HYUNG 형 | Chanbaek -END-

ตอนที่ 18 : CHAPTER 17 | ปล่อยใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,935
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,339 ครั้ง
    27 ก.ย. 63

 

 

 

 

17

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นานมาแล้วเคยสงสัย…

 

คนเราจะมีรักเดียวต่อกันไม่ได้เหรอ

 

เด็กหนุ่มวัยหัวเลี้ยวหัวต่อหรือที่ใครต่างก็เรียก ‘คุณชายรอง’ เกิดคำถามขึ้นในใจหลังจากแม่ของเขาเสียชีวิตได้หนึ่งปี พ่อก็พาผู้หญิงคนใหม่เข้าบ้าน

 

เป็นพยาบาลสาวหน้าตาธรรมดาๆ แถมยังมีลูกติดวัยขวบเศษมาอีกหนึ่งคน ท่านประธานปาร์คยืนยันกับเขาและพี่ชายว่าเด็กคนนั้นไม่ใช่ลูกแท้ๆ แต่จะรับดูแลในฐานะลูกชายคนที่สามของตระกูล

 

ลูกเลี้ยงคือคำต้องห้าม ประมุขของบ้านปลูกฝังลูกชายในสายเลือดทั้งสองมาตลอดว่าต้องรักน้องดั่งครอบครัวเดียวกัน ปาร์คยุนโฮทำมันได้ดี ขณะที่ปาร์คชานยอลผู้เริ่มโตเป็นหนุ่มกลับไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก

 

เขาไม่ชอบ

 

แม้ว่าแม่เลี้ยงคนใหม่จะอ่อนโยนหรือเจียมตัวแค่ไหนเขากลับไม่เคยพอใจให้เธอมาแทนที่ของแม่เลย เขาเกลียดแม้กระทั่งเด็กอ้วนตัวขาวที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ เกลียดที่พ่อเอาแต่หลงและให้ความรักทั้งที่ลูกชายตัวเองก็อยู่ด้วยถึงสองคน

 

ชานยอลสงสัยมาตลอดว่าเด็กที่รูปลักษณ์เหมือนก้อนเต้าหู้จืดๆนั่นมีอะไรดีทุกคนถึงต่างพากันเอ็นดู

 

จนเวลาผ่านไป นับวันเด็กคนนั้นยิ่งเติบใหญ่ก็ยิ่งช่างอ้อน พูดจาไพเราะ ทั้งว่านอนสอนง่ายและเป็นเด็กดี

 

ตอนน้องเจ็ดขวบ ชานยอลทั้งเล่นทั้งแกล้ง รังแกตามประสาเด็กผู้ชายทว่าน้องก็ยังเอาแต่ตามตูดเขาต้อยๆ โดนแกล้งก็หัวเราะ พอโดนหนักเข้าหน่อยก็ร้องไห้แต่ก็ยิ้มตาหยีได้ง่ายๆเพียงเพราะเขาลูบหัวแล้วบอกอย่าขี้แย ตบท้ายด้วยการซื้อขนมและของเล่นมาหลอกล่อ

 

มันเป็นแบบนั้นเสมอ ความสัมพันธ์ในแบบพี่น้องของพวกเขา

 

กระทั่งสิบสามปี อืม…เขาคิดว่าแบคฮยอนในวัยนั้นแสนน่าชัง จากเด็กอ้วนกลับกลายเป็นเด็กผู้ชายตัวบาง ผิวขาวจัดดูนุ่มนิ่มเพราะไม่ค่อยได้ออกไปไหน ใบหน้าหวานปากนิดจมูกหน่อยกับหางตาตกๆมักทำให้เพื่อนในห้องล้อจนต้องกลับมาฟ้องพี่ชายอยู่บ่อยๆ

 

ชานยอลรู้เลยว่าต่อไปน้องจะเติบโตงดงาม แม้เรียบร้อยอ่อนหวานแต่ก็มีมุมเข้มแข็ง แบคฮยอนเป็นเด็กมองโลกในแง่ดี เฉลียวฉลาด พูดจาฉะฉานและช่างต่อรองเหมือนผู้ใหญ่ ความคิดความอ่านออกจะแก่แดดเกินวัย แต่โชคดีที่มันเป็นแค่กับเขาไม่ใช่คนอื่น

 

 

“ผมไม่อยากให้พี่รองมีแฟน”

“พี่อยู่กับผมแบบนี้โดยที่ไม่มีแฟนไม่ได้เหรอครับ”

“ผมอยากจะอยู่กับพี่รองไปจนแก่เลย พี่ก็อย่ามีใครได้มั้ยครับ”

 

 

คนเป็นพี่รู้ทันทีว่าลูกเลี้ยงของพ่อที่เขาเคยเกลียด ได้เปลี่ยนมาเป็นคนสำคัญก็ตอนที่ได้ยินคำพูดไม่กี่คำของเด็กวัยเพียงเท่านั้นแล้วเก็บมาใส่ใจ แต่พอเริ่มยอมรับความรู้สึกกลับไม่มีอะไรง่าย เมื่อผู้ใหญ่รู้ว่าเขาคิดยังไงจากที่ควรจะเป็นแค่เรื่องของคนสองคนมันกลับบานปลายใหญ่โต

 

 

“บ้าไปแล้วเหรอปาร์คชานยอล นั่นน้องแกนะ”

วันนั้น เป็นวันที่เขาและพ่อทะเลาะกันรุนแรงที่สุด แบคฮยอนยังไม่กลับจากที่โรงเรียน ทุกคนในบ้านคงคิดไม่ต่างจากเขาสักเท่าไหร่ว่าเป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว น้องเด็กเกินกว่าจะมารับรู้ปัญหา

“แกกล้าคิดแบบนั้นได้ยังไง?!”

สีหน้าของพ่อดูผิดหวัง เขาเองก็ผิดหวังที่ความรู้สึกไม่ถูกยอมรับทั้งที่มันมาจากใจบริสุทธิ์ แค่อยากรักอยากปกป้อง ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่านั้นแต่ผู้ใหญ่กลับไม่ให้โอกาสแม้แต่จะรับฟัง

“ก็ไม่ใช่น้องแท้ๆสักหน่อย”

“เหลวไหล!”

“แบคฮยอนไม่ใช่น้องผม ต่อให้พ่อจะพูดยังไงก็หนีความจริงไม่ได้อยู่ดี ผมรั—”

เพี๊ยะ!!!

