HYUNG 형 | Chanbaek -END-

ตอนที่ 11 : CHAPTER 10 | ปูซาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,881
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,199 ครั้ง
    27 ก.ย. 63

 

 

 

10

 

 

 

 

 

 

 

 

(ไม่ทราบว่าถึงไหนกันแล้วครับ)

 

“กำลังไป”

 

(กำลังไปน่ะอยู่ตรงไหน)

 

“ไม่รู้สิ”

 

(หยาๆ อย่าเอาแต่พูดแบบนั้นทุกครั้งที่ฉันโทรฯถามจะได้มั้ย ตอนนี้ทุกคนมาถึงกันหมดแล้วเหลือแต่นาย ออกจากโซลตั้งแต่ไก่ยังไม่ขันป่านนี้ยังไม่ถึงปูซานอีก จะเที่ยงแล้วนะโว้ย)

 

ทั้งที่ปลายสายเริ่มจะหัวเสียทว่าผู้ที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยรถหรูกลับดูใจเย็น มือหนึ่งคอยบังคับเส้นทาง ขณะที่อีกข้างเคาะลงบนขอบประตูรถตามบีทเพลงที่เปิดฟัง

 

ทั้งยังเปิดประทุนรับลมเล่นมาตลอดทางโดยที่ไม่มีอาการง่วงตกค้างแม้ว่าจะออกจากบ้านเช้ายิ่งกว่าวันทำงานปกติก็ตาม

 

“จะเที่ยงแล้วยังไงล่ะ”

 

ต่างจากเด็กข้างๆที่นั่งรถมาด้วยกัน แบคฮยอนหลับๆตื่นๆไปไม่รู้กี่ครั้งแต่ชานยอลก็ยังพาเขาไปไม่ถึงสถานที่สัมมนาเสียที

 

“ยังไงฉันก็ไปทัน”

 

(เลิกพูดจาน่าหมั่นไส้แบบนั้นสักทีเถอะน่า นายยังไม่ได้เข้ามาเช็คอินโรงแรมแถมกระเป๋าอะไรก็ไม่ได้เอามาเก็บ แล้วนี่มันก็ใกล้จะถึงเวลานัดทานมื้อกลางวันกับ—)

 

“ถ้าบ่นอีกคำเดียวฉันจะไล่นายออกจากตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายบุคคล”

 

(…)

 

“แล้วเปลี่ยนมาเป็นเลขาฉันแทนจะเอาแบบนั้นไหม คิม-จง-แด”

 

(ให้ตาย…)

 

ดูเหมือนคำขู่ของบอสหนุ่มจะใช้ได้ผล แน่ล่ะ…การจะปกครองคนตั้งมากมายได้นอกจากความสามารถเรื่องงานแล้วย่อมต้องมีทักษะการเอาชนะลูกน้อง ยิ่งกับคิมจงแดที่เริ่มเข้าทำงานพร้อมกันน่ะเขาอ่านขาดเลยล่ะ

 

(เออ ไม่พูดอะไรแล้วก็ได้แต่ได้โปรดรีบๆมาเถอะครับ ผมเหนื่อยจะตามแล้ว)

 

ไอ้คนเจ้าระเบียบที่ทำงานดีจนอยากจีบให้มาเป็นเลขา แต่ดันปฏิเสธหัวชนฝาแค่เพราะว่าไม่อยากเส้นสมองแตกตายที่ต้องมาดูแลเขา

 

แต่แล้วยังไง สุดท้ายไม่ว่าตำแหน่งอะไรอีกฝ่ายก็ต้องถูกเขาเรียกใช้งานบ่อยอยู่ดี อย่างการสัมมนาครั้งนี้ นอกจากตัวเขาและเด็กฝึกงานแล้วก็มีจงแดและตัวแทนแผนกบัญชีการเงินเข้าร่วมด้วย

 

(ได้ยินมั้ยครับบอส)

 

“จริงๆเลย แค่นี้ล่ะฉันรีบอยู่” ร่างสูงกดวางสายโดยไม่มีคำบอกลา และแม้จะเคยบอกจงแดไปก่อนหน้าว่ากำลังรีบทว่าการกระทำของเขาตอนนี้กลับสวนทางสิ้นเชิง

 

“มองแบบนั้นทำไม” ร่างสูงปรายตาถามเด็กข้างๆขณะกดเปลี่ยนเพลย์ลิสต์บนเครื่องเล่นด้วยท่าทางสบายๆ “ไม่หลับต่อล่ะถึงแล้วจะเรียก”

 

“เราไม่ต้องรีบไปกันเหรอครับ”

 

“ไปไหน”

 

“ก็สัมมนา” ถึงจะได้ยินเพียงฝั่งของชานยอลแต่แบคฮยอนก็พอจะจับใจความได้ว่าผู้ที่โทรฯเข้ามานั้นมีจุดประสงค์อะไร

 

“ผมเห็นคุณจงแดโทรฯมาตามพี่ตั้งหลายครั้งแล้ว” แต่อีกฝ่ายก็ยังดูใจเย็น แวะจอดโน่นจอดนี่ตลอดทางให้แบคฮยอนลงไปเดินเล่น ถึงมันจะสนุกแต่สายโทรศัพท์ที่เข้าถี่ๆนั้นก็อดชวนสงสัยไม่ได้ว่า จริงๆแล้วพวกเขาควรต้องรีบไปให้ถึงจุดหมายหรือไม่

 

“โทรฯตามแล้วยังไง ฉันบอกว่าทันก็คือทัน ไม่เชื่อใจเหรอ”

 

“ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อยครับ”

 

“หรือว่าไม่อยากอยู่ด้วยกัน”

 

“เห? ไม่อยากอยู่ด้วยอะไรกันล่ะครับ…” ร่างเล็กครางเสียงอ่อยขมวดคิ้วไม่ค่อยเข้าใจประโยคแปลกๆของคนโตกว่า ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายตีความไปแบบไหนแต่แบคฮยอนไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นจริงๆนะ

 

“ผมก็แค่กลัวว่าถ้าเราไปไม่ทันนัดแล้วผู้ใหญ่ต้องรอคงดูไม่ดี ไม่อยากให้พี่โดนใครตำหนิหรือเอาไปพูดเสียๆหายๆ ไม่เกี่ยวกับที่เราอยู่ด้วยกันสักหน่อย”

 

“ถ้างั้นก็วางใจเถอะ…” ใบหน้าหล่อมองตรงไปยังเส้นทางด้านหน้า บนมุมปากของเขามีรอยยิ้ม “ฉันไม่ใช่คนเหลวไหลไร้ความรับผิดชอบ” เขายิ้มเพราะความซื่อบริสุทธิ์ของแบคฮยอน

 

“ก็แค่เห็นว่านายยังไม่เคยมาแล้วมันก็แค่ทางผ่านไม่ได้ลำบากอะไร” ชานยอลหมายถึงหลายๆสถานที่ที่ได้แวะให้แบคฮยอนลงไปเก็บบรรยากาศไม่ว่าจะถ่ายรูปเล่นหรือสูดอากาศดีๆก่อนหน้านี้ “เลยอยากให้ลงไปเปิดหูเปิดตา”

 

“ขอบคุณนะครับ จริงๆแค่ได้นั่งรถมากับพี่ก็เหมือนได้เที่ยวแล้ว ไม่ต้องแวะหรอกเดี๋ยวเราจะไปไม่ทัน”

 

“เด็กดี”

 

“อะ…” ร่างเล็กย่นคอแสดงท่าทางตกใจตอนที่อุ้งมือใหญ่วางลงกลางศีรษะทุยของเขาพร้อมคำชื่นชม

 

รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นลูกหมาเชื่องๆตัวหนึ่งเลย ที่ไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าความเอ็นดูจากผู้เป็นเจ้าของ

 

“เสร็จจากสัมมนานายอยากไปไหนฉันจะพาไป”

 

ชานยอลเหมือนเจ้าของเขา เพียงแค่ได้ยินประโยคแสนใจดีร่างเล็กก็เผลอเอียงศีรษะออดอ้อนอุ้งมือนั้นให้ลูบต่อ แบคฮยอนชอบสัมผัสของชานยอล

