HYUNG 형 | Chanbaek -END-

ตอนที่ 12 : CHAPTER 11 | แกล้ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18,272
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,297 ครั้ง
    27 ก.ย. 63

 

 

 

 

11

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ร่างเล็กตื่นขึ้นมาพร้อมความรู้สึกมึนงงและหนักศีรษะอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน วิวสวยและแดดอ่อนๆยามเช้าตกกระทบผิวน้ำทะเลจนดูระยิบระยับไกลๆหลังหน้าต่างกระจกบานใหญ่ นั่นคือสิ่งแรกที่เขาเจอ

 

มันสวยจนใบหน้าหวานมีรอยยิ้มเล็กๆ นึกอยากจะขี้เซาซุกแก้มลงบนหมอนแล้วนอนต่อ แต่พอสายตาสังเกตเห็นสิ่งที่ตัวเองกำลังหนุนนอนต่างไปจากทุกวัน ท่อนแขนยาวกำยำที่มีรอยสักแสนคุ้นทำเขาถึงกับชะงัก รีบผงกศีรษะแล้วพลิกตัวกลับไปหาผู้ที่นอนซ้อนอยู่ด้านหลังทันที

 

“พ…”

 

แบคฮยอนรีบเอามืออุดปากด้วยอาการตกใจ ลืมไปเสียสนิทว่าเตียงนอนหลังนี้ไม่ได้มีเพียงตัวเองที่เป็นเจ้าของ แต่ยังมีร่างสูงใหญ่ที่กำลังหลับใหลนี่อีกคน

 

“พี่รอง...”

 

โชคดีที่ตัวเองตื่นขึ้นมาก่อน แบคฮยอนคิดก่อนจะตกใจนิดหน่อยตอนที่อีกฝ่ายขยับตัวพลางชักแขนข้างที่เขาเคยหนุนกลับไป คล้ายจะตื่นขึ้นมาแต่ก็กลายเป็นสงบนิ่ง ร่างสูงหายใจสม่ำเสมอในท่ากอดอกนอนตะแคงแบคฮยอนเห็นแล้วอดที่จะมองต่อไปไม่ได้

 

“ตอนหลับก็ยังดูดี ไม่ยุติธรรมเลยนะครับ…”

 

ร่างเล็กเผลอยิ้ม ถือวิสาสะแตะปลายนิ้วลงกลางระหว่างคิ้วหนาเพื่อให้มันคลายออกจากกัน ขนาดตอนหลับชานยอลยังดูเคร่งขรึม ไม่รู้ว่าภายใต้ใบหน้าดุๆนั้นซ่อนความคิดอะไรไว้บ้าง

 

แบคฮยอนจำไม่ได้เลยว่าตัวเองมานอนหนุนแขนอีกฝ่ายแบบเมื่อกี้ได้ยังไง เมื่อคืนเขาไปนั่งเป็นเพื่อนคิมจงอิน ทั้งที่ตั้งใจว่าจะไม่ดื่มแต่รู้สึกตัวอีกทีโลกกลับกลายเป็นเคลื่อนไหวไม่เหมือนเดิม

 

แบคฮยอนจำได้ว่าชานยอลมารับ จำได้กระทั่งตอนที่อีกฝ่ายแบกเขาขึ้นหลังกลับมาที่ห้องก่อนที่ภาพทุกอย่างจะตัดไป

 

 

 

 

งั้นเหรอ

 

 

 

 

ฉับพลันความรู้สึกขวยเขินแล่นริ้วจนแก้มขาวสองข้างแดงปลั่งขึ้นมาดื้อๆ ภาพลามกที่จู่ๆก็เกิดขึ้นในหัวนี่มันอะไร แบคฮยอนกลืนน้ำลายลงคอ จ้องใบหน้าหล่อแล้วค่อยๆเลื่อนสายตามองลงไปที่เป้าตัวเอง…

 

“ทะลึ่งแล้วแบคฮยอน!”

 

เขาพึมพำก่อนจะรีบผละตัวลุกขึ้นนั่ง พยายามเคาะหัวตัวเองหลายๆครั้งเพื่อไล่ภาพเบลอๆฟุ้งๆที่ไม่รู้จริงหรือฝันให้ออกไปจากสมอง ต้องเป็นเพราะดื่มมากไป ใช่สิ…คงดื่มมากไปชุดนอนบนตัวหยิบเอามาเปลี่ยนตอนไหนถึงยังจำไม่ได้ เรื่องทะลึ่งแบบนั้นไม่มีทางเกิดขึ้นจริงๆหรอก

 

อืม…”

 

ร่างเล็กผวาเมื่อจู่ๆร่างสูงขยับตัวคล้ายจะตื่นขึ้นมาอีกรอบ คราวนี้เขารีบร้อนลุกออกจากที่นอนแต่เท้าเจ้ากรรมกลับไม่เป็นใจ

 

เกิดรู้สึกปวดแปลบจนต้องสูดปากพร้อมกับลงไปนั่งยองๆ

 

“เจ็บจัง…” ร่างเล็กทำหน้าเหยเก มือคอยนวดข้อเท้าบรรเทาอาการเจ็บ ไม่ได้สังเกตเลยว่าเสียงร้องโอดครวญเพียงเบาๆของตัวเองขณะนั้นได้ทำให้ใครบางคนต้องลืมตาขึ้นมา

 

 

 

ทั้งที่ตั้งใจจะนอนอยู่อย่างนั้นไปเรื่อยๆ ปล่อยให้เด็กหัวอ่อนเข้าใจว่าตนกำลังหลับสนิทดีหากสุดท้ายทุกอย่างก็ต้องจบลง

 

 

 

แบคฮยอนช่างเก่งเรื่องทำลายความอดทนของเขาจริงๆ

 

 

 

ฮือ…”

 

ลงไปนั่งทำอะไรตรงนั้น

 

!!!

