HYUNG 형 | Chanbaek -END-

ตอนที่ 10 : CHAPTER 09 | ใส่ใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18,281
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,142 ครั้ง
    27 ก.ย. 63

 

 

09

 

 

 

 

 

 

 

 

“คุณแบคฮยอนค่า”

 

ร่างสูงลุกขึ้นเดินตามเสียงเรียกชื่อนั้นแทบจะทันที ใบหน้าหล่อซึ่งอยู่เหนือช่องติดต่อก้มลงเพื่อแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ห้องยาว่าเป็นญาติเจ้าของชื่อ ก่อนจะรับฟังคำแนะนำการให้ยารวมถึงค่าใช้จ่ายต่าง ๆ โดยเลือกจะมองข้ามเสียงพูดตะกุกตะกักและการถูกลอบมองหน้าในขณะที่เขากำลังจรดปลายปากกาเซ็นชำระเงินด้วยบัตรเครดิต

 

“เรียบร้อยแล้วเหรอครับ”

 

ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นถามเมื่อร่างสูงกลับมาหยุดยืนตรงหน้าอีกครั้ง ชานยอลแค่ขานรับในลำคอสั้น ๆ แล้วส่งถุงยาในมือให้อีกคนรับไปถือรวมกับเสื้อสูทของตัวเองที่เคยได้ฝากไว้ก่อนหน้านี้

 

จากนั้นก็ทำหน้าที่บุรุษพยาบาลชั่วคราว เข็นวีลแชร์ที่น้องนั่งไปตามทางเดิน

 

“เป็นอะไรไป”

 

“ครับ?”

 

“ก็เห็นไม่พูดมากเหมือนตอนมา” แบคฮยอนไม่ได้เป็นเด็กพูดมากเพียงแต่ปากชานยอลมันว่าไปอย่างนั้น เขาสามารถพูดจาดีและหว่านล้อมใจคนกี่คนก็ได้ทว่ากับแบคฮยอน…คุณชายรองกลับชอบที่จะเห็นน้องทำปากคว่ำหน้ามุ่ยเวลาที่โดนตัวเองแกล้งมากกว่า

 

“ถ้ายังรู้สึกไม่ดีขึ้นฉันจะให้หมอตรวจอีกรอบ”

 

“พอเถอะครับ” เสียงตอบโต้เหมือนเหน็ดเหนื่อยเต็มทีทำเอาคนตัวโตนึกขำอยู่ในใจ “เพราะถ้าจะอย่างนั้นเราคงต้องเปลี่ยนโรงพยาบาลแล้วล่ะ…”

 

ก็คงจริงอย่างที่แบคฮยอนว่า เพราะไม่ว่าจะการเอกซเรย์ร่างกายโดยละเอียดหรือวิธีไหน ๆ ที่ทำได้ชานยอลล้วนให้คุณหมอโรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้ทำมาหมดแล้วทุกอย่าง นับเป็นเคราะห์ดีที่นอกจากข้อเท้าแพลง ก็ตรวจเจอแค่รอยฟกช้ำตามแขนขาเท่านั้น ไม่อย่างนั้นตอนนี้คงไม่มีทางได้เห็นสีหน้าคลายกังวลของคุณชายรองแน่

 

“ตรวจละเอียดก็ดีแล้ว พี่ใหญ่จะได้ไม่มาว่าฉันดูแลนายไม่ดี”

 

“อ่อ เพราะพี่ใหญ่นี่เอง…” ร่างสูงเข็นวีลแชร์มาหยุดตรงทางลงบันไดหน้าโรงพยาบาล นอกจากกลุ่มผมสีน้ำตาลธรรมชาติของเด็กในปกครองสายตาของเขาก็ไม่ได้สนใจสิ่งอื่น

 

“พี่ใหญ่ก็ส่วนหนึ่ง เรื่องของฉันก็ส่วนหนึ่ง”

 

“ผม…ไม่ค่อยเข้าใจครับ”

 

“ในฐานะเจ้านาย ฉันเป็นคนพานายออกไปการที่นายบาดเจ็บฉันก็มีส่วนที่ต้องรับผิดชอบ แต่ถึงเป็นนอกเวลางานฉันก็ต้องทำอยู่ดี” พอน้องเงยหน้าขึ้นทำตาใสซื่อร่างสูงก็เคาะหน้าผากมนเบา ๆ ด้วยสองนิ้วเป็นการเตือนความจำ

 

“เพราะนายอยู่ในความดูแลของฉันไงเด็กโง่”

 

“ดูแลอะไรกัน พี่กำลังทำร้ายร่างกายผมชัด ๆ…” ร่างสูงทำหูทวนลมแกล้งไม่ได้ยินเสียงบ่นเบา ๆ นั้น แต่บอกให้น้องนั่งรอขณะที่ตัวเองจะต้องไปเอารถ ไม่ลืมฝากแบคฮยอนไว้กับบุรุษพยาบาลบริเวณใกล้ ๆ ให้ช่วยรับช่วงดูแลแทน

 

 

 

 

 

คุณชายรองขับรถถึงบ้านเป็นเวลาเดียวกับที่ดวงอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้า แบคฮยอนค่อย ๆ เปิดประตูลงจากรถโดยไม่ร้องขอความช่วยเหลือจากเขาสักแอะ ทั้งที่ร่างกายเคลื่อนไหวได้ไม่ปกติเหมือนอย่างเคยทว่ากลับพยายามทำทุกอย่างด้วยตัวเอง

 

ร่างสูงเองก็ปล่อยให้อีกคนเติบโตตามธรรมชาติ ไม่ได้คิดจะประคบประหงมไปตลอดราวกับน้องยังเป็นแค่เด็ก ๆ เขาเดินเอาไม้ค้ำยันที่แบคฮยอนคงจะต้องใช้อีกหลายวันไปส่งให้ แล้วถอยออกมาตามห่าง ๆ ส่วนสัมภาระที่เหลือเขาเป็นคนถือเอง

 

ให้อุ้มไหม

 

ซุ่มเสียงที่เอ่ยถามแอบเห็นคนเจ็บเสียจังหวะการเดิน

 

“ผมอยากลองเดินเอง...”

 

ร่างสูงพยักหน้า อันที่จริงพอรู้อยู่แล้วว่าแบคฮยอนจะต้องพูดแบบนี้ ไม่มีทางเลยที่เด็กคนนี้จะยอมให้เขาอุ้มต่อหน้าคนในบ้าน ท่าทางทุลักทุเล ยิ่งตอนเห็นว่าอีกฝ่ายเกิดชะงักยามเมื่อเจอขั้นบันไดหน้าบ้านก็พลอยให้คนมองอยู่ข้างหลังรู้สึกผิดไปด้วย

 

ช่วงขายาวเร่งตามเข้าไปประชิดก่อนจะช่วยประคองตัวน้องให้ก้าวผ่านความกลัว แต่โล่งใจได้ไม่ทันถึงเปลาะใบหน้าหวานก็กลับมาถอดสีอีกรอบเมื่อพบว่าบันไดกลางบ้านซึ่งทอดขึ้นชั้นสอง ไกลเหลือเกิน…

 

“ไง ยังไหวอีกไหม”

 

ร่างสูงยิ้มถามอย่างคนขี้แกล้ง

 

“ค่อย ๆ เกาะราวบันไดขึ้นไปน่าจะได้นะครับ”

 

“อ้อ…” เขาเลิกคิ้ว “งั้นก็ทำเลยสิ คุณหนูคนเก่งของบ้านหลังนี้” เอ่ยท้าทายพลางนึกยิ้มในใจเมื่อเห็นว่าเด็กน้อยกำลังทำหน้าม่อยคล้ายหนักใจกับเส้นทาง

 

“อย่าสะดุดให้เห็นล่ะ”

 

“พี่ก็อย่าเข้ามาใกล้แล้วกัน”

 

คำพูดเหมือนออกคำสั่งนั่นคืออะไร แบคฮยอนจะรู้บ้างไหมว่าที่ผ่านมาคุณชายรองไม่เคยเสียเวลาหยุดรอใคร ทว่าตอนนี้เขากลับสามารถยืนจับตาดูเด็กคนหนึ่งกำลังหัดตั้งไข่เดินโดยที่รู้สึกว่ามันก็สนุกดี

 

กลับมากันแล้วหรือคะ

 

อ๊ะ...”

