HYUNG 형 | Chanbaek -END-

ตอนที่ 14 : CHAPTER 13 | หึง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21,506
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,564 ครั้ง
    27 ก.ย. 63

 

 

 

13

 

 

 

 

 

 

 

 

“พี่ใหญ่”

 

ใบหน้าจิ้มลิ้มหันขวับไปทางต้นเสียงน่าเกรงขาม ร่างสูงดูภูมิฐานในชุดสูทเนี๊ยบทุกกระเบียดนิ้วกำลังสืบเท้าเดินเข้ามาพร้อมคนติดตาม ดวงตาสุขุมจ้องมองมาก่อนขมวดคิ้วเข้มเมื่อสังเกตเห็นว่าใครกันที่กำลังยืนมีเรื่องอยู่กับพวกเขา

 

“มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะบอส—”

 

ราวกับโชคชะตากำลังเล่นตลกถึงได้ส่งคิมดาซมมาในตอนที่ทุกอย่างกำลังตึงเครียด แบคฮยอนมองหญิงสาวที่เพิ่งเปิดประตูออกมาจากห้องประชุมแล้วนึกอยากกุมขมับ ดูท่าเธอคงออกมาตามเจ้านายซึ่งก็ถูกจังหวะจริงๆ ทันทีที่เห็นว่าท่านประธานได้เข้ามาหยุดตรงหน้าหญิงสาวรีบค้อมศีรษะทำความเคารพทันที

 

แกมาก็ดีแล้ว” เสียงเกรี้ยวกราดของผู้เป็นอาดึงความสนใจของแบคฮยอนกลับไปได้อีกครั้ง

 

“จะได้เห็นว่าสันดานน้องตัวเองเป็นยังไง” สายตาดุดันตวัดมองไปทางปลายหมัดของตัวเองที่จนตอนนี้ยังถูกร่างสูงบีบไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

 

“ชานยอล”

 

เสียงเรียกชื่อจากประธานปาร์คกรุ๊ปออกคำสั่งอยู่ในที

 

“ปล่อย”

 

แววตาสุขุมมองเพื่อกดดันให้น้องยอมทำตาม

 

“หึ!” ริมฝีปากสีคล้ำจากการสูบบุหรี่จัดเหยียดยิ้มสะใจเมื่อสุดท้ายก็ได้เป็นอิสระ สายตาเคียดแค้นจ้องหน้าเด็กหนุ่มที่ได้ชื่อว่าเป็นหลานชายไปพร้อมกับลูบหลังหมัดของตัวเองที่ยังคงความรู้สึกเจ็บ

 

“จองหองเหมือนกันทั้งบ้าน แกก็อีกคนแบคฮยอน—”

 

“เคยบอกแล้วไม่ใช่เหรอครับ”

 

“…”

 

“ว่าอย่าแตะต้องน้องผม”

 

“เหอะ งั้นคราวหลังก็หัดสั่งสอนพวกมันให้ดี”

 

“ผมทำแน่ ว่าแต่อามาทำอะไรที่นี่”

 

“ก็ถามน้องแกดูสิว่า—”

 

“วันนี้บริษัทมีประชุมไตรมาสอาไม่ควรจะอยู่ตรงนี้”

 

“คิดจะไล่ฉันอีกคนเหรอ”

 

“ผมกำลังเตือนด้วยความหวังดี ถ้าบอร์ดออกมาเห็นว่าอายืนโวยวายอยู่แบบนี้แล้วรู้สึกไม่สะดวกใจจนลงชื่อถอดถอนอาออกจากทุกตำแหน่งในบริษัท ใครก็ช่วยไม่ได้นะครับ”

 

“พวกแกไม่เคยให้โอกาสฉันเลยจริงๆ”

 

“สี่ปีมานี้สาขาที่ดูแลอยู่ ยอดขายเป็นยังไงบ้างครับ”

 

“…”

 

“โอกาสมาพร้อมกับผลงาน ก่อนจะทำอะไรผมว่าอาคิดให้มากกว่านี้จะดีกว่า ปาร์คเลย์เป็นหนึ่งในผู้บริหารถ้าต้องขาดความน่าเชื่อถือเพราะพ่อตัวเองคงน่าเสียดาย”

 

“เฮอะ”

 

“ผมจะให้คนลงไปส่ง” เฉียบขาดและไม่ต่อความให้เสียเวลา ประธานปาร์คกรุ๊ปตัดจบทุกอย่างด้วยการหันไปพยักหน้าบอกคนติดตามเข้ามาเชิญตัวผู้เป็นอาออกไป

 

“พวกแกมันก็ดีแต่กีดกันความเจริญฉัน—” เสียงสบถไม่พอใจของปาร์คจุนแจดังห่างพวกเขาไปเรื่อยๆ ทว่าเสียงซุบซิบจากพนักงานที่อยู่บริเวณนั้นยังคงดังให้ได้ยิน

 

“ไม่ง่ายไปหน่อยเหรอ”

 

บอสหนุ่มแค่นเสียงถามพี่ชายเมื่อตัวก่อปัญหาพ้นสายตาไปแล้ว

 

“แล้วนายอยากจะให้ฉันทำยังไง ซัดให้หน้าหงายต่อหน้าพนักงานที่ยืนมองอยู่น่ะเหรอ”

 

“พี่ใจดีเกินไป”

 

“ยังไงเค้าก็เป็นถึงน้องพ่อ”

 

“แล้วเด็กนี่ล่ะเป็นอะไร” ร่างเล็กสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อสายตาของผู้เป็นพี่ชายพากันมองมาที่คอเสื้อของเขา อันที่จริงถ้าชานยอลไม่ทักขึ้นแบคฮยอนไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดเอี่ยมซึ่งเคยเรียบกริบของตัวเองนั้นได้ยับยู่ยี่จนดูไม่เรียบร้อยไปแล้ว

 

ก็เป็นน้องของฉันกับนายยังไงล่ะ

 

“ถ้างั้นก็รู้เอาไว้ว่ารอยนั่นน้องของพ่อเป็นคนทำ”

 

“ผมไม่เป็นไรครับ” เจ้าตัวเล็กรีบบอกเพราะไม่อยากให้เรื่องมันยุ่งยากไปกว่านี้ “แค่เสื้อยับเอง พวกพี่ไม่ต้องกังวล” คิ้วเข้มของท่านประธานค่อยๆคลายจากกันพร้อมกับจุดยิ้มเบาใจเมื่อเขายืนยันแบบนั้น

 

 

“น น้องชายหรือคะ?!”

 

 

ทว่าพนักงานที่อยู่บนชั้นสิบต่างเกิดคำถาม โดยเฉพาะคิมดาซม เลขาคนสวยของบอสใหญ่แห่งปาร์คกรุ๊ปเอ่ยปากถามพร้อมทำหน้าไม่เชื่อหูตัวเอง

 

“ตกใจอะไร”

 

“เมื่อกี้ท่านประธานบอกว่าเด็กฝึกงานคนนี้คือ…น้องชายเหรอคะ?”