 

“ผมต่างหากที่ต้องพูดว่าพี่อยากพาไปไหนผมก็จะไป…”

 

ชอบที่สุดเลย

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

ปูซานได้ชื่อว่าเป็นเมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้ สภาพแวดล้อมและทิวทัศน์ส่วนใหญ่เป็นเนินเขาและทะเลสวยงาม ทั้งยังคงกลิ่นอายของวัฒนาธรรมที่มีเสน่ห์เฉพาะจึงทำให้มหานครแห่งนี้กลายเป็นแหล่งเศรษฐกิจที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้โซล

 

ทำเลท่องเที่ยวก็ดี ลงทุนทำธุรกิจก็เหมาะ เพราะเหตุนี้ตระกูลปาร์คจึงเจียดเม็ดเงินก้อนโตเพื่อทำธุรกิจเดินเรือสมุทรที่นี่ แต่จะอย่างไรก็ดี ธุรกิจย่อยในเครือครอบครัวเหล่านี้อยู่ในความดูแลของปาร์ค ยุนโฮ

 

ส่วนธุรกิจหลักอย่างบริษัทผลิตยานยนต์ก็เป็นอันทราบโดยทั่วกันว่าผู้ที่เป็นหัวเรือใหญ่ตอนนี้คือชานยอล ยุนโฮเพียงมีชื่อไว้ประดับตำแหน่งประธานที่จะเข้ามาดูภาพรวมเป็นครั้งคราวเท่านั้น

 

ถึงกระนั้นการสัมมนาร่วมกับบริษัทประกันฯในวันนี้ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเดินเรือสมุทรแต่อย่างใด ที่เลือกปูซานเป็นสถานที่นัดหมายก็เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศและหารือเกี่ยวกับการกระตุ้นยอดขายรถของสาขาที่นี่รวมถึงการประกันภัยรถยนต์ นั่นหมายความว่านอกจากปาร์คกรุ๊ปฯ แม่งานจัดสัมมนาครั้งนี้ก็ยังมีบริษัทประกันภัยชั้นนำของตระกูลคิมอีกด้วย

 

ใช่…บริษัทครอบครัวคิมจงอิน

 

เพื่อนสนิทซีอีโอปาร์คนั่นเอง

 

 

 

 

รถสปอร์ตหรูของซีอีโอปาร์คเดินทางถึงโรงแรมติดชายหาดระดับห้าดาวเวลาเที่ยงพอดี คิมจงแดแทบจะเหาะมารับถึงที่ก่อนจะบ่นเป็นชุดว่าบอสหนุ่มไม่ยอมเผื่อเวลา แต่ก็ดูเหมือนว่าจะเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาเพราะชานยอลไม่สนใจแม้แต่จะฟัง

 

“กระเป๋าอยู่ท้ายรถ รบกวนนายจัดการเช็คอินให้ด้วยล่ะ”

 

พอลงจากรถก็ทำตัวน่าหมั่นไส้ออกคำสั่ง เลือกจะทิ้งสัมภาระไว้ให้คนข้างหลังขณะที่ตัวเองเดินตัวปลิวไปทักทายบริษัทคู่ค้าหน้าระรื่น

 

“ดูเอาเถอะ พี่ชายคุณ”

 

“ให้ผมช่วยนะครับ”

 

“ไม่ต้องเลยครับเดี๋ยวหมอนั่นก็ได้มาแหกอกผมทีหลังอีก เดี๋ยวให้เด็กของโรงแรมมาจัดการ คุณตามผมมาทางนี้เถอะ”

 

“ครับ”

 

“ให้ตายสิน่า…” จงแดยังไม่เลิกบ่นเมื่อต้องมาเป็นธุระจัดการเรื่องเช็คอินโรงแรมให้เจ้านาย ไม่ใช่เลขาส่วนตัวก็เหมือนใช่ และเป็นตอนนั้นเองที่แบคฮยอนได้รู้ครั้งแรกว่าจงแดน่ะเป็นหลานชายแท้ๆคุณลุงเลขาของพ่อเขา

 

อีกฝ่ายเป็นคนเล่า ถึงว่าดูคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ตอนคุณพ่อยังมีชีวิตอยู่ก็ได้คุณลุงเลขาคอยช่วยดูแล พอถึงคราวเกษียณจงแดก็มารับช่วงดูแลชานยอลอีก แบบนี้ควรจะเรียกบุญพาวาสนาส่ง หรือเวรกรรมนำพาตามที่คุณจงแดว่ากันนะ ฮ่ะๆ

 

“ผมพักห้องนี้เหรอครับ แล้ว…”

 

“หมอนั่นก็พักห้องนี้แหละ”

 

“ไม่ใช่คนละห้องเหรอครับ? แบบนี้พี่รองจะไม่อึดอัด—”

 

“ถ้าอึดอัดคงไม่ให้คิมดาซมจองแบบนี้ตั้งแต่แรก อย่าห่วงเลยครับ ไม่มีใครทำอะไรโดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากพี่ชายคุณหรอก”

 

“อ่า…” ตอนเอากระเป๋าขึ้นไปเก็บ แบคฮยอนไม่ได้มีเวลาสำรวจห้องพักมากนักเพราะต้องรีบลงไปทานมื้อเที่ยงที่ห้องอาหาร เรื่องความสะดวกสบายแบคฮยอนไม่เคยกังวล ระดับปาร์คกรุ๊ปฯต้องจองห้องที่ดีที่สุดให้อยู่แล้ว เพียงแต่…

 

 

เพียงแต่ว่าคืนนี้แบคฮยอนจะต้องนอนห้องเดียวกับพี่รองจริงๆน่ะเหรอ ถึงความสัมพันธ์จะขยับไปในทางที่ดีขึ้นแต่มันก็น่ากระอักกระอ่วนใจอยู่ดีไม่ใช่หรือไงนะ

 

 

“ถ้าหากทุกท่านรับประทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อยแล้วรบกวนที่ห้องประชุมชั้นสองนะคะ เราจะได้เริ่มสัมมนากันเลย”

 

ตัวแทนพนักงานบริษัทประกันฯตระกูลคิมเข้ามาประกาศแจ้งก่อนทุกคนจะเริ่มมูฟจากห้องอาหารไปยังสถานที่ชั้นสองโดยที่จานของแบคฮยอนยังไม่พร่องลงเท่าไร

 

 

ติ๊ง…

 

 

CEOPARK : อาหารโรงแรมไม่อร่อยหรือไง

 

CEOPARK : ฉันเห็นนายลุกจากโต๊ะแค่ครั้งเดียว

 

 

ข้อความที่ถูกส่งเข้ามาทำให้แบคฮยอนต้องเงยหน้าขึ้นมองไปรอบๆ ตอนนี้ทุกคนกำลังจะมูฟไปชั้นสองทำให้พื้นที่บริเวณห้องอาหารจรดประตูทางออกมีแต่ผู้ใหญ่ชุดสูทดูภูมิฐานเต็มไปหมด แต่นั่นก็ใช่ว่าเด็กอย่างเขาจะแยกไม่ออก

 

ผู้ชายสูงเด่นและดูดีกว่าใครคนนั้นต่อให้จะอยู่ท่ามกลางคนอีกกี่คนแบคฮยอนก็มองเห็น ชานยอลยืนรวมอยู่ในกลุ่มผู้บริหารใกล้ตำแหน่งทางออก แบคฮยอนน่ะคิดมาตลอดว่าการยืนเอามือล้วงกระเป๋าคุยกับผู้ใหญ่ไม่ใช่ลักษณะที่ดีนักหากทว่าตอนนี้กลับเปลี่ยนความคิด

 

จะว่าเข้าข้างก็ได้แต่ชานยอลในคราบซีอีโอหนุ่มไฟแรงที่ไม่ว่าจะพูดหรือขยับร่างกายแบบไหนก็ดึงดูดสายตา

 

 

CEOPARK : ต้องให้เดินไปถามเหรอ

 

CEOPARK : ถึงจะตอบ

 

CEOPARK : sent a sticker*

 

CEOPARK : sent a sticker*

 

CEOPARK : sent a sticker*

 

 

ทั้งที่ทำให้เชื่อสนิทใจว่ากำลังยุ่งกับการคุยธุรกิจทว่าข้อความจากชื่อๆเดิมกลับยังถูกส่งเข้ามา รัวสติ๊กเกอร์โกรธภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยแบบนั้นได้ เขาล่ะเชื่อจริงๆ

 

 

BHyunee : อร่อยครับ

 

CEOPARK: น้ำส้ม?

