HYUNG 형 | Chanbaek -END-

ตอนที่ 19 : CHAPTER 18 | เด็กใจแตก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18,523
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,069 ครั้ง
    7 ก.พ. 64

 

 

 

 

 

 

18

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ชีวิตที่ถูกขับเคลื่อนด้วยมวลความสุข เป็นแบบนี้เองสินะ…

 

ร่างสูงเข้ามาหยุดยืนข้างเตียง ทอดสายตามองร่างเล็กที่ยังคงนอนซุกตัวอยู่ใต้ผ้านวมผืนใหญ่พร้อมกับความรู้สึกนั้น

 

ทั้งที่อยากทำตัวอย่างผู้ใหญ่ใจเย็น ปล่อยความสัมพันธ์ให้ค่อยๆดำเนินไป แต่พอได้ลองจูบ ได้สัมผัส ได้ปล่อยให้หัวใจทำงานอย่างแท้จริง ชานยอลรู้สึกเหมือนตัวเองได้ย้อนกลับไปเป็นเด็กหนุ่มอีกครั้ง

 

เขาพังความตั้งใจของผู้ใหญ่อย่างไม่รู้สึกผิด

 

ที่มากกว่านั้น

 

แบคฮยอนทำให้เขาไม่รู้จักพอ กลับทำให้ยิ่งคิดอย่างย่ามใจว่านี่ต่างหาก คือสิ่งตอบแทนจากความอดทนที่เขาสมควรได้มาโดยตลอด 

 

 

 

“อือ”

 

“ถ้าตื่นแล้วก็ลุกครับ อย่าแกล้งหลับตา” เสียงทุ้มดังชิดลำคอระหงซึ่งกำลังถูกฉวยโอกาสเป็นหนที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ร่างเล็กเจ้าของผิวสีน้ำนมขยับดิ้นน้อยๆเมื่อมือใหญ่สอดเข้ามาใต้ผ้าผืนที่กำลังห่ม

 

“หรือว่าอยากให้ปลุกเหมือนเมื่อวาน”

 

“ต ตื่นแล้วครับ” พอถูกจับได้ คนที่แสร้งนอนหลับตาก็รีบผละตัวลุกขึ้นนั่ง มือเรียวตะครุบฝ่ามือที่ยังป้วนเปี้ยนกับเรียวขาของเขาไม่ยอมห่าง ทั้งที่ลุกตื่นตามต้องการแต่ชานยอลยังไม่วายวางมือไว้ที่เดิม

 

“แกล้งผมจังเลย” ร่างเล็กบ่นอุบ สีหน้าดูแสนงอนและขี้อายในเวลาเดียวกัน แต่เพียงปล่อยให้ความเงียบทำงานเหตุการณ์ทะลึ่งเมื่อวานก็หลั่งไหลมาให้นึกอับอายจนต้องนั่งหน้าแดง

 

ตอนบ่ายยอมให้เค้าล่วงเกินสารพัด พอตกดึกก็ยอมเล่นพนันกีฬาบ้าๆที่ตัวเองไม่เคยดูมาก่อน จนสุดท้ายก็เสียรู้ 

 

ทีมเบสบอลที่แบคฮยอนเชียร์ครั้งแรกแพ้ราบคาบ ชานยอลสั่งลงโทษเขาด้วยการห้ามใส่กางเกงนอน ใช่…เมื่อคืนแบคฮยอนนอนข้างกายอีกฝ่ายโดยที่ท่อนล่างไม่มีอะไรเลยนั่นมันบ้าจริงๆ

 

“ยิ้มอะไรครับ”

 

“ไม่ลุกไปอาบน้ำเหรอครับ”

 

“…”

 

“หรืออยากให้อุ้มไปส่ง”

 

“ผมไม่ได้อยากให้อุ้มแต่ผม…” ร่างสูงหลุบตามองตามสายตาของน้อง สิ่งที่วางอยู่ใกล้เท้าของเขาทำเอานึกยิ้มในใจ

 

“อยากได้อะไรก็บอกสิ”

 

“อยากได้กางเกงคืนครับ” 

 

“อ่อ…” สิ้นเสียงชานยอลก้มลงเก็บบ๊อกเซอร์ตัวสั้นกุดขึ้นมายื่นให้ผู้เป็นเจ้าของที่กำลังนั่งกัดปากอย่างอายๆ แต่พอน้องจะรับมันไปเขากลับแกล้งชักมือกลับเสียอย่างนั้น 

 

เดี๋ยวใส่ให้

 

ทั้งยังพูดเรื่องหน้าไม่อายได้หน้าตาเฉย

 

“ครับ?!” แบคฮยอนทำตาโต แก้มขึ้นสีมากกว่าเดิมเมื่อผู้เป็นพี่เอาแต่กลั่นแกล้ง “ใส่ให้ทำไม ผมไม่ใช่เด็กแล้วสักหน่อย”

 

“รู้ครับ ว่าไม่เด็กแล้ว”

 

“…” 

 

“ลุกมาสิ”

 

“ให้พี่ช่วยใส่กางเกงสู้ผมลุกไปเข้าห้องน้ำเลยไม่ดีกว่าเหรอ”

 

“แบบนั้นก็ได้”

 

“แกล้งผมเกินไปแล้วนะ”

 

“ไม่ได้แกล้งครับ มีเหตุผล”

 

“เหตุผลลามกน่ะสิ…” พอได้ยินเสียงบ่นร่างสูงก็แกล้งโน้มตัวลงไปคร่อมเด็กตรงหน้าทันที แบคฮยอนรีบเอามือยันหน้าอกผู้เป็นพี่ไม่ให้เข้ามาใกล้มากกว่านั้น แต่ชานยอลก็ยังจะยื่นหน้าเข้ามากระซิบพูดใกล้ๆจนเขาเกร็งไปทั้งตัว

 

“อยู่กันแค่สองคนไม่จำเป็นต้องอาย เพราะต่อให้ใส่เสื้อผ้าครบทุกชิ้นพี่ก็จำร่างกายนายได้ นั่นแหละเหตุผล”

 

“ก็ลามกอยู่ดีไม่ใช่หรือไง…”

 

เสียงหัวเราะเบาๆของคนหล่อทำน้องแก้มแดงได้ไม่หยุด แต่พอได้สบตา ความเงียบก็เกิดโรยตัวลงมาอีกครั้งหนึ่ง 

 

จูบแผ่วเบาชวนใจสั่นค่อยๆดำเนินขึ้นราวกับต้อนรับเช้าวันใหม่ หากจะนับเป็นวันเริ่มต้นความสัมพันธ์แล้ว วันนี้คงเป็นวันอาทิตย์ที่แจ่มใสและน่าจดจำที่สุด

 

“ผมรู้สึกเหมือนเป็นเด็กใจแตกเลย” ริมฝีปากของทั้งคู่เอาแต่ดึงดูดเข้าหากันซ้ำๆ แม้ในยามที่คนอายุน้อยกว่าจะพูดแบบนั้นก็ตาม

 

“นายเป็นเด็กดีต่างหาก” ชานยอลว่าเสียงนุ่มก่อนกดจูบลงกลางหน้าผากมนด้วยความรักใคร่และเอ็นดู “แต่จะเป็นเด็กดื้อก็ได้ อยู่ที่นี่ แค่เป็นตัวนายก็พอ”

