HYUNG 형 | Chanbaek -END-

ตอนที่ 17 : CHAPTER 16 | เรื่องความรัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,468
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,213 ครั้ง
    27 ก.ย. 63

 

 

 

 

 

 

16

 

 

 

 

 

 

 

 

ตั้งแต่วันนั้นความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องก็ไม่เหมือนเดิม สองวันแรกนับจากที่ชานยอลก้าวออกจากห้องนอนของแบคฮยอนไป ทั้งคู่ไม่ได้พบกันอีกเลย

 

คงเป็นโชคดีที่ตรงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ แบคฮยอนใช้เวลาทั้งหมดอยู่กับตัวเองโดยไม่ออกไปไหน ไม่ยอมแม้แต่จะลงไปทานข้าวที่ห้องอาหารเพราะกลัวจะต้องเผชิญหน้ากับชานยอลโดยอ้างกับทุกคนว่ารู้สึกไม่สบาย

 

ปาร์คยุนโฮไม่ได้กลับบ้านตลอดสองวันนั้น ซึ่งนั่นเป็นอีกข้อที่ทำให้คนตัวเล็กรู้สึกโล่งใจ ไม่ต้องมาคอยคิดหาเหตุผลร้อยพันเพื่ออ้างใคร เพราะเท่าที่เป็นอยู่มันก็หนักหนาเกินพอ

 

พอเข้าสู่สัปดาห์ทำงาน ไม่ว่าใจจะยังไม่พร้อมแค่ไหนแบคฮยอนก็ยังต้องไป แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้มีเขาฝ่ายเดียวที่อยากจะหนีหน้า วันจันทร์…ปาร์คชานยอลไม่เข้าบริษัทด้วยเหตุผลต้องไปตรวจโชว์รูมรถสาขาต่างจังหวัดทั้งที่ไม่มีในตารางงาน วันอังคารเข้าโรงงานเพื่อดูความเรียบร้อยของรถที่ต้องใช้ถ่ายทำโฆษณา พอวันพุธก็ลงไปดูสถานที่อีก

 

แบคฮยอนไม่พบหน้าอีกฝ่ายมาห้าวันแล้ว ได้แค่มองป้ายตำแหน่งที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกหลากหลาย ห้องทำงานใหญ่ที่มีเพียงเขาคนเดียวมันทั้งเงียบเหงาและน่าใจหาย แต่พอคิดถึงเหตุการณ์ในคืนนั้นทีไรแบคฮยอนว่าเป็นแบบนี้อาจจะดีเหมือนกัน

 

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

 

 

“บอสจะเข้าโรงงานตอนนี้เลยเหรอคะ”

 

เสียงคุยและฝีเท้าที่ดังแว่วมาจากหน้าห้องทำให้ร่างเล็กที่กำลังยืนรวบแฟ้มเอกสารหยุดชะงัก ตอนแรกเขาตั้งใจจะหอบเอางานที่ทำเสร็จหมดแล้วออกไปส่งคิมดาซม แต่เพราะประตูห้องถูกผลักเข้ามาก่อนจึงได้แต่ยืนนิ่งอยู่กับที่

 

ร่างสูงสง่าในชุดสูทเนื้อดีที่เดินนำเลขาสาวเข้ามาในห้องทำงานทำแบคฮยอนลมหายใจสะดุด แม้อีกฝ่ายจะไม่ได้หันมามองกันแม้แต่น้อยทว่าร่างกายเขากลับแข็งทื่อคล้ายทำตัวไม่ถูก

 

“อีกสักครึ่งชั่วโมงค่อยออกไป”

 

“ได้ค่ะ ดิฉันจะโทรแจ้งให้คนที่โรงงานเตรียมรถ”

 

เสียงทุ้มต่ำเหมือนเบสที่ไม่ได้ยินมาหลายวันถึงอยากหลอกตัวเองว่าไม่รู้สึกอะไร แต่ลึกๆในใจกลับยังเด่นชัดอยู่ดีว่าคิดถึง

 

“ให้ฉันไปด้วยไหมคะ”

 

“อืม”

 

“น้องแบคฮยอนล่ะคะ”

 

ใบหน้าหล่อที่กำลังจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ชะงักเล็กน้อยเมื่อถูกตั้งคำถาม ดวงตาคมทอดมองมายังคนตัวเล็กก่อนจะรีบละสายตาไปเหมือนสู้หน้าไม่ติด เห็นแบบนั้นแล้วแบคฮยอนรู้สึกปวดใจนิดๆ ร่างเล็กเม้มปากพลางกระชับกองแฟ้มในอ้อมแขนแน่นกว่าเก่า นัยน์ตาหม่นแสงที่ยังคงฉายแววรู้สึกผิดของชานยอลเมื่อกี้ทำเขาสับสนจริงๆ

 

 

 

ไม่รู้จะโกรธหรือสงสารดี

 

 

 

“ดูก่อนแล้วกัน คุณกลับไปเตรียมตัวเถอะ”

 

“ค่ะบอส”

 

หญิงสาวในชุดเสื้อเชิ้ตสีม่วงอ่อนกับกระโปรงเอวสูงเข้ารูปเดินออกไปแล้วพร้อมกับสมุดโน้ต แบคฮยอนเองก็ตามเธอออกไป วางแฟ้มในมือทั้งหมดลงบนโต๊ะที่ว่างข้างๆ นึกอยากจะชวนคุยแต่เห็นเธอกำลังยุ่งกับการต่อสายโทรศัพท์จึงสืบเท้าเข้าห้องชงกาแฟแทน

 

เขาพยายามทำทุกอย่างเหมือนปกติ แม้จะไม่อยากเข้าใกล้แต่เพราะมันเป็นอีกหนึ่งหน้าที่ถึงต้องทำใจกล้าเดินเอากาแฟเข้าไปวางบนโต๊ะให้กับอีกคน

 

“…”

 

ชานยอลไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรไปมากกว่าเหลือบตามองถ้วยกาแฟแล้วนิ่งไป แบคฮยอนเผลอลอบมองสันจมูกโด่งนั้น ครึ่งวันนี้อีกฝ่ายปล่อยให้เขาคิดว่าวันนี้ก็คงเป็นอีกหนึ่งวันที่จะไม่ได้เจอกัน แต่แล้วกลับปรากฏตัวในตอนบ่าย แบคฮยอนตั้งตัวไม่ทัน แต่ก็ชินเสียแล้วกับนิสัยยากจะคาดเดาของชานยอล

 

“ขอบคุณครับ”

 

ในตอนที่กำลังถอยออกมาเสียงทุ้มก็ได้ดังขึ้น แบคฮยอนเงยหน้าขึ้นสบตากับชานยอลเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน พอได้มองชัดๆก็พบว่าใบหน้าหล่อสมบูรณ์แบบหมองลงไปมากเหมือนไม่ได้พักผ่อน สีหน้าดูซึมๆ น้ำเสียงไม่ได้แข็งกร้าวมั่นใจเหมือนที่ผ่านมา

 

“ช่วงบ่ายติดงานอะไรหรือเปล่า”

 

เขาไม่เคยเห็นอีกฝ่ายเป็นแบบนี้มาก่อน

 

“ไม่ครับ ผมเพิ่งเอางานไปส่งพี่ดาซม”

 

กลับเป็นแบคฮยอนเองที่กล้ามองหน้า พูดชัดถ้อยชัดคำเหมือนหมดความกลัวเกรงอีกฝ่ายแล้ว หลังจากคืนนั้นแบคฮยอนไม่ได้รู้สึกว่าชานยอลคือพี่ชาย การกระทำเกินเลยและคำสารภาพความในใจไม่มีพี่น้องที่ไหนเขาทำกันหรอก

 

“อยากเข้าไปดูรถรุ่นใหม่ที่โรงงานด้วยกันไหม”

 

งั้นก็ไปโรงงานกับฉัน ปกติต้องใช้คำพูดเอาแต่ใจแบบนั้นไม่ใช่หรือไงนะ พอถูกถามเอาความสมัครใจด้วยใบหน้าซึมลงไปแบบนี้แบคฮยอนก็ใจอ่อนยวบทันที แต่อีกใจนึงก็ยังไม่ลืมเหตุการณ์ถูกเอาเปรียบในคืนก่อน