 

BHyunee : น้ำส้มก็อร่อยครับ

 

CEOPARK: น้ำส้มก็อร่อย…

 

CEOPARK: หรืออร่อยแค่น้ำส้มครับ

 

BHyunee : หืม…

 

CEOPARK: ทานหมดแค่อย่างเดียว ที่เหลือตักมาเขี่ยเล่นไม่ดีเลยนะครับ

 

BHyunee : อ่า…

 

BHyunee : sent a sticker*

 

BHyunee : พี่รู้ได้ยังไงกัน

 

 

ที่นั่งไม่ได้ใกล้กันเลยสักหน่อย หรือว่าคุณจงแดรายงาน พอคิดแบบนั้นแบคฮยอนก็ลองเหลือบตาสังเกตคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ทว่านอกจากอาหารในจานหัวหน้าฝ่ายบุคคลก็ไม่ได้จะสนใจอะไร แบคฮยอนเห็นคุณจงแดตั้งใจทานแบบที่ไม่มีการเล่นโทรศัพท์บนโต๊ะอาหารตั้งแต่มาถึงแล้ว ถ้างั้นชานยอลรู้ได้ยังไงล่ะว่าเขาทานหรือไม่ทานอะไรบ้าง

 

 

CEOPARK: รู้ในสิ่งที่ตัวเองอยากรู้ยากตรงไหน

 

สังเกตกันตลอดเลยงั้นเหรอ

 

CEOPARK: คราวหลังทานให้หมดด้วยนะครับ

 

CEOPARK: จะให้ดีก็ควรทานเยอะๆ

 

CEOPARK: อย่าให้ต้องเป็นห่วง

 

 

แบคฮยอนรู้สึกวูบวาบในอกอีกแล้ว ความรู้สึกประหลาดที่ถูกหยิบยื่นให้ครั้งแล้วครั้งเล่านี่มันคืออะไรกัน พอเงยหน้ามองไปที่ประตูทางออกปรากฏว่าร่างสูงได้หายไปแล้ว ทิ้งให้แบคฮยอนจมอ่านอยู่กับข้อความเดิมๆ

 

“ผู้บริหารขึ้นไปหมดแล้วพวกเราก็ไปกันเถอะ”

 

จงแดชวนแบคฮยอนและพี่แผนกบัญชีลุกจากที่นั่ง คนตัวเล็กคิดว่าถ้ายังปล่อยข้อความของอีกฝ่ายทิ้งไว้โดยไม่ตอบอะไรคงไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่ จึงกดส่งข้อความสุดท้ายตอบกลับไปก่อนเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าตัวเอง

 

 

BHyunee : sent a sticker*

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

“ทำหน้าอะไรของนายวะคุณชาย”

 

ซีอีโอหนุ่มกดปิดหน้าจอโทรศัพท์ก่อนจะยัดมันลงกระเป๋าเสื้อสูท ลำคอตั้งตรงสนใจผู้พูดหน้าห้องประชุมแต่ไม่สนท่าทางสอดรู้ของคนข้างๆ

 

“มีเด็กตอบแชทไม่ถูกใจงั้นสิ”

 

คิมจงอินที่นั่งติดกันกระซิบถาม ทว่าชานยอลกลับเอาแต่วางมาดขยับเปลี่ยนท่านั่งเป็นไขว่ห้างไม่ยอมเล่าอะไร

 

ในใจน่ะ กำลังนึกเซ็งกับข้อความสุดท้ายของเด็กในความดูแลจริงๆนั่นแหละ

 

 

แค่ส่งสติ๊กเกอร์กลับมาเนี่ยนะ?

 

 

ที่จริงตัวสติ๊กเกอร์รูปพีชปัญญาอ่อนในโปรแกรมแชทมันก็น่ารักสมวัยผู้ที่ส่งมาดีอยู่หรอก แต่ไม่รู้เป็นเพราะคาดหวังให้น้องตอบกลับมามากกว่านั้นหรืออย่างไรถึงได้รู้สึกกรุ่นๆในใจแบบนี้ แต่พอนึกถึงหน้าซื่อๆเหมือนลูกหมานั่นอีกทีชานยอลก็คงจะต่อว่าไม่ลง

 

 

ช่างเถอะ

 

 

“นายนี่น่าเบื่อชะมัดถามอะไรไม่เคยตอบ”

 

“รู้ว่าไม่ตอบก็ยังจะถาม ใครกันแน่ที่น่าเบื่อ”

 

“นายหรือฉันใครน่าเบื่อกว่ากันอันนี้ไม่แน่ใจ ที่แน่ๆตอนนี้เนื้อหาสัมมนาโคตรน่าเบื่อเลย…” จงอินบ่นพลางส่ายหน้า ทั้งที่ตัวแทนบริษัทตัวเองกำลังขึ้นพูดกลับไม่คิดสนใจ อย่างว่าแหละ เขามันลูกคนมีเงินที่ให้ค่ากับเรื่องดื่มหาความสุขให้ตัวเองมากกว่าจะเป็นเรื่องงาน

 

“ว่าแต่พามาด้วยแบบนี้…” หนุ่มขี้เบื่อพาดมือลงบนไหล่ของชานยอลพร้อมกับหันไปมองเด็กที่นั่งแถวหลังสุด แม้เพื่อนจะไม่ได้หันมามองตามแต่จงอินก็เชื่อว่าอีกฝ่ายรู้ดีว่าเขากำลังกล่าวถึงใคร

 

“กะรวบหัวรวบหางคืนนี้เลยมั้ย”

 

“ในหัวคิดเป็นแต่เรื่องแบบนั้นเหรอ”

 

“หรือว่านายไม่คิด?”

 

“…”

 

“หืม เงียบ? นายกลายเป็นคนหน้าบางกับเรื่องแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่คุณชาย” ร่างสูงค่อยๆแกะมือของเพื่อนออกจากไหล่ ทั้งที่กำลังคุยถึงประเด็นส่อแววเรื่องอย่างว่าแต่เขากลับยังคงรักษาสีหน้าได้ดีและดูน่าเชื่อถือสุดๆ

 

“เด็กนั่นบริสุทธิ์เกินกว่าจะเอาเรื่องแบบนี้มาพูดเล่น”

 

“ไม่คิดจะแตะต้องเลยสินะ”

 

ไม่คิดงั้นเหรอ…

 

จงอินเลิกคิ้ว เพียงได้เห็นสีหน้าของเพื่อนสนิทถึงกับทำให้เขาลืมบรรยากาศน่าเบื่อในห้องสัมมนาก่อนหน้านี้ ที่ถามก็แค่อยากแหย่เล่น ไม่คิดว่าจะได้เห็นอะไรที่น่าสนใจในแววตาคู่นั้นของคุณชายเพื่อนเหมือนกัน

 

“ไม่ใช่เรื่องของนาย”

 

“ร้ายว่ะ”

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

17.00 น.