 

เสียงแหบกังวานอย่างมีอายุดังมาจากมุมหนึ่งในบ้านเกือบทำร่างเล็กสะดุดขั้นบันได โชคดีที่ชานยอลถึงตัวไวน้องจึงไม่ได้บาดเจ็บตรงไหนเพิ่ม

 

“นั่นเท้าคุณหนูไปโดนอะไรมา ทำไมมีผ้าพันแผล”

 

ผู้ชราวัยหรี่ตามองหลังจากพบว่าคุณหนูของบ้านกลับมาในสภาพที่ไม่เหมือนเดิม ข้างกายหล่อนมีไม้เท้าคู่ใจและเด็กรับใช้อีกสองคน

 

“เกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยน่ะครับ”

 

คนตัวเล็กตอบเสียงอ่อย

 

“อุบัติเหตุหรือคะ”

 

“ครับ ผมไม่ระวัง…”

 

“เรื่องมันยาวเอาไว้ค่อยเล่าแล้วกันนะครับ” คุณชายรองเอ่ยแทรก ใบหน้าไม่ได้บ่งบอกถึงความรู้สึกใด เขาแค่พยักพเยิดหน้าให้สาวใช้เข้ามารับสัมภาระที่ตัวเองถือรวมถึงไม้ค้ำท่อนแขนที่แบคฮยอนหนีบไว้แนบกาย

 

อ๊ะ!

 

ก่อนจะถือวิสาสะช้อนร่างเล็กขึ้นอุ้มโดยไม่ถามแม้แต่ความสมัครใจของเจ้าตัว

 

“เดี๋ยวแบคฮยอนจะต้องทานยา รบกวนคุณนมให้เด็กทำอาหารอ่อนขึ้นมาให้หน่อยนะครับ” สิ้นเสียงร่างสูงค้อมศีรษะเป็นการขอบคุณและบอกลาผู้อาวุโสของบ้านทันที เขาก็เป็นอย่างนี้ หากไม่อยากคุยไม่ว่าใครก็สามารถตัดจบบทสนทนาได้ทั้งนั้น

 

ตลอดทางบันไดแบคฮยอนเอาแต่จิกไหล่ของเขาแน่นไม่รู้ว่ากลัวจะตกลงไปหรือไม่ชอบใจที่เขาทำแบบนี้กันแน่ แต่ชานยอลไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่าต้องการพาอีกฝ่ายไปส่งให้ถึงห้องนอน ซึ่งการที่แบคฮยอนไม่ยอมอยู่เฉยนั้นก็ไม่ง่ายเลยจริง ๆ

 

“ถ้ารู้ว่าตัวเองไม่ได้เบาก็อย่าดิ้น”

 

“ถ้าหนักก็รีบวางลงสิครับ”

 

“กลัวคุณนมงั้นสิ”

 

“ผมไม่ได้กลัวคุณนม”

 

“งั้นเหรอ”

 

“ผมกลัวพี่หนักนะ ไม่อยากเป็นภาระ” สุดท้ายร่างเล็กก็ถูกอุ้มมาจนถึงเตียง ร่างสูงค่อย ๆ วางเขาลงก่อนประตูห้องจะถูกเปิดเข้ามาตามด้วยสาวใช้คนที่ให้ช่วยถือสัมภาระ และพี่เลี้ยงคนสนิทของน้อง

 

“คุณหนูเป็นอะไรคะ—”

 

“คุณหนูของเธอยังไม่เป็นอะไรไปง่าย ๆ หรอก” ถึงจะบอกแบบนั้นทว่าพี่เลี้ยงของน้องกลับยังคงมีสีหน้าเป็นกังวล “ลงไปเอาถุงน้ำแข็งให้หน่อย”

 

“ถุงน้ำแข็งหรือคะ”

 

“เดี๋ยวต้องประคบเย็น ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนคุณหนูเธอเองไม่ต้องห่วง”

 

“อ…”

 

“ไปเถอะ”

 

“ค่ะ คุณชายรอสักครู่นะคะ” ร่างสูงนั่งลงข้าง ๆ คนตัวเล็ก มือค้นดูถุงยาทานของน้องเล่นราวกับสนใจมันมากมายทั้งที่ใบหน้าแสนจะเฉยชา

 

แกร๊ก…

 

กระทั่งเสียงปิดประตูห้องเงียบลง ใบหน้าหล่อจึงค่อย ๆ เงยขึ้น

 

“พี่เลี้ยงนายคงกำลังสงสัยว่าฉันอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้นายต้องเจ็บตัว”

 

“พี่จังมีไม่ได้คิดแบบนั้นหรอกครับ”

 

“ถ้าอย่างนั้นก็บอกด้วยแล้วกันว่าวันนี้ฉันดีกับนายยังไง” แม้น้ำเสียงจะดูไม่ได้จริงจังอะไรนักทว่ากลับสร้างรอยยิ้มเล็ก ๆ ให้กับคนฟังได้

 

“กลับไปพักก็ได้นะครับ ไม่ต้องอยู่เป็นเพื่อนผมหรอก”

 

“ถ้าอยากไปฉันจะไปเอง อย่าไล่”

 

“ผมเปล่าไล่พี่สักหน่อย…”

 

จู่ ๆ ห้องนอนก็ตกอยู่ในความเงียบ แต่เป็นความเงียบที่ไม่ได้อึดอัดแบบเมื่อก่อน แน่นอนว่าไม่ใช่ครั้งแรกที่แบคฮยอนเจ็บตัวกลับมาแล้วชานยอลต้องมานั่งอยู่ตรงนี้ มันออกจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งแต่น่าขำที่ว่าความรู้สึกกลับไม่เคยเหมือนกันเลยสักที

 

ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ความอึดอัดกลายเป็นความสบายใจ ตั้งแต่ตอนไหนที่พวกเขาทั้งคู่สามารถใช้เวลาอยู่ด้วยกันได้นานแบบที่ไม่มีเสียงสนทนาหากแต่ก็ไม่ได้อยากจะลุกหนีไปไหน กลับอยากที่จะนั่งต่อไปนาน ๆ

 

“ที่จริงผมควรจะพูดคำนี้ตั้งนานแล้ว แต่พี่ยุ่งจนผมไม่มีโอกาสได้พูด ผมหมายถึงวันนี้พี่ต้องวุ่นวายก็เพราะผม…”

 

แบคฮยอนค่อยๆหันไปมองคนข้าง ๆ

 

ขอบคุณนะครับ”  

 

ก่อนจะพบว่าอีกฝ่ายมองหน้าเขาอยู่ก่อนแล้ว

 

“เพิ่งเริ่มฝึกงานแต่ผมกลับสร้างปัญหา แถมไม่ได้ไปลงเวลาออกงานที่ฝ่ายบุคคลอีกแล้ว” ถึงจะอ่านสายตาไม่ออก แต่ไม่ง่ายเลยที่แบคฮยอนจะมีโอกาสได้เห็นรอยบุ๋มแสนขี้เล่นที่ข้างแก้มของอีกฝ่าย พอคิดว่าชานยอลกำลังยิ้มเพราะเขาแบคฮยอนก็อดยิ้มตามไม่ได้

 

เท้าเล็กข้างที่ไร้ผ้าพันแผลเผลอแกว่งเล่นไปมาอย่างสบายใจ และทั้งหมดนั้นอยู่ในสายตาของใครอีกคน

 

“ผมยินดีจะทำงานชดเชยเวลา ถ้าพี่จะเซ็นใบผ่านงานช้ากว่ากำหนดผมก็จะไม่โกรธ”

 

“หึ แล้วคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์โกรธด้วยหรือไง”

 

ง่ะ…”

 

“ไม่ต้องห่วง…” ร่างเล็กย่นคอตอนที่มือใหญ่ตะปบลงบนศีรษะพร้อมกับบังคับให้เขาหันไปสบตา “ใจแคบอย่างฉันไม่ให้ตัวเองขาดทุนง่ายๆหรอก”

 