 

“แล้วแต่บอสเลยครับ”

 

“…”

 

“…”

 

“ถ้างั้นก็ไปด้วยกัน… นะครับ”

 

“…”

 

“ในฐานะเจ้าของเราควรเห็นก่อนใคร—”

 

“ครับ”

 

“…”

 

“มีอะไรอีกไหมครับ” แบคฮยอนถามในตอนที่ร่างสูงเอาแต่มองหน้าโดยไม่พูดอะไร น้ำเสียงเขาฟังไร้ความรู้สึกและสายตาก็ดูว่างเปล่าไม่อ่อนโยนอ่อนหวานเหมือนอย่างทุกครั้ง ชานยอลจึงต้องเป็นฝ่ายถอนสายตาออกและส่ายศีรษะแทนการตอบว่าไม่มีอะไร

 

“งั้นผมขออนุญาตกลับไปนั่งที่นะครับ…”

 

ทำไมต้องมาทำหน้าซึมให้รู้สึกสงสารแบบนั้นด้วยนะ แบคฮยอนคิดในใจเมื่อคนตัวโตกำลังทำให้เขากลายเป็นฝ่ายรู้สึกผิด

 

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

 

 

ประมาณบ่ายสองโมงที่ซีอีโอหนุ่มเข้าโรงงานผลิตรถฯพร้อมเลขาประจำตัวและเด็กฝึกงานซึ่งรู้โดยทั่วกันตอนนี้ว่าเป็นถึงน้องชายคนเล็กของเจ้านาย

 

พนักงานในโรงงานยังคงทำงานกันอย่างขมักเขม่น และคนที่มารับหน้าบอสใหญ่แห่งปาร์คกรุ๊ปในวันนี้นอกจากเลย์แล้วก็มีรองผู้จัดการฝ่ายผลิตและหัวหน้าคนงานอีกสามสี่คน

 

ทั้งหมดมุ่งตรงไปยังโซนเก็บสต็อกรถรุ่นใหม่ที่จะใช้ในการถ่ายทำโฆษณาในวันพรุ่งนี้ แบคฮยอนและคิมดาซมคือสองคนที่เดินรั้งท้ายเนื่องจากก้าวตามช่วงขายาวๆของพวกผู้ชายด้านหน้าไม่ทัน

 

“บอสเป็นอะไรไปนะคะ ท่าทางซึมๆเหมือนมีเรื่องอะไร”

 

คิมดาซมกระซิบกระซาบร่างเล็กที่เดินมาด้วยกัน เธอมองตามแผ่นหลังกว้างด้วยความรู้สึกสงสัย อันที่จริงก็ผิดสังเกตพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของเจ้านายมาสักพัก จากที่เอาแต่ออกคำสั่งไม่สนฟ้าฝนก็กลายเป็นอ่อนลง ไม่มากเรื่อง ไม่ทวงงานทั้งน้ำเสียงก็นุ่มหูจนใกล้เคียงคำว่าหงอย ดูไม่มีชีวิตชีวาถ้าหากบอกว่าถูกใครหักอกมาเธอก็คงจะเชื่อ

 

“น้องแบคฮยอนรู้สึกเหมือนกันมั้ย—

 

“เรารีบตามไปกันเถอะครับ” แบคฮยอนเลี่ยงจะต่อความยาวกับหญิงสาว เขารีบสืบเท้าตามคนกลุ่มหน้าไป ตลอดทางเดินผ่านรถคันใหม่หลายร้อยคันที่จอดเป็นสต็อกสำหรับรอจำหน่าย ทั้งหมดถูกจับแยกสีแยกรุ่นเป็นโซนๆ

 

แต่ที่บอสหนุ่มต้องการจะมาดูในวันนี้คือรถเก๋งสี่ประตูคันสีแดงเพลิงดูโฉบเฉี่ยวร้อนแรง และรถอเนกประสงค์เจ็ดที่นั่งสีดำเงาวับให้ความรู้สึกหรูหราที่จะใช้สำหรับถ่ายโปรโมทการขายซึ่งถูกจัดแยกไว้อีกห้อง

 

เป็นครั้งที่สองที่แบคฮยอนมีโอกาสเข้าโรงงาน แต่ก็ถือเป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นการทำงานของร่างสูงจริงๆจังๆ ชานยอลเป็นคนละเอียด ทั้งที่อยู่ในตำแหน่งสูงกว่าใครแต่ก็ยังปลีกเวลามาเช็คดูความเรียบร้อยเล็กๆน้อยๆ ถึงจะเป็นคนใจร้อน อยากได้อะไรก็ต้องได้แต่ก็รับฟังลูกน้อง ทั้งแชร์ความคิดและให้คำแนะนำด้วยท่าทางน่านับถือ บุคลิกผู้นำทำให้เขาดูโดดเด่น ไม่ว่าจะผายมือหรือเคลื่อนกายไปทางไหนก็ดึงดูด

 

 

ในฐานะนักธุรกิจชานยอลสมบูรณ์แบบจริงๆ

 

 

ส่วนอย่างอื่นแบคฮยอนยังไม่แน่ใจ

 

 

 

พรึบ!

 

“อ…”

 

“ไฟตกได้ยังไง?”

 

จู่ๆไฟในห้องเก็บรถใหม่ทั้งสองคันก็ติดๆดับๆ ปาร์คเลย์รีบนำลูกน้องออกไปเช็คดูความเรียบร้อยด้านนอก ในห้องที่เหมือนโกดังเก็บสต็อกขนาดย่อมนี้จึงเหลือเพียงพวกเขาสามคนและรองผู้จัดการฝ่ายผลิต

 

“ระบบไฟมีปัญหาอะไร ทำไมเลย์หายไปนานคุณลองออกไปดูหน่อย” พอบอสหนุ่มพูดขึ้นรองผู้จัดการก็รีบออกไปดูด้านนอกทันที คิมดาซมขันอาสาตามออกไปดูอีกแรงทว่าหลังจากนั้นไม่นานไฟในห้องเก็บรถก็เกิดดับสนิท

 

ติ๊ด…

 

สัญญาณเครื่องปรับอุณหภูมิดังขึ้นเมื่อไฟฟ้าไม่ทำงาน แบคฮยอนที่ยืนอยู่ใกล้ประตูทางออกถึงกับตกใจ รีบทุบประตูอัตโนมัติที่เพิ่งส่งเสียงล็อคไปสดๆร้อนๆด้วยอาการตื่นกลัว

 

ปังๆๆ!

 

“พี่ดาซมครับ”

 

ปังๆ

 

“พี่เลย์—”

 

“ไม่ต้องเคาะหรอกเดี๋ยวประตูก็เปิด”

 

เสียงทุ้มที่ดังขึ้นเหนือศีรษะทำให้ร่างเล็กสงบลง เขาค่อยๆลดมือที่เอาแต่เคาะเรียกคนด้านนอกลงข้างลำตัว ก่อนหันกลับไปหาคนที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง

 

“…”

 

ไฟจากหน้าจอโทรศัพท์ที่ร่างสูงกำลังถืออยู่ทำให้ต่างฝ่ายต่างมองเห็นหน้ากันและกัน ไม่รู้ว่าฟ้าแกล้งหรืออย่างไรถึงต้องให้เขามาติดอยู่ในห้องเก็บรถมืดๆแค่เพียงสองคนกับชานยอลในตอนนี้ ตอนที่มีความรู้สึกมากมายอัดแน่นอยู่เต็มอก

 

“กลัวเหรอ”

 

“เปล่าครับ” มีพี่อยู่ด้วยทั้งคนเขาจะต้องกลัวอะไร มันเป็นความรู้สึกแบบนั้นจริงๆทว่าแบคฮยอนไม่คิดจะพูดมันออกไป

 

“ห้องอับทึบแบบนี้ถ้าติดอยู่นานๆคงไม่มีอากาศหายใจ” กลับเลือกจะพูดไปอีกอย่าง ทั้งยังเผลอขยับตัวหนี ชานยอลเห็นท่าทีแบบนั้นของเขาก็ถึงกับผงะ

 

