HYUNG 형 | Chanbaek -END-

ตอนที่ 15 : CHAPTER 14 | ความรู้สึก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18,446
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,132 ครั้ง
    27 ก.ย. 63

 

 

 

14

 

 

 

 

 

 

 

 

คุณหนูเจ้าของห้องนอนโทนสีอบอุ่นสะดุ้งตื่นหลังจากเผลอหลับไปยาวนานทั้งที่ใครบางคนยังคงอยู่

 

แสงสลัวบอกให้รู้ว่าวันนี้เขาตื่นนอนก่อนเสียงนาฬิกาปลุกจะดัง ขณะที่เงาของร่างสูงใหญ่ที่นอนอยู่ตรงหน้านั้น บอกให้รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนคือเรื่องจริง

 

พรึบ…

 

แสงสว่างวาบจากโคมไฟข้างหัวเตียงที่เจ้าของห้องเป็นผู้เปิดทำให้เห็นอะไรได้ชัดขึ้น แบคฮยอนมองร่างสูงที่กำลังนอนกอดอกตะแคงตัวมาทางเขาหรี่ตาลงเมื่อสัมผัสแสงไฟ ก่อนดวงตาคมกริบจะเปิดเต็มที่พร้อมกับมองมาทางนี้

 

ท่าทางไร้ซึ่งความงัวเงียแบคฮยอนอดสงสัยไม่ได้ว่าอีกฝ่ายตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่ ถ้าหากตื่นก่อนเขาตั้งนานแล้วทำไมยังไม่ลุกออกไป จะมานอนจ้องหน้ากันแบบนี้ให้ยิ่งวางตัวลำบากทำไมนะ

 

 

“อ…”

 

 

เพียงแบคฮยอนคิดจะขยับตัวลุกขึ้น มือใหญ่ของอีกฝ่ายก็รั้งเขาไว้ด้วยการแตะเบาๆลงที่ต้นแขน

 

 

“ยังไม่เช้าเลยครับ”

 

 

คุณชายรองว่าอย่างนั้นด้วยเสียงทุ้มต่ำที่คนฟังได้ยินแล้วเขินแทบทำตัวไม่ถูก เมื่อคืนอีกฝ่ายอยู่ที่นี่ นอนบนเตียงของเขาตลอดทั้งคืน…

 

 

“ก กี่โมงแล้วครับ” คนตัวเล็กเอ่ยถามร่างสูงตรงหน้าเสียงแผ่ว แม้อีกคนจะส่ายหน้าแทนการตอบว่าไม่รู้ แต่เขาก็ยอมแนบศีรษะกลับลงบนหมอนใบโตอย่างว่าง่าย มันคงดูเชื่องมากแบคฮยอนถึงได้รับรอยยิ้มเอ็นดูมาเป็นรางวัล

 

 

อ่า…

 

อยากระเหิดหายไปในอากาศตอนนี้ชะมัดเลย

 

 

แบคฮยอนพยายามเลี่ยงมองใบหน้าหล่อซึ่งเต็มไปด้วยเสน่ห์เหลือร้าย เขารู้สึกประหม่าเขินอายจนไม่กล้าสบตาอีกฝ่ายตรงๆ ได้แต่ปล่อยให้ความเงียบทำงาน

 

สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนทำเขาตกใจจนตั้งรับไม่ทัน พยายามหาเหตุผลร้อยพันมารองรับแต่พอได้เห็นแววตาสงบนิ่ง เหมือนพร้อมจะยอมรับผลที่ตามมาของอีกคนแล้วแบคฮยอนก็คิดขึ้นมาว่า หรือเหตุผลต่างๆเหล่านั้นอาจไม่จำเป็น

 

“เมื่อคืนพี่บอกว่าไม่ได้เมา”

 

“อืม”

 

ดูเหมือนชานยอลจะตั้งใจจริงๆ

 

เพราะพอแบคฮยอนเอ่ยถามตามตรง อีกฝ่ายก็ครางรับในลำคอพลางยกสองมือขึ้นมาหนุนนอนต่างหมอน ดวงตาจับจ้องใบหน้าน่ารักของแบคฮยอนโดยไม่คิดปิดบัง สีหน้าท่าทางอย่างกับเด็ก คุณชายรองตอนนี้เหมือนเด็กโข่งที่สุดแสนเอาแต่ใจ

 

“ไม่ได้เมา”

 

ชานยอลย้ำชัด แบคฮยอนฟังแล้วอธิบายความรู้สึกตัวเองไม่ถูกเหมือนกัน มันไม่ได้รังเกียจหรือรู้สึกว่าเป็นฝันร้ายที่ถูกอีกฝ่ายสัมผัส ก็เหมือนทุกครั้งที่แบคฮยอนเกิดคำถามอย่างสับสน และจบลงด้วยความรู้สึกถลำลึกเข้าไปทุกวัน

 

“งั้น…พี่หึงผมทำไมครับ”

 

ถึงจะเด็กกว่าหลายปีแต่ก็ไม่ได้ไม่รู้ประสา ถูกจาบจ้วงมาตั้งกี่ครั้งกี่คราแบคฮยอนก็อยากได้คำอธิบาย ถึงมันจะมีผลต่อหัวใจตัวเองก็เถอะ

 

“คนเราจะมีกี่เหตุผลที่ทำให้รู้สึกหึงหวงใครสักคน”

 

“…”

 

“นายคิดว่าเป็นเหตุผลไหน”

 

“ผมไม่กล้าคิดหรอกครับ” กับคนที่มักจะทำอะไรเหนือความคาดคิดของเขาเสมอ แบคฮยอนคงได้แต่บอกไปตามตรงแบบนี้ และความน่ารักซื่อตรงของเขาทำเอาผู้เป็นพี่ได้แต่อมยิ้มเอ็นดู สายตาทอดมองลึกซึ้งโดยที่ไม่คิดแตะต้องให้ต้องตื่นกลัวเหมือนอย่างเมื่อคืน

 

“งั้นก็ไม่ต้องคิด เพราะเรื่องบางเรื่องแค่คิดมันก็ไม่พอ” ร่างสูงลดมือข้างหนึ่งลงเพื่อจับอกด้านซ้ายของตัวเอง “ต้องถามมันด้วย...”

 

“...”

 

“คำตอบมันอยู่ในนั้นแล้ว ต่อให้อยากหลอกตัวเองแค่ไหนสุดท้ายมันก็จะบอกความจริงกับเราอยู่ดี นายเคยลองถามมันดูบ้างหรือยัง”

 

“...”

 

“ขอโทษนะ…”ชานยอลว่าเสียงเบาราวกระซิบ ใช้นิ้วเกลี่ยพวงแก้มใสของคนตัวเล็กที่กำลังนอนทำตาแป๋วมองเขากลับอย่างหวงแหนและเอ็นดู

 

“ขอโทษเรื่องไหนครับ”

 

“เรื่องที่ไม่ได้เมา”

 

“...”