“ถ้าไม่อายตัวเอง ก็อายคนอื่นบ้าง” เสียงเข้มของประมุขในบ้านบอกกับลูกชายคนที่สองอย่างมีน้ำโห สีหน้าเดือดดาลคล้ายไม่อาจทนฟังในสิ่งที่เด็กหนุ่มหัวรั้นพยายามจะพูดออกมา ทั้งยังเผลอลงไม้ลงมือด้วยจนหลายคนที่อยู่ตรงนั้นพากันตกใจ

คุณชายรองหน้าหันไปตามแรงตบของผู้เป็นพ่อ หากแต่กลับแสยะยิ้มเยาะออกมาได้

“หึ พ่ออายุปูนนี้ยังไม่รู้จักอายที่พาผู้หญิงเด็กกว่าตัวเองไม่รู้กี่สิบปีเข้าบ้าน แล้วจะมาสอนผมให้อายคนอื่นเนี่ยนะครับ…”

“ไอ้เด็กหัวแข็ง—”

“อย่าค่ะท่าน!” พยาบาลประจำตัวที่ได้ชื่อว่าเป็นคุณผู้หญิงคนใหม่ของบ้านรีบเข้ามารั้งมือหยาบนั้นไว้ ไม่ให้ได้ทำร้ายลูกชายซ้ำเป็นหนที่สอง

“อย่าให้ฉันและทุกคนผิดหวังในตัวแกไปมากกว่านี้ชานยอล อย่าเอาอารมณ์ชั่ววูบของตัวเองมาทำให้น้องต้องสับสน กลับขึ้นห้องไปทบทวนตัวเองซะ แล้วเตรียมตัวไปอเมริกา”

“ว่าไงนะครับ”

“ฉันจะให้แกไปเรียนต่อที่แคลิฟอร์เนีย!”

 

 

คำประกาศิตของพ่อเป็นยิ่งกว่าเข็มที่ทิ่มแทงจิตใจ สุดท้ายผู้ใหญ่ก็ใช้คำว่าหวังดีมาคอยกีดกันไม่ให้เขาได้ใกล้ชิดน้อง นึกอยากจะบันดาลโทสะแสดงความไม่พอใจ ทว่าตอนนั้นทำได้เพียงยอมให้พี่ใหญ่และคุณนมพากลับห้องด้วยสมองที่ว่างเปล่า

 

อำนาจเงินทำให้เขาย้ายไปใช้ชีวิตอีกซีกโลกหนึ่งในเวลาไม่นาน ไม่แม้แต่จะได้ร่ำลาเด็กคนนั้น เขารู้เลยว่าต่อไปคงไม่ง่ายที่จะได้ใกล้ชิดน้องอีก แม้แต่ตอนที่กลับมาร่วมงานศพแม่เลี้ยงอยากเข้าไปกอดปลอบแทบตายก็ได้แต่ทำหมางเมินเพราะถูกจับตามอง 

 

ชีวิตที่แคลิฟอร์เนียเขาใช้มันอย่างสุดเหวี่ยง เรียนๆเล่นๆผลาญเงินพ่อไปวันๆเป็นการประชดประชัน ควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าเพื่อให้ทุกคนเข้าใจว่าเขาไม่ได้คิดอะไรแล้ว ความรู้สึกที่เคยเกิดขึ้นก็เพียงแค่อารมณ์ชั่ววูบอย่างที่ผู้ใหญ่ว่าไว้ เขาพยายามตัดใจ…

 

แม้ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ยังคงนึกถึงและเป็นห่วงก็ตาม

 

 

‘วันนี้คุณหนูมีสอบวิ่ง สถิติดีแต่เหมือนจะมีแผลที่หัวเข่าตอนหกล้มนิดหน่อย’

‘ได้เป็นตัวแทนแข่งมารยาทด้วยครับ มาสเตอร์ชมไม่ขาด’

‘วานเลนไทน์ได้ดอกไม้เยอะเหมือนทุกปี แต่ก็ยังไม่ค่อยออกไปไหนมาไหนกับเพื่อนๆ วันก่อนผมเห็นแอบไปนั่งเหม่อที่สวนหลังโรงเรียนอีกแล้ว เสาร์อาทิตย์ก็ไม่ยอมกลับบ้าน’

‘ใกล้วันจบภาคเรียนแล้ว คุณชายไม่คิดจะกลับโซลบ้างเลยหรือครับ’

 

 

ทุกๆวันเขามักจะรอคอยเรื่องเล่าจากคนที่จ้างวานให้คอยดูน้องอยู่ห่างๆ ว่าทำอะไรอยู่ไหน มีคนมารังแกหรือมีความสุขดีหรือไม่ ทุกคำบอกเล่าทำให้คนรอข่าวทั้งสุขและเศร้าแต่อย่างน้อยมันก็ทำให้คลายความคิดถึง แบคฮยอนทำให้เขาภูมิใจ ไม่ว่าจะอยู่ไหนก็มักจะเป็นที่รักของคนรอบข้างอยู่เสมอ

 

เพียงแต่เมื่อได้กลับมาพบเจออีกครั้งหนึ่ง เขาไม่สามารถแสดงออกได้ดั่งใจเพราะกลัวจะต้องแยกจากกันไกลเหมือนที่ผ่านๆมา…

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

 

 

ร่างเล็กสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาในตอนเช้ามืด เสื้อสูทตัวโคร่งที่คลุมอยู่บนกายกับเบาะนอนซึ่งถูกปรับเอนลงจนราบบอกให้รู้ว่าเขากำลังอยู่บนรถของใครสักคน

 

ดวงตาเรียวรีปรือมองไปยังเบาะข้างๆพบแต่ความว่างเปล่า ไร้เงาผู้เป็นเจ้าของ แบคฮยอนลุกขึ้นมานั่งพร้อมทั้งเคาะศีรษะหนักๆของตัวเองเพื่อเรียกสติ เขาไม่รู้ว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรและใครเป็นคนพามา จนกระทั่งหางตาเห็นร่างสูงใหญ่อยู่ตรงนอกกระจกรถใจที่เคยสับสนก็เปลี่ยนเป็นเต้นดังทันที

 

“…”

 

ร่างเล็กเลียริมฝีปากที่แห้งผากของตัวเอง ชานยอลกำลังนั่งกระดกเบียร์กระป๋องหนึ่งอยู่ตรงฝากระโปรงรถด้านนอกนั้น ใบหน้าหล่อหันมามองทางเขาคล้ายรู้จังหวะ

 

แบคฮยอนนั่งทบทวนความทรงจำอยู่พักหนึ่งแล้วจึงค่อยๆเปิดประตูลงรถไปหาอีกฝ่าย สภาพมึนๆเบลอๆเดินเข้ามาด้วยใบหน้าลูกหมาแสนเชื่องทำเอาผู้เป็นพี่ก้มหน้านิดๆ ลอบยิ้มเอ็นดูให้