 

การสัมมนาจบลงพร้อมกับขนมจัดเบรคแบบค็อคเทลรอบสุดท้ายที่ทางโรงแรมเตรียมไว้ให้หน้าห้อง แบคฮยอนยังคงทำตัวเป็นลูกติดหัวหน้าแผนกฝ่ายบุคคล ไม่ว่าจงแดจะลุกไปไหนหรือทำอะไรเขาก็คอยแอบติดสอยห้อยตามไปด้วยตลอดเพราะไม่รู้จักใครที่นี่เลย

 

ถามถึงเจ้านายที่ให้อาศัยรถมาด้วยกันตั้งแต่ออกจากบ้านก็นั่งคอตรงดูสง่าอยู่แถวหน้าสุดของห้องประชุม ไม่มีโอกาสได้หันมามองเด็กหลังห้องอย่างแบคฮยอนหรอก

 

ยกเว้นตอนที่อีกฝ่ายขึ้นไปถ่ายรูปร่วมกับผู้บริหารเพื่อปิดการสัมมนา สายตาคมกริบมองลงมาคล้ายต้องการบอกให้เขานั่งคอย แต่แบคฮยอนก็เลือกจะติดตามจงแดออกมา ก่อนจะแยกย้ายกันกลับห้องไม่แม้แต่จะอยู่ทานขนมเบรคเหมือนคนอื่นๆ

 

ร่างเล็กใช้เวลาเปิดกระเป๋าเสื้อผ้าอยู่ตรงมุมโซฟาปลายเตียง เพราะยังเลือกฝั่งที่จะนอนคืนนี้ไม่ได้จึงไม่กล้ายุ่มย่ามกับเตียงนอนหลังใหญ่ขนาดคิงส์ไซส์ ด้วยนิสัยไม่ใช่คนเรื่องมากอะไรเขาจึงคิดจะให้ผู้ร่วมห้องอีกคนเป็นคนเลือกก่อน แบคฮยอนน่ะนอนฝั่งไหนก็ได้ แต่คงจะดีไม่น้อยหากได้นอนฝั่งเดียวกับผนังกระจกทั้งแถบที่มีวิวด้านหลังเป็นชายหาดสวยงามและแสงสีส้มจากดวงอาทิตย์ที่ใกล้จะตกดิน

 

 

ติ๊ด…

 

 

ในตอนนั้นเสียงสแกนคีย์การ์ดเข้าห้องได้ดังขึ้น ใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นส่ำชั่วอึดใจร่างสูงใหญ่ก็เดินเข้ามา

 

“เจอกันอีกแล้วนะตัวเล็ก”

 

ตามด้วยชายหนุ่มผิวสีแทนเจ้าของบุคลิกมีเสน่ห์อีกคนหนึ่ง

 

“สวัสดีครับ” แบคฮยอนหันไปมองพร้อมกับค้อมศีรษะให้อีกฝ่ายอย่างสุภาพ จำได้ว่าเคยเจอกันมาแล้วครั้งหนึ่งที่บริษัทตอนนั้นและนี่นับเป็นครั้งที่สอง พยายามจะทำความรู้จักอีกฝ่ายผ่านป้ายชื่อตรงอกด้านซ้ายนั้นแต่ก็อยู่ไกลกันเกินกว่าสายตาแบคฮยอนจะอ่านเข้าใจ

 

ทำไมไม่อยู่รอ

 

ไหนจะน้ำเสียงดุๆกับสายตาที่ดุยิ่งกว่าของคนบางคน แบคฮยอนจำต้องละสายตาออกจากพี่ชายคนนั้นทันที

 

“ต้องรอด้วยเหรอครับ”

 

“ก็นายมากับฉัน”

 

“แต่เราก็ไม่ได้นั่งด้วยกันสักหน่อย”

 

“แบคฮยอน”

 

“ผมเห็นพี่อยู่กับผู้ใหญ่เลยไม่รู้จะอยู่ตรงนั้นทำไม อีกอย่างอยู่กับคุณจงแดมาตั้งแต่แรกแล้วจะกลับออกมาด้วยกันก็ถูกแล้วไม่ใช่เหรอครับ” แบคฮยอนอาศัยตัวติดเค้ามาเกือบทั้งวันอยู่ๆจะให้ทิ้งกันแบบนั้นก็คงดูแปลกๆ เหมือนกับว่าพอเค้าหมดประโยชน์เราก็แยกทาง อีกอย่างชานยอลก็ต้องอยู่กับพวกผู้บริหารจะให้เด็กอย่างแบคฮยอนไปยืนทำอะไรด้วยล่ะ

 

“โกรธเหรอ”

 

“เปล่านะครับ” ก็แค่พูดไปตามที่คิด ถึงจะเหงาที่ไม่รู้จักใครแต่ก็เข้าใจบทบาทหน้าที่ของทุกคนดี จะมาให้ทำตัวติดกันตลอดคงไม่ได้หรอกแล้วชานยอลก็ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นด้วย

 

“แล้วถ้าฉันบอกว่าคงไม่ได้พาไปเที่ยวแล้วล่ะ”

 

“…”

 

“จะว่ายังไง”

 

ว่ายังไงเหรอ…แบคฮยอนเผลอนั่งเงียบเพราะกำลังคิดคำตอบ จริงๆก็ไม่ว่ายังไงหรอก ไม่ได้คาดหวังว่าต้องได้ไปเที่ยวในเมื่อมาที่นี่เพื่อสัมมนา จะพากลับโซลเลยก็ยังได้ แต่…

 

 

‘เสร็จจากสัมมนานายอยากไปไหนฉันจะพาไป’

 

 

ถ้ารู้ว่าตัวเองไม่มีเวลาก็ไม่ควรจะพูดแบบนั้นตั้งแต่แรกไม่ใช่หรือไงนะ

 

 

“ก็ไม่เป็นไรหนิครับ ผมนอนดูทะเลอยู่ที่ห้องก็ได้” แบคฮยอนว่าตัวเองซ่อนความผิดหวังเล็กๆนั้นไว้ภายใต้รอยยิ้มปกติดีแล้วแท้ๆแต่ทำไมยังเห็นแววตารู้สึกผิดจากคนตัวโตอยู่อีกล่ะ

 

“คืนนี้หมอนี่ต้องไปกินเลี้ยงกับพวกผู้บริหารน่ะ” ร่างสูงอีกคนหนึ่งที่อยู่ในห้องคงเห็นว่าบรรยากาศชักเงียบจึงเอ่ยขึ้นมา “ตัวเล็กก็ไปด้วยสิ โรงแรมข้างๆนี้เอง”

 

“มีแต่ผู้ใหญ่ผมขออยู่ที่ห้องดีกว่าครับ พวกพี่ไปกันเถอะ”

 

“ไปอาบน้ำแล้วเดี๋ยวไปด้วยกัน” ชานยอลว่า

 

“ผมขออนุญาตไม่ไปนะครับ”

 

“แต่ฉันจะให้ไป”

 

“แต่ผมไม่อยากไป”

 

“ต้องไป”

 

“ทำไมพี่เอาแต่ใจแบบนี้ล่ะครับ”

 

“เพราะฉันจะให้นายไปด้วยไงล่ะ”

 

ร่างเล็กถอนหายใจยอมแพ้ก่อนจะคว้าเสื้อผ้าชุดใหม่หนีไปเข้าห้องน้ำ

 

 

 

 

 

หลังจากใช้เวลาจัดการธุระส่วนตัวพวกเขาก็พากันออกจากโรงแรมในเวลาหนึ่งทุ่ม

 

แบคฮยอนอยู่ในชุดเสื้อสเวตเตอร์สีชมพูตุ่นกับกางเกงจ๊อกกิ้งสีเข้ม ขณะที่ชานยอลเลือกเชิ้ตแขนยาวตัวโคร่งเข้าคู่กับกางเกงขาสั้นสบายๆท้าทายอากาศหนาว หนักสุดคงเป็นจงอินที่ยังอยู่ในชุดเดิม กางเกงสแล็คขาเต่อสีดำกับเชิ้ตขาวที่พับแขนลวกๆแต่กลับดูมีเสน่ห์ ถ้าเข้าผับบาร์ก็คงมีสาวๆมองตามเป็นพรวน ชานยอลก็เหมือนกัน

 

คงมีแค่เด็กอย่างแบคฮยอนเท่านั้นที่ดูยังไงก็ไม่เข้าพวกใครเลย แต่ช่วยได้ที่ไหนล่ะในเมื่อเขาเองไม่ได้เต็มใจจะมาด้วยตั้งแต่แรก

 

“ที่จริงถ้าตัวเล็กไม่อยากไปเดี๋ยวฉันพาไปนั่งเล่นที่บาร์ชั้นใต้ดินรอก็ได้นะ นายก็ขึ้นไปกินกับพวกผู้บริหารเถอะ”