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

วันต่อมาแบคฮยอนยังคงทำหน้าที่นักศึกษาฝึกงาน แม้สภาพร่างกายจะไม่สมบูรณ์เต็มร้อยแต่เขาก็ยังทำทุกอย่างตามเดิม ไม่ว่าจะการเข้าบริษัทแต่เช้าหรือขึ้นมานั่งรอพี่เลี้ยงอย่างคุณเลขาคิมดาซมจ่ายงานให้เฉกเช่นที่เคยเป็น

 

น่าแปลกตรงที่หญิงสาวไม่เอ่ยถามถึงความผิดปกติทางร่างกายของแบคฮยอนสักคำ พอมาถึงเธอก็ง่วนอยู่กับการเติมเครื่องสำอางและจัดการเอกสารต่าง ๆ บนโต๊ะ ทำเหมือนไม่เห็นแบคฮยอนนั่งอยู่ตรงนั้นทั้งที่โต๊ะทำงานติดกัน เห็นท่าทีห่างเหินแบบนั้นแล้วเด็กฝึกงานจึงอดคิดไม่ได้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานคงไม่รอดพ้นหูตาของเธอ

 

“พี่มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ”

 

ถึงกระนั้นแบคฮยอนก็ไม่อยากเก็บมาใส่ใจ ยังคงเป็นฝ่ายเข้าหารุ่นพี่ด้วยความสุภาพเสมือนวันแรกที่เจอกัน

 

 

ตุ่บ…

 

แฟ้มเอกสารกองหนึ่งถูกนำมาวางลงตรงหน้าของเขา ตามด้วยสมุดบันทึกเบอร์โทรศัพท์และไฟล์งานที่เลขาสาวจัดการต่อเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ให้กับแบคฮยอนโดยไม่คิดจะหันมามองหน้าหรือชวนคุยเล่นเลยสักนิด

 

“ทำหนังสือตอบโต้ทางอีเมลให้เสร็จวันนี้ ส่วนจดหมายตอบรับให้ฝากเมสเซนเจอร์ไปส่งก่อนบ่ายสอง” แบคฮยอนเปิดแฟ้มเอกสารดูผ่าน ๆ แล้วพบว่ามันเยอะทีเดียว ไม่สิ…เยอะมากเลยต่างหาก “แล้ววันนี้คอยรับสายโทรศัพท์ด้วยล่ะ”

 

“ครับ”

 

“ต่อไปถ้าแผนกไหนเอาเอกสารขึ้นมาส่งฉันจะให้นายเป็นคนคัดกรอง อันไหนไม่สำคัญอย่าให้หลุดไปถึงมือบอส งานง่าย ๆ แค่นี้คงไม่เกินความสามารถไปใช่ไหม”

 

“ครับ ผมจะตั้งใจทำให้เต็มที่”

 

“หึ ก็ขอให้เต็มที่เหมือนตอนให้ท่าบอสแล้วกัน”

 

แบคฮยอนพยายามไม่สนใจเสียงพูดลอย ๆ ของเธอ หลังจากได้รับมอบหมายงานเขาก็เริ่มทำความเข้าใจไปทีละส่วนทันที เอกสารทุกอย่างแทบจะเป็นความรู้ใหม่ทั้งหมด โชคดีที่ว่าก่อนหน้านี้เคยได้ช่วยซีอีโอปาร์คกรองงานมาบ้างแล้วจึงพอถูไถไปก่อนได้

 

ส่วนเนื้อหาจดหมายที่ต้องตอบเป็นภาษาอังกฤษก็ไม่ได้ยากอะไร เพียงแต่ปริมาณงานและเวลาที่เร่งรัดเข้ามาเรื่อย ๆ ไหนจะสายโทรศัพท์ที่ดังขึ้นแทบไม่ว่างเว้นนั้นทำเอาหัวหมุนทีเดียว

 

“โนสเต็กย่ะ ช่วงนี้ฉันคุมอาหารแค่สลัดก็พอแล้ว”

 

“ฮ่ะ ๆ กินเสร็จแล้วไปดูลิปสติกกันต่อเถอะ อืม ฉันเล็งสีใหม่ไว้แกน่าจะชอบเหมือนกัน”

 

ในขณะที่แบคฮยอนกำลังทำงานมือเป็นระวิง ทั้งต้องรับโทรศัพท์ติด ๆ กัน ทั้งต้องเร่งเคลียร์จดหมายตอบโต้ พี่สาวข้าง ๆ กลับนั่งคุยโทรศัพท์กับเพื่อนด้วยความสบายใจ เห็นดังนั้นเด็กฝึกงานก็ทำได้แค่ส่ายหน้า เงยขึ้นมองนาฬิกาแขวนผนังก็พบว่าใกล้เที่ยงแล้วแต่ดูจากงานที่ยังรอให้สะสางบวกกับการเดินเหินที่ไม่ค่อยสะดวกเขาเลยคิดว่าวันนี้คงจะไม่ลงไปพักกลางวัน

 

“อุ๊ย.. เที่ยงแล้ว”

 

คิมดาซมลุกขึ้นพูด แบคฮยอนละสายตาออกจากหน้าจอเพื่อหันไปมองเธอ

 

“ฉันไปล่ะ”

 

“ทานเผื่อด้วยนะครับ” รอยยิ้มจาง ๆ ที่เด็กใหม่มอบให้อย่างเป็นมิตรทำเอาหญิงสาวเผลอทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ

 

ไม่รู้ว่าซื่อจริงหรือแสร้งทำกันแน่ ทั้งที่โดนใช้งานมาครึ่งวันกลับไม่มีบ่น เธอน่ะแกล้งอู้งานโดยการนั่งคุยโทรศัพท์เล่นไม่แม้แต่จะช่วยดึงสายที่ดังระงมติด ๆ กัน อาศัยช่วงที่บอสยังไม่เข้ามาใช้งานอื่นแทรกงานหลักสารพัดแต่เด็กคนนี้ก็ไม่เคยเอ่ยปากเกี่ยงงอนเลย กลับตั้งหน้าตั้งตาทำ แล้วก็ทำได้เรียบร้อยแบบที่เธอไม่รู้จะตำหนิตรงไหนนั่นบ้าจริง ๆ

 

“ทำให้เสร็จก่อนบ่ายสองล่ะ”

 

โคตรบ้าเลย

 

“เดี๋ยวฉันจะกลับมาดู” คล้อยหลังเลขาสาวร่างเล็กแอบลอบถอนหายใจ เขาพักสายตานิดหน่อยด้วยการพิงหลังกับพนักเก้าอี้และเหยียดแขนเต็มที่เพื่อไล่ความเมื่อยขบ

 

 

วันนี้ไม่มีเวลาแม้แต่จะลุกไปเข้าห้องน้ำหรือจับโทรศัพท์ส่วนตัว เข็มนาฬิกาดำเนินมาจนเที่ยงกว่า ๆ หากแต่แบคฮยอนยังคงมีเพียงน้ำผลไม้กับแซนวิชที่ทานมาจากบ้านเมื่อเช้าเท่านั้นตกถึงท้อง

 

คิมดาซมจงใจโยนงานทุกอย่างมาให้ ทำไมแบคฮยอนจะไม่รู้ แต่เพราะคิดว่าการมีงานทำดีกว่ามานั่งทิ้งเวลาไปเปล่า ๆ ดังนั้นเขาจึงทำโดยไม่ได้สนใจว่ามันจะเป็นงานหนักหรืองานสบาย แต่ถ้ามีเวลาให้ได้พักหายใจหายคอบ้างสักหน่อยก็คงดีอยู่เหมือนกัน

 

“อ…”

 

ระหว่างที่กำลังเคาะแป้นพิมพ์ส่งงาน เสียงรองเท้าส้นสูงของหญิงสาวคนหนึ่งได้มาหยุดตรงหน้าเป็นผลให้แบคฮยอนต้องละสายตาออกจากสิ่งที่ทำ

 

“ติดต่อเรื่องอะไรครั—”

 

“คุณชายรองอยู่ไหม”

 

“วันนี้บอสยังไม่เข้ามาเลยครับ”

 

