

“คุณนมบอกพี่ว่าน้องเล็กยังไม่ไปเรียน”

 

“มีเรียนตอนบ่ายน่ะครับ” น้องเล็กเงยหน้าขึ้นมองคนที่เพิ่งผละริมฝีปากออกไป ชุดสูทเต็มยศกับการเซตผมเนี๊ยบของพี่ชายทำเอาอดเอ่ยปากเย้าไม่ได้ “จะทิ้งกันไปอีกแล้วเหรอครับ” กลิ่นน้ำหอมราคาแพงเตะจมูกชัดเจน ไม่พ้นมีนัดสำคัญ

 

“เสร็จธุระแล้วจะรีบกลับมาเล่นด้วยครับ”

 

“ถ้าพี่ใหญ่พูดแบบนี้เราคงได้เจอกันอีกทีไม่สัปดาห์หน้าก็คงจะปลายเดือนเลย” น้องชายพูดอย่างรู้ทัน

 

“ฟังดูเป็นพี่ชายที่แย่ชะมัดเลยนะ”

 

“แต่เข้าใจนะครับ…” แม้จะพูดแบบนั้น แม้ฟังผิวเผินจะเป็นประโยคคุยเล่นกันของพี่น้อง แต่ลึกๆแล้วทั้งสองต่างก็รู้ดีว่านับจากวันนั้นมีหลายอย่างเหลือเกินที่ไม่เหมือนเดิม

 

ไม่ใช่เรื่องความสัมพันธ์ กับปาร์คยุนโฮพี่ใหญ่แสนใจดีคนนี้แบคฮยอนยังคงรักและเคารพ ทุกความสัมพันธ์ในบ้านหลังนี้ยังคงดำเนินไปตามที่ควรเป็น ที่เปลี่ยนคงเห็นเป็นเรื่องของภาระหน้าที่

 

ระยะเวลาสี่ปีมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมาย พี่ใหญ่ของแบคฮยอนตอนนี้ได้นั่งแท่นประธานปาร์ค กรุ๊ป บริษัทผลิตยานยนต์รายใหญ่ของประเทศซึ่งเป็นธุรกิจหลักของตระกูล ขณะที่ตำแหน่งเดิมชานยอลขยับขึ้นมารักษาการแทน

 

 

ปาร์คชานยอลวัย35 ปี

CEOคนปัจจุบันของปาร์ค กรุ๊ป

 

 

ข่าวการโยกย้ายตำแหน่งโด่งดังพอๆกับตอนที่เสียหัวเรือใหญ่อย่างคุณพ่อของพวกเขาไปด้วยโรคประจำตัว ทั้งในประเทศและต่างประเทศกำลังจับตามองทิศทางการดำเนินงานของบริษัทเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์แล้ว ตระกูลปาร์คยังมีธุรกิจในเครืออื่นๆอีก เช่น ธุรกิจค้าปลีกทั่วประเทศ ธุรกิจเดินเรือสมุทร

 

ที่มากกว่านั้น พี่ชายคนโตของเขาเพิ่งจะแต่งงานไปไม่กี่เดือนก่อน แบบนี้จะเอาเวลาที่ไหนมาให้น้องชายอย่างเขากัน

 

“เหงาหรือเปล่า”

 

“บ้านหลังใหญ่กับคนอาศัยไม่กี่คนถ้าบอกไม่เหงาเลยจะดูโกหกไหมครับ”

 

“พี่ขอโทษนะ พยายามหาเวลาอยู่” น้องเล็กส่ายหน้าเชื่องช้า ยอมให้พี่ชายกอดเท่าที่จะพอใจ

 

“ให้พี่สะใภ้มีหลานเร็วๆสิครับ น้องจะได้ไม่เหงา”

 

“นั่นก็พยายามอยู่เหมือนกัน” สองพี่น้องหัวเราะ ต่างคนต่างยังจำวันที่แบคฮยอนรู้ความจริงได้ดี ทั้งที่เป็นฤดูหนาวแต่ความรู้สึกคล้ายกับฝนตกลงมาอย่างหนัก ความสับสนเสียใจของน้องกับคำเกลี้ยกล่อมปลอบโยนจากพี่คนนี้แบคฮยอนยังจำได้ดี ร้องไห้อย่างหนักและใช้เวลาเยียวยานานเหลือเกินกว่าจะกลับมาเข้มแข็งขนาดนี้ได้

 

แต่ก็น่าใจหายเมื่อความสดใสส่วนหนึ่งมันถูกลดทอนไม่ยอมกลับคืน

 

“แล้วนี่นายรองไม่กลับบ้านมาเป็นอาทิตย์แล้วเหรอ” เห็นความเศร้าหมองในดวงตาของน้องแล้วเป็นอันต้องเลี่ยง ปาร์คยุนโฮจุดประเด็นน้องชายอีกคนขึ้นมาพูดต่อเพื่อคลายบรรยากาศก่อนหน้านี้

 

“ยังไม่เห็นเลยครับ”

 

“อุตส่าห์ไว้ใจให้ดูแลน้อง ไม่ไหวเลยจริงๆ”

 

“ไม่เป็นไรหรอกครับ พี่รองคงจะทำงานหนัก อีกอย่างน้องโตแล้วพี่ใหญ่ไม่ต้องเป็นกังวล”

 

“ถ้าดูแลน้องแค่คนเดียวยังทำไม่ได้ดี ที่นั่งCEOก็คงต้องคิดดูใหม่แล้วล่ะน้องเล็กเห็นด้วยกับพี่หรือเปล่า”

