HYUNG 형 | Chanbaek -END-

ตอนที่ 13 : CHAPTER 12 | พี่ใหญ่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,994
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,849 ครั้ง
    27 ก.ย. 63

 

 

 

12

 

 

 

 

 

 

 

 

เวลาเกือบเที่ยงผู้เข้าร่วมสัมมนาต่างลงมาเช็คเอาท์โรงแรมและทยอยเดินทางกลับ ห้องพักซีอีโอปาร์คน่าจะเป็นกลุ่มท้ายๆที่ลงมา โดยมื้อเช้าไม่มีแม้สักคนเดียวที่ได้พบเห็นนักธุรกิจหนุ่มที่ห้องอาหาร ไม่มีแม้แต่การสั่งบริการอาหารขึ้นไปที่ห้องพัก มีเพียงข้อความสั้นๆฝากผ่านหัวหน้าฝ่ายบุคคลแจ้งเหล่าผู้บริหารบริษัทคู่ค้าให้กลับได้เลยโดยที่ไม่ต้องรอ

 

เรียบง่ายและเป็นส่วนตัว ยังเป็นคำที่ใช้แทนผู้นำของปาร์คกรุ๊ปฯได้ดี เพราะไม่ต้องการให้ใครมาต้อนรับเอิกเกริกหรือรอส่งเสด็จเป็นหมู่คณะ เขาจึงเป็นบุคคลที่มักจะเคลื่อนไหวท้ายๆหรือไม่ก็ลำดับแรกเสมอ

 

คิมจงแดยังรับหน้าที่เป็นแขนขาให้กับบอสหนุ่มจัดการเรื่องเช็คเอาท์และเคลื่อนย้ายกระเป๋าสัมภาระไม่ต่างจากวันแรกที่มาถึง ขณะที่คนเป็นเจ้านายนั่งจิบกาแฟรอด้วยท่าทางสบายใจเฉิบตรงโถงนั่งเล่นของทางโรงแรม ตรงข้ามกันคือจงอินที่เช็คเอาท์เสร็จไปก่อนหน้านี้แล้วเนื่องจากลงมาถึงล็อบบี้ก่อน

 

 

ก่อนพักใหญ่ๆเลยล่ะกว่าคุณชายเพื่อนจะยอมโผล่หน้ามาให้เจอ

 

 

“ท่าทางอารมณ์ดีแบบนี้หรือว่าเมื่อคืนจะมีเรื่องดีๆเกิดขึ้นครับคุณชาย?”

 

“ไม่ต้องเดา”

 

“ไม่ให้เดาซะด้วย”

 

“เมาขนาดนั้นจะมีอะไร”

 

“แน่ใจ?” ร่างสูงวางถ้วยกาแฟลงบนจานรองก่อนจะถอยกลับมานั่งกอดอกจ้องตากับฝั่งตรงข้าม คิมจงอินจับผิดเขาอยู่นานกว่าจะยอมปล่อยผ่านด้วยการไหวไหล่

 

“ถึงจะจับพิรุธไม่ได้ตอนนี้ แต่โอกาสดีๆแบบเมื่อคืนเป็นไปได้เหรอที่จะไม่มีอะไร” จงอินพึมพำก่อนจะหันไปทางล็อบบี้โรงแรม คุณชายรองอาศัยจังหวะนั้นยิ้มขำแล้วมองตามสายตาของเพื่อน

 

ร่างเล็กที่กำลังยืนเกาะล็อบบี้ข้างๆคิมจงแดทำให้เขาคิดถึงเรื่องเมื่อคืน ท่าทางไร้เดียงสาแบบเด็กๆนั้นมองกี่ครั้งก็ให้ความรู้สึกเอ็นดู มันอาจจะดูหน้าไม่อายกับการฉวยโอกาสจากคนเมา ทว่าชานยอลไม่รู้สึกผิดสักนิด กลับนึกอยากรังแกมากกว่านั้นเสียด้วยซ้ำ

 

อะแฮ่ม

 

เสียงกระแอมของคิมจงอินทำให้บอสหนุ่มรู้สึกตัวว่าได้เผลอมองเด็กคนนั้นนานไปแล้ว ช่วงขายาวสลับเปลี่ยนข้างไขว่ห้างก่อนใบหน้าหล่อจะแสร้งมองนาฬิกาข้อมือ

 

“อยู่กับฉันไม่ต้องฟอร์มนักก็ได้ ถึงไม่พูดก็พอเดารู้ว่านายคิดอะไรอยู่คุณชายรอง” จงอินจุดยิ้มพลางขำเบาๆในลำคอ จะชานยอลตอนนี้หรือสิบปีที่แล้วก็ไม่ต่างกัน ท่ามากยังไงก็ยังงั้น ดีที่คบหากันมานานเลยพอมองออกโดยที่ไม่ต้องพูดอะไรให้มากความ

 

“จริงสิ แล้วสรุปเรื่องนั้นนายจะเอายังไง”

 

“เรื่องอะไร”

 

“เรื่องเพื่อนสาวคนสนิทของนายไงล่ะ”

 

“อ่อ…”

 

“เธอจะมาวีคหน้านี้แล้วนะ เซเรน่า” หลังจากชื่อบุคคลที่สามถูกเอ่ยออกมาใบหน้าหล่อก็หันไปมองร่างเล็กที่เข้ามายืนอยู่ข้างโต๊ะพวกเขาพอดี

 

“เอ่อ…” แบคฮยอนคงได้ยินบทสนทนาของพวกเขาอยู่บ้างถึงมีท่าทีเกรงใจ คล้ายกับเด็กที่บังเอิญเข้ามาได้ยินผู้ใหญ่คุยกัน แต่ชานยอลไม่ได้คิดถือสาในเมื่อสำหรับเขาแล้วเรื่องนี้ไม่ได้สำคัญอะไรนัก

 

“เสร็จแล้วเหรอ” เขาถาม

 

“ครับ ผมจะเข้ามาบอกว่าคุณจงแดจะกลับแล้ว” คำบอกเล่าของน้องทำให้บอสหนุ่มมองไปทางล็อบบี้อีกครั้ง เขาพยักหน้ารับให้กับคิมจงแดที่ยืนค้อมหัวบอกลาอยู่ตรงนั้นก่อนจะเดินออกไป

 

“งั้นเราก็ไปกันเถอะ”

 

“แล้วเรื่องที่คุยค้างกันไว้ล่ะ นายจะไปรับเธอเองหรือ—”

 

“ถ้าพอมีเวลาก็คงไป” ร่างสูงพูดขณะลุกขึ้นยืน มือข้างหนึ่งของเขาวางอยู่บนแผ่นหลังของร่างเล็กไม่ยอมห่าง “แต่วีคหน้าฉันมีประชุมไตรมาสที่บริษัท อาจจะต้องเป็นนายไปรับแล้วล่ะจงอิน”

 

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

 

“หิวหรือยัง”

 

เสียงทุ้มของผู้ที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยรถสปอร์ตหรูดังขึ้นเมื่อรถแล่นออกมาจากโรงแรมได้ระยะหนึ่ง เสียงบีบแตรจากรถคันหลังดังขึ้นสั้นๆก่อนที่รถคันนั้นจะแซงไป เป็นอันทราบกันว่าคิมจงอินได้ล่วงหน้ากลับโซลไปก่อนแล้วหลังจากขับไล่ตามกันมา

 

“ยังไม่หิวเท่าไหร่ครับ”

 

“งั้นดี เดี๋ยวไปแวะหาอะไรทานกันก่อนกลับ” ใบหน้าเล็กถึงกับหันไปมองคนที่กำลังแกล้งกวนประสาทหน้าตาย เป็นอีกครั้งที่ชานยอลหลอกถามเขาทั้งที่มีคำตอบไว้ในใจแล้ว

 

“ทำไม”

 

“แกล้งผมได้คงสนุกพี่สินะครับ”

 

“สนุกมั้ง”

 

มั้งเหรอ หน้ายังมีรอยยิ้มขำอยู่แท้ๆ

 

“ก็ถามไปอย่างนั้น นายไม่หิวก็แล้วไป แต่ฉันหิว”

 

“เหรอครับ”

 

“ครับ” ร่างสูงเหล่ตามองตุ๊กตาประดับหน้ารถ พอเห็นว่าน้องแสร้งเป็นสนใจวิวนอกหน้าต่างเขาก็เรียกร้องความสนใจกลับมาด้วยการปล่อยมือจากพวงมาลัยรถข้างหนึ่ง แล้วถือวิสาสะเกาใต้คางเด็กข้างๆด้วยมือข้างนั้นทำเอาคนถูกกระทำออกอาการตกใจ

 

“ทำอะไรครับ พี่ขับรถอยู่นะ” แบคฮยอนทำหน้าถมึงทึงทว่าไม่ได้ดูน่ากลัวสักนิด ชานยอลดันมือเรียวที่พยายามต่อต้านเขาออกแล้วสัมผัสใต้คางนั้นต่ออย่างชอบใจ

 

“พี่รองครับ”

 

“นายดุเก่งกว่าฉันแล้ว”

 

“ผมไม่ได้ดุสักหน่อย”

 

“งั้นก็นั่งเฉยๆ”

 

“ก็เลิกแกล้งผมก่อนสิ มันจั๊กจี๋นะ…”

 

“ก็อย่าสนใจอย่างอื่นมากกว่าฉันสิ”

 

“ครับ?”