 

จากที่พัก พวกเขาใช้เวลาเดินเท้าบนหาดทรายตอนกลางคืนเพียงสั้นๆก็มาถึงอีกโรงแรมหนึ่งที่อยู่ติดกัน จงอินเงยหน้าขึ้นมองRooftop barที่ชานยอลจะต้องไปแล้วบอกอย่างนั้น

 

“ไม่อยากไปกินกับพวกผู้ใหญ่อยู่พอดี” เขามันประเภทชอบดื่ม ยิ่งบรรยากาศดีๆสงบๆน่ะยิ่งชอบ แต่จะให้ไปดื่มกับพวกผู้ใหญ่ที่คุยกันแต่เรื่องงานน่ะน่าเบื่อจะตาย สู้อยู่กับตัวเล็กที่กำลังยืนทำหน้าอึดอัดนี่ดีกว่าเยอะ

 

“แล้วทำไมฉันจะต้องปล่อยพวกนายไปกันสองคน”

 

“นายก็ดูหน้าน้องตัวเองสิ” จงอินบุ๊ยปากให้เพื่อนมอง ตั้งแต่ออกห้องมาจนตอนนี้คนตัวเล็กยังเอาแต่ตีหน้ายุ่งไม่ยอมพูดจา ดูก็รู้ว่าต่อต้านสุดๆ

 

“ว่าไงตัวเล็ก อยากไปนั่งชิลกับพี่หรือจะขึ้นไปบนดาดฟ้าดื่มกับพวกผู้ใหญ่ดีครับ”

 

“ผมไม่ไปข้างบนได้มั้ยครับ”

 

“ไง” จงอินเหล่ตาถามก่อนที่จะได้ยินเพื่อนสบถ

 

“ทำไมต้องยุ่งยากแบบนี้ด้วยวะ” ร่างสูงถอนหายใจ รู้สึกหงุดหงิดที่ต้องมาทำอะไรนอกแผนจากที่ตัวเองวางไว้ ทั้งที่ตั้งใจจะพาอีกคนไปเที่ยวหลังสัมมนาทว่าพวกผู้บริหารบริษัทเพื่อนกลับตื๊อเขาให้ไปดื่มด้วย ขณะที่คนไม่เอาการเอางานอย่างจงอินกำลังจะลอยตัวหนีไปกับแบคฮยอนสองคนนั่นโคตรจะน่าหงุดหงิด

 

อยากจะทำตัวขาดความรับผิดชอบบ้าง

 

แล้วก็อยากพาแบคฮยอนกลับห้องตอนนี้เลย

 

ที่จริงก็ไม่ได้คิดจะพามาด้วยให้น้องต้องอึดอัดตั้งแต่แรก แต่จะปล่อยให้นอนอยู่ห้องตามลำพังก็รู้สึกผิด พอผลออกมาเป็นแบบนี้เลยยิ่งตอกย้ำว่าเขาพลาดเองที่คิดว่าจะจัดการทุกอย่างได้เหมือนที่ผ่านมา

 

“พี่ไปเถอะครับผมอยู่กับพี่จงอินได้”

 

ร่างสูงคว้าแขนน้องก่อนออกแรงรั้งเบาๆให้อีกฝ่ายขยับเข้ามาใกล้ ใบหน้าหล่อกดลงต่ำเพื่อให้ใบหน้าอยู่ในตำแหน่งเดียวกัน ยังไม่ทันไรก็วางใจเพื่อนเขาง่ายๆแล้ว แบบนี้มันน่าให้กลับห้องหรืออยู่ต่อกัน

 

“อยู่กับหมอนั่นต้องระวัง อย่าไปหลงคารมมันให้ดื่มให้ทำอะไรก็เชื่อเข้าใจหรือเปล่า” แต่ไหนๆก็พาออกมาแล้วเกิดจะให้กลับคงถูกงอนกว่าเดิม ทางเลือกที่ดีที่สุดของชานยอลตอนนั้นจึงเป็นการพูดเตือนก่อนให้น้องไปมีอิสระ

 

“เดี๋ยวกลับมารับ”

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

“เครื่องดื่มเบาๆสำหรับมือใหม่ได้แล้วครับ”

 

“เบาจริงเหรอครับทำไมผมรู้สึกตามัวๆแล้วล่ะ”

 

“ไฟนี่หรือเปล่า”

 

“ง่า…พี่ไม่ได้แกล้งผมใช่ไหม”

 

เพื่อนพี่ชายหัวเราะเบาๆให้ด้วยความเอ็นดูก่อนจะเลื่อนค็อกเทลสุดคลาสสิกอย่างมาร์การิต้าไปตรงหน้าร่างเล็ก

 

“ตัวเล็กแค่นี้ใครจะแกล้งลง” จงอินว่าพลางนั่งเท้าศอกมองร่างเล็กด้วยความรู้สึกเพลิดเพลิน มืออีกข้างหนึ่งโคลงแก้ววิสกี้สีข้นคลั่กของตัวเองเชื่องช้า

 

“เป็นไง บรรยากาศที่นี่เยี่ยมไปเลยใช่ไหม” บาร์ลับชั้นใต้ดินของโรงแรมแห่งนี้จงอินค้นพบตอนมาออกทริปปูซานกับกลุ่มเพื่อนนักดื่มเมื่อปีก่อน เพราะคนส่วนใหญ่รู้จักแต่บาร์บนดาดฟ้าที่นี่จึงสงบเงียบดูเป็นส่วนตัว นอกจากพวกเขาสองคนที่นั่งตรงล็อบบี้บาร์ ก็มีแค่หนุ่มสาวผมบลอนชาวตะวันตกโต๊ะด้านหลังเท่านั้นที่มาใช้บริการ

 

“คิดว่าเยี่ยมกว่าต้องขึ้นไปนั่งกับพวกผู้ใหญ่นะครับ”

 

“อยู่แล้วล่ะ” สิ้นเสียงทั้งจงอินและแบคฮยอนต่างก็หัวเราะกันออกมา

 

“พี่กับพี่รองเป็นเพื่อนกันมานานแล้วเหรอครับ”

 

“ก็ตั้งแต่เรียนที่แคลิฟอร์เนียด้วยกัน” ให้ว่าตามตรงพวกเขาสนิทกันได้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะครอบครัวทำธุรกิจเอื้อประโยชน์กัน ซื้อรถย่อมต้องคู่กับประกันฯ ดังนั้นถ้ายอดขายปาร์คกรุ๊ปฯอยู่ในทิศทางที่ดี ยอดประกันภัยรถยนต์บริษัทเขาก็ต้องดีด้วย ที่เหลือก็เป็นเรื่องของความสบายใจที่จะคบกันล้วนๆ

 

“เหรอครับ ผมเป็นน้องแต่ไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับเค้าเลย…”

 

เขาเองก็ไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับแบคฮยอน รู้แค่ว่าน้องคือคนเดียวกับเด็กในรูปที่เพื่อนมักดูบ่อยๆ ท่าทางใจลอยราวกับคิดอะไรในใจนั้นไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคงไม่ธรรมดา

 

จะมีพี่ชายสักกี่คนบนโลกกันล่ะที่ขยันดูรูปน้องตัวเอง แถมไม่ใช่น้องแท้ๆ

 

กริ๊ก~

 

เผลอแปปเดียวแบคฮยอนดื่มค็อกเทลหมดไปอีกแก้ว จงอินเลิกคิ้วฟังน้องพึมพำว่า ‘อร่อยจัง’

 

“เอาเพิ่มอีกไหม”

 

ร่างเล็กมีท่าทีลังเลในตอนแรก หากสุดท้ายก็พยักหน้ารับจนจงอินต้องหันไปสั่งบาร์เทนเดอร์พร้อมกับขำเบาๆ คงเพราะรสชาติง่ายๆที่อาศัยความเปรี้ยวจากน้ำมะนาวสดนำรสเหล้า และยังโดดเด่นด้วยการตกแต่งที่ใช้เกลือทารอบปากแก้วทำให้มือใหม่หัดจิบเผลอติดใจ ประเภทขี้ตามใจอย่างจงอิน เจอคนตัวเล็กๆใสๆมีหรือจะขัดใจลง

