สะใภ้บรรณาการ (Chanbaek) -END-

ตอนที่ 39 : ตอนพิเศษ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,273
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 360 ครั้ง
    25 เม.ย. 60

 

สปอยล์ดิบ


 



 

ตอนพิเศษ 1 : องค์ชายสามสู่การเป็นฝ่าบาท



 

“ทางตอนใต้เพาะปลูกสิ่งใดก็ไม่ได้ผลดี ในหนึ่งปีฝนตกชุกกว่าพื้นที่อื่นทำให้เกิดน้ำท่วมขัง พืชผลและที่ทำกินของชาวบ้านเสียหาย ระยะทางเข้าสู่ท่าเรือต้องใช้เวลาเป็นวันๆกว่าจะเดินทางถึง หลายปีมานี้ไม่ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไรก็ดูจะเสียแรงเปล่า”

 

“นโยบายสร้างเขื่อนที่ข้าให้พวกเจ้าดำเนินเรื่องคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว”

 

“การสร้างเขื่อนนั้นต้องใช้งบประมาณมหาศาล แรงงานก็หาได้ยากเพราะล้วนแล้วแต่เป็นหญิง อีกทั้งแถบนั้นมีเด็กและคนชราอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก หากจะสร้างก็ต้องมีงบประมาณสำหรับอพยพคนเพิ่ม” กระดาษผังเมืองถูกคลี่วางลงบนมุมซ้ายของโต๊ะ เบียดกองเอกสารที่ฝ่าบาทหนุ่มได้ทำการประทับตราลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

“ตอนนี้มีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจซบเซาเข้ามาเพิ่ม ทั้งที่เข้าสู่ฤดูกาลที่สินค้าของชาวบ้านควรจะขายได้อย่างคึกคัก ทว่าปีนี้กลับนิ่ง---”

 

“ปัญหาอุทกภัยเรียบร้อยดีแล้วหรือเจ้าจึงได้ข้ามไปคุยเรื่องอื่น”

 

“กระหม่อมเพียงเห็นว่าเรื่องเศรษฐกิจเมืองท่านั้นสำคัญ---”

 

“ปัญหาใดต่างก็สำคัญ” ฝ่าบาทหนุ่มเงยพระพักตร์ขึ้นจากกองเอกสารหลังจากทนฟังอัครเสนาบดีและขุนนางใหญ่อีกสองคนช่วยกันทูลฎีการ้องทุกข์ของชาวบ้านราวกับท่องตำราอยู่นาน

 

เยิ่นเย้อจนจับใจความไม่ได้ ไม่รู้ว่าจุดไหนคือปัญหาสำคัญกว่ากันเพราะต่างเล่าโดยที่ไม่คิดจะหยุดรับฟังหรือถามความเห็น เอาแต่บอกปัดด้วยตรรกะตัวเองเสียทุกประเด็นจนฝ่าบาทหนุ่มชักทนไม่ไหว

 

“เรื่องแรกยังไม่ทันแก้ไข เรื่องที่เคยคุยค้างกันไว้เมื่อนานมาแล้วก็ไม่สะสางให้เรียบร้อย กลับเอาเรื่องที่สามสี่ห้าและอีกหลายเรื่องมาบอกข้า ถามจริงเถอะ...พวกเจ้าเพียงรายงานไปตามหน้าที่หรืออยากจะปรึกษาข้าจริงๆ?

 

“...”

 

คำถามของฝ่าบาทหนุ่มทำเอาขุนนางชั้นสูงพากันก้มหน้าเงียบ เพียงเท่านั้นผู้ที่นั่งมองพฤติกรรมอยู่ก็รู้แล้วว่าสิ่งที่ตนเพิ่งถามออกไปคงจะมีส่วนจริงไม่มากก็น้อย

 

“หากไม่คิดจะเอาความเห็นของข้าตั้งแต่แรกก็ไม่จำเป็นต้องเสียเวลามาอยู่ที่นี่”

 

“หาไม่...”