 

“บอกมาก่อนว่าอยากกินอะไรเดี๋ยวจะพาไป”

 

“อะไรก็ได้”

 

“อะไรก็ได้แล้วมันคืออะไร”

 

“ถึงบอกไปพี่ก็คงมีคำตอบในใจอยู่แล้วไม่เห็นจะต้องถามผมเลย”

 

“แล้วถ้าฉันบอกว่าอยากกินอะไรที่นายอยากกินล่ะ”

 

“…”

 

“คราวนี้จะบอกได้หรือยัง”

 

 

 

 

 

 

 

สิบกว่านาทีกับการจอดรถหน้าร้านสะดวกซื้อ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าเจ้าของรถสปอร์ตหรูที่มีเพียงไม่กี่คันในประเทศจะยอมลงไปทำหน้าที่พ่อบ้าน จับจ่ายซื้อเสบียงสำหรับเป็นมื้อแรกของวันตามที่คุณหนูแบคฮยอนต้องการ

 

จาจังมยอนและนมกล่อง

 

นั่นคือสิ่งที่คนน่ารักบอกอยากจะทาน คุณชายรองที่เป็นถึงบอสใหญ่และเจ้าของคำพูดชวนใจสั่นฟังแล้วจะทำอย่างไรได้ นอกจากคำไหนคำนั้น

 

เพื่อเป็นการรักษาคำพูดเขาจึงใช้เวลาสิบกว่านาทีลงไปซื้อของในร้านเล็กๆ ก่อนจะกลับออกมาพร้อมถุงเสบียงเต็มสองมือโดยที่คุณหนูแบคฮยอนไม่ต้องทำอะไรเลย นอกจากนั่งตากแอร์รออยู่ในรถ

 

“จอดรถทานตรงนี้แล้วกัน”

 

ร่างสูงเลือกทำเลจอดรถที่ถนนสายหนึ่งซึ่งไม่ค่อยมีรถวิ่งผ่าน แถมด้านข้างยังเป็นทะเลสีฟ้าครามมองแทบไม่สุดสายตา ทำเอาเด็กที่นั่งมาด้วยกันอมยิ้มแก้มปริให้กับวิวสวย สายตาทอดมองแต่บรรยากาศตรงหน้าแทบไม่ได้สนใจอาหารที่เขาอุตส่าห์ลงไปซื้อมาให้

 

“ร้อนมั้ย”

 

“ไม่ครับ” รู้ดีว่าอีกคนถามถึงแดดที่ฟาดลงมากลางศีรษะไม่ใช่จาจังมยอนในชามกระดาษที่แบคฮยอนกำลังคนจนดำปี๋ พวกเขากึ่งนั่งกึ่งยืนพิงฝากระโปรงรถ ถึงแม้แดดช่วงฤดูหนาวจะค่อนข้างแรงแต่พอมีลมเย็นพัดมากลับกลายเป็นลงตัว ไม่รู้สึกว่าร้อนหรือหนาวเกินไป บวกกับได้มองวิวทะเลไปด้วยแบคฮยอนจึงมีความสุขเป็นพิเศษ

 

“ทานได้มั้ยครับ ตอนแรกผมนึกว่าพี่จะซื้ออย่างอื่นมาซะอีก ไม่คิดว่า—”

 

“ก็บอกแล้วไงว่าจะกินเหมือนที่นายอยากกิน”

 

“อ่า…” คนน่ารักหลุบตามองพื้น บนมุมปากเขามีรอยยิ้มน้อยๆ “ผมว่ามันอร่อยดีนะครับ”

 

“อาหารสิ้นคิดนี่น่ะเหรอ”

 

“…”

 

“ก็อร่อยดี”

 

ถึงแม้จะนึกค่อนขอดในใจกับความขี้แกล้งของอีกฝ่าย แต่แบคฮยอนก็รู้ดีว่าหัวใจตัวเองกำลังทำงานหนัก พักหลังมานี้เขาเป็นแบบนี้ตลอด พอพยายามจะทำใจให้ชินกับพฤติกรรมที่แปลกไปก็ดูเหมือนอีกคนจะยิ่งเข้ามาก่อกวน

 

“ถ้ากินเสร็จแล้วเราลงไปเดินเล่นข้างล่างกันมั้ยครับ” แบคฮยอนลองถามดู พอเขาพูดแบบนั้นใบหน้าหล่อก็หันไปมองทางทะเล จากจุดที่รถจอดอยู่หากจะเดินไปให้ถึงตรงนั้นคงต้องผ่านทางที่เป็นทรายและโขดหินระยะหนึ่ง มันออกจะดูไกลสำหรับคนที่ขี้เกียจเดิน หรือประเภทข้อเท้าไม่เอื้ออำนวยแบบแบคฮยอน เพียงแต่…

 

“ไหนๆก็มาแล้วถ้าเท้าไม่แตะน้ำทะเลเลยก็ออกจะน่าเสียดาย”

 

“นายแตะไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว”

 

“แต่ผมจำไม่ได้…” ร่างเล็กกัดปากพลางช้อนตามองผู้เป็นพี่ ทว่าอีกคนกลับทำเป็นตั้งหน้าตั้งตาทานบะหมี่ไม่สนใจเขาเสียอย่างนั้น

 

“พี่รองครับ…”

 

อ้อนฉันอยู่เหรอ

 

“…” เห็นรอยบุ๋มข้างแก้มสากแล้วถึงกับรู้สึกร้อนที่หน้า คนน่ารักกลอกตามองไปทั่ว โชคดีที่ใบหน้าหล่อไม่หันมาเพราะแค่นี้แบคฮยอนก็รู้สึกว่าตัวเองเขินมากๆแล้ว

 

“ถ้าบอกว่าใช่จะพาไปมั้ยครับ”

 

“หึ”

 

“อย่างน้อยถ้าไม่อยากไปก็อนุญาตให้ผมลงไปเดินเอง ส่วนพี่นั่งรออยู่บนรถก็ได้…” แบคฮยอนรวบรวมความกล้าพูดด้วยตั้งยืดยาวแต่อีกคนกลับทำเฉย กระดกน้ำดื่มด้วยท่าทางใจเย็นและยังยึดชามบะหมี่ที่แบคฮยอนทานจนหมดแล้วใส่ถุงขยะก่อนจะหายไปทางท้ายรถ

 

ปล่อยให้ยืนว้าวุ่นอยู่ชั่วอึดใจก็เดินมาสะกิดด้านหลังไม่พูดจา ร่างเล็กหันไปมองด้วยความรู้สึกงุนงง เจ้าของร่างสูงเกือบร้อยเก้าสิบเซนติเมตรที่หันหลังพลางย่อตัวนั่งยองๆลงต่อหน้าทำเอาแบคฮยอนกะพริบตาปริบๆ

 

“ทำอะไรครับ”

 

ขึ้นมาสิ

 

“ครับ?”