 

ร่างสูงเอ่ยถามในสิ่งที่ตัวเองรู้คำตอบดี ทั้งที่ใช้เสียงเบาและนุ่มมากแล้วแท้ๆแต่อีกคนก็ยังตกใจ

 

“ต ตื่นแล้วเหรอครับ…” อาการตื่นๆของร่างเล็กเขาคิดว่ามันช่างไร้เดียงสา ยิ่งตอนใบหน้าหวานหันกลับมาก่อนจะรีบหันกลับไปทันทีคล้ายอายสายตาของเขาที่มองอยู่ ร่างสูงแทบอดใจเอื้อมมือไปสัมผัสศีรษะทุยนั้นไม่ไหว

 

“นายยังไม่ตอบคำถาม” แต่ในความเป็นจริงยิ่งรู้สึกเอ็นดูมากเท่าไหร่ชานยอลกลับยิ่งอยากจะแกล้ง คงดูบ้าแน่ที่เขาคิดว่าสีหน้าหวั่นเกรงแต่ก็แฝงไปด้วยความดื้อรั้นของแบคฮยอนเป็นอะไรที่น่ารักดี

 

“ลงไปนั่งทำอะไร” พวงแก้มสีแดงเรื่อที่เจ้าของก็คงไม่เข้าใจว่าเกิดจากความไม่พอใจหรือเขินอาย เห็นแล้วใครจะไปหยุดแกล้งลง อย่างน้อยก็ไม่ใช่เขาแล้วคนหนึ่ง

 

“หรือว่ามีรสนิยมชอบนอนข้างล่างมากกว่าบนเตียง…”

 

“ครับ?”

 

“…”

 

“อะ… ผ ผมจะไปเข้าห้องน้ำต่างหาก”

 

“แล้วทำไมไม่ไป”

 

“ผม…”

 

“มัวแต่ทำอะไรอยู่ตรงนั้น…ครับ

 

“…” พอแกล้งเติมท้ายประโยคด้วยคำสุภาพร่างเล็กก็ถึงกับนั่งนิ่ง ชานยอลมองหลังคอสวยที่เขาเคยสัมผัสเมื่อคืนแล้วยิ้มในใจ ท่าทางเด็กตรงหน้าคงกำลังสงสัยว่าเพราะอะไรเขาถึงมีอารมณ์มาแกล้งต่อปากต่อคำแต่เช้า หรือไม่ก็คงจะนึกด่ากันในใจนั่นแหละ

 

“เจ็บข้อเท้าล่ะสิ”

 

“ไม่ได้เจ็บสักหน่อย”

 

“อ้อ…”

 

“ผมกำลังจะไปแล้ว”

 

“ทำเก่งแล้วล้มให้เห็นขึ้นมาไม่มีคนโอ๋นะบอกไว้เลย”

 

“ผมก็ไม่ได้อยากให้ใครมาโอ๋สักหน่อยนี่ครับ” ร่างสูงมองเด็กดื้อพยายามหยัดกายลุกขึ้นยืน ถึงจะเคยพูดดักทางไว้แล้วและคิดว่าเมื่อคืนเด็กตรงหน้าได้ใช้สิทธิ์ไปเยอะเหลือเกินแต่เพียงแค่เห็นความทุลักทุเลกับสีหน้าเจ็บปวดของอีกฝ่าย ร่างสูงก็ลุกออกจากเตียงแทบไม่ลังเล

 

“อ…”

 

ชานยอลช้อนร่างเล็กขึ้นอุ้มโดยไม่คิดแม้แต่จะถามความสมัครใจของเจ้าตัว คนอย่างเขาถ้าอยากอุ้มต้องได้อุ้ม เรื่องความเต็มใจอะไรนั่นไม่จำเป็นต้องสนสักนิด

 

“พี่ทำอะไรครับ?!” ร่างเล็กถามอย่างตื่นตระหนก

 

“พานายไปห้องน้ำไง”

 

“แต่ผมเดินเองได้”

 

“เมื่อคืนนายก็พูดแบบนี้”

 

“ก็ผมเดินเองได้จริงๆนี่นา—”

 

แล้วรู้ไหมเกิดอะไรขึ้น”

 

“…”

 

“หลังจากที่นายเอาแต่งอแงไม่ยอมเชื่อฟังดีๆฉันทำยังไงรู้ไหม”

 

“ผ…” ร่างสูงปล่อยคนในอ้อมแขนให้เป็นอิสระเมื่อเข้ามาถึงห้องน้ำ ทุกอย่างแทบจะเหมือนเมื่อคืน สภาพแวดล้อมเดิม มีเขาและเด็กดื้อเป็นตัวละครหลักยืนอยู่ตรงที่เก่า ต่างเพียงร่างเล็กยามนี้ไม่ได้เมา แถมยังจ้องตาแป๋วราวกับทั้งกลัวทั้งอยากฟังว่าเขาจะพูดอะไรต่อไป

 

“ฉันก็ทำโทษนายแบบนี้ไงล่ะ”

 

อ๊ะ…” แทนที่จะเล่าความจริงให้เด็กอาย ชานยอลกลับเลือกจะดีดหน้าผากมนเบาๆเป็นการแกล้ง

 

“ไปอาบน้ำ” ทั้งยังออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดุสักเท่าไหร่ ร่างสูงถอยออกไปยืนนอกกระจกฉากกั้นอาบน้ำ เพราะไม่ได้คิดจะไปไกลกว่านั้นจึงแค่ยืนหันหลังให้กับอีกคน

 

“ให้ผมอาบน้ำแล้วพี่ไปยืนทำอะไรตรงนั้นครับ”

 

“ก็เฝ้านายไง”

 

“ครับ?!”

 

“ได้ยินตรงไหนไม่ชัด”

 

“ได้ยินชัดครับแต่ไม่เข้าใจว่าพี่จะมาเฝ้าผมทำไม” ร่างสูงไหวไหล่ก่อนจะตอบหน้าตายคล้ายกับว่าสิ่งที่ทำมันไม่ใช่เรื่องผิดปกติ

 

ก็อยากเฝ้า

 

ทั้งที่มันโคตรผิดปกติในสายตาอีกคน

 

“ย อยากเฝ้าอะไรกันล่ะครับ ถ้าพี่อยู่ตรงนั้นแล้วผมจะอาบน้ำได้ยังไง”

 

“แล้วทำไมจะอาบไม่ได้”

 

“ใครเขาจะกล้าอาบตอนที่มีคนอื่นอยู่ในห้องน้ำกัน”

 

“ใครที่ว่าคงมีแค่นายเท่านั้นแหละ”

 

“ครับ ผมไม่สะดวก”

