สะใภ้บรรณาการ (Chanbaek) -END-

ตอนที่ 6 : 05 - ว่าที่พระชายา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23,110
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 849 ครั้ง
    24 ก.ย. 59




-05-

ว่าที่พระชายา








 

 

          “องค์ชายสามเสด็..”  เสียงป่าวประกาศของทหารยามหน้าตำหนักทิศใต้ขาดกระท่อนกระแท่นเมื่อผู้มาเยือนเดินตัวปลิวเข้าไปในตำหนักรวดเร็วดั่งลมพัดผ่าน ปล่อยให้เหล่าทหารเหลียวคอมองตามหลัง เกาแก้มกันอย่างเก้อๆ

 

ไม่ว่าจะกี่ครั้งกี่หนก็ไม่เคยตามพระทัยองค์ชายผู้นี้ทัน คิดจะเสด็จมาก็มา คิดจะเสด็จไปก็ไป ไม่เคยรีรอ..ไม่เคยปฏิบัติตามขั้นตอนที่ถูกต้องเลยสักทีคนในราชสำนักต่างต้องปลงให้กับพฤติกรรมเอาแน่เอานอนไม่ได้ขององค์ชายสามกันถ้วนหน้า

 

ว่าแต่ทรงอุ้มบุรุษที่ไหนมาด้วย

 

หรือจะเป็นว่าที่พระชายา

 

ทหารสองนายมองหน้ากันตาปริบๆ

 

 


 

 

ชานยอลอุ้มป๋ายเซียนเข้ามาในตำหนักทิศใต้ สอดสายตามองหาผู้ที่ตนต้องการจะพบแต่นอกจากนางกำนัลรับใช้แล้วทรงมองไม่เห็นใครอีก จึงเดาต่อไปว่าเจ้าของตำหนักอาจจะขลุกตัวอยู่ในห้องปรุงยา

 

เมื่อคิดได้ดังนั้นก็ไม่รอช้าที่จะก้าวไปยังทิศทางที่ตนคุ้นเคย...อันที่จริงในวังหลวงก็ไม่มีมุมไหนที่ไม่เคยย่างกราย ขึ้นอยู่กับว่าพื้นที่ตรงไหนไปบ่อยหรือไม่เท่านั้น ซึ่งตำหนักขององค์ชายห้าจะว่าไปก็คล้ายกับจะเป็นที่พำนักแห่งที่สองของเขาไปแล้ว เพราะเข้าออกบ่อยเป็นว่าเล่นเสียยิ่งกว่าอะไร

 

“แม้ท่านจะตัวเล็กก็ไม่ได้หมายความว่าจะเบาราวกับขนนกหรอกนะ เลิกดิ้นได้แล้ว”

 

“หนักก็ปล่อยข้าลงเสียทีสิ อุ้มอยู่ได้” ไม่รู้จักอายผู้คนบ้างเลย ตลอดระยะทางที่ป๋ายเซียนตกอยู่ในอ้อมแขนขององค์ชายผู้แสนเอาแต่พระทัยนั้นเขาอับอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปซ่อนไว้ตรงไหน เหล่าทหารและนางกำนัลมองตามกันเป็นแถว ดิ้นก็แล้ว ทุบก็แล้ว ด่าทอยังไงก็แล้วอีกฝ่ายก็ไม่ยอมปล่อยเขาลงดีๆ...บ้าที่สุด!

 

“ปล่อยข้าสิ”

 

“หากจะปล่อยข้าคงปล่อยไปนานแล้ว ไม่อุ้มมาไกลถึงนี่หรอก”

 

“ช่างเป็นคนที่ขวางโลกยิ่งนัก..

 

“ควรคิดว่าข้าเป็นผู้มีน้ำใจมากกว่าจะทรงคิดแบบนั้นนะ”

 

“น้ำใจที่ข้ามิอยากได้”

 

“แต่ข้าอยากให้ และท่านก็ต้องรับไว้” องค์ชายน้อยได้แต่จิ๊ปากขัดใจใส่ เบือนพระพักตร์หลบดวงเนตรคมกริบอย่างไม่สบอารมณ์ จะให้ยืนกรานอีกกี่คราป๋ายเซียนก็จะให้คำตอบเดิมว่าไม่ถูกชะตากับองค์ชายผู้นี้เอาเสียเลย

 

ไม่ชอบรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ไม่ชอบดวงเนตรอ่านยากคู่นั้น ไม่ชอบการแสดงออกที่ทำเป็นเล่นและยั่วโทสะกันตลอดเวลา ที่สำคัญป๋ายเซียนไม่ชอบเวลาที่อีกฝ่ายทำราวกับว่ารู้ทันผู้อื่นไปเสียหมด..ป๋ายเซียนไม่ชอบคนมากเล่ห์ ป๋ายเซียนไม่ชอบองค์ชายสามอะไรนี่เลยจริงๆ!

 

 

องค์ชายหนุ่มอุ้มร่างเล็กพลางก้าวยาวๆไปตามโถงทางเดิน ผนังทั้งสองด้านทำด้วยไม้ซึ่งถูกทาทับด้วยสีแดงเข้มสลับเขียวแฝงลวดลายประณีต กรุด้วยกระดาษสีขาวบางเพื่อปิดกั้นช่องว่างอีกที ส่วนแนวทางเดินมีเชิงเทียนและแจกันกระเบื้องขนาดกลางสำหรับใส่ไม้ประดับสีเขียวชอุ่มวางชิดมุมเสาในบางจุด

 

กลิ่นสมุนไพรเริ่มลอยฟุ้งเตะจมูกเมื่อเดินเข้าใกล้จุดหมายมากขึ้นเรื่อยๆ องค์ชายหนุ่มก้าวต่ออีกนิดก็เดินเลี้ยวเข้าห้องห้องหนึ่งที่ประตูถูกเปิดอ้าทิ้งไว้ กลิ่นฉุนของยาต้ม..กลิ่นฟืน..กลิ่นโสม..กลิ่นสมุนไพรต่างๆนาๆตีผสมปนเปกันจนแยกไม่ออกว่ากลิ่นไหนเป็นกลิ่นไหน มันคละคลุ้งแล้วก็ฉุนแบบที่ป๋ายเซียนต้องเอาหลังมือข้างหนึ่งขึ้นมาปิดจมูกไว้

 

 

“เซฮุน”

 

จุ๋ม!~

 

เจ้าของชื่อเผลอปล่อยไม้พายลงในหม้อดินเผาที่เอาไว้ใช้ต้มยาเพราะสะดุ้งเสียงเรียก เขาปิดตำราเล่มเก่าในมือพลางถอนหายใจช้าๆ..หมุนตัวไปยังผู้มาใหม่ที่ไม่ว่ากี่ครั้งก็ต้องเข้ามาพร้อมกับการรบกวนสมาธิเสมอ

 