 

“อยากไปเดินเล่นไม่ใช่เหรอ”

 

“แต่ผมไม่ได้หมายความว่า…” คนตัวเล็กพูดแทบไม่ออก ไม่นึกฝันมาก่อนว่าคนที่ดุและดูเย็นชาอย่างคุณชายรองจะทำถึงขนาดนี้ จะว่าแกล้งกวนประสาทให้ตายใจก็คงไม่ใช่ในเมื่อแบคฮยอนพบแต่ความจริงจังในดวงตาคู่นั้น

 

“ถ้าจะไปก็ขึ้นมา”

 

“พี่ไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม ผม…ขึ้นได้จริงๆเหรอ” แม้ยังไม่แน่ใจทว่าร่างกายกลับขยับเข้าไปหาโดยอัตโนมัติ มือเรียวค่อยๆวางลงบนไหล่แกร่งอย่างกล้าๆกลัวๆ ฉับพลันแขนทั้งสองข้างถูกดึงลงไปพาดลำคออีกฝ่ายแนบแน่นด้วยฝีมือของเจ้าตัวเอง

 

“ไม่อยากตกก็กอดแน่นๆ” ชานยอลว่าอย่างนั้นก่อนลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง ขาแบคฮยอนเกี่ยวเอวสอบตามสัญชาตญาณ และอีกคนก็ทำให้มั่นใจว่าเขาจะไม่ตกลงไปอย่างที่ถูกพูดขู่ไว้ เพราะไม่ใช่แค่แบคฮยอน แต่ชานยอลเองก็ล็อคขาเขาไว้แน่นเช่นกัน

 

 

คนเย็นชา คราวจะอ่อนโยนน่ะอ่อนโยนได้มากขนาดนี้เลยเหรอ

 

 

ร่างเล็กคิดพลางกดยิ้ม ทะเลกว้างใหญ่ที่จรดกับท้องฟ้าอยู่เบื้องหน้า มันเป็นระยะทางอีกไม่ไกลที่อีกฝ่ายจะพาเขาไปถึง ทว่ายามนี้แบคฮยอนกลับนึกเห็นแก่ตัว อยากให้เส้นทางที่ชานยอลเดินอยู่มันไกลออกไป อยากจะตักตวงความรู้สึกอบอุ่นนี้ไว้นานๆ ไม่อยากผละจากร่างสูงที่แนบชิดนี้เลย…

 

“ผมเพิ่งทานอิ่ม พี่หนักมั้ยครับ”

 

“ฉันก็อิ่มเหมือนกัน”

 

“…”

 

“ไม่หนักหรอก”

 

“วันนี้ใจดีจังเลยครับ” ร่างเล็กเอ่ย น่าจะเป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่เขากล้าพูดโดยที่ไม่คิดจะหลบสายตา กลับเอียงหน้าเข้าหาใบหน้าหล่อจนจมูกเฉียดแก้มสากนับครั้งไม่ถ้วน

 

“ถ้ารู้สึกหนักต้องบอกนะครับ เจ็บแค่นิดเดียวค่อยๆเดินไปยังไงก็ถึง”

 

“บอกว่าไม่หนักก็คือไม่หนัก มองไปที่ทะเลสิ ชอบไม่ใช่เหรอ”

 

“ชอบครับ” ยามร่างสูงหันมาหาเขายังสู้สายตา “ไม่ได้มาเห็นอะไรแบบนี้นานแล้ว ไม่ได้ขี่หลังพี่นานแล้วเหมือนกัน…”

 

แต่ทันทีที่คนเป็นพี่อมยิ้มจางๆเขากลับรีบก้มหน้างุดเหมือนเด็กที่เพิ่งสารภาพความผิด ถึงจะเป็นการพูดอ้อมแอ้มไม่เต็มเสียงและลมทะเลก็ปะทะเข้ามาตลอดแต่เขาก็เชื่อว่าชานยอลได้ยิน

 

ความจริงแบคฮยอนไม่ใช่เด็กขี้อาย เขาเพียงแต่ขี้เกรงใจและออกจะเรียบง่ายไม่ชอบการโต้เถียง แต่กับชานยอลไม่รู้เป็นอะไรถึงได้กลับกันไปหมด นิสัยเขากับอีกฝ่ายต่างกันโดยสิ้นเชิง หลายครั้งนึกอยากหลีกหนีแต่พอได้เข้าใกล้แบคฮยอนกลับรู้สึกว่าเท่าไหร่ก็ไม่พอ

 

 

ที่ว่าใจคนเรานั้นประหลาดคงจะจริง

 

 

“ผมน่าจะตัวโตกว่านี้อีกหน่อย” ร่างเล็กว่า ลมแรงที่ปะทะเข้ามากลับไม่ทำให้รู้สึกหนาวเพราะแบคฮยอนกระชับกอดคอคนตัวโตตลอด เขาชอบกลิ่นน้ำหอมของชานยอล ชอบแผ่นหลังกว้างๆนี้ มันทั้งอบอุ่นและมั่นคงจนไม่อยากเชื่อเลยว่าตัวเองจะได้สัมผัส

 

“ทำไม”

 

“วันไหนพี่รองปวดเท้าจนเดินไม่ไหวผมจะได้ให้ขี่หลังบ้าง”

 

“ถ้างั้นก็ตัวเท่านี้เถอะ ฉันไม่ได้อยากจะขี่หลังใคร” สองพี่น้องหัวเราะเบาๆ เคล้าบรรยากาศที่ดีจนต่างฝ่ายต่างนึกอยากจะหยุดเวลา แต่เมื่อมาถึงชายหาดร่างสูงก็ย่อตัวให้น้องลงจากหลังอย่างไม่คิดจะยื้อ

 

“น้ำเย็นจังเลยครับ” ครั้งแรกที่เท้าสัมผัสความเย็นของน้ำทะเลที่ลึกระดับข้อเท้า รอยยิ้มสดใสที่สุดเท่าที่เคยมองได้หยุดโลกของใครอีกคน

 

“เมื่อวานฉันผิดสัญญา”

 

“ครับ?”

 

“…”

 

“อ่อ…”

 

“โกรธอยู่ไหม”

 

“ผมไม่ได้โกรธสักหน่อย” เขาว่าพลางเขี่ยเท้าเล่นคลื่นที่ซัดเข้ามาอีกระลอกเล็กๆ “แต่ถึงจะรู้สึกแบบนั้นจริง พอได้เอาเท้าสัมผัสน้ำทะเลแบบนี้ก็หายหมดแล้วล่ะครับ ฮ่ะๆ”

 

“แค่นี้ก็หายแล้วเหรอ…”

 

เพราะมัวแต่สนใจน้ำทะเลเลยไม่ทันได้ฟังสิ่งที่ร่างสูงพูด พอเงยหน้าขึ้นมองอีกคนก็ส่ายหน้าไปมาว่าไม่มีอะไรแล้ว แบคฮยอนคลี่ยิ้มให้คนที่อยู่ตรงหน้าจนดวงตาเรียวรีคว่ำเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว ความสบายใจทำให้เขาแสดงออกโดยธรรมชาติ

 

ไม่ว่าจะน้ำเสียง

 

ท่าทาง

 

หรือนัยน์ตาที่บริสุทธิ์

 

 

“ถ้าผมอยากตอบแทนที่พี่ให้ขี่หลังเป็นเตรียมมื้อเช้าไปให้ที่ทำงานทุกวัน พี่คิดว่ายังไงครับ”

 

“…”

 

“อาจจะไม่ชอบมันแต่จะดื่มแต่กาแฟดำโดยที่ท้องยังว่างทุกวันผมคิดว่ามันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ลองเปลี่ยนมาทานมื้อเช้าจริงๆดูมั้ย”

 

“ไม่เป็นไร”

 

“ทำไมล่ะครับ หรือว่าไม่ไว้ใจฝีมือผะ—”

 

ชู่…”

 

“…” ร่างเล็กหลุบตามองตามนิ้วชี้ที่เพิ่งแตะลงมาบนริมฝีปากของเขา ทั้งยังพาเอาร่างสูงเกือบร้อยเก้าสิบเซนติเมตรขยับเข้ามาใกล้จนเงาใหญ่ทาบทับแสงแดดที่เคยแยงตา บรรยากาศสวยงามรอบข้างกำลังถูกคนตรงหน้ากลืนกิน

 

“นายเคยได้ยินเสียงทะเลที่เพราะที่สุดหรือยัง”

 

 

แต่แบคฮยอนว่า

 

เสียงของชานยอลยามนี้เพราะยิ่งกว่าทะเลเสียอีก

 

 

“ลองหลับตาดูสิ”

 