 

“แล้วก็เรื่องที่เอาแต่ใจ”

 

“รู้ตัวด้วยเหรอครับ”

 

“อืม”

 

“แต่ก็ทำ”

 

“เพราะเคยใช้แต่สมองแล้วมันทรมาน สุดท้ายถึงต้องตามใจตัวเองอยู่ดี”

 

“…”

 

“ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่ใช่ไหม”

 

ไอร้อนที่แผ่ออกมาจากผิวแก้ม ชานยอลคงไม่ได้คิดว่าเขากำลังโกรธอยู่หรอกใช่ไหม แบคฮยอนหลบสายตาพร้อมอาการหน้าแดงเรื่อ ในใจค่อนขอด นอกจากอีกคนจะไม่ยอมตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมาแล้วยังมาย้อนถามให้คนอ่อนประสบการณ์กว่าต้องวางตัวลำบากเพิ่ม ช่างร้ายกาจสมเป็นนักธุรกิจที่เก่งแต่หาผลกำไรให้ตัวเองจริงๆ

 

“ว่าไง”

 

“ผมไม่รู้จะตอบอะไร มันตกใจ…”

 

“…”

 

“ไม่คิดว่าพี่จะหึงผม”

 

“แล้วเป็นยังไง” แบคฮยอนหลุบตาลงมองปลายนิ้วหนาที่คลึงริมฝีปากเขาเล่นอย่างย่ามใจ ไม่ได้อยากคิดให้ตัวเองต้องอับอายแต่สายตาของอีกฝ่ายมันดูหลงใหลจนจะทำให้เขาหลอมละลายตายลงตรงนั้นให้ได้

 

“รู้แล้วเกลียดพี่กว่าเดิมไหม”

 

ไหนจะเสียงพูดเพราะๆนั่นอีก

 

“ผมไม่เคยเกลียดพี่สักหน่อย”

 

งั้นก็แสดงว่ารัก

 

“…”

 

“ใช่ไหมครับ”

 

 

คำถามของอีกฝ่ายทำเอาสะท้านไปทั้งใจ รักใช่ไหม…สามคำสั้นๆที่ฟังแล้วแบคฮยอนไม่สามารถต้านทานและหลอกตัวเองว่าไม่รู้สึกอะไรได้จริงๆ

 

 

รักงั้นเหรอ…

 

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

 

 

‘สวัสดีค่ะบอส’

 

‘อรุณสวัสดิ์ครับบอส’

 

‘อรุณสวัสดิ์ค่าา’

 

 

เสียงทักทายดังขึ้นตลอดทาง เช้านี้บอสหนุ่มเข้าบริษัทมาพร้อมกับน้องชาย ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเรียบเฉยกับสายตาที่มักจะมองเลยไปด้านหน้าวันนี้กลับดูมีชีวิตชีวาผิดตาไป ปกติร่างสูงโดดเด่นของเขามักจะสืบเท้ามุ่งหน้าเข้าสู่ลิฟต์พิเศษโดยไม่หยุดแวะระหว่างทางให้เสียเวลา บุคลิกที่ใกล้เคียงกับคำว่าสูงส่งและเย็นชาทำให้พนักงานระดับล่างไม่เคยได้สัมผัสตัวตนจริงๆของเขาสักเท่าไหร่

 

แต่ทว่าวันนี้ ร่างสูงที่ครองตำแหน่งเหนือกว่าใครๆกลับแปลกไป เพียงร่างเล็กที่เดินเคียงข้างมาด้วยกันบอกกับเขาว่า‘ เดี๋ยวผมไปใช้ลิฟต์ธรรมดานะครับ’ ก่อนจะเดินแยกไปหาพนักงานกลุ่มหนึ่งโดยไม่รอคำอนุญาต ชานยอลก็สืบเท้าเดินตามหลังร่างเล็กทันที

 

เสียงบทสนทนายามเช้าที่แสนคึกคักยิ่งกว่านกกระจอกแตกรังค่อยๆเบาลงเมื่อร่างสูงเข้ามาหยุดยืนซ้อนหลังคนน่ารัก คิมดาซมและผองเพื่อนรีบค้อมศีรษะทักทายเขาด้วยอาการประหลาดใจ พนักงานคนอื่นๆที่กำลังรอคิวเข้าลิฟต์เองก็พลอยเกิดอาการเกร็งกันไปด้วย ชานยอลเหลือบตามองก่อนย่นคิ้วนิดหน่อย ลูกน้องพวกนี้เห็นเขาทีไรเป็นต้องออกอาการหวั่นเกรงทุกที

 

“คุยอะไรกันท่าทางน่าสนุก”

 

เพราะพนักงานเอาแต่ยืนเงียบเสียงของบอสหนุ่มจึงดังพอให้คนที่อยู่บริเวณนั้นต่างได้ยิน รอยยิ้มจางๆของชานยอลกลายเป็นดูพิลึกพิลั่นเมื่อลูกน้องมองมันด้วยสายตาที่เหมือนเห็นพระอาทิตย์ขึ้นในตอนกลางคืน

 

“ไม่คุยกันต่อล่ะ เงียบทำไม”

 

“ไม่เห็นต้องถามเลยครับบอส” เสียงพูดติดตลกเรียกใบหน้าหล่อให้หันไปมอง ชานยอลเพิ่งสังเกตว่าในกลุ่มของพนักงานมีปาร์คเลย์ยืนรวมอยู่ด้วย แนบเนียนจนไม่เป็นที่สะดุดตาทั้งที่ตำแหน่งในบริษัทไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าใคร

 

“ก็เพราะมีเจ้านายมายืนฟังอยู่ด้วยแบบนี้ลูกน้องที่ไหนเค้าจะกล้าคุยเล่นกันล่ะครับ”

 

“นายก็อยู่”

 

“แต่เราไม่เหมือนกัน” คำว่าไม่เหมือนของเลย์ในที่นี้ไม่ใช่แค่ตำแหน่ง แต่ระดับความติดดินและคุ้นเคยกับพวกพนักงานเป็นอย่างดี เลย์ทำจนกลายเป็นเรื่องปกติ ขณะที่ชานยอลไม่ใช่อย่างนั้น นี่น่าจะเป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่เขามีใจจะคุยเล่นกับพวกลูกน้องมันถึงได้ดูเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อหน่อยๆ

 

“ไม่สะดวกใจให้ฉันยืนอยู่ด้วยงั้นสิ”

 

“ไม่เอาน่า ฉันแค่พูดไปตามเนื้อผ้าคิดมากไปได้” เลย์ยิ้ม “พวกนี้คงไม่ชินที่บอสมาอยู่ตรงนี้เลยพากันเกร็ง แต่ก็ดีแล้วล่ะ นานทีซีอีโอปาร์คจะนึกครึ้มมาคุยเล่นกับพวกเรา น่าเป็นเกียรติจะตาย”

 

“ท่าทางฉันคงต้องเรียนรู้การเข้าสังคมจากนายบ้างแล้วล่ะ”

 

“ฮ่ะๆ ชมกันเกินไปแล้วล่ะครับบอส” เลย์แกล้งค้อมศีรษะขอบคุณคนที่อยู่ตำแหน่งสูงกว่าด้วยรอยยิ้มสว่างจ้า สีหน้าอารมณ์ดีที่เหมือนไม่เคยมีเรื่องเครียดอะไรในชีวิตนั้นคงมีเพียงร่างสูงที่สัมผัสได้ว่ามันแฝงไว้ซึ่งความกวนอารมณ์

 

ชานยอลแค่นยิ้มมอง ไม่ได้ออกอาการอะไรมากไปกว่านั้นแต่เลขาใกล้ตัวอย่างคิมดาซมกลับความรู้สึกไว จับสังเกตความไม่สบอารมณ์ของเจ้านายได้จากท่ายืนกอดอก บรรยากาศทะแม่งๆทำให้เธอต้องรีบหาวิธีคลี่คลาย

 

“พวกเรากำลังคุยถึงเรื่องที่ไปร้านคาราโอเกะเมื่อคืนน่ะค่ะบอส” หญิงสาวกล่าว เกือบสิบคนที่ยืนอยู่ด้วยกันตรงนั้น รวมไปถึงแบคฮยอนคือกลุ่มที่ไปกินเลี้ยงกันเมื่อคืน มันสนุกจนต้องเอามาพูดต่ออย่างไม่รู้จบ และกลายเป็นสร้างความสนิทสนมชั่วข้ามคืนให้กับพวกเธอและคุณหนูปาร์คคนเล็กไปโดยปริยาย

 

“น้องแบคฮยอนเสียงดีจนขาแดนซ์อย่างพวกเราไม่กล้าแย่งไมค์เลยค่ะ”

 

“ไม่ขนาดนั้นสักหน่อยครับ”