 

“พี่ใหญ่ครับ…” แบคฮยอนครางเสียงอ่อย ไม่ได้จะปกป้องเพียงแต่ไม่อยากให้พี่ใหญ่ยัดเยียดภาระแบบนั้นให้อีกคน

 

 

ผู้ปกครองของแบคฮยอน

 

 

ตอนที่คุณพ่อเพิ่งเสียปาร์คยุนโฮรับหน้าที่นี้และทำมันได้ดีเสมอมา จนกระทั่งต้องไปทำในสิ่งที่หนักกว่าเขาจึงถูกโอนให้อยู่ในความดูแลของปาร์คชานยอลโดยปริยาย

 

เขาไม่เคยถามพี่ชายว่าตัวเองจะต้องมีผู้ปกครองแบบนี้ไปจนเมื่อไหร่ แต่คิดเอาเองว่าคงจนกว่าจะเรียนจบ ซึ่งก็เหลือเพียงหนึ่งเทอมเท่านั้นเลยได้แต่อดทน

 

“อย่าไปยุ่งกับเค้าเลยครับ”

 

เพราะหนึ่งเทอมที่ผ่านมา ปาร์คชานยอลเองก็ไม่ได้มายุ่งอะไรกับเขาจนเกือบจะเรียกได้ว่าละเลย แต่ก็นั่นแหละ…ตราบใดที่ยังมีลายเซ็นชื่อของอีกฝ่ายอยู่ในเอกสารสำคัญสำหรับให้ผู้ปกครองยินยอมอนุญาตในกิจกรรมต่างๆของทางมหาวิทยาลัยอยู่ แบคฮยอนยังคงต้องพึ่งพี่ชายคนนั้นในฐานะผู้ปกครอง

 

ซึ่งมันคงจะดีมากเลยถ้าอยู่กันเงียบๆโดยไม่ต้องมายุ่งวุ่นวายกันต่อไปแบบนี้ หวังว่าคนที่โตมาด้วยกันอย่างพี่ใหญ่จะรู้ใจ

 

“อยู่แบบนี้ผมสบายใจดีแล้วล่ะครับ อย่าไปกวนเค้าเลย”

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

อืด…

 

เครื่องมือสื่อสารส่งเสียงสั่นมาจากตรงไหนสักแห่งใกล้ ๆ มันดังแบบนั้นนานเกือบสิบนาทีโดยที่ไม่มีทีท่าว่าจะถูกรับสาย ร่างสูงเป็นคนเดียวที่รู้สึกตัวตื่นหลังจากถูกรบกวนการนอนหลับ ดวงตาคมหรี่มองไปทางหน้าต่างที่ติดม่านบาง ความโปร่งทำให้เห็นสีสว่างจ้าของท้องฟ้าและนั่นแปลว่าตอนนี้คงจะสายมากทีเดียว

 

อืด…

 

เสียงโทรศัพท์สั่นยังคงดังให้ได้ยิน กายแกร่งพยายามขยับตัวหาทว่าร่างบางเปลือยเปล่าซึ่งนอนภายใต้ผ้านวมผืนเดียวกันกลับตามเข้ามาซุกตัวกอดเอวสอบนั้นไว้ ใบหน้าสวยใสแบบสาวญี่ปุ่นแนบลงมาบน-อกของเขาอย่างเอาใจ ส่งเสียงครางน่ารักหน่อย ๆ หวังให้ซีอีโอหนุ่มเอ็นดูเธอเหมือนเมื่อคืน

 

“ขยับออกไปหน่อยผมจะรับโทรศัพท์”

 

ทั้งที่บทรักเมื่อคืนแสนจะเร่าร้อน ทว่าตอนนี้กลับไม่มีความอาลัยอาวรณ์ เสียงทุ้มเหมือนเบสนั้นพูดพลางแกะมือเธอออกจากเอวโดยไม่ได้ทำอะไรรุนแรง แต่เพียงเท่านั้นก็ทำเอาสาวพริตตี้เกรดเอที่เขาหิ้วมาจากงานแสดงรถเมื่อคืนแอบสะเทือนใจ

 

“ครับ”

 

ร่างสูงรับโทรศัพท์ เสียงทุ้มหลังเพิ่งตื่นนอนแหบพร่าเล็กน้อย เขายันกายขึ้นมานั่งพิงหัวเตียงด้วยอาการหนักศีรษะหน่อย ๆ เพราะเมื่อคืนดื่มไปเยอะพอสมควร

 

(อยู่ไหนชานยอล ทำไมถึงเพิ่งจะรับสายฉัน)

 

“เพิ่งตื่น” มีไม่กี่คนหรอกที่กล้าทำเสียงแข็งใส่คนอย่างปาร์ค ชานยอล คนหนึ่งได้จากเขาไปแล้วเมื่อสี่ปีก่อน ส่วนอีกคนกำลังอยู่ในสายตอนนี้

 

“มีอะไรกับผม”

 

(คงไม่ได้นอนกกกับผู้หญิงคนไหนอีกหรอกนะ)

 

“เรื่องนั้นช่างมันเถอะ พี่พูดธุระมาเลย” ชานยอลไม่ชอบคนเซ้าซี้ แม้แต่กับผู้หญิงที่เพิ่งนอนด้วยกัน แต่ถึงกระนั้นตอนที่ร่างบางของหญิงสาวเขยิบลุกขึ้นมาหอมแก้มของเขาก่อนจะไล่ริมฝีปากลงที่หัวไหล่ด้วยท่าทางออดอ้อนเอาใจซีอีโอหนุ่มก็ทำเพียงแค่หลุบตามอง ไม่ได้ผลักไสเธอออก