 

“มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าไม่ใช่พวกเจ้าทุกคนที่จะเห็นชอบกับการมีข้าอยู่ตรงนี้”

 

“สำหรับแผ่นดินเปี้ยน ผู้ใดเคยทำคุณต่อแผ่นดิน กอบกู้บ้านเมืองไม่ให้ตกเป็นเบี้ยล่างแผ่นดินอื่นย่อมถูกยกย่องเสมอเหมือนวีรบุรุษ และพระองค์คือบุคคลผู้นั้นสำหรับเรา”

 

“ไม่คิดหรือว่าผลงานของข้าก็เพียงแค่ผลพลอยได้ ข้าเคยเจรจาช่วยเหลือแผ่นดินเจ้าแค่เพียงหนเดียว แต่พวกเจ้าสิที่อยู่ดูแลแผ่นดินนี้มาทั้งชีวิต คิดหรือไม่ว่าบางทีหนึ่งในพวกเจ้ายังจะเหมาะสมกับตำแหน่งนี้มากกว่าข้าเสียอีก”

 

“มิบังอาจ!” ขุนนางใหญ่ส่งเสียงแย้งทันใด สีหน้าจริงจังไม่มีแววล้อเล่นหากแต่ก็ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาสบสายพระเนตรคมที่กำลังจ้องพวกเขาอยู่

 

นั่นได้สร้างความพอพระทัยต่อฝ่าบาทหนุ่มไม่น้อย

 

“ให้ฟ้าดินเป็นพยาน ชั่วชีวิตนี้กระหม่อมไม่เคยคิดก่อกบฏหรือแม้แต่จะอาจเอื้อมต่อบัลลังก์อันศักดิ์สิทธิ์เลยสักครั้ง วาสนาของพวกเรามาไกลเท่านี้ก็ถือว่ามากแล้ว ขอฝ่าบาทอย่าทรงเข้าพระทัยผิดไปเช่นนั้นเลย”

 

ไม่เลว...

 

ฝ่าบาทหนุ่มวางมือจากตราประทับและกองเอกสาร เปลี่ยนมานั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้ มองใบหน้าของเหล่าขุนนางผู้จงรักภักดิ์ดี

 

ที่ผ่านมานอกจากเรื่องงานแล้วพวกเขายังไม่เคยเปิดอกคุยกันในเรื่องอื่นเลยสักครั้ง ที่ได้ถามออกไปอย่างไม่อ้อมค้อมพร้อมสีหน้านิ่งเมื่อครู่นั้นก็เพียงแค่อยากลองใจ อยากรู้ว่าที่จริงแล้วอัครเสนาบดีและคนสนิทเป็นผู้มีเนื้อแท้อย่างไรก็เท่านั้นเอง

 

“เช่นนั้นรึ...”

  

 

 

 


 

ตอนพิเศษ 2 : เยี่ยมเยือนแผ่นดินเปี้ยน

 

 


“ปกติแล้วถ้าข้าเป็นฝ่ายชนะทุกคนต้องนำของมีค่าที่มีติดตัวมาให้ข้าให้หมด แต่สำหรับท่านผู้นี้...” นิ้วสวยไล้ไปตามโครงหน้าสมบูรณ์แบบของร่างสูงที่นั่งนิ่งมองการกระทำของเขาโดยไม่ขัดขืน “มาเป็นคู่ควงให้กับข้าสักวันก็พอ ฮ่ะๆๆ

 

ป๋ายเซียนที่มองอยู่ไม่รู้ว่าคนรักพอใจให้อีกฝ่ายนั่งตัก หรือแค่ไม่กล้าเสียมารยาทผลักออกไปกันแน่ แต่จะอย่างไหนเขาก็รู้สึกไม่พอใจทั้งนั้น ที่ไม่พอใจยิ่งกว่าคงเป็นบุรุษผู้ไม่รู้จักกาลเทศะคนนี้

 

“ลุกขึ้นก่อนดีไหม” ดูเหมือนว่าร่างสูงจะเพิ่งรู้สึกตัวว่าควรจะหัดหวงเนื้อหวงตัว

 

“เล่นกับข้าหน่อยซี...ตั้งสิบตำลึงเชียวนะ”

 

“ข้าไม่อยากได้สิบตำลึงของเจ้าหรอก”

 

“แล้วอยากได้อะไรหืม ตัวข้าไหม? มีค่ายิ่งกว่าทองคำใดๆอีกนะ คิกๆ

 

ผู้ที่ทอดกายให้ผู้อื่นง่ายๆเช่นนี้น่ะหรือที่มีค่ายิ่งกว่าทองคำ

 

เอาแล้ว...