 

“ใช่ แบคฮยอนคือน้องชายคนเล็กของผม ฝึกงานมาตั้งนานไม่รู้หรือไง” ปาร์คยุนโฮกดคิ้วจ้องหน้าเลขาของน้องชายก่อนที่เธอจะส่ายหน้าเชื่องช้าเป็นคำตอบ พอกวาดตามองไปรอบๆก็พบว่าพนักงานคนอื่นต่างก็ดูแปลกใจไม่ต่างกัน คนที่ผ่านน้ำร้อนมาก่อนจึงเดาได้ทันทีว่าหลายสัปดาห์ที่ตนไม่ได้เข้าบริษัทนี้คงมีเรื่องมากมายเกิดขึ้น

 

 

และเด็กหนุ่มสองคนน่าจะเล่าให้เขาฟังได้ดีกว่าใคร

 

 

“น้องเล็กกลับขึ้นไปรอที่โต๊ะของตัวเอง พวกพี่ประชุมเสร็จเมื่อไหร่คงต้องคุยกันหน่อยนะครับ”

 

“ค ครับ”

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

ร่างเล็กนั่งเคาะปลายนิ้วเรียวลงบนโต๊ะทำงานไปพร้อมกับมองเข็มนาฬิกาแขวนผนังเหมือนกำลังนับถอยหลังให้ตัวเอง ตามตาราง การประชุมวันนี้จะจบลงตอนสี่โมงเย็นนั่นก็หมายความว่าเหลืออีกไม่กี่นาทีแล้วที่พี่ชายของเขาจะออกมา

 

Rrrrrr

 

อะ…” เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะร้องระงม แบคฮยอนรีบยกหูรับสายเมื่อคิดว่าคงเป็นใครที่ติดต่อเข้ามาเรื่องงาน แต่เพียงได้ยินเสียงพนักงานฝ่ายประชาสัมพันธ์บอกให้ลงไปที่ล็อบบี้ และยังบอกก่อนวางสายอีกว่าท่านประธานและบอสรออยู่ ใบหน้าหวานก็ม่อยลงหน่อยหนึ่ง

 

“เรียกลงไปทำอะไรนะ” ร่างเล็กพึมพำ รีบกดลิฟต์ลงไปชั้นล่างอย่างเลี่ยงไม่ได้ พอไปถึงก็พบว่านอกจากพี่ชายทั้งสองคนแล้วยังมีพนักงานคนใกล้ชิดของพี่ๆรออยู่ด้วย ท่านประธานบอกกับเขาว่าอยากไปเยี่ยมดูการทำงานของแผนกต่างๆเพราะไม่ได้เข้าบริษัทนาน แต่แบคฮยอนว่านั่นคงเป็นข้ออ้าง พี่ใหญ่กำลังถือโอกาสพาเขาไปแนะนำตัวกับทุกคนอย่างเป็นทางการมากกว่า

 

 

“ไม่รู้ว่าที่ผ่านมาเด็กคนนี้ได้สร้างความยุ่งยากหรือลำบากใจให้กับพวกคุณไหม แต่ในฐานะเด็กฝึกงานแล้ว พวกคุณที่เป็นรุ่นพี่มีอะไรสามารถตักเตือนและให้คำแนะนำได้ตามสมควร”

 

“และผมหวังว่าทุกคนจะมอบความรักความเอ็นดูให้ด้วยนะครับ”

 

 

นั่นคือสิ่งที่ท่านประธานได้ฝากไว้กับพนักงานทุกแผนก ท่าทางเป็นกันเองกับรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นเหมือนประมุขในครอบครัวกลับไม่ได้ทำให้ผู้ได้รับรู้สึกผ่อนคลายแต่อย่างใด ทุกคนดูเกร็งกันหมด ยิ่งตอนที่รู้ความจริงว่าแบคฮยอนไม่ใช่แค่นักศึกษาฝึกงานธรรมดา แต่เป็นถึงน้องชายคนเล็กของเจ้านายก็ถึงกับหน้าเหวอ

 

หลายคนที่เคยนินทากันอย่างสนุกปากพากันร้อนๆหนาวๆ คิมดาซมยิ่งไม่ต้องพูดถึง หน้าเธอเสียจนสลัดภาพสาวสวยสุดมั่นเหลือไว้แต่คนที่สะเทือนใจกว่าใคร แบคฮยอนเห็นแล้วแอบสงสาร

 

“กล้าโกหกผู้ใหญ่แล้วยังจะหัวเราะได้อยู่เหรอเรา”

 

แต่ก็เผลอหลุดขำให้อย่างช่วยไม่ได้นั่นแหละ

 

“โธ่…” ร่างเล็กหุบยิ้มเมื่อท่านประธานกำลังเพ่งเล็งด้วยสีหน้าเคร่งขรึมกว่าปกติ ตอนนี้เขากำลังนั่งให้พี่ใหญ่คาดโทษอยู่ในห้องทำงานของอีกฝ่ายเอง โดยข้างๆแบคฮยอนคือบอสหนุ่มที่นั่งทำหน้าไม่ยินดียินร้าย ติดจะดูเบื่อด้วยซ้ำไปที่ต้องมานั่งอยู่ตรงนี้

 

 

จะว่าไปบรรยากาศก็คล้ายๆนักเรียนที่ถูกครูฝ่ายปกครองเรียกเข้ามาคุยเป็นการส่วนตัวพร้อมกับผู้ปกครองเหมือนกันนะ

 

 

“ไหนลองบอกซิ ว่าพี่ควรต้องดุเราหรือคนดูแลเราดี”

 

“ผมบอกเหตุผลพี่ใหญ่ไปหมดแล้วนี่ครับ ยังจะต้องดุใครอีกเหรอ…”

 

“จะพิสูจน์ความสามารถตัวเองให้คนอื่นยอมรับเป็นเรื่องดี แต่แทนที่จะปิดบัง เราน่าจะใช้ประโยชน์จากการเป็นลูกหลานเจ้าของบริษัทเรียนรู้งานให้ได้มากที่สุด อยากรู้อะไร อยากเข้าใจงานส่วนไหนใครก็ยินดีจะช่วยเหลือ การแนะนำตัวเองว่าเป็นแค่เด็กฝึกงานโนเนมมีแต่ข้อจำกัด คิดแบบนี้สบายใจกว่าไหมครับ?”

 

“มาเป็นชุดเลย…”

 

“อย่าไปกังวลกับคำว่าเด็กเส้น เรื่องที่เราควรใส่ใจมากที่สุดคือเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ถ้าไม่อยากให้ใครประคบประหงมก็แค่บอกมันไม่ได้มีอะไรยากครับ เรามีอำนาจอยู่ในมือแล้วต้องหัดใช้ให้เป็น”

 

“เข้าใจแล้วครับ อย่าทำเสียงดุแบบนั้นสิ…” คนน่ารักว่าเสียงอ่อย ก่อนจะทำหน้าลูกหมาหงอยแกมออดอ้อนให้พี่ชายเห็นใจ “พี่ใหญ่ไม่ดุน้องเล็กนะครับ” แถมทำตาปริบๆที่คิดว่าต้องดูน่าสงสารเพิ่มให้อีก

 

“ครับ...” ซึ่งก็ใช้ได้ผลเสมอ ท่านประธานเลิกปั้นหน้าเข้มแล้วส่ายหัวให้กับความฉลาดเอาตัวรอดของเด็ก เขาน่ะเก่งทุกเรื่องยกเว้นเอาชนะแบคฮยอน

 

“ไม่ดุก็ไม่ดุ เพราะคนที่น่าดุกว่าเราคือคนที่ไม่ห้าม” ดวงตาสุขุมปรายมองน้องชายตัวดีอีกคนหนึ่ง แต่จากท่านั่งกอดอกเลียนแบบแล้วดูก็รู้ว่าคงจะเอาผิดอะไรไม่ได้ ชานยอลไม่กลัวเลยสักนิด

 

“หัดให้ท้ายน้องเป็นตั้งแต่เมื่อไหร่”

 

“ผมไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่อะไร”

 

“แต่ก็ไม่ใช่เรื่องไหม”

 

“อ่า… ครับ พี่ว่าไงก็ว่างั้น”

 

“พี่ชายเรายังเหมือนเดิมนะน้องเล็ก”

 

“ครับ เอาแต่ใจเหมือนเดิม อ๊ะ…” ร่างเล็กหันไปมองค้อนร่างสูงที่แกล้งผลักหัวของเขา ถึงจะไม่ได้รุนแรงอะไรแต่ก็อดฟ้องคนอายุมากสุดที่อยู่ในเหตุการณ์ไม่ได้

 

“แล้วก็ชอบแกล้งผมด้วย พี่ใหญ่ดูสิครับ”

 

“เด็กขี้ฟ้อง”

 

“ก็อยากนิสัยไม่ดีก่อนทำไม”

 

“แน่จริงก็ฟ้องให้หมดสิว่าฉันเคยแกล้งอะไรไว้บ้าง”

 

“…”

 

“ไม่ฟ้องแล้วเหรอ?”