“เรื่องนั้นไม่ต้องกังวล พวกนั้นคงไม่ปล่อยให้เราติดอยู่ในนี้นาน” ซีอีโอติดอยู่ในนี้ทั้งคนป่านนี้ด้านนอกคงร้อนรนหาทางช่วยกันอยู่ รอยยิ้มฝืดๆของชานยอลกำลังบอกเขา จากที่เข้ามาใกล้ร่างสูงก็ถอยออกไปอยู่ไกลๆเหมือนกลัวจะทำให้อึดอัด แววตาที่แสดงความห่วงใยเมื่อครู่กลายเป็นสะเทือนใจ แบคฮยอนเห็นแล้วถึงกับต้องเบือนหน้าหนี

 

ไม่รู้จะจัดการกับความรู้สึกตัวเองและสถานการณ์ตอนนี้อย่างไร

 

จิ๊…” เสียงบ่นเบาๆหาสัญญาณโทรศัพท์ของร่างสูงหากเป็นเวลาปกติคงทำให้เขายิ้มออก แต่เวลานี้ทุกอย่างมันดูอึดอัดไปหมด บทสนทนาแต่ละครั้งและการเข้าหน้ากันของพวกเขาเป็นไปด้วยความยากลำบาก

 

แบคฮยอนค่อยๆไถตัวลงนั่งพิงกำแพง สองแขนโอบกอดเข่าตัวเองอย่างรอเวลา ว่ากันว่าความมืดมักทำให้ใจคนเราจมดิ่งกับความคิดตัวเอง แบคฮยอนก็คงเป็นแบบนั้นถ้าหากว่าคนที่มักจะรบกวนความคิดและจิตใจของเขาตลอดจะไม่ได้อยู่ด้วยกันตอนนี้ อยู่ตรงหน้าแบคฮยอนในระยะไม่กี่ช่วงแขน

 

“ไหวหรือเปล่า”

 

“ผมไม่เป็นไร” แบคฮยอนตอบโดยที่ไม่รู้เลยว่าเสียงตัวเองเริ่มติดขัด เขากลัวที่แคบและไม่ชอบอยู่ในที่อับๆมาแต่ไหนแต่ไร ตอนเด็กเคยเล่นซ่อนหากับพี่ชายและหลบอยู่ในตู้เสื้อผ้าแต่ออกมาไม่ได้อยู่พักใหญ่เลยจำฝังใจ ชานยอลน่ะรู้ดีกว่าใครเพราะเป็นคนช่วยน้องออกมาเองแถมยังปลอบอยู่นานสองนานกว่าแบคฮยอนจะหยุดร้องไห้

 

มาถึงตอนนี้เขาได้แค่นั่งมองดูอยู่ห่างๆ เห็นน้องกำมือแน่นเก็บความกลัวไว้โดยที่ช่วยอะไรไม่ได้ก็ยิ่งนึกโกรธตัวเอง

 

“ทนหน่อย เดี๋ยวก็มีคนมาช่วยแล้ว” ถ้าคืนนั้นรู้จักยับยั้งชั่งใจเขาก็คงได้ทำอะไรมากกว่านี้ อย่างน้อยก็คงได้กอดได้ใกล้ พอไม่มีโอกาสได้ทำอย่างใจคิดแล้วมันทรมานดีเหลือเกิน แต่จะให้ฝืนแตะต้องตัวน้องอีกเขาก็ไม่กล้าจริงๆ

 

 

เขาไม่มีสิทธิ์ทำอะไรแบบนั้นแล้ว

 

ที่ถูกคือเขาไม่มีสิทธิ์ตั้งแต่แรกแล้วต่างหาก

 

 

ติ๊ด!

 

ครืด….

 

โชคดีที่ไฟฟ้าทำงานพร้อมกับประตูอัตโนมัติเปิดออกทันเวลา แสงสว่างทำให้คนตัวเล็กผ่อนลมหายใจด้วยความโล่งอก รีบหยัดตัวลุกขึ้นยืนก่อนจะเกิดอาการหน้ามืดคล้ายจะล้มลง ชานยอลที่สังเกตอยู่แต่แรกพุ่งเข้าไปหาแทบไม่ลังเล

 

“ม ไม่เป็นไรครับพี่เลย์”

 

 

แต่ก็ช้ากว่าปาร์คเลย์ที่เข้ามาได้จังหวะพอดี

 

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

 

 

“แล้วนายก็ยอมให้ญาติตัวเองปาดหน้าเค้กไปเนี่ยนะ?”

 

“อืม”

 

“บ้าไปแล้วเหรอ ปกติเป็นตัวร้ายตลอดตอนนี้กลับมารับบทพระเอกไม่ใจเสาะไปหรือไง”

 

“คงงั้น”

 

“ไร้น้ำยาชะมัด”

 

“ยังไม่เคยลองก็อย่ามาทำปากดี”

 

“กับเพื่อนล่ะเก่ง ทีกับน้องน่ะติดอยู่ในห้องด้วยกันแทนที่จะเคลียร์ให้จบๆดันไม่กล้า ปัญหามันคือตัวนายนะเผื่อไม่รู้” ร่างสูงกระตุกยิ้มมุมปากพลางส่งแก้วไวน์ไปชนกับเซเรน่าและจงอินที่นั่งดื่มด้วยกันที่หน้าระเบียงห้องพักของหญิงสาวเพียงคนเดียวในกลุ่ม

 

หลายวันมาแล้วที่เขามักมาขลุกตัวและนั่งดื่มกับเพื่อนในช่วงเย็นจนถึงดึก พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเหมือนตอนสมัยเรียน แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าหลายปีที่คบกันชานยอลเพิ่งยอมเปิดปากเล่าเรื่องสำคัญให้เพื่อนทั้งสองฟังเป็นครั้งแรก เขาเล่าด้วยใจที่สับสน ไม่ได้ต้องการคำแนะนำแค่อยากระบายให้ใครสักคนฟังก่อนที่อกจะแตกตายก็เท่านั้น

 

“แล้วจะเอายังไงต่อ”

 

จงอินถาม มองร่างสูงนั่งโคลงแก้วในมือด้วยท่าทางเหม่อลอย สภาพบอสใหญ่ตอนนี้ไม่ต่างอะไรจากเมื่อหลายปีก่อนสักนิด

 

“ปล่อยให้คาราคาซังแบบนี้คงไม่ดีมั้ง”

 

“กำลังคิดอยู่” คิดมาตลอดแต่ก็ยังหาข้อสรุปให้ตัวเองไม่ได้ นัยน์ตาคมจ้องไวน์แดงในแก้ว คิดถึงเหตุการณ์ช่วงบ่ายที่โรงงานแล้วเหมือนจะเป็นบ้า

 

ทั้งชีวิตที่ผ่านมาเด็กคนนั้นคงเป็นสิ่งเดียวที่เขาต้องการมากที่สุดแต่กลับไม่เคยได้ ทั้งที่อยากดูแลแทบตายแต่ก็ทำได้แค่มอง ไม่กล้าแตะต้องไม่กล้าเอาแต่ใจ เมื่อก่อนเคยกลัวจะถูกน้องเกลียดยังไงตอนนี้ก็อย่างนั้น เขากลัวสายตาของเด็กที่อายุห่างกันมากกว่าสิบปีช่างน่าตลกร้ายจริงๆ

 

“ไม่ลองทำตามใจตัวเองดูบ้างวะ” จงอินว่า

 

“ก็เพราะตามใจตัวเองถึงเป็นแบบนี้”

 

“ก็คิดให้มันพ้นเรื่องบนเตียงซะบ้างสิ” เซเรน่าเสริม แม้ตัวเองก็มีใจให้เพื่อนหากแต่ก็ยังยินดีจะให้คำแนะนำ ความรักมันก็ซับซ้อนแบบนี้แหละ “ต่อให้ในหัวนายจะมีแต่เรื่องแบบนั้นก็ควรจะหากิจกรรมอย่างอื่นพัฒนาความสัมพันธ์บ้าง”

 

“ในหัวฉันไม่ได้มีแต่เรื่องแบบนั้น”

 

“ขอร้องเถอะน่า”

 

“แล้วเธอคิดว่าอะไรที่ควรทำ”

 