ราวต้องมนต์สะกด เด็กหัวอ่อนค่อยๆหลับตาลงอย่างว่าง่ายเมื่อเสียงทุ้มชวนฝันเอื้อนเอ่ย ถ้าหากเสียงทะเลที่ว่านั้นหมายถึงการที่เราฟังอย่างตั้งใจมันก็ดูเพราะขึ้นจริงๆ แทบไม่ผิดจากที่ชานยอลว่าไว้ เสียงคลื่นซัดฝั่งมันทุ้มกังวานยามที่ลองหลับตาฟัง

 

ทว่าไอร้อนราวกับใครกำลังหายใจรดอยู่เหนือปลายจมูกกลับทำให้ร่างเล็กต้องค่อยๆลืมตาขึ้นมา

 

…”

 

ใบหน้าหล่อที่อยู่ใกล้จนแบคฮยอนมองอะไรไม่ชัดทำใจดวงน้อยกระตุกและเผลอกลั้นหายใจแบบที่ไม่รู้ตัว ถึงจะหัวอ่อนแต่ใช่จะดูไม่รู้ว่าอีกคนกำลังจะทำอะไร

 

และเพราะรู้…

 

เพราะชานยอลไม่แม้แต่จะผละออกกลับสบตาเขาอย่างมั่นคงแบคฮยอนถึงไม่รู้จะทำตัวอย่างไร

 

“พี่…”

 

ชู่…”

 

จะผลักไสก็ไม่กล้า

 

“หลับตาต่อสิ”

 

จะเป็นฝ่ายผละจากร่างกายก็ไม่เชื่อฟัง

 

จะได้รู้ว่าทะเลที่อยู่ตรงหน้านายตอนนี้รสชาติเป็นยังไง

 

สุดท้ายได้แค่ปล่อยให้ความรู้สึกตัวเองจมดิ่งไปกับนัยน์ตาคม ยอมปิดเปลือกตาลงอีกครั้งอย่างคนที่อ่อนประสบการณ์

 

“…”

 

สัมผัสนุ่มหยุ่นที่แนบตามลงมาบนริมฝีปากทำเอามือเรียวเผลอกำเสื้อเชิ้ตแขนสั้นของอีกฝ่ายจนแน่น ลมหายใจที่เป่ารดลงมาบนแก้มทำใจเต้นแรงแทบจะหลุดออกมา

 

แบคฮยอนไม่เคยจูบใครและไม่คิดว่าจะเป็นชานยอลที่ฉวยมันไปเป็นคนแรก ตอนที่อีกฝ่ายค่อยๆดูดกลีบปากล่างก่อนผละจากอย่างอ้อยอิ่งเขาถึงไม่ลังเลเลยที่จะโผเข้าหาแผงอกแกร่ง แล้วซุกหน้าซ่อนความอับอายทันที

 

“ฮ่ะๆ”

 

เขาได้ยินเสียงคนเป็นพี่หัวเราะ

 

และนั่นทำให้ต้องทุบกำปั้นลงกลางแผ่นหลังกว้างอย่างไม่ออมแรง

 

“ทำไมทำแบบนี้ครับ”

 

แต่ทว่าชานยอลกลับขยี้ผมของเขาอย่างเอ็นดู

 

“ทำแบบเมื่อกี้เท่ากับตอบแทนวันนี้ แต่ถ้าทำมื้อเช้าให้ยังไม่รู้เลยว่านายจะได้ตอบแทนวันไหน ฉันใจร้อน…”

 

บ้าไปแล้ว

 

พี่น้องเขาทำกันแบบนี้หรือไง

 

“ผ ผมจะฟ้องพี่ใหญ่”

 

“ฟ้องว่าฉันจูบนายน่ะเหรอ”

 

“อย่าพูดนะครับ”

 

“ก็นายบอกเองว่าจะฟ้อง”

 

“ก็พี่แกล้งผม”

 

“ไม่คิดเหรอว่าฉันจะอยากจูบนายจริงๆ”

 

“พี่แกล้งผม”

 

เขาย้ำ

 

“ฉันทำเพราะอยากจูบนายต่างหากล่ะ”

 

ชานยอลเองก็ย้ำเหมือนกัน

 

“อยากฟ้องใครก็ไปฟ้องเลย แต่จะเป็นใครดี พี่ใหญ่งั้นเหรอ? หรือว่าคุณนม? ฉันกลัวแทบแย่ถ้านายไปฟ้องจริงๆฉันควรจะทำยังไงดีนะ…”

 

“พอแล้วครับ” ร่างเล็กงับอกคนขี้แกล้งไปหนึ่งที แถมอีกหนึ่งกำปั้นแต่อีกคนดูแทบไม่ได้รู้สึกรู้สาต่อการกระทำที่เกิดขึ้นเลยสักนิด นอกจากจะพูดจาประชดประชันกันแล้วยังมีหน้ามาหัวเราะอีก แบคฮยอนอายจนอยากระเหิดหายไปในอากาศแล้วรู้บ้างไหม

 

“ทำไมพี่หน้าไม่อายแบบนี้นะ ต่อไปผมจะไม่เชื่ออะไรแล้ว”

 

“ก็ลองไม่เชื่อดูสิ”

 

ร่างเล็กในอ้อมแขนลองเงยหน้าขึ้นมาจากอกแกร่งเป็นครั้งแรก ไม่ได้จินตนาการมาก่อนว่าอีกคนจะต้องมีสีหน้าแบบไหนตอนที่พูดเรื่องหน้าไม่อาย แต่อย่างน้อย…

 

 

“นายจะโดนมากกว่าเมื่อกี้อีก”

 

 

ก็ไม่ควรจะแลบลิ้นกวนประสาทให้แบบเด็กๆไม่ใช่หรือไง

 

ให้ตาย…

 

นี่มันคุณชายรองเมื่อสิบกว่าปีก่อนชัดๆ

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

หลังวันที่กลับจากปูซานทุกอย่างยังคงดำเนินต่อไป แบคฮยอนคอยช่วยงานคิมดาซมโดยไม่เกี่ยงงอนไม่ว่าสิ่งที่ได้รับมอบหมายจะหนักหนาหรือเป็นเพียงแค่งานสบายๆ

 

ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและคุณเลขาหน้าห้องคล้ายจะดีแต่ก็เหมือนยังมีเส้นบางๆคั่นอยู่ ซึ่งมันคืออะไรทั้งสองต่างก็รู้กัน แต่เพราะแบคฮยอนไม่ยอมเอ่ยปากคิมดาซมก็คร้านจะเค้นถามให้เปลืองน้ำลาย พยายามหลับหูหลับตาปล่อยผ่านทั้งที่สังเกตเห็นพฤติกรรมอันไม่ปกติของเจ้านายและเด็กฝึกงานตลอด

 

“ทำสไลค์เสร็จหรือยัง”

 

“…”

 

“นี่”

 

“อ ครับ” ร่างเล็กแสดงท่าทางตกใจนิดหน่อยเมื่อเสียงของเลขาสาวฉุดเขาออกจากภวังค์ “เสร็จแล้วครับ ผมเซฟแล้วล่ะ” แบคฮยอนยิ้มเจื่อนพร้อมกับที่คนฟังนั่งส่ายหน้า ถึงจะทำงานไม่เคยพลาดและเสร็จก่อนเดทไลน์เสมอแต่เขาก็รู้ตัวเองดีว่าพักนี้ใจลอยบ่อย

 

เหตุการณ์ในวันนั้นกับความรู้สึกสับสนยังคงตกตะกอนในใจ พยายามจะไม่เก็บเอามาคิดแล้วแต่สุดท้ายก็ลงเอยแบบเดิม

 

แบคฮยอนหวั่นไหว

 

ใจลึกๆกำลังเกิดความรู้สึกบางอย่างที่ไม่ควร

 

 

“นายนั่งเหม่ออีกแล้วนะเด็กใหม่”

 

คนถูกทักรีบละสายตาออกจากป้ายชื่อหน้าห้องทำงานใหญ่ ทว่าตอนที่หันกลับไปมองคิมดาซมเขากลับพบว่าร่างสูงของผู้เป็นเจ้าของป้ายชื่อนั้นได้มายืนอยู่ตรงหน้าแล้ว

 

อรุณสวัสดิ์ค่ะบอส” เลขาสาวรีบลุกขึ้นกล่าวทักทายเจ้านาย เห็นดังนั้นแบคฮยอนจึงรีบลุกขึ้นยืนตาม

 

“อรุณสวัสดิ์ครับ…”

 