“ข้าเคยบอกเจ้ากี่ครั้งแล้วว่าหากจะเข้ามาก็ให้ซุ่มให้เสียงกันก่อน มิใช่...” คำพูดเลือนหายไม่ต่างจากไม้พายที่จมดิ่งลงในหม้อต้มยาเมื่อครู่ องค์ชายห้ายืนทำตาค้างให้กับภาพคนสองคนที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า

 

จะบอกว่าตื่นตะลึงก็ไม่ใช่ จะบอกว่าตกใจก็ไม่เชิง เอาเป็นไม่คิดว่าจะได้เห็นภาพบุรุษอุ้มกันต่อหน้าต่อตาโดยไม่ได้ตั้งตัวก่อนแบบนี้ก็แล้วกัน

 

“ข้ามีเรื่องจะให้ช่วย”

 

ซึ่งคนอุ้มหาได้รู้สึกรู้สาใดๆไม่ ในขณะที่คนถูกอุ้มเซฮุนเห็นเอาแต่ดิ้นขลุกขลักเหมือนไม่ได้ยินยอมด้วยเท่าไหร่ ทั้งแก้มใสนั้นยังขึ้นสีแดงระเรื่อเสียจนน่ามองอีกต่างหาก

 

“นี่องค์ชายเปี้ยน”

 

“องค์ชายเปี้ยน?..ว่าที่พระชายาของเจ้าน่ะหรือ” คนถูกถามเพียงพยักหน้ารับส่งๆแล้ววางร่างเล็กในอ้อมแขนลง ป๋ายเซียนยืนหายใจหายคอยังไม่ทันทั่วปอดมือข้างที่เจ็บก็ถูกคนเอาแต่ใจรั้งขึ้นไปอย่างถือวิสาสะอีกครั้ง

 

“ทรงถูกหินบาดมา ข้ายังไม่ได้ดูอย่างละเอียดแต่คิดว่าอาจต้องเย็บ” ป๋ายเซียนทำตาโตหลังจากได้ยินคำพูดขององค์ชายหนุ่ม “เจ้าตรวจดูหน่อยก็แล้วกัน”

 

องค์ชายห้าส่งยิ้มบางๆให้ป๋ายเซียน ก่อนจะหันไปส่ายศีรษะปลงตกให้กับพี่น้องร่วมสายเลือดที่นอกจากจะบุกเข้ามาถึงห้องปรุงยาแล้วยังใช้ถ้อยคำคล้ายการออกคำสั่งมากกว่ามาขอความช่วยเหลือ คำทักทายสารทุกข์สุขดิบก็ไม่มี ไม่มีแม้แต่การถามไถ่ว่าเขาว่างหรือไม่ สะดวกช่วยหรือเปล่า แต่ก็นี่แหละองค์ชายสามแห่งโชซอน

 

“คยองซู” องค์ชายห้าร้องเรียกบัณฑิตคนเก่งของราชสำนัก เพียงครู่เดียวบุรุษตัวเล็กก็โผล่ออกมาจากห้องเก็บยาซึ่งเชื่อมต่อกับห้องปรุงยาห้องนี้อีกที

 

“องค์ชายเรียกหากระหม่อมหรือพะยะค่ะ”

 

“เจ้าทำสิ่งใดอยู่ พอจะวางมือมาช่วยข้าได้หรือไม่”

 

“กำลังเก็บใบยาที่ตากกันไว้ใกล้จะเสร็จแล้วล่ะพะยะค่ะ องค์ชายจะให้กระหม่อมทำสิ่งใดเร่งด่วนหรือ”

 

“วางมือจากกิจเจ้าก่อนก็แล้วกัน แล้วพาองค์ชายเปี้ยนไปล้างแผลรอข้าที่ห้อง หากเลือดยังไม่หยุดไหลให้เจ้าปฐมพยาบาลเบื้องต้นไปก่อน จัดการยาหม้อนี้เสร็จแล้วข้าจะรีบตามไป”

 

“พะยะค่ะ”

 

องค์ชายห้ามองตามหลังบัณฑิตผู้ช่วยของตนเดินออกไปพร้อมกับองค์ชายเปี้ยน สบตาองค์ชายสามที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหนแวบหนึ่งแล้วจึงหันกลับไปสนใจหม้อต้มยาต่อ

 

“ไม่ตามว่าที่พระชายาเจ้าไปหรือ” พลันขยับปากคุยเล่นกับผู้ที่ยังอยู่ด้วย ทั้งที่ยืนหันหลังให้อย่างนั้น “หายหน้าไปช่วยงานเสด็จพ่อหลายวัน เจอกันอีกทีเจ้าก็ใกล้จะเป็นฝั่งเป็นฝาเสียแล้ว” กลั้วเสียงหัวเราะเย้าพลางหยิบไม้พายอันใหม่มาคนงัดไม้พายอันเก่าที่ตกลงไปในก้นหม้อขึ้นมา

 

“สนใจแต่งแทนข้าไหมล่ะ”

 

“ตอนที่ข่าวลือเรื่องพระชายาของเจ้าแพร่ไปทั่วราชสำนัก ข้าล่ะอยากจะควบม้าตามไปถามความจริงจากเจ้าถึงแผ่นดินราชวงศ์เปี้ยนจริงๆ อยากรู้ว่าอะไรดลใจให้เจ้ายอมทำตามพระประสงค์ของเสด็จพ่อ ทั้งที่ทุกทีเอาแต่คัดค้านหัวชนฝา” 

 

“บางครั้งโชคชะตาก็ไม่ได้อยู่ข้างเรา” ชานยอลเดินเข้ามายืนกอดอกใกล้ๆ พิงโต๊ะที่ใช้วางอุปกรณ์ช่วยปรุงยาขององค์ชายหมอ มืออยู่ไม่นิ่ง จับนู่นเล่นนี่ วางของกลับคืนไม่ตรงตำแหน่งเดิมจนเซฮุนต้องเอาเหล็กเขี่ยฟืนเคาะมือให้หยุด

 

“แล้วใช่โชคชะตาหรือเปล่าที่มอบองค์ชายผู้นั้นให้เป็นพระชายาเจ้า”

 

“ข้าเป็นคนเลือกป๋ายเซียนเอง” เซฮุนหันไปมองหน้าชานยอลอย่างต้องการคำอธิบายเพิ่ม 


“กษัตริย์เปี้ยนอยากตอบแทนน้ำใจที่ข้าช่วยเหลือจึงจะยกเหล่าองค์หญิงให้ แต่ข้าไม่ปรารถนา ทางออกเดียวในตอนนั้นจึงเป็นป๋ายเซียน เหอะ..ใครจะคิดล่ะว่าฝ่าบาทจะทรงยกพระราชโอรสเพียงองค์เดียวให้ข้าจริงๆ” องค์ชายหนุ่มเอามือลูบพระพักตร์ตัวเองเมื่อนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้น ขณะที่องค์ชายอีกพระองค์ที่เพิ่งได้รับรู้เรื่องราวได้แต่ยืนขำจนไหล่สั่น