 

(วันนี้วันอะไรจำได้หรือเปล่า)

 

“วันอะไร”

 

(วันครบรอบที่คุณพ่อเสียไงอย่าบอกว่านายลืม)

 

ภาระหน้าที่มากมายเขายังไม่เคยลืม แล้ววันสำคัญแค่วันเดียวหรือจะลืมได้

 

(ถ้าเคลียร์ธุระของตัวเองได้แล้วก็ช่วยโผล่หน้ามาที่บ้านสักที วันสำคัญแบบนี้นายไม่ควรจะหายไป ฉันให้ทำอะไรช่วยมีความรับผิดชอบหน่อย)

 

“คนที่ไม่เข้าบริษัทมาเป็นเดือนจะไปรู้อะไร”

 

(แล้วฉันยังไม่รู้อะไร หรืออยากจะให้ฉันช่วยหาคนมาแบ่งเบาภาระนายดีล่ะ แต่เลือกเอาเองแล้วกันนะ…)

 

“…”

 

(ว่าจะให้ฉันหาคนมาช่วยงาน หรือช่วยดูแลแบคฮยอน)

 

“เฮอะ…” ริมฝีปากหนาเหยียดยิ้มเย็นคล้ายว่าไม่แยแสต่อเสียงบ่นระคนขู่ของปลายสาย ปาร์คยุนโฮบ่นเป็นชุดราวกับว่าเขาไม่มีอะไรดีทั้งที่กว่าสัปดาห์มานี้มีงานมากมายให้เขาต้องจัดการ ในขณะที่อีกฝ่ายยุ่งมากสุดก็แค่เสียเวลาบินไปประชุมกับคู่ค้าไม่กี่ชั่วโมง ที่เหลือก็เป็นเวลาฮันนีมูนกับพี่สะใภ้ที่ติดตามไปด้วย

 

น่าแปลก…แม้มีเหตุผลมากมายมารองรับการกระทำของตัวเองแต่ปาร์คชานยอลกลับไม่เถียงปลายสายสักคำ ซีอีโอหนุ่มเลือกที่จะเงียบเพื่อรับฟัง แปลว่า‘เหนือฟ้ายังมีฟ้า’ นั้นมีจริง

 

(ที่จริงวันแบบนี้เราควรจะอยู่เคารพรูปคุณพ่อพร้อมหน้าพร้อมตาแล้วก็หาเวลาทานอาหารด้วยกันสักมื้อเหมือนทุกปี แต่เพราะวันนี้ฉันติดธุระจริงๆนายถึงควรจะอยู่กับน้อง—)

 

“เรื่องนั้นพี่ไม่ต้องมาบอกผมหรอก”

 

(นายจะมาใช่ไหม)

 

“เอาเป็นว่าผมรู้ว่าตัวเองควรทำอะไร”

 

ตอนไหน...และเมื่อไหร่...

 

(พี่ไปทำธุระของพี่เถอะ ส่วนของผมผมจะจัดการเอง แค่นี้ก่อนนะครับ…) ร่างสูงกดวางสายด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ที่จริงก็พอรู้อยู่แล้วว่าถ้าเป็นชื่อนี้โทรฯเข้ามาจะต้องคุยกันด้วยเรื่องอะไร ดังนั้นเลยไม่ได้รู้สึกยินดียินร้าย กลับคิดอยู่อย่างเดียว

 

ว่าการที่ปาร์คยุนโฮโทรฯมารบกวนเวลานอนของเขาด้วยเรื่องที่เขารู้อยู่แล้วน่ะน่าเบื่อจริง ๆ

 

“อะ…จะไปแล้วเหรอคะ?!”

 

เสียงหวานดังขึ้นเมื่อร่างสูงของซีอีโอหนุ่มผลักผ้าห่มออกจากกายก่อนจะหันไปหยิบนาฬิกาเรือนหรูบนโต๊ะข้างหัวเตียงขึ้นมาสวม

 

เป็นเหตุให้เธอต้องลุกตามขึ้นมานั่งจนผ้านวมผืนที่เคยห่มร่วงลงไปกองตรงเอว ไม่แม้แต่จะปกปิด กลับคิดใช้เรือนร่างเปล่าเปลือยของตัวเองดึงดูดคุณชายรองให้หันกลับมาหา

 

“ไม่อยู่ต่ออีกสักหน่อยเหรอคะ”

 

“ไม่ล่ะ ผมรบกวนห้องคุณมาทั้งคืนแล้ว”

 

“แต่ฉันยังอยากให้คุณอยู่ต่อนี่นา…” เธอกล่าวอย่างแง่งอน พยายามยื้ออีกฝ่ายไว้ทุกทางไม่ว่าจะน้ำเสียงออดอ้อนหรือการถือวิสาสะสวมกอดเอวสอบจากด้านหลัง

 

“อยู่ต่ออีกหน่อยนะคะ นะ นะ” เธอหลงใหลร่างสูงใหญ่ที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามอย่างคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ หลงใหลกลิ่นน้ำหอมราคาแพงยามผสมกับกลิ่นเหงื่อของอีกฝ่าย ยิ่งนึกถึงบทรักที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเธอก็ยิ่งไม่อยากปล่อยให้ผู้ชายที่เต็มไปด้วยเสน่ห์เหลือล้นคนนี้หลุดมือไปง่าย ๆ