 

“เป็นนักร้องได้เลยต่างหากครับ”

 

“พี่เลย์ก็พูดเกินไป”

 

“ไม่เกินไปหรอกค่ะ พวกเราเห็นด้วย แต่ชมยังไงก็ไม่เท่าที่คุณเลย์ชมสักที ปากหวานดูแลดีขนาดนี้คราวหลังต้องไปด้วยกันอีกนะคะ จะได้มีคนเลี้ยงจริงมั้ยน้องแบคฮยอน”

 

“ครับ”

 

“ฮ่ะๆ”

 

บทสนทนาเข้ากันดีที่ดูจะรู้เรื่องกันเพียงแค่คนในกลุ่มยิ่งผลักให้บอสหนุ่มกลายเป็นคนนอก ชานยอลไม่รู้ว่าทุกคนคุยเรื่องอะไรกัน แต่จากสีหน้าท่าทางของแต่ละคนรวมถึงเด็กน้อยตรงหน้าแล้วเมื่อคืนคงสนุกอย่างที่ว่า

 

“ได้สิ ถ้าผมว่างนะ”

 

“น่ารักจริงๆเลยค่ะ” คิมดาซมเอ่ยปากชมตามนิสัยสาวช่างเย้า แต่พอหันไปเห็นสีหน้าบอกบุญไม่รับของเจ้านายตัวเองแล้วเธอก็รีบเปลี่ยนมาให้ความสนใจกับร่างสูงทันที

 

“บอสอยากลองเปลี่ยนบรรยากาศ—”

 

“อยาก”

 

“…”

 

“ครั้งหน้าก็ชวนด้วยแล้วกัน ผมจะไปด้วย”

 

คิมดาซมและผองเพื่อนหันมองหน้ากันคล้ายไม่เชื่อหูตัวเอง ซีอีโอปาร์คผู้เย็นชาบอกว่าอยากไปร้องคาราโอเกะกับพนักงานอย่างพวกเธอนี่มันยิ่งกว่าบอกว่าพรุ่งนี้โลกจะแตกอีกนะ

 

“บอสพูดจริงหรือคะ?”

 

“ถ้าพวกคุณบอกว่าสนุกผมก็ไม่ควรจะพลาดไม่ใช่หรือไง”

 

“ให้ตาย… บอสจะเป็นคนแรกที่ฉันชวนเลยค่ะ!” คิมดาซมแค่นเสียงหัวเราะ เพื่อนพนักงานของเธอก็ดูเซอร์ไพรส์และยินดีไม่น้อยที่ได้ยินคำพูดเป็นกันเองแบบนั้นของเจ้านาย ชานยอลพยายามทำตัวสบายๆเพื่อไม่ให้พวกเธอรู้สึกเกร็ง ถึงจะรู้ว่าตัวเองอ่อนทักษะเรื่องรอยยิ้มไปบ้างแต่การใช้เสียงทุ้มนุ่มเป็นอาวุธให้คนฟังหลงเคลิบเคลิ้มตามนั่นก็ทางถนัดของเขาเลย

 

“หวังว่าถึงตอนนั้นผมจะไม่ใช่คนที่ถูกลืมไปเสียก่อน เพราะถ้าพวกคุณไม่ชวน ผมคงอดสนุกด้วย”

 

หลังได้ฟังประโยคดังกล่าวพนักงานสาวๆก็แทบละลาย คนตัวเล็กหันมามองหน้า ชานยอลเลยยักคิ้วให้น้องอย่างขี้เล่นไปที พออีกฝ่ายเบะปากใส่ก็แกล้งดึงหูน้องเบาๆ ท่าทางหยอกล้อกันไปมานั้นเหล่าพนักงานมองแล้วรู้สึกยังไงๆอยู่ แต่ก็ได้แต่ยิ้มกว้างๆเมื่อเจ้านายหันมามอง

 

“จะว่าไปคิดไม่ถึงเลยนะคะว่าบอสกับน้องแบคฮยอนจะเป็นพี่น้องกัน” สาวผมบ๊อบอินเทรนซึ่งเป็นเลขาของเลย์พูดขึ้นเมื่อเริ่มรู้สึกผ่อนคลาย “เจ้านายก็ไม่คิดบอกใบ้กันสักคำ”

 

“ถึงบอกไปใครจะเชื่อผมล่ะ เพราะขนาดตอนนี้ยังดูไม่เหมือนเลยใช่ไหม”

 

“นั่นสินะคะ หน้าไม่เหมือนกันเลย ก่อนหน้านี้พวกเราเองก็ไม่ค่อยได้ยินเรื่องของน้องแบคฮยอนสักเท่าไหร่”

 

“แบคฮยอนอายุห่างจากบอสของพวกคุณหลายปี จะดูไม่สนิทสนมแบบพี่น้องคู่อื่นๆก็ไม่แปลก—”

 

ใครว่าล่ะ” 

 

ไม่พูดเปล่าท่อนแขนยาวยังพาดลงบนไหล่ของร่างเล็กตรงหน้าก่อนจะดึงเบาๆเข้าหาตัวแล้วกระชับกอดต่อหน้าเหล่าพนักงาน

 

“ผมกับน้องรักกันดี สนิทกันมาตั้งแต่เด็กๆพวกคุณแค่ไม่รู้” ซ้ำยังแกล้งหอมศีรษะกลมของน้องหน้าตาเฉย ไม่ได้สนใจอาการอึ้งกับแก้มที่แดงระเรื่อขึ้นของคนตัวเล็กเลย เขายังคงเป็นคุณชายรองที่ทำเรื่องหน้าไม่อายได้อย่างไม่สะทกสะท้าน

 

“แต่ถ้ายังดูไม่สนิทอีกจะให้หอมแก้มหรือจูบปากโชว์ผมก็ไม่เขินนะ พวกคุณอยากจะดูไหมล่ะ”

 

“เอ่อะ…” เสียงหัวเราะขบขันของพนักงานดังขึ้นหลังจากนั้น แม้จะติดใจกับบรรยากาศกุ๊กกิ๊กแปลกๆของสองพี่น้องแต่พวกเธอก็รู้สึกเอ็นดูทั้งคู่จนเผลอมองข้ามสิ่งต่างๆเหล่านั้นไป

 

“จริงๆบอสก็เป็นคนขี้เล่นเหมือนกันนะคะเนี่ย ยังไม่ทันได้พาไปละลายพฤติกรรมก็ยิงมุขซะพวกเราไปไม่เป็นแล้ว ฮ่ะๆ” ปาร์คเลย์ที่ก่อนหน้านี้ยังเป็นจุดรวมความสนใจทว่าตอนนี้กลับไม่มีใครมองเห็นได้แต่ยกมุมปากแค่นยิ้มเยาะ สายตาเปลี่ยนไปจากเดิมเล็กน้อยโดยที่ไม่มีใครทันสังเกตเพราะเอาแต่ให้ความสนใจกับปาร์คชานยอลกันหมด

 

“ไปร้านคาราโอเกะครั้งหน้าคงสนุกมากแน่ๆ บอสพูดแล้วต้องไปให้ได้นะคะ น้องแบคฮยอนเป็นพยาน”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ติ๊ง…

 

ร่างสูงของบอสใหญ่แห่งปาร์คกรุ๊ปเดินนำออกมาจากกล่องสี่เหลี่ยมโดยสารเมื่อมาถึงชั้นสิบเอ็ด วันนี้เขาใช้ลิฟต์ตัวเดียวกับพวกพนักงานเพียงเพราะอยากเปลี่ยนบรรยากาศ หรืออีกนัยหนึ่งคือแค่ต้องการอยู่ใกล้ๆเด็กบางคน

 