“ไปไหน แล้วจะเข้ามาเมื่อไหร่” ร่างเล็กแอบผงะให้กับปฏิกิริยาของแขกผู้มาเยือนที่ออกจะดู…เสียมารยาทไปสักหน่อย น้ำเสียงเธอห้วนทั้งที่กำลังคุยอยู่กับคนแปลกหน้า แบคฮยอนเลยอดสงสัยไม่ได้ว่าหญิงสาวหน้าตาสะสวยแต่ดูไม่ค่อยเป็นมิตรคนนี้คือใครกัน

 

“ไม่ทราบเหมือนกันครับ บอสไม่ได้แจ้งเอาไว้”

 

“เป็นเลขาประสาอะไรเจ้านายไปไหนถึงไม่รู้”

 

“อ่า…”

 

ความจริงแล้วเขาเป็นแค่เด็กฝึกงาน แบคฮยอนกำลังจะบอก

 

“ไม่เป็นไร งั้นฉันจะเข้าไปนั่งรอในห้องก็แล้วกัน”

 

ทว่าเธอกลับตัดบทด้วยการจะถือวิสาสะรุกล้ำพื้นที่ของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้านายคนทั้งบริษัท

 

“เกรงว่าจะไม่เหมาะนะครับ”

 

“มีอะไรไม่เหมาะในเมื่อฉันเป็นผู้หญิงของเขา”

 

อ้อ…

 

“ฉันเป็นแฟนเจ้านายเธอ”

 

เด็กฝึกงานเลิกคิ้วให้กับคำพูดนั้น บอสของเขาช่างเสน่ห์แรงมีแต่ผู้หญิงต้องการตัว ในสายโทรศัพท์ที่รับมาครึ่งวันนี้ก็ล้วนแต่ถามถึงเรื่องส่วนตัวของเจ้านายมากกว่าจะเป็นเรื่องงานเสียอีก มาตอนนี้ก็มีสาวสวยมาแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของอีกแล้ว

 

หึ…

 

“ถ้าอย่างนั้นโทรฯเข้าเบอร์ส่วนตัวก่อนดีกว่านะครับ เพราะถ้าบอสไม่ได้ฝากเรื่องไว้ผมคงให้คุณเข้าไปด้านในไม่ได้” ถึงจะมานั่งอยู่ตรงนี้ได้ไม่กี่วันแต่เขาก็จดจำตารางนัดหมายของอีกฝ่ายได้ดี และนัดเดียวของซีอีโอปาร์คในวันนี้คือการพบเลย์ตอนบ่ายสองโมงตรง

 

“เธออยากตกงานหรือไง”

 

“ถึงจะพูดอย่างนั้นก็เถอะครับ บอกตามตรงว่าผมไม่รู้ว่าข้างล่างปล่อยให้คุณขึ้นมาถึงบนนี้ได้ยังไงทั้งที่ไม่มีตารางนัด แต่ไหน ๆ ก็เสียเวลามาแล้วคุณฝากธุระไว้ตรงนี้ก็ได้ครับ ถ้าสำคัญบอสคงจะรีบติดต่อกลับ”

 

“หนิ…”

 

แต่คาดเดาด้วยตาเธอคงไม่ได้มีธุระเรื่องงานจะคุยกับชานยอลตั้งแต่แรก เพราะนอกจากกระเป๋าสะพายใบเล็ก ๆ กับชุดเดรสรัดรูปตัวสั้นกุดก็ไม่ได้มีเอกสารอะไรติดมือมาเลย แถมตอนที่บอกให้โทรฯเข้าเบอร์ส่วนตัวก็มีท่าทีประหลาดอย่างกับว่าไม่เคยติดต่อกันเป็นการส่วนตัวมาก่อนเธอถึงได้มาโวยวายอยู่ตรงนี้

 

“จะฝากอะไรไว้ไหมครับ”

 

แบคฮยอนน่ะเชื่อว่าเธอเป็นผู้หญิงของชานยอล แต่แค่ไม่แน่ใจว่าคนที่ควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าแบบนั้นจะจำหญิงสาวได้ไหม ดังนั้นการที่เธอถูกปฏิเสธเพราะเด็กอย่างเขาตอนนี้บางทีอาจจะถนอมน้ำใจมากกว่ารอให้ชานยอลมาพบเองก็ได้

 

“ไม่จำเป็น ฉันจะรอเจอเขาด้วยตัวเอง—”

 

เด็กก็บอกอยู่แล้วว่าไม่ได้ คุณยังจะเสียมารยาทอีกหรือคะ” เสียงที่ดังมาจากหน้าลิฟต์สยบหญิงสาวที่พยายามดันทุรังจะเข้าห้องทำงานชานยอลได้ทันที

 

คิมดาซมสืบเท้าเดินเข้ามาด้วยท่าทางนิ่งขรึม บุคลิกดูสง่าสมกับเป็นเลขาของซีอีโอแห่งปาร์คกรุ๊ปฯ

 

“ฉันนัดคุณชายเอาไว้”

 

“แน่ใจหรือคะว่านัดเอาไว้”

 

“…”

 

“บางทีคุณอาจยังไม่ทราบว่ามีผู้หญิงอีกเท่าไหร่ที่ใช้วิธีเดียวกันกับคุณและถูกรปภ.เชิญตัวออกไป”

 

“ขู่ฉันเหรอ”

 

“ตำแหน่งเลขาอย่างฉันไม่กล้าขู่ใครหรอกค่ะ” คิมดาซมก้าวเข้าไปยืนประจันหน้ากับเธอ “ถ้าคุณไม่เชื่อจะลองดูก็ได้”

 

แบคฮยอนมองทั้งคู่จ้องตากันอย่างไม่มีใครยอมใครแล้วรู้สึกทึ่งในพลังความหึงหวงของผู้หญิง แต่ดูเหมือนครั้งนี้พี่สาวหน้าห้องจะเป็นฝ่ายชนะ

 

หึ…”

 

ผู้หญิงแปลกหน้าไม่ทราบนามคนนั้นยอมกลับไปแล้ว ท่าทางเธอดูโกรธไม่น้อยแต่คิมดาซมคงไม่รู้สึกอะไร เผลอ ๆ จะเจอสถานการณ์แบบนี้บ่อยจนชินเธอถึงรับมือได้โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาเจรจาเลย

 

“ทำไมไม่ลงไปพัก”

 

“อ่อ…” พอพ้นหลังเธอคนนั้นคิมดาซมก็หันกลับมาที่แบคฮยอนทันที “งานยังเหลือให้ทำอีกเยอะเลยครับ ผมกลัวส่งไม่ทันเลยจะรีบปั่นให้เสร็จ”

 

“คงไม่ได้ตั้งใจอดข้าวอดน้ำเพื่อให้บอสมาด่าฉันเป็นการเอาคืนหรอกนะ”

 

“ผมจะทำแบบนั้นไปทำไมกัน” แบคฮยอนส่ายหน้ายิ้ม ๆ ดาซมเดินกลับเข้ามานั่งที่ตัวเองก่อนจะวางถุงที่มีขนมเค้กหน้าตาน่าทานลงบนโต๊ะของแบคฮยอนแบบส่ง ๆ จะว่าไปวันนี้เธอกลับจากพักกลางวันเร็วเหมือนกันนะ…

 

“พี่ให้ผมเหรอครับ?”