 

มือเรียวสวยกรีดกรายบนกล้ามหน้าท้องของซีอีโอหนุ่ม เธอลูบไล้เบาๆและค่อยๆไล่ต่ำลงไปพร้อมกับบดเบียดหน้าอกเข้าหา

 

เมื่อคืนเราตกลงกันแล้วใช่ไหม

 

ทว่าเสียงทุ้มกลับทวงสัญญา

 

ในเมื่อเคยตกลงกันแล้วว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นจะเป็นเพียงความสนุกชั่วข้ามคืน ไม่มีข้อผูกมัด ไม่จำเป็นต้องยืดเยื้อแม้ว่าจะติดใจคู่นอนแค่ไหน

 

“แต่ว่า…”

 

“ผมต้องไปแล้ว” ร่างสูงแกะมือเธอออกอย่างไร้เยื่อใยก่อนจะลุกไปหยิบเอาเสื้อผ้าซึ่งกองเกลื่อนพื้นขึ้นมาสวมใส่ลวก ๆ

 

เขาเป็นนักธุรกิจ เวลาทุกนาทีมีค่าดังนั้นไม่ควรจะมาเสียเวลากับเรื่องที่ได้ทำข้อตกลงไว้แล้วไม่ว่าจะด้วยวิธีใด

 

“แล้วเราจะได้พบกันอีกไหมคะ”

 

“ผมไม่ชอบให้ใครทำนอกเหนือข้อตกลง”

 

“…”

 

“ดูจากที่คุณเป็นตอนนี้แล้วเราคงไม่มีความจำเป็นที่ต้องพบกันอีก” หญิงสาวสะอึก รู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเล่นอยู่กับไฟ แต่ไม่คิดว่าคุณชายรองที่คนลือนักหนาว่าร้อนแรงแต่ก็เย็นชาจะจริงขนาดนี้

 

“อย่าหาว่าดูถูกเลยนะ ถ้ารู้สึกว่านี่ไม่เป็นธรรม คุณไม่จำเป็นต้องลังเลที่จะติดต่อเลขาของผม ” หลังจากติดกระดุมเชิ้ตเม็ดที่สามนับจากบนลงมา ปาร์คชานยอลได้คว้ากระเป๋าเงินขึ้นมาจากโต๊ะและวางนามบัตรของเลขาตัวเองลงไปแทน

 

“ผมยินดีจะส่งของขวัญให้ทันที แต่เราต้องไม่เจอหน้ากันอีก”

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

ช่วงบ่ายแก่ในวันเดียวกันนักศึกษาของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงโซลคึกคักกว่าภาคเช้ามากทีเดียว แดดจ้าเริ่มโดนบดบังด้วยเมฆหนา อากาศเย็นลงถนัดตาและแน่นอนว่าฤดูหนาวแบบนี้ดวงอาทิตย์มักจะบอกลาเร็วกว่าฤดูอื่นเสมอ

 

เสียงจอแจดังกว่าเก่าเมื่อประตูคลาสของนักศึกษาคณะบัญชีปีสี่ถูกเปิดออก มากกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์ที่เดินออกมาล้วนแต่เป็นผู้หญิง แต่ละคนแต่งกายด้วยเสื้อผ้ากันหนาวโทนสีอบอุ่นราวกับนัดกันมา แม้แต่คุณหนูปาร์คคนเล็กเองก็ไม่ต่างกัน

 

“เราไปหาอะไรกินกันก่อนกลับดีมั้ย”

 

“เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง วิชาภาษีอากรผลาญพลังงานเก่งชะมัด ฉันนั่งท้องร้องตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้วแหนะ”

 

“ก็เห็นเธอบ่นหิวมันทุกคาบไม่ใช่เหรอซูจอง”

 

“จ่ะ นายไม่บ่นเลยโอเซฮุน” เสียงทะเลาะกันของเพื่อนในกลุ่มทำคุณหนูปาร์คคนเล็กก้มหน้าหัวเราะเบาๆอย่างอดไม่ได้

 

“ไปกินด้วยกันสิแบคฮยอน” คนถูกชวนกระชับแพนดิ้งสีดำระหว่างเดินปะทะลมหนาวออกจากตึกคณะไปพร้อมกับเพื่อน เขาก้มลงมองนาฬิกาข้อมือก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองเวนดี้

 

“ทันอยู่แล้ว ยังเหลืออีกครึ่งชั่วโมงกว่าคนรถจะมารับไม่ใช่เหรอ” โอเซฮุน เพื่อนสนิทพูดขึ้นเมื่อเห็นความชั่งใจในดวงตาเล็กๆคู่นั้นของคุณหนูปาร์ค คบกันมานานมีหรือใครจะไม่รู้ที่เวลาห้าโมงเย็นเมื่อไหร่เพื่อนของเขาคนนี้จะต้องรีบกลับบ้านพร้อมคนขับรถทันที

 

“ไปเถอะน่า” เวนดี้รบเร้า

 

“รีบไปจะได้รีบมา” จองซูจองพูดเสริม

 

“ไปด้วยกันนะแบคฮยอน”

 

“อืม…ไปสิ หิวเหมือนกัน” เพื่อนอีกสามคนยิ้มร่าให้กับคำตอบที่น่าพอใจ แบคฮยอนของพวกเขาน่ะน่ารักแบบนี้เสมอเลย

 