 

พอถูกท้าทายด้วยสายตาหยอกล้อร่างเล็กก็ได้แต่หลบสายตาและทำปากคว่ำ เสียงหัวเราะหึในลำคอคล้ายกำลังเจอเรื่องสนุกกับท่าทางผ่อนคลายผิดกับความเฉยชาก่อนหน้านี้ลิบลับของชานยอลทำให้ผู้เป็นพี่ใหญ่เลิกคิ้วมอง ไหนจะสายตาที่เหมือนรู้กันอยู่สองคน ปาร์คยุนโฮรู้สึกว่าความสัมพันธ์ระหว่างน้องชายทั้งสองคงพัฒนาไปมากทีเดียวในระหว่างที่เขาไม่อยู่

 

“พี่ใหญ่ขำอะไรครับ พี่รองแกล้งผมนะ”

 

“เปล่าครับ”

 

ถึงจะเป็นพี่คนโต เขาก็ไม่อยากพูดให้บอสใหญ่เค้าต้องเขินว่ายิ้มบ้างแบบนั้นก็ดูเป็นน้องชายที่น่ารักกับเค้าเหมือนกัน

 

เพราะถ้าพูด ชานยอลก็คงจะกลับไปปั้นหน้าดุเหมือนเคย จริงๆต้องขอบคุณเจ้าตัวเล็กที่เกิดมา แม้ไม่ใช่สายเลือดเดียวกันแต่แบคฮยอนก็เติบโตเพื่อเป็นรอยยิ้มของทุกคนในบ้าน

 

 

โดยเฉพาะชานยอล

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

วันต่อมาแบคฮยอนเข้ามาทำงานพร้อมท่านประธานเนื่องจากเมื่อวานอีกฝ่ายกลับไปนอนค้างที่บ้าน พอตกตอนเช้าก็นั่งรอในห้องอาหารพร้อมกับบอกให้มาด้วยกัน ส่วนพี่ชายอีกคนยังไม่ลงมา

 

บรรยากาศในบริษัทวันนี้แตกต่างไปจากเดิมอย่างสัมผัสได้ ตอนที่ท่านประธานปรากฏตัว เดินมุ่งไปทางลิฟต์พิเศษสำหรับผู้บริหารระดับสูงเหล่าพนักงานต่างกระตือรือร้นหยุดค้อมศีรษะทักทายเป็นปกติดี

 

แต่เพียงเห็นร่างเล็กของแบคฮยอนซึ่งเดินรั้งท้ายแยกมายืนต่อแถวรวมกับพนักงานคนอื่นๆในช่องลิฟต์ธรรมดา หลายคนก็ออกอาการแตกตื่น

 

คล้ายทำตัวไม่ถูก เก้ๆกังๆอยากจะลัดคิวให้ บางคนพยายามเข้ามาทักทายอย่างเป็นมิตร เรียกคุณแบคฮยอนอย่างนั้นอย่างนี้ทั้งที่เมื่อวานยังมองเขาเป็นธาตุอากาศอยู่แท้ๆ เห็นแบบนั้นแบคฮยอนเลยได้แต่นึกถอนหายใจแล้วเปลี่ยนใจตามพี่ชายไปขึ้นลิฟต์พิเศษแทน

 

 

 

“สวัสดีครับพี่ดาซม”

 

“อะ…” หญิงสาวที่กำลังนั่งตบแป้งเกิดอาการสะดุ้งเมื่อถูกทัก แบคฮยอนมองท่าทางของเธอก่อนจะส่งยิ้มจางๆให้แล้วเดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะของตัวเอง

 

“สวัสดีค่ะ น้อง…คุณแบคฮยอนทานอะไรมาหรือยังคะ”

 

“ครับ?” ร่างเล็กที่กำลังง่วนอยู่กับของใต้ลิ้นชักเงยหน้าขึ้นมาหลังจากได้ยินประโยคชวนขนลุกจากหญิงสาว

 

“ดิฉันมีแซนวิชติดกระเป๋า ถ้ายังไม่ได้ทานอะไรมา—”

 

“ทานมาแล้วครับ พี่ทำตัวตามปกติดีกว่ามั้ย แบบนี้ผมไม่ชิน”

 

“…” แบคฮยอนบอกก่อนจะเปิดคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงาน แต่เพราะหางตาสังเกตเห็นท่าทางเงียบงันของหญิงสาวข้างๆจึงได้หันกลับไปมองเธออีกครั้ง คิมดาซมกำลังนั่งทำหน้าสลดใจต่างจากภาพลักษณ์ผู้หญิงแรงๆอย่างที่เคยเป็นโดยสิ้นเชิง

 

“ทำไมไม่บอกกันก่อนล่ะคะว่าคุณเป็นถึงน้องชายบอสกับท่านประธาน”

 

“เพราะกลัวพวกพี่จะอึดอัดแบบนี้มั้งครับ”

 

“…”

 

“สบายใจเถอะ ผมไม่ได้ติดใจอะไร”

 

“จะให้สบายใจได้ยังไงล่ะคะในเมื่อที่ผ่านมาฉันทำเรื่องน่าไม่อายกับคุณไว้ตั้งหลายอย่าง” หญิงสาวหลับตาพูดราวกับว่ามันคือสิ่งที่อัดอั้นมาโดยตลอด เสียงหอบหายใจดังบอกว่าเธอต้องรวบรวมความกล้ามากแค่ไหนที่จะพูดมันออกมาได้

 

“ฉันอายจนนอนไม่หลับ”

 

“อย่าคิดมากเลยครับ”

 

“ฉันพูดจริงๆนะ ถ้าคุณอยากไล่ฉันออก—”

 

“พี่ก็จะออกเลยใช่ไหม”

 

“…”

 

“พูดเล่นน่ะครับ” แบคฮยอนอมยิ้มให้อย่างขี้เล่น “จะทำแบบนั้นได้ยังไงล่ะในเมื่อสิทธิ์ในการตัดสินใจไม่ได้อยู่ที่ผม” สายตายืนยันได้อย่างดีว่าที่ผ่านมาเขาไม่ได้คิดถือสาเลยจริงๆ

 

“ผมชอบที่พี่เป็นคนมั่นใจมากกว่านะ เพราะงั้นทำตัวเหมือนเดิมเถอะครับ”

 

หญิงสาวอยากจะหยิกตัวเอง ทั้งที่แบคฮยอนเป็นเด็กน่ารักทั้งหน้าตาและนิสัยขนาดนี้แต่เธอก็ดันอคติจนมองข้ามสิ่งดีๆแล้วทำเรื่องโง่ๆลงไป นึกย้อนกลับไปแล้วน้ำตาจะไหล ไม่น่าเห็นแก่ความหล่อของเจ้านายจนปล่อยให้ด้านมืดครอบงำจิตใจแบบนี้เลย

 

“ถ้างั้นต่อไปฉันขออนุญาตเรียกคุณว่าน้องแบคฮยอนแล้วกันนะคะ กลับไปมั่นหน้าเรียกเหมือนจิกหัวใช้แบบเดิมไม่ได้จริงๆ บอกตรงๆว่าเสียเซลฟ์”

 

ไม่พูดเปล่า คิมดาซมยังค้อมศีรษะให้แทนคำขอโทษและความรู้สึกละอายใจ แถมยังถอนงานหนักๆในมือแบคฮยอน เหลือไว้แต่งานใช้สมองอย่างการตอบอีเมลและคัดกรองเอกสารให้ทำ

 

พอหลังกลับจากประชุมรอบเช้าของวันที่สอง เธอยังชวนแบคฮยอนให้ลงไปทานข้าวกลางวันด้วยกันพร้อมกับกลุ่มเพื่อนพนักงานนับสิบ

 

ในกลุ่มเธอล้วนมีแต่ผู้หญิงและเพศที่สามซึ่งมาจากแผนกการตลาดและประชาสัมพันธ์ ดูๆแล้วคล้ายจะรวมไว้แต่คนช่างเม้าส์ มุขใต้สะดือแต่ละอย่างที่ยิงกันแบคฮยอนตามไม่ทัน แต่ถึงอย่างนั้นก็ปฏิเสธน้ำใจไม่ได้จึงต้องมานั่งแกร่วคอยให้ทุกคนประคบประหงมเอาใจเหมือนคนทำอะไรเองไม่เป็น