 

“แต่ฉันสะดวก”

 

“พี่ครับ…”

 

“อะไรที่นายมีฉันก็มีเหมือนกัน อย่ากลัวไม่เข้าเรื่อง”

 

“ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะครับ”

 

“…”

 

“รบกวนพี่ช่วยออกไปก่อนได้ไหม”

 

“…”

 

“หรือถ้าอยากใช้ห้องน้ำพี่ใช้ก่อนเลยก็ได้ เดี๋ยวผมจะออกไปรอข้างนอกเอง—”

 

อย่าเดิน

 

เสียงทุ้มเป็นผลให้ร่างเล็กวางเท้าข้างที่กำลังจะก้าวลงทันที พวกเขาสบตากันก่อนที่ชานยอลจะเป็นฝ่ายพูดขึ้น

 

“เพราะกลัวล้มหัวฟาดถึงจะเฝ้า”

 

“…”

 

“ฉันจะยืนหันหลัง จะทำอะไรก็ทำ”

 

“แต่ผม—”

 

หรือต้องให้เข้าไปช่วยนายถึงจะยอมอาบดีๆ” ไม่พูดเปล่า ร่างสูงยังสืบเท้าเข้าไปหาเด็กที่เอาแต่ต่อต้านเขาไม่เลิก ยิ่งคนหนึ่งเข้าใกล้อีกคนยิ่งพยายามถอยห่าง แบคฮยอนต้องเอามือมาดันหน้าอกเขาไว้ในตอนที่หลังเริ่มใกล้จะชนกำแพง

 

“ทำไมพี่ชอบแกล้งผมจังเลย…”

 

“แกล้งอะไร ฉันกำลังคิดจะช่วยนายอาบน้ำจริงๆต่างหาก”

 

โตแล้วใครเค้าอาบน้ำให้กันครั—

 

 

‘ถ้างั้นก็อาบเอง’

‘แต่ผมเมานี่นาจะอาบเองได้ยังไง’

'คิก ไม่ต้องอาบหรอกเนาะ’

'นับถึงสามถ้ายังงอแงอยู่…’

'ผม—'

'จะถูกพี่ทำโทษแล้วนะครับ

 

 

อะ…” จู่ๆเด็กดื้อที่กล้าขึ้นเสียงก็เปลี่ยนเป็นเงียบราวกับคิดอะไรขึ้นได้ “ทำไมมันเหมือนเมื่อคืน…” อีกฝ่ายพึมพำด้วยสีหน้าหลากหลายอารมณ์ เดี๋ยวก็ดูเขินอายเดี๋ยวก็เหมือนจะร้องไห้ ชานยอลมองแล้วรู้สึกเอ็นดูจนต้องก้มหน้าซ่อนรอยยิ้มตัวเอง

 

“สรุปเอายังไง” ชานยอลถามซ้ำ จงใจจ้องหน้าให้อีกคนหายใจไม่ทั่วท้อง ท่าทางปั่นป่วนดูน่าสงสารแต่ก็น่าแกล้งในเวลาเดียวกัน ในสายตาเขานั้นแบคฮยอนตอนนี้ต่างจากเมื่อคืนแค่นิดเดียว…

 

“จะอาบเองหรือว่า—”

 

อาบเองครับ

 

ตอบเสียงดังฟังชัด

 

“อ่อ…”

 

“พี่จะยืนเฝ้าจริงๆใช่ไหม”

 

“อืม”

 

“ถ้างั้น….ช่วยกลับไปยืนที่เดิมก่อนได้ไหมครับ แบบนี้ผมทำอะไรไม่สะดวก”

 

 

ต่างนิดเดียวตรงที่คนเมื่อคืนน่ะขี้อ้อนแต่คนนี้น่ะขี้อาย ส่วนที่ไม่ต่างกันเลยคือความรู้สึกเอ็นดูของเขาเอง

 

 

“รับทราบครับ คุณหนู”

 

 

 

 

 

 

.

.

 

 

 

 

 

 

รับทราบอะไรกันล่ะ!

 

 

 

 

พี่อย่าเพิ่งหันมานะครับ

 

 

 

แบคฮยอนล่ะอยากจะบ้าตาย

 

 

 

จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่กล้าปักใจเชื่อว่าภาพแฟลชแบ็คในหัวมันเคยเกิดขึ้นจริงหรือเป็นแค่ความฝัน แล้วถ้าเป็นฝัน…อย่างชานยอลต้องเรียกว่าฝันดีหรือฝันร้ายของแบคฮยอนกัน ทำไมคุณชายรองถึงได้เก่งเรื่องทำให้จิตใจคนอื่นไม่สงบสุขแบบนี้นะ

 

“พี่อย่าหันมาสิครับ!”

 

“ก็ฉันเมื่อย”

 

“บอกว่าอย่าทำแบบนั้นไง” คนเรามันจะเมื่อยอะไรนักหนา ร่างเล็กทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ตลอดเวลา ตั้งแต่เกิดมาเพิ่งเคยใช้ชีวิตบนความหวาดระแวงแบบนี้ครั้งแรก

 

“ผมจะถอดชุดแล้วนะ ถ้าหันมาตอนนี้ล่ะก็…”

 

“รีบถอดสักทีเถอะ กลัวอยู่ได้”

 

 

ก็ใครใช้ให้พี่มายืนเฝ้าตรงนั้นล่ะ

 

 

ร่างเล็กบ่นอุบในใจ ค่อยๆถอดเสื้อผ้าของตัวเองแล้วพาดไว้บนราวอย่างระแวดระวัง ทุกครั้งที่ร่างสูงยืนบิดตัวไปมาเหมือนแกล้งให้เขากังวลเล่นๆนั้นใจมันเต้นระส่ำ ถ้าหากว่าอีกฝ่ายหันมาเจอเขาในสภาพเปล่าเปลือยแบบนี้ไม่ตอนใดก็ตอนหนึ่งจริงๆคงเป็นอะไรที่น่าอายมาก

 

“อย่าหันมานะ”

 

“เปิดน้ำได้แล้ว”

 