 

 

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

  

 

 

 

 

 

 

“เลิกบ่นเหอะ ยังไงนายก็ต้องช่วยฉัน”

 

เสียงคุยโดยไร้ผู้ตอบโต้ดังมาถึงด้านนอก แบคฮยอนสืบเท้าไปตามทิศที่มาของเสียงทุ้มคุ้นหูนั้น ก่อนจะพบว่าผู้เป็นเจ้าของกำลังแนบหูคุยโทรศัพท์ไปพร้อมกับทำอาหารเช้าอยู่ในครัว

 

“มีสัมมนาด่วน คิมดาซมป่วยพอดี ถ้าฉันบอกว่าป่วยเธอก็ต้องป่วย ถ้านายไม่อยากป่วยตามเธออีกคนใครถามก็ช่วยตอบให้ตรงกันด้วย”

 

แบคฮยอนส่ายหน้ายิ้มๆ แค่ยืนฟังอยู่ตรงนี้เขาก็รับรู้ถึงความหนักใจของปลายสาย คงจะปวดหัวน่าดูที่ต้องมารับมือกับคนเผด็จการทั้งที่เป็นวันหยุดแท้ๆ

 

“แค่นี้ก่อนแล้วกัน…”

 

ร่างสูงกดตัดสายหลังจากหมุนตัวกลับมาเห็นร่างเล็กยืนแอบฟังเขาคุยโทรศัพท์โดยไม่บอกกล่าว ชานยอลไม่ได้ตำหนิอะไร เขาแค่ตักไข่ดาวและแฮมออกจากกระทะเทฟรอนใส่ลงในจานสองใบบนโต๊ะอาหารด้วยสีหน้าปกติ

 

“คุณจงแดเหรอครับ”

 

แบคฮยอนเดาและถามในคราวเดียวกัน เขาเดินไปช่วยดูขนมปังสองแผ่นที่เด้งขึ้นมาจากเครื่องปิ้งตรงเคาน์เตอร์ด้านหลังของร่างสูง รวมถึงชงกาแฟสดให้อีกคนด้วย

 

“อ่า…”

 

พอหันกลับมาอีกทีชานยอลก็ชูหน้าจอโทรศัพท์ให้เขาดูคล้ายยืนยันความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้คุยกับใครอื่น แบคฮยอนอมยิ้มก่อนจะวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะ

 

“แค่บอกก็ได้ครับ ผมเชื่อพี่”

 

“มีหลักฐานยืนยันยังไงก็น่าสบายใจกว่าไม่ใช่เหรอ” กำปั้นหนักๆวางลงกลางศีรษะทุยของคนตัวเล็ก แบคฮยอนอมยิ้ม พยายามมองหาอะไรที่ตัวเองพอจะช่วยได้บ้างทว่าทุกอย่างกลับถูกเตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว

 

“ไปนั่งสิ”

 

อาหารเช้าแบบอเมริกันง่ายๆสำหรับสองคนแบคฮยอนมองแล้วเหมือนฝันเลย ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่าในขณะที่เขานอนหลับชานยอลกลับลุกตื่นขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวเสร็จหมดแล้ว และในขณะที่เขาจัดการธุระตัวเองอีกฝ่ายกลับเป็นฝ่ายเตรียมอาหารไว้รอ 

 

“ทำไมไม่ทาน หรือไม่ไว้ใจ?”

 

“ผมแค่กำลังคิดว่าทำไมวันนี้พี่ถึงตื่นเช้ามาทำอะไรแบบนี้ได้…” แบคฮยอนว่าเสียงเบาพลางหั่นไส้กรอกเข้าปาก

 

“ปกติพี่ไม่ค่อยสนใจมื้อเช้านี่ครับ” ใครในบ้านก็รู้ทั้งนั้นว่าคุณชายรองน่ะนานๆครั้งถึงจะปรากฏตัวในห้องอาหารโดยเฉพาะมื้อเช้า เรื่องทำอาหารเป็นแบคฮยอนก็เพิ่งมารู้ได้ไม่นาน

 

“เพราะมีความสุขล่ะมั้ง”

 

ถึงชานยอลจะพูดเหมือนไม่ใส่ใจแต่แบคฮยอนก็แอบคิดเข้าข้างตัวเองว่ามันคงจะเป็นจริงอย่างที่ว่า เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เขามองไปก็มักจะพบว่าใบหน้าหล่อของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามมองเขาอยู่ก่อนเสมอ

 

ราวกับว่าอีกฝ่ายไม่เคยจะละสายตาจากกันไปเลย

 

ใจแบคฮยอนเต้นไม่เป็นส่ำ มันอบอุ่นแต่บางครั้งก็ร้อนเหมือนจะแผดเผากันให้ตาย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ช่วงสายในวันเดียวกันอากาศอุ่นขึ้นกว่าตอนเช้านิดหน่อย คุณชายรองขับรถสปอร์ตหรูเข้าเขตรีสอร์ทสกีและพาแบคฮยอนมาทำกิจกรรมที่ตัวเองชอบตามที่ได้เคยพูดไว้เป็นการรักษาสัญญา

 

มันอาจจะไม่ใช่ครั้งแรกของแบคฮยอนเพราะหากทบทวนให้ดีแล้วเขาเองก็เคยมาเล่นกับคุณพ่อและพี่ชายบ้าง แต่นั่นก็นานมาแล้ว 

 

ชานยอลพาเขาไปเช่าชุดและอุปกรณ์ก่อน อีกฝ่ายถามเขาว่าอยากเล่นอะไรระหว่างสกีกับสโนบอร์ด ซึ่งคำตอบของแบคฮยอนก็น่ารักจนทำให้บอสหนุ่มอมยิ้มพอใจออกมา

 

‘พี่อยากเล่นอะไรผมก็จะเล่นอันนั้นครับ’

 

ใบหน้าหล่อเหลือร้ายเวลามีความสุขดูเหมือนเด็กหนุ่มมากกว่าบอสใหญ่ผู้เคร่งขรึมวัยสามสิบกลางๆเสียอีก แบคฮยอนรู้สึกโชคดีที่มีโอกาสเห็นรอยยิ้มแบบนั้นด้วยตาตัวเอง แล้วก็ยังคิดด้วยว่า 

 

 

 

ชานยอลน่ะ หล่อจริงๆนั่นแหละ

 

 

 

 

“ยิ้มทำไม”

 

“เปล่าครับ แค่สงสัยว่าตอนหนุ่มๆพี่จะฮอตขนาดไหนกัน”

 

“จะหลอกด่าว่าตอนนี้แก่หรือไง”

 

“ไม่แก่ครับ ผมว่าหล่อกว่าเมื่อก่อนอีก…” แบคฮยอนทำตาปริบๆหลังจากได้เผลอพลั้งปากพูดไปตามที่ใจคิด ชานยอลที่กำลังยืนเช็คความเรียบร้อยของตัวเองตรงหน้ากระจกบานใหญ่สบตาเขาผ่านกระจกบานนั้น ก่อนที่จะหันหลังกลับมาหา