 

 

“บิบิมบับของคุณน้องแบคฮยอนมาแล้วค่า”

 

“คาราเมลมัคคิอาโต้ก็ได้แล้วค่ะ”

 

“ข้าวน่าจะร้อนอยู่นะคะ น้องแบคฮยอนทานไก่ทอดกับต๊อกโบกีของพี่รองท้องไปก่อนก็ได้”

 

“เฟรนช์ฟรายมั้ยคะ”

 

“ซุปกิมจิกับสลัดนี่ก็—”

 

ขอโทษนะครับ

 

“…” เป็นครั้งแรกที่ร่างเล็กโพล่งขึ้นมาอย่างเหลืออดหลังจากนั่งเงียบว่าง่ายอยู่นาน และผลที่ได้ก็คือทุกเสียงในโต๊ะถึงกับเงียบลงถนัดตา คิมดาซมและผองเพื่อนมองมาที่เขาตาปริบๆ

 

“ผมบอกแล้วไงครับว่าไม่ได้ติดใจอะไร เพราะงั้นพวกพี่ไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้”

 

เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ คอยเอาใจแบบที่แบคฮยอนไม่เคยคิดต้องการเลยแม้แต่น้อย

 

“ถ้ารู้สึกผิดก็แค่ขอโทษ ผมไม่ได้อยากให้ใครมาคอยเอาใจ จะคิดว่าเป็นแค่เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งก็ได้”

 

“…”

 

“แต่อย่าทำแบบนี้เลยนะครับ มันดูไม่จริงใจ ผมไม่ชอบ”

 

เสียงเลื่อนเก้าอี้ดังขึ้นเมื่อแบคฮยอนลุกออกไป ใครจะเชื่อว่าเด็กที่ท่าทางเรียบร้อยและดูอ่อนโยนแบบนั้น พอได้พูดตามที่ใจคิดขึ้นมาจะทำให้คนฟังหน้าชาไปตามๆกัน

 

แบคฮยอนเดินออกจากร้านอาหารเกาหลีด้วยอาการหน้าบึ้ง แต่เพียงเห็นโทรศัพท์สั่นอยู่ในมือพร้อมกับชื่อคนโทรเข้ามาเขาก็ทิ้งอารมณ์หงุดหงิดก่อนหน้านี้ทันที

 

 

“ว่าไงเซฮุน”

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

“ห้องประชุมมากันครบหรือยัง”

 

ร่างสูงในชุดสูทสมบูรณ์แบบสืบเท้าเดินออกมาจากห้องทำงานเมื่อใกล้ถึงเวลาประชุมช่วงบ่าย

 

“ชั้นสิบเพิ่งโทรขึ้นมาแจ้งว่าทยอยมากันเกือบครบแล้วค่ะ บอสจะลงไปเลยมั้ย—”

 

“ยัง”

 

“…”

 

“แบคฮยอนหายไปไหน” นัยน์ตาคมดุมองโต๊ะทำงานซึ่งไร้วี่แววผู้เป็นเจ้าของก่อนจะยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลา

 

“น่าจะออกไปทานข้าวข้างนอกยังไม่กลับ—”

 

“น่าจะ?”

 

“ดิฉันเห็นน้องขึ้นรถไปกับใครสักคนที่หน้าออฟฟิศน่ะค่ะ น่าจะเพื่อน” หลังคำบอกเล่าของเลขา บอสหนุ่มก็กดโทรศัพท์ต่อถึงน้องทันทีแต่ดูเหมือนว่าจะสายไม่ว่าง ใบหน้าหล่อกดคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์ ลองโทรซ้ำอีกครั้งสองครั้งก็เก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกง

 

“ต่อสายหาฝ่ายสำนักงานให้ขึ้นมาย้ายโต๊ะกับคอมฯพวกนี้เข้าไปในห้องผม”

 

“คะ?!”

 

“เดี๋ยวนี้ ผมจะรอ”

 

“แล้วเราไม่ลงไปประชุมเหรอคะบอส ป่านนี้ท่านประธานคงมารอแล้ว”

 

“ไปช้าสักชั่วโมงจะเป็นไร”

 

“แต่—”

 

“คิม ดาซม”

 

ได้ยินเสียงเรียกชื่อเต็มยศหญิงสาวก็รีบยกหูโทรศัพท์บนโต๊ะโดยไม่มีข้อแม้ ไม่ลืมย้ำปลายสายให้ขึ้นมาเร็วที่สุด พอเจ้านายที่เอาแต่ยืนกดดันเดินกลับเข้าห้องทำงานไป เธอก็ถึงกับกรี๊ดในใจแรงๆ

 

ถ้าไม่ติดว่าหล่อและเป็นคนให้เงินเดือนเธอคงตะโกนถามแล้วว่า เป็นบ้าอะไรคะบอส! แค่เรื่องน้องเข้าสายก็เป็นปัญหาจนไม่ยอมลงไปประชุม แถมยังมาสั่งให้ย้ายโต๊ะเข้าห้องตัวเองนี่มันพี่ชายประเภทไหนกัน!

 

 

 

 

 

 

 

ท่อนขาเล็กรีบก้าวออกจากลิฟต์เมื่อรู้ตัวว่าได้เข้างานสายมาครึ่งชั่วโมงแล้ว มันค่อนข้างเป็นเหตุสุดวิสัย แบคฮยอนออกไปทานข้าวกลางวันข้างนอกกับเซฮุน แต่ระหว่างทางกลับมามีอุบัติเหตุบนถนนรถจึงติดอยู่นาน กว่าจะถึงบริษัทก็ไม่ทันแล้ว เขารู้สึกผิดและต่อไปคงไม่กล้าออกไปไหนอีก ต่อให้เพื่อนจะอุตส่าห์ขับรถจากที่ทำงานมารับเพราะอยากกินข้าวด้วยก็เถอะนะ

 

“อะ…”

 

ร่างเล็กขมวดคิ้วตกใจเมื่อกลับมาแล้วพบว่าโต๊ะของตัวเองได้หายไป เหลือไว้แต่ความว่างเปล่ากับเก้าอี้ที่พนักงานเพิ่งจะยกหายเข้าไปในห้องทำงานของบอส แบคฮยอนทันเห็นหลังไวๆเลยรีบจ้ำเท้าตามอีกฝ่ายทันที

 

“เกิดอะไรขึ้นครับพี่ดาซม ทำไมถึงยกโต๊ะผมเข้ามา—”

 

 

ไปไหนมา

 

 

ถามคุณเลขายังไม่ทันได้ความ เสียงที่ดุจนพนักงานคนอื่นๆที่อยู่ด้วยตรงนั้นพากันกลัวก็แทรกขึ้น ใบหน้าหวานหันไปมองด้วยความประหลาดใจ ร่างสูงที่เวลานี้ควรจะอยู่ในที่ประชุม กลับมานั่งจ้องเขาเขม็งอยู่หลังโต๊ะทำงานได้อย่างไร

 

“ถามว่าไปไหนมา ถึงได้เข้างานเวลานี้”

 

ร่างเล็กกลืนน้ำลายลงคอ ไม่อยากคิดว่าตัวเองเป็นสาเหตุที่ทำให้อีกฝ่ายยังต้องนั่งอยู่ตรงนี้ แต่จากน้ำเสียงและสายตาแล้วแบคฮยอนหาเหตุผลอื่นไม่ได้จริงๆ

 

“ตอบบอสหน่อยเถอะค่ะ ทางนี้ไม่ไหวจะรับมือแล้ว” คิมดาซมกระซิบพลางปัดมือไล่ให้พนักงานคนอื่นๆพากันออกไปจากห้องก่อนที่ระเบิดลูกใหญ่จะลง

 

“ไปทานข้าวมาครับ แต่มีอุบัติเหตุบนถนนก็เลยต้องกลับช้า…” ร่างเล็กเม้มปากเมื่อร่างสูงสมบูรณ์แบบกำลังลุกออกมาจากเก้าอี้ด้วยสีหน้าที่ดุกว่าทุกวัน