“ครับ” เสียงทุ้มเอ่ยรับสั้นๆก่อนพยักพเยิดให้ทั้งคู่ทำตัวตามสบาย ใบหน้าหล่อดูแปลกตานิดหน่อยคงเพราะผมสีใหม่ที่เพิ่งทำมา สีน้ำตาลเข้มจนเกือบดำขลับให้บอสหนุ่มยิ่งดูสุขุม ใบหน้าสมบูรณ์แบบราวพระเจ้าลำเอียงแทบทำให้คนที่มองเขาอยู่ใกล้ๆลืมหายใจ

 

“อะไรกันคะ แอบไปทำสีผมใหม่มาเหรอ”

 

“มีคนแนะนำว่าผมควรจะลองทำสีเข้มดู” ขณะที่คุยอยู่กับคิมดาซมทว่าหางตาของบอสหนุ่มกลับมีเด็กอีกคนที่นั่งอยู่ตรงนั้น “อีกอย่างก็ใกล้จะประชุมไตรมาสแล้ว ขี้เกียจจะฟังท่านประธานบ่น”

 

“ฮ่ะๆ สีนี้ก็หล่อดีค่ะ บอสทำสีไหนดิฉันก็ว่าหล่อทั้งนั้น”

 

“ปากหวาน”

 

“ยังไม่เคยชิมรู้ได้ยังไงคะว่าหวาน” หญิงสาวแกล้งหยอดทั้งที่เห็นแล้วว่าในสายตาเจ้านายไม่ได้มีเธอเลยสักนิด “พร้อมจะดูสไลค์เลยมั้ยคะ แบคฮยอนแก้เสร็จแล้ว” ซึ่งเธอก็ชินชาจนใจแข็งแกร่งเกินกว่าจะเก็บมาเป็นอารมณ์

 

“ตรวจดีแล้วใช่ไหม”

 

“ค่ะ ก็ตรวจไปบ้าง—”

 

“เมื่อกี้ผมเห็นเด็กฝึกงานนั่งใจลอย คุณเป็นพี่เลี้ยงแน่ใจได้ยังไงว่างานที่ให้มาแก้ใหม่จะไม่ถูกตีกลับอีก”

 

“เอ่อะ…” พอเจ้านายตีหน้าขรึมแกล้งทำเสียงเรียบคนเป็นลูกน้องก็ออกอาการเกร็งขึ้นมาทันที “เดี๋ยวดิฉันจะลองตรวจดูให้ละเอียดอีกรอบก่อนส่งถึงมือบอสค่ะ”

 

“ให้โอกาสอีกแค่ครั้งเดียว ถ้ายังทำงานไม่ถูกใจผมจะย้ายโต๊ะเด็กคนนี้เข้าไปในห้อง”

 

“คะ?!”

 

“คุณจะได้มีสมาธิทำงานมากกว่านี้”

 

“บอสพูดจริงพูดเล่นคะเนี่ย”

 

“จะได้จับตาดูด้วยว่ามัวแต่เหม่ออะไร” ประโยคหลังร่างสูงหันไปพูดกับเด็กฝึกงาน แบคฮยอนอ้าปากค้างเหมือนคิดคำพูดตัวเองไม่ออก

 

“แล้วไหน มื้อเช้า” ซ้ำยังโดนทวงมื้ออาหารจนต้องก้มลงไปหยิบกล่องข้าวปั้นที่ตัวเองตื่นมาช่วยจังมีทำแต่เช้าออกจากลิ้นชัก แบคฮยอนค่อยๆยื่นกล่องในมือไปให้อีกฝ่าย ไม่อยากให้ต่อหน้าคิมดาซมเลยแต่ก็ดูเหมือนจะถูกชานยอลกลั่นแกล้ง

 

“ชงกาแฟเข้าไปให้ด้วยล่ะ จะรอ” พอวางระเบิดให้แบคฮยอนแล้วร่างสูงก็เดินหายเข้าไปในห้องทำงานพร้อมกับสิ่งที่ตัวเองต้องการ

 

แบคฮยอนไม่ได้แก้ตัวอะไรกับคิมดาซม เขาเลือกจะลุกไปที่ห้องชงกาแฟทันทีที่ได้รับคำสั่ง เห็นแล้วว่าหญิงสาวนั่งกอดอกมองจับผิดตามหลังหากแต่ก็ยังไม่ยอมพูดอะไร

 

“นายเป็นใครกันแน่ เด็กฝึกงาน” เลขาสาวพึมพำ

 

 

 

 

 

วันแล้ววันเล่าผ่านไป แบคฮยอนฝึกงานจนเข้าสู่สัปดาห์ที่สาม เขาได้แสดงพัฒนาการให้เห็นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเรื่องงานที่หลากหลาย ความหัวไวเรียนรู้เร็ว หรือการกระตือรือร้นที่จะช่วยเหลือผู้อื่น

 

แม้จะเป็นแค่เด็กฝึกงานแต่เขากลับกล้าอาสาที่จะอยู่ช่วยงานเลขาสาวและบอสหนุ่มจนค่ำมืด วีคนี้ที่บริษัทอยู่ในช่วงประชุมไตรมาสดังนั้นงานจึงเยอะกว่าที่ผ่านมา แต่ถึงบางงานจะไม่สามารถผ่านมือเด็กใหม่อย่างเขาได้ แบคฮยอนก็เต็มใจอยู่รอจนทั้งคู่พร้อมจะเก็บสัมภาระออกจากชั้นสิบเอ็ด

 

แต่ทำดีใช่ว่าได้ดีเสมอไป

 

แม้มีน้ำใจหรือเก่งแค่ไหน เพียงมีประวัติที่ไม่แน่ชัดและความสนิทสนมต่อเจ้านายอย่างน่าคลางแคลงใจคนในบริษัทก็จับเอาไปเป็นประเด็นสนุกปากได้อยู่ดี

 

มันน่าตลกร้ายที่ความสัมพันธ์พี่น้องระหว่างแบคฮยอนและชานยอลดีขึ้นเรื่อยๆทว่ากับเพื่อนร่วมงานกลับไม่ค่อยดีนัก ทำงานเข้าวีคที่สามแล้วแต่แบคฮยอนกลับไม่มีแม้แต่เพื่อนนั่งทานมื้อกลางวัน ได้แค่อาศัยคุยแชทกับกลุ่มเพื่อนสนิทบรรเทาความเหงา จะหันไปเกาะกลุ่มกับคิมดาซมก็ไม่กล้า เพราะจนวันนี้แบคฮยอนยังไม่ยอมเปิดเผยความจริงกับเธอ

 

ความจริงที่คิดว่ามันคือเรื่องส่วนตัว

 

แต่อย่างว่า หากเป็นเรื่องภาพลักษณ์เจ้านาย ลูกน้องคนไหนก็คงอยากรู้อยากเห็น เด็กฝึกงานกับบอสหนุ่มที่อายุห่างกันเป็นสิบปี ทั้งยังเป็นผู้ชายเหมือนกัน ดูท่าทางสนิทสนมแต่บอกว่าไม่มีอะไรมันก็คงน่าเหลือเชื่ออยู่หรอก

 

ติ๊ง…

 

เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าจากแอพพลิเคชั่นดังเด้งขึ้นมา แบคฮยอนที่กำลังนั่งเขี่ยอาหารหันไปมองก่อนจะเปิดอ่านและตอบกลับอีกฝ่ายทันที

 

CEOPARK : อยู่ไหน

 

BHyunee : ร้านข้าวครับ

 

CEOPARK : ฉันเห็นนายลงไปพักคนเดียว

 

BHyunee : ผมชอบทานคนเดียว

 

ร่างเล็กอมยิ้มเมื่อเห็นว่าข้อความถูกอ่านแล้วแต่ไม่ได้รับการตอบกลับ ไม่รู้สึกเคืองหรือคิดจะเรียกร้องเพราะที่ชานยอลให้มาทุกวันนี้มันดีมากแล้ว อีกอย่างเขาไม่อยากทำตัวงี่เง่า รู้อยู่ว่าบอสออกไปทานมื้อเที่ยงกับพวกผู้บริหารจะยุ่งจนไม่มีเวลาตอบก็คงไม่แปลก

 

คิดดังนั้นคนน่ารักก็ก้มหน้าจัดการกับอาหารตรงหน้าต่อ แถมยังไม่ลืมกดถ่ายรูปบะหมี่เย็นชามเดียวเหงาๆของตัวเอง ส่งให้อีกคนดูด้วยว่าวันนี้ได้ทานอะไรเป็นมื้อกลางวัน

 

BHyunee : Sent a photo.