สิ้นเสียงทุ้มน้ำจากฝักบัวก็ไหลลงทันที แบคฮยอนไม่ได้เชื่อฟังอีกคนขนาดนั้น เขาแค่ต้องการจะอาศัยไอร้อนจากน้ำอุ่นให้กระจกฉากกั้นจับฝ้า เพื่อที่ว่ามันจะได้ช่วยอำพรางความน่าอายของตัวเองในยามนี้

 

ตลอดเวลาที่อยู่ตรงนั้นเขาแทบไม่ได้มองตัวเองเลย สายตาคอยจับจ้องแต่แผ่นหลังกว้าง ไม่ว่าชานยอลจะยืนหาว เสยผม บิดตัวไปมาคล้ายไล่ความเมื่อยขบหรือทำอะไรก็ล้วนแต่อยู่ในสายตา เขามองจนกระทั่งแน่ใจแล้วว่าอีกฝ่ายคงจะไม่หันมาจริงๆแล้วจึงค่อยกลับไปให้ความสนใจกับตัวเอง

 

 

 

หารู้ไม่

 

 

 

ในตอนที่กล้าวางใจจนสามารถยืนหันหลังถูสบู่ ใครบางคนได้หันมามองกี่รอบแล้ว…

 

รอยยิ้มเอ็นดูเล็กๆกับแววตาคมกริบ ผู้ได้รับคงไม่มีโอกาสได้เห็น เพราะเมื่อไหร่ที่ใบหน้าหวานหันกลับมาร่างสูงก็มักจะไหวตัวทันทุกที ท่าทางปกติจนดูไม่ออก นอกจากจะสังเกตดีๆถึงจะรู้ว่าเสี้ยวแก้มที่ยกตัวขึ้นนั้นเกิดจากการที่อีกฝ่ายกำลังอมยิ้มอยู่

 

ชานยอลยิ้มเพราะความไร้เดียงสาของแบคฮยอน แม้แต่ตอนอุทานยามเผลอทำของหล่นลงพื้นก็ยังให้ความรู้สึกน่ารัก 

 

ชานยอลว่าตัวเองชักจะให้ความเอ็นดูกับเด็กคนนี้มากไปแล้วล่ะ

 

 

 

จะเอาอะไร

 

“อ…” ร่างเล็กสะดุ้งเมื่อร่างสูงถามขึ้นเหมือนรู้ทันทั้งที่ไม่ต้องหันมามอง อาจจะเพราะเสียงน้ำที่สงบลงแล้วหรือไม่ก็เป็นฝีเท้าที่ดังจากการกระเผลกขาเดินใกล้เข้าหาของเขานั่นแหละ

 

“อยากได้ผ้าเช็ดตัว แต่เอาชุดคลุมแทนก็ได้ครับใกล้มือพี่พอดี” อีกฝ่ายเดินไปหยิบทั้งผ้าเช็ดตัวและชุดคลุมอาบน้ำมาให้หลังจากได้ฟัง ร่างเล็กที่กำลังยืนตัวสั่นส่งมือไปรับอย่างกล้าๆกลัวๆ

 

“ขอบคุณครับ” ขอบคุณที่ยืนเฝ้าเพราะเป็นห่วง ขอบคุณที่อีกฝ่ายรักษาสัญญาไม่หันมามองให้เขาต้องอาย และ—

 

“อาบเสร็จแล้วใช่ไหม”

 

อ๊ะ…” และถึงจะชอบแกล้งหันมาให้เขาตกใจบ่อยๆก็เถอะ!

 

“เสร็จแล้วครับ” แบคฮยอนทำหน้ามุ่ยรีบผูกสายชุดคลุมอาบน้ำให้เรียบร้อยเมื่อจู่ๆชานยอลหันมาหากะทันหัน ทั้งยังถอดเสื้อยืดที่ใส่นอนออกต่อหน้า ไม่ได้มีความกระดากอายเลยสักนิดเดียว

 

 

จะไปไหน

 

 

ปุ่!

 

 

ซ้ำยังโยนเสื้อตัวนั้นมาแปะบนหัวแบคฮยอนในตอนที่กำลังจะเดินออกไปอีก

 

 

“ก็พี่จะอาบน้ำไม่ใช่เหรอครับ ผมจะออกไปข้างนอก—”

 

ยืนเฝ้าก่อน

 

“ครับ?!”

 

ไหนจะคำพูดหน้าไม่อายกับท่าทางไม่เดือดร้อน แบคฮยอนทำหน้าตาตื่นมองมันอย่างไม่อยากจะเชื่อ

 

“ผมต้องเฝ้าพี่ด้วยเหรอ”

 

บ้าไปแล้ว

 

“ฉันยังยืนเฝ้านายตั้งนาน เมื่อยจะตาย ตอนนี้มาบ่นอะไร”

 

“แต่ผมไม่ได้เต็มใจให้พี่มาเฝ้าสักหน่อย”

 

“แต่ฉันเต็มใจให้นายเฝ้า”

 

“พี่นี่ยังไงนะ ไม่รู้จักอายบ้างเลย…” ถึงจะใช้เสียงที่เหมือนบ่นกับตัวเองแต่อีกฝ่ายก็ยังจะหูดีได้ยิน

 

“แล้วไม่ดีเหรอให้เอาคืน” ทั้งยังเดินมาพูดอะไรที่มันเข้าใจยากๆ “ไม่ต้องทำหน้าอย่างนั้น ฉันรู้ว่านายพอจะจำเรื่องเมื่อคืนได้”

 

“จ จำอะไรได้ครับ ผมเมาหลับไปตอนไหนยังไม่รู้เลย อ๊ะ…” แค่คิดจะชิ่งหนีแขนยาวนั้นก็วาดลงมาบนคอแล้วดึงแบคฮยอนเข้าหาตัวทันที หลังแบคฮยอนแนบสนิทไปกับท่อนบนเปลือยเปล่าของคนโตกว่า อีกฝ่ายกระชับกอดลำคอเขาพร้อมกับวางคางลงบนแขนของตัวเอง

 

แล้วอยากจำได้ไหม

 

เสียงทุ้มกระซิบถามใกล้ๆหู แบคฮยอนส่ายหน้าปฏิเสธ คิดว่าปล่อยให้ตัวเองตายลงตรงนั้นยังดีเสียกว่าจะขยายความฝันให้มันชัดเจน แบคฮยอนไม่อยากรู้ ไม่ว่าสิ่งที่ชานยอลอยากจะพูดมันดีหรือไม่ดีก็ไม่อยากรับรู้อะไรทั้งนั้น