 

“เหลือจากร้านอาหารแล้วเสียดายหรอก” ถึงพี่สาวจะว่าอย่างนั้นก็เถอะ ดูจากการบรรจุอย่างดีและหน้าตาของมันแล้วสวนทางกันโดยสิ้นเชิง

 

“ขอบคุณนะครับ”

 

ได้ยินเสียงถอนหายใจดังมาจากอีกฝ่าย แต่แบคฮยอนไม่ได้จะซักถามอะไรให้อีกคนรำคาญใจกลับเลือกวางมือจากงานแล้วเปลี่ยนมาแกะขนมเค้กทานตรงนั้นเงียบ ๆ และคงเป็นตอนนั้นที่คิมดาซมเป็นฝ่ายต้องยอมแพ้

 

“นายไม่ใช่เด็กโง่สักนิด” เธอว่าพลางเลื่อนเก้าอี้เข้ามาใกล้ “ถึงจะยังสู้รบปรบมือกับใครไม่ได้แต่ดูหน้าก็รู้ว่าไม่ได้โง่ แถมหัวเร็วชะมัด…” ดวงตาคมเฉี่ยวเหลือบมองไปทางกองเอกสารที่บางตาลงกว่าตอนแรกมาก

 

“บอกตรง ๆ ตอนที่รู้ว่าบอสจะรับนายเข้ามาฝึกงานตำแหน่งนี้ฉันอดแปลกใจไม่ได้ แต่พอคิดว่าอาจจะเพราะความเก่งหรือใครฝากนายมาอีกทีเลยเลิกติดใจแต่บอสก็ยังปฏิบัติกับนายไม่เหมือนพนักงานคนไหน”

 

คิมดาซมมีภาพลักษณ์เป็นผู้หญิงแรง ๆ แต่บางครั้งแบคฮยอนพอจะสัมผัสได้ถึงความใจดีของเธอ ไม่รู้สิ…การมองโลกในแง่ดีอาจจะดูเป็นคนหัวอ่อน แต่อย่างน้อย ๆ มันก็ช่วยให้แบคฮยอนสบายใจและใช้ชีวิตง่ายขึ้น

 

“จะว่าสอดรู้สอดเห็นก็ได้แต่ขอถามเลยแล้วกันนะ”

 

 

 

นายกับบอสเป็นคู่ขากันหรือเปล่า

 

 

 

อะแค่ก!

 

แบคฮยอนถึงกับสำลักเค้ก วุ่นให้เลขาสาวต้องช่วยส่งขวดน้ำดื่มให้ นอกจากนั้นแล้วเธอยังยื่นโทรศัพท์ที่มีรูป ๆ หนึ่งปรากฏบนหน้าจอมาอีกด้วย

 

“อะ...”

 

ถ้าหากคิมดาซมไม่เอาให้ดู แบคฮยอนก็คงจะไม่รู้เลยว่ามีภาพที่ชานยอลอุ้มเขาที่โรงงานเมื่อวาน...

 

“มีคนปล่อยรูปนี้เมื่อวาน แล้วตอนนี้มันก็แพร่ไปทั่วบริษัทไม่รู้บอสเห็นแล้วหรือยัง”

 

ไม่น่าล่ะ…เข้าบริษัทมาตอนเช้าถึงมีคนมองเขาแปลก ๆ เห็นแบบนี้แล้วแบคฮยอนรู้สึกคิดถูกจริง ๆ ที่วันนี้ไม่ได้ลงไปพักกลางวัน

 

“เมื่อวานมีอุบัติเหตุนิดหน่อย คงเพราะเป็นคนพาผมออกไปพอเกิดเรื่องขึ้นบอสก็เลย—”

 

“นายพูดเหมือนคนที่นี่ไม่รู้จักนิสัยเจ้านายตัวเอง”

 

“ไม่มีอะไรหรอกครับ บอสก็แค่มีน้ำใจ”

 

“ลองเป็นฉันเป็นลมอยู่ตรงหน้าอย่างมากเค้าก็คงเรียกให้คนเข้ามาช่วย ไม่มาอุ้มแบบนี้หรอก”

 

“อ่า…” แบคฮยอนรู้ว่าคุณเลขาปลื้มชานยอลแค่ไหนแต่เพราะไม่อยากให้บรรยากาศมันจริงจังเกินไป อีกทั้งยังไม่อยากเปิดเผยฐานะตัวเองเลยได้แต่ทำหน้าซื่อยืนยันความบริสุทธิ์

 

“ไม่มีอะไรจริง ๆ ครับ”

 

“อย่ามาทำซื่อหลอกให้ฉันตายใจหน่อยเลย”

 

“ก็ไม่มีอะไรจริงนี่นา”

 

“ถ้าคิดจะประกาศศึกน่ะพูดมาดีกว่า ฉันจะได้ประเมินคู่แข่งอย่างนายถูกว่าควรจะดีด้วยหรือร้ายตอบ”

 

“ต้องดีด้วยสิครับ ผมเป็นแค่เด็กฝึกงานจะกล้าประกาศศึกกับพี่ดาซมได้ยังไง”

 

“คิดว่าถ้าทำตาใสอ้อนแล้วฉันจะหลงกลเหรอ บอกมาเลยนะว่าระหว่างนายกับบอสมันยังไง—”

 

 

 

อยากรู้อะไรถามผมไม่ดีกว่าเหรอ

 

 

 

อ..!

 

“คุณคิมดาซม”

 

“บ บอสมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” จากตำรวจต้อนผู้ร้ายเลขาสาวกลับต้องมาตกที่นั่งจำเลยแทน ท่าทางขึงขังที่มีต่อเด็กฝึกงานก่อนหน้าหายไปในพริบตาเมื่อร่างสูงภายใต้ชุดสูทหรูสืบเท้าเดินเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าโต๊ะทำงาน

 

“…”

 

ดวงตาคมกริบหยุดมองใบหน้าหวานของเด็กหนุ่มครู่หนึ่ง ก่อนจะเลื่อนไปมองเค้กช็อคโกแลตในกล่องโฟมซึ่งหายไปแล้วเกือบครึ่ง ไม่ต้องสืบหาก็รู้ว่าใครเป็นคนทานในเมื่อครีมสีน้ำตาลเข้มยังติดเหนือมุมปากเด็กตรงหน้าจนถึงตอนนี้

 

“เดี๋ยวคุณเข้าไปคุยกับผมในห้อง”

 

“ฉันเหรอคะ”

 

“ถ้าไม่ติดอะไรเข้าไปรอตอนนี้ได้เลยครับ” ได้ยินดังนั้นไม่ว่าธุระด่วนอะไรก็ไม่สำคัญเท่าคำพูด ณ ตอนนั้นของเจ้านาย คิมดาซมรีบลุกออกจากที่นั่งแล้วตรงเข้าไปรอบอสหนุ่มในห้องทำงานทันที ทิ้งให้แบคฮยอนต้องนั่งรับมือกับร่างสูงที่บอกมีธุระจะคุยกับเลขาทว่าตอนนี้กลับยังคงยืนอยู่ที่เดิม

 

“กินยาหรือยัง”

 

“ครับ”

 

“ครับ?”

 

“เดี๋ยวจะกินแล้วครับ อ๊ะ…” มือเรียวยกขึ้นกุมหน้าผากหลังจากเพิ่งถูกคนตัวโตกว่าดีดมัน ถึงจะไม่แรงอะไรแต่ก็ทำเอารู้สึกถึงไอร้อน ดวงตาเรียวรีมองไล่หลังอีกคนที่เดินจากไปแล้วพร้อมกับได้สร้างรอยยิ้มเล็ก ๆ ไว้ให้กับคนที่ยังอยู่

 

แต่หลังจากนั้นเพียงครู่ ชายหนุ่มเจ้าของรอยยิ้มอ่อนโยนอีกคนหนึ่งก็เดินออกมาจากลิฟต์ แบคฮยอนจำได้ว่าอีกฝ่ายคือนัดเดียวของเจ้านายในวันนี้ ในตารางระบุไว้ว่านัดบ่ายสองทว่าเลย์กลับมาถึงก่อนเวลา แถมยังหิ้วเอาถุงขนมติดมือมาด้วย

 

“ไงเรา”

 

“สวัสดีครับพี่เลย์”

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

“บอสจะให้แบคฮยอนเข้าร่วมสัมมนากับบริษัทประกันฯที่ปูซานวีคหน้าแทนดิฉันเหรอคะ?”

 

“อือฮึ”

 

“ขอฉันทราบเหตุผลได้ไหม”

 

“ก็ไม่มีอะไร”

 

“…”

 

“แค่อยากลองพาไปเปิดหูเปิดตาดู”

 

“คะ?”