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอน

 

 

 

 

 

แบคฮยอนเดินกลับมาที่โต๊ะก่อนจะพบว่ามีถุงเบเกอรี่ใบใหญ่วางอยู่ ในนั้นมีทั้งนมกล่อง ขนมปัง เค้ก ชูเพสต์ พายชั้น และอีกหลายอย่าง เขาพยายามมองหาผู้ที่น่าจะเป็นเจ้าของ แต่ดูจากโต๊ะข้างๆแล้วคิดว่าดาซมน่าจะยังไม่กลับเข้ามาเพราะไม่มีกระเป๋าสะพายวางอยู่ พอเดาต่อไปว่าอาจจะเป็นปาร์คเลย์สายตาก็เหลือบเห็นกระดาษโน๊ตใบเล็กๆหล่นอยู่ในถุงนั่นพอดี

 

 

‘ของนาย’

 

 

ข้อความสั้นๆที่ไม่ระบุแม้แต่ชื่อคนเขียนหรือผู้รับ ทว่าแบคฮยอนกลับรู้ได้ทันทีว่าเป็นใคร ใบหน้าหวานมองไปทางประตูห้องทำงานใหญ่พร้อมกับยิ้มจางๆ เขาเก็บถุงขนมไว้ใต้ลิ้นชักก่อนจะเดินไปที่ห้องชงกาแฟ

 

เหลืออีกราวๆสิบนาทีก่อนจะถึงเวลาเข้างานตอนบ่าย วันนี้บอสกลับเข้ามาเร็วกว่าทุกวันคงเพราะเป็นวันแรกของการประชุมไตรมาสซึ่งจะยิงยาวไปอีกสองวันข้างหน้า บอร์ดบริษัทแทบจะอยู่กันครบ ชานยอลถึงไม่มีเวลาออกไปไหนนานๆแม้จะเป็นเวลาพักกลางวัน

 

แบคฮยอนถือแก้วกาแฟหอมกรุ่นมาหยุดยืนหน้าห้องเจ้านายก่อนจะเคาะส่งสัญญาณให้คนในห้องรู้ตัว รอจนได้ยินเสียงทุ้มเอ่ยอนุญาตเขาถึงจะผลักประตูเข้าไป

 

“กาแฟครับ”

 

จากวันแรกที่รู้สึกเคอะเขินที่จะทำอะไรแบบนี้ มาวันนี้แบคฮยอนกลับสวมบทเลขาหน้าห้องได้ดีไม่แพ้คิมดาซม ทุกย่างก้าวเบาจนแทบไม่มีเสียงรบกวน แต่เพียงแค่เห็นเขาเดินเข้ามาบอสหนุ่มก็ละสายตาจากทุกอย่างทันที

 

“เห็นขนมหรือยัง”

 

นั่นคือคำแรกที่บอสหนุ่มเอ่ยกับเขา

 

“เห็นแล้วครับ พี่ซื้อมาเยอะจัง” ร่างสูงสมบูรณ์แบบในชุดสูทหรูส่งเสียงหัวเราะในลำคอก่อนจะคว้าแก้วกาแฟขึ้นจิบ

 

“ฉันไม่รู้ว่าอะไรอร่อย” นึกถึงตอนตัวเองแทบกวาดขนมที่วางอยู่บนเชลในร้านเบเกอรี่มาหมดเพราะไม่ถนัดขนมหวานแล้วก็อายอยู่นิดๆ ยิ่งตอนที่หิ้วมันขึ้นลิฟต์พิเศษมากับพวกผู้บริหารน่ะได้แต่ตีหน้าตาย ผู้ใหญ่ถามว่าจะซื้อไปให้ใครมากมายเขาก็ตีเนียนไปว่าฝากพวกพนักงาน เป็นคำตอบที่ดูโง่และขัดกับนิสัยเขาอย่างสิ้นเชิง แต่ก็เอาเถอะ…เรื่องมันผ่านมาแล้ว ชานยอลคิด

 

“ไว้ผมชิมครบแล้วจะมาบอกพี่ว่าอะไรอร่อยดีไหม”

 

“หึ”

 

“ขอบคุณนะครับ”

 

“แทนที่จะขอบคุณมานวดให้ฉันดีกว่า”

 

“…”

 

“มาสิ อีกเดี๋ยวต้องไปประชุมต่อแล้ว” หลังถูกเรียกเป็นครั้งที่สองร่างเล็กก็ยอมเดินเข้าไปหาผู้ที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน พอได้มายืนซ้อนหลังแบบนี้ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองตัวแค่นิดเดียวจริงๆ เพราะขนาดอีกฝ่ายนั่งอยู่ความสูงกลับแทบจะพอๆกับเขาที่ยืน แบคฮยอนยู่ปากคิดว่าพระเจ้าช่างไม่ยุติธรรม

 

“แรงแค่นี้ฉันจะหายเมื่อยไหม”

 

“ผมกลัวพี่เจ็บ”

 

“อย่างนายให้ขึ้นมาเหยียบหลังยังไม่รู้เลยว่าฉันจะเจ็บหรือเปล่า”

 

“แข็งแรงจังเลยนะครับบอส” ร่างเล็กเอ่ยประชดทีเล่นทีจริง พอใบหน้าหล่อเสี้ยวหนึ่งหันมาก็รีบหลุบตามองมือตัวเองที่กำลังออกแรงบีบไหล่แข็งๆนั่นเป็นการหลบหนี

 

“ประชุมเครียดมั้ยครับ”

 

แถมยังฉลาดเปลี่ยนเรื่อง

 

“ไม่หรอก แต่รอบบ่ายไม่แน่”

 

“ทำไมเป็นงั้น”

 

“เพราะมีพี่ชายนายเข้าด้วยน่ะสิ”

 

“เอ๋...พี่ใหญ่มาด้วยเหรอครับ?” พอรู้ว่าพี่คนโตที่ตัวเองไม่ได้พบหน้ามาหลายสัปดาห์จะมาด้วยร่างเล็กก็เก็บอาการดีใจไว้ไม่อยู่

 

“ใครบอกให้หยุด”

 

“อ…” แต่พอมือที่หยุดชะงักถูกมือที่ใหญ่กว่าเกือบเท่าวางทาบลงมารอยยิ้มดีใจก่อนหน้าก็พลันหายไปทันที

 

“นวดต่อสิ” ความเขินอายและอาการร้อนผ่าวเข้ามาแทนที่ ทั้งที่บอกให้เขานวดต่อทว่ามือข้างนั้นกลับไม่ยอมผละจากมือของเขา แบคฮยอนเม้มปากก่อนจะค่อยๆดึงมือตัวเองออกจากการเกาะกุม เขาเห็นแก้มชานยอลยกตัวขึ้นนิดๆไม่รู้ว่ากำลังยิ้มอะไร

 

“คงทำแบบนี้กับเลขาสาวๆบ่อยสินะครับ”

 

“แบบไหน”

 

เจ้าเล่ห์แบบเมื่อกี้ไง

 

“จับมือน่ะเหรอ หรือที่เอาปากชนปากนายครั้งก่อน”

 

“ผ ผมไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้นสักหน่อย” แล้วมันเรื่องอะไรมาบอกว่าปากชนปาก แบบนั้นมันเรียกว่าจูบไม่ใช่หรือไง แบคฮยอนมองศีรษะด้านหลังของคนตัวโตพลางค่อนขอดในใจ

 

“ก็นายไม่พูดใครจะไปรู้”

 

“แล้วทำบ่อยมั้ยครับ”

 

“ไม่ค่อยได้ทำแล้ว”

 

“แสดงว่าเมื่อก่อนทำบ่อย”

 

“บ่อยแล้วยังไง หรือว่านายหึง”

 

“ครับ?!”