 

ร่างสูงทำทีเป็นมองวิวบ้านเมืองที่เริ่มจะตื่นจากการหลับใหลซึ่งอยู่ไกลออกไป กระทั่งเด็กข้างๆเอามือมาดึงชายเสื้อของเขาเป็นการสะกิดเรียกนั่นแหละ ชานยอลจึงหยุดแกล้งทันที

 

“ตื่นแล้วเหรอ”

 

เสียงทุ้มเอ่ยถาม เพราะร่างเล็กเอาแต่ยืนก้มหน้าคางชิดอกเขาจึงดีดหน้าผากมนเบาๆเพื่อให้อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมา

 

“จำอะไรได้บ้าง”

 

น้องส่ายหน้า

 

“หึ…”

 

“จริงๆก็พอจำได้…”

 

แบคฮยอนทำให้เขามันเขี้ยว

 

“ผมทำเรื่องน่าอาย…” ถึงจะดื่มไม่บ่อยแต่ก็พอรู้นิสัยตัวเองตอนเมาประมาณหนึ่ง มันอาจจะก้ำกึ่งว่าจริงหรือฝันแต่เอาเข้าจริงแบคฮยอนก็พอจำได้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

 

“ใช่ นายอ้วกใส่พี่”

 

“ครับ?!”

 

แต่เรื่องนี้แบคฮยอนไม่เห็นจะจำได้

 

“ตอนสำคัญซะด้วย…”

 

“อะ ผมทำอย่างนั้นจริงๆเหรอ” ร่างเล็กหน้าซีดลงกว่าเดิม ได้ยินเสียงคนพี่พึมพำเมื่อกี้แล้วบอกไม่ถูกว่าควรจะรู้สึกดีหรือรู้สึกผิด เพราะความทรงจำของเขาเมื่อคืนมันก็มีถึงแค่ที่ให้อีกฝ่ายช่วยถอดกางเกงนี่…

 

บ้าจริง

 

“ผมดื่มเยอะไปหน่อยแล้วก็ควบคุมตัวเองไม่ได้ พอนึกขึ้นได้ว่าลืมเอางานกลับมาทำด้วยเลยกลับไปที่บริษัท ผมไม่คิดว่าจะเจอพี่ที่นั่น ผมไม่รู้ว่าตัวเองทำแบบนั้นได้ยังไง ผม…” ตอนที่เผลอพูดลิ้นพันกันจนฟังไม่รู้เรื่องแบคฮยอนได้สังเกตเห็นใบหน้าอิดโรยของร่างสูง

 

ถึงแม้จะยังไม่สว่างดีแต่เขาก็พอมองเห็นว่าสภาพชานยอลตอนนี้เป็นยังไง กระดุมเสื้อเชิ้ตที่ติดแบบลวกๆกับขอบตาดำคล้ำเหมือนไม่ได้พักผ่อนเห็นแล้วสะเทือนใจจนต้องถาม

 

“ตั้งแต่เมื่อวาน พี่ได้นอนบ้างหรือยัง?”

 

ชานยอลเลือกจิบเบียร์ด้วยท่าทางสบายๆมากกว่าตอบคำถาม เห็นแบบนั้นแบคฮยอนก็ได้แต่ส่ายหน้า แต่เพียงเพราะแค่‘ห่วง’ คำเดียวสั้นๆที่เด็กอย่างเขายอมวางความคลางแคลงใจทุกอย่างลงแล้วรีบไปหาน้ำดื่มในรถของพี่ทันที

 

ชานยอลมองตาม แบคฮยอนกำลังเอาน้ำราดลงบนผ้าเช็ดหน้าที่ไม่รู้ได้มาจากไหนก่อนยื่นมันมาให้เขา

 

“รับไปสิครับ”

 

“…”

 

ร่างเล็กจิ๊ปากคล้ายรู้สึกไม่ได้ดั่งใจเมื่อคนตัวโตเอาแต่ยืนมองเฉยๆ มือเรียวถือวิสาสะเอาผ้าชุบน้ำค่อยๆซับลงบนใบหน้าหล่อเสียเอง มันไม่ใช่ครั้งแรกที่แบคฮยอนทำแบบนี้ และเพราะรู้ชานยอลถึงได้คว้าข้อมือข้างนั้นไว้ด้วยสายตาที่จริงจัง

 

“นายเคยเกลียดสิ่งที่พี่ทำบ้างหรือเปล่า”

 

“ผม—”

 

“ที่หายไป เอาแต่พูดจาแย่ๆ แล้วก็ที่ทำคืนนั้น…”

 

“…”

 

“เรื่องผู้หญิงก็เหมือนกัน ไม่ว่าทั้งหมดนายจะคิดยังไงแต่พี่รู้สึกผิดกับมัน”

 

“ที่ผมพูดตอนนั้น”

 

ร่างสูงจ้องเข้ามาเหมือนกำลังรอฟังเขาพูดให้จบ

 

“ที่เคยบอกว่าไม่อยากให้พี่มีใคร”

 

“…”

 

“ผมพูดจริงๆนะครับ” แบคฮยอนมองมือของชานยอลที่กอบกุมมือของเขา “ถึงจะผ่านมานานแล้ว พี่อาจจะไม่ได้ใส่ใจคำพูดของเด็กในตอนนั้นด้วยซ้ำ แต่เชื่อไหมว่าผมจำมันได้ตลอดเลยแม้แต่ตอนนี้”

 

คนตัวเล็กน้ำตาคลอขึ้นมานิดหน่อย ไม่ได้เศร้า มันก็แค่เป็นความรู้สึกแบบเด็กที่ยังจดจำคำสัญญาที่เคยพูดไว้กับผู้ใหญ่ได้ แต่หลายปีหลังมานี้ก็เห็นว่าชานยอลควงใครต่อใครไปทั่ว เลยอดคิดบ่อยๆไม่ได้ว่าอาจจะมีแค่ตัวเองที่เพ้อเจ้อ

 

“แต่มันก็แค่คำพูดของเด็กใช่ไหมล่ะครับ พี่คงจำไม่ได้หรอก—”

 

ร่างเล็กปิดเปลือกตาลงพร้อมกับน้ำใสๆที่ซึมออกทางหางตาเมื่อชานยอลประกบปากลงมา มันไม่ใช่จูบรุนแรงแต่ก็ไม่ใช่ความอ่อนโยนทะนุถนอม มันเป็นจูบที่บอกถึงความอัดอั้นในใจมาตลอด ชายคนหนึ่งกับความรู้สึกเอ่อล้นเกินกว่าจะพูดออกไปได้หมดในเวลาเดียว ชานยอลบอกเขาผ่านรสจูบนี้