 

“ก็สมควรแล้ว อยากเจ้าเล่ห์ดีนัก”

 

“สมพระทัยเสด็จพ่อของเจ้า สุดท้ายก็ยัดเยียดคู่ครองให้ข้าจนสำเร็จ”

 

“หากเจ้าเล่นน้อยกว่านี้คงไม่ถูกบังคับเช่นนี้หรอก ทำตัวล่องลอยไปมาไม่ยอมจับอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน พ่อแม่ที่ไหนก็คงเหลืออดด้วยกันทั้งนั้น”

 

“ข้าบอกแล้วไงว่าหากจะให้ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดไปวันๆ ชีวิตมีแต่งานเช่นพวกเจ้าข้ายอมถูกปลดออกจากตำแหน่งองค์ชายสามเลยดีกว่า”

 

“อย่าพูดให้เสด็จพ่อได้ยินเข้าล่ะ กริ้วแน่ๆ”  ชานยอลพ่นลมหายใจเบื่อหน่าย ล้วงเอาพัดที่พกติดกายไว้ตลอดขึ้นมาโบกช้าๆ “ก่อนจะกล่าวอะไรออกมาเจ้าควรนึกเสียดายความสามารถที่ตัวเองมีบ้าง”

 

“องค์ชายรัชทายาทดูแลฝ่ายบุ๋นได้ดีอยู่แล้ว อี้ฟานก็เป็นอาจารย์ของเหล่าบัณฑิตได้เก่งอย่างไม่เคยขาดตกบกพร่อง จื่อเทาประจำฝ่ายบู๊ เจ้าก็เป็นถึงแพทย์มากความสามารถ ส่วนองค์หญิงน้อยหากโตขึ้นอีกหน่อยก็คงเป็นสตรีที่เพียบพร้อมเช่นกัน เช่นนี้แล้วขาดข้าไปซักคนจะเป็นไรไป”

 

“ตราบใดที่กายเจ้ายังมีเลือดของกษัตริย์โชซอนไหลเวียนอยู่ก็หยุดคิดถึงอิสระนั้นเถอะ เชื้อพระวงศ์ทุกพระองค์ต้องรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองเจ้าก็รู้ และน่าจะรู้ดียิ่งกว่าใครด้วยซ้ำว่าให้ตายยังไงก็เลี่ยงมันไม่ได้”

 

ชานยอลเป็นองค์ชายเพียงองค์เดียวที่เอาแต่ขัดขืนต่อต้านรับสั่งของฝ่าบาท ให้ไปประจำฝ่ายบุ๋นก็เอาแต่คัดค้านความคิดผู้อื่น กระทำตามใจตัวเอง ให้ไปอยู่ฝ่ายบู๊ก็ขาดซ้อม ไม่ยอมปฏิบัติตามขั้นตอนที่ผู้อื่นเค้าปฏิบัติกัน หลุดนอกกรอบไปเสียทุกเรื่อง ความสามารถด้านการแพทย์ก็มี ด้านศิลปะดนตรีก็เป็นเลิศ แต่กลับไม่ยอมหยิบจับอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลยสักอย่าง ตามตัวยาก ทั้งยังดื้อดึงเกินจะรับมือจนคนในราชสำนักต่างพากันส่ายหัว

 

แต่ไม่ว่าอย่างไรฝ่าบาท พระมเหสี และพระอัยยิกายังคงพยายามเคี่ยวเข็ญนิสัยแสนรั้นเจ้าสำราญนี้เสมอๆ ในทางกลับกันยิ่งห้าม ยิ่งว่า ก็เหมือนกับยิ่งยุ จนตอนนี้ก็ยังไม่มีผู้ใดรู้เลยว่าควรใช้วิธีไหนหรือควรให้ใครมากำราบคนนิสัยดื้อรั้นไม่ยอมฟังใครเช่นนี้ถึงจะเอาอยู่

 

“ว่าแต่ไปทำอะไรกันมา องค์ชายน้อยผู้นั้นถึงได้เลือดตกยางออกมาแบบนี้ เพิ่งมาถึงโชซอนวันแรกไม่ใช่หรอกหรือ”

 

“เรื่องมันยาว”

 

“คงไม่ยาวเกินที่จะเล่าให้หมอฟังหรอกมั้ง”

 

“ไม่เจอกันไม่กี่วันฝีปากของเจ้าพัฒนาขึ้นนะ” เซฮุนไหวไหล่พลางใช้ผ้าสีขาวสำหรับกันความร้อนยกหม้อต้มยาขึ้นมาจากเตา นำเอามันไปวางไว้ตรงฐานรองบนโต๊ะด้านหลัง

 

“หากไม่บอกสาเหตุของอาการคราวหลังเจ้าควรจะรักษาเอง ไม่ต้องให้ถึงมือข้าหรอก เรื่องง่ายๆเช่นนี้ไม่เกินความสามารถองค์ชายสามอยู่แล้วนี่”

 

“ข้าก็บอกไปตั้งแต่ต้นแล้วว่าถูกหินบาดเจ้าจะประชดทำไม”

 

“อย่าแกล้งบื้อสิ ข้าหมายถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านั้นน่าจะรู้”

 

“สอดรู้จริงๆ”

 

“ก็ซึมซับมาจากเจ้าทั้งนั้นไม่รู้หรอ”

  



  

 

องค์ชายสามยืนกอดอกพิงผนังห้องบรรทมขององค์ชายห้า ดวงเนตรคมจับจ้องการรักษาระหว่างองค์ชายหมอผู้เป็นเจ้าของห้องและผู้ได้รับบาดเจ็บ องค์ชายเปี้ยนป๋ายเซียน

 

ตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการเย็บแผล โดยองค์ชายหมอมีบัณฑิตผู้ช่วยนามว่าคยองซูคอยช่วยหยิบจับอุปกรณ์ให้อย่างคล่องมือกะแล้วว่าแผลของป๋ายเซียนต้องถูกเย็บ เพราะจากเลือดที่ไหลไม่หยุดและก้อนหินที่ตนได้ตรวจดูก่อนหน้านี้ค่อนข้างแหลมคม ดังนั้นแผลก็คงจะลึกน่าดู ในตอนแรกที่เซฮุนเข้ามาตรวจดูอาการพร้อมกับบอกด้วยน้ำเสียงนิ่งๆว่าต้องเย็บเท่านั้น ชานยอลก็ขำเข้าให้เพราะสีหน้าตกใจระคนตื่นกลัวขององค์ชายน้อยมันทำเขาอดขำไม่ได้จริงๆ

 

แต่เมื่อเวลาผ่านไปองค์ชายน้อยได้รับยาชาและเข้าสู่ขั้นตอนการเย็บแผลจริงๆชานยอลกลับขำไม่ออก จากที่คอยหันมาถลึงตามองค้อนใส่ ป๋ายเซียนก็เอาแต่นั่งหน้าซีด กัดปากพลางเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ตอนนั้นเองที่ชานยอลได้รู้ว่าป๋ายเซียนกลัวจริงๆ นับเป็นครั้งแรกที่อีกฝ่ายยอมแสดงสีหน้าหวาดกลัวให้เห็นอย่างไม่ปิดบัง น้ำตาที่ซึมเล็ดออกมาจากดวงเนตรรีเล็กทำให้คนมองรู้สึกผิดที่ปล่อยให้อีกฝ่ายลงไปประลองดาบโดยไม่คิดจะห้าม ซ้ำยังนึกสนุกยิ่งกว่าใครๆ  

 

 

“เสร็จแล้วล่ะ..