เด็กคนที่กำลังตีหน้าบึ้งเดินตามมาด้านหลังพร้อมกับเลขาสาวของเขา ใบหน้าหวานดูน่ารักยามที่แก้มกลมขึ้นสีเลือดฝาด แล้วก็น่ารังแกในเวลาเดียวกันเพราะเจ้าของมันเอาแต่ทำหน้าดื้อ ไม่ยอมสบตาเขาเสียที

 

“ก่อนเที่ยงเอารายงานสรุปยอดขายของที่ประชุมเมื่อวานเข้าไปให้ผมดูด้วย”

 

“ได้ค่ะบอส”

 

“ผมขอดูแผนถ่ายทำโฆษณารถวีคหน้าด้วยนะ” ร่างสูงเอ่ยกับหญิงสาวก่อนจะสืบเท้าตามหลังร่างเล็กที่เดินนำเขาไปโดยไม่หยุดรอ พอลับสายตาคนนอกเข้ามาอยู่ในห้องทำงานบอสหนุ่มก็รีบประชิดตัวอีกฝ่ายทันที

 

 

อ๊ะ…”

 

มือใหญ่ตะปบเข้าที่หลังคอระหง เขาไม่ได้ทำรุนแรงแต่เพียงแค่สัมผัส เด็กดื้อก็ห่อไหล่พร้อมกับหยุดอยู่กับที่เหมือนว่านั่นคือจุดอ่อน ชานยอลหยักยิ้มพอใจ

 

“เดินหนีทำไม”

 

“เปล่าครับ”

 

“เปล่าครับ? แต่หน้าดูเหมือนไม่พอใจนะ”

 

“ผมจะกล้าไม่พอใจบอสได้ยังไง” ทั้งที่บอกแบบนั้นแต่พอถูกบังคับให้หันมาเผชิญหน้ากันแบคฮยอนกลับไม่ยอมสบตา ริมฝีปากจิ้มลิ้มคว่ำน้อยๆ มือเรียวตะครุบคอเสื้อเชิ้ตสีขาวของตัวเองไม่ยอมปล่อยออกจนร่างสูงหรี่ตามองอย่างไม่ค่อยเข้าใจ

 

“เอามือออกครับ”

 

ร่างเล็กเบ้หน้าใส่คนเผด็จการก่อนค่อยๆลดมือลงเพราะรู้ว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่จะดื้อดึง ตอนที่ชานยอลเอามือมาแหวกคอเสื้อของเขาเพื่อดูให้ชัดใบหน้าสวยก็พลันเห่อร้อนขึ้นมาอีกระลอก อายจนไม่รู้จะเอาหน้าไว้ตรงไหน

 

“นึกว่าอะไร”

 

“ขำอะไรครับ พี่ควรจะรู้สึกผิดสิ ไม่ใช่—”

 

“เดี๋ยวก็หาย” ร่างสูงพูดถึงรอยดูดที่ได้สร้างไว้เหนือกระดูกไหปลาร้าของเขา แบคฮยอนคิดว่ามันคงจะจางลงแต่พอมาเห็นตัวเองในกระจกลิฟต์ก็ถึงกับตกใจ เพียงคิดว่าก่อนหน้านี้จะมีใครสังเกตเห็นบ้างเขาก็อับอายยิ่งกว่าถูกพี่ชายแกล้งแสดงความรักเมื่อครู่นี้อีก

 

“ยิ่งนายกังวลคนอื่นก็จะยิ่งสังเกต”

 

“พี่ก็พูดง่ายสิ ไม่ได้เป็นผมสักหน่อย…” แบคฮยอนทำหน้างอ ไม่รู้ว่างอนหรือเขินมากกว่ากันเพราะในตอนที่คนตัวสูงอมยิ้มมองมานั้นใจดวงน้อยเต้นแรงจนแทบบ้า

 

“คราวหลังอย่าทำอะไรแบบนี้อีกนะครับ” ร่างเล็กทำท่าจะเดินหนีเข้าไปนั่งที่ตัวเองทว่าร่างสูงกลับตามมากักขัง ใช้แขนคร่อมตัวเขาไว้กับโต๊ะจนสะโพกกลมกลึงเกยกับขอบโต๊ะทำงาน

 

“ถ้าไม่อยากให้ทำ คราวหลังก็อย่าให้คนอื่นรับโทรศัพท์”

 

“ก็ผม—”

 

“มันน่าหงุดหงิดรู้มั้ยครับ”

 

“อ…” ร่างสูงโน้มหน้าลงมาปัดปลายจมูกของแบคฮยอนด้วยปลายจมูกโด่งของตัวเอง ดวงตารีเล็กดูตื่นๆ พยายามใช้มือยันอกแกร่งเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายได้เข้ามาใกล้ไปเกินกว่านั้น ริมฝีปากที่เฉียดกันไปมานับครั้งไม่ถ้วนทำให้นึกถึงรสจูบเมื่อคืน แบคฮยอนใจสั่นระรัว ไม่รู้เลยว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาตอนนี้มันคืออะไร

 

 

เพราะคงไม่มีพี่น้องที่ไหนทำกันแบบนี้

 

 

แต่ก็ตลกดี ที่ลึกๆแบคฮยอนเองก็พอใจจนยอมให้อีกคนเอาแต่ใจครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อเช้าเขาไม่ได้ตอบคำถามชานยอล แต่กลับเริ่มจะมีคำตอบที่แน่ชัดให้กับตัวเองแล้วว่ากำลังรู้สึกอย่างไร

 

“เดี๋ยวก็มีคนเข้ามาเห็นอีกหรอกครับ”

 

“คราวนี้จะไล่ออกให้หมด”

 

“พี่มันบ้า…” พวกเขาหลุดยิ้มให้กัน สายตาลึกซึ้งที่มองมาอยู่ตลอดนั้นแบคฮยอนไม่สามารถมองมันได้นานจึงได้แต่พยายามก้มหน้าหลบสายตา

 

 

กระทั่ง

 

 

บอกแล้วใช่ไหมว่าให้เคาะประตู

 

 

เสียงทุ้มเปล่งออกมา แบคฮยอนตกใจจนต้องรีบหันไปมองทางประตู แต่แล้วก็พบว่าไม่มีใครอยู่ตรงนั้น มารู้ตัวว่าโดนหลอกเข้าอย่างจังก็ตอนที่หันหน้ากลับมาแล้วปากตัวเองชนแก้มสากเข้าเต็มๆ

 

 

จุ๊บ!

 

 

อะ…”

 

มือเรียวฟาดไหล่คนเจ้าเล่ห์ด้วยความตกใจ ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงเรื่อเพราะถูกทำให้อายเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้

 

“ทำไมเป็นคนแบบนี้ครับ?!”

 

นี่มันเจ้าเล่ห์เกินไปแล้วนะ

 

“คนแบบไหน ยังไม่ทันได้ทำอะไรนายก็มาหอมแก้ม ใครกันที่ควรต้องโวยวาย”

 

“ยังจะมาพูดแบบนี้อีก!” ร่างเล็กแหวใส่ แสร้งตีหน้าถมึงทึงกลบเกลื่อนความอาย มือคอยดันคนตัวโตไปให้ไกลแต่ชานยอลกลับยังทำหน้าตายไม่สะทกสะท้าน

 

“กลับไปนั่งที่ตัวเองเลยนะครับ”

 

“นายเป็นเด็กฝึกงานหรือใครกันแน่ถึงได้กล้ามาสั่งซีอีโอ”

 

“เป็นผู้เสียหายยังไงล่ะ ฉวยโอกาสคนอื่นแล้วยังจะมาใช้ตำแหน่งตัวเองเป็นข้ออ้างเอาเปรียบกันอีกนะ พี่นี่หน้าไม่อายจริงๆ…” ร่างเล็กบ่นไล่หลังบอสหนุ่มที่ยอมเดินไปนั่งที่ตัวเองแล้ว ไม่รู้เพราะสงสารหรือเห็นใจแต่จะอย่างไหนแบคฮยอนก็นึกขอบคุณที่ชานยอลยอมอยู่ห่างให้เขาได้มีเวลาได้พักหายใจหายคอให้ทั่วท้องสักที เพราะถ้ายังดึงดันจะแกล้งกันต่อแบคฮยอนคงได้ร้องไห้ออกมาจริงๆ