 

ร่างสูงเม้มดูดริมฝีปากของน้องอย่างลึกซึ้งและสื่อความหมาย ทุกครั้งที่เขากดริมฝีปากมันหนักแน่นคล้ายอยากบอกให้อีกคนรู้ว่ายังไม่เคยปันที่ว่างในใจให้ใคร

 

ใช่… มันเป็นแบบนั้นมาตลอดจริงๆ

 

แกร๊ง 

 

เสียงกระป๋องเบียร์เปล่ากระทบพื้นยามร่างสูงปล่อยมันลงก่อนที่จะดันตัวแบคฮยอนให้นอนแนบไปกับฝากระโปรงรถ เสียงครางดังผ่านลำคอระหงแวบหนึ่งหลังจากค้นพบว่าเท้าตัวเองเริ่มไม่แตะพื้น ชานยอลคร่อมทับตามลงไปและยังคงจูบร่างข้างใต้อย่างดูดดื่ม 

 

เขาจูบแบคฮยอนซ้ำๆแทนการขอโทษกับเรื่องแย่ๆที่ผ่านมา

 

จำได้…

 

ชานยอลถอนริมฝีปากก่อนบอกเสียงนุ่ม และก้มลงจูบเพื่อย้ำความรู้สึกอีกครั้ง

 

“ทุกอย่าง”

 

ดวงตาของร่างเล็กสั่นไหว เขามองลึกเข้าไปในตาของชานยอลพลางสัมผัสใบหน้าหล่อด้วยสองมือ ปลายนิ้วสวยเกลี่ยริมฝีปากสีซีดของอีกฝ่ายแผ่วเบา

 

“ชอบผมจริงเหรอครับ”

 

“อืม”

 

“ตั้งแต่เมื่อไหร่…”

 

“อาจจะตั้งแต่ที่นายบอกว่าอยากอยู่กับพี่ไปจนแก่”

 

แต่ตอนนั้นแบคฮยอนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกเขาไม่ได้เป็นอะไรกัน แค่พูดตามความรู้สึกของน้องที่หวงพี่ชาย ไม่ได้มีความรู้สึกลึกซึ้งอย่างอื่นเหมือนตอนนี้

 

“งั้นเหรอครับ ไม่ได้พูดเพราะจะแกล้งให้ผมสับสน—”

 

“เพราะมันจริงถึงได้อดทนมาตลอด”

 

อดทนกับตัวเอง อดทนกับคนอื่น

 

“…”

 

“เพราะชอบถึงเป็นแบบนี้ เชื่อความรู้สึกตัวเองเถอะ พี่ไม่ได้โกหกนาย”

 

“มันเป็นไปได้เหรอ เรื่องของเรา…”

 

“ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ในเมื่อเราไม่ได้เป็นอะไรกัน นายมันก็แค่คนอาศัย ไม่ใช่น้องจริงๆสักหน่อย” ถ้าเป็นเมื่อก่อนแบคฮยอนได้ยินคำพูดแบบนี้คงน้อยใจจนนอนหลับ สี่กว่าปีที่ผ่านมาเขาอยู่กับความเศร้าใจที่ไม่ใช่สายเลือดของพ่อ ทว่าตอนนี้มันกลับเป็นคำพูดที่ฟังแล้วรู้สึกดี มันน่าดีใจอย่างที่ชานยอลได้เคยว่าไว้จริงๆนั่นแหละ

 

“แล้วนายก็โตแล้ว”

 

ถ้างั้นเราลองไม่อดทนดูสักครั้งมั้ยครับ

 

ไม่รู้ว่าแบคฮยอนเอาความกล้ามาจากไหนถึงพูดมันออกไป แต่ว่าเขารู้สึกแบบนั้นจริงๆ เขาอยากลองดู

 

“แค่วันนี้ พรุ่งนี้ หรือแค่ตอนนี้ก็ยังดี…”

 

“ผมอยากแน่ใจว่าพี่ชอบผมอย่างที่พูดจริงๆ”

 

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

 

“เมื่อคืนรอนานหรือเปล่า”

 

“ขอโทษนะ เราเมามากจริงๆนายถึงต้องมาเสียเวลา”

 

“เซฮุนน่า…”

 

เสียงคุยโทรศัพท์ของแบคฮยอนยังคงดังไม่ขาด แม้จะพยายามปรับน้ำเสียงให้เบาลงเท่าไหร่คนที่กำลังบังคับพวงมาลัยรถไปตามถนนยังสามารถได้ยิน เขาไม่ได้ว่าอะไรน้อง ออกจะเอ็นดูท่าทางรู้สึกผิดแทนปลายสายด้วยซ้ำไป

 

“อย่าเอาแต่พูดว่าไม่เป็นไรสิ เรารู้สึกผิดจะแย่แล้ว”

 

“อะ… ง งั้นเหรอ”

 

“โอเคก็โอเค ถ้างั้นพักผ่อนต่อนะ ไม่กวนแล้ว”

 

“ครับ ไว้เจอกัน” เสียงเจื้อยแจ้วสงบลงเมื่อร่างเล็กกดวางสาย ร่างสูงชำเลืองมองอีกฝ่ายหลังจากรับรู้ได้ว่าตัวเองกำลังถูกน้องจ้องมอง

 

“อะไรครับ”

 

“เซฮุนบอกว่ามีข้อความจากผมส่งไปบอกให้กลับโดยไม่ต้องรอ”

 

“อ่อ…”

 

“ฝีมือพี่เหรอครับ?”

