SF/OS - คลังฟิคสั้นคนขายฝัน (Chanbaek)

ตอนที่ 1 : ไร่เราติดกัน | 01

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,354
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 248 ครั้ง
    16 พ.ค. 62







(01)

 

 




 

 

อะไรที่เหมือนกันมากไป



มันไม่ควรอยู่ใกล้กันว่าไหม

 












 

 

 

“ทั้งหมดสามสิบกล่อง นับครบนะครับ”


“อยากตอบว่าไม่ครบเผื่อจะได้อยู่นานอีกหน่อย แต่ครบแล้วครับ” ชายวัยสามสิบตอนปลายอมยิ้มบอกทีเล่นทีจริงขณะนับธนบัตรปึกใหญ่ก่อนที่มันจะถูกเปลี่ยนมือผู้เป็นเจ้าของ


“ครั้งหน้าให้คนงานที่นี่เอาลงไปส่งให้ที่ตลาดก็ได้นะ คุณจะได้ไม่ต้องลำบากขับรถขึ้นมาเอง” ลูกชายคนเล็กเจ้าของไร่สาลี่ก้มหน้านับเงินปึกนั้นซ้ำด้วยความคล่องแคล่วก่อนจะยัดมันใส่ลงในกระเป๋าคาดเอว


“ชอบอากาศบนนี้”


“แลกกับทางขึ้นเขาสามสิบกิโล?” คนตัวเล็กเลิกคิ้วถามคนอายุมากกว่าก่อนปรายตามองกล่องสาลี่ที่ตัวเองและคนงานช่วยกันขนขึ้นท้ายกระบะจนครบตามจำนวนออเดอร์เมื่อไม่กี่นาทีก่อน


ขับรถบนถนนสร้างใหม่สนุกออก ทางขึ้นเขาก็สบายตา เราไม่คิดแบบพี่บ้างเหรอจะมีผู้รับซื้อสักกี่คนที่เสนอทางเลือกดี ๆ ให้แล้วกลับไม่เอา แต่จะด้วยโง่หรือบ้าในฐานะเจ้าของผลผลิตแน่นอนว่ามันคุ้มซะยิ่งกว่าคุ้มที่ไม่ต้องเปลืองน้ำมันขับรถลงเขาเพื่อเอาของไปส่งเอง


“ถ้าคุณว่ามันคุ้มกับสาลี่พวกนี้ก็เอาเถอะ” มือเรียวดันฝาท้ายกระบะบรรทุกให้ปิดสนิทคล้ายเป็นการเชิญลูกค้ากลับทางอ้อม รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าก็ให้ไปตามมารยาทเท่านั้น ไม่ได้อยากย้งอยากยิ้มอะไรจริง ๆ หรอก


“ถ้างั้นเจอกันรอบหน้านะ”


“ถ้าพี่แบคบอมว่างก็จะเป็นพี่แบคบอม”


“ฮ่ะ ๆ”


“ขอบคุณสำหรับการอุดหนุน ผมไม่รอส่งนะเดินทางโดยสวัสดิภาพ” คนตัวเล็กตัดจบเพียงเท่านั้นก่อนจะหันหลังเดินจากออกมาโดยไม่รอส่งลูกค้า ใครจะว่าเสียมารยาทก็ช่าง หนึ่งชั่วโมงที่เสียไปกับลูกค้ากระเป๋าหนักแต่ริอาจมาทำตาหวานใส่คนที่แมนแสนแมนอย่างเขาแบคฮยอนว่ามันโคตรจะเกินพอ

 




หน้ากูออกสาวหรือไง ผู้ชายทั้งแท่งโว้ยไม่ต้องมาจีบ!

 

 












 

 

เฮ้ยตัวเล็กทำหน้าให้มันดี ๆ หน่อย” บยอนแบคบอมอดทักไม่ได้เมื่อน้องชายเดินเข้าบ้านด้วยสีหน้าคล้ายเด็กอึไม่ออก ใช้ให้ไปทำงานแทนแค่นี้ฟึดฟัดจะเป็นจะตาย ไม่เห็นน่ารักเหมือนตอนที่มาอ้อนขอให้ซื้อของให้เลย(วะ)


ปุ่!


“อะไรวะเนี่ย”


“เงินไงไม่เอาเหรอ” คนตัวเล็กแยกเขี้ยวใส่พี่ชายที่กำลังทำเสียงสองสามสี่ใส่ลูกน้อยวัยขวบเศษตรงเปลอู่หน้าทีวี ซ้ำก่อนหน้านั้นยังกล้าโยนกระเป๋าคาดเอวใส่คนอายุมากกว่าแบบที่ไม่กลัวโดนด่า 


“ดูมัน” เสียงบ่นดังไล่หลังมา แบคฮยอนก้าวฉับ ๆ ออกหลังบ้านทะลุไปที่คอกเลี้ยงกระต่าย เสียงถอนหายใจดังยาวเหยียด อยากตะโกนระบายความหงุดหงิดให้รู้แล้วรู้รอดทว่าเสียงหัวเราะของใครบางคนนั่นมันก็

 




ลูกเจ้าของตลาดขึ้นมาดูตัวอีกแล้วเหรอแม่สาวน้อย




ไม่รู้ว่าสวรรค์โกรธเกลียดอะไรแบคฮยอนถึงได้แกล้งส่งคนที่น่ารำคาญที่สุดลงมาให้เจอในเช้าวันเดียวกันถึงสองคน



ยิ่งกว่าการต้องไปดูแลลูกชายเจ้าของตลาดผลไม้ก็คงเป็นการได้เห็นหน้าไอ้ปากปีจอข้างบ้าน ซ้ำไร่ยังมาอยู่ติดกันนี่แหละ




 

วันอัปมงคลชัดๆ!