 

 

 

ก็เค้าว่ากัน

 

คนเมามักจะมีแต่เรื่องน่าอายนี่นา

 

 

 

“ไม่อยากเหรอ”

 

“พี่ต้องแกล้งผมแน่”

 

“ก็บอกแล้วไงว่าทำโทษ”

 

“…”

 

“ถ้าไม่อยากโดนอีกคราวหลังก็อย่าเมา” เสียงว่าอย่างมีนัยยะทำเอาคนฟังคนลุกซู่…

 

“เข้าใจหรือเปล่าครับ แบคฮยอน”

 

อะ…” มือหนาแกล้งหยิกแก้มเขาข้างหนึ่งก่อนจะดันหลังเขาออกจากพันธนาการเป็นการคืนอิสระ มันไม่ได้รุนแรงแต่ก็ทำเอาแบคฮยอนถึงกับไปไม่เป็น เขายืนเคว้งคว้างเหมือนเด็กหลงทาง มือไม้ดูเกะกะ จะหันไปมองหน้าอีกฝ่ายก็ไม่กล้า

 

“จะเฝ้าเหรอ”

 

“ม ไม่เฝ้า ผมจะไปแล้ว” แต่ทันทีที่อีกฝ่ายทำท่าจะถอดท่อนล่างช่วงขาสั้นๆนั้นก็รีบเดินกระเผลกออกมาทันที

 

ในตอนที่กำลังจะเดินผ่านกระจกเงาเขามีอาการชะงัก ริมฝีปากเล็กเป็นกระจับเม้มเข้าหากันก่อนจะใช้หลังมืออังแก้มที่ร้อนของตัวเอง

 

“ดูนายสิ หน้าแดงแบบนี้ได้ยังไง…”

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

 

 

“ไม่ล่ะ เช็คเอาท์แล้วคงกลับโซลเลย ใกล้ประชุมไตรมาสแล้วฉันต้องเตรียมตัว”

 

แบคฮยอนที่กำลังนั่งเก็บกระเป๋าบนเตียงนอนฝั่งของตัวเองเหลือบตามองร่างสูงแนบหูคุยโทรศัพท์อยู่ตรงโซฟาเดี่ยวชิดมุมห้อง ใกล้กันนั้นคือกระจกแต่งตัวบานใหญ่ที่เขาเคยส่อง แต่หากมองไปอีกข้างของร่างสูงจะพบกับวิวทะเลสวยงามอยู่ไกลๆ

 

นั่นหมายถึงคุณชายรองอยู่ห่างจากแบคฮยอนไปนิดเดียว

 

“อืม เดี๋ยวเจอกันที่ล็อบบี้โรงแรม” ได้ยินเสียงคุยต่ออีกนิดหน่อยก็เห็นร่างสูงกดวางสาย แม้ไม่เห็นชื่อคนโทรฯเข้ามาแต่จากเสียงสนทนาดูสนิทกันแบคฮยอนเข้าใจว่าปลายสายน่าจะเป็นคิมจงอิน

 

ชานยอลออกจากห้องน้ำมาได้สักพักแล้ว ดูไม่ได้รีบร้อนอะไรเพราะในขณะที่เขากำลังนั่งเก็บกระเป๋าสัมภาระอีกฝ่ายกลับแนบหูคุยโทรศัพท์ไปพร้อมกับเช็ดผมด้วยท่าทางใจเย็น ไม่แตะกระเป๋าของตัวเอง แบคฮยอนไม่เห็นแม้แต่ขวดสกินแคร์ของชานยอลวางอยู่มุมไหนในห้องด้วยซ้ำ

 

 

ที่จริงก็แอบอยากเห็นเหมือนกันนะ

 

 

อยากจะรู้ว่าคนอย่างคุณชายรองใช้สกินแคร์แบบไหน บำรุงตัวเองยังไง หรือว่าน้ำหอมกลิ่นอะไรที่อีกฝ่ายพกมาด้วย

 

ตั้งแต่จำความได้นี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่พวกเขามีโอกาสอยู่ด้วยกันตามลำพังภายในห้องพักส่วนตัว ปกติแบคฮยอนสนิทกับพี่ใหญ่มากกว่า เลยไม่รู้ว่ารสนิยมจริงๆของชานยอลเป็นยังไง

 

ตอนแรกคิดว่าจะจุกจิกกว่านี้แต่เท่าที่เห็นแทบไม่มีอะไรเลยด้วยซ้ำ ชานยอลดูสบายๆ อยากนั่งตรงไหนก็นั่ง จะหาวก็หาวไม่สนภาพลักษณ์ แถมตอนนี้กลุ่มผมสีเทาควันบุหรี่เปียกลู่ดูไม่เป็นทรงแต่อีกคนก็ไม่ได้ห่วงหล่อเลย ปล่อยให้น้ำหยดลงชุดคลุมทั้งอย่างนั้น

 

คุณชายรองนี่ยากจะคาดเดาจริงๆ

 

เป่าผมให้หน่อย

 

บางครั้งก็ดูดุ บางครั้งก็ดูใจดี ชอบทำให้คิดว่าเป็นคนที่ซับซ้อนแต่พอมองๆไปกลับไม่มีอะไรเลย นอกจากความเอาแต่ใจ

 

“แบคฮยอนครับ”

 

“อ…”

 

“เป่าผมให้หน่อย”

 

ร่างเล็กถึงกับหลุดออกจากภวังค์ ตอนที่เงยหน้าขึ้นก็พบว่าถูกอีกคนมองอยู่ก่อนแล้ว สีหน้าชานยอลไม่ได้เหมือนจะดุ แต่ดูสงสัยมากกว่าว่าเขามัวใจลอยคิดถึงเรื่องอะไร…ประมาณนั้นแหละมั้ง

 

“ได้ยินที่พี่พูดไหม”

 

“ครับ?”

 

“ไม่ได้ฟังเลยสินะ”

 

“ผมกำลังแปลกใจต่างหาก”

 

“แปลกใจ?”