 

“คุณไปกับผมบ่อยแล้วคงเบื่อจะฟังเรื่องเดิม ๆ”

 

“ดิฉันเริ่มสับสนแล้วว่าอย่างไหนคือเหตุผลจริง ๆ ของบอสกันแน่” บอสหนุ่มละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์ มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าคงถูกงอนแต่ก็ไม่เห็นถึงความจำเป็นที่ต้องง้อเธอ

 

“แบคฮยอนเป็นเด็กมีความสามารถถ้าได้เจองานใหม่ ๆ คงรับได้เร็ว แต่ถ้าให้คุณไปกับผมแล้วปล่อยให้เด็กคนนั้นนั่งรับงานอยู่ที่นี่คนเดียวคงยังไม่ไหว คุณเองก็เคยเป็นเด็กใหม่น่าจะเข้าใจดี”

 

“…”

 

“มีเรื่องอื่นอยากจะถามผมอีกไหม”

 

“ถึงถามบอสก็คงไม่ตอบหรอกค่ะ” คนถูกประชดประชันกระตุกยิ้มรับอย่างไม่คิดถือสา คิมดาซมเป็นอีกคนที่รอบรู้ไม่ว่าจะด้านการทำงานหรือเรื่องส่วนตัว(ผู้อื่น) เป็นเลขาที่เขาเลือกไม่มอบความสัมพันธ์เชิงชู้สาวให้เพราะเริ่มเบื่อกับการต้องหาพนักงานใหม่ อีกอย่างเธอหัวไวและเข้าใจหลายอย่างได้ดี แม้จะพูดมากอยู่บ้างแต่หลายเดือนที่ผ่านมานี้ผลงานของเธอค่อนข้างน่าพอใจ

 

“อย่างนั้นก็ไม่มีอะไรแล้ว คุณกลับไปทำงานเถอะ”

 

“ค่ะ…”

 

ร่างเพรียวระหงลุกขึ้นจากเก้าอี้ ทว่าเดินออกไปยังไม่ทันจะคล้อยหลังเธอกลับหมุนตัวเข้ามาอีกรอบพร้อมกับประโยคบอกเล่าที่ว่า

 

“คุณเลย์มารออยู่ที่หน้าห้องแล้วนะคะ”

 

“หืม…”

 

“บอสจะให้เข้าพบเลยไหม” ซีอีโอหนุ่มหลุบตาลงมองนาฬิกาข้อมือพบว่าเกือบครึ่งชั่วโมงกว่าจะถึงเวลานัดหมาย น่าแปลกที่ผู้เป็นทั้งญาติและเพื่อนร่วมงานจะมาไวอย่างนี้ แต่พอนึกขึ้นได้ว่ามีใครอยู่หน้าห้องร่างสูงก็เปลี่ยนมานั่งเอนหลังทันที

 

“อืม ให้เข้ามา”

 

ปลายนิ้วหนาเคาะลงบนโต๊ะเชื่องช้า คล้ายกำลังคำนวณเวลาเล่น ๆ ว่าจากหน้าห้องเข้ามาข้างในนี้…อีกฝ่ายจะใช้มันนานเท่าไหร่

 

 

 

 

#ฟิคชานฮยอง

 

 

 

 

 

 

“งานฉันน่ะหนักเป็นบ้า พอหัวถึงหมอนก็หลับเป็นตายทุกทีเลย”

 

“ถึงว่าสิดึก ๆ ไม่ค่อยอ่านแชท”

 

“นายโชคดีแล้วแบคฮยอนที่ได้ฝึกบริษัทครอบครัวตัวเอง นายก็ด้วยสิท่าโอเซฮุน” หลังจากการฝึกงานผ่านไปได้หนึ่งสัปดาห์ แบคฮยอนกับกลุ่มเพื่อนก็นัดรวมตัวกันทานมื้อค่ำที่ห้างดังย่านหนึ่ง

 

อาการบาดเจ็บของแบคฮยอนตอนนี้ดีขึ้นแล้ว อาจจะลงน้ำหนักเท้าได้ไม่เต็มที่แต่ก็ไปไหนมาไหนได้โดยไม่ต้องพึ่งไม้ค้ำแล้วล่ะ (จริง ๆ วันนี้วันแรกเลยที่แบคฮยอนลองเดินโดยไม่ใช้ตัวช่วย แต่ก็ไม่วายได้เพื่อน ๆ คอยเป็นแขนเป็นขาให้อยู่ดี)

 

“เป็นผู้ใหญ่นี่มันเหนื่อยจริง ๆ แต่หน้าตานายสดใสขึ้นหนิแบคฮยอน” ซูจองเท้าคางมองหน้าเขาระหว่างตักไอศกรีมเข้าปาก “ยัยเลขานั่นไม่ได้มาวอแวแล้วล่ะสิ” เธอลองทายซึ่งมันแม่นจนแบคฮยอนต้องหัวเราะออกมาเบา ๆ

 

พวกเขามักจะแชร์เรื่องที่ทำงานในกลุ่มแชทกันเสมอ และแม้แบคฮยอนจะไม่ได้ลงรายละเอียดอะไรแต่ผองเพื่อนโดยเฉพาะซูจองกลับสามารถเข้าใจหลายเรื่องได้อย่างลึกซึ้ง บางทีเขาก็รู้สึกว่าคิมดาซมน่ะคล้าย ๆ กันกับเธอ

 

“ยิ้มอะไรของนาย”

 

“เปล่า แต่เดี๋ยวเราต้องกลับแล้วนะ”

 

“กลับอะไรนี่มันเพิ่งจะหนึ่งทุ่มเอง!” ซูจองเริ่มโวยวายจนเวนดี้ต้องช่วยเอามือปิดปากไม่ให้เสียงเธอไปรบกวนโต๊ะข้าง ๆ ส่วนเซฮุนที่นั่งติดกันแม้จะไม่ได้พูดอะไรทว่าสายตากลับบอกชัดเจนว่ายังไม่อยากให้แบคฮยอนไปเหมือนกัน

 

“พี่ชายอนุญาตแล้วไม่ใช่เหรอ” เด็กหนุ่มว่า

 

“ก็อนุญาต” ให้กลับกี่โมงก็ได้ แถมไม่ว่าอะไรสักคำตอนที่แบคฮยอนเข้าไปขอและลาด้วยการบอกว่าเซฮุนมารอรับอยู่ที่หน้าบริษัทแล้ว

 

“แล้วรีบกลับทำไม”

 

แต่เพราะไม่พูดนั่นแหละถึงไม่ค่อยสบายใจ ในขณะที่แบคฮยอนมานั่งทานขนมอยู่กับเพื่อนหลังเลิกงาน พี่รองจะได้ลุกออกจากโต๊ะหรือยังก็ไม่รู้ ช่วงนี้อีกฝ่ายงานยุ่ง แล้วจากข้อความที่ส่งมาถามล่าสุดว่าแบคฮยอนเจอเพื่อนหรือยัง ทานข้าวแล้วใช่ไหมเมื่อชั่วโมงที่แล้วน่ะ อีกฝ่ายยังอยู่ที่เดิมอยู่เลย

 

แล้วก็บอกอีกด้วยว่าตัวเองยังไม่ได้ทานอะไร

 

“เราว่าจะกลับบริษัทน่ะ”

 

“กลับไปทำอะไร ลืมของเหรอ” เวนดี้ถามต่อ แต่ถ้าแบคฮยอนบอกจะกลับไปหาชานยอลจะดูแปลก ๆ ไหมในเมื่อเพื่อนรู้กันหมดว่าเขาไม่ได้สนิทกับพี่คนนี้สักเท่าไหร่ แต่ก็ช่างเถอะ

 

“ไม่มีอะไรหรอก ไว้คราวหน้าเรานัดกันใหม่อีกรอบนะ ไปทานหมูย่างกัน” แบคฮยอนเลือกที่จะพูดตัดบทแล้วลุกออกมาเลย ในตอนนั้นร่างโปร่งของเพื่อนอีกคนลุกตามออกมาด้วยทั้งยังยืนยันจะไปส่งให้ได้ แบคฮยอนจึงปล่อยเลยตามเลย ยอมนั่งรถมากับเซฮุนอีกครั้งโดยก่อนหน้านั้นได้แวะซื้ออาหารญี่ปุ่นสำหรับกลับบ้านติดมือมาด้วย

 

 

 

 

 