 

“ฉันจะฟ้องพี่ใหญ่”

 

อะ…” อยู่ๆอีกฝ่ายก็หมุนเก้าอี้ทำงานกลับมาหาจนแบคฮยอนเสียหลักแทบหน้าคะมำ โชคดีที่ฝ่ามือยันที่พักแขนไว้ได้ แต่ก็โชคร้ายที่ท่าทางตอนนี้ดันเหมือนเขากำลังคร่อมคนตัวโตอยู่กลายๆ

 

“...ว่านายหึงฉัน”

 

“ปล่อยนะครับ” แบคฮยอนไม่สนใจคำพูดช่างแกล้งนั่นหรอก เขาพยายามจะผละตัวเองออกแต่อีกคนก็เอาแต่ดึงแขนให้ยิ่งเข้าไปใกล้

 

“พี่รองครับ”

 

“ครับ”

 

“เลิกแกล้งผมแบบนี้ได้แล้ว เดี๋ยวมีใครเข้ามาเห็นจะดูไม่—”

 

 

บอสคะ ได้เวลาประชุ.ม…”

 

 

หญิงสาวที่ถือวิสาสะผลักประตูเข้ามาโดยไม่ขออนุญาตก่อนทำเอาร่างเล็กผละตัวออกจากบอสหนุ่มแทบไม่ทัน

 

 

“ข ขอโทษค่ะ!”

 

 

ซึ่งก็ไม่ทันจริงๆนั่นแหละ

 

 

หญิงสาวรีบก้มหน้าขออภัยเจ้านาย เห็นท่าทีตกใจของเธอเมื่อกี้แล้วแบคฮยอนได้แต่รู้สึกผิด รีบขยับห่างจากกายสูงที่ลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าเรียบเฉยทันที

 

“ถ้าครั้งหน้าคุณยังเข้ามาโดยที่ไม่เคาะประตูอีก…”

 

“ดิฉันจะไม่ทำแล้วค่ะ”

 

“แบคฮยอน”

 

“ค ครับบอส”

 

“เดี๋ยวผมกับดาซมจะไปประชุม ช่วงบ่ายนี้คุณก็ทำหน้าที่รับโทรศัพท์เหมือนเดิม มีเรื่องสำคัญอะไรโน้ตไว้แล้วกัน”

 

“ครับ…” แบคฮยอนก้มหน้ารับคำผู้ใหญ่ ตอนที่ร่างสูงจะเดินผ่านไปอุ้งมือใหญ่วางลงบนศีรษะของเขาแวบหนึ่งคล้ายจะบอกว่าไม่เป็นไร

 

ร่างสูงสมบูรณ์แบบและเลขาสาวได้ออกไปแล้ว ทิ้งแบคฮยอนให้ยืนถอนหายใจปลงไม่ตกอยู่ท้ายหลัง ไม่รู้จะโทษใครเพราะชานยอลเองก็คงไม่ได้ตั้งใจให้คิมดาซมเข้ามาเห็น ตอนนี้เลยทำได้แต่ก้มหน้ารับชะตากรรมแล้วกลับไปนั่งทำงานของตัวเองต่อไป

 

 

ครืด…

 

 

แต่เรื่องน่าปวดหัวของแบคฮยอนกลับไม่จบแค่นั้น

 

 

หลังจากที่นั่งเฝ้าชั้นสิบเอ็ดเพียงลำพังได้สักชั่วโมง ชายวัยกลางคนร่างสูงท้วมที่ไม่ได้พบกันเป็นเวลานานก็สาวเท้าออกมาจากลิฟต์ให้ร่างเล็กต้องขมวดคิ้วประหลาดใจ

 

สูทสีดำทั้งตัวกับใบหน้าถมึงทึงดูมีเล่ห์เหลี่ยมสามารถบ่งบอกตัวตนได้เป็นอย่างดีว่าบุคคลผู้นี้ไม่ใช่คนที่น่าไว้ใจ

 

ออกจะเป็นคนที่เคยใจร้ายกับแบคฮยอนที่สุดด้วยซ้ำ

 

 

ไม่คิดว่าจะเป็นแกที่อยู่ตรงนี้

 

“สวัสดีครับ”

 

ปาร์ค จุนแจ

 

แม้ไม่อยากต้อนรับแต่เพราะอีกคนมีศักดิ์เป็นถึงน้องชายร่วมสายเลือดของพ่อ แบคฮยอนถึงยอมลุกขึ้นค้อมศีรษะให้อย่างคนที่ได้รับการอบรมมาอย่างดี

 

“ไม่เจอกันแค่สี่ปีโตขึ้นเยอะเลยนี่”

 

“ครับ ผมใกล้จะเรียนจบแล้ว”

 

“คงสุขสบายดี พี่ชายคงเลี้ยงดูเหมือนไข่ในหินเหมือนเดิม” น้ำเสียงกระแนะกระแหนและรอยยิ้มเหยียดแบคฮยอนไม่อยากทนมอง เขาไม่ได้รู้สึกเกลียดผู้เป็นอาแต่ก็ไม่อาจมองหน้านานๆได้เหมือนกัน

 

“พี่ชายแกอยู่ไหน”

 

“ไม่ได้อยู่ในห้องครับ” แบคฮยอนบอกก่อนที่อีกฝ่ายจะถือวิสาสะเดินเข้าไป “พี่รองประชุม พี่เลย์ไม่ได้เรียนคุณอาให้ทราบหรือครับว่าช่วงนี้ที่บริษัทมีประชุมไตรมาส—”

 

“ชั้นสิบสินะ”

 

“อาครับ!” ร่างเล็กรีบส่งเสียงรั้งทว่าร่างสูงท้วมของผู้เป็นอาไม่ฟัง กลับสาวเท้าไปทางบันได แบคฮยอนรู้ได้เลยว่าอีกฝ่ายจะไปไหน และเพราะไม่อยากให้อีกคนก่อความวุ่นวายเขาจึงได้รีบวิ่งตามลงไป

 

“คิดจะทำอะไรครับ พี่รองกำลังประชุมกับบอร์ดอาควรจะให้เกียรติ อ๊ะ…” ทันทีที่แบคฮยอนเอาตัวเข้าไปขวางไม่ให้อีกฝ่ายได้เข้าใกล้ประตูห้องประชุม ปาร์คจุนแจก็คว้าหมับเข้าที่คอเสื้อเขาทันที

 

“ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่าคิดจะมาสั่งสอนฉัน” ท่าทางกร่างดูเอาเรื่องของบุคคลที่ปรากฏตัวทำพนักงานที่อยู่บริเวณหน้าห้องประชุมชั้นสิบพากันตกใจ แต่นอกจากจะยืนดูอยู่ห่างๆแล้วกลับไม่มีใครกล้าเข้ามาช่วยแบคฮยอนเลยสักคน

 

“แกไปเรียกไอ้ชานยอลออกมาคุยกับฉันดีกว่า”

 

“อาไม่อายคนอื่นเค้าหรือไง”

 

“อายทำไม นี่มันบริษัทฉัน!”

 

“ถ้าอย่างนั้นก็ยิ่งต้องรู้ว่าอะไรควรไม่ควรสิครับ อามาโวยวายแบบนี้มันดูไม่ดีเลย พี่เลย์ก็อยู่ในห้องประชุมด้วยถ้ารู้ว่าพ่อตัวเองทำแบบนี้จะรู้สึกยังไง”

 

“หน็อย—”

 

“อย่าครับท่าน!” เสียงของพนักงานชายคนหนึ่งช่วยหยุดมือที่กำลังจะตวัดลงบนใบหน้าร่างเล็กได้ทัน เป็นจังหวะเดียวกับที่ประตูห้องประชุมด้านหลังถูกเปิดออกมา

 

พี่รอง/บอส” 

 

ร่างสูงสมบูรณ์แบบในชุดสูทจ้องเขม็งมาที่พวกเขา อีกฝ่ายดูแทบไม่ประหลาดใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ราวกับว่าที่ออกมาก็เพราะมีคนคอยรายงานให้ทราบ

 

“ยอมโผล่หัวออกมาได้แล้วเหรอ—อะ!” คนกร่างยอมปล่อยคอเสื้อร่างเล็กออกทันทีที่ปาร์คชานยอลตรงเข้ามาบีบข้อมือเขาอย่างแรง

 

“อามาทำอะไรที่นี่” ทั้งยังถามเสียงลอดไรฟันก่อนจะดันแบคฮยอนให้ไปหลบอยู่ด้านหลัง

 

“ก็แกไม่ยอมเซ็นอนุมัติโปรเจคที่ฉันจะทำกับบริษัทนำเข้าอะไหล่ คิดว่าตัดแขนขาให้ฉันไปเป็นผู้จัดการกระจอกๆอยู่สาขาต่างจังหวัดแล้วจะทำอะไรกับฉันก็ได้เหรอ!”

 

“ผมจะปลดอาออกจากตำแหน่งผู้จัดการกระจอกๆก็ยังได้”

 

“จองหอง”

 

พลั่ก!