 

“เมื่อกี้…” แบคฮยอนหลุบตาลงมองที่มือตัวเองเล็กน้อย “พี่แทนตัวเองกับผมว่าพี่เหรอครับ”

 

“แปลกนักหรือไง”

 

“ผมเพิ่งเคยได้ยิน”

 

“จะเรียกคนอื่นมาใช้งานแต่พูดไม่เพราะไม่ดูแปลกกว่าเหรอ”

 

“เพื่อผลประโยชน์ของตัวเองสินะครับ บอส”

 

“ก็ใช่…” ท่าทางเฉยเมยตอบตรงแทบไม่ต้องคิดของอีกฝ่ายทำคนฟังรู้สึกผิดหวังอยู่เล็กๆ ทว่าประโยคต่อจากนั้นเนี่ยสิ

 

“แต่เพราะเมื่อคืนมีเด็กบอกให้พูดเพราะๆด้วย”

 

“…”

 

“แล้วก็บอกอีกว่าไม่ชอบให้ฉันพูดไม่เพราะ ฉันเลยคิดว่าต่อไปจะลองปรับปรุงตัวเอง”

 

“…”

 

ทำไมล่ะ…หรือแม้แต่เรื่องที่นายเป็นคนพูดไว้ก็ยังจำไม่ได้?” แบคฮยอนหลบสายตาพร้อมกับส่ายหน้า เรื่องนี้เขาจำไม่ได้จริงๆแล้วก็ไม่รู้ด้วยว่านอกจากที่ชานยอลว่ามายังมีอะไรที่เขาเผลอพูดหรือทำลงไปอีกไหม เพราะถ้ายังจะมีอีกต่อไปคงต้องลาขาดแล้วล่ะ แบคฮยอนคงไม่กล้าเฉียดใกล้ของมึนเมาอีกแล้ว

 

 

คิดแล้วก็อยากจะร้องไห้

 

 

“ขอโทษด้วยนะครับ เมื่อคืนผมคงเสียมารยาทกับพี่หลายเรื่อง”

 

“ฉันไม่ได้ถือสา”

 

“ครับ”

 

“ก็น่ารักดี”

 

“…”

 

“ถ้าชอบไว้คราวหน้าจะพาไปดื่มอีก แต่มีแค่นายกับฉันพอ” ร่างเล็กส่ายหน้าเร็วๆเชิงว่าคงไม่กล้าดื่มอีกแล้ว ไม่มีสติจะควบคุมตัวเองเป็นยังไงเข้าใจแล้วจริงๆ

 

พอเห็นปฏิกิริยาแบบนั้นของเขาชานยอลก็หลุดขำ แบคฮยอนนั่งตีหน้าตูมแง่งอนแต่พออีกคนกวักมือเรียกกลับลุกขึ้นเดินเข้าไปหา เชื่องยิ่งกว่าลูกหมาก็คงจะเขาเอง

 

 

นายมันหัวอ่อนแบคฮยอน

 

 

"เป่าผมใช่มั้ยครับ"

 

"ครับ"

 

ทั้งที่ต่อว่าตัวเองในใจทว่าการกระทำช่างดูสวนทาง ร่างเล็กกำลังใช้ไดร์เป่าผมให้กับอีกฝ่ายอย่างเบามือ แถมยังลอบมองดูสันจมูกโด่งนั้นจากด้านหลังเก้าอี้อย่างเพลิดเพลินตา ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพวกผู้หญิงถึงได้อยากตกเป็นของอีกฝ่ายนัก

 

“ผมร่วงนะครับ”

 

“สีสว่างดูแลยากก็อย่างนี้แหละ”

 

“คิดจะกลับไปทำสีปกติบ้างมั้ย”

 

“ยังคิดสีที่อยากทำไม่ออก”

 

“สีเข้มๆน่าจะเข้านะครับ แต่ผมว่าพี่ทำสีอะไรก็คงจะดูดีหมด…” มือเรียวชะงักเมื่อเผลอพูดอะไรที่มันไม่เข้าท่าออกไป เสียงไดร์ค่อนข้างดังแต่เพราะไม่มั่นใจว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมันด้วยหรือเปล่าร่างเล็กจึงยืนกัดปากให้กับความซื่อของตัวเอง

 

“ร้อนครับ”

 

ทำไมพักนี้นายถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้นะแบคฮยอน

 

“ไดร์มันร้อนครับ—”

 

โอ๊ะ…” แบคฮยอนเบิกตาด้วยความตกใจเมื่อเพิ่งรู้สึกตัวว่ายืนเหม่อ แต่ก็ดันเผลอเป่าไดร์ใส่หน้าหล่อๆที่เงยขึ้นมาหาโดยไม่ได้ตั้งใจอีก

 

“ขอโทษครับ!”

 

แบคฮยอนละล่ำละลักบอก รีบปิดไดร์เป่าผมแล้ววางมันลงส่งๆเพื่อที่จะเข้าไปดูอีกคนทันที

 

“ผมไม่ได้ตั้งใจ พี่เป็นอะไรมากหรือเปล่า” ถามด้วยอาการร้อนรน มือเรียวพยายามจะแกะมือใหญ่ออก แต่เพราะชานยอลเอาแต่นั่งปิดหน้าเขาถึงไม่สามารถมองเห็นว่าอีกคนเป็นยังไงบ้าง

 

“พี่รองครับ”

 

“…”

 

“ขอผมดูหน่อยไม่ได้เหรอ จะร้องไห้แล้วนะ”

 

“…”

 

“พี่ครับ อ๊ะ…” ร่างเล็กร้องขึ้นด้วยความตกใจเมื่อถูกร่างสูงแกล้งดึงให้นั่งลงบนตัก ใบหน้าดุที่อยู่ใกล้เพียงคืบทำให้เขาตั้งสติได้ เพราะห่วงมากกว่าอายแบคฮยอนจึงไม่ได้กังวลว่าอีกฝ่ายจะดุหรือตะคอกใส่กลับมาหรือเปล่า

 

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”

 

“จะเป็นอะไร ก็ต้องร้อนน่ะสิ” แต่อีกคนกลับไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่าประชดกลับทีเล่นทีจริง รอยแดงที่หน้าผากแบคฮยอนเห็นแล้วอดหัวเราะเบาๆไม่ได้ มันทั้งโล่งอกทั้งเอ็นดู คุณชายรองกับสีหน้ายุ่งๆตอนนี้เหมือนเด็กไม่มีผิดเลย