ทั้งสี่คนพากันไปหาอะไรทานที่โรงอาหารกลาง แต่ดูจากปริมาณคนและเวลาแล้วพวกเขาจึงตกลงกันว่าควรซื้อเบอร์เกอร์คนละชิ้นกับเครื่องดื่มของตัวเองกลับออกมาทานที่ม้าหินอ่อนหน้าคณะน่าจะดีกว่า ช่วงนี้เป็นช่วงสอบปลายภาคคนแน่นซะจนแทบไม่มีที่นั่ง อีกอย่างคุณหนูแบคฮยอนจะได้สบายใจด้วยว่าไม่ปล่อยให้คนรถต้องคอยนานแน่นอน แต่เป็นเพื่อนของพวกเขาเองต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายมานั่งรอ

 

ไอ้นิสัยชอบมาก่อนเวลานัดรู้จักกันมาสี่ปีไม่เคยเลยที่มันจะเปลี่ยนไป หากไม่ใช่เพราะเป็นวันที่อาจารย์ปล่อยช้า แน่นอนว่าจะไม่มีใครในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้เห็นคุณหนูแบคฮยอนทิ้งให้คนขับรถที่บ้านต้องรอนาน

 

เรียนดี

กิจกรรมไม่เคยขาด

มารยาทยอดเยี่ยม

ไม่ถือตัว ไม่พูดคำหยาบ

ไม่นิยมนินทาใคร

ซ้ำยังขี้เกรงใจเป็นที่หนึ่ง

 

นั่นแหละ คุณหนูแบคฮยอนที่ทุกคนรู้จัก แสนดีและอ่อนโยน ต้นตระกูลเป็นถึงเชื้อพระวงศ์ อีกทั้งท่านย่าเคยเป็นอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยที่เรียนอยู่ ไหนจะธุรกิจครอบครัวอีกมากมาย รวยขนาดนี้ทว่าไม่เคยโอ้อวดกลับใช้ชีวิตเรียบง่ายแบบที่น้อยคนจะเป็น

 

“แล้วตกลงว่าแบคฮยอนได้ที่ฝึกงานหรือยัง”

 

“ยังคิดอยู่เลยเวนดี้”

 

“ต้องคิดอะไรเยอะแยะ ฝึกบริษัทตัวเองนั่นแหละใครๆเค้าก็อยากไปฝึกกัน”

 

“แต่บริษัทบ้านเซฮุนก็น่าสนใจดีนะ ซูจองไม่คิดแบบเราบ้างเหรอ” เพื่อนผู้หญิงในกลุ่มถึงกับมองหน้ากันก่อนจะหันไปถลึงตาใส่โอเซฮุนที่ทำไม่รู้ร้อนไม่รู้หนาว เคี้ยวเบอร์เกอร์ราวกับว่ามันอร่อยนักหนาทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังบอกไม่หิวอยู่แท้ๆ

 

“อ่อ…ที่หนักใจเลือกไม่ได้ซักทีว่าจะฝึกงานที่ไหนคงเพราะมีคนคอยเสี้ยมอยู่สิท่า”

 

“ไม่ใช่แบบนั้นหรอกน่า” แบคฮยอนหัวเราะ แม้จะจริงอย่างที่เพื่อนว่าแต่เขาเองก็สนใจบริษัทครอบครัวเซฮุนจริงๆ เขาอยากฝึกให้ตรงสายกับที่เรียน แล้วบริษัทเซฮุนก็ตอบโจทย์ เป็นบริษัทตรวจสอบภายในระดับท็อปของประเทศใครก็อยากยื่นใบสมัครทั้งนั้น

 

ถึงแม้บริษัทตระกูลปาร์คของตัวเองจะสวัสดิการดีเยี่ยมจนใครๆก็อยากใช้เส้นของเขาให้ช่วยรับไปฝึกงานก็ตาม

 

“นายนี่มันหาเรื่องให้แบคฮยอนโดนดุแท้ๆเลยเซฮุน”

 

“ฉันทำอะไร”

 

“ย่ะ ไม่ได้ทำอะไรก็ดีไป รู้ๆกันอยู่ว่าบ้านนี้เค้าหวงน้องชายอย่างกับอะไรยังจะหาเรื่อง” เพื่อนผู้หญิงเบ้หน้า แค่อ้าปากก็เห็นถึงลิ้นไก่ โอเซฮุนเดือนคณะที่จนป่านนี้แล้วยังไม่ยอมมีใครมันเพราะอะไร หากไม่ใช่มีใจต่อคุณหนูแบคฮยอนผู้ไม่เคยรู้อะไรบ้างเลย

 

“กลัวตายล่ะ”

 

“จ้า…”

 

“ว่าแต่…แบคฮยอนได้ลองคุยกับพี่ชายบ้างหรือยัง” หนุ่มหล่อประจำคณะชวนเปลี่ยนเรื่อง หันไปให้ความสนใจกับผู้ที่กำลังนั่งส่ายหัวเชื่องช้าตอบคำถามของเขา

 

“เรายังหาโอกาสไม่ได้เลย ช่วงนี้เค้าไม่ค่อยกลับบ้าน”

 