 

ร่างสูงคว้าหมัดที่พุ่งเข้ามาหมายจะซัดหน้ากันเพื่อบันดาลโทสะไว้ได้ทันที ทั้งยังออกแรงบีบไม่ปล่อย ไม่ว่าผู้อาวุโสจะร้องด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายให้คนทั้งชั้นได้ยินแค่ไหน เขาก็บีบมันอยู่อย่างนั้นจนใบหน้าของชายวัยกลางคนเหยเกดูแสนเจ็บปวด

 

“ไอ้เด็กเนรคุณ! พ่อแม่พวกแกไม่เคยสั่งสอนหรือไงว่าที่บริษัทโตมาจนทุกวันนี้ได้มันเพราะฉะ—โอ๊ย!

 

“หนวกหูน่ะครับ…”

 

อ โอ๊ย ไอ้ชานยอล!”

 

“ผมไม่ได้ใจดีเหมือนปาร์คยุนโฮ เพราะงั้นอาไม่ต้องพล่ามเรื่องที่มันผ่านไปแล้วผมไม่อยากฟัง”

 

“โอ๊ย!!”

 

“แล้วถ้าขืนอายังไม่เลิกทำอะไรโง่ๆให้คนอื่นต้องอับอายที่มีบุคลากรแบบนี้อยู่ในองค์กรเดียวกันล่ะก็—”

 

 

 

มีเรื่องอะไรกัน

 

 

 

ร่างสูงเจ้าของน้ำเสียงน่าเกรงขามที่กำลังสืบเท้าเดินมาจากหน้าประตูลิฟต์พร้อมคนใกล้ชิดอีกกลุ่มหนึ่ง ทำเอาชานยอลพ่นลมหายใจออกช้าๆ เสียงฮือฮาของคนที่อยู่ในชั้นนั้นเงียบลงกว่าเก่าเมื่อทั้งซีอีโอและประธานบริษัทได้ยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขาด้วยกันแล้วตอนนี้

 

 

“ฉันไม่ได้เข้าบริษัทครึ่งเดือน พวกนายคงไม่ได้เล่นสนุกกันอยู่ใช่ไหมนายรอง น้องเล็ก

 

 

“พี่ใหญ่”

 

 

“ไม่รู้หรือยังไงว่าเวลานี้ผู้ใหญ่กำลังประชุม”

 

 

 

 

 

TBC.

 

 

 

 

 

พี่ใหญ่ออกมานิดเดียวแบบหล่อๆแต่เป็นชื่อตอนได้เลยเพราะคนแต่งคิดไม่ออก ฮ่าๆ ตอนแรกจะตัดจบตั้งแต่บนโน้นแต่ก็กลัวจะค้างเลยแต่งต่อ ไปๆมาๆก็ค้างกันอยู่ดีใช่มั้ยคะ? แง

 

เม้นให้กำลังใจกันเลยนะ ตอนหน้าจะได้มีแฮงT.T

 

#ฟิคชานฮยอง

 

ป.ล. ใครงงตัวละครอนุญาตให้กลับไปอ่านตั้งแต่ตอนแรกอีกรอบระหว่างรอตอนใหม่ค้าบ555

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.849K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,385 ความคิดเห็น

  1. #10369 ทาสรักพี่คริส (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2564 / 18:49

    มันบับ อร้ายยย คุณพี่!!! เกร็งท้องไปหมด

    #10,369
    0
  2. #10354 เซฮุนเอง :3 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 เมษายน 2564 / 23:09
    พี่รองร้ายมากเลย ชอบแกล้งน้อง ;_; แต่ฉันก็เขินบิดไปหมดแล้วจ้า ช่วยด้วย
    #10,354
    0
  3. #10269 HoneyB'c (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 / 23:00
    จัดการมันเลยค่ะพี่ใหญ่
    #10,269
    0
  4. #10182 YunewG (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 มกราคม 2564 / 12:29
    พี่ใหญ่มา โดนดุเลย น้องพี่ทั้งสองคนไม่ได้เล่นสนุกนะพี่ใหญ่ คุณอาคนนี้ต่างหาก จัดการเลยค่ะ
    #10,182
    0
  5. #10126 Samorn1 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 00:16
    ชานยอลทำได้ดีแล้วปกป้องน้องแบค
    #10,126
    0
  6. #10047 ChungWila (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 20:42
    พี่ใหญ่แย่งซีนมากกกกกก ที่นี้ทักคนก็จะรู้แล้วว่ายัยน้อนคือน้องของสองพี่นะ แต่ใดๆคือพี่รองรักแรงไม่ไหวตัวน้องแค่นี้เองเบาได้เบาา
    #10,047
    0
  7. #9866 เสี่ยว'หมิง♡ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 08:18
    ทำไมความรู้สึกเราปาร์คยุนโฮ เหมือนพี่ซูโฮมาดนิ่ง5555
    #9,866
    0
  8. #9793 안시리민 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2563 / 21:44
    คนเเบบจุนเเจต้องเจอชานยอล จะได้ไม่กล้าก่อเรื่อง
    #9,793
    0
  9. #9751 ppxbbh (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2563 / 11:24
    พี่ใหญ่กินซีนมากกกก โอ้โหหหขนลุกเดยย
    #9,751
    0
  10. #9646 Jennysupat18 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2563 / 14:04
    กี้ดดดดด
    #9,646
    0
  11. #9612 bbhrrpcy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2563 / 22:13
    ชอบพี่รองมากกเป็นคนที่สุ้คนมาก555555 ปล.พี่ใหญ่เท่หง่ะ
    #9,612
    0
  12. #9214 cookieredritz (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2563 / 20:56
    เอาจริงๆก็ไม่อยากให้ใครรู้สถานะน้องนะ เด่วก็โดนหาว่าเด้กเส้นอีก แงๆ แต่น้องน่ารักมากเลยค้าบบบบ
    #9,214
    0
  13. #9044 แพะบยอน❤ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2563 / 02:26
    เปิดตัวน้องเล็กแล้ว!!!!!
    #9,044
    0
  14. #9033 Pseewhy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 02:00
    ทีนี้แหละ รุ้กันหมด5555555
    #9,033
    0
  15. #8809 Zikdn_ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 กันยายน 2563 / 22:42
    สรุปคุณเลขาจะรู้ไหมคะเนี่ยยย
    #8,809
    0
  16. #8805 IPINOCKIO (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 กันยายน 2563 / 19:56
    กรี๊ดดดดดดดดด พี่รองขโมยจูบน้อนนนนนนน พี่รองทำน้องใจสั่น น้องหวั่นไหว รับผิดชอบเดี๋ยวนี้ เขินไม่ไหวแล้ววววววว
    ฉากพี่ใหญ่ออกมาคือเจ้าพ่อมาเฟียดีๆนี่เอง ซีนใหญ่เว่อร์ ทีนี้ก็รู้ไปทั้งบริษัทเลยว่าแบคฮยอนเป็นใคร 555555
    #8,805
    0
  17. #8768 BigFanVIPNo1 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 กันยายน 2563 / 00:55
    ขนอิชั้นลู้กกกกกกกกก พี่ใหญ่เปิดตัวได้บั่บ มันเท่อะพี่!
    #8,768
    0
  18. #8517 Chi_Yeol (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 02:48
    ชอบซีนที่ทะเล
    ตัวจะไหลไปกองกับพื้นแน้ว 55555
    #8,517
    0
  19. #7850 pcy921 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 23:02
    น้องจะโดนนินทาอีกไหมคะ
    #7,850
    0
  20. #7287 Grace Ch (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 02:32
    จั๊กจี้หัวใจมากเลยค่ะพี่รองงง
    #7,287
    0
  21. #7216 Kyss (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 21:59
    โคตรเข้าใจความรั้สึกของคนที่ทำงานนินทาปากอยุ่ไม่สุขเลย555555 ใครบ้างไม่เจอ แอแง
    #7,216
    0
  22. #7195 qwpqwp (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 08:54
    เย้ยยยย
    #7,195
    0
  23. #7184 Peverdeen (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 02:26
    พี่ใหญ่แสนจาเท่ ^^
    #7,184
    0
  24. #6329 Kalaaked_ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 14:09
    น้องเร้กกกกก
    #6,329
    0
  25. #6291 PHPG_N (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 19:36
    พี่ใหญ่มาแล้ววววว
    #6,291
    0