 

“แดงเลยครับ ผมขอโทษนะ” ร่างเล็กถือวิสาสะโน้มหน้าเข้าไปเป่าหน้าผากผู้เป็นพี่อย่างลืมตัว ท่าทีอ่อนโยนและเป็นธรรมชาติมันทำให้ผู้ได้รับถึงกับนิ่งไป

 

“อ…” มารู้สึกตัวอีกทีว่าได้เผลอทำอะไรลงไปก็ตอนที่ลำคอสัมผัสปลายจมูกโด่งนั่น มันเป็นสัมผัสบางเบาที่ไม่มีใครตั้งใจให้เกิดแต่กลับทำให้คนสองคนสบตากันเนิ่นนาน

 

จากที่เคยคิดว่าชานยอลเป็นคนอ่านยาก ทว่าตอนนี้แบคฮยอนกลับสัมผัสอะไรได้หลายอย่างในดวงตาคมกริบคู่นั้น

 

ความหนักแน่นมั่นคง

เอ็นดู

แล้วก็อ่อนโยนเสียจนผู้อ่อนประสบการณ์กว่าต้องเป็นฝ่ายละสายตา

 

“เมื่อคืนไม่ใช่แบบนี้นี่”

 

เสียงทุ้มว่าแบบนั้น

 

“ไม่ได้ขี้อายแบบนี้”

 

อาจจะใช่ เพราะตอนนี้แบคฮยอนเขินอายเกินกว่าจะกล้าเงยหน้าขึ้นไปมองอีกฝ่ายตรงๆ

 

“ทำไมพี่ถึงเอาแต่พูดเรื่องเมื่อคืนล่ะครับ”

 

“แล้วไม่อยากรู้เหรอว่าเมื่อคืนนายเป็นยังไง”

 

“ไม่อยากรู้ครับ” แบคฮยอนตอบอย่างสัตย์จริง ถึงจำได้แค่เลือนรางแต่เพราะคิดว่ามันจะต้องน่าอายแน่ๆเลยไม่อยากฟังให้ต้องอายไปมากกว่านี้แล้ว

 

“นายเอาแต่อ้อน”

 

“ผมบอกไม่อยากรู้ไง”

 

“แล้วก็บอกให้พี่พูดเพราะๆ”

 

“นั่นก็เพราะผมเมา พี่ไม่ต้องเล่าแล้วก็ได้ครับ ผมไม่—”

 

“ไม่ลองอ้อนตอนไม่เมาดูบ้างล่ะ”

 

“…”

 

“หรือว่าอ้อนได้กับทุกคนยกเว้นฉัน”

 

“ผมไม่รู้จะอ้อนเอาอะไรจากพี่นี่ครับ…” แล้วก็ไม่เข้าใจด้วยว่าทำไมอีกฝ่ายถึงอยากจะให้อ้อน

 

“ไม่มีเลยเหรอ”

 

อ๊ะ…” ตอนชานยอลแกล้งเอาปลายจมูกตัวเองมาปัดผ่านจมูกของเขา แบคฮยอนแทบหัวใจวาย รู้สึกตกใจจนต้องเงยหน้าขึ้นไปมอง

 

“ท ทำอะไรครับ?!” แต่ชานยอลก็ทำให้เขากลายเป็นลูกหมาเชื่องๆอีกครั้ง ที่แค่ใช้นิ้วลูบสันจมูกของเขาไปมาก็สงบลง แถมยังเผลอเคลิบเคลิ้มราวกับแพ้ที่ได้รับสัมผัสอ่อนโยนระคนขี้เล่นแบบนั้นอีก

 

 

ใช่…บอกแล้วว่าแบคฮยอนแพ้สัมผัสของชานยอล

 

 

“วันนี้นายเอาแต่เหม่อรู้บ้างหรือเปล่า”

 

“ก็เพราะพี่นั่นแหละ…”

 

“พี่ทำไม”

 

“เอาแต่แกล้งอะไรก็ไม่รู้”

 

“ก็แค่อยากแสดงความรักกับน้องตัวเอง”

 

“แต่พี่ไม่เคยเป็นแบบนี้เลย”

 

“ถึงไม่เคยแต่นึกอยากจะทำตอนนี้แล้วมันยังไงล่ะ ไม่ได้เหรอ?” วงแขนของคนโตกว่าโอบเข้าที่เอวของแบคฮยอน ทั้งที่ทำหน้าตายแต่พฤติกรรมที่ปฏิบัติต่อคนอื่นนั้นกลับต่างโดยสิ้นเชิง

 

“ไหนบอกว่าชอบคนใจดี”

 

“แต่แบบนี้มัน…” พอชานยอลยื่นหน้าเข้ามาใกล้ แบคฮยอนก็เผลอขยุ้มชุดคลุมอาบน้ำของอีกฝ่ายตรงช่วงอกเป็นหลักยึด บรรยากาศที่ชวนสับสนแบบนี้อีกแล้ว ถึงจะบอกว่าอยากแสดงความรักต่อน้องก็เถอะ กับพี่ใหญ่พวกเขาสามารถกอดหอมกันเป็นเรื่องปกติแต่กับชานยอลมันไม่ใช่

 

ทั้งความรู้สึก

สายตา

การกระทำ

 

ไม่ว่าจะทางใดมันก็ต่างกันกับพี่ใหญ่ ไม่รู้ว่าแบคฮยอนรู้สึกไปเองเพียงฝ่ายเดียวหรืออีกฝ่ายจงใจทำให้เขารู้สึกแบบนี้เหมือนกัน

 

แบบนี้มันไม่เหมือนพี่น้องเลยครับ

 

“แล้วเหมือนอะไร” เพราะในตอนที่แบคฮยอนเอ่ยอย่างสับสนอีกคนกลับยังต้อนถามราวกับอยากกระตุ้นสิ่งที่กำลังรู้สึกให้มันยิ่งชัดเจน

 

ไม่เหมือนพี่น้อง

 

แล้วเหมือนอะไรงั้นเหรอ…

 

“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ” แบคฮยอนเลือกเป็นฝ่ายยอมแพ้ อย่าว่าแต่ตอบชานยอลเลย เขาไม่กล้าแม้แต่จะหาคำตอบให้ตัวเองด้วยซ้ำ แล้วแบบนี้หรือจะสู้คนที่โตกว่าได้

 

“ไม่รู้ หรือแค่แกล้งบอกไม่รู้ครับ”

 

“…”

 

“ไม่เป็นไร เอาไว้จะลองถามใหม่ตอนเมา”

 

“เอ๊ะ…”

 

“ถ้าคำตอบตรงกันแสดงว่านายไม่ได้โกหก แต่ถ้าไม่ตรงขึ้นมาล่ะก็…”

 

“พี่นี่มัน…”

 

ระวังตัวเอาไว้เลย

 

 

ตัวอันตรายจริงๆ!