 

ประโยคบอกเล่าขององค์ชายหมอทำเอาป๋ายเซียนผ่อนลมหายใจออกด้วยความโล่งอก นานทีเดียวที่ต้องนั่งกลั้นใจให้คนเอาเข็มมาทิ่มผิวเนื้อทั้งที่เกลียดแสนเกลียดรสชาติความเจ็บปวดของมันที่สุด แต่เพราะยังรักตัวเอง อยากให้หายจึงยอมกัดฟันทน อีกอย่างป๋ายเซียนอยากลบคำสบประมาท ไม่อยากให้คนบางคนมองว่าเขาเป็นเด็กขี้กลัว

 

“พักนี้พยายามอย่าให้แผลโดนน้ำ เสวยพระโอสถให้ครบและตรงเวลา ข้าจะฝากเรื่องไว้กับนางกำนัลตำหนักท่าน ส่วนการล้างแผล..หากข้าติดกิจธุระใดจะให้คยองซูเข้าไปถวายการดูแลแทน”

 

“ขอบพระทัยองค์ชายห้า”

 

“ไม่เป็นไร เราคนกันเอง” เซฮุนค้อมศีรษะรับพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน “แต่ช่วงนี้ท่านคงต้องเข้มงวดเรื่องการรักษาพระวรกายตัวเองหน่อย เพราะนอกจากบาดแผลที่ได้รับแล้ว สภาพอากาศที่นี่ก็คงแตกต่างจากบ้านเมืองท่านทีเดียว อาจทำให้ประชวรได้ง่าย”

 

“ป๋ายเซียนจะจำคำขององค์ชายห้าเอาไว้” 

 

“ดีแล้ว จะได้ทรงกลับมาแข็งแรงในเร็ววัน”

 

“พะยะค่ะ”

 

อะแฮ่ม

 

เสียงกระแอมไอในลำคอขององค์ชายที่ยืนค้ำหัวทุกคนอยู่ทำให้องค์ชายหมอค่อยๆวางมือที่มีผ้าพันแผลของป๋ายเซียนลงเบาๆ หันไปเลิกคิ้วมองหน้าบุคคลผู้เรียกร้องความสนใจว่ามีอะไร

 

“ข้าจะออกไปรอด้านนอกนะ อยู่ตรงนี้นานๆรู้สึกไม่ปลอดโปร่ง อยากจะสำลักคำหวานแปลกๆ” แค่นยิ้มบอกแล้วก้าวออกจากห้องไปทันที ปล่อยให้คนที่อยู่ด้านในมองตามอย่างงุนงง

 

“ประหลาดคน ทำอย่างกับไม่พอใจสิ่งใด” องค์ชายหมอบ่นยิ้มๆ ดันอุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ทั้งหมดให้คยองซูช่วยเก็บ “หรือว่ากำลังหึงท่านกับข้า..” การเดาส่งๆขององค์ชายหมอทำป๋ายเซียนเกือบสำลักน้ำลายตัวเอง รีบออกตัวปัดปฏิเสธอย่างไม่รอให้ใครได้เข้าใจผิดกันไปไกล

 

“ไม่ใช่หรอก คงอยากหาเรื่องมาแขวะข้าเสียมากกว่า”

 

“ชานยอลเป็นประเภทชอบยั่วโทสะบุคคลอื่น ข้อนี้ข้าก็มิรู้จะช่วยท่านยังไงเพราะที่ผ่านมาตัวเองก็โดนมาเยอะไม่น้อยไปกว่าใคร” ป๋ายเซียนหัวเราะให้กับคำพูดขององค์ชายห้า

 

ทั้งที่ทั้งคู่เป็นพี่น้องกัน แต่องค์ชายหมอผู้นี้กลับให้ความรู้สึกน่าคบหามากกว่าองค์ชายผู้นั้นเป็นไหนๆ น้ำเสียงสุภาพ การกระทำก็เช่นกัน ทั้งน้ำหนักมือที่ใช้รักษาแผลให้ป๋ายเซียนก็เบาเสียจนแทบไม่รู้สึก

 

“อีกไม่นานเราจะกลายเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว หากมีสิ่งใดให้ช่วยเหลือบอกข้าได้ไม่ต้องเกรงใจ คิดซะว่าข้าเป็นสหายของท่านอีกคนก็ได้ ข้ายินดี”

 

“ขอบพระทัยองค์ชาย”

 

“อืม...จะว่าไปเรามาพูดกันปกติดีไหม ไม่ต้องใช้ราชาศัพท์ให้ห่างเหิน พูดเหมือนที่ข้าพูดกับชานยอลก็ได้นะ” ป๋ายเซียนแย้มยิ้มให้เซฮุนจนตาหยี พยักหน้ารับด้วยความยินดี

 

“ได้สิ ว่าแต่ท่านมิใช่น้องขององค์ชายสามหรอกหรือ เหตุใดจึงดูเหมือนเป็นสหายกัน”

 

“ข้า ชานยอล แล้วก็องค์ชายสี่จื่อเทาเกิดปีเดียวกัน แต่เพราะอ่อนเดือนกว่าเท่านั้นลำดับยศถึงได้แค่องค์ชายห้า” เป็นอีกครั้งที่ป๋ายเซียนหลุดหัวเราะออกมาอย่างสบายใจ รู้สึกค่อยยังชั่วขึ้นบ้างหลังจากนึกอึดอัดกับสถานที่แห่งใหม่ที่ยังไม่คุ้นชิน องค์ชายหมอเซฮุนคงจะเป็นสหายที่ดีของเขาได้..อย่างน้อยอีกคนก็ทำให้รู้ว่าที่นี่ยังมีคนที่ต้อนรับเขาอย่างเป็นมิตรอยู่

 

“ชานยอลคงรอจนเบื่อแล้ว ข้าจะออกไปส่งที่หน้าตำหนัก ท่านจะได้มีเวลากลับไปพักผ่อน” คนตัวเล็กพยักศีรษะรับ ส่งมือให้องค์ชายห้าช่วยพยุงตัวให้ลุกขึ้นยืน ไม่ลืมที่จะเอ่ยคำขอบคุณต่อบัณฑิตผู้ช่วยขององค์ชายด้วย