 

“ได้แล้วครับ”

 

แบคฮยอนยิ้มเผล่ก่อนจะรับไปจิบทันที

 

“พี่รองรู้ผมต้องถูกดุอีกแน่ๆ…” ท่าทางไร้เดียงสา ขณะที่พูดความกังวลทว่ามือกลับไม่ยอมห่างจากเครื่องดื่ม เพราะดื้อตาใสแบบนี้หรือเปล่าเพื่อนของเขาถึงได้หวงนัก

 

“แต่อร่อยจริงๆนะครับ แหะ”

 

“เป็นเด็กดีน่ะก็ดี แต่ไม่ต้องฟังมันทุกเรื่องหรอก”

 

จงอินสอน

 

“ต้องรู้จักบอกสิ่งที่ตัวเองต้องการบ้างรู้ไหม”

 

คนเผด็จการอยากได้อะไรก็ต้องได้โดยไม่สนวิธีการแบบนั้น ถ้าเรายอมทุกอย่างจะไปสนุกอะไร

 

“แล้วพี่รองชอบคนแบบไหนเหรอครับ” พอจงอินหันไปอีกทีก็พบว่าน้องเลื้อยลงไปฟุบกับเคาน์เตอร์บาร์แล้ว ทั้งยังตะแคงหน้าทำตาแป๋วมองกันก่อนถามอะไรที่ทำให้เขาต้องหัวเราะอีก “พี่รู้หรือเปล่า…”

 

“แบบไหนน่ะเหรอ”

 

“อื้อ เป็นเพื่อนกันก็ต้องรู้สิ”

 

“ฮ่ะๆ”

 

“สวยๆ หุ่นดีๆ เอาใจเก่งแบบพวกคุณเลขาหรือเปล่า”

 

“เอาใจเก่งก็ดี แต่ง่ายไปก็น่าเบื่อ”

 

“แล้วแบบไหนดีกว่ากันครับ”

 

“เอาใจเก่งสิครับ”

 

“ง่ะ…”

 

“แต่ก็ควรรู้จักใช้เสน่ห์ของตัวเองให้เป็น เล่นตัวบ้างนิดหน่อย อย่าง่ายเกินไปมันจะดูไม่น่าสนใจ”

 

“พวกพี่เข้าใจยากจัง”

 

“ฮ่ะๆ”

 

“คนจืดชืดอย่างผมไม่เข้าใจหรอก…” เสียงงึมงำในลำคอกับเปลือกตาสีอ่อนที่ม่อยไปหน่อยหนึ่งจงอินมองแล้วอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปลูบศีรษะ

 

 

หมับ!

 

 

ทว่ายังไม่ทันได้สัมผัสโดนแม้แต่ปลายเส้นผมก็มีคนมาคว้าแขนเขาไว้เสียก่อน พอหันไปมองจงอินก็ไม่แปลกใจ ร่างสูงเจ้าของใบหน้าหล่อแต่ดุเสมอต้นเสมอปลายนั่นน่ะ… รู้เวลาดีจริงๆ!

 

 

“หวงจังวะ”

 

“ฉันไม่ใช่คนใจกว้างอยู่แล้ว”

 

“เพื่อนจะเอ็นดูน้องไม่ได้เลยหรือไง”

 

“แค่คิดก็พอไม่ต้องเอามือเข้าไปจับ”

 

“ให้ตาย…” จงอินส่ายหน้าไม่อยากจะเชื่อก่อนกระดกเหล้าเข้าปาก มองไอ้คนขี้หวงเข้าไปประคองตัวน้องให้ลุกขึ้นนั่งดีๆ อาการคอพับคออ่อนทำตาปรือมองไปรอบๆทำให้ร่างสูงต้องหันไปถามคนที่ยังมีสติดีอยู่

 

“นายเอาอะไรให้แบคฮยอนดื่ม”

 

“มาร์การิต้า อย่าถามล่ะว่ากี่แก้วบอกเลยไม่ได้นับ” คนฟังหลับตาแน่นพร้อมกับถอนหายใจ ในใจคงโคตรอยากด่าแต่ทำได้แค่พูดออกมาอย่างใจเย็น

 

“ขอบคุณที่เลี้ยง แต่อย่าหวังว่าฉันจะให้มีครั้งหน้า”

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

 

“เดินดีๆได้ไหม ถ้ายังเป็นแบบนี้ฉันจะอุ้มนายกลับห้องนะ”

 

“งื้อ ผมจะเดินเอง!”

 

“ดื้อจังวะ”

 

“แล้วทำไมถึงเอาแต่พูดไม่เพราะล่ะครับ!”

 

“…”

 

“ทำไมต้องเอาแต่ดุผมด้วย อ๊ะ…” ร่างสูงใจหายวาบตอนที่น้องเดินสะดุดเท้าตัวเองจนเกือบหน้าคะมำ ดีที่เขาดูอยู่ตลอดถึงคว้าเอาไว้ได้ แต่แบคฮยอนก็ยังไม่เลิกพยศ ทั้งที่เดินเซจนแทบพยุงร่างตัวเองไว้ไม่ไหวแต่ก็ยังคอยแต่ผลักไสเขาออก

 

ไม่ยอมให้อุ้ม

 

ไม่ยอมให้ช่วยประคอง

 

บอกแต่ว่าเดินเองได้ โตแล้ว เลยเป็นเหตุให้ทะเลาะกันมาตลอดทางแถมยังเดินได้ไม่ถึงไหนทั้งที่โรงแรมอยู่ตรงหน้านั่นแล้วแท้ๆ

 

“เจ็บหรือเปล่า ดูหน่อย”

 

พอเห็นว่าน้องเงียบไปนานแถมเข่าข้างหนึ่งก็ยังปักแช่อยู่บนพื้นทรายร่างสูงก็ก้มลงไปดู ค่อยๆประคองน้องให้ลุกขึ้นก่อนช่วยปัดทรายออกจากขากางเกง

 

ลมเย็นพัดมาเอื่อยๆแต่ก็ไม่ได้รู้สึกหนาวคงเพราะน้ำเมาไหลเวียนอยู่ในกาย เสียงคลื่นซัดหาดทรายดังเป็นละลอก เคล้าบรรยากาศตอนกลางคืนที่ดูเงียบลงถนัดตาเมื่อเด็กคออ่อนหยุดส่งเสียงเอาดื้อๆหลังจากชานยอลแบกขึ้นหลังมุ่งหน้ากลับห้องพักโดยไม่ให้ต่อรอง

 

 

 

 

ชานยอลวางน้องลงเมื่อเข้ามาถึงห้องน้ำ ยิ่งไฟสว่างก็ยิ่งเห็นชัดว่าผิวขาวๆของอีกฝ่ายแดงระเรื่อแค่ไหน แต่นั่นไม่ได้น่าหวั่นใจเท่ากับที่แบคฮยอนยังเอาแต่เงียบ

 

“เจ็บล่ะสิ”

 

“ไม่ได้เจ็บสักหน่อย”

 

“แน่ใจ?”