“มาแต่เช้าแบบนี้ท่าทางของจะขาด


“นั่นปากหรือคอกหมา ไม่มีใครเค้าคิดแต่เรื่องอุบาทว์ในหัวแบบมึงกันหรอก”


“อะไรวะ ฮ่ะ ๆ” 


ร่างสูงหัวเราะในลำคอก่อนเอนตัวมาด้านหน้าเพื่อวางศอกลงบนรั้วไม้สีขาวซึ่งมีความสูงไม่มาก แต่ก็ยังช่วยแยกเขตแดนให้รู้ว่าพื้นที่ฝั่งไหนเป็นของใคร เป็นสิ่งเดียวที่คั่นตรงกลางระหว่างตัวเขาและแบคฮยอนในตอนนี้


“ไม่คิดว่าของที่ว่ากูจะหมายถึงสาลี่บ้างเหรอ?


“มึงคิดว่าตัวเองคุยอยู่กับใคร คนโง่เหรอ” แม้ไม่ได้ยินเสียงตอบโต้ แต่รอยยิ้มกวนประสาทที่อีกฝ่ายกำลังทำมันโคตรจะกวนใจ ไหนจะการยืนเท้าคางจ้องหน้ากันทั้งที่รู้ว่าเขาไม่ชอบ แบคฮยอนบอกเลยว่าโคตรหงุดหงิด 




หงุดหงิดทุกอย่างที่เป็นปาร์ค ชานยอล!




“มองอะไรวะ”


“กำลังดูว่าไอ้ลูกเจ้าของตลาดใหญ่มันติดใจอะไร”


“หมาตัวไหนคาบข่าวไปบอกล่ะ”


“หน้าก็จืด คิ้วก็บาง ตาก็ปิด ตั้งแต่หัวถึงตีนยังไม่เห็นว่ามีอะไรที่---


“ไอ้เลว”


หรือว่ามันชอบคนตัวสั้น


“ย่าห์!ผีเจาะปากมึงมาพูดเหรอ!” ดูท่าว่าอาการหงุดหงิดของแบคฮยอนจะเป็นเรื่องสนุกสำหรับชานยอล ชายหนุ่มร่างสูงหัวเราะจนตาปิด ขณะที่คนถูกแกล้งยืนหัวฟัดหัวเหวี่ยง ขมุบขมิบปากไม่หยุด ไม่รู้ว่าด่าหรือกำลังสาปแช่งกันแน่ 


“ไปตายซะไป” แบคฮยอนสบถก่อนจะได้รับนิ้วกลางของอีกฝ่ายเป็นการแลกกัน ทั้งที่หยาบคายทั้งสันดานและหน้าตา ไม่น่าเชื่อว่าผู้หญิงกี่คนต่อกี่คนที่แบคฮยอนเคยจีบจะชอบมันกันหมด


แล้วไงวะ อะไรที่หมอนี่มีแบคฮยอนก็มีเหมือนกันป้ะครึ่งหนึ่งบนดอยนี่ก็ไร่สาลี่ของครอบครัวแบคฮยอนเอง ถึงอีกครึ่งจะเป็นของครอบครัวมันแล้วไงล่ะ โรงเรียนประจำจังหวัด มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศเขาเองก็สอบติด ถึงไม่ได้เรียนสัตวแพทย์เหมือนมันแต่ก็เรียนบริหารป้ะ ก็ได้ชื่อว่าคนมีการศึกษาเหมือนกันล่ะวะไม่เห็นต่างกันตรงไหน อีกอย่างเขาเรียนแค่สี่ปีก็ได้ใบปริญญาฯมานอนกอดที่บ้านแล้ว ไม่เห็นจะต้องลำบากตัวเองให้เรียนถึงหกเจ็ดปี บ้าหรือเปล่า




“หนังสือสอบโทยืมมาให้แล้ว จะเอาก็มาเอา”


“หมาตัวไหนขอมึงไม่ทราบ”


“คุณนายบยอน…”


อะแค่ก


จะให้นับเป็นหมาป้ะ?


“ไปตายไป กวนประสาท”


ร่างสูงแค่นยิ้มรับ ดูไม่สะทกสะท้าน


“แล้วแต่นะ จะไม่เอาก็ตามใจ”


“หนังสือเล่มละไม่กี่วอนกูมีปัญญาซื้อ ไม่เอาของมึง แล้วก็ไม่ยืมของใครจำไว้”


“บอกบุญให้ว่าเล่มที่กูได้มาลงคาถาไว้แล้ว”


“ปัญญาอ่อน คราวนี้ไปเอากับรุ่นพี่คนไหนมาอีกล่ะถึงได้หนังสือเป็นค่าตัว---โอ้ย!” มือเรียวกุมหน้าผากตัวเองหลังจากมีคนประทุษร้าย แบคฮยอนทำตาเขียวใส่ชานยอลที่กล้าดีดหน้าผากของเขาแบบไม่กลัวตาย


“พูดมากเหม็นขี้ฟัน”


“กูไม่อยากได้ของมึง ไม่สิของเมียคนที่ร้อยของมึง!