“เหรอ…” แม้จะเสียดายต่อสิ่งที่ได้ยินนิดหน่อย แต่โอเซฮุนก็เพียงแต่พยักหน้าอย่างเข้าใจ เด็กหนุ่มเท้าคางมองดูคนที่ตัวเองหลงรักมาตลอดสี่ปีกัดเบอร์เกอร์ด้วยความเอ็นดู แบคฮยอนน่ะขนาดกินยังดูเรียบร้อย ปากเล็กเป็นกระจับกับแก้มกลมสีชมพูระเรื่อที่ขยับขึ้นลงยามเมื่อเจ้าของมันกำลังเคี้ยวอะไรสักอย่างนั้นน่ามองเสมอ ขนตาเป็นแพสวย นิ้วเรียวยาว ผิวขาวเหมือนน้ำนม แบคฮยอนเป็นอะไรที่น่าทะนุถนอมที่สุดแล้วสำหรับโอเซฮุน

 

“ไม่เป็นไรนะ ยังพอมีเวลา”

 

“อื้ม”

 

“แล้วเรื่องงานวันเกิดเราล่ะแบคฮยอน” จองซูจองแทรกขึ้น และหลังจากที่ได้ยินแบคฮยอนก็ถึงกับแสดงท่าทางรู้สึกผิด

 

“อย่าบอกนะ…”

 

“อืม” เพื่อนถามถึงเรื่องนี้มาหลายครั้งแล้วแต่จนแล้วจนรอดแบคฮยอนก็ยังให้คำตอบไม่ได้สักที วันนี้ก็ไม่ต่างกัน “เรายังไม่ได้ถามพี่รองเลยซูจอง”

 

“คราวที่แล้วแบคฮยอนก็พูดแบบนี้”

 

“ก็เรายังไม่ได้เจอเขาจริงๆนี่”

 

“ไม่โทรฯไปถามเลยล่ะ”

 

“ไม่เอาหรอก”

 

“งั้นก็ทิ้งข้อความไว้”

 

“พี่รองไม่ชอบให้ทิ้งข้อความ”

 

“ให้ตายเถอะแบบนี้จะได้ไปไหม จัดงานกี่ปีนายก็ไม่เคยได้ไปเลย ไม่รู้เหรอว่าคนเค้าอยากไปงานวันเกิดคุณหนูซูจองกันทั้งนั้น งานวันเกิดที่เป็นวันคริสมาสต์น่ะ สนุกจนเล่าไม่จบเลยรู้หรือเปล่า”

 

“รู้…”

 

ก็เห็นพูดแบบนี้ทุกปี

 

“หรือถ้ากลัวจะถูกพี่ชายดุเราโทรฯไปขอแทนให้ก็ได้”

 

“ไม่ได้กลัว เราแค่ไม่อยากมีปัญหา” เสียงถอนหายใจของเพื่อนทำแบคฮยอนหนักใจ ไม่ใช่ว่าไม่พยายาม แต่หาโอกาสเข้าหาคุณชายรองไม่ใช่เรื่องง่ายๆ “งานมีตั้งปลายเดือนไม่ใช่เหรอ เอาไว้เราได้เจอเค้าแล้วจะลองคุยให้”

 

“…”

 

“ซูจองอ่า ไม่โกรธใช่ไหม” พอแบคฮยอนทำเสียงอ่อนจะมีสักกี่คนกันทำใจแข็งได้นาน แม้แต่สาวสวยสุดมั่นใจ มีดีกรีเป็นถึงดาวคณะคู่เพื่อนสนิทในกลุ่มอย่างจองซูจองก็ทำไม่ลง

 

“ไม่ได้โกรธ แต่ขอโทษนะแบคฮยอน”

 

“อะไรเหรอ”

 

“เราสงสัยจริงๆว่าพี่รองของนายเนี่ยเป็นคนประเภทไหนกัน โทรฯหาก็ไม่ได้ ทิ้งข้อความให้อ่านก็ไม่ชอบ ห้ามกลับบ้านเกินสองทุ่มซึ่งขอโทษเถอะ…อายุยี่สิบสองหรือเด็กอายุสิบสองขวบกันแน่”

 

“ใจเย็นจ่ะคุณหนูซูจอง ที่เธอพูดน่ะพี่ชายเพื่อนนะ”

 

“ก็รู้ แต่อดได้ที่ไหนล่ะเวนดี้ ถ้าฉันต้องมีพี่ชายแบบนี้นะมีหวังต้องวิ่งเอาหัวชนกำแพงวันละร้อยรอบ” สาวสวยของคณะพูดอย่างเหลืออด และเพราะไม่มีอะไรผิดไปจากที่เธอพูดไว้สักนิด เสียงหัวเราะของเพื่อนสนิทในกลุ่มจึงเกิดขึ้น

 

“ยังจะมีอารมณ์มาหัวเราะอีก”

 

ไม่เว้นแม้แต่แบคฮยอน

 

“ไม่เอาสิ…” แบคฮยอนง้อเพื่อนด้วยการแบ่งแตงกวาที่ตัวเองไม่ชอบให้ทั้งหมดเลย “หน้าบึ้งเดี๋ยวไม่สวยนะ”

 

“ต่อให้หน้าบึ้งกว่านี้ฉันก็สวยย่ะ”

 

“อ่า...นั่นหลงตัวเองชะมัดเลย” สุดท้ายแล้วบรรยากาศบนโต๊ะก็กลับมาผ่อนคลายเพราะคำพูดไม่กี่คำของแบคฮยอน คุณหนูซูจองยอมยิ้มแล้วหลังจากอารมณ์ขึ้นอยู่นาน เธอเป็นเหมือนพี่สาวประจำกลุ่มที่มักจะคอยบ่นเพื่อนๆ ในขณะที่แบคฮยอนไม่ว่าจะอยู่ไหนก็เป็นน้องเล็กที่ใครๆต่างก็อยากปกป้องดูแล