 

ร้องเพื่อระบายความรู้สึกเขินอาย

 

ร้องที่เป็นฝ่ายถูกแกล้งซ้ำๆ

 

ในขณะที่เขาเขินแทบตายแต่อีกคนยังมีหน้ามาอมยิ้มดูมีความสุขดีแบบนั้นมันไม่ยุติธรรมเลยสักนิดเดียว

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

ร่างสูงยังคงนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะเนื่องจากประชุมไตรมาสวันสุดท้ายนี้จะมีเฉพาะช่วงบ่าย แม้ในห้องทำงานกว้างจะมีคนอยู่ถึงสองคนแต่เสียงคลิกเมาส์กลับเป็นสิ่งเดียวที่ดังอยู่ในความเงียบ

 

เจ้าของห้องทำงานปรายตามองหาร่างเล็กที่ยังคงหลบซ่อนตัวอยู่หลังจอคอมพิวเตอร์ บ่อยครั้งที่เขาละความสนใจออกจากงานน่าเบื่อ แล้วเลือกจะให้เด็กฝึกงานที่นั่งอยู่ตรงตำแหน่งมุมห้องเป็นจุดพักสายตา ใจอยากลุกเข้าไปหาแต่ดูท่าแล้วแบคฮยอนคงอยากให้เขานั่งอยู่กับที่แบบนี้มากกว่า

 

ร่างสูงจุดยิ้มอย่างนึกตลก ฉับพลันเสียงโทรศัพท์บนโต๊ะร้องระงมดึงความสนใจ บอสหนุ่มกดสปีกเกอร์โฟนเพื่อรับสายก่อนเสียงหวานไพเราะของคิมดาซมจะดังขึ้นมา

 

(ท่านประธานมาขอพบค่ะบอส)

 

“อืม ให้เข้ามา ขอชาให้แขกด้วย”

 

(ได้ค่ะ)

 

สายถูกตัดไปไม่นานประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดเข้ามาพร้อมกับร่างสูงน่าเกรงขาม ชานยอลเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ มองดูปาร์คยุนโฮเดินเข้ามาด้วยสีหน้างัวเงียผิดปกติ ไม่บอกก็รู้ว่ายังแฮ้งค์จากเมื่อคืน

 

 

“นึกว่าพี่จะไม่ฟื้น”

 

“อืม ก็เกือบแล้วล่ะ” ถึงสภาพไม่เต็มร้อยแต่กระนั้นผู้เป็นพี่ใหญ่ก็ยังไม่ลืมให้ความสำคัญต่อน้องชายอีกคน ยุนโฮหยุดมองเจ้าตัวเล็กแวบหนึ่งก่อนจะเข้ามานั่งเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของชานยอล “ไม่ได้เมาภาพตัดแบบนี้นาน ทรมานใช่เล่น”

 

“หึ มาพบผมมีอะไร”

 

“ไม่มีอะไร ได้ยินว่านายย้ายโต๊ะน้องเล็กเข้ามาในห้องทำงานเลยแวะมาดูหน่อย ได้ข่าวว่าเมื่อวานเหลวไหลเข้างานสายด้วยเหรอเรา” ประโยคหลังพี่ชายคนโตหันไปพูดกับเจ้าตัวเล็กที่นั่งอยู่มุมห้อง ใบหน้าน่ารักค่อยๆโผล่ออกมาจากหลังจอคอม แบคฮยอนแสร้งทำหน้าเศร้าหน่อยนึงก่อนที่จะเอ่ย

 

“มีรถชนบนถนนน่ะครับก็เลยต้องเข้าช้า พี่ใหญ่เชื่อไหม”

 

“ทำไมครับ คิดว่าพี่จะไม่เชื่อเหรอ”

 

“ก็เมื่อวานมีคนไม่เชื่อผม”

 

ไม่ได้ไม่เชื่อ แค่ไม่ชอบ

 

แม้ว่าน้องจะไม่ได้เอ่ยปากเจาะจงแต่ร่างสูงก็กล้าพอที่จะออกตัวรับ เขาพูดออกไปตรงๆโดยไม่อ้อมค้อม

 

“แต่ก็ไม่เห็นจะต้องขึ้นเสียง”

 

“จะฟ้องหรือไง”

 

“เอาล่ะๆ เลิกแกล้งน้องสักที” คนกลางที่นั่งฟังอยู่ด้วยส่ายหน้าให้กับเด็กทั้งสองคน บนมุมปากเขามีรอยยิ้มเล็กๆตอนที่น้องชายจอมเกเรไหวไหล่ยอมจำนน ถ้าได้ใกล้ชิดก็จะรู้ว่าชานยอลน่ะเก่งเรื่องแกล้งตีหน้าเข้มทำเสียงดุมาแต่ไหนแต่ไร ซึ่งน้อยคนจะรู้ว่าตัวตนจริงๆข้างในเขาใจดีกับน้องยิ่งกว่าพี่ชายคนโตอย่างยุนโฮด้วยซ้ำ

 

 

 

แค่สายตาที่ใช้ทอดมองแบคฮยอนก็แตกต่างกันแล้ว

 

 

 

“เย็นนี้หลังเลิกประชุมไม่ต้องไปกับพวกผู้ใหญ่ พาเจ้าตัวเล็กไปหาอะไรทานกันไหม” เจ้าตัวเล็กที่กำลังถูกพาดพิงทำตาเป็นประกายหลังจากได้ยินพี่ชายคนโตพูด

 

“อารมณ์ไหน พี่มีเวลาหรือไง”

 

“วันนี้ฉันสะดวก นายล่ะมีนัดหรือยัง”

 

“ไม่มั้ง จะไปก็ไปได้” ร่างสูงมองไปที่คนตัวเล็ก เห็นท่าทางเก็บอาการดีใจของอีกฝ่ายแล้วคงไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาต้องปฏิเสธคำชวนของพี่ชาย “ดูหนังรอบดึกด้วยไหมล่ะ เรื่องนั้นใกล้จะออกโรงแล้ว น้องชายพี่น่าจะอยากดู”

 

“น้องเล็กอยากดูเรื่องอะไร” ใบหน้าสุขุมหันไปถาม แบคฮยอนไม่ได้ตอบในทันทีเพราะกำลังนึกแปลกใจที่ชานยอลจำได้ว่าเขาอยากจะดูหนัง ทั้งที่เคยพูดให้ฟังตั้งแต่เมื่อครั้นอยู่ปูซานซึ่งก็ผ่านมาพอสมควรแล้ว ตอนนั้นเขาเพียงพูดเพื่อคลายบรรยากาศในรถไม่ได้จริงจังด้วยซ้ำ ไม่คิดจริงๆว่าชานยอลจะยังจำได้

 

“The Classic น่ะครับ”

 

ใจดวงน้อยเต้นดังโครมคราม

 

สิ่งที่ถูกซ่อนลึกกำลังเบ่งบานอยู่ในนั้น

 

“งั้นก็เอาอย่างที่ว่าแล้วกัน ทานมื้อเย็นเสร็จก็ไปดูหนังกันต่อ”

 

แบคฮยอนกดยิ้มให้ชานยอลลับหลังพี่ชายคนโตที่เพิ่งหันหน้ากลับไป สายตาของคนน่ารักตอนนี้แทบไม่ต่างจากบอสหนุ่ม มันสบประสานมองกัน สื่อความรู้สึกลึกซึ้งที่คงมีเพียงคนสองคนเท่านั้นที่จะเข้าใจ…

 

 

 

 

 

 

 

 