 

 

 

 

 

 

TBC.

 

 

 

 

 

 

 

ยิ้มตะหมูกบานไหมล่ะ…

 

ผู้ชายอะเนาะ เค้าว่ายิ่งชอบก้ยิ่งแกล้ง 5555

 

#ฟิคชานฮยอง

 

ไม่ให้กำลังจัยตอนนี้แล้วจะมีตอนหน้าได้งาย ฝากค้าบ 3

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.297K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,385 ความคิดเห็น

  1. #10367 chanbaekjan (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2564 / 13:28
    พี่น้องกันแหละจ้า อื่มๆ
    #10,367
    0
  2. #10353 เซฮุนเอง :3 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 เมษายน 2564 / 22:31
    ร้ายกาจจจ
    #10,353
    0
  3. #10268 HoneyB'c (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:14
    เบาได้เบานะคะพี่รองงงง
    #10,268
    0
  4. #10227 hyunee.B (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 มกราคม 2564 / 14:58
    กลั้นหายใจมากกก อ้ยยยยยเขินไม่ไหวล้าววววกรี้ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แสดงฟามรักกับน้องตัวเองกร้ดๆๆๆๆๆๆๆแต่เอ๊ะ พี่รองรักน้องแบบน้องหรือแบบไหนกันนะ
    #10,227
    0
  5. #10181 YunewG (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 มกราคม 2564 / 01:16

    อันตรายกับน้อง อันตรายกับใจฉันนนน แง บ้าน่าพี่รอง เลิกแกล้งน้องได้แล้ว
    #10,181
    0
  6. #10125 Samorn1 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 มกราคม 2564 / 23:53
    พี่รองร้ายกว่าที่คิด
    #10,125
    0
  7. #10112 Benz Satita (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 มกราคม 2564 / 00:57
    พี่รองร้ายจริงๆ เเกล้งน้องเขินตลอด
    #10,112
    0
  8. #10043 ChungWila (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 19:48
    เหมือนเอาความจริงมาเขียน อ้อนได้กับทุกคนยกเว้นชานยอล55555555 แต่แพ้พี่รองพูดเพราะไม่ไหวใจผมเกินต้านค้าบ
    #10,043
    0
  9. #9929 ppcyn (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 มกราคม 2564 / 03:58
    พรี่่่่่่่ พรี่ชานนนน งื้ออออออ
    #9,929
    0
  10. #9896 sunny lin (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 21:55
    รุกแรงมากแม่
    #9,896
    0
  11. #9792 안시리민 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2563 / 21:22
    เเกล้งน้องตีเลยนะคะ
    #9,792
    0
  12. #9645 Jennysupat18 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2563 / 13:43
    ตอนไหนจะได้อ๊ะแบบจริงๆคะเนี้ยยย
    #9,645
    0
  13. #9631 PuifaiSaowapa (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2563 / 18:02
    พีรองรุกแรงมากแม้ เขินบิด
    #9,631
    0
  14. #9630 PuifaiSaowapa (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2563 / 18:02
    พีรองรุกแรงมากแม้ เขินบิด
    #9,630
    0
  15. #9611 bbhrrpcy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2563 / 21:50
    มดขึ้นแร้วววว พี่รองขี้แกล้งอ่า
    #9,611
    0
  16. #9518 adobecs3 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 / 23:33
    พึ่งรุ้ตัวว่าอ่านไปยิ้มไปตอนเลื่อนมาจะพิมคอมเม้นว่ามีคนเป็นเหมือนกัน55555555 เค้าแกล้งเพราะเค้าชอบรึป่าว ใช่รึป่าวพี่รองงง กลัวใจจะกลับไปใจร้ายกับน้อง ไม่น้าาา~
    #9,518
    0
  17. #9213 cookieredritz (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2563 / 20:22
    บิดเป็นไส้เดือนแล้ว
    #9,213
    0
  18. #9191 Chan_Kai_6188 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2563 / 12:51
    บ้าจริงงง ทำไมเราหยุดยิ้มไม่ได้เลยยยยย
    #9,191
    0
  19. #9043 แพะบยอน❤ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2563 / 01:32
    เนี่ย เราค่อยๆต้อนน้องอ่ะะะ เจ้าแผนการ!!!
    #9,043
    0
  20. #9032 Pseewhy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 00:36
    โง้ยๆๆๆ ไม่ไหวแน้ววว มันเกินไปปปแงๆๆๆ
    #9,032
    0
  21. #8808 Zikdn_ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 กันยายน 2563 / 22:24
    รุกหนักมากๆๆๆๆๆไม่ไหวแล้วว ให้ตายสินี่เรากำลังยิ้มอยู่เรอะเนี่ย
    #8,808
    0
  22. #8804 IPINOCKIO (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 กันยายน 2563 / 19:30
    แกล้งน้อนหนักมาก อ่านไปเขินไปบิดไป อิคนพี่ได้ทีเอาใหญ่ ชอบน้องเวอร์ชั่นตอนเมานะ เมาอีกรอบนะหนู 5555555555
    #8,804
    0
  23. #8624 WanrayaPanthong (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 13:53
    ยิ้มเขินจมูกบานจริงๆเหมือนที่ไรท์บอก ตอนเลื่อนอ่านมาเจอยังขำ ว่ารู้ได้ไงคะเนี่ยว่ายิ้มจนจมูกบาน 5555555555555555
    #8,624
    0
  24. #8516 Chi_Yeol (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 02:37
    เขินนนตัวบิด
    #8,516
    0
  25. #8171 ChanBaek6104 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2563 / 09:25
    เขิงง่าาา
    #8,171
    0