 

 

 

 

“อ่ะ..รออยู่นั่นไง”

 

เมื่อก้าวออกมาหน้าตำหนัก สิ่งแรกที่ป๋ายเซียนเห็นคือแผ่นหลังกว้างขององค์ชายจอมกวนประสาท ท่าทางกำลังยืนกินลมชมวิวอยู่ แน่นอนว่าไม่มีทางที่ป๋ายเซียนจะเป็นฝ่ายเอ่ยเรียกคนผู้นั้นเอง องค์ชายห้าทรงเรียกชื่อสหายให้ พออีกฝ่ายหันมาป๋ายเซียนรีบค้อมศีรษะบอกลาเซฮุนก่อนจะเดินผ่านตัวคนผู้นั้นไปโดยที่ไม่รอ

 

“ข้าอุตส่าห์อยู่รอตั้งนาน อุ้มไปส่งจนถึงมือหมอก็ตั้งไกล แต่ยังคงได้รับการเพิกเฉยใส่อีกแล้วนี่ไม่ยุติธรรมเอาซะเลย”

 

ถึงไม่รอ ถึงเดินหนี ป๋ายเซียนก็รู้อยู่แล้วว่าจะเป็นเช่นนี้ องค์ชายจอมป่วนยังคงตามมาไม่เลิกรา ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะเหนื่อยแล้วหยุดกวนใจกันแบบนี้เสียที หากหวังจะได้รับคำขอบคุณป๋ายเซียนคงไม่มีให้ เพราะที่เจ็บอยู่ตอนนี้ส่วนหนึ่งก็มาจากฝีมือสหายของอีกฝ่าย ที่สำคัญป๋ายเซียนยังไม่ลืมเสียงหัวเราะเยาะตอนที่ตัวเองนั่งเจ็บให้หมอทำแผลก่อนหน้านี้กลับจำได้ไม่ลืมเลยล่ะ

 

“กับคนอื่นทำไมคุยดีนัก กับข้าหน้ายังไม่ยอมหันมามอง”

 

ป๋ายเซียนก้าวไปข้างหน้าเรื่อยๆ ไม่คิดจะหยุดเสวนา

 

“องค์ชายห้าทรงสุภาพน่าคบหามากล่ะสิ” องค์ชายหนุ่มก้าวยาวๆมาจนสามารถตามร่างเล็กได้ทัน “ยังเหลือองค์ชายอีกหลายพระองค์ที่ท่านยังไม่ได้พบหน้า อย่าด่วนเทพระทัยให้ใครไปก่อนซะล่ะ บางทีท่านอาจจะเลือกไม่ถูกเลยก็ได้ว่าโปรดองค์ไหนมากที่สุด..หากว่าทั้งหมดออกมาพร้อมๆกัน”

 

“ที่สหายของท่านดูถูกข้าในวันนี้ยังมิพอพระทัยอีกหรอ” ป๋ายเซียนหยุดเดินพลางหันไปพูดด้วยอย่างเหลืออด “หากมองเห็นความทุกข์ของผู้อื่นเป็นเรื่องสนุกของตัวเอง ก็จงรู้เอาไว้เถิดว่าท่านนั้นแย่”

 

“อ่า..” เอียงคอมององค์ชายน้อยด้วยสีหน้าแสร้งฉงน “ข้าเองก็ไม่เคยบอกใครว่าตัวเองแสนดีนะ”

 

“ว่าให้แล้วยังไม่สะทกสะท้านอีกหรือ เป็นคนเช่นไรกัน”

 

“ฮ่ะๆๆ”

 

“ท่านนี้มัน..โอ้ย!” เผลอง้างหมัดด้วยมือข้างที่มีแผลอย่างลืมตัว เจ็บจี๊ดจนต้องร้องลั่น พอเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่าองค์ชายจอมกวนประสาทกำลังยืนไหวไหล่ให้ ชูมือเปล่าทั้งสองข้างขึ้นเสมือนบอกว่าไม่รู้ไม่เห็นและไม่เกี่ยว ที่ป๋ายเซียนเจ็บก็เพราะว่าทำตัวเอง ซึ่งมันทำให้ป๋ายเซียนยิ่งเจ็บใจหนักกว่าเก่า ทำหน้าบูดบึ้งแล้วกระทืบเท้าเดินปึงปังเข้าไปในตำหนักตัวเองทันที

 

ชานยอลเดินตามเข้าไปด้วย ทันเห็นแผ่นหลังเล็กไวๆก่อนที่บานประตูห้องบรรทมจะถูกเลื่อนปิดเสียงดังต่อหน้าต่อตา สร้างความงุนงงระคนตกใจแก่จางอี้ชิงและฮันซังกุงที่ยืนอยู่หน้าเหล่านางกำนัลชุดสีน้ำทะเลเป็นอย่างยิ่ง 

 

“เกิดอะไรขึ้นพะยะค่ะ ทำไมองค์ชายถึง..

 

“องค์ชายของเจ้าจับต้องยากอย่างนี้นานแล้วหรืออี้ชิง” ถามขณะเดินเข้าไปเปิดเครื่องเสวยในพานที่นางกำนัลถือกันอยู่ “เล่นด้วยก็ไม่ได้ เย้านิดแหย่หน่อยต้องกริ้วข้าทุกที”

 

“ไม่นะพะยะค่ะ องค์ชายของหม่อมฉันทรงขี้เล่นและออกจะซุกซนตามวัย”

 

“งั้นหรือ แสดงว่าคงเกลียดข้าจริงๆ”

 

“เอ่อ...

 

“องค์ชายก็อย่าทรงแกล้งน้องนักสิเพคะ”

 

“ฮันซังกุงเห็นข้าทำตัวเช่นนั้นหรือ”

 

“ถึงไม่เห็นก็รู้เพคะ” หญิงวัยกลางคนตีแขนแกร่งขององค์ชายที่ตนเลี้ยงดูมากับมือเบาๆอย่างอดไม่ได้ “รู้มาว่าทรงชวนองค์ชายเปี้ยนไปที่ลานประลองจนเจ็บเนื้อเจ็บตัวกลับมา ไม่ดีเลยนะเพคะ หากฝ่าบาททรงรู้เข้าองค์ชายต้องถูกตำหนิแน่ๆ”

 

“ข้าถูกตำหนิบ่อยจนชิน โดนอีกซักเรื่องจะเป็นไรไป” กดยิ้มขี้เล่นให้จนเกิดรอยบุ๋มบนปรางข้างหนึ่ง   

 

“ก็เป็นเสียอย่างนี้”

 

“เอาน่า..ฮันซังกุงเตรียมเครื่องเสวยมาถวายเจ้าของตำหนักมิใช่หรือ เอาเข้าไปให้เขาสิ ข้าจะกลับแล้ว”

 