“เดทไงล่ะ”

 

“…”

 

“ทำให้เค้ามีความสุข คนที่ผ่านผู้หญิงมามากอย่างนายเคยคิดหรือเปล่าว่าถ้าได้เดทกับคนที่ตัวเองชอบจริงๆจะทำอะไร”

 

เดทเหรอ

 

เขาไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลยสักครั้ง

 

ยิ่งสถานการณ์ตอนนี้คงเป็นไปได้ยาก

 

“เอาแต่ถอยห่างและมองดูแบบนี้นายก็ได้แค่รักข้างเดียวเหมือนที่ผ่านมา ความอดทนนายมีได้มากขนาดนั้นเลยเหรอ ถ้ายังบอกว่าใช่ฉันจะขอยกนิ้วให้เลย”

 

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

 

วันศุกร์สุดสัปดาห์มีการถ่ายทำโฆษณารถรุ่นใหม่ของปาร์คกรุ๊ปที่สตูดิโอแห่งหนึ่ง แบคฮยอนเป็นอีกคนที่มีโอกาสได้มาดูกองถ่ายทำเพราะต้องตามเจ้านายและพี่เลี้ยงอย่างคิมดาซม

 

ปาร์คมินยองคือดาราสาวที่ได้รับตำแหน่งพรีเซนเตอร์ในครั้งนี้ แบคฮยอนเคยเจอเธอแล้วครั้งหนึ่งตอนที่ไปทานอาหารกับชานยอลซึ่งตอนนั้นอีกฝ่ายก็ออกปากชวนเธอร่วมโต๊ะด้วย ทั้งสวยทั้งเก่งใครๆก็ชื่นชม จะแต่งตัวลุคไหนก็ดูเข้ากับรถที่พรีเซ้นท์ แบคฮยอนยืนดูการทำงานไกลๆ แอบเห็นสีหน้าของชานยอลที่นั่งอยู่หลังจอมอนิเตอร์ร่วมกับทีมงานก็รู้แล้วว่าพอใจ

 

“พักกองครึ่งชั่วโมงแล้วเปลี่ยนเซทใหม่นะครับ”

 

ผู้กำกับโฆษณาส่งเสียงบอกก่อนทีมงานจะแยกย้ายกันไปเตรียมตัว แบคฮยอนยืนมองร่างสูงนั่งคุยกับทีมงานจากด้านหลังพักหนึ่งก่อนจะปลีกตัวออกมาสูดอากาศข้างนอก เจอเลย์หลบมุมยืนอัดบุหรี่อยู่หน้าประตูหนีไฟเลยเข้าไปทักทาย

 

“ทำไมหลบมาอยู่คนเดียวแบบนี้ล่ะครับ”

 

“ข้างในมีบอสอยู่แล้วตัวเศษอย่างพี่อยู่ไหนก็ไม่มีใครสนใจหรอก”

 

“เหมือนผมเลย” แบคฮยอนพูดติดตลกพลางปัดมือไล่ควันบุหรี่ของคนที่กำลังยืนยกยิ้มมองหน้ากัน เมื่อวานอีกฝ่ายและลูกน้องขอโทษขอโพยเขาและชานยอลยกใหญ่ที่ปล่อยให้เกิดอุบัติเหตุไฟฟ้าตกจนถูกขังอยู่ในห้องมืดๆกันสองคน แถมยังช่วยพาแบคฮยอนไปนั่งพักให้หายหน้ามืดอีก เลย์น่ะเป็นพี่ชายที่อ่อนโยนจริงๆ

 

 

เมื่อกี้ฉันทำได้ดีมั้ยคะ

 

ขณะนั้นเสียงคนคุยกันดังมาจากทางหน้าลิฟต์ ทั้งเลย์และแบคฮยอนต่างหันไปมองพบว่าเป็นดาราสาวสวยที่กำลังยืนคุยอยู่กับบอสหนุ่มโดยที่ทั้งคู่คงจะไม่รู้ว่าพวกเขายืนดูจากไกลๆ

 

‘คุณได้ยินคำชมจากทีมงานแล้วนี่ครับ’

 

‘แหม คนอื่นชมหรือจะสู้คุณชายรองชมได้ล่ะคะ’

 

‘ครับ ทำได้ดีเลย’

 

‘อะไรกัน’ ดาราสาวหัวเราะเมื่อบอสหนุ่มตอบเพียงสั้นๆ เธอถือวิสาสะสะกิดแขนร่างสูงให้หันมาสบตาก่อนจะเอียงคอระหงให้ด้วยท่าทางออดอ้อน

 

‘ช่วยฉันถอดสร้อยคอหน่อยได้ไหมคะ เดี๋ยวต้องเปลี่ยนชุดอีกแล้ว’

 

 

แบคฮยอนเบือนหน้าหนีท่าทางยั่วยวนของผู้ใหญ่ที่มีต่อกัน ถึงชานยอลจะเป็นคนพูดไม่เก่งแต่ก็ช่างเอาใจ ยิ่งดาราสาวสวยออดอ้อนแบบนั้นจะปฏิเสธหรือ เพราะไม่สามารถทนมองต่อได้แบคฮยอนถึงไม่รู้ว่าสุดท้ายชานยอลทำอย่างไร เขาก็เป็นแค่เด็กคนหนึ่งที่ไม่สู้ความจริง ดีแต่ก้มมองลงพื้นด้วยอาการหน้าม่อย

 

“หึงหมอนั่นเหรอ”

 

โดยลืมคิดไปว่าใกล้กันนั้นยังมีเลย์อีกคน

 

“ครับ?” แบคฮยอนเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของรอยยิ้มใจดี เลย์ยังคงยิ้มมุมปากนิดๆ สายตาอ่านยากจนคนอายุน้อยกว่าทำตัวไม่ถูก

 

“พวกนายชอบกันจริงๆสินะ”

 

“พี่พูดอะไร ผม…ขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะครับ” รู้ดีว่าตัวเองโกหกใครไม่เก่ง แต่ต่อให้เลย์จะคิดอะไรอยู่เขาก็คงไม่พูดถึงความสัมพันธ์ซับซ้อนระหว่างชานยอลให้ใครฟังแน่ๆ

 

 

 

 

 

 

ซ่า!!

 

แบคฮยอนหนีมาล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำ มองดูตัวเองในกระจกด้วยความรู้สึกเจ็บในใจ เมื่อก่อนอีกฝ่ายก็ทำแบบนี้บ่อยมีแต่ผู้หญิงเข้ามาในชีวิตเป็นเรื่องปกติ แต่เป็นใจของเขาเองที่ไม่ยอมชิน

 

ก็จะให้ชินได้อย่างไรในเมื่อไม่ว่าชานยอลจะเปลี่ยนไปแค่ไหนเขาก็ยังจำคำสัญญาที่ให้กันไว้ในวัยเด็กได้ มันอาจจะดูตลกที่แบคฮยอนเก็บเอาคำพูดแบบนั้นมาคิดจริงจัง ตอนนั้นพี่ใหญ่โตเป็นหนุ่มมากแล้วและเริ่มมีแฟน เขาไม่ได้ติดใจใดๆแต่พอคิดว่าหากพี่ชายอีกคนมีบ้างใบหน้าอ่อนเยาว์ก็หมองเศร้าเหมือนลูกหมาถูกทิ้ง

 

คุณหนูคนเล็กของบ้านหน้าหงอย เอาแต่จดจ้องพี่คนรองที่สนใจแต่หนังสือการ์ตูน เขายังจำได้อยู่เลยว่าตอนนั้นรู้สึกอย่างที่พูดจริงๆ ตอนนี้ก็ไม่ได้ต่างกัน

 

 

 

 

 

 

[หลายปีก่อน]

 

 

“เป็นอะไร”

 

คุณชายรองวัยยี่สิบต้นๆที่กำลังนอนเอกเขนกอ่านหนังสือการ์ตูนมองหน้าเด็กอายุสิบสามที่ความคิดความอ่านโตเกินวัยอย่างสงสัย

 

ผมไม่อยากให้พี่รองมีแฟน

 

“…”

 

“ไม่อยากให้มีเหมือนพี่ใหญ่”

 