 

เหล่าผู้ติดตามมองหน้ากันด้วยอาการขนลุกซู่

 

จงอินแทมินอี้ชิง รวมไปถึงคนที่ให้ผู้อื่นยืมตักรู้ดีกว่าใครว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น ร่างสูงพยายามทวงอิสระให้กับตัวเองแล้วแต่มันก็ยากจริงๆ ลูกชายเถ้าแก่ร้านหมั่นโถวเกี่ยวคอเขาแน่นเกินไป

 

“เมื่อครู่เจ้าว่ายังไงนะ?!”

 

“ข้าไม่เห็นว่าเจ้าจะดูมีค่าตรงไหน ไข่ไก่หนึ่งแผงให้นำไปแลกข้าคงยังต้องคิดแล้วคิดอีก”

 

“หน็อย! เจ้ากล้าดียังไงมาว่าข้า  รู้ไหมว่าข้าน่ะว่าที่พระสนมของฝ่าบาทชานยอล!”

 

อะแค่กๆ

 

แป้งหมั่นโถวแทบจะติดคอเหล่าขุนนางผู้ติดตาม คำพูดสามหาวไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงนั้นไม่รู้ว่าชายผู้นี้ไปหัดมาจากไหน ที่แน่ๆคือทำเอาองค์ชายน้อยยิ่งโกรธกว่าเดิม

 

“ข้าไม่เคยได้ยินเลยว่าฝ่าบาทมีพระประสงค์ให้รับนางสนม”

 

“หญิงงามที่จะนำมาเป็นนางสนมคงไม่ต้องการ แต่ถ้าเป็นบุรุษหน้าหวานอย่างข้าก็ไม่แน่ พระองค์โปรดบุรุษด้วยกัน ถ้าไม่นับองค์ชายเปี้ยนแล้วเมืองนี้จะเป็นผู้ใดได้ถ้าไม่ใช่ข้า!” ตะเบ็งเสียงตอบโต้อย่างไม่ยอมกัน ร่างสูงหูแทบจะพัง ทั้งยังอยากสำลักน้ำลายตัวเองตายกับการคิดไปเองเป็นตุเป็นตะของชายหน้าหวานไม่รู้จักกาลเทศะผู้นี้

 

“ซื่อบื้ออย่างนี้ใครจะเอา”

 

“เกินไปแล้วนะ!”

 

“ฝ่าบาทน่ะโปรดองค์ชายเปี้ยนเพียงพระองค์เดียว เจ้ามันคนไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ”

 

“ย๊า! เจ้าเป็นใครกัน จะมารู้ดีไปกว่าพระองค์ได้ยังไง! ลองให้เห็นหน้าข้าดูสิ องค์ชายเปี้ยนก็องค์ชายเปี้ยนเถอะ สู้ความร้อนแรงของซิ่วหมินคนนี้ไม่ได้แน่!”

 

‘อยากจะสั่งบั่นคอนัก...’

 

ป๋ายเซียนสบถเบาๆอย่างอดกลั้น

 

“ทั้งเมืองนี้ข้าเพียบพร้อมที่สุด ผู้ใดเห็นต่างก็ต้องหวั่นไหว” ซิ่วหมินยังคงยกยอตัวเองไม่เลิก จ้องหน้าร่างสูงแล้วยกยิ้มหวาน “ความสามารถก็มากมาย---”

 

“ถ้าข้าขึ้นไปเอาท้อลูกนั้นลงมาได้ก่อน เจ้าจะเลิกอวดดีไหม”

 

“ป๋ายเซียน”

 

“อย่าว่าแต่สิบตำลึง ถ้าเจ้าทำได้ข้าจะคลานมาหาเจ้าแล้วเห่าเหมือนหมาให้ดูเลยล่ะ” ซิ่วหมินลุกออกมาจากตักแกร่งด้วยความรู้สึกสนุก กอดอกท้าป๋ายเซียนกลับอย่างไม่ยอมกัน

 

แต่ถ้าเจ้าแพ้เจ้าต้องแก้ผ้าแล้วเดินให้ทั่วตลาดนี้ตกลงไหม!