“ถ้าอวดเก่งให้มันน้อยลงคงน่ารักกว่านี้”


“อย่ามาพูดแบบนี้นะ” แบคฮยอนทำหน้าขึงขัง “ถ้าไม่อยากมีเรื่องก็อย่ามาพูดคำว่าน่ารักกับกู”


“หึ” นัยน์ตาคมมองตามแผ่นหลังของคนที่เพิ่งสะบัดหน้าเดินหนีไป ไม่ใช่ทุกคนที่ทำหน้าบึ้งแล้วจะน่ารัก บยอนแบคฮยอนเพื่อนตัวแสบไร่ข้างๆเขาก็เหมือนกัน




 

น่ารักตายล่ะ

 





“หน้าตาน่าเกลียด มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่จะคิดว่าน่ารัก”

 

 

 







#SFไร่เราติดกัน






 

 

 

ว่ากันว่าสาลี่เป็นผลไม้เมืองหนาว เมื่อฤดูร้อนหมดสิ้นลงจะเข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวผล แต่หากรู้วิธีดูแลผลไม้มงคลชนิดนี้คงมีให้บริโภคได้ตลอดปี


ในเช้าของวันเริ่มต้นเดือนคนงานในไร่ตระกูลบยอนทำงานกันอย่างขะมักเขม้น แต่ละคนก้มหน้าตั้งใจทำงานเหมือนไม่รู้จักคำว่าวันหยุด บนเนื้อที่เป็นร้อยไร่แห่งนี้อยู่ในความดูแลของครอบครัวบยอน ส่วนไร่ข้างๆเป็นของตระกูลปาร์ค จะเรียกว่าคู่แข่งก็คงไม่เต็มปากนัก ในเมื่อลูกสาวคนโตไร่โน้นกับลูกชายคนโตไร่นี้แต่งงานกันอย่างถูกต้องตามกฎหมายเมื่อไม่กี่ปีก่อน


ซ้ำยังมีพยานรักตัวน้อยให้ปู่ย่าตายายได้อุ้มเร็วทันใจ เหลือไว้แต่ลูกชายคนเล็กที่ยังไร้พันธะเหมือนกันทั้งสองตระกูล 



 

“อรุณสวัสดิ์ค่ะนายน้อย เมื่อคืนหลับสบายดีนะคะ”


“สบายมาก ขอบคุณที่ทำงานหนัก สำหรับวันนี้ก็สู้ๆเหมือนเดิมนะทุกคน” เสียงเจื้อยแจ้วของคนตัวเล็กดังทักทายเหล่าคนงานเสมือนในทุก ๆ เช้า 


ถึงจะโตขึ้นทุกปีแต่การถูกเรียกว่านายน้อยก็เป็นอะไรที่ได้ยินจนชินมาตั้งแต่จำความได้จึงไม่ได้รู้สึกตะขิดตะขวงใจอะไร บยอนแบคฮยอนเดินไปตามทางที่ทอดยาวสุดลูกตา สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นสาลี่ซึ่งคนงานกำลังตัดแต่งกิ่ง ให้ปุ๋ย ตลอดจนช่วยกันถางหญ้าดูแลมันอย่างตั้งอกตั้งใจ


“ทำไมสปริงเกอร์ตัวนี้ไม่ทำงาน ใครก็ได้มาดูหน่อย”


“ครับนายน้อย!” 


หนึ่งในคนงานผู้ชายรีบปรี่เข้ามาดูเจ้าเครื่องทุ่นแรงตัวที่ว่า แบคฮยอนปล่อยให้อีกฝ่ายทำงานไปโดยไม่จู้จี้หรือกดดัน เลือกที่จะเดินผ่านมาเพราะถือว่าได้บอกแล้วและจะไม่มีการบอกซ้ำเป็นครั้งที่สอง


ตั้งแต่เรียนจบ ก็เป็นเวลาเกือบหกเดือนแล้วที่เขาลงมาช่วยครอบครัวดูแลกิจการ ได้ฝึกทำบัญชีลูกค้า ติดต่อซื้อขายผลผลิต ไปจนถึงดูแลพวกคนงาน คอยแบ่งเบาภาระพี่ชายที่ตอนนี้ต้องแบ่งเวลาไปดูแลหลานวัยขวบเศษของเขา แต่มันก็ยังช่วยได้ไม่เต็มที่นักและคงจะยังไม่ใช่ภายในปีนี้เมื่อแบคฮยอนกำลังมีแผนเรียนต่อโทด้านการเกษตร


 แต่ไม่แน่ว่าพอถึงตอนนั้นจริง ๆ เขาอาจจะสามารถแบ่งตารางชีวิตให้ทำทั้งสองอย่างไปพร้อมกันเลยก็ได้ 


อืม


ถ้าใครคิดว่ามันดูเป็นเรื่องขายฝันไปหน่อยแบคฮยอนบอกเลยว่าเราคือเพื่อนกัน!วิถีชีวิตเหนื่อยๆแบบนั้นแน่นอนว่าต้นความคิดไม่มีทางมาจากแบคฮยอน แต่เป็นคนในครอบครัวที่เห็นพ้องต้องกันว่าเขาควรจะมีความรู้ติดตัวไว้ให้มากเท่าประสบการณ์ทำงาน! 


การเป็นเจ้าของธุรกิจใหญ่หรือแม้แต่การจะเป็นเจ้านายที่ดีให้ใครคุณสมบัติคงไม่ใช่แค่การชี้นิ้วออกคำสั่ง ไม่อย่างนั้นพ่อแม่และพี่ชายคงไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยมาครึ่งค่อนชีวิตทั้งที่ฐานะดีมีให้นอนกินนอนใช้ได้สบายแบบนี้หรอก


คำอธิบายสวยหรูมันไม่ได้เข้าหูเมื่อแบคฮยอนรู้ทันคนทั้งบ้านว่าที่อยากให้ตนเรียนต่อก็เพราะลูกชายไร่ข้าง ๆ เหอะ ภายใต้คำพูดปลุกกำลังใจรู้หรอกว่ามีอะไรอื่นแอบแฝง บางทีอาจจะเป็น ปาร์ค ชานยอลยังทนเรียนหมอถึงหกปี แล้วไอ้ลูกบ้านนี้ปริญญาอีกสักใบจะเป็นไรไป!อะไรแบบนี้ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงเชื่อสิ แบคฮยอนฟังคำชื่นชมลูกชายบ้านนั้นในบ้านของตัวเองมาทั้งชีวิต