 

“จะว่าไปตั้งแต่เปลี่ยนผู้ปกครองชีวิตแบคฮยอนก็ดูลำบากขึ้นเหมือนกันเนอะ” เวนดี้ว่า

 

“ฮ่ะๆ”

 

“ร่าเริงเข้าไปเถอะ” ซูจองเสริมต่อ “ชักอยากเจอตัวจริงพี่รองของนายขึ้นมาแล้ว สัญญาเลยว่าจะถามให้ว่าเป็นอะไรมากป้ะ”

 

“เธอกล้าเหรอซูจอง”

 

“แล้วทำไมต้องไม่กล้าด้วยเวนดี้ คนอย่างฉันพูดจริงทำจริง”

 

“ถ้างั้น…”

 

“อยากจะรู้เหมือนกันว่ามันอะไรนักหนา”

 

“ข้างหลัง…”

 

“กับอีแค่น้องคนเดียวหวงอยู่ได้”

 

“ฉันว่าที่อยู่ข้างหลังเธอ บนรถคันนั้นมันพี่รองของแบคฮยอน…”

 

“นี่ถ้าไม่บอกว่าเป็นพี่ฉันคงเข้าใจว่าเป็นพะ—ว่าไงนะ”

 

“หรือเปล่า”

 

ตอนแรกจองซูจองอยากจะพูดคำว่าพ่อ แต่พอหันไปมองด้านหลังตามแรงสะกิดของเวนดี้แล้วเขาอยากจะผันให้เป็นคำอื่นเลย

 

“นะ นั่นพี่ชายนายเหรอแบคฮยอน”

 

“พี่รอง คุณชายปาร์คชานยอลพี่นายจริงเหรอ?!”

 

หล่อขนาดนี้ไม่ใช่พ่อแล้วล่ะ! จองซูจองมองตาค้าง ก่อนจะหันไปดีดดิ้นกับเว้นดี้อย่างลืมตัวเมื่อแบคฮยอนมองตามสายตาของพวกเธอแล้วพยักหน้า

 

ผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงตำแหน่งเบาะหลังบนรถหรูซึ่งมีเพียงไม่กี่คันในประเทศคนนั้น มาที่นี่ได้อย่างไร…แบคฮยอนกลืนขนมปังแทบไม่ลงคอเมื่ออีกฝ่ายกำลังมองมาทางเขาไม่วางตา

 

 

‘หล่อมาก!!!’

 

 

นอกจากเสียงตื่นเต้นของเพื่อนในกลุ่มแล้ว ก็ยังมีนักศึกษาคนอื่นๆส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์แว่วมาให้ได้ยิน ทุกคนดูแตกตื่นกันมากคงเพราะนอกจากรูปติดบอร์ดทำเนียบอดีตนักศึกษาดีเด่นของมหาวิทยาลัยและตามสื่อต่างๆแล้ว อีกฝ่ายก็ไม่ค่อยปรากฏตัวที่ไหน

 

และใช่ ปาร์คชานยอลไม่เคยมาที่นี่

 

หน้าตึกคณะบัญชี แม้จะได้ชื่อว่าเป็นผู้ปกครองของแบคฮยอนมาแล้วเกือบหนึ่งเทอมเต็มทว่าคุณชายรองกลับไม่เคยมาเลยสักครั้ง แบคฮยอนเองก็ไม่เห็นถึงความจำเป็นที่อีกฝ่ายจะต้องมา แม้ในตอนนี้ก็ตาม

 

“เขามาทำอะไร มารับนายเหรอแบคฮยอน”

 

“ม…” แบคฮยอนจะตอบเพื่อนว่าไม่รู้เหมือนกัน แต่พอได้เห็นสายตาคมกริบคู่นั้นที่เอาแต่มองมาก็รู้ตัวทันทีว่าควรพาตัวเองลุกออกไปจากตรงที่นั่ง

 

โดยเร็ว

 

“ถึงว่าสิราชรถมาเกย ห้าโมงเย็นแล้วแบคฮยอน”

 

แบคฮยอนกดล็อคหน้าจอโทรศัพท์มือถือหลังจากได้ยินสิ่งที่เวนดี้พูด เขายัดเจ้าเครื่องมือสื่อสารลงในกระเป๋าเป้พร้อมสัมภาระอื่นๆ แม้จะยังไม่แน่ใจถึงจุดประสงค์การมาที่นี่ของอีกฝ่าย แต่คิดว่าหากยังไม่ยอมขยับตัวลุกออกไปหาตอนนี้ล่ะก็ต้องเป็นเรื่องแน่

 

“งั้นเรากลับก่อนนะ”

 

“อย่าลืมขอพี่ชายสุดหล่อล่ะ!” แบคฮยอนพยักหน้ารับปากเพื่อนไปส่งๆ เขาได้ยินเสียงกรี๊ดกร๊าดจากบรรดานักศึกษาหญิงบริเวณนั้นดังไล่หลังมาตอนที่คุณชายรองกระตุกยิ้มมุมปาก

 

คล้ายกับกำลังหว่านเสน่ห์ให้พวกเธอ

 

“เดี๋ยวแบคฮยอน!” เสียงเรียกชื่อทำให้ร่างเล็กต้องหยุดฝีเท้า แบคฮยอนหันกลับไปมองเพื่อนก่อนจะพบสายตาไม่ใจดียามที่หันกลับไปขอเวลาเพิ่มจากชานยอล

 

“มีอะไรเหรอเซฮุน”