ตอนประมาณหกโมงเย็นแบคฮยอนนั่งรถออกจากบริษัทมากับพี่ใหญ่ ส่วนอีกคนแยกไปทำธุระและให้ไปเจอกันที่ห้างฯซึ่งเป็นสถานที่นัดหมาย

 

เรียกได้ว่าเป็นโปรแกรมกะทันหัน ปกติกิจกรรมกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัวยุนโฮมักเป็นผู้จุดไอเดียอยู่แล้ว แต่จะเป็นวันสำคัญๆอย่างเช่น วันเกิดหรือวันครบรอบการจากไปของคุณพ่อมากกว่า พอเป็นการตกลงกันปุบปับน้องเล็กของบ้านจึงอดตื่นเต้นไม่ได้ แบคฮยอนนั่งรอเวลาเลิกงานอย่างใจจดใจจ่อ เพราะนานมากแล้วที่พวกเขาพี่น้องไม่ได้ออกมาเที่ยวนอกบ้านด้วยกัน ถึงจะเป็นแค่กิจกรรมเบสิกอย่างกินข้าวดูหนังก็ตาม

 

เพราะมาถึงก่อน ระหว่างรอชานยอลตามมายุนโฮจึงพาแบคฮยอนไปเดินเล่นเพื่อฆ่าเวลา ไม่ว่าจะร้านเสื้อผ้าแบรนด์ดัง กระเป๋า รองเท้า นาฬิกา น้ำหอม สองพี่น้องเดินเข้าร้านนั้นออกร้านนี้ไปทั่วและได้ของติดมือมาเล็กๆน้อยๆ ก่อนจะมาจบที่ร้านหนังสือตามความต้องการของน้องชายคนเล็ก

 

ยุนโฮปล่อยให้น้องเดินดูหนังสือเท่าที่จะพอใจขณะที่ตัวเองหลบออกไปคุยโทรศัพท์อยู่ข้างนอกร้าน จนกระทั่งแบคฮยอนเลือกหนังสือที่อยากจะได้ติดมือมาอยู่สองสามเล่มพี่ชายก็เดินกลับเข้ามา ชุดสูทหรูและความสูงที่ชวนสะดุดตาแบคฮยอนเห็นสาวๆในร้านและข้างนอกแอบมองพี่ชายตั้งหลายคน

 

“เลือกได้แล้วเหรอครับ”

 

“ครับ อยากได้สามเล่มนี้”

 

“งั้นไปจ่ายเงินแล้วเดี๋ยวไปทานข้าวกัน”

 

“พี่รองมาถึงแล้วเหรอครับ” แค่เอ่ยถึงอีกคนใบหน้าน่ารักก็ออกอาการดีใจอย่างเห็นได้ชัด สีหน้าสดใสขึ้นกว่าเดิมแบบที่เจ้าตัวเองก็ไม่รู้สึกตัว แต่คนเป็นพี่ใหญ่มองอยู่ตลอด และถึงแม้จะชอบแววตาสดใสของน้องมากแค่ไหนสุดท้ายเขาก็ต้องพูดความจริงออกไปไม่คิดปิดบัง

 

“นายรองเพิ่งทำธุระเสร็จอีกสักพักกว่าจะถึง เราจะไปทานกันก่อน พี่หมายถึงหมอนั่นคงไม่มาทานมื้อเย็นกับเราแล้ว ค่อยไปเจอกันที่หน้าโรงหนัง”

 

“อ้าว…”

 

“ทานกับพี่สองคนเราโอเคนะ”

 

“ครับ แต่จริงๆถ้าเรารออีกสักพักพี่รองก็น่าจะมาทานกับเราทันไหม ตอนนี้ผมก็ยังไม่หิวเท่าไหร่…”

 

“นี่ทุ่มกว่าแล้วไม่หิวได้ยังไง”

 

“ไปหาไอศกรีมรองท้องก่อนก็ได้ครับ ผมมีร้านที่อยากกิน”

 

“นายรองเป็นคนบอกพี่เองว่าจะไม่มาทานมื้อเย็นด้วย”

 

“…”

 

“เพราะงั้นไม่ต้องหิ้วท้องรอมันแล้วครับ” คงเป็นความรู้สึกเสียดายหน่อยๆที่สุดท้ายพวกเขาไม่ได้อยู่ทานข้าวพร้อมหน้ากันอย่างที่คิดไว้ตอนแรก

 

แต่ถึงกระนั้นแบคฮยอนก็ไม่ดันทุรัง ในเมื่อพี่ใหญ่พูดมาขนาดนี้แล้วเขาก็ทำได้แค่เดินเอาหนังสือในตะกร้าไปชำระเงินที่หน้าเคาน์เตอร์ก่อนจะไปทานมื้อเย็นกับยุนโฮสองคน

 

พี่ใหญ่ยังคงดูแลแบคฮยอนเป็นอย่างดี เลือกสั่งแต่อาหารที่น้องชอบ ชวนคุยแต่เรื่องที่คิดว่าแบคฮยอนจะสนใจ อย่างเช่นเรื่องหนังเก่าอย่างThe Classic ที่เอากลับมาฉายในโรงภาพยนตร์ช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ที่พวกเขากำลังจะไปดู หรือแม้แต่พาไปซื้อไอศกรีมร้านที่แบคฮยอนบอกอยากจะกินหลังจบมื้อค่ำ

 

ทว่าใจดวงน้อยไม่ยอมรักดี ทั้งที่ควรจะให้ความสำคัญกับคนที่อยู่ด้วยกันแต่บ่อยครั้งเขากลับมักจะเผลอไปคิดถึงพี่ชายอีกคนจนดูเหมือนคนใจลอย มันเอาแต่เฝ้ารออยากจะพบคนๆนั้นทั้งที่เพิ่งแยกจากกันที่บริษัทเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน บางครั้งก็ยิ้มโดยไม่มีเหตุผล ไม่รู้ว่าในหัวของแบคฮยอนเต็มไปด้วยชานยอลตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่คิดถึงทีไรใจมันก็เป็นสุขอย่างตลกร้ายทุกที

 

 

 

“ฉันเห็นนายแล้ว”

 

ตอนที่ขึ้นมาชั้นโรงหนังยุนโฮวางสายโทรศัพท์ก่อนเก็บมันเข้ากระเป๋าแล้วเดินนำแบคฮยอนไปทางตู้กดตั๋วหนัง แค่มองเห็นร่างสูงสมบูรณ์แบบของใครบางคนจากที่ไกลๆใบหน้าน่ารักก็จุดยิ้มเล็กๆด้วยหัวใจที่พองโต

 

ชานยอลเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกงหลังจากวางสายจากยุนโฮ แบคฮยอนมีโอกาสเห็นเขาจากแค่ด้านข้างเพราะชานยอลกำลังตั้งใจกดตั๋วหนังอยู่ ร่างสูงยังอยู่ในชุดทำงานเดิมเพียงแต่ไม่มีสูทตัวนอก เชิ้ตสีขาวอีกฝ่ายพับแขนขึ้นลวกๆและปลดกระดุมลง แม้หน้าโรงหนังจะใช้แสงไฟสลัวๆทว่าชานยอลกลับยังดูโดดเด่นจนใครต่อใครต้องลอบมองอยู่ดี

 

 

 

ไม่เว้นแม้แต่แบคฮยอน

 

 

 

“ได้ตั๋วแล้วเหรอ” ยุนโฮทัก

 

“อืม” ร่างสูงหันมาหาพวกเขาหลังจากกระดาษตั๋วหนังเข้ามาอยู่ในมือเรียบร้อยแล้ว คิ้วเรียวสวยย่นเข้าหากันนิดหน่อยเมื่อสังเกตเห็นว่าอีกฝ่ายกดตั๋วมาถึงสี่ใบ

 