 

คนถูกถามไหวไหล่โดยไม่ได้ตอบยอมรับหรือปฏิเสธ แต่แค่นั้นก็ทำเอาเด็กที่นั่งจ้องหน้าอยู่ข้างๆไปต่อไม่ถูกแล้ว แบคฮยอนขมุบขมิบปากพึมพำอะไรสักอย่าง ขณะที่ชานยอลนึกย้อนไปถึงเมื่อคืนแล้วอยากจะขำแต่ก็ขำไม่ออก

 

แบคฮยอนเล่นงานเขาด้วยการยั่วยวนตาใส หลอกล่อให้ตายใจ จุดอารมณ์ให้ขึ้นไปสูงสุดก่อนจะดับความหวังด้วยการอ้วกใส่ก่อนจะหลับไปทั้งอย่างนั้น

 

นึกแล้วชายหนุ่มก็ได้แต่หลับตาถอนหายใจ ผ่านคู่นอนมาไม่รู้เท่าไหร่แต่แบคฮยอนคือคนแรกที่ทำกับเขาอย่างนี้ แต่ก็ยังโชคดีที่พอมีเสื้อผ้าสำรองติดรถไว้ไม่อย่างนั้นคงได้พาน้องกลับบ้านมากกว่าจะมาเถลไถลอยู่ข้างนอกแบบนี้แน่

 

“ว่าแต่เราจะไปไหนกัน”

 

แต่เป็นแบบนี้อาจจะดีเหมือนกัน เขาเองก็ไม่ได้อยากมีความสุขฝ่ายเดียว ทุกอย่างควรจะพร้อมกว่านี้ไม่ว่าจะเป็นตัวแบคฮยอนหรือสิ่งจำเป็นอื่นๆ เขาไม่อยากทำให้น้องต้องเจ็บ

 

“นั่นสิ”

 

“อ่าว แต่นี่เราเริ่มออกนอกเมืองแล้วนะครับ”

 

“อืม นายอยากไปไหนหรือเปล่า”

 

“ผมไปไหนก็ได้” คนตัวเล็กส่ายหน้าก่อนตอบอย่างซื่อตรงต่อความรู้สึกตัวเอง “ขอแค่มีพี่ผมไปได้หมดเลย”

 

ชานยอลฟังแล้วเอื้อมมือมาลูบศีรษะทุยของเด็กดีเป็นการให้รางวัล เขาเล่นผมของน้องมาตลอดทางที่ขับรถออกนอกเขตโซลเรื่อยๆ

 

ป้าย‘จังหวัดคังวอนโด’ผ่านตาไปพร้อมกับที่รถเริ่มวิ่งเข้าสู่เขตเทือกเขาอีกครั้ง ดวงอาทิตย์ของเช้าวันใหม่เริ่มฉายแสงสว่างทั่วทั้งฟ้าแล้วแต่อากาศก็ยังเย็นลงกว่าในเมืองอยู่ประมาณหนึ่ง

 

 

 

 

“บ้านใครเหรอครับ”

 

แบคฮยอนถามตอนที่รถสปอร์ตหรูหยุดจอดที่บ้านพักชั้นเดียวหลังหนึ่ง ตัวบ้านทำมาจากไม้ซุงและมีปล่องไฟบนหลังคาที่ทำจากหิน รอบๆบ้านมีต้นโอ๊กที่ถูกหิมะปกคลุม ถึงจะหลังเล็กหน่อยแต่ก็น่าอยู่ดี

 

“เข้าไปข้างในกัน”

 

ร่างสูงไม่ได้ตอบในทันทีแต่เลือกพยักหน้าให้แบคฮยอนตามลงไป ไอเย็นด้านนอกทำให้รู้สึกหนาวจนร่างเล็กต้องเดินห่อไหล่กอดตัวเองตามหลังคนตัวโต ชานยอลไขกุญแจเข้าบ้านดูคุ้นเคยจนแบคฮยอนอดสงสัยไม่ได้ว่าบ้านหลังนี้เป็นของใครกัน

 

“เราไม่ได้กำลังบุกรุกบ้านคนอื่นอยู่ใช่ไหม”

 

“เปล่า บ้านพี่เอง เข้ามาสิ”

 

ร่างเล็กเลิกคิ้วเมื่อได้ยินแบบนั้น เขารู้ว่าคังวอนโดขึ้นชื่อเรื่องรีสอร์ทสกี ตอนที่นั่งรถมาด้วยกันชานยอลยังบอกอยู่เลยว่าจะพาเขาไปเล่น คุณชายรองชอบทำกิจกรรมแต่แบคฮยอนก็เพิ่งรู้ว่าชอบถึงขั้นมีบ้านพักอยู่แถบนี้ด้วย

 

ร่างสูงหายไปทางห้องครัว ส่วนแบคฮยอนเดินสำรวจเล่นรอบบ้าน ดูจากข้าวของที่ถูกจัดวางเป็นระเบียบเรียบร้อยคงไม่ค่อยมีคนอยู่ แต่บ้านก็ไม่ได้เสื่อมโทรมเลยราวกับมีคนคอยดูแลตลอด

 

“ตอนที่บอกว่าเป็นบ้านของตัวเอง ได้ปรึกษาเค้าหรือยังครับ” แบคฮยอนเอ่ยขึ้นเมื่อสายตาพลันเห็นกรอบรูปถ่ายของคนที่คาดว่าจะเป็นเจ้าของบ้านที่แท้จริงวางอยู่บนหลังทีวี

 

ได้ยินเสียงฝีเท้าอีกคนใกล้เข้ามา

 

“พี่โกหกผม …” พอจะคว้ากรอบรูปนั้นมาดู จู่ๆคนตัวสูงก็เข้ามาสวมกอดเขาไว้จากด้านหลังทั้งยังถือวิสาสะคว่ำกรอบรูปถ่ายลงบนหลังทีวีอย่างเอาแต่ใจ

 

“อะไรกันครับ นั่นรูปเจ้าของบ้านไม่ใช่เหรอ” ร่างเล็กในอ้อมกอดเย้าด้วยรอยยิ้มหมั่นไส้ คนตัวใหญ่จึงกระชับกอดแน่นขึ้นก่อนจะกดจมูกลงที่หัวของเขา

 

“รูปใครก็ช่าง แต่วันหยุดนี้เราจะอยู่ที่นี่”

 

“แล้วเราจะมาทำอะไรกันที่บ้านคนอื่น”

 

“ทำทุกอย่างที่อยากทำไง” เสียงทุ้มกระซิบบอกชิดหู แบคฮยอนก้มหน้าหลบอย่างเอียงอายทว่าอีกคนก็เอาแต่คลอเคลียไม่ห่าง ริมฝีปากนั้นเอาแต่ปัดผ่านลำคอและพวงแก้มของเขาเหมือนหลงใหล ปลายจมูกโด่งหายใจรินรดชวนให้อ่อนระทวย

 

“จะว่าไป…”

 

“หืม”

 

“ในรูปถ่ายทำไมดูเหมือนมาสเตอร์ที่โรงเรียนผมเลยล่ะ” แบคฮยอนหันมาขมวดคิ้วถามคนด้านหลัง ผู้ชายในชุดครุยที่อยู่ในรูปเมื่อกี้หน้าคล้ายคุณครูของเขาเลย ไม่แน่ใจว่าชานยอลรู้หรือเปล่า

 

“หมอนั่นน่ะเหรอ ผู้จัดการสาขาคังวอนโด”

 