“กลัวจะไม่มีใครรักหรือไง” คุณชายรองถามเด็กตัวขาวที่นั่งแกว่งเท้าเล่นอยู่ปลายโซฟาตัวที่เขานอนอยู่ คิดว่าที่น้องตีหน้าเศร้าพูดอย่างนี้คงเพราะไม่อยากให้พี่แบ่งความรักให้ใคร แต่เจ้าตัวเล็กกลับส่ายหน้า

 

“แล้วทำไมไม่อยากให้มี พี่โตขนาดนี้แล้วจะให้อยู่คนเดียวไปจนแก่เหรอ”

 

“ไม่รู้เหมือนกันทำไมไม่อยากให้มี แต่ผมคงเสียใจมากแน่ๆถ้าพี่มีคนอื่น”

 

“…”

 

“พี่อยู่กับผมแบบนี้โดยที่ไม่มีแฟนไม่ได้เหรอครับ” เด็กขี้อ้อนที่ฉลาดเกินวัยช้อนตาถามด้วยใจบริสุทธิ์ หน้าตาที่น่ารักน่าชังเหมือนตุ๊กตาดูจริงจังจนคนเป็นพี่ต้องยอมปิดหนังสือการ์ตูนเรื่องโปรดแล้วหันมาให้ความสำคัญ

 

“นายยังเด็ก” ชานยอลบอกแบบนั้น “โตกว่านี้ก็คงลืมคำพูดตัวเองแล้—”

 

“โตขึ้นผมจะไม่มีใคร”

 

“…”

 

“ผมอยากจะอยู่กับพี่รองไปจนแก่เลย พี่ก็อย่ามีใครได้มั้ยครับ”

 

“เด็กโง่…” พี่ชายเอื้อมมือมาลูบศีรษะกลมด้วยความเอ็นดูโดยที่ต่างฝ่ายต่างแทบไม่รู้ว่าคำพูดในตอนนั้นจะกลายมาเป็นคำสำคัญที่สามารถเปลี่ยนโลกทั้งใบของกันและกันจริงๆ

 

 

แบคฮยอนไม่เคยมีใคร

 

 

ต่อให้ชานยอลจะเคยใจร้ายและดูเปลี่ยนไปเมื่อหลายปีก่อนแต่เขาก็ไม่เคยลืมคำพูดตัวเอง กลับเอาแต่คิดด้วยความน้อยใจว่าพี่ชายต่างหากที่ไม่เคยจำ

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

 

 

ตกเย็นหลังเลิกงานแบคฮยอนไม่ได้มุ่งกลับบ้านเหมือนอย่างทุกที วันนี้เขาโทรนัดเพื่อนสนิทอย่างโอเซฮุนมานั่งดื่มที่ร้านอาหารเกาหลีแห่งหนึ่ง

 

เด็กหนุ่มงุนงงตั้งแต่ได้รับสายกระทั่งเข้ามาในร้านอาหาร สี่ปีที่คบกันไม่เคยรู้มาก่อนว่าแบคฮยอนจะมีรสนิยมชอบดื่ม เอาเข้าจริงเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแบคฮยอนดื่มของพวกนี้เป็น แต่เท่าที่เห็นเบียร์หลายกระป๋องที่หมดไปนั่นก็เพราะคนน่ารักล้วนๆเลย

 

“มีเรื่องไม่สบายใจหรือเปล่า”

 

“อึ” คนตัวเล็กส่ายหน้าพลางปาดคราบเบียร์ที่เลอะมุมปากของตัวเองทิ้งลวกๆ “เซฮุนฝึกงานเป็นยังไงบ้าง สนุกไหม ที่นั่นมีสาวๆเยอะหรือเปล่า”

 

“เราไม่สนสาวๆหรอก”

 

“อ่า…” ร่างเล็กหัวเราะแหะๆ “พูดตรงจังเลยนะ” ใบหน้าขาวขึ้นสีแดงระเรื่อ เซฮุนที่นั่งเท้าคางมองมาจากฝั่งตรงข้ามยังคงไม่ละสายตาไปจากเขา

 

“แบคฮยอนมีอะไรก็เล่าให้เราฟังตรงๆได้นะ ระบายบ้างอย่าเอาแต่เก็บปัญหาไว้คนเดียว” คนตัวเล็กยิ้มฟังก่อนกระดกเบียร์กระป๋องที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ลงคอ

 

“เซฮุนว่าเราน่ารักไหม”

 

“ยังจะต้องถามอีกเหรอ”

 

“เราแค่รู้สึกว่าตัวเองจืดชืดไม่มีอะไรน่าสนใจ”

 

“คิดไปเอง แบคฮยอนไม่ได้เป็นแบบนั้นสักหน่อย”

 

“อายุก็ห่างกันหลายปี ดูไม่มีอะไรเข้ากันเลย…” คนตัวเล็กพึมพำ เมื่อก่อนเขาเคยเป็นเด็กที่สดใสกว่านี้ จนตอนที่ชานยอลย้ายไปเรียนต่อเมืองนอกและค่อยๆขาดการติดต่อเขาก็กลายเป็นเหมือนลูกหมาถูกปล่อยไว้กลางทาง

 

ตอนที่เข้าโรงเรียนประจำชีวิตเขาไม่ค่อยสนุกอีกแล้วเพราะจากนั้นไม่นานแม่ก็เสีย เขามีพี่ใหญ่ มีคุณพ่อและคนรอบข้างคอยปลอบใจ แต่กลับยังโหยหาใครคนหนึ่ง ชานยอลบินกลับมาร่วมงานศพแต่ไม่ได้มาคลุกคลีจนแบคฮยอนสับสนว่าตัวเองเผลอทำอะไรผิด ก็ได้แต่คิดว่าอาจจะเพราะอีกฝ่ายเจอสังคมใหม่ นิสัยมุมมองชีวิตคงเปลี่ยนไป

 

จากที่เคยใกล้ชิดก็เหินห่างไม่ต่างจากคนแปลกหน้าที่ต้องมาอาศัยในบ้านหลังเดียวกัน ชานยอลกลับโซลอีกครั้งก่อนที่พ่อจะเสีย พี่ชายดูโตขึ้นมากด้วยหน้าที่การงานและการวางตัว ความรู้สึกที่เจอกันแต่ละครั้งมันทั้งสุขและเศร้า แม้แต่ตอนที่ได้ฟังอีกฝ่ายสารภาพความในใจเขาก็ยังรู้สึกแบบนั้นเลย

 

“เป็นไปได้จริงๆเหรอ”

 

“หืม หมายถึงอะไร”

 

“ที่บอกว่าชอบ ชอบผมจริงๆงั้นเหรอ”

 

“ก็ต้องชอบจริงๆสิ เราจะโกหกแบคฮยอนทำไม” เซฮุนเอื้อมมือมาลูบหัวคนน่ารักที่กำลังนั่งทำตาปรือพลางขำกับตัวเองเบาๆ ดูเหมือนพวกเขาจะคุยกันคนละเรื่องแต่บรรยากาศบนโต๊ะก็ไม่ได้แย่นัก เมื่อไหร่ก็ตามที่แบคฮยอนต้องการที่พึ่งโอเซฮุนไม่เคยลังเลเลยที่จะมาหา ถ้าได้รักคงไม่ผิดหวัง แต่ก็น่าเสียดายที่ใจของเขามันไม่รักดี

 

 

 

มีแต่คนใจร้ายอยู่เต็มหัวใจ

 

 

 

อ๊ะ…”

 

“อะไรเหรอ” เด็กหนุ่มร่างโปร่งทำท่าตกใจเมื่อจู่ๆคนน่ารักเผลอทุบโต๊ะเสียงดังเหมือนสะกิดใจอะไรขึ้นมา

 

“เราลืมเอางานกลับมาทำด้วยนี่นา”

 

“งาน?”