 

เหอะ…   



 

“นายน้อยครับนายน้อยแฮ่ก” จู่ๆก็มีเด็กชายแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าเก่าๆกับร้องเท้าบูทกันน้ำวิ่งเข้ามาหา แบคฮยอนจำได้ว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของคนงานที่นี่ แต่เมื่อกี้น่ะเห็นกับตาเลยว่าเจ้าเด็กนี่เพิ่งวิ่งมาจากไร่โน้น


“มีคนฝากของมาให้”


“ใคร?” แบคฮยอนขมวดคิ้วถามพลางรับกระเป๋าผ้าใบสีน้ำเงินมาจากมือของเด็กชาย


“ลูกพี่ฝากมาครับ”


“ลูกพี่?” แค่มองลงไปในถุงปราดเดียวแบคฮยอนก็รู้แล้วว่ามันเป็นของใคร “นายเรียกหมอนั่นว่าลูกพี่?


“คุณเค้าให้เรียกแบบนั้นครับ แต่ถ้านายน้อยไม่ชอบต่อไปผม---


“ถ้าจะเอาปาร์คชานยอลเป็นลูกพี่ฉันว่านายนับถือหมายังจะดีซะกว่า”


“เอ่อะ


“เอาเหอะ อยากเรียกอะไรก็เรียก แต่ช่วยเอาของนี่กลับไปคืนมันด้วย”


“ไม่ได้ครับ!” เด็กชายสวนทันใด ก่อนละล่ำละลักให้เหตุผลเหมือนบนหน้าแบคฮยอนมีเครื่องหมายคำถามตัวใหญ่เท่าฝาบ้านแปะอยู่ “ลูกพี่ฝากมาบอกว่า ไม่อยากเป็นคนโง่ก็เอาไปอ่าน ถ้าไม่ยอมเอาไปอ่านก็เท่ากับยอมรับว่าเป็นคนโง่


“ไอ้


“ยังไม่หมดนะครับ ในนั้นเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ลูกพี่บอกว่าถ้านายน้อยแปลไม่ออกก็ให้ไปถามได้”


“หน็อยคิดว่าบนโลกนี้ตัวเองฉลาดอยู่คนเดียวหรือไง” แบคฮยอนเคี้ยวฟัน “นาย” มองหน้าเจ้าลูกคนงาน “เอากลับไปคืนมันเลยนะ จะโยนใส่หน้าแม่งก็ได้ อนุญาต”


“ถ้าคืนก็เท่ากับยอมรับว่าโง่


“ย่าห์


“แหะ ของถึงมือแล้วผมขอตัวเลยนะครับ” แบคฮยอนอ้าปากค้าง หันคอมองตามเจ้าลูกคนงานที่กล้าเผ่นหนีเขาไป ชักจะเอาใหญ่แล้ว ตกลงคนที่นี่เป็นคนของใครกันแน่ กินข้าวไร่นี้แต่กบฏทำงานให้ไร่โน้นแบบนี้มันหนอนบ่อนไส้ชัดๆ



 

ส่วนไอ้คนที่ฝากของมา

 




หน้าตาน่าเกลียดแล้วก็อย่าทำหน้าโง่ตอนแปลไม่ออกล่ะ




 

“ไอ้เลว” คงไม่ต้องให้บอกว่าหัวร้อนขนาดไหน สาบานเลยว่าแบคฮยอนไม่เกลียดใครโดยไร้เหตุผล “ก็บอกว่าไม่เอา สะเออะไม่เข้าเรื่อง” เขาพ่นลมหายใจก่อนจะดึงโพสอิทที่มีตัวหนังสืออัปลักษณ์ขีดเขียนอยู่ในนั้นมาขยำจนยับคามือ เขวี้ยงมันกลับคืนไปให้ไร่ตรงข้าม


 


ลูกชายเจ้าของตลาดทำให้หงุดหงิดแต่เช้า



 

แต่ไอ้ลูกชายไร่ข้างๆทำให้หงุดหงิดได้ทั้งวัน!




โคตรจะเกลียดมันเลย

 



“กินข้าวมื้อไหนขอให้ตะเกียบติดคอตาย ไอ้เลวชานยอล” แบคฮยอนบ่นไม่หยุด มือยัดเอาหนังสือเล่มหนายิ่งกว่าคัมภีร์พระไตรปิฎกลงในกระเป๋าผ้าอย่างไม่อ่อนโยน


 

“โธ่เอ๊ยแปลไม่ออกแล้วไงวะ กูเกิ้ลทรานสเลทกูก็ใช้เป็นป้ะ” แบคฮยอนเบะปากเหมือนให้ฟ้าดินเป็นพยานว่าตรงนี้มีคนที่เกลียดลูกชายเจ้าของอีกไร่อยู่ หลายคนชอบถามว่าอะไรที่ทำให้เขาเกลียดปาร์คชานยอลได้มากขนาดนี้ แบคฮยอนก็ได้แต่ตอบไปโดยไม่ต้องคิดว่าถ้าจะให้สาธยายเป็นเดือนเป็นปีก็คงยังไม่จบลงง่ายๆ


            


            แบคฮยอนเกลียดที่ไร่ต้องมาอยู่ติดกัน ถึงจะล้อมรั้วกั้นอาณาเขตแล้วก็ไม่ชอบใจอยู่ดี ก็ไอ้รั้วบ้านี่แม้แต่แมวก็กระโดดข้ามได้สบายเหอะ เตี้ยขนาดนี้

          


              แบคฮยอนเกลียดที่อยู่ ๆ ก็ต้องมานับญาติกับตระกูลที่ควรจะเป็นคู่แข่งทางธุรกิจเพราะความโง่ของแบคบอม ผู้หญิงมีเป็นร้อยเป็นพันทำไมต้องมาหากินง่ายๆ เอาเพื่อนบ้านทำเมียด้วยวะ