“เหรอครับ”

 

ชานยอลแสร้งทำหน้าตายยืนยันทั้งที่น้องเข้าใจถูกแล้ว ก่อนจะมาเป็นผู้จัดการปาร์คกรุ๊ปสาขาคังวอนโด หมอนั่นเคยเป็นครูสอนที่โรงเรียนประจำของแบคฮยอนมาก่อน แถมยังเป็นแหล่งข่าวชั้นดี บ้านสวยหลังนี้หมอนั่นก็ยกให้เจ้านายอย่างเขาได้มาพักเมื่ออยากมาออกทริปเล่นสกี ส่วนตัวเองก็อาศัยที่พักของบริษัท

 

“ยังสงสัยอะไรอีกไหมครับ”

 

“เปล่าครับ…”

 

“วางใจเถอะ อยู่ที่นี่ จะไม่มีใครมารบกวนเราสองคน”

 

ใจดวงน้อยพองโตเพียงแค่ได้ยินคำว่าเราสองคน เขาปล่อยให้ชานยอลโอบกอดและซุกไซ้โดยที่ไม่คิดจะขัดขืน ใจของเขากำลังเป็นสุขแบบที่ไม่ได้สัมผัสมานานหลายปี

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

 

ตอนสายๆทั้งคู่พากันออกมาหาซื้อวัตถุดิบไปทำอาหารและของใช้จำเป็นอื่นๆที่ซุปเปอร์มาเก็ต

 

คนหนึ่งเข็นรถเข็นตามหลังอีกคนที่ดูจะสนุกกับการเลือกซื้อของ มองเผินๆก็เหมือนคู่สามีภรรยาที่มาหาซื้อของเข้าบ้านในวันหยุดอยู่เหมือนกัน แบคฮยอนมักจะเลือกหยิบขนมนมเนยใส่รถมากกว่าอย่างอื่น ขณะที่ชานยอลมองหาแต่เนื้อ เส้นพาสต้า ผักและอะไรที่ทำให้อิ่มท้องจริงจัง หรือจำพวกของใช้ส่วนตัวอย่างแปรงฟัน ยาสีฟัน ไปจนถึง…

 

“อ๊ะ…”

 

ร่างเล็กหันมาทำหน้ามุ่ยเมื่อคนตัวสูงแกล้งเอารถเข็นมาชนตูดเขาอีกแล้ว ก่อนหน้านี้อยากได้อะไรก็ไม่บอกกันดีๆ ชอบเหลือเกินกับการแกล้งเอารถเข็นมาสะกิดเรียกกัน

 

“จะรีบเดินไปไหนครับ”

 

“ไปดูอย่างอื่นไงครับ ตรงนี้ไม่มีอะไรที่—” ร่างเล็กเม้มปากเมื่อเห็นว่าชานยอลกำลังหันไปหยิบกล่องถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นใส่ลงในรถเข็น

 

เขาทำตาปริบๆเหมือนไปไม่เป็น ทว่าคนที่เพิ่งหยิบของพวกนี้มาใส่กลับไม่มีท่าทีเคอะเขินหรือกระดากอาย ชานยอลมองหน้าเขาเหมือนเพิ่งหยิบกล่องหมากฝรั่งยังไงยังงั้น

 

เผื่อต้องใช้

 

ซ้ำยังพูดออกมาได้หน้าตาเฉย

 

“ช ใช้กับใครครับ”

 

แบคฮยอนพูดติดๆขัดๆ รู้สึกเขินจนเกือบจะมองหน้าอีกคนไม่ติดแต่รายนั้นก็ไม่ยอมหยุดทำให้คนอื่นต้องอับอาย ร่างสูงแกล้งยืนเอามือเท้าคางกับรถเข็น และทำหน้าตาเจ้าเล่ห์พลางขยับปากพูดเบาๆ

 

 

“ใช้กับหนูไง”

 

 

 

ให้ตาย…

 

 

 

แบคฮยอนหน้าแดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิด รีบหันหลังให้แล้วเดินหนีออกมาก่อนที่จะกลายเป็นเป้านิ่งให้อีกฝ่ายแกล้งไปมากกว่านั้น

 

ชานยอลส่งเสียงหัวเราะเบาๆไล่หลังพลางเข็นรถเข็นตามไป เห็นน้องหยุดอีกครั้งที่โซนเครื่องดื่มก็แอบยกยิ้มเอ็นดู ท่าทางลังเลเหมือนอยากจะหยิบแต่ก็ไม่กล้าทำให้เขาเป็นฝ่ายต้องเอ่ยปาก

 

“หยิบแพ็คเล็กก็พอครับ”

 

คล้ายได้ยินคำอนุญาต ร่างเล็กยิ้มร่ารีบเขย่งเท้าหยิบเบียร์แพ็คหกกระป๋องจากเชลฟ์ลงมาใส่รถเข็นทันที

 

“อนุญาตให้ดื่มแค่ตอนที่มีพี่ กับคนอื่นห้ามเด็ดขาด”

 

ร่างสูงว่าอย่างนั้นก่อนจะเข็นรถเดินต่อไป เขาคงไม่รู้ว่าคำพูดของตัวเองได้ทำให้เด็กคนหนึ่งอมยิ้มมีความสุข

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“พลิกเนื้อได้แล้วครับ”

 

“ผมว่ามันยังดิบอยู่เลยนะ”

 

“มีเดียมแรร์กำลังอร่อย”

 

ซี่!~

 

เสียงย่างเนื้อกับกลิ่นหอมๆลอยตลบอบอวลไปทั่วทั้งบ้าน เช่นเดียวกับเสียงพูดคุยของคนสองคน โปรแกรมวันนี้ของพวกเขาไม่ได้มีอะไรมาก ทั้งคู่ตกลงกันว่าจะใช้เวลาทำของอร่อยทานกันและดูหนังสักเรื่องโดยไม่ออกไปไหน ส่วนกิจกรรมอย่างอื่นค่อยว่ากันพรุ่งนี้

 

สเต็กเนื้อสำหรับสองที่ซึ่งมีเครื่องเคียงเป็นมันบดและสลัดผักถูกวางลงบนโต๊ะอาหารในห้องครัว ทั้งคู่นั่งทานกันเงียบๆ นอกจากจะช่วยกันทำแล้วก็ยังช่วยกันเก็บกวาดโดยไม่เกี่ยงงอน มันค่อนข้างจะเรียบง่ายแต่ก็อบอุ่นในแบบที่ทั้งคู่ต้องการ

 

เดี๋ยวอาบน้ำด้วยกันมั้ยครับ

 

“ครับ?!”