 

“อื้อ ลืมไว้ที่ออฟฟิศเราต้องไปเอา”

 

“ไปเอาอะไรล่ะดึกป่านนี้แล้ว พรุ่งนี้เช้าค่อยว่าเถอะถึงไปเอาคืนนี้ก็ทำไม่ไหวอยู่ดี เฮ้! แบคฮยอนอ่า”

 

เซฮุนตะโกนเรียกร่างเล็กที่พรวดพราดลุกออกไปด้วยสภาพโซเซไม่ยอมฟังกัน เด็กหนุ่มรีบคว้าสัมภาระและวางเงินไว้บนโต๊ะก่อนจะตามออกไป เห็นแบคฮยอนยืนเกาะเสาไฟฟ้าหน้าร้านคล้ายกำลังตั้งหลักก็ได้แต่ยืนกอดอกมองแล้วยิ้มให้ด้วยความเอ็นดู

 

“ไปก็ไป ขึ้นหลังเรามาเดี๋ยวพาไปส่ง”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มาเซราติหยุดจอดตรงหน้าปาร์คกรุ๊ป เป็นเวลาเกือบสี่ทุ่มที่เซฮุนต้องตามใจคนน่ารักด้วยการพามาส่งเอาของที่ลืมไว้ทั้งที่ไม่ต้องทำก็ได้

 

“ถึงแล้วลงไปเองไหวหรือเปล่า”

 

“ไหว…”

 

“แน่นะ” เซฮุนมองออกไปนอกหน้าต่างรถ ถึงจะมีแสงไฟในบริษัทเพียงบางจุดแต่ดึกขนาดนี้แล้วก็นับว่ามืดอยู่ดี ยิ่งเห็นสภาพแบคฮยอนตอนนี้ด้วยแล้วเขาแทบไม่อยากวางใจปล่อยอีกฝ่ายลงไปเองเลย แต่เพราะแบคฮยอนเอาแต่พูดย้ำมาตลอดทางว่าจะลงไปเองเขาเลยไม่รู้จะขัดใจยังไง

 

“งั้นก็รีบขึ้นไปแล้วรีบลงมา—”

 

อยากลองจูบเราดูไหม

 

“…”

 

เซฮุนเกิดอาการชะงัก รู้ว่าเพื่อนเมาแล้วแต่การมาพูดแบบนี้ในตอนที่อยู่กันตามลำพังสองคนในรถแคบๆ แถมแบคฮยอนยังนั่งเฉยเหมือนรอให้เขาตัดสินใจ โอกาสที่ไม่ได้มีบ่อยทำให้เด็กหนุ่มค่อยๆเคลื่อนใบหน้าหล่อเกลี้ยงเกลาเข้าหาริมฝีปากจิ้มลิ้ม

 

อึก!

 

แต่ทันทีที่กำลังจะสัมผัสแบคฮยอนก็เกิดสะอึกขึ้นมา

 

“ขอโทษ ม มันสะอึกเอง อึก!

 

“อ…” เซฮุนส่ายหน้าอย่างไม่ถือสา มองดูคนตัวเล็กนั่งเอามืออุดปากตัวเองด้วยท่าทางอับอายแล้วทั้งขำทั้งเอ็นดู

 

“น่าอายจัง ฮือ..”

 

“ไม่เป็นไร แบคฮยอนรีบขึ้นไปเอาของเถอะ”

 

ถึงเสียดายแต่ก็ต้องบอกว่าไม่เป็นไร

 

“งั้นเดี๋ยวเรามานะ เซฮุนห้ามไปไหนนะ”

 

“ครับ เดินดีๆล่ะ” เด็กหนุ่มเปิดประตูตามลงไปรออยู่ข้างนอกรถเมื่อแบคฮยอนเดินเหมือนจะทรงตัวไม่อยู่หายเข้าไปในตึกแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

“ทำไมน่ากลัวแบบนี้ล่ะ อึก…” เสียงบ่นยานคางของคนตัวเล็กดังไปตลอดทางเดินในตึก แบคฮยอนกดลิฟต์ไปชั้นสิบเอ็ด แอบรู้สึกเย็นๆเพราะรอบกายเงียบสงัดแทบไม่มีใครอยู่แล้วยกเว้นยามที่แอบนั่งงีบตอนที่เขาผ่านเข้ามา

 

สองขาสั้นๆเดินเซออกจากกล่องสี่เหลี่ยมโดยสาร มือเรียวปัดป่ายกำแพงมาตลอดทาง พยายามสะบัดศีรษะเรียกสติแต่ก็ไม่วายเดินสะเปะสะปะเพราะฤทธิ์น้ำเมาที่ดื่มเข้าไป

 

 

พลั่ก…

 

 

!!!

 

 

แรงผลักประตูซึ่งมีป้ายชื่อซีอีโอปาร์คแปะอยู่ทำเอาคนที่ยังคงนั่งทำงานอยู่ด้านในหันมามองด้วยความตกใจ ร่างเล็กเองก็มีอาการไม่ต่างกัน เขากดคิ้วหรี่ตามองร่างสูงเหมือนไม่เชื่อตัวเอง

 

 

พี่อยู่ตรงนั้นได้ยังไง

 

 

สมองสะลึมสะลือจนยากจะแยกว่าผู้ที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าคือความจริงหรือภาพลวงตา เขาไม่คิดจริงๆว่าชานยอลจะยังอยู่ที่นี่ ทั้งที่คิดว่าน่าจะไปต่อกับพรีเซนเตอร์สาวสวยหลังเลิกกอง ทั้งที่ตัวแบคฮยอนเองพอเลิกงานก็ไปนั่งดื่มกับเซฮุน ซ้ำยังเกือบจะจูบกันเมื่อกี้

 

 

แต่ชานยอลกลับยังนั่งทำงานจนไม่เหลือคราบบอสผู้สมบูรณ์แบบได้อย่างไร

 

 

ร่างเล็กกลั้นก้อนสะอึกลงคอ เลี่ยงมองภาพตรงหน้าด้วยการเดินเข้าไปหยิบเอาแฟ้มเอกสารที่โต๊ะของตัวเองโดยไม่พูดอะไร

 

 

โครม!

 

 

แต่สองมือที่คลำหาเอกสารบนโต๊ะก็อ่อนปวกเปียกจนเผลอปัดของที่อยู่บนนั้นล้มกระจัดกระจาย แบคฮยอนตีอกชกหัวตัวเอง เมื่อได้สิ่งที่ต้องการแล้วก็รีบลงน้ำหนักเท้าเดินออกมา

 

 

ไปไหนมาครับ

 

 

ทว่าชานยอลกลับรั้งเขาไว้ด้วยเสียงทุ้มดูเป็นห่วง

 

 

“ทำไมได้กลิ่นเหล้า”

 

“ผมดื่มเบียร์ต่างหากไม่ได้ดื่มเหล้าซักหน่อย…”

 

ได้ยินแบบนั้นร่างสูงก็ลุกออกมาจากโต๊ะทำงาน ตอนนั้นในหัวแบคฮยอนว่างเปล่า ได้แต่ยืนชิดประตูดูตัวเล็กลงกว่าเดิม เงาสูงใหญ่ที่กำลังทาบทับตัวเขาทำเอาคนเมาขอบตาร้อนผ่าว ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิดแต่กลับรู้สึกผิด เขากำลังรู้สึกไม่ดีที่หนีไปดื่มโดยที่ชานยอลยังคงนั่งทำงานคนเดียวในบริษัท

 

“ไปดื่มกับใคร”

 

“โอเซฮุน”

 

“สองคนเหรอ”

 

“อื้อ”

 

“…”

 

“ผมจูบกับเขาด้วย”

 

สีหน้าตกใจของคนฟังทำเด็กน้อยช่างปั้นเรื่องแค่นยิ้มเยาะ

 

“หึงเหรอครับ”

 

“เมาแล้วไปนั่งรอตรงนั้นไป เดี๋ยวกลับบ้านด้วยกัน—”

 

“ไม่กลับ!”

 

ร่างสูงหน้าเสียเมื่อเด็กดีกลายเป็นเด็กดื้อ แบคฮยอนสะบัดมือเขาออกอย่างแรงด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียดทั้งที่เมื่อกี้ยังยิ้มสนุกอยู่เลย

 

ไหนบอกว่าชอบผมไง

 

“…”

 

“ทำไมไม่มาง้อผมเลย” แถมยังส่งเสียงตัดพ้อเหมือนสุดจะกลั้น สีหน้าของเด็กคออ่อนกำลังบอกว่าขัดใจกับทุกการกระทำที่ผ่านมาของชานยอล

 

“ถึงผมจะไม่อยากเห็นหน้า ถึงผมจะไล่พี่ไปพี่ก็ต้องมาง้อผมสิ พี่ต้องง้อผมไม่ใช่ตีตัวออกห่างแล้วจะให้ผมเชื่อได้ยังไง ทำไมโง่แบบนี้นะปาร์คชานยอล!”