 

“อย่าลืมที่เราคุยกันไว้ล่ะ” ร่างสูงโปร่งผิวขาวแบบลูกผู้ดียิ้มบอกด้วยความคาดหวัง สายตาทอดมองแบคฮยอนคล้ายกับยังไม่อยากให้เพื่อนกลับไป “ไหนๆพี่ชายก็มารับแล้ว อย่าลืมขออนุญาตนะ คงจะดีถ้าเราได้ฝึกงานที่เดียวกัน”

 

“อื้ม ไว้เราจะลองขอเค้าดู” แบคฮยอนชนกำปั้นกับเพื่อนเป็นการให้สัญญา พอบอกลาเสร็จแล้วก็หมุนตัวกลับไปทางที่รถของชานยอลจอดรออยู่

 

ปรากฏว่ากระจกหน้าต่างตรงที่นั่งด้านหลังซึ่งเคยเปิดอยู่ตอนนี้ได้ปิดสนิทไปแล้ว ฟิล์มทึบทำให้ไม่สามารถมองเห็นผู้ที่นั่งอยู่ด้านใน เพียงแค่คิดว่าต้องพาตัวเองขึ้นไปอยู่บนนั้นความรู้สึกอึดอัดก็เกิดขึ้นทันที

 

คนตัวเล็กถอนหายใจ กระชับสายกระเป๋าเป้บนไหล่ก่อนจะรีบจ้ำสองเท้ามุ่งไปยังรถของคุณชายรองโดยเร็ว

 

 

 

 

TBC.

 

 

 

 

 

 

 

/ฝากให้กำลังใจกันเยอะๆน้า #ฟิคชานฮยอง

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.639K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,367 ความคิดเห็น

  1. #10308 Pinkkaboo (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มีนาคม 2564 / 12:18
    พ่อคนชาเย็นนนน
    #10,308
    0
  2. #10284 PakKAd127 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2564 / 19:38
    นี่หรอคนที่บอกว่าชอบน้องกลับเอาไปทั่วแบบนี้
    #10,284
    0
  3. #10171 YunewG (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มกราคม 2564 / 22:14
    รู้สึกถึงออร่าทมึนๆ
    #10,171
    0
  4. #10036 Samorn1 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 12:35
    ทำใจไว้แบค
    #10,036
    0
  5. #9972 ChungWila (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มกราคม 2564 / 22:53
    รอดูคนลงอย่างหมาน้า
    #9,972
    0
  6. #9634 Jennysupat18 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2563 / 07:11
    อิตาพี่เปงไร
    #9,634
    0
  7. #9594 pcy_614 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2563 / 22:21
    อึดอัดแทนน้องเลย😭
    #9,594
    0
  8. #9584 안시리민 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2563 / 14:09
    หวงขนาดนี้ก็เกินไปไหมคะ
    #9,584
    0
  9. #9021 Pseewhy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2563 / 17:59
    ห้ามดุน้อง!!
    #9,021
    0
  10. #9020 Pseewhy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2563 / 17:59
    ห้ามดุน้อง!!
    #9,020
    0
  11. #8999 แพะบยอน❤ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2563 / 03:46
    อย่าดุน้องนะ!
    #8,999
    0
  12. #8785 IPINOCKIO (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กันยายน 2563 / 20:23
    4ปีผ่านไปชานยอลก็ยังดูดุๆและเย็นชา สงสารนุ้งแบคอ่าาาา คบกับเซฮุนไปเลยลูก555555
    #8,785
    0
  13. #8783 Zikdn_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กันยายน 2563 / 00:07
    ดูออกเลยว่าเซฮุน=มารหัวใจนายปาร์คชานยอล
    #8,783
    0
  14. #8628 Hollydecemx (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 22:40
    ตาพี่น่าตีจริงๆเลย
    #8,628
    0
  15. #8627 Hollydecemx (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 22:40
    หนูลู๊กกกกก
    #8,627
    0
  16. #8626 Hollydecemx (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 22:39
    อย่าใจร้ายยย
    #8,626
    0
  17. #8503 Chi_Yeol (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 02:03
    พี่รองทำตัวไม่น่ารักเลย -"-
    #8,503
    0
  18. #8198 PakKAd127 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2563 / 22:41
    อยากเห็นน้องเอาคืนเรื่อง ผญ ง่าา พลีสสส
    #8,198
    0
  19. #7839 pcy921 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 18:34
    พี่รองดูเจ้าชู้มากกก
    #7,839
    0
  20. #7760 hyunbenjapron (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 22:58
    ใจร้ายจังเลยพี่รองง น้องทำอะไรให้ค๊าาาา
    #7,760
    0
  21. #7759 hyunbenjapron (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 22:58
    เเงงงงงงอย่าทำน้อง
    #7,759
    0
  22. #7758 hyunbenjapron (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 22:58
    อ่อนโยนกับน้องโหน่ยยยย
    #7,758
    0
  23. #7757 hyunbenjapron (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 22:58
    หวงเป็นงูเลยค่าคุณพรี่ขา
    #7,757
    0
  24. #7278 mini_uuu (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2563 / 16:06
    อย่าใจร้ายกับน้องงง
    #7,278
    0
  25. #7262 MakeAwishl (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2563 / 01:34
    ขึ้นอย่างเสือลงอย่างหมาแน่นอนมาแนวนี้ ปาร์คชานยอลจะโหดเ-้ยมกับน้องไปได้สักเท่าไหร่กันเชียว
    #7,262
    0