 

“ผมแค่เห็นว่าใครก็มองพี่น่ะครับ” 

 

มองคนน่ารักที่นั่งอยู่ตรงหน้ารีบพูดแก้ตัว

 

“นายด้วยสินะ”

 

“ผมเหรอ”

 

ถ้าอยู่กันแค่สองคนเขาคงรังแกแบคฮยอนให้ปากช้ำไปแล้ว

 

“ผมนั่นแหละครับ”

 

“ไม่ใช่พี่หรือไงที่มองผมก่อน…”

 

ชานยอลหัวเราะ แววตาคมกริบที่เอาแต่มองมาให้ใจสั่นทำแบคฮยอนต้องเบือนหน้าไปทางอื่น

 

“รองเท้าใส่พอดีหรือเปล่า”

 

“พี่ถามผมครั้งที่สามแล้ว” ถึงน้องจะว่าอย่างนั้นหากแต่ชานยอลก็ยังต้องการความแน่ใจ

 

ร่างสูงในชุดสกีสีดำคุกเข่าลงกับพื้นตรงหน้าก่อนจับเท้าแบคฮยอนขึ้นมาวางบนหน้าขา ร่างเล็กถึงกับนั่งตัวแข็งทื่อ มองดูคนอายุมากกว่าเคาะส้นรองเท้าและรัดสายบังเกิ้ลให้อย่างตั้งใจ สิ่งที่อยู่ในอกของเขาวูบไหวคล้ายกับมีอะไรบินวนอยู่รอบๆมัน

 

“ถ้ารองเท้าไม่พอดีจะเล่นไม่สนุก”

 

แม้แต่เวลาแบบนี้ชานยอลก็ยังทำให้ใจเขาเต้นแรง

 

“ข้างนอกอากาศหนาวนายต้องมั่นใจก่อนว่าชุดโอเค”

 

“พี่เป็นคนเลือกให้ผมเองยังไงมันก็ต้องโอเคอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง”

 

“อย่าตอบเอาใจสิเด็กโง่ ทนไม่ไหวใครก็ช่วยนายไม่ได้นะ”

 

“แม้แต่พี่เหรอครับ”

 

“ครับ พี่ไม่ชอบโอ๋เด็ก”

 

แต่เมื่อวานผมบอกไม่ไหวพี่ก็ยังช่วยเลยนี่” 

 

“…” คำพูดเป็นนัยๆที่รู้กันแค่สองคนของร่างเล็กทำคนอายุมากกว่าชะงักไปครู่หนึ่ง ใบหน้าหล่อเงยขึ้นมามองแต่แบคฮยอนกลับหลบสายตา

 

“นายไม่เด็กแล้วจริงๆด้วยสินะ”

 

“ผมล้อเล่นหรอก…” แต่พอได้ยินน้ำเสียงทีเล่นทีจริงของร่างสูงเขาก็รีบหันกลับมาแก้ตัว ก่อนจะพบว่ามันคือกับดัก รอยยิ้มมุมปากที่ดูหล่อและเจ้าเล่ห์นั้นทำแบคฮยอนอายยิ่งกว่าเดิม “แค่ไม่อยากให้พี่กังวลจนหมดสนุก”

 

“เหรอครับ”

 

“แต่ผมก็ไม่เด็กแล้วนั่นแหละ เพราะงั้นไม่ต้องห่วงหรอกครับ” แบคฮยอนว่าหน้ายุ่ง ปกติเขาเป็นคนพูดจาเรียบร้อยแต่อยู่กับชานยอลทีไรกลับกล้าขึ้นมาอย่างน่าประหลาด 

 

หรือบางที นี่อาจเป็นตัวตนอีกด้านที่เขาสบายใจจะแสดงออกต่อหน้าคนที่พิเศษกว่าใครก็ได้ คนที่ทำให้เขากล้าเป็นตัวของตัวเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สวยจัง…

 

นั่นคือความรู้สึกตอนที่นั่งกระเช้าไปยังลานเล่นสกี เด็กติดบ้านที่ไม่ค่อยได้ออกไปเปิดหูเปิดตาที่ไหนมองวิวรอบกายอย่างตื่นตาตื่นใจ หิมะขาวโพลนซึ่งปกคลุมทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะภูเขาทั้งลูก ต้นไม้ และลานเล่นสวยดั่งแดนเนรมิตบนสรวงสวรรค์ แบคฮยอนไม่ได้สัมผัสธรรมชาติแบบนี้มานานมากแล้ว ไอเย็นที่ปะทะผิวหน้าจนปลายจมูกแดงเหมือนลูกเชอร์รี่ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกหนาวเมื่อสิ่งสวยงามกำลังล่อลวงสายตา

 

ร่างสูงก็เช่นเดียวกัน ต่างกันเพียงเขาเคยเห็นวิวสวยแบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วน แต่กลับไม่มีครั้งไหนที่รู้สึกว่ามันดึงดูดจนไม่อยากละสายตามากเท่านี้มาก่อน 

 

เพราะได้นั่งกระเช้าตามหลังชานยอลถึงมีโอกาสเห็นท่าทางตื่นเต้นของน้องชัดเจน ตอนที่กระเช้าส่งพวกเขามาจนถึงลานโล่งตรงกลางแบคฮยอนดูเป็นคนที่มีความสุขกว่าใคร แม้อากาศเย็นจัดทว่าอีกฝ่ายกลับทำให้เขารู้สึกอบอุ่นเหมือนได้รับแสงอาทิตย์ยามเช้า รอยยิ้มสว่างเจิดจ้านั้นดูบริสุทธิ์และน่ารักจนไม่อยากให้ใครเห็น

 

“ให้สอนเล่นไหม”

 

“พี่เคยสอนผมแล้วครับ”

 

“…”

 

“ตอนเด็กๆไง ถึงจะถูกพี่ใหญ่บังคับให้มาสอนแต่ก็ไม่แย่หรอก แล้วผมก็ยังเป็นนักเรียนที่ไม่ทำให้พี่ขายหน้าด้วย ตอนนี้ก็จะลองทบทวนดูนะครับ พี่ไปเล่นให้สนุกเถอะ” 

 

เด็กดี…

 

เสียงหัวเราะของแบคฮยอนทำให้เขาเป็นสุขและรู้สึกเศร้าที่ปล่อยเวลาให้สูญเปล่ามาจนถึงขนาดนี้ เขารู้ว่าที่ผ่านมาน้องเองก็ไม่ได้ยิ้มอย่างเต็มที่ กลับมีช่วงเวลาที่ยากลำบากและเขาก็เป็นหนึ่งในคนที่พรากรอยยิ้มของน้องไป

 

ตุ่บ!