 

“ร้านอาหารหน้าบริษัทไม่มีเหรอถึงต้องออกไปข้างนอก”

 

“มีครับ แต่เพื่อนชวนไปทานข้างนอกและผมคิดว่าคงกลับมาทัน—”

 

“แล้วทันไหม”

 

“…”

 

“ไม่ว่าเหตุผลคืออะไรสุดท้ายนายก็เข้างานสาย”

 

“ขอโทษครับ”

 

“เพื่อนที่ไปด้วยคงเด็กนั่นอีกสินะ” กระแสน้ำเสียงแสดงถึงความไม่พอใจชัดเจน “ถ้าคบกันแล้วเหลวไหลแบบนี้ฉันควรให้พวกนายเลิกคบกันดีไหม”

 

“มันเป็นเหตุสุดวิสัยผมไม่ได้ตั้งใจจะเข้าสายจริงๆนะครับ” รู้อยู่ว่าอีกฝ่ายไม่ชอบให้เข้างานสายแล้วเขาจะกล้าทำให้โกรธได้ยังไง

 

“ไม่ตั้งใจแล้วทำไมไม่โทรมาบอก”

 

“ผมโทรแล้วแต่สายพี่ไม่ว่าง”

 

“โกหก สายนายต่างหากที่ไม่ว่าง”

 

“ผมไม่ได้โกหกนะ” แบคฮยอนโทรตั้งหลายรอบจะมาว่าโกหกได้ยังไง “ส่งข้อความไปด้วยพี่ได้รับหรือเปล่า”

 

“ไม่ได้”

 

“พี่ต่างหากที่โกหก”

 

“ยังไงวันนี้นายก็ผิดที่เข้าสายแล้วยังไปกับหมอนั่นโดยไม่บอกฉันก่อน”

 

“ผมขอโทษ—”

 

“อย่าดีแต่ขอโทษ”

 

“แล้วจะให้ผมทำยังไง”

 

“โตแล้วก็คิดเอง”

 

“ทำไมพี่ต้องหงุดหงิดขนาดนี้ด้วยล่ะครับ”

 

“ก็เพราะฉันไม่ชอบที่มองไปแล้วไม่เห็นนายไง”

 

“ก็แล้วทำไมไม่พูดดีๆ—”

 

“แล้วฉันพูดไม่ดีตรงไหน!”

 

ก็ตรงที่พี่กำลังตะโกนใส่หน้าผมอยู่นี่ไงครับ!

 

คลื่นอารมณ์ที่สาดใส่กันด้วยความไม่พอใจทำเอาบุคคลนอกที่ยังอยู่ในห้องอย่างคิมดาซมกะพริบตามองปริบๆ เธอไม่เคยเห็นบอสหงุดหงิดขนาดนี้มาก่อน เจ้านายเป็นคนซีเรียสเรื่องเวลาแต่ถ้ามีเหตุผลดีๆให้ก็มักจะรับฟังด้วยความสุภาพ ไม่เคยขึ้นเสียงเหมือนควบคุมตัวเองไม่อยู่แบบนี้เลยสักครั้ง

 

ตอนนี้มันจึงเหมือนกับว่าที่อีกฝ่ายกำลังโกรธจนพาลทะเลาะกับเด็กโดยไม่ยอมฟังอะไรก็เพราะสาเหตุอื่น อย่างเช่นความหึงหวง

 

 

แต่จะบ้าเหรอ!

 

มีพี่น้องบ้านไหนเค้าเป็นแบบนั้นกัน

 

 

“นายต่างหากที่เพิ่งขึ้นเสียงใส่ฉัน”

 

“พี่ดาซมครับ”

 

“คะ?!” หญิงสาวคนกลางรีบรับคำคุณหนูแบคฮยอนด้วยท่าทางตกใจ

 

“ช่วยบอกบอสหน่อยสิครับว่าที่ทำเมื่อกี้เค้าเรียกว่าอะไร”

 

“…” คิมดาซมเกิดอาการน้ำท้วมปาก จะให้บอกตรงๆว่าเจ้านายอารมณ์ฉุนเฉียว ไม่มีเหตุผล เอาแต่ใจ แล้วก็เพิ่งตะโกนเสียงข่มน้องก็คงจะต้องได้หางานใหม่ให้ตัวเองเร็วๆนี้แน่

 

“พูดมาดาซม”

 

“ไม่ถึงกับตะโกนหรอกค่ะ แต่ว่าเสียงดังไปนิด…”

 

ร่างเล็กเบะปากอย่างขัดใจเมื่อคิมดาซมเลือกตอบเอาตัวรอด แต่จะยังไงก็ตาม ที่คนตัวโตทำเมื่อกี้ก็คือการตะโกนใส่หน้าเขาอยู่ดี แบคฮยอนรู้ตัวว่าผิดเรื่องที่เข้างานสายแต่ตักเตือนกันดีๆก็ได้นี่ ไม่เห็นต้องตะคอกเลย

 

“ต่อไปโต๊ะทำงานของนายจะอยู่ในนี้ ฉันจะจับตาดูพฤติกรรม”

 

“เอาแต่ใจ…”

 

“ยังจะกล้าเถียงอีกเหรอ”

 

“…”

 

“ถ้าเข้าใจแล้วก็กลับไปนั่งทำงาน”

 

เพราะรู้ว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่จะดื้อดึง แบคฮยอนจึงค้อมศีรษะรับคำผู้ใหญ่แล้วเดินเข้าไปนั่งหลังโต๊ะทำงานซึ่งถูกจัดไว้ในตำแหน่งมุมห้อง ท่าทางแสนงอนกับการกระแทกตูดนั่งลงที่เก้าอี้อย่างแรงเหมือนไม่พอใจ ร่างสูงเห็นแล้วถึงกับยกแขนขึ้นกอดอก

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

“เจอกันที่โรงแรมนะครับท่านประธาน”

 

ประตูห้องประชุมชั้นสิบเปิดออกในเวลาห้าโมงตรง เลทกว่าเมื่อวานถึงหนึ่งชั่วโมงเนื่องจากเนื้อหาค่อนข้างเยอะ เหล่าผู้บริหารยืนค้อมศีรษะส่งร่างสูงสองคนที่กำลังจะเดินออกห้องหลังจากรับปากว่าจะไปดื่มด้วยกันนอกรอบค่ำนี้ตามคำเชิญชวน

 

ชานยอลแยกกับพี่ชายตรงชั้นสิบเอ็ด เรื่องนัดนอกรอบเป็นการตกลงกันระหว่างพวกผู้ใหญ่เอง ชานยอลเพียงอยู่ในตำแหน่งที่ควรไปร่วม ยิ่งช่วงประชุมใหญ่การกินเลี้ยงนอกรอบเป็นอะไรที่ปกติดังนั้นเขาเลยไม่ได้คัดค้าน

 

ร่างสูงของบอสหนุ่มเดินกลับเข้าห้องทำงาน แบคฮยอนกำลังเก็บกระเป๋า พวกเขาสบตากันครู่หนึ่งตอนที่ร่างสูงจะเดินผ่านไป แต่แล้วก็เกิดเปลี่ยนใจก้าวย้อนกลับมาที่โต๊ะของเด็กฝึกงาน

 

“เย็นนี้ฉันกับพี่ใหญ่จะไปทานข้าวกับบอร์ด”

 

“เหรอครับ” ร่างเล็กดูไม่ได้ตื่นเต้นอะไร เอาแต่แสร้งเก็บข้าวของบนโต๊ะแทนที่จะสบตากับคู่สนทนาอย่างที่ควร

 

“ไปด้วยกันไหม”

 

“ผมมีนัดแล้วน่ะครับ” ว่าพลางเงยหน้าขึ้นมาเหมือนรู้ว่าอีกคนจะต้องถามอะไรต่อไป “คุณดาซมกับพี่แผนกอื่นเค้าชวนผมไปเลี้ยงขอโทษ หวังว่าบอสจะใจกว้างให้ไปนะครับ เพราะผมเพิ่งตอบรับไปตอนที่เธอเข้ามาชวนเมื่อกี้เลย”