            แบคฮยอนเกลียดที่ชื่อของตัวเองอยู่รองชื่อลูกชายไร่ข้างๆเสมอไม่ว่าจะเรื่องกีฬา การเรียน หรือการแข่งขันอะไรก็ตาม 



     แบคฮยอนเกลียดที่ตัวเองมักจะถูกผู้หญิงหักอกด้วยเหตุผลที่ว่าชอบลูกชายไร่ข้างๆมากกว่า



            แบคฮยอนเกลียดที่คนในบ้านชอบเอาชื่อของมันมาชื่นชมบนโต๊ะอาหาร



            และเกลียดที่สุดตอนที่รู้ว่าสอบติดมหาลัยเดียวกัน ก่อนจะถูกลูกชายไร่ข้างๆแกล้งอย่างเลือดเย็นโดยการบอกใครต่อใครว่าพวกเขาคบกันอยู่



ใช่ที่แบคฮยอนขายไม่ออกจนกระทั่งเรียนจบก็เพราะไอ้บ้าปาร์คชานยอลคนเดียว คบบ้าคบบออะไรกัน ต่อให้มีใครตายอยู่ตรงหน้าก็ยังเกลียดจนไม่คิดช่วยเผาผีด้วยซ้ำ!





 

นายน้อยครับ!” 



ดูเหมือนวันนี้จะเป็นวันอัปมงคลจริงๆ



คนตัวเล็กหันไปมองก็พบว่าคนงานดูแลฟาร์มหมูกำลังวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาราวกับว่ามีเรื่องไม่สู้ดีเกิดขึ้น


“หมูครับ แฮ่ก


“ทำไม”


“แม่หมูสามสี่ตัวในคอกอยู่ ๆ ก็ลงไปนอนน้ำลายฟูมปากไม่รู้ว่าเป็นอะไร”


“ว่าไงนะ?!


“ไปดูเองเถอะครับ” สิ้นเสียงแบคฮยอนรีบวิ่งนำคนงานไปทันที ฟาร์มหมูบนเนื้อที่สี่ไร่คือจุดหมาย เขามองเห็นคนงานสามคนยืนทำหน้าเครียดตรงหน้าโรงเรือนแต่ไม่รู้ว่าอยู่กันแบบนี้นานแล้วหรือยัง


“ตามใครมาดูได้บ้าง”


“พวกเราลองโทรตามหมอประจำฟาร์มแต่ติดต่อเท่าไหร่ก็ติดต่อไม่ได้ สงสัยจะเข้าเมืองครับ”


“ให้ตาย แล้วให้ใครไปตามพี่แบคบอมหรือยัง”


“ครับ” แบคฮยอนเดินเข้าไปในโรงเรือนด้วยความรู้ที่เท่ากับศูนย์ ถึงอยากจะเก่งต่อหน้าคนงานแต่ยอมรับว่าไม่มีความรู้เรื่องสัตว์เอาเสียเลย กิจการฟาร์มครอบครัวเขาเพิ่งเริ่มลงทุนได้เมื่อไม่กี่ปีมานี้ ดูอย่างไร่สาลี่แบคฮยอนยังรู้เรื่องแบบขี้หมูขี้หมาแล้วนับประสาอะไรกับรักษาสัตว์ เป็นไปไม่ได้เลย


“ให้มันกินอะไรผิดปกติหรือเปล่า”


“ก็ให้น้ำให้อาหารตามปกตินะครับ”


“หรือเป็นเพราะอากาศร้อน” ให้คนไม่รู้คุยกับคนไม่รู้ยังไงมันก็ไม่มีวันรู้ป้ะวะแบคฮยอนยืนปาดเหงื่อ มืดแปดด้านไม่รู้ควรทำยังไง ทำไมต้องเกิดเรื่องขึ้นในวันที่พ่อกับแม่ลงไปส่งของในเมืองด้วย แล้วอีกนานแค่ไหนกว่าพี่ชายเขาจะโผล่หน้ามา



“ตามหมอหรือยัง”



ไวเท่าความคิดหน้าตี๋ๆของพี่ชายร่วมบังเกิดเกล้าก็โผล่เข้ามา แบคฮยอนเบาใจไปได้เปราะหนึ่ง ถึงผู้เป็นพี่จะดูไม่รู้อะไรพอกันแต่แบคฮยอนก็เชื่อว่ามันสามารถตัดสินใจได้ดีกว่าเขาแน่ๆ


“ถ้าจะถามแบบนี้ก็ไม่ต้องมาหรอก” แต่ก็ไม่วายเหน็บไปตามประสาพี่น้องที่รักกันดี “ผมถามให้แล้วได้คำตอบว่าหมอประจำฟาร์มติดต่อไม่ได้”


“ถ้างั้นก็คงมีวิธีเดียว”


“อะไร”


“ให้คนไปตามปาร์คชานยอล”


“จะบ้าเหรอ!” สีหน้ากวนประสาทหายไปในพริบตาเมื่อได้ยินชื่อชื่อนั้นดังออกมาจากปากของพี่ชาย “มันยังเรียนไม่จบเลย จะให้มารักษาหมูคงได้ตายทั้งคอก”


“ก็คงดีกว่าปล่อยไว้อย่างนี้”


“ตามปศุสัตว์ หรือไม่เราก็ขับรถพาพวกมันไป---


“ขับรถลงไปต้องใช้เวลา”


“แต่ก็คงมีโอกาสรอดมากกว่าให้ไอ้คนที่ไม่รู้ว่าจะได้เป็นหมอจริง ๆ หรือเปล่ามารักษามั่วๆ”


“ลองดูก่อน”