 

 

 


 




ตอนพิเศษ 3 : เมื่อป๋ายเซียนอยากฝึกดาบ




ร่างเล็กมาปรากฏตัวที่ตำหนักทรงงานของฝ่าบาทชานยอลในเวลาต่อมา ขึ้นไปถึงห้องบนชั้นหอคอยทว่ากลับไม่พบบุคคลเป้าหมาย ขันทีรายงานว่าฝ่าบาทกำลังหารือเรื่องงานกับพวกขุนนางอยู่ที่สวนบุปผาหลังตำหนัก เขาจึงกลับลงมาอีกครั้ง เมื่อพบตัวก็ไม่เสียมารยาทเข้าไปแทรก แต่ไม่วายผลุบโผล่เดินเล่นแถวนั้น จงใจให้คนหูตาไวมองเห็น

 

หลายครั้งที่ฝ่าบาทชานยอลเสียสมาธิเพราะเผลอมองมาทางนี้ ป๋ายเซียนเดาว่าอีกฝ่ายคงกำลังสงสัยว่าเขามาป้วนเปี้ยนอะไรอยู่แถวนี้ในเมื่อทุกทีไม่เคยมาเฉียดใกล้ แน่ล่ะ...รู้อยู่แล้วว่าหากมาร่างสูงจะต้องเสียสมาธิ ตอนนี้ก็เช่นกัน

 

“มีอะไรหรือเปล่า” ร่างสูงในชุดปักลวดลายมังกรเดินเข้ามาถามเขาพร้อมกับขุนนางและขันทีผู้ติดตาม

 

“เปล่า ข้าเพียงมีเวลาว่างจึงแวะมาดูท่าน หมายถึงมาดูแลน่ะ” ทุกคนมองป๋ายเซียนอย่างงุนงงทว่าร่างเล็กกลับยิ้มหวานให้เหมือนว่าไม่มีอะไรผิดปกติเลย “การมาของข้าคงไม่ได้เป็นการรบกวนสมาธิพวกท่านเกินไปใช่ไหม?

 

ฝ่าบาทหนุ่มหันไปมองหน้าเหล่าขุนนาง ยื่นม้วนเอกสารสีน้ำตาลคืนให้ก่อนจะตรัสด้วย เหมือนเป็นการบอกไล่อยู่ในที “เอาตามที่คุยกันไว้ แล้วอีกสองสัปดาห์ค่อยกลับมารายงานความคืบหน้าให้ข้าฟังอีกที”

 

“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”

 

พระพักตร์งามดุจหยกสลักหันกลับมาทางป๋ายเซียนอีกครั้ง นัยน์ตาคมยังฉายแววสงสัยป๋ายเซียนอยู่ แต่มองหน้าได้เดี๋ยวเดียวก็ต้องเปลี่ยนมาก้มลงมองมือตัวเองที่ถูกมือเล็กๆกุมไว้แทน

 

“คุยงานเสร็จแล้วใช่ไหม”

 

“อืม มีอะไรหรือเปล่า”

 

“ก็บอกว่าเปล่า” ป๋ายเซียนฉีกยิ้มสดใสที่สุดเท่าที่จะทำได้ “มีงานอื่นที่ต้องสะสางต่ออีกใช่ไหมล่ะ เดี๋ยววันนี้ข้าช่วยนะ” แกว่งหัตถ์ใหญ่เล่นไปมาก่อนจะดึงเบาๆแทนการบอกว่า ไปกันเถอะ

 

ร่างสูงเดินตามร่างเล็กไป แปลกใจที่อีกฝ่ายดูอารมณ์ดีผิดปกติทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังเอาแต่ทำหน้าบึ้งใส่เขาอยู่เลย “หนีเรียนองค์ชายห้ามาหรือ”

 

“จะไล่ข้ากลับหรือไง”

 

“พี่แค่แปลกใจ ทุกทีเจ้าไม่เคยมาหาพี่เวลานี้”

 

“ข้าขอท่านราชครูแล้ว”

 