 

พอน้องว่าแบบนั้นชานยอลก็นึกขึ้นได้ว่าเพิ่งเดินสวนเลขาส่วนตัวที่หน้าห้องเมื่อครู่ ถ้ารู้ว่าจะถูกปาดหน้าเค้กเขาคงไม่ให้คิมดาซมขึ้นมาก่อน แต่ก็ช่างเถอะ การรักษาสัมพันธภาพกับคนในองค์กรเป็นเรื่องที่ดี แบคฮยอนยังเด็กจะเรียนรู้การเข้าสังคมที่ทำงานจากตรงนี้เขาก็ไม่อยากจะขัดอะไร

 

อีกอย่างเมื่อช่วงบ่ายเขาเพิ่งเผลอขึ้นเสียงใส่น้อง แม้ตอนนั้นจะไม่ยอมรับให้เสียหน้า แต่ก็รู้แก่ใจว่าคงถูกอีกฝ่ายเคืองอยู่ไม่ใช่น้อย

 

“งั้นก็ดูแลตัวเองดีๆ อย่ากลับดึกมากนักล่ะ” จึงเลยตามเลย ยอมปล่อยน้องไปทั้งที่ความรู้สึกขุ่นเคืองก็ตกตะกอนในใจตัวเองเหมือนกัน

 

 

 

.

.

.

 

 

 

ชีวิตที่ใครต่างก็มองว่าสมบูรณ์พร้อมทว่าผู้เป็นเจ้าของกลับมองว่าเป็นอะไรที่น่าเบื่อ จำเจ ไร้รสชาติ เช้าจรดเย็นไม่ประชุมติดต่อกันก็ต้องนั่งอยู่กับกองแฟ้มเอกสารรออนุมัติ ทั้งต้องมานั่งดื่มกับพวกผู้บริหารหน้าเดิมๆ บนโรงแรมหรู อาหารเริศรส กับเสียงบรรเลงดนตรีเบาๆอย่างมีคลาสสร้างบรรยากาศ เขามักรู้สึกว่าตัวเองอยู่ในเหตุการณ์เดิมฉากเดิมวนไปมาซ้ำๆอย่างไม่เคยจบสิ้น

 

“รับเครื่องดื่มอะไรดีครับท่าน”

 

“ไวน์”

 

ดวงตาคมมองไวน์แดงที่บริกรค่อยๆรินลงแก้วทรงสวยตรงหน้า เขานั่งฟังผู้ใหญ่คุยกันอย่างออกรสชาติโดยไม่ได้มีส่วนร่วมอะไรไปมากกว่าหัวเราะตามมารยาท เทียบกับทุกคนแล้วชานยอลนับเป็นเด็กที่สุด ตำแหน่งซีอีโอบริษัทแถวหน้าของประเทศในวัยสามสิบห้าปี ยังไงก็ดูเด็กอยู่ดีกับวงการธุรกิจและยุคสมัยที่เต็มไปด้วยการแข่งขันสูงแบบนี้

 

บางวันเขาก็อยากกินแค่จาจังมยอนโง่ๆกับเด็กคนหนึ่งมากกว่าจะมาอยู่ที่นี่ หรือไปดื่มกับคิมจงอินและเพื่อนสมัยเรียนให้ผ่อนคลาย ไม่ต้องมานั่งรักษาคอนเนคชั่นบ้าบอ

 

แต่แน่นอนเขาไม่ชอบทำธุรกิจที่ขาดทุน

 

ชื่อเสียงเงินทองนั่นคือสิ่งตอบแทนที่เขาพึงได้ ส่วนอำนาจคือผลกำไร และวันนี้เขาก็ได้ใช้มันแล้วแม้จะกับเรื่องไม่เป็นเรื่องอย่างการย้ายโต๊ะของเด็กฝึกงานเข้ามาอยู่ในห้องทำงานก็ตาม

 

กริ๊ก~

 

เวลาดำเนินไปเรื่อยๆ เสียงชนแก้วและบทสนทนาบนโต๊ะอาหารโซนวีไอพีดังจนแทบฟังกันไม่รู้เรื่อง ชานยอลส่ายหัวให้กับหลายคนที่เริ่มเมาจนสภาพเละเทะ ไม่เว้นแม้แต่ประธานยุนโฮ เขาเองก็ดื่มไปหลายแก้วแต่ยังคงสติดีอยู่ ชานยอลดื่มบ่อยแต่ไม่ค่อยเมา ยิ่งแบคฮยอนยังอยู่ข้างนอกกับพวกพนักงานแบบนี้เขาคงไม่ปล่อยให้ตัวเองเมาอย่างแน่นอน

 

 

(ฮัลโหล)

 

ร่างสูงมองจอโทรศัพท์ตัวเองให้แน่ใจอีกครั้งว่าไม่ได้โทรเบอร์ผิด เมื่อเสียงปลายสายที่ได้ยินไม่ใช่คนเดียวกับชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ

 

(ว่าไงครับบอส)

 

“นั่นใครรับสาย” ชานยอลขมวดคิ้ว เขาโทรหาแบคฮยอนเพราะแค่อยากถามน้องว่าจะให้ไปรับไหม ทว่าแทนที่จะได้ยินเสียงของอีกฝ่ายแต่กลับเป็นใครก็ไม่รู้มารับแทน แถมในสายก็เสียงดังมากยิ่งกว่าโต๊ะของพวกเขาตอนนี้ ไม่บอกก็รู้ว่าอยู่ในร้านคาราโอเกะ

 

(จำเสียงฉันไม่ได้หรือไง)

 

“ปาร์คเลย์?”

 

(ฮ่ะๆ ฉันเอง)

 

“นายอยู่ที่นั่นได้ยังไง” ชานยอลถามพลางกลอกตามองไปรอบๆ เพิ่งสังเกตเอาตอนนั้นว่าวันนี้เลย์ไม่ได้มาทานข้าวด้วยกัน แต่ดันไปโผล่ที่เดียวกับพวกพนักงานและแบคฮยอน

 

(บังเอิญน่ะ)

 

“บังเอิญ?”

 

(บังเอิญว่าลูกน้องชวนก็เลยมาด้วย) เลขาของอีกฝ่ายเป็นเพื่อนกับคิมดาซม

 

“ขอคุยกับแบคฮยอนหน่อย”

 

(เกรงว่าจะไม่สะดวกน่ะสิ)

 

“…”

 

(กำลังร้องเพลงท่าทางสนุกใหญ่เลย ฮ่ะๆ นายมีอะไรฝากฉันไว้ก็ได้) ชานยอลไม่ได้ฝากอะไรไว้ เขาแค่มองนาฬิกาข้อมือก่อนจะถามต่อด้วยเสียงที่ห้วนลงจากเดิม

 

“จะกลับกันเมื่อไหร่”

 

นี่ก็สามทุ่มเข้ามาแล้ว

 

(บอกไม่ได้ว่ะ แต่ดึกแค่ไหนก็ไปส่งให้ได้ น้องนายฉันจะดูแลแทนอย่างดีไม่ต้องห่วง) ทั้งที่เลย์ก็พูดดีแต่ชานยอลกลับรู้สึกไม่ชอบใจขึ้นมาดื้อๆ เขากดตัดสายทิ้งโดยที่ไม่มีการกล่าวลา โทรศัพท์ถูกวางคว่ำหน้าจอลงบนโต๊ะอาหาร ก่อนที่แก้วไวน์จะถูกร่างสูงหยิบขึ้นมาแทน

 

 

กลางวันไปกับอีกคน

 

ตกดึกก็มีผู้ชายอีกคนคอยดูแล

 

 

“หึ”

 

 

คิ้วหนากระตุกด้วยความรู้สึกไม่ชอบใจ

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

ช่วงขายาวก้าวขึ้นบันไดคฤหาสน์ของตระกูลปาร์คในเวลาเกือบห้าทุ่ม พี่ชายของเขาถูกลูกน้องหิ้วกลับมาส่งก่อนหน้านี้แล้วเพราะเมามาก ที่จริงก็น่าจะเมากันหมดยกเว้นเขาที่อยู่รั้งท้ายรอจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ

 

“…”

 

ร่างสูงหยุดนิ่งลงบนบันไดขั้นสุดท้ายพักหนึ่งราวกับกำลังคิดอะไรในใจ ที่ถูกเขาควรจะหันไปทางขวาแล้วมุ่งหน้ากลับห้องตัวเอง ทว่าชานยอลกลับเลือกจะเดินต่อไปทางปีกซ้ายของตึกซึ่งเป็นทิศที่ตั้งของห้องนอนใครคนหนึ่ง

 

 

แกร๊ก…

 

 

เขาถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไป ในห้องนอนมืดสนิทแบคฮยอนคงหลับไปแล้ว และแม้จะคิดแบบนั้นร่างสูงก็ยังเดินไปในความมืด เสียงฝีเท้าเขาหนักกว่าปกติเพราะว่าดื่มมาแต่เขาก็รู้ตัวเองดีว่ากำลังทำอะไร

 

ชานยอดกดโคมไฟข้างหัวเตียง ร่างเล็กที่กำลังนอนตะแคงหันหลังค่อยๆพลิกตัวกลับมาไม่ใช่เพราะแสงสว่างรบกวน แต่เพราะโดนร่างสูงขึ้นมาปลุกอยู่เหนือร่าง ทาบทับตัวลงมาพร้อมกับฉวยโอกาสคลอเคลียพวงแก้มตอนที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว

 

“อือ…พี่รอง?!”

 

คนเพิ่งได้สติครางประท้วงอยู่ใต้ร่าง ทว่าชานยอลยังคงกระทำเอาแต่ใจ

 

"อ๊ะ…อย่า ดื่มมาเยอะแค่ไหนกันครับ พี่กำลังทำให้ผมกลัวนะ”

 

แบคฮยอนทั้งมึนงงทั้งตกใจ ใบหน้าน่ารักทำเหมือนจะร้องไห้แต่ว่าชานยอลก็ไม่ยอมพูดอะไรด้วยสักคำ เอาแต่รังแกเขาอยู่แบบนั้น ริมฝีปากร้อนกดลงที่ใบหู เลื่อนมาที่แก้ม ไม่คิดเห็นใจคนที่เพิ่งตื่นนอน

 

“ทำไมปล่อยให้คนอื่นมารับโทรศัพท์”

 

นั่นคือประโยคแรกที่ดังออกมาจากริมฝีปากของคนเอาแต่ใจ กลิ่นไวน์ชัดเจนเพราะใบหน้าอยู่ใกล้กันจนวัดระยะไม่ได้

 

“มัวทำอะไรอยู่”

 

“อ…” แบคฮยอนหลับตาลงตอนที่ชานยอลกดจูบลงมาถามชิดปากของเขาเหมือนลงโทษ

 

“พี่เมาแล้—”

 

“ไม่เมา” ชานยอลยืนยัน ใบหน้าหล่อแดงก่ำจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ก็จริง ทว่านัยน์ตาคมกลับใสแจ๋วราวกับกลิ่นฉุนบอกปริมาณน้ำเมาที่ดื่มเข้าไปไม่สามารถทำอะไรเขาได้ เขาไม่ได้เมา

 

“ช่วยตอบคำถามด้วยครับ” สายตาดุๆเมื่อตอนกลางวันกลายเป็นศูนย์รวมอารมณ์ มันดูทั้งไม่พอใจ หวงแหน แล้วก็น้อยใจ แบคฮยอนกะพริบตาปริบๆมองอย่างไร้เดียงสา

 

“ก็ทานมื้อเย็นแล้วก็ร้องคาราโอเกะ ผมบอกพี่แล้วนี่ครับ”

 

“แต่ไม่ได้บอกว่าเลย์ก็ไป”

 

“ผมเพิ่งรู้ตอนไปถึงร้านแล้วเหมือนกัน”

 

“แน่ใจ?”

 

“แน่ใจสิครับ”

 

“แล้วทำไมต้องให้หมอนั่นรับสาย”

 

“รับสาย? พี่โทรมาด้วยเหรอ”

 

“นายคงไม่ได้แกล้งทำเป็นไม่รู้”

 

“ผมจะทำแบบนั้นไปทำไม ถามจริงๆเถอะครับ วันนี้พี่เป็นอะไร ทำไมถึงเอาแต่ดุแล้วก็ทำหน้าไม่พอใจ พอผมพูดอะไรพี่ก็ไม่ฟั—” เสียงของแบคฮยอนถูกกลืนหายเมื่อเรียวปากอิ่มประกบลงมา

 

“อืม” ชานยอลจูบกลีบปากเล็กอ่อนนุ่ม อาศัยจังหวะที่น้องเผยอปากครางต่อต้านสอดลิ้นลึกเข้าไปตักตวงความหวานในโพรงปากอุ่น ดูดดุนตามอำเภอใจ ไม่ได้รุนแรงหยาบคายหากแต่ก็ไม่อ่อนโยน

 

ตลอดมาพยายามทะนุถนอม

 

แต่ตอนนี้แบคฮยอนควรต้องรู้เอาไว้ว่าจูบที่แท้จริงมันเป็นยังไง

 

อึก

 

รสจูบของเขาหนักแน่นบอกอารมณ์คุกรุ่นที่กำลังครอบงำหัวใจ เรียวลิ้นเกี่ยวกระหวัดหยอกเอินอยู่ในทีคล้ายจะหลอกล่อเด็กใต้อาณัติให้หลงอยู่ในรสสัมผัสของตัวเอง

 

แบคฮยอนจูบไม่เป็น ความมีประสบการณ์ของเขาบอกตั้งแต่แรกที่ดันลิ้นเข้าไป และเรื่องรบกวนจิตใจในวันนี้ทำให้ชายหนุ่มบดเคล้าริมฝีปากน้องอย่างไม่รู้จักพอ

 

“ดูไม่รู้จริงๆเหรอว่าเป็นอะไร” ชานยอลถามเสียงพร่าหลังจากยอมถอนจูบเมื่อรับรู้ได้ว่าคนใต้ร่างกำลังจะขาดอากาศหายใจ “หรือที่จริงนายรู้ แต่แกล้งยั่วให้พี่รู้สึกเหมือนจะคลั่งไปอย่างนั้น”

 

“ผมจะไปรู้กับพี่—”

 

หึงไงล่ะ

 

“…”

 

“ใกล้บ้าเข้าไปทุกทีแค่รู้ว่าไปกับคนอื่น จะหนึ่งชั่วโมงหรือกี่นาทีก็ไม่อยากให้ไปทั้งนั้น”

 

โคตรบ้าเลย

 

“งี่เง่าไร้เหตุผลขนาดนี้ก็เพราะนาย” นัยน์ตาคมหม่นแสงมองท่าทางหอบหนักและปากที่บวมเจ่อของอีกฝ่าย แววตาของเขามันกำลังระบายทุกสิ่งทุกอย่าง

 

“หึงขนาดนี้ต้องรู้ได้แล้วสิ จะมาบอกไม่รู้ได้ยังไงวะ…” ชายหนุ่มสบถ

 

 

 

 

 

TBC.