 

แต่น้องกลับยังเป็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเขาเสมอ

 

 

“อ๋า เจ็บจัง…”

 

ฮ่ะๆ

 

“ทำไมพี่เอาแต่หัวเราะผมแบบนั้นล่ะครับ” แบคฮยอนมองค้อนก่อนจะดึงแว่นกันลมลงมาปิดตาแล้วตั้งหลักลุกขึ้นมาใหม่ เขาปัดหิมะออกจากกางเกงก่อนจะไถสโนบอร์ดออกไป ไม่หันกลับมามองคนเย็นชาที่ดีแต่หัวเราะเยาะคนอื่นตอนที่ล้มก้นจ้ำเบ้าไม่เป็นท่า

 

ร่างเล็กในชุดสกีพยายามไถสโนบอร์ดไปตามลานน้ำแข็ง หิมะตกลงมาปรอยๆสร้างเสียงร้องตื่นเต้นให้ผู้คนที่มาใช้บริการ ชานยอลยืนมองไล่หลังของคนที่มาด้วยกันซึ่งไกลสายตาเขาไปเรื่อยๆ 

 

แบคฮยอนล้มลุกคลุกคลานไม่รู้กี่ครั้งแต่ก็ดูสนุกจนชานยอลอดหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดอัดคลิปเก็บไว้ไม่ได้

 

ร่างสูงไถสโนบอร์ดตามน้องไปอย่างชำนาญ การทรงตัวอย่างสมบูรณ์แบบและเลี้ยวเปลี่ยนทิศทางฉวัดเฉวียนเหมือนพญาเหยี่ยวที่สง่างามดึงดูดสายตาผู้คนรอบกาย แต่ทว่าสายตาของเขากลับมีเด็กคนนั้นแค่คนเดียว

 

“ฮ่ะๆ ได้แล้ว!”

 

คงเป็นครั้งแรกที่เขาสามารถอัดคลิปน้องด้วยมือตัวเอง ไม่ต้องไหว้วานคนอื่นเหมือนหลายปีที่แล้ว ใบหน้าหล่อกำลังมีรอยยิ้ม แม้นัยน์ตาที่อยู่ภายใต้กรอบแว่นกันลมดูเศร้าทว่าในอกของเขาเต็มไปด้วยความสุข 

 

“พี่รองมาทางนี้สิครับ! มาดูเร็ว ผมจะเล่นให้ดู”

 

 

แบคฮยอนทำให้เขา…

 

อยากจะหยุดเวลา

 

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

 

 

“เล่นสโนบอร์ดเหนื่อยเหมือนกันนะครับ”

 

“เหนื่อยแต่ก็ชวนออกมานั่งรถเล่น”

 

แหะ

 

“แทนที่จะไปนั่งในร้านอาหารดีๆหรือกลับไปแช่น้ำอุ่นให้สบายตัว กลับต้องมากินแซนวิชโง่ๆบนรถโดยสาร นี่คือเดทที่นายต้องการเหรอ”

 

“ไม่ดีเหรอครับ ผมไม่เคยนั่งรถแบบนี้สักครั้งแล้วพี่เองก็คงไม่เคยมีเดทที่น่าจดจำแบบนี้แน่ๆ”

 

“เป็นคุณหนูสบายๆไม่ชอบสินะ”

 

“อ่า… เพราะเป็นคุณหนูผมถึงได้มานั่งอยู่ข้างคุณชายรองนี่ไง”

 

“โง่ชะมัด…” เสียงสบถของคนข้างๆสร้างเสียงหัวเราะเบาๆให้เด็กที่นั่งติดกระจก เงาใบหน้าหล่อยังคงสะท้อนให้เห็นทับซ้อนกับวิวข้างทาง เขารู้ว่าที่ชานยอลเอาแต่บ่นไม่ใช่เพราะหิว ไม่ใช่เพราะไม่ได้กลับไปแช่น้ำอุ่นๆ หรือนั่งรถหรูส่วนตัวอย่างที่ว่ามา

 

แต่เป็นเพราะการมานั่งอยู่บนรถโดยสารที่มีคนโบกขึ้นแทบทุกป้ายประจำทางทำให้พวกเขาได้แค่นั่งจับมือกันมากกว่า

 

“เด็กโง่…” ทั้งที่บ่นแบบนั้นทว่ามือใหญ่กลับยังสอดประสานมือเรียวของแบคฮยอนไม่ยอมคลาย ร่างเล็กนั่งมองวิวนอกหน้าต่างไปพร้อมกับซ่อนรอยยิ้มไว้ในหัวใจ

 

เกือบห้าโมงเย็นที่รถบัสเริ่มวิ่งออกห่างจากตัวเมืองคนถึงบางตาลง มีเพียงที่นั่งของพวกเขาและผู้โดยสารด้านหน้าสุดที่ยังเหลืออยู่ ตอนนั้นแบคฮยอนละสายตาออกจากวิวที่เคยสนใจ เปลี่ยนมานั่งซบไหล่เอาใจคนข้างๆแทน

 

“แบบนี้ดีขึ้นมั้ยครับ” 

 

ชานยอลก้มลงมองเขา

 

ริมฝีปากแอบแตะกันเบาๆ

 

แล้วเปลี่ยนเป็นดูดดึงเหมือนอดใจไม่อยู่ แต่ถึงจะสัมผัสกันเพียงครู่ก็ทำให้คนที่นั่งหน้าบึ้งมาตลอดทางยอมเผยยิ้มจางๆออกมาได้ในที่สุด

 

“พี่เหมือนเด็กเลย” ร่างเล็กว่าเสียงอู้อี้พลางใช้นิ้ววาดรูปเล่นกลางฝ่ามือใหญ่ของชานยอล “ตอนเด็กๆ หมายถึงตอนที่ผมยังไม่เกิด ก็เป็นแบบนี้เหรอครับ”

 

“แบบนี้แหละมั้ง”

 

“แล้วตอนที่อยู่อเมริกาล่ะ เป็นแบบไหน”

 

“เหงา อยากกลับบ้าน”

 

“แล้วทำไมไม่กลับครับ ทำไมไม่ติดต่อมา ผมก็เหงาเหมือนกัน”

 

“…”

 

“เพราะยังเรียนไม่จบสินะครับ หรือไม่ก็คงเพราะเกเรอย่างที่คุณพ่อเคยว่า” ใบหน้าน่ารักเงยขึ้นมองก่อนจะพบว่าเป็นอีกครั้งที่ชานยอลมองเขาอยู่ก่อนแล้ว สายตาคู่นั้นดูทั้งสุข เศร้า และเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด

 

“แต่จะเพราะอะไรผมก็ดีใจที่สุดท้ายพี่ก็กลับมา” ร่างสูงเคาะสันจมูกเขาเบาๆคล้ายมันเขี้ยว 

 

“อ้อนแบบนี้อยากได้อะไร”

 

“ไม่อยากได้อะไรสักหน่อย”

 

“แน่ใจ?”