“ให้ตาย” แบคฮยอนยืนทำหน้าไม่เห็นด้วยไปพร้อมกับท่าทางต่อต้านในขณะที่พี่ชายกำลังต่อสายถึงไอ้คนที่ว่าโดยไม่ลังเล


“พี่เชื่อผมสิ” แบคบอมไม่สนใจเขาแม้แต่น้อย กลับเร่งให้คนงานออกไปตามอีกแรง แถมยังลากเอาแบคฮยอนออกไปยืนนอกโรงเรือนเหมือนไม่อยากให้เกะกะ


“พนันได้เลยว่าแม่หมูสี่ตัวของพี่ได้ตายในสามสิบนาทีข้างหน้าแน่”


“จะอคติอะไรให้มันรู้เวลาหน่อย”


“ให้ตายอีกรอบ ลืมไปได้ยังไงนะว่าเดี๋ยวนี้พี่เห็นน้องเมียสำคัญกว่าน้องตัวเองแล้ว” 


“แบคฮยอน” พอพี่ชายเริ่มทำเสียงดุไม่เล่นด้วยเหมือนทุกทีแบคฮยอนก็ค่อยๆถอนตัวจาก เขาไปทิ้งก้นนั่งลงบนกองฟางใต้ต้นไม้ใหญ่ด้วยท่าทางเบื่อๆ รอคอยการมาเยือนของใครอีกคนในขณะที่พี่ชายร่วมบังเกิดเกล้าได้หายหัวเข้าไปในโรงเรือนอีกครั้ง









 

 

 

“หมอมาโน่นแล้วครับ!” 


เสียงของคนงานที่รออยู่ด้วยกันจุดสายตาของแบคฮยอนให้รีบหันไปมอง และเมื่อเจ้าของร่างสูงเกือบร้อยเก้าสิบเซนติเมตรที่ผู้หญิงเกือบทั้งดอยชื่นชมนักหนาว่าหล่อจนลืมผัวตัวเองนั้นมาปรากฏตัวใกล้ๆ บยอนแบคฮยอนรีบดีดกายลุกขึ้นจากกองฟางอัดก้อนที่เคยนั่งทันที


“ไม่มาพรุ่งนี้เลยล่ะ” นอกจากท่าทางอวดเบ่ง คนตัวเล็กยังทำตัวเป็นเจ้าถิ่นที่ดี สอบสวนคนนอกไม่ให้ผ่านเข้าประตูโรงเรือนไปง่ายๆ


“ก็ถ้ามีคนบอกว่าต้องมาพรุ่งนี้ก็จะมาพรุ่งนี้” ปาร์คชานยอลตีหน้าซื่อว่าอย่างนั้น “สรุปแล้วจะให้ดูตอนนี้หรือพรุ่งนี้ดีครับชายน้อย” แค่นยิ้มย้อนถามเจ้าถิ่นด้วยท่าทางกวนประสาท ทั้งยังยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนแบคฮยอนได้กลิ่นเหงื่อ


“ถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็ช่วยเอาหน้าหมาๆของมึงออกไป”


“อะไรนะ?!


“อ” ระยะห่างที่ย่นลงกะทันหันทำเอาปลายจมูกโด่งของแบคฮยอนเฉียดข้างแก้มว่าที่คุณหมอไปอย่างใจหายใจคว่ำ 


“เชี่ย!” มือเรียวผลักศีรษะอีกคนออกห่างเต็มแรง ความรู้สึกคล้ายเพิ่งโดนไฟช็อตยังไงยังงั้นเลย


“เอาหน้าเข้ามาใกล้ทำไมวะ!” 


“พูดเสียงอยู่ในลำคอใครจะได้ยิน วิญญาณหรือไง” 



จะวิญญาณหรือผีบ้านผีเรือนก็ไม่ต้องเอาหน้าเข้ามาใกล้จนเกือบจะได้กินหูแทนข้าวกลางวันแบบเมื่อกี้โว้ย ไอ้เชี่ย!!



แบคฮยอนก่นด่าในใจชุดใหญ่ หน้าร้อนเห่อคงเพราะโมโหมาก นึกอยากเอาเล็บข่วนหน้าหมาๆแถมยังชอบมายียวนกวนประสาทให้หัวร้อนอยู่เรื่อยในตอนนี้เลย



“ยิ้มอะไร” แบคฮยอนถามเสียงห้วนโดยไม่รู้ตัวเลยว่าเมื่อครู่ตัวเองได้เผลอเงียบไปทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังเชิดคอหาเรื่องคนอื่นอยู่แท้ๆ แถมยังเอามือชื้นเหงื่อเช็ดขากางเกงยีนส์สีซีดตัวเก่งคล้ายกำลังประหม่า ซึ่งทั้งหมดคือคำตอบของคำถามที่ตัวเองเป็นผู้ตั้ง แต่ไม่อาจจะรู้ได้ถ้าหากอีกคนไม่คิดบอก


“จะให้เข้าไปได้ยัง”


“ยัง!” ตอบเสียงดังฟังชัด ปาร์คชานยอลเลิกคิ้วเป็นเชิงถามกลับว่าจะเอายังไง เกรดสูงลิบลิ่วก็ไม่ได้การันตีว่าการทำงานจริง ๆ จะได้เรื่องกูพูดถูกไหม


คนฟังถอนหายใจยาวเหยียด วิ่งจากบ้านตัวเองมาที่ฟาร์มท้ายเขาของคนอื่นยังไม่รู้สึกเหนื่อยเท่ากับการยืนทะเลาะกับแบคฮยอนคนเดียวเลย ให้ตายซี่


“ถ้าทำไม่ได้ก็แค่บอกว่าทำไม่ได้ อย่าดันทุรังเพื่อรักษาหน้า---


“รู้ไหมแม่สาวน้อยจอมระแวง


“ไอ้” 


“การยืนคุยกับมึงหนึ่งนาทีอาจหมายถึงหมูหนึ่งตัวที่ต้องตายไป อ่อบางทีอาจจะสอง หรือสาม ไม่ก็ตายห่าไปแล้วทั้งคอก”


“มีปัญญาช่วยจริงหรือปะ---


“ถึงไม่มีปัญญาก็แค่ช่วยพวกคนงานฝังกลบดินทิ้งก็สิ้นเรื่องไม่เห็นยาก


“คำพูดของคนเรียนหมอ---


“หรือมึงโอเคกับการเห็นตัวอื่นต้องติดเชื้อด้วยล่ะ?