“ขอบคุณมากนะ” เจ้าของมาเซราติสีขาวคันที่นั่งมาพยักหน้ารับ สายตาแทบไม่ละออกจากร่างเล็กที่กำลังจะเปิดประตูลงจากรถ

 

“ให้เรารอไหม เผื่อว่าเค้าจะกลับไปแล้ว”

 

“เซฮุนรู้เหรอ” ร่างเล็กชะงักไปครู่หนึ่ง

 

“ก็แบคฮยอนยังไม่เลิกนิสัยจ้องแต่โทรศัพท์เลยนี่ แถมยังรีบมาที่นี่พร้อมกับอาหาร เพิ่งรู้เหมือนกันว่าเดี๋ยวนี้สนิทกับเค้าแล้ว”

 

“เค้าที่พูดถึงนั่นพี่ชายเรา”

 

“แต่ก็ไม่ใช่พี่ชายแท้ ๆ—”

 

“…”

 

“เราขอโทษ” อาการหน้าเสียของแบคฮยอนทำเอาเซฮุนนึกอยากตีปากตัวเอง ทั้งที่อีกฝ่ายอุตส่าห์ไว้ใจเล่าเรื่องสำคัญขนาดนี้ให้ฟังแต่เขากลับใช้มันเป็นเครื่องระบายอารมณ์ พูดทั้งที่ไม่ควรพูด

 

“อาหารคงเย็นชืดหมดแล้ว” โคตรเกลียดตัวเองเลย “แบคฮยอนรีบไปเถอะ”

 

“อ อื้ม งั้นเราไปก่อนนะไว้เจอกัน…” ถึงแม้คำพูดของเพื่อนจะสะกิดใจเข้าอย่างจังแต่แบคฮยอนก็พยายามปั้นยิ้มให้เหมือนว่าไม่รู้สึกอะไร

 

ร่างเล็กโบกมือลา ยืนรอจนรถอีกฝ่ายลับสายตาค่อยเดินย้อนกลับเข้าไปในบริษัท

 

มือเรียวกดลิฟต์ขึ้นไปชั้นสิบเอ็ด บรรยากาศโดยรอบเงียบเชียบเพราะยังไม่ถึงช่วงที่งานเยอะจนพนักงานประจำต้องอยู่ทำโอที คิมดาซมไม่อยู่ที่โต๊ะแล้ว ซึ่งก็แน่ล่ะ ไม่มีค่าล่วงเวลาใครจะมาทุ่มเทหามรุ่งหามค่ำทั้งที่พรุ่งนี้ก็ยังต้องมาทำงาน

 

 

 

กลับมาเอาอะไร

 

 

!!!

 

 

ร่างเล็กที่กำลังยืนชั่งใจตรงหน้าประตูที่มีป้าย ‘CEO PARK’ สะดุ้งโหยง ไม่คิดว่าเจ้าของห้องทำงานห้องเดียวที่ยังคงเปิดไฟสว่างอยู่จะมายืนอยู่ข้างนอกนี้ ด้านหลังของแบคฮยอน

 

“ผมคิดว่าพี่จะอยู่ข้างใน…”

 

“ไปเข้าห้องน้ำมา” ร่างเล็กพยักหน้าช้า สายตามองไปยังแผงอกกำยำที่เจ้าตัวปลดกระดุมเชิ้ตลงถึงสามเม็ดอย่างที่ชอบทำประจำเมื่อเลิกงาน

 

“พอเริ่มหายแล้วก็เดินไปทั่ว—”

 

“ผมแค่อยากมาดูว่าพี่กลับหรือยัง”

 

“หืม…”

 

“แล้วก็…”

 

“แล้วก็?”

 

“ซื้อมื้อเย็นมาให้ด้วยครับ”

 

“…”

 

มือเรียวค่อย ๆ ยื่นถุงในมือไปให้ทว่าอีกฝ่ายกลับหลุบตามองโดยไม่พูดอะไร เล่นเอาคนที่ตั้งใจซื้อมาฝากเกิดอาการใจเสีย

 

“ไม่รู้ว่าพี่ทานอะไรไปหรือยัง ตอนนี้ก็สองทุ่มแล้วผม—”

 

ยังไม่ได้ทานครับ

 

“…”

 

“ไม่คิดว่าจะมีบริการเด็กส่งอาหารถึงที่ งั้นคงสั่งนานแล้ว…” แต่พอได้ยินเสียงพูดเหมือนบ่นนั้นใจของเขาก็เปลี่ยนมาโลดเต้นทันที ร่างสูงรับถุงอาหารไปจากมือของเขาพร้อมกับกดยิ้มมุมปากเหมือนว่าดีใจ

 

 

 

ใช่…

 

ดีใจเหมือนเด็กเลย

 

 

 

“เข้ามาก่อนสิ”

 

รอยยิ้มเหมือนเด็กหนุ่มวัยยี่สิบตอนปลายนั้นน้อยคนนักจะได้เห็น ยิ่งพอไม่มีเสื้อสูทสวมอยู่บนบ่ามาดเคร่งขรึมของคุณชายผู้เย่อหยิ่งก็เหลือเพียงแค่ชายหนุ่มที่จับต้องได้เท่านั้นเอง

 

ร่างสูงเดินนำเข้าไปในห้องทำงาน เขาพยักพเยิดหน้าให้แบคฮยอนไปนั่งรอที่โซฟานั่งเล่นขณะที่ตัวเองเดินกลับไปนั่งโต๊ะทำงานพร้อมกับกล่องอาหาร หากไม่เห็นด้วยตาแบคฮยอนคงไม่อยากเชื่อว่าคนที่มีภาพลักษณ์ดูดีราวกับไม่เคยทำงานหนักอย่างคุณชายรอง จะมีช่วงที่ยุ่งจนไม่สามารถแยกเวลาทานอาหารออกจากการทำงานได้

 

ชานยอลกำลังนั่งทำงานไปพร้อม ๆ กับทานข้าว นี่น่ะหรือ…ซีอีโอบริษัทที่ใครมักมองว่าเป็นแค่ตำแหน่งทำงานสบาย ๆ ในห้องแอร์

 

“งานเหลืออีกเยอะไหมครับ มีอะไรที่ผมพอจะช่วยได้บ้าง”

 

“นั่งอยู่ตรงนั้นแหละ”

 

“ไม่มีอะไรที่ผมพอจะทำได้เลยเหรอครับ”

 

“ซื้อนี่มาให้แล้วไง”

 

“แต่…”

 

“อยู่ตรงนั้นแหละครับ”

 

“…”

 

“อย่าไปไหน”

 

แค่นั่งอยู่ในระยะที่เขาสามารถมองเห็นก็ช่วยได้มากแล้ว ชานยอลคิด

 

“งั้นผมจะอยู่เงียบ ๆ ไม่รบกวนสมาธิพี่ก็แล้วกัน…”

 

ทั้งที่อนุญาตให้ไปกับเพื่อน ทั้งที่ยอมให้เด็กหนุ่มคนนั้นมารับมาส่งโดยไม่ได้ตั้งกฎเกณฑ์ให้ต้องลำบากใจ ลองปล่อยให้เป็นอิสระดูบ้างทว่าน้องกลับยังย้อนกลับมาเพียงเพราะรู้ว่าพี่อย่างเขายังไม่ได้ทานอะไร

 

 

เด็กดี…

 

 

ปาร์คชานยอลนั่งปล่อยสมองให้ทำงานพร้อมกับเวลาที่เดินไปข้างหน้าเรื่อย ๆ เผลอครู่เดียวเด็กที่เอ่ยปากบอกจะอยู่เงียบ ๆ กลับผล็อยหลับให้เห็น ลองกระแอมไอแกล้งทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ได้ยิน ร่างสูงเท้าคางมองภาพนั้นอยู่นานกว่าจะตัดสินใจลุกขึ้นสืบเท้าเข้าไปใกล้ ๆ

 

ซีอีโอหนุ่มย่อตัวลงนั่งยอง ๆ เอียงคอมองใบหน้าขาวซึ่งอยู่เสมอกันกำลังหลับตาพริ้ม พอเขาแกล้งเอาปลายนิ้วสะกิดก้อนแก้มกลมริมฝีปากเล็กเป็นกระจับนั่นก็ขยับพึมพำต่อต้านทันที แบคฮยอนทำให้เขากลั้นยิ้มไม่อยู่