 

 

 

 

 

 

 

#HappyBaekhyunDay~

 

 

[ทอล์คเล็กๆ]

 

เป็นอีกหนึ่งตอนที่ยาวมาก ไม่รู้ว่าใครอ่านแล้วจะรู้สึกว่าเนื้อหรือน้ำ แต่อยากบอกว่าทุกตอน ทุกย่อหน้า ทุกอักษร ทุกเรื่อง เราตั้งใจมากๆ อ่านทวนบ่อยมากก จนบางทีถามตัวเองว่าเกินไปมั้ย5555 พยายามทวนคำพูด ดูความสมเหตุสมผล อ่านทีละวรรคไปจนถึงอ่านภาพรวมเพราะอยากให้สมูธที่สุด

 

ตอนนึงเรายาวจนกลัวคนอ่านจะรู้สึกเบื่อเลยค่ะ แต่ก็พยายามทำเต็มที่ในส่วนของเราแล้ว ขอบคุณหลายคนที่ยังเฝ้าติดตาม เรื่องนี้ขึ้น TOP 1 ในหมวดแฟนฟิคเกาหลี ทุกตอนเลย ขอบคุณมากน้า TT

 

เราส่องแท็ก#ฟิคชานฮยอง ส่องคอมเม้นตลอด อาจจะไม่ได้ตอบแต่อ่านทุกตัวอักษร เห็นทุกคำติชม แอบเห็นบางคนมาเม้นไม่ชอบพระเอก กลับกัน คุณชายรอง เป็นอีกหนึ่งตัวละครที่เราชอบมากโดยส่วนตัวตั้งแต่แต่งฟิคมาเลยค่ะ (หลงพระเอกตัวเองทุกเรื่องแหละ ดูออก5555)

 

เรื่องดำเนินไปตามที่ควรเป็น แต่บางคนก็เร่งกันเหลือเกิน คือบางทีก็อยากจะเล่าจะเร่งแต่งให้อ่านเหมือนกันล่ะแหม แต่ก็ติดงานประจำบ้าง ขี้เกียจบ้าง กว่าจะได้แต่ละตอนเลือดตาจะกระเด็นแล้วค้าบ แต่งจนปวดหลัง ซงซานกันเถ้อ; ;

 

 

ยังไงก็หวังว่าจะติดตามกันไปจนจบนะคะ

 

 

ป.ล.1 อิมเมจพี่ใหญ่/ท่านประธานเราคือ พี่ยุนโฮTVXQ แต่บางคนบอกว่าจินตานาการเป็นหน้าพี่ซูโฮตลอดเราก็เออ พออ่านแล้วก็ได้อยู่ ดังนั้นไม่แปะรูปแล้วกันเนาะ จะได้ไม่ไปทำลายจิตนาการใคร555

 

ป.ล.2 พี่รองมันขี้หึงไรขนาดนั้นอะพ่อ~

 

 

(ทอล์คยาวอยู่นะ ไหนว่าเล็กๆ)

 

 

เจอกันตอนหน้าจ้า.

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.564K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,385 ความคิดเห็น

  1. #10368 chanbaekjan (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2564 / 15:30
    แลงมากก หึงไงล่ะ พี่รองปากกับใจตรงกันเสมอ
    #10,368
    0
  2. #10355 เซฮุนเอง :3 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 เมษายน 2564 / 23:38
    เขินมาก ไม่ไหวแล้ว พี่รองเกินไปแล้ว ฮือออแมกมสกวหหวมผวหวหวห
    #10,355
    0
  3. #10319 Isabellbest (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 มีนาคม 2564 / 03:07
    โอ๊ยๆๆๆๆ ตำแหน่งลูกเขยโนหนึ่งต้องคุณชายรองนั่นแหละค่ะ ไม่ว่าใครจะมาขายขนมจีบลูกชายแม่ แม่ก็จะไม่ยกให้ใครนอกจากชายรองนะคะ เพราะฉะนั้นต้องใจดีกับน้องบ่อยๆ น้องจะได้รักกันด้วยดีนะคะลูกกก
    #10,319
    0
  4. #10270 HoneyB'c (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 / 23:39
    กรี้ดดดดดดด ชั้นจะบ้าตามพี่รองแล้ววว
    #10,270
    0
  5. #10251 minnann (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 / 23:17
    ใช่เลย 5555 มีแต่หน้าซูโฮเป็นพี่ใหญ่
    #10,251
    0
  6. #10228 hyunee.B (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 มกราคม 2564 / 21:20
    เขินอีกแบ้ววววววอ้ยๆๆๆๆหัวใจนุ
    #10,228
    0
  7. #10183 YunewG (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 มกราคม 2564 / 13:13
    พี่รองเบาหน่อย
    #10,183
    0
  8. #10158 m_1503_ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 มกราคม 2564 / 16:12
    น้องงง
    #10,158
    0
  9. #10128 Samorn1 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 00:41
    หึงแรงไปหรือเปล่า
    #10,128
    0
  10. #10113 Benz Satita (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 มกราคม 2564 / 01:27

    ก็หึงไง น้องเล็กเข้าใจนะค่าาาา
    #10,113
    0
  11. #10048 ChungWila (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 20:58
    ขี้หึงแบบนี้ก็บอกชอบน้องไปเลยไป๊ แต่ชอบที่น้องบอกกับพนงว่าดูไม่จริงใจอ่ะน่ารักจริงๆยัยเดกคนนี้
    #10,048
    0
  12. #9898 sunny lin (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 23:15
    ขี้หึงจังเลยนะพ่อ
    #9,898
    0
  13. #9794 안시리민 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2563 / 08:28
    หึงหนักมากเลยค่ะก็นะชอบมานาน
    #9,794
    0
  14. #9648 Jennysupat18 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2563 / 17:54
    -คนขี้หึงเอ้ยยย
    #9,648
    0
  15. #9613 bbhrrpcy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2563 / 22:33
    ก็คนมันขี้หึงงงงนิดหนึ่งก็คิดไกลล555 ปล.เลย์นี่ยังไงเอ่ยยย
    #9,613
    0
  16. #9215 cookieredritz (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2563 / 21:24
    ชุ้นเขินนนนนน ชุ้นชอบบบบบบ มันหนุบหนิบ
    #9,215
    0
  17. #9045 แพะบยอน❤ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2563 / 02:47
    คือน้องต้องรู้ได้แล้วจริงๆ แต่ก็นะรู้แล้วจะให้น้องทำยังงั้ยยยยยยยย หื้มมมมมมมม( ͠° ͟ʖ ͡°)
    #9,045
    0
  18. #9035 Pseewhy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 02:29
    สนุกอ่ะ ชอบมากๆเลยแงงง ขอบคุณนะคะ
    #9,035
    0
  19. #9034 Pseewhy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 02:28
    โอ้ยยยยแงงงงงง ใจยวบกับพี่รอง ;-;
    #9,034
    0
  20. #8810 Zikdn_ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 กันยายน 2563 / 23:02
    ถึงเราจะมาติดตามทีหลังแต่ขอบอกค่ะว่าไม่เบื่อออ กี้ส เขินมากกกก
    #8,810
    0
  21. #8806 IPINOCKIO (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 กันยายน 2563 / 20:22
    โอโหหหหห พี่เค้าชัดเจนเบอร์นี้แล้วนะคะ หึงก็บอกว่าหึง ไม่มีคนปากหนักอีกต่อไป น้องต้องได้รับรู้และแถมยังได้จูบลงโทษอีกด้วย โถถถถถ่ ดูจากดาวอังคารยังรู้เลยเป็นคนคลั่งรัก(แบคฮยอน)
    #8,806
    0
  22. #8773 pbcy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 กันยายน 2563 / 18:14
    แงงงงงงงงงงงคุณไรท์ ความรู้สึกคืออยากกรี้ดแล้วไปตะโกนที่หน้าผาว่าอห ที่สุดเลยเว้ยแก หึงก็ยอมรับว่าหึง ผมคนแมนๆ น้องไม่รู้พี่บอกให้ ทำจนพี่เป็นบ้าขนาดนี้ โอ้ยยยยยยยยยยย
    #8,773
    0
  23. #8523 Chi_Yeol (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 04:24
    ชัดเจนยิ่งกว่าเฮชดี ><
    จะบอกว่าอ่านไปใจชั้นเต้นแรงมาก งื้ออออ
    #8,523
    0
  24. #7851 pcy921 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 23:19
    อยากให้น้องรู้ก็บอกไปเลยค่ะ รู้สึกยังไง
    #7,851
    0
  25. #7835 Mepaech (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 12:43
    อยากบอกพี่หนิงว่าดีใจทุกครั้งที่ได้อ่านฟิคพี่ มันดีมากจริงไค่ะขอบคุณที่เขียนทุกเรื่องราวขึ้นมานะคะ พี่รองนี้ขี้หึงไม่เบาเลยนะคะ
    #7,835
    0