 

“เริ่มไม่แน่ใจแล้วเหมือนกัน” 

 

ทั้งคู่หัวเราะ 

 

“ถ้าผมบอกแล้วพี่ต้องให้นะครับ”

 

แบคฮยอนน่ารักเสียจนคนที่เคยเฝ้ามองอยู่ไกลๆไม่ต้องการอะไรอีก แค่ได้ดูแล ได้อยู่ใกล้ๆแบบนี้เขามีความสุขมากแล้ว

 

“ไม่ได้เหรอ”

 

“ว่ามาสิ”

 

“หนักแค่ไหนก็ได้ใช่ไหม”

 

“อืม”

 

“ผมอาจจะขอมากกว่าที่ทุกคนเคยขอพี่นะ”

 

“บอกมาเถอะ”

 

ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็จะหามาให้

 

“อยากได้อะไร”

 

“อยากขี่หลังพี่เหมือนตอนที่เราอยู่ปูซาน ให้ผมได้หรือเปล่าครับ”

 

ว่ากันว่าคนเรามักจะตกหลุมรักคนๆเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ชานยอลเองก็คงเป็นแบบนั้น คำขอธรรมดาๆของเด็กที่นั่งยิ้มตาหยีอยู่ข้างกันกำลังทำให้เขาตกหลุมรักอีกครั้งหนึ่ง ชานยอลพยักหน้ารับพร้อมกับยิ้มอบอุ่นที่สุดเท่าที่เคยมีให้ใคร

 

“อืม ทำไมจะไม่ได้ล่ะ”

 

 

ไม่ว่าเมื่อไหร่ เขาก็ไม่เคยเปลี่ยนใจไปจากแบคฮยอนได้เลย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เสียงฝีเท้าของร่างสูงดังไปตามพื้นซึ่งเปียกแฉะจากร่องรอยหิมะ นับจากป้ายรถโดยสารประจำทางจรดสู่ถนนทางเข้าบ้านพักไม่ได้เป็นเส้นทางที่ยาวไกลจนแบกร่างเล็กบนหลังไปไม่ไหว

 

ชานยอลไม่บ่นให้ได้ยินสักแอะ ทุกย่างก้าวของอีกฝ่ายแช่มช้าแต่มั่นคง แผ่นหลังกว้างที่เขากอดซบก็อบอุ่นจนอากาศหนาวยามพระอาทิตย์ตกดินทำอะไรแบคฮยอนไม่ได้เลย

 

“อะ… มีคนมาบ้านเรานี่ครับ”

 

คิ้วเรียวสวยกดเข้าหากันเมื่อมองไปข้างหน้าแล้วเห็นว่ากำลังมีชายตัวสูงดูภูมิฐานคนหนึ่งเปิดประตูออกมาจากบ้านพักของพวกเขา

 

แต่เหมือนแบคฮยอนจะใช้คำพูดตกหล่นไป เพราะพอร่างสูงสืบเท้าเข้าไปใกล้เขาก็ได้รู้ว่าผู้ชายคนนั้นต่างหากคือเจ้าของบ้านตัวจริง

 

“ผมเอาชุดทำงานเข้าไปไว้ข้างในให้แล้วนะครับ” ชายคนนั้นบอกกับชานยอลด้วยท่าทางสุภาพ

 

“อืม ขอบคุณ” 

 

“ตามสบายนะครับ ผมขอตัวก่อน”

 

“คุณ…” แบคฮยอนถึงกับต้องเหลียวหลังมองตามเมื่อผู้ชายที่เพิ่งเดินผ่านพวกเขาไปหน้าเหมือนครูที่โรงเรียนเขามาก เหมือนเสียอย่างกับว่าคือคนๆเดียวกัน 

 

“ผู้ชายคนนั้น…”

 

“จีซู หมอนั่นแหละผู้จัดการสาขาคังวอนโด” 

 

“เค้าเคยเป็นมาสเตอร์ที่โรงเรียนผมใช่ไหม?”

 

“ไม่เคยได้ยินมาก่อน”

 

“แต่—”

 

“เวลาอยู่ด้วยกันอย่าถามถึงผู้ชายอื่น ตอนหึงพี่เป็นยังไงนายควรระวังตัว”

 

“อะไรกันล่ะครับ อยู่ดีๆก็มาเข้าเรื่องนี้” แบคฮยอนพึมพำเมื่อรู้สึกได้ว่าอีกคนกำลังเบี่ยงเบน แต่เพราะไม่อยากทำลายบรรยากาศดีๆก่อนหน้านี้เลยได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ เขามองไปทางประตูรั้วหน้าบ้านที่รถของผู้ชายคนนั้นขับออกไปแล้ว ไม่ว่าจะชื่อหรือหน้าตาอีกฝ่ายก็เหมือนครูที่โรงเรียนของเขาอยู่ดี

 

 

ชานยอลให้แบคฮยอนขี่หลังเข้ามาจนถึงในบ้าน ทั้งยังช่วยถอดรองเท้าแล้วเก็บเข้าชั้นวางให้อีกต่างหาก 

 

“อยากทานอะไรเป็นมื้อค่ำ”

 

ร่างเล็กแขวนแพนดิ้งตัวใหญ่ไว้ตรงราวทางเดินรวมกับของชานยอล เขามองอีกคนยืนบิดตัวไปมาไล่ความเมื่อยขบด้วยท่าทางสบายๆ วันนี้อีกฝ่ายใจดีกับเขาจริงๆ

 

ไปแช่น้ำกันมั้ยครับ

 

“…”

 

“ก็เห็นพี่บ่นว่าอยากจะแช่ให้สบายตัว เรื่องมื้อค่ำเราโทรสั่งร้านให้มาส่งก็น่าจะง่ายกว่า พี่จะได้ไม่ต้องเหนื่อยด้วย…” แบคฮยอนว่าวันนี้ตัวเองพูดมากไปแล้วแต่ก็นั่นแหละ ใบหน้าหล่อกับสายตาคมกริบที่เอาแต่มองหน้าเขาทำแบคฮยอนอับอายจริงๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าได้กลายเป็นเด็กใจกล้าขนาดนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่

 

“อืม เอาแบบนั้นก็ได้”

 

เสียงของชานยอลคล้ายอะไรที่กำลังเขย่าหัวใจของแบคฮยอนให้เต้นไม่เป็นจังหวะ ร่างเล็กเม้มปากเดินตามหลังอีกคนไปอย่างเริ่มหวั่นใจ ห้องแช่ออนเซ็นจะอยู่ถัดจากห้องน้ำโซนในสุดของบ้านซึ่งมีประตูเชื่อมกันอยู่ เขาเห็นตั้งแต่เดินสำรวจเมื่อวานแล้วเพียงแต่ไม่คิดว่าวันนี้จะได้ใช้มันจริงๆ

 

“…”

 

อยู่ๆก็รู้สึกว่าตัวเองดูเกะกะ ไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหนหรือทำอะไร เพราะในขณะที่ร่างสูงเปิดตู้เก็บผ้าขนหนูและหยิบนู่นเตรียมนี่ แบคฮยอนกลับได้แค่ยืนทำอะไรไม่ถูกอยู่กลางห้องไม้สี่เหลี่ยม วางสายตาไปที่วิวนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่เป็นภูเขาหิมะรำไรเพราะเงามืดในตอนค่ำเริ่มบดบัง

 

“จะแช่น้ำก็ถอดชุดสิครับ มัวยืนทำอะไร”

 

“อ…” 

 

แบคฮยอนทำตัวไม่ถูกกว่าเก่าเมื่อมองกลับเข้ามาในห้องแล้วพบว่าร่างสูงกำลังเปลื้องผ้าใส่ลงตะกร้าไม้อย่างไม่รู้จักอาย ถึงจะเป็นผู้ชายด้วยกันแต่การที่ต้องมายืนเปลือยกายต่อหน้าคนอื่นยังไงมันก็แปลกๆอยู่ดีไม่ใช่หรือไงนะ