“แล้วทรงเสวยอะไรมาหรือยังเพคะ อยู่เสวยร่วมกับองค์ชายเปี้ยนดีไหม หม่อมฉันและนางกำนัลเตรียมเครื่องคาวหวานมาถวายเยอะเลย”

 

“หากเห็นหน้าข้าคงพาลให้ไม่เจริญอาหารเอาซะเปล่าๆ ฮันซังกุงนำนางกำนัลเข้าไปเถิด” องค์ชายชานยอลบอกด้วยท่าทางสบายๆ กำลังจะเดินออกไปแล้วทว่าคิดบางอย่างขึ้นได้

 

“อ่อ..องค์ชายเปี้ยนต้องเสวยยาหลังอาหารด้วย อีกเดี๋ยวคนขององค์ชายห้าคงนำมาถวาย ฮันซังกุงช่วยดูด้วยล่ะ ต้องให้ทานครบทุกมื้ออย่าให้ได้ขาด”

 

“เพคะองค์ชาย”

 

“ฝากไปบอกให้หายไวๆ แล้วข้าจะแวะมาเล่นด้วย”  ขยิบตาทิ้งท้ายก่อนที่จะเสด็จหายไป..

 

 



 


 

ในวันต่อมา ฝ่าบาทแห่งโชซอนมีรับสั่งให้เหล่าขุนนาง ทหาร นางกำนัล และเชื้อพระวงศ์ทุกพระองค์มารวมตัวกันที่ลานหน้าพระราชวังกันอย่างพร้อมหน้า เป็นครั้งแรกที่องค์ชายเปี้ยนได้มีโอกาสพบหน้าทุกคน แล้วยังรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ฝ่าบาททรงกล่าวต้อนรับและแนะนำองค์ชายตัวเล็กๆเช่นเขาให้ทุกคนได้รู้จักอย่างสมพระเกียรติ

 

สุรเสียงไพเราะนั้นยังคงเต็มไปด้วยความอบอุ่นเสมอ พระองค์ทำให้ป๋ายเซียนรู้สึกปลอดภัย แววตาที่ทรงใช้ทอดพระเนตรป๋ายเซียนก็ช่างเหมือนพระราชบิดา มีแต่ความรักความเอ็นดูให้ อีกทั้งพระมเหสี พระอัยยิกา ตลอดจนพระสนมทุกพระองค์ก็ทรงแย้มรอยยิ้มให้อย่างเป็นกันเอง เห็นเช่นนั้นแล้วป๋ายเซียนก็พลอยโล่งอกไปได้เปราะหนึ่ง

 

ก่อนจะรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อฝ่าบาทตรัสถึงงานมงคลอภิเษกสมรสระหว่างเขาและองค์ชายสามขึ้นมา ฤกษ์งามยามดีที่ใกล้ที่สุดคือเดือนหน้าซึ่งฝ่าบาทประกาศชัดว่าจะจัดพิธีมงคลให้ยิ่งใหญ่และสมพระเกียรติ ซึ่งนั่นเป็นเพราะว่าป๋ายเซียนเป็นสะใภ้คนแรกที่มาจากเลือดเนื้อเชื้อไขของกษัตริย์ด้วยกัน ส่วนพระชายาขององค์ชายรัชทายาทอินซอง และพระชายาขององค์ชายสองอี้ฟานนั้น เป็นเพียงบุตรสาวของขุนนางชั้นสูง

 

อีกอย่างป๋ายเซียนเป็นถึงพระราชโอรสเพียงองค์เดียวของกษัตริย์ผู้เป็นสหายรัก จะจัดงานเล็กๆเรียบๆให้ได้อย่างไร

 

มากไปกว่านั้น เร็วๆวันนี้โชซอนจะมีงานเลี้ยงฉลองภายในเพื่อเป็นการต้อนรับให้กับองค์ชายเปี้ยนด้วย จะบอกว่าเป็นเรื่องน่าดีใจก็ใช่อยู่หรอก แต่ลึกๆแล้วป๋ายเซียนรู้สึกเกรงใจฝ่าบาทอยู่ไม่น้อย แต่จะทำอย่างไรได้..ผู้ใหญ่ที่มีศักดิ์สูงกว่ามีพระราชประสงค์แบบนั้นแล้ว สิ่งที่ป๋ายเซียนทำได้ดีที่สุดคือการก้มหน้ารับน้ำพระทัยแต่โดยดี

 

 

 

“เป็นอย่างไร ครอบครัวของข้าเป็นที่น่าพอพระทัยบ้างไหม”

 

ป๋ายเซียนหมุนตัวกลับไปมองเจ้าของสุรเสียงทุ้มด้านหลัง รู้สึกแปลกใจที่อี้ชิงและเหล่านางกำนัลติดตามหายตัวไปกันหมด ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังเดินตามหลังเขามาอยู่แท้ๆ..หายไปไหน หายไปได้ยังไง แล้วหายไปกันตั้งแต่เมื่อไหร่ คงเพราะมัวแต่คิดอะไรเพลินๆจนไม่ทันได้ผิดสังเกต รู้สึกตัวอีกทีถึงมีเพียงร่างสูงสง่าของคนบางคนให้เห็นแบบนี้

 

ป๋ายเซียนสบตาอีกฝ่ายได้ไม่นานก็ต้องหมุนตัวหนีกลับไปทางเดิมอีกครา หากแต่ไม่ได้ก้าวหนี..เพียงยืนอยู่กับที่นิ่งๆ มองทางเดินด้านหน้าซึ่งทอดยาวไกลสุดสายตา ด้านข้างเป็นกำแพงอิฐ มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา คราใดที่ลมหนาวพัดผ่านใบไม้เปลี่ยนสีจะหลุดปลิวลงมากองทับซ้อนกันจนพื้นด้านล่างกลายเป็นสีเหลืองทองอร่าม..จิตนาการเค้าเดิมแทบไม่ออกว่าก่อนหน้านี้พื้นที่เท้าย่ำเหยียบอยู่นั้นคือสีอะไร..