 

เป็นอีกครั้งที่คำพูดของชานยอลทำให้แบคฮยอนอยากแทรกหายไปกับอากาศ เขาแทบจะปล่อยจานที่กำลังใช้ผ้าเช็ดอยู่หลุดมือตอนที่ได้ยิน

 

“ทำไมพี่ชอบพูดเรื่องหน้าไม่อายเหมือนคุยเรื่องดินฟ้าอากาศนะ…” ร่างเล็กพึมพำด้วยใบหน้าที่ร้อนผ่าว เสียงก๊อกน้ำเงียบลงแล้วพร้อมกับจานใบสุดท้ายที่ร่างสูงล้างเสร็จและเพิ่งวางลงบนโต๊ะตรงหน้าแบคฮยอน

 

ชานยอลกำลังยืนซ้อนด้านหลังของเขา

 

“ลองดูมั้ย”

 

“ล ลองอะไรล่ะครับ ผมอาบน้ำนานพี่ไปอาบก่อนเลย” ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆดังชิดเข้ามาแล้วยิ่งทำตัวไม่ถูก คนน่ารักได้แค่ก้มหน้าก้มตาเช็ดจานชามจนขึ้นเงา มือสั่นไปหมดตอนที่คนด้านหลังกดริมฝีปากลงมาที่หลังคอก่อนผละจากอย่างอ้อยอิ่ง

 

แบคฮยอนพ่นลมหายใจโล่งอกตอนที่อีกคนเดินออกไปแล้ว บรรยากาศเมื่อกี้ค่อนข้างกระอักกระอ่วน แต่ใช่ว่าเขาจะอ่อนต่อโลกจนไม่รู้ว่าคนมีใจต่อกันอยู่ด้วยกันตามลำพังสองคนมักจะลงเอยยังไง พวกเขาเคยถึงเนื้อถึงตัวกันมาแล้วหลายครั้ง และสายตาชานยอลก็ไม่ได้ปิดบังว่าต้องการ

 

แต่ก็นั่นแหละ เขาไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน

 

เขาคงไม่สามารถตอบสนองเรื่องอย่างว่าให้อีกคนเหมือนใครได้ แบคฮยอนคิดอย่างนั้น

 

 

แต่พอถึงเวลาอาบน้ำ เขากลับใช้เวลาทำความสะอาดตัวเองนานกว่าปกติ แบคฮยอนไม่รู้ว่าทำบ้าอะไรอยู่ เขาไม่ใช่ประเภทหมกมุ่นกับเรื่องอย่างว่าแน่ๆแต่สมองกลับความจำดี สามารถจดจำวิธีเตรียมความพร้อมก่อนมีเพศสัมพันธ์ที่เคยได้ฟังมาจากเพื่อนๆได้

 

 

แต่ดูเหมือนจะใช้เวลามากเกินไป เพราะพอผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ออกจากห้องน้ำก็พบว่าชานยอลกำลังนอนหลับอยู่ตรงโซฟาปลายเตียง

 

 

แบคฮยอนค่อยๆย่องเข้าไปมองคนนอนหลับใกล้ๆ ท่าทางอีกฝ่ายคงจะเหนื่อยน่าดูเพราะไม่ได้พักผ่อนเลย ชานยอลหลับทั้งที่ยังถือรีโมททีวีคาไว้ในมือ ผมยังไม่แห้งสนิทดี แบคฮยอนเอื้อมมือหมายจะปัดผมที่ปรกใบหน้าหล่อทว่าอีกคนกลับตื่นขึ้นมา

 

“อ… ถ้าตื่นแล้วก็ลุกเถอะครับ เดี๋ยวผมเป่าผมให้”

 

แบคฮยอนรีบพูด เขาเลี่ยงสายตาคมกริบด้วยการลุกออกไปหาไดร์เป่าผมที่คุ้นๆว่าเพิ่งเจอเมื่อเช้า หยิบเอามันมาต่อปลั๊กก่อนจะเขยิบเข้าไปหาคนที่กำลังลุกขึ้นนั่ง

 

“ก้มหน้าลงหน่อยสิครับ…”

 

ชานยอลยอมทำตาม แต่ก้มหน้านิ่งได้ไม่นานก็ถือวิสาสะพิงหน้าผากกับหน้าท้องของน้องอย่างออดอ้อนเอาแต่ใจ

 

เสียงไดร์เป่าผมกับช่องเบสบอลในจอทีวีที่ถูกเปิดทิ้งไว้ดังเคล้ากัน บรรยากาศทำให้นึกถึงตอนอยู่ปูซาน ต่างกันก็แค่ตอนนั้นชานยอลได้แต่ทำทีเล่นทีจริงฉวยโอกาสน้องเพราะต้องยับยั้งตัวเอง

 

…”

 

แต่ตอนนี้คงไม่จำเป็นต้องทำมันแล้วใช่ไหม? เขากำลังถามร่างกายของแบคฮยอนด้วยการกดจมูกลงที่หน้าท้องนุ่มนิ่ม สูดกลิ่นหอมสะอาดนั้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป

 

คนน่ารักก้มลงมองศีรษะของคนตัวโตที่เอาแต่คลอเคลียท้องเขาไม่ห่าง ใจหนึ่งคิดอยากจะห้าม ทว่าก็เขินเกินกว่าจะพูดอะไร

 

ยามที่ใบหน้าหล่อซุกเข้ามาใต้เสื้อยืดตัวโคร่งของเขา เสียงไดร์เป่าผมเงียบลงทันที แบคฮยอนค่อยๆวางมันลงก่อนเปลี่ยนมาประคองศีรษะของผู้เป็นพี่ที่ยังขยุกขยิกอยู่ใต้เสื้อ

 

ภาพที่เห็นทำเอาเขินแทบทนมองไม่ได้

 

อ๊ะ…”

 

เผลอปลดปล่อยเสียงน่าอายออกไปตอนที่ปลายลิ้นร้อนตวัดเลียรอบสะดือแล้วเอาแต่กดย้ำๆ แบคฮยอนหลับตาแน่น พยายามไม่ให้เสียงตัวเองเล็ดลอดออกมาอีก

 

“ที่บอกว่าไม่ต้องอดทนแล้ว กับเรื่องนี้…ก็ด้วยใช่ไหม”

 

เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยถามยามที่มือเกี่ยวขอบกางเกงเอวยืดของแบคฮยอน

 

“จะร้องไห้เหมือนคืนนั้นหรือเปล่า”

 