“งั้นหรือ” ฝ่าบาทหนุ่มปล่อยให้คนรักพามาจนถึงห้องทรงงาน อีกฝ่ายจัดแจงหาที่นั่งเองเสร็จสรรพ นำเก้าอี้มาวางไว้ฝั่งตรงข้ามซึ่งมีเพียงโต๊ะทรงงานสูงระดับสะโพกป๋ายเซียนเท่านั้นที่คั่นตรงกลาง ไม่รวมกองตำราและเอกสารต่างๆที่วางอยู่บนโต๊ะ

 

“พวกเจ้าวางชาไว้ตรงนั้นแล้วออกไปได้เลยนะ ข้าจะดูแลฝ่าบาทเอง”

 

            ไม่ใช่แค่ขันทีและนางกำนัลรับใช้เท่านั้นที่ชะงักให้กับคำพูดของป๋ายเซียน แต่ผู้ที่ประทับอยู่ฝั่งตรงข้ามเองก็เหมือนกัน

 

“พ่ะย่ะค่ะ...”

 

“นอกจากจะอยู่เป็นกำลังใจให้แล้ว วันนี้ข้าจะช่วยงานท่านจนกว่าจะเสร็จเลย”

 

ฝ่าบาทหนุ่มถอนสายตาออกจากตำราที่เพิ่งเริ่มตรวจได้ไม่กี่หน้ามองไปที่ป๋ายเซียน องค์ชายน้อยมองตอบก่อนจะยิ้มให้แล้วหยิบตำราเล่มอื่นขึ้นมาช่วยอ่าน

 

ไม่รู้ว่าเพราะหาพิรุธในตัวป๋ายเซียนไม่เจอหรือเพราะอะไร ร่างสูงถึงได้กลับไปก้มลงสนใจงานตรงหน้าต่อ ซึ่งนั่นก็ดีแล้ว

 

            ห้องสี่เหลี่ยมที่เต็มไปด้วยตู้เก็บตำราและเอกสารต่างๆเงียบสนิท ไม่มีบทสนทนาระหว่างสองสามีภรรยาที่นั่งอยู่ตรงข้ามกัน มีเพียงเสียงพลิกกระดาษเท่านั้นที่ดังอยู่

 

            จนเวลาผ่านไปสักชั่วยาม ป๋ายเซียนเริ่มเหลือบตามองไปยังอีกฝั่ง ชั่งใจคิดอยู่ว่าจะทำอะไรก่อนดี ระหว่างเอาใจอีกฝ่ายหรือจะเลียบๆเคียงๆพูดถึงเรื่องการฝึกดาบ เพราะไม่ว่าจะเป็นทางไหนก็ดูจะเป็นการรบกวนสมาธิอีกฝ่ายไปเสียหมด 

 

            “จะมาขอพี่เรื่องฝึกดาบอีกอย่างนั้นสิ”

 

            อยู่ดีๆเสียงทุ้มก็ถามขึ้นมาจี้ใจดำ ป๋ายเซียนไม่รู้ว่าหน้าตัวเองมันฟ้องความต้องการชัดขนาดที่ว่ามองปราดเดียวก็รู้แล้วหรือว่าอีกฝ่ายฉลาดเกินไปกันแน่ บางทีอาจจะเป็นทั้งสองอย่างก็ได้แต่ป๋ายเซียนจะไม่ยอมรับง่ายๆหรอก

 

            “ฝึกดาบอะไรกัน ท่านยื่นคำขาดแล้วนี่ว่าไม่อนุญาต” ป๋ายเซียนทำใจดีสู้เสือ ตอบกลับพลางมองสบตา อาศัยความใสซื่อของตัวเองทำให้ทุกอย่างดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด “กระหายไหม ข้าจะลุกไปรินชาให้”

 

            “ไม่เป็นไร”

 

            “เมื่อกี้ข้าแอบเห็นท่านขยับตัวตั้งหลายที เมื่อยใช่ไหมล่ะ เดี๋ยวข้านวดให้” ว่าแล้วก็ลุกขึ้นเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายให้ว่อง อ้อมไปอยู่ด้านหลังเก้าอี้แล้วเริ่มนวดไหล่กว้างเอาใจอย่างที่ไม่เคยทำให้ผู้ใดมาก่อน แม้แต่เสด็จพ่อเสด็จแม่ป๋ายเซียนนึกไม่ออกด้วยซ้ำว่าตัวเองเคยทำอะไรเช่นนี้ให้หรือไม่

 

            “แบบนี้สบายขึ้นไหม”

 

            “วันนี้เจ้าดูแปลกๆนะ”

 

            “ข้าก็แค่อยากดูแลท่านให้มากกว่านี้ แปลกหรือ?