 

แต่มาถึงขนาดนี้แล้วแถมยังเป็นคนออกปากชวนอีกฝ่ายเองจะมายอมรับว่าเขินตอนนี้ก็คงไม่ทันอยู่ดี แบคฮยอนเดินไปถอดเสื้อผ้า เขาทำเป็นมองไม่เห็นรอยยิ้มบนมุมปากของคนที่กำลังยืนราดน้ำลงบนตัวเพื่อปรับอุณหภูมิร่างกายก่อนลงไปแช่น้ำร้อนในอ่างไม้ริมหน้าต่างนั้น

 

เสียงน้ำไหลสร้างความรู้สึกปั่นป่วน แต่คงไม่เท่าสายตาคมกริบที่เหลือบมองมายามที่เขาก้าวขาลงในอ่าง แบคฮยอนอายพอๆกับเมื่อวานเลย 

 

“สบายตัวขึ้นหรือยังครับ” 

 

จึงคลายบรรยากาศน่ากระอักกระอ่วนนั้นด้วยการชวนอีกคนคุย ไอร้อนลอยโขมงขึ้นเหมือนกลุ่มหมอกควัน มันสวยดี ทิวทัศน์ธรรมชาติจากนอกหน้าต่างก็เช่นกัน น่าเสียดายที่ฟ้ามืดแล้วเลยเริ่มจะมองมันไม่เห็น 

 

“แบกคุณหนูเดินมาตั้งไกลลงมาแช่น้ำแค่นี้จะให้หายเลยเหรอ” คุณชายรองตอนนี้ดูฮอตจนลมหายใจแบคฮยอนติดขัดไปหมด ร่างเล็กค่อยๆขยับตัวลงใต้น้ำจนมิดหัวไหล่ เพราะในห้องใช้ตะเกียงน้ำมันก๊าซให้แสงสว่างบรรยากาศจึงทั้งอบอุ่นและชวนเขินแปลกๆ

 

“อยากให้ผมนวดมั้ยครับ”

 

สายตาสองคู่เชื่อมประสานมองกันอย่างหวานล้ำ เพียงชานยอลพยักหน้ารับร่างเล็กก็ขยับเคลื่อนเข้าไปใกล้ น้ำร้อนในอ่างกระเพื่อมออกเป็นวงกว้าง

 

“จะไม่หันหลังหน่อยเหรอครับ แบบนี้ผมจะนวดถนัดได้ยัง—”

 

“อยากเห็นหน้าครับ”

 

“…”

 

“ถึงไม่ถนัดก็ทำมันตามที่พูดได้ใช่ไหม”

 

“เจ้าเล่ห์จังนะครับบอส…” ร่างเล็กว่าเบาๆก่อนจำใจเอื้อมมือไปนวดไหล่กว้างให้ทั้งที่ยังหันหน้าเข้าหากันแบบนั้น

 

ชานยอลโอบเอวเขาให้นั่งเกยบนตัก แววตาคมกริบที่จ้องมองมาไม่ต้องถามแบคฮยอนก็รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ สายตาที่แทบจะกลืนกินกันได้ทั้งตัวแบบนั้นจะคิดอะไรได้ หากไม่ใช่เรื่องรังแกกัน

 

บรรยากาศกลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง ได้ยินแค่เสียงน้ำไหลกับใจของตัวเองที่กำลังเต้นดัง แบคฮยอนรู้ว่ากำลังหาเรื่องถึงได้เอาตัวเองมาอยู่ตรงนี้ แต่ที่เอาใจก็เพราะชานยอลดีกับเขาก่อน

 

คุณชายรองผู้เอาแต่ใจดูแลเขาทั้งวัน ยอมไปนั่งรถโดยสารประจำทางรอบเมืองเป็นเพื่อนทั้งที่ขับรถมาจอดถึงบ้านพักแล้วแท้ๆ คุณชายรองที่มีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้ายอมหยุดตัวเองเพียงแค่เขาบอกว่าเจ็บกับเรื่องลามกครั้งแรกเมื่อวาน

 

 

แบคฮยอนชักจะหลงเสน่ห์อีกคนมากไปแล้วใช่ไหม?

 

 

 

“ดีขึ้นมั้ยครับ”

 

ร่างสูงส่ายหน้าเชื่องช้า

 

“งั้น…”

 

“พอแค่นี้ก่อนแล้วกัน”

 

ร่างเล็กสบตาอย่างงุนงงก่อนค่อยๆขยับตัวออกจากตักเมื่อได้ยินแบบนั้น สีหน้าที่ต่างไปจากเดิม คิ้วหนาขมวดชิดกันกับใบหน้าหล่อที่ดูอึดอัดแปลกๆนั้นแบคฮยอนว่า พอจะเดาออกแล้วล่ะว่าอีกฝ่ายเป็นอะไร

 

“พี่จะขึ้นไปก่อน นาย…แช่ต่อเลยไม่ต้องตามมา”

 

“…”

 

ตอนที่ร่างสูงรีบลุกออกไปแบคฮยอนได้แค่นั่งมองผิวน้ำกระเพื่อม เขาเผลอหลุดยิ้มให้กับตัวเอง ทั้งเขินแล้วก็สงสาร ถ้าหากมีความกล้ากว่านี้อีกสักหน่อยเขาคงบอกอีกฝ่ายเหมือนกันว่าไม่จำเป็นต้องอดทนขนาดนั้นก็ได้

 

“เปิดทางให้ขนาดนี้แล้วก็ยังจะลุกออกไป…”

 

ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายหรือตัวเองกันแน่ที่บ้า

 

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

 

ร่างสูงของคุณชายรองเดินเช็ดผมออกมาจากประตูห้องน้ำ เขามองจอทีวีที่ถูกเปิดทิ้งไว้ก่อนจะกวาดสายตาไปรอบๆห้องนอน ร่างเล็กในชุดคลุมอาบน้ำสีขาวที่เหมือนกันกับเขาไปนั่งทำอะไรอยู่ตรงพื้นหน้าประตูกระจกทางออกระเบียง นั่นคือสิ่งที่เขาคิดก่อนสืบเท้าเข้าไปหา

 

ทันทีที่เห็นเงาสูงใหญ่สะท้อนในกระจกใบหน้าหวานก็เงยขึ้นมองเขา แบคฮยอนตบเบาะว่างที่ไม่บอกก็รู้ว่าเตรียมไว้ให้ใครดังปุๆ ข้างๆกันมีเบียร์ ข้าวปั้น แล้วก็ขนมขบเคี้ยวที่ซื้อมาจากซุปเปอร์มาเก็ตเมื่อวาน ร่างสูงส่ายหน้าพลางอมยิ้มก่อนที่จะนั่งลงข้างๆ

 

“นายดื่มเบียร์ก่อนมื้อค่ำ”

 

“ผมกินข้าวปั้นไปหลายชิ้นแล้วต่างหาก พี่เข้าห้องน้ำนานจัง” แบคฮยอนว่าด้วยใบหน้าซื่อๆทว่ารอยยิ้มขี้เล่นนั้นกลับทำเอาคนตัวโตกระแอมไอกับตัวเอง ท่าทางเด็กดีของเขาจะรู้ทันแล้วว่าเขาหายเข้าไปทำอะไรในห้องน้ำนานสองนาน