 

คิ้วหนากระตุกนิดๆเมื่อโดนเด็กต่อว่า ดูท่าแบคฮยอนจะดื่มมามากทีเดียวถึงได้กล้าหลับหูหลับตาตะโกนใส่หน้าเขาซ้ำยังเรียกชื่อกันอย่างไม่เคารพ

 

“ช่างเถอะ คืนนี้ผมจะไปนอนกับเซฮุนนะ อะ…”

 

ไม่ให้ไปครับ

 

ตุบ!

 

ชานยอลยึดข้อมือข้างหนึ่งของแบคฮยอนไว้จนแฟ้มเอกสารร่วงลงพื้น ใบหน้าแดงเรื่อของคนน่ารักเชิดขึ้นมองผู้เป็นพี่ก่อนขยับปากว่าอย่างไม่พอใจ

 

“ผมแค่บอก ไม่ได้ขอพี่ซักหน่อย”

 

 

น้ำเมาเปลี่ยนนิสัย

 

คำนี้ยังคงใช้ได้กับแบคฮยอนเสมอ

 

 

“แล้วถ้าพี่ขอล่ะ” ชานยอลพูดเสียงเบาเหมือนไม่มั่นใจว่ายังมีสิทธิ์จะพูดหรือทำอะไรแบบนี้อยู่หรือเปล่า สีหน้าเป็นกังวล สายตาไม่ได้บังคับแต่กำลังขอให้แบคฮยอนอยู่กับเขาตามที่พูดจริงๆ “ยังจะไปอยู่ไหม”

 

“ถ้าผมบอกว่าจะไปพี่จะทำยังไง”

 

“…”

 

“ปล่อยผมไปง่ายๆ หรือบังคับผมเหมือนทุกที”

 

“…”

 

รั้งไว้สิ” ร่างเล็กขยับเข้ามาชิดร่างสูงที่มองเขานิ่ง ใบหน้าหวานเอาแต่ช้อนมองด้วยสายตาน้อยใจแกมยั่วยวน น้ำเสียงแหบพร่ากระซิบบอกกันใกล้ๆอย่างเชื้อเชิญแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

 

“รั้งผมสิครับ ผมจะได้ไม่ไปกับคนอื่น”

 

ชานยอลจ้องหน้าน้องอยู่พักหนึ่งก่อนจะดันร่างเล็กติดผนัง ตรึงข้อมือข้างที่กอบกุมขึ้นเหนือศีรษะแล้วพาดแขนเรียวอีกข้างกับหลังคอตัวเอง

 

 

วูบหนึ่งเขาเกิดลังเล

 

 

“ถ้าชอบผม… ก็อย่าปล่อยผมไปกับคนอื่น”

 

“…”

 

“อย่าปล่อยผมไปนะครับ ผมอยากอยู่กับพี่”

 

“อยากอยู่กับพี่รองคนเดียวได้ยินหรือเปล่—อึก” แต่พอสิ้นเสียงนั้นเขาก็ก้มลงจูบริมฝีปากที่เอาแต่ขยับพูดมากกว่าปกติอย่างไม่ลังเลอะไรอีก

 

ท่าทีแสนงอนแต่ยังดูน่ารักมันเป็นธรรมชาติจนบอสหนุ่มไม่กล้าปรักปรำว่าน้องไปเรียนรู้ความร้ายกาจจากใครมา เพราะหากมันเป็นอย่างที่ว่าก็คงไม่พ้นตัวเขาเอง

 

อืม…”

 

เด็กน้อยเอียงหน้ารับจูบของเขาอย่างเต็มใจ ไม่รู้เพราะน้ำเมาหรือความต้องการของอีกฝ่ายเองครั้งนี้แบคฮยอนถึงได้ยอมจูบตอบเขา ถึงจะเก้ๆกังๆแต่ก็มอบความกล้าให้ชานยอลได้ลองสัมผัสน้องตามใจตัวเองอีกครั้ง

 

วงแขนเล็กที่รั้งคอเขาให้เข้าใกล้อีกทำชานยอลแทบเป็นบ้า หลายวันที่ผ่านมาเขาไม่ได้เฉียดใกล้หรือทำอะไรมากไปกว่าการแอบมองอยู่ห่างๆเลย แต่ตอนนี้ เวลานี้แบคฮยอนกำลังอนุญาตเขา ทั้งเปิดปากแลกลิ้นกันอย่างต้องการ ยอมให้ร่างกายบดเบียดอย่างไม่อาย

 

“อึก…”

 

ใบหน้าน่ารักยังคงเงยขึ้นเพื่อรับจูบของคนตัวโตกว่า แขนข้างที่ถูกตรึงกับกำแพงถูกปลดปล่อยก่อนที่มันจะโอบกอดรอบคอชานยอลแนบแน่น มือใหญ่ลูบศีรษะเขาเหมือนเอ็นดู ทั้งจูบทั้งดันร่างเล็กด้วยร่างกายตัวเองจนมาถึงโซฟา

 

ฟุบ…

 

สองร่างแนบชิดล้มทับกันลงบนความนุ่มหยุ่นนั้นโดยที่ริมฝีปากยังคงไม่ผละออกจากกัน 

 

แฮ่ก…”

 

แบคฮยอนเผยอปากหอบหายใจ ชานยอลก้มลงหอมแก้มนิ่มอย่างรักใคร่และเอ็นดูเมื่อมาถึงตอนนี้แล้วอีกคนยังคงสู้สายตา มือเรียวสวยยกขึ้นมาไล้สัมผัสโครงหน้าของเขาไปทีละจุดเหมือนสำรวจ สายตาหยาดเยิ้ม แก้มแดงเรื่อ ท่าทางก็น่ารังแกเสียจนคนพี่แทบไม่อยากอดใจ แต่ก็รู้ว่าหากเอาแต่ใจตัวเองอย่างขาดสติคงไม่พ้นถูกตราหน้าว่าข่มเหงกัน

 

“…”

 

แต่เด็กน้อยก็ช่างยั่วตาใส

 

มือซน รูดเนคไทเขาลงแล้วยังปลดกระดุมเสื้อกันจนเกือบหมด

 

“ที่จริง… ผมกับเซฮุนไม่ได้จูบกัน”

 

ก่อนสารภาพความจริงอย่างน่ารัก

 

“ผมแค่อยากให้พี่หึง”

 

ชานยอลหลุบตามองมือของน้องที่กำลังลูบแผงอกของเขาอย่างชื่นชม ใบหน้าหล่อก้มลงกดจูบหลังมือสวยนั้นแล้วไล่ริมฝีปากไปตามซอกนิ้วงามอย่างใจเย็น

 

ทว่าเสียงลมหายใจหนักๆกลับทำให้รู้ว่าอารมณ์เขาพุ่งทะยานถึงขนาดไหนแล้ว ตอนที่น้องจับมือใหญ่แปะลงที่ตะคอกางเกงแล้วยกสะโพกกลมกลึงขึ้นเพื่อให้เขาช่วยถอดกางเกงตัวเองออกได้อย่างถนัด ชานยอลถึงกับสูดลมหายใจลึก

 

แบคฮยอนที่ท่อนล่างเหลือเพียงกางเกงในตัวเดียวหากเป็นเวลาปกติคงเขินจนไม่สู้หน้า แต่ยามนี้กลับกล้าบดเบียดเรือนร่างเข้าหากายใหญ่ของเขา ปล่อยให้ชานยอลกระถดตัวลงจูบต้นขาอย่างหลงใหล ไล่ลงไปถึงปลีน่องโดยไม่ขัดขืนแม้แต่นิดเดียว

 

ถุงเท้าสีขาวบริสุทธิ์ที่ยังคงสวมอยู่ทำให้ร่างเล็กยิ่งดูน่ารังแก ถึงเนื้อตัวจะบิดเร่ายั่วยวนเมื่อโดนสัมผัสจาบจ้วง แต่ก็ดูไร้เดียงสาจนคนพี่แทบคลั่งตาย