 

            “ไม่แปลกกระมัง...”

 

            “...”

 

            “ไม่มีอะไรแฝงอยู่ก็แล้วไป”

 

            “ไม่ชอบหรือไง” ไม่ถามอย่างเดียว ป๋ายเซียนโอบรอบคอร่างสูงจากด้านหลังก่อนจะเกยคางลงบนไหล่กว้างแบบที่ไม่ให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว น้ำเสียงที่ใช้ถามและสายตาที่ช้อนมอง ดูอ้อนเสียจนฝ่าบาทหนุ่มใจกระตุก “ข้าเห็นว่าท่านทำงานหนัก ก็แค่อยากดูแล อยากเอาใจและแบ่งเบาภาระบ้าง”

 

            “ท่านพี่...”

 

            นั่นไง  

 

“ข้าดูไม่มีความสามารถหรือ ท่านถึงไม่ยอมให้ข้าฝึกดาบเหมือนคนอื่นๆ” ป๋ายเซียนแนบแก้มตัวเองเข้ากับแก้มอุ่นๆของคนรัก ฝ่าบาทหนุ่มถึงกับนิ่งไปเหมือนโดนมนต์สะกด พู่กันในมือถูกป๋ายเซียนแย่งไปเก็บไว้ในกล่อง แขนเล็กที่พาดผ่านไหล่ลงมาทั้งสองข้างส่งผลให้เขาตกอยู่ในอ้อมกอดของอีกฝ่ายโดยปริยาย

 

            “ตอบข้ามาสิ สนใจเพียงแค่ข้าคนเดียว อย่ามองสิ่งอื่น”

 

 


 

 

#สะใภ้บรรณาการ

 

 


 





เจอกันอย่างเต็มรูปแบบในเล่มเร็วๆนี้น๊า บอกเลยว่าแต่ละตอนยาวมั๊กกก สามตอนก็เหมือนหกตอน 555555 รอนิดนึงเน้อออออออ





ป.ล ปิดโอนวันที่ 3 พฤษภาคม 2560 นี้แล้ว ใครเก็บเงินไม่ทันหรือติดปัญหาอะไรสามารถทักมาคุยกันก่อนได้นะคะ เพราะรอบสต็อคเรายังไม่รู้ว่าจะสั่งมาเท่าไหร่ อาจจะมีไม่เยอะ







                 CR.SQW
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 360 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,413 ความคิดเห็น

  1. #10006 tukkatably (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 20:00
    น่ารักม้ากกกกกกกกก ดีงามพระรามแปด
    #10,006
    0
  2. #9519 byunbeeyeol (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 12:07
    โอ่ยย อยากด้ายยย
    #9,519
    0
  3. #9511 sunshinyi19 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 00:24
    อยากได้เลยยยยย
    #9,511
    0
  4. #9427 CBY-XO (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 22:06
    เรามาไมัทันเล่ม ง่าาาาอยากได้
    #9,427
    0
  5. #9343 MINT_PLAYFON (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 13:19
    อยากได้เป็นเล่มจางเลยย~
    #9,343
    0
  6. #8935 c9us6n4 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 17:19
    จบลงด้วยดี~งื้อ
    #8,935
    0
  7. #8690 NwAHGAMY-L (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 17:26
    ใจข้าบางหมดแล้วว
    #8,690
    0
  8. #8669 Film08715 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 17:14
    แหมป๋ายเซียน
    #8,669
    0
  9. #8666 Jammie-Lee (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 03:17
    น่าอ่านนนนนนนนน
    #8,666
    0
  10. #8474 Zensen (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2560 / 14:52
    ฮืออ อยากอ่านแล้ว
    #8,474
    0
  11. #8376 โทษทีทีมนยองว่ะ (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 19:41
    ขอจองรอบสต๊อก+1ได้มั้ย ช่วงนี้ต้องเก็บเงินง่ะ แงงงงงง
    #8,376
    0
  12. #8351 จีวอนชิ':) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 22:41
    สุดยอด5555556 ข้านี่รอเลยนะ
    #8,351
    0