 

“ไม่คิดจะเอ่ยอะไรให้ข้าได้ยินเสียงบ้างหรือ” สุรเสียงทุ้มต่ำนั้นใกล้เข้ามา พร้อมกับสัมผัสแผ่วๆบนศีรษะที่ทำให้ป๋ายเซียนสะดุ้ง ก่อนจะได้รู้ว่าอีกฝ่ายถือวิสาสะทำอะไรตอนที่ใบไม้สีเหลืองถูกยื่นมาตรงหน้า

 

“ข้าเพียงช่วยหยิบมันออกจากหมวกท่านให้เท่านั้น เหตุใดต้องทำท่าทีตกใจเหมือนข้าจะรังแก” กลั้วหัวเราะถามอย่างไม่ใส่ใจนัก ใบไม้ที่ยื่นให้ถูกเพิกเฉยไม่ต่างจากตัวเองจนต้องค่อยๆลดมือลงอย่างช่วยไม่ได้

 

“ไม่คิดบ้างหรอว่ายิ่งเกลียดสิ่งใดท่านยิ่งจะได้สิ่งนั้น”

 

“ไม่คิด”

 

“เชื่อแล้วว่าไม่คิด ตอบไวเสียจนข้าเกือบฟังไม่ทัน..” ส่งเสียงเย้าพลางยื่นพระพักตร์เข้าไปใกล้ๆ “แต่ระวังพระทัยไว้หน่อยก็แล้วกัน เสน่ห์ของข้าไม่เคยปรานีผู้ใด..กลัวท่านจะกลืนน้ำลายตัวเองเพราะหลงข้าหัวปักหัวปำเข้าซักวัน” ป๋ายเซียนทำหน้าเอือมระอาใส่คนหลงตัวเอง

 

“ให้ข้ากัดลิ้นตัวเองตายยังจะง่ายซะกว่าให้หลงเสน่ห์คนอย่างท่าน”

 

“เอาไว้เวลานั้นมาถึงข้าจะช่วยท่านกัดอีกแรงก็แล้วกัน” แกล้งรวบเอวน้อยเข้ามาแนบกาย สร้างความตกใจต่อคนในอ้อมแขนจนต้องดิ้นขลุกขลักเพื่อให้ตัวเองหลุดพ้น “หรือจะช่วยกัดตั้งแต่ตอนนี้เลยดี..

 

“ไม่ดี! ปล่อยข้าเลยนะ!

 

“ตัวท่านนี่เล็กจริงเชียว กอดได้ทั้งตัว”

 

“ข้าไม่ใช่สตรีของท่าน อย่ามาทำตัวกะล่อนเจ้าชู้เช่นนี้ใส่นะ ปล่อย”

 

ข้าเคยคิดอยากให้เราเป็นสหายที่ดีต่อกัน แม้ว่าจะอภิเษกสมรสกันในนามสามีภรรยาเราก็สามารถเป็นอิสระต่อกันได้ แต่พอเห็นท่านเอาแต่รังเกียจรังงอนกันแบบนี้แล้วข้าก็เริ่มอยากเปลี่ยนความคิด”

 

“ข้าบอกให้ปล่อยไม่ได้ยินหรอ ปล่อยเดี๋ยวนี้”

 

“หากทำให้ท่านหลงรักข้าได้จริงๆจะเป็นยังไงนะ”

 

“ข้ายอมตายเลยดีกว่า!” ป๋ายเซียนเริ่มใช้กำปั้นทุบอกแกร่งและลาดไหล่กว้างของคนที่พูดจาไม่รู้เรื่อง “เกิดมาข้ายังไม่เคยเจอใครที่ทำตัวแย่เท่าท่านมาก่อนเลย คำพูดของท่าน การกระทำของท่าน ทุกอย่างที่เป็นท่านข้าเกลียดมันหมดเลย!

 

“น่าเห็นใจ..แต่ก็ช่วยไม่ได้ เสด็จพ่อของท่านทรงประทานท่านให้ข้าเอง” องค์ชายน้อยหยุดดิ้น ก้มหน้านิ่งกำหมัดแน่นด้วยความโกรธจัด..ตัวสั่นเทิ้มอยู่ในอ้อมแขนจนองค์ชายหนุ่มที่มองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเรื่องเล่นๆก้มหน้าลงมองเพราะแปลกใจ แล้วก็ต้องชะงัก..รอยยิ้มสนุกบนมุมปากค่อยๆเลือนหายเมื่อเริ่มสังเกตเห็นรอยเลือดจางๆซึมขึ้นมาบนผ้าพันแผลของอีกฝ่าย

 

“เช่นนั้นก็คงต้องรอให้ตายจากกันถึงจะหลุดพ้น”

 

 

“ทำดีต่อกันไม่ได้ ไม่ปรารถนาในตัวกันและกันมาตั้งแต่แรกทำไมไม่อยู่ห่างๆ ทำแบบนี้ทำไมข้าไม่เข้าใจ” เงยหน้าขึ้นถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ในดวงเนตรแดงกร่ำมีน้ำใสๆเคลือบอยู่ “อยากสนุกก็สนุกไปคนเดียวสิ อยากทำตัวเจ้าสำราญหรืออยากไปตายที่ไหนทำไมไม่ไป มายุ่งกับข้าทำไม มากวนใจข้าแบบนี้ทำไม!

 


 พลั่ก!

 


ผลักกายสูงออกสุดกำลังที่มี กำลังจะหมุนตัวหนีทว่าข้อแขนถูกคว้าเอาไว้ ป๋ายเซียนรีบสะบัดมันออกราวกับต้องของร้อนก่อนจะฟาดมือลงบนปรางสากเป็นของแถมด้วยแรงที่ไม่เบาเลยสักนิด

 

 

เพี๊ยะ!!!

 

 

ชานยอลหน้าหันไปอีกทาง ขณะที่คนเผลอใช้กำลังมองตามด้วยความตกใจ รีบวิ่งหนีออกไปก่อนที่จะถูกเอาคืนหากว่าอีกฝ่ายตั้งสติได้

 

ผู้มาใหม่เข้ามายืนแทนที่ป๋ายเซียน..เป็นองค์ชายห้าผู้ซึ่งเข้ามาได้ถูกจังหวะ ทันเห็นเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆร้อนๆเข้าพอดี..โดยที่ไม่ได้ตั้งใจ

 

 

“เป็นไง ไหวมะ..โอ้ว

 

เซฮุนรีบชูมือทั้งสองข้างขึ้นยอมจำนนเมื่อสหายรักร่วมสายเลือดเงยหน้าขึ้นมาพร้อมสีหน้าดุดัน ปราศจากรอยยิ้มขี้เล่นเฉกเช่นทุกที แต่ก็ไม่ได้น่ากลัวสักเท่าไหร่ อาจเป็นเพราะรอยแดงปื้นที่เริ่มปรากฏรูปนิ้วมือชัดขึ้นเรื่อยๆบนแก้มของสหาย..ที่เป็นเหตุให้องค์ชายหมอหลุดขำออกมาแทนที่จะหวั่นกลัว

 

“หัวเราะเข้าไป”

 

“แหม..ก็เพิ่งจะเคยเห็นองค์ชายสามถูกคนลงไม้ลงมือใส่ แถมคนผู้นั้นยังตัวเล็กเท่าไหล่เอง ช่างเป็นบุญตาข้าจริงๆ ฮ่ะๆ”

 

“เหอะ..” องค์ชายสามได้แต่เอาลิ้นดุนกระพุ้งแก้มข้างที่ถูกตบ กลอกตามองไปทางอื่นราวกับกำลังครุ่นคิดสิ่งใดอยู่

 

“ท่าทางเจ้าน่าจะต้องการหมอนะ"

 

“ไม่จำเป็น ช่วยบอกข้ามาก็พอว่าขึ้นรอยกี่นิ้ว” กลอกตากลับมามองหน้าองค์ชายห้าเพื่อรอฟังคำตอบ คนถูกถามแค่นหัวเราะขำก่อนจะช่วยพินิจรอยแดงบนแก้มให้

 

“ที่ข้าเห็นชัดๆก็นิ้วถึงสองนิ้ว แต่อีกสักพักมันคงจะขึ้นครบทั้งห้านิ้วเลยล่ะ ฮ่ะๆ”

 

“ก็ดี”

 

…?