เป็นคำถามที่น่าสงสารและน่าเอ็นดูในเวลาเดียวกัน ดูท่าว่าชานยอลจะจำฝังใจกับเรื่องที่ทำเขานอนร้องไห้คืนนั้น ความจริงมันน่าอายเกินกว่าจะพูดด้วยซ้ำ แต่เพราะอีกฝ่ายกำลังรอแบคฮยอนจึงจำต้องอ้อมแอ้มตอบโดยไม่สบตาว่า

 

 

“ผมไม่ได้ขี้แยขนาดนั้นซักหน่อย…”

 

 

ราวกับประโยคอนุญาตกลายๆ

 

ชานยอลกดยิ้ม

 

ริมฝีปากอิ่มจุ๊บหน้าท้องของน้องก่อนที่กางเกงขาสั้นของแบคฮยอนจะถูกรั้งลงไปกองที่ข้อเท้า

 

 

“งั้นก็มานั่งนี่มา”

 

 

บอสหนุ่มตบหน้าตักตัวเอง

 

 

เรียกร่างเล็กที่กำลังยืนเขินเหมือนตัวจะระเบิดให้เข้ามาหา แบคฮยอนก้มหน้าไม่ยอมสบตา ร่างกายขยับเข้าไปนั่งทับตักของชานยอลในสภาพท่อนล่างเหลือเพียงกางเกงในตัวเดียว

 

 

“นั่งคร่อมสิครับ แบบนี้ไม่ถนัด”

 

 

 

 

 

CUT

 

 

 

(ตามหาเนื้อหาที่หายไปที่ Bio twt @Innungning)

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.339K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,385 ความคิดเห็น

  1. #10378 chanbaekjan (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2564 / 17:40

    ดรี้ดดดดดดดดดดดด -$%_:€;;€;££;,
    #10,378
    0
  2. #10329 Isabellbest (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 มีนาคม 2564 / 00:43
    ถึงว่าล่ะ มันต้องมีเรื่องอะไรที่ทำให้เปลี่ยนไป ตอนนี้เข้าใจแล้ว เพราะว่าโดนกีดกันและบังคับใจนี่เอง กี๊ดดดดดเอาอีกค่ะ เอาอีกกก
    #10,329
    0
  3. #10273 HoneyB'c (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 / 18:19
    กรี้ดดดดดดดดด
    #10,273
    0
  4. #10191 nan (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 มกราคม 2564 / 09:19

    หืดหาดมากแม่

    แต่สงสารตาพี่เหมือนกัน

    #10,191
    0
  5. #10186 YunewG (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 มกราคม 2564 / 20:48

    กรี๊ดดดดดดดด
    #10,186
    0
  6. #10060 ChungWila (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 23:56
    อุดปากกรี้ดดดดดดดดด จากตอนแรกที่เกลียดพระเอกสงสัยในการกระทำมาตอนนี้พอเริ่มจะเข้าใจในการกระทำของพี่มันบ้างแล้ว สงสารมากๆพอให้อภัยๆ
    #10,060
    0
  7. #9940 dianeee (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 มกราคม 2564 / 07:42
    หืดดดดหาดดดใจจจยัยน้องเร้กกกกกกก
    #9,940
    0
  8. #9798 안시리민 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2563 / 01:32
    หืดหาดมากเลยคนทางนี้ ฉันยังอยู่ใช่ไหม
    #9,798
    0
  9. #9758 ppxbbh (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2563 / 20:18
    พ้มจาตายแน้ววววววกี้ดวดวกววกวดวดวกยกยก
    #9,758
    0
  10. #9653 Jennysupat18 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2563 / 10:50
    ขอทิชชู่ค่ะะดดดดดีนเเเำม้ำกมแล้สไมืไหวแบ้วววว
    #9,653
    0
  11. #9521 ไพลอท (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 / 00:49
    บทนี้แบบฮื่อ ทำให้รู้เลยอ่ะว่าพี่รองผ่านอะไรมาเยอะมาก พี่คงรอน้องมานานแล้วจริงๆ แอบสงสารแต่ตอนนี้ปล่อยตัวปล่อยใจให้ไหลไปตามความรู้สึกของคนสองคนเลยโน้ะ ลองทำตามใจตัวเองสักครั้ง ;-;
    #9,521
    0
  12. #9520 ไพลอท (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 / 00:46
    น้อนนน พี่รองอย่าทำน้องช้ำนะ!! ไม่งั้นแม่ๆคนนี้ตีแน่
    #9,520
    0
  13. #9054 แพะบยอน❤ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2563 / 03:11
    (;´༎ຶٹ༎ຶ`)อัยต้าวน้องขี้ยั่วอ่าาาาาา
    #9,054
    0
  14. #8814 Zikdn_ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 กันยายน 2563 / 00:10
    ขอบคุณพี่ชานยอลที่อ่อนโยนไม่บังคับน้องค่ะ -///-
    #8,814
    0
  15. #8623 kunpariya_1997 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 08:12
    ยัยหนูลูก พี่รอง~~~~ เขินมาก-////-
    #8,623
    0
  16. #8609 iirny (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2563 / 20:04
    น้อง -////-
    #8,609
    0
  17. #8576 Chi_Yeol (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2563 / 01:43
    ไม่ไหวแน้ววว ใครไหวไปก่อนเลย

    -/////-
    #8,576
    0
  18. #8122 mintmint61 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2563 / 04:22
    ยัยน้องงง
    #8,122
    0
  19. #7855 pcy921 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 12:13
    อหหหหหน้องทำไมยั่วเยแบบนี้รูกกกก
    #7,855
    0
  20. #7576 yellowbae (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 / 23:34
    อื้อหื้อออออออ นัยน้องขี้อ้อนกับคนพี่ตามใจน้อง!!!!!!!
    #7,576
    0
  21. #7503 totwo.22 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 13:52
    ไม้เรียวมีไหนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
    #7,503
    0
  22. #7418 elrw (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 01:17

    ยาดมโหน่ยยยยยยย
    #7,418
    0
  23. #7400 Porliew (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 00:40
    รู้กหนูเสียตัวแล้ววว ฮิ้วววววววววววววว
    #7,400
    0
  24. #7377 Chocco (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 00:12
    เป็นตอนที่อ่านละเขินมากกกกก ไม่สามารถอ่านรวดเดียวได้ ต้องมีจังหวะที่วางโทสับละมาสูดหายใจก่อน ฮื่อออ แต่แบบ อีกนิดเดียวว น่าจะอึ้บกันซ่ะให้แล้วๆไป กรี๊ดดูดดดด
    #7,377
    0
  25. #7298 bbhwrp (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 20:47
    กรี๊ดดดดไม่ไหววววววว
    #7,298
    0