 

“อือ”

 

ชานยอลกดจูบหน้าท้องนุ่มนิ่มนั้นก่อนกลับไปประสานจูบริมฝีปากบางสีแดงสดอีกรอบ นิ้วเรียวสวยสอดเข้าใต้กลุ่มผมสีเข้มของเขาระบายอารมณ์ สองเท้าตะเกียกตะกายไปมาพลางหลุดครางเบาๆเมื่อมือหนากำลังหยอกเย้าบางอย่างของเขาที่เริ่มแฉะซึมกางเกงผ้าตัวจิ๋วออกมา

 

“อ่า…กดแบบนั้น…”

 

“ชอบมั้ยครับ”

 

ร่างเล็กไม่ตอบ แต่เม้มปากพยักหน้ารับอย่างซื่อตรง เรียวขาสองข้างแยกจากกันเพื่อให้ร่างสูงสัมผัสได้ถนัดขึ้น

 

“แบคฮยอน อ๊ะ…ถอดกางเกงได้มั้ย”

 

อ่า…

 

แบคฮยอนคิดว่าเขามีความอดทนสูงนักหรือไง ชานยอลกัดฟันแน่น มองภาพน้องทำตาปรือเว้าวอน

 

“เปียกไปหมดแล้วถอดกางเกงให้แบคฮยอนหน่อยได้มั้ย”

 

“…”

 

“ได้มั้ยครับ”

 

เด็กน้อยถามย้ำ ร่างสูงเห็นท่าทางแบบนั้นก็ได้แต่ให้รางวัลด้วยการตามใจ และมอบสัมผัสที่ลุ่มหลงให้มากกว่าเดิม

 

 

 

 

 

.

.

 

 

 

 

อืด…

 

 

ร่างโปร่งที่กำลังยืนกอดอกพิงฝากระโปรงรถมาเซราติคันหรู ก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์ที่ปรากฏข้อความของคนที่เขากำลังรออยู่

 

‘กลับก่อนเลยไม่ต้องรอ’

 

เด็กหนุ่มเงยหน้ามองขึ้นไปยังชั้นบนสุดของตึกที่ไฟยังเปิดอยู่แล้วแค่นยิ้มให้กับตัวเอง ชั่วโมงกว่าๆที่เขายืนตากอากาศหนาวก็เพื่อรอแบคฮยอน ไม่ใช่ข้อความแบบนี้เสียหน่อย

 

“ทำไมไม่ลงมาล่ะ ทำไมไม่กลับด้วยกัน”

 

พอผลสุดท้ายออกมาเป็นแบบนี้เขาก็ได้แต่ก้มลงอ่านข้อความซ้ำเดิมแล้วเดินกลับไปขึ้นรถของตัวเอง

 

 

 

 

 

 

TBC.

 

 

 

 

 

 

 

 

รักหนอรัก…

 

ป.ล.เมาทีไรอ้อยคว่ำทั้งไร่เลยคับคนเล็ก

 

(ตอนนี้ยาวมาก เบื่อกันไหมน่อ…)

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.213K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,385 ความคิดเห็น

  1. #10375 chanbaekjan (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2564 / 17:53
    ฮุนกลับไปเถอะ
    #10,375
    0
  2. #10358 เซฮุนเอง :3 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 เมษายน 2564 / 00:57
    สงสารเซฮุนมาก ฮือออ T___T
    #10,358
    0
  3. #10328 Isabellbest (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 มีนาคม 2564 / 23:35
    สงสารเซฮุนจัง ตัวเองไม่มีสิทธิ์เลยสักนิดถ้ารู้ว่าพามาแล้วเขาจะมีความสุขกัน น่าจะเอาแต่ใจตัวเองแต่แรกซะก็ดี ฮื่อออสงสาร แต่ว่าก็ว่านะคะ นี่ยังกลัวใจว่าน้องเปิดประตูเข้าไปแล้วจะเจอพี่คลุกอยู่กับใครหรือเปล่า เฉลยยย! น้องมาให้คลุกเองจ้าา แอร๊ยยย
    #10,328
    0
  4. #10272 HoneyB'c (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 / 17:49
    ทำอะไรน้องอ่าาาา
    #10,272
    0
  5. #10253 minnann (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2564 / 01:26
    แงสงสารเจ้าเซฮุนนน
    #10,253
    0
  6. #10249 Louknam13 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 / 20:17
    ตะงุนนนนน
    #10,249
    0
  7. #10185 YunewG (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 มกราคม 2564 / 16:06

    โถ่เซฮุน กอดๆนะ น้องเล็กเมาแล้วขี้ยั่วเหมือนกันนะคะ แอร๊ยยย แม่นมกำไม้เรียวแล้ว 555555
    #10,185
    0
  8. #10159 m_1503_ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 มกราคม 2564 / 17:39
    ฮุนฮุนของพรี่ๆ
    #10,159
    0
  9. #10135 นิดถา (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 มกราคม 2564 / 09:43
    ยัยน้องแอบแส้บ แง้
    เตงุนนนนน มาหาพี่นะคนดี;-;
    #10,135
    0
  10. #10104 byjxja ツ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 10:37
    โอ้ยย ยัยน้องน่าตีมากก
    #10,104
    0
  11. #10057 ChungWila (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 23:38
    สงสารเซฮุนTT แต่ใดๆน้อนยั่วตาใสมาก
    #10,057
    0
  12. #9939 sunnylemon (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 มกราคม 2564 / 03:22
    ยัยน้องหนูรู้กกก
    #9,939
    0
  13. #9937 dianeee (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 มกราคม 2564 / 21:33
    น้องเร้กกกกกกกกกก-%¥฿#@@%(¥/×|}♡●•~[]○°~หืดดหาดดดดดดดด
    #9,937
    0
  14. #9867 เสี่ยว'หมิง♡ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 09:16
    สงสารเซฮุนนน ฮือออ
    #9,867
    0
  15. #9797 안시리민 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2563 / 09:49
    เซฮุนบอก คงได้เเค่เเอบชอบ สงสารเขามากมาก
    เเต่น้องเเซ่บมาก
    #9,797
    0
  16. #9650 Jennysupat18 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2563 / 19:30
    สงสารงุนอะ;-;
    #9,650
    0
  17. #9616 bbhrrpcy (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2563 / 23:37
    น้องเมาแล้วแส่บมากกก แต่สงสารเซฮุนอ่ะ ไม่เป็นไรนะฮือออ มาคู่กับเราแทนก็ได้้้
    #9,616
    0
  18. #9474 ไพลอท (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 / 03:18
    กรี๊ดน้องแส่บม่ะไหวๆๆ อย่าให้น้องเมาาา แม่อยากจับตีก้นให้เข็ดฮื่อๆๆๆ เป็นหวงน้องอ่ะแต่ก็นะใจคนเรามันก็แอบย้อนแย้ง

    แง้ ;-;
    #9,474
    0
  19. #9217 cookieredritz (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2563 / 23:16
    แงงงงง หาใครสักคนให้เซฮุนได้ไหมมม ใจนุเจ็บแทน
    #9,217
    0
  20. #9053 แพะบยอน❤ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2563 / 02:47
    ได้กลิ่นคนกลัวเมี......
    #9,053
    0
  21. #8813 Zikdn_ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 กันยายน 2563 / 23:50
    เขินนะแต่ก้สงสารเซฮุน คนดีของชั้นนน ฮือออ
    #8,813
    0
  22. #8776 pbcy (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 กันยายน 2563 / 17:31
    ใดๆคือสงสารฮุน แงงงงงงงงง
    #8,776
    0
  23. #8549 Chi_Yeol (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 14:26
    แบคแกทิ้งฮุนได้ลงคอ TT

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 25 สิงหาคม 2563 / 14:36
    #8,549
    0
  24. #8155 AEIGN_ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 17:01
    กรี๊ดกดดดดดดดดดดดดด
    #8,155
    0
  25. #7862 Sowonah (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2563 / 00:41
    สงสารเซฮุน เศร้าไปด้วยเลย
    #7,862
    0