“อ” 



แบคฮยอนอ้าปากเถียงไม่ออก



นายน้อยรีบให้หมอเข้าไปเถอะครับ ป่านนี้นายรองรอแย่แล้วเสียงของคนงานกับชื่อบุคคลที่สามก็แสนจะเป็นตัวเร่งให้สมองแบคฮยอนทำงานหนักขึ้น ต่างจากอีกคนหนึ่ง ร่างสูงไม่ได้ดูทุกข์ร้อนเหมือนที่เขาและคนงานเป็น กลับยืนทำหน้ากวนประสาทรอว่าแบคฮยอนจะเอาไงต่อ 



“ได้



“กูให้มึงเข้าไป”


“ก็แค่นั้น”


“จะรอดูว่าสิ่งที่แบคบอมกับกูคิดอันไหนมันถูก”


“ใครคิดถูกแล้วไง”


“มึงไม่ต้องรู้”


“กูจะได้อะไร” 


“จะเข้าก็เข้าอย่ามาลีลา”


“ได้เห็นมึงแต่งสาวเดินรอบไร่งั้นเหรอ”


“เอ๊ะ” แบคฮยอนนิ่วหน้า 


“หรืออะไรดี ถ้ารักษาได้กูควรจะได้อะไร” มองความลีลาของไอ้คนที่กำลังยืนกอดอกกวนตีน ไหนว่าหนึ่งนาทีเท่ากับหนึ่งชีวิตไงวะ แม่ง


“ว่าไงล่ะ”


“อะไรของมึง”


“จะให้อะไร”


“ตีนมั้งจะเอามั้ย!



“ไอ้เหี้ยนี่เยอะฉิบหาย” สุดท้ายก็เป็นตัวเองที่ต้องมาประสาทเสีย “เออถ้าไม่ให้ไปโดดผา อมขี้ หรือขี่แมวขึ้นฟ้าที่ไหนจะเอาอะไรมึงว่ามาแล้วรีบไสหัวไป” 



และนั่นก็ได้ทำให้ใครบางคนรู้สึกพอใจจนยิ้มร้ายออกมา



ถึงตอนนั้นใครไม่รักษาคำพูดก็เตรียมเอากระโปรงแม่มาใส่


“กูลูกผู้ชาย คำไหนคำนั้น” 


“ดี” ปาร์คชานยอลยื่นนิ้วก้อยออกมาตรงหน้า แบคฮยอนหลุบตามองมันด้วยท่าทางรังเกียจ


“สาบานได้ว่ากูจะไม่ทำเรื่องปัญญาอ่อน” ยิ่งรู้ความหมายของมันเขาก็ยิ่งอยากเอาตัวออกห่าง 


“หนึ่ง”


“ต่อให้นับถึงสิบกูก็ไม่---โอ้ย!” แบคฮยอนร้องเสียงหลงเมื่อคนตัวโตกว่าถือวิสาสะเอานิ้วก้อยหนาๆนั่นมาเกี่ยวนิ้วก้อยของเขาจนรู้สึกเจ็บ พยายามบิดข้อมือให้มันหลุดแต่กลับสู้แรงไม่ได้ ไม่มีอะไรน่าเจ็บใจเท่านี้อีกแล้ว!


“กลัวจะลืม”


“เอามือออกไปนะโว้ย!


“ว่านอกจากดูดนิ้วตัวเอง ตอนเด็ก ๆ มึงก็ชอบทำเรื่องปัญญาอ่อนแบบนี้แหละ” ตอนเด็กชอบทำก็ไม่ได้หมายความว่าตอนโตต้องชอบด้วยป้ะ!


“ไอ้เลว หุบปากแล้วรีบไสหัวไปเลย ปล่อยมือกูด้วย!” ท้ายสุดแบคฮยอนสามารถสะบัดมือตัวเองออกจนหลุดพ้น “ถ้ามึงกล้าโดนตัวกูอีกล่ะก็ ปาร์คชานยอล” ชี้หน้าคาดโทษอีกคนตาเขียวปั้ด “ไม่ตายดีแน่”


“อยากจับตาย” ร่างสูงว่าอย่างนั้นก่อนจะดันตัวแบคฮยอนออกให้พ้นทาง ไม่วายทิ้งคำพูดไว้ให้อีกคนได้หัวร้อนขึ้นมาอีกรอบ



 

“นิ้วยาวตัวสั้น คนไรวะ น่าเกลียด” 

 

 

 






 

tbc.