 

“อือ”

 

ร่างสูงหลุบตาลงมองข้อเท้าข้างที่น่าเป็นห่วง เพิ่งหายยังไม่ทันไรก็ทำอวดเก่งเดินเองจนเผลอสะดุดแบบนี้มันน่าดุไหมล่ะ

 

“จะดุผมอีกหรือไง”

 

แต่เสียงที่พูดเหมือนรู้ทันทั้งที่สติไม่สมบูรณ์นั้นก็ทำเขาอดยิ้มในใจไม่ได้ แบคฮยอนในสภาพตาปรือ ยืนเหมือนตุ๊กตาลมที่เขาต้องคอยช่วยจับแขนให้ยืนดีๆถึงจะไม่ล้มนี่น่ะ น่าตี…

 

“ก็ดื้อไงล่ะถึงต้องดุ”

 

“แล้วทำไมต้องดุ ถ้าดื้อแล้วพูดดีๆไม่ได้เหรอผมเสียใจนะ”

 

“…”

 

“ผมไม่ชอบให้พี่พูดไม่เพราะเลย”

 

แต่ก็น่ารักชะมัด

 

“พูดเพราะๆสิ ผมอยากให้พี่รองพูดเพราะๆกับผมบ้าง” ชานยอลมองริมฝีปากเล็กขยับว่า ใบหน้าหวานงอง้ำแต่กลับดูน่ารัก

 

“พูดหน่อย”

 

“อ…” คล้ายกำลังเสียอาการตอนที่มีเด็กเข้ามารบเร้าด้วยการเขย่าแขนเร่ง ทั้งยังเงยหน้าขึ้นออดอ้อน สายตาเว้าวอนแต่ก็ออกคำสั่งอยู่ในที

 

“ผมอยากฟังอ่าทำไมพี่ไม่พูดเลย”

 

แบคฮยอนคงไม่รู้หรอก

 

“พี่รองพูดเพราะๆกับแบคฮยอน พูดหน่อยค้าบ พูดให้ฟังหน่อย...”

 

ว่าการทำแบบนี้มันอันตรายต่อตัวเองขนาดไหน

 

“ผมจะโกรธแล้วนะ”

 

พี่หรือเปล่าที่ต้องโกรธ

 

ร่างสูงถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ มองดูเด็กที่ตอนแรกบึนปากงอแงเหมือนจะร้องไห้เต็มที่ทว่าตอนนี้กลับเปลี่ยนสีหน้ารวดเร็วเมื่อรู้ว่ากำลังจะถูกตามใจ

 

น่ารัก...

 

“เตือนแล้วแต่ก็ยังเมาแบบนี้น่ะ ไม่อยากตามใจเลยครับ…”

 

แต่สุดท้ายก็ต้องตามใจ ตามใจอีกฝ่ายด้วยการพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มและเพราะที่สุดเท่าที่เคยทำ แล้วก็ตามใจตัวเองด้วยการกดปลายจมูกลงกลางศีรษะทุยอย่างเอ็นดู

 

“อาบน้ำไป จะได้สร่าง”

 

“ไม่อาว ตัวไม่เหม็นสักหน่อย” ชานยอลว่าตัวเองชักแย่ลงทุกทีแล้วล่ะ เขาไม่ควรจะมองเด็กคนนี้ในสภาพนี้นาน

 

“ดมดูเลย” ใบหน้าซื่อหยาดเยิ้มฤทธิ์น้ำเมาดูทั้งดื้อทั้งอ้อน กับริมฝีปากเจื้อยแจ้วบอกสิ่งที่ตัวเองต้องการ ต่างจากเวลาปกติที่พูดอะไรก็เชื่อฟังนั้นกำลังจะทำให้เขาหมดความอดทน

 

“พูดอีกได้มั้ย”

 

“…”

 

“ผมอยากฟังพี่พูดอีกอ่า”

 

“อาบน้ำก่อนครับ”

 

“พี่รองพูดให้แบคฮยอนฟังก่อน”

 

“ก็พูดอยู่นี่ไง”

 

อันนี้เรียกว่าดุต่างหาก

 

เด็กบ้า…

 

เขาสูดหายใจไปกี่รอบแล้วรู้บ้างไหม

 

“สรุปแล้วจะอาบเองดีๆ หรือจะให้พี่อาบให้ครับ”

 

“โตแล้วใครเค้าอาบน้ำให้กัน”

 

“ถ้างั้นก็อาบเอง”

 

“แต่ผมเมานี่นาจะอาบเองได้ยังไง”

 

สาบานเลยว่านอกจากตอนที่อยู่กับเขา ชานยอลจะไม่ให้เด็กคนนี้แตะน้ำเมาอีกเป็นอันขาด

 

คิก ไม่ต้องอาบหรอกเนาะ”

 

“นับถึงสามถ้ายังงอแงอยู่…”

 

“ผม—”

 

“จะถูกพี่ทำโทษแล้วนะครับ

 

“…”

 

“หนึ่ง”

 

“แต่ตัวผมไม่เหม็นเลย—”

 

“สอง”

 

“งื้อ…” ร่างสูงคว้าหมับเข้าที่เอวเด็กดื้อขี้โกงที่กำลังจะมุดหนีตรงช่องว่างระหว่างตัวเขากับฉากกั้นอาบน้ำ

 

 

 

สาม

 

 

 

สิ้นคำประกาศิตดั่งสูญสิ้นความอดทน ร่างสูงไม่สนแล้วว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดต่อจากนี้คือการกระทำของผู้ใหญ่รังแกเด็กหรือไม่ เพราะถึงบอกไม่ใช่…

 

 

มันก็ดูใกล้เคียงอยู่ดี

 

 

“ฮื่อ ปล่อยผมนะ” ชานยอลจับร่างพยศในอ้อมแขนปลดเปลื้องเสื้อผ้าทีละชิ้น คนเมาร้องโอดครวญคล้ายจะเริ่มสร่างตอนที่เขาเปิดฝักบัวราดลงบนร่างโดยลืมไปว่ายังไม่ได้ปรับอุณหภูมิ ความเย็นทำให้ร่างน้อยผวาจนเผลอซุกหาไออุ่นจากตัวเขา

 

ชานยอลหัวเราะ

 

แสดงความรับผิดชอบและสำนึกผิดด้วยการกระชับกอดร่างล่อนจ้อนนั้นไว้แล้วแนบริมฝีปากลงบนหลังคอสวยซ้ำๆ

 

“พี่แกล้งผม...”

 

“ขอโทษ…”

 

เขาว่าเสียงทุ้มดูสุภาพ

 

ก่อนลากริมฝีปากหาใบหู

 

ขมับ

 

และฝังจมลงที่ข้างแก้มสีแดงเรื่อ

 

“แต่บอกแล้วไงว่าจะทำโทษ”

 

ก่อนหน้านี้คอยบอกตัวเองในใจเป็นร้อยครั้งว่าอย่าฉวยโอกาสตอนน้องเมาแต่เพราะแบคฮยอนยังเอาแต่ต่อปากต่อคำไม่หยุด พาตัวเองเข้ามาใกล้ ออดอ้อนแบบที่ก็คงไม่รู้ตัวแล้วจะให้ชานยอลอดทนต่อไปได้อย่างไร

 

“เด็กโง่”

 

“ผมไม่ใช่เด็กสักหน่อย …” ร่างน้อยเผลอส่งเสียงประหลาดตอนที่ใบหน้าหล่อซุกเข้าหาซอกคอระหง ท่าทางมึนงง และดูตกใจไม่น้อยตอนที่ชานยอลวางมือลงบนสะโพก

 

แล้วรู้มั้ยผู้ใหญ่เค้าทำอะไรกัน

 

ปัดป่ายไปทั่วความนุ่มหยุ่น บางครั้งก็แกล้งเคล้นคลึงเบาๆจนแก้มก้นขาวขึ้นรอยมือ…

 

“ว่าไงครับ”

 

ร่างขาวสั่นสะท้านน่าเอ็นดู

 

“ตอบพี่ได้หรือยังว่าเด็กกับผู้ใหญ่ต่างกันยังไง”

 

“เอามือออกไปนะครับ ฮือ…” ร่างเล็กพยายามพลิกตัวหนี ดีดดิ้นสุดกำลัง แต่คนขี้แกล้งก็ยังจะตามมาโอบรัดจากด้านหลังทั้งยังสัมผัสสิ่งที่ทำให้แบคฮยอนอายจนแทบร้องไห้ออกมา

 

“ตรงนั้นจับไม่ได้นะ อ๊ะ!