 

“คราวหน้าข้าจะได้คิดบัญชีให้ครบตามจำนวน”

 

“แล้วนั่นเจ้าจะไปไหน”

 

“นอกวัง”

 

“ไปทำไม เฮ้! ไม่ได้นะ เสด็จพ่อให้ข้ามาตามเจ้ากับองค์ชายเปี้ยนไปเข้าเฝ้า”

 

“ทูลว่าข้าติดธุระสำคัญก็แล้วกัน”

 

“ธุระสำคัญอะไรของเจ้า ไปหอนางโลมอีกแล้วสิท่า” ยักไหล่ให้แทนคำพูด เดินไกลออกไปเรื่อยๆไม่ยอมหันกลับมาสนใจใยดีองค์ชายห้าที่ยืนทำหน้าปวดหัวอยู่เบื้องหลัง

 

“ชานยอล!

 

“ข้าให้บอกยังไงก็บอกตามนั้น จะทรงเชื่อหรือไม่ไว้ข้าจะกลับมาจัดการเอง”

 

“กลับมาก่อนสิโว้ย

 

ให้ตายสิ! มันน่าให้องค์ชายน้อยลงไม้ลงมือด้วยอีกซักรอบนะแบบนี้ เฮ้อออ

 


 




#สะใภ้บรรณาการ









 
         CR.SQW
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 849 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,413 ความคิดเห็น

  1. #10339 EATWELL (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 20:27

    ทีมน้องงง อย่าให้เห็นว่ามาชอบน้องนะ

    #10,339
    0
  2. #10250 Emihcy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 13:50
    สะใจค่ะ!!! -/-
    #10,250
    0
  3. #10225 rain (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 15:39

    ชานยอลเอ็นดูน้องเถิดดด

    #10,225
    0
  4. #10181 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:23

    องค์ชายสามบางทีก็เล่นเกินไป ไม่นึกถึงจิตใจคนอื่นบ้างเลย

    #10,181
    0
  5. #10159 Clarisse64 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 20:53
    แงงงงสงสารน้อง
    #10,159
    0
  6. #10121 Bana_Vitta (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 07:20
    -มากเลยชายสาม
    #10,121
    0
  7. #10114 เหมี๊ยวกวิ้น🐧 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 02:33
    องค์ชายสามก็ชอบแหย่จริงๆ55555 รอลุ้นเลยค่ะว่าใครจะหลงเสน่ห์ใครก่อนกันเเน่
    #10,114
    0
  8. #10100 JaedoThebest (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 มกราคม 2563 / 21:12
    สงสารน้องเลยแง
    #10,100
    0
  9. #10046 PRAE.VV (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2562 / 23:59
    สนุกเต็มที่รึยังหละองค์ชาย?
    #10,046
    0
  10. #10041 ออมม่า (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2562 / 18:04

    โดนซะบ้าง

    #10,041
    0
  11. #10024 Darkmate (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2562 / 20:19
    อยากให้น้องหนีไปไกลๆ
    #10,024
    0
  12. #9926 pbcy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 09:13
    วอแวไม่หนุดเลยนะคะองค์ชายสาม น้องโกดแล้วนะ
    #9,926
    0
  13. #9881 IPINOCKIO (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 20:02
    เห้ย คือแบบทำไมชานยอลทำงี้ ทำเป็นหมาหยอกไก่อยู่ได้ นี่มันเล่นกับความรู้สึกคนชัดๆ เดี๋ยวเหอะ เที่ยวขู่แบคมากๆตัวเองนั่นแหละจะตกม้าตายแล้วมารักเค้าหัวปักหัวปำตอนหลัง เหอะ
    #9,881
    0
  14. #9845 heykiki (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 19:32
    น่าจะสักสิบนิ้ว น่ามันเขี้ยวชายสามทำน้องเราเสียใจ ยังไม่ทันไรเลยด้วยซ้ำ มันน่านัก!!!!!!! ยกให้ชายห้าซะเลยนี่
    #9,845
    0
  15. #9791 Ohsehun9494 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 15:14

    เหลาไม้ให้ลูกไปหวดองค์ชายสามแปป

    #9,791
    0
  16. #9775 thitiporn04 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 15:57
    นอกจากจะไม่ชอบลู่ห่านแล้ว ไม่ชอบองค์ชายสามด้วย คนของตัวเองทำน้องเจ็บตัว ยังไม่เห็นว่าอะไรสักคำ เล่นไปวันๆ เล่นเกินไปอะ คนอื่นจริงจังยังแบบบบ หัวร้อนแทนมากกกกก อยากโอ๋น้องงง
    #9,775
    0
  17. #9752 KcNDy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 23:52
    เอาเลยป๋ายเซียน!!!
    #9,752
    0
  18. #9737 om_kanokrat (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 15:35
    น่าจะโดนอีกเนอะนิสัยไม่ดีเลยชายสาม!
    #9,737
    0
  19. #9705 NanananananaNa (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 13:19
    ทำไมรู้สึกน่ารักแงง
    #9,705
    0
  20. #9682 คุณยิปปี้ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 11:23
    สุดยอดแห่งความดื้อเลย องค์ชายสามเนี่ย!
    #9,682
    0
  21. #9636 bemysunshine (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 16:03
    สมน้ำหน้าองค์ชายสาม! มาทำตัวแบบนี้กับองค์ชายน้อยเอง มันน่าตบมั้ยละ หึ สงสารองค์ชายน้อยจะตายแล้ว ฮื่อออ ฉากที่ระเบิดออกมามันคือที่สุด น้องจะไม่ทนแล้ววว
    #9,636
    0
  22. #9464 11507416p (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 01:35
    ตอนที่องค์ชายเงบหน้ามององค์ชายสามรู้สึกจี้ดๆที่ใจเลย ฮื่อ
    #9,464
    0
  23. #9456 lad1988da (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 21:54

    ยกป๋ายเซี๋ยนให้องค์ชายหมอดีกว่า องค์ชายสามร้ายเกินไปแล้วนะ

    #9,456
    0
  24. #9390 Kyungchu~ 😙 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 01:42
    ขอคู่องค์ชายห้าได้ไหมคะ......สงสารน้อง...
    #9,390
    1
  25. #9382 amine mine (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 17:31
    โอ้ยยยย เกลียดองค์ชายสามตามคุณเปี้ยนเลยยย!!
    #9,382
    0