“นั่นนายกดมาสี่ใบ” ไวเท่าความคิดพี่ชายคนโตเป็นฝ่ายเอ่ยถาม ใบหน้าหล่อหลุบตามองตั๋วหนังในมือ เขาทำท่าเหมือนจะพูดอะไรแต่เพราะมีหญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาเสียก่อน ความสนใจจึงถูกเบนไปที่เธอแทน

 

น้ำกับป๊อบคอร์นพร้อมแล้ว ตั๋วหนังล่ะพร้อมหรือยัง…” เสียงพูดภาษาเกาหลีสำเนียงแปร่งๆเงียบลงเมื่อหญิงสาวสังเกตเห็นคนแปลกหน้า เธอเข้ามาหยุดยืนข้างๆชานยอล สองแขนโอบกอดถังป๊อบคอร์นและน้ำอัดลมแก้วใหญ่ ถึงจะไม่รู้ว่าเป็นใครแต่สองพี่น้องก็พอเดาได้ว่าเจ้าของตั๋วหนังใบที่สี่คงไม่พ้นว่าเป็นเธอ

 

“ใช่พี่ชายกับน้องนายหรือเปล่า” หญิงสาวใช้ศอกสะกิดแขนคนตัวสูงพลางกระซิบถาม พอชานยอลขมวดคิ้วใส่เหมือนอยากจะดุเธอก็หันมาฉีกยิ้มหวานให้ยุนโฮกับแบคฮยอนแทน

 

“พาเพื่อนมาดูด้วยเหรอ”

 

“อืม ไม่ได้ตั้งใจแต่เธอรบเร้าน่ารำคาญเลยต้องพามาด้วย”

 

“ก็ตั้งแต่กลับมาเกาหลีไม่ได้ออกไปไหนเลยนี่ แฟนอย่างนายก็ไม่ยอมสนใจ ขอมาด้วยหน่อยล่ะทำหน้าบูด”

 

“แฟน?” ยุนโฮเลิกคิ้วถามพร้อมกับที่ชานยอลผลักหัวหญิงสาวไปหนึ่งที ถึงไม่ได้รุนแรงอะไรเลยแต่ท่าทางเป็นตัวเอง ไม่ต้องคอยทำตัวสุภาพหรือสงวนท่าทีเหมือนเวลาอยู่กับผู้หญิงคนอื่นแบคฮยอนเห็นแล้วรู้สึกปวดใจแปลกๆ

 

“ไม่ใช่แฟน”

 

ร่างสูงพูดชัด ดวงตาคู่คมมองมายังแบคฮยอนทว่าน้องกลับไม่ยอมสบตา ใบหน้าที่เคยสดใสกลายเป็นเรียบนิ่งไม่บ่งบอกความรู้สึกใดๆให้ได้รู้

 

“เธอเป็นเพื่อนที่แคลิฟอร์เนีย ชื่อเซเรน่า

 

ชื่อนี้…

 

แบคฮยอนเคยได้ยินจงอินและชานยอลพูดถึงเมื่อครั้งหนึ่ง

 

คิก

 

“เซเรน่านี่ปาร์คยุนโฮพี่ชายฉัน ส่วนนั่นแบคฮยอน”

 

“ได้เจอตัวจริงสักที ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ ขอรบกวนดูหนังด้วยคนนะ”

 

“ยินดีครับ”

 

อย่างกับซีนดราม่าในหนังรักสามเศร้า ที่นางเอกต้องทนมองพระเอกยืนเคียงคู่อยู่กับผู้หญิงที่คบ หญิงสาวส่งยิ้มหวานพลางค้อมศีรษะให้ยุนโฮและเผื่อแผ่มาถึงแบคฮยอน รอยยิ้มของเธอสดใส แม้แต่ดวงตาหวานๆนั้นก็ยิ้มตามรูปปากสีสดของเธอ เซเรน่าดูไม่เหมือนผู้หญิงคนไหนที่ชานยอลเคยควง ไม่ว่าจะรูปร่างหน้าตาที่เป็นธรรมชาติหรือบุคลิกขี้เล่นที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความกระตือรือร้น

 

 

เธอสวยมากและดูฉลาดแม้ว่าแบคฮยอนจะเพิ่งพบเจอ

 

 

“ใกล้เวลาหนังจะฉายแล้วเข้าไปกันเถอะ”

 

“ช่วยถือหน่อย” หญิงสาวทำหน้าอ้อนชานยอลนิดๆ

 

“ซื้อมาเองก็ถือเอง”

 

“เป็นสุภาพบุรุษหน่อยน่า นานๆทีเราจะได้ดูหนังด้วยกันนะ”

 

“เธอนี่มันภาระจริงๆ” ถึงปากจะว่าอย่างนั้นทว่าร่างสูงก็เข้าไปช่วยเธอถือน้ำสองแก้วใหญ่ๆนั้นอยู่ดี

 

“ป่ะ…” โชคดีที่แบคฮยอนมีพี่ชายคนโตยืนเคียงข้างจึงไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนเกินจนเกินไป ยุนโฮดันหลังเขาให้เดินตามชานยอลและหญิงสาว ไม่รู้ว่ามีสิทธิ์ที่จะรู้สึกแบบนี้ไหม

 

 

 

น้อยใจ

 

 

 

ราวกับถูกลดทอนความสำคัญลงทั้งที่ชานยอลยังไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่าวางเฉยให้หญิงสาวเย้าแหย่ไปตลอดทาง แบคฮยอนเดินตามหลังถึงได้เห็นทุกอย่าง ความเหมาะสมกันอย่างบอกไม่ถูกทำใจของแบคฮยอนรู้สึกปวดแปลบขึ้นมา ยิ่งเวลาที่ชานยอลหันกลับหลังมามองเขาเป็นพักๆคล้ายห่วงความรู้สึกแบคฮยอนก็ยิ่งรู้สึกไม่ดี

 

 

คนเจ้าชู้

 

ธุระที่บอกจะไปทำคือการไปรับเธอมาดูหนังด้วยงั้นสินะ

 

 

“ผมขอนั่งริมนะครับ”

 

เขาเลี่ยงที่จะเผชิญหน้ากับชานยอล เลือกให้พี่ใหญ่นั่งคั่นกลางและผลักไสให้อีกคนได้ไปอยู่ข้างๆหญิงสาวที่เดินนำเข้าไปหาที่นั่งก่อน

 

จอภาพยนตร์ใหญ่ยักษ์เริ่มฉายหนัง ดวงตาเรียวรีจับจ้องด้านหน้าทว่าบ่อยครั้งที่หางตามักเผลอมองเลยไปที่คนสองคน ทั้งที่เป็นหนังเรื่องที่ตัวเองอยากดูแต่เขากลับไม่มีสมาธิกับมันเลย ในหัวคิดตัดพ้อแต่เรื่องที่ชานยอลเบี้ยวนัดทานข้าวแล้วมาโผล่ที่หน้าโรงหนังพร้อมกับผู้หญิงที่ดูจะคุ้นเคยกันดี

 

 

ทั้งโกรธ น้อยใจ ไม่ชอบใจแต่ก็ต้องแสดงออกว่าไม่ได้รู้สึกอะไรทั้งนั้น

 

 

รักใช่ไหม?

 

 

คำถามของชานยอลเมื่อตอนเช้าดังเข้ามาในหัวอีกครั้ง พร้อมกับน้ำตาหนึ่งหยดที่ร่วงเผาะอย่างควบคุมไม่อยู่

 

 

ตอนนั้น แบคฮยอนไม่ได้เช็ดมันออก ได้แต่ภาวนาให้พี่ชายคนโตที่นั่งติดกันไม่ทันสังเกตเห็น หรือหากเห็น…ก็ขอให้เข้าใจว่าน้องอินกับไดอะล็อกแสนธรรมดาของตัวละครในหนัง ไม่ใช่เพราะความรู้สึกอย่างอื่น

 

 

 

 

 

 

TBC.