 

 

 









 

 

((Talk))

 

สวัสดีค่าา ไม่เจอกันนานเลยใช่มั้ย ;__;


กว่าจะได้ฤกษ์มาจับงานเขียนอีกรอบก็เล่นเอาฝุ่นเขลอะ(ตลอด) ตั้งแต่ทำงานชีวิตก็ยังไม่ค่อยลงตัว แต่ก็ยังอยากเขียนอะไรที่ตัวเองสนใจแล้วเอามาแบ่งปันให้ได้อ่านกัน (มีเยอะเลยด้วย ถ้าไม่ยุ่งจนเกินไปคงได้อ่านอีกหลายเรื่องในคลังของเรา)

 

เป็นการเขียนฟิคสั้นครั้งแรกในชีวิต ไม่รู้จะได้เรื่องมั้ยแต่ก็แอบหวังว่าจะถูกใจใครไม่มากก็น้อยนะคะ

 

สำหรับเรางานเขียนไม่มีการสะสมแต้มบุญ555 เปิดเรื่องใหม่เท่ากับต้องเริ่มต้นใหม่ ยิ่งห่างหายไปนานก็ยิ่งหลงๆลืมๆ ไฟติดๆดับๆไม่เข้าที่เหมือนคนไม่ได้เขียนหนังสือนานอะไรอย่างนั้น ถ้าผิดพลาดประการใดโปรดให้อภัย

 

ยังสามารถติชมกันได้เหมือนเดิม ถ้าเจอคำผิดทักมาบอกกันเน้อ

 

เม้นโหวตให้กำลังใจกันเยอะๆนะคะ

 


 

#SFไร่เราติดกัน #SFคนขายฝัน




 

สกรีมได้น้า คนเขียนจะได้มีแรง แหะ

 

 

..1ถ้าใครสงสัยว่าอินี่มาแนวคู่กัดอีกแระ ทางเราไม่แก้ตัวนะคะ สตาร์ทเรื่องแรกขอเบาๆปมไม่ต้องเยอะไปก่อน 555 


..2 - ในคลังฟิคสั้น พล็อตพีเรียด ดราม่า แฟนตาซี โรแมนติกต่างๆนานาเรามีมาให้ท่านผู้ชมเลือกสรรแน่นอน ค่อยๆสะสมเป็นเรื่องๆไปเนาะ จะพยายามเก็บให้ได้เยอะที่สุดนะค้า


..สุดท้ายสำหรับใครที่รอฟิคยาวอดใจรอกันอีกสักนิด ตอนนี้วางแพลนไว้แล้วถ้าพร้อมคงได้พบกัน แอบสปอยว่าเป็นพล็อตพี่รองผู้แสนเย็นชาของน้องเล็กT^Tใครที่ชอบความเจ้มจ้มสไตล์เราฝากติดตามด้วยจ้า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 248 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

110 ความคิดเห็น

  1. #110 0981925422 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2563 / 23:46
    สนุกมากเลยค่ะไรท์ รอเรื่องยาวอยู่นะคะ ถ้ามีเล่มสั่งแน่นอนค่ะ รอนะค่าา
    #110
    0
  2. #108 pcy__somsom (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 22:00
    รอนะคะ
    #108
    0
  3. #106 dmcheer (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 03:07
    รอนะคะะะะะ
    #106
    0
  4. #105 CHANBAEK 4ever (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 มีนาคม 2563 / 21:03
    รอนะคะ สู้ๆค่ะ
    #105
    0
  5. #103 BangJae_ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:44
    สนุกมากกกกก รออ่านนะคะ
    #103
    0
  6. #102 areenachesani (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:35
    ว่าจะไม่แล้ววว แต่นุเข้ามาแล้วแม่ อยากอ่านต่อง่าาา จะรอนะคะ ตื่นเต้นอ่ะ
    #102
    0
  7. #101 queennemo (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 08:27
    ยังรออยู่ค่าาาาา
    #101
    0
  8. #100 Grace Ch (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 19:38
    รออยู่นะคะ
    #100
    0
  9. #98 fahneeny22 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 11:54
    รอนะคะ
    #98
    0
  10. #97 NPS04 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 23:30
    หนูรอพี่หนิงอยู่น้าาาาา
    #97
    0
  11. #96 mema-i (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 21:43
    ชอบอะไรแบบนี้

    รออยู่น้าค้าาา
    #96
    0
  12. #95 chos921 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 20:48
    ทะเลาะกันน่าดู
    #95
    0
  13. #94 SpongeByan (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 07:42
    ชอบบบบบบบบบบบบมากกกกกกก
    #94
    0
  14. #93 BAIFERN (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 00:27

    รองับบบ ชอบๆ

    #93
    0
  15. #92 Dragonfly0111 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 05:41
    นี่มันคู่กัด 2019
    #92
    0
  16. #91 rainmin.kj (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 00:53
    รอนะ ♥♥♥
    #91
    0
  17. #89 myparkchan (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 16:36
    รอค้าบบบบ เราติดตามผลงานของไรท์ทุกเรื่องเลยย
    #89
    0
  18. #88 PcySHARK (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 17:03
    รอค้าบบบ
    #88
    0
  19. #87 mema-i (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 22:29
    สู้ๆนะคะไรท์ ชอบผลงานของไรท์ทุกเรื่องเลย

    รอติดตามเสมอ

    เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #87
    0
  20. #85 paerrn (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 02:18
    เป็นกำลังใจให้ค่ารอติดตามสำเหมอออออ
    #85
    0
  21. #84 miaJongin (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 01:08
    ชานยอลน่ะชอบแบคฮยอนแน่นอน กำลังจะตล่อมนายน้อยแน่ๆเลารู้!!!!!
    #84
    0
  22. #83 chef_04 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 00:37
    รอเลยค่า ชอบผลงานของไรท์ทุกเรื่อง สู้ๆๆ
    #83
    0
  23. #81 ม.โม (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 07:24

    สนุกๆชอบๆมาต่อเร็วๆนะคะ

    #81
    0
  24. #80 จีวอนชิ':) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 13:29
    วดฟดิสโมเม้น อห ทะเลาะกันปานโลกแตก ไม่ใช่ว่าเคยคบแล้วโมโหที่เลิดกันหรอกนะ5555555
    #80
    0
  25. #79 Mindpoly (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 16:24
    ปาร์คชานยอลจ้องเป็นคนโง่แน่เลยยย แบคฮยอนน่ารักก็บอกกก 🙈🙈🙈
    #79
    0