 

“อาบน้ำ”

 

“อ่อ แบบนั้นเอง”

 

แล้วก็ทำอย่างอื่นด้วย” ร่างเล็กก้มหน้ายิ้มเมื่อได้ฟัง เขาเปิดเบียร์กระป๋องใหม่แล้วยื่นมันให้กับชานยอล

 

“จะกินอะไรไหมจะได้โทรสั่ง”

 

“ผมอิ่มซะแล้วล่ะครับ”

 

“มาเดทกับซีอีโอปาร์คทั้งที นายกลับอยากกินแค่ข้าวปั้นกับเบียร์แทนที่จะเป็นดินเนอร์หรูๆ ไม่รู้เหรอว่าคนที่นั่งอยู่ตรงหน้านายตอนนี้ให้ได้มากแค่ไหน”

 

“รู้สิครับ” ร่างเล็กว่าก่อนจะจิบเบียร์ เขาไม่ได้ชอบอะไรแบบนั้นมาตั้งแต่ไหนแต่ไร อากาศหนาวแบบนี้แค่ได้นั่งอุ่นๆ มองวิวข้างนอกจากในห้องนอนกับคนที่ตัวเองรักก็ดีแล้วไม่ใช่หรือไงกัน 

 

“แต่ของแบบนั้นจะไปทานกันเมื่อไหร่ก็ได้ เวลาแบบนี้ต่างหากที่ผมเพิ่งเคยได้มา” แบคฮยอนนั่งโยกตัวไปมาดูอารมณ์ดี สีหน้าสดชื่นของเขาพลอยทำให้คนที่อยู่ด้วยกันรู้สึกผ่อนคลายไปด้วย

 

“ที่จริงผมมีอะไรที่อยากขอพี่อีกนะครับ”

 

“ว่ามาสิ”

 

แบคฮยอนมองราวแขวนชุดสูททำงานที่อยู่มุมห้องก่อนจะหันกลับมากระดกเบียร์ลงคออีกครั้ง

 

“ผมยังไม่อยากกลับ”

 

“…”

 

“จะเป็นยังไงครับถ้าเราจะอยู่ที่นี่กันต่ออีกสักวัน” ใช่…เขากำลังชวนซีอีโอโดดงานเพียงเพราะแค่อยากจะใช้เวลาด้วยกันต่อ ถ้าผู้ใหญ่รู้เข้าว่าพวกเขาพากันเหลวไหลขนาดนี้คงไม่พ้นโดนดุแน่ แต่ถึงจะอย่างนั้นเขาก็ยอมแลกมันอยู่ดี แบคฮยอนไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าคนที่บ้านจะคิดยังไงที่อยู่ๆเขาก็หายไป ตั้งแต่มาที่นี่แบคฮยอนไม่ได้เปิดโทรศัพท์หรือติดต่อใครเลย

 

 

เขาคงเป็นเด็กดีให้ใครไม่ได้แล้ว

 

 

“เมาแล้วหรือเปล่า”

 

แบคฮยอนส่ายหน้า

 

“เพิ่งหมดไปกระป๋องเดียวเอง ผมแค่ดื่มเพราะอยากมอบความกล้าให้ตัวเอง ยังไม่เมาหรอก” ร่างสูงโคลงศีรษะเขาด้วยความเอ็นดู คนน่ารักนั่งกอดขาตัวเองไปพร้อมกับยิ้มมองวิวนอกระเบียง อากาศคงจะลดต่ำลงมากไอเย็นถึงได้เกาะจนกระจกเริ่มจับฝ้า

 

“อืม”

 

เสียงครางรับในลำคอของคนอายุมากกว่าดังขึ้นเหมือนกลัวเด็กข้างๆจะสนใจอย่างอื่นมากกว่าตัวเอง แบคฮยอนหันมาหาเขาทันทีโดยไม่ต้องสงสัย นัยน์ตาเล็กเป็นประกายใครเห็นก็คงอยากตามใจทั้งนั้น

 

“อู้งานสักวันจะเป็นไร”

 

“พี่พูดจริงเหรอครับ?” 

 

เพียงร่างสูงพยักหน้า 

 

แบคฮยอนก็โผตัวเข้าหาแล้วจุ๊บแก้มสากเป็นการขอบคุณทันที

 

“…” 

 

มารู้สึกตัวว่าได้เผลอทำอะไรลงไปก็ตอนที่ชานยอลมองเขาด้วยแววตาชวนหวั่นไหวนั่นแล้ว

 

“ขอโทษครับ ผมดีใจมากไปหน่อย” 

 

ร่างเล็กว่าอย่างเอียงอายก่อนจะรีบกระดกเบียร์แก้เขินหมดไปอีกกระป๋อง หารู้ไม่ว่าผิวแก้มแดงปลั่งของตัวเองในยามนี้ยิ่งน่ามอง ชานยอลแทบไม่ละสายตาไปทางอื่นซึ่งภาพทั้งหมดสะท้อนเงาให้เห็นอยู่ในประตูกระจก

 

แบคฮยอนเห็นมันหมดทุกอย่าง

 

“แต่ก็ขอบคุณนะครับ…” ร่างเล็กพูดเบาๆ หลุบตาลงมองปลายเท้าของตัวเองแล้วจมอยู่กับความรู้สึกมากมาย ในอกเขาวูบวาบ ท้องปั่นป่วนเหมือนมีผีเสื้อสักร้อยตัวอยู่ในนั้น 

 

 

เขาชอบความรู้สึกตอนนี้ 

 

โลกที่มีเพียงตัวเองและชานยอล

 

มันดีแบบที่ต่อให้ไม่มีบทสนทนาใดๆเกิดขึ้นเลยก็มีความสุขได้ เป็นความรู้สึกที่ทั้งปลอดภัยและวาบหวามชวนเขินไปพร้อมกัน 

 

 

“พี่…”

 

“หืม”

 

อยากลองดูอีกมั้ยครับ

 

“…”

 

“เราลองกันอีกดีมั้ย”

 

ชานยอลกดยิ้มก่อนกระดกเบียร์ลงคอรวดเดียวหมด ใบหน้าหล่อมองออกไปข้างนอกคล้ายไม่อยากมองหน้าซื่อๆของเด็กที่กำลังยั่วตาใสให้ตัวเองยิ่งทรมาน

 

“เจ็บมากไม่ใช่หรือไง”

 

“ไม่คิดว่าจะเจ็บขนาดนั้นเหมือนกัน” 

 

“งั้นก็ไม่ควรหาเรื่องให้ตัวเอง”

 

“แต่มาคิดดีๆแล้ว ผมเองก็อยากรู้ว่ามันจะเจ็บไปถึงแค่ไหน”

 

“…”

 

“พูดไปอย่างนั้นแหละครับ ไม่ได้อยากรู้มันจริงๆหรอก” แบคฮยอนยิ้มติดตลกเมื่อเห็นว่าร่างสูงชะงักไปจริงๆ ไม่ใช่แค่ชานยอลหรอกที่อึ้ง เขาเองก็อึ้งกับตัวเองเหมือนกันที่กล้าพูดได้ถึงขนาดนี้ 