 

ดวงหน้าหวานแดงซ่าน บิดเบี้ยวด้วยความทรมานทว่าคนตัวโตกว่าไม่ยอมหยุดการกระทำ กลับสัมผัสมันอย่างจาบจ้วง ชักนำแสดงความชำนาญจนร่างเล็กแทบยืนแบกรับความรู้สึกนั้นไม่ไหว

 

มือเรียวข้างหนึ่งยันกระจกฉากกั้นอาบน้ำ อีกข้างพยายามรั้งข้อมือคนโตกว่าให้หยุดการกระทำแม้มันจะไม่เป็นผลใดๆเลยก็ตามที

 

“พี่ครับ…”

 

ความรู้สึกคล้ายถูกหลอกให้ขึ้นเครื่องเล่นโลดโผน

 

สมองโล่งโพลน นัยน์ตาพร่ามัวไม่กล้าก้มลงมองข้างล่าง ยิ่งถูกพาขึ้นไปในจุดที่สูงขึ้นเท่าไหร่ร่างกายก็ยิ่งออกอาการเกร็ง ปลายเท้าเขย่งเริ่มไม่ติดพื้น และแทบจะลืมหายใจ

 

“ฮื่อ… ผมจะฟ้องพี่ใหญ่”

 

“บอกให้ละเอียดด้วยล่ะว่าโดนแกล้งยังไงบ้าง” ร่างสูงท้าทายอย่างไม่กลัว แบคฮยอนในอ้อมแขนของเขาดูบอบบางแต่พอคิดว่าถ้าปล่อยไว้แบบนี้คงยิ่งน่าสงสาร มาขนาดนี้แล้วยังไงก็ต้องพาไปให้ถึงฝั่ง

 

“ขอร้องอ.ะ..แบบนั้นมัน…”

 

“หืม...”

 

…”

 

“…”

 

“เสียว…”

 

ร่างสูงยิ้มให้อย่างเอ็นดู ก้มลงจูบขมับน้อยเป็นการปลอบประโลมพลางเร่งมือ คล้ายจะบอกเจ้าของร่างสั่นสะท้านนั้นว่าใกล้แล้ว…

 

“ม ไม่ไหวแล้ว”

 

“คราวหลังเตือนจะฟังมั้ย”

 

“พี่ครั.บ…”

 

“ถ้าพี่เตือนแบคฮยอนจะฟังใช่มั้ยครับ”

 

“ฟ…”

 

“…”

 

“ฟางค้าบ…” ปากแดงเรื่อเปล่งเสียงแผ่ว ทั้งที่ถูกแกล้งให้ทรมานแทบขาดใจแต่ก็ยังต้องเอ่ยในสิ่งที่คนเจ้าเล่ห์และแสนเผด็จการต้องการจะฟัง

 

“จ จะเชื่อฟังพี่รองคนเดียวเลย อา…”

 

 

เสี้ยววินาที

 

ความรู้สึกราวถูกจุดพลุในหัวก็จางลง

 

น้ำจากฝักบัวที่ร่างสูงเป็นผู้เปิดยังคงไหล

 

คนที่กึ่งเมากึ่งได้สติพิงศีรษะกับฉากกระจกอย่างอ่อนแรง ได้ยินเสียงหัวเราะทุ้มๆแฝงด้วยความเอ็นดูใกล้เข้ามาก่อนที่แบคฮยอนจะถูกขโมยจูบที่แก้ม

 

 

“มาอาบน้ำมา…”

 

 

 

 

 

TBC.

 

 

 

 

 

พบผีที่ทะเลหนึ่งอัตราคะะ @,.@

มาว่ากันด้วยเรื่องสติ๊กเกอร์โกรธของ CEOPARK และตัวพีชปญอ.ของ BHyunee ฮ่า

*แนบรูปปลากรอบ*

 

 

 

 

 

ฝากเอ็นดูน้องเย้อๆน้า #ฟิคชานฮยอง

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.199K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,385 ความคิดเห็น

  1. #10366 chanbaekjan (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2564 / 03:39
    คนขี้แกล้งงงงง น้องยังเด้กนะะ
    #10,366
    0
  2. #10332 Hollydecemx (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 มีนาคม 2564 / 09:50
    บ้าเอ้ยย ไข้จะขึ้นเขิลมั่ยไหว
    #10,332
    0
  3. #10331 Hollydecemx (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 มีนาคม 2564 / 09:50
    ข้าวจะพุ่งออกจากปากเเล้ว
    #10,331
    0
  4. #10326 bwillisb (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 มีนาคม 2564 / 08:39
    กรีเสสสสสสส ชายรองไมาไสฟากบกาย/ตอบด กรี้สสสสสสสสสสสส
    #10,326
    0
  5. #10299 Tong Tong Junkomjon (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2564 / 15:22
    บ่ไหวเลยค่า บ่ไหวเลย เขินกว่าน้องแบคฮยอนก็คนอ่านนน ฮื่อออ
    #10,299
    0
  6. #10267 HoneyB'c (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 / 20:00
    กรี้ดดดดดดดดดดด ทำไมพี่รองทำแบบนี้ค๊าาาาาาาาา >[]<
    #10,267
    0
  7. #10244 Louknam13 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 / 07:21
    พี่รองงงงงง
    #10,244
    0
  8. #10226 hyunee.B (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 มกราคม 2564 / 14:34

    กรี้ดดดดดดแก้งน้องๆๆๆอีกนะๆๅๅอิอิอิอิ
    #10,226
    0
  9. #10203 Lowland (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 มกราคม 2564 / 01:04
    กรี๊ดดดดดดดด คนฉวยโอกาส
    #10,203
    0
  10. #10180 YunewG (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 มกราคม 2564 / 00:25

    กรี๊ดดดด พี่รองแกล้งน้องแบคฮยอน
    #10,180
    0
  11. #10160 kkkkkkkkkkk3 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 มกราคม 2564 / 20:51
    พ..พี่คะกรี๊ดดดดวไวกมแานหหากา
    #10,160
    0
  12. #10121 Samorn1 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มกราคม 2564 / 23:30
    เขินจ้าาาาา
    #10,121
    0
  13. #10059 byjxja ツ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 23:47
    พี่รองงง!!! าหาเยฟวดาเยไยรเ
    #10,059
    0
  14. #10040 ChungWila (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 17:26
    โอ้ยยยยยอิพี่ลวนลามน้อนนนนนนนนนนนนิสัยไม่ดี!!
    #10,040
    0
  15. #9935 dianeee (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 มกราคม 2564 / 11:42
    หืดหาดดดดดดดดด@^]°°{♤`[`]•♤♤`]`^#¥×฿+£×฿฿+;'หยๆ
    #9,935
    0
  16. #9900 Chinwara (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 23:57
    อมกอมกอมกๆๆๆๆๆๆๆๆฟฟอุ่กบหาห่ไยฟร่หาหยแยแหยหยยแ มุแง้
    #9,900
    0
  17. #9895 sunny lin (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 20:27

    ทำไมสติ๊เกอร์ไม่เข้ากับท่าซีอีโอปาร์คเลย 55555555 น่ารักมากกกกกก

    #9,895
    0
  18. #9791 안시리민 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2563 / 21:09
    เเรงมากนะคะพี่รอง ทนไม่ไหวเเล้วล่ะสิ
    #9,791
    0
  19. #9790 FAHS♡ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2563 / 17:17
    กรี๊ดดดดดดดดดดด ใจไม่ไหวววววววววแร้ว
    #9,790
    0
  20. #9788 เสี่ยว'หมิง♡ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2563 / 12:34
    ผีทะเลลลล
    #9,788
    0
  21. #9644 Jennysupat18 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2563 / 12:15
    อิคนบ้าอิคนผีทะเล`○`
    #9,644
    0
  22. #9629 PuifaiSaowapa (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2563 / 17:18
    พี่คะะะะ ผัวมากกก
    #9,629
    0
  23. #9610 bbhrrpcy (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2563 / 21:17
    แรงมากนะพี่รอง!!! ปล.ชอบสติ๊กเกอร์มากเอ็นดู555555
    #9,610
    0
  24. #9544 Fahak61 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 / 06:58
    ไอคนผีทะเลลล ม่ายยน้าาา >< //ทำอีก ทำอีก เอาอีก เอาอีก
    #9,544
    0
  25. #9517 adobecs3 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 / 23:13
    เขิงตัวแตก ไม่ไหวแน้วววเววววว
    #9,517
    0