 

 

 

 

 

 

 

หกพันกว่าคำทำไมมันดูสั้นๆเนาะy-y

 

หึงกันไปมา ตอนหน้าเลือกทีมให้ถูก ส่วนคนเขียนจะเรื่องนี้หรือเรื่องไหนก็ไบแอส #ทีมพระเอก นิดนึง/แม่ๆน้องอาจมีลุกฮือ (เพราะครึ่งทางแล้ว ต้องรู้ความในใจกันได้แล้ว! แหะ จริงๆก็ชัดเจนว่ารู้สึกยังไงกันเหลือแค่พูดออกไปแหละเนาะ)

 

ป.ล.1 ขอโทษทุกคนที่มาอัพช้านะคะ ช่วงนี้ไม่ได้wfhแล้วเลยไม่ค่อยมีเวลาว่าง จะได้แต่งเฉพาะเสาร์อาทิตย์หรือวันหยุด ยังไงฝากติดตามกันไปจนจบน๊า

 

ป.ล.2 ช่วงนี้เห็นไรท์เตอร์หลายคนโดนคอมเม้นทำร้ายจิตใจกันเยอะเลย สายผลิตแบบเราใจบางไปหมด อยากขอทุกคนให้กำลังใจกันแบบน่ารักๆจะได้มีแรงแต่งต่อๆไป เราโอเคกับการแวะเข้ามาอ่านแล้วกดออกเงียบๆถ้าไม่ถูกใจ ไม่เม้น ไม่บั่นทอนกันด้วยคำพูดบางคำเนาะ คนแต่งก็ใจแค่นิT^T

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.132K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,367 ความคิดเห็น

  1. #10356 เซฮุนเอง :3 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 เมษายน 2564 / 00:06
    ถ้าเป็นเราก็น้อยใจเหมือนก้นนะ ถีงจะเป็นเพื่อนจริงๆก็เถอะ เข้าใจครสน้องมากๆ ง้อน้องด่วนเลยค่า!!!
    #10,356
    0
  2. #10349 Hollydecemx (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 เมษายน 2564 / 07:55
    อย่ามาม่าเย้อยะคั้บใจคนอ่านก็เเค่นิ้เหมือนกัน✉️
    #10,349
    0
  3. #10348 Hollydecemx (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 เมษายน 2564 / 07:54
    เเงงงงงงเจียมใจจจ
    #10,348
    0
  4. #10320 Isabellbest (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 มีนาคม 2564 / 03:50
    นั่นสินะ บางทีมองในมุมของน้องการทำดีของพี่เวลาที่อยู่ด้วยกันจนอาจทำให้ลืมไปว่าที่เราเห็นมาตลอดคือเค้าควงหลายคน เป็นคนเจ้าชู้ เดาใจไม่ได้ พี่เค้าแสนดีกับเราจนเราเผลอลืมไป พอมาเจอสถานการณ์แบบนี้น้องก็เลยเจ็บเพราะเหมือนเพิ่งตระหนักได้ว่า คนๆ นี้เป็นคนเจ้าชู้นี่นา ซึ่งถึงเราคนอ่านจะรู้ครส.ของตลค.ทุกคนในเรื่องอยู่แล้วก็เถอะ มุแง้ ไม่ร้องนะลูก โอ๋ๆ นะ😭😭
    #10,320
    0
  5. #10271 วาววา (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 / 10:49

    ส่งซิกสายตากันเหมือนแอบเป็นชู้เลยอ่ะ 5555555555

    #10,271
    0
  6. #10252 minnann (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 / 23:47
    จุกอกอีกแล้ววว
    #10,252
    0
  7. #10246 Louknam13 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 / 17:43
    ทำน้องร้องอีกแล้ววว
    #10,246
    0
  8. #10229 hyunee.B (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 / 01:24
    ใจหวิวๆแปลกๆแหะ แงงงงงง
    #10,229
    0
  9. #10156 MoojuM (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 มกราคม 2564 / 12:10
    นัดกันในครอบครัว ไม่น่าพาคนนอกมา แถมเบี้ยวนัดทานข้าวอีก
    #10,156
    0
  10. #10155 MoojuM (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 มกราคม 2564 / 12:10
    นัดกันในครอบครัว ไม่น่าพาคนนอกมา แถมเบี้ยวนัดทานข้าวอีก
    #10,155
    0
  11. #10129 Samorn1 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 00:59
    เข้าใจความรู้สึกน้องเล็ก
    #10,129
    0
  12. #10114 Benz Satita (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 มกราคม 2564 / 01:39
    น้องเล็กไม่ร้องน้าาา🥺
    #10,114
    1
    • #10114-1 YunewG(จากตอนที่ 15)
      24 มกราคม 2564 / 14:24
      แง น้องเล็กไม่ร้องน้า พี่ใหญ่ดูน้องด้วยนะ เหลือแต่พี่ใหญ่แล้วนะตอนนี้ เข้าใจว่าเพื่อน แต่คนน้องรัก? ไปแล้วแหละ ก็น้อยใจธรรมดาเนอะ สู้ๆนะคับ คุยกันดีๆนะ
      #10114-1
  13. #10054 ChungWila (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 23:05
    สงสารน้อนนนนน
    #10,054
    0
  14. #9938 sunnylemon (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 มกราคม 2564 / 02:16
    อยากเช็ดน้ำตาให้น้องเองงง ฮือยัยน้อง 🥺🤲🏻
    #9,938
    0
  15. #9936 dianeee (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 มกราคม 2564 / 14:23
    เค้าไปกับครอบครัวหล่อนจะตามมาเพื๊อออ
    #9,936
    0
  16. #9902 Chinwara (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2563 / 19:30
    เซเรน่าคื๊อมายาทหน่อยนึง
    #9,902
    0
  17. #9795 안시리민 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2563 / 08:48
    น้องน้อยใจ เเต่ก็เข้าใจนะ เเต่ก็นัดกันเเล้วเเต่พอมีคนอื่นมาด้วยเเบบไม่บอกก่อนมัรจะรู้สึกเคือง
    #9,795
    0
  18. #9649 Jennysupat18 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2563 / 18:38
    หนีไปเลยลูกกกกก;-;
    #9,649
    0
  19. #9614 bbhrrpcy (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2563 / 22:56
    มาง้อน้องเลยนะ!;-;
    #9,614
    0
  20. #9238 nickpcy (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 / 15:21
    ฮืออ อ่านแล้งปวดใจตามน้อง
    #9,238
    0
  21. #9216 cookieredritz (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2563 / 21:50
    ทำน้องร้องแล้ว
    #9,216
    0
  22. #9050 แพะบยอน❤ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 16:29
    น้องน่าจะตอบคำถามในใจตัวเองได้แล้วแน่เลยเราว่า
    #9,050
    0
  23. #9036 Pseewhy (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 02:55
    พี่รองมาเคลียร์เดี๋ยวนี้! อย่าให้น้องเสียใจ!
    #9,036
    0
  24. #8822 IPINOCKIO (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 กันยายน 2563 / 11:28
    เหยยยยย ครึ่งแรกคือจดีย์งามมม พี่รองอยากขยับความสัมพันธ์ ส่วนคนน้องก็รู้สึกแล้วแต่เดียงสาเกินที่จะตอบได้ทันทีว่ารักหรือไม่ พาร์ทในลิฟต์กับห้องทำงาน หยอกเย้ากันน่ารักมาก แต่มาตกเหวตายกว่าจบพาร์ทนี่สิ น้องหึง หวง รู้สึกเหมือนโดนแย่งความสำคัญไป รักเค้าแล้วสินะลูกกกกก
    #8,822
    0
  25. #8811 Zikdn_ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 กันยายน 2563 / 23:18
    สงสารน้องแงงงงง พี่รองรีบมาง้อด้วย
    #8,811
    0