 

“แค่คิดเล่นๆว่าถ้าทำเรื่องแบบนั้นจริงๆเราก็ไม่ใช่พี่น้องกันแล้ว ผมอยากรู้สึกว่าตัวเองไม่ใช่แค่น้องชาย”

 

“ก็ไม่ใช่มาตั้งแต่แรกแล้ว”

 

“ผมอยากเป็นของพี่”

 

“…”

 

แบคฮยอนว่าตัวเองกลายเป็นเด็กใจแตกแล้วจริงๆ เขากล้าพูดในสิ่งที่คิด กล้าบอกในสิ่งที่รู้สึกอย่างตรงไปตรงมาเหมือนลืมไปแล้วว่าตัวเองเคยเป็นเด็กเรียบร้อยมาก่อน

 

 

เพราะงั้นถึงบอกว่าเจ็บ ก็ไม่ต้องหยุดก็ได้…

 

 

 

 

 

 

CUT

(bio twitter)

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.069K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,385 ความคิดเห็น

  1. #10380 chanbaekjan (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2564 / 16:12
    เด้กดื้อ พอโดนน้ำเมาทีไรเปนแบบนี้ตลอดเลยนะ
    #10,380
    0
  2. #10333 Hollydecemx (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 มีนาคม 2564 / 16:19
    อกคนเป็นเเม่อย่างชุ้น ฮืออหนูลูกกเเซ่บมั่กก
    #10,333
    0
  3. #10330 Isabellbest (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 มีนาคม 2564 / 01:41
    โอ้โห่ หัวอกทีมมัมหมีก็คือถ้าน้องพูดขนาดนี้ก็ไม่มีทางหวงแล้วค่ะ น้องเตรียมพร้อมตั้งแต่หยิบเบียร์มาดื่มแล้วพี่เอ้ยยย น้องโตแล้วค่ะ เก่งมาก โอเคนัมเบอร์วัน!
    #10,330
    0
  4. #10221 Lowland (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 17:40
    กรี๊ดดดดดดดดีมากกกกก
    #10,221
    0
  5. #10193 Nan (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 มกราคม 2564 / 09:57

    ยัยน้องเป็นของตาพี่แล้ว

    กรี๊ดดดดด

    #10,193
    0
  6. #10187 YunewG (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 มกราคม 2564 / 22:32

    โอ้โหหหหหยัยน้องเล็ก หนูไม่เด็กแล้วจริงคับลูก ตายๆๆๆๆ แซ่บไม่เบา พี่ชานยอลหลงจนไม่รู้จะหลงยังไงแล้ว ขนาดก่อนหน้านี้ยังหึงหวงขนาดนั้น ต่อจากนี้ไม่ต้องพูดถึงเลยค่ะ ทั้งคนน้อง ทั้งคนพี่ กรี๊ดดด
    #10,187
    0
  7. #10072 ChungWila (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 10:48
    กรี้ดยัยน้อนนนนนนนนนนนนนนน น่ารักมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ชอบฉากสโนว์บอร์ดเอาเรื่องจริงมาแต่งกรี้ดดดดดดด ฟินไม่ไหวเด้อออออออ แต่อิพี่คือร้ายมากให้น้องนอนไม่ใส่กางเกงร้ายมากๆๆๆๆๆๆ
    #10,072
    0
  8. #10071 ChungWila (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 10:48
    กรี้ดยัยน้อนนนนนนนนนนนนนนน น่ารักมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ชอบฉากสโนว์บอร์ดเอาเรื่องจริงมาแต่งกรี้ดดดดดดด ฟินไม่ไหวเด้อออออออ แต่อิพี่คือร้ายมากให้น้องนอนไม่ใส่กางเกงร้ายมากๆๆๆๆๆๆ
    #10,071
    0
  9. #9941 dianeee (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 มกราคม 2564 / 14:00
    น้องเล็กหัวเร็วจังเลยน้าาา
    #9,941
    0
  10. #9903 sunny lin (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2563 / 19:35

    แซ่บจ้าาา

    #9,903
    0
  11. #9877 SSToNG (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2563 / 14:30
    พี่รองต้องสอนน้องสักหน่อยแล้ว ทั้งดื้อทั้งอ้อนน่าตีจริงๆๆ
    #9,877
    0
  12. #9800 FAHS♡ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2563 / 08:04
    คลั่งรักน้องหนักมากกกกกกกกกตาพี่
    #9,800
    0
  13. #9799 안시리민 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2563 / 01:56
    ดื้อตาใสจริงๆสงสารพี่รองจังเลยค่ะ ฮ่าๆๆๆๆ ทนไม่ไหวเเน่ๆ
    #9,799
    0
  14. #9535 adobecs3 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 / 19:57
    ละมุนตุ้นใจเจ๊บมาก พี่ตามใจน้องมากๆเลยอะ
    #9,535
    0
  15. #9523 ไพลอท (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 / 01:24
    ใจฟูมากตอนนี้ ชอบเวลาที่พี่รองกับน้องได้ใช้เวลาร่วมกันมากๆเลย ละมุนไปหมดเหมือนโลกนี้มีเพียงเราสองอ่ะ555 ทั้งเล่นสกี นั่งรถเมล์ด้วยกัน ไหนจะขี่หลังอีก ชอบมากเลยน่ารักกันมากกกกกก
    #9,523
    0
  16. #9055 แพะบยอน❤ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2563 / 03:44
    มั่ยหยุดดเดด หมายถึงน้องอะยั่วมั่ยหยุ่ดดดดดดดดดทุแงงงงงงง
    #9,055
    0
  17. #9018 somruethai1307 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2563 / 00:50
    ไม่หยุด จะร้องยังไงก็ห้ามหยุด 🤗🤗
    #9,018
    0
  18. #8825 iirny (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 กันยายน 2563 / 17:49
    ลูกเราโตแล้วววㅠㅠㅠㅠ
    #8,825
    0
  19. #8815 Zikdn_ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 กันยายน 2563 / 00:30
    ยัยน้องพูดคำนี่ออกมาได้ยังไงงงงงงง เด็กของเรามันโตแล้วจิงๆ ;-;
    #8,815
    0
  20. #8777 pbcy (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 กันยายน 2563 / 23:01
    ฮอตมากกกกกก คุณไรท์บรรยายดีมาก ชอบพี่รองที่ลุ่มหลงในตัวน้อง สารภาพรักแบบคนแมนๆ กรี้ดดดด
    #8,777
    0
  21. #8196 bozhanlukmae520 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2563 / 09:15
    อัพบ่อยนะคะรอคะ อยากอ่านมาก ติดเลย
    #8,196
    0
  22. #8158 AEIGN_ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 23:03
    กรี๊ดดดดดดด แรงมากกกกกกกกก
    #8,158
    0
  23. #7861 IamMAY947 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 / 23:48
    น้อนนนยั่ววว
    #7,861
    0
  24. #7856 pcy921 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 12:40
    แซ่บขั้นกว่า
    #7,856
    0
  25. #7823 PakKAd127 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 19:17
    แงงงงงงงงง
    #7,823
    0