 

“ทำไมแก้มนายนิ่มอย่างนี้ล่ะ…”

 

ซีอีโอหนุ่มพึมพำพลางหลุดขำเบา ๆ ขำที่ตัวเองมาทำเรื่องบ้าบออย่างการแอบมองคนนอนหลับอยู่ตรงนี้ แล้วก็เอ็นดูเด็กตรงหน้าเหลือเกิน

 

จะดีขนาดไหนถ้าหากได้สัมผัสดั่งใจ แต่เพียงวูบที่คิดจะแตะริมฝีปากลงไป เปลือกตาสีอ่อนนั้นกลับเปิดขึ้นมา

 

“…”

 

สีหน้าน้องดูมึนงงและคงเห็นภาพไม่ชัดนักเพราะว่าจนถึงตอนนี้เขายังไม่คิดจะถอนใบหน้าออกห่าง กลับจ้องลึกเข้าไปในตาคู่นั้นราวกับมีเรื่องในใจมากมายอยากพูดออกไป

 

“ทำไมมาอยู่ตรงนี้ล่ะครับ”

 

อยากมองใกล้ ๆ

 

“จะมาบอกว่ากลับได้แล้ว”

 

ไม่อยากกลับเลยสักนิดเดียว

 

“อ่า…”

 

“ดาซมบอกหรือยังว่าพรุ่งนี้นายต้องไปปูซาน”

 

“ครับ บอกแล้วล่ะ”

 

“อ่อ…” ปลายนิ้วหนาเผลอแตะลงบนไฝเม็ดเล็ก ๆ เหนือมุมปากด้านขวาของน้อง “มีอันนี้ด้วยเหรอ…” แล้วถามอย่างนึกแปลกใจเพราะเพิ่งสังเกตเห็นเป็นครั้งแรก

 

“พี่หัวเราะคงไม่ได้คิดว่ามันน่าเกลียด—”

 

น่ารักดี

 

“…”

 

ที่ผ่านมาเขาอาจจะเก่งเรื่องปากไม่ตรงกับใจ

 

“เหรอครับ…”

 

“อืม”

 

แต่ครั้งนี้จะให้บอกน่าเกลียดได้ยังไงในเมื่อมองว่ามันน่ารักเข้ากับเจ้าตัวจริง ๆ

 

“ผมคิดว่าจะน่าเกลียดเสียอีก”

 

“ไม่น่าเกลียดหรอก กลับกันเถอะ”

 

 

 

 

 

TBC.

 

 

 

 

 

เฮือกกก มาแล้วค่า ;-;

ช่วงนี้ WFH วันเว้นวันและมีสารพัดภารกิจ

ขอโทษที่ปล่อยให้รอกันนานน้า อยากลงบ่อยๆอารมณ์จะได้ต่อเนื่องแต่พยายามแล้วจิงๆค่ะ TT วัยทำงานช่างแสนเหน่ย ฝากเป็นกำลังใจให้กันเยอะๆนะคะ เรารออ่านทุกคอมเม้นเลย

 

รัก.

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.142K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,385 ความคิดเห็น

  1. #10365 chanbaekjan (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2564 / 02:57
    อ้ยยย น้องน่ารักมาก
    #10,365
    0
  2. #10325 bwillisb (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 มีนาคม 2564 / 08:16
    น้องเล็กน่ะนะ🤏🏻🤏🏻🤏🏻 มากๆ น่ารักจนอยากจะร้องไห้
    #10,325
    0
  3. #10318 Isabellbest (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 มีนาคม 2564 / 00:16
    น้องเล็กก็น่ารักแสนดีขนาดนี้เลยมีแต่คนมารุมชอบแต่น้องไม่ยักรู้ตัวเลย ส่วนคนพี่ก็หึงเบาหึงเงียบอยู่คนเดียว โธ่พ่อคุณณ
    #10,318
    0
  4. #10266 HoneyB'c (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 / 19:02
    มีแต่คำว่าน่ารักเต็มไปหมดเลยงื้อ
    #10,266
    0
  5. #10250 awz1 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 / 20:32
    อ่ยยัยน้องงง แงๆๆๆน่ารักมั่กๆๆ
    #10,250
    0
  6. #10220 Hollydecemx (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 13:41
    แกกกกเห็นความเเอบหึงน้องหริอป่าวตอนเลย์มาน่ะ. อร๊ายยย
    #10,220
    0
  7. #10179 YunewG (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 มกราคม 2564 / 23:29

    โง้ยๆพี่รองอย่าเพิ่งรุกน้อง ให้เราเตรียมใจก่อน
    #10,179
    0
  8. #10119 Samorn1 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 มกราคม 2564 / 19:37
    เค้าเรียกว่าความรักก่อตัวขื้น
    #10,119
    0
  9. #10029 ChungWila (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 10:37
    สงสารเซฮุนนะ แต่บั่บพี่เค้ารักมานานถึงจะปากไม่ดีก็เถอะ55555555
    #10,029
    0
  10. #9897 Chinwara (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 23:14
    ปชยเปงคนคลั่งรัก(;´༎ຶٹ༎ຶ`) เปียกปอน
    #9,897
    0
  11. #9890 sunny lin (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 11:12
    สรุปแม่นางดาซมจะดีหรือจะร้ายเนี่ย...
    #9,890
    0
  12. #9643 Jennysupat18 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2563 / 11:54
    อิบ้าาาาชัน้ไม่ไาไาไาาชี่นไท่ชั้นไท่ไหวชั้นไท้ไหวชั้นไม่ไหวแล้ว้วววว้วว้ว้ว้วกี้ดดดด
    #9,643
    0
  13. #9609 bbhrrpcy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2563 / 17:14
    คลั่งรักไม่ไหววว55555
    #9,609
    0
  14. #9599 안시리민 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2563 / 11:47
    คลั่งรักให้มันน้อยๆหน่อยคุณชายรอง
    #9,599
    0
  15. #9516 adobecs3 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 / 22:55
    แค่พี่รองพูด'ครับ' ชั้นก้อใจน้วยทันที ใครที้เคยใจร้ายกับน้องหรอ ไม่มี้~~~
    #9,516
    0
  16. #9391 B_hundred_Beam (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 / 03:43
    ชั้นเขิน เขินมากกก ทำไมถึงน่ารักขนาดนี้ แพ้มากพี่รองโหมดนี้
    #9,391
    0
  17. #9210 cookieredritz (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2563 / 12:54
    แงงงงง ตัวแตก
    #9,210
    0
  18. #9019 แพะบยอน❤ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2563 / 00:51
    ไม่มีแร้วจ้าคนชอบทำร้ายจิตใจน้อง มีแต่พี่รองคำก็ครับสองคำก็คร้าบบบบบบบ
    #9,019
    0
  19. #8803 Zikdn_ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 กันยายน 2563 / 15:42
    ใจน้วยตอนพี่รองพูดครับ แงง อ่อนโยน
    #8,803
    0
  20. #8801 IPINOCKIO (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 กันยายน 2563 / 11:10
    การกระทำของพี่รองเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆแล้วนะค่ะ น้องโตบรรลุนิติภาวะมาแล้ว พร้อมกินแล้ว พี่รุกหนักๆหน่อย อ่านไปเขินไป บ้าบออออ
    #8,801
    0
  21. #8771 pbcy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 กันยายน 2563 / 22:48
    ละมุนเหมือนสายไหมยามละลายในลิ้น พี่รองงงงงงงงงงงงทำไมดีแบบนี้
    #8,771
    0
  22. #8602 iirny (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2563 / 17:03
    อ่อนโยนจางเลย TT
    #8,602
    0
  23. #8514 Chi_Yeol (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 02:34
    ไม่อ่อนโยนกับใจเลยค่ะ แง
    #8,514
    0
  24. #7847 pcy921 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 21:46
    ชายรองก็ละมุนได้นิคะ
    #7,847
    0
  25. #7807 ycpl (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2563 / 00:43
    เพิ่มขึ้นเรื่อยๆเลยยย การกระทำของพี่